จัดทำ โดย นางสาว เจนจิร า แก่นสา ร นางสาว นีนญา รัตน์ มัจฉา นางสาว จุฑามาศ เมตตา ปวส.1 แผนกวิชา เทคโนโลยีสา รสนเทศ งานติดตั้งระบบ คอมพิวเตอร์เบื้องต้น รหัสวิชา 30900-0004
คำนำ หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์วิชา งานติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เบื้องต้น รหัสวิชา 30900-0004 เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนสำหรับอาจารย์ผู้สอนและผู้เรียนที่เกี่ยวข้องที่จะสามารถนำไปใช้ใน ด้านการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ แบ่งออกเป็น 7 หน่วย ประกอบด้วย (1) หลักการทำงานของ ไมโครคอมพิวเตอร์ (2) อุปกรณ์พกพา (3) การเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามลักษณะงาน (4) การประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์ (5) การเลือกใช้ และติดตั้งระบบปฏิบัติการ (6) โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ และโปรแกรม ประยุกต์ (7) การปรับแต่งระบบปฏิบัติการตามข้อกำหนด และแบบทดสอบ ผู้จัดทำขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่มีส่วนร่วมในการจัดทำหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้ หากมี ข้อบกพร่องประการใดขอความกรุณาให้ความคิดเห็นและคำแนะนำเพื่อจะนำไปสู่การปรับปรุงในการจัดทำ หนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์ในรายวิชา งานติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ให้ดียิ่งขึ้นต่อไปและหวังเป็นอย่าง ยิ่งว่าหนังสือเรียนอิเล็กทรอนิกส์เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่ออาจารย์ นักศึกษา ตลอดจนบุคคลทั่วไป
สารบัญ เรื่อง หน้า บทที่ 1 หลักการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ - หลักการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ 1 - แบบทดสอบบทที่ 1 3 - แบบทดสอบบทที่ 1 4 บทที่ 2 อุปกรณ์พกพา - ความหมายของอุปกรณ์พกพา 5 - อุปกรณ์พกพา 5 - อุปกรณ์พกพา 6 - อุปกรณ์พกพา 7 - แบบทดสอบบทที่ 2 8 บทที่ 3 การเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามลักษณะงาน - การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงาน 9 - ปัจจัยในการเลือกซื้อซีพียู 10 - ปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้อแรม 11 - ปัจจัยในการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ 11 - ปัจจัยในการเลือกซื้อการ์ดแสดงผล 12 - เคส 13 - จอภาพ 13 - แบบทดสอบบทที่ 3 14 บทที่ 4 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ - ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ 15 - แบบทดสอบบทที่ 4 16
เรื่อง หน้า บทที่ 5 การเลือกใช้ และติดตั้งระบบปฏิบัติการ - ระบบปฏิบัติการแบบเปิด 17 - ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ 17 - ระบบปฏิบัติการแบบปิด 17 - อุปกรณ์พกพา 18 - คอมพิวเตอร์พกพา 18 - ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในแท็บแล๊ต 19 - การ Log on เพื่อเข้าใช้งาน 33 - หน้าตาของ Windows 7 33 - ออกจากการการใช้งาน Windows 7 34 - แบบทดสอบบทที่ 5 35 บทที่ 6 โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ และโปรแกรมประยุกต์ - โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์และโปรแกรมประยุกต์ 38 - ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software หรือ Operating Software : OS) 38 - ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 39 - แบบทดสอบบทที่ 6 41 บทที่ 7 การปรับแต่งระบบปฏิบัติการตามข้อกำหนด - เพิ่มความเร็ว ด้วยการลบข้อมูลพวก Bloatware และโปรแกรมที่ไม่ใช้ออกจากเครื่อง 44 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการจำกัดจำนวน Process ที่จะเริ่มทำงานเวลาเปิดเครื่อง 44 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการเพิ่มแรมให้เหมาะสมกับโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำ 45 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการเปิดระบบ Index หรือ Windows Search ของ Windows 46 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการ Defragment จัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์อยู่เสมอเพื่อประสิทธิภาพ 47 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการปรับ Power Setting เป็น High Performance 48 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการลบไฟล์ขยะออกไปจากเครื่อง 48 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการหมั่นตรวจเช็คไวรัสและสปายแวร์ในเครื่องด้วย Anti-virus 49
เรื่อง หน้า - ถ้ามีปัญหาลองใช้ Performance Troubleshooter เพื่อการเพิ่มความเร็ว 49 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการปิด Desktop Gadgets 50 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการเลือก Wallpaper เป็นสีธรรมดาๆ 50 - เพิ่มความเร็ว ด้วยการปิด Aero ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย 51 - แบบทดสอบบทที่ 7 52 บรรณานุกรม
1 หน่วยที่ 1 หลักการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ หลักการทำงาน ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วยการนำเข้าข้อมูลเพื่อส่งให้กับเครื่อง คอมพิวเตอร์เพื่อทำการประมวลผล ในขณะทำการประมวลผลมีส่วนที่เกี่ยวข้องคือหน่วยความจำหลักและ หน่วยความจำสำรองในช่วงการประมวลผลทุกขั้นตอนรวมทั้งการส่งไปยังหน่วยส่งออก หน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ทําหน้าที่ในการรับข้อมูลหรือคําสั่งจากภายนอกเข้าไปเก็บไว้ใน หน่วยความจําเพื่อเตรียมประมวลผลข้อมูลที่ต้องการ ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ในการนําข้อมูลที่ใช้กันอยู่ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายประเภทด้วย กันสําหรับอุปกรณ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) ทำหน้าที่ในการคํานวณและประมวลผล แบ่งออกเป็น 2 หน่วยย่อย คือ • หน่วยควบคุม ทําหน้าที่ในการดูแล ควบคุมลําดับขั้นตอนของการประมวลผล และการทํางาน ของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในหน่วยประมวลผลกลาง และช่วยประสานงานระหว่างหน่วย ประมวลผลกลาง กับ อุปกรณ์นําเข้าข้อมูล อุปกรณ์ในการแสดงผล และหน่วยความจําสํารอง • หน่วยคํานวณและตรรก ทําหน้าที่ในการคํานวณและเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ ที่ส่งมาจากหน่วยควบคุม และหน่วยความจํา หน่วยความจำ (Memory) ทําหน้าที่ในการเก็บข้อมูลหรือคําสั่งต่างๆ ที่รับจากภายนอกเข้ามาเก็บไว้ เพื่อประมวลผลและยังเก็บผลที่ได้จากการประมวลผลไว้เพื่อแสดงผลอีกด้วย ซึ่งแบ่งออกเป็นหน่วยความจํา เป็นหน่วยความจําที่มีอยู่ ในตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ทําหน้าที่ในการเก็บคําสั่งหรือข้อมูล แบ่งออกเป็น • ROM หน่วยความจําแบบถาวร
2 • หน่วยความจําสํารอง เป็นหน่วยความจําทอี่ยนู่อกเครอื่ง มหีนา้ทชี่ว่ยใหห้น่วยความจํา หลัก สามารถเก็บ ข ้อมูลได้มากขึ้น หน่วยแสดงผล (Output Unit) ทําหน้าที่ในการแสดงผลลัทธ์ที่ได้หลังจากการคํานวณและประมวลผล สําหรับอุปกรณ์ที่ ทําหน้าที่ในการแสดงผลข้อมูลที่ได้นั้นมีต่อไปนี้ • Monitor จอภาพ • Printer เครื่องพิมพ์ • Plotter เครื่องพิมพ์ที่ใช้ปากกาในการเขียนข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการลงกระดาษ
3 แบบทดสอบหน่วยที่ 1 หลักการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ข้อใดไม่ใช่โทษของการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ก. ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ ข. นิ้วล๊อก ค. เสียสายตา ง. ปวดศีรีษะ 2. หน่วยความจำชั่วคราวหมายถึงอุปกรณ์ในข้อใด ก. แรม ข. รอม ค. ฮาร์ดดิสก์ ง. Windows 3. การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ขั้นตอนใดที่ CPU มีบทบาทมากที่สุด ก. การประมวลผล ข. การนำข้อมูลเข้า ค. การควบคุม ง. การแสดงผล 4. จากหลักการทำงานของไมโครคอมพิวเตอร์ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก. การประมวลผล ข. การนำข้อมูลเข้า ค. การควบคุม ง. การแสดงผล 5. ข้อใดไม่ได้อยู่ในส่วนระบบเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก ก. ฮาร์ดแวร์ ข. ซอฟต์แวร์ ค. บุคลากร ง. หน่วยความจำสำรอง
4 หน่วยที่ 2 อุปกรณ์พกพา ในโลกของการติดต่อสื่อสารในปัจจุบันได้มีการพัฒนาที่ก้าวหน้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการสื่อสาร แบบไร้สาย ที่ได้มีการพัฒนาความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้น จากเดิมที่มีการส่งได้เพียงข้อความสั้น(SMS :Short Message Service) และ MMS(Multimedia Messaging Service) ปัจจุบันสามารถทำการโทรศัพท์ แบบเห็นหน้าคู่สนทนากันได้ (Video Call) แต่ต้องผ่านทางระบบของวายฟาย Wi-Fi (wireless fidelity) หรือ ระบบ 3G (Third Generation of Mobile Telephone) ซึ่งสำหรับประเทศไทยแล้ว อุปกรณ์มือถือ และ อุปกรณ์พกพา ส่วนมากในตลาดจะรองรับระบบการรับส่งข้อมูลความเร็วสูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้รับ ความนิยมจากผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยอุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในท้องตลาด จะมีระบบปฏิบัติการเป็นของ ตัวเอง ที่ไม่เหมือนกับระบบปฏิบัติการที่อยู่บนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (PC :Personal Computer) ส่งผลให้ แนวทางในการพัฒนาโปรแกรม เพื่อนำไปใช้งานบนอุปกรณ์เหล่านั้นยุ่งยาก และหลากหลายขึ้น ระบบปฏิบัติการบนอุปกรณ์ดังกล่าว มีอยู่หลายตัวกันเช่น Android, iOS, Windows Phone, BlackBerry, Symbian, webOS, MeeGo และ QNX เป็นต้น โดยลักษณะของระบบปฏิบัติการข้างต้น ส่วนมากจะเป็นประเภทไม่เปิดเผยซอร์ฟแวร์ต้นฉบับ (Closed Source) ซึ่งหมายความว่า ระบบปฏิบัติการ ดังกล่าว ไม่สามารถนำมาศึกษา ดัดแปลงการทำงานของระบบปฏิบัติการเพื่อนำไปใช้งานตามที่ต้องการได้ ทำ ให้เกิดความไม่สะดวกในการพัฒนา และการพัฒนาจะถูกกำหนดทิศทางโดยบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา 1. iOS (ไอโอเอส) หรือชื่อเดิมคือ iPhone OS (ไอโฟนโอเอส) ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นมาโดย Apple Inc. หรือในชื่อเดิมคือ Apple Computer Inc เพื่อรองรับอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เช่น iPhone , iPad, iPod เป็นต้น ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Application Store ได้จาก Apple App Store
5 2. Android (แอนดรอยด์) ระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาโดย Android Inc. จากนั้นบริษัท Google ได้เข้าซื้อกิจการ รวมทั้งบุคลากรทั้งหมด เพื่อนำมาพัฒนาต่อ ซึ่งระบบดังกล่าวได้ถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ไม่ว่าจะ เป็น Smartphone, Tablet , Notebook เป็นต้น ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงApplication Store ได้จาก Google Play Store 3. Windows Phone (วินโดว์โฟน) ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการสำหรับ โทรศัพท์มือถือเวอร์ชันล่าสุด (โดยก่อนหน้านี้ใช้ชื่อว่าWindows Mobile) ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Application Store ได้จาก Windows Phone Store
6 4. BlackBerry OS (แบล็กเบอร์รีโอเอส) ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัท RIM (Research In Motion) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ สื่อสารภายใต้ยี่ห้อ BlackBerry (แต่ปัจจุบันRIM ได้เปลี่ยนชื่อเป็น BlackBerry เพื่อให้สอดคล้องกับชื่อแบ รนด์ของสินค้าหลัก) ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Application Store ได้จากBlackBerry App Word 5. Symbian OS (ซิมเบียน) ระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัท SymbianLtd. และเป็นหนึ่งใน OS ที่บริษัท Nokia พัฒนาเพื่อนำมาใช้กับ โทรศัพท์เคลื่อนที่ของNokia เอง โดยมีจุดเด่นคือเป็นระบบเปิด ผู้ใช้สามารถที่จะนำโปรแกรมอื่น ๆ ที่เขียน ขึ้นมาเพื่อใช้งานรองรับ Symbian มาลงเพิ่มในเครื่องได้เอง ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Application Store ได้ จาก Nokia Ovi Store
7 ปัจจุบันบริษัท Nokia เริ่มจะลดความสำคัญในการพัฒนา Symbian OS แล้วหันมาจับมือกับ บริษัท Microsoft ในการพัฒนาโทรศัพท์มือถือ Nokia ให้ใช้งานได้กับ Windows Phone OS แทน ตัวอย่างอุปกรณ์พกพา เครื่อง PDA PDA ย่อมาจาก Personal Digital Assistant คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพาขนาดเล็ก ซึ่งช่วยอำนวยความ สะดวกในการจดบันทึก , เก็บข้อมูล , เตือนเวลานัดหมาย หรือ จัดการงานต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมไปถึงความสามารถของการเพิ่มเติมแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ใช้งานด้านอื่นๆได้ สามารถทำงานได้ใกล้เคียงกับ คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเลยทีเดียว เช่น การทำ เอกสาร Word, Excel หรือแม้กระทั่งการใช้งานอินเตอร์เน็ต (Internet) ในการเล่นเว็บ หรือการรับ-ส่ง E-Mail และอีกอย่างที่สำคัญคือสามารถทำงานด้านมัลติมีเดีย เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ได้อีกด้วย PDA นั้นสามารถแยกออกมาได้อีกหลายประเภท ตามลักษณะของการใช้งานและระบบปฏิบัติการที่ถูก ติดตั้งอยู่ในเครื่อง PDA นั้นๆ ซึ่งหลักๆที่เรารู้จักกันก็จะมี PDA ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Palm OS หรือที่เรียกว่า Palm และ PDA ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Mobile หรือที่เรียกกันว่า Pocket PC นั่นเอง นอกจากนี้แล้ว ยังมี PDA phone ซึ่งเป็น PDA ที่สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ด้วย
8 • โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟนคือโทรศัพท์มือถือที่นอกเหนือจากใช้โทรออก-รับสายแล้วยังมีแอพพลิเคชั่นให้ ใช้งานมากมาย สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่าน 3G, Wi-Fi และสามารถใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คและ แอพพลิเคชั่นสนทนาชั้นนำ เช่น LINE, Youtube, Facebook, Twitter ฯลฯ โดยที่ผู้ใช้สามารถปรับแต่ง ลูกเล่นการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตรงกับความต้องการได้มากกว่ามือถือธรรมดา ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ นิยม ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอระบบสัมผัส, ใส่กล้องถ่ายรูปที่มีความละเอียดสูง, ออกแบบดีไซน์ให้สวยงาม ทันสมัย, มีแอพพลิเคชั่นและลูกเล่นที่น่าสนใจ • Tablet แท็บเล็ต เป็นเทคโนโลยีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่คุณสามารถพกติดตัวได้โดยวัตถุประสงค์ของ เครื่องคอมพิวเตอร์ชนิดนี้ใช้เพื่อทดแทนสมุดหรือกระดาษ แท็บเล็ต เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลชนิดหนึ่งที่มี ขนาดเล็กกว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค พกพาง่าย น้าหนักเบา มีคีย์บอร์ด ( keyboard ) ในตัว หน้าจอเป็นระบบ สัมผัส ( Touch-screen )ปรับหมุนจอได้อัตโนมัติ แบตเตอรี่ใช้งานได้นานกว่าคอมพิวเตอร์พกพาทั่วไป ระบบปฏิบัติการมีทั้งที่เป็น Android IOS และ Windows ระบบการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์เน็ตมี ทั้งที่เป็น Wi-Fi และ Wi-Fi + 3G
9 แบบทดสอบหน่วยที่ 2 อุปกรณ์พกพา คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. ระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เหมาะสำหรับอุปกรณ์ใด ก. Smartphone ข. Tablet ค. Notebook ง. Microcomputer 2. อุปกรณ์พกพาใดเหมาะสมและใช้งานสะดวกสำหรับการเรียนรู้ ก. Microcomputer ข. NoteBook ค. Smartphone ง. Tablet 3. คอมพิวเตอร์มีบทบาทกับการศึกษาอย่างไร ก. นำมาประยุกต์ใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอน เช่น ทำสื่อต่างๆ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น ข. ใช้ในงานบริหารของโรงเรียน เช่น การจัดทำประวัตินักเรียน ประวัติครูอาจารย์ เป็นต้น ค. ใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ เช่นการค้นคว้าจากอินเทอร์เน็ต ง. ถูกทุกข้อ 4. Note Book เป็นขนาดของคอมพิวเตอร์ชนิดใด ก. ขนาดตั้งโต๊ะ ข. ขนาดสมุดโน๊ต ค. ขนาดวางตัก ง. ขนาดฝ่ามือ
10 5. เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ทำงานด้วยระบบใด? ก. Digital ข. Analog ค. Calculate ง. Numerical
11 หน่วยที่ 3 การเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามลักษณะงาน เครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันได้พัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถประมวลผลได้เร็วขึ้น แต่ราคา ถูกลงกว่าแต่ก่อนมาก การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้งานทำได้ง่าย มีให้เลือกหลากหลายรุ่นตามร้านค้า ทั่วไป แต่ผู้ใช้งานควรพิจารณาว่าจะนำคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อทำงานด้านใด เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์มีทั้ง แบบที่ใช้ได้กับงานทุกประเภทหรืองานเฉพาะ ด้าน แม้ว่าราคาเครื่องอุปกรณ์ต่างๆจะถูกลง แต่ผู้ใช้ควรเลือก คอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งานเพื่อให้คุ้มค่ากับ จำนวนเงิน ตัวอย่างของการเลือกซื้อเครื่อง คอมพิวเตอร์ตามลักษณะของงานแต่ละประเภท เช่น งานเอกสาร หรืองานในสำนักงาน เป็นการใช้คอมพิวเตอร์สำหรับจัดการด้าน เอกสารรายงาน ตกแต่งภาพ ทำการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ ดูภาพยนตร์หรือสื่อทางการศึกษา ติดต่อสื่อสาร ค้นหา ข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต ใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เช่น ซอฟแวร์ประมวลคำ และซอฟแวร์ตารางทำงาน เครื่อง คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูที่มีความเร็ว สูง คือประมาณ 1 GHz ขึ้นไป แต่ควรมีแรม อย่างน้อย 1 GB และอาจเลือกใช้จอภาพแบบแอลซีดีขนาดใหญ่ 17 – 19 นิ้ว เพื่อถนอมสายตา เนื่องจาก ลักษณะงานต้องจ้องมองจอภาพตลอดเวลา งานกราฟิก เป็นใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการตกแต่งและออกแบบภาพ และมีการเรียกใช้งาน โปรแกรมหราฟิกหลายๆ โปรแกรมในเวลาเดียวกัน ใช้ซอฟแวร์กราฟิกในการสร้างชิ้นงาน เช่น งานสิ่งพิมพ์ งานนำเสนอแบบมัลติมีเดีย สร้างเว็บไซต์ ติดต่อสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต โดยมีการรับ-ส่งข้อมูลจำนวนมากที่มี ทั้งภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานประเภทนี้จำเป็นต้องมีซีพียูที่มีความเร็ว อยู่ใน ระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง ประมาณ 2 GHz ขึ้นไปใช้แรมอย่างน้อย 2 GB ขึ้นไป และมีฮาร์ดดิสก์ที่มีความ จุสูงเพื่อใช้ในการเก็บข้อมูลจำนวนมาก งานออกแบบที่ต้องแสดงผลเป็น 3 มิติ เป็นการออกแบบภาพ 3 มิติ สร้างภาพยนตร์ สร้างการ์ตูน แอนิเมชัน(animation) ตัดต่อวีดีทัศน์ ตัดต่อเพลง เล่นเกมที่มีกราฟิกสูง งานประเภทนี้ต้องการเครื่อง คอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถในการคำนวณและแสดงภาพ ความละเอียดสูงสุดได้ ดังนั้น ควรเลือกซีพียูที่มี ความเร็วไม่น้อยกว่า2 GHz มีแรมอย่างน้อย 4 GB การ์ดแสดงผลที่สามารถแสดงภาพที่มีความละเอียดสูงได้ดี ควรใช้จอภาพขนาดไม่ต่ำ กว่า 24 นิ้ว และควรมีเครื่องสำรองไฟเนื่องจากการทำงานประเภทนี้คอมพิวเตอร์ ต้องใช้เวลาใน การประมวลผลนานถ้าหากไฟดับหรือไฟกระตุกจะไม่สะดวกใน การเริ่มทำงานใหม่- งานเอกสาร หรืองานในสำนักงาน เป็นการใช้คอมพิวเตอร์ สำหรับการจัดการด้าน เอกสาร รายงาน ตกแต่งภาพ ทำการ์ดอิเล็กทรอนิกส์ ฯลฯ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในงานประเภทนี้ไม่
12 จำเป็นต้องใช้ซีพียูที่มีความ เร็วสูง คือประมาณ 1 GHz ขึ้นไปแต่ควรมีแรมอย่างน้อย 1 GB และอาจเลือก จอภาพแบบแอลซีดีขนาด17-19 นิ้ว ปัจจัยในการเลือกซื้อซีพียู 1. บริษัทผู้ผลิต มี 2 บริษัทชั้นนำ คือ บริษัทอินเทล และ บริษัทเอเอ็มดี 2. ความเร็วของซีพียู ความเร็วของซีพียูขึ้นอยู่กับความถี่สัญญาณนาฬิกา 3. หน่วยความจำแคช เป็นหน่วยความจำความเร็วสูงเพื่อให้การทำงานเร็วขึ้น ควรพิจารณาเลือกซื้อ ซีพียูที่ความจุของหน่วยความจำแคชมาก 4. ความเร็วบัส คือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลระหว่างซีพียูและอุปกรณ์อื่นๆ ควรเลือกซีพียูที่มี ความเร็วบัสสูง และสอดคล้องกับความเร็วของอุปกรณ์อื่น เมนบอร์ด ต้องคำนึงถึงในการซื้อเมนบอร์ด เช่น ซ็อกเก็ตซีพียู ฟรอนต์ไซด์บัส สล็อตหน่วยความจำ ช่อง สำหรับติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ หรือ สล็อต พอร์ต ขั้วต่อและรูปแบบหรือฟอร์มแฟกเตอร์ ปัจจัยในการพิจารณาเลือกซื้อแรม 1. ประเภทของแรม ต้องพิจารณาเลือกซื้อให้ตรงกับสล็อตหน่วยความจำบนเมนบอร์ด 2. ความจุ มีตั้งแต่ 256 MB ขึ้นไป เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานด้านกราฟฟิกจะใช้แรมที่มีความจุสูง สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันมักจะติดตั้งแรม 1 GB ขึ้นไป 3. ความเร็วของแรม เลือกใช้ความเร็วให้สอดคล้องกับความเร็วบัสและเมนบอร์ด ปัจจัยในการเลือกซื้อฮาร์ดดิสก์ 1. การเชื่อมต่อ ใช้มาตรฐาน EIDE และ SATA 2. ความจุข้อมูล ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ 3. ความเร็วรอบ โดยทั่วไปฮาร์ดดิสก์ของซีพีจะมีความเร็วรอบอยู่ที่ 7,200 รอบต่อนาที ปัจจัยในการเลือกซื้อการ์ดแสดงผล 1. ชิปประมวลผลกราฟิก หรือจีพียู เป็นอุปกรณ์ที่เพิ่มความเร็วในการแสดงผลถ้าประมวลผลสามมิติ อาจใช้ชิปของบริษัท nVIDIA รุ่น GeForce 9 และ GTX2xx 2. การเชื่อมต่อ มี 2 แบบ คือ แบบใช้กับบัส PCI Express และ บัส AGP 3. ความจุของหน่วยความจำบนการ์ด ถ้ามีความจำมากของหน่วยความจำมากจะแสดงภาพมัลติมีเดีย ความละเอียดสูงได้ดี
13 เคส โดยทั่วไปเป็นกล่องสี่เหลี่ยม ทำหน้าที่เป็นโครงยึดให้กับอุปกรณ์ภายในต่างๆ ที่ประกอบเป็นเครื่อง คอมพิวเตอร์ ทั้งเมนบอร์ด ฮาร์ดดิสก์ แหล่งจ่ายไฟ เป็นต้น หลักในการพิจารณาเลือกซื้อเคส - มีช่องระบายความร้อน - มีพื้นที่ที่จะเพิ่มอุปกรณ์ได้ - ลักษณะของเคส เช่น เคสในแนวนอน - ในกรณีที่เป็นการใช้งานทั่วไป อาจเลือกใช้เคสที่มีแหล่งจ่ายไฟ ติดตั้งมาให้สำเร็จแล้ว จอภาพ ที่พบอยู่มี 2 ประเภท คือ จอซีอาร์ที และ แอลซีดี ปัจจัยในการเลือกซื้อจอภาพ เช่น - ความละเอียดของภาพ ถ้ามีความละเอียดสูงจะทำให้ภาพคมชัดมากขึ้น - ขนาด ขนาดของจอภาพจะวัดเป็นแนวทแยงมุม
14 แบบทดสอบหน่วยที่ 3 การเลือกใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ตามลักษณะงาน คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. สมชายมีอาชีพเป็นนักสร้างการ์ตูนแอนิเมชั่น ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หลัก เพื่อ ช่วยในการทำงาน สมชายถือเป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับใด ก. ระดับผู้เล่นเกม. ข. ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟิก. ค. ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟิกขั้นสูง. ง. ระดับผู้ใช้งานทั่วไปและผู้ใช้งานมือใหม่ 2. กระบวนการในข้อใดเกิดขึ้นเป็นสิ่งแรกเมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ก. เช็คสถานะของฮาร์ดแวร์. ข. โหลดระบบปฏิบัติการเข้าสู่หน่วยความจำหลัก. ค. หน่วยประมวลผลกลางประมวลชุดคำสั่งในหน่วยความจำหลักแบบแก้ไขได้ (RAM). ง. หน่วยประมวลผลกลางประมวลชุดคำสั่งในหน่วยความจำหลักแบบอ่านได้อย่างเดียว (ROM) 3. อุปกรณ์รับข้อมูลใดที่สามารถจัดเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ภาพ ก. แป้นพิมพ์. ข. สแกนเนอร์. ค. ปากกาสไตลัส. ง. จอภาพแบบไวต่อการสัมผัส
15 4. อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใดต่อไปนี้จัดเป็นหน่วยรับเข้าและส่งออก ก. เมาส์. ข. ฮาร์ดดิสก์. ค. จอภาพแบบสัมผัส. ง. เครื่องบันทึกแผ่นซีดี 5. ในการเลือกซื้อแป้นพิมพ์เพื่อการใช้งาน ควรพิจารณาจากสิ่งใด เป็นสำคัญ ก. ราคาถูก. ข. มีความสวยงาม. ค. มีขนาดเล็กกะทัดรัด. ง. มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการใช้งาน
16 หน่วยที่ 4 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ ขั้นตอนการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยตนเอง ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปซึ่งเราสามารถหัด ประกอบด้วยตนเองได้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ขั้นแรกให้เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น ไขควงสี่แฉก กล่องสำหรับ ใส่น็อต คู่มือเมนบอร์ด คีมปากจิ้งจก 2. เริ่มจากการติดตั้งซีพียูก่อน โดยง้างขาล็อคของซ็อกเก็ตขึ้นมาจากนั้นนำซีพียูมาใส่ลงไปในซ็อกเก็ตโดยให้ วางตำแหน่งขาที่ 1 ของซีพียูและซ็อกเก็ตให้ตรงกัน โดยสังเกตว่าที่ขาที่ 1 ของซีพียูจะทำเครื่องหมายเป็นจุด เล็กไว้ที่มุมด้านบนของซีพียู 3. เมื่อวางซีพียูตรงล็อคกับซ็อกเก็ตแล้ว จากนั้นให้กดขาล็อกลงไปเหมือนเดิม แล้วนำซิลิโคนมาทาตรงบริเวณ คอร์ (แกน) ของซีพียู และไม่ควรทาซิลิโคนให้หนา หากเห็นว่าหนาเกินไปให้ใช้กระดาษหรือแผ่นพลาสติกมา ปาดออกเสียบ้าง 4. ติดตั้งฮีทซิงค์และพัดลมลงไปบนคอร์ของซีพียู ติดล็อกให้เรียบร้อยในขั้นตอนนี้มีจุดที่ต้องระวังอยู่ 2 จุดคือ การติดตั้งฮีทซิงค์ของพัดลมจะต้องแนบสนิทกับคอร์ของซีพียู อย่าพยายามกดแรงไป บางทีคอร์ของซีพียูอาจ บิ่นได้ส่วนขาสปริงที่ยึดพัดลมบางทีมันแข็งเกินไป บางคนใช้ไขควงพยามยามกดขาสปริงให้เข้าล็อก ซึ่งอาจทำ ให้พลาดไปขูดเอาลายปริ้นบนเมนบอร์ดขาดทำให้เมนบอร์ดอาจเสียหายได้ 5. เสียบสายไฟของพัดลมเข้ากับขั้ว CPU FAN โดยดูจากคู่มือเมนบอร์ด 6. นำแรมมาเสียบเข้ากับซ็อกเก็ตแรมโดยให้ตรงกับร่องของซ็อกเก็ต จากนั้นจึงกดลงไปจนด้านล็อกทั้ง 2 ด้าน ดีดขึ้นมา (บางเมนบอร์ดตัวล็อกทั้งสองด้านอาจไม่จำเป็นต้องดีดขึ้นมาก็ได้ให้ดูว่าเข้าล็อกกันก็พอ) 7. ขันแท่นรองน็อตเข้ากับเคส 8. นำเมนบอร์ดที่ได้ติดตั้งซีพียูและแรมวางลงไปบนเคส จากนั้นขันน็อตยึดเมนบอร์ดเข้ากับตัวเคสให้ครบทุก ตัว 9. เสียบการ์ดแสดงผลลงไปในสล็อต AGP เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส 10. เสียบการ์ดเสียงลงไปในสล็อต PCI เสร็จแล้วขันน็อตยึดติดกับเคส 11. เสียบสายเพาเวอร์ซัพพลายเข้ากับขั้วต่อบนเมนบอร์ด โดยควรเสียบให้ปลั๊กของสายเพาเวอร์ซัพพลาย ตรงล็อกกับขั้วต่อบนเมนบอร์ด 12. สอดไดรฟ์ซีดีรอมเข้ากับช่องว่างหน้าเคส แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่น
17 13. เสียบสาย IDE เข้ากับไดรฟ์ซีดีรอมโดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1หรือด้านที่ติดกับขั้วสายไฟ จากนั้นจึง เสียบสายไฟและสายสัญญาณเสียงเข้าไปด้วย 14. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Secondary IDE บนเมนบอร์ดโดยแถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อ ด้วย 15. สอดฮาร์ดดิสก์เข้ากับช่องติดตั้ง แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่น 16. เสียบสาย IDE เข้ากับฮาร์ดดิสก์โดยให้แถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือด้านที่ติดกับขั้วสายไฟ จากนั้นจึงเสียบ สายไฟเข้าไปด้วย 17. เสียบสาย IDE อีกด้านเข้ากับขั้วต่อ Primary IDE บนเมนบอร์ด โดยแถบสีแดงตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อ ด้วย 18. สอดไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์เข้าไปในช่องติดตั้ง แล้วขันน็อตยึดกับตัวเคสให้แน่น 19. เสียบสายไฟเข้ากับขั้วต่อสายไฟของฟล็อบปี้ดิสก์ ให้สังเกตสายไฟของฟล็อบปี้ดิสก์จะมีหัวขนาดเล็กกว่า สายไฟของซีดีรอมและฮาร์ดดิสก์ 20. เสียบสายแพขนาด 34 เส้น (เส้นเล็กกว่าสายแพของฮาร์ดดิสก์และซีดีรอม) ให้ด้านที่มีการไขว้สายเข้ากับ ขั้วต่อไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์ โดยแถบสีแดงของสายแพต้องตรงกับขาที่ 1 ของขั้วต่อด้วย หากใส่ผิดด้านไฟของ ไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์จะติดตลอด วิธีแก้ไขคือให้หันสายแพกลับด้านเพราะไดรฟ์ฟล็อบปี้ดิสก์บางยี่ห้ออาจต้องใส่ สลับด้านกัน 21. เสียบสายแพอีกด้านเข้ากับขั้วต่อฟล็อบปี้ดิสก์บนเมนบอร์ด โดยให้สายสีแดงตรงกับขาที่ 1 หรือ pin1 ของ ขั้วต่อด้วย 22. เสียบสายสัญญาณต่างๆ จากเคส เช่น สวิตช์เปิดปิดเครื่อง ไฟบอกสถานะเปิดเครื่อง ไฟบอกสถานะ ฮาร์ดดิสกปุ่ม Reset ลำโพง ลงบนเมนบอร์ดควรดูคู่มือเมนบอร์ดประกอบด้วย โดยต้องเสียบขั้วให้ถูกหากผิด ขั้วคอมพิวเตอร์จะไม่ติดหรือมีไฟค้างตลอดเวลา วิธีแก้ไขคือให้เราลองสลับขั้วและเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่ 23. เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เราลองสำรวจดูว่ามีน็อตหรืออุปกรณ์อื่นๆตกค้างอยู่บนเมนบอร์ดหรือไม่ เพราะ อาจทำให้เกิดกระแสไฟลัดวงจรจนเกิดความเสียหายต่อเมนบอร์ดและอุปกรณ์ต่างๆ บนเมนบอร์ดได้ นอกจากนี้ควรตรวจสอบการติดตั้งทั้งหมดว่าเรียบร้อยดีแล้ว เช่น การ์ดต่างๆ หรือสายสัญญาณเสียบแน่นหนา ดีหรือยัง โดยเฉพาะฮีทซิงค์และพัดลมต้องแนบสนิทกับซีพียู พร้อมทั้งล็อกติดกันอย่างแน่นหนา 24. เมื่อเรียบร้อยดีแล้วปิดฝาเคสและขันน็อตให้เรียบร้อย ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอนการประกอบเครื่องอย่าง ถูกต้องและสมบูรณ์แบบแล้ว
18 แบบทดสอบหน่วยที่ 4 การประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1.ปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง เรียกว่าอะไร ก.Power Led ข.Packet ค.Lamp Type ง.Power Button จ.LED 2.ข้อใดคือแผงวงจรหลัก ก.เมนบอร์ ข.Motherboard ค.System Board ง.ซีพียู จ.ถูกทั้ง ก. ข.และค. 3.ขั้นตอนที่คอมพิวเตอร์ตรวจเช็คตัวเอง เรียกว่า ก.Restart ข.Reset ค.Shut Down ง.POST จ.Start
19 4.ข้อใดเป็นอุปกรณ์ที่อ่านข้อมูลจากแผ่นซีดี ก.ฟลอปปีดิสก์ไดร์ฟ ข.แฟรชไดร์ฟ ค.แฮนดี้ไดร์ฟ ง.พอร์ตยูเอสบี จ.ซีดีไดร์ฟ 5.ตัวถังหรือกล่องคอมพิวเตอร์ ก.ซีพียู ข.เคส ค.เมนบอร์ด ง.แผงวงจรหลัก จ.Motherboard
20 บทที่ 5 การเลือกใช้ และติดตั้งระบบปฏิบัติการ ระบบปฏิบัติการแบบเปิด เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้หลายประเภท ไม่ยึดติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ประเภทใด เช่น ระบบปฏิบัติการ Unix, Linux ระบบปฏิบัติการยูนิกซ์(unix) เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการยูนิกส์เป็น ระบบปฏิบัติการที่เทคโนโลยีแบบเปิด (Open system)ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ใช้ไม่ต้องผูกติด กับระบบใดระบบหนึ่งหรือใช้อุปกรณ์ที่มียี่ห้อเดียวกันยูนิกซ์ยังถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานใน ลักษณะที่มีผู้ใช้ได้หลายคนในเวลาเดียวกันที่เรียกว่าระบบหลายผู้ใช้และสามารถทำงานได้หลายๆงานในเวลา เดียวกัน ในลักษณะที่เรียกว่า ระบบหลายภารกิจระบบปฏิบัติการยูนิกซ์จึงนิยมใช้กับเครื่องที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเพื่อ ใช้งานร่วมกันหลายๆเครื่องพร้อมกัน
21 ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์(Linux) เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาจากระบบยูนิกซ์ คือระบบลีนุกซ์เป็นระบบปฏิบัติการประเภทแจกฟรี (Free Ware)ผู้ใช้สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ระบบลีนุกซ์สามารถทำงานได้บนซีพียูหลายตระกูล เช่น อินเทล (PC Intel) ดิจิตอล (Digital Alpha Computer) และซันสปาร์ค (SUNSPARC) ระบบปฏิบัติการแบบปิด เป็นระบบปฏิบัติการที่สร้างขึ้นมาเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ระบบหนึ่งระบบใดหรือยี่ห้อหนึ่ง ยี่ห้อ ใดเท่านั้น
22 อุปกรณ์พกพา อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อพิจารณาเครือข่ายการสื่อสารทั่วไปจากอดีตจนถึง ปัจจุบัน เห็นได้ชัดว่ามนุษย์ใช้อุปกรณ์การสื่อสารแบบพกพามากขึ้นเรื่อย ๆ คอมพิวเตอร์พกพา คอมพิวเตอร์พกพา เรียกสั้น ๆ ว่า แท็บแล๊ต เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะการทำงานทุกอย่างไว้บน หน้าจอสัมผัสโดยใช้ปากกาสไตลัส ปากกาดิจิทัล หรือปลายนิ้ว
23 ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในแท็บแล๊ต 1.ระบบปฏิบัติการ ไอโอเอส (IOS) ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) มีชื่อเดิมว่า iPhone OS ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) เป็น ระบบปฏิบัติการสำหรับสมาร์ทโฟน (Smartphone) ของแอปเปิล โดยเริ่มต้นพัฒนาสำหรับใช้ใน โทรศัพท์iPhone และได้พัฒนาต่อใช้สำหรับ iPot Touch และiPad 2.ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ Android คือ ระบบปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์พกพา เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ เน็ตบุ๊ก ตัวอย่างแท็บเล็ตที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ของบริษัท Google
24 3.ระบบปฏิบัติการแบล็คเบอลี่ โอเอส 4.ระบบปฏิบัติการวินโดวส์
25 การ Log on เพื่อเข้าใช้งาน 1. คลิกที่รูป User account หรือกด Enter เพื่อเข้าใช้งานวินโดวส์ 2. ถ้ามีรหัสผ่านก็ให้ใส่รหัสผ่านลงในช่องนี้ก่อน 3. กด Enter หรือคลิกที่ปุ่มนี้เพื่อเข้าสู่การใช้งานวินโดวส์ หน้าตาของ Windows 7 หน้าตาของ Windows 7 มีชื่อเรียก ส่วนประกอบต่าง ๆ ดังนี้ 1. ปุ่ม Start Menu 2. Search คำสั่งสำหรับค้นหาโปรแกรม ไฟล์หรือโฟลเดอร์ภายในเครื่อง 3. All Programs แสดงรายชื่อโปรแกรมที่มีทั้งหมดในเครื่อง 4. Recent Use แสดงรายชื่อโปรแกรมที่เรียกใช้งานบ่อยๆ 5. Pinned Icon แสดงรายชื่อโปรแกรมที่ปักหมุดไว้ เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งาน 6. ภาพแสดงแทนตัวผู้ใช้เครื่อง (User) ที่เข้าระบบอยู่ในขณะนั้น 7. ชื่อ User ที่ล็อกอินหรือกำลังเข้าใช้งาน Windows 7 อยู่ในขณะนั้น 8. โฟลเดอร์เก็บไฟล์งานของ User ที่กำลังเข้าระบบอยู่ในขณะนั้น 9. Control Panel กลุ่มโปรแกรมสำหรับปรับแต่ง Windows 7
26 10. Devices and Printers คำสั่งสำหรับดูรายชื่ออุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อใช้งานกับ Windows 7 หรือรายชื่อ ไดรเวอร์ที่มีการติดตั้งไว้ และไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ 11. Default Programs คำสั่งกำหนดให้โปรแกรมใดเป็นโปรแกรมหลัก สำหรับการเรียกใช้งานไฟล์ข้อมูลแบบ ต่างๆ 12.Help and Support รวมคำสั่งอธิบายการใช้งาน Windows 7 คล้ายๆ กับเป็นคู่มือของโปรแกรมนี้นั่นเอง แต่เป็นภาษาอังกฤษ 13. Shutdown คำสั่งปิดเครื่อง เมื่อสิ้นสุดการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ เราสามารถออกจากการใช้งาน windows ได้ด้วยการคลิกที่ start แล้วคลิกปุ่ม shut down ซึ่ง windows จะทำการปิดโปรแกรมและ ไฟล์ที่เปิดอยู่ทั้งหมด จากนั้นก็จะปิดโปรแกรม windows และ ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เองทันที
27 ออกจากการใช้งาน windows 7 แบบทดสอบ หน่วยที่ 5 การเลือกใช้ และติดตั้งระบบปฏิบัติการ 1. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการ log on เพื่อเข้าใช้งาน ก. เป็นการป้องกันข้อมูลต่างๆไม่ให้เกิดความเสียหาย ข. เป็นการค้นหาโปรแกรมใน windows7 ค. การ log on เพื่อเข้าใช้งานจะใช้รหัสผ่านหรือไม่ก็ได้
28 ง. การ log on เป็นขั้นตอนก่อนที่จะเข้าไปใช้งานวินโดวส์ 2. หากเราต้องการปิดเครื่องคลิกที่ปุ่มใด ก. log on ข. Start Menu ค.Control Panel ง. shut down 3. ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในแท็บแล๊ต มีทั้งหมดกี่ระบบปฏิบัติการ ก. 4 ระบบปฏิบัติการ ข. 5 ระบบปฏิบัติการ ค. 7 ระบบปฏิบัติการ ง. 8 ระบบปฏิบัติการ 4. คอมพิวเตอร์พกพา เรียกสั้น ๆ ว่า อะไร ก. แท็บแล๊ต ข. มินิคอมพิวเตอร์ ค. โน๊ตบุ๊ค ง. โทรทัศน์ 5. ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) มีชื่อเดิมว่า อะไร ก. iPhone OS ข.ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ค. ระบบปฏิบัติการแบล็คเบอลี่ โอเอส ง. ระบบปฏิบัติการวินโดวส์
29 บทที่ 6 โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ และโปรแกรมประยุกต์ โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ และโปรแกรมประยุกต์ Software (ซอฟต์แวร์) เป็นองค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ที่เราไม่สามารถสัมผัสจับต้องได้โดยตรง เป็น ชุดคำสั่งหรือโปรแกรม (Program) ที่เขียนขึ้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์ทำงาน ซอฟต์แวร์จึงเป็นเสมือนตัวเชื่อม ระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ให้สามารถเข้าใจกันได้
30 ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ซอฟต์แวร์ระบบ 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 1. ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software หรือ Operating Software : OS) หมายถึงโปรแกรมที่ทำหน้าที่ประสานการทำงาน ติดต่อการทำงาน ระหว่างฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ ประยุกต์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ Software ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำหน้าที่ในการจัดการ ระบบ ดูแล รักษาเครื่อง การแปลภาษาระดับต่ำหรือระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องเพื่อให้เครื่องอ่านได้เข้าใจ ซอฟต์แวร์ระบบ แบ่งได้ 4 ชนิด ดังนี้ 1.1 ระบบปฏิบัติการ (Operating System) หมายถึง ชุดโปรแกรมที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ประยุกต์มีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนคำสั่งสำหรับควบคุมการทำงานของ ฮาร์ดแวร์ให้กับซอฟต์แวร์ประยุกต์ เช่น Windows XP , DOS , Linux , Mac OS X
31 1.2 ยูทิลิตี้ (Utility Program) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทำให้ เครื่องทำงานง่ายขึ้นเร็วขึ้น และการป้องกันการรบกวนโดยโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น โปรแกรมป้องกัน ไวรัส , โปรแกรม Defrag เพื่อจัดเรียงข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ใหม่ ทำให้การอ่านข้อมูลเร็วขึ้น , โปรแกรมยกเลิก การติดตั้งโปรแกรม Uninstall Program , โปรแกรมบีบอัดไฟล์ (WinZip-WinRAR)เพื่อทำให้ไฟล์มีขนาดเล็ก ลง ,โปรแกรมการสำรองข้อมูล(Backup Data) 1.3 ดีไวซ์ไดเวอร์ (Device Driver หรือ Driver) เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ติดต่อกับคอมพิวเตอร์ในส่วนการ รับเข้าและการส่งออก ของแต่ละอุปกรณ์ เช่น เมื่อเราซื้อกล้องวีดีโอมาใหม่และต้องการนำเอาวีดีโอที่ถ่ายเสร็จ นำไปตัดต่อที่คอมพิวเตอร์ ก็ต้องติดตั้งไดเวอร์ หรือโปรแกรมที่ติดมากับกล้อง ทำการติดตั้งที่เครื่อง คอมพิวเตอร์เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์รู้จักและสามารถรับข้อมูลเข้าและส่งข้อมูลออกได้ โดยปกติโปรแกรม windows ที่เรามีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีไดเวอร์ติดตั้งมาให้แล้วโดยเราไม่ต้องทำ การติดตั้งไดเวอร์เอง เช่น ไดเวอร์สำหรับเมาส์ ,ไดเวอร์คีย์บอร์ด, ไดเวอร์สำหรับการใช้ USB Port , ไดเวอร์ เครื่องพิมพ์ แต่ถ้าอุปกรณ์ใดไม่สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ก็ต้องหาไดเวอร์มาติดตั้งเพื่อให้ สามารถใช้งานได้ ซึ่งต้องเป็นไดเวอร์ที่พัฒนามาของแต่ละบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ 1.4 ตัวแปลภาษา (Language Translator) คือโปรแกรมที่ทำหน้าที่แปลภาษาระดับต่ำหรือระดับสูงเพื่อให้ เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจว่าต้องการให้ทำอะไร เช่น เมื่อโปรแกรมเมอร์ได้เขียนโปรแกรมเสร็จโดยเขียนใน ลักษณะภาษาระดับต่ำ (Assenbly) หรือภาษาระดับสูง (โปรแกรมภาษา C) เสร็จก็ต้องมีตัวแปลภาษาเพื่อให้ เครื่องคอมพิวเตอร์อ่านเข้าใจ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์จะเข้าใจเฉพาะตัวเลข 0 กับ ตัวเลข 1 เท่านั้น 2. ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซอฟต์แวร์ประยุกต์เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำงานต่าง ตามที่ต้องการ เช่น การทำงานเอกสาร งานกราฟิก งานนำเสนอ หรือเป็น Software สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น โปรแกรมงานทะเบียน โปรแกรมการให้บริการ เว็บ โปรแกรมงานด้านธนาคาร ซอฟต์แวร์ประยุกต์แบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
32 2.1 ซอฟต์แวร์สำหรับงานเฉพาะด้าน เป็น Software ที่ใช้สำหรับงานเฉพาะด้าน เช่น Software สำหรับ งานธนาคารการฝากถอนเงิน Software สำหรับงานทะเบียนนักเรียน ซอฟต์แวร์คิดภาษี ซอฟต์แวร์การ ให้บริการร้าน Seven ฯลฯ 2.2 ซอฟต์แวร์สำหรับงานทั่วไป เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับงานทั่วไป โดยในซอฟต์แวร์ 1 ตัวมีความสามารถ ในการทำงานได้หลายอย่าง เช่น ซอฟต์แวร์งานด้านเอกสาร (Microsoft Word ) มีความสามารถในการสร้าง งานเอกสารต่าง ๆ จัดทำเอกสารรายงาน จัดทำแผ่นพับ จัดทำหนังสือเวียน จัดทำสื่อสิ่งพิมพ์
33 แบบทดสอบ หน่วยที่ 6 โปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ และโปรแกรมประยุกต์ 1. ชนิดของซอฟต์แวร์ (software) มีทั้งหมดกี่ชนิด ก. มี 1 ชนิด 1.ซอฟต์แวร์ระบบ ข.มี 2 ชนิด 1.ซอฟต์แวร์ระบบ 2.ซอฟต์แวร์ประยุกต์ ค.มี 3 ชนิด 1.ซอฟต์แวร์ระบบ 2.ซอฟต์แวร์ ประยุกต์ 3.ซอฟต์แวร์บุคคล ง.มี 4 ชนิด 1.ซอฟต์แวร์ระบบ 2.ซอฟต์แวร์ประยุกต์ 3.ซอฟต์แวร์บุคคล 4. ซอฟต์แวร์ บริหาร 2. เมื่อซีพียูว่างลง OS จะนำโปรเซสที่อยู่ในสถานะใดเข้ามาครอบครองซีพียูต่อไป ก. พัก ข. รอคอย ค. เริ่มต้น ง. ติดขัด 3. หน่วยความจำใดมีความเร็วสูง ก. Ram ข. Floppy Disk ค. Cache ง. Hard Disk 4. เมื่อ CPU ต้องการประมวลผลข้อมูล จะต้องนำข้อมูลเข้าสู่หน่วยความจำชนิดใดก่อน ก. RAM ข. ROM ค. Cache ง. Hard disk
34 5. ซอฟต์แวร์ในข้อใด จัดเป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ ก. ซอฟต์แวร์ระบบ ข. ระบบปฏิบัติการ ค. ระบบปฏิบัติการปาล์ม ง.ซอฟต์แวร์ตารางทำงาน
35 บทที่ 7 การปรับแต่งระบบปฏิบัติการตามข้อกำหนด โดยที่การ เพิ่มความเร็ว ด้วยการลบข้อมูล ให้เครื่องโน้ตบุ๊กตัวเก่งของท่าน ให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อยู่เสมอนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบน Windows 7 หรือ Windows 8 ก็ตาม หลังจากที่ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ดีๆ มาแล้วก็อย่าลืมว่าต้องดูแลโปรแกรมที่ติดตั้งลงไปด้วยนะครับ เครื่องของ เราจะได้ทำงานอย่างดีที่สุดเต็มความสามารถ บางท่านปรับแต่งเก่งๆ อาจจะ เพิ่มความเร็ว?ทำให้เร็วเกินร้อย เลยก็ได้ แต่โม้มามากแล้ว ลองมาดู 12 วิธีการง่ายๆ ในการ เพิ่มความเร็วบน Windows 7 และ Windows 8? กันดีกว่าครับ
36 1. เพิ่มความเร็ว ด้วยการลบข้อมูลพวก Bloatware และโปรแกรมที่ไม่ใช้ออกจากเครื่อง อย่างแรกก่อนที่จะไป เพิ่มความเร็ว ให้ วินโดวส์ 7 และ วินโดวส์ 8 ก็ต้องบอกกันก่อนว่า Bloatware คืออะไร Bloatware เป็นคำนามในภาษาอังกฤษครับ หมายถึง โปรแกรมที่เขียนออกมาใช้ทรัพยากรมาก เกินไป หรือจงใจทำให้เครื่องทำงานหนักเกินเหตุ เครื่องของเราก็จะเกิดอาการหน่วงลงไปอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น เวลาที่เราติดตั้งโปรแกรมอะไรต่างๆ ควรจะระวังพวก Toolbar ที่ติดมาด้วย จึงจะทำให้ เพิ่มความเร็ว? เครื่องที่ใช้อยู่ให้ดียิ่งขึ้น?นอกจากนั้นโปรแกรมที่เราไม่ได้ใช้งานแล้วก็ควรจะลบข้อมูลออกด้วยครับ เพื่อเป็น การ เพิ่มความเร็ว?ให้กับระบบ?คงไม่มีใครอยากให้โปรแกรมเปิดพร้อมกันเยอะๆ ทีเดียวเวลาที่เราบูตเครื่องใช่ ไหมครับ เพราะมันจะทำให้การเปิดเครื่องเป็นเรื่องน่าเบื่อและเสียเวลา วิธี เพิ่มความเร็ว?เบื้องต้นก็เข้าไปลบ โปรแกรมพวกนั้นออกไปตามปกติ โดยการ เพิ่มความเร็ว?ให้เข้าไปที่ Control Panel -> Programs and Features และเรายังสามารถเข้าไปดูในส่วนของ “Turn Windows Features On or Off” เพิ่มเติม เพื่อลบ ความสามารถทีคุณไม่ได้ใช้งานออกจากระบบ หรือจะลองใช้โปรแกรมช่วยติดตั้งอย่าง Revo Uninstaller หรือ PCDecrapifier เพื่อช่วยในการลบโปรแกรม ลบข้อมูลที่มักทิ้งขยะไว้ในเครื่องหลังติดตั้งก็ได้ เพื่อเป็นการ เพิ่มความเร็ว?ได้มากยิ่งขึ้น 2. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการจำกัดจำนวน Process ที่จะเริ่มทำงานเวลาเปิดเครื่อง และ Windows 8?ซึ่งโปรแกรมนั้นอาจจะจำเป็นหรือไม่จำเป็นก็ได้ ก็จำเป็นที่จะต้อง เพิ่มความเร็ว?
37 ระบบให้มากขึ้น แต่การจะดูว่ามีอะไรสั่งให้ถูกโหลด ก็แค่ใช้เครื่องมือพื้นฐานที่ติดตั้งมากับ Windows แล้ว ครับ แค่เพียงกด Start Menu ขึ้นมาและพิมพ์ว่า MSCONFIG และกดเปิด จากนั้นจะมีหน้าต่างเปิดขึ้นมาใหม่ ให้เข้าไปที่หัวข้อ Start Up เราจะเห็นรายชื่อว่ามีโปรแกรมอะไรที่จะถูกโหลดขึ้นมาเวลาที่เราเปิดเครื่อง การที่ เราจะ เพิ่มความเร็ว ให้ระบบก็ต้องดูด้วยว่าโปรแกรมหลายตัวที่ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับคุณนักหนาเลยเช่น GoogleUpdate หรือ GrooveMonitor Utility ของพวกนี้ส่วนใหญ่เราสามารถยกเลิกได้โดยไม่มีผลกระทบ อะไร แถมการปิดยังช่วยให้ เพิ่มความเร็ว ได้ดียิ่งขึ้น?แค่อย่าไปปิดส่วนสำคัญๆ เข้าก็พอ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่า Process ตัวไหนใช้ทำอะไร ลองเข้าไปหาดูได้ที่ http://www.processlibrary.com/ 3. เพิ่มความเร็ว ด้วยการเพิ่มแรมให้เหมาะสมกับโปรแกรมที่ใช้เป็นประจำ ถึง Windows 7 จะไม่ได้กินทรัพยากรของเครื่องจนน่าตกใจแบบ Windows Vista (ยังมีใครจำได้ ไหมเนี่ย ว่าเรามี Windows Vista อยู่บนโลก) แต่ถ้าคุณอัพเกรดมาจากเครื่องที่ใช้ Windows XP ล่ะก็ ขอให้ มั่นใจว่ามีแรมอย่างน้อยๆ สัก 2 GB ติดอยู่กับเครื่อง ถ้าจะใส่ 4 GB ก็จะเป็นการช่วย เพิ่มความเร็ว?ที่ดีอีกทาง หนึ่ง เพียงแต่ต้องหาไดรเวอร์แบบ 64 บิต ให้อุปกรณ์ได้ทุกตัว เพื่อการ เพิ่มความเร็ว?แต่การติดมากกว่านั้นยัง ไม่จำเป็นเท่าไรหรอกครับ ถ้าวันๆ ใช้เครื่องเป็นแค่เล่น Facebook อะนะ ก็ไม่จำเป็นต้อง เพิ่มความเร็ว?ให้ สิ้นเปลือง
38 4. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการเปิดระบบ Index หรือ Windows Search ของ Windows การ เพิ่มความเร็ว?นั้นไม่ว่าจะเป็น Windows XP หรือ Windows Vista จนกระทั่ง Windows 7 และ Windows 8 ในปัจจุบัน ระบบการทำ Index ของ Windows ที่ออกแบบมาเพื่อทำตัวระบุตำแหน่ง อาจจะส่วนให้การค้นหาไฟล์ต่างๆ ทำได้รวดเร็วขึ้น แต่หลายฝ่ายก็ยอมรับว่าเป็นระบบที่ใช้ทรัพยากรเครื่อง เยอะมาก ถ้าหากต้องการค้นหาไฟล์ที่รวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อการ เพิ่มความเร็ว?แนะนำให้ใช้โปรแกรมเล็กๆ อย่าง Everything ซึ่งไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นโปรแกรมที่สามารถ เร่งความเร็ว ในการค้นหาไฟล์จากในเครื่องได้รวดเร็ว มากจนคุณจะตกใจ สำหรับวิธีการปิดคำสั่ง Index ให้เข้าไปใน Control Panel -> Indexing Options เมื่อ เปิดเข้าไปให้เลือก Modify เราจะเห็นตำแหน่งของไฟล์หรือสถานที่ที่จะ Index ถ้าใครอยากจะเก็บบาง ออฟชั่นไว้ก็ได้ หรือถ้าใครอยากจะ เพิ่มความเร็ว?แบบเต็มๆ เข้าไปที่ Control Panel -> Administrative Tools -> Services จากนั้นให้มองหา Windows Search จากนั้นสั่ง Disable ซะ ก็จะสามารถ เพิ่ม ความเร็ว?ให้ระบบได้ดีขึ้น
39 5. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการ Defragment จัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์อยู่เสมอเพื่อประสิทธิภาพ ขนาดของฮาร์ดดิสก์เราใหญ่โตขึ้นทุกวัน ทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลได้เยอะแยะมากมาย ซึ่งก็ส่งผล ต่อการ เพิ่มความเร็ว?แต่ไม่ว่าไฟล์จะเล็กหรือใหญ่ หลักการทำงานของฮาร์ดดิสก์ยังคงเดิม ไฟล์ใหญ่ๆ ของคุณ สามารถแตกออกเป็นส่วนๆ และกระจัดกระจายไปตามตำแหน่งต่างๆ ของฮาร์ดดิสก์ หัวอ่านจึงต้องทำหน้าที่ หนักในการที่จะค้นหาไฟล์ให้ครบ ดังนั้นวิธีการ เพิ่มความเร็ว?และดูแลรักษาฮาร์ดดิสก์ให้เต็มประสิทธิภาพ ที่สุดก็คือ การจัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ (Defragment) Windows 7 และ Windows 8 มีตัวโปรแกรม สำหรับทำงานนี้มาให้แล้ว และสามารถตั้งเวลาในการทำงานได้ด้วยครับ เพื่อให้การ เพิ่มความเร็ว ทำได้ง่าย ขึ้น?ถ้าคุณอยากจะดูแลหลายๆ เครื่องพร้อมกันหลังเลิกงาน หรือว่าทำร้านเน็ต แล้วต้องการ เพิ่มความเร็ว?แค่ พิมพ์ Defragment ในช่องค้นหา ก็จะเจอโปรแกรม Disk Defragmenter โปรแกรมในรุ่นนี้ได้รับการอัพเดต เพิ่มขึ้นมากจากรุ่นก่อน หรือถ้าอยากได้โปรแกรมที่เน้นการจัดการด้านนี้โดยเฉพาะ ก็สามารถทดลองพวก O&O Defrag หรือ Diskeeper ได้ครับ โปรแกรมพวกนี้จะสามารถจัดเรียงข้อมูลได้หลายแบบมากกว่าและ เพิ่มความเร็ว?ได้ง่ายกว่าเยอะ
40 6. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการปรับ Power Setting เป็น High Performance ถ้าคุณผู้อ่านอยากประหยัดไฟจากแบตเตอรี่ก็อย่าใช้โหมดนี้นะครับ แต่ถ้าคุณเสียบสายตรงและอยาก ได้การ เพิ่มความเร็ว?และเพิ่มประสิทธิภาพแบบเต็มไม่ต้องกลัวโดนกั้กก็เอาเลย การ เพิ่มความเร็ว?แค่เปิดเข้า Control Panel -> Power Options จากนั้นมองหาที่แถบคำสั่งด้านซ้ายและเลือก “Create a Power Option” จากนั้นเลือก “High Performance” จากนั้นปรับแต่งให้เข้ากับการใช้งานของคุณครับ เครื่องของ คุณจะ เพิ่มความเร็ว?ได้อย่างอิสระแล้วครับ
41 7. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการลบไฟล์ขยะออกไปจากเครื่อง เป็นการ เพิ่มความเร็ว?ด้วยการใช้โปรแกรมพื้นๆ ให้กด Start menu -> All Program -> Accessories -> System Tools -> Disk Cleanup จากนั้นคุณจะเห็นไฟล์ขยะและไฟล์สำรองที่ตกค้างอยู่ใน เครื่องของเรา บางคนอาจจะเป็น GB กันเลยทีเดียว เมื่อจะ เร่งความเร็ว?ก็จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อยครับ หรือถ้าอยากได้โปรแกรมที่ดีกว่านั้น ก็ลองใช้ CCleaner ยอดฮิตได้ครับ ไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถเก็บ กวาด Registry ที่ไม่จำเป็นออก รวมทั้งเปิดปิด Process ตอนบูตได้เหมือน MSCONFIG ด้วยครับ เท่านี้ก็ เพิ่ม ความเร็ว?เครื่องบน Windows 7 และ Windows 8 ได้สบายๆ แล้ว
42 8. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการหมั่นตรวจเช็คไวรัสและสปายแวร์ในเครื่องด้วย Anti-virus Windows 7 ได้ติดตั้ง Windows Defender มาให้ด้วยแล้วพร้อมกับระบบ ซึ่งสามารถช่วยด้านความ ปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ถ้าใครอยากจะได้โปรแกรมที่มีระบบป้องกันหนาแน่นกว่านี้ ก็สามารถลองหา Antivirus?ได้จากอินเตอร์เน็ตได้เยอะแยะหลายเจ้า ไม่ว่าจะฟรีหรือไม่ฟรี หรือจะลองอ่านไกด์เกี่ยวกับ Antivirus ในเว็บของเราก็ได้ครับ แต่ค่อยๆ ทดลองใช้ดูเองดีที่สุด แต่วิธีที่ปลอดภัยจริงๆ ก็คืออย่าไปเล่นในเว็บเสี่ยงๆ ก็ จะช่วย เพิ่มความเร็ว?ได้อีกทางหนึ่ง
43 9. ถ้ามีปัญหาลองใช้ Performance Troubleshooter เพื่อการ?เพิ่มความเร็ว ถ้าในกรณีที่ต้องการ เพิ่มความเร็ว?แต่อยากจะลองเช็คดูว่าในเครื่องของเรามีปัญหาอะไรหรือไม่ให้ ลองเข้าไปใน Control Panel -> Troubleshooter -> System and Security จะมีคำสั่ง “Check for Performance Issues” เมื่อกดเข้าไปจะมีหน้าต่างสำหรับค้นหาและตรวจสอบปัญหาในเครื่องของคุณ รวมทั้ง แนะนำวิธีการแก้เบื้องต้นด้วยครับ เพื่อให้ได้การ เพิ่มความเร็ว?ที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากการ?ลบข้อมูล
44 10. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการปิด Desktop Gadgets Windows 7 ได้เปลี่ยนหน้าตาของ Sidebar ให้กลายเป็น Gadget ลอยๆ บนหน้า Desktop แต่ถึง คุณจะไม่เปิดขึ้นมา มันก็ยังแอบทำงานอยู่ดี การปิด ลบข้อมูล ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งเมื่อต้องการ เพิ่มความเร็ว? วิธีการปิดง่ายๆ ให้พิมพ์ “Gadget” ในช่องที่ Start Menu จากนั้นจะมีให้เลือก “View List of Running Gadgets” จากนั้นปิด Gadget ตัวที่ไม่จำเป็นต้องใช้ และคุณอยู่ได้โดยชีวิตไม่เดือดร้อน แถมยัง เพิ่ม ความเร็ว?ให้ระบบได้อีกทางหนึ่งด้วย
45 11. เพิ่มความเร็ว?ด้วยการเลือก Wallpaper เป็นสีธรรมดาๆ ถ้าคุณต้องการประสิทธิภาพแบบเต็มๆ จริงๆ ในการ เพิ่มความเร็ว ให้คลิกขวาที่หน้าจอว่างๆ แล้ว เลือก Personalize จากนั้นเปลี่ยนจากภาพเป็นสีพื้นๆ ซะ แต่สีที่ดีที่สุดจริงๆ ก็คือ สีดำ ครับ เพราะจอไม่ต้อง ใช้พลังงานส่องแสงออกมา ก็จะเป็นการ เพิ่มความเร็ว?ที่ทำได้ง่ายสุดติ่งอีกด้วย