The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 โครงสร้างและการเจริญเติบโตของพืชดอก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Thanya Iew, 2022-10-08 07:10:21

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 โครงสร้างและการเจริญเติบโตของพืชดอก

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 โครงสร้างและการเจริญเติบโตของพืชดอก

47

48

49

50

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10

กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5

รายวชิ า ชวี วิทยา 3 รหัส ว 32243

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 9 โครงสรา้ งและการเจริญเติบโตของพืชดอก เวลา 17 ชว่ั โมง

เรือ่ ง โครงสร้างภายนอกหนา้ ทข่ี องลำตน้ พชื ดอก เวลา 3 ชั่วโมง

ภาคเรยี นที่ 1/2565 ครูผูส้ อน นางสาวธญั ญาเรศ ทบอาจ

1. มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้
สาระชีววิทยา 3 เข้าใจส่วนประกอบของพืช การแลกเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำของพืช การ

ลำเลียง ของพืช การสังเคราะห์ด้วยแสง การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต และการ
ตอบสนองของพืชรวมทัง้ นำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ผลการเรยี นรู้
6. สังเกต อธบิ ายและเปรียบเทียบโครงสรา้ งภายในของลำต้นพืชใบเล้ยี งเดยี่ วและลำต้นพชื
ใบเล้ียงคู่จากการตัดตามขวาง

2. สาระสำคัญ
ลำต้น คอื สว่ นแกนของพชื ทโ่ี ดยทัว่ ไปเจรญิ อยู่เหนือระดับผวิ ดินถัดข้ึนมาจากราก ทำหน้าที่

สรา้ งใบและชูใบ ลำเลียงน้ำ ธาตุอาหาร และอาหารที่พืชสรา้ งข้นึ สง่ ไปยังสว่ นต่าง ๆ โครงสรา้ งภายใน
ของลำตน้ ระยะการเติบโตปฐมภูมิ เม่อื ตดั ตามขวางจะเหน็ โครงสรา้ งแบง่ เป็น 3 ชั้น เรียงจากด้านนอก
เข้าไป คือ เอพิเดอร์มิสคอร์เทกซ์และสตีล ลำต้นในระยะการเติบโตทุติยภูมิ จะมีเส้นรอบวงเพ่มิ ขึ้น
และมโี ครงสร้างแตกต่างจากเดิม เนอ่ื งจากมกี ารสร้างเพรเิ ดิร์มและเนือ้ เยื่อทอ่ ลำเลยี งเพ่มิ ขนึ้

3. สาระการเรียนรู้
- โครงสรา้ งภายนอก หน้าที่ของลำต้นพชื ดอก

4. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ด้านความรู้ (K)
อธิบายโครงสร้างภายนอกของลำตน้ พชื ใบเล้ียงคแู่ ละลำตน้ พชื ใบเลีย้ งเดีย่ วได้
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างภายนอกของลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่และลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวได้
3. ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
มคี วามรับผิดชอบต่องานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

51

5. กจิ กรรมการเรียนรู้
รปู แบบการสอนทใี่ ช้ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ คือ การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

ชว่ั โมงที่ 1 – 2
1. ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)

1.1 นกั เรยี นดูตน้ พชื ขนาดเล็กทค่ี รนู ำมาเพือ่ กระต้นุ ความสนใจ เชน่ ต้อยต่ิง ต้นถว่ั ที่
เพาะไว้ มาให้นกั เรียนสังเกตเพือ่ ศกึ ษาลกั ษณะของลำต้นแต่ละชนิด

1.2 ครูตั้งคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยมีแนวคำถามดังนี้ นักเรียนรู้ได้อย่างไรวา่
บริเวณใดเป็นลำตน้ (แนวคำตอบ: ลำต้นมักมสี ีเขียว หรอื สอี นื่ ร่วม มเี จรญิ ออกด้านข้างของลำต้นตรง
ตำแหน่งข้อที่เห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เช่น ต้นข้าว ไผ่ จะเห็นข้อและปล้องชัดเจน
กวา่ พืชใบเลยี้ งคู่)

2. ขั้นสำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 นักเรียนศกึ ษารายละเอยี ดของกิจกรรม 9.2 โครงสร้างภายนอกและภายในของลำตน้

ตอนที่ 1 โครงสร้างภายนอกของลำต้น ในหนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 3 ที่ครูมอบหมายให้
โดยเฉพาะวสั ดุและอปุ กรณ์ และวิธกี ารทำกิจกรรม เพอ่ื เตรียมการลว่ งหนา้ กอ่ นถึงวนั ทำกิจกรรมจรงิ

2.2 ครแู จง้ จุดประสงค์และวิธีการทำกิจกรรม 9.2 โครงสรา้ งภายนอกและภายในของ
ลำต้น ตอนที่ 1 โครงสร้างภายนอกของลำต้น โดยแสดงไว้บนกระดานหน้าชั้นเรียน และอธิบาย
จุดประสงค์แต่ละข้อกับนักเรียนให้ชัดเจน โดยเน้นว่าเมื่อจบกิจกรรม 9.2 โครงสร้างภายนอกและ
ภายในของลำต้น ตอนที่ 1 โครงสรา้ งภายนอกของลำต้นแล้ว นกั เรียนต้องอธบิ ายโครงสร้างภายนอก
ของลำตน้ พชื ใบเล้ียงคแู่ ละลำตน้ พชื ใบเล้ียงเดยี่ วได้

2.3 นักเรียนและครูร่วมกนั ทำความเขา้ ใจวิธกี ารทำกจิ กรรม 9.2 โครงสร้างภายนอกและ
ภายในของลำต้น ตอนที่ 1 โครงสร้างภายนอกของลำตน้ พร้อมกบั เนน้ ให้นกั เรียนบนั ทกึ ผลการสังเกต
ลักษณะภายนอกของลำตน้ เปรยี บเทียบระหว่างพืชใบเลีย้ งคู่และพืชใบเล้ียงเดยี่ วในรูปแบบของตาราง

2.4 นักเรยี นทำกจิ กรรม 9.2 โครงสรา้ งภายนอกและภายในของลำตน้ ตอนท่ี 1
โครงสร้างภายนอกของลำตน้ และตอบคำถามในแบบฝึกหดั ท้ายกิจกรรม 9.2 โครงสรา้ งภายนอกและ
ภายในของลำต้น ตอนที่ 1 โครงสร้างภายนอกของลำตน้ ในหนังสือเรยี นชีววิทยา ม.5 เลม่ 3 หน้า 67

ชัว่ โมงที่ 3
3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)

3.1 นกั เรียนและครูร่วมกันอธิบายและลงขอ้ สรุปลักษณะท่ีสำคัญของโครงสร้างภายนอก
ของลำต้นพชื ใบเล้ียงค่แู ละพืชใบเล้ียงเดีย่ วเหมอื นหรอื แตกต่างกนั อยา่ งไร

(แนวคำตอบ ส่วนที่เหมือนกันของลำต้นพืชใบเลีย้ งคู่และพืชใบเลี้ยงเดีย่ วเชน่ ผิวของลำตน้
อาจเรยี บหรอื ขรขุ ระมขี น สขี องลำต้นมสี ีเขยี วหรอื มสี อี ่นื ปน ส่วนทตี่ ่างกันของลำตน้ พชื เลยี้ งคู่และพืช
ใบเลยี้ งเดย่ี ว เช่น

52

- ข้อและปลอ้ งเห็นไดไ้ ม่ชดั เจนในพชื ใบเลยี้ งคู่แต่เหน็ ไดช้ ัดเจนในพชื เลีย้ งเด่ียว
- ตาตามซอกเหน็ ไดช้ ัดในพืชใบเล้ยี งคู่ ส่วนในพืชใบเลยี้ งเดยี่ วไม่เหน็ ตาตามซอก)

4. ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
นกั เรยี นยกตวั อย่างเกีย่ วกับการใชป้ ระโยชน์จากลำตน้ พืชใบเลย้ี งคู่และลำตน้ พชื ใบเล้ยี ง

เดยี่ ว โดยใชค้ วามร้เู ก่ยี วกับโครงสร้างของลำต้นเพ่ืออธิบายเหตผุ ลวา่ เพราะเหตใุ ดพชื ชนดิ ดงั กลา่ วจงึ
เหมาะสมกับการใช้ประโยชน์ในด้านนัน้

(แนวคำตอบ การใช้ประโยชนจ์ ากลำตน้ ยางพาราปัจจบุ นั มกี ารนำไม้ยางพารามาใช้ผลติ
เฟอร์นเิ จอร์ ทำไม้แปรรปู เพื่อทดแทนไมป้ า่ ขนาดใหญใ่ นธรรมชาติ เนอ่ื งจากยางพาราเป็นพืชใบเลี้ยง
คชู่ นดิ ไมต้ ้นและมีเนื้อไม้ โดยในการเตบิ โตทุติยภมู ิ วาสควิ ลาร์แคมเบียมจะแบง่ เซลลเ์ ข้าด้านในเกดิ
เป็นไซเลม็ ท่ปี ระกอบด้วยเวสเซลเมมเบอร์และไฟเบอร์จำนวนมากซึ่งเป็นเซลล์ทม่ี ผี นังเซลลท์ ่ีแขง็ แรง

การใชป้ ระโยชน์จากลำตน้ ไมไ้ ผ่ ไผ่เปน็ พชื ทนี่ ยิ มนำมาใช้ผลิตเป็นเครื่องจักสานตง้ั แต่อดตี
จนถึงปจั จุบนั เนอ่ื งจากเน้อื เยือ่ ของลำต้นไผ่ มไี ฟเบอรจ์ ำนวนมาก ซง่ึ เปน็ เซลลท์ มี่ ีผนังเซลล์ที่แข็งแรง
จงึ ทำใหล้ ำตน้ ไผย่ ดื หย่นุ เหนียว เหมาะสำหรบั นำมาใชท้ ำเครือ่ งจักสาน)

5. ขนั้ ประเมนิ (Evaluation)
5.1 ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรม โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน การแสดงความ
คดิ เหน็ การตอบคำถาม และการทำแบบฝึกหดั
5.2 ครูและนักเรยี นสรปุ ความรเู้ กย่ี วกับ โครงสรา้ งภายนอกหนา้ ทข่ี องลำตน้ พชื ดอก โดยมี
แนวการสรปุ ดงั นี้ “ลกั ษณะร่วมกันของลำตน้ พืชใบเลี้ยงคู่และพืชใบเล้ียงเดยี่ วคือ ลำต้นมสี ีเขยี วหรือมี
สีอื่นปน ผิวของลำต้นอาจเรียบหรือขรุขระมีขน สี แต่ในพืชเลี้ยงเดีย่ วข้อและปล้องจะเห็นได้ชัดเจน
มากกว่าในพืชใบเลี้ยงคู่ ส่วนตาตามซอกเห็นได้ชัดในพชื ใบเลี้ยงคู่ ส่วนในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวไม่เห็นตา
ตามซอก และลำต้นเป็นส่วนของพืชทีอ่ ยู่ต่อจากรากขึน้ มามีหน้าที่ เช่น ชูกิ่ง ก้าน ใบ และดอกขึ้นสู่
อากาศ เพ่ือให้ได้รับอากาศและแสงแดด และเป็นทางลำเลียงน้ำ และลำเลยี งแรธ่ าตไุ ปเล้ียงส่วนต่าง
ๆ ของพืชโดย ไซเล็ม และโฟลเอม็ ”

6. สอ่ื / แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี นรายวชิ าเพม่ิ เติมวิทยาศาสตรช์ ีววทิ ยา เลม่ 3 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 สสวท.
2. เพาเวอรพ์ อยต์ เร่ือง โครงสร้างภายในของรากพืชใบเลย้ี งค่แู ละรากพชื ใบเลย้ี งเดี่ยว
3. วสั ดอุ ุปกรณท์ ใี่ ช้ในการทดลอง

53

7. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. กจิ กรรม 9.2 โครงสรา้ งภายนอกและภายในของลำต้น ตอนที่ 1 โครงสร้างภายนอกของ

ลำตน้
2. แบบฝกึ หัดท้ายกิจกรรม 9.2 โครงสรา้ งภายนอกและภายในของลำตน้ ตอนท่ี 1

โครงสรา้ งภายนอกของลำตน้ ในหนังสอื เรียนชีววทิ ยา ม.5 เล่ม 3 หนา้ 67

8. การวัดและประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ วี ัดผล เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารผา่ น
ด้านความรู้ (K) จดุ ประสงค์
อธิบายโครงสร้างภายนอกของลำต้นพืช ตรวจแบบฝกึ หัด แบบฝึกหดั ทา้ ย
ใบเลยี้ งคแู่ ละลำตน้ พชื ใบเลย้ี งเดี่ยวได้ ท้ายกิจกรรม 9.2 กจิ กรรม 9.2 ระดบั คุณภาพ
โครงสร้างภายนอก พอใช้ขน้ึ ไปถอื ว่า
ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) โครงสร้าง และภายในของลำ
สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างภายนอก ภายนอกและ ตน้ ตอนที่ 1 ผา่ นเกณฑ์
และหน้าทข่ี องลำตน้ ได้ ภายในของลำต้น
กิจกรรม 9.2 ผ่านเกณฑ์ระดบั ดี
ตอนที่ 1 ตอนที่ 1 โครงสรา้ ง ข้ึนไป

ตรวจกิจกรรม ภายนอกของ
9.2 ตอนที่ 1 ลำตน้
โครงสร้าง
ภายนอกของ

ลำต้น

ดา้ นคณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ (A)

มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับ ประเมนิ แบบประเมนิ ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ
คณุ ลกั ษณะอันพึง 70
มอบหมาย คณุ ลักษณะอันพึง ขึ้นไป
ประสงค์
ประสงค์

54

55

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด

ประเดน็ การประเมนิ คําอธิบายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน

4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน

ความถูกต้อง ทำแบบฝกึ หดั ถกู ต้อง ทำแบบฝกึ หัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหดั ถูกตอ้ ง
ร้อยละ 80 ข้ึนไป รอ้ ยละ 65 – 79 รอ้ ยละ 50 - 64 นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50

ทำแบบฝกึ หดั มีความ ทำแบบฝกึ หัดมีความ ทำแบบฝึกหดั เป็น ทำแบบฝึกหดั เปน็
ระเบยี บ สะอาด
ความเป็นระเบียบ เป็นระเบยี บ สะอาด เปน็ ระเบียบ สะอาด ระเบียบ สะอาด เรยี บรอ้ ยพอใช้
ความตรงต่อเวลา
เรยี บร้อยดีมาก เรยี บรอ้ ยดี เรยี บรอ้ ยปานกลาง สง่ แบบฝึกหดั ล่าช้า
กว่าเวลาท่ีกำหนด
สง่ แบบฝกึ หัดทนั ตาม ส่งแบบฝึกหดั ลา่ ชา้ กวา่ สง่ แบบฝึกหัดลา่ ชา้ มากกว่า 3 วัน

เวลาที่กำหนด เวลาท่ีกำหนดไป 1 วนั กว่าเวลาท่ีกำหนดไป

3 วัน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ควรปรับปรุงอยา่ งยงิ่
0-4
5-6 ควรปรบั ปรงุ
7-8 พอใช้
9 – 10 ดี
11 - 12
ดมี าก

เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั คุณภาพพอใช้ขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

56

57

เกณฑ์การประเมนิ การปฏบิ ตั ิกจิ กรรม

ประเด็นที่ ระดับคะแนน
ประเมนิ
7. การปฏบิ ัติ 4 32 1
กจิ กรรม ทำกิจกรรมตาม ตอ้ งใหค้ วาม
ข้ันตอน และใช้ ทำกิจกรรมตาม ต้องให้ความ ช่วยเหลอื อยา่ งมาก
8. ความ อปุ กรณไ์ ดอ้ ยา่ ง ในการทำกิจกรรม
คลอ่ งแคล่ว ถกู ต้อง ข้ันตอน และใช้ ช่วยเหลือบา้ งในการ และการใช้อปุ กรณ์
ในขณะ
ปฏบิ ัติ มคี วามคล่องแคล่ว อุปกรณไ์ ดอ้ ย่าง ทำกิจกรรม และการ ทำกิจกรรมเสรจ็ ไม่
กจิ กรรม ในขณะทำกิจกรรม ทนั เวลา และทำ
โดยไม่ต้องไดร้ ับคำ ถูกตอ้ ง แตอ่ าจตอ้ ง ใชอ้ ปุ กรณ์ อปุ กรณ์เสียหาย
9. การบนั ทึก ชแ้ี นะ และทำ
สรปุ และ กิจกรรมเสร็จ ไดร้ บั คำแนะนำบ้าง ต้องให้ความ
นำเสนอผล ทันเวลา ชว่ ยเหลอื อยา่ งมาก
การปฏิบัติ บนั ทึกและสรปุ ผล มคี วามคลอ่ งแคลว่ ขาดความ ในการบันทกึ สรปุ
กจิ กรรม การทำกจิ กรรมได้ และนำเสนอผลการ
ถกู ตอ้ ง รดั กุม ในขณะทำกิจกรรม คลอ่ งแคล่วในขณะ ทำกิจกรรม
นำเสนอผลการทำ
กิจกรรมเปน็ ขน้ั ตอน แต่ต้องไดร้ ับ ทำกิจกรรมจงึ ทำ
ชัดเจน
คำแนะนำบ้าง และ กิจกรรมเสรจ็ ไม่

ทำกจิ กรรมเสร็จ ทนั เวลา

ทันเวลา

บนั ทกึ และสรปุ ผล ต้องใหค้ ำแนะนำใน
การทำกจิ กรรมได้ การบนั ทึก สรปุ และ
ถูกตอ้ ง แตก่ าร นำเสนอผลการทำ
นำเสนอผลการทำ กิจกรรม
กิจกรรมยังไม่เป็น
ขั้นตอน

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

10-12 ดีมาก

7-9 ดี

4-6 พอใช้

0-3 ปรบั ปรงุ

สรปุ คะแนนรวม 0 - 7 คะแนน ไมผ่ ่าน

58

59

ตารางเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ประเด็นการ คณุ ลกั ษณะของนกั เรียน
ประเมิน
3 2 1
1. มวี นิ ัย
- มีความตรงตอ่ เวลา มีความซือ่ สตั ย์ - มคี วามซือ่ สตั ยส์ ุจรติ - มีความตั้งใจทจ่ี ะ
2. มีความ สจุ ริต - มีความตั้งใจท่ีจะทำงาน ทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ - มีความรบั ผดิ ชอบ มีความตัง้ ใจท่จี ะ - มีความรับผิดชอบ - รจู้ กั เสียสละ
ทำงาน - มีความอดทน - มีความซ่ือสตั ย์
- มเี คารพในสทิ ธขิ องผู้อน่ื ขยนั หมน่ั เพยี ร สุจริต
- มรี ะเบียบและปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์ - รจู้ ักเสียสละ
- เห็นอก เหน็ ใจผ้อู ืน่ - เห็นอก เห็นใจผ้อู นื่ - เข้าร่วมกิจกรรม
- มคี วามอดทนขยันหมั่นเพยี ร การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
- รจู้ กั เสยี สละ รจู้ กั กาลเทศะ - เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
- เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการ ตา่ ง ๆ
เรยี นรู้ - เอาใจใสแ่ ละมีความ
- ต้งั ใจในการเรียนรู้ พยายามในการเรยี นรู้
- เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรตู้ า่ ง ๆ -มกี ารบนั ทกึ ความรใู้ นระหว่าง
- มีการบันทึกความรูใ้ นระหว่างเรียน เรียน
- จดสรุปจากทค่ี รเู ขยี น

3. มีความ - เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัติหน้าทท่ี ไ่ี ด้รับ - ทุ่มเท อดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ต่อ - ทุ่มเท อดทน ไม่
ม่งุ มน่ั ในการ มอบหมาย ปัญหาในการทำงาน ย่อท้อต่อปัญหาใน
ทำงาน - มีความตงั้ ใจและรับผิดชอบในการ - มกี ารปรับปรงุ และ การทำงาน
ทำงานใหส้ ำเรจ็ พฒั นาการทำงานด้วยตนเอง

- ทมุ่ เท อดทน ไม่ยอ่ ท้อต่อปัญหาใน - เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบตั ิ
การทำงาน หน้าทที่ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
- มีการปรับปรงุ และพฒั นาการทำงาน
ด้วยตนเอง

เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 มคี ะแนนมากกวา่ หรือเทา่ กบั 7
คะแนน 9-8 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 มคี ะแนนน้อยกว่า 7
คะแนน 7 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4 คะแนน
คะแนน 6-5 คิดเป็นรอ้ ยละ 3 คะแนน
คะแนน 4 คดิ เปน็ ร้อยละ 2 คะแนน
คะแนน 3 คดิ เปน็ ร้อยละ 1 คะแนน

เกณฑค์ ณุ ภาพ
3 คะแนน ดี
2 คะแนน พอใช้
1 คะแนน ปรบั ปรงุ

60

61

62

63

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 11

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5

รายวิชา ชีววทิ ยา 3 รหสั ว 32243

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 9 โครงสรา้ งและการเจริญเติบโตของพืชดอก เวลา 17 ชวั่ โมง

เรอ่ื ง โครงสรา้ งภายในของลำตน้ พชื ใบเลย้ี งค่แู ละพืชใบเลย้ี งเดีย่ ว เวลา 3 ชวั่ โมง

ภาคเรยี นที่ 1/2565 ครูผ้สู อน นางสาวธญั ญาเรศ ทบอาจ

1. มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้
สาระชีววิทยา 3 เข้าใจส่วนประกอบของพืช การแลกเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำของพืช การ

ลำเลียง ของพืช การสังเคราะห์ด้วยแสง การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต และการ
ตอบสนองของพชื รวมทง้ั นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์

ผลการเรียนรู้
6. สงั เกต อธบิ ายและเปรยี บเทียบโครงสรา้ งภายในของลำตน้ พชื ใบเลยี้ งเดยี่ วและลำตน้ พชื
ใบเล้ียงคู่จากการตัดตามขวาง

2. สาระสำคญั
ลำตน้ คอื ส่วนแกนของพชื ทีโ่ ดยท่ัวไปเจริญอยู่เหนือระดับผวิ ดนิ ถัดขน้ึ มาจากราก ทำหน้าท่ี

สร้างใบและชูใบ ลำเลียงน้ำ ธาตอุ าหาร และอาหารที่พืชสรา้ งขึ้นสง่ ไปยงั สว่ นต่าง ๆ โครงสรา้ งภายใน
ของลำตน้ ระยะการเตบิ โตปฐมภมู ิ เม่ือตดั ตามขวางจะเห็นโครงสร้างแบ่งเปน็ 3 ชน้ั เรียงจากดา้ นนอก
เข้าไป คือ เอพิเดอร์มิสคอร์เทกซแ์ ละสตีล ลำต้นในระยะการเติบโตทุติยภมู ิ จะมีเส้นรอบวงเพ่มิ ขนึ้
และมโี ครงสร้างแตกตา่ งจากเดมิ เนอ่ื งจากมีการสร้างเพรเิ ดริ ม์ และเนอ้ื เย่ือท่อลำเลยี งเพิ่มขึ้น

3. สาระการเรยี นรู้
โครงสรา้ งภายในของลำต้นพชื ใบเลย้ี งคแู่ ละลำต้นพชื ใบเล้ียงเด่ยี ว

4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
1. อธบิ ายโครงสรา้ งภายในของลำตน้ พชื ใบเลยี้ งคแู่ ละลำตน้ พชื ใบเล้ียงเด่ียวตดั ตามขวางได้
2. เปรียบเทียบโครงสร้างภายในของลำต้นพืชใบเล้ียงคู่และลำต้นพืชใบเลี้ยงเดย่ี วตัดตามขวาง
ได้
2. ด้านทักษะกระบวนการ (P)
บันทึกผลโดยการวาดรปู โครงสรา้ งภายในของลำต้นพืชใบเลีย้ งค่แู ละลำต้นพชื ใบเล้ยี งเดีย่ วได้

64

3. ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A)
เกิดความอยากรู้อยากเหน็ และมคี วามรับผดิ ชอบต่องานทมี่ อบหมาย

5. กิจกรรมการเรยี นรู้
รูปแบบการสอนทีใ่ ช้ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ คือ การสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5E

ช่วั โมงท่ี 1 – 2
1. ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)

1.1 นกั เรยี นตอบคำถามทคี่ รถู ามเพื่อเชอ่ื มโยงเข้าสเู่ นือ้ หา ดังน้ี
- นักเรยี นจะสงั เกตได้อย่างไรวา่ บริเวณใดเป็นลำต้นหรอื ราก
(แนวคำตอบ สังเกตไดจ้ ากบรเิ วณรากจะไม่มสี ีเขียวและมรี ากแขนงแตกออกมา ไมม่ ตี า
และไมม่ ขี อ้ สำหรบั ลำตน้ จะเหน็ เปน็ สีเขยี วหรือมีสีอื่นร่วมด้วย มีใบเจรญิ ออกด้านข้างของลำต้นตรง
ตำแหนง่ ขอ้ ท่ีเหน็ ไดช้ ดั เจน สำหรบั พืชใบเล้ยี งเดย่ี วจะเห็นขอ้ ปล้องชดั เจนกวา่ พืชใบเลีย้ งคู่)
- จงยกตวั อยา่ งพชื ใบเลยี้ งเดย่ี วและพชื ใบเล้ยี งคู่
(แนวคำตอบ พืชใบเล้ียงเดยี่ ว เช่น อ้อย ขา้ ว หญา้ ข้าวโพด พืชใบเล้ยี งคู่ เชน่ มะม่วง
หมอน้อย ถัว่ พรกิ เปน็ ต้น)
- นักเรียนคิดว่าโครงสร้างภายในของพืชใบเลี้ยงเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่เหมือนกันหรือไม่
แตกตา่ งกันอยา่ งไร
(แนวคำตอบ แตกตา่ งกนั เพราะมีโครงสรา้ งลักษณะภายในไม่เหมอื นกัน)

2. ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 ครูอธิบายภาพรวมโครงสร้างของลำต้น เพอื่ นำไปสู่การศกึ ษารายละเอยี ดของ

ลำต้นของพชื ใบเลีย้ งเดี่ยวและพืชใบเลี้ยงคู่ ดังนี้ โครงสร้างภายในของลำต้นในพืชใบเล้ียงเด่ียว และ
พืชใบเลี้ยงคู่นั้น มีความแตกต่างกันโดยเฉพาะการจัดเรียงตัวของกลุ่มท่อน้ำท่ออาหาร (vascular
bundle)

2.2 นกั เรียนศึกษาวิธีการทำกิจกรรมตอนท่ี 2.2 โครงสรา้ งภายในของลำตน้ ตัดตามขวาง
โดยครูอธบิ ายเพิ่มเติมพรอ้ มกับเนน้ ให้นกั เรียนบันทึกผลโดยการวาดรูปโครงสร้างภายในของลำต้นตัด
ตามขวางท่ีมีระยะการเตบิ โตปฐมภูมิ ทเ่ี ห็นภายใต้กล้องจลุ ทรรศน์พร้อมระบบุ รเิ วณตา่ ง ๆ และบันทกึ
รายละเอียดเปรียบเทยี บความเหมอื นและความแตกตา่ งของเนอ้ื เยอื่ แต่ละบรเิ วณของพืชใบเล้ียงเดี่ยว
และพชื ใบเลี้ยงคู่ ในรูปแบบตารางและทำใบงานเร่อื ง โครงสรา้ งลำต้น

2.3 นักเรยี นทำกิจกรรมตอนที่ 2.2 โครงสรา้ งภายในของลำต้นตดั ตามขวาง จากนน้ั ครู
ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยให้นกั เรียนแต่ละกลุ่มเล่ือนหาเนื้อเย่ือภายใต้กล้องจุลทรรศน์
เพื่อดูบริเวณต่าง ๆ ของโครงสร้างภายในของลำต้นระยะที่มีการเติบโตปฐมภูมิ พร้อมระบุบริเวณ
ตา่ ง ๆ และใหน้ ักเรยี นในกลุม่ ทุกคนมสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบความเขา้ ใจนี้

65

ชั่วโมงที่ 3
3. ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)

3.1 นักเรยี นและครูร่วมกันอภิปรายเพ่อื ตอบคำถามในหนงั สือเรยี นหน้า 69
- กลุม่ เซลล์บริเวณปลายยอดแตล่ ะบรเิ วณ มีลกั ษณะเหมือนหรือแตกต่างกนั อย่างไร
(แนวคำตอบ ปลายยอดสดุ ของพืชเป็นเนื้อเย่ือเจรญิ เหมือนกันเซลล์จะมีขนาดเลก็ และมี
การแบง่ เซลลต์ ลอดเวลาเนือ้ เยอื่ ถดั จากตำแหน่งใบเร่ิมเกิดลงมาเป็นเซลล์ทม่ี ีแนวการแบง่ เซลล์ตั้งฉาก
กบั แกนยาวของลำต้นเซลล์ทไี่ ด้นม้ี ีการขยายขนาดทัง้ ด้านความยาวและความกว้างจากนั้นจะเปลี่ยน
สภาพและเจริญเต็มท่ีเพือ่ เปน็ เซลลช์ นดิ ต่าง ๆ ในเน้ือเย่ือถาวรเพื่อทำหนา้ ที่เฉพาะตอ่ ไป)
- เม่ือเปรยี บเทียบรปู ปลายยอดกับรปู ปลายราก มีลกั ษณะเหมอื นหรอื แตกต่างกันอย่างไร
(แนวคำตอบ ลกั ษณะทเี่ หมอื นกันคือ เน้ือเยื่อเจรญิ ส่วนปลายประกอบด้วยเซลลเ์ จรญิ ทม่ี ี
ขนาดเลก็ จำนวนมากคล้ายกัน ส่วนทีแ่ ตกตา่ งกนั คอื เนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายรากมีหมวกรากหุ้มอยู่
แต่เนอ้ื เย่อื เจริญส่วนปลายยอดมีใบเร่ิมเกิดและใบอ่อนหุ้ม นอกจากนป้ี ลายรากจะไมม่ ีการแตกแขนง
แต่ปลายยอดจะมีการแตกแขนงซึง่ แขนงนเ้ี จริญมาจากตาตามซอกเร่มิ เกิด)
3.2 นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ เก่ียวกับโครงสร้างของลำตน้ พชื ใบเลี้ยงคแู่ ละลำตน้ พชื ใบ
เลี้ยงเดีย่ วทีม่ กี ารเติบโตปฐมภูมมิ เี นือ้ เยื่อแบ่งออกไดเ้ ปน็ 3 ชนั้ เหมือนกนั ไดแ้ ก่ เอพิเดอร์มสิ คอร์
เทกซแ์ ละสตลี แต่มกี ารจดั เรยี งของเนื้อเยอื่ ในช้ันสตลี ทแ่ี ตกต่างกัน

ภาพที่ 2 โครงสร้างภายในของลำต้นระยะทีม่ กี ารเติบโตปฐมภมู ิ
ทีม่ า : : หนงั สอื ค่มู ือครูชวี วิทยาช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5 สสวท.
3.3 นักเรียนดูรปู 9.22 ลำตน้ พืชใบเลี้ยงคู่ชนิดพชื ล้มลุกระยะทีม่ ีการเติบโตทุติยภมู ิใน
หนังสือเรียน ซ่ึงแสดงลำตน้ พชื ใบเล้ยี งคู่ชนดิ พืชล้มลุกระยะทม่ี กี ารเติบโตทุติยภมู ิ ครูอธิบายเก่ียวกับ
การเติบโตทตุ ิยภูมขิ องลำต้นพชื ใบเลี้ยงคูว่ า่ ทำใหล้ ำต้นมีขนาดใหญ่ขน้ึ
3.4 นกั เรยี นดูรปู 9.24 เนื้อไม้ และเปลอื กไมข้ องลำตน้ พืชท่ีมีอายุมากในหนังสือเรยี น ซึ่ง
แสดงเน้ือไม้ และเปลือกไมข้ องลำตน้ พชื ท่มี อี ายมุ าก ครูอธบิ ายเกย่ี วกับเน้อื ไมแ้ กน่ ไม้และวงปี

66

4. ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นักเรยี นและครูร่วมกันอภิปรายเพิม่ เตมิ เก่ียวกับผลการทำกิจกรรมวา่ วาสคิวลาร์

บันเดิลในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะเรียงตัวกระจายอยู่ทั่วเนื้อเยื่อพื้นทำให้ขอบเขตของคอร์เทกซ์และพิธ
ไม่ชดั เจน จึงทำให้ไม่สามารถระบุบริเวณของคอร์เทกซ์และพธิ ลงในรูปวาดได้ ซงึ่ ต่างจากลำต้นพืชใบ
เลย้ี งคู่ทสี่ ามารถระบุขอบเขตบริเวณของคอร์เทกซแ์ ละพธิ ได้ชดั เจน

4.2 จำนวนวงปขี องตน้ ไมบ้ อกอะไรได้บา้ ง
(แนวคำตอบ บอกอายุของต้นไม้ จากจำนวนวงปีที่เหน็ )
4.3 ความกวา้ งของชนั้ วงปีท่เี กิดจากไซเลม็ ที่มสี จี างบอกให้ทราบเร่ืองอะไร
(แนวคำตอบ บอกใหท้ ราบว่าในฤดูกาลนน้ั ของปมี นี ำ้ อุดมสมบูรณ์ เซลล์มีการ
เจริญเติบโตดโี ดยเฉพาะไซเลม็ จะมีเซลลข์ นาดใหญก่ ว่าปกติ)

5. ขน้ั ประเมิน (Evaluation)
5.1 ครูตรวจสอบผลการทำกจิ กรรม โดยการสงั เกตพฤติกรรมการทำงาน การแสดงความ

คิดเห็น การตอบคำถาม โดยนกั เรยี นร่วมกนั ตอบคำถามทค่ี รถู ามเพ่อื ประเมนิ ความรู้วา่ ความแตกต่าง
ของโครงสร้างภายในของลำต้นในพืชใบเลีย้ งเด่ียวและพชื ใบเล้ยี งคู่เปน็ อยา่ งไร

(แนวคำตอบ โครงสรา้ งภายในของลำต้นในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว และพืชใบเลีย้ งคู่นนั้ มคี วาม
แตกต่างกันโดยเฉพาะการจัดเรียงตวั ของกลมุ่ ทอ่ น้ำท่ออาหาร (vascular bundle) พืชใบเลยี้ งเด่ียวมี
กลุ่ม vascular bundle อยู่กระจัดกระจายทั่วไปไม่เป็นระเบียบ ส่วนพืชใบเลี้ยงคู่มีกลุ่ม vascular
bundle เรียงต่อกันโดยรอบลำต้น และจะเกิดการพัฒนา secondary phloem และ secondary
xylem ขนึ้ มาจากเน้อื เยอื่ เจรญิ (vascular cambium) ทำให้มีการเพม่ิ ขนาดของลำตน้ ได้)

5.2 นกั เรียนทำใบงานโครงสร้างลำต้น

6. สือ่ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สือเรยี นรายวิชาเพม่ิ เตมิ ชีววิทยาเล่ม 3
2. เพาเวอร์พอยต์ เรื่อง โครงสร้างภายในของลำต้นพชื ใบเล้ยี งคู่และลำตน้ พืชใบเล้ยี งเดีย่ ว
3. วัสดอุ ปุ กรณท์ ใ่ี ชใ้ นการทดลอง

7. ช้นิ งาน/ภาระงาน
1. บันทกึ ผลกิจกรรมตอนที่ 2.2 โครงสรา้ งภายในของลำต้นตดั ตามขวาง โดยการวาดรปู

โครงสรา้ งภายในของลำตน้ พืชใบเล้ยี งค่แู ละลำตน้ พชื ใบเลี้ยงเด่ียว
2. ใบงานเร่ือง โครงสรา้ งลำตน้

67

8. การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วธิ วี ัดผล เคร่ืองมือวดั เกณฑ์การผา่ นจุดประสงค์

ด้านความรู้ (K)

1. อธิบายโครงสร้างภายในของลำ

ตน้ พืชใบเล้ยี งคแู่ ละลำตน้ พืชใบ

เลี้ยงเดีย่ วตัดตามขวางได้ ตรวจใบงาน เรือ่ ง ใบงาน เรื่อง ระดับคณุ ภาพพอใช้ข้ึนไป
โครงสร้างลำต้น ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
2. เปรยี บเทียบโครงสร้างภายใน โครงสรา้ งลำตน้

ของลำตน้ พืชใบเลย้ี งคแู่ ละลำตน้

พืชใบเลี้ยงเดย่ี วตัดตามขวางได้

ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)

บ ั น ท ึ ก ผ ล โ ด ย ก า ร ว า ด รู ป ตรวจกจิ กรรมตอนที่ กิจกรรมตอนที่ ผ่านเกณฑ์ระดับดขี ึ้นไป

โครงสร้างภายในของลำต้นพืชใบ 2.2 โครงสรา้ ง 2.2 โครงสร้าง ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 70
ขนึ้ ไป
เลี้ยงคู่และลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ภายในของลำต้นตัด ภายในของลำตน้
ได้ ตามขวาง วาดและ ตัดตามขวาง
เปรยี บเทียบ ตรวจการวาดและ

เปรียบเทียบ เปรียบเทยี บ

ลกั ษณะโครงสร้าง เปรียบเทียบ

ภายในของลำตน้ พชื ลกั ษณะโครงสร้าง

ใบเลี้ยงคู่และลำต้น ภายในของลำต้น

พืชใบเลยี้ งเดี่ยว พชื ใบเลย้ี งคู่และ

ลำตน้ พชื ใบเลย้ี ง

เดย่ี ว

ด้านคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์

(A) ประเมินคุณลักษณะ แบบประเมิน

เกิดความอยากรู้อยากเห็นและมี อันพึงประสงค์ คณุ ลกั ษณะอนั พึง
ค ว า ม ร ั บ ผ ิ ด ช อ บ ต ่ อ ง า น ท่ี
มอบหมาย ประสงค์

68

69

เกณฑก์ ารประเมนิ การปฏิบัติกิจกรรม

ประเดน็ ทีป่ ระเมิน ระดับคะแนน

10. การปฏบิ ตั ิ 4 32 1
กจิ กรรม ทำกจิ กรรมตาม ต้องให้ความ
ข้นั ตอน และใช้ ทำกิจกรรมตาม ตอ้ งใหค้ วาม ช่วยเหลอื อย่างมาก
อปุ กรณ์ไดอ้ ยา่ ง ในการทำกิจกรรม
ถกู ต้อง ขนั้ ตอน และใช้ ชว่ ยเหลอื บา้ งใน และการใช้อุปกรณ์

อปุ กรณ์ได้อยา่ ง การทำกจิ กรรม ทำกจิ กรรมเสรจ็ ไม่
ทนั เวลา และทำ
ถูกต้อง แตอ่ าจตอ้ ง และการใช้อปุ กรณ์ อุปกรณเ์ สยี หาย

ได้รับคำแนะนำบา้ ง ตอ้ งใหค้ วาม
ชว่ ยเหลอื อย่างมาก
11. ความ มคี วามคลอ่ งแคลว่ มีความคลอ่ งแคล่ว ขาดความ ในการบันทึก สรปุ
และนำเสนอผลการ
คลอ่ งแคล่ว ในขณะทำกิจกรรม ในขณะทำกจิ กรรม คลอ่ งแคล่วในขณะ ทำกิจกรรม
โดยไม่ต้องไดร้ บั คำ
ในขณะปฏิบัติ ชีแ้ นะ และทำ แตต่ ้องได้รับ ทำกจิ กรรมจงึ ทำ
กจิ กรรม
คำแนะนำบ้าง และ กิจกรรมเสร็จไม่

กิจกรรมเสร็จ ทำกิจกรรมเสร็จ ทันเวลา

ทนั เวลา ทนั เวลา

12. การ บันทกึ และสรปุ ผล บันทึกและสรุปผล ตอ้ งให้คำแนะนำใน
บันทกึ สรปุ และ การทำกจิ กรรมได้ การทำกิจกรรมได้ การบนั ทกึ สรุป
นำเสนอผลการ ถูกต้อง รดั กุม ถูกต้อง แต่การ และนำเสนอผลการ
ปฏบิ ัตกิ จิ กรรม นำเสนอผลการทำ นำเสนอผลการทำ ทำกจิ กรรม
กิจกรรมเป็น กิจกรรมยงั ไม่เปน็
ขั้นตอนชัดเจน ขน้ั ตอน

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ

10-12 ดีมาก

7-9 ดี

4-6 พอใช้

0-3 ปรบั ปรงุ

70

71

เกณฑ์การประเมนิ ผลการทำใบงาน

ประเดน็ การประเมนิ คาํ อธิบายระดบั คุณภาพ/ระดับคะแนน

4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน
ทำใบงานถูกตอ้ ง
ความถูกตอ้ ง ทำใบงานถูกตอ้ ง ทำใบงานถกู ตอ้ ง ทำใบงานถูกตอ้ ง นอ้ ยกว่ารอ้ ยละ 50
ร้อยละ 80 ข้ึนไป ร้อยละ 65 – 79 รอ้ ยละ 50 - 64
ทำใบงานเปน็
ทำใบงานมคี วามเป็น ทำใบงานมีความเปน็ ทำใบงานเปน็ ระเบียบ สะอาด
เรยี บร้อยพอใช้
ความเปน็ ระเบียบ ระเบยี บ สะอาด ระเบียบ สะอาด ระเบยี บ สะอาด ส่งใบงานล่าชา้ กว่า
ความตรงตอ่ เวลา เวลาท่ีกำหนด
เรยี บร้อยดมี าก เรียบรอ้ ยดี เรียบรอ้ ยปานกลาง มากกว่า 3 วัน

ส่งใบงานทันตาม ส่งใบงานลา่ ชา้ กว่า ส่งใบงานล่าชา้ กว่า

เวลาที่กำหนด เวลาท่ีกำหนดไป 1 วัน เวลาที่กำหนดไป 3

วนั

เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ระดับคุณภาพ
ช่วงคะแนน ควรปรับปรุงอยา่ งยง่ิ
0-4
5-6 ควรปรับปรงุ
7-8 พอใช้
9 – 10 ดี
11 - 12
ดีมาก

เกณฑ์การผ่าน ระดบั คุณภาพพอใช้ข้นึ ไปถอื ว่าผา่ นเกณฑ์

72

73

ตารางเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ประเด็นการ คณุ ลกั ษณะของนกั เรียน
ประเมิน
3 2 1
1. มวี นิ ัย
- มีความตรงตอ่ เวลา มีความซือ่ สตั ย์ - มคี วามซือ่ สตั ยส์ ุจรติ - มีความตั้งใจทจ่ี ะ
2. มีความ สจุ ริต - มีความตั้งใจท่ีจะทำงาน ทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ - มีความรบั ผดิ ชอบ มีความตัง้ ใจท่จี ะ - มีความรับผิดชอบ - รจู้ กั เสียสละ
ทำงาน - มีความอดทน - มีความซ่ือสตั ย์
- มเี คารพในสทิ ธขิ องผู้อ่ืน ขยนั หมน่ั เพยี ร สุจริต
- มรี ะเบียบและปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์ - รจู้ ักเสียสละ
- เห็นอก เหน็ ใจผ้อู ืน่ - เห็นอก เห็นใจผ้อู นื่ - เข้าร่วมกิจกรรม
- มคี วามอดทนขยันหมั่นเพยี ร การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
- รจู้ กั เสยี สละ รจู้ กั กาลเทศะ - เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
- เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการ ตา่ ง ๆ
เรยี นรู้ - เอาใจใสแ่ ละมีความ
- ต้งั ใจในการเรียนรู้ พยายามในการเรยี นรู้
- เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรตู้ า่ ง ๆ -มกี ารบนั ทกึ ความรใู้ นระหว่าง
- มีการบันทึกความรูใ้ นระหว่างเรียน เรียน
- จดสรุปจากทค่ี รเู ขยี น

3. มีความ - เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัตหิ น้าทท่ี ไ่ี ด้รับ - ทุ่มเท อดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ต่อ - ทุ่มเท อดทน ไม่
ม่งุ มน่ั ในการ มอบหมาย ปัญหาในการทำงาน ย่อท้อต่อปัญหาใน
ทำงาน - มีความตงั้ ใจและรับผิดชอบในการ - มกี ารปรับปรงุ และ การทำงาน
ทำงานใหส้ ำเรจ็ พฒั นาการทำงานด้วยตนเอง

- ทมุ่ เท อดทน ไม่ยอ่ ท้อต่อปัญหาใน - เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบตั ิ
การทำงาน หน้าทที่ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
- มีการปรับปรงุ และพฒั นาการทำงาน
ด้วยตนเอง

เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 มคี ะแนนมากกวา่ หรือเทา่ กบั 7
คะแนน 9-8 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 มคี ะแนนน้อยกว่า 7
คะแนน 7 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4 คะแนน
คะแนน 6-5 คิดเป็นรอ้ ยละ 3 คะแนน
คะแนน 4 คดิ เปน็ ร้อยละ 2 คะแนน
คะแนน 3 คดิ เปน็ ร้อยละ 1 คะแนน

เกณฑค์ ณุ ภาพ
3 คะแนน ดี
2 คะแนน พอใช้
1 คะแนน ปรบั ปรงุ

74

75

76

77

78

79

แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 12

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5

รายวิชา ชีววิทยา 3 รหสั ว 32243

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 9 โครงสรา้ งและการเจรญิ เติบโตของพืชดอก เวลา 17 ชั่วโมง

เรือ่ ง โครงสร้างและการเจรญิ เตบิ โตของใบ เวลา 3 ชัว่ โมง

ภาคเรียนท่ี 1/2565 ครูผสู้ อน นางสาวธญั ญาเรศ ทบอาจ

1. มาตรฐานการเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้
สาระชีววิทยา 3 เข้าใจส่วนประกอบของพืช การแลกเปลี่ยนแก๊สและคายน้ำของพืช การ

ลำเลียง ของพืช การสังเคราะห์ด้วยแสง การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต และการ
ตอบสนองของพชื รวมท้ังนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

ผลการเรียนรู้
7. สังเกตและอธิบายโครงสร้างภายในของใบพชื จากการตดั ตามขวาง

2. สาระสำคัญ
ใบมหี นา้ ท่ีสงั เคราะหด์ ้วยแสงแลกเปลย่ี นแก๊สและคายนำ้ ใบของพืชดอกประกอบด้วยกา้ นใบ

แผ่นใบเส้นกลางใบและเส้นใบ พืชบางชนิดอาจไม่มีก้านใบที่โคนก้านใบอาจพบหรือไม่พบหูใบ
โครงสรา้ งภายในของใบตัดตามขวางประกอบดว้ ย 3 สว่ นได้แก่เอพเิ ดอรม์ ิส มโี ซฟลิ ลแ์ ละวาสคิวลาร์
บันเดิล

3. สาระการเรยี นรู้
- โครงสรา้ งและการเจริญเตบิ โตของใบ

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ดา้ นความรู้ (K)
1. อธิบายโครงสร้างภายนอกและบอกหนา้ ทขี่ องใบพชื ดอกได้
2. อธบิ ายโครงสรา้ งภายในของใบพืชตดั ตามขวางได้
2. ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
1. สงั เกตจากการทำกจิ กรรมและการอภิปรายรว่ มกนั
2. ความรว่ มมอื การทำงานเปน็ ทมี และภาวะผู้นำจากการทำกจิ กรรมและการนำเสนอ

80

3. ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
มีความกระตือรือร้นและความอยากร้อู ยากเหน็

5. กิจกรรมการเรียนรู้
รูปแบบการสอนท่ีใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ คอื การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5E

ช่วั โมงที่ 1 – 2
1. ข้ันสร้างความสนใจ (Engagement)

1.1 นกั เรยี นดูใบพชื ทีค่ รูเตรียมมาโดยสงั เกตโครงสร้างภายนอกของใบอธิบายเก่ียวกบั
หน้าทีข่ องใบจากนั้นครูใช้คำถามถามนักเรยี นวา่

- โครงสร้างของใบมคี วามสัมพนั ธ์กับการสงั เคราะหด์ ้วยแสงและการแลกเปล่ยี น
แก๊สและคายนำ้ อย่างไร

(แนวคำตอบ ใบมีหนา้ ท่สี ำคัญคอื สร้างอาหารโดยวิธสี ังเคราะห์ดว้ ยแสง หายใจ
คายน้ำ และแลกเปลี่ยนแก๊ส พืชที่เจริญในที่แห้งแล้งจะมีวิวัฒนาการลดรูปของใบเปลี่ยนเป็นหนาม
เพือ่ ลดการคายน้ำ และเพือ่ ป้องกันอันตรายจากสัตวท์ ม่ี ากัดกิน)

2. ขัน้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2.1 นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ 4 กลุม่ กลุ่มละ 4 คน ซึ่งครูแบง่ ใหโ้ ดยคละความสามารถ

(อ่อน ปานกลาง เกง่ ) แต่ละกลุ่มทำกจิ กรรม 9.3 โครงสรา้ งภายนอกและโครงสรา้ งภายในของใบ
2.2 ครูอธบิ ายจุดประสงค์และวิธีการทำกิจกรรม 9.3 โครงสร้างภายนอกและโครงสรา้ ง

ภายในของใบ โดยเนน้ ว่าเมอื่ จบกจิ กรรมและการเรยี นเรอื่ ง โครงสร้างและการเจรญิ เติบโตของใบแล้ว
นกั เรยี นต้องอธิบายโครงสร้างภายนอกของพชื ดอก และอธบิ ายโครงสร้างภายในของใบพืชจากการตัด
ตามขวางได้ และบนั ทกึ ผลจากการสงั เกตลักษณะภายนอกของใบเปรยี บเทยี บระหว่างใบพืชใบเล้ียงคู่
และพืชใบเล้ยี งเดี่ยวในรปู แบบของตาราง

2.3 นักเรียนศกึ ษาโครงสรา้ งภายนอกของใบพชื ใบเลีย้ งคูแ่ ละใบพชื ใบเลย้ี งเดี่ยว จาก
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น หนังสือเรียนชีววิทยา ม.5 เล่ม 3 เพาเวอร์พอยต์ เรื่อง โครงสร้างและการ
เจริญเติบโตของใบ หรืออนิ เทอร์เนต็ จากนน้ั ครใู ช้รูป 9.25 โครงสรา้ งภายนอกของใบ ในหนังสือเรยี น
ชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 3 ซ่งึ แสดงโครงสรา้ งภายนอกของใบ เพอื่ รว่ มกันสรปุ กบั นักเรยี นเก่ียวกับโครงสร้าง
ภายนอกของใบพืช และเพ่อื ให้นักเรยี นใชข้ อ้ มูลประกอบการบนั ทกึ ผลการทดลอง

2.4 นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มทำกจิ กรรม 9.3 โครงสร้างภายนอกและโครงสรา้ งภายในของใบ
บนั ทึกผลโดยการวาดรูปโครงสรา้ งภายในของใบทเ่ี ห็นภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศน์ พร้อมระบุบรเิ วณต่าง ๆ
และบันทึกรายละเอียดเปรียบเทียบเนื้อเยื่อแต่ละชั้นของใบพืชใบเลี้ยงคู่และใบพืชใบเลี้ยงเดี่ยวใน
รูปแบบตาราง และตอบคำถามในแบบฝึกหัดท้ายกิจกรรม 9.3 โครงสร้างภายนอกและโครงสร้าง
ภายในของใบ ในหนงั สอื เรยี นชวี วิทยา ม.5 เล่ม 3 หน้า 78 - 79

81

ชัว่ โมงท่ี 3
3. ข้นั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)

3.1 นกั เรยี นและครูร่วมกนั อธิบายและลงขอ้ สรปุ โครงสร้างภายนอกของใบดังตวั อย่าง
ตามตารางต่อไปน้แี ละเฉลยคำถามท้ายกิจกรรม

ตัวอย่างผลการทำกจิ กรรม

ลักษณะภายนอกของใบ ใบถ่ัวเขียว ใบขา้ วโพด
1. กา้ นใบ
2. แผ่นใบ มีกา้ นใบ ไมม่ ีกา้ นใบ แตม่ กี าบใบ

3. หใู บ แผ่นใบกว้าง เส้นใบแยกออกจาก แผ่นใบแคบ เส้นใบแยกออก

เส้นกลางใบแตกแขนงไปทั่วทั้ง จากโคนใบแบบเรียงขนาน

แผน่ ใบแบบร่างแห กัน

มีหใู บเป็นแผน่ สีเขยี ว ไมม่ ี

3.2 รูปวาดจากการศึกษาโครงสรา้ งภายในของใบพืชใบเล้ยี งค่แู ละใบพชื ใบเล้ียงเด่ยี ว

ภาพที่ 1 โครงสรา้ งภายในของถว่ั เขยี วและขา้ วโพด
ท่ีมา : ค่มู ือครูชีววทิ ยามธั ยมศึกษาปที ่ี 5 สสวท.

4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
4.1 นักเรยี นและครูร่วมกันอภปิ รายเพิม่ เตมิ เกย่ี วกับผลการทำกจิ กรรมวา่ ถ่วั เขียวเปน็ พชื

ที่มีเส้นใบยอ่ ยแบบเปน็ รา่ งแหทำใหม้ ีโอกาสที่เมอ่ื ตดั ตามขวางแล้วอาจเหน็ วาสควิ ลารบ์ ันเดิลตามยาว
ดังรูปในตวั อย่างผลการทำกิจกรรมได้ ซึ่งต่างจากพืชใบเลี้ยงเดี่ยวที่มีเส้นใบย่อยแบบขนานทำให้เมอ่ื
ตัดตามขวางจะเห็นวาสควิ ลาร์บันเดลิ ตามขวางในทุกเส้นใบท่ีตัดผา่ น

5. ขั้นประเมิน (Evaluation)
5.1 ครใู ห้นกั เรยี นยกตวั อย่างการใช้ประโยชน์จากใบพชื ใบเลย้ี งคู่และใบพืชใบเลย้ี งเดย่ี ว

โดยใชค้ วามร้เู กีย่ วกบั โครงสร้างของใบเพ่ืออธบิ ายเหตุผลวา่ เพราะเหตใุ ดพชื ชนิดดงั กลา่ วจงึ เหมาะสม
กบั การใช้ประโยชน์ในด้านน้ัน

82

(แนวคำตอบ การใชป้ ระโยชน์จากใบบวั เนอ่ื งจากใบบวั มแี ผน่ ใบทกี่ ลมใหญ่ มเี ส้นใบสาน
เป็นร่างแหทำให้เหนียวไม่ฉีกขาดง่ายเหมาะกับการใช้ห่ออาหาร นอกจากนี้บริเวณ เอพิเดอร์มิ
สดา้ นบนยังมีชนั้ คิวทเิ คลิ หนา ซงึ่ สรา้ งขนึ้ มาเพอื่ ป้องกันการระเหยของน้ำและทำใหน้ ำ้ สามารถกล้ิงไป
มาบนใบจบั ฝ่นุ หรอื สง่ิ สกปรกท่ตี ดิ อยชู่ ่วยทำความสะอาดผวิ ใบ อกี ทัง้ บัวยงั ไม่มผี ลึกหรอื พิษอยู่ภายใน

การใช้ประโยชนจ์ ากใบกลว้ ย โครงสร้างภายในตัดตามขวางของใบกลว้ ยจะพบว่ามี
ชอ่ งอากาศขนาดใหญ่อยู่ระหว่างวาสคิวลาร์บนั เดิลซึง่ ลักษณะนี้เองท่ีทำให้ใบกลว้ ยฉีกแบง่ ได้ง่าย และ
เนื่องจากโครงสร้างของใบกลว้ ยมไี ฟเบอร์จำนวนมากท้ังเอพิเดอร์มสิ ดา้ นบนและเอพเิ ดอร์มิสด้านล่าง
จึงทำให้ใบกล้วยมคี วามเหนียวและยืดหยุ่น)

6. สอ่ื / แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียนรายวิชาเพมิ่ เติมวิทยาศาสตรช์ ีววทิ ยา เลม่ 3 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 5 สสวท.
2. เพาเวอร์พอยต์ เรื่อง โครงสรา้ งและการเจรญิ เติบโตของใบ
3. วสั ดอุ ุปกรณ์ท่ใี ช้ในการทดลอง

7. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
1. กิจกรรม 9.3 โครงสรา้ งภายนอกและโครงสรา้ งภายในของใบ
2. แบบฝึกหัดท้ายกิจกรรม 9.3 โครงสร้างภายนอกและโครงสร้างภายในของใบ ในหนังสือ
เรียนชวี วทิ ยา ม.5 เล่ม 3 หน้า 78 – 79

83

8. การวดั และประเมินผล

จุดประสงค์การเรยี นรู้ วธิ ีวดั ผล เคร่อื งมือวัด เกณฑก์ ารผ่าน

จุดประสงค์

ด้านความรู้ (K)

1. อธิบายโครงสร้างภายนอกและ ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝกึ หดั ทา้ ย ระดับคณุ ภาพพอใช้
ขนึ้ ไปถอื วา่ ผา่ นเกณฑ์
บอกหนา้ ที่ของใบพชื ดอกได้ ท้ายกิจกรรม 9.3 กิจกรรม 9.3
2. อธิบายโครงสร้างภายในของใบพืช โครงสรา้ งภายนอก โครงสร้างภายนอก
ตัดตามขวางได้
และโครงสรา้ ง และโครงสรา้ ง

ภายในของใบ ภายในของใบ

ด้านทักษะกระบวนการ (P) ตรวจกจิ กรรม 9.3 กิจกรรม 9.3 ผ่านเกณฑ์ระดับดขี ึ้น
1. สังเกตจากการทำกจิ กรรมและการ โครงสร้างภายนอก โครงสร้างภายนอก ไป
อภปิ รายรว่ มกัน
2. ความร่วมมือ การทำงานเป็นทีม และโครงสรา้ ง และโครงสรา้ ง
และภาวะผู้นำจากการทำกิจกรรม
และการนำเสนอ ภายในของใบ ภายในของใบ

ดา้ นคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ (A) ประเมนิ แบบประเมิน ผา่ นเกณฑ์รอ้ ยละ 70
คณุ ลกั ษณะอันพึง คุณลักษณะอันพงึ ขนึ้ ไป
มีความกระตือรอื ร้นและความอยากรู้
อยากเห็น ประสงค์ ประสงค์

84

85

เกณฑก์ ารประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหัด

ประเดน็ การประเมนิ คําอธิบายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน

4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน

ความถูกต้อง ทำแบบฝกึ หดั ถกู ต้อง ทำแบบฝกึ หัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ทำแบบฝึกหดั ถูกตอ้ ง
ร้อยละ 80 ข้ึนไป รอ้ ยละ 65 – 79 รอ้ ยละ 50 - 64 นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 50

ทำแบบฝกึ หดั มีความ ทำแบบฝกึ หัดมีความ ทำแบบฝึกหดั เป็น ทำแบบฝึกหดั เปน็
ระเบยี บ สะอาด
ความเป็นระเบียบ เป็นระเบยี บ สะอาด เปน็ ระเบียบ สะอาด ระเบียบ สะอาด เรยี บรอ้ ยพอใช้
ความตรงต่อเวลา
เรยี บร้อยดีมาก เรยี บรอ้ ยดี เรยี บรอ้ ยปานกลาง สง่ แบบฝึกหดั ล่าช้า
กว่าเวลาท่ีกำหนด
สง่ แบบฝกึ หัดทนั ตาม ส่งแบบฝึกหดั ลา่ ชา้ กวา่ สง่ แบบฝึกหัดลา่ ชา้ มากกว่า 3 วัน

เวลาที่กำหนด เวลาท่ีกำหนดไป 1 วนั กว่าเวลาท่ีกำหนดไป

3 วัน

เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ควรปรับปรุงอยา่ งยงิ่
0-4
5-6 ควรปรบั ปรงุ
7-8 พอใช้
9 – 10 ดี
11 - 12
ดมี าก

เกณฑก์ ารผา่ น ระดบั คุณภาพพอใช้ขึน้ ไปถอื วา่ ผ่านเกณฑ์

86

87

เกณฑ์การประเมินการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม

ประเดน็ ทป่ี ระเมนิ ระดับคะแนน

13. การปฏบิ ตั ิ 4 32 1
กจิ กรรม ทำกจิ กรรมตาม ตอ้ งใหค้ วาม
ข้นั ตอน และใช้ ทำกจิ กรรมตาม ตอ้ งให้ความ ช่วยเหลอื อยา่ งมาก
อปุ กรณไ์ ดอ้ ย่าง ในการทำกิจกรรม
ถูกต้อง ขัน้ ตอน และใช้ ช่วยเหลอื บา้ งใน และการใช้อุปกรณ์

อุปกรณ์ได้อย่าง การทำกจิ กรรม ทำกจิ กรรมเสรจ็ ไม่
ทนั เวลา และทำ
ถกู ต้อง แตอ่ าจต้อง และการใช้อุปกรณ์ อุปกรณ์เสยี หาย

ได้รับคำแนะนำบ้าง ต้องใหค้ วาม
ช่วยเหลืออย่างมาก
14. ความ มคี วามคล่องแคล่ว มีความคล่องแคล่ว ขาดความ ในการบันทึก สรปุ
และนำเสนอผลการ
คลอ่ งแคล่ว ในขณะทำกิจกรรม ในขณะทำกจิ กรรม คลอ่ งแคล่วในขณะ ทำกจิ กรรม
โดยไม่ตอ้ งไดร้ บั คำ
ในขณะปฏิบัติ ชแี้ นะ และทำ แตต่ อ้ งไดร้ ับ ทำกจิ กรรมจงึ ทำ
กิจกรรม
คำแนะนำบ้าง และ กิจกรรมเสร็จไม่

กจิ กรรมเสร็จ ทำกิจกรรมเสร็จ ทนั เวลา

ทันเวลา ทนั เวลา

15. การ บันทึกและสรุปผล บันทกึ และสรุปผล ตอ้ งใหค้ ำแนะนำใน
บันทกึ สรปุ และ การทำกิจกรรมได้ การทำกิจกรรมได้ การบันทกึ สรุป
นำเสนอผลการ ถูกตอ้ ง รัดกุม ถูกตอ้ ง แตก่ าร และนำเสนอผลการ
ปฏบิ ัติกิจกรรม นำเสนอผลการทำ นำเสนอผลการทำ ทำกจิ กรรม
กจิ กรรมเปน็ กิจกรรมยงั ไม่เปน็
ขั้นตอนชัดเจน ข้ันตอน

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

10-12 ดีมาก

7-9 ดี

4-6 พอใช้

0-3 ปรับปรงุ

สรุป คะแนนรวม 0 - 7 คะแนน ไมผ่ ่าน

88

89

ตารางเกณฑ์การให้คะแนนแบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

ประเด็นการ คณุ ลกั ษณะของนกั เรียน
ประเมิน
3 2 1
1. มวี นิ ัย
- มีความตรงตอ่ เวลา มีความซือ่ สตั ย์ - มคี วามซือ่ สตั ยส์ ุจรติ - มีความตั้งใจทจ่ี ะ
2. มคี วาม สจุ ริต - มีความตั้งใจท่ีจะทำงาน ทำงาน
ใฝเ่ รยี นรู้ - มีความรบั ผดิ ชอบ มีความตัง้ ใจท่จี ะ - มีความรับผิดชอบ - รจู้ กั เสียสละ
ทำงาน - มีความอดทน - มีความซ่ือสตั ย์
- มเี คารพในสทิ ธขิ องผู้อน่ื ขยนั หมน่ั เพยี ร สุจริต
- มรี ะเบียบและปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑ์ - รจู้ ักเสียสละ
- เห็นอก เหน็ ใจผ้อู ืน่ - เห็นอก เห็นใจผ้อู นื่ - เข้าร่วมกิจกรรม
- มคี วามอดทนขยันหมั่นเพยี ร การเรยี นรู้ตา่ ง ๆ
- รจู้ กั เสยี สละ รจู้ กั กาลเทศะ - เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้
- เอาใจใส่และมคี วามพยายามในการ ตา่ ง ๆ
เรยี นรู้ - เอาใจใสแ่ ละมีความ
- ต้งั ใจในการเรียนรู้ พยายามในการเรยี นรู้
- เข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรตู้ า่ ง ๆ -มกี ารบนั ทกึ ความรใู้ นระหว่าง
- มีการบันทึกความรูใ้ นระหว่างเรียน เรียน
- จดสรุปจากทค่ี รเู ขยี น

3. มคี วาม - เอาใจใสต่ อ่ การปฏบิ ัติหน้าทท่ี ไ่ี ด้รับ - ทุ่มเท อดทน ไม่ยอ่ ทอ้ ต่อ - ทุ่มเท อดทน ไม่
ม่งุ ม่นั ในการ มอบหมาย ปัญหาในการทำงาน ย่อท้อต่อปัญหาใน
ทำงาน - มีความตงั้ ใจและรับผิดชอบในการ - มกี ารปรับปรงุ และ การทำงาน
ทำงานใหส้ ำเรจ็ พฒั นาการทำงานด้วยตนเอง

- ทมุ่ เท อดทน ไม่ยอ่ ท้อต่อปัญหาใน - เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบตั ิ
การทำงาน หน้าทที่ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
- มีการปรับปรงุ และพฒั นาการทำงาน
ด้วยตนเอง

เกณฑ์การประเมิน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 มคี ะแนนมากกวา่ หรือเทา่ กบั 7
คะแนน 9-8 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 5 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์รอ้ ยละ 70 มคี ะแนนน้อยกว่า 7
คะแนน 7 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 4 คะแนน
คะแนน 6-5 คิดเป็นรอ้ ยละ 3 คะแนน
คะแนน 4 คดิ เปน็ ร้อยละ 2 คะแนน
คะแนน 3 คดิ เปน็ ร้อยละ 1 คะแนน

เกณฑค์ ณุ ภาพ
3 คะแนน ดี
2 คะแนน พอใช้
1 คะแนน ปรบั ปรงุ

90

91

92


Click to View FlipBook Version