(คำแปล)
เรำท้ังหลำยถึงซ่ึงพระผู้มีพระภำคพระองค์ใดแล้ว ว่ำเป็ น
ท่ีพ่ึงพระผู้มีพระภำคพระองค์ใด เป็ นพระศำสดำของเรำ
ท้ังหลำย อนึ่งเรำท้ังหลำยชอบใจซึ่งพระธรรมของพระผู้มี
พระภำคพระองค์ใด พระผู้มีพระภำคเจ้ำพระองค์น้ันเป็ น
พระอรหันต์ตรัสรู้ชอบเอง ทรงอำศัยควำมกรุณำในสัตว์
ท้ังหลำย ทรงพระกรุณำแสวงหำประโยชน์เกื้อกูลทรงอำศัย
ควำมเอ็นดู ได้ ยังพระธรรมจักรอันยอดเยี่ยมให้ เป็ นไป
ทรงประกำศอริยสัจ ๔ เป็ นคร้ังแรกแก่พระภิกษุปัญจวัคคีย์ ที่
ป่ ำอสิ ิปตนมฤคทำยวนั ใกล้กรุงพำรำณสีในวนั อำสำฬหปณุ ณมี
อน่ึง ในสมัยน้ันแล ท่ำนพระอัญญำโกณฑัญญะผู้เป็ น
หัวหน้ ำของพระภิกษุปั ญ จวัคคีย์ ฟั งธรรมของพระผู้มี
พระภำคเจ้ำแล้ว ได้ธรรมจักษุอันบริสุทธ์ิปรำศจำกมลทิน ว่ำ
“สิ่งใดสิ่งหน่ึงมีควำมเกดิ ขึน้ เป็ นธรรมดำ สิ่งท้ังปวงน้ัน มคี วำม
ดับเป็ นธรรมดำ” จึงทูลขออุปสมบทกะพระผู้มีพระภำคเจ้ำ
เป็ นองค์แรกในโลก
อนึ่ง ในสมัยน้ันแล พระสังฆรัตนะได้บังเกิดขึ้นเป็ น
คร้ังแรก พระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ
พระสังฆรัตนะ ได้สมบูรณ์แล้วในโลก
หนา้ ๙๑
บัดนี้ เรำท้งั หลำยแล มำประจวบมงคลสมัยอำสำฬหปณุ ณ
มี วันเพ็ญอำสำฬหมำสที่รู้พร้ อมกันว่ำ เป็ นวันท่ีพระผู้มี
พระภำคเจ้ำพระองค์น้ัน ทรงประกำศพระธรรมจักรเป็ นวันที่
เกิดขึ้นแห่งพระอริยสงฆ์สำวก และเป็ นวันที่พระรัตนตรัย
สมบูรณ์ คือ ครบ ๓ รัตนะ จึงมำประชุมกันแล้ว ณ ที่นี้ ถือ
สักกำระเหล่ำนี้ ทำกำยของตนให้เป็ นดังภำชนะรับเคร่ือง
สักกำระ ระลึกถึงพระคุณตำมเป็ นจริงท้ังหลำยของพระผู้มี
พระภำคเจ้ำน้ัน จักทำประทกั ษณิ สิ้นวำระสำมรอบ ซ่ึงพระสถูป
(สถำนแห่งพระพทุ ธปฏมิ ำ) นี้ บูชำอยู่ด้วยสักกำระอันถือไว้แล้ว
อย่ำงไร
ข้ำแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอเชิญพระผู้มีพระภำคเจ้ำแม้เสด็จ
ปรินิพพำนนำนมำแล้ว ยังปรำกฏอยู่ด้วยพระคุณสมบัติ
อันข้ำพระพุทธเจ้ำท้ังหลำยจะพึงรู้โดยควำมเป็ น อตีตำรมณ์
จงทรงรับเครื่องสักกำระอนั ข้ำพระพทุ ธเจ้ำท้งั หลำยถอื ไว้แล้วนี้
เพื่อประโยชน์ เพ่ือควำมสุข แก่ข้ำพระพุทธเจ้ำท้ังหลำยสิ้น
กำลนำน เทอญ ฯ
หนา้ ๙๒
หนา้ ๙๓
วธิ ีบรรพชำอุปสมบท แบบเอสำหัง
เอสำหังภันเต สุจิระปะรินิพบุตมั ปิ , ตัง ภะคะวันตัง สะระณงั
คัจฉำมิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยำหัง ภันเต, ตัสสะ
ภะคะวะโต, ธัมมะวนิ ะเย ปัพพชั ชัง, *ละเภยยงั อปุ ะสัมปะดงั
ทุติยัมปำหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพบุตัมปิ , ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คัจฉำมิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยำหัง ภันเต,
ตัสส ะ ภ ะคะวะโต , ธั ม ม ะวิน ะเย ปั พ พั ช ชั ง, *ละเภ ยยัง
อปุ ะสัมปะดงั ,
ตะติยัมปำหัง ภันเต, สุจิระปะรินิพบุตัมปิ , ตัง ภะคะวันตัง
สะระณัง คัจฉำมิ, ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ, ละเภยยำหัง ภันเต,
ตั ส ส ะ ภ ะค ะวะโต , ธั ม ม ะวิน ะเย ปั พ พั ช ชั ง,*ละเภ ยยัง
อุปะสัมปะดงั ,
หมำยเหตุ ถ้ำบวชเป็ นสำมเณร พงึ ยกคำว่ำ
ละเภยยงั อปุ ะสัมปะดัง ออกเสีย
..............................................................................................................................................................................................................................................
อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยำจำมิ, อิมำนิ กำสำยำนิ วัตถำนิ
คะเห็ดตะวำ, ปัพพำเชถะ มัง ภันเต, อะนุกมั ปัง อปุ ำทำยะ,
ทุติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยำจำมิ, อิมำนิ กำสำยำนิ
วตั ถำนิ คะเห็ดตะวำ,ปัพพำเชถะ มงั ภันเต,อะนุกมั ปัง อุปำทำยะ,
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปัพพัชชัง ยำจำมิ, อิมำนิ กำสำยำนิ
วตั ถำนิ คะเห็ดตะวำ, ปัพพำเชถะ มงั ภันเต, อะนุกมั ปัง อปุ ำทำยะ,
หนา้ ๙๔
ว่ำตำมพระอุปัชฌำยะ
เกสำ, โลมำ, นะขำ, ทันตำ, ตะโจ
ตะโจ, ทันตำ, นะขำ, โลมำ, เกสำ
คำขอสะระณะศีล
อะหัง ภนั เต, สะระณะสีลงั ยำจำมิ
ทุติยมั ปิ อะหัง ภนั เต, สะระณะสีลงั ยำจำมิ
ตะติยมั ปิ อะหัง ภนั เต, สะระณะสีลงั ยำจำมิ
คำขอสะระณะศีล
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมำสัมพทุ ธัสสะ (ว่ำ ๓ หน)
เอวงั วะเทหิ รับว่ำ อำมะ ภนั เต
………………………………………………………………………………………………………………………
พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉำมิ
ธัมมัง สะระณัง คจั ฉำมิ
สังฆงั สะระณงั คจั ฉำมิ ฯ
ทุติยมั ปิ พทุ ธัง สะระณงั คจั ฉำมิ
ทุตยิ มั ปิ ธัมมงั สะระณัง คจั ฉำมิ
ทุตยิ มั ปิ สังฆงั สะระณัง คจั ฉำมิ ฯ
ตะตยิ มั ปิ พทุ ธัง สะระณัง คจั ฉำมิ
ตะตยิ มั ปิ ธัมมัง สะระณัง คจั ฉำมิ
ตะติยมั ปิ สังฆัง สะระณัง คจั ฉำมิ ฯ
หนา้ ๙๕
ท่ำนว่ำ ( ตสิ ะระณะคะมะณงั นิฏฐิตงั ) รับว่ำ อำมะ ภันเต
……………………………………………………..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ปำณำติปำตำ เวระมะณี
อะทินนำทำนำ เวระมะณี
อะพรัหมะจะริยำ เวระมะณี
มุสำวำทำ เวระมะณี
สุรำเมระยะมัชชะปะมำทัฏฐำนำ เวระมะณี
วกิ ำละโภชะนำ เวระมะณี
นัจจะคตี ะวำทติ ะวสิ ูกะทัสสะนำ เวระมะณี
มำลำคนั ธะวเิ ลปะนะธำระณะมณั ฑะนะวภิ ูสะนัฏฐำนำ เวระมะณี
อุจจำสะยะนะมะหำสะยะนำ เวระมะณี
ชำตะรูปะระชะตะปะฏคิ คะหะณำ เวระมะณี
อมิ ำนิ ทะสะ สิกขำปะทำนิ สะมำทยิ ำมิ (ว่ำ ๓ หน)
คำขอนิสัย
อะหัง ภันเต นิสสะยงั ยำจำมิ
ทุตยิ มั ปิ อะหัง ภนั เต นิสสะยงั ยำจำมิ
ตะติยมั ปิ อะหัง ภันเต นิสสะยงั ยำจำมิ
แล้วว่ำ อปุ ัชฌำโย เม ภนั เต, โหหิ ( ว่ำ ๓ หน )
พระอปุ ัชฌำกล่ำวว่ำ
โอปำยกิ งั , ปะฏริ ูปัง, ปำสำทเิ กนะ สัมปำเทหิ
( รับว่ำ สำธุ ภนั เต )
แล้วว่ำ อชั ชะตคั เคทำนิ เถโร, มยั หัง ภำโร, อะหมั ปิ เถรัสสะ ภำโร,
( ว่ำ ๓ หน ) ( เสร็จกรำบ ๓ คร้ัง )
หนา้ ๙๖
คำบอกบำตรและจวี ร
คำบอกบำตรและจีวร คำรับ
อะยนั เต ปัตโต อำมะ ภันเต
อะยงั สังฆำฏิ อำมะ ภันเต
อะยงั อุตตะรำสังโฆ อำมะ ภนั เต
อะยัง อนั ตะระวำสะโก อำมะ ภนั เต
คำถำมอนั ตรำยกิ ธรรม
คำถำม คำตอบ
กฏุ ฐัง นัตถิภันเต
คณั โฑ นัตถิภนั เต
กลิ ำโส นัตถิภนั เต
โสโส นัตถิภนั เต
อะปะมำโร นัตถิภนั เต
มะนุสโสสิ๊ อำมะ ภนั เต
ปุริโสสิ๊ อำมะ ภันเต
ภุชิสโสส๊ิ อำมะ ภนั เต
อะนะโณส๊ิ อำมะ ภันเต
หนา้ ๙๗
นะสิ๊ รำชะภะโฏ อำมะ ภนั เต
อะนุญญำโตสิ๊ มำตำปิ ตูหิ อำมะ ภนั เต
ปะริปณุ ณะวสี ะตวิ สั โสส๊ิ อำมะ ภนั เต
ปะริปุณณนั เต ปัตตะจีวะรัง อำมะ ภนั เต
กนิ นำโมสิ อะหังภันเต (ฉำยำผู้บวช) นำมะ
โกนำมะ เต อุปัชฌำโย อปุ ัชฌำโยเม ภันเต อำยสั ๎มำ
จักกะวะโร นำมะ
คำขออปุ สมบท
สังฆัมภันเต อุปะสัมปะทัง ยำจำมิ, อุลลุมปะตุ มังภันเต,
สังโฆอะนุกมั ปัง อปุ ำทำยะ,
ทุติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยำจำมิ, อุลลุมปะตุ
มงั ภนั เต, สังโฆอะนุกมั ปัง อปุ ทำยะ
ตะติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยำจำมิ, อุลลุมปะตุ
มงั ภันเต, สังโฆอะนุกมั ปัง อุปำทำยะ,
ต่อจำกน้ันพงึ น่ังฟัง พระอุปัชฌำยะ บอกอะนุศำสน์ ไปจนจบ
( แล้วรับ อำมะ ภนั เต )
จบวธิ ีอปุ ะสมบท แบบเอสำหัง
หนา้ ๙๘
คำอธิฐำนเข้ำพรรษำ
คำอธิษฐำนพร้อมกนั ว่ำดงั นี้
“ อมิ สั ๎มิง อำวำเส, อมิ ัง เตมำสัง, วสั สัง อเุ ปมะ ” (ว่ำ ๓ จบ)
คำอธิษฐำนทีละรูป ว่ำดงั นี้
“ อมิ ัส๎มิง อำวำเส, อมิ งั เตมำสัง, วสั สัง อุเปมิ ” (ว่ำ ๓ จบ)
คำปวำรณำออกพรรษำ
สังฆัมภันเต ปะวำเรมิ ทิฏเฐนะ วำ สุเตนะ วำ ปะริสังกำยะ
วำ วะทันตุ มังอำยัส๎มันโต อะนุกัมปัง อุปำทำยะ ปัสสันโต
ปะฏกิ กะริสสำมิ ฯ
ทุติยัมปิ ภันเต สังฆัง ปะวำเรมิ ทิฏเฐนะ วำ สุเตนะ วำ
ปะริสังกำยะ วำ วะทันตุ มังอำยัส๎มันโต อะนุกัมปัง อุปำทำยะ
ปัสสันโต ปะฏกิ กะริสสำมิ ฯ
ตะติยัมปิ ภันเต สังฆัง ปะวำเรมิ ทิฏเฐนะ วำ สุเตนะ วำ
ปะริสังกำยะ วำ วะทันตุ มังอำยัส๎มันโต อะนุกัมปัง อุปำทำยะ
ปัสสันโต ปะฏิกกะริสสำมิ ฯ
หนา้ ๙๙
วธิ ีทำพนิ ทุกปั ปะ
อมิ ัง พนิ ทุกปั ปัง กะโรมิ
( ว่ำ ๓ คร้ัง ) ( วนขวำ เรำทำหมำยจุด
คำอธิษฐำนบริขำรต่ำง ๆ
คำอธิษฐำนบริขำรสิ่งเดยี วในหัตถบำส ( ว่ำ ๓ คร้ัง )
สังฆำฏิ อมิ ัง สังฆำฏิง อะธิฏฐำม.ิ
จีวร อมิ งั อตุ ตะรำสังคงั อะธิฏฐำม.ิ
สบง อมิ ัง อนั ตะระวำสะกงั อะธิฏฐำม.ิ
บำตร อมิ ัง ปัตตงั อะธิฏฐำม.ิ
ประคตเอว อมิ งั กำยะพนั ธะนัง อะธิฏฐำม.ิ
ผ้ำปูน่ัง อมิ งั นิสีทะนัง อะธิฏฐำม.ิ
ผ้ำปิ ดฝี อมิ งั กณั ฑุปะฏิจฉำทงิ อะธิฏฐำม.ิ
ผ้ำอำบนำ้ ฝน อมิ งั วสั สิกะสำฏกิ ัง อะธิฏฐำม.ิ
ผ้ำปูนอน อมิ ัง ปัจจัตถะระณงั อะธิฏฐำมิ.
ผ้ำเช็ดปำก อมิ ัง มุขะปุญฉะนะโจลงั อะธิฎฐำม.ิ
ผ้ำเป็ นบริขำร อมิ ัง ปะริกขำระโจลัง อะธิฎฐำมิ.
ถ้ำจะอธิษฐำนหลำยผนื ควบกัน ดงั นี้
ผ้ำปูนอน อมิ ำนิ ปัจจตั ถะระณำนิ อะธิฏฐำมิ.
ผ้ำเช็ดหน้ำเช็ดปำก อมิ ำนิ มุขะปุญฉะนะโจลำนิ อะธิฎฐำมิ.
ผ้ำเป็ นบริขำร อมิ ำนิ ปะริกขำระโจลำนิ อะธิฎฐำม.ิ
หนา้ ๑๐๐
หนา้ ๑๐๑
คำแสดงอำบตั ิ
ผู้มีพรรษำอ่อนกว่ำ ว่ำ
อะหัง ภันเต สัมพะหุลำ นำนำ วตั ถุกำโย ถุลลตั จะยำโย อำปัตติโย
อำปันโนตำ ปะฏิเทเสมิ ( ปัสสะสิ๊ อำวุโส ) อำมะ ภันเต ปัสสำมิ
( อำยะติง อำวุโส สังวะเรยยำส๊ิ ) สำธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสำมิ
(ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
อะหัง ภันเต สัมพะหุลำ นำนำ วัตถุกำโย ปำจิตติยำโย อำปัตตโิ ย
อำปันโนตำ ปะฏิเทเสมิ ( ปัสสะสิ๊ อำวุโส ) อำมะ ภันเต ปัสสำมิ
( อำยะติง อำวุโส สังวะเรยยำสิ๊ ) สำธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสำมิ
(ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
อะหัง ภันเต สัมพะหุลำ นำนำ วัตถุกำโย ทุกกะฏำโย อำปัตติโย
อำปันโนตำ ปะฏิเทเสมิ( ปัสสะส๊ิ อำวุโส ) อำมะ ภันเต ปัสสำมิ
( อำยะติง อำวุโส สังวะเรยยำส๊ิ ) สำธุ สุฏฐุ ภันเต สังวะริสสำมิ
(ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
อะหัง ภันเต สัมพะหุลำ ดุบภำสิตำโย อำปัตติโย อำปันโนตำ
ปะฏิเทเสมิ( ปัสสะส๊ิ อำวุโส ) อำมะ ภันเต ปัสสำมิ ( อำยะติง
อำวุโส สังวะเรยยำส๊ิ ) สำธุ สุฏฐุ ภนั เต สังวะริสสำมิ (ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
หนา้ ๑๐๒
คำแสดงอำบตั ิ
ผู้แสดงอำวุโส
อะหัง อำวุโส สั มพะหุลำ นำนำ วัตถุกำโย ถุลลัตจะยำโย
อำปั ตติโย อำปั น โน ตำ ปะฏิเทเสมิ ( ปั สสะถ๊ ะ ภันเต )
อำมะ อำวุโส ปัสสำมิ ( อำยะติง ภันเต สังวะเรยยำถะ ) สำธุ
สุฏฐุ อำวุโส สังวะริสสำมิ (ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
อะหัง อำวุโส สั มพะหุลำ นำนำ วัตถุกำโย ปำจิตติยำโย
อำปัตติโย อำปันโนตำ ปะฏิเทเสมิ ( ปัสสะถ๊ะ ภันเต ) อำมะ
อำวุโส ปัสสำมิ ( อำยะติง ภันเต สังวะเรยยำถะ ) สำธุ สุฏฐุ
อำวุโส สังวะริสสำมิ (ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
อะหัง อำวุโส สัมพะหุลำ นำนำ วตั ถุกำโย ทุกกะฏำโย อำปัตติโย
อำปันโนตำ ปะฏเิ ทเสมิ( ปัสสะถ๊ะ ภันเต ) อำมะ อำวุโส ปัสสำมิ
( อำยะติง ภนั เต สังวะเรยยำถะ ) สำธุ สุฏฐุ อำวุโส สังวะริสสำมิ
(ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
อะหัง อำวุโส สัมพะหุลำ ดุบภำสิตำโย อำปัตติโย อำปันโนตำ
ปะฏิเทเสมิ ( ปัสสะถ๊ะ ภันเต ) อำมะ อำวุโส ปัสสำมิ ( อำยะติง
ภั น เต สั งวะเรยยำถะ) ส ำธุ สุ ฏ ฐุ อำวุโส สั งวะริ สสำมิ
(ว่ำ ๓ คร้ัง)
..................................................................................................................
หนา้ ๑๐๓
คำแสดงปำริสุทธิ (คำแสดงบริสุทธ์ิ)
กำรแสดงปำริสุทธิเป็ นกำรสงฆ์ ว่ำดังนี้
“ปะริสุทโธ อะหัง ภันเต, ปะริสุทโธติ มัง สังโฆ ธำเรตุ”(ว่ำ ๓ หน)
ถ้ำผู้แสดงมพี รรษำแก่กว่ำภิกษุท้ังหมดให้ว่ำ “อำวุโส” แทน “ภันเต”
คณะอโุ บสถ
๑. แบบมีภกิ ษุอยู่ด้วยกนั ๓ รูป
ให้รูปหน่ึงสวดประกำศญตั ตวิ ่ำ
“สุณันตุ เม ภันเต อำยัส๎มันตำ, อชั ชุสุโถ ปัณณะระโส, ยะทำยสั ๎มนั ตำนัง
ปัตตะกลั ลงั , มะยงั อญั ญะมญั ญงั , ปำริสุทธิอุโปสะถัง กะเรยยำมะ.”
ถา้ ผสู้ วดมีอายพุ รรษาสูงสุด พึงวา่ “อำวุโส” แทน “ภนั เต”
ถา้ เป็นวนั ที่ ๑๔ พึงวา่ “จำตุททะโส” แทน “ปัณณะระโส”
ในลาดบั น้นั ภิกษุผเู้ ถระ พึงบอกความบริสุทธ์ิของตนวา่
“ปะริสุทโธ อะหัง อำวุโส, ปะริสุทโธติ มงั ธำเรถะ” (ว่ำ ๓ หน)
ภกิ ษุนอกนี้ กพ็ งึ ทำอย่ำงน้ันตำมลำดับพรรษำ พงึ บอกว่ำ
“ปะริสุทโธ อะหัง ภนั เต ปะริสุทโธติ มงั ธำเรถะ” (ว่ำ ๓ หน)
๒. แบบมภี ิกษุอยู่ด้วยกนั ๒ รูป
ไม่ตอ้ งต้งั ญตั ติ เป็ นแต่บอกบริสุทธ์ิแก่กนั โดยผแู้ ก่บอกวา่
“ปะริสุทโธ อะหัง อำวุโส, ปะริสุทโธติ มัง ธำเรหิ” (ว่ำ ๓ หน)
ผู้อ่อนกว่ำ “ปะริสุทโธ อะหัง ภนั เต, ปะริสุทโธติ มัง ธำเรถะ” (ว่ำ ๓ หน)
บุคคลอโุ บสถ
คือ ภิกษุอย่รู ูปเดียว ถึงวนั อุโบสถ ท่านให้รอภิกษุอ่ืนจนสิ้นเวลา
เห็นวา่ ไม่มาแลว้ ใหอ้ ธิษฐานวา่ “อชั ชะ เม อโุ ปสะโถ”
หนา้ ๑๐๔
โอวำทะปำฏิโมกขำทปิ ำโฐ
อุททฏิ ฐัง โข เตนะ ภะคะวะตำ ชำนะตำ ปัสสะตำ
อะระหะตำ สัมมำสัมพทุ เธนะ โอวำทะปำฏิโมกขงั ตีหิ คำถำหิ
ขันตี ปะระมงั ตะโป ตีตกิ ขำ
นิพพำนัง ปะระมัง วะทนั ติ พทุ ธำ
นะ หิ ปัพพะชิโต ปะรูปะฆำตี
สะมะโณ โหติ ปะรัง วเิ หฐะยนั โต
สัพพะปำปัสสะ อะกะระณัง กสุ ะลสั สูปะสัมปะทำ
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง เอตัง พทุ ธำนะ สำสะนัง
อะนูปะวำโท อะนูปะฆำโต ปำฏิโมกเข จะ สังวะโร
มัตตญั ญุตำ จะ ภตั ตสั ๎มิง ปันตัญจะ สะยะนำสะนัง
อะธิจิตเต จะ อำโยโค เอตงั พทุ ธำนะ สำสะนันติ
สีลทุ เทสะปำฐะ
ภำสิตะมิทัง เตนะ ภะคะวำตำ ชำนะตำ ปัสสะตำ อะระหะตำ
สัมมำสัมพุทเธนะ สัมปันนะสีลำ ภิกขะเว วิหะระถะ สัมปันนะ
ปำฏิโมกขำ ปำฏิโมกขะสังวะระสังวุตำ วิหะระถะ อำจำระโคจะ
ระสั มปันนำ อะณุมัตเตสุ วัชเชสุ ภะยะทัสสำวี สะมำทำยะ
สิกขะถะ สิกขำปะเทสูติฯ ตัส์มำติหัมเหหิ สิกขิตัพพัง สัมปันนะสี
ลำ วหิ ะริสสำมะ สัมปันนะปำฏิโมกขำ ปำฏิโมกขะสังวะระสังวุตำ
วิหะริสสำมะ อำจำระโคจะระสัมปันนำ อะณุมัตเตสุ วัชเชสุ
ภะยะทัสสำวี สะมำทำยะ สิกขิสสำมะ สิกขำปะเทสูติ ฯ เอวัญหิ
โน สิกขติ ัพพงั ฯ
หนา้ ๑๐๕
ตำยะนะคำถำ
ฉินทะ โสตัง ปะรักกมั มะ กำเม ปะนูทะ พรำหมะณะ
นัปปะหำยะ มุนิ กำเม เนกตั ตะมุปะปัชชะติ
กะยริ ำ เจ กะยริ ำเถนัง ทฬั หะเมนัง ปะรักกะเม
สิถโิ ล หิ ปะริพพำโช ภิยโย อำกริ ะเต ระชัง
อะกะตัง ทุกกะฏัง เสยโย ปัจฉำ ตปั ปะติ ทุกกะฏัง
กะตญั จะ สุกะตงั เสยโย ยงั กตั ว๎ ำ นำนุตปั ปะติ
กโุ ส ยะถำ ทุคคะหิโต หัตถะเมวำนุกนั ตะติ
สำมัญญงั ทุปปะรำมตั ถงั นิระยำยุปะกฑั ฒะติ
ยงั กญิ จิ สิถิลงั กมั มงั สังกิลฏิ ฐัญจะ ยงั วะตัง
สังกัสสะรัง พรัหมะจะริยงั นะ ตงั โหติ มะหัปผะลนั ติ ฯ
หนา้ ๑๐๖
ปัตติทำนะคำถำ
(นำ) หันทะ มะยงั ปัตตทิ ำนะ คำถำ โย ภะณำมะ เส ฯ
(รับ) ยำ เทวะตำ สันติ วหิ ำระวำสินี
ถูเป ฆะเร โพธิฆะเร ตะหิง ตะหิง
ตำ ธัมมะทำเนนะ ภะวนั ตุ ปูชิตำ
โสตถงิ กะโรนเตธะ วหิ ำระมณั ฑะเล
เถรำ จะ มชั ฌำ นะวะกำ จะ ภกิ ขะโว
สำรำมกิ ำ ทำนะปะตี อุปำสะกำ
คำมำ จะ เทสำ นิคะมำ จะ อสิ สะรำ
สัปปำณะภูตำ สุขติ ำ ภะวนั ตุ เต
ชะลำพชุ ำ เยปิ จะ อณั ฑะสัมภะวำ
สังเสทะชำตำ อะถะโวปะปำติกำ
นิยยำนิกงั ธัมมะวะรัง ปะฏิจจะ เต
สัพเพปิ ทุกขสั สะ กะโรนตุ สังขะยัง ฯ
ฐำตุ จริ ัง สะตงั ธัมโม ธัมมัทธะรำ จะ ปุคคะลำ
สังโฆ โหตุ สะมคั โค วะ อตั ถำยะ จะ หิตำยะ จะ
อมั เห รักขะตุ สัมธัมโม สัพเพปิ ธัมมะจำริโน
วุฑฒิง สัมปำปุเณยยำมะ ธัมเม อะริยปั ปะเวทเิ ต ฯ
ปะสันนำ โหนตุ สัพเพปิ ปำณิโน พทุ ธะสำสะเน
สัมมำ ธำรัง ปะเวจฉันโต กำเล เทโว ปะวสั สะตุ
วุฑฒิภำวำยะ สัตตำนัง สะมิทธัง เนตุ เมทะนิง
มำตำ ปิ ตำ จะ อตั ร๎ ะชัง นิจจัง รักขนั ติ ปตุ ตะกงั
เอวงั ธัมเมนะ รำชำโน ปะชัง รักขันตุ สัพพะทำ ฯ
หนา้ ๑๐๗
คำขอขมำพระรัตนตรัย
ระตะนัตตะเย ปะมำเทนะ, ท๎วำระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง
อะปะรำธัง ขะมะตุ โน ภันเต.
คำขอขมำพระเถระ
เถเร ปะมำเทนะ, ท๎วำระตะเยนะ กะตงั , สัพพงั อะปะรำธัง
ขะมะตุ โน ภันเต.
คำขอขมำพระอุปัชฌำย์
อุปัชฌำเย ปะมำเทนะ, ท๎วำระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง
อะปะรำธัง ขะมะตุ โน ภนั เต.
คำขอขมำพระอำจำรย์
อำจะริเย ปะมำเทนะ, ท๎วำระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง
อะปะรำธัง, ขะมะตุ โน ภนั เต.
คำขอขมำพระสงฆ์
สั งเฆ ปะมำเท น ะ, ท๎ วำระตะเยน ะ กะตัง, สั พ พั ง
อะปะรำธัง ขะมะตุ โน ภันเต.
คำขอขมำบุคคลทวั่ ไป
อำยัส๎มันเต ปะมำเทนะ, ท๎วำระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง
อะปะรำธัง ขะมะตุ โน ภนั เต
หนา้ ๑๐๘
คำขอขมำโทษบิดำมำรดำ
มำตำปิ ตุเร ปะมำเทนะ, ท๎วำระตะเยนะ กะตัง, สัพพัง
อะปะรำธัง ขะมะตุ โน ภันเต.
( คำแปล ) ขอมำรดำบิดำอดโทษท้ังปวง ที่ทำแล้วด้วย
ไตรทวำร ( กำย วำจำ ใจ ) เพรำะควำมประมำทในท่ำนแก่
ข้ำพเจ้ำด้วยเทอญเจ้ำข้ำ
หมำยเหตุ : ถ้ำว่ำคนเดยี ว คำว่ำ ขะมะตุ โน เปลยี่ นเป็ น
ขะมะถะ เม
ท่ำนกล่ำวอโหสิว่ำ “ อะหัง ขะมำม,ิ ตุม๎เหหิปิ เม ขะมติ ัพพงั ”
ข้ำพเจ้ำอดโทษ แม้เธอพงึ อดโทษแก่
ข้ำพเจ้ำบ้ำง
ผู้ขอขมำ รับว่ำ “ ขะมำมะ ภันเต ”
ข้ำพเจ้ำอดโทษ เจ้ำข้ำ
หมำยเหตุ : ถ้ำว่ำคนเดยี วคำว่ำ ตุมเหหิปิ เปลย่ี นเป็ น ตะยำปิ ,
คำว่ำ ขะมำมะ เปลยี่ นเป็ น ขะมำมิ
หนา้ ๑๐๙
คำขอขมำศพพระเถระ
( คัดลอกดดั แปลงจำกลำยมือของพระอุดมสังวรวิสุทธิเถร
( วัน อุตฺ ต โม ) ซ่ึ งท่ ำน ได้ เรียบ เรี ยงไว้ สำห รั บ งำน วัน
พระรำชทำนเพลิงศพ ท่ำนพระอำจำรย์ฝัน อำจำโร เม่ือวันท่ี
๒๐ มกรำคม พ.ศ. ๒๕๒๑ )
กรำบ ๓ คร้ัง ว่ำ“นะโมฯ” ๓ จบ
อำจำริเย* ปะมำเทนะ ท๎ วำระตะเยนะ กะตัง สั พพัง
อะปะรำธังขะมะตุ โน ภันเต อัจจะโยโน ภันเต อัจจะคะมำ
ยะถำพำเล ยะถำมุฬ๎เห ยะถำอะกุสะเล เย มะยัง ภันเต กะทำจิ
กะระหะจิ ปะทำทัง วำ อำคัมมะ อะโยนิโส มะนะสิกำรัง
วำ อำคมั มะ
อำจำริเย* อะคำระวัง อะกะริม๎หำ กำเยนะ วำ วำจำยะ วำ
มะนะสำ วำ สัมมุขำปิ ปะรัมมุขำปิ เตสันโน ภันเต
อำจำริเย* อัจจะยัง อัจจะยะโต ปฏิคคัณ๎ หำตุ อำยะติง
สังวะรำยะ โย โทโส โมหะ จติ เตนะ
อำจำริยัส๎มิง* ปะกะโต มะยำ ขะมะติ โน โทสัง สัพพะปำปัง
วนิ ัสสะตุฯ.
(คำแปล) ข้ำแต่อำจำรย์ผู้เจริญ โดยควำมเป็ นไปล่วงเกินอัน
ใดได้ถึงท่ำนแล้ว ซ่ึงข้ำพเจ้ำท้ังหลำยผู้เป็ นคนพำล ผู้เป็ น
คนหลงเป็ นคนไม่ ฉลำดด้วยประกำรใด จำเดิมแต่เกิดมำ
อำศัยควำมประมำท โดยอุบำยไม่แยบคำย ได้กระทำควำมไม่
หนา้ ๑๑๐
เคำรพในพระอำจำรย์ผู้ที่ส่ งไว้แล้วซ่ึงคุณอันน่ ำเคำรพอย่ำงยิ่ง
ด้วยกำรก็ดี ด้วยวำจำก็ดี ด้วยใจก็ดี ต่อหน้ำก็ดี ลับหลังก็ดี
ที่ระลึกได้ก็ดี ที่ระลึกไม่ได้ก็ดี ขอให้ท่ำนอำจำรย์ได้เมตตำให้
อโหสิกรรมซึ่งโทษอนั เป็ นกำรล่วงเกนิ น้ัน โดยควำมเป็ นโทษอัน
ล่วงเกินท้ังหลำยน้ัน ข้ำพเจ้ำจะสำรวมระวังต่อไป และแสดง
ควำมเจริญรุ่งเรืองในพุทธศำสนำของ พระสัมมำสัมพุทธเจ้ำ
ตลอดกำลนำนเทอญฯ
หมำยเหตุ : *ถ้ำเป็ นศพพระเถระ ใช้คำว่ำเถเร แทนคำว่ำ อำจำริเย,
ศพบิดำ มำรดำ ใช้คำว่ำ มำตำปิ ตุเร,ศพคนทว่ั ไปใช้คำว่ำ อำยสั ๎มนั เต
ขอขมำ
ในพระพุทธศาสนา มกั นิยมว่า ผใู้ ดทาล่วงเกินผอู้ ื่น ผนู้ ้ัน
ไม่ควรทาเลยตามเลยเม่ือรู้สึ กตัวแล้วพึงขอโทษ เรี ยกว่า
“ขอขมำ” แปลว่า “ขอให้อดโทษ”และผูใ้ ดถูกล่วงเกิน และ
ได้รับขอขมา ผูใ้ นไม่ควรถือโกรธไมรู้หาย พึงรับขมายอมอด
โทษให้ การขอขมาจึงเป็ นธรรมเนียมทากันสืบมา ในวัน
เขา้ พรรษา และในวนั ต่อจากน้นั ตามกาลอยใู่ นวดั เดียวกนั หรือ
ในต่างวดั เป็นกิจอนั ผนู้ อ้ ยทาแก่ผใู้ หญ่ แมไ้ ม่เคยไดล้ ่วงเกินกนั
กย็ งั ทาอยู่ คาขอขมา วา่ ดงั น้ี
กรณีผขู้ อขมารูปเดยี ว “เถเร ปะมำเทนะ,ท๎วำระตะเยนะ
กะตัง,สัพพัง อะปะรำธังขะมะถะ
เม ภนั เต”
หนา้ ๑๑๑
ผรู้ ับขมาวา่ “อะหังขะมำมิ, ตะยำปิ เม
ขะมิตพั พงั ”
ผขู้ อขมารูปเดียวรับวา่ “ขะมำมิ ภันเต”
กรณีผขู้ อขมาหลำยรูปวา่ “เถเร ปะมำเทนะ,ท๎วำระตะเยนะ
กะตงั ,สัพพงั อะปะรำธังขะมะตุโน
ผรู้ ับขมาวา่ ภันเต”
“อะหังขะมำมิ, ตุม๎เหหิปิ เม
ขะติตพั พงั ”
ผขู้ อขมาหลายรูปรับวา่ “ขะมำมะ ภันเต”
ถา้ ผูร้ ับขมาเป็ นพระมหาเถระผูม้ ีอาวุโสมาก พึงใช้คาว่า
“มหำเถเร” รองจากน้ันลงมาว่า “เถเร” รองลงมาอีกว่า
“อำจะริเย” ต่ากว่าน้ันว่า “อำยัส๎ มันเต” พึงเลือกใช้คาให้
เหมาะสมกบั ฐานะของบุคคลผรู้ ับขมา
เป็ นธรรมเนียมท่ีผูร้ ับขมาตอ้ งกล่าวคาให้พร ฉะน้ันเม่ือ
ขอขมาแล้วผูข้ อขมาพึงหมอบรอรับพรจากท่าน เม่ือท่านให้
พรจบ รับวา่ “สำธุ ภันเต”
คำให้พรเม่อื มีผู้ขอขมำ
เอวัง โหตุ เอวัง โหตุ,โย จะ ปุพเพ ปะมัชชิต์วำ ปัจฉำโสนัปปะ
มชั ชะติ,โสมังโลกงั ปะภำเสติ อำภำ มุตโต วะ จันทิมำ,ยสั สะ ปำปัง
กะตัง กัมมัง กุสะเลนะ ปะหิยยะติ, โสมังโลกัง ปะภำเสติ อำภำ
มุตโต วะ จันทิมำ,อะภิวำทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒำปะ จำยิโน,
จตั ตำโร ธัมมำ วฑั ฒันติ อำยุ วณั โณ สุขัง พะลงั .
หนา้ ๑๑๒
กฐิน
กำรท่ีคฤหัสถ์ผู้ศรัทธำหรือแม้ภิกษุสำมเณรนำผ้ำไปถวำย
แก่สงฆ์จำนวนอย่ำงน้อย ๕ รูปผู้จำพรรษำ ณ อำวำสเดียวกัน
ตลอดไตรมำส ๓ เดือน ถวำยภำยในเดือนท้ำยฤดูฝน ต้ังแต่
แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึงวันเพ็ญเดือน ๑๒ เป็ นครำวที่ภิกษุ
ท้ังหลำยหำผ้ำทำจีวรเปล่ียนของเดิม จึงเป็ นกำลที่ทำยกถวำย
ผ้ำแก่สงฆ์เพือ่ ประโยชน์นี้ โดยมีพระพุทธำนุญำตเป็ นพิเศษไว้
กรณีสงฆ์ยกผ้ำอันไม่พอแจกกันให้แก่ภิกษุรูปหนึ่งรับเอำไปทำ
จีวร ผนื ใดผนื หน่ึงในไตรจวี ร ภกิ ษุน้ันทำต้ังแต่ซัก กะ ตัด เยบ็
ย้อม เสร็จในวนั น้ัน ทำพนิ ทุกปั ปะ อธิษฐำนเป็ นจีวรครอง เป็ น
จวี รกฐิน เรียกว่ำ กรำนกฐิน แปลว่ำ ขึงไม้สะดึง อธิบำยว่ำ คร้ัง
ก่อนพระไม่ชำนำญในกำรเยบ็ จวี ร ต้องเอำเข้ำขึงที่ไม้สะดึงเยบ็
เสร็จแล้วบอกแก่ภิกษูท้ังหลำย เพ่ืออนุโมทนำ ภิกษุเหล่ำนน้ัน
อนุโมทนำ ท้ังภิกษุผู้กรำนท้ังภิกษุผู้อนุโมทนำย่อมได้อำนิสงส์
แห่งกำรกรำนกฐินเล่ือนเขตอำนิสงส์จำพรรษำท้ัง ๕ ออกไปได้
อกี ๔ เดอื น ตลอดฤดูเหมันต์
หนา้ ๑๑๓
วธิ ีกฐินอย่ำงธรรมยตุ กิ ำ
คำถวำยผ้ำกฐินทำน
( ว่ำ นะโมฯ ๓ หน )
อมิ ัง ภันเต, สะปะริวำรัง กะฐินะทุสสัง, สังฆัสสะ โอโณชะ
ยำมะ, สำธุโน ภันเต สังโฆ, อิมัง สะปะริวำรัง กะฐินะทุสสัง
ปะฏิคคัณ๎หำตุ, ปะฏิคคะเหต๎วำ จะ, อิมินำ ทุสเสนะ กะฐินัง
อตั ถะระตุ อมั ห๎ ำกงั ทฆี ะรัตตงั หิตำยะ สุขำยะ.
(คำแปล) “ข้ำแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้ำพเจ้ำท้ังหลำย ขอน้อม
ถวำย ซึ่งผ้ำกฐิน กับท้ังบริวำรนี้ แด่พระสงฆ์ . ขอพระสงฆ์
จงรับ ซ่ึงผ้ำกฐิน กับท้ังบริวำรนี้ ของข้ำพเจ้ำท้ังหลำย, ก็แล
คร้ันรับแล้วจงกรำนกฐินด้วยผ้ำนี้, เพอื่ ประโยชน์ และควำมสุข
แก่ข้ำพเจ้ำท้ังหลำย สิ้นกำลนำนเทอญ.”
( สงฆ์รับว่ำ “สำธุ” พร้อมกนั )
หนา้ ๑๑๔
คำอปโลกน์กฐิน
(องค์ท่ี ๑ ว่ำดงั นี)้
อิทำนิ โข ภันเต (อำวุโส), อทิ ัง สะปะริวำรัง กะฐินะทุสสัง
สังฆัสสะกะฐินัตถำรำระหะกำเลเยวะ อุปปันนัง, อีทิเส จะ กำเล
เอวัง อุปปันเนนะ ทุสเสนะ กะฐินัตถำโร วัสสัง วุตถำนัง
ภิกขูนัง ภะคะวะตำ อะนุญญำโต, เยนะ อำกังขะมำนัสสะ
สังฆัสสะ ปัญจะ กัปปิ สสันติ. อะนำมันตะจำโร อะสะมำทำนะ
จำโร คะณะโภชะนัง ยำวะทตั ถะจีวะรัง, โย จะ ตัตถะ จีวะรุปปำ
โท โส เน สั ง ภ ะวิส ส ะติ . จะตู สุ ปิ เห มั น ติ เกสุ ม ำเส สุ
จีวะระกำโล มะหันตีตะโก ภะวิสสะติ. อิทำนิ ปะนะ สังโฆ
อำกงั ขะติ นุ โข กะฐินัตถำรัง, อุทำหุนำกงั ขะต.ิ
( ภิกษุท้งั หลำยพงึ รับว่ำ “ อำกงั ขำมะ ภันเต ”
ผู้แก่พรรษำกว่ำพงึ ว่ำ “ อำกงั ขำมะ ” )
(องค์ที่ ๒ ว่ำดงั นี)้
โส โข ปะนะ ภันเต กะฐินัตถำโร, ภะคะวะตำ ปุคคะลสั สะ
อัตถำระวะเสเนวะ อะนุญญำโต, นำญญัต๎ระ ปุคคะลัสสะ
อัตถำรำ อัตถะตัง โหติ กะฐิ นันติ หิ วุตตัง ภะคะวะตำ. นะ
สังโฆ วำ คะโณ วำ กะฐินัง อัตถะระติ. สังฆัสสะ จะ คะณัสสะ
หนา้ ๑๑๕
จะ สำมัคคิยำ ปุคคะลัสเสวะ อัตถำรำ, สังฆัสสะปิ คะณัสสะปิ
ตัสเสวะ ปุคคะลัสสะปิ อัตถะตัง โหติ กะฐินัง. อิทำนิ กัสสิมัง
กะฐินะทุสสัง ทัสสำมะ กะฐินัง อัตถะริตุง, โย ชิณณะจีวะโร
วำ ทุพพะละจีวะโร วำ, โย วำ ปะนะ อุสสะหิสสะติ อัชเชวะ
จีวะระกัมมัง นิฏฐำเปต๎วำ, สัพพะวิธำนัง อะปะริหำเปต๎วำ
กะฐินัง อตั ถะริตุง สะมัตโถ ภะวสิ สะติ.
( สงฆ์พงึ น่ิงอยู่ )
( องค์ที่๓ ว่ำดังนี)้
อิธะ อัม๎เหสุ อำยัส๎มำ (จักกะวะโร), สัพพะมะหัลละโก
พะหุสสุโต ธัมมะธะโร วินะยะธะโร, สะพ๎รัห๎มะจำรีนัง สันทัส
ส ะโก ส ะม ำท ะป ะโก ส ะมุ ต เต ช ะโก สั ม ป ะหั งส ะโก ,
พะหุนนัง อำจะริโย (วำ อปุ ัชฌำโย วำ) หุต๎วำ โอวำทะโก อะนุสำ
สะโก, สะมัตโถ จะ ตัง ตัง วินะยะกัมมัง อะวิโกเปต๎วำ กะฐินัง
อัตถะริตุง. มัญญำมะหะเมวัง สัพโพยัง สังโฆ อิมัง สะปะริวำ
รัง กะฐินะทุสสัง, อำยัส๎มะโต (จักกะวะรัสสะ) ทำตุกำโม.
ตัส๎ มิง กะฐินัง อัตถะรันเต, สั พโพยัง สั งโฆ สั มมะเทวะ
อะนุโมทิสสะต,ิ อำยสั ๎มะโต (จักกะวะรัสเสวะ) อิมงั สะปะริวำรัง
กะฐิ นะทุสสั ง ทำตุง, รุจจะติ วำ โน วำ, สั พพัสสิ มัสสะ
สังฆสั สะ?
( สงฆ์พงึ รับว่ำ “รุจจะติ ภนั เต” )
หนา้ ๑๑๖
(องค์ที่ ๔ ว่ำดงั นี)้
ยะทิ อำยัส๎มะโต ( จักกะวะรัสสะ ) อิมัง สะปะริวำรัง
กะฐินะทุสสัง ทำตุง, สัพพัสสิมัสสะ สังฆัสสะ รุจจะติ, สำธุ
ภันเต สั งโฆ อิมัง กะฐินะทุสสะปะริ วำระภูตัง ติจีวะรัง
วั ส ส ำ ว ำ สิ กั ฏ ฐิ ติ ก ำ ย ะ อ ะ ค ำ เห ต๎ ว ำ , อ ำ ยั ส๎ ม ะ โต
(จัก ก ะวะรั ส เส วะ) อิมิ น ำ อะป ะโลกะเน น ะ ท ะท ำตุ .
กะฐินะทุสสัง ปะนะ อะปะโลกะเนนะ ทิยยะมำนังปิ นะ รูหะติ.
ตัส๎ ม ำ ตั ง อิท ำนิ ญั ต ติ ทุ ติ เยน ะ กัมเม น ะ อะกุปเป น ะ
ฐำนำระเหนะ, อำยัส๎มะโต (จักกะวะรัสสะ) เทมำติ, กัมมะสัน
นิฏฐำนัง กะโรตุ.
( สงฆ์พงึ ว่ำ “สำธุ ภันเต” )
คำอธิบำย
๒ บทว่ำ “จักกะวะโร” และ “จักกะวะรัสสะ” ท่ีวงเล็บไว้
น้ันให้เปลี่ยนตำมชื่อฉำยำท่ำนผู้จะกรำนกฐิน ตัวอย่ำงเช่ น
ท่ำนผู้กรำนกฐินช่ือ ธัมมำวุโธ ถ้ำในวงเล็บว่ำ (จักกะวะโร)
ก็เปลี่ยนเป็ น “ธัมมำวุโธ” ถ้ำในวงเล็บว่ำ (จักกะวะรัสสะ)
กเ็ ปลยี่ นเป็ น “ธัมมำวุธัสสะ” ดงั นี้ ทุกแห่งไป
หนา้ ๑๑๗
แต่ถ้ำท่ำนผู้จะกรำนกฐินมีรำชทินนำม เป็ นพระรำชำคณะ
หรือ พระครู เป็ นต้น กใ็ ห้ใช้ช่ือรำชทนิ นำมน้ัน ๆ แทนช่ือฉำยำ
บทว่ำ “สัพพะมะหัลละโก” นี้สำหรับท่ำนผู้กรำนกฐินแก่
พรรษำในสงฆ์ ถ้ำในสงฆ์มีภกิ ษุผู้มพี รรษำแก่กว่ำท่ำนให้ยกเสีย
ไม่ต้องว่ำ
คำว่ำ “พะหุนนัง อำจะริโย (วำ อุปัชฌำโย วำ) หุต๎วำ”
ดงั นี้น้ัน ถ้ำท่ำนผู้กรำนน้ันเป็ นแต่อำจำรย์ของภิกษุท้ังหลำยจง
ว่ำ “พะหุนนัง อำจะริโย หุต๎วำ” ถ้ำเป็ น อุปัชฌำยะจงว่ำ
“พะหุนนัง อุปัชฌำโย หุต๎วำ”
คำอปโลกน์จบแต่เท่ำนี้
หนา้ ๑๑๘
ญตั ตทิ ุตยิ กรรมวำจำ
กล่ำวนำด้วย นะโม ๕ ช้ัน
(๑ ) น ะ โม ตั ส ส ะ ภ ะ ค ะ ว ะ โต อ ะ ร ะ ห ะ โต สั ม ม ำ
สัมพุทธัสสะ นะโม ตสั สะ,
(๒) ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมำ สัมพทุ ธัสสะ,
(๓) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,
(๔) อะระหะโต สัมมำ,
(๕) สัมพทุ ธัสสะ.
(ค ำ แ ป ล ) ข อ น น อ บ น้ อ ม แ ด่ พ ร ะ ผู้ มี พ ร ะ ภ ำ ค
อรหันตสัมมำสัมพุทธเจ้ำพระองค์น้ัน.
สุ ณ ำตุ เม ภันเต สั งโฆ. อิทัง สั งฆัสสะ กะฐิ นะทุสสั ง
อุปปันนัง, ยะทิ สังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง, สังโฆ อิมัง กะฐินะทุสสัง,
อำยัส๎มะโต (จักกะวะรัสสะ) ทะเทยยะ, กะฐินัง อัตถะริตุง,
เอสำ ญตั ติ.
สุ ณ ำตุ เม ภันเต สั งโฆ. อิทัง สั งฆัสสะ กะฐิ นะทุสสั ง
อุปปันนัง, สังโฆ อิมัง กะฐินะทุสสัง, อำยัส๎มะโต (จักกะวะรัสสะ)
เทติ, กะฐินัง อัตถะริตุง, ยัสสำยัส๎มะโต ขะมะติ อิมัสสะ กะฐินะ
ทุสสัสสะ, อำยสั ๎มะโต (จักกะวะรัสสะ) ทำนัง, กะฐินัง อตั ถะริตุง,
โส ตุณ๎หัสสะ, ยัสสะ นะ ขะมำะติ, โส ภำเสยยะ. ทินนัง อิทัง
สังเฆนะ กะฐินะทุสสัง, อำยัส๎มะโต (จักกะวะรัสสะ), กะฐินัง
อตั ถะริตุง, ขะมะติ สังฆัสสะ, ตัส๎มำ ตุณห๎ ี, เอวะเมตงั ธำระยำมิ.
จบญตั ตทิ ุตยิ กรรมวำจำเท่ำนี้
หนา้ ๑๑๙
คำกรำนกฐิน
ถ้ำกรำนด้วยผ้ำสังฆำฏวิ ่ำ
“ อมิ ำยะ สังฆำฏยิ ำ กะฐินัง อตั ถะรำมิ ”
“ขา้ พเจา้ กรานกฐินดว้ ยผา้ สงั ฆาฏิผนื น้ี”
“ อมิ นิ ำ อตุ ตะรำสังเคนะ กะฐินัง อตั ถะรำมิ ”
“ขา้ พขอเจา้ กรานกฐินดว้ ยผา้ ห่ม(จีวร)ผนื น้ี”
“ อมิ ินำ อันตะระวำสะเกนะ กะฐินัง อตั ถะรำมิ ”
“ขา้ พเจา้ กรานกฐินดว้ ยผา้ นุ่ง(สบง)ผนื น้ี”
คำเสนออนุโมทนำกฐิน
“อัตถะตัง อำวุโส สังฆัสสะ กะฐินัง, ธัมมิโก กะฐินัตถำโร
อะนุโมทะถะ”
ถ้ำอ่อนกว่ำผู้อนุโมทนำ แม้รูปหน่ึงว่ำ “ภนั เต” แทน “อำวโุ ส”
ถ้ำว่ำกับภิกษุรูปเดียวที่อ่อนกว่ำ พึงว่ำ “อะนุโมทำหิ” แทน
“อะนุโมทะถะ”
(คำแปล) “ดูก่อนท่ำนผู้มีอำยุท้ังหลำย กฐินของสงฆ์
ข้ำพเจ้ำกรำนเสร็จแล้ว กำรกรำนกฐินชอบธรรม ขอท่ำน
ท้งั หลำยอนุโมทนำเถดิ ”
หนา้ ๑๒๐
คำอนุโมทนำกฐิน
ว่ำท่ีละรูป “อตั ถะตงั ภนั เต สังฆัสสะ กะฐินัง, ธัมมโิ ก
กะฐินัตถำโร อะนุโมทำมิ”
ว่ำพร้อมกนั “อตั ถะตงั ภันเต สังฆสั สะ กะฐินัง, ธัมมิโก
กะฐินัตถำโร อะนุโมทำมะ”
ถ้ำแก่กว่ำผู้กรำนกฐินให้ว่ำ “อำวโุ ส” แทน “ภนั เต”
(คำแปล) “ข้ำแต่ท่ำนผู้เจริญ กฐินของสงฆ์ท่ำนกรำนเสร็จ
แล้ว กำรกรำนกฐินชอบธรรม ข้ำพเจ้ำขออนุโมทนำ”
ทำกปั ปิ ยะ
มีพระพุทธำนุญำตให้บริโภคผักผลไม้ ด้วยสมณกัปปะ
กรรม ทีค่ วรแก่สมณะ ๕ คอื
๑. ผลจดด้วยไฟ
๒. ผลจดด้วยศัลตรำ
๓. ผลจดด้วยเลบ็
๔. ผลไม้ไม่มีพชื
๕. ผลมพี ชื จะพงึ ปล้อนเสียได้
พืช มีรำกไม้เป็ นต้นซึ่งเกิดอยู่ในที่ชื่อว่ำ ภูตคำม เป็ นวัตถุ
แห่งปำจิตตีย์ พืชน้ัน เมื่อพรำกให้พ้นจำกที่แล้ว ชื่อว่ำ พีชคำม
หนา้ ๑๒๑
เป็ นวัตถุแห่ งทุกกฏ พีชคำมน้ันเม่ือจะบริโภคพึงบังคับ
อนุปสัมบันว่ำ “กปั ปิ ยัง กะโรหิ” (จงทำสิ่งนี้ ให้ควร) ท่ำนจงทำ
กัปปิ ยะ ดังนี้ เสียอีกแล้วจึงบริโภค เมื่อเป็ นเช่นนี้ ชื่อว่ำให้พ้น
จำกพีชคำม ก็แลจะทำกัปปิ ยะน้ันพึงทำด้วยไฟ หรือศัสตรำ
หรือเล็บ โดยกำรจด หรือแทง หรือตัดด้วยจงอยเข้ำในประเทศ
อันหนึ่งแห่งพืชน้ัน ในทำงปฏิบัติมักให้อนุปสัมบันใช้เล็บจิก
หรือเดด็ ให้ขำด กล่ำวว่ำ “กัปปิ ยัง ภันเต” (ทำให้ควรแล้วเจ้ำข้ำ)
ทำกปั ปิ ยะผลมะขวดิ เป็ นต้น พชื ข้ำงในหลุดจำกกะลำคลอนอยู่
พึงให้ต่อยออกทำกัปปิ ยะ ถ้ำติดกันอยู่ไซร้ จะทำแม้ในกะลำก็
ควร ก็แลผลอันใดเป็ นของอ่อนไม่มีพืช และผลใดที่มีพืช
ปล้อนออกเสียบริโภคได้กจิ ทจ่ี ะทำกปั ปิ ยะในผลไม้น้ันไม่มี
กำลกิ ๔
ของทจ่ี ะพงึ กลนื กนิ ให้ล่วงลำคอลงไป ท่ำนเรียกว่ำ กำลกิ 4
เพรำะเป็ นของมีกำหนดให้ใช้ได้ช่ัวครำว จำแนกเป็ น 4 อย่ำง
ดงั นี้
๑. ยำวกำลิก เป็ นของที่ให้ บริโภค ได้ต้ังแต่เช้ ำถึงเที่ยงวัน
มโี ภชนะ ๕ คอื ข้ำวสุก ขนมสด ปลำ เนือ้ เป็ นต้น
๒. ยำมกำลิก เป็ นของท่ีให้บริโภคได้วันหน่ึงกับคืนหนึ่ง ได้แก่
ปำนะ คือน้ำสำหรับด่ืม ท่ีค้ันออกจำกน้ำลูกไม้ ๘ ชนิด ดังนี้
หนา้ ๑๒๒
น้ำมะม่วง น้ำชมพู่หรือน้ำหว้ำ น้ำกล้วยมีเมด็ น้ำกล้วยไม่มเี ม็ด
น้ำลูกจันทร์หรือองุ่น น้ำเหง้ำอุบล น้ำมะปรำงหรือลิน้ จ่ี ปำนะ
นี้ให้ใช้ของสด ห้ำมมิให้สุดด้วยไฟ เป็ นของท่ีอนุปสัมบันทำจึง
ควรในวกิ ำล อรุณใหม่ขนึ้ แล้วเป็ นสันนิธิ ฉันเป็ นอำบัติทุกกฏ
๓. สัตตำหกำลิก เป็ นของท่ีให้บริโภคได้ ๗ วัน ได้แก่ เภสัช ๕
คือ เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ถ้ำภิกษุให้ล่วง ๗ วัน
ต้องสละแก่บุคคล ได้เภสัชท่ีสละแล้วคืนมำท่ำนห้ำมฉัน ให้ใช้
ในกจิ ภำยนอก เช่น ตำมไฟ และผสมสี หรือทำกำยได้อยู่
๔. ยำวชิวิก เป็ นของที่ให้บริโภคได้เสมอไป ไม่จำกัดกำล ใช้
ประกอบเป็ นยำรำกไม้ เช่น ขมิน้ ขิง ว่ำนน้ำ ว่ำนเปรำะ อุตพิด
ข่ำ แฝก แห้วหมู เป็ นต้น น้ำฝำด เช่น น้ำฝำดสะเดำ น้ำฝำด
มูกมัน น้ำฝำดกระดอมหรือมูลกำ น้ำฝำดบอระเพ็ด น้ำฝำด
กระถินพิมำน ใบไม้ บำงชนิ ด เช่ น ใบสะเดำ ใบมูกมัน
ใบกระดอมหรือมูลกำ ใบกระเพรำ หรือแมงลกั ใบฝ้ ำย ใบบัวบก
ใบชะพลู ใบส้ มลม ผลไม้บำงชนิด เช่น ลูกพิลังกำสำ ดีปลี
พริก สมอไทย สมอพเิ ภก มะขำมป้ อม ยำงไม้ เช่น ยำงท่ีไหล
ออกจำกต้นหิงค์ุ หรือเคยี่ วออกจำกก้ำนและใบต้นหิงค์ุ และเกลอื
เช่น เกลือทะเล เกลือดำ เกลอื สินเธำว์ หรือเกลือที่เขำเอำดนิ โป่ ง
มำเคยี่ วทำขนึ้
หนา้ ๑๒๓
กำลกิ ระคนกนั
๑. ยำวกำลิก สัตตำหกำลิก ยำวชีวิก ๓ ส่ิงนี้ ส่ิงใดส่ิงหนึ่งรับ
ประเคนไว้ในวนั น้ันด้วยระคนยำวกำลกิ ย่อมควรในกำล ไม่
ควรในวกิ ำล
๒.สัตตำหกำลิก ยำวชีวิก ๒ สิ่งนี้ ส่ิงใดส่ิงหนึ่งรับประเคนใน
วนั น้ัน ด้วยระคนกบั ยำมกำลิก ย่อมควรในยำม คอื วนั หน่ึง
ไปจนชั่วรุ่ง ล่วงยำมไป คอื ถึงอรุณใหม่ไม่ควร
๓.ยำวชีวิก รับประเคนด้วยระคนกับสัตตำหกำลิก ควร ๗ วัน
ล่วง ๗ วนั ไปไม่ควร
หมำยเหตุ : กำลิกใด ๆ มีรสไม่ระคนปนกัน กำลิกน้ัน ๆ แม้รับ
ประเคนด้วยกันจะบริสุทธ์ิอย่ำงใดล้ำงหรือปอกเสียอย่ำงน้ัน
แล้ว และบริโภค ตำมกำลแห่งกำลิกน้ัน ๆ ก็ควร ถ้ำแลมีรสอัน
เจอื ระคนกันไซร้ไม่ควร , ยำวกำลกิ ท่ีคนอ่นื ทำสุกแล้ว ภิกษุอุ่น
ของน้ันท่ำนอนุญำต
หนา้ ๑๒๔
ภกิ ษุไม่ควรฉันเนือ้ ๑๐ อย่ำง
๑. เนือ้ มนุษย์ ๒. เชื้อช้ำง ๓. เนือ้ ม้ำ ๔. เนือ้ สุนัข
๕. เนือ้ งู ๖. เนือ้ รำชสีห์ ๗. เนือ้ หมี ๘. เนือ้ เสือโคร่ง
๙. เนือ้ เสือดำว ๑๐. เนือ้ เสือเหลอื ง
เนื้อนอกจำกนี้ ที่เป็ นของสุกแล้วด้วยไฟ และเป็ นเนื้ออัน
บริสุทธ์ิโดยส่ วน ๓ คือ ภิกษุไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน ไม่ได้รังเกียจ
(คอื ไม่สงสัยว่ำ เขำจะฆ่ำมำเฉพำะตน) ดงั นี้ ฉันได้ ไม่มีโทษ
ลกั ษณะของกำรประเคนมอี งค์ ๕ คอื
๑. สิ่งของพอมชั ฌมิ บุรุษยกขนึ้ ได้
๒. ภกิ ษุรับของน้ันด้วยกำยหรือเน่ืองด้วยกำย
๓. ผู้ให้และผู้รับน้อมเข้ำมำ
๔. เทวดำ มนุษย์ หรือ สัตว์เดรัจฉำนประเคนให้
๕. หัตถบำสปรำกฏ (ระยะห่ำงในกำรประเคนไม่เกนิ ๒ ศอกคบื )
วตั ถุอนำมำส คอื ส่ิงท่ภี กิ ษุไม่ควรแตะต้องมี ๖ อย่ำง ดงั นี้
๑. ข้ำวเปลอื กและผลไม้อนั เกดิ อยู่ในที่
๒.คนหญิง กะเทย เคร่ืองแต่งกำยของคนเหล่ำนนี้ ตุ๊กตำหญิง
สัตว์เดรัจฉำนเพศเมยี
๓.ทอง เงิน มุกดำ มณี ไพฑูรย์ ประพำฬ ทับทิม บุษรำคมั สังข์
ที่ขดั แล้ว ศิลำชนิดดี เช่น หยก โมรำ
๔.ศัสตรำวุธต่ำง ๆ ทใ่ี ช้ทำร้ำยชีวติ ร่ำงกำย
๕.เคร่ืองดักสัตว์น้ำ สัตว์บก
๖. เครื่องประโคม ดนตรี
หนา้ ๑๒๕
หนา้ ๑๒๖
ภำค ๖ บทอนุโมทนำวธิ ี
อนุโมทนำรัมภะคำถำ(แปล)
ยะถำ วำริวะหำ ปูรำปะริปูเรนติ สำคะรัง,
หว้ งน้าที่เตม็ ยอ่ มยงั สมุทรสาครใหบ้ ริบูรณ์ไดฉ้ นั ใด,
เอวะเมวะ อโิ ต ทนิ นัง เปตำนัง อุปะกปั ปะติ,
ทานที่ท่านอทุ ิศใหแ้ ลว้ แต่ในโลกน้ี, ยอ่ มสาเร็จประโยชน์
แก่ผทู้ ่ีละโลกน้ีไปแลว้ ไดฉ้ นั น้นั ,
อจิ ฉิตงั ปัตถิตัง ตมุ หัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ,
ขออิฏฐผลที่ท่านปรารถนาแลว้ ต้งั ใจแลว้ จงสาเร็จโดย
ฉบั พลนั ,
สัพเพ ปูเรนตุ สังกปั ปำ จนั โท ปัณณะระโส ยะถำ,
ขอความดาริท้งั ปวงของท่าน จงเตม็ ที่ เหมือนพระจนั ทร์
ในวนั เพญ็ ,
สัพเพ ปูเรนตุ สังกปั ปำ มะณิ โชตริ ะโส ยะถำ,
ขอความดาริท้งั ปวงของท่าน จงเตม็ ที่ เหมือนแกว้ มณีอนั
สวา่ งไสวควรยนิ ดีฉะน้นั ฯ
สัพพตี โิ ย ววิ ชั ชันตุ, ความจญั ไรท้งั ปวงของท่านจงบาราศไป.
สัพพะโรโค วนิ ัสสะตุ, โรคท้งั ปวงของท่านจงหายไป.
หนา้ ๑๒๗
มำ เต ภะวตั วนั ตะรำโย, อนั ตรายท้งั หลายอยา่ ไดม้ ีแก่ทา่ น.
สุขี ทฆี ำยุโก ภะวะ, ขอใหท้ ่านจงเป็นผมู้ ีความสุขและ
อายยุ นื .
อภวิ ำทะนะสีลสิ สะ นิจจัง วฑุ ฒำปะจำยโิ น,
จัตตำโร ธัมมำ วฑั ฒันติ อำยุ วณั โณ สุขัง พะลงั .
ธรรม ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ, ยอ่ มเจริญแก่
บคุ คลผมู้ ีปกติกราบไหว,้ มีปกติอ่อนนอ้ มต่อผใู้ หญ่ เป็นนิตย.์
ภะวะตุ สัพพะมังคะลงั ขอสรรพมงคลจงมีแก่ท่าน
รักขันตุ สัพพะ เทวะตำ ขอเหล่าเทพยดาท้งั ปวงจงรักษาทา่ น
สัพพะพทุ ธำนุภำเวนะ ดว้ ยอานุภาพแห่งพระพทุ ธเจา้ ท้งั ปวง
สัพพะธัมมำนุภำเวนะ ดว้ ยอานุภาพแห่งพระธรรมท้งั ปวง
สัพพะสังฆำนุภำเวนะ ดว้ ยอานุภาพแห่งพระสงฆท์ ้งั ปวง
สถำโสตถี ภะวนั ตุเต ขอความสวสั ดีจงมีแด่ทุกท่าน เทอญ ฯ
***********************************************
หนา้ ๑๒๘
มงคลจกั วำลน้อย
สัพพะพทุ ธำนุภำเวนะ สัพพะธัมมำนุภำเวนะ สัพพะสังฆำนุ
ภำเวนะ พุทธะระตะนัง ธัมมะระตะนัง สังฆะระตะนัง ติณณังระ
ตะนำนัง อำนุภำเวนะ จะตุรำสีติสะหัสสะธัมมักขันธำนุภำเวนะ
ปิ ฏะกัตตะยำนุภำเวนะ ชินะสำวะกำนุภำเวนะ สัพเพ เต โรคำ
สัพเพ เต ภะยำ สัพเพ เต อันตะรำยำ สัพเพ เต อุปัททะวำ สัพเพ
เต ทุนนิมิตตำ สัพเพ เต อะวะมังคะลำ วินัสสันตุ อำยุวัฑฒะโก
ธะนะวัฑฒะโก สิริวัฑฒะโก ยะสะวัฑฒะโก พะละวัฑฒะโก
วณั ณะวฑั ฒะโก สุขะวฑั ฒะโก โหตุ สัพพะทำ ฯ
ทุกขะโรคะภะยำ เวรำ โสกำ สัตตุ จุปัททะวำ
อะเนกำ อนั ตะรำยำปิ วนิ ัสสันตุ จะ เตชะสำ
ชะยะสิทธิ ธะนัง ลำภัง โสตถิ ภำคย๎ งั สุขัง พะลงั
สิริ อำยุ จะ วณั โณ จะ โภคงั วุฑฒี จะ ยะสะวำ
สะตะวสั สำ จะ อำยู จะ ชีวะสิทธี ภะวนั ตุ เต ฯ
มงคลจกั วำลน้อย (ย่อ)
ระตะนัตตะยำนุภำเวนะ ระตะนัตตะยะเตชะสำ
ทุกขะโรคะภะยำ เวรำ โสกำ สัตตุ จุปัททะวำ
อะเนกำ อนั ตะรำยำปิ วนิ ัสสันตุ อะเสสะโต
ชะยะสิทธิ ธะนัง ลำภงั โสตถิ ภำคย๎ งั สุขัง พะลงั
สิริ อำยุ จะ วณั โณ จะ โภคงั วุฑฒี จะ ยะสะวำ
สะตะวสั สำ จะ อำยู จะ ชีวะสิทธี ภะวนั ตุ เต ฯ
หนา้ ๑๒๙
กำละทำนะสุตตะคำถำ
กำเล ทะทนั ติ สะปัญญำ วะทัญญู วตี ะมัจฉะรำ
กำเลนะ ทนิ นัง อะริเยสุ อชุ ุภูเตสุ ตำทสิ ุ
วปิ ปะสันนะมะนำ ตสั สะ วปิ ลุ ำ โหติ ทกั ขณิ ำ
เย ตตั ถะ อะนุโมทันติ เวยยำวจั จัง กะโรนติ วำ
นะ เตนะ ทกั ขณิ ำ โอนำ เตปิ ปญุ ญัสสะ ภำคโิ น
ตสั ๎มำ ทะเท อปั ปะฏิวำนะจิตโต ยตั ถะ ทนิ นัง มะหัปผะลงั
ปุญญำนิ ปะระโลกสั ๎มงิ ปะตฏิ ฐำ โหนติ ปำณินันติ ฯ
ติโรกฑุ ฑะกณั ฑะปัจฉิมะภำค
อะทำสิ เม อะกำสิ เม ญำติ มิตตำ สะขำ จะ เม
เปตำนัง ทกั ขณิ งั ทัชชำ ปุพเพ กะตะมะนุสสะรัง
นะ หิ รุณณัง วำ โสโก วำ ยำวญั ญำ ปะริเทวะนำ
นะ ตัง เปตำนะมตั ถำยะ เอวงั ติฏฐันติ ญำตะโย
อะยญั จะ โข ทกั ขณิ ำ ทนิ นำ สังฆมั หิ สุปะตฏิ ฐิตำ
ทฆี ะรัตตัง หิตำยสั สะ ฐำนะโส อุปะกปั ปะติ
โส ญำติธัมโม จะ อะยงั นิทัสสิโต
เปตำนะ ปูชำ จะ กะตำ อุฬำรำ
พะลญั จะ ภกิ ขูนะมะนุปปะทินนัง
ตุมเหหิ ปุญญงั ปะสุตงั อะนัปปะกนั ติ ฯ
หนา้ ๑๓๐
อคั คปั ปะสำทะสุตตะคำถำ
อคั คะโต เว ปะสันนำนัง อคั คงั ธัมมงั วชิ ำนะตัง
อคั เค พทุ เธ ปะสันนำนัง ทักขเิ ณยเย อะนุตตะเร
อคั เค ธัมเม ปะสันนำนัง วริ ำคูปะสะเม สุเข
อคั เค สังเฆ ปะสันนำนัง ปุญญกั เขตเต อะนุตตะเร
อคั คสั ๎มิง ทำนัง ทะทะตัง อคั คงั ปญุ ญัง ปะวฑั ฒะติ
อคั คงั อำยุ จะ วณั โณ จะ ยะโส กติ ติ สุขัง พะลงั
อคั คสั สะ ทำตำ เมธำวี อคั คะธัมมะสะมำหิโต
เทวะภูโต มะนุสโส วำ อคั คปั ปัตโต ปะโมทะตตี ิ ฯ
โภชะนะทำนำนุโมทะนำคำถำ
อำยุโท พะละโท ธีโร วณั ณะโท ปะฏภิ ำณะโท
สุขัสสะ ทำตำ เมธำวี สุขงั โส อะธิคจั ฉะติ
อำยงุ ทัต๎วำ พะลงั วณั ณัง สุขญั จะ ปะฏิภำณะโท
ทฆี ำยุ ยะสะวำ โหติ ยตั ถะ ยตั ถูปะปัชชะตีติ ฯ
สำมญั ญำนุโมทนำ
สัพพะโรคะวนิ ิมุตโต สัพพะสันตำปะวัชชิโต
สัพพะเวระมะตกิ กนั โต นิพพโุ ต จะ ตุวงั ภะวะ
สัพพตี ิโย ววิ ชั ชันตุ สัพพะโรโค วนิ ัสสะตุ
มำ เต ภะวตั วนั ตะรำโย สุขี ทฆี ำยุโก ภะวะ,
อะภวิ ำทะนะสีลสิ สะ นิจจงั วฑุ ฒำปะจำยโิ น,
จตั ตำโร ธัมมำ วฑั ฒันติ อำยุ วณั โณ สุขัง พะลงั ฯ
หนา้ ๑๓๑
เทวะตำทิสสะทกั ขณำนุโมทนำคำถำ
ยสั ์มิง ปะเทเส กปั เปติ วำสัง ปัณฑติ ะชำตโิ ย
สีละวนั เตตถะ โภเชต์วำ สัญญะเต พ์รัห์มะจำริโน
ยำตัตถะ เทวตำ อำสุง ตำสัง ทักขณิ ะมำทิเส
ตำ ปูชิตำ ปูชะยนั ติ มำนิตำ มำนะยนั ติ นัง
ตะโตนัง อะนุกมั ปันติ มำตำ ปตุ ตงั วะ โอระสัง
เทวะตำนุกมั ปิ โต โปโส สะทำ ภทั ์รำนิ ปัสสะติ ฯ
“ ชีวติ เรำจะเอำอะไรแน่ ย่อมผนั แปรเปลยี่ นจิตและนิสัย
ชั่วอำจดีมอี ำจจนวนเวยี นไป เอำอะไรได้แน่แก่ตัวคน ”
อำทยิ ะสุตตะคำถำ
ภุตตำ โภคำ ภะฏำ ภจั จำ วติ ิณณำ อำปะทำสุ เม
อทุ ธัคคำ ทักขณิ ำ ทินนำ อะโถ ปัญจะ พะลี กะตำ
อปุ ัฏฐิตำ สีละวนั โต สัญญะตำ พรัหมะจำริโน
ยะทัตถงั โภคะมิจเฉยยะ ปัณฑิโต ฆะระมำวะสัง
โส เม อตั โถ อะนุปปัตโต กะตงั อะนะนุตำปิ ยงั
เอตัง อะนุสสะรัง มัจโจ อะริยะธัมเม ฐิโต นะโร
อเิ ธวะ นัง ปะสังสันติ เปจจะ สัคเค ปะโมทะตตี ิ ฯ
หนา้ ๑๓๒
ท้ำยบทชะยะปะริตตัง
โส อตั ถะลทั โธ สุขโิ ต วริ ุฬโห พทุ ธะสำสะเน
อะโรโค สุขิโต โหหิ สะหะ สัพเพหิ ญำติภิ
สำ อตั ถะลทั ธำ สุขติ ำ วริ ุฬหำ พทุ ธะสำสะเน
อะโรคำ สุขติ ำ โหหิ สะหะ สัพเพหิ ญำติภิ
เต อตั ถะลทั ธำ สุขติ ำ วริ ุฬหำ พทุ ธะสำสะเน
อะโรคำ สุขติ ำ โหถะ สะหะ สัพเพหิ ญำตภิ ิ ฯ
สัพพะมังคะละคำถำ
ภะวะตุ สัพพะมงั คะลงั รักขนั ตุ สัพพะเทวะตำ
สัพพะพทุ ธำนุภำเวนะ สะทำ โสตถี ภะวนั ตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมงั คะลงั รักขันตุ สัพพะเทวะตำ
สัพพะธัมมำนุภำเวนะ สะทำ โสตถี ภะวนั ตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมงั คะลงั รักขันตุ สัพพะเทวะตำ
สัพพะสังฆำนุภำเวนะ สะทำ โสตถี ภะวนั ตุ เต ฯ
จบอนุโมทนำคำถำแต่เท่ำนี้
หนา้ ๑๓๓
อมิ นิ ำ บุญกมั เมนะ
ขออุทิศส่ วนบุญให้ แก่..........................................................................
.............................................................................................................
พร้อมท้ังบรรพบุรุษ บิดำมำรดำ ครูบำอำจำรย์ ผู้มีพระคุณท้ังหลำย
ญำติสนิทมิตรสหำย หญิ งชำยท้ังล่ วงลับดับไป เจ้ ำกรรมนำยเวร
เจ้ำเกณฑ์ชะตำ เจ้ำที่เจ้ำทำง ผีบ้ำนผีเรือน ท่ีข้ำพเจ้ำอำศัยอยู่ สัมภเวสี
ท้งั หลำย สรรพสัตว์น้อยใหญ่ท้ังปวง
ขอให้ท่ำนท้ังหลำยจงอนุโมทนำในบุญนีโ้ ดยทั่วหน้ำกันเทอญ ถ้ำท่ำน
มที ุกข์ ขอให้พ้นทุกข์ ถ้ำท่ำนมีสุขขอให้สุขยง่ิ ๆ ขึน้ ไป สำธุ สำธุ
หนา้ ๑๓๔
รำยนำมเจ้ำภำพจัดพมิ พ์หนังสือสวดมนต์ ถวำยวดั สวนป่ ำรักนำ้
๑. หลวงป่ ูจูม จกั กวโร ๑,๐๐๐ บำท ๓๖. คุณแฉล้ม วิเชียร ๒๔๐ บำท
๒๑๐ บำท
๒. พระอำจำรย์เคน ๕๐๐ บำท ๓๗. นำงประภำพรรณ นวกำรพำณชิ ย์
๒๑๐ บำท
๓. หลวงตำแมว (นิคม ศักด์สิ งครำม) ๓๖๐ บำท ๓๘. นำยปรำโมทย์ นวกำรพำณชิ ย์ ๒๐๐ บำท
๔. หลวงตำเลยี บ (จติ ธีโร) ๓๐๐ บำท ๓๙. คุณพรรณลกั ษ์ กติ ตสิ ิวบิ ูลย์ และครอบครัว ๑๐๐ บำท
๑๐๐ บำท
๕. พระจอส ๓๐๐ บำท ๔๐. ร.ต.ต.สมประสงค์ สีนิน ๑๐๐ บำท
๑๐๐ บำท
๖. พระภนั ย์ ผลสมหวงั ๒๙๐ บำท ๔๑. นำงจำรุวรรณ สีนิน ๑๐๐ บำท
๑๐๐ บำท
๗. พระมงคล (มหำมังคลำโย) ๒๓๐ บำท ๔๒. น.ส.ปภำวรินทร์ สีนิน ๑๐๐ บำท
๑๐๐ บำท
๘. พระบุ๋ม ๒๐๐ บำท ๔๓. ด.ช.จิรชัย ศิริโภคำนนท์ ๑๐๐ บำท
๑๐๐ บำท
๙. พระเอ๋ เจตนิพฐิ สันตมโน ๑๔๐ บำท ๔๔. นำยภูษิต แลตรง ๑๐๐ บำท
๑๐๐ บำท
๑๐. พระเสถยี ร ๑๐๐ บำท ๔๕. นำยสุทัน อยู่แท้กลู ๑๐๐ บำท
๗๐ บำท
๑๑. พระฤทธ์ิ กบั นำงปรำณี มงคลภวิ ฒั น์ ๖๓๐ บำท ๔๖. นำงสุวรรณ ณรงค์เดชเสรี ๗๐ บำท
๗๐ บำท
๑๒. พระกมิ ๑๐๐ บำท ๔๗. แม่อนงค์ พรหมป้ อง ๗๐ บำท
๗๐ บำท
๑๓. สำมเณร เพชร ๑๕๐ บำท ๔๘. แม่สุดใจ คดมรคำ ๗๐ บำท
๗๐ บำท
๑๔. สำมเณร บิน ๑๐๐ บำท ๔๙. นำงส้มเกลยี้ ง ธงกระโทก ๗๐ บำท
๗๐ บำท
๑๕. สำมเณร แจ๊บ ๗๐ บำท ๕๐. นำงสองิ้ เพชรไทย ๗๐ บำท
๗๐ บำท
๑๖. แม่ชี อดิ๊ ๓๐๐ บำท ๕๑. ห.จ.ก.นำงรองไฮเทค ออดโิ อ ๗๐ บำท
๑๗. โยม คุณครูวำสนำ ๒๐๐ บำท ๕๒. คุณนันทภคั ร่ำเริงจติ ๕๐๐ บำท
๑๘. โยม แม่พวน รสหอม ๑๐๐ บำท ๕๓. คุณคมกริช เอยี่ มคงสี
๑๙. โยม แม่เพชร เมืองไทย ๑๐๐ บำท ๕๔. คุณพรรณพชั รำ เอยี่ มคงสี
๒๐. โยม น้ำสมบัติ โพธิรักษ์ ๑๐๐ บำท ๕๕. คุณสรรธญำ เขยี วเซ็น
๒๑. นำยปรีชำ เพชรำวฒุ ิโชติ และครอบครัว ๗๐๐ บำท ๕๖. นำงโคญมี อ่นุ ใจ
๒๒. นำยประเสริฐ โพธ์ิทอง ๗๐๐ บำท ๕๗. นำงกำเหลยี ง โพธ์ิสว่ำง
๒๓. นำงสุดำพร โพธ์ิทอง และครอบครัว ๕๘. นำงเพลนิ จติ เสำวภำ
๒๔. นำงถวิล โยฮำนส์สัน ๗๐๐ บำท ๕๙. นำยกติ ติรัธ ทวีสุข
๒๕. นำยทองดี แหวนวิเศษ (ทองดกี ำรช่ำง) ๖๐. คุณกลั ย์สุดำ สำระนำสระน้อย และครอบครัว
๒๖. นำยบญุ มำ แผ้วพลสง ๗๐๐ บำท ๖๑. นำงอรชอน พวงจำปำ และครอบครัว
๒๗. น.ส.ภทั รพร แหวนวิเศษ ๖๒. นำงวรรณำ สีสมุทร
๒๘. นำยภำนุพร แหวนวเิ ศษ ๖๓. นำงระเบียบ มเี ชื้อ
๒๙. คุณครูสุดำรัตน์ คงนันทะ (และพนี่ ้อง) ๖๑๐ บำท ๖๔. นำงศิริรัตน์ มเี ชื้อ
๓๐. ร้ำนจักวำลยนต์ ๕๖๐ บำท ๖๕. คุณเมตตำ สรำวธุ รัตยำนนท์
๓๑. ร้ำนวจิ ติ รภัณฑ์ ๓๕๐ บำท ๖๖. คุณปิ ยธิดำ ศรีกำฬสินธ์ุ
๓๒. ผ.อ.เสถียร-อ.ปญุ ณภำ สีเนรุรำช ๓๕๐ บำท ๖๗. ทิด เบนซ์
๓๓. นำงกญั ลกั ษ์ – ด.ญ.พทุ ธรักษำ สีเนรุรำช ๖๘. นำยศุภณฐั วรนชุ
๓๔. คุณโสภำ สิงห์แจ่ม ๓๐๐ บำท นำยประจักษ์ วรนุช
๓๕. นำงวริษฐำ อำรอย และครอบครัว ๒๘๐ บำท นำงสุรัตน์ วรนุช
ปี พ.ศ. 2557 ไดน้ ำเผยแผแ่ ลว้
หนา้ ๑๓๕
รำยนำมผ้จู ัดพมิ พ์
1. กองทุนงานปฏิบัตธิ รรมวัดสวนปา่ รักนา้ 5,000 บาท 40. นางพิรยิ า เจริญสุข 100 บาท
100 บาท
2. กองทนุ งานปฎบิ ตั ิธรรมวดั ป่าบา้ นจานพร้อมชาวบา้ น 2,200 บาท 41. นายอินทราวุธ อุ่มพมิ าย 100 บาท
100 บาท
3. หลวงตา สขุ สนั ต์ วัดสวนปา่ รักน้า 2,000 บาท 42. นางสมบตั ิ โพธร์ิ กั ษ์ 100 บาท
100 บาท
4. พระสวุ ัฒน์ สนั ตกิ โร 2,000 บาท 43. น.ส.นริ ชา จันทรก์ ลางเดือน 100 บาท
100 บาท
5. พระบุญชว่ ย กันตธัมโม 1,000 บาท 44. น.ส.กรรณกิ าร์ เพง็ ประโคน 100 บาท
100 บาท
6. พระสพุ รรณ์ ดสุ ติ า 600 บาท 45. นางวงเดือน พรหมลักษณ์ 100 บาท
100 บาท
7. พระอาจารย์ บุ๋ม วัดสวนป่ารักนา้ 200 บาท 46. ร.ต.ต สุรพศ พรหมลกั ษณ์ 100 บาท
100 บาท
8. หลวงตา เบียด วัดดอยภูเงิน 100บาท 47. นายบัณฑิต ธรรมประโคน 60 บาท
60 บาท
9. รา้ นอาหารเอก เป็ดย่าง หมกู รอบ 3,480 บาท 48. อุทิศให้ นาย สน่ัน พันธ์โิ พธค์ิ า 50 บาท
50 บาท
พรอ้ มชาวบา้ นจานทกุ คน 49. คุณยายเทีย่ บ ศรกี ิมแก้ว 40 บาท
40 บาท
10. นายดา้ รงค์ ธรรมประโคน และครอบครัว 500 บาท 50. คุณยาย พรรณ์ ชะฎารมั ย์ 40 บาท
40 บาท
11. นายสมชัย ธรรมประโคน และครอบครวั 500 บาท 51. นายบญั ญัติ อยูแ่ ทก้ ูล พร้อมลกู หลาน 40 บาท
40 บาท
12. นางปทิตตา พรหมลักษณ์ และ ครอบครวั 500 บาท 52. นางสกล ปรางประโคน พรอ้ มลกู หลาน 40 บาท
40 บาท
13. นางทองดี ราชประโคน 500 บาท 53. นายสรุ เดช ดา้ รงคศ์ ักด์ิ 40 บาท
20 บาท
14. ร.ต.ต.นริ ันดร์ สุทธิรักษ์ 500 บาท 54. นายชนิ ุพงษ์ สดุ ประโคน 20 บาท
50 บาท
15. คณุ พ่อพลาย แมเ่ ป้า กระแสโสม 500 บาท 55. นางแตงออ่ น สมบัติ 50 บาท
16. น.ส.ยภุ า นายวิมาน กระแสโสม 500 บาท 56. นางบษุ รา เยรัมย์ ร่วมอนุโมทนา
ร่วมอนุโมทนา
17. นายพรี พัฒน์ นายภควัตร ธรรมประโคน 500 บาท 57. คุณภษู ติ แลตรง
18. นายอรรถชยั พรหมลักษ์ 500 บาท 58. นายชัยฤทธ์ พาธริ ักษ์
19. นายอ้านาจ นางอนนั ต์ และนายอวิรุธ เชอื นไธสง 750 บาท 59. นายธนสิ ร วอ่ งไว
20. นายจ้านงค์ จันทร์กลางเดือน 300 บาท 60. นายสทิ ธิพงษ์ ชยั นอก
21. นายรุ่งทวี ศรีเกดิ 250 บาท 61. นายวิลัย เมืองไทย
22. นายภันย์ ผลสมหวัง 200 บาท 62. นางเพชร เมอื งไทย
23. พ่อประเทือง แมส่ ุพรรณ์ ธรรมประโคน 200 บาท 63. นางทิม มงคลดี
24. นายนคร นางดวงพร ปรังประโคน 200 บาท 64. นางหวัน โคตามี พร้อมลกู หลาน
25. นางศรวี รรณ กวางทอง 200 บาท 65. นางละมนุ แสงอนศุ าสน์
26. คณุ วรตุ เชือนไธสง 200 บาท 66. นางสมพงษ์ รักวงค์
27. นายโชคชัย แกว้ กาญจน และครอบครวั 200 บาท 67. นายสุปญั ญา คูเมอื ง
28. นางสา้ รอง ฉมิ บุหลนั 200 บาท 68. นายสวน สกั ขวา
29. นายธรี ภทั ร์ พนั ธ์ุสขุ 199 บาท 69. นายเสกสรร แกว้ กาญจน และครอบครัว
30. นางเตยี ง สงสาร พรอ้ มลกู หลาน 120 บาท 70. นายเพียร นลิ ชัย
31. นายสนธยา อภเิ นตร และครอบครวั 100 บาท 71. นางสปุ ราณี มงคลภวิ ัฒน์ และครอบครวั
32. นายสรุ ิยะ ปกประโคน 100 บาท 72. แม่พวน รสหอม และครอบครวั
33. นายชมุ พร ส่งศรี 100 บาท
34. คณุ จนั ตา ก้องทอง 100 บาท
35. คณุ ชนนิ ทร์ จันทรตั น์ 100 บาท
36. คุณปิยพงษ์ งามด้า 100 บาท
37. คณุ นิกร แดนชยั 100 บาท
38. คณุ ใส อนุ หลวง 100 บาท
39. คุณนชิ าภัทร โตคิรี 100 บาท
ปี พ.ศ. 2558 ได้นำเผยแผ่แล้ว
หนา้ ๑๓๖
รำยนำมผ้จู ัดพมิ พ์ 1,500 บาท
๑,๕๐๐ บาท
1. กองทนุ งานปฎบิ ตั ิธรรม วดั สวนปา่ รักนา้ 1,000 บาท
2. วัดปา่ โคกกระชาย 1,000 บาท
3. วดั ป่าบา้ นจานโคกสมบูรณ์
4. วดั ปา่ โคกเจรญิ ธรรม 800 บาท
5. วัดป่าหนองงิวหนองไทร ๓00 บาท
6. พระอาจารย์ สุพรรณ์ คุสิตา 200 บาท
7. สีลเตโช ภกิ ขุ 100 บาท
8. พระอาจารยเ์ สนห่ ์ จิตตธัมโม 100 บาท
9. พระบรุ ินท์ ธาตุจันทร์
10.พระอาจารย์ธรรมรงค์ ธรรมโชโต 2,000 บาท
11.นางบุญธรรม ทองคา้
12.นายสพุ ิน มีภักด์ิ ๒00 บาท
13.น.ส.ณฐั พร มภี กั ดิ์ 100 บาท
14.ด.ญ.ญาณิสา มภี กั ด์ิ 100 บาท
15.นางวิภา เยน 100 บาท
16.นายธรรมรตั น์ ดวงดารา 100 บาท
17.นายธรรมรงค์ ดวงดารา 100 บาท
18.น.ส.ประกายดาว ดวงดารา 100 บาท
19.นายนาท ดวงดารา 100 บาท
20.นางพนิดา กมลจิตร์ 100 บาท
21.พอ่ ประเทือง - แม่ สุพรรณ์ ธรรมประโคน 20 บาท
22.แม่พวน รสหอม พรอ้ มลูกหลาน
23.พ่อพลาย - แม่ เป่า กระแสโสม
24.น.ส.ยุภา นาย วมิ าน กระแสโสม
25.นายพีรพัฒณ์ - ด.ช ภควตั ร ธรรมประโคน
26.นายถงึ นวนศริ ิ
27.อุทศิ ใหน้ ายเกยี รตศิ กั ด์ิ บุตรไทย
28.อทุ ศิ ให้นางปิ่น – นายมา พัชนี
29.นายธรี พัฒณ์ พนั ธส์ ขุ
ปี พ.ศ. 2559 ไดน้ ำเผยแผ่แล้ว
หนา้ ๑๓๗
รำยนำมผู้จดั พมิ พ์
1. กองทุนงาน วัดสวนปา่ รกั นา้ 2,000 บาท 36.น.ส.ภคมณ กา้ ลังสถาพร 100 บาท
2. กองทนุ งานทอดกฐิน วัดป่าบา้ นจานโคกสมบรู ณ์ 2,000 บาท 37.นายสมพร รสหอม 100 บาท
3. กองทุนงานทอดกฐิน วัดปา่ หนองทะยงิ 2,000 บาท 38.นายธีรภทั ร์ พนั ธสุ์ ขุ 100 บาท
4. กองทนุ งานทอดกฐิน วัดป่าโคกเจรญิ ธรรม 100 บาท
5. กองทุนงานทอดกฐนิ วดั ปา่ ชา้ ดอนอะราง 500 บาท 39.อุทิศให้ แมด่ ้า ปักษา 100 บาท
6. วัดสุขสา้ ราญพรอ้ มญาติโยม 300 บาท 40.คณุ ยาย เงี่ยบ เสาวร์โร 100 บาท
7. วัดบา้ นโคกสงิ ห์พร้อมญาติโยม 800 บาท 41.นาย ไพบลู ย์ หลา่ บญุ ทนั 100 บาท
8. วดั โคกพุธทรา พร้อมญาตโิ ยม 300 บาท 42.นาง สายชน หลา่ บุญทัน 100 บาท
9. วัดดอยภเู งิน พร้อมญาตโิ ยม 200 บาท 43.นาย สามารถ หล่าบญุ ทัน 100 บาท
10.วดั หนองก๋าย พรอ้ มญาตโิ ยม 200 บาท 44.นาง พรพรรณ์ กิง่ วิชติ 100 บาท
11.พระบรุ นิ ธาตจุ นั ทร์ วัดหนองมว่ ง 200 บาท 45.คณุ นิติวุฒิ กิง่ วิชติ 50 บาท
12.พระเสนห่ ์ จิตตธมั โม 100 บาท 46.พ่อประเทือง ธรรมประโคน 50 บาท
13.พระอาจารย์ อาจ วดั ป่าไทยเจรญิ 2,000 บาท 47.แม่สุพรรณ์ ธรรมประโคน 50 บาท
14.พระบุญชว่ ย กันตธมั โม (พระแดง)วัดหนองงิวหนองไทร 570 บาท 48.แมเ่ ป้า กระแสโสม 50 บาท
15.พระจรญู ถิรปุญโญ (พระ ปมุ๋ ) 500 บาท 49.พ่อพลาย กระแสโสม 50 บาท
16.พระ ธัญญวัฒน์ ธัมมธโร (พระรส ) 100 บาท 50.แมพ่ วน รสหอม 50 บาท
17.พระอาจารย์ สุวัฒน์ สนั ตกิ โร วดั ป่าเทพยคั ภูมิ 100 บาท 51.น.ส.ยุภา กระแสโสม 50 บาท
18.พระคมสันต์ ตปสัมปันโน วัดปา่ ส้าโรง 1000 บาท 52.นายวิมาน กระแสโสม 50 บาท
19.พระสุพรรณ์ คสุ ิตา วดั ปา่ หนองพง 500 บาท 53.นายพรี พฒั น์ ธรรมประโคน 50 บาท
20.พระน้อย วดั ปา่ ศรนี านวนใต้ 200 บาท 54.นายภควตั ร ธรรมประโคน 300 บาท
21.พระป่ัน วดั ปา่ ศรนี านวนใต้ 100 บาท
22.พระพิชติ ยโสธโร 55.นางเตียง สงสาร 100 บาท
23.พระประมวล หิริธมั โม วัดขุนเขาพินิจ 56.นายส้ารอง กลน่ิ พยอม 100 บาท
24.นางส้ารอง ฉมิ บุหลัน 57.นางนภิ าพร กลิน่ พยอม 100 บาท
25.นางสมพงษ์ รักษ์วงศ์ 58.นางฉลวย นามดี 100 บาท
26.นางมอญ หรบรรณ์ 500 บาท 59.นางสริ ิรัตน์ อยแู่ ท้กลู 100 บาท
27.นางละมนุ แสงอนศุ ตร์ 400 บาท 60.อทุ ิศให้ แม่เขียว โคน่ ถอน 100 บาท
28.นางสดุ ารัตน์ เหล่าบญุ ทนั 200 บาท 61.อทุ ศิ ให้ พ่อช่นื บุตรไทย 50 บาท
29.นายมนัส ธาสุกรี 200 บาท 62.นายบตุ รดา โศรกศรี 50 บาท
30.นางพมิ พว์ มิ ล เรืองจนั ทร์ 200 บาท 63.นางเหรยี ญ โศรกศรี
31.นายประจวบ เรืองจันทร์ 200 บาท 64.นายธนากร โศรกศรี 2,000 บาท
32.นายสันติสขุ ธาสกุ รี 150 บาท 65.นายสถาพร โสดผักแว่น
33.นายมาวนิ ธาสุกรี 150 บาท 66.นายเกยี รติพง รัตนวโรภาศ
34.ตาบญั ญตั ิ อยู่แทก้ ลู 150 บาท 67.นายสนั ตสิ ุข จันทรไ์ ทย
35.นางหวนั โคตามี 150 บาท 68.อทุ ิศให้พ่อพลาย กระแสโสม
100 บาท 69.อุทิศใหพ้ ่อขจร ลปิ พวง
100 บาท 70.นายคง โอโรรมั ย์ และ
ชาวบา้ นส้มปอ่ ย
หนา้ ๑๓๘
ข้าพเจ้าตง้ั จิตอทุ ิศผล
บุญกุศลนีไ้ ปใหไ้ พศาล
ถึงมารดา บดิ า และอาจารย์
ท้งั ลูกหลานญาตมิ ติ รสนิทกนั
คนเคยรว่ มทางานกาลท้งั หลาย
มสี ่วนได้ในกศุ ลผลของฉนั
ทง้ั เจ้ากรรมนายเวรและเทวญั
ขอใหท้ ่านไดก้ ุศลผลนเ้ี ทอญ
สลี ะเตโช ภกิ ขุ
วดั สวนปา่ รกั น้าธดุ งคสถาน
มีนาคม ๒๕๖๐