โคลง โลกนิติ
พระประวัติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล้านภาลัย และเจ้าจอมมารดานิ่ม ผู้เป็นธิดาของ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ประสูติเมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๓๖ พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าชายมั่ง
พระประวัติ สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงพระนิพนธ์โคลง โลกนิติ โคลงนิราศเสด็จไปทัพเวียงจันทน์ โคลงจารึกวัด พระเชตุพนฯ ฉันท์ดุษฎีสังเวย เช่น กล่อมพระเศวตฉัตร สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๒ เป็นต้นราชสกุลเดชาติวงศ์
บทน ำเรื่อง โคลงโลกนิติ เป็นวรรณคดีค าสอนที่รู้จักกันแพร่หลายมา ตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยกวีได้แต่งขึ้นจากสุภาษิตเก่าแก่ที่มีอยู่ใน คัมภีร์ของอินเดีย และคัดลอกต่อกันมาช้านาน ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (อยู่ในจังหวัด กรุงเทพมหานคร) ได้จารึกความรู้หลายแขนงทั้ง ด้านวรรณคดี โบราณคดี พระพุทธศาสนา ประเพณี ต ารายา
บทน ำเรื่อง ตลอดจนสุภาษิตต่าง ๆ ลงบนแผ่นศิลาที่ประดับ ผนังปูชนียสถานต่าง ๆ ในพระอารามส าหรับให้ประชาชนได้ศึกษา หาความรู้ ในการนี้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเดชาดิศร ทรงช าระโคลงโลกนิติส านวนเก่าให้ถูกต้อง ตามพระบาลี เพื่อจารึกไว้บนแผ่นศิลาที่ประดับศาลาทิศพระ มณฑป ๔ หลัง
บทน ำเรื่อง สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเดชาดิศร ทรงช าระโคลงโลกนิติส านวนเก่า โดยทรงรักษาฉันทลักษณ์ของ โคลงสี่สุภาพไว้ แล้วจงแก้ไขส านวนภาษาและการใช้ศัพท์ให้ ชัดเจนและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น บางบททรงพระนิพนธ์ขึ้นใหม่ โคลงโลกนิติพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร จึงมีความไพเราะทั้งในด้านส านวนภาษาอันสละสลวย น ้าหนักเสียงสูงเสียงต ่า ตามบังคับแห่งวรรณยุกต์ของค า และด้าน ความชัดเจนในการสื่อความหมายท าให้ได้รับความนิยมแพร่หลาย
โคลงโลกนิติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงพระนิพนธ์ โคลงน า ๒ บทแรก เพื่อกล่าวถึงที่มาของ การช าระโคลงโลกนิติว่า เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวดังนี้
อัญขยมบรมนเรศเรื้อง รามวงศ์ พระผ่านแผ่นไผททรง สืบไท้ แสวงยิ่งสิ่งสดับองค์ โอวาท หวังประชาชนให้ อ่านแจ้งค าโคลง ครรโลงโลกนิตินี้ นมนาน มีแต่โบราณกาล เก่าพร้อง เป็นสุภสิตสาร สอนจิต กลดั่งสร้อยสอดคล้อง เวี่ยไว้ในกรรณ
โคลงโลกนิติ ค าสอนในโคลงโลกนิติจะใช้การกล่าวเปรียบเทียบ โดยยกธรรมชาติของสิ่งต่าง ๆ ซึ่งเป็นความจริงที่ยอมรับกัน ทั่วไป มักกล่าวอ้างแล้วเชื่อมโยงเข้าสู่เรื่องที่ต้องการสอนอย่าง แนบเนียนด้วยภาษาที่ไพเราะคมคาย เนื้อหากล่าวถึงความเป็น จริงที่เกิดขึ้นในชีวิตของมนุษย์ และความเป็นไปของโลก ซึ่งล้วนเป็นคติสอนใจและแนวทางปฏิบัติในการด าเนินชีวิตที่ ถูกต้องดีงาม ดังตัวอย่างต่อไปนี้
ค ำสอนให้รู้จักเลือก และระมัดระวังใน กำรคบคน เช่น
ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์ ปลาร้าซึ่งมีกลิ่นเหม็นย่อมท าให้ใบคาที่ใช้ห่อมีกลิ่น เหม็นตามไปด้วย เปรียบเสมือนการคบคนชั่วเป็นเพื่อน ย่อมชักพาไปสู่หายนะ ท าให้เสื่อมเสียถึงวงศ์ตระกูล
ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา หอมระรวยรสพา เพริศด้วย คือคนเสพเสนหา นักปราชญ์ ความสุขซาบฤๅม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม ใบพ้อที่ห่อไม้กฤษณาย่อมมีกลิ่นหอมตามเนื้อไม้ หอมนั้น เปรียบเสมือนคนที่คบผู้มีความรู้และคุณธรรมย่อม ได้รับแต่ความสุขความเจริญ
ผลเดื่อเมื่อสุกไซร้ มีพรรณ ภายนอกแดงดูฉัน ชาดบ้าย ภายในย่อมแมลงวัน หนอนบ่อน ดุจดั่งคนใจร้าย นอกนั้นดูงาม ผลมะเดื่อเมื่อสุก ผิวภายนอกจะมีสีแดงสดสวยงาม แต่ภายในอาจมีหนอนหรือแมลงวันกินอยู่ เปรียบเสมือน คนใจร้ายที่ภายนอกดูเป็นคนดี
ยางขาวขนเรียบร้อย ดูดี ภายนอกหมดใสสี เปรียบฝ้าย กินสัตว์เสพปลามี ชีวิต เฉกเช่นชนชาติร้าย นอกนั้นนวลงาม นกยางมีขนสีขาวสะอาดเรียบร้อย ภายนอกดูหมดจด สวยงาม แต่กินสิ่งมีชีวิตเป็นอาหาร เปรียบเสมือนคนจิตใจ ชั่วร้ายที่ภายนอกนั้นมีลักษณะดี
รูปแร้งดูร่างร้าย รุงรัง ภายนอกเพียงพึงชัง ชั่วช้า เสพสัตว์ที่มรณัง นฤโทษ ดังจิตสาธุชนกล้า กลั่นสร้างทางผล นกแร้งมีรูปร่างไม่สวยงาม มีขนรุงรัง แต่ภายนอกที่ดู น่ารังเกียจนั้น ความจริงแล้วไม่มีอันตรายเพราะกินแต่สัตว์ ที่ตายแล้ว เปรียบเสมือนคนที่ภายนอกไม่สวยงาม แต่จิตใจดีมีคุณธรรม
เป็นคนควรรอบรู้ สมาคม สองประการนิยม กล่าวไว้ หนึ่งพาลหนึ่งอุดม นักปราชญ์ สองสิ่งนี้จงให้ เลือกรู้สมาคม คนเราควรรู้จักเลือกคบคน ซึ่งมีอยู่ ๒ ประเภท คือ คนพาล กับผู้มีปัญญารอบรู้ควร พิจารณาให้ดีแล้ว จึงเลือกคบ
คนใดไปเสพด้วย คนพาล จักทุกข์ทนเนานาน เนิ่นแท้ ใครเสพท่วยทรงญาณ เปรมปราชญ์ เสวยสุขล ้าเลิศแล้ เพราะได้สดับดี ผู้ใดคบคนพาลจะมีทุกข์ไปตลอด ผู้ใดคบคนดีมีปัญญา จะพบความสุขล ้าเลิศ เพราะได้ฟังแต่สิ่งที่ดีงาม
นาคมีพิษเพี้ยง สุริโย เลื้อยบ่ท าเดโช แช่มช้า พิษน้อยหยิ่งโยโส แมลงป่อง ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี งูซึ่งมีพิษร้ายแรงจะเลื้อยช้า ๆ ไม่แสดงอ านาจ ผิดกับ แมลงป่อง ซึ่งมีพิษเพียงน้อยนิด แต่ชูหางตนเองตลอดเวลา เพื่ออวดว่ามีพิษ เปรียบเสมือนคนที่มีความสามารถน้อยแต่มัก อวดดีและหยิ่งยโส ส่วนผู้ที่มีความสามารถแท้จริงมักจะถ่อม ตนอยู่เสมอ
ค ำสอนให้เห็น ควำมส ำคัญของ กำรศึกษำหำควำมรู้ เช่น
ความรู้ปราชญ์นั้น นักเรียน ฝนทั่งเท่าเข็มเพียร ผ่ายหน้า คนเกียจเกลียดหน่ายเวียน วนจิต กลอุทกในตะกร้า เปี่ยมล้นฤๅมี ผู้มีปัญญาย่อมมีความเพียรพยายามในการแสวงหาความรู้ เหมือนกันฝนทั่งให้เป็นเข็ม คนที่เกียจคร้านในการเรียน เปรียบเสมือนน ้าที่อยู่ในตระกร้าซึ่งจะไม่มีวันเต็ม
ความรู้ดูยิ่งล ้า สินทรัพย์ คิดค่าควรเมืองนับ ยิ่งไซร้ เพราะเหตุจักอยู่กับ กายอาต มานา โจรจักเบียนบ่ได้ เร่งรู้เรียนเอา ความรู้นั้นมีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินใด ๆ เพราะความรู้ จะอยู่กับตัวเรา แม้โจรก็ไม่สามารถแย่งชิงไปได้ ดังนั้น จงเร่งเรียนรู้ไว้เถิด
วิชาควรรักรู้ ฤๅขาด อย่าหมิ่นศิลปศาสตร์ ว่าน้อย รู้จริงสิ่งเดียวอาจ มีมั่ง เลี้ยงชีพช้าอยู่ร้อย ชั่วหลื้อเหลนหลาน วิชาความรู้นั้นควรแสวงหาและฝึกฝนไว้อยู่เสมอ อย่าดูหมิ่นความรู้ใด ๆ ว่าเป็นความรู้เล็กน้อยไม่มีค่า คนเราหากรู้จริงแม้เพียงเรื่องเดียวก็อาจน ามาใช้เลี้ยงชีพ ได้ตลอดชั่วลูกชั่วหลาน
รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ กลกบเกิดอยู่ใน สระจ้อย ไป่เห็นชเลไกล กลางสมุทร ชมว่าน ้าบ่อน้อย มากล ้าลึกเหลือ คนมีความรู้น้อย มักหลงคิดว่าตนเองมีความรู้มาก เปรียบเสมือนกบที่เกิดในสระเล็ก ๆ ไม่เคยเห็นทะเลใหญ่ ๆ จึงหลงชื่นชมว่าสัตว์ ที่อยู่ในนั้นกว้างใหญ่มากแล้ว
ค ำสอนให้รักควำมสัตย์ รักเกียรติ รักศักดิ์ศรี ของตน เช่น
งาสารฤๅห่อนเหี้ยน หดคืน ค ำกล่ำวสำธุชนยืน อย่ำงนั้น ทุรชนกล่ำวค ำฝืน ค ำเล่ำ หัวเต่ำยำวแล้วสั้น เล่ห์ลิ้นทรชน งาช้างเมื่องอกแล้วไม่มีวันหดคืน เปรียบเสมือนค ากล่าว ของคนดีที่กล่าวอย่างไรย่อมมั่นคงอย่างนั้น ส่วนคนชั่วมักพูด กลับกลอก เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เชื่อถือไม่ได้เหมือน หัวเต่าที่ ยาวแล้วหดสั้นได้
เหมหงส์เลี้ยงชีพด้วย สาคร ช้างพึ่งพนาดร ป่าไม้ ภุมราบุษบากร ครองร่างตนนา นักปราชญ์เลี้ยงตัวได้ เพื่อด้วยปัญญา หงส์อาศัยแหล่งน ้าเลี้ยงชีวิต ช้างพึ่งป่าไม้เป็นที่ อาศัยหากิน ผึ้งและแมลงภู่ต้องพึ่งดอกไม้เพื่อหาอาหาร ส่วนผู้มีปัญญานั้นใช้ความรู้ความสามารถเพื่อเลี้ยงตนเอง
เสียสินสงวนศักดิ์ไว้ วงศ์หงส์ เสียศักดิ์สู้ประสงค์ สิ่งรู้ เสีนรู้เร่งด ารง ความสัตย์ ไว้นา เสียสัตว์อย่าเสียสู้ ชีพม้วยมรณา ยอมเสียทรัพย์เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล ยอมเสียศักดิ์ศรีเพื่อแลกกับความรู้ ยอมเสียรู้เพื่อรักษา ความสัตย์ แต่หากต้องเสียสัตย์ ขอยอมสละชีวิตแทน
จามรีขนข้องอยู่ หยุดปลด ชีพบ่รักรักยศ ยิ่งไซร้ สัตว์โลกซึ่งสมมติ มีชาติ ดูเยี่ยงสัตว์นั้นได้ ยศซ้องสรรเสริญ จามรีเป็นสัตว์ที่มีขนยาวสวยงาม หากคนไปติดอะไร เข้ามันจะพยายามอดขนออกให้ได้ แม้จะมีอันตรายถึงชีวิตก็ ยอม มนุษย์ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐควรดูเยี่ยงอย่างจามรี คือ รักศักดิ์ศรียิ่งกว่าชีวิต จึงจะเป็นที่ยกย่องสรรเสริญ
สรุปความรู้ ค าสอนจากโคลงโลกนิติ พระนิพนธ์ของสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร ที่กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการได้รวบรวมไว้นั้น ล้วนเป็นค าสอนที่ เหมาะสมจะน าไปใช้เป็นหลักปฏิบัติในการด าเนินชีวิตปัจจุบันได้อย่างดี ทั้งให้ข้อคิดเตือนใจส าหรับตนเอง หรือใช้แนะน าสั่งสอนผู้อื่น ค าสอนใน โคลงโลกนิติจึงทรงคุณค่าเสมอส าหรับผู้ที่ประพฤติปฏิบัติตาม
ค าศัพท์น่ารู้ กฤษณา ส่วนของเนื้อไม้ซึ่งมีสีด า กลิ่นหอม ใช้ท ายาได้ ระรวย ส่งกลิ่นหอมน้อย ๆ เพริศ งาม, ดียิ่ง เสนหา (สะ-เน-หา) ความรัก คละคลุ้ง เหม็นคล้ายกลิ่นของเค็มปนกับของเน่า งาสาร งาช้าง ทรงญาณ (ซง-ยาน) ผู้มีปรีชาหยั่งรู้หรือก าหนดรู้ที่เกิดจากอ านาจสมาธิ
ค าศัพท์น่ารู้ ทรชน, ทุรชน (ทอ-ระ-ชน, ทุ-ระ-ชน) คนชั่วร้าย เฉก เช่น, เหมือน มรณัง (มอ-ระ-นัง) ความตาย สาธุชน (สา-ทุ-ชน) คนดี, คนที่มีคุณงามความดี นฤโทษ (นะ-รึ-โทด) ไม่มีโทษ กลั่น คัดเอา, เลือกเอา สมาคม (สะ-มา-คม) การคบค้า นาคี งู
ค าศัพท์น่ารู้ สุริโย พระอาทิตย์ เดโช อ านาจ โยโส อวดดี, หยิ่งจองหอง สงวน (สะ-หงวน) ถนอมรักษา สดับ (สะ-ดับ) ตั้งใจฟัง ห่อน เคย เหี้ยน กร่อนไปเกือบหมดหรือหมด อุทก น ้า เล่ห์ คล้าย, เปรียบ, เช่น, เหมือน เสียรู้ ไม่ทันเชิงเขา
ฝึกท า แบบฝึกหัด กันนะคะ
ให้นักเรียนตอบค าถามเกี่ยวกับเรื่อง คบพาล พาลพาไปหาผิด ๑. โคลงโลกนิติ เป็นผลงานการประพันธ์ของใคร ๒. โคลงโลกนิติจารึกไว้ที่ใด ๓. รัชกาลที่ ๓ จารึกความรู้ต่าง ๆ ประกอบด้วยความรู้ในด้านใดบ้าง ๔. โคลงโลกนิติแต่งด้วยค าประพันธ์ชนิดใด ๕. นักเรียนคิดว่า “โคลงโลกนิติ” ให้ข้อคิดอะไรบ้าง
จ บ แ ล้ ว ค่ะ
ให้นักเรียนตอบค าถามเกี่ยวกับเรื่อง วิชาเหมือนสินค้า เฉลย ๑. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ๒. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (อยู่ในกรุงเทพมหานคร) ๓. ด้านวรรณคดี โบราณคดี พระพุทธศาสนา ประเพณี ต ารายา ตลอดจนสุภาษิตต่าง ๆ ๔. โคลงสี่สุภาพ ๕. มุ่งให้เป็นเครื่องเตือนใจแก่ผู้อ่าน เป็นแนวทางในการด าเนินชีวิต กล่าวถึงความเป็น จริงที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์ เช่น การเลือกคบเพื่อน การศึกษาหาความรู้