The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นิทานคติธรรม เรื่อง พญาช้างผู้เสียสละ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by onanong.sinsuphan, 2022-03-15 11:59:12

นิทานคติธรรม เรื่อง พญาช้างผู้เสียสละ

นิทานคติธรรม เรื่อง พญาช้างผู้เสียสละ

นทิ านคติธรรม

เรื่อง
พญาช้างผู้เสยี สละ

นิทำนคติธรรมเรอ่ื ง พญำชำ้ งผเู้ สยี สละ เป็นนิทำนเรอื่ งหน่งึ อย่ใู น
หนังสือชดุ นิทำนธรรม ซง่ึ ธรรมสภำและสถำบันบนั ลอื ธรรมไดจ้ ัดพมิ พ์ข้นึ เป็น
หนังสือส่งเสรมิ กำรอ่ำนสำหรับเด็กและเยำวชน โดยมวี ตั ถุประสงค์เพอื่ สรำ้ ง
พ้ืนฐำนให้เยำวชนเป็นคนดี มีศลี ธรรม มีวสิ ัยทศั นท์ ถี่ กู ตอ้ งในกำรดำเนนิ ชีวิต
กล่ำวคือ เปน็ คนมีควำมรดู้ ี มีสตปิ ญั ญำ มีควำมประพฤติดี มีควำมสุข รจู้ ักรกั
ผูอ้ นื่ สำนกึ ในหน้ำที่และควำมรับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและผู้อ่นื เปน็ ผูใ้ หญ่ที่ดี
ต่อไปในอนำคตและอยู่รว่ มกันอย่ำงสันตสิ ขุ

บทนำเรื่อง

พญาช้างผู้เสียสละ

ณ บริเวณป่ำหิมพำนต์ มชี ำ้ งปำ่ โขลงหนง่ึ จำนวนนบั เปน็ แสน
ตัวอำศยั อยดู่ ว้ ยกันอย่ำงมีควำมสุขโดยมพี ญำชำ้ งสีลวะเป็นจ่ำโขลง
พญำช้ำงสลี วะมรี ูปรำ่ งลักษณะสวยงำมมำกเป็นชำ้ งขำวปลอดทง้ั ตวั
มองดแู ลว้ เหมือนกองเงนิ ตำทงั้ สองข้ำงกลมเหมือนก้อนแก้วมณี
หน้ำแดงระเร่ือ เหมอื นผำ้ กัมพลแดง งวงขำวย้อยเหมอื นพวงเงนิ ท่ี
ประดับด้วยหยดทองคำขำว ทำ้ วท้ังสี่แดงเหมือนทำด้วยน้ำครั่ง

พญำช้ำงสีลวะเป็นช้ำงท่ถี อื ศีล ประพฤติแต่ส่ิงท่ีดงี ำม ตอ่ มำ
เกิดเบื่อหน่ำยโขลงช้ำงท่ีรับผดิ ชอบดแู ล จึงปลกี ตวั ไปอยตู่ ำมลำพงั

พญาช้างผู้เสียสละ

ยังมพี รำนปำ่ ชำวเมืองพำรำณสีคนหน่ึงเดินทำงไปบริเวณปำ่
หิมพำนต์ เพอื่ หำเกบ็ ผกั ผลไม้และล่ำสัตว์เลย้ี งชีพ เขำเดินไปเร่ือย ๆ
จนเข้ำไปในป่ำลกึ และจำไม่ได้วำ่ ทศิ ไหนเปน็ ทิศตะวนั ออกหรอื ทศิ
ตะวนั ตก ทิศเหนอื หรอื ทิศใต้ จึงหลงทำงกับเมอื งพำรำณสีไม่ถูกและ
เมือ่ ไม่เห็นทำงจะชว่ ยตนเองได้ ก็รอ้ งไหค้ รำ่ ครวญอยูก่ ลำงปำ่ น้ันเอง

พญำชำ้ งสลี วะไดย้ ินเสยี งคร่ำครวญกลำงป่ำแล้วเกดิ สงสำรจะ
ชว่ ยเขำ

“ชำยคนนั้นกำลงั ประสบทุกข์ เรำจะตอ้ งช่วยเขำ” พญำชำ้ งคดิ
พลำงค่อย ๆ เดินเข้ำไปหำพรำนปำ่

พญาช้างผู้เสยี สละ

ฝ่ำยพรำนป่ำเหน็ ชำ้ งเดินมำใกลก้ ็รสู้ ึกกลัวจึงถอยหนี พญำช้ำง
เห็นพรำนป่ำถอยหนกี ห็ ยดุ ยืนมองอย่เู ฉย ๆ

“เอะ๊ ...ชำ้ งตวั นม้ี ีทำ่ ทำงแปลกประหลำด” พรำนป่ำเร่ิมคดิ ได้
“เวลำเรำหนี มันกบั หยดุ เวลำเรำหยดุ มนั กลบั เดินเข้ำมำ สงสยั จะมำ
ช่วยเรำ”

คร้ันคิดได้ดงั น้ี จึงรวบรวมควำมกลำ้ ยืนคอยช้ำง ซึง่ คอ่ ย ๆ
เดนิ เข้ำมำใกล้ทุกขณะพญำชำ้ งเดินมำหยดุ อยูใ่ กล้ ๆ แลว้ ส่ำยสำยตำ
มองดูพรำนปำ่ ช่ัวขณะหน่งึ จำกนัน้ จึงถำมไปว่ำ

พญาช้างผู้เสยี สละ

“ทำ่ นผูเ้ จริญ ทำ่ นเดินร้องไห้คร่ำครวญอยู่ทำไม”
พรำนปำ่ รู้สึกดใี จทไี่ ด้ยินเสยี งชำ้ งถำมอยำ่ งออ่ นโยน จึงตอบไปวำ่
“ข้ำพเจำ้ รอ้ งไหค้ ร่ำครวญกเ็ พรำะกลบั บำ้ นไม่ถูก คงตำยอยกู่ ลำง
ป่ำนีเ้ ปน็ แน่
“ท่ำนมำจำกไหน”
“จำกเมอื งพำรำณสี”
“ขำ้ พเจ้ำไม่รหู้ รอกว่ำเมืองพำรำณสีอยูท่ ไี่ หน แตจ่ ะพำท่ำน
ออกไปใหพ้ น้ ป่ำจำกนน้ั ท่ำนคอ่ ยหำทำงกลับบ้ำนเอง”
“ขอบคณุ ท่ำนมำกพญำชำ้ ง”

พญาช้างผู้เสียสละ

พญำชำ้ งสลี วะชำนำญเส้นทำงเดินลดั เลำะภูเขำและป่ำไมก้ ็ถงึ
บรเิ วณชำยปำ่ หิมพำนต์ แลว้ คอ่ ย ๆ ย่อตัวลงเพือ่ ใหพ้ รำนป่ำลงได้
อย่ำงสะดวก เมื่อพรำนปำ่ ลงมำยืนบนพืน้ ดิน แล้วพญำช้ำงกพ็ ูดขึ้นว่ำ

“ท่ำนผเู้ จริญ เลยป่ำนน้หี นอ่ ยหนึ่งกเ็ ปน็ ทำงใหญ่ท่ีมนษุ ยเ์ ดิน
ไปมำกนั ทำงสำยนีค้ งจะมีทำงแยกไปเมืองพำรำณสี”

“ขำ้ พเจ้ำชว่ ยทำ่ นคร้ังนีม้ ไิ ดห้ วงั อะไรตอบแทน” ช้ำงพดู ขนึ้
“มอี ยอู่ ยำ่ งเดยี วท่ีจะขอทำ่ น จะให้ข้ำพเจ้ำได้หรือเปล่ำ”

“ทำ่ นขออะไรว่ำมำเลย”

พญาช้างผู้เสียสละ

“ขอให้ทำ่ นอย่ำบอกเรอ่ื งทม่ี ำพบข้ำพเจ้ำและอย่ำบอกเรื่องที่
ข้ำพเจ้ำอำศัยอยู่”

“เท่ำน้ีเองหรอื ” พรำนปำ่ แสดงทำ่ รบั คำขอรอ้ งได้
“ขอบคณุ ทำ่ นมำก” พญำช้ำงพดู จบก็เดนิ กลบั เข้ำป่ำลกึ ไป
ฝำ่ ยพรำนป่ำ ตลอดเวลำทน่ี ั่งหลงั พญำช้ำงออกมำจำกปำ่ น้นั ก็
คอยสงั เกตหนทำงโดยอำศยั ภเู ขำเลก็ ๆ และต้นไม้เปน็ เครื่องหมำย
“สักวนั หนึ่งเรำจะกลบั มำอกี ” เขำคิดอยู่ในใจ “ช้ำงตวั นีง้ ำสวย
ถ้ำใครตอ้ งกำรซอ้ื เรำจะมำตัดไปขำย”

พญาช้างผู้เสยี สละ

ดังนั้น เม่ือกลบั มำถึงเมืองพำรำณสแี ล้ว วนั หนง่ึ ขณะเดนิ ไป
ตำมท้องถนนเหน็ พวกชำ่ งงำช้ำงกำลงั เอำงำชำ้ งมำทำเป็นรูปแปลก ๆ
กพ็ ลันคิดถงึ พญำชำ้ งสลี วะเขำจึงเดินเขำ้ ไปถำม

“ทำ่ นอยำกไดง้ ำชำ้ งเป็นกนั ไหม”
“พดู เปน็ เล่นไป” พวกช่ำงมำแสดงถำ้ อยำกได้ “งำช้ำงเปน็ มีคำ่
มำกกว่ำงำช้ำงตำยอีก”
“ถำ้ พวกท่ำนอยำกไดข้ ำ้ พเจำ้ จะไปหำมำให้”
“ไปเอำมำเลยเอำมำเด๋ยี วนี้ได้ยง่ิ ดี”

พญาช้างผู้เสยี สละ

เมื่อพวกช่ำงงำยนื ยันว่ำรบั ซอ้ื แน่นอน พรำนป่ำก็รีบกลับมำบ้ำน
เตรยี มเล่อื ยเหล็กและเสบยี งแล้วออกเดินทำงมงุ่ หนำ้ ไปปำ่ หิมพำนต์ที่
อยูข่ องพญำช้ำงสลี วะทนั ทเี ขำชำนำญกำรเดนิ ทำงและจำเครอ่ื งหมำยได้
ดีเดินทำงอยไู่ ม่กว่ี นั ก็ไปถงึ ท่อี ยู่ของพญำช้ำง

“ท่ำนผู้เจริญ ท่ำนกลับมำทำไมละ่ ” พญำชำ้ งสลี วะถำมเขำซงึ่
บดั นมี้ ำยนื อย่เู บอื้ งหน้ำ

“พญำชำ้ ง” พรำนปำ่ ตอบละลำ่ ละลัก “ข้ำพเจ้ำมำหำท่ำนน่นั
แหละ”

“มีเรื่องอะไรหรอื ”

พญาช้างผู้เสียสละ

“พญำชำ้ ง ขำ้ พเจ้ำไม่มีญำติพี่น้องแถมยงั หำกนิ ฝืดเคือง มำครง้ั
น้กี ็เพอ่ื จะมำของำทำ่ นสกั สองทอ่ นเพอื่ เอำไปขำย”

“ได้ ถ้ำงำของข้ำพเจำ้ จะช่วยให้ท่ำนเลยี้ งชวี ติ อยูไ่ ด้” พญำชำ้ ง
สลี วะพดู ดว้ ยควำมเตม็ ใจ จำกน้ันก็หมอบลง

พรำนป่ำดีใจมำกจึงรีบเอำเลอื่ ยออกมำเล่ือยตรงบรเิ วณส่วนปลำย
งำทั้งสองข้ำงแล้วก็รบี เดนิ ทำงกลับไปเมืองพำรำณสี นำงำชำ้ งไปขำย
ใหพ้ วกช่ำงงำได้รำคำมำงำมทเี ดียว เขำเปน็ อย่อู ย่ำงสุขสบำยไดร้ ะยะ
หน่งึ เงนิ ก็หมด จงึ เดินทำงกลบั มำขอตัดงำสว่ นทีเ่ หลอื อีก

พญาช้างผู้เสยี สละ

“พญำช้ำง งำสองท่อนทท่ี ำ่ นให้ไปขำยได้รำคำเพยี งแคใ่ ช้หน้ี
เท่ำน้นั ข้ำพเจ้ำมำครั้งนกี้ เ็ พือ่ จะมำของงำทเี่ หลือไปขำยอกี ”
พรำนโอดครวญ

“เชิญท่ำนตัดเลย” พญำชำ้ งสลี วะบอกพรำนปำ่ พลำงหมอบลง
พรำนป่ำกต็ ดั เอำงำไปอกี สองท่อน รำยได้จำกงำนสองท่อนน้ัน
ชว่ ยให้เขำเปน็ อยูอ่ ย่ำงสบำยไดร้ ะยะหน่งึ จำกน้นั เขำกก็ ลับมำขอตดั งำ
ส่วนที่ยังเหลอื อยอู่ ีก จนคร้ังสุดท้ำยมำขอตดั เอำโคนงำนส่วนทย่ี งั ฝังอยู่
ในเนื้อ

พญาช้างผู้เสยี สละ

“เชญิ ทำ่ นตดั เลย” พญำช้ำงสลี วะเสยี สละให้เหมือนอยำ่ งเคย
พรำนป่ำจงึ มำเอำเลอ่ื ยแลว้ ปนี ขึ้นไปตัดจนขำด คร้ันไดต้ ำมต้องกำร
แล้วก็รบี จำกไปดว้ ยควำมดีใจ

ขณะทีเ่ ขำเดนิ จำกพญำชำ้ งสลี วะไปดว้ ยควำมดใี จนั้นก็พลันเกดิ
เหตอุ ัศจรรยข์ ้ึนคอื แผ่นดนิ ตรงทเ่ี ขำเดินอย่นู นั้ ได้แยกออกแล้วสูบเขำ
จมหำยไป แล้วทันใดนั้นเองก็มเี ปลวไฟจำกอเวจีมหำนครลกุ ทว่ มรำ่ ง
ของเขำแดงฉำน

เทวดำตนหนงึ่ สถติ อยู่บริเวณป่ำนนั้ เห็นพฤติกรรมของพรำนปำ่
มำตลอด จนกระทง่ั ถงึ เวลำทแี่ ผน่ ดินสูบจงึ พูดขนึ้ เสียงดังว่ำ

พญาช้างผู้เสียสละ

“คนอกตัญญูเหน็ แกไ่ ดแ้ มน้ ใครยกแผน่ ดนิ ใหเ้ ขำครอบครองก็
ไมท่ ำให้เขำหยดุ โลกได้”

ฝ่ำยพญำชำ้ งสลี วะแม้บดั นจี้ ะไมม่ ีงำแลว้ กต็ อ้ งสู้ขม่ ควำม
เจ็บปวดและทกุ ข์ทรมำน ตอ่ มำไม่นำนก็ล้มไปเมื่อถึงอำยุขยั

นิทำนธรรมเรอ่ื งน้สี อนใหร้ ูว้ ำ่ คนอกตญั ญนู ั้น แม้ตอนแรกจะดู
ร่งุ เรือง แตส่ ดุ ท้ำยก็จะพบควำมวิบตั ิ เหมอื นอยำ่ งพรำนป่ำอกตญั ญตู อ่
พญำชำ้ งสีลวะแลว้ พบกับควำมวิบตั ฉิ ะน้ัน

นทิ ำนธรรม เรอ่ื ง พญำช้ำงผ้เู สยี สละ ของ ธรรมสภำและสถำบนั บันลือธรรม

สรุปควำมรู้

นทิ ำนคตธิ รรมเรือ่ ง พญำชำ้ งผู้เสียสละ
ให้คตวิ ำ่ “ทำดไี ดด้ ี ทำช่วั ไดช้ ่ัว” ในสังคม
ย่อมมที งั้ คนดีและคนช่วั เรำจงึ ควรนำ
คณุ ธรรมของคนดมี ำเป็นแบบอยำ่ ง พร้อมทง้ั
ใชส้ ติปัญญำพิจำรณำให้ร้ทู นั เล่หเ์ หลยี่ มของ
คนชวั่ เพื่อหลีกเลี่ยงกำรคบหำอันอำจจะนำภัย
มำสตู่ นเอง

นทิ ำนคตธิ รรม

นทิ ำนคตธิ รรม คอื นิทำนทใ่ี ห้ข้อคิด คตสิ อนใจเพอ่ื เป็นแบบอย่ำงใน
กำรทำควำมดีแก่ผูอ้ ่ำนและผฟู้ งั ซ่ึงแฝงไวด้ ้วยควำมสนกุ สนำน เรอื่ งมีลักษณะ
เปน็ เรื่องส้นั ๆ ไมส่ มจริง ตัวละครอำจจะเป็นคน สตั ว์ หรือเทพยดำ กำรดำเนนิ
เรอื่ งมกั สมมตุ วิ ำ่ เป็นเร่ืองท่เี กดิ ขึ้นในอดีต

นทิ ำนคติธรรมมเี นือ้ เรื่องในเชงิ สอนใจ ใหแ้ นวทำงในกำรดำเนินชวี ติ ที่
ถกู ตอ้ งตำมทำนองคลองธรรม บำงเร่ืองใชก้ ำรเปรยี บเทยี บใหเ้ ห็นเป็นอุทำหรณ์
บำงเรือ่ งก็สอนโดยใชว้ ธิ ีบอกตรง ๆ ซง่ึ มักจบเรอื่ งดว้ ยขอ้ ควำมว่ำ
“นิทำนเร่ืองนส้ี อนให้ร้วู ่ำ...”

นิทำนชำดก นิทำนพทุ ธสภุ ำษติ และนิทำนอีสป จัดเปน็ นิทำนคติธรรม
ดว้ ยกันทง้ั ส้นิ

นิทำนชำดก

นิทำนชำดก เปน็ นทิ ำนเกย่ี วกับเรื่องของพระพทุ ธเจำ้ ท่มี ีมำในชำตกิ ่อน ๆ
เน้อื เรือ่ งจะกล่ำวถงึ ประวตั แิ ละพระจรยิ วัตรเมื่อคร้ังเปน็ พระโพธสิ ตั ว์
เสวยพระชำตใิ นภพภูมติ ่ำง ๆ เป็นคนบ้ำงเปน็ สัตว์บำ้ ง ไมว่ ่ำพระพุทธเจ้ำจะไป
เสวยพระชำติเป็นอะไรก็ตำม จะมีคุณสมบัตแิ ตกต่ำงจำกผู้อ่ืนทีเ่ ห็นไดช้ ดั อยู่ ๒
ประกำร คอื

๑. รปู สมบัติ คือ จะมีรำ่ งกำยสมบรู ณ์ ถำ้ เปน็ สตั วจ์ ะเปน็ เพศผู้ ถ้ำเป็นคน
จะเปน็ บุรษุ มคี วำมสง่ำงำมเปน็ ที่ประทบั ใจแกผ่ ู้พบเหน็ และมนี ้ำเสยี งไพเรำะ

๒. ธรรมสมบัติ คอื จะมีคณุ ธรรมสงู โดยเฉพำะทศบำรมี ได้แก่ ทำน ศลี
เนกขัมม์ ปญั ญำ วิรยิ ะ ขันติ สัจจะ อธิษฐำน เมตตำ และอเุ บกขำ

นทิ ำนชำดก

นทิ ำนชำดกจะแทรกคตธิ รรมไวใ้ นเนื้อเร่ือง ทำ้ ยเรื่องมักจะบอกกำรกลับ
ชำติมำเกิดของตวั ละครสำคญั ในเร่อื ง นทิ ำนชำดกท่รี จู้ ักกนั ท่วั ไปคือทศชำดก
โดยเฉพำะมหำเวสสันดรชำดก ซ่งึ เป็นชำดกเรอื่ งสุดทำ้ ย

นทิ ำนอีสป

นทิ ำนอีสป มีตน้ กำเนดิ ทอี่ ำณำจักรกรกี โบรำณ ผแู้ ต่งโดยกำรเล่ำเรอ่ื ง
คอื “อีสป” ซึ่งเป็นทำสผู้เปยี่ มไปดว้ ยปญั ญำ นทิ ำนอีสปมลี ักษณะเดน่ คือ
ใช้ตัวละครทีเ่ ปน็ สตั วต์ ่ำง ๆ ในกำรดำเนินเร่ือง ซ่ึงนำ่ สนใจและสนุกสนำน
โดยสอดแทรกขอ้ คิดคติสอนใจงำ่ ย ๆ หลำกหลำย สำมำรถนำไปประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ ปน็
ประโยชน์ในกำรดำเนนิ ชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยำ่ งดี นทิ ำนอีสปจะมีข้อควำมว่ำ
“นิทำนเรื่องนส้ี อนใหร้ ูว้ ่ำทุกครง้ั ”

นิทำนอสี ปไดร้ บั กำรนำไปแปลเป็นภำษำตำ่ ง ๆ ถึง ๒๕๐ ภำษำ รวมทงั้
ภำษำไทยด้วย จึงเปน็ ท่ีร้จู ักกนั อยำ่ งแพร่หลำยท่วั โลก และไดร้ ับควำมนิยมมำ
ตลอดจนถึงปจั จุบัน

กัมพล(กำ-พน) เรียนรคู้ ำ นำไปใช้
งำม
จ่ำ ผำ้ ทอด้วยขนสัตว์
ฉำน ดี มำก
นำ้ ครงั่ หัวหน้ำ
มีแสงกลำ้ มีแสงพงุ่ ออกไป
สำรทไ่ี ดจ้ ำกเพล้ียหอยชนดิ หน่งึ
น้ำในรงั มีสีแดงแก่ นำไปใชท้ ำ
ประโยชนอ์ ุตสำหกรรมตำ่ ง ๆ เชน่
เชลแล็ก สยี ้อมผ้ำ

ปลอด เรยี นรคู้ ำ นำไปใช้
ฝืดเคือง
ระเรื่อ ล้วน แท้ ๆ
ล้ม มไี มพ่ อใช้สอย
ละลำ่ ละลัก ออ่ น ๆ
ตำย
ลัดเลำะ อำกำรท่พี ดู ไม่ไดเ้ ร็วอย่ำงใจ
วิบตั ิ(วิ-บัด) กระอกึ กระอกั ติด ๆ ขดั ๆ
อำกำรทีเ่ ลยี บทำงไป
ควำมหำยนะ ควำมเส่อื ม

เรียนรคู้ ำ นำไปใช้

สถิต(สะ-ถิด) อยู่
หมิ พำนต์(หิม-มะ-พำน) ช่ือปำ่ หนำวแถบเหนอื ของอนิ เดยี
อกตัญญ(ู อะ-กะ-ตัน-ยู) ผไู้ มร่ อู้ ุปกำรคณุ ทที่ ำ่ นทำแกต่ น
อำยขุ ัย(อำ-ยุ-ไข) กำรสนิ้ อำยุ ควำมตำย
โอดครวญ(โอด-ครวน) ร่ำไห้ ครำ่ ครวญ รำ่ รำพัน

ถ้อยคำสำนวน ลว้ นตอ้ งศึกษำ

กำรเขำ้ ใจควำมหมำยของถ้อยคำสำนวน ทำให้เข้ำใจเรอ่ื งรำวได้ละเอียด
ชดั เจนยิง่ ขึน้

ตัวอยำ่ ง
งำชำ้ งเปน็ มีค่ำมำกกวำ่ งำชำ้ งตำยอกี

หมำยควำมวำ่ งำซ่งึ ไดจ้ ำกชำ้ งทีย่ งั มีชวี ิตอยู่มีคำ่ มำกกว่ำงำ
ของช้ำงทต่ี ำยแลว้

ถอ้ ยคำสำนวน ลว้ นตอ้ งศกึ ษำ

ตัวอย่ำง

พลันเกิดเหตอุ ศั จรรย์ขึน้ คือ แผ่นดนิ ตรงทเ่ี ขำเดนิ อย่นู นั้ ได้
แยกออกแลว้ สูบเขำจมหำยไป แลว้ ทันใดนัน้ เองกม็ ีเปลวไฟจำก
อเวจีมหำนครลกุ ท่วมร่ำงของเขำแดงฉำน

หมำยควำมว่ำ ทนั ใดน้นั เองมีเรอ่ื งประหลำดเกิดขึ้น คอื
แผ่นดินตรงทีพ่ รำนป่ำเดนิ อยนู่ ้นั แยกออกแล้วเขำถูกดดู ลงไป พรอ้ ม
กับมเี ปลวไฟสีแดงจำ้ จำกนรกลกุ ขนึ้ ท่วมรำ่ งกำยของเขำ

ถอ้ ยคำสำนวน ล้วนต้องศึกษำ

ตัวอยำ่ ง

คนอกตญั ญูเห็นแก่ได้แม้ใครยกแผน่ ดินใหเ้ ขำครอบครองก็
ไมท่ ำใหเ้ ขำหยุดโลกได้

หมำยควำมวำ่ ผไู้ มร่ จู้ กั บุญคณุ คนอื่น มงุ่ แต่ประโยชนข์ องตน
ถึงแม้มีใครยกแผ่นดินใหเ้ ขำเปน็ เจ้ำของ กไ็ มส่ ำมำรถทำใหเ้ ขำหยดุ
ควำมอยำกไดไ้ ม่รจู้ กั พอได้

ให้นกั เรียนชว่ ยกนั ตอบ
คำถำมเรือ่ ง

นิทำนคตธิ รรม
เรื่อง พญำชำ้ งผูเ้ สยี สละ

นิทำนคตธิ รรม เรื่อง พญำชำ้ งผเู้ สียสละ

พญำช้ำงสลี วะอำศัยอยทู่ ใ่ี ด
พญำชำ้ งสลี วะมรี ูปรำ่ งลกั ษณะพิเศษอย่ำงไร
เพรำะเหตุใดพญำช้ำงสีลวะจึงปลกี ตัวจำกโขลงช้ำงไปอยู่ตำมลำพงั
พญำชำ้ งสลี วะชว่ ยเหลือพรำนปำ่ ใหอ้ อกจำกป่ำไดโ้ ดยวธิ ใี ด
พญำช้ำงสีลวะขอรอ้ งพรำนปำ่ ในเรื่องใด
พรำนป่ำมลี ักษณะนสิ ยั อย่ำงไร
พรำนปำ่ อำ้ งเหตผุ ลอยำ่ งไรในกำรของำจำกพญำช้ำง
เพรำะเหตใุ ดพรำนป่ำจงึ ไดร้ ับผลเชน่ น้ัน

จ บ แ ล้ ว คะ่

พญำช้ำงสลี วะอำศัยอยทู่ ใ่ี ด

เ ป่ำหิมพำนต์
พญำชำ้ งสลี วะมรี ูปรำ่ งลักษณะพิเศษอย่ำงไร

ฉ มีรูปร่ำงลักษณะสวยงำมมำกเป็นช้ำงขำวปลอดทั้งตัว มองดูแล้วเหมอื น
กองเงนิ ตำท้งั สองข้ำงกลมเหมอื นกอ้ นแกว้ มณี หนำ้ แดงระเรอื่ เหมือนผำ้
กมั พลแดง งวงขำวย้อนเหมอื นพวงเงินที่ประดับด้วยหยดทองคำขำวท้ำวท้ังส่ี

ล แดงเหมือนทำด้วยน้ำครัง่
เพรำะเหตุใดพญำชำ้ งสีลวะจงึ ปลกี ตวั จำกโขลงช้ำงไปอยูต่ ำมลำพัง

ย เบื่อหน่ำยโขลงชำ้ งทร่ี บั ผิดชอบดแู ล
พญำชำ้ งสลี วะช่วยเหลือพรำนปำ่ ให้ออกจำกป่ำได้โดยวธิ ีใด
ใหพ้ รำนป่ำขน้ึ หลัง เดินลดั เลำะภูเขำและป่ำไม้ก็ถึงบรเิ วณชำย
ป่ำหมิ พำนต์

พญำชำ้ งสลี วะขอร้องพรำนปำ่ ในเรอ่ื งใด

เ ขอใหพ้ รำนปำ่ อย่ำบอกเรือ่ งทีม่ ำพบข้ำพเจำ้ และอยำ่ บอกเรอื่ ง
ที่ข้ำพเจ้ำอำศัยอยู่

ฉ พรำนปำ่ มลี กั ษณะนิสัยอย่ำงไร
เปน็ คนอกตญั ญู เหน็ แกไ่ ด้ โลภมำก

ล พรำนปำ่ อ้ำงเหตผุ ลอย่ำงไรในกำรของำจำกพญำชำ้ ง
ข้ำพเจ้ำไม่มญี ำติพ่ีนอ้ งแถมยังหำกินฝดื เคือง อยำกไดง้ ำช้ำง
ไปขำยเพื่อเลีย้ งชีพตนเอง

ย เพรำะเหตุใดพรำนปำ่ จึงได้รับผลเช่นนัน้
พรำนป่ำอกตัญญูต่อพญำช้ำงสีลวะ จงึ ต้องพบกับควำมวิบัติ


Click to View FlipBook Version