ข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของจังหวัดฉะเชิงเทรา ๑. ชื่อรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ชื่อรายการ...การท ากระยาสารท.............................................................................................................. ชื่อเรียกในท้องถิ่น...ขนมกระยาสารท...................................................................................................... ชื่อภาษาอื่น (ถ้ามี)....-.............................................................................................................................. ๒. ประเภทมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รายการตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (มีการปฏิบัติอย่างแพร่หลาย) รายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ต้องได้รับการส่งเสริมและรักษาอย่างเร่งด่วน (เสี่ยงต่อการสูญหาย) ๓. ลักษณะมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (ตอบได้มากกว่า ๑ หัวข้อ) วรรณกรรมพื้นบ้านและภาษา ศิลปะการแสดง แนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม ประเพณี และเทศกาล ความรู้และการปฏิบัติเกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล งานช่างฝีมือดั้งเดิม การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้านและศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ๔. ประวัติความเป็นมาและรายละเอียดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม “ขนมกระยาสารท” ในสมัยก่อนเป็นขนมที่ท ำขึ้นในช่วงท ำบุญวันสำรทไทย ช่วงเดือนตุลำคม “กระยำสำรท” แปลว่ำ อำหำรที่ท ำในช่วงฤดูสำรท สืบเนื่องจำกข้ำวมธุปำยำสซึ่งเป็นอำหำรอินเดีย ใช้ข้ำว น้ ำตำล น้ ำนมผสมกัน ซึ่งนำงสุชำดำหุงถวำยพระพุทธเจ้ำ ส่วนผสมของกระยำสำรทไทยมีข้ำวตอก ข้ำวเม่ำ ถั่วลิสง งำคั่ว ให้สุกเสียก่อน แล้วน ำมำกวนกับน้ ำอ้อยกวนให้เหนียวกรอบเกำะกันเป็นปึก จะท ำเป็นกรอบเป็นก้อน หรือตัดเป็นชิ้น ๆ สำมำรถเก็บไว้ได้นำน ผู้คนที่นับถือพระพุทธศำสนำจะพำกันหยุดงำน เพื่อเตรียมสิ่งของท ำบุญ ที่เรียกว่ำ กระยำสำรท ซึ่งเป็นขนมหวำนประจ ำเทศกำลสำรท นิยมท ำกันก่อนวันสิ้นเดือนเป็นวันโกน เพื่อเป็นกำร ท ำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และจะมีกำรตักบำตรด้วยกระยำสำรท และมีควำมเชื่อว่ำ หำกไม่ใส่บำตรด้วยกระยำสำรทผู้ที่ล่วงลับไปแล้วก็จะไม่ได้รับส่วนบุญที่ท ำในวันนี้ เมื่อท ำบุญกันเสร็จแล้ว ก็จะมีกำรแบ่งกระยำสำรท ที่ท ำเป็นกำรแลกเปลี่ยนกันเหมือนกับอวดฝีมือของกระยำสำรทแต่ละบ้ำน ขนมกระยำสำรทเป็นขนมไทยที่มีมำตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย แต่รำกศัพท์ของค ำว่ำ “สำรท” จริง ๆ แล้วเป็นค ำในภำษำ อินเดีย มีควำมหมำยว่ำ ฤดูใบไม้ร่วงหรือช่วงระยะปลำยฝนต้นหนำว ซึ่งเป็นเวลำเดียวกันกับฤดูกำรผลิดอก ออกผลของพืชพันธุ์ โบรำณจึงถือกันว่ำควรจะน ำผลผลิตเหล่ำนั้นมำถวำยแด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นกำรสักกำระ และขอพรให้พืชของตนออกดอกออกผลดกดีและประเพณีนี้ก็มีในแถบประเทศจีนและตอนเหนือของยุโรปด้วย แต่ส ำหรับไทยแล้วประเพณีนี้มำแพร่หลำยในช่วงสมัยสุโขทัยพร้อม ๆ กับพรำหมณ์ ที่เริ่มเข้ำมำมีบทบำทในไทย แต่ช่วงเวลำของประเพณีตำมอินเดีย เป็นช่วงเวลำที่ตรงกับระยะข้ำวเริ่มออกรวงของไทย ชำวบ้ำนจึงเกี่ยวข้ำว ที่ยังมีเปลือกอ่อน ๆ และเมล็ดยังไม่แก่ เอามาคั่วแล้วต าให้เป็นเมล็ดข้าวแบน ๆ เรียกว่า ข้าวเม่า แทน
- ๒ – กระยาสารท เป็นสัญลักษณ์ของผลผลิตทางการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ รวมทั้งเป็นการท าบุญเพื่อเป็นสิริมงคล แก่ข้าวในนา ซึ่งเป็นการเก็บพืชผลครั้งแรกอีกด้วย “สารทไทย” หมายถึง เทศกาลท าบุญสิ้นเดือนสิบของไทย จะตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ า เดือน ๑๐ ของทุกปี ซึ่งมักจะตกราว ๆ ปลายเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคม ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยโบราณตามหลักฐาน พบว่ามีมาตั้งแต่ สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เป็นประเพณีท าบุญกลางปีเพื่อให้เกิดสิริมงคลแก่ตนเองที่มีชีวิตผ่านพ้นเวลา มาได้ถึงกึ่งปี ในขณะเดียวกันก็ถือโอกาสท าบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพชนเพื่อแสดงความกตัญญูรู้คุณไปด้วย โดยขนมที่นิยมใช้ท าบุญในช่วงนี้ คือ “กระยาสารท” ข้าวยาคู หรือข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาส กำรท ำบุญ ในเทศกำลนี้ ทุกภำคของประเทศไทยจะมีกำรท ำบุญเหมือนกันแต่เรียกชื่อแตกต่ำงกันไป ในภำคใต้ เรียกว่ำ “ประเพณีชิงเปรต” ภำคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียก “ท ำบุญข้ำวสำก” ภำคเหนือ เรียก “ตำนก๋วยสลำก” ทั้งนี้ไม่ว่ำจะเรียกชื่อต่ำงกันอย่ำงไร คติควำมเชื่อทำงพระพุทธศำสนำก็เป็นไปในทำงเดียวกัน คือท ำบุญเพื่อ อุทิศส่ วนกุศลให้กับญำติผู้ล่วงลับไปแล้ว บำงแห่งเกิดประเพณีกำรท ำบุญเนื่องจำกว่ำงจำกภำรกิจไร่นำ ถือว่ำท ำบุญครั้งใหญ่ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว สังคมไทยเป็นสังคมเกษตรกรรมและมีความเชื่อ ในพระพุทธศาสนา ชาวไทยพุทธแทบทุกบ้านจะต้องน าเอาพืชผลทางการเกษตรที่ให้ผลผลิตครั้งแรกในฤดูเก็บเกี่ยว โดยน าผลผลิตเหล่านั้นมาเป็นวัสดุในการท ากระยาสารท เช่น ข้าวที่น ามาท าข้าวเม่า ข้าวตอก ถั่ว งา น้ าผึ้ง น้ าตาล และน้ าอ้อย ซึ่งแปลว่า “อาหารที่ท าในฤดูสารท” เพื่อน าไปประกอบพิธีท าบุญและถวายพระสงฆ์ในวันสารท เป็นการอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ รวมทั้งเป็นสิริมงคลแก่ข้าวในนาและพืชผลทางการเกษตร ให้เจริญงอกงามและอุดมสมบูรณ์ ในจังหวัดฉะเชิงเทรำยังมีกำรส่งเสริมภูมิปัญญำท้องถิ่นกำรท ำกระยำสำรทที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น อยู่หลำยอ ำเภอดังจะยกตัวอย่าง เช่น “กระยาสารทร้านรินขนมไทย” ต าบลโสธร อ าเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา “กระยาสารทอาภรณ์”ต ำบลบำงกรูด อ ำเภอบ้ำนโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรำ“กระยาสารทบ้านวังควาย” ต ำบลคลองเขื่อน อ ำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรำ และ “กระยาสารทบ้านโคกหัวข้าว” ต าบลท่าถ่าน อ าเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา “กระยาสารทร้านรินขนมไทย” ต ำบลโสธร อ ำเภอเมืองฉะเชิงเทรำ จังหวัดฉะเชิงเทรำ เจ้ำของร้ำนชื่อ นำงวรพรรณี น้อยใจบุญ เป็นกระยำสำรทที่มีชื่อเสียงในจังหวัดฉะเชิงเทรำ โดยนำงวรพรรณีได้รับกำรถ่ำยทอด ควำมรู้กำรท ำขนมไทยจำกคุณแม่ ซึ่งมีพื้นเพเป็นชำวโรงสีล่ำง ต ำบลบำงกรูด อ ำเภอบ้ำนโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรำ ซึ่งต ำบลบำงกรูดจะมีชื่อเสียงด้ำนกำรท ำขนมไทย แต่หลังจำกที่นำงวรพรรณีได้แต่งงำนกับนำยวิทยำ น้อยใจบุญ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ จึงได้ย้ำยมำอยู่กับสำมีที่ต ำบลโสธร อ ำเภอเมืองฉะเชิงเทรำ จังหวัดฉะเชิงเทรำ ในปีพ.ศ. ๒๕๑๗ และได้น ำกระยำสำรทสูตรโบรำณซึ่งได้รับกำรถ่ำยทอดภูมิปัญญำกำรท ำมำจำกครอบครัว มำปรับปรุงพัฒนำส่วนผสม สูตรดั้งเดิม ท ำให้มีรสชำติที่น่ำรับประทำนให้เป็นที่ต้องกำรของตลำดมำกขึ้น กำรท ำกระยำสำรทสมัยก่อนเมื่อกวนเสร็จ จะน ำมำใส่ปี๊บไว้ส ำหรับรับประทำน หำกเปิดฝำบ่อย ๆ จะท ำให้กระยำสำรทนิ่มและติดกัน ต่อมำบรรพบุรุษได้สืบทอด เคล็ดลับกำรท ำกระยำสำรทไม่ให้ติดกัน เมื่อหยิบมำรับประทำน โดยมีภูมิปัญญำ คือ น ำถั่วลิสงคั่วให้สุกหั่นซอยเป็นชิ้น ทั้งนี้ให้เอำถั่วลิสงมำวำงบนนิ้วมือ ผ่ำถั่วลิสงเป็นซีกบำง ๆ แล้วโรยถั่วลิสงเป็นชั้น ๆ และหยิบใส่เป็นชั้น ๆ ภูมิปัญญำนี้ ท ำให้กระสำรทไม่ติดกันเมื่อหยิบรับประทำน เป็นภูมิปัญญำที่ นำงวรพรรณีได้รับกำรสืบทอดมำจนถึงปัจจุบัน
- ๓ - ในกำรเปิดร้ำนครั้งแรกได้ดัดแปลงโรงฟักไก่ที่บำงพระ ต ำบลโสธร เป็นโรงผลิตขนม โดยทดลองท ำและค้นคว้ำ ด้วยตนเองจำกต ำรำปรับปรุงพัฒนำดัดแปลงส่วนผสม และวิธีกำรให้ทันสมัย น ำกระยำสำรท มำใส่ตู้กระจกเล็ก ๆ กำรท ำขนมกระยำสำรทเป็นกำรค้ำภำยใต้ ชื่อว่ำ “ริน” ซึ่งมำจำกชื่อบุตรสำวคนที่ ๒ ค ำว่ำ “ริน” แปลว่ำ “ทอง” จึงเป็นชื่อ “ร้ำนรินขนมไทย” จนถึงปัจจุบัน กระยำสำรทร้ำนริน มีจุดเด่นในด้ำนรสชำติ ควำมอร่อย หวำน มัน กรอบ มีกำรคัดสรรวัสดุที่มีคุณภำพ ในกำรผลิต ไม่ใส่สี และสำรกันบูด จึงเป็นที่นิยมรับประทำนและซื้อเป็นของฝำก ได้ตลอดทั้งปี และได้รับกำรรับรองจำก ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ ให้เป็นขนม “เชลล์ชวนชิม”ในปีพ.ศ. ๒๕๒๑ โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ แวะมำชิม กระยำสำรทที่ร้ำนแล้วรู้สึกประทับใจ จึงน ำไปเขียนลงในนิตยสำรฟ้ำเมืองไทย เป็นกำรประชำสัมพันธ์และเพิ่มยอดขำยให้กับร้ำนอีกทำงหนึ่ง ต่อมำทำงร้ำนได้ขยำยช่องทำงกำรตลำดโดยกำร ออกงำนแสดงสินค้ำ ออกรำยกำรโทรทัศน์ เช่น แม่บ้ำนที่รัก ตำมไปดู ครัวคุณต๋อย เป็นต้น นอกจำกนี้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ได้รับรำงวัลระดับ ๕ ดำว ในโครงกำรคัดสรรสุดยอดผลิตภัณฑ์หนึ่งต ำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) แต่ในปัจจุบันขนมกระยำสำรทร้ำนรินมี ๕ สูตรด้วยกัน คือ สูตรดั้งเดิม สูตรดั้งเดิมหวำนน้อย สูตรชีวจิต สูตรสมุนไพร และสูตรชำเขียว ซึ่งทำงร้ำนรินขนมไทยได้เพิ่มขนมไทยอย่ำงอื่นเพื่อให้มีควำมหลำกหลำย เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ขนมชั้น ขนมหม้อแกง ขนมกำละแม ขนมหัวผักกำด เป็นต้น ซึ่งถือเป็นกำรอนุรักษ์ขนมไทย ที่ ก ำลังจะหมดไปให้คงอยู่สืบต่อไป กระยาสารทร้านรินขนมไทย มีวัตถุดิบส่วนผสมและขั้นตอนการท า ดังนี้ วัตถุดิบในกำรท ำกระยำสำรท (ในสมัยดั้งเดิม) ๑. น้ ำอ้อยจำกปทุมธำนี ๒. ข้ำวเม่ำ (ข้ำวเหนียว) จำกพื้นที่วัดผำณิตำรำม โดยคั่วข้ำวเม่ำต่อวัน ๓. ถั่วลิสงจำกชลบุรี ๔. งำด ำจำกสุพรรณบุรี เอำงำด ำแช่น้ ำ กะเทำะเปลือกออกและคั่ว (คั่ววันต่อวัน) ๕. ข้ำวตอก (คั่วข้ำวตอกเอง) ๖. มะพร้ำวจำกที่บ้ำน เนื่องจำกที่บ้ำนเป็นสวนมะพร้ำว ส่วนผสมของกระยำสำรท ๑. ข้ำวเม่ำ จ ำนวน ๖ กิโลกรัม / ๑ กระทะ ๒. มะพร้ำวขูดแล้ว จ ำนวน ๖ กิโลกรัม ๓. งำด ำ จ ำนวน ๓ กิโลกรัม ๔. ถั่วลิสง จ ำนวน ๓ กิโลกรัม ๕. ข้ำวตอก จ ำนวน ๓ ขีด ๖. แบะแซ จ ำนวน ๓ ขีด ๗. น้ ำอ้อย จ ำนวน ๖ กิโลกรัม ขั้นตอนกำรท ำกระยำสำรท ๑. คั่วข้ำวเม่ำ งำ ถั่วลิสง อบควันเทียนรวมกันไว้ ๒. คั้นกะทิให้ได้ประมำณ ๗ กิโลกรัม แล้วเก็บหัวกะทิไว้ ๑ กิโลกรัม ๓. หำงกะทิที่เหลือผสมกับน้ ำอ้อย เทใส่กระทะเคี่ยว โดยใช้ไฟปำนกลำง
- ๔ - ๔. ใช้พำยคนจนขันเหนียวมำก ๕. ใส่หัวกะทิคนให้เข้ำกัน ๖. ใส่แบะแซ ๗. ใส่เครื่องที่อบ คลุกให้ทั่วบนไฟอ่อน ๘. ตักใส่ถำด โรยหน้ำด้วยถั่วลิสงซอย ตัดเป็นชิ้น ๆ เก็บใส่ภำชนะไม่ให้ถูกลม เก็บไว้รับประทำนได้หลำยเดือน “กระยาสารทอาภรณ์” ในจังหวัดฉะเชิงเทรำ ถือได้ว่ำเป็นเจ้ำแรกของจังหวัดฉะเชิงเทรำที่ท ำกำรค้ำขำย มำนำน ในอดีตกำรท ำกระยำสำรทเป็นกำรท ำแบบรวมกลุ่มรวมวัตถุดิบและกวนกระยำสำรทกันที่บ้ำนโดยมี รองศำสตรำจำรย์ วิมลศรี ช ำนำญเวช อดีตรัฐมนตรีทบวงมหำวิทยำลัย และคุณยำยจิตรเกษม เหล่ำสินชัย เป็นคนส ำคัญในกำรท ำกระยำสำรท เพรำะมีฝีมือในกำรท ำอำหำรทั้งคำวและหวำน โดยที่บ้ำนของนำยสมภพ วงศ์พยัคฆ์ ก ำนันต ำบลบำงกรูดและเป็นคนเชื้อสำยมอญ บ้ำนตั้งอยู่ริมน้ ำ มีเรือบรรทุกน้ ำอ้อยมำขำย และได้เคี่ยว น้ ำอ้อยใส่โอ่ง ซึ่งกำรท ำน้ ำตำลอ้อยเป็นภูมิปัญญำของชำวมอญ ทั้งนี้คุณยำยจิตรเกษม เหล่ำสินชัย เป็นน้องสำว ของคุณยำยเฮียง (อำรีพันธุ์ น้อยใจบุญ) ซึ่งเป็นคุณยำยของ ก ำนันสมภพ วงศ์พยัคฆ์ และเป็นต้นต ำรับต ำนำน กระยำสำรทน้ ำอ้อยและต ำนำนถั่วลิสงซอย ในสมัยก่อนมีกำรท ำไร่ ท ำนำ ท ำสวนกันมำก ซึ่งผลผลิตจำกกำรท ำไร่ ท ำนำ ท ำสวน ก็มีเป็นจ ำนวนมำก ด้วยจึงเกิดภูมิปัญญำท้องถิ่นในกำรน ำผลิตผลดังกล่ำวมำแปรรูปท ำเป็นอำหำรและขนม “กระยำสำรท” เป็นชื่อขนมที่คนไทยรู้จักและท ำสืบทอดกันมำตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ เพรำะเป็นขนมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีของไทย คือ ใช้ในกำรท ำบุญสำรทไทย ซึ่งตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ ำ เดือน ๑๐ ของทุกปีโดยคนที่นับถือศำสนำพุทธ จะต้องน ำขนมกระยำสำรทไปท ำบุญใส่บำตรที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว ตำมประเพณีสำรทไทย ที่ได้ท ำสืบต่อกันมำจนถึงปัจจุบัน ชำวต ำบลบำงกรูดในสมัยก่อนจะกวนกระยำสำรท ในเทศกำลสำรทไทยเดือนสิบ กำรกวนกระยำสำรทนอกจำกกวนไว้เพื่อท ำบุญสำรทเดือนสิบแล้ว ก็จะน ำไปแจกจ่ำย ให้กับญำติพี่น้องที่ไปอยู่ถิ่นอื่น และแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันในชุมชน นับเป็นวัฒนธรรมอันดีงำมที่สืบสำนกันมำ ซึ่งกระยำสำรทที่ขึ้นชื่อเรื่องควำมอร่อย คือ “กระยำสำรทอำภรณ์” หรือ “กระยำสำรทก ำนันมด” ที่ได้สืบทอด ภูมิปัญญำด้ำนกำรท ำอำหำรมำจำกบรรพบุรุษชำวบำงกรูด โดยเริ่มต้นคุณแม่อำภรณ์ กวนกระยำสำรทขำย มำตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๐ และด้วยเกรงว่ำสูตรกำรท ำกระยำสำรทแบบดั้งเดิมจะสูญหำยไปตำมกำลเวลำ “ผู้ใหญ่มด” (ต ำแหน่งในอดีต) จึงคิดว่ำตนจะสืบสำนภูมิปัญญำนี้ไว้เอง ซึ่งจะท ำกระยำสำรท จ ำหน่ำยในช่วงเทศกำลสำรทไทย เพียง ๒ เดือน คือ เดือนเก้ำและเดือนสิบ และชื่อเสียงเรื่องควำมอร่อย หวำน หอม เหนียวนุ่มก ำลังดี ไม่มีกระด้ำง ชื่อเสียงของกระยำสำรทอำภรณ์นั้นไม่ใช่อยู่ในเฉพำะต ำบลบำงกรูดเท่ำนั้น ยังเป็นที่รู้จักของชำวฉะเชิงเทรำ มีกำรน ำมำขำยตำมร้ำนค้ำต่ำง ๆ ในตัวจังหวัด ในช่วงเทศกำลสำรทไทย โดยเพื่อนของคุณพ่อ คุณแม่ที่ค้ำขำย ในตลำดที่จังหวัดฉะเชิงเทรำ ได้แนะน ำให้ท ำกระยำสำรทไปจ ำหน่ำยเนื่องจากเห็นว่าฝีมือดีในปี พ.ศ. ๒๕๑๐ คุณแม่อำภรณ์ วงศ์พยัคฆ์ ได้น ำกระยำสำรทไปฝำกขำยที่ร้ำนสมสมัยและร้ำนธโนดมตำมค ำแนะน ำ โดยได้ตั้งชื่อ กระยำสำรทตำมผู้เป็นเจ้ำของ คือ “กระยำสำรทอำภรณ์” ต่อมำก่อนที่คุณแม่อำภรณ์ วงศ์พยัคฆ์ จะเสียชีวิตลง ได้ท ำกำรถ่ำยทอดกำรท ำกระยำสำรทให้กับนำยสมภพ วงศ์พยัคฆ์ หรือก ำนันมดไว้เพื่อสืบทอดกำรท ำกระยำสำรทต่อไป ก ำนันมดได้รับมรดกควำมพิถีพิถันละเอียดลออในกำรคัดสรรวัตถุดิบมำจำกคุณแม่ แม้เมื่อท ำเพื่อขำย ก็ยังคงรักษำมำตรฐำนเหมือนท ำกินเอง ก ำนันมดคงมำตรฐำนทุกส่วนประกอบ ไม่ว่ำจะเป็นซื้องำด ำมำขัดเอง ให้เป็นงำขำว โดยน ำงำที่แช่น้ ำไว้มำต ำในครกไม้ใหญ่ และใช้สะโพกจำกต ำงำเพื่อกะเทำะเปลือกให้ออก นับเป็นภูมิปัญญำที่ก ำนันสมภพรักษำคุณภำพของงำ และน ำวัสดุที่เตรียมไว้มำอบควันเทียนให้หอมก่อนน ำไปกวน ซึ่งจะท ำให้กระยำสำรทมีคุณภำพแตกต่ำงจำกที่อื่นนั่นเอง
- ๕ - กระยาสารทอาภรณ์มีวัตถุดิบส่วนผสม ดังนี้ ส่วนผสมของกระยำสำรท ๑. ถั่วลิสง น ำมำคั่วและซอยให้ละเอียด ๒. งำด ำ ๓. ข้ำวเม่ำ ๔. ถั่วเขียวบด ๕. น้ ำตำลอ้อย (ในอดีตใช้อ้อยพันธุ์สิงคโปร์ ปัจจุบันใช้อ้อยเปลือกเขียว) น้ ำตำลอ้อยที่เคี่ยวดั้งเดิม ๖. ข้ำวตอก อบด้วยควันเทียน “กระยาสารทบ้านวังควาย” หมู่บ้ำนวังควำย ต ำบลคลองเขื่อนมีลักษณะเป็นที่รำบลุ่มแม่น้ ำซึ่งเกิดจำก กำรทับถมของตะกอนที่มำกับน้ ำ มีแม่น้ ำบำงปะกงไหลผ่ำน มีคลองน้ ำกระจำยอยู่ทั่วพื้นที่ คือ คลองตะเพลิน คลองเทวำรุท และคลองโปร่งแรด อำณำเขต ทิศเหนือติดต่อกับหมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 ต ำบลบำงโรง ทิศใต้ติดต่อ หมู่ที่ 4 ต ำยลคลองเขื่อน ทิศตะวันออกจรด หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 4 ต ำบลคลองเขื่อน ทิศตะวันตกจรดหมู่ที่ 1 ต ำบลก้อนแก้ว สภำพที่ดินเป็นหนองน้ ำใหญ่ประมำน 10 ไร่ หน้ำแล้งจะมีฝูงควำย และวัวของชำวบ้ำนใกล้เคียงมำนอนแช่น้ ำพัก กินน้ ำ (แถบนี้เลี้ยงวัวเป็นส่วนใหญ่เลี้ยงควำยเป็นส่วนน้อย) คนลำวสมัยก่อนจะต้อนควำยมำขำยโดยใช้หนองน้ ำเป็น จุดพักควำยเสมอ หนองน้ ำนี้ค่อนข้ำงลึกจึงใช้น้ ำท ำนำไม่ได้ มีกกเหลี่ยมและบัวขึ้นอยู่มำกมำย ต่อมำตื้นเขินจึงท ำนำ ปัจจุบันปรับพื้นที่เป็นที่ตั้งของวัดเทวำรุทธำรำม และบ่อเลี้ยงกุ้งของนำยบุญ ดังนั้นที่เรียกวังควำยก็เพรำะเป็นจุดพัก ควำยนั้นเอง กำรเปลี่ยนแปลงของหมู่บ้ำนวังควำย ต ำบลคลองเขื่อนมีกำรเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจำกในช่วงปี พ.ศ. 2550 มีกำรก่อตั้งเป็นอ ำเภอคลองเขื่อน ก่อตั้งวิสำหกิจชุมชน/เกษตรอินทรีย์ ท ำให้มีกำรเข้ำมำดูแลจำก หน่วยงำนต่ำง ๆ มำกขึ้น ประชำชนได้รับควำมช่วยเหลือในด้ำนต่ำง ๆ คนในชุมชนมีกำรพัฒนำไปในทำงที่ดีขึ้น และในปีพ.ศ. 2560 ได้รับรำงวัลเป็นหมู่บ้ำนเศรษฐกิจพอเพียงอยู่เย็นเป็นสุข กระยำสำรทได้รับเป็นสินค้ำ OTOP ได้รับรำงวัลชนะเลิศจำกกองทุนแม่ของแผ่นดิน ท ำให้ประชำชนมีรำยได้มำกขึ้น ชุมชนได้เป็นที่รู้จักมำกขึ้น คนในหมู่บ้ำนมีอำชีพมำกขึ้น วันสำรทไทย ตรงกับวันแรม 15 ค่ ำ เดือน 10 เป็นเทศกำลท ำบุญเดือน 10 ของไทย ซึ่งเป็นประเพณีที่มี มำตั้งแต่สมัยโบรำณ วันสำรทไทย ถือเป็นวันท ำบุญกลำงปี ด้วยว่ำสมัยก่อนเรำถือเอำวันสงกรำนต์ ซึ่งอยู่ในช่วง เดือนเมษำยน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ดังนั้นช่วงเดือนสิบ จึงตกรำวกลำงปีพอดี คนทั่วไปจึงนิยมท ำบุญเพื่อควำมเป็น สิริมงคลแก่ชีวิต เสมือนเป็นกำรเตือนใจตัวเองว่ำ ชีวิตได้ด ำเนินผ่ำนมำถึงกึ่งปีแล้ว ชีวิตข้ำงหน้ำที่เหลือควรจะได้ สร้ำงบุญกุศลไว้เพื่อควำมไม่ประมำท ซึ่งนอกจำกกำรท ำบุญดังกล่ำวแล้ว ยังมีกำรท ำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แก่ บรรพบุรุษผู้ล่วงลับอีกด้วย กำรท ำบุญในประเพณีนี้ อำหำรหวำนที่ใช้ถวำยพระในวันนั้นคือ “กระยำสำรท” ขนมกระยำสำรทเป็นขนมที่อร่อย เก็บไว้รับประทำนได้นำน จึงมีผู้นิยมรับประทำนกันเป็นจ ำนวนมำก สำมำรถจ ำหน่ำยได้ทั้งปี กำรกวนกระยำสำรทนั้น ต้องใช้เวลำและแรงคนหลำยๆ คนจึงจะท ำเสร็จได้ ดังนั้นกำร กวนกระยำสำรทจึงต้องอำศัยควำมสำมัคคีกันของคนในครอบครัว เมื่อกวนกระยำสำรทเสร็จแล้ว ชำวบ้ำนก็จะ น ำไปท ำบุญและแจกจ่ำยให้เพื่อนบ้ำน จะเห็นได้ว่ำสำระส ำคัญของประเพณีวันสำรทไทยมิใช่เป็นเพียงเรื่องของ ขนมที่ใช้ในกำรท ำบุญเท่ำนั้น หำกแต่อยู่ที่กุศโลบำยในกำรสร้ำงควำมสำมัคคีภำยในครอบครัว กำรแสดงควำม กตัญญูต่อบรรพบุรุษ กระยำสำรทเป็นขนมที่เกี่ยวข้องกับประเพณีวันสำรทไทย “กระยำ” แปลว่ำ “อำหำร” อำหำรที่ท ำในวันสำรท ตรงกับวันแรม ๑๕ ค่ ำ เดือน ๑๐ ในหมู่ ๕ บ้ำนวังควำย ต ำบลคลองเขื่อน อ ำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรำ ได้มีกำรรวมกลุ่มในกำรท ำขนมกระยำสำรท คือ “กลุ่มวิสำหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้ำนวังควำย”
- ๖ – เพื่อสร้ำงรำยได้เสริมให้กับสมำชิกในชุมชน โดยคุณยุพิน วัฒนน้อย เป็นประธำนกลุ่ม ซึ่งทำงกลุ่มได้แนวคิดกำรท ำ กระยำสำรทจำกอดีตมำพัฒนำโดยหัวหน้ำเกษตรต ำบลคลองเขื่อน ให้ค ำแนะน ำในกำรอนุรักษ์ของพื้นบ้ำน ซึ่งได้เรียนรู้วิธีกำรท ำจำกผู้สูงอำยุในหมู่บ้ำน เป็นผู้ถ่ำยทอดวิธีกำรท ำกระยำสำรท แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ คุณยุพิน วัฒนน้อย อดีตประธำนกลุ่ม ได้เสียชีวิตลง ปัจจุบัน คุณสุรีย์ จันทมำลำ ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นประธำนกลุ่มวิสำหกิจ ชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้ำนวังควำย ซึ่งปัจจุบันมีสมำชิกจ ำนวน ๓๐ คน โดยเกษตรอ ำเภอคลองเขื่อน ได้พำไปศึกษำ ดูงำนกระบวนกำรท ำกระยำสำรทจำกอ ำเภอปำกพลี จังหวัดนครนำยก ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ กลุ่มวิสำหกิจชุมชน เกษตรอินทรีย์บ้ำนวังควำยได้น ำควำมรู้ แนวคิดมำปรับปรุงพัฒนำต่อยอดเป็นองค์ควำมรู้ใหม่ของกลุ่ม และได้พัฒนำสูตรกำรท ำกระยำสำรทจนสำมำรถวำงจ ำหน่ำยที่ตลำดหน้ำอ ำเภอคลองเขื่อนและอุทยำน พระพิฆเนศวรคลองเขื่อน ต ำบลบำงตลำด อ ำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรำ กระยาสารทบ้านวังควาย มีวัตถุดิบส่วนผสม ดังนี้ ส่วนผสมของกระยำสำรท ๑. ข้ำวตอก ๐.๕ กิโลกรัม ๒. ถั่วลิสง ๑.๕ กิโลกรัม ๓. ข้ำวเม่ำ ๑ กิโลกรัม ๔. แบะแซ ๑ กิโลกรัม ๕. กะทิ ๑ กิโลกรัม ๖. น้ ำตำลปี๊บ ๑.๗๕ กิโลกรัม ๗. งำขำว ๑ กิโลกรัม ๘. น้ ำตำลอ้อย ๐.๕ กิโลกรัม ขั้นตอนกำรท ำกระยำสำรท ๑. น ำถั่วลิสงและงำ มำคั่วให้สุก ส่วนข้ำวเม่ำน ำไปทอดในน้ ำมันพืช พักเก็บไว้ ๒. น ำกระทะใบใหญ่ตั้งไฟใส่น ำกะทิเคี้ยวให้กะทิแตกมัน ๓. ใส่น้ ำตำลปี๊บลงไปคนให้น้ ำตำลและกะทิเข้ำกันคนไปเรื่อยจนน้ ำตำลเหนียวโดยกำรทดลองหยดลง ในน้ ำถ้ำน้ ำตำลจับก้อนแสดงว่ำควำมเหนียวใช้ได้ ๔. ใส่แบะแซลงไปคนให้เข้ำกัน ๕. ลดไฟให้อ่อนมำก ๆ ใส่ข้ำวตอก ข้ำวเม่ำ ถั่ว งำ แล้วคนให้เข้ำกัน ๖. ยกกระทะลงจำกไฟน ำขนมที่ได้มำบรรจุหีบห่อให้สวยงำม ชั่งน้ ำหนัก ตัดเป็นชิ้นตำมขนำดเพื่อบรรจุต่อไป “กระยาสารทบ้านโคกหัวข้าว” หมู่ ๓ บ้ำนโคกหัวข้ำว ต ำบลท่ำถ่ำน อ ำเภอพนมสำรคำม จังหวัด ฉะเชิงเทรำ เป็นชุมชนที่มีคนลำวพวนอำศัยอยู่ โดยมีประเพณีส ำคัญที่เกี่ยวข้องกับพุทธศำสนำ คือ ประเพณีสำรทพวน หรือ งำนบุญเดือนเก้ำ จัดขึ้นในวันแรม ๑๔ ค่ ำ เดือน ๙ เป็นประจ ำทุกปี เพื่อท ำบุญร ำลึกถึง บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และยังเกี่ยวกันกับควำมเชื่อในวิถีกำรท ำนำเพื่อบูชำแม่โพสพเพื่อแสดงถึงควำมกตัญญู พวน หรือ ลำวพวน เป็นชื่อเรียกชนกลุ่มหนึ่งในประเทศไทย แต่เดิมมีถิ่นฐำนอยู่ที่เมืองเวียงจันทน์ ประเทศลำว ก่อนจะอพยพครั้งใหญ่ในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อครั้งสงครำมที่ไทยไปปรำบกบฏเจ้ำอนุวงศ์ แห่งเวียงจันทน์ ชำวลำวพวนจ ำนวนมำกจึงถูกกวำดต้อนเข้ำมำและตั้งถิ่นฐำนกระจำยตัวอยู่ในพื้นที่แถบภำคกลำง
- ๗ - และภำคตะวันออกของประเทศไทยมำจนถึงปัจจุบัน ประเพณีส ำคัญอย่ำงหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพำะของ ชำวลำวพวนนั ่นคืองำน สำรทพวน หรืองำนบุญเดือนเก้ำ จัดขึ้นเป็นประจ ำทุกปีในวันแรม 14 ค่ ำ เดือน 9 หรือรำวช่วงเดือนกันยำยน สำรทพวนถือได้ว่ำเป็นงำนบุญใหญ่ที่ส ำคัญงำนหนึ่งในรอบปีของคนพวน จัดขึ้นเพื่อ ท ำบุญร ำลึกถึงบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ และยังเกี่ยวพันกับควำมเชื่อในวิถีกำรผลิตข้ำวของคนลำวพวนอีกด้วย กำรท ำกระยำสำรท ของหมู่บ้ำนโคกหัวข้ำว ต ำบลท่ำถ่ำน อ ำเภอพนมสำรคำม จังหวัดฉะเชิงเทรำ ท ำโดยครอบครัวม่วงขำว ของนำงสำวทุเรียน ม่วงขำว ที่ได้ท ำกระยำสำรทมำกว่ำ ๗๐ ปี ซึ่งนำงสำวทุเรียน ม่วงขำว ได้รับกำรถ่ำยทอดภูมิปัญญำกำรท ำกระยำสำรทจำกคุณปู่ คุณย่ำ คุณตำ คุณยำย ด้วยกำรกวนกระยำสำรท ในวันแรม ๑๒ ค่ ำ เดือน ๙ ทั้งนี้กำรกวนกระยำสำรทจะกวนเวียนไปทำงขวำอย่ำงเดียว ไปทำงเดียว จะท ำให้กระยำสำรทเหนียว รวมทั้งมีควำมเชื่อว่ำเป็นสิริมงคล กำรจัดงำนวันสำรท ในวันแรม ๑๔ ค่ ำ เดือน ๙ จะน ำกระยำสำรทไปถวำยพระภิกษุที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว รวมทั้งน ำกระยำสำรทมำแบ่งปัน ให้กับเพื่อนบ้ำนเพื่อสร้ำงควำมสัมพันธ์ ควำมสำมัคคีในชุมชน นอกจำกนี้จะน ำห่อข้ำวและกระยำสำรทไปวำงไว้ที่ ท้องนำเพื่อบูชำแม่โพสพ ซึ่งพอดีกับที่ต้นข้ำวก ำลังตั้งท้อง จึงเชื่อว่ำจะท ำให้ข้ำวเกิดผลผลิตดี บ้ำนไหนที่มี ที่นำหลำยแปลง ก็ต้องท ำห่อข้ำวให้เท่ำกับจ ำนวนแปลงนำของตน ห่อข้ำวที่จะน ำไปวำงไว้ที่ท้องนำประกอบด้วย อำหำรคำวหวำนและขนม เพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว มีดังนี้ ๑. ด ำดิน บินบน ได้แก่ ปลำไหล นกหรือไก่ ผลไม้ เช่น กล้วย มะยม อ้อย และผลไม้พื้นบ้ำน ๒. ชั้นบน มีข้ำวและกระยำสำรท ๓. ชั้นล่ำงของเปรี้ยว ของหวำน ๔. ชั้นต่อไปใส่อำหำร นอกจำกนี้ยังมีเฉลว หรือตะเหลว (แต่ละท้องถิ่นจะเรียกแตกต่ำงกัน ซึ่งสำนขึ้นจำกตอกไม้ไผ่ ขัดเข้ำด้วยกัน จนเป็นรูปทรงหกเหลี่ยมแบน) ปักไว้ที่นำ เพรำะเชื่อว่ำเป็นสัญลักษณ์ของควำมศักดิ์สิทธิ์ และถือว่ำ ตะเหลวซึ่งเป็นชื่อที่คนในพื้นถิ่นของอ ำเภอพนมสำรคำมเรียกกัน เป็นเครื่องรำงอย่ำงหนึ่งที่เป็นควำมเชื่อของ บรรพบุรุษ เช้ำวันสำรทจะน ำกระยำสำรทไปใส่บำตรท ำบุญที่วัด แล้วน ำกระยำสำรทใส่ห่อข้ำวไปให้พระสวดท ำพิธี เมื่อกลับจำกวัดตอนสำย ๆ ก็จะเอำห่อข้ำวไปวำงไว้ที่แปลงนำเพื่อบูชำแม่โพสพให้เกิดเป็นสิริมงคล และเพิ่มผลผลิตให้เมล็ดข้ำวเจริญเติบโตงอกงำม กระยำสำรทถือเป็นส่วนส ำคัญของงำน กำรจัดเตรียมส่วนประกอบ ได้แก่ ข้ำวพอง ข้ำวตอก ถั่วลิสง ถั่วเขียวและงำ เอำมำกวนเข้ำด้วยกันกับน้ ำกะทิ น้ ำตำลปี๊บ แบะแซแล้วก็เกลือในกระทะ เคี่ยวจนเหนียวได้ที่ก็จะ ได้เป็นขนมกระยำสำรท วันกวนกระยำสำรทจะมีญำติพี่น้องบ้ำนใกล้เรือนเคียงมำช่วยงำนกันมำกมำย เพรำะกระยำสำรทกวนคนเดียวไม่ได้ ต้องใช้แรงงำนคนเยอะ ๆ มำช่วยกันท ำ บรรยำกำศเหมือนกับวันรวมญำติ กระยำสำรทที่กวนเสร็จแล้วจะเอำมำใส่ห่อเป็นชิ้น ๆ เพื่อเอำไปใส่บำตรที่วัดในวันสำรทพวน นอกจำกนั้นยังเป็น ส่วนประกอบที่ต้องใส่ลงไปในห่อข้ำวอีกด้วย กำรท ำห่อข้ำวคือกำรเอำอำหำรคำวหวำนต่ำง ๆ รวมทั้งผลไม้รสเปรี้ยวหลำยชนิดใส่รวมเข้ำด้วยกัน ห่อด้วยใบตอง อำหำรที่จะต้องใส่ลงในห่อข้ำวก็จะมีข้ำวปำกหม้อ ขนมจีนน้ ำยำกุ้ง และส่วนที่ขำดไม่ได้คือ นกหรือ ว่ำไก่แล้วก็ปลำไหล เรียกว่ำด ำดินกับบินบน ส่วนผลไม้มี กล้วย อ้อย ฝรั่ง ส้มโอ มะเฟือง และผลไม้พื้นบ้ำนที่ขำด ไม่ได้คือไข่เต่ำกับองุ่นป่ำที่เรียกว่ำส้มโก่ย ห่อข้ำวท ำเพื่อเอำไปวำงคู่กับต้นตะเหลวที่นำ เป็นกำรเอำอำหำรไปไหว้ แม่โพสพ ซึ่งจะเป็นช่วงพอดีกับที่ข้ำวในนำก ำลังตั้งท้อง เชื่อว่ำจะท ำให้ผลผลิตข้ำวดี บ้ำนไหนมีที่นำกี่แปลงก็ต้อง ท ำห่อข้ำวให้เท่ำกับจ ำนวนที่นำ นอกจำกนั้นยังต้องสำนตะเหลว ท ำกรวยดอกไม้ขันธ์ห้ำ แล้วก็ท ำต้นตะเหลว
- ๘ - เพื่อเอำไปปักไว้ที่นำ ตะเหลวถือเป็นเครื่องรำงอย่ำงหนึ่ง สำนขึ้นจำกตอกไม้ไผ่ 18 ชิ้น ขัดเข้ำด้วยกันจนเป็น รูปทรงหกเหลี่ยมแบน มัดกรวยดอกไม้ขันธ์ห้ำเข้ำแล้วเอำมำมัดติดกับต้นมะเลือดอีกทีก็จะได้เป็นต้นตะ เหลวโดยต้องน ำต้นตะเหลวไปปักไว้ที่นำทุกแปลง หนึ่งคืนก่อนจะถึงวันสำรทพวน พอถึงเช้ำวันสำรทก็จะไปวัดกัน เอำกระยำสำรทที่ท ำไปใส่บำตร แล้วก็เอำห่อข้ำวไปให้พระสวดท ำพิธี กลับจำกวัดช่วงสำย ๆ ก็จะเอำห่อข้ำวไปแก้ ออก เอำวำงไว้ที่โคนต้นตะเหลว แล้วก็ต้องบอกกล่ำวแก่แม่โพสพว่ำลูกเอำอำหำรมำถวำยให้แม่โพสพได้กิน ขอให้ ปีนี้ต้นข้ำวในนำออกรวงมำก ๆ ให้ได้ข้ำวเยอะๆ ผลผลิตดี กระยาสารบ้านโคกหัวข้าว มีวัตถุดิบส่วนผสม ดังนี้ ส่วนผสมในกำรท ำกระยำสำรท ๑. ข้ำวตอก (เป็นข้ำวตอกคั่วเอง มิได้ซื้อตำมร้ำนค้ำ น ำข้ำวตอกมำต ำ) ๒. ข้ำวเม่ำ ถั่วลิสง งำ คั่วให้เหลืองหอม ๓. ถั่วเขียวคั่ว ๔. กะทิ ๕. น้ ำตำลมะพร้ำว (ท ำให้เกิดควำมอร่อย) ๖. แบะแซ ๗. เกลือ (ใส่เกลือเพื่อให้เกิดรสชำติกลมกล่อม) ขั้นตอนกำรท ำกระยำสำรท ๑. น ำกะทิเทใส่ในกระทะ ใส่น้ ำตำลมะพร้ำว ใส่แบะแซ เกลือนิดหน่อย เมื่อใส่น้ ำตำลมะพร้ำวใช้ไฟอ่อนแล้ว กวนตลอดเวลำ กวนให้เหนียวเป็นยำงมะตูม ๒. น ำข้ำวตอกไปใส่ กวนให้เหลือน้ ำกะทิน้อย ใส่ข้ำวตอกที่ต ำแล้วกวนจนข้ำวตอกจมลงในกะทิจนหมด (ระยะเวลำในกำรกวนนำนจะท ำให้เกิดควำมอร่อย) ๓. น ำข้ำวพอง (ข้ำวเม่ำ) ที่คั่ว ถั่วลิสง งำ ถั่วเขียวคั่ว ลงไปกวนพร้อมกันจนเหลืองกรอบ หอมและยกลงจำก เตำ หำกยังร้อนจัด ให้ใช้ไม้พำยกวนต่อไปจนกว่ำถั่วและงำจะผสมเข้ำกันเป็นอย่ำงดี ๔. เมื่อกระยำสำรทเย็นลง ตัดกระยำสำรทให้เป็นชิ้นตำมต้องกำร น ำไปใส่ถุง ใส่ห่อ ใส่กล่อง หรือห่อใบตอง เพื่อน ำไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประกอบศำสนพิธีของชำวลำวพวน รวมทั้งน ำไปให้ญำติมิตรเพื่อให้เกิดควำมรัก ควำมสำมัคคีของชุมชน ๕. พื้นที่ปฏิบัติมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม (พื้นที่ที่ปรากฏหรือชุมชนที่มีการปฏิบัติมรดกภูมิปัญญาทาง วัฒนธรรม) ๑. ร้านรินขนมไทย ต าบลโสธร อ าเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ๒. บ้านนายสมภพ วงศ์พยัคฆ์ เลขที่ ๑ หมู่ที่ ๒ ต าบลบางกรูด อ าเภอบ้านโพธิ์จังหวัดฉะเชิงเทรา ๓. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านวังควาย หมู่ที่ ๕ บ้านวังควาย ต าบลคลองเขื่อน อ าเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ๔. กระยาสารทบ้านโคกหัวข้าว หมู่ที่ ๓ บ้านโคกหัวข้าว ต าบลท่าถ่าน อ าเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา
- ๙ - ๖. รายชื่อผู้สืบทอด / ผู้ครอง / ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในปัจจุบัน รายชื่อบุคคล/หัวหน้าคณะ/ กลุ่ม/สมาคม/ชุมชน อายุ/อาชีพ ที่อยู่ (สถานที่ติดต่อ) / หมายเลขโทรศัพท์ นางภาวริน น้อยใจอยู่ (ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการท า กระยาสารท) อายุ ๔๙ ปี อาชีพค้าขาย ร้านรินขนมไทย ๑๕/๒ หมู่ที่ ๓ ต าบลโสธร อ าเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา โทรศัพท์ ๐ ๓๘๕๑ ๒๕๓๔ มือถือ ๐๘ ๖๓๑๖ ๒๓๓๖ นายสมภพ วงศ์พยัคฆ์ (ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการท า กระยาสารท) รับต าแหน่ง ก านันต าบล บางกรูดและ ประกอบ อาชีพค้าขาย กระยาสารทอาภรณ์ 1 หมู่ที่ 2, ต ำบลบำงกรูด อ ำเภอบ้ำนโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรำ 24140 โทรศัพท์ ๐ ๓๘๘๒ ๑๑๕๖ นำงสุรีย์ จันทมำลำ (ประธำนกลุมวิสำหกิจชุมชน เกษตรอินทรีย์ บ้ำนวังควำย) อาชีพค้าขาย กลุ่มวิสำหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ บ้ำนวังควำย หมู่ที่ ๕ บ้ำนวังควำย ต ำบลคลองเขื่อน อ ำเภอ คลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรำ โทรศัพท์ ๐ ๓๘๕๐ ๙๑๓๗ มือถือ 08 6822 5265 นำงสำวทุเรียน ม่วงขำว (ผู้สืบทอดภูมิปัญญาการท า กระยาสารท) อาชีพค้าขาย กระยำสำรทบ้ำนโคกหัวข้ำว หมู่ที่ ๓ บ้ำนโคกหัว ข้ำว ต ำบลท่ำถ่ำน อ ำเภอพนมสำรคำม จังหวัด ฉะเชิงเทรำ
- ๑๐ - ๗. ภาพถ่ายที่เกี่ยวข้อง กระยาสารทร้านรินขนมไทย เคี่ยวหางกะทิผสมน้ าอ้อยให้น้ าเหนียวข้น ใส่ข้าวเม่า งา ถั่วลิสง อบควันเทียนรวมกัน ใส่หัวกะทิ ใส่แบะแซ ใส่เครื่องที่อบคลุกให้ทั่ว พร้อมที่จะตักใส่ถาดโรยหน้าด้วยถั่วลิสง
- ๑๑ - บรรจุภัณฑ์กระยาสารทร้านรินขนมไทย บรรจุภัณฑ์กระยาสารทร้านรินขนมไทย บรรจุภัณฑ์กระยาสารทร้านรินขนมไทย บรรจุภัณฑ์กระยาสารทร้านรินขนมไทย
- ๑๒ - กระยาสารทอาภรณ์ กระยาสารทอาภรณ์ การบรรจุหีบห่อกระยาสารทอาภรณ์ บรรจุภัณฑ์กระยาสารทอาภรณ์ บรรจุภัณฑ์กระยาสารทอาภรณ์
- ๑๓ - กระยาสารทบ้านวังควาย คั่วงาให้สุก งาที่คั่วสุกแล้ว เคี่ยวน้ ากะทิกับน้ าตาลปี๊บ น าถั่วลิสง งาขาว มาคั่ว
- ๑๔ - คั่วให้สุกพอประมาณแล้วพักไว้ น ากระยาสารทมาใส่ถุงและกดเกลี่ยให้เสมอกัน น ากระยาสารทมาบรรจุใส่ถุงให้เรียบร้อย บรรจุภัณฑ์กระยาสารทบ้านวังควาย บรรจุภัณฑ์กระยาสารทบ้านวังควาย บรรจุภัณฑ์กระยาสารทบ้านวังควาย
- ๑๕ - กระยาสารทบ้านวังควาย กวนน้ ากะทิกับน้ าตาลมะพร้าว ใส่แบะแซ เกลือ น าข้าวตอกใส่ลงไปแล้วกวนให้เข้ากัน น าข้าวพอง ถั่วลิสง งา ถั่วเขียวลงไปกวนพร้อมกัน กวนส่วนผสมให้เข้ากันแล้วพักให้เย็น น ากระยาสารทที่เย็นแล้วบรรจุใส่ห่อ น ากระยาสารทที่เย็นแล้วบรรจุใส่ห่อ
- ๑๖ - ประเพณีสารทพวน