The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ภูริณัฐ โภคานิตย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kueluestudio, 2022-02-17 22:54:53

รายงานปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา

รายงานปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ภูริณัฐ โภคานิตย์

รายงานการปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา
โรงเรยี นบา้ นโนนมว่ ง

เสนอ
คณะศกึ ษาศาสตร์

โดย
นายภูริณัฐ โภคานิตย์

เลขทะเบียนนักศกึ ษา 6410440131046

รายงานนี้เปน็ สว่ นหนึ่งของการศึกษาวชิ า การปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศกึ ษา 1
หลกั สูตรศึกษาศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชา การสอนภาษาไทย

คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย วิทยาเขตอสี าน
ปีการศึกษา2564



คานา

รายงานทางวิชาการเล่มนี้ เป็นรายงานผลการเรียนในรายวิชา ED 1009 การปฏิบัติการ
สอนในสถานศึกษา 1 ซึ่งเป็นภาคปฏิบัติการในพื้นที่จริง โดยรายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อให้
นกั ศกึ ษาไดฝ้ กึ ปฏิบตั กิ ารสอนและปฏบิ ัติงานวชิ าชีพครูในสถานศึกษา โดยมุ่งหวงั ใหน้ ักศกึ ษาได้เรยี นรู้
และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงของอาชีพครู 2.เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกประสบการณ์การ ทางาน และ
ได้เรียนรู้งานหลายอย่างในโรงเรียน รวมทั้งสามารถทางานเปน็ ทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเข้าใจ
วิถีชีวิตการทางานตามสภาพบริบท วัฒนธรรมของสถานศึกษา ผู้รายงาน ได้เรียบเรียงผลของการ
ทางานเป็นทั้งหมดจานวน 3 บท ได้แก่ บทที่ 1 รหัสวิชา ชื่อวิชา และคาอธิบายรายวิชา, บทที่ 2 ผล
การเรียนรู้ในรายวิชาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา, บทที่ 3 สรุปองค์ความรู้ จากการเรียนรู้ใน
โรงเรียน (รวมทุกด้านที่นักศึกษาได้รับ) นอกจากนี้ยังได้แนบหลักฐานประกอบการปฏิบัติงานซึ่งมีทัง้
รูปภาพของการทางาน และหลกั ฐานการประสานงานตา่ งๆ

ผูจ้ ดั ทารายงาน ขอขอบพระคุณ นายชาญชยั สวสั ด์ิ อสิ สระวงษ์ ผอู้ านวยการโรงเรียนบ้าน
โนนม่วง ขอขอบพระคุณ นางรัชฎา เพิ่มวิลัย ครูพี่เลี่ยง ที่แนะนาความรู้และตรวจงานให้อย่างดีย่ิง
ขอขอบพระคุณ อาจารย์ผศ.ดร. บัญชา เกียรติจรุงพันธ์, อาจารย์ดร. ณัฐกิตติ์ สิริวัฒนาทากุล,
อาจารย์บัญชา ธรรมบตุ ร, อาจารยค์ ชา ปราณตี พลกรัง และอาจารยด์ ร. อรรถพงษ์ ผวิ เหลอื ง ซึ่งออก
นิเทศและได้ให้คาแนะนาในการทาหนา้ ทพี่ ร้อมกับใหก้ าลังใจในระหว่างปฏบิ ตั งิ าน

ผู้จัดทาหวังว่ารายงานฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ศึกษาแนวทางการเรียนวิชาชีพครู
อยา่ งไรกต็ าม หากมีขอ้ ผิดพลาดประการใด ทางผูจ้ ัดทาตอ้ งขออภยั มา ณ ที่น้ี

นายภรู ิณัฐ โภคานติ ย์
ผู้จัดทารายงาน

วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564



สารบญั หน้า

เรื่อง ข-ค
คานา 1
สารบัญ 2
บทที่ 1 รหสั วชิ า ช่ือวชิ า และคาอธิบายรายวิชา 3
บทที่ 2 ผลการเรยี นรู้ในรายวิชาปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา 7
10
- แบบบนั ทึกการเรยี นรูง้ านดา้ นธรุ การชนั้ เรียน
- แบบบันทกึ การเรยี นรูง้ านด้านปญั หาของนักเรยี น 12
- แบบบนั ทกึ การเรียนรู้งานดา้ นการจดั การช้นั เรยี นและการแกป้ ญั หา
ในชนั้ เรยี น 15
- แบบบนั ทกึ การเรยี นรู้งานดา้ นการออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเยยี่ มบา้ น
นกั เรียน 18
- แบบบนั ทกึ การเรยี นรงู้ านด้านความสมั พนั ธ์ระหวา่ งโรงเรยี นกบั ผปู้ กครอง 21
และชุมชน 24
- แบบบันทึกการเรียนรงู้ านดา้ นการจดั การสงิ่ แวดลอ้ มเพื่อการเรยี นรู้ 25
- แบบบันทกึ การเรยี นรู้งานครูดา้ นอน่ื ๆ ตามนโยบายของโรงเรียน 29
บทที่ 3 สรปุ องค์ความรู้
- สรปุ องคค์ วามรู้จากการเรยี นรูใ้ นโรงเรยี น (ความรจู้ ากทุกแบบบนั ทึก) 29
- สรุปข้อคิดท่ไี ด้รับจากการไปปฏบิ ัตงิ านในสถานศึกษาตอ่ วชิ าชีพครู 30
และข้อเสนอแนะ 32
บทที่ 4 สรปุ ผลการเข้าร่วมกิจกรรมในรายวิชา 34
- แบบบันทกึ การเขา้ ร่วมกจิ กรรมปฐมนิเทศ 35
- แบบบนั ทึกการเขา้ รว่ มกจิ กรรมสะท้อนผลระหวา่ งปฏิบัตกิ ารสอน 36
- แบบบันทกึ การเข้ารว่ มกิจกรรมปจั ฉิมนิเทศ 37
บรรณานุกรม 39
ภาคผนวก
- บัญชีลงเวลา (หรอื สาเนา หรือภาพถ่ายสาเนา) 44
- หนงั สอื ขอความอนุเคราะห์, หนงั สือตอบ, หนังสือส่งตัวฝึกฯ,
หนังสอื ส่งกลับสถาบัน
- ประวัตโิ รงเรยี น - แผนผงั โรงเรยี น

สารบัญ ( ต่อ ) ค
เรื่อง
หน้า
- ประวัตคิ รพู ่เี ลี้ยง 46
- ประวัตินกั ศกึ ษา 47

1

บทท่ี 1
รหสั วิชา ช่ือวชิ า และคาอธิบายรายวิชา
รหัสวชิ า ชือ่ วชิ า และคาอธิบายรายวิชา
รหสั วิชา ED 1009 ช่ือวชิ า (ภาษาไทย) การปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษา 1

ชอื่ วิชา (ภาษาอังกฤษ) Teaching Practicum in School 1
การจดั การเรยี นการสอนใหร้ อบรู้ในงานครู เชน่ งานธรุ การในช้นั เรียน การสังเกต
ปัญหาของ ผู้เรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน การประสานงาน การออกตรวจเยี่ยมโครงการเยี่ยม
บ้านกับ โรงเรียนในการประสานกับผู้ปกครองและชุมชน การจัดการในชั้นเรียนและการจัดการ
สิ่งแวดล้อมเพ่ือ การเรียนรู้ในฐานะครผู ้สู อน หรืองานกิจกรรมอ่ืนใดของโรงเรียน ภายใตก้ ารนเิ ทศ
จากอาจารย์นเิ ทศก์ และครูพเี่ ล้ยี ง

Expert knowledge teaching in Teacher work as Administrative
Assistant in classroom, observe and solve the problems of students, coordinate work,
to visit the project and home of students by cooperative teacher with parent and
community. Teaching and environment teaching for learning as teacher or another
activity in school under supervisory of supervisor and the school cooperative teacher

2

บทที่ 2
ผลการเรียนรูใ้ นรายวิชาปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา
แบบบันทกึ การเรยี นรู้

ปส.1.1 แบบบนั ทกึ การเรยี นร้งู านด้านงานธรุ การช้ันเรียน
ปส.1.2 แบบบันทกึ การเรียนรงู้ านด้านปญั หาของนกั เรยี น
ปส.1.3 แบบบันทกึ การเรยี นรงู้ านด้านการจัดการช้นั เรียนและการแกป้ ญั หาในช้นั เรยี น
ปส.1.4 แบบบันทกึ การเรียนรงู้ านด้านการออกตรวจเย่ยี มตามโครงการเยยี่ มบ้านนกั เรยี น
ปส.1.5 แบบบนั ทกึ การเรยี นรู้งานด้านความสัมพันธ์ระหวา่ งโรงเรยี นกับผปู้ กครองและ
ชมุ ชน
ปส.1.6 แบบบนั ทกึ การเรียนรู้ดา้ นการจดั การสิ่งแวดลอ้ มเพ่ือการเรียนรู้
ปส.1.7 แบบบันทกึ งานครูดา้ นอื่น ๆ ตามนโยบายของโรงเรียน

3
แบบบนั ทึก ปส.1.1

แบบบันทกึ การเรยี นรงู้ าน ด้านธรุ การชัน้ เรียน

โรงเรียนบา้ นโนนม่วง วันจันทร์ ท่ี 22 เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ช่อื -สกุล นายภรู ิณฐั โภคานิตย์ รหัสนักศึกษา 6410440131046

คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวชิ า การสอนภาษาไทย

ครพู เ่ี ลย้ี ง/ผู้รบั ผิดชอบ นางรัชฎา เพ่มิ วิลยั

1.หลกั การ, เหตุผล ความสาคัญ แนวคดิ - ทฤษฎี ,วตั ถปุ ระสงค์,ประโยชน์ ,ประเภท,ลกั ษณะ
ของงานธรุ การช้ันเรยี น
หลักการ เหตุผล ความสาคญั แนวคิด – ทฤษฎีของงานธรุ การชนั้ เรยี น

คือ งานที่เกี่ยวกับเอกสารที่ทางโรงเรยี นได้จัดขึ้นเพื่อให้การบริหารหรือการปฏิบัติงานใน
ชั้นเรียนของโรงเรียนเป็นไปในทิศทางเดียวกันและให้สามารถดาเนินการไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ดี
ที่สุด ทั้งนี้งานธุรการชั้นเรยี นอาจจะไม่ได้มีแคง่ านเอกสารเท่านั้น งานธุรการชั้นเรียนยังครอบคลุมไป
ถงึ การควบคุมการดาเนนิ การติดตอ่ โตต้ อบ ประสานและงานจัดระเบยี บส่ังการการเงินพสั ดุ เป็นตน้

ความสาคัญของงานธุรการชั้นเรียน คือ งานธุรการ เป็นงานประเภทหนึ่งที่ผู้บริหารและ
บุคลากรผู้มีหน้าที่โดยตรงจะต้องให้ความสาคัญเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่างานธุรการจะไม่เป็นงานหลัก
หรอื ไม่ เป็นหวั ใจของสถานศึกษาก็ตามแต่ในทางปฏิบัติงานธรุ การกเ็ ปน็ งานทม่ี ีความสาคญั มากเพราะ
เป็นหน่วยบรกิ ารแก่งานหลกั ของสถาบันและยิ่งไปกว่าน้ันความผิดพลาดในการดาเนนิ งานด้านธุรการ
ยังเป็นที่ประจักษ์ชัดยิ่งกว่างานด้านอื่น ๆ เช่น ด้านการสอน การบริการ ด้านกิจกรรม ดังนั้นงาน
ธุรการจึงมักจะได้รบั การ ความสนใจและให้ความสาคัญมากสาหรับผบู้ รหิ าร

วัตถปุ ระสงค์ของงานธรุ การชนั้ เรียน
-เพ่ือใหเ้ ปน็ ฐานข้อมลู ของนกั เรยี น
-เพอื่ ใหข้ ้อมูลของนกั เรียนนั้นถกู จดั ไว้อย่างเป็นสดั ส่วน เป็นระเบยี บ
-เพ่ือให้การดาเนนิ งานเป็นไปในทศิ ทางเดยี วกนั และสามารบรรลุตามวัตถปุ ระสงคท์ ี่ต้ังไว้ได้

4

ประโยชน์ของงานธรุ การชน้ั เรยี น
-สามารถทราบข้อมลู ตา่ งๆของนักเรยี น
-ข้อมูลของนักเรียน ถู กจัด ไว้เป็นสั ดส่วน สาม ารถน าเสน อข้ อมูลข อง นักเ รี ย น ต่ อ

ผ้อู านวยการได้
-การดาเนินงานมมี าตรฐานเดียวกันและสามารถบรรลุตามวตั ถปุ ระสงค์ท่ีตงั้ ไวไ้ ด้

ประเภทของงานธุรการชน้ั เรียน
-เอกสารทเี่ ก่ียวกับงานธรุ การช้นั เรียน

ลักษณะของงานธุรการช้ันเรียน
-ปพ.03 บญั ชีเรียกชอ่ื
-สศ.3 แบบบนั ทกึ สขุ ภาพประจาตวั นกั เรยี น
-ปพ.6 สมดุ รายงานประจาตัวนกั เรยี น
-ปพ.8 ระเบยี นสะสม

2.) วธิ กี ารทางาน หรือแนวทางการดาเนินงาน หรอื ขนั้ ตอน หรือกระบวนการของงานธุรการ
2.1 วธิ ีการทางานธรุ การชั้นเรยี น
-ปพ.03 บญั ชีเรยี กชอ่ื

เป็นงานธรุ การช้นั เรียนท่จี ัดขนึ้ เพ่ือสรปุ การมา ลา ขาด ของนกั เรียนซึ่งมวี ิธีการดาเนินงาน
ดังน้ี

ในเล่มปพ.03จะมีตาราง วันที่และรายชื่อนักเรียนซึ่งครูผู้สอนจะต้องมีการเช็คการมาของ
นกั เรยี นว่านกั เรียนนน้ั มาโรงเรียนจริงหรือไม่ โดยจะมีอักษรยอ่ ในการเชค็ ดังนี้

-จะขีดถูกต้องในกรณีทน่ี กั เรยี นมาเรยี น
-จะลง ล ในกรณที ่นี กั เรียนมกี ารลา
-จะลง ข ในกรณีที่นกั เรยี นมกี ารขาดเรียน
-จะลง ส ในกรณที ี่นักเรยี นมาสาย
-จะลง ป ในกรณที นี่ ักเรียนปว่ ย
อีกกรณีหนึ่งคือหากในเดือนนั้นมีวันสาคัญ ( วันหยุด ) ครูผู้สอนต้องเขียนระบุไว้ว่าหยุด
เนือ่ งจากวันอะไร เพอ่ื ไมใ่ หส้ ับสนในการจดั การแบบบญั ชเี รยี กชอื่ ปพ.03 เปน็ ต้น

5

-สศ.3 แบบบันทึกสุขภาพประจาตวั นกั เรียน
เปน็ งานธรุ การช้ันเรยี นที่จัดข้นึ เพือ่ ใหส้ ามารถทราบขอ้ มลู สขุ ภาพของนักเรียนโดยครูผู้สอน

จะต้องกรอกข้อมูลทั้งหมดที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภพของนักเรียน เช่น โรคประจาตัวของนักเรียน
น้าหนัก สว่ นสูง เปน็ ตน้ อกี ทัง้ ยงั มแี บบบนั ทกึ เกยี่ วกับสขุ ภาพของอวยั วะต่างๆเชน่ ดวงตา ฟนั ซงึ่ เม่ือ
มีคุณหมอมาตรวจครูผู้สอนต้องให้แบบบันทึกสุขภาพประจาตัวนักเรียน เมื่อคุณหมอตรวจเสร็จคุณ
หมอกจ็ ะเขยี นลงในแบบบันทึก เปน็ ต้น

-ปพ.6 สมดุ รายงานประจาตวั นักเรยี น
เปน็ งานธรุ การชั้นเรียนท่ีจัดขน้ึ เพอื่ ให้ทราบถงึ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ การอ่าน การคิด

การเวิเคราะห์ การเขียน และผลสัมฤทธิ์ต่างๆ รวมถึงข้อมูลของนักเรียน เช่น นักเรียนคนนี้ชื่ออะไร
อายุเทา่ ไหร่ วันเดอื นปีเกิด พอ่ แม่ เปน็ ตน้

ในช่วงท้ายของเล่ม ปพ.6 จะเป็นเรืองของผู้ปกครองกับคุณครูในการเขียนข้อคิดเห็นใน
ภาคเรียนนั้นๆ ครูผู้สอนต้องเขียนระบุว่านักเรียนเป็นอย่างไรในภาคเรียนนั้นพร้อมกับเขียน
ข้อเสนอแนะต่อผู้ปกครอง ส่วนผู้ปกครองเมื่อได้รับเล่ม ปพ.6 ก็ต้องเขียนความคิดเห็นหรือ
ขอ้ เสนอแนะต่อครูผูส้ อนวา่ อยากให้ครผู สู้ อนเพ่มิ เติมอะไร เป็นตน้

-ปพ.8 ระเบียนสะสม
เป็นงานธุรการชั้นเรียนที่จัดขึ้นเพื่อบันทึกพฤติกรรมต่างๆของนักเรียนโดยนับตั้งแต่วัน

แรกที่นักเรียนได้เข้ามาเรียนซึ่งจะแบ่งเป็นช่วง คือชั้นประถมศึกษาตอนต้น ชั้นประถมศึกษาตอน
ปลาย หากเป็นชั้นมัธยมศึกษาก็แบ่งเป็น ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โดย
ภายในเล่มจะระบุข้อมูลตา่ งๆท่ีอยู่รอบตวั นักเรยี น เช่น สุขภาพ เพื่อน ครอบครัว วิชาที่ชอบและวิชา
ที่ไมช่ อบ เปน็ ต้น

3.)ข้อคดิ ที่ไดจ้ ากการเรยี นรูง้ านธุรการช้นั เรยี น
3.1 ได้รจู้ ักวางแผนก่อนที่จะลงมือทาและได้ฝึกความรอบคอบไปในตัวอีกดว้ ย
3.2 ได้ร้จู กั การปฏิบัติตัวตามจรรยาบรรณวชิ าชีพของครูและไดร้ ูจ้ ักการวางตวั ให้

เหมาะสมกบั ในฐานะทต่ี นเองประกอบอาชีพครู
3.3 ไดเ้ รียนรู้วา่ งานของครนู ้นั ไม่ได้มีแค่การสอนหนังสือ แตย่ ังมีงานอน่ื ๆที่

นอกเหนือจากนั้นอกี ด้วย

6
4.) ภาพตัวอย่างของงานธรุ การชั้นเรยี นบางชิน้ งานและภาพขณะทศี่ กึ ษางานธรุ การชั้นเรยี น

งานเอกสารทเ่ี กยี่ วกับธุรการช้นั เรียน

ปพ.8 ระเบียนสะสม สศ.3 แบบบนั ทกึ สุขภาพประจาตวั นกั เรยี น ปพ.03 บัญชเี รียกช่อื

ลงชอ่ื ...........................................................ผ้บู ันทึก
( นายภรู ิณัฐ โภคานิตย์ )

ลงชื่อ................................................................ครูพเี่ ลี้ยง/ผู้รับผดิ ชอบ
( นางรัชฎา เพ่มิ วิลยั )

7
แบบบนั ทกึ ปส.1.2

แบบบันทึกการเรยี นรู้ ดา้ นปญั หาของนักเรยี น

โรงเรียน บา้ นโนนม่วง วนั จนั ทร์ ท่ี 8 เดือน พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564

สาขาวชิ า การสอนภาษาไทย

ชื่อนักศึกษา นายภรู ิณฐั โภคานิตย์ รหสั นกั ศกึ ษา 6410440131046

ครพู เ่ี ลย้ี ง/ผรู้ ับผดิ ชอบ นางรชั ฎา เพ่มิ วิลยั

1. หลกั การ, เหตผุ ล ความสาคญั แนวคดิ - ทฤษฎี ,วัตถุประสงค์,ประโยชน์ ,ประเภท,ลกั ษณะ
ของงาน ด้านปัญหาของนักเรยี น
หลกั การ,เหตผุ ล ความสาคัญ แนวคดิ - ทฤษฎขี องปัญหา

ปัญหาของนักเรียน คอื ส่ิงท่ีเกิดข้ึนสาหรับผเู้ รียนโดยเกิดจากความคิด การปฏิบัติ การลง
มือทาในกิจกรรมต่างๆ โดยอาจจะส่งผลเสยี อยา่ งน้อยหรือมากแกผ่ ู้เรียนซง่ึ ปญั หานน้ั จะหายไปได้เรว็
หรือชา้ ก็จะขนึ้ อยู่กับครูผูส้ อนวา่ จะมีการแก้ปญั หาไดจ้ ุดหรือไม่

วัตถุประสงค์
-เพ่ือชว่ ยนกั เรียนท่ีมีปัญหาเพราะในช่วงทน่ี กั เรียนมปี ญั หานกั เรียนจะขาดความม่นั ใจ

อยา่ งมาก
-เพื่อเรียนร้ปู ญั หาและวิธแี ก้ปัญหาอันจะนาไปสู่การพัฒนานักเรยี นใหม้ ีประสิทธภิ าพ

ประโยชน์
-ครผู ู้สอนสามารถแก้ไขปัญหาของนักเรยี นและเพิม่ ความมนั่ ใจของนักเรียนได้
-ครผู ู้สอนมีการเรียนร้กู ับปญั หา เมื่อมกี ารเรียนรูป้ ระสบการณ์ในการแกป้ ญั หากจ็ ะตามมา

ทาให้การแกป้ ญั หาเป็นไปอย่างงา่ ยดาย

ประเภทของปญั หานกั เรยี น
-ปัญหาท่ีพบบ่อยกบั นกั เรยี นเน่ืองจากเปน็ สิง่ ที่ใกล้ตวั นกั เรยี นทสี่ ดุ

8

ลกั ษณะของปัญหาของนักเรียน
-ปญั หาดา้ นสตปิ ัญญา
-ปัญหาด้านสุขภาพจติ
-ปัญหาดา้ นครอบครวั

การแกป้ ัญหา
ปญั หาด้านสตปิ ญั ญา

นักเรียนแต่ละคนมีสติปัญญาที่ไม่เท่ากัน ครูผู้สอนจึงจาเป็นต้องมีความอดทน มีความ
เมตตา กรุณาต่อนักเรียนครูผู้สอนจึงมีวิธีการแก้ปัญหาโดยให้นกั เรียนฝกึ เลน่ ทดสอบความรู้รอบๆตวั
เพื่อกระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจได้มากยิ่งขึ้น เช่น การเล่นเกมฝึกพูดฝึกคิด การใช้โปรแกรมทาง
เทคโนโลยีในการลงมือทาสื่อออกมาและให้นักเรียนนั้นเกิดความสนใจและมีโอกาสผ่อนคลายความ
กังวลก่อนจะเขา้ สเู่ นื้อหาบทเรยี น

ปัญหาด้านสุขภาพร่างกายและจิตใจ
นักเรียนแต่ละคนจะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เท่ากัน บางคนอาจจะป่วยเป็นโรคแต่

กลบั กนั นกั เรยี นอกี คนอาจจะแข็งแรง ดงั นนั้ ในด้านสุขภาพรา่ งกายครูผ้สู อนมวี ธิ ีการแก้ปญั หาโดยการ
สารวจสุขภาพของนักเรียนอยู่บ่อยครั้ง ติดต่อ ประสาน สอบถามผู้ปกครองเกี่ยวกับปัญหาด้าน
สุขภาพ

ในด้านจิตใจ นักเรียนอาจจะมีปัญหาในด้านจิตใจซึ่งเกิดจากสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวหรือ
อาจจะมีเรือ่ งทกี่ ระทบจติ ใจมากๆ เช่น การโดนแกล้งจากเพอื่ นๆ การโดนครผู ู้สอนดดุ ่าบอ่ ยๆครั้งหรือ
การโดนทาโทษบอ่ ยๆครัง้ อาจทาให้สภาพจติ ใจของนักเรยี นเศรา้ หมอง วิธีการแก้ปญั หาคอื มอบความ
อบอุ่นให้แก่นกั เรียน ครูผู้สอนจะต้องไม่ตะคอกหรือดุด่าบ่อยจนเกนิ ไป สร้างความอบอุ่นในห้องเรยี น
เพ่ือไม่ใหเ้ กดิ การกล่ันแกลง้ กนั เป็นต้น

ปัญหาด้านครอบครวั
ปัญหาด้านครอบครัวเป็นปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในทุกปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น เพราะ-

ครอบครวั คอื สถาบนั แรกทสี่ รา้ งความม่นั ใจของนักเรียน โดยปัญหาอาจจะเกดิ ไดห้ ลายกรณีเชน่ การที่
นักเรียนเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยๆ การโดนดุด่าบ่อยๆ จนนักเรียนขาดความมั่นใจ ดังนั้นครูผู้สอน
จึงควรที่จะมอบความอบอุ่นให้แก่นักเรียน และพยายามติดต่อ ประสานพูดคุย และพยายามปรับ
ความเขา้ ใจกับผปู้ กครอง เป็นต้น

9

2) วธิ ีการทางาน หรอื แนวทางการดาเนนิ งาน กระบวนการเกบ็ ขอ้ มูลปญั หาของนักเรยี น หรอื
กระบวนการแก้ปญั หาของนักเรียน

1.เกบ็ รวบรวมข้อมูลของนักเรียน โดยจะสงั เกตหรอื สารวจเอาก็ได้ตามสมควร
2.วิเคราะห์ปัญหาท่เี กิดขนึ้ กับนกั เรยี น
3.คดิ หาวธิ กี ารแก้ไขปญั หาทเ่ี กิดขน้ึ กับตัวนักเรียน
4.สรปุ ปญั หาที่เกดิ ขน้ึ

3.) ข้อคดิ ที่ไดจ้ ากการเรยี นรูเ้ รอื่ งปัญหาของนกั เรยี น
- ความอดทน ใจเยน็
- มารยาทในการเปน็ ผพู้ ดู และผู้ฟงั ทีด่ ี
- ต้องมีวิธีการรับมอื กับเดก็ ที่มีปัญหา
- รจู้ ักเรยี นรู้ความคิดของเด็กในหอ้ งเรียน ที่ได้แก้ปญั หางานเหล่าด้วยกัน

4.) ตัวอยา่ งผลของงาน หรือรอ่ งรอยหลักฐานของการทางาน

สอบถามครูพ่เี ลี้ยงเก่ียวกบั ปัญหาของนักเรียน ครูพีเ่ ลี้ยงสอบถามผ้ปู กครอง
พร้อมจดบันทกึ ปัญหาของนกั เรียน เกย่ี วกบั ปัญหาของนักเรยี น

ลงชอื่ ……………………………………………………………ผู้บนั ทึก
( นายภูรณิ ฐั โภคานติ ย์ )

ลงชื่อ……………………………………………………………ครูพเี่ ล้ียง
( นางรัชฎา เพม่ิ วิลัย )

10
แบบบันทกึ ปส.1.3

แบบบนั ทกึ การเรยี น ดา้ นการจัดการชั้นเรยี นและปญั หาในชัน้ เรยี น

โรงเรียน บา้ นโนนม่วง วนั ศกุ ร์ ท่ี 12 เดือน พฤจกิ ายน พ.ศ. 2564

สาขาวชิ า การสอนภาษาไทย

ชอื่ นกั ศกึ ษา นายภรู ณิ ัฐ โภคานติ ย์ รหสั นักศึกษา 6410440131046

ครูพีเ่ ลย้ี ง/ผ้รู ับผดิ ชอบ นางรัชฎา เพมิ่ วิลยั

1) หลกั การ, เหตผุ ล ความสาคญั ,วัตถปุ ระสงค์,ประโยชน์ของการจัดการชัน้ เรียน
หลกั การ, เหตผุ ล ความสาคัญ

การจัดการชั้นเรียน หมายถึง การปฏิบัติและกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อจัดระเบียบ ในห้องเรียน
หากต้องการจดั การหอ้ งเรียนจาเปน็ ตอ้ งประยุกตห์ ลักการหลายขอ้ ยกตวั อยา่ งเชน่

1.) การเตรียมจัดการสอน เป็นการเตรียมความพร้อมสาหรับปีการศึกษา จัดระเบียบ
หอ้ งเรียน เลอื กและสอนกฎระเบยี บและวิธปี ฏบิ ตั ิ

2.) การวางแผนการจัดการ เปน็ การวางแผนการเรยี นการสอนโดยมีหลักการจัดการอยู่ใน
ใจตลอดเวลา วางแผนเพิ่มแรงจูงใจ วางแผนจดั การกับนักเรียนที่แตกต่างกัน และวางแผนรว่ มมือกับ
ผู้ปกครอง

3.) การดาเนินการในชั้นเรียน เป็นการสร้างความร่วมมือ และความรับผิดชอบ กระตุ้น
และเสรมิ แรงพฤตกิ รรมท่ีเหมาะสม และดาเนินการเรียนการสอนตามแผน

วตั ถุประสงค์
- เพ่ือไม่ใหเ้ กดิ ปญั หาขึ้นในชน้ั เรียน
- เพอ่ื ให้ชน้ั เรียนเต็มเป่ียมไปด้วยความอบอนุ่ นกั เรยี นมคี วามสขุ ในการเรยี น
- เพ่ือเพ่มิ แรงจูงใจในการเรียนของนักเรียน

ประโยชน์
-ไมเ่ กดิ ปญั หาในการดาเนนิ การจัดการชัน้ เรยี น
-หอ้ งเรียนมคี วามอบอนุ่ มคี วามน่าเรยี นมากขึน้ นักเรยี นมคี วามสุขในการเรียน
-นักเรียนมีความตัง้ ใจต่อการเรียน

11

2.) การดาเนนิ งานแกป้ ัญหาในชน้ั เรยี น
1.) ตง้ั กฎระเบยี บทีต่ ้องปฏบิ ตั ิของห้อง
2.) การกาหนดวฒั นธรรม
3.) การปฏิบตั ิตามกฎของหอ้ งเรียนท่ีได้ตัง้ ขึน้ โดยมกี ตกิ าและมีระเบียบวินัยอย่างถูกต้อง
4.) ใชบ้ ทลงโทษเม่ือมนี ักเรียนละเมดิ กฎและไม่ทาตามระเบยี บท่ีต้ังไวร้ ่วมกนั
5.) ครูจะต้องปฏิบัติตวั เปน็ แบบอยา่ งที่ดี
6.) ครูผู้สอนกลา่ วชื่นชมนักเรยี นทีป่ ฏิบตั ติ ามกฎระเบียบ
7.) หม่นั ตักเตอื นอยเู่ สมอโดยไมป่ ล่อยปะละเลย
8.)ครูผสู้ อนตอ้ งปฏิบัตติ ัวเป็นตัวอย่างแก่นักเรียน

3.ขอ้ คิดท่ีไดจ้ ากงานการจดั การชนั้ เรียนและการแกป้ ญั หาในช้นั เรยี นตอ่ อาชีพครู
- ไดร้ ู้จักการวางแผนในการบริการจัดการห้องเรยี นและได้เรยี นรู้การแก้ปญั หาในชั้นเรยี น
- ครตู อ้ งมบี ทบาทในการบริหารช้ันเรยี นมากทสี่ ุดและครูต้องมีวธิ แี ก้ปัญหาเฉพาะหน้า

4.) ตัวอย่างการทางาน หรือร่องรอยการทางาน

ลงช่อื ……………………………………………………………ผู้บันทกึ
( นายภรู ณิ ฐั โภคานติ ย์ )

ลงชือ่ ……………………………………………………………ครูพเ่ี ลี้ยง
( นางรัชฎา เพ่ิมวลิ ัย )

12
แบบบนั ทึก ปส.1.4

แบบบนั ทกึ การเรียนรูง้ าน ด้านการออกตรวจเย่ียมโครงการเยย่ี มบา้ นนกั เรยี น

โรงเรยี น บ้านโนนมว่ ง วนั ท่ี 20 เดอื น พฤจกิ ายน พ.ศ.2564
สาขาวิชา การสอนภาษาไทย
ช่อื นักศกึ ษา นายภูริณัฐ โภคานิตย์ รหัสนกั ศึกษา 6410440131046
ครูพเ่ี ลยี้ ง/ผู้รับผดิ ชอบ นางรัชฎา เพ่มิ วลิ ยั

1) หลักการ, เหตผุ ล ความสาคญั , วัตถปุ ระสงค์,ลกั ษณะ, ประโยชน์ของโครงการเยี่ยมบ้าน
นกั เรียน
หลกั การ, เหตผุ ล ความสาคัญของโครงการเยย่ี มบ้านนกั เรยี น

การที่ผู้สอนไปเยี่ยมพบปะกับผู้ปกครองและผู้เรียนที่บ้านของผู้เรียน อันจะช่วยให้เกิด
ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน และทาให้ผู้สอนได้รู้ได้เห็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
สภาพแวดล้อมต่างๆทางบ้านของผู้เรียน อันจะนามาสู่การนาข้อมูลที่ได้ไปวางแผนพัฒนา ส่งเสริม
ป้องกันและแกป้ ญั หาของนกั เรยี น

ความสาคัญของการเยี่ยมบ้านนักเรียน คือ เพื่อให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สนองตอบความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคลนั้นจาเป็นต้องมีข้อมูลรายละเอียด
ของนกั เรยี นแต่ละคนอยา่ งชดั เจน สามารถรู้จุดอ่อนจุดแข็ง ข้อจากัด รวมถึงสญั ญาณอนั ตรายหรือข้อ
บ่งบอกที่จาเป็นท่ีต้องให้การดูแลช่วยเหลือดูแล ปกป้อง คุ้มครอง และการพัฒนาส่งเสริมจากครู
อาจารย์และผู้ปกครอง

วตั ถุประสงค์ของโครงการเยย่ี มบา้ นนกั เรยี น
- เพือ่ ใหท้ ราบถงึ ทอี่ ยู่อาศยั ของนักเรียน
- เพื่อไดท้ ราบถึงรายได้ภายในครอบครวั ของนักเรียน
- เพ่ือใหท้ ราบถึงการเดนิ ทางจากบ้านสู่โรงเรยี นวา่ มรี ะยะทางเท่าไหร่ และมีความ

ปลอดภัยหรอื ไม่
- เพื่อสอบถามเรื่องของนักเรียนว่ามีพฤติกรรมแบบไหนที่มีผลต่อการเรียนหรือไม่ และ-

ควรมวี ิธกี ารแกไ้ ขปัญหาจดุ ๆนั้นอย่างไรเกีย่ วกบั ตัวนักเรียน

13

ประโยชน์ของโครงการเยี่ยมบ้านนกั เรยี น
- สามารถทราบขอ้ มูลท่ีอยอู่ าศยั ของนักเรยี น
- สามารถทราบถงึ รายไดข้ องครอบครัวนกั เรยี น
- สามารถทราบถึงข้อมลู การเดินทางมาโรงเรยี นของนักเรยี น
- สามารถทราบพฤติกรรมทางบา้ นของนักเรยี น

2.) แนวทางการดาเนนิ งานในโครงการเยย่ี มบา้ นนกั เรียน
หากอยู่ในช่วงที่สถานการณ์ปกติมีการเรียนการสอนในรูปแบบออนไซต์ (onsite)

ครูผู้สอนจะออกเยี่ยมบ้านนักเรียนในช่วงหลังเลิกเรียนหรือไม่ก็วันหยุดเสาร์ อาทิตย์ แต่ปัจจุบัน
เน่ืองจากสถานการณโ์ ควิด-19 ทาใหก้ ารออกเยย่ี มบ้านนักเรยี นนน้ั เป็นไปได้ยากลาบากในภาคเรียนน้ี
ทางครูผู้สอนจึงได้สอบถามกับผู้ปกครองโดยตรงเนื่องจากในทุกวันจันทร์ผู้ปกครอ งจะมารับใบงาน
(ทางโรงเรียนมีการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์และออนแฮนด์) จากการสอบถามก็จะได้
ทราบปัญหาหลายๆอย่างทีเ่ กดิ ขึน้ กบั นักเรียน

3. ข้อคิดทไ่ี ดจ้ ากการเรยี นรโู้ ครงการเย่ียมบา้ นนกั เรียน
- มีความขยัน อดทนต่อหน้าที่
- สร้างมนษุ ยสัมพันธ์ท่ีดีตอ่ ครู นกั เรยี นและผปู้ กครอง
- ได้รจู้ กั ความเป็นอยขู่ องนกั เรยี น และทราบขอ้ มูลทีจ่ ะนามาเสนอ
- ครตู อ้ งมคี วามเข้าใจนักเรียนมากข้นึ เพราะนักเรยี นแตล่ ะคนมีปัญหาที่แตกตา่ งกันไปใน

แต่ละดา้ น
- ครตู อ้ งเสยี สละและอดทนเสมอ
- ครตู ้องมคี วามรับผดิ ชอบและเอาใจใสต่ ่องานท่ีทาให้เต็มทไ่ี ม่ย่อทอ้ ต่ออปุ สรรค

14

4.) ตัวอย่างผลงาน หรอื รอ่ งรอยหลักฐานของการทางาน

เนื่องจากสถานการณ์โควิด 19 โรงเรียนบ้านโนนม่วงจึงมีนโยบายจัดการเรียนการสอนใน
รูปแบบออนไลน์และออนแฮนด์ ในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนแฮนด์นั้น ทางโรงเรียนได้
กาหนดให้ผู้ปกครองเข้ามารับใบงานทุกๆวันจันทร์ คณะครูจึงใช้เวลาในวันจันทร์นี้สอบถาม
ปญั หาตา่ งๆเกี่ยวกบั นกั เรียนแทน

ลงชอื่ ……………………………………………………………ผบู้ นั ทกึ
( นายภรู ิณัฐ โภคานติ ย์ )

ลงชือ่ ……………………………………………………………ครพู ่เี ล้ียง
( นางรัชฎา เพิม่ วลิ ัย )

15
แบบบนั ทกึ ปส.1.5

แบบบนั ทกึ การเรียนรูง้ าน ด้านความสมั พันธ์ระหวา่ งโรงเรยี นกับผ้ปู กครองและชุมชน

โรงเรยี น บ้านโนนมว่ ง วนั องั คาร ท่ี 9 เดือน พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564

สาชาวชิ า การสอนภาษาไทย

ชื่อนกั ศกึ ษา นายภรู ิณฐั โภคานติ ย์ รหสั นักศึกษา 6410440131046

ครพู ่ีเลย้ี ง/ผู้รับผดิ ชอบ นางรัชฎา เพิม่ วลิ ยั

1) หลกั การ, เหตผุ ล ความสาคญั , วัตถปุ ระสงค์,ลกั ษณะ, ประโยชน์ของงานด้านความสมั พันธ์
ระหว่างโรงเรยี นกับผปู้ กครองและชุมชน
หลักการ, เหตุผล ความสาคัญของความสัมพันธ์ระหวา่ งโรงเรียนกบั ผูป้ กครองและชุมชน

ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน หมายถึง ความสัมพันธ์ท่ี
เชื่อมโยงกันและเกี่ยวข้องกันมานาน โดยโรงเรียนจะต้องให้ความร่วมมือกับชุมชน กับผู้ปกครอง
ชุมชนกบั ผู้ปกครองก็ต้องให้ความร่วมมือกบั ทางโรงเรียน เช่น หากชุมชนมีกจิ กรรม ทางโรงเรียนก็จะ
ส่งนกั เรยี นไปร่วมงานกจิ กรรมนั้นเพอ่ื เสริมสร้างความสัมพันธ์ใหม้ ่ันคงมากยิ่งขนึ้

ความสาคัญของการมีความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน คือ
โรงเรียนมักจะสร้างความสัมพันธท์ ีด่ ีกับผู้ปกครองและชมุ ชน เพราะหากทั้งสามฝ่ายท่ีกล่าวมาข้างตน้
นี้ไม่มีความสัมพันธ์กันเลยเวลาเกิดปัญหาข้ึนจะไม่สามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ ยกตัวอย่างเช่น
ในกรณีนักเรียนไม่ยอมมาโรงเรียนทางครูผู้สอนจึงพยายามติดต่อกับผู้ปกครองแต่ก็ไม่สามารถติดต่อ
ได้อันเป็นผลเนื่องมาจากทางโรงเรียนไม่ได้มีความสมั พันธ์กับผู้ปกครอง ส่งผลกระทบต่อนักเรียนเป็น
อย่างมาก เปน็ ต้น

วตั ถุประสงค์ของความสมั พันธร์ ะหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองและชุมชน
-เพอ่ื ช่วยเหลอื กันในช่วงที่ฝ่ายใดฝา่ ยหนึง่ ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื
-เพ่ือสรา้ งสมั พันธ์อนั ดีแก่ผู้ปกครองและสงั คม

ประโยชน์ของความสัมพนั ธ์ระหว่างโรงเรียนกับผูป้ กครองและชุมชน
- ในช่วงที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการความช่วยเหลือ ทั้ง 3 ฝ่ายจะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกัน

และกัน เช่น หากมงี านกิจกรรมในสงั คม ทางโรงเรยี นก็จะพานักเรียนไปเขา้ ร่วมเปน็ ต้น
-หากมสี มั พันธ์ทด่ี ีต่อผู้ปกครองและสงั คมแล้วจะง่ายตอ่ การดาเนนิ งานต่างๆ

16

ลกั ษณะของความสัมพนั ธ์ระหว่างโรงเรยี นกับผูป้ กครองและชุมชน
การดาเนินงานดา้ นความสัมพนั ธ์ระหว่างโรงเรียนกับผูป้ กครองและชุมชนโดยภายในแต่ละปี

จะมีกจิ กรรมหลกั ทท่ี างโรงเรียนที่จะต้องสัมพนั ธก์ ับผ้ปู กครองและชุมชน ดังน้ี
- งานกีฬาสโี รงเรียน
- งานผา้ ปา่ สามัคคี
- งานทาความสะอาดชมุ ชน
- งานประชมุ ผ้ปู กครอง

2.) แนวทางการดาเนินงานด้านความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งโรงเรยี นกับผปู้ กครองและชุมชนโดยภายใน
แต่ละปจี ะมีกจิ กรรมที่โรงเรียนที่จะต้องสัมพนั ธก์ ับผ้ปู กครองและชุมชน ดังน้ี

2.1) งานกีฬาสีของโรงเรียน เพื่อเน้นเสริมเสริมความสามัคคีของผู้ปกครองและบุคคล
ในชุมชน โดยติดตอ่ ส่ือสารใหผ้ ู้ปกครองและชมุ ชนเข้ามามสี ว่ นร่วมในกิจกรรมคร้ังนี้

2.2) งานผ้าป่าสามัคคี เพื่อการหาทุนนามาสร้างสิ่งต่างๆเพื่อให้คนในชุมชนหรือว่าส่วน
ของภายโรงเรียน เพ่อื นามาตอ่ เตมิ ในสง่ิ ทเี่ ป็นประโยชน์ตอ่ ชมุ ชนไวใ้ นการเรยี นรู้และศึกษา เป็นต้น

2.3) ทาความสะอาดชุมชน เป็นร่วมมือระหว่างโรงเรียนและชุมชน เพื่อให้สถานที่น้ัน
เกดิ การน่าอยูแ่ ละพักผอ่ นของผ้คู นในชมุ ชน และเป็นท่ียอมรับจากส่วนตา่ งๆท่เี ข้ามาในสถานท่ีแห่งน้ี

2.4)งานประชุมผู้ปกครอง เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสานความสัมพันธ์โรงเรียนกับ
ผู้ปกครอง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นที่ผู้ปกครองมีต่อโรงเรียนอีกด้วย เช่น ในงานประชุม
ผปู้ กครอง ผปู้ กครองจะไดเ้ ห็นความสามารถตา่ งๆของนักเรยี นในหลายๆด้าน เป็นต้น

3.) ข้อคิดทไี่ ด้จากการเรยี นรเู้ รอ่ื งความสัมพนั ธ์ระหว่างโรงเรยี นกับผู้ปกครองและชุมชน
- มมี ารยาทในการพูดและการฟังที่ดีและเข้าใจต่อการทางานได้ยิ่งขน้ึ
- การสร้างมนุษยสัมพันธ์ต่อผู้ปกครองและชุมชน เพื่อให้คนในชุมชนได้ยอมรับในสิ่งที่

ปฏิบัตไิ ดด้ ีย่ิงขึน้ ตามจดุ ประสงค์ทีต่ งั้ ไว้
- ไดร้ ับรูถ้ งึ ปัญหาจนสามารถหาวธิ ีการจัดการในจุดนัน้ จนเกิดความสาเร็จของงาน

17

4.) ตัวอย่างและผลงาน หรือรอ่ งรอยหลักฐานตอ่ การทางาน

ลงช่ือ……………………………………………………………ผบู้ ันทกึ
( นายภรู ณิ ัฐ โภคานิตย์ )

ลงชือ่ ……………………………………………………………ครูพี่เลย้ี ง
( นางรชั ฎา เพิ่มวลิ ัย )

18
แบบบันทึก ปส.1.6

แบบบันทกึ การเรยี นรู้งาน ด้านการจัดการสง่ิ แวดล้อมเพ่ือการเรียนรู้ (ในฐานะครูผู้สอน)

โรงเรียน บา้ นโนนม่วง วนั องั คาร ที่ 23 เดอื น พฤจิกายน พ.ศ. 2564
สาขาวิชา การสอนภาษาไทย
ช่ือนักศึกษา นายภูรณิ ฐั โภคานิตย์ รหัสนักศึกษา 6410440131046
ครพู เ่ี ลยี้ ง/ผู้รับผดิ ชอบ นางรัชฎา เพมิ่ วิลยั

1) หลักการ, เหตุผล ความสาคญั , วัตถุประสงค์,ลกั ษณะ, ประโยชน์ของงานดา้ นการจัดการ
สงิ่ แวดล้อมเพ่ือการเรยี นรู้ (ในฐานะครผู ู้สอน)
หลกั การ, เหตผุ ล ความสาคัญของการจัดการส่งิ แวดล้อมเพอื่ การเรียนรู้ (ในฐานะครูผู้สอน)

ส่งิ แวดลอ้ มเพื่อการเรยี นรู้ หมายถึง สภาวะทอ่ี ยู่รอบๆตวั นกั เรียน ทง้ั ที่เป็นรปู ธรรมและ
นามธรรม ในด้านรูปธรรมเป็นสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่ สภาพแวดล้อมในห้องเรียน เช่น
การจดั บอร์ดเสรมิ ทกั ษะการเรียนรู้ เปน็ ต้น

สิ่งแวดล้อมเพื่อการเรยี นรู้ มีความสาคัญต่อพัฒนาการการเรียนรูข้ องนักเรียน คือ เป็น
การสร้างบรรยากาศในห้องให้น่าเรียนมากขึ้น อีกทั้งยังกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความรู้สึกในการอยาก
เรียนรู้มากขึ้น สภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน ได้แก่ การจัดบอร์ด
ภายในห้องเรียน เป็นต้น

วัตถปุ ระสงคข์ องการจัดการสง่ิ แวดล้อมเพ่ือการเรียนรู้ (ในฐานะครูผูส้ อน)
-เพ่ือให้กระตุ้นความคิด จินตนาการของนักเรียนอันจะนาไปสู่กระบวนการพัฒนาในด้าน

การเรียนรู้
-เพอ่ื สรา้ งสรรคใ์ ห้ห้องเรียนมีความนา่ อยแู่ ละนา่ เรียนขึ้น

ประโยชน์ของการจดั การสิ่งแวดลอ้ มเพ่อื การเรียนรู้ (ในฐานะครูผ้สู อน)
-นกั เรียนเกิดกระบวนการเรยี นรู้ มกี ารพฒั นาการในดา้ นความคิด
-นกั เรยี นมีความสุขกับห้องเรยี นของตนเอง มีการอยากเรียนรู้อยู่เสมอ

19

2. แนวทางการดาเนนิ งานดา้ นการจดั การสง่ิ แวดล้อมเพ่ือการเรยี นรู้ (ในฐานะครูผสู้ อน)
-ทาความสะอาดหอ้ งเรยี นใหส้ ะอาด ปลอดโปร่ง พรอ้ มที่จะใช้จัดการเรยี นการสอนตลอด
- จัดบอร์ดตกแต่งด้านในห้องเรียนเพื่อเสริมสร้างพัฒนาการและช่วยกระตุ้นให้ห้องเรียน

เป็นหอ้ งเรยี นทีน่ ่าเรียนย่งิ ขึ้น เชน่ บอร์ดเสริมทกั ษะการเรยี นรู้ บอรด์ สมาชิก ตารางเวร เป็นต้น
- จัดทาสื่อการสอนใหม่ๆ ให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้มากขึ้นโดยการนาเอาเทคโนลียี

เสรมิ ทักษะเข้าไปดว้ ย
- ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อนาเสนอสื่อการสอนให้เด็กได้เรียนรู้ในด้านเทคโนโลยี เช่น

โปรเจค็ เตอร์ โทรทัศน์ หรอื คอมพวิ เตอร์

3.) ข้อคดิ ทีไ่ ด้จากการเรยี นรู้เรอื่ งสงิ่ แวดลอ้ มเพอื่ การเรียนรู้ (ในฐานะครูผู้สอน)
- ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดห้องเรียน เพื่อเป็นการทาให้นักเรียนมีพัฒนาการใน

เรียนรู้สิ่งใหม่และพัฒนากล้าที่จะคิดและกล้าทีจ่ ะทาใหม้ ากขึ้น เช่น การนาเทคโนโลยีมาประกอบใน
การจดั การเรียนการสอน เป็นตน้

- สรา้ งความสามัคคใี นการทางานของครแู ละนักเรยี น เพอ่ื ให้การดาเนนิ งานในรูปแบบการ
เรยี นการสอนน้นั ราบรนื่ ผา่ นไปดว้ ยได้ดี โดยเกดิ จากการร่วมมอื ระหว่างครูผสู้ อนและนักเรยี น

- สิ่งแวดล้อมมีความสาคญั ต่อการเรียน เพอื่ เพ่ิมบรรยากาศในการเรยี นให้มากยิ่งข้ึน และ
ยังเปน็ ส่ิงท่ชี ่วยกระต้นุ ผเู้ รียนใหเ้ กิดกระบวนการเรยี นรู้

- มีความกระตือรือร้นในการเป็นครู เป็นการฝึกระเบียบต่อการเรียนรู้และฝึก
ประสบการณ์วชิ าชีพ ยงิ่ ทาใหค้ ุ้นชนิ กบั สถานการณ์ไดม้ ากยงิ่ ข้นึ ในการลงพ้ืนทส่ี ังเกต และรวบรวมใน
การฝึกเหล่านั้นมาจาแนกเป็นแนวคิดและพัฒนาต่อยอดของการเรียนรู้ฝึกในด้านความเป็นครูได้
สาเรจ็

20
๔.) ตัวอยา่ งผลงาน หรือร่องรอยหลักฐานของการทางาน

การจัดการสิ่งแวดล้อมภายในห้องเรียนเพื่อให้ห้องเรียนเป็นห้องเรียนที่น่าอยู่และเหมาะกับ
การจดั การเรยี นการสอน

ลงชอ่ื ……………………………………………………………ผ้บู ันทึก
( นายภรู ิณัฐ โภคานติ ย์ )

ลงช่อื ……………………………………………………………ครพู ีเ่ ล้ียง
( นางรชั ฎา เพิม่ วลิ ยั )

21
แบบบนั ทึก ปส.1.7

คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั มหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตอสี าน
แบบบนั ทึกการเรียนรูง้ านของครู ดา้ นอื่นๆ

โรงเรยี น บา้ นโนนมว่ ง วนั องั คาร ที่ 23 เดอื น พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
สาขาวชิ า การสอนภาษาไทย
ชื่อนักศกึ ษา นายภรู ณิ ฐั โภคานติ ย์ รหัสนักศกึ ษา 6410440131046
ครูพเี่ ลย้ี ง/ผูร้ บั ผดิ ชอบ นางรัชฎา เพิม่ วิลัย

1) หลกั การ, เหตุผล ความสาคัญ , วัตถปุ ระสงค์,ลกั ษณะ, ของงานด้านอื่นๆ ตามกลไกการ
บริหารของโรงเรียน
หลกั การ, เหตผุ ล ความสาคัญของงานดา้ นอื่นๆ

นอกจากงานเรื่องงานธรุ การชน้ั เรียนหรอื งานต่างๆที่ไดก้ ล่าวมาในขา้ งต้น ครูยังต้องมีงาน
อน่ื ๆทจี่ ะตอ้ งรับผดิ ชอบและปฏิบัตเิ พือ่ ให้ครูผสู้ อนสามารถทจี่ ะปฏิบัติงานอ่ืนๆได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

วตั ถุประสงค์ของงานด้านอ่ืนๆ
- เพื่อให้ครูผู้สอนสามารถปฏิบัติงานอื่นๆที่นอกเหนือจากหน้าที่หลักของตนได้อย่างมี

ประสทิ ธภิ าพ
- เพอ่ื ใหค้ รผู ู้สอนได้มกี ารเรียนรสู้ ง่ิ ใหม่ๆอยเู่ สมอ

ประโยชน์ของงานดา้ นอน่ื ๆ
- ครูผ้สู อนสามารถปฏบิ ตั ิงานอ่ืนๆท่นี อกเหนือจากหน้าท่ีหลกั ของตนได้อยา่ งมี

ประสทิ ธิภาพ
- ครูผู้สอนเรยี นรสู้ ่ิงใหมๆ่ และพร้อมปฏิบัตงิ านน้ันๆเสมอ

ลักษณะของงานด้านอืน่ ๆ ตามกลไกการบรหิ ารของโรงเรยี น หรือตามอตั ลกั ษณ์ เอกลักษณ์ ของ
โรงเรียน

1.1) การพูดหนา้ เสาธง เช่น การแนะนาชื่อตนเอง
1.2) งานกิจกรรมการแขง่ ขนั ทักษะทางวชิ าการ
1.3) งานตรวจการบ้านนกั เรยี น
1.4) การจัดการสิง่ แวดล้อมนอกห้องเรยี น

22

2.) แนวทางการดาเนนิ งานดา้ นอน่ื ๆเหล่าน้นั ครบู ริหารจดั การและดาเนนิ การ ดงั ต่อไปนี้
1.1) การพูดหน้าเสาธง ครูจะต้องมีการเตรียมตัวให้ดี เตรียมเนื้อหาที่ตนเองจะพูดเพ่ือ

ไมใ่ หเ้ กิดขอ้ ผิดพลาดข้ึนในขณะท่ตี นเองกาลงั พดู หน้าเสาธง

1.2) งานกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ครูผู้สอนจาเป็นต้องคัดสรรหาตัวแทน
ของนักเรยี นมา
เพื่อฝึกซ้อมและเตรยี มตัวท่จี ะไปแข่งขันทักษะทางวิชาการ

1.3) งานตรวจการบ้านนักเรียน โดยปกติแล้วครูผู้สอนจะเป็นผู้ที่สั่งงานหรือการบ้านแก่
นักเรียน เมื่อนักเรียนทามาส่ง ครูผู้สอนก็ต้องเป็นผู้ที่ตรวจด้วยความละเอียดโดยพิจารณาไปด้วยถ้า
หากในกรณที ่นี กั เรียนตอบกากวม เมือ่ ครผู ู้สอนตรวจเสรจ็ ก็ต้องเปน็ ผู้ทล่ี งคะแนนให้แกน่ ักเรยี น

1.4) การจัดการสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน ทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนไม่ได้มีแค่ใน
ห้องเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งแวดล้อมที่อยู่นอกห้องเรียน ครูผู้สอนจึงต้องเป็นผู้ปรับแต่ง ตกแต่ง
ภูมิทัศน์ต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน เช่น การทาสีตามฟุตบาท การตัด
ต้นไม้ การดายหญา้ เพ่อื ใหส้ ง่ิ แวดลอ้ มรอบๆตวั นักเรยี นดูสะอาดตา

3. ข้อคิดทไี่ ดจ้ ากการเรยี นรเู้ ร่ืองงานอนื่ ๆ
3.1) มีความกลา้ แสดงออกต่องานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3.2) สรา้ งมนุษยสมั พนั ธท์ ่ดี ีต่อคณะครูและบุคลากรภายในโรงเรยี นและชมุ ชน
3.3) มีน้าใจช่วยคณะครูในงานทีส่ ามารถทาไดแ้ ละไมย่ ่อท้อต่องานท่ีได้รบั มอบหมาย
3.4) ครูต้องกลา้ แสดงออก กล้าพดู กล้าคิด
3.5) ครจู ะต้องมคี วามเสียสละเวลาต่อนกั เรียน ไมข่ เ้ี กยี จต่อการทางานไม่ว่าด้านใด ๆ
3.6) ครตู อ้ งมีความรบั ผดิ ชอบต่องานที่ได้รบั มอบหมาย

23
4.) ตัวอย่างผลงาน หรอื รอ่ งรอยหลักฐานของการทางาน

ครูผู้สอนต้องเป็นผู้ที่ตรวจด้วยความละเอียดเมื่อตรวจเสร็จครูผู้สอนก็ต้องลงคะแนนให้
นักเรียนอกี ดว้ ย

การจดั การสิง่ แวดล้อมภายนอกห้องเรยี นเพ่ือใหน้ กั เรยี นเกดิ กระบวนการเรียนรู้ทมี่ ากขนึ้

ลงช่อื ……………………………………………………………ผู้บนั ทึก
( นายภรู ิณฐั โภคานติ ย์ )

ลงชื่อ……………………………………………………………ครูพเ่ี ล้ียง
( นางรัชฎา เพม่ิ วิลัย )

24

บทที่ 3
สรปุ องคค์ วามรู้

1. สรปุ องคค์ วามรู้จากการเรยี นรใู้ นโรงเรียน (ความรู้จากทุกแบบบันทึก)
2. สรุปข้อคิดทีไ่ ดร้ ับจากการไปปฏบิ ัติงานในสถานศึกษาต่อวชิ าชพี ครแู ละข้อเสนอแนะ

25
แบบบันทึก ปส.1.8

แบบบนั ทึกการเรยี นรู้งาน จากทกุ รายการ

โรงเรียนบ้านโนนมว่ ง วันจันทร์ ที่ 22 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
ชื่อ-สกุล นายภูรณิ ฐั โภคานติ ย์ รหัสนักศกึ ษา 6410440131046
คณะศกึ ษาศาสตร์ สาขาวชิ า การสอนภาษาไทย
ครพู เ่ี ล้ยี ง/ผ้รู ับผิดชอบ นางรัชฎา เพ่มิ วลิ ัย

ปส.1.1 แบบบนั ทกึ การเรยี นรดู้ ้านงานธรุ การช้ันเรียน
งานธุรการชน้ั เรยี น หมายถงึ งานทที่ างโรงเรยี นจดั ขน้ึ เพ่ือให้การจดั การชนั้ เรียนเป็นไปใน

ทิศทางเดียวกัน แม้ว่างานธุรการชั้นเรียนจะไม่ไช่งานหน้าท่ีหลักของครู แต่ความสาคัญนั้นก็แสดงให้
เห็นแล้วว่า หากไม่มีงานธุรการชั้นเรียน ในการจัดการชั้นเรียนอาจจะทาให้มีอุปสรรคขัดขวางเสมอ
ดังนั้นครูผู้สอนจึงจะต้องพึงปฏิบัติงานธุรการชั้นเรียนให้ได้เพื่อให้การดาเนินงานของทางโรงเรียน
เปน็ ไปอย่างราบรน่ื และไม่มอี ุปสรรค
ขอ้ คิดทไี่ ดร้ บั จากการเรยี นรู้งานธรุ การชนั้ เรียน

ได้รู้จักวางแผนก่อนที่จะลงมือทาและได้ฝึกความรอบคอบไปในตัว ได้รู้จักการปฏิบัติตัว
ตามจรรยาบรรณวิชาชีพของครูพร้อมกับการรู้จักวางตัวให้เหมาะสมกับในฐานะที่ตนเองประกอบ
อาชพี ครู อกี ทง้ั ยังได้เรยี นรู้วา่ งานของครนู ั้นไมไ่ ด้มีแค่การสอนยงั มงี านื่นๆเช่น เอกสารธรุ การชั้นเรียน
เปน็ ต้น

ป.ส.1.2 แบบบันทึกการเรยี นรู้ ด้านปญั หาของนักเรยี น
ปญั หาของนกั เรยี น คือ สงิ่ ทีเ่ กดิ ขน้ึ กับนกั เรียนโดยเกดิ จากความคิด การปฏิบัติ

การลงมือทาในกิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจจะส่งผลเสียอย่างน้อยหรือมากแก่นักเรียน โดยประเภทของ
ปัญหาอาจจะสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น ปัญหาด้านครอบครัว ปัญหาด้านการเรียน
ปัญหาด้านสภาพจิตใจ ปัญหาด้านอารมณ์ เป็นต้น ซึ่งครูผู้สอนจะต้องหาวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ให้เร็ว
ที่สุดเพราะหากครูผู้สอนปล่อยปัญหานั้นจนเรื้อรังอาจจะทาให้การแก้ปัญหานักเรียนเป็นไปได้อย่าง
ยากลาบาก
ขอ้ คิดทไี่ ดร้ ับจากการเรยี นรู้เรอื่ งปญั หาของนักเรียน

ครูนั้นจะต้องมีความอดทน ใจเย็น ต่อนักเรียน ครูต้องมีไหวพริบในการแก้ปัญหานักเรียน
และครจู ะต้องรจู้ กั เรยี นรคู้ วามคิดของเด็กในหอ้ งเรยี น ทีไ่ ด้แก้ปัญหางานเหล่าน้นั ใหไ้ ด้

26

ปส.1.3 แบบบนั ทึกการเรียนร้ดู า้ นการจดั การชนั้ เรียนและการแก้ปัญหาในชั้นเรียน
การจัดการชั้นเรียน หมายถึง การปฏิบัติและกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อจัดระเบียบ ในห้องเรียน หาก

ต้องการจดั การหอ้ งเรยี นจาเป็นต้องประยุกต์หลักการหลายข้อ ยกตัวอยา่ งเช่น การเตรยี มจัดการสอน
การวางแผนการจดั การ การดาเนินการในชั้นเรียน เป็นต้น
ข้อคดิ ทไ่ี ดจ้ ากงานการจดั การชน้ั เรียนและการแก้ปัญหาในชน้ั เรียนต่ออาชพี ครู

ได้รู้จักการวางแผนในการบริหารจัดการห้องเรียนและได้เรียนรู้การแก้ปัญหาในชั้นเรียน
เช่น กรณีที่ครูผู้สอนเข้าไปสอนในชั้นเรียนนั้นครั้งแรก ก็ควรที่จะสร้างกฎห้องขึ้นเพื่อให้นักเรียนฝึก
ปฏิบตั ิตามกฎระเบยี บและเพอ่ื ไมใ่ ห้เกิดปัญหาภายในชนั้ เรยี น

ปส.1.4 แบบบนั ทึกการเรียนร้ดู ้านการออกตรวจเยี่ยมตามโครงการเย่ียมบ้านนกั เรียน
โครงการเยี่ยมบ้านนักเรียน หมายถึง การท่ีครูผู้สอนไปเยี่ยมพบปะกับผู้ปกครองและ

นักเรียนที่บ้านของนักเรียน อันจะช่วยให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบ้านกับโรงเรียนและทาให้
ครูผู้สอนได้เก็บรวบรวมข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ข้อเท็จจริงท่ีเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมต่างๆทางบ้าน
ของนักเรียน อันจะนามาสู่การนาข้อมูลที่ได้ไปวางแผนพัฒนา ส่งเสริม ป้องกันและแก้ปัญหาของ
นกั เรยี น โดยข้อมลู ทตี่ ้องเกบ็ รวบรวมประกอบดว้ ยหลายๆด้าน ดงั นี้

1.) ดา้ นท่ีอยู่อาศัยและปัจจยั ทางกายภาพ
2.) ด้านการใชช้ วี ิตและความสัมพันธใ์ นครอบครวั
3.) ดา้ นเศรษฐกิจและรายได้ของครอบครวั
4.) การเดนิ ทางไปโรงเรียน
5.) ความคดิ เหน็ ของผปู้ กครองทมี่ ีต่อการเรยี นของนักเรียน
ขอ้ คดิ ทีไ่ ดจ้ ากการเรียนรูโ้ ครงการเย่ยี มบา้ นนกั เรยี น

ครผู สู้ อนตอ้ งมคี วามขยนั อดทนต่อหน้าท่ี สรา้ งมนษุ ยสมั พันธ์ทีด่ ีนักเรียน
และผูป้ กครองและต้องมีความเขา้ ใจนักเรยี นเพราะนักเรียนแต่ละคนมีปัญหาที่แตกตา่ งกนั

ปส.1.5 แบบบนั ทึกการเรียนรูด้ ้านความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรยี นกบั ผปู้ กครองและชุมชน
ความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรยี นกบั ผู้ปกครองและชมุ ชน หมายถึง ความสมั พนั ธ์

ที่เชื่อมโยงกันและเกี่ยวข้องกันมานาน โดยโรงเรียนจะต้องให้ความร่วมมือกับชุมชน กับผู้ปกครอง
ชุมชนกับผ้ปู กครองก็ต้องให้ความร่วมมือกบั ทางโรงเรียน เช่น หากชุมชนมีกิจกรรม ทางโรงเรียนก็จะ
สง่ นักเรยี นไปรว่ มงานกจิ กรรมนนั้ เพอ่ื เสริมสร้างความสมั พันธใ์ ห้ม่ันคงมากย่ิงข้ึน

27

โรงเรียนมักจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ปกครองและชุมชน เพราะหากทั้งสามฝ่ายที่
กล่าวมาขา้ งตน้ นี้ไม่มคี วามสมั พันธ์กันเลยเวลาเกดิ ปัญหาขน้ึ จะไมส่ ามารถช่วยเหลอื ซ่ึงกันและกันได้
ขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ ับจากการเรยี นรเู้ ร่อื งความสมั พนั ธร์ ะหว่างโรงเรยี นกับผู้ปกครองและชุมชน

ครูผู้สอนต้องมีมารยาทในการพูดและการฟังที่ดีและต้องรู้จักสร้างมนุษยสัมพันธ์ ต่อ
ผปู้ กครองและชมุ ชน เพอ่ื ใหค้ นในชมุ ชนได้ยอมรับในสงิ่ ท่ปี ฏิบัตไิ ด้

ปส.1.6 แบบบันทกึ การเรยี นรู้ดา้ นการจัดการสิ่งแวดลอ้ มเพ่ือการเรียนรู้
สิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ หมายถึง สภาวะที่อยู่รอบๆตัวนักเรียน ทั้งที่เป็นรูปธรรมและ

นามธรรม ในดา้ นรูปธรรมเป็นสภาพแวดล้อมทางกายภาพ ได้แก่สภาพแวดลอ้ มในห้องเรียน
เชน่ บรเิ วณรอบหอ้ งเรียน ส่วนสภาพแวดล้อมภายในหอ้ งเรยี น เป็นต้น
ข้อคดิ ทไี่ ด้จากการเรียนรเู้ รอ่ื งสงิ่ แวดล้อมเพ่อื การเรยี นรู้ (ในฐานะครูผ้สู อน)

ครูผู้สอนต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในการจัดห้องเรียน เพื่อเป็นการทาให้นักเรียน มี
พัฒนาการในเรียนรู้สิ่งใหม่และพัฒนากล้าที่จะคิดและกล้าที่จะทาให้มากขึ้นพร้อมกับสร้างความ
สามคั คีในการทางานของครแู ละนักเรียนเพ่ือให้การดาเนนิ งานในรปู แบบการเรียนการสอนน้ันราบรื่น
ผ่านไปด้วยได้ดี โดยเกิดจากการรว่ มมอื ระหวา่ งครูผสู้ อนและนกั เรยี น

ปส.1.7 แบบบันทึกงานครดู า้ นอน่ื ๆ
งานอน่ื ๆที่ครจู ะตอ้ งปฏบิ ัติมดี ังนี้
- การพูดหน้าเสาธง
- งานกจิ กรรมการแขง่ ขนั ทักษะทางวิชาการ
- งานตรวจการบา้ นนกั เรียน
- การจัดการสิง่ แวดลอ้ มนอกห้องเรยี น

ข้อคดิ ทไ่ี ด้จากการเรียนรเู้ ร่ืองงานอืน่ ๆ
ครตู อ้ งมีความกล้าแสดงออกต่องานท่ีได้รับมอบหมาย รู้จักสร้างมนษุ ยสัมพันธ์ที่ดีต่อคณะ

ครูและบุคลากรภายในโรงเรียนและชุมชน พร้อมกับมีน้าใจช่วยคณะครูในงานทีส่ ามารถทาได้และไม่
ย่อท้อต่องานที่ได้รับมอบหมาย อีกทั้งครูครูจะต้องมีความเสียสละเวลาต่อนักเรียน ไม่ขี้เกียจต่อการ
ทางานไม่วา่ ดา้ นใด ๆ

ลงช่อื ……………………………………………………………ผบู้ นั ทกึ
( นายภูรณิ ัฐ โภคานติ ย์ )

28

สรปุ ขอ้ คดิ ทไ่ี ดร้ บั จากการไปปฏิบัตงิ านในสถานศึกษา

โรงเรยี น บา้ นโนนมว่ ง วนั จันทร์ ท่ี 22 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2564
ชื่อ-สกุล นายภรู ณิ ฐั โภคานติ ย์ รหสั นกั ศึกษา 6410440131046
คณะศกึ ษาศาสตร์ สาขาวิชา การสอนภาษาไทย
ครพู ่ีเลยี้ ง/ผ้รู บั ผิดชอบ นางรัชฎา เพิ่มวลิ ัย

สรุปขอ้ คิดทไ่ี ด้รับจากการไปปฏิบตั ิงานในสถานศึกษา ตอ่ วิชาชพี ครแู ละข้อเสนอแนะ
1.งานของครนู ัน้ ไม่ได้มแี ค่การสอนแต่ยังมีงานอีกหลายอยา่ งที่ครูจะตอ้ งรบั ผดิ ชอบ
2.ครจู ะตอ้ งมีความอดทนตอ่ ปญั หาทีต่ นเองได้พบเจอและเรง่ คดิ หาวิธแี กป้ ัญหาให้ไดโ้ ดยเร็ว
3.ครตู ้องมีเมตตาไมตรจี ติ ต่อนกั เรียน ไม่ถือโทษโกรธนักเรียน วางตัวเป็นกลาง
4.ครตู อ้ งแสดงตนเป็นตัวอยา่ งทดี่ ีแก่นักเรยี น
5.ครตู อ้ งรจู้ กั การประยกุ ต์ปรับใช้เทคนิคการสอนของตนเองใหเ้ ข้ากับยคุ ปจั จบุ นั
6.ครตู ้องมีปฏสิ ัมพนั ธ์ทด่ี ี ต่อนักเรียน ตอ่ ผปู้ กครอง ต่อสงั คมและต่อผรู้ ว่ มประกอบอาชีพ
7.ครูตอ้ งมีความรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ตนเองและงานท่ตี นเองได้รบั มอบหมาย
8.ครูต้องมีความเสียสละต่อหนา้ ที่การงานตนเอง เสียสละต่อนกั เรยี น เสียสละต่อชมุ ชน
9.ครูต้องตระหนกั อยเู่ สมอวา่ ตนเองคือครู ต้องร้จู กั การวางตัววา่ สง่ิ ใดควร สง่ิ ใดไม่ควร
10.ครูต้องรจู้ ักการบริหารจดั การช้ันเรยี นโดยต้องถามตวั เองเสมอว่า ทาอย่างไรชั้นเรียนจะไม่

เกดิ ปญั หา

ข้อเสนอแนะ
ในช่วงชน้ั ปีที่ 1 นย้ี ังไม่คอ่ ยเข้าใจรายละเอยี ดต่างๆในการสงั เกตการณ์สอนมากนกั

เป็นผลอนั เน่ืองมาจากทางโรงเรยี นทีไ่ ด้ไปฝึกสงั เกตการณส์ อนมนี โยบายให้นักเรียนเรียนออนไลน์
และออนแฮนด์ที่บ้าน ซึ่งทาให้กระผมยังไม่เข้าใจเก่ียวกับงานของครูมากพอ ในปีถัดไปหวังเป็นอย่าง
ย่งิ วา่ ตัวกระผมจะสามารถเกบ็ เกยี่ วประสบการณเ์ กีย่ วกับอาชีพครูให้ได้มากกวา่ เดิม

ลงช่อื ……………………………………………………………ผูบ้ ันทึก
( นายภรู ิณัฐ โภคานิตย์ )

29

บทท่ี 4
สรุปผลการเขา้ รว่ มกิจกรรมในรายวชิ า
แบบสรุปผลการเขา้ รว่ มกิจกรรมในรายวชิ า
- แบบบันทกึ การเขา้ ร่วมกิจกรรมปฐมนเิ ทศ
- แบบบนั ทึกการเขา้ รว่ มกจิ กรรมสะท้อนผลระหวา่ งปฏบิ ัติการสอน
- แบบบนั ทึกการเข้ารว่ มกจิ กรรมปจั ฉิมนิเทศ

30
แบบบันทกึ ปส.2.1

แบบบนั ทกึ การเขา้ รว่ มปฐมนิเทศ การปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา

1.เชิงปริมาณ
ข้าพเจ้า ได้เข้าร่วมกิจกรรมการปฐมนิเทศ ตามเงื่อนไขของรายวิชาการปฏิบัติการสอนใน

สถานศึกษา 1
ครบตามจานวนเวลาและครบทกุ กิจกรรมยอ่ ยทีก่ าหนด
(เม่อื /ระหว่าง) วันที่ 30 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2564

2.เชิงคุณภาพ
ข้าพเจ้า ได้ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และมี

ความสามารถปฏิบัติตามรายละเอียดของรายวชิ าไดอ้ ยา่ งถูกต้องและมีคณุ ภาพ ดังนี้
ก่อนที่ข้าพเจ้าจะได้ออกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา อาจารย์นิเทศได้มีความอนุเคราะห์

จัดงานปฐมนิเทศให้แก่นักศึกษาที่จะออกฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 ขึ้น ณ วัดป่ารัตนมงคล
ในเวลา 13.00 น. ภายในกิจกรรมน้นั มกี ิจกรรม ดงั นี้

1.รบั ฟงั โอวาทจาก พระครูวินัยธร วรชัต ปยุตโต ดร.
2.คณาจารย์สาขาวิชาการสอนภาษาไทยทาพิธีมอบเข็มวิชาชีพให้แก่นักศึกษาที่จะออก
ปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา 1
3.นักศกึ ษากล่าวคาปฏิญาณตนพรอ้ มกัน
4.รบั ฟงั โอวาทจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บัญชา เกียรติจรุงพนั ธ์
ในกิจกรรมปฐมนเิ ทศการปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษาน้ี ข้าพเจ้าได้รับข้อมลู ท่ีจะนาไป
ปฏิบตั ิในการฝกึ ปฏบิ ตั ิการในสถานศกึ ษา ดังน้ี
1.ได้เรียนรู้ในเรื่องการวางตัวในสถานศึกษาทีต่ นเองไดอ้ อกปฏิบตั ิการสอนวา่ ควรจะวางตวั
อยา่ งไรจงึ จะเหมาะสม
2.ได้เรียนร้ใู นเร่ืองของการฝึกปฏิบัตงิ านอย่างอื่นทน่ี อกเหนอื จากการสอนเพราะงานของครู
น้ันไม่ไดม้ แี ค่การสอน
3.ไดเ้ รียนรู้ในเรื่องของวิชาชพี ครูเพราะอาชีพครูนนั้ เปน็ อาชพี ทต่ี อ้ งมคี วามอดทนท่สี ูง

31

ลงช่อื ……………………………………………………………ผู้บันทึก
( นายภรู ิณฐั โภคานติ ย์ )

32
แบบบันทึก ปส.2.2

แบบบันทึกการเข้าร่วมสะท้อนผล ระหว่างการปฏบิ ตั กิ ารสอนในสถานศึกษา

1. เชงิ ปริมาณ
ขา้ พเจา้ ไดเ้ ข้ารว่ มกจิ กรรมสะท้อนผลระหวา่ งปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา ตามเงอื่ นไขของ

รายวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 ครบตามจานวนเวลาและครบทุกกิจกรรมย่อยท่ี
กาหนด

(เมื่อ/ระหวา่ ง) วันที่ 5 เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. 2564

2. เชงิ คณุ ภาพ
ข้าพเจ้า ได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจ เช่น การนาเสนอผลการปฏิบัติงานของ

ตนเอง การสรปุ องค์ความรู้ และขอ้ คดิ จากประสบการณ์ของคนอ่นื เพื่อให้เกิดความรคู้ วามเขา้ ใจ และ
มีความสามารถปฏบิ ัตติ ามรายละเอียดของรายวิชาได้อย่างถูกต้องและมีคณุ ภาพ ดงั น้ี

ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมกิจกรรมสะท้อนผลของการออกปฏิบัตงิ านในสถานศึกษา 1 โดยภายใน
กิจกรรม มีคณาจารย์ของสาขาวิชาการสอนภาษาไทยเข้าร่วมหลายท่าน เมื่อกิจกรรมเริ่มขึ้นทาง
โรงเรียนของข้าพเจา้ ไดส้ ะท้อนผลเป็นกลุ่มแรก ขา้ พเจ้าได้นาเสนอขอ้ มูลตา่ งๆดงั ต่อไปนี้

1.แนะนาสมาชกิ ทไี่ ด้ร่วมออกฝึกปฏิบตั ิการสอนในสถานศกึ ษาเดียวกันพร้อมกับแนะนาครู
พี่เลีย้ ง

2.ได้นาเสนอประวัติของโรงเรยี นบ้านโนนมว่ งพอสงั เขป

3.ข้าพเจา้ ไดน้ าเสนอขน้ั ตอนของการปฏบิ ตั ิงานของนกั ศึกษาในสถานศึกษา 1

4.ไดน้ าเสนอระบบการดูแลของฝา่ ยบรหิ ารและฝา่ ยครูพ่ีเล้ยี ง

5.ไดน้ าเสนอทีพ่ กั อาศัย ความเปน็ อยู่

6.ไดน้ าเสนอกระบวนการถ่ายทอดความร้ขู องครพู ีเ่ ล้ียง

7.ได้นาเสนอองค์ความรู้ k และกระบวนการ p ทางวิชาการตามที่กาหนดในคู่มือฯ
นักศึกษาไดเ้ รยี นรู้ รับรู้และปฏบิ ตั ิ

8.ได้นาเสนอเจตคตทิ มี่ ีต่อโรงเรยี นและต่อวชิ าชีพครู

33

9.ได้นาเสนอประมวลภาพกิจกรรมต่างๆที่ข้าพเจ้าได้ปฏิบัติในช่วงที่มีการฝึกปฏิบัติการ
สอนในสถานศกึ ษา

ในกิจกรรมสะท้อนผลของการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานี้ ข้าพเจ้าได้รับข้อมูลจากที่กลุ่ม
อื่นๆที่เป็นประโยชน์และสามารถนาไปปรับใช้ในการฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาในปีถัดไปได้
ดงั นี้

1.โรงเรียนทุกโรงเรียนนั้น มีความแตกต่างกันในเกือบทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ด้านวัฒนธรรม
โรงเรียน ด้านเอกลักษณ์ ซึ่งนักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอนจาเป็นต้องเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับ
สถานศกึ ษาแห่งนน้ั

2.ผู้ร่วมประกอบวิชาชพี กม็ คี วามแตกตา่ งกันเชน่ เดยี วกับโรงเรยี น บางคนก็อาจจะจรงิ ใจ บาง
คนก็อาจจะไม่จริงใจ ดังนั้น นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสังเกตการณ์สอนจึงต้องมีความอดทน อดกลั้นใน
การปฏบิ ัตงิ าน

3.ครูพี่เลี้ยงของแต่ละคนมีเทคนิคการถ่ายทอดความรู้ที่ไม่เหมือนกัน โดยนักศึกษาฝึก
ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 บางคนครูพี่เลี้ยงก็อาจจะถ่ายทอดความรู้โดยการให้ลงมือสอน
นักเรียน บางคนก็อาจจะให้ช่วยจัดการเรียนการสอน บางคนครูพี่เลี้ยงก็มีวีธีการถ่ายทอดด้วยการ
อธิบายให้นกั ศึกษาเข้าใจ

4.การสอบใบประกอบวิชาชีพครูให้ได้นัน้ ว่าเป็นเรื่องที่ยากแล้วแต่การเป็นครูทีด่ ีน้ันยากกวา่
เพราะครทู ่ีดีจะต้องมีหลายองค์ประกอบที่ต้องมี เช่น ความซอื่ สัตย์ ความเสียสละ ความเมตตา ความ
กรุณา ความโอบออ้ มอารี เป็นต้น

ลงช่ือ……………………………………………………………ผ้บู ันทึก
( นายภูรณิ ัฐ โภคานิตย์ )

34
แบบบนั ทกึ ปส.2.3

แบบบนั ทกึ การเขา้ รว่ มกจิ กรรมปจั ฉิมนิเทศ

1. เชิงปรมิ าณ
ข้าพเจ้า ได้เข้าร่วมกิจกรรมปัจฉิมนิเทศระหว่างปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา ตามเงื่อนไข

ของ รายวิชาการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 ครบตามจำนวนเวลาและครบทุกกิจกรรมย่อยท่ี
กำหนด (เมอ่ื /ระหว่าง) วันที่ 5 เดือน ธนั วาคม พ.ศ. 2564

2. เชิงคุณภาพ
ข้าพเจ้า ได้ปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความตั้งใจ เช่น การนำเสนอผลการปฏิบัติงานของ

ตนเอง การสรปุ องค์ความรู้ และขอ้ คดิ จากประสบการณข์ องคนอ่ืน เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจ และ
มีความสามารถปฏิบัติตามรายละเอยี ดของรายวิชาไดอ้ ยา่ งถูกต้องและมีคุณภาพ ดงั น้ี

ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมกิจกรรมปัจฉิมนิเทศของการออกปฏิบัติงานในสถานศึกษา 1 โดยภายใน
กิจกรรม มีคณาจารย์ของสาขาวิชาการสอนภาษาไทยเข้าร่วมหลายท่าน เมื่อกิจกรรมเริ่มขึ้นทาง
โรงเรียนของข้าพเจ้าไดส้ ะท้อนผลเปน็ กลุม่ แรก ขา้ พเจ้าได้นำเสนอข้อมลู ตา่ งๆดังต่อไปน้ี

1. ไดฝ้ ึกตนเองให้ไดม้ ีจิตวญิ ญาณของความเปน็ ครู
2. ได้เรียนรปู้ ญั หาต่างๆไปพรอ้ มกับเพอื่ นร่วมสาขา พรอ้ มชว่ ยกันคิดหาวิธเี เกป้ ัญหา
3. ครูต้องสามารถปฏิบัติงานอย่างอ่ืนท่นี อกเหนือจากการสอนได้
4. ครูต้องเป็นผู้ที่มีความอดทน มีความเมตตา กรุณาต่อนักเรียน อีกทั้งครูยังต้องมีความ
ยตุ ธิ รรมให้ความเท่าเทียมกนั กบั นกั เรยี น
5. ครูต้องทันโลกปัจจุบัน ต้องรู้จักวิธีการประยุกต์ปรับใช้เทคนิคการสอนของตนให้เข้ากับ
โลกยุคใหม่

ลงชื่อ……………………………………………………………ผู้บนั ทกึ
( นายภรู ณิ ฐั โภคานิตย์ )

35

บรรณานกุ รม
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหามกฏุ ราชวทิ ยาลัย. (2564). คมู่ ือปฏบิ ตั ิการสอนในสถานศกึ ษา 1.

(พิมพค์ ร้ังท่ี 2). ขอนแกน่ : หจก.ขอนแก่นการพิมพ.์
โรงเรียนบา้ นโนนม่วง. (2564).ประวตั ิโรงเรยี น. ค้นเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2564.จากเว็ปไซต์

https://data.bopp -
obec.info/web/index_view_history.php?School_ID=1040050039&page=history

36

ภาคผนวก

ก. บญั ชีลงเวลา (หรอื สาเนา หรือภาพถ่ายสาเนา)

ข. หนงั สอื ขอความอนุเคราะห์, หนงั สอื ตอบ, หนังสอื ส่งตัวฝึกฯ, หนังสอื สง่ กลบั สถาบัน

ค. รับคาสั่ง เกียรตบิ ัตร อื่น ๆ (ถ้าม)ี
ง. ประวตั โิ รงเรยี น - แผนผงั โรงเรยี น
จ. ประวัติครูพี่เลย้ี ง
ฉ. ประวัตนิ กั ศึกษา

37

บญั ชีลงเวลาโรงเรยี นบา้ นโนนม่วง
ของนักศึกษาช้ันปที ่ี 1 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกฏุ ราชวิทยาลัย

วิทยาเขตอีสาน รายวิชา ED1009 การปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา 1

ชื่อ นายภูรณิ ฐั ฉายา/สกลุ โภคานติ ย์
สาขาวชิ า วิชาการสอนภาษาไทย
เดือน พฤษจิกายน. พ.ศ. 2564

38

39

หนังสอื ขอความอนเุ คราะห์ให้นกั ศกึ ษาปฏิบตั กิ ารสอนในสถานศึกษา

40

หนังสือตอบรบั นกั ศกึ ษาปฏิบตั ิการสอนในสถานศึกษา

41

หนงั สอื สง่ ตวั ฝึกปฏบิ ัตกิ ารสอนในสถานศึกษา

42

หนังสือแตง่ ตงั้ ครูพเี่ ลย้ี ง

43

หนังสือสง่ ตวั นกั ศกึ ษาฝกึ ปฏิบัตกิ ารสอนกลับสถาบนั

44

ประวัตสิ ถานศกึ ษา (ประวตั ิยอ่ และแผนผัง)

ประวตั ิสถานศึกษา
โรงเรียนบ้านม่วง เป็นโรงเรียนดีศรีตาบล เดิมชื่อ โรงเรียนประชาบาลตาบลบ้านทุ่ม (วัด

มณฑป) กอ่ ตั้งเมอ่ื พ.ศ.2472 อาศัยศาลาวัดเป็นสถานทเี่ ล่าเรียน นายอทุ ัย เสนามนตรี เป็นครูใหญ่
- พ.ศ.2492 คณะครแู ละชาวบ้านได้จบั จองท่ีดินวา่ งเปล่าเน้ือที่ประมาณ 16 ไร่ ซึ่งอยู่ทาง

ใต้ของหมู่บ้าน และชาวบ้านได้บริจาคที่ดินเพิ่มเติมเพื่อก่อสร้างอาคารชั่วคราวขึ้นเนื้อที่ 8 ไร่ 59
ตารางวา รวมเนอ้ื ที่ทง้ั หมด 24 ไร่ 59 ตารางวา แลว้ ยา้ ยนกั เรียนมาจากวัดมณฑป

- พ.ศ.2497 โรงเรียนได้รับงบประมาณจากทางราชการ จานวน 10,000 บาท และ
ชาวบา้ นร่วมกับคณะครู รว่ มกันบรจิ าคเปน็ เงิน 32,373 บาท
กอ่ สรา้ งอาคารเรียนถาวรแบบ ป.1 ขนาด 5 ห้องเรยี น

-อาคารเรียนปัจจุบัน แบบถาวร จานวน 4 หลัง อาคารประกอบ 3 หลัง อาคาร
อเนกประสงค์ 1 หลัง ส้วม 6 หลัง

-ทตี่ ง้ั บา้ นม่วงหมู่ 11 ตาบลบา้ นทุ่ม อาเภอเมอื ง จังหวัดขอนแกน่
-เขตบริการ บ้านหมู่ที่ 10,11,13,14 และ 15 อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านด้านหลังติดวัดปา่
บ้านม่วง อยู่ห่างจากสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่นเขต 1 ไปทางทิศตะวันตก ประมาณ 14
กิโลเมตร ตามถนนมะลิวัลย์(ขอนแก่น-ชุมแพ) หมายเลข 12 แยกขวามือตรงสี่แยกบ้านทุ่ม ตาม
ถนนลาดยางสายบา้ นสาวะถี 2 กิโลเมตร ประชากรส่วนใหญ่นบั ถอื ศาสนาพุทธ บางส่วนนับถอื ศาสนา
คริสต์ มวี ัดพุทธในหมู่บ้าน 3 วัดและวดั คริสต์ 2 วัด ฐานะทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับปานกลาง

45

แผนผงั โรงเรยี นบ้านโนนม่วง

46

ประวตั คิ รพู ี่เล้ยี ง

ขอ้ มูลพืน้ ฐานทั่วไป
1.ชอ่ื -สกลุ

นางรัชฎา เพม่ิ วลิ ัย
2.วิทยฐานะ

ครูชานาญการ (คศ.2)
3.คณุ วฒุ ทิ างการศึกษา

คบ.วิทยาศาสตร์ทว่ั ไป ปริญญาตรี
4.ประวตั ิการทางาน

เริ่มบรรจุรบั ราชการตง้ั แตว่ นั ท่ี 1 เมษายน พ.ศ.2554 โรงเรยี นวัดสวา่ งอารมณ์ สานักงานเขต
พ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษา พระนครศรอี ยุธยา เขต 1
5.ผลงานดเี ดน่

พ.ศ. 2556 เคร่อื งบนิ พลังงานยางโดยเปน็ ผ้ฝู ึกสอนพานักเรียนไปแข่งในระดบั ภาค
พ.ศ.2556 ประกวดโครงงานคณุ ธรรมระดับเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษา ไดร้ ับ
พ.ศ.2561 ไดร้ ับรางวลั ครผู สู้ อนดีเดน่ ในกลมุ่ สาระวทิ ยาศาสตร์ ในงานวันครู จงั หวัดขอนแก่น
6.ทีอ่ ยปู่ ัจจุบนั
บา้ นเลขที่ 275 หมู่ 27 บา้ นโนนมว่ ง ตาบลศิลา อาเภอเมือง จงั หวัดขอนแกน่
โทร 0894971835


Click to View FlipBook Version