องค์ประกอบของดนตรี
องคป์ ระกอบของดนตรี คือ
ส่วนประกอบสําคญั พ้ืนฐานท่ีทําใหด้ นตรี
เป็นรปู ร่างขน้ึ มาได้
องค์ประกอบของดนตรี ประกอบด้วย
1.เสยี ง (Sound)
2.สสี ันหรอื คุณภาพของเสยี ง (Tone color of Quality)
3.จงั หวะ (Rhythm)
4.ทาํ นอง (Melody)
5.พื้นผวิ และการประสานเสยี ง (Texture and Harmony)
6.เคร่ืองดนตรี (Musical Instruments)
7.การประสมวง (Music Band)
1.เสยี ง (Tone)
เสียงท่ไี มใ่ ชเ่ สยี งดนตรี (Noise)
- เสยี งทเ่ี กดิ ขนึ้ ตามสภาพแวดลอ้ มท่ัวไป ท่ีไม่ใชเ่ สียงที่เกดิ จากเครื่องดนตรหี รอื เสยี งรอ้ ง
- เสียงพดู คยุ เสยี งจากโรงงาน, เสียงเปิด-ปิดประต,ู เสียงแกว้ แตก, เสยี งฟา้ ผา่ เป็นตน้
- เสยี งเหลา่ น้ีไม่ไดถ้ กู จัดเรยี งอยา่ งมรี ะบบ บางทอี าจจะเรยี กวา่ เสยี งทีไ่ ม่ค่อยไพเราะรกหู เพราะ
เสยี ง (Noise) อาจจะทําใหเ้ กดิ ความราํ คาญของผู้ท่ีไดย้ นิ
เสยี งดนตรี (Music Sound)
- เสียง หรือ ทํานองที่ได้รับการจัดเรียงอย่างเปน็ ระบบ ตามอารมณค์ วามรสู้ กึ เพ่อื ถา่ ยทอด
เรอ่ื งราวประสบการณต์ า่ งๆ ผ่านเสยี งเพลง ของผปู้ ระพนั ธเ์ พลง
1.1ระดบั เสียง (Pitch)
หมายถงึ ระดบั ความสูง-ตา่ํ ของเสยี ง ซ่ึงเกิดจากจาํ นวนความถี่ของการสนั่ สะเทอื น
“เสียงสูง: การสั่นสะเทอื นจะเร็ว” “เสยี งตํา่ : การสนั่ สะเทอื นจะชา้ ” หคู นเราสามารถแยก
เสียงไดต้ งั้ แต่ระดับความเรว็ 16 คร้ัง/วินาที ถงึ 20,000 ครง้ั /วินาที
เคร่อื งดนตรีตะวันตกทส่ี ามารถทาํ เสียงได้กว้าง
มากทส่ี ุด คอื เปียโน
มชี ่วงเสยี งต้งั แต่ 30 – 4,000 ครัง้ /วินาที
1.2ความดัง-ค่อย (Dynamic)
เป็นองค์ประกอบทสี่ ําคญั ในทางดนตรี มคี วามสัมพนั ธก์ บั ช่วงกวา้ งของคลนื่ เสยี ง (Amplitude) ในการ
สน่ั สะเทือนทท่ี ําให้เกิดเสยี งนนั้ ๆ ชว่ งกวา้ งมากเสยี งจะดงั และช่วงกวา้ งน้อยเสยี งจะเบา
ถา้ เราดดี สายกีตารแ์ รงเท่าใดเสียงท่อี อกมากจ็ ะดงั
ในทางตรงกนั ข้าม
หากเราดีดสายกีตารเ์ บาเสยี งท่อี อกมากจ็ ะเบา
1.3ความเข้มของเสยี ง (Intensity)
หมายถงึ ระดับความเขม้ ของเสียง เป็นวิธี
สรา้ งจดุ เน้นความนา่ สนใจในบทเพลงของ
ผูป้ ระพนั ธ์เพลง คอื มีความหนัก-เบา
1.4ความยาวของเสียง (Duration)
หมายถึง ระดับความ
ส้ัน-ยาวของเสียง ใช้ค่า
อัตราตัวโน้ตแบบต่างๆ
ในการแสดงความ
แตกต่างทั้งดนตรีไทยและ
ดนตรีตะวันตก เกิดเป็น
สัญลักษณ์ทางดนตรขี ้ึน
2.สีสนั หรอื คณุ ภาพของเสียง
(Tone Color of Quality)
หมายถงึ คุณลักษณะของเสยี งท่ีกาํ เนดิ จากแหลง่ เสยี งทแ่ี ตกตา่ งกัน
แหล่งกําเนิดเสยี งดังกล่าว เป็นไดท้ ง้ั ทเ่ี ป็นเสยี งรอ้ งของมนุษย์ และเครือ่ งดนตรี
ชนดิ ตา่ งๆ ความแตกต่างของเสยี งร้องมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นระหวา่ งเพศชายกับเพศ
หญงิ หรือระหว่างเพศเดียวกนั ซงึ่ ลว้ นแลว้ แต่มพี ้นื ฐานของการแตกต่างทางด้าน
สรีระ เชน่ หลอดเสียงและกลอ่ งเสยี ง เปน็ ต้น
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดนตรีนั้น ความหลากหลายด้านสีสันของ
เสียง ประกอบด้วยปัจจัยท่ีแตกต่างกันหลายประการ เช่น วิธีการ
บรรเลง วัสดุท่ีใช้ทําเครื่องดนตรี รวมท้ังรูปทรง และ
ขนาด ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลโดยตรงต่อสีสันของเสียงเครื่องดนตรี
ทําให้เกิดคุณลกั ษณะของเสียงท่ีแตกต่างกันออกไป
คุณสมบตั ิของเสยี ง
4. คณุ ภาพของเสียง (Quality) หมายถงึ
คณุ ภาพของเสยี งที่เกิดจากแหลง่ กําเนิดเสยี ง ท่ี
แตกตา่ งกันออกไปตามวัสดใุ นการใช้กําเนิดเสียง
เช่น ไม้ ฝมี อื ของชา่ ง ทกั ษะความสามารถของนัก
ดนตรี
เครอ่ื งดนตรแี พง แตเ่ ลน่ ไม่ดี : ไม่มีคุณภาพ
เคร่ืองดนตรไี มแ่ พง แต่เลน่ ดี : มีคุณภาพ
เคร่อื งดนตรแี พง ทกั ษะดี : ยง่ิ มีคุณภาพ
วิธกี ารบรรเลง
อาศัยวิธีดีด สี ตี และเป่า วิธีการผลิตเสียงดังกล่าวล้วนเป็นปัจจัยให้เคร่ือง
ดนตรมี ีคณุ ลักษณะของเสยี งทต่ี ่างกัน
ขนาดและรปู ทรง
ลักษณะของเคร่ืองดนตรีท่ีมีรูปทรงและขนาดที่แตกต่างกัน จะเป็นปัจจัยที่
ส่งผลให้เกิดความแตกต่างกันในด้านสีสันของเสียงในลักษณะที่มี
ความสมั พันธ์กนั
วสั ดทุ ี่ใชท้ ําเคร่ืองดนตรี
วัสดุที่ใช้ทําเครื่องดนตรีของแต่ละวัฒนธรรม จะแตกต่างกันไปตาม
สภาพแวดล้อมของสังคม และ ยุคสมัย วัสดุที่ใช้ทําเคร่ืองดนตรีท่ีแตกต่าง
กัน นับเป็นปัจจัยท่ีสําคัญประการหน่ึง ที่ส่งผลให้เกิดความแตกต่างในด้าน
สีสนั ของเสยี ง
3.จังหวะ (Rhythm)
หมายถงึ ชว่ งเวลาทท่ี ําหนา้ ทค่ี วบคมุ การเคลอ่ื นที่ของ
ทาํ นองและ แนวประสานเสียงต่างๆ เพือ่ ใหก้ ารบรรเลง
ดนตรมี คี วามสมั พันธก์ ัน การเดนิ ของจงั หวะจะดําเนนิ ไปอยา่ ง
สม่าํ เสมอและตอ่ เนอื่ งจนจบการบรรเลงดนตรหี รอื บทเพลงนนั้ ๆ
ดงั น้ันจังหวะจึงเปรยี บเสมือนชพี จรของการเดนิ ทํานองของบทเพลง
จังหวะ (Rhythm)
3.1เครือ่ งหมายกําหนดจังหวะ
(Time Signature)
หมายถึง ตัวเลขทกี่ ําหนดลกั ษณะของ
จงั หวะในบทเพลงใช้บอกจาํ นวนตัวโนต้
และจงั หวะภายในหอ้ งเพลงว่าใน 1
หอ้ งเพลงจะมกี จ่ี ังหวะ หรอื มีโนต้ กี่ตัว
จังหวะ (Rhythm)
3.2ความเรว็ จงั หวะ (Tempo)
ดนตรีจะมคี วามเร็วของจงั หวะ เช่น
เพลงที่ใชป้ ระกอบกจิ กรรมต่างๆ เพอื่
ความสนุกสนาน จงั หวะกก็ ระชบั รวดเร็ว
เพลงทตี่ ้องการใหม้ ีอารมณค์ วามเศรา้
กจ็ ะมีจังหวะที่คอ่ นข้างช้า
ความเรว็ ของเพลง จะเทียบโดยการนบั จงั หวะใน 1 นาที
ตัวอยา่ งเชน่ เพลง Happy birthday มคี วามเรว็ เท่ากับ 60
ความเรว็ (Beat) ในการบรรเพลงเพลงน้ีเท่ากบั การเคาะ 60 ครง้ั ตอ่ 1 นาที
จังหวะ (Rhythm)
3.3จังหวะตบหรือจงั หวะเคาะ (Beat)
หมายถงึ การเคาะหรือนับจังหวะอยา่ ง
สมา่ํ เสมอ ท่ีปรากฏในบทเพลง เป็นจังหวะ
ธรรมดาทดี่ ําเนนิ ไปเรอื่ ยๆ คล้ายกับจังหวะการ
เต้นของหัวใจ (Pulse) ความชา้ – เรว็ น้นั
ขึ้นอยู่การกําหนดของผู้แต่ง หรอื ผู้ประพนั ธ์
(Composer)
4.ตัวโนต้ หรือสัญลักษณ์ (Notation)
การอา่ นโนต้ ดนตรีหรอื บทเพลงต่าง ๆ กเ็ ฉกเช่นเดยี วกันกบั การอา่ น
หนงั สือโดยทั่วไป กลา่ วคือผูเ้ รียนหรอื ผอู้ า่ นจะต้องจดจาํ สญั ลกั ษณ์
หรือพยัญชนะเบอื้ งต้นที่ใช้แทนเสียง เช่น ก,ข,ค,……ฮ. หรอื สระต่างๆ
แล้วจงึ นาํ ส่งิ เหลา่ นนั้ มารวมกันแลว้ สะกดเปน็ คําๆ จึงจะมคี วามหมาย
ทเ่ี ราสามารถใชเ้ ขียนเป็นการแสดงออกถึงความรสู้ ึกนกึ คิดตา่ งๆ และ
เปน็ การตดิ ตอ่ ส่ือสารกับผู้อน่ื
4.1ตัวโนต้ ดนตรี
เป็นระบบการบันทกึ แทน
เสียงดนตรที ่มี ีมาต้งั ศตวรรษท1ี่ 1
ตัวโนต้ สามารถบอกหรอื สอ่ื ให้
นักดนตรที ราบถงึ ความส้ัน – ยาว,
สงู – ตา่ํ ของระดับเสียงได้ เราจึง
ควรมคี วามรู้พน้ื ฐานเก่ียวกบั
ลักษณะของตวั โน้ตดนตรี (Music
Notation)
4.2ตวั หยุด
การบันทกึ ตวั หยดุ น้ันไดก้ าํ หนดเปน็
สัญลกั ษณเ์ ชน่ เดยี วกันตัวโน้ต ซ่ึง
โดยทวั่ ไปเรยี กวา่ “ตวั หยดุ ”
(Rest) หมายถงึ สัญลักษณ์ที่ใช้ใน
การเงยี บเสียงดนตรีหรือเสียงรอ้ ง
แตอ่ ตั ราจงั หวะยังคงดาเนินไป
ตลอด ตัวหยดุ จะถกู เขียนลงบน
บรรทัด 5 เสน้ เช่นเดยี วกบั ตวั โน้ต
4.3การเพิ่มอตั ราจังหวะ (สเลอร์, ประจดุ )
การบนั ทึกโนต้ ลงบนบรรทดั ๕ เสน้
ทํานอง (Melody)
หมายถงึ การจดั เรยี งของเสยี งที่มคี วามต่างของระดับเสียงและความ
ยาวของเสยี ง หรือ ระดับเสยี งสูง – ตํ่า สน้ั บา้ ง ยาวบา้ งสลับกนั ไป
บางทีก็ดงั บางทกี ค็ อ่ ย ทงั้ นีข้ ้นึ อยกู่ ับความประสงคข์ องผู้ประพันธ์
ในเชิงจติ วิทยา ทํานองจะกระตนุ้ ผู้ฟังในสว่ นของสติปัญญา ทํานองจะมสี ่วนสาํ คัญ
ในการสร้างความประทับใจ จดจํา และแยกแยะความแตกต่างระหวา่ งเพลงหน่งึ กบั
อีกเพลงหน่ึง
เสียงประสาน (Harmony)
หมายถึง องค์ประกอบของเสยี งซึง่ ทําให้เกดิ ความสมบูรณ์ มคี วาม
น่าสนใจ เกิดความไพเราะของเพลง เป็นการผสมผสานของเสยี ง
มากกว่า 1 เสยี ง
ประสานเสยี ง 2 แนวเสียง เรยี กว่า ขนั้ คู่ (Intervals)
ประสานเสยี ง 3 แนวเสยี งขึ้นไป เรียกวา่ คอร์ด (Chords)
การขบั ร้องประสานเสยี ง
(Chorus & Choir)
1. Soprano
2. Alto
3. Tenor
4. Bass
1. เสยี งร้องของเด็ก เปน็ ระดบั เสยี งรอ้ งสงู สดุ เรยี กวา่
“Treble” (เทรบเบลิ ) เป็นเสยี งสงู ทแ่ี จม่ ใส บรสิ ทุ ธ์ิ
2. เสียงร้องของผู้หญงิ เปน็ เสียงรอ้ งทมี่ คี วามแตกต่างกัน 3
ระดับ คือ Soprano, Mezzo-Soprano และ Alto
3. เสียงรอ้ งของผชู้ าย เป็นเสียงรอ้ งทมี่ คี วามแตกต่างกัน 3
ระดบั คือ Tenor, Baritone และ Bass
ชว่ งเสียง (Range)
หมายถงึ ความกว้างหรือชว่ งเสยี ง
ของเคร่ืองดนตรี ทส่ี ามารถบรรเลงได้
หรือ ชว่ งเสยี งของนักรอ้ งท่สี ามารถ
ขับร้องได้ ซง่ึ เครือ่ งดนตรีและนักร้องแต่ละคนจะมชี ่วงเสยี งทีแ่ ตกตา่ งกนั
การเปลง่ เสยี งกแ็ ตกตา่ งกันออกไปจงึ ทําใหเ้ กิดคาํ ว่า “คีย”์ เพลงต่างๆ
ไวโอลนิ (Violin)
เชลโล (Cello)
รปู แบบ (Form)
หมายถงึ โครงสรา้ งท่ีเปน็ แบบแผน
ในการประพนั ธเ์ พลง มีการกาํ หนด
สัดส่วนตา่ งๆ ไว้ในหลายๆ ส่วน เช่น Melody, Harmony, Dynamic,
Phrase, Cadence สง่ิ เหล่านจ้ี าํ เปน็ อย่างยง่ิ ทจี่ ะตอ้ งมีเพื่อสรา้ งความรู้สกึ ที่
สมดลุ เพ่ือสรา้ งความไพเราะใหแ้ กผ่ ฟู้ ัง