ล ำดวน
ลำดวน เมฆดำก้อนใหญ่กำลังเคลื่อนตัวปกคลุมทั่วหมู่บ้าน ไม่นานสายฝนก็ตกกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย บรรดาต้นไม้น้อยใหญ่บริเวณท้ายหมู่บ้านที่แผ่กิ่งก้านจนดูหนาเปียกชุ่มไปทั่วทุกอณูต้นโพธิ์ใหญ่อายุราว สัก 100 ปีเต็มไปด้วยผ้าแพรหลากสีที่พันรอบจนหนา บริเวณโคนต้นมีซากพระพุทธรูป บางชิ้นศีรษะหัก บ้างก็ถูกรากไม้พันเกี่ยวเหลือให้เห็นเพียงส่วนหน้า ด้านข้างมีศาลไม้เล็ก ๆ ระเกะระกะไปด้วยพวงมาลัยและ ของเซ่นไหว้ที่กระจัดกระจายเพราะฝนที่ตกลงมา ทุกสิ่งทุกอย่างชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำฝน รวมทั้งร่างไร้วิญญาณของ ชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นลำดวน ตามเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยดินโคลน มีเพียงดอกลำดวนสีเหลืองนวล หนึ่งช่อที่วางเด่นอยู่บนตัวผู้ตาย รุ่งเช้า ชาวบ้านที่ไปหาเก็บผักในป่าเป็นคนพบศพชายหนุ่ม เมื่อมีคนพบศพคนแรก ไม่นานชาวบ้านใน หมู่บ้านต่างก็ยกโขยงมามุง เพื่อดูว่าร่างไร้วิญญาณนั้นเป็นญาติพี่น้องของตนหรือไม่ สภาพศพที่เห็นเริ่มขึ้นอืด ผิวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ กลิ่นเหม็นเน่าเต็มทีแม้แต่กลิ่นดอกลำดวนที่ว่าหอมก็ไม่สามารถกลบกลิ่นเหม็น เน่านี้ได้คนที่เป็นญาติเมื่อเห็นร่างไร้วิญญาณของชายหนุ่มก็ร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจ ชาวบ้านที่อยู่ บริเวณนั้นก็ช่วยกันปลอบ และในขณะที่ชาวบ้านบางส่วนกำลังช่วยกันนำเสื่อกกมาห่อศพ เพื่อเคลื่อนย้าย นำไปฝัง ชาวบ้านอีกส่วนก็ยืนจับกลุ่มพูดคุยหารือกัน “มีใครพอจะรู้บ้างไหมว่าตายด้วยเหตุอันใด” “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เมื่อวานก็ยังเห็นดี ๆ อยู่” “โถ่! ฉันสงสารจัง เมื่อวานยังคุยกันไปเอง” ลำดวน หญิงสาวหน้าตาสะสวยวัย 20 ปี ผมยาว รูปร่าง ผอมบาง เป็นที่หมายปองของชายในหมู่บ้าน พูดเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเทาปนตกใจ “ไม่ต้องตกใจไปนะจ๊ะลำดวน” ชายหนุ่มขี้เมาที่ยืนเอนหน้าเอนหลังเหมือนจะล้มพูดปลอบ ขณะที่มือ ซ้ายจับขวดเหล้ากอดแนบเข้ากับข้างลำตัว มือขวาก็เอื้อมไปลูบหลังหญิงสาวอย่างแผ่วเบา โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลย ว่ามีสายตาอาฆาตจับจ้องมองที่เขาอยู่ “เลิกยุ่งกับฉันเถอะจ้ะ” ทันทีที่ถูกชายหนุ่มสัมผัสตัว ลำดวนก็เดินหนีไปทางอื่นทันที “ดูสิ ข้าว่าศพนี้เหมือนกับศพก่อน ๆ เลย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ บาดแผลก็ไม่มี แถมยังมีดอกลำดวน บนตัวศพเหมือนกันอีกด้วย” “เรื่องดอกลำดวน ฉันไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนเลย หมู่บ้านของเราล้วนแต่มีต้นลำดวนเต็มไป หมดทุกหนทุกแห่ง ลองมองดูสิ ลมอาจพัดล่วงลงมาโดยบังเอิญก็ได้” “จริงด้วยสิข้าลืมคิดไป” “หมู่บ้านเรามีคนตายติดกัน 3 ศพอย่างนี้ ฉันว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแล้วล่ะ” กล้า ชายหนุ่ม วัย 23 ปีรูปร่างผอมสูง พูดขึ้นท่ามกลางหมู่ชาวบ้าน “พวกเอ็งจะไปรู้อะไร... ก็ผีแม่ม่ายมาเอาไปนะสิ ระวังเนื้อระวังตัวให้ดีล่ะ โดยเฉพาะพวกผู้ชาย” หญิงชราที่เป็นแม่หมอประจำหมู่บ้านซึ่งชาวบ้านให้ความนับถือเป็นอย่างมากพูดขึ้น เสียงพูดคุยกันของ ชาวบ้านก็ค่อย ๆ เบาลง ต่างพากันหยุดคิดชั่วครู่ “ฉันว่าเป็นจริงอย่างที่แม่หมอบอกแน่ ๆ ศพที่ผ่านมาล้วนแต่เป็นชาย” “ฉันเห็นด้วย พวกนั้นล้วนตายโดยไม่มีสาเหตุ บางคนก็ยังหนุ่มยังแน่นอยู่แท้ ๆ” “พวงเอ็งจงหาเสื้อแดงมาแขวนไว้ ผีแม่ม่ายจะได้ไปที่อื่น ยามตะวันตกดิน จงปิดประตูและหน้าต่างให้ มิดชิด แล้วอย่าพากันออกจากบ้านล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าข้าไม่เตือน” แม่หมอพูดทิ้งท้ายก่อนเดินถือไม้เท้าจากไป
พระอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้า ความมืดค่อย ๆ แผ่ตัว ความเงียบเริ่มปกคลุมหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง ไม่มีเสียงคนคุยกัน ไม่มีแม้แต่เสียงนก ราวกับว่าทุกสิ่งถูกความมืดกลืนกิน ต่างคนต่างปิดบ้านเงียบ มีเพียง เสื้อสีแดงที่แขวนอยู่หน้าบ้านแทบทุกหลังคาเรือน บางบ้านก็มีป้ายเขียนข้อความว่า “บ้านนี้ไม่มีผู้ชาย” บ้างก็ มีหุ่นฟางสวมเสื้อสีแดงตั้งอยู่หน้าบ้าน ยามกลางคืนเวลานี้เป็นเวลาที่ใครหลายคนกำลังหลับใหลรอตื่นพบเช้า วันใหม่ แต่หารู้ไม่ว่ามีบางสิ่งรอให้คนมาพบอีกแล้ว ร่างไร้วิญญาณนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นลำดวนอีกเช่นเคย เบื้อง หน้าของร่างไร้วิญญาณ มีบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำ สวมผ้าฝ้ายสีดำคลุมหน้ามิดชิด ยืนมองดูศพด้วยใบหน้า เรียบเฉย สักพักเจ้าตัวก็ค่อย ๆ ก้มลงหยิบช่อดอกลำดวนที่หล่นเกลื่อนแถวนั้นวางที่กลางอกศพอย่างบรรจง แล้วเดินออกจากจุดเกิดเหตุอย่างอารมณ์ดีด้วยใบหน้าไร้ความความกังวลใด ๆ เช้าวันนี้ท้องฟ้าสดใสกว่าปกติ แสงแดดอ่อน ๆ ในยามเช้า อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับเริ่มต้น วันใหม่ที่ดีหลังจากเจอเรื่องน่าเศร้าเมื่อวาน แต่แล้ววันสดใสของใครหลายคนก็ต้องจบลง เมื่อมีคนเจอศพที่ 4 คราวนี้เป็นชายขี้เมานอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นลำดวนที่ท้ายหมู่บ้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุเดิมเพียง 200 เมตร ซึ่งเมื่อ วานเขาพึ่งไปดูศพชายหนุ่มร่วมกับชาวบ้านคนอื่น ๆ ตามเนื้อตัวไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยบาดแผล เหมือนกับศพก่อนหน้า ส่วนเรื่องดอกลำดวนบนตัวศพก็ไม่ได้เป็นประเด็นข้องใจอีกต่อไป ด้วยชาวบ้านยังคง เชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ชาวบ้านบางส่วนเริ่มช่วยกันเคลื่อนย้ายศพ บางส่วนก็เริ่มจับกลุ่มหารือกันอีกครั้ง “ตายติดกันเลยหรือนี่!” “ข้าว่าเห็นทีคราวนี้ผู้ชายคงหมดหมู่บ้านเป็นแน่” “เมื่อวานก็พึ่งมีคนตายไปเองนะพี่กล้า ต่อไปจะเป็นคนบ้านฉันหรือเปล่า” ลำดวนพูดกับชายหนุ่มที่ อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงด้วยน้ำเสียงสั่นเทา แล้วเริ่มร้องไห้ด้วยความเป็นห่วงคนที่บ้าน “ไม่หรอกลำดวน อย่าคิดมากเลยนะ” แม้จะไม่คุ้นชินกับคำเรียกของหญิงสาว แต่ชายหนุ่มก็พูดปลอบ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางลูบหลังหญิงสาวอย่างแผ่วเบา “ฉันว่าเราควรไปปรึกษาแม่หมอกันดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรกันดี” “ฉันเห็นด้วย ไปกันเถอะพวกเรา” ชาวบ้านทั้งหลายต่างก็พากันเดินไปที่บ้านแม่หมอเพื่อขอคำแนะนำเรื่องผีแม่ม่าย ภายในเวลาไม่ถึงเดือน ชาวบ้านต้องช่วยกันฝังร่างไร้วิญญาณไม่น้อยกว่า 10 ศพ และคนที่ตายยังคง เป็นพวกชาวบ้านชายที่มาวนเวียนยุ่งเกี่ยวกับลำดวน ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชายที่อาศัยอยู่ตัวคนเดียว แต่ชาวบ้าน ชายที่อาศัยอยู่กับครอบครัวก็หวาดกลัวไม่แพ้กัน ผู้ชายในหมู่บ้านเริ่มวิตกกังวลหนักขึ้นกว่าเดิม ทั้งคนแก่ ผู้ใหญ่ วัยรุ่นต่างก็กลัวว่าผีแม่ม่ายจะมาเอาตนไปอยู่ด้วย จึงแก้เคล็ดตามคำแนะนำของแม่หมอ บางคน ลุกขึ้นมานุ่งผ้าถุง บ้างเอาสีมาทาเล็บให้แดง บ้างก็แต่งหน้าหรือแต่งเป็นหญิงทั้งตัว บางคนกลัวมากถึงขั้นย้าย หนีออกจากหมู่บ้านไปเลยก็มีส่วนหลานแม่หมอยังคงแต่งกายตามปกติ มีที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือเล็บของ เขาที่ทาเป็นสีแดง ช่วงกลางวันผู้คนในหมู่บ้านโดยเฉพาะผู้ชายดูบางตาลง เพราะบางคนกลัวมากก็เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ยอมออกไปไหน แม้จะทำตามคำแนะนำของแม่หมอก็ยังมีคนตายอยู่เรื่อย ๆ แต่ชาวบ้านบางส่วนก็ยังคงต้อง ดำเนินใช้ชีวิตต่อไปตามปกติทำไร่ทำนา พาวัวควายไปกินหญ้า หาฝืน เก็บผัก จับปลา บ้างก็นั่งจับกลุ่มพูดคุย กันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ดังเช่นพวกชาวบ้านชายกลุ่มนี้ตั้งวงกินเหล้าตั้งแต่หัววัน และพูดคุยถึงเรื่องที่มี คนเห็นผู้หญิงเมื่อกลางดึก
“เมื่อค่ำตอนลงมาเข้าห้องน้ำ แล้วกำลังจะขึ้นบ้าน ข้าเห็นผู้หญิงเดินมุ่งหน้าไปที่ท้ายหมู่บ้านเราด้วย” “เอ็งรู้ได้อย่างไรว่าเป็นหญิง ตอนนี้ชาวบ้านชายแต่งหญิงก็มี” “สัญชาตญาณข้าบอกอย่างนั้น แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นคนหรือผีนี่นะซี” “ต้องเป็นผีแม่ม่ายแน่ ๆ” “ไม่แน่อาจเป็นคนก็ได้ เมื่อ 2-3 วันก่อนข้าก็เห็นคล้ายผู้หญิงเดินออกจากบ้านของนางลำดวนหายไป ทางศาลปู่ตาตอนกลางคืน” “ไม่รู้ว่ามีใครคิดเหมือนข้าหรือเปล่า ว่าคนที่กลายศพมักเป็นพวกที่ไปเกาะแกะกับนางลำดวน” “ก็จริงอย่างที่เอ็งว่า พวกชาวบ้านไม่สงสัยเรื่องนี้เพราะเชื่อแม่หมอว่าเป็นฝีมือผีแม่ม่ายนะสิ ไม่แน่ นางลำดวนอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง” ข่าวลือจากวงเหล้าแพร่สะพัดไปเร็วราวกับไฟลามทุ่ง ไม่นานข่าวนี้ก็รู้ทั่วหมู่บ้านว่าลำดวนมีส่วน เกี่ยวข้องกับการตายของชายเหล่านั้นไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บ้างพูดว่าผีแม่ม่ายเข้าสิง บ้างก็เชื่อว่าลำดวนเป็นคน เชื้อเชิญผีแม่ม่ายมาที่หมู่บ้าน บ้างก็ว่าลำดวนนี่แหละเป็นคนลงมือฆ่าเอง ยังไม่ทันที่จะมีคนถามความจริงจาก ลำดวน ชาวบ้านบางส่วนเริ่มตีตัวออกห่าง ไม่มายุ่งเกี่ยว แต่ด้วยความเนื้อหอมก็ยังคงทำให้มีชายหนุ่ม แวะเวียนไปหาอยู่บ้าง รวมทั้งชายหนุ่มหลานแม่หมอก็หายหน้าหายตาไปนานกว่าจะมาหาเธอ “พี่กล้าเชื่อที่ชาวบ้านพูดกันหรือเปล่าว่าฉันเป็นต้นเหตุให้คนพวกนั้นตาย” ลำดวนเปิดบทสนทนา ทันทีที่ชายหนุ่มแวะมาหาที่บ้าน “พี่ว่าลำดวนไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกจ้ะ” ชายหนุ่มยังคงไม่คุ้นชินกับคำที่หญิงสาวเรียก แต่ก็ตอบไป อย่างจริงใจ “ขอบคุณนะพี่กล้าที่เชื่อฉัน” หญิงสาวตอบด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มขึ้นมาจากเดิมเล็กหน่อย “พี่ขอถามเรื่องนึง ลำดวนคิดเห็นอย่างไรที่คนพวกนั้นถูกผีแม่ม่ายเอาชีวิตไป” “ไม่รู้สิพี่ บางทีฉันก็แอบคิดว่าดีเสียอีกที่พวกนั้นตาย พวกนั้นชอบพูดจาแทะโลมฉัน ไหนจะสายตาที่ ใช้มองฉัน ถ้ามีโอกาสก็จะชอบถึงเนื้อถึงตัวฉันด้วย” “ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกมันก็สมควรตายถูกแล้วใช่ไหมลำดวน” ชายหนุ่มถาม “...” หญิงสาวนิ่งเงียบ กำลังใช้ความคิดว่าที่จริงแล้วเธอรู้สึกอย่างไร ยังไม่ทันได้ตอบคำถาม “นี่ก็เริ่มมืดแล้ว พี่กลับก่อนนะจ้ะลำดวน” ชายหนุ่มพูดตัดบท ด้วยอาการลนลาน ก่อนจะขอตัว กลับไปทันที ยามกลางคืนเงียบสงัด ชาวบ้านต่างพากันปิดประตูและหน้าต่างทุกบาน สวดมนต์ไหว้พระ ดับไฟใน ตะเกียงแล้วรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ ด้วยความหวาดกลัวว่าผีแม่ม่ายจะมาเอาชีวิตของคนในบ้านไป ภายในบ้านไม้ หลังเล็ก ๆ หรือบ้านแม่หมอ ปิดประตูและหน้าต่างอย่างมิดชิดเช่นเดียวกับบ้านอื่น ๆ แต่ยังคงมีแสงสว่างนวล จากเปลวเทียนกับเงาราง ๆ ของยายและหลานที่กำลังนั่งล้อมวงกินข้าวอย่างไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับเรื่อง ผีแม่ม่ายเหมือนชาวบ้านคนอื่น “ข้าไม่รู้ว่าชาวบ้านจะเชื่อข้าได้อีกนานแค่ไหน ถึงข้าแนะวิธีให้กับชาวบ้านไป ก็ยังมีคนตายเรื่อย ๆ เห็นทีพวกนั้นคงต้องเลิกนับถือข้าจริง ๆ เสียแล้ว...” ยายเปิดบทสนทนาขณะตักข้าวใส่จาน “ฉันขอโทษนะจ๊ะยาย ที่ทำให้ยายต้องมาโกหกชาวบ้านเพื่อช่วยฉัน” ชายหนุ่มพูด “เอ็งต้องทำขนาดนี้ด้วยหรือ ผู้ชายพวกนั้นมันทำผิดอะไรนักหนา” ยายถามด้วยน้ำเสียงสงสัย
“พวกมันอยากมายุ่งกับลำดวนของฉันเองนี่นา อันนี้ฉันก็ช่วยไม่ได้” ชายหนุ่มตอบ “ฉันก็รักของฉันนะจ๊ะยาย ตั้งแต่เจอลำดวน ฉันก็รู้สึกหลงรักทันทีอยากได้มาครอบครองไว้คนเดียว ไม่อยากให้ลำดวนไปคุยกับผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น” ชายหนุ่มเสริม “งั้นเอ็งก็จะฆ่าคนไปเรื่อย ๆ อย่างนี้น่ะหรือ” ยายยังคงถาม ขณะที่ชายหนุ่มกำลังตักข้าวใส่จาน “…” ชายหนุ่มนิ่งเงียบ ยังไม่ทันได้ตอบ “ถ้ารักแล้วมันเหนื่อย ข้าว่ามันไม่ใช่ความรักหรอกนะหลายเอ้ย”ยายกล่าวกับหลาน “แต่เอ็งต้องเลิกฆ่าคนได้แล้วนะ ไอ่แก้ว… แล้วก็เลิกปลอมเป็นข้าออกไปเจอลำดวนสักที” กล้าพูด บอกชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา คือ แก้ว น้องชายฝาแฝดที่หน้าตาเหมือนกันยังกับแกะ ซึ่งแม้แต่ยายที่เป็นคนเลี้ยงดูกล้ามาตั้งแต่ เด็กก็แยกแทบไม่ออก เขาพึ่งกลับมาที่หมู่บ้านนี้ได้ไม่นาน หลังจากไปอาศัยอยู่กับพ่อตั้งแต่ยังแบเบาะที่อีก หมู่บ้านหนึ่ง และคนในหมู่บ้านนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ากล้ามีฝาแฝด ด้วยตอนที่มาอยู่กับยายตั้งแต่เขายังแบเบาะ แม่ ได้พาเขามาเพียงแค่คนเดียว “อย่าลืมล่ะว่าเอ็งมาอยู่ที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร” กล้ายังคงพูดต่อไป “...” แก้วยังคงนิ่งเงียบ ครุ่นคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เขามาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ นั่นก็เพราะว่าชาวบ้านที่ หมู่บ้านพ่อเริ่มสงสัยว่าเขามีส่วนในการฆ่าคนในหมู่บ้าน พ่อจึงให้เขาหนีมาอยู่กับยาย “ข้าขอถามหน่อยเถอะ ดอกลำดวนบนตัวศพไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่ไหม” กล้าถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “ก็แน่ล่ะสิ ฉันตั้งใจวางไว้บนตัวพวกมัน เพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าการที่มายุ่งกับลำดวนของฉัน พวกมัน จะต้องเจอกับอะไร แต่ชาวบ้านก็โง่เกินที่จะเข้าใจความหมายมัน” แก้วตอบด้วยน้ำเสียงโมโหเล็กน้อย “เบาเสียงลงหน่อยหลานเอ้ย ยังดีนะที่หมู่บ้านเรามีต้นลำดวนเยอะ ไม่งั้นชาวบ้านคงสงสัยเป็นแน่” ยายพูดเสริม “แล้วเรื่องผู้หญิงที่ชาวบ้านเห็นว่าออกจากบ้านลำดวนก็คงเป็นเอ็งสินะ” กล้ายังคงถามต่อ “ฉันในชุดคลุมดูเหมือนหญิงขนาดนั้นเชียวหรือ ฉันก็แค่อยากเห็นหน้าลำดวนเฉย ๆ ” แก้วตอบ “กล้า! ตื่นได้แล้วหลานเอ้ย เอ็งจะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไงวะ” เสียงของหญิงชราตะโกนปลุกเรียก หลานให้ตื่น “ตื่นแล้วจ้ะยาย” ชายหนุ่มค่อย ๆ ลุกจากที่นอน แล้วขานรับยายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ก่อนจะลุกไป อาบน้ำแต่งตัว แล้วมาช่วยยายก่อไฟทำอาหาร “เมื่อคืนฉันฝันแปลกมากเลยจ้ะยาย” “เอ็งฝันว่าอะไรรึไอ่กล้า ลองเล่าให้ข้าฟังหน่อย” “ข้าฝันว่าหมู่บ้านเรามีคนตายเยอะแยะเลยจ้ะ แล้วในฝันฉันมีฝาแฝดด้วยนะจ๊ะยาย” กล้าเล่าบอก ยายด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น “ไม่เห็นจะแปลกเลย ก็นั่นไงไอ่แก้ว น้องชายฝาแฝดของเอ็ง” ยายหันมาตอบกล้า แล้วชี้ไปทางชาย หนุ่มที่กำลังเดินเข้ามา “...” นางสาวชฎาพร พละศักดิ์ รหัส 610113115038 คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 4 หมู่ 2