คำนำ การอ่านและการคิดวิเคราะห์นั้นเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาผู้เรียนให้มี การฝึกคิดอย่างเป็นระบบ คิดแยกแยะอย่างมีเหตุผล คิดอย่างมีวิจารณญาณมีการ ไตร่ตรอง มองเห็นการณ์ไกล และรู้จักนำความสามารถในการคิดไปใช้ในการเผชิญสถานการณ์ ได้อย่างเหมาะสม นักเรียนสามารถประเมินสิ่งที่อ่านและตัดสินใจว่าสิ่งที่อ่านนั้นมีความ น่าเชื่อถือได้หรือไม่เพียงใด ทั้งนี้จะช่วยให้นักเรียนเลือกรับข้อมูลข่าวสารต่างๆ ในโลก ปัจจุบันได้อย่างมีเหตุผล ขณะเดียวกันก็ยังทำให้นักเรียนได้เรียนรู้อย่างสนุกสนาน เพลิดเพลิน เสริมสร้างนิสัยรักการอ่าน ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ เล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ให้กับนักเรียนได้เรียนรู้และฝึกทักษะกระบวนการอ่านคิดวิเคราะห์อย่างเป็นขั้นตอน จากง่ายไปยาก โดยมีเนื้อหาสาระที่มุ่งเน้นให้นักเรียนได้อ่านฝึกทักษะการอ่านคิดวิเคราะห์ และได้ถ่ายทอดการอ่านนั้นๆ ได้อย่างเป็นขั้นตอน และได้สอดแทรกให้คุณลักษณะทางการ เรียนที่ดีมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรมการเรียนรู้นักเรียนสามารถนำความรู้ ความ เข้าใจ และประสบการณ์ที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งด้าน การเรียนและการ นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ครูผู้สอนสามารถนำไปใช้ทบทวนเนื้อหาที่นักเรียนได้ เรียนไปแล้ว และใช้สอนซ่อมเสริมนักเรียนที่มีความบกพร่องในทักษะการอ่านได้อีกด้วย ผู้จัดทำขอขอบพระคุณผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 6 (วัดตันตยาภิรม) และคณะ ครูทุกท่านที่ให้การสนับสนุนการสร้างชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการ อ่านและการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ จนสำเร็จและได้นำไปใช้ ให้เกิดผลเพื่อบรรลุตามวัตถุประสงค์อย่างดีที่สุดจนกระทั่งส่งผลเอื้อประโยชน์แก่นักเรียน ครูผู้สอนและผู้ที่สนใจได้เป็นอย่างดี จุฑามาศ สุขสนาน
สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ สารบัญ คำชี้แจงชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย ๑ คำชี้แจงสำหรับครู ๒ คำชี้แจงสำหรับนักเรียน ๓ แผนผังขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย ๔ มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด ๔ จุดประสงค์การเรียนรู้ ๔ แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา ๙ กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน ๑๐ ใบความรู้เรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์ข่าว ๑ ๖ แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๑ ๒๓ แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๒ ๒๔ แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๓ ๒๖ แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๔ ๒ ๙ แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา ๓ ๒ กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน ๓ ๖ บรรณานุกรม ๓ ๗ ภาคผนวก ๓ ๙ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๑ ๔๐ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๒ ๔ ๑ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๓ ๔ ๓ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๔ ๔ ๖
สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน ๔๙ เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน ๔๙ แบบบันทึกคะแนน ๕๐
คำชี้แจงชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ เล่มนี้เป็น เล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา ประกอบด้วย กิจกรรมจำนวน ๔ กิจกรรมตามลำดับขั้นตอนจากง่ายไปยาก โดยผู้จัดทำได้รวบรวม เนื้อหาจากสิ่งใกล้ตัวและในชีวิตประจำวันของนักเรียนรวม จำนวน ๘ เล่ม ดังนี้ เล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา เล่มที่ ๒ เรื่อง โฆษณานี้มีอะไร เล่มที่ ๓ เรื่อง ตำนานเก่าเล่าอดีต เล่มที่ ๔ เรื่อง อ่านให้รู้วิเคราะห์บทความ เล่มที่ ๕ เรื่อง อ่านและคิดพินิจวรรณคดี เล่มที่ ๖ เรื่อง เรื่องสั้นสอนใจ เล่มที่ ๗ เรื่อง นิทานบ้านฉัน เล่มที่ ๘ เรื่อง สารคดี ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ เล่มนี้ประกอบด้วยใบความรู้และแบบฝึกเสริมทักษะ จำนวน ๔ กิจกรรม เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริงในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ การฝึก ทักษะการอ่านร่วมกันเป็นกลุ่มและทำให้นักเรียนเกิดทักษะกระบวนการด้านการอ่านและ การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ ตลอดจนสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้จะใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปี ที่ ๓ ทั้ง ๘ เล่ม เพื่อให้นักเรียนศึกษาอย่างเป็นขั้นตอนในด้านการอ่านและการคิด วิเคราะห์ นักเรียนจะได้รับความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในด้านการอ่านและการคิด วิเคราะห์ที่หลากหลายประเภท เพื่อพัฒนาความสามารถในการอ่านได้อย่างมี ประสิทธิภาพ
คำชี้แจงสำหรับครู การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าว รอบตัวเรา เล่มนี้ใช้สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ ครูมีบทบาทสำคัญ ดังนี้ ๑. ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้ เล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา ให้เข้าใจ ๒. เตรียมความพร้อมของนักเรียนก่อนการเรียนโดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ ๓. แนะนำขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน และการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ แนวปฏิบัติให้นักเรียน รับทราบโดยละเอียด ๔. ก่อนการใช้ให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา จำนวน ๑๐ ข้อ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานก่อนเรียน ๕. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยปฏิบัติตามขั้นตอนของแผนการจัดการเรียนรู้ ประกอบการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ ครูต้องกำกับดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิดขณะจัด กิจกรรมการเรียนการสอน ๖. ในระหว่างศึกษาให้นักเรียนทำแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๑-๔ เพื่อพัฒนาความรู้ ความเข้าใจในการเรียนและเป็นการประเมินความรู้ของนักเรียน ๗. หลังจากทำกิจกรรมการเรียนการสอนเสร็จแล้วให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลัง เรียนเพื่อวัดความสามารถการเรียนรู้การอ่านและการคิดวิเคราะห์ เล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าว รอบตัวเรา ๘. บันทึกผลคะแนนจากการทำกิจกรรมในแบบฝึกเสริมทักษะตามเกณฑ์การวัด ประเมินผลที่ระบุในแผนการจัดการเรียนรู้
คำชี้แจงสำหรับนักเรียน ศึกษาก่อนลงมือปฏิบัติกิจกรรม ๑. นักเรียนฟังคำชี้แจงการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะการ อ่านและการคิดวิเคราะห์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาศึกษาปีที่ ๓ ๒. ให้นักเรียนรับชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา ๓. นักเรียนเริ่มทำแบบทดสอบก่อนเรียน เพื่อประเมินดูว่านักเรียนมีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจมากน้อยเพียงใด ๔. นักเรียนศึกษาใบความรู้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าว รอบตัวเรา โดยตั้งใจศึกษาเนื้อหา ทำความเข้าใจให้ดีตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย ตามลำดับอย่าข้ามขั้นตอน ขั้นที่ 1 K (What we know) การเตรียมความพร้อมก่อนการอ่าน ขั้นที่ 2 W (Want we want to know) การตั้งคำถามที่อยากรู้จากการ อ่าน ขั้นที่ 3 L1 (What we have learned) การหาคำตอบที่ได้เรียนรู้จากการ อ่าน ขั้นที่ 4 L2 (Mind Mapping) การสร้างแผนผังความคิดรวบยอด ขั้นที่ 5 L3 (Summarizing) การเขียนสรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษา ตนเอง ๕. เมื่อพบคำชี้แจงหรือคำถามในแต่ละกิจกรรมการเรียนรู้ให้อ่านและทำกิจกรรม อย่างรอบคอบ ๖. ส่งผลงานการทำกิจกรรมการเรียนรู้จากชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยเล่มที่ ๑ เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา เพื่อให้ครูตรวจและบันทึกผล ๗. เมื่อทำกิจกรรมครบแล้วจัดเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ๘. เมื่อนักเรียนทุกคนทำกิจกรรมครบแล้วให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อประเมินดูว่านักเรียนมีพื้นฐานความรู้ ความเข้าใจหลังเรียนมากน้อยเพียงใด ๙. รับฟังการบอกคะแนนคำชมเชย และคำแนะนำเพิ่มเติมจากครู
แผนผังขั้นตอนการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เพื่อพัฒนาทักษะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ ศึกษาคำแนะนำการใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ศึกษาตัวชี้วัด/จุดประสงค์ การเรียนรู้ ทดสอบก่อนเรียน 10 ข้อ เวลา 10 นาที ทดสอบหลังเรียน 10 ข้อ เวลา 10 นาที ผ่านร้อยละ 80 ไม่ผ่าน ร้อยละ 80 ปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ ตามขั้นตอน ศึกษาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ต่อไป
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจแก้ปัญหาในการ ดำเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัดชั้นปี ๑. ระบุใจความสำคัญและรายละเอียดของข้อมูลที่สนับสนุนจากเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม๓/๓ ๒. อ่านเรื่องต่างๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิด ผังความคิด บันทึก ย่อความและ รายงาน ท ๑.๑ ม๓/๔ ๓. วิเคราะห์ วิจารณ์ และประเมินเรื่องที่อ่านโดยใช้กลวิธีการเปรียบเทียบ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ดีขึ้น ท ๑.๑ ม๓/๕ ๔. ประเมินความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้สนับสนุนในเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม๓/๖ ๕. วิจารณ์ความสมเหตุสมผล การลำดับความ และความเป็นไปได้ของเรื่อง ท ๑.๑ ม๓/๗ ๖. วิเคราะห์เพื่อแสดงความคิดเห็นโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ท ๑.๑ ม๓/๘ จุดประสงค์การเรียนรู้(KPA) ๑. การอ่านที่นักเรียนสามารถเข้าใจความหมายของข่าว(K) ๑.๑ นักเรียนแปลความหมายจากข่าวที่อ่านได้ถูกต้อง ๑.๒ นักเรียนตั้งคำถาม และตอบคำถามเกี่ยวกับข่าวที่อ่านได้ถูกต้อง ๒. ประมวลเรื่องราวต่างๆ สรุปความโดยอาศัยเหตุผล (P) ๒.๑ นักเรียนบอกหรือแสดงเหตุเหตุผลจากข่าวที่อ่านได้ ๒.๒ นักเรียนทำกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างเรียนได้ถูกต้อง ๓. เปรียบเทียบ คาดการณ์ มองเห็นความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ต่างๆ (A) ๓.๑ นักเรียนสรุปข้อคิดจากข่าวได้ถูกต้อง ๓.๒ วิเคราะห์ข้อความที่กำหนดให้อ่านและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย () ลงในกระดาษคำตอบให้ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) ๑. ข้อใด คือข่าวเบา ก. ข่าวสังคม ข. ข่าวการเมือง ค. ข่าวบันเทิง ง. ข่าวเศรษฐกิจ ๒. องค์ประกอบของข่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง ก. พาดหัวข่าว ความเด่น ส่วนเชื่อม เนื้อข่าว ข. พาดหัวข่าว ความนำ ส่วนเชื่อม เนื้อข่าว ค. พาดหัวข่าว ความนำ เนื้อข่าว สรุป ง. ความนำ ส่วนเชื่อม เนื้อข่าว สรุป ๓. ข่าวกีฬา เป็นข่าวในประเภทใด ก. ข่าวเบา ข. ข่าวหนัก ค. ข่าวภูมิภาค ง. ข่าวต่างประเทศ
๔. ส่วนที่สร้างความสนใจโดยใช้คำสะดุดตาและตัวอักษรขนาดใหญ่คือองค์ประกอบใด ก. สรุป ข. ส่วนเชื่อม ค. ความนำ ง. พาดหัวข่าว ๕. ข้อใดคือเทคนิคการเขียนพาดหัวที่ดี ก. เป็นถ้อยคำที่เป็นความคิดเห็นของผู้ให้สัมภาษณ์หรือแหล่งข่าว ข. เขียนประเด็นหลักหรือหัวใจของเรื่องนี้คืออะไร ค. ใช้ถ้อยคำพรรณนาให้เห็นภาพเหตุการณ์อย่างชัดเจน ง. เขียนประโยคสั้นๆให้ได้ใจความสำคัญ โดยนำคำหรือข้อความสำคัญในข่าวมาใช้ ให้นักเรียนอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๖ – ๑๐ โปรยทานไอโฟน-เงินแสน เช้าวันที่ ๙ ม.ค. ประชาชนกว่า ๓ พันคนแน่นขนัดวัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก เพื่อรอรับการโปรยทานเป็นเงินสด ๓ แสน และไอโฟน ๖ อีก ๕ เครื่อง ในงานปิดทอง ฝังลูกนิมิต และอุปสมบทไวยาวัจกรวัด แต่พอถึงเวลาตำรวจหวั่นผู้คนจะเหยียบกันตาย จึงปรึกษากรรมการวัดได้ข้อสรุปใช้วิธีแจกเหรียญโปรยทานเขียนคำว่าไอโฟนใส่สลากปน ไปกับเหรียญโปรยทานให้ผู้โชคดีมารับภายหลัง ที่มา : https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=๑๔๕๑๔๐๖๑๙๗
๖. เหตุการณ์ในข่าวเกิดขึ้นที่ใด ก. วัดวัจกร จ.ลพบุรี ข. วัดวัจกร จ.พิษณุโลก ค. วัดราชบูรณะ จ.ลพบุรี ง. วัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก ๗. เหตุการณ์ใดที่ทำให้ตำรวจหวั่นผู้คนจะเหยียบกันตาย ก. การโปรยทาน ข. การที่มีขบวนแห่นาค ค. การที่มีคนแย่งอาหารโรงทาน ง. การที่มีเงินบริจาคมากจึงกลัวมีการดักปล้น ๘. เจ้าภาพโปรยทานด้วยอะไร ก. เงินสด ๑ แสน และตู้เย็น ๕ เครื่อง ข. เงินสด ๒ แสน และพัดลม ๕ เครื่อง ค. เงินสด ๓ แสน และไอโฟน ๕ เครื่อง ง. เงินสด ๙ แสน และรถจักรยานยนต์ ๕ คัน ๙. จำนวนประชาชนที่มารอการโปรยทานมีประมาณเท่าไร ก. ๒,๐๐๐ คน ข. ๓,๐๐๐ คน ค. ๔,๐๐๐ คน ง. ๕,๐๐๐ คน
๑๐. นักเรียนคิดว่าวิธีการแก้ปัญหาของตำรวจเป็นวิธีการที่ดีหรือไม่ ก. เป็นวิธีการที่ดี เพราะคนจะได้ไม่ต้องเบียดกัน ข. เป็นวิธีการที่ดี เพราะจะได้เก็บเงินและไอโฟนไว้ใช้เอง ค. เป็นวิธีการที่ไม่ดีเพราะต้องจัดทำสลากอีกทำให้เสียเวลา ง. เป็นวิธีการที่ไม่ดีเพราะคนที่มารอการโปรยทานจะไม่พอใจและกลับบ้านไป ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จ อยู่ที่นั้น...นะครับนักเรียนทุกคน
ชื่อ – สกุล.................................................................ชั้น...............เลขที่............... คะแนน ๑๐ คะแนน สรุป ผ่าน ได้คะแนน ไม่ผ่าน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป คะแนนระหว่าง ๙-๑๐ อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก คะแนนระหว่าง ๗-๘ อยู่ในเกณฑ์ ดี คะแนนระหว่าง ๕-๖ อยู่ในเกณฑ์ พอใช้ คะแนนระหว่าง ๔-๐ อยู่ในเกณฑ์ ปรับปรุง ตอบ ข้อ ก ข ค ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑o รวม กระดาษคำตอบแบบทดสอบก่อนเรียน
ข่าวรอบตัวเรา บความรู้ รื่อง การนคิดวิเคราะห์ข่าว เด็ก ๆ วันนี้แม่จะไปส่ง ข้าวหอมไปด้วยกันสิจ๊ะ สวัสดีค่ะ คุณแม่ ว้าว! ดีจังเลยครับ ไม่ต้องกลัว อันตรายระหว่าง การเดินทางแล้ว นั่นสิ! ข่าวอุบัติเหตุ ช่วงนี้มีเยอะมาก งั้นเราออก เดินทางกัน ทุกคน “เช้าในวันที่อากาศสดใส คุณแม่ของข้าวหอมกำลังจะไปส่งข้าวหอมไปโรงเรียนเป็นเวลาเดียวกันที่ เพื่อน ๆ ของข้างหอมเดินผ่านหน้าบ้านพอดี” ภูมิพัฒน์:ภาพ จุฑามาศ สุขสนาน: เรียบเรียงเนื้อหา
เวลาเราข้ามถนนจะต้อง มองซ้ายขวาก่อนนะจ๊ะ อาจมีรถขับมาด้วยความเร็ว จะเกิดอันตรายได้ ค่ะ คุณแม่ เย้ ๆ เราใกล้จะถึง โรงเรียนแล้ว ใช้เวลาไม่นาน กลุ่มเด็ก ๆ ก็ได้เดินทางมาถึงหน้าถนนหน้าโรงเรียน
ในขณะที่ทั้งหมดกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงรถหลายคันผ่านมาตามถนนหน้าโรงเรียน จนทำให้เกิดเสียงดังรบกวนผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น พวกเขาขับรถอันตราย กันจังเลยนะคะคุณแม่ สนุกจริง ฮ่าๆๆ...... ยกล้อโชว์หน่อย ใช่จ๊ะ..น่ากลัวว่าจะเกิด อุบัติเหตุ ข่าวเหรอคะ หนู เพิ่งฟังข่าวมาเมื่อ วานคะเกี่ยวกับ อุบัติเหตุ
ยู๊ววววฮู๊วว.. ไปต่อกันเลย เพื่อน มีบางคันที่มีการยกล้อ เสียงจากท่อไอเสียดังอื้ออึง ไปทั่วถนน
เด็ก ๆ ดูไว้นะ การกระทำ แบบนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ดี อาจเกิดอันตรายต่อผู้อื่นที่ สัญจรบนถนนและยังจะโดน ตำรวจจับได้นะจ๊ะ คุณแม่ค่ะ เล่าเรื่องข่าวให้ ฟังได้มั้ยคะ …. ทำไมข่าวมีเยอะแยะไป หมดเลยคะ ได้สิจ๊ะ...แม่จะเล่าให้ฟังไม่เพียงแต่ข่าวอุบัติเหตุจราจรนะ มีอีกหลายข่าวหลายประเภทเลย ลูกๆ ต้องตั้งใจ
ใบความรู้ เรื่อง การอ่านคิดวิเคราะห์ข่าว ข่าว (News) คือ คำบอกเล่าเรื่องราวซึ่งโดยปกติการรายงานเหตุการณ์ หรือเรื่องราว ที่เกิดขึ้น ซึ่งอยู่ในความสนใจใคร่รู้ ของประชาชนมักเป็นเรื่องเกิดใหม่ หรือเป็นที่น่าสนใจ ที่มา : พจนานุกรม ราชบัณฑิตยสถาน ๒๕๕๔ ข่าวแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ ๑. แบ่งตามประเภทของข่าว ๑.๑ ข่าวหนัก หมายถึงข่าวที่สำคัญกับชีวิตประชาชน เช่น ข่าวการเมือง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวสังคม ข่าวการศึกษา ได้แก่ - ข่าวการเมืองจะเป็นการเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง นักการเมือง กระบวนการต่างๆ ทางการเมือง - ข่าวเศรษฐกิจ เป็นข่าวเกี่ยวกับธุรกิจ อุตสาหกรรม การเงิน การธนาคาร การเกษตร แรงงานและการคมนาคม - ข่าวสังคม จะเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นที่จับตามองของสังคมเช่น กลุ่มไฮโซนักธุรกิจ - ข่าวการศึกษา เป็นข่าวเกี่ยวกับครูอาจารย์ นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ความรู้ด้านการศึกษาต่างๆ ความหมายของข่าว ประเภทของข่าว
๑.๒ ข่าวเบา เป็นข่าวที่เน้นอารมณ์ผู้อ่านเกิดความพึงพอใจ เบาสมอง เช่น ข่าว อาชญากรรม ข่าวกีฬา ข่าวตลกขบขัน ข่าวบันเทิง เมื่อเกิดแล้วผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ กระทบต่อคนส่วนใหญ่ - ข่าวอาชญากรรม เป็นข่าวอีกประเภทหนึ่งที่คนนิยมอ่าน จะเกี่ยวข้องกับคดี อาชญากรรมต่างๆ การเข้าจับกุมคนร้าย - ข่าวบันเทิง เป็นข่าวยอดนิยมของคนไทย เนื่องจากจะเป็นเรื่องราวในวงการ บันเทิงของดารา นักร้อง ศิลปิน ผู้ที่เป็นที่ชื่นชอบ นักแสดงในวงการ - ข่าวกีฬา เป็นข่าวที่รายงานเกี่ยวกับเรื่องกีฬาต่างๆ ยิ่งถ้ามีการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ เช่นโอลิมปิกหรือฟุตบอลโลกข่าวเหล่านี้จะเป็นที่ต้องการอย่างมาก ๒. แบ่งตามภูมิภาคของข่าว ๒.๑ ข่าวท้องถิ่น มักเป็นรายงานข่าวท้องถิ่นต่างๆ ในจังหวัด ๒.๒ ข่าวภูมิภาค เป็นข่าวที่เกิดขึ้นในอาณาเขตที่กว้างกว่าข่าวท้องถิ่น เช่น ข่าว ภาคกลาง ข่าวภาคเหนือ ข่าวภาคใต้ ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒.๓ ข่าวต่างประเทศ เป็นข่าวที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ มักเป็นข่าวที่น่าสนใจ ในประเทศที่ใกล้เคียงหรือข่าวที่กระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ เช่น การขึ้นราคาน้ำมัน ของกลุ่มโอเปค ข่าวสงคราม ข่าวมีองค์ประกอบ ๔ ส่วน คือ พาดหัวข่าว ความนำ ส่วนเชื่อม และเนื้อข่าว ๑. การพาดหัวข่าว เป็นส่วนที่สร้างความสนใจ โดยใช้คำสะดุดตา และตัวอักษร ขนาดใหญ่กว่าเนื้อข่าว องค์ประกอบของข่าว อย่าพึ่งเบื่อกันนะเด็ก ๆ
๒. ความนำ คือ เนื้อเรื่องย่อของข่าว เป็นการเขียนอธิบายให้ผู้อ่านทราบโดยสรุป ว่าเหตุการณ์ที่นำมาเขียนข่าวมีเนื้อความอย่างไร ความนำที่ดีต้องชัดเจนและทำให้ผู้อ่าน เข้าใจเรื่องราวโดยอาจไม่จำเป็นต้องอ่านส่วนต่อไป ๓. ส่วนเชื่อม คือ ส่วนที่อยู่ระหว่างความนำกับเนื้อเรื่อง ทำหน้าที่ขยายความหรือ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมจากความนำ องค์ประกอบส่วนนี้ไม่มีความจำเป็นมากนัก บางข่าว อาจจะมีหรืออาจจะไม่มีก็ได้ ๔. เนื้อข่าว คือ รายละเอียดทั้งหมดของข่าว ส่วนใหญ่นิยมเขียนเป็นย่อหน้าสั้นๆ หากมีรายละเอียดมาก อาจจะเขียนแยกออกไปหน้าย่อหน้า โดยเรียงลำดับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้น หรือเรียงลำดับความสำคัญมากไปหาน้อย
การอ่านคิดวิเคราะห์โดยวิธีการสอนอ่านแบบ KWL PLUS เทคนิค K-W-L-PLUS หมายถึง ความหมายของการอ่านแบบปฏิสัมพันธ์ด้วย วิธีKWL-Plus หมายถึง กลวิธีการสอนอ่านเพื่อความเข้าใจและการสรุปความที่มีขั้นตอน เป็นกระบวนการโดยตัวย่อต่างๆ มีความหมาย ดังนี้ K = Know หมายถึง ความรู้ที่มีอยู่แล้ว W = Want to Know หมายถึง สิ่งที่ต้องการรู้จากการอ่าน L = Learned หมายถึง สิ่งที่รู้หลังจากการอ่าน Plus = หมายถึงการเขียนแผนภูมิและการเขียนสรุปความ 1. ขั้น K หมายถึง "What You Know"เป็นการตรวจสอบหัวข้อเรื่องว่ามีความรู้ เกี่ยวกับเรื่องนั้นมากน้อยเพียงใด 2. ขั้น W หมายถึง "What You Want to Know" เป็นการถามตนเองว่าต้องการ เรียนรู้อะไรในเนื้อเรื่องที่จะอ่านบ้าง 3. ขั้น L1 หมายถึง "What You Learned" เป็นขั้นตอนการสำรวจว่าตนเองได้ เรียนรู้อะไรบ้างจากบทอ่าน 4. (Mind Mapping) การสร้างแผนผังความคิดรวบยอด 5. L3 (Summarizing) การเขียนสรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาตนเอง หรือไม่
ตัวอย่างการอ่านวิเคราะห์ข่าว ปภ.สรุปอุบัติเหตุ 7 วันอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ วันที่ 4 (1 ม.ค.) ยอด ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 239 คน บาดเจ็บ 714 คน พบว่าสาเหตุอุบัติเหตุยังมาจากดื่ม แล้วขับ วันนี้ (1 ม.ค.2561) ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปี ใหม่ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 31 ธ.ค.2560 เกิดอุบัติเหตุ 678 ครั้งผู้เสียชีวิต 65 คน ผู้บาดเจ็บ 714 คน รวม 4 วันเกิด อุบัติเหตุรวม 2,380 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 239 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,500 คน สั่งการจังหวัด เพิ่มความเข้มข้นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว รวมถึงจัดจุดตรวจ และด่านชุมชน ดูแลความ ปลอดภัย เส้นทางโดยรอบสถานบันเทิง สถานที่จัดงานรื่นเริง สถานที่ท่องเที่ยว และ ศาสนสถาน เพราะพบปริมาณตัวเลขดื่มแล้วขับเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นในถนนสายรอง เจ้าหน้าที่ จึงเร่งคุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำ กว่า 20 ปี เพื่อให้สร้างความปลอดภัยสูงสุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 หากตัวพบ แอลกอฮอล์แล้วขับจะถูกควบคุมตัว ที่มา : https://news.thaipbs.or.th/content/269001 ขั้นที่ 1 K (What You Know) กิจกรรมเรารู้อะไร (บ้างแล้ว) เป็นกิจกรรมก่อน การอ่าน เป็นขั้นตอนการสำรวจว่าตนเองรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับข่าว (บันทึกข้อมูลในช่อง K)
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ มีการรณรงลดอุบัติเหตุ7 วันอันตราย ขั้นที่ 2 W (What we want to know) เราต้องการรู้อะไรเป็นกิจกรรมระหว่าง การอ่าน เป็นขั้นตอนที่ตนเองจะเขียนข้อความที่อยากรู้เกี่ยวกับข่าว เน้นคำถามประเภท วิเคราะห์ (บันทึกข้อมูลในช่อง (L) - สาเหตใดบ้างที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ - เราจะมีการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุอย่างไร ขั้นที่ ขั้น L1 หมายถึง "What You Learned" เป็นขั้นตอนการสำรวจว่า ตนเองได้เรียนรู้อะไรบ้างจากบทอ่าน จะต้องตั้งคำถามโดยให้ระบุสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการ อ่านข่าวต้องอ่านให้ละเอียด หรืออ่านทวนซ้ำหลายๆ รอบ ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่สรุปสถิติ อุบัติเหตุทางถนน อุบัติเหตุรวม 2,380 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 239 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,500 คน และเพราะพบปริมาณตัวเลขดื่มแล้วขับเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นในถนนสายรอง เจ้าหน้าที่ จึงเร่งคุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี เพื่อให้สร้างความปลอดภัยสูงสุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 4. (Mind Mapping) การสร้างแผนผังความคิดรวบยอด เขียนสรุปเป็นแผนผังความคิดตามความเข้าใจ 5. L3 (Summarizing) การเขียนสรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาตนเอง นำแผนภาพความคิดมาเขียนสรุปเป็นความรู้ของตนเอง
นอกจากอ่านข่าวเรื่องข่าว อุบัติเหตุแล้วยังสามารถปรับ ใช้กับข่าวอื่นๆ ได้ด้วยนะ ถึงโรงเรียนแล้ว พวกเราไปเรียน ก่อนนะคะ ขอบคุณคุณแม่ มากคะ ที่มาส่ง พวกเรา
คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ถูกและทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ผิด (๑๐ คะแนน) ๑. ข่าวหนัก หมายถึง ข่าวที่ต้องพบเจอทุกวันเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน ๒. ใจความสำคัญของข่าวแบ่งได้ ตอนต้น ตอนกลาง ตอนท้าย ๓. ข่าวเบา คือ เมื่อเกิดแล้วผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่กระทบต่อคนส่วนใหญ่ ๔. การแข่งขันกีฬาสำหรับเมืองหนาว เป็นข่าวประเภทข่าวต่างประเทศ ๕. ข่าวอาชญากรรมจัดอยู่ในประเภทข่าวเบา ๖. ข่าวเศรษฐกิจเป็นข่าวเกี่ยวกับการคนและสังคมในประเทศ ๗. การอ่านข่าวควรตั้งคำถาม ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไรและ เกิดผลอย่างไร ๘. ข่าว หมายถึง เหตุการณ์ข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นที่ได้รับการรายงานเป็นสิ่งที่ คนทั่วไปให้ความสนใจ ๙. ข่าวท้องถิ่น มักเป็นรายงานข่าวท้องถิ่นต่างๆ ๑๐.หากต้องการทราบข้อมูลราคาน้ำมันควรอ่านข่าวเศรษฐกิจ แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๑
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข่าวที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามต่อไปนี้(๑๐ คะแนน ) เตือนดื่มชามากเกินพึงระวัง โดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋อง เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์ประจำ หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อมูลเรื่องการดื่มชา ระบุว่า การดื่มชามีประโยชน์ก็จริงแต่ หากดื่มในปริมาณมากเกินไปและดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ไตเสื่อมหรือเป็นนิ่ว ได้โดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋อง เนื่องจากในชานั้นจะมีสารที่ชื่อว่า “ออกซาเลต” ซึ่งจะ ทำปฏิกิริยาตรวจจับแคลเซียมในปัสสาวะให้กลายเป็นผลึกเล็กๆ ทำให้เกิดการอุดตัน บริเวณท่อไตจนไม่สามารถขับของเสียได้ตามปกติ ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail ๑. ข่าวเรื่องนี้เป็นข่าวอะไร .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๒. ข่าวเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๒
๓. นักเรียนคิดว่าการดื่มชาควรดื่มอย่างไรจึงจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๔. การดื่มชาเป็นเวลานานและโดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋องจะทำให้เกิดผลอย่างไรกับ สุขภาพ .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๕. นักเรียนได้รับความรู้อะไรจากข่าวนี้บ้าง .............................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านคิดวิเคราะห์ข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม (๑๐ คะแนน) อันตราย! ใช้ “ทิชชู” ซับน้ำมันอาหาร เจอสารก่อมะเร็ง-โซดาไฟ เตือน!! ใช้ “ทิชชู” ซับน้ำมันจากอาหารเสี่ยงได้รับสารก่อมะเร็งและโซดาไฟกัดกร่อน เนื้อเยื่อ แสบไหม้ปาก คอ กระเพาะอาหาร เหตุเศษเนื้อเยื่อทิชชูติดไปกับอาหาร แนะใช้กระดาษ ซับน้ำมันสำหรับอาหารโดยเฉพาะห้ามใช้หนังสือพิมพ์ห่อเช่นกัน นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การนำกระดาษทิชชูใช้ซับน้ำมัน จากอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเป็นอันตรายอย่างมาก เนื่องจากเนื้อเยื่อเล็กๆ ของกระดาษ ทิชชูจะติดในอาหารทำให้ได้รับสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในกระดาษทิชชูด้วย คือ สารโซเดียมไฮดรอก ไซด์ (NaOH) หรือโซดาไฟ และสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเนื่องจากกระบวนการผลิต กระดาษทิชชู นอกจากนำต้นไม้ เช่น ต้นไผ่ มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเยื่อกระดาษบริสุทธิ์แล้ว ปัจจุบันยังมีการนำกระดาษมาหมุนเวียนใหม่ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เช่น นำกระดาษ A๔ ที่ใช้แล้วมาผลิตกระดาษทิชชู เป็นต้น ซึ่งการตีวัตถุดิบให้เป็นเนื้อเยื่อต้องใช้โซดาไฟ และเพื่อ ความขาวน่าใช้จึงมีการใช้สารคลอรีนฟอกขาว ซึ่งมีสารไดออกซินเป็นส่วนประกอบ แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๓
นพ.พรเทพ กล่าวว่า โซดาไฟเมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนและไขมันจะมีฤทธิ์กัด กร่อนเนื้อเยื่อรุนแรงทำให้บริเวณนั้นอ่อนนุ่มกลายเป็นวุ้น ซึ่งเนื้อเยื่อจะถูกทำลายหรือถูก กัดลึกลงไป โดยการทำลายอาจต่อเนื่องหลายวัน หากหายใจเข้าไปจะทำให้ระคายเคือง ทางเดินหายใจส่วนบน จาม ปวดคอ น้ำมูกไหล ปอดอักเสบรุนแรง หายใจขัด หากสัมผัส ถูกผิวหนังจะระคายเคืองรุนแรงเป็นแผลไหม้และพุพองได้ การกลืนกินทำให้แสบไหม้ บริเวณปาก คอ และกระเพาะอาหาร ส่วนสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อร่างกาย ได้รับเข้าไปจะไม่ทำให้เกิดอาการเฉียบพลัน แต่จะค่อยๆ เกิดและเพิ่มความรุนแรงจนถึง เสียชีวิต “การใช้ทิชชูซับน้ำมันจากอาหาร กระดาษจะสัมผัสกับอาหารโดยตรงจึงต้อง เลือกใช้กระดาษที่ผลิตมาเพื่อใช้กับอาหารโดยเฉพาะ และต้องผ่านการรับรองตาม มาตรฐานระดับสากล เช่น HACCP เป็นมาตรฐานการผลิตที่มีมาตรการป้องกันอันตรายที่ ผู้บริโภคอาจได้รับจากการบริโภคอาหารเป็นที่นิยมใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหารข้ามชาติหรือร้านอาหารฟาสต์ฟูด ซึ่งจะต้องไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายออกมา ปนเปื้อนกับอาหาร ไม่ปนเปื้อนเชื้อโรค ไม่มีสิ่งแปลกปลอมติดค้างอยู่ เช่น เศษกระดาษ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว นพ.พรเทพ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาใช้ห่อบรรจุ อาหารทอดต่างๆ ก็เป็นอันตราย เพราะน้ำมันจะเป็นตัวละลายสารเคมีในหมึกพิมพ์ได้เป็น อย่างดีทำให้ผู้บริโภครับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย แม้ผู้บริโภคไม่ สามารถตรวจสอบมาตรฐานกระดาษที่ผู้ค้านำมาซับมันจากอาหารได้ แต่สามารถ หลีกเลี่ยงอาหารมันและอาหารทอด เพื่อความปลอดภัยจากการรับสารเคมีตกค้างและ เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภคด้วย ที่มา : https://www.prd.go.th/ewt_news.php?nid=๘๙๓๖๖ ข่าวที่ดีมีประโยชน์ต้องมีความ น่าเชื่อถือ
๑. เพราะสาเหตุใดจึงไม่ควรนำกระดาษทิชชูซับน้ำมัน .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๒. อันตรายจากการใช้ทิชชูซับน้ำมัน มีอะไรบ้าง .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๓. นักเรียนคิดว่าเนื้อหาของข่าวน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะอะไร .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๔. เพราะเหตุใดจึงไม่ควรนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาห่อหรือรองรับอาหารทอด .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ๕. นักเรียนได้ประโยชน์อะไรบ้าง จากการอ่านข่าวนี้ .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข่าวที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามตามหลักKWLH (๑๐ คะแนน) องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศพบไวรัสอันตราย องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศพบไวรัสอันตราย เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา โดยไวรัสอันตรายนี้ชื่ออีโบลา ซึ่งมีการระบาดวงกว้าง๓ ประเทศได้แก่ กินี ไซบี เรีย และเชียร์ราลีโอน รวม ๑๘,๔๖๔ ราย เสียชีวิต ๖,๘๔๑ ราย (ณ ๑๗ ธันวาคม ๕๗) และพบในอิตาลี สเปน สหรัฐ เซเนกัล ไนจีเรีย มาลี พบผู้ป่วยติดเชื้อ ๓๔ ราย เสียชีวิต ๑๕ ราย ส่วนไทยได้ดำเนินการสอดคล้องกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกตาม ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ที่มา : https://www.it๒๔hrs.com/๒๐๑๔/top๑๐-sci-news-of-year-๒๐๑๔-nstda/ แบบฝึกเสริมทักษะที่ ๔
ขั้นที่ 1 K (What You Know) นักเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับข่าว ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ขั้นที่ 2 W (What we want to know) เขียนข้อความที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับข่าว ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ขั้นที่ 3 L1 (What we have learned) การหาคำตอบที่ได้เรียนรู้จากการอ่าน ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ขั้นที่ 4 L2 (Mind Mapping) การสร้างแผนผังความคิดรวบยอด ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................
ขั้นที่ 5 L3 (Summarizing) การเขียนสรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาตนเอง ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................ ............................................................................................................................................
แบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง ข่าวรอบตัวเรา คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย () ลงในกระดาษคำตอบให้ถูกต้อง (๑๐ คะแนน) ให้นักเรียนอ่านข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๑ – ๕ โปรยทานไอโฟน-เงินแสน เช้าวันที่ ๙ ม.ค. ประชาชนกว่า ๓ พันคนแน่นขนัดวัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก เพื่อรอรับการโปรยทานเป็นเงินสด ๓ แสน และไอโฟน ๖ อีก ๕ เครื่อง ในงานปิดทอง ฝังลูกนิมิต และอุปสมบทไวยาวัจกรวัด แต่พอถึงเวลาตำรวจหวั่นผู้คนจะเหยียบกันตาย จึงปรึกษากรรมการวัดได้ข้อสรุปใช้วิธีแจกเหรียญโปรยทานเขียนคำว่าไอโฟนใส่สลากปน ไปกับเหรียญโปรยทานให้ผู้โชคดีมารับภายหลัง ที่มา : https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=๑๔๕๑๔๐๖๑๙๗ ๑. เหตุการณ์ในข่าวเกิดขึ้นที่ใด ก. วัดวัจกร จ.ลพบุรี ข. วัดวัจกร จ.พิษณุโลก ค. วัดราชบูรณะ จ.ลพบุรี ง. วัดราชบูรณะ จ.พิษณุโลก
๒. เหตุการณ์ใดที่ทำให้ตำรวจหวั่นผู้คนจะเหยียบกันตาย ก. การโปรยทาน ข. การที่มีขบวนแห่นาค ค. การที่มีคนแย่งอาหารโรงทาน ง. การที่มีเงินบริจาคมากจึงกลัวมีการดักปล้น ๓. เจ้าภาพโปรยทานด้วยอะไร ก. เงินสด ๑ แสน และตู้เย็น ๕ เครื่อง ข. เงินสด ๒ แสน และพัดลม ๕ เครื่อง ค. เงินสด ๓ แสน และไอโฟน ๕ เครื่อง ง. เงินสด ๙ แสน และรถจักรยานยนต์ ๕ คัน ๔. จำนวนประชาชนที่มารอการโปรยทานมีประมาณเท่าไร ก. ๒,๐๐๐ คน ข. ๓,๐๐๐ คน ค. ๔,๐๐๐ คน ง. ๕,๐๐๐ คน ๕. นักเรียนคิดว่าวิธีการแก้ปัญหาของตำรวจเป็นวิธีการที่ดีหรือไม่ ก. เป็นวิธีการที่ดี เพราะคนจะได้ไม่ต้องเบียดกัน ข. เป็นวิธีการที่ดี เพราะจะได้เก็บเงินและไอโฟนไว้ใช้เอง ค. เป็นวิธีการที่ไม่ดีเพราะต้องจัดทำสลากอีกทำให้เสียเวลา ง. เป็นวิธีการที่ไม่ดีเพราะคนที่มารอการโปรยทานจะไม่พอใจและกลับบ้านไป
๖. ข้อใด คือข่าวเบา ก. ข่าวสังคม ข. ข่าวการเมือง ค. ข่าวบันเทิง ง. ข่าวเศรษฐกิจ ๗. องค์ประกอบของข่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง ก. พาดหัวข่าว ความเด่น ส่วนเชื่อม เนื้อข่าว ข. พาดหัวข่าว ความนำ ส่วนเชื่อม เนื้อข่าว ค. พาดหัวข่าว ความนำ เนื้อข่าว สรุป ง. ความนำ ส่วนเชื่อม เนื้อข่าว สรุป ๘. ข่าวกีฬา เป็นข่าวในประเภทใด ก. ข่าวเบา ข. ข่าวหนัก ค. ข่าวภูมิภาค ง. ข่าวต่างประเทศ ๙. ส่วนที่สร้างความสนใจโดยใช้คำสะดุดตาและตัวอักษรขนาดใหญ่คือองค์ประกอบใด ก. สรุป ข. ส่วนเชื่อม ค. ความนำ ง. พาดหัวข่าว
๑๐. ข้อใดคือเทคนิคการเขียนพาดหัวที่ดี ก. เป็นถ้อยคำที่เป็นความคิดเห็นของผู้ให้สัมภาษณ์หรือแหล่งข่าว ข. เขียนประเด็นหลักหรือหัวใจของเรื่องนี้คืออะไร ค. ใช้ถ้อยคำพรรณนาให้เห็นภาพเหตุการณ์อย่างชัดเจน ง. เขียนประโยคสั้นๆให้ได้ใจความสำคัญ โดยนำคำหรือข้อความสำคัญในข่าวมาใช้ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จ อยู่ที่นั้น...นะครับนักเรียนทุกคน
ชื่อ – สกุล.................................................................ชั้น...............เลขที่............... คะแนน ๑๐ คะแนน สรุป ผ่าน ได้คะแนน ไม่ผ่าน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ ๘๐ ขึ้นไป คะแนนระหว่าง ๙-๑๐ อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก คะแนนระหว่าง ๗-๘ อยู่ในเกณฑ์ ดี คะแนนระหว่าง ๕-๖ อยู่ในเกณฑ์ พอใช้ คะแนนระหว่าง ๔-๐ อยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง ตอบ ข้อ ก ข ค ง ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ๗ ๘ ๙ ๑o รวม กระดาษคำตอบแบบทดสอบหลังเรียน
บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (๒๕๕๖). หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทยของ กระทรวงศึกษาธิการกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สกสค. กรุงเทพธุรกิจ. ศิริราชค้นพบยาต้านเชื้อไวรัสอีโบลา. สืบค้นวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗. จาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/๖๐๗๘๙๒ เกรียงศักดิ์เจริญวงศ์ศักดิ์. (๒๕๔๘). การคิดเชิงวิเคราะห์. กรุงเทพมหานคร : ซัคเซส มีเดีย. กรมประชาสัมพันธ์. อันตราย! ใช้ “ทิชชู” ซับน้ำมันอาหาร เจอสารก่อมะเร็ง-โซดาไฟ. สืบค้นวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗. จาก https://www.prd.go.th/ ewt_news.php?nid=๘๙๓๖๖ ข่าวสดออนไลน์. โปรยทานไอโฟน-เงินแสน. สืบค้นวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗. จาก https://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=๑๔๕๑๔๐๖๑๙๗ ข่าว. สืบค้นวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗. จาก https://sites.google.com/site/pesavena/xngkh-prakxb-khxng-khaw ข่าวดังวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปี ๒๕๕๗. องค์การอนามัยโลก WHO ได้ประกาศพบ ไวรัสอันตราย. สืบค้นวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗. จาก htps://www.it๒๔hrs.com/ ๒๐๑๔/top๑๐-sci-news-of-year-๒๐๑๔-nstda/ โครงสร้างของข่าว. สืบค้นวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗. จาก http://elearning.nsru.ac.th/๒๕๕๐/report_beginning/%E๐%B๘%๙A%E๐%B๘% ๙๗%E๐%B๘%๙๗%E๐%B๘%B๕%E๐%B๙%๘๘%๒๐๔%๒๐%E๐%B๘%AB%E ๐%B๘%๙๙%E๐%B๙%๘๙%E๐%B๘%B๒%๒๐๑.html จำเรียง ยศบุญเรือง. (๒๕๕๐). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โดยใช้เทคนิค ๕W๑H . การค้นคว้าแบบอิสระปริญญา ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. จำเรียง ยศบุญเรือง. (๒๕๕๐). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๒ โดยใช้เทคนิค ๕W๑H . การค้นคว้าแบบอิสระปริญญาศึกษา ศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. มิติชน ออนไลน์. เตือนดื่มชามากเกินพึงระวัง โดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋อง. สืบค้น วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๗. จาก http://www.matichon.co.th/news_detai
ภาคผนวก
คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ถูกและทำเครื่องหมาย หน้าข้อที่ผิด (๑๐ คะแนน) ๑. ข่าวหนัก หมายถึง ข่าวที่ต้องพบเจอทุกวันเกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน ๒. ใจความสำคัญของข่าวแบ่งได้ ตอนต้น ตอนกลาง ตอนท้าย ๓. ข่าวเบา คือ เมื่อเกิดแล้วผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่กระทบต่อคนส่วนใหญ่ ๔. การแข่งขันกีฬาสำหรับเมืองหนาว เป็นข่าวประเภทข่าวต่างประเทศ ๕. ข่าวอาชญากรรมจัดอยู่ในประเภทข่าวเบา ๖. ข่าวเศรษฐกิจเป็นข่าวเกี่ยวกับการคนและสังคมในประเทศ ๗. การอ่านข่าวควรตั้งคำถาม ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไรและเกิดผล อย่างไร ๘. ข่าว หมายถึง เหตุการณ์ข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นที่ได้รับการ รายงานเป็นสิ่งที่ คนทั่วไปให้ความสนใจ โดยรับฟังจากการบอกต่อกันมา ๙. ข่าวท้องถิ่น มักเป็นรายงานข่าวท้องถิ่นต่างๆ ในภูมิภาค ๑๐.หากต้องการทราบข้อมูลราคาน้ำมันควรอ่านข่าวเศรษฐกิจ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๑
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข่าวที่กำหนดให้แล้วตอบคำถาม (๑๐ คะแนน) เตือนดื่มชามากเกินพึงระวัง โดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋อง เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๘ นายแพทย์สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์ประจำ หน่วยโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยข้อมูลเรื่องการดื่มชา ระบุว่า การดื่มชามีประโยชน์ก็จริงแต่ หากดื่มในปริมาณมากเกินไปและดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ไตเสื่อมหรือเป็นนิ่ว ได้โดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋อง เนื่องจากในชานั้นจะมีสารที่ชื่อว่า “ออกซาเลต” ซึ่งจะทำปฏิกิริยาตรวจจับแคลเซียมในปัสสาวะให้กลายเป็นผลึกเล็กๆ ทำให้เกิดการอุดตัน บริเวณท่อไตจนไม่สามารถขับของเสียได้ตามปกติ ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail ๑. ข่าวเรื่องนี้เป็นข่าวอะไร ข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ ๒. ข่าวเรื่องนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร การดื่มชา โดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋อง ๓. นักเรียนคิดว่าการดื่มชาควรดื่มอย่างไรจึงจะเป็นผลดีต่อสุขภาพ ควรดื่มชาให้พอดีตามที่แพทย์เตือนและไม่ควรดื่มในปริมาณที่มากเกินไป เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๒
๔. การดื่มชาเป็นเวลานานและโดยเฉพาะชาดำแบบกระป๋องจะทำให้เกิดผลอย่างไรกับ สุขภาพ การดื่มชาดำแบบกระป๋องเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อสุขภาพทำให้ไตเสื่อมหรือ เป็นนิ่วได้ ๕. นักเรียนได้รับความรู้อะไรจากข่าวนี้บ้าง ทำให้เราได้รู้โทษของการดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไป (แนวคำตอบ)
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านคิดวิเคราะห์ข่าวต่อไปนี้แล้วตอบคำถาม (๑๐ คะแนน) อันตราย! ใช้ “ทิชชู” ซับน้ำมันอาหาร เจอสารก่อมะเร็ง-โซดาไฟ เตือน!! ใช้ “ทิชชู” ซับน้ำมันจากอาหารเสี่ยงได้รับสารก่อมะเร็งและโซดาไฟกัดกร่อน เนื้อเยื่อ แสบไหม้ปาก คอ กระเพาะอาหาร เหตุเศษเนื้อเยื่อทิชชูติดไปกับอาหาร แนะใช้กระดาษ ซับน้ำมันสำหรับอาหารโดยเฉพาะห้ามใช้หนังสือพิมพ์ห่อเช่นกัน นพ. พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า การนำกระดาษทิชชูใช้ซับ น้ำมันจากอาหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะเป็นอันตรายอย่างมาก เนื่องจากเนื้อเยื่อเล็กๆ ของ กระดาษทิชชูจะติดในอาหารทำให้ได้รับสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในกระดาษทิชชูด้วย คือ สาร โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือโซดาไฟ และสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเนื่องจาก กระบวนการผลิตกระดาษทิชชู นอกจากนำต้นไม้ เช่น ต้นไผ่ มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตเยื่อ กระดาษบริสุทธิ์แล้วปัจจุบันยังมีการนำกระดาษมาหมุนเวียนใหม่ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วย เช่น นำกระดาษ A๔ ที่ใช้แล้วมาผลิตกระดาษทิชชู เป็นต้น ซึ่งการตีวัตถุดิบให้เป็นเนื้อเยื่อต้อง ใช้โซดาไฟ และเพื่อความขาวน่าใช้จึงมีการใช้สารคลอรีนฟอกขาว ซึ่งมีสารไดออกซินเป็น ส่วนประกอบ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๓
นพ. พรเทพ กล่าวว่า โซดาไฟเมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนและไขมันจะมีฤทธิ์ กัดกร่อนเนื้อเยื่อรุนแรงทำให้บริเวณนั้นอ่อนนุ่มกลายเป็นวุ้น ซึ่งเนื้อเยื่อจะถูกทำลายหรือ ถูกกัดลึกลงไป โดยการทำลายอาจต่อเนื่องหลายวัน หากหายใจเข้าไปจะทำให้ระคายเคือง ทางเดินหายใจส่วนบน จาม ปวดคอ น้ำมูกไหล ปอดอักเสบรุนแรง หายใจขัด หากสัมผัส ถูกผิวหนังจะระคายเคืองรุนแรงเป็นแผลไหม้และพุพองได้ การกลืนกินทำให้แสบไหม้ บริเวณปาก คอ และกระเพาะอาหาร ส่วนสารไดออกซิน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อร่างกาย ได้รับเข้าไปจะไม่ทำให้เกิดอาการเฉียบพลัน แต่จะค่อยๆ เกิดและเพิ่มความรุนแรงจนถึง เสียชีวิต “การใช้ทิชชูซับน้ำมันจากอาหารกระดาษจะสัมผัสกับอาหารโดยตรงจึงต้อง เลือกใช้กระดาษที่ผลิตมาเพื่อใช้กับอาหารโดยเฉพาะและต้องผ่านการรับรองตาม มาตรฐานระดับสากล เช่น HACCP เป็นมาตรฐานการผลิตที่มีมาตรการป้องกันอันตรายที่ ผู้บริโภคอาจได้รับจากการบริโภคอาหารเป็นที่นิยมใช้ในวงการอุตสาหกรรมอาหาร ร้านอาหารข้ามชาติหรือร้านอาหารฟาสต์ฟูด ซึ่งจะต้องไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายออกมา ปนเปื้อนกับอาหาร ไม่ปนเปื้อนเชื้อโรค ไม่มีสิ่งแปลกปลอมติดค้างอยู่ เช่น เศษกระดาษ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว นพ.พรเทพ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้การนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาใช้ห่อบรรจุ อาหารทอดต่างๆ ก็เป็นอันตราย เพราะน้ำมันจะเป็นตัวละลายสารเคมีในหมึกพิมพ์ได้เป็น อย่างดีทำให้ผู้บริโภครับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย แม้ผู้บริโภคไม่ สามารถตรวจสอบมาตรฐานกระดาษที่ผู้ค้านำมาซับมันจากอาหารได้แต่สามารถหลีกเลี่ยง อาหารมันและอาหารทอด เพื่อความปลอดภัยจากการรับสารเคมีตกค้างและเพื่อสุขภาพที่ ดีของผู้บริโภคด้วย ที่มา : https://www.prd.go.th/ewt_news.php?nid=๘๙๓๖๖
๑. เพราะสาเหตุใดจึงไม่ควรนำกระดาษทิชชูซับน้ำมัน เพราะเป็นอันตรายอย่างมาก เนื่องจากเนื้อเยื่อเล็กๆ ของกระดาษทิชชูจะติดในอาหาร ทำให้ได้รับสารเคมีต่างๆ ที่อยู่ในกระดาษทิชชูด้วย คือ สารโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) หรือ โซดาไฟและสารไดออกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ๒. อันตรายจากการใช้ทิชชูซับน้ำมัน มีอะไรบ้าง ได้รับสารก่อมะเร็ง และโซดาไฟ กัดกร่อนเนื้อเยื่อ แสบไหม้ปาก คอ กระเพาะ อาหาร ๓. นักเรียนคิดว่าเนื้อหาของข่าวน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะอะไร เนื้อหาของข่าวน่าเชื่อถือ เนื่องจากผู้ที่ให้ข่าวคือ นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย ๔. เพราะเหตุใดจึงไม่ควรนำกระดาษหนังสือพิมพ์มาห่อหรือรองรับอาหารทอด เพราะน้ำมันจะเป็นตัวละลายสารเคมีในหมึกพิมพ์ได้เป็นอย่างดีทำให้ผู้บริโภค รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ๕. นักเรียนได้ประโยชน์อะไรบ้าง จากการอ่านข่าวนี้ ๑. ได้ทราบว่าไม่ควรนำกระดาษทิชชูซับน้ำมัน และไม่ควรใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ห่อหรือรองรับอาหารมัน อาหารทอด ๒. ได้ทราบอันตรายที่เกิดจากการใช้กระดาษทิชชูซับน้ำมันว่าอาจได้รับสารก่อ มะเร็ง และโซดาไฟ (แนวคำตอบ)
คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านข่าวที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามตามหลักKWLH (๑๐ คะแนน) องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศพบไวรัสอันตราย องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศพบไวรัสอันตราย เมื่อ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา โดยไวรัสอันตรายนี้ชื่ออีโบลา ซึ่งมีการระบาดวงกว้าง๓ ประเทศได้แก่ กินี ไซบี เรีย และเชียร์ราลีโอน รวม ๑๘,๔๖๔ ราย เสียชีวิต ๖,๘๔๑ ราย (ณ ๑๗ ธันวาคม ๕๗) และพบในอิตาลี สเปน สหรัฐ เซเนกัล ไนจีเรีย มาลี พบผู้ป่วยติดเชื้อ ๓๔ ราย เสียชีวิต ๑๕ ราย ส่วนไทยได้ดำเนินการสอดคล้องกับคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกตาม ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ที่มา : https://www.it๒๔hrs.com/๒๐๑๔/top๑๐-sci-news-of-year-๒๐๑๔-nstda/ เฉลยแบบฝึกเสริมทักษะที่ ๔
ขั้นที่ 1 K (What You Know) นักเรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับข่าว อีโบลา เป็นไวรัสที่อันตราย และมีการแพร่ระบาทเป็นวงกว้าง ขั้นที่ 2 W (What we want to know) เขียนข้อความที่นักเรียนอยากรู้เกี่ยวกับข่าว - ไวรัสอีโบลา สร้างความเสียหายไปเท่าใด - ประเทศไทยมีการป้องกันอย่างไร ขั้นที่ 3 L1 (What we have learned) การหาคำตอบที่ได้เรียนรู้จากการอ่าน ไวรัสอีโบลามีการระบาดวงกว้าง ๓ ประเทศได้แก่ กินี ไซบีเรีย และเชียร์ราลีโอน รวม ๑๘,๔๖๔ ราย เสียชีวิต ๖,๘๔๑ ราย และพบในอิตาลี สเปน สหรัฐ เซเนกัล ไนจีเรีย มาลี พบผู้ป่วยติดเชื้อ ๓๔ ราย เสียชีวิต ๑๕ ราย ขั้นที่ 4 L2 (Mind Mapping) การสร้างแผนผังความคิดรวบยอด ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ขั้นที่ 5 L3 (Summarizing) การเขียนสรุปใจความสำคัญด้วยสำนวนภาษาตนเอง ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................... ........................................................................................................................