The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แบบฝึกทักษะทางวิชาการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 (ประถม)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by art5680144134, 2022-12-25 03:47:48

แบบฝึกทักษะทางวิชาการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 (ประถม)

แบบฝึกทักษะทางวิชาการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 (ประถม)

สรปุ เน้ือหาส�ำคญั จากบทเรียน รายวชิ าศลิ ปศึกษา รหัสวิชา ทช11003

จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. นักศกึ ษาสามารถบอกความหมายและความส�ำคญั ของทศั นศิลปไ์ ด้
2. นกั ศกึ ษาสามารถบอก จดุ เสน้ ส ี แสง – เงา รปู รา่ งและรปู ทรง ทมี่ ตี อ่ ความรสู้ กึ และทศั นคตขิ องงานทศั นศลิ ปไ์ ด้
3. นักศกึ ษาสามารถเปรียบเทยี บ วเิ คราะห ์ วพิ ากษ ์ วิจารณ์ เกย่ี วกับ ความคดิ สร้างสรรค์ในการประดับ
ตกแตง่ ในงานทศั นศิลป์สากลได้
4. นักศึกษาสามารถบอกและอธิบายความดีงาม คุณค่า ของงานทศั นศลิ ป์ทีม่ ตี อ่ ประเพณี วฒั นธรรมของสังคม
ไทยได้

บทท่ี 1 ทัศนศลิ ป์

จดุ คอื องคป์ ระกอบทเี่ ลก็ ทส่ี ดุ จดุ เปน็ สงิ่ ทสี่ ามารถบอกตำ� แหนง่ และทศิ ทางโดยการนำ� จดุ มาเรยี งตอ่ กนั ใหเ้ ปน็
เสน้ การรวมกนั ของจดุ จะเกดิ น�้ำหนกั ทใ่ี ห้ปริมาตรแกร่ ปู ทรง เป็นต้น
เสน้ หมายถึง จุดหลายๆจดุ ทีเ่ รียงชิดติดกนั เปน็ แนวยาวโดยการลากเส้นจากจุดหนงึ่ ไปยังอีกจดุ หน่ึง ในทศิ ทาง
ท่แี ตกตา่ งกนั โดยจำ� แนกออกไดเ้ ปน็ ลกั ษณะใหญ่ๆคือ เสน้ ตั้ง เสน้ นอน เสน้ เฉยี ง เส้นโค้ง เส้นหยกั เส้นซกิ แซก
สี หมายถึง หลักวิชาในเร่ืองของสีที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา แสงสีขาวจะกระจายออกเป็นสีรุ้งเรียกว่า
สเปคตรมั มี 7 สี ไดแ้ ก ่ มว่ ง คราม น�ำ้ เงนิ เขยี ว เหลือง ส้ม แดง และไดก้ ำ� หนดใหเ้ ปน็ ทฤษฎสี ีของแสง
แสงและเงา หมายถงึ แสงทีส่ ่องมากระทบพนื้ ผวิ ทม่ี สี ีอ่อนแกแ่ ละพื้นผวิ สงู ต�ำ่ โคง้ นนู เรยี บ หรือขรขุ ระทำ� ให้
ปรากฏแสงและเงาแตกตา่ งกัน
ศิลปะ หมายถึง ผลแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ที่แสดงออกมาในรูปลักษณ์ต่าง ๆ ให้ปรากฏซึ่งความ
สุนทรียภาพ ความประทับใจ หรือความสะเทือนอารมณ์ ตามประสบการณ์ รสนิยม และทักษะของบุคคลแต่ละคน
ประเภทของงานทัศนศิลป์ สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท คอื
1. งานจิตรกรรม 2. งานประติมากรรม 3. สถาปตั ยกรรม 4. ศิลปะภาพพมิ พ์

บทท่ี 2 ดนตรสี ากล

ประวตั คิ วามเป็นมาของดนตรีสากล ดนตรีสากลประเภทต่างๆ มีดงั นี้
- เครือ่ งดนตรสี ากลประเภทเครือ่ งสาย
- เครื่องดนตรสี ากลประเภทเคร่อื งลมไม้
- เครอ่ื งดนตรีสากลประเภทลมทองเหลอื ง
- เครอ่ื งดนตรปี ระเภทเครื่องตีกระทบ
- เครื่องดนตรีสากลประเภทเครอ่ื งลิม่ นิว้

บทท่ี 3 นาฏศลิ ป์

นาฏยนยิ ม หมายถงึ คาํ อธบิ ายคาํ จาํ กดั ความ ขอบเขต บทบาทและรปู ลกั ษณ์ ของนาฏศลิ ปซ์ ง่ึ แสดงความหมาย
ของนาฏศิลป์ ทหี่ ลากหลาย อนั เป็นเคร่อื งบ่งช้ีวา่ นาฏยศิลปม์ คี วาม สาํ คญั เกยี่ วขอ้ งกบั ชีวติ และสังคมมาตัง้ แตอ่ ดตี กาล
สุนทรยี ทางนาฏศิลป์สากล หมายถึง ความวจิ ติ รงดงามของการแสดงนาฏศลิ ป์สากล ซึง่ ประกอบไปด้วย ระบํา
รํา ฟ้อน ละครอันมีลีลาท่ารําและการเคล่ือนไหวที่ประกอบดนตรี บทร้องตามลักษณะและชนิดของการแสดงแต่ละ
ประเภท

44  แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

ประเภทของละคร การแบง่ ประเภทของละคร นกั ทฤษฎจี ดั แบง่ ประเภทของละครขน้ึ เพอื่ ประโยชนใ์ นการศกึ ษา
เพอื่ ใหผ้ ศู้ กึ ษาทฤษฎกี ารละครมคี วามเขา้ ใจพนื้ ฐานของวชิ าการละครซงึ่ จะชว่ ยใหผ้ ศู้ กึ ษาไดร้ คู้ ณุ คา่ ของศลิ ปะการละคร
เพอื่ นำ� ความรมู้ าเปน็ แนวทางในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานการแสดงละครใหพ้ ฒั นา ละครแบง่ ออกเปน็ ประเภทโศกนาฏกรรม
และสขุ นาฏกรรม

บทท่ี 4 การออกแบบกบั แนวทางการประกอบอาชพี

มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลาตามแต่ประสบการณ์มากน้อยของแต่ละบุคคล การออกแบบเป็น
ส่วนหนึ่งของความคดิ สรา้ งสรรคท์ างศลิ ปะของมนุษย์ การออกแบบทางศลิ ปะสามารถน�ำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการประกอบ
อาชพี ไดห้ ลายสาขา
หมายเหตุ : ให้นกั ศึกษา ได้ศึกษาเพ่ิมเติมจากหนงั สอื แบบเรยี นรายวชิ าศิลปศึกษา ทช11003

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน  45
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

แบบทดสอบรายวชิ าศลิ ปศกึ ษา ทช11003

จงเลอื กคำ� ตอบทถ่ี ูกต้องเพยี งคำ� ตอบเดียว 8. การตกแต่งห้องจัดกิจกรรมส�ำหรับเด็กควรใช้โทนสี
1. ศลิ ปะในขอ้ ใดจดั อยู่ในสาขาทัศนศลิ ปท์ ้ังหมด ลักษณะใด
ก.การละคร ภาพพมิ พ์ ภาพถา่ ย ก. สีเรยี บๆ
ข.ภาพถ่าย ส่ือผสม ประติมากรรม ข. สสี ดใส
ค.จติ รกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม ค. สรี อ้ นแรง
ง.ภาพพมิ พ์ นาฏศิลป์ ประตมิ ากรรม ง. สมี ืด
2. ปัจจัยในข้อใดที่มีอิทธิพลต่อจิตใจ อารมณ์ของมนุษย์ 9. ขอ้ ใดเปน็ สาเหตใุ หโ้ บราณสถานชำ� รดุ เสยี หายทเี่ กดิ จาก
มากท่ีสุดในการจดั องคป์ ระกอบศลิ ปะ มนุษย์มากทีส่ ุด
ก. ส ี ข. แสง ก. สงคราม
ค. เงา ง. เสน้ ข. น�้ำทว่ ม
3. เมื่อน�ำจดุ มาเรียงต่อกันจะทำ� ให้เกดิ อะไร ค. การทอ่ งเทย่ี ว
ก. รูปรา่ ง ข. เส้น ง. แผน่ ดนิ ไหว
ค. รปู ทรง ง. จดุ หลายจุด 10. เครอ่ื งดนตรีชนิดใดนยิ มนำ� มาใชป้ ระกอบในการเขียน
4. ในการเขยี นภาพบริเวณส่วนใดของภาพที่เรียกวา่ เงา เพลง
ก. สว่ นทอี่ ยดู่ า้ นบนของภาพ ก. ไวโอลีน
ข. สว่ นของวตั ถุบริเวณไมถ่ กู แสง ข. กตี าร์
ค. สว่ นของวัตถบุ รเิ วณทถี่ กู แสง ค. เปยี โน
ง. สว่ นที่อยู่ด้านหลงั ของภาพ ง. สีร้อนแรง
5. เครอ่ื งดนตรชี นดิ ใดทต่ี อ้ งใชใ้ นการเปา่ ลมถงึ จะเกดิ เสยี ง 11. สีในข้อใดเปน็ แม่สี
ก. ฟรตุ เปียโน ข. เปียโน ปี่ ก. แดง ดำ� เขยี ว
ค. ขลยุ ปี ่ ง. ไซโลโฟน กรบั ข. แดง เขยี ว น�ำ้ เงนิ
6. ในการออกแบบตกแต่งที่อยู่อาศัยมีจุดประสงค์ในการ ค. แดง เหลือง นำ้� เงนิ
ออกแบบอยา่ งไร ง. แดง เขยี ว เหลอื ง
ก. เพื่อความสวยงาม 12. เส่ือรำ� แพน เปน็ งานหตั กรรมของภาคใด
ข. เพ่ือประโยชนใ์ นการใชส้ วย ก. ภาคกลาง
ค. เพือ่ เกิดความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์ ข. ภาคเหนอื
ง. เพื่อตามใจผ้อู ยู่ ค. ภาคใต้
7. งานศิลปะในข้อใดที่ผู้สร้างจะต้องค�ำนึงถึงความมั่นคง ง. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
แข็งแรงและสนองตอ่ ประโยชน์ในการใชง้ านมากที่สุด 13. จะเขเ้ ปน็ เคร่ืองดนตรปี ระเภทใด
ก. จิตรกรรม ก. เคร่อื งตี
ข. สถาปตั ยกรรม ข. เคร่อื งเปา่
ค. ประตมิ ากรรม ค. เครอ่ื งดดี
ง. ภาพพมิ พ์ ง. เครอื่ งส ี

46  แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

14. ข้อใดเปน็ เครือ่ งตีที่ทำ� ด้วยหนงั 18. สีในสมัยโบราณ ไดม้ าจากส่ิงใด
ก. ระนาดทุม้ ก. เปลอื กไม้
ข. กลองทดั ข. หนิ แดง
ค. ฆอ้ งวงเล็ก ค. ดินแดง
ง. ฆอ้ งวงใหญ่ ง. น�ำ้ แดง
15. ข้อใดแสดงออกถงึ การับรู้ความไพเราะ 19. รูปเคารพในศาสนา เชน่ พระพทุ ธรปู ตรงข้อใด
ก. การหัวเราะสนกุ สนาน ก. ประตมิ ากรรม
ข. การอยากร้องเพลง ข. ปัตตมิ ากรรม
ค. การเคาะจงั หวะตามเพลง ค. ประติมากร
ง. ถกู ทุกขอ้ ง. จิตรกรรม
16. ภูมปิ ัญญา หมายถงึ ข้อใด 20. นาฏศิลป์พ้ืนบ้านการฟ้อนม่าน หมายถึงการฟ้อน
ก. ความดี แบบใด
ข. ความรูค้ วามสามารถ ก. การฟ้อนรำ� แบบมอญ
ค. ความงาม ข. การฟ้อนพร้อมการขับร้อง
ง. สติปญั ญา ค. การฟอ้ นรำ� แบบไม่ใช้ดนตร ี
17. ข้อใดทไี่ มใ่ ชเ่ ป็นการแสดงพื้นเมอื งของภาคอีสาน ง. การฟ้อนร�ำแบบใชด้ นตรี ไมม่ กี ารขับร้อง
ก. หมอล�ำ
ข. เซิ้งบงั้ ไฟ
ค. เซงิ้ กระติบ
ง. โนรา

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน  47
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

สรุปเนอื้ หาส�ำคญั จากบทเรียน รายวชิ าสงั คมศกึ ษา รหัสวชิ า สค11001

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. นักศกึ ษามีความรู้ ความเข้าใจ เกีย่ วกบั สภาพทางภมู ศิ าสตร์กายภาพของประเทศไทยกับทวีปต่างๆ ได้
2. นักศกึ ษาสามารถเปรยี บเทียบสภาพภูมศิ าสตร์กายภาพของประเทศไทยกบั ทวีปตา่ ง ๆ ได้
3. นักศึกษาสามารถอธบิ ายถึงปรากฏการณท์ างธรรมชาติที่เกดิ ขึน้ ในโลกได้
4. นกั ศึกษาสามารถใชเ้ ครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตรท์ ี่สำ� คัญๆ ได้
5. นกั ศกึ ษาสามารถบอกวธิ ปี อ้ งกันตนเอง ใหป้ ลอดภยั เมอื่ เกดิ ภยั จากปรากฏการณธ์ รรมชาติได้
6. นักศึกษาสามารถวิเคราะห์แนวโนม้ และวกิ ฤตสิ่งแวดลอ้ มทเี่ กิดจากการกระท�ำของมนุษยไ์ ด้
7. นกั ศกึ ษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการใชน้ วตั กรรม และเทคโนโลยดี า้ นสง่ิ แวดลอ้ มเพอ่ื พฒั นาทรพั ยากรธรรมชาติ
และสง่ิ แวดล้อมท่ยี ง่ั ยืน

บทท่ี 1 ภมู ศิ าสตรทางกายภาพประเทศไทย

เรือ่ งที่ 1 ลกั ษณะทางภมู ิศาสตรก ายภาพของชมุ ชน
ภมู ศิ าสตร หมายถงึ วิชาทศี่ ึกษาเกย่ี วกบั ภมู ิประเทศ ภูมอิ ากาศ ทรพั ยากรธรรมชาติ ผลติ ผลและคน รวมท้งั
การกระจายของส่งิ ตา งๆ ความสัมพนั ธร ะหวางโลกกับมนุษย สงิ่ แวดลอมกับมนษุ ย
ภมู อิ ากาศ หมายถึง การปฏิสัมพนั ธเ กย่ี วกับองคประกอบของอตุ นุ ิยมวิทยา
ภมู ปิ ระเทศ หมายถงึ การปฏสิ มั พนั ธเ กย่ี วกบั องคป ระกอบของแผน ดนิ จาํ พวก หนิ ดนิ ความตา งระดบั ทาํ ใหเ กดิ
ภาพลักษณร ูปแบบตา งๆ เชน พ้ืนทแี่ บบภเู ขา พื้นทแ่ี บบลาดเชงิ เขา พน้ื ท่รี าบ พ้ืนทลี่ มุ เปน ตน

เรอ่ื งที่ 2 ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรก ายภาพของประเทศไทย

ประเทศไทยตั้งอยใู นคาบสมุทรอินโดจนี และอยูทางทศิ ตะวนั ออกเฉียงใตของทวปี เอเชยี ทตี่ ้งั ของประเทศไทย
อยแู ถบศนู ยส ตู ร จงึ เปน บรเิ วณทไ่ี ดร บั พลงั งานความรอ นจากดวงอาทติ ยม าก เปน ประเทศทอี่ ยใู นเขตรอ นและมอี ณุ หภมู ิ
ของอากาศเฉล่ยี สงู ตลอดท้งั ป
ลกั ษณะภมู ิอากาศ
ประเทศไทยตั้งอยใู กลเสนศูนยสูตร ในซีกโลกตอนเหนือประเทศไทยจึงมีภูมิอากาศแบบทงุ หญาสะวันนาเปน
สวนใหญภูมิอากาศของประเทศไทยไดรับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใตและลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
ประเทศไทยมพี น้ื ทป่ี ระมาณ 513,115 ตารางกโิ ลเมตร มพี นื้ ทใ่ี หญเ ปน อนั ดบั ที่ 3 ของเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต ประเทศไทย
ตง้ั อยใู นคาบสมทุ รอนิ โดจนี ประเทศไทยแบง ตามลกั ษณะภมู ศิ าสตรไ ด 6 ภาค ไดแ ก ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวนั ตกและภาคใต้
เรื่องท่ี 3 การใชข อมลู ภมู ิศาสตรก ายภาพชมุ ชน ทองถ่นิ เพอื่ ใชใ นการดาํ รงชีวิต
เรอ่ื งที่ 4 ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละการอนรุ กั ษท รพั ยากรธรรมชาต ิ หมายถงึ สงิ่ ตา งๆ ทเี่ กดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ
และมนษุ ยสามารถนาํ มาใชใหเกิดประโยชนต อ การดาํ รงชีวิต แบง ทรพั ยากร ออกเปน 3 ประเภท คอื
1. ประเภทที่ใชแลวหมดไป ไดแ ก แรธ าตุ น้�ำมนั กา ซ ธาตอุ าหารพชื ในดิน
2. ประเภทท่ใี ชไ มห มดแตเ ส่อื มคณุ ภาพไดแ ก ดิน นำ้� อากาศ
3. ประเภททีใ่ ชแ ลวหมดไปแตสามารถหาทดแทนขนึ้ มาได ไดแก ปา ไม สตั วปา
เร่อื งท่ี 5 ศกั ยภาพของประเทศไทย

48  แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

บทที่ 2 ประวัตศิ าสตรช าตไิ ทย

เร่อื งท่ี 1 ประวัตศิ าสตร
เร่ืองที่ 2 ประวตั ิความเปน มาของชนชาติไทย
สมยั กรงุ สุโขทยั
อาณาจักรกรุงธนบรุ ี
กรงุ รัตนโกสินทร
การปฏิรูปราชการในสมยั รชั กาลที่ 4 เปดโอกาสใหร าษฎรรองทกุ ข ถวายฎีกาได้ ดวยการตกี ลองวนิ จิ ฉยั เภรี
ปรบั ปรงุ กฎหมาย ทรงตราพระราชกำ� หนดกฎหมายใหม่ โปรดใหจ้ ดั ตง้ั โรงพมิ พห์ ลวงขนึ้ เพอื่ ใชพ้ มิ พป์ ระกาศและกฎหมาย
ตา่ งๆ และประกาศใหข้ า้ ราชการสวมเสอื้ เวลาเขา้ เฝา้ ใหเ้ สรภี าพแกป่ ระชาชนในการนบั ถอื ศาสนา ทรงจา งแหมม แอนนา
มาเปน ครูสอนภาษาอังกฤษใหแกพ ระราชโอรสและพระราชธดิ า ในพระบรมมหาราชวัง และทรงทาํ นบุ ํารุงพระศาสนา
ทรงใหเ สรภี าพในการนบั ถอื ศาสนา
การปฏริ ูปในสมยั รัชกาลท่ี 5 การเลกิ ทาส แบบคอ ยเปนคอยไป โดยโปรดใหเ ลิกการซื้อขายทาส ลดคาตวั ทาส
ลกู ทาส ในป พ.ศ. 2411 ทรงใชเ วลา 31 ป แผน ดนิ ไทยจงึ หมดทาส จดั ตง้ั โรงเรยี นมหาดเลก็ หลวงและโรงเรยี นวดั มหรรณ
พาราม การปรบั ปรงุ ประเพณตี า ง ๆ ยกเลกิ พธิ กี ารหมอบคลานเวลาเขา เฝา ยกเลกิ ทรงผมมหาดไทย จดั ใหม้ จี ดั การไฟฟา
การประปา

บทที่ 3 เศรษฐศาสตร์

เรอ่ื งท่ี 1 เศรษฐศาสตรใ นครอบครวั และชมุ ชนเศรษฐศาสตร
เร่ืองที่ 2 กิจกรรมทางเศรษฐกจิ การผลิต กจิ กรรมทางเศรษฐกิจการผลิต หมายถึง การทําใหเ กดิ มีขน้ึ ตามความ
ตอ งการโดยแรงคนหรอื เครอื่ งจกั ร สงิ่ ทมี่ คี วามสาํ คญั ในการผลติ สนิ คา และบรกิ าร 4 ประการ ไดแ ก ทรพั ยากรธรรมชาติ
ทุน แรงงาน การประกอบการ
เรือ่ งที่ 3 คณุ ธรรมของผูผลิตและผูบ ริโภค
ผูผลิต หมายถึง ผูผลิตสินคาและบริการโดยการนําปจจัยการผลิตมาแปรรูปเปนสินคา ผูบริโภค หมายถึง
ผใู ชป ระโยชนจ ากสินคา และบรกิ าร ซงึ่ อาจจะเปน การบริโภคโดยตรง เชน การดื่ม การรับประทาน การใชส ินคา หรือ
การบรโิ ภค
คณุ ธรรมของผูบริโภค เปนหลักในการเลอื กบรโิ ภคสินคาผูบริโภค ควรปฏิบตั ิ ดงั นใี้ ชด้ ว้ ยความจาํ เปน ใชใ้ ห้
ประโยชนและความปลอดภัย ใชอ้ ยา่ งประหยดั
เรอื่ งที่ 4 ทรัพยากรธรรมชาติ
ทรพั ยากรในทางเศรษฐศาสตร หมายถงึ สงิ่ มคี า ทง้ั ปวง ซง่ึ อาจจะเกดิ ขนึ้ เองหรอื มอี ยตู ามธรรมชาตแิ ละเกดิ จาก
การทม่ี นษุ ยสรา งหรือประดษิ ฐขึ้น ประเภทของทรัพยากร แบง ออกเปน็ ประเภทตา งๆ ดงั น้ี
ทรพั ยากรมนุษย และทรพั ยากรท่ไี มใชม นุษย ไดแ้ ก่ ทรัพยากรทีม่ นุษยสรางขึน้ และ ทรัพยากรธรรมชาติ ซึง่
หมายถงึ ทรัพยากรทีเ่ กิดข้นึ เองหรอื มีอยูตามธรรมชาติ

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน  49
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

บทท่ี 4 การเมืองการปกครอง

เรื่องที่ 1 ความหมายความสําคัญของการเมืองการปกครอง ความเปนมาของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเปน
กฎหมายสงู สดุ หรือเปนกฎหมายหลักของประเทศ รฐั ธรรมนูญเปนกฎหมายหลักทสี่ ําคญั ท่สี ดุ เปน เสมือนกฎหมายหรอื
กตกิ าของประชาชน
อาํ นาจอธปิ ไตย แบงออกเปน 3 อํานาจ ไดแ ก อํานาจนติ บิ ัญญัติ (รฐั สภา) อาํ นาจบรหิ าร (คณะรฐั มนตร)ี และ
อํานาจตลุ าการ (ศาล)
เรื่องที่ 2 โครงสรางการบริหารราชการแผนดิน การบริหารราชการแผนดินเปนอํานาจหนาท่ีของรัฐบาล
แบงออกเปน การบรหิ ารราชการสว นกลาง และการบรหิ ารราชการสวนภูมิภาค
เรื่องที่ 3 ความสัมพันธระหวางอํานาจนิติบัญญัติ ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ
สมบูรณาญาสิทธิราชยเ ปนระบอบประชาธิปไตย ต้งั แตว นั ที่ 24 มิถนุ ายน 2475 นับเปน การสนิ้ สุดการปกครองระบอบ
สมบูรณาญาสทิ ธริ าชยแ ละเริม่ ตน การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
เรื่องท่ี 4 การมีสวนรวมทางการเมืองการปกครอง ในระดับทองถ่ินและระดับประเทศในสังคมประชาธิปไตย
ถอื วา อาํ นาจอธปิ ไตย
หมายเหตุ : ใหน้ กั ศกึ ษา ได้ศึกษาเพ่ิมเตมิ จากหนังสือแบบเรียนรายวิชาสังคมศกึ ษา สค11001

50  แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

แบบทดสอบรายวชิ าสังคมศกึ ษา สค11001

จงเลือกค�ำตอบท่ีถกู ตอ้ งทีส่ ดุ เพยี งค�ำตอบเดยี ว 6. ภาคใดของประเทศไทยเปน็ ทวิ เขา
1. ขอ้ ใดคอื ความหมายที่ถกู ต้องของภมู ิศาสตร์
ก. วชิ าท่ีศึกษาเกยี่ วกบั พลงั งาน ก. ภาคใต้
ข. วิชาทศี่ กึ ษาเก่ียวกบั จำ� นวนและตัวเลข ข. ภาคกลาง
ค. วชิ าทศี่ กึ ษาเกยี่ วกบั พธิ กี รรมและหลกั ธรรมคำ� สอน ค. ภาคเหนอื
ง. วชิ าที่ศกึ ษาเกี่ยวกับพ้นื ผิวโลก ภูมปิ ระเทศ ง. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ
ภมู ิอากาศ 7. อาณาเขตใต้สดุ ของประเทศไทยอยูท่ ีใ่ ด
2. ความหมายทีถ่ กู ต้องของภูมิอากาศคอื ข้อใด ก. อำ� เภอเบตง จังหวัดยะลา
ก. ภาวะร้อนหนาวของแตล่ ะพนื้ ท่ี ข. อ�ำเภอหัวหนิ จงั หวดั ชลบุรี
ข. การปฏิสัมพนั ธข์ ององค์ประกอบของแผน่ ดนิ ค. อำ� เภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธวิ าส
ค. ความสมั พันธร์ ะหว่างโลกกับมนษุ ยร์ วมถงึ ง. อำ� เภอเมอื ง จังหวดั ประจวบคีรขี ันธ์
ส่ิงแวดลอ้ ม 8. จฬุ ารตั นต์ อ้ งการไปเทย่ี วทะเลบรเิ วณอา่ วไทย จฬุ ารตั น์
ง. การปฏิสัมพันธเ์ กย่ี วกบั องค์ประกอบของ ต้องเดินทางไปทจ่ี ังหวัดใดต่อไปนี ้ ยกเวน้ ข้อใด
อุตุนยิ มวิทยา ก. ตราด
3. ประเทศไทยต้ังอยูใ่ นคาบสมทุ รใด ข. กระบ่ี
ก. แปซฟิ กิ ค. ชลบรุ ี
ข. อนิ โดจีน ง. สรุ าษฎรธ์ านี
ค. แอตแลนติก 9. ขอ้ ใดคือความหมายของทรัพยากรธรรมชาติ
ง. แอตแลนต้า ก. สิ่งทม่ี นุษยส์ ร้างขน้ึ
4. ลกั ษณะภมู อิ ากาศของประเทศไทยเป็นแบบใด ข. สิ่งท่มี อี ยู่ท่ัวไปในทุกหนแหง่
ก. แบบอบอุ่น ค. สง่ิ มีม่ นษุ ยน์ ำ� ไปใชใ้ นกิจกรรมต่างๆ
ข. แบบร้อนชนื้ ง. สง่ิ ท่ีเกดิ ข้ึนเองและมีอยตู่ ามธรรมชาตแิ ละ
ค. แบบป่าดงดบิ มนษุ ย์นำ� ไปใช้ประโยชน์ได้
ง. แบบทุ่งหญา้ สะวันนา 10. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแบบใดทคี่ นมักตง้ั บ้านเรอื นอาศัย
5. ข้อใดเป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่ใช้ในการเดินทาง อยหู่ นาแนน่
ค้นหาสถานที่ตา่ งๆ ก. ลกั ษณะภมู ิประเทศเปน็ ภเู ขา
ก. แผนทีแ่ ละเข็มทิศ ข. ลักษณะภมู ปิ ระเทศเปน็ ทรี่ าบสงู
ข. สายวดั และแผนที่ ค. ลกั ษณะภูมิประเทศเปน็ ทรี่ าบและชายฝ่ังทะเล
ค. เข็มทศิ และไฟฉาย ง. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเป็นภเู ขาและทร่ี าบสูง
ง. ไฟฉายและสายวัด 11. ในยคุ ประวตั ิศาสตรม์ กี ารบันทกึ เรอ่ื งราวลงในส่งิ ใด
ก. ศลิ าจารกึ , ผืนผา้
ข. ผืนผ้า , พงศวดาร
ค. แผน่ ศลิ า , หนงั สตั ว์ , ดนิ เผา , ถ้�ำ
ง. ผืนผา้ . หนังสัตว์ , สกั บนผิวมนุษย์

แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น  51
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

12. ในสมยั กรุงสโุ ขทยั มกี ารปกครองแบบใด 17. วัตถุประสงค์ส�ำคัญที่สุดของการศึกษาเศรษฐศาสตร ์
ก. เผดจ็ การ คืออะไร
ข. ราชาธิปไตย ก. ท�ำให้รู้จกั การเงินการธนาคาร
ค. อัตตาธิปไตย ข. มคี วามรู้เร่ืองการกระจายรายได้
ง. พ่อปกครองลกู ค. รฐั บาลสามารถพฒั นาระบบการคลัง
13. ประเทศไทยมีการเลกิ ทาสในสมยั ราชการใด ง. เพ่ือประโยชน์ในการจดั สรรทรพั ยากร
ก. รัชกาลที่ 4 18. การใช้อ�ำนาจในการปกครองประเทศไทยอยู่ภายใต้
ข. รัชกาลท่ ี 5 กรอบท่กี �ำหนดไวข้ องสิ่งใด
ค. รัชกาลท่ ี 6 ก. กฎหมาย
ง. รัชกาลท่ี 7 ข. รัฐธรรมนูญ
14. ประเทศไทยมีการเปล่ียนแปลงการปกครองจาก ค. ความต้องการของรฐั
ระบอบสมบรู ณาญาสทิ ธริ าชยม์ าเปน็ ระบอบประชาธปิ ไตย ง. ความตอ้ งการของประชาชน
อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมขุ เมอื่ ใด 19. อำ� นาจอธปิ ไตยเปน็ ของปวงชนชาวไทย หมายถงึ ขอ้ ใด
ก. 24 มถิ ุนายน 2475 ก. ชนชนั้ สงู มอี �ำนาจในการปกครอง
ข. 10 ธนั วาคม 2475 ข. ประชาชนมกี ารศกึ ษาชว่ ยกันปกครอง
ค. 24 มถิ นุ ายน 2477 ค. ประชาชนมสี ว่ นร่วมในการปกครอง
ง. 19 กนั ยายน 2549 ง. อ�ำนาจในการปกครองอยู่ท่ีบคุ คลทม่ี ีความรู้
15. ประเทศไทยมีการได้มีการจัดตั้งโรงเรียนแห่งแรกขึ้น 20. การบริหารราชการแผ่นดนิ เป็นอำ� นาจของฝา่ ยใด
ในสมยั รชั การท่ี 5 ช่ือโรงเรียนอะไร ก. รัฐบาล
ก. โรงเรยี นสตรีวดั ระฆัง ข. ผแู้ ทนราษฎร
ข. โรงเรียนสวนดุสติ วิทยาลัย ค. นายกรัฐมนตรี
ค. โรงเรียนสวนกหุ ลาบวทิ ยาลัย ง. ผู้วา่ ราชการจงั หวดั
ง. โรงเรียนวัดมหรรณพาราม
16. ขอ้ ใดคอื ความหมายของเศรษฐศาสตร์
ก. การศกึ ษาเกยี่ วกบั การซอื้ ขาย-แลกเปลีย่ นสินค้า
ข. การศกึ ษาเกี่ยวกับการซ้อื ขาย-กำ� ไร-ขาดทุน
ค. การศกึ ษาเรื่องการตลาด บรหิ ารจัดการสนิ ค้า
ง. การศกึ ษาเกี่ยวกับการท่ีมนษุ ยใ์ ชว้ ธิ กี ารต่าง ๆ
นำ� เอาทรัพยากรธรรมชาติมาใชผ้ ลิตสนิ คา้

52  แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

สรุปเน้ือหาส�ำคัญจากบทเรยี น รายวชิ าศาสนาและหน้าท่ีพลเมอื ง รหสั วชิ า สค11002

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

1. ผเู้ รยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั ความหมายความสำ� คญั ของศาสนาวฒั นธรรมประเพณใี นประเทศไทย
2. ผเู้ รยี นรแู้ ละเขา้ ใจในเรอื่ งสทิ ธเิ สรภี าพ บทบาทหนา้ ทแ่ี ละคณุ คา่ ของความเปน็ พลเมอื งดี ตามแนวทางประชาธปิ ไตย

บทท่ี 1 ศาสนาน่ารู้

1. เอเชยี ตะวนั ตกเฉียงใต้เป็นแหล่งกำ� เนดิ ของศาสนายูดาหศ์ าสนาคริสต์และอสิ ลาม
2. เอเชียใตเ้ ปน็ แหลง่ กำ� เนดิ ของศาสนาฮนิ ดูและพระพทุ ธศาสนา
3. เอเชยี ตะวนั ออกเปน็ แหลง่ กำ� เนดิ ของลทั ธขิ งจอื้ เตา๋ และชนิ โตซง่ึ นำ� หลกั ธรรมของพระพทุ ธศาสนามาประยกุ ต์
และผสมผสานเขา้ กนั ได้อยา่ งเหมาะสม

บทท่ี 2 วฒั นธรรมและประเพณี

ความหมายของวัฒนธรรม "วฒั นธรรม" หมายถงึ "แบบอย่างหรอื วิถีการดำ� เนินชีวิตของชมุ ชนแตล่ ะกล่มุ เป็น
ตัวกำ� หนดพฤติกรรมการอยรู่ ่วมกันอย่างปกติสขุ ในสังคม"
ความหมายของประเพณี ประเพณคี อื สงิ่ ทป่ี ฏบิ ตั เิ ชอ่ื ถอื มานานจนกลายเปน็ แบบอยา่ งความคดิ หรอื การกระทำ�
ท่สี บื ตอ่ กันมาและยงั มอี ทิ ธพิ ลอยู่ในปจั จบุ นั
ประเพณีเกิดจากความเชื่อในสิ่งที่มีอ�ำนาจเหนือมนุษย์ ประเพณีคือระเบียบแบบแผนในการปฏิบัติที่เห็นว่า
ดกี ว่าถกู ต้องกวา่ หรือเป็นท่ยี อมรับของคนในสงั คมและมกี ารปฏบิ ตั สิ ืบต่อกนั มา
หน้าทีพ่ ลเมอื ง พลเมอื งดีตามวถิ ีประชาธิปไตย คอื คนทยี่ ดึ หลักประชาธปิ ไตยในการด�ำรงชวี ิต
1. การคำ� นึงถงึ ประโยชน์สว่ นรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
2. วินยั ไดแ้ ก่ การฝกึ กาย วาจา และใจใหส้ ามารถควบคมุ พฤติกรรมของตนเอง
3. ความรบั ผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ไี ด้แก่การเอาใจใสต่ ั้งใจและมงุ่ ม่ันปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีตามบทบาทของตนอย่างเต็มความ
สามารถทง้ั น้ีเพือ่ ให้งานบรรลุผลตามเปา้ หมายตรงตามระยะเวลาท่ีก�ำหนด
4. ความอดทน ไดแ้ ก่การมีจิตใจหนกั แนน่ สามารถควบคมุ อารมณ์และพฤติกรรมใหเ้ ป็นปกติ เม่ือต้องเผชญิ กบั
ปัญหาหรอื สง่ิ ท่ไี ม่พึงพอใจ
5. การประหยัดและอดออม
6. การมนี ้�ำใจเป็นนักกฬี าไมแ่ ข่งขนั หรอื แก่งแย่งชงิ ดกี ัน
7. ความซือ่ สัตยส์ จุ ริต
8. การอนุรักษ์ความเป็นไทย
หมายเหตุ : ให้นักศึกษา ได้ศกึ ษาเพม่ิ เติมจากหนงั สือแบบเรียนรายวชิ าศาสนาและหน้าทีพ่ ลเมอื ง

แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น  53
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

แบบทดสอบวชิ าศาสนาและหนา้ ท่พี ลเมอื ง รหสั วชิ า สค11002

จงเลอื กคำ� ตอบท่ีถกู ต้องท่สี ดุ เพยี งคำ� ตอบเดียว
1. ข้อใดคอื ประเพณี 7. สถานภาพการสมรสได้แกข่ ้อใด
ก. การพดู ทักทาย ก. โสด ข. สมรส
ข. การแตง่ งาน ค. หมา้ ย ง. ถูกทุกข้อ
ค. การรบั ประทานขา้ ว 8. เมอื่ มคี นตายเกิดขน้ึ ในบา้ น ให้แจง้ การตายภายในเวลา
ง. การถอื ศลี 8 เทา่ ใด
2. ประเทศไทยได้รบั อทิ ธพิ ลวัฒนธรรมประเพณจี ากทใี่ ด ก. 24 ช่วั โมง ข. 2 วนั
ก. อารยธรรมตะวันตก ค. 3 วนั ง. 7 วัน
ข. อารยธรรมจีน 9. อาชีพลูกจา้ งอยู่ในความคมุ้ ครองของกฎหมายใด
ค. อารยธรรมอนิ เดีย ก. กฎหมายแพ่ง
ง. ถูกทกุ ข้อ ข. กฎหมายอาญา
3. การตอบแทนบุญคุณ บิดา มารดา บุพการี จัดเปน็ อะไร ค. กฎหมายครอบครวั
ก. ประเพณี ง. กฎหมายประกันสังคม
ข. จารตี ประเพณี 10. เมกกะ คือ เมอื งสําคญั ของศาสนาใด
ค. ขนบประเพณี ก. ศาสนาพทุ ธ
ง. ธรรมเนยี มประเพณี ข. ศาสนาอสิ ลาม
4. ประเพณใี ดทีม่ ที ุกภาคของประเทศไทย ค. ศาสนาครสิ ต์
ก. สงกรานต์ ง. ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู
ข. แขง่ เรอื 11. สังคมที่มีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุเป็นสังคม
ค. ว่งิ ควาย วัตถนุ ยิ ม ประชาชนควรมีคา่ นยิ มใดจึงจะ เหมาะสม
ง. สารทเดอื น 10 ก. รรู้ ักสามัคคี
5. ในความเปน็ ชาติแต่ละชาตมิ คี วามแตกต่างในดา้ นใด ข. ประหยดั และนิยมไทย
ก. วัฒนธรรมประเพณี ค. ใช้ชีวติ เรยี บง่าย
ข. ภาษา ง. มรี ะเบยี บวินยั
ค. ศิลปะ 12. ประชาธิปไตย ต้องเริ่มต้นท่ีใดเป็นแห่งแรก
ง. เชือ้ ชาติ ก. ครอบครัว
6. ความหมายคําว่า “ประชาธปิ ไตย” ตรงกับข้อใด ให้ผู้ ข. โรงเรียน
เรียนเลอื กคาํ ตอบท่ถี ูกตอ้ ง ค. ไปใชส้ ทิ ธิเลือกตัง้
ก. ประชาชนเปน็ ใหญ่ในประเทศ ง. การเลอื กต้ังผู้ใหญบ่ า้ น
ข. ระบอบการปกครองทถ่ี ือมติของปวงชนเปน็ ใหญ่ 13. หลักสาํ คญั ในการประชุมรว่ มกนั คืออะไร
หรือการถือเสยี งขา้ งมากเป็นใหญ่ ก. รกั ษาระเบียบ
ค. การปกครองทยี่ ึดหลักสิทธิเสรีภาพ ข. มีส่วนรว่ มในการจัดประชมุ
ง. การปกครองทม่ี ีอํานาจ ค. ยอมรับความคดิ เหน็ ผูอ้ ื่น
ง. เคารพกฎกติกา

54  แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

14. โทษสงู สดุ เกี่ยวกับคดียาเสพติด คืออะไร 18. สัมมาสมาธอิ ยูใ่ นธรรมะหมวดใด
ก. จาํ คุก 20 ปี ก. มรรค 8
ข. จาํ คกุ 20 ปี ทั้งจําท้งั ปรับ ข. อรยิ สัจ 4
ค. จําคกุ ตลอดชีวติ ค. ฆราวาสธรรม
ง. ประหารชวี ติ ง. พรหมวิหาร 4
15. ขอ้ ตอ่ ไปนข้ี อ้ ใดหมายถงึ “หนา้ ทข่ี องปวงชนชาวไทย” 19. ผใู้ ดขาดคณุ สมบตั ใิ นการสมคั รเลอื กตง้ั เปน็ สมาชกิ สภา
ก. ชาวไทยมหี นา้ ที่เกณท์ หาร เม่อื อายคุ รบ 20 ปี ผู้แทนราษฎร
ข. หน้าท่ีเลอื กตั้งผูแ้ ทนราษฎร ก. นายแดงจบการศกึ ษาระดบั ปริญญาตรี
ค. หน้าท่ีทะนบุ าํ รุงศาสนา ข. นายแดงไมไ่ ปเลือกต้ังทุกครั้ง
ง. หน้าท่รี ักษาสถาบันทกุ สถาบัน ค. นายเขยี วไปเลือกตั้งทุกครั้ง
16. ประเทศไทยปกครองระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่ปี ง. นายเขียวสังกดั พรรคการเมอื ง
พ.ศ อะไร 20. คาํ สอนศาสนาใดทเ่ี นน้ ให้มนุษยม์ คี วามรกั ตอ่ กัน
ก. 2455 ก. ศาสนาพทุ ธ
ข. 2465 ข. ศาสนาคริสต์
ค. 2475 ค. ศาสนาอสิ ลาม
ง. 2485 ง. ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู
17. ศาสนาพุทธเปน็ ศาสนาประเภทใด
ก. เอกเทวนิยม
ข. พหุเทวนยิ ม
ค. สัพพตั ถเทวนิยม
ง. อเทวนิยม

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น  55
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

สรปุ เน้ือหาสำ� คญั จากบทเรียน รายวชิ าการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม รหัสวชิ า สค11003
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

ผู้เรียนสามารถมีความรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาชุมชน/สังคม และวิเคราะห์ข้อมูลในการพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน สงั คม

บทที่ 1 การพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม

ความหมายความสำ� คญั และหลกั การพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม
การพฒั นา (Development ) หมายถึง การท�ำใหด ขี ้นึ ใหเ จริญขนึ้ เป็นการเพม่ิ คณุ คา ของส่งิ ตาง ๆ การพัฒนา
อาจพฒั นาจากส่ิงทม่ี ีอยเู่ ดิมหรอื สรา้ งสรรค์งใหมข่ ้ึนมาก็ได้
การพฒั นาตนเอง (Self Development) หมายถงึ ความตองการของบุคคลในการที่จะพฒั นาความรู ความ
สามารถของตนจากทเี่ ปน็ อยใู หม คี วามรคู วามสามารถเพมิ่ ขน้ึ เกดิ ประโยชนต อ ตนและหนว ยงานอกี ทงั้ ยงั เปน็ การพฒั นา
ตนเองตามศกั ยภาพของตนใหดีขนึ้ ท้งั ทางร่างกาย จิตใจ อารมณ สงั คมและสติปญั ญา เพอื่ เป็นสมาชกิ ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ
ของสงั คม
หลักการพัฒนาตนเองการพัฒนาตนเองเป็นการพัฒนาคุณสมบัติท่ีอยู่ในตัวบุคคล เป็นการจัดการตนเองใหมี
เป้าหมายชีวิตทดี่ ี ทงั้ ในปจ จุบันและอนาคต
แนวทางการพัฒนาตนเองนอกจากหลักการพัฒนาตนเองที่กลาวมาแลวยังมีแนวทางการพัฒนาตนเองดังนี้
การพฒั นาดา นจติ ใจ การพัฒนาดา นรางกาย การพัฒนาดา นอารมณ การพฒั นาดา นสังคม การพัฒนาดานความรู

บทที่ 2 การพฒั นาชมุ ชน

การพัฒนาชุมชน คือการเปลี่ยนแปลงชมุ ชนใหด ีข้ึนหรือใหเจรญิ ขึน้ ในทกุ ๆ ดา น คอื จะตอ งพัฒนาคน กลมุ ชน
ส่ิงแวดลอมทางวัตถุหรือสาธารณสมบัติ และพัฒนาทางดานเศรษฐกิจและสังคม เพื่อใหบังเกิดผลดีแกประเทศชาติ
โดยสวนรวม

บทท่ี 3 การพัฒนาสงั คม

3.1 ความหมายของการพฒั นาสังคม (Social Development)
3.2 ความสำ� คัญของการพฒั นาสงั คม
3.3 แนวคิดในการพัฒนาสงั คมการพฒั นาสงั คม
3.3.1 กระบวนการ (Process) การแกปญ หาสงั คม
3.3.2 วธิ ีการ (Method) การกําหนดวิธีการในการดําเนนิ งาน
หมายเหตุ : ให้นักศกึ ษา ไดศ้ ึกษาเพม่ิ เติมจากหนังสือแบบเรียนรายวชิ าการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม
รหัสวชิ า สค11003

56  แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

แบบทดสอบรายวชิ าการพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม รหสั วชิ า สค11003

จงเลือกค�ำตอบท่ีถูกต้องที่สุดเพียงคำ� ตอบเดยี ว 6. ข้อใดไม่ใช่การพัฒนาตนเองด้านบุคลิกภาพ ไม่ได้เน้น
1. ขอ้ ใดให้ความหมายของการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม เฉพาะสง่ิ ทม่ี องเห็นด้วยตาเทา่ นัน้ แตย่ งั รวมถึงส่ิงท่ีตอ้ ง
ได้ถกู ต้องท่ีสดุ อาศัยการรไู้ ด้ด้วยใจ
ก. การพัฒนาในทกุ ๆ ดา้ นของตนเอง ก. มคี วามซอ่ื สตั ย์ตอ่ ตนเองและผ้อู น่ื ทงั้ ต่อหนา้ และ
ข. การปรบั ปรงุ เปลยี่ นแปลงใหส้ ง่ิ ทเี่ ปน็ อยู่ มอี ยู่ ดขี น้ึ ลับหลงั "ดิฉันพบกระเปา๋ สตางคห์ ลน่ อยูท่ ่ี
และก้าวหน้าไปจากที่เคยเป็น ป้ายรถเมลค์ ่ะ"
ค. การพฒั นาในด้านคุณคา่ ของตนเอง ในทุกเร่ือง ข. มีความเอ้อื เฟอ้ื เผอื่ แผ่ ร้จู กั การให้ การแบง่ ปนั
ง. การพฒั นาดา้ นความคดิ ความรสู้ กึ และการกระทำ� 70 ปี ทอี่ ย่รู วั้ ตดิ กนั มีคำ� พดู "ผมกลับบ้านตา่ งตาม
2. แนวทางในการพฒั นาตนเองอันดับแรกคอื อะไร โอกาสอนั ควรโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
ก. ปลุกใจตนเอง ค. รกั ของสว่ นรวม เมือ่ พบความเสยี หายในท่มี ีค�ำพดู
ข. สำ� รวจตนเอง "ดฉิ นั พบทอ่ ประปาแตกทป่ี ากซอยสาธารณะรบี แจง้
ค. ลงมอื พฒั นาตนเอง ผรู้ บั ผิดชอบด่วน เพอื่ ลดสนั ตภิ าพคะ่ " การสญู เสีย
ง. ปลกู คุณสมบตั ิที่ดีงาม ทรพั ยากร
3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หลกั ของการพฒั นาชุมชน ง. ไม่มคี วามซ่อื สตั ย์ ขาดความเอ้อื เพ่อื เผ่ือแผ่
ก. ประชาชนมีสว่ นร่วม 7. ชมุ ชนแหง่ การเรียนรู้ประกอบดว้ ยอะไรบา้ ง
ข. ทำ� เป็นกระบวนการและประเมนิ ผลอย่างต่อเนื่อง ก. มผี ูน้ �ำท่ีด ี
ค. ยดึ ประชาชนเปน็ หลกั ในการพฒั นา ข. มกี รรมการชุมชน
ง. พฒั นาทกุ ดา้ นไปพรอ้ ม ๆกนั อยา่ งรวบรดั และเรง่ รบี ค. มีความรว่ มมอื จากสมาชิกชุมชน
4. ข้อใดเป็นบทบาทที่ส�ำคัญท่ีสุดของประชาชนในการ ง. ถกู ทกุ ข้อ
ดแู ลชมุ ชน 8. ขอ้ ใดไม่ใช่เปน็ ลกั ษณะของข้อมูลที่ดี
ก. เข้าร่วมประชุมทุกครง้ั ก. ถกู ตอ้ งและเช่ือถอื ได ้
ข. แสดงความเหน็ ในการประชุม ข. ตรงตามความต้องการของผใู้ ช้
ค. เห็นคล้อยตามผูน้ �ำทุกเรอื่ ง ค. เปน็ ขอ้ มลู ลา่ สดุ ทมี่ ีความทันสมยั
ง. ทำ� กิจกรรมพัฒนาชุมชนรว่ มกันทุกคร้ัง ง. ฟังจากเขาเล่าตอ่ กนั มา
5. ข้อใดคือประโยชน์ของการท�ำข้อมูลการพัฒนาตนเอง 9. ขอ้ ใดคอื องคป์ ระกอบของการสรา้ งชมุ ชนแหง่ การเรยี นรู้
ชมุ ชน สังคม ก. เทคนคิ ในการพัฒนาชมุ ชน
ก. เพ่อื เปน็ แนวทางในการพัฒนาด้านตา่ ง ๆ ข. การศึกษาชมุ ชน
ข. เพ่ือใหช้ มุ ชนยกย่อง ค. การค้นหาหรือคดั เลอื กผู้นำ� ชมุ ชนและกรรมการ
ค. เพ่อื ใช้ในการตัดสนิ ใจ ชมุ ชน
ง. ถูกทง้ั ขอ้ ก. และ ข้อ ค. ง. ถกู ทกุ ข้อที่กลา่ วมา
10. ข้อใดเป็นปญั หาส�ำคญั ทเ่ี ป็นรากฐานของปัญหาอื่น ๆ
ในสังคม
ก. ปญั หายาเสพติด ข. ปัญหาคอบครวั
ค. ปัญหาส่งิ แวดล้อม ง ปญั หาอาชญากรรม

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น  57
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

11. การกำ� หนดใหป้ ระชาชนไทยมสี ทิ ธอิ อกเสยี งประชามติ 16. เร่ืองกฎแห่งกรรมในพระพุทธศาสนาสอดคล้องกับ
เปน็ การสนบั สนุนคิดในเรื่องใด เรื่องใด
ก. การคุม้ ครองสทิ ธมิ นษุ ยช์ น ก. ภพ-ภมู ิ
ข. การตรวจสอบการใชอ้ �ำนาจรัฐ ข. ไตรสกิ ขา
ค. การมีสว่ นร่วมทางการเมืองของประชาชน ค. ไตรลักษณ ์
ง. การกระจายอำ� นาจใหป้ ระชาชนปกครองตนเอง ง. กฎธรรมชาติ
12. ข้อใดเป็นลักษณะภูมิประเทศที่เกิดจากการกระท�ำ 17. ศีลในความหมายทางพุทธสาสนาสรุปไดจ้ ากมรรค 8
ของแมน่ ้ำ� ก. คิดชอบ ข. วาจาชอบ
ก. ทรี่ าบลอนลาด ค. ทำ� การชอบ ง. เลีย้ งชพี ชอบ
ข. ทะเลสาบรูปแอก 18. ส�ำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาคุ้มครองผู้
ค. เนินตะกอนรปู พัด บรโิ ภคใหม้ คี วามปลอดภยั จากการบริโภคอาหารดว้ ยการ
ง. ดินดอนสามเหลย่ี ม ควบคมุ เร่อื งใด
13. ข้อใดท�ำใหร้ ะบบนิเวศของโลกขาดสมดลุ ก. ขนาดของภาชนะบรรจุ
ก. ภาวะโลกรอ้ น ข. อตั ราสว่ นของวตั ถทุ เี่ ป็นส่วนผสม
ข. การตดั ไมท้ �ำลายปา่ ค. การผลติ และการใช้เครอ่ื งปรงุ แตง่ รส
ค. การเกิดก๊าซเรอื นกระจก ง. ฉลากระบุวันเดือนปีท่ีผลติ และหมดอายุ
ง. การใช้ดินซำ้� ซากและบอ่ ยคร้งั 19. ขอ้ ใดกลา่ วถกู ตอ้ งเก่ยี วกับการพฒั นาตนเอง
14. ในฐานะพลเมืองไทยคนหน่ึงท่านจะปฏิบัติตนเพื่อ ก. การยดึ มน่ั ถอื มนั่ ในความเชอื่ ของตนอยใู่ นหลกั การ
อนรุ ักษแ์ ละพฒั นาคณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม พัฒนาตนเอง
อยา่ งไรจงึ จะเหมาะสม ข. การปรับปรุงตนเองสามารถทำ� ได้เมื่อเรากระทำ�
ก. ฝกึ ใหม้ นี ิสัยประหยัด ความผดิ เทา่ นัน้
ข. ถา่ ยสรอนั ตรายใสภ่ าชนะใหมท่ ่ีมดิ ชดิ ค. การพฒั นาตนเองจะทำ� ไดส้ ำ� เรจ็ เมือ่ มพี ัฒนากร
ค. ชว่ ยกันปลกู และดแู ลรกั ษาต้นไมส้ าธารณะ ควบคมุ เท่านน้ั
ง. ทิ้งแบตเตอรีท่ ี่ใชแ้ ลว้ ลงในถงั ขยะส�ำหรบั ง. การพัฒนาตนคือการพัฒนาศักยภาพท้ังทางกาย
มูลฝอยท่วั ไป และจติ ใจ
15. ข้อใดมิใช่ หลกั การพัฒนาตนเอง 20. การห้ามตนเองไม่ให้กระท�ำสิ่งท่ีไม่ควรท�ำเป็นการ
ก. ปรบั ใจ ปฏบิ ตั ิตามแผนการพัฒนาตนเองในข้อใด
ข. ปรับตวั ก. การปฏบิ ัตติ นให้เปน็ ผ้มู ีวนิ ยั มีศลี ธรรม
ค. ปรับทัศนคต ิ ข. การมีความรู้ สติ ปญั ญา
ง. ไมต่ ้องปรับตวั ก็ได้ ค. รจู้ กั ประหยัด อดออม
ง. การดูแลสุขภาพ

58  แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

เฉลยแบบทดสอบ

เฉลยแบบทดสอบรายวชิ าทกั ษะการเรยี นรู้ ทร11001
1.ง 2.ข 3.ค 4.ค 5.ค 6.ค 7.ค 8.ง 9.ค 10.ง
11.ง 12.ง 13.ง 14.ง 15.ก 16.ข 17.ข 18.ค 19.ข 20.ค
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ าภาษาไทย พท11001
1.ก 2.ข 3.ค 4.ค 5.ค 6. ข 7. ข 8. ค 9.ข 10.ง
11.ก 12. ก 13.ก 14.ง 15. ข 16. ข 17. ง 18.ก 19.ค 20. ก
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ าภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน พต 11001
1. d 2. b 3. a 4. d 5. b 6. b 7. A 8. a 9. A 10. b
11. d 12. a 13. b 14. d 15. a 16. b 17. c 18. c 19. b 20. a

เฉลยแบบทดสอบรายวิชาคณติ ศาสตร์ พค 11001
1. ข 2. ข 3. ก 4. ค 5. ก 6. ข 7. ค 8. ค 9. ข 10. ง
11 ก 12. ค 13.ข 14.ง 15.ค 16.ค 17.ข 18.ก 19. ข 20. ก
เฉลยแบบทดสอบวิชา วทิ ยาศาสตร์ พว 11001
1. ง 2.ก 3. ข 4. ค 5. ก 6. ง 7. ข 8. ข 9. ข 10. ค
11. ง 12.ค 13.ค 14. ก 15.ค 16.ข 17. ก 18.ง 19.ข 20. ค
เฉลยแบบทดสอบรายวิชาชอ่ งทางการเข้าสอู่ าชีพ อช11001
1. ข 2. ค 3. ง 4. ง 5. ค 6. ก 7. ง 8. ข 9. ง 10. ค
11. ค 12. ง 13. ข 14. ง 15. ข 16. ก 17. ค 18. ก 19. ง 20. ง
เฉลยแบบทดสอบรายวิชาทกั ษะการประกอบอาชีพ อช 11002
1. ข 2. ง 3. ค 4.ง 5.ง 6.ง 7. ก 8.ง 9.ค 10.ง
11. ข 12.ง 13.ค 14.ค 15.ง 16. 17. ง 18.ก 19.ง 20.ง
เฉลยแบบทดสอบ รายวิชา พัฒนาอาชพี ให้มีอยมู่ กี ิน อช11003
1.ง 2. ก 3.ค 4.ค 5.ก 6.ก 7.ข 8.ก 9.ง 10.ค
11.ค 12.ก 13.ก 14.ข 15.ก 16.ก 17.ค 18.ค 19.ก 20.ก

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น  59
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

เฉลยแบบทดสอบรายวิชาเศรษฐกิจพอเพียง ทช11001
1.ค 2.ง 3.ก 4.ก 5.ค 6.ก 7.ข 8.ก 9.ข 10.ค
11.ค 12.ค 13.ข 14.ง 15.ข 16.ง 17.ค 18.ก 19.ค 20.ข
เฉลยแบบทดสอบรายวิชาสขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา ทช11002
1. ข 2. ง 3. ข 4. ก 5. ก 6. ง 7. ค 8. ง 9. ก 10. ข
11. ค 12. ง 13. ก 14. ง 15. ค 16. ก 17. ข 18. ง 19. ข 20. ง
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ าศลิ ปศึกษา ทช11003
1. ค 2. ก 3. ข 4. ข 5. ค 6. ข 7. ข 8.ข 9.ก 10. ค
11. ค 12 ก 13. ค 14. ข 15. ค 16. ข 17. ง 18. ก 19. ก 20. ก
เฉลยแบบทดสอบรายวิชาสังคมศึกษา สค 11001
1. ง 2. ง 3. ข 4. ง 5. ก 6. ค 7. ก 8. ข 9. ง 10. ค
11. ค 12. ง 13. ข 14. ก 15. ง 16. ค 17. ง 18. ข 19. ค 20. ก

เฉลยแบบทดสอบรายวชิ าศาสนาและหน้าทพ่ี ลเมอื ง สค 11002
1.ข 2.ค 3.ง 4.ก 5.ข 6.ข 7.ข 8.ง 9.ง 10.ก
11.ก 12.ก 13.ค 14.ง 15.ก 16.ค 17.ง 18.ข 19.ข 20.ค
เฉลยแบบทดสอบวิชา การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค 11003
1. ง 2. ข 3. ค 4. ง 5. ข 6. ง 7. ง 8. ง 9. ง 10. ข
11. ค 12. ง 13. ข 14. ค 15. ง 16. ง 17. ข 18. ง 19. ง 20. ก

60  แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

แบบบันทกึ การพฒั นาการเรยี นรู้ รายวิชาบงั คบั
ระดับประถมศึกษา

***********************

ชอ่ื - สกลุ .......................................................... รหัสนักศกึ ษา................................................
กศน.ตาบล......................................................... กศน.อ�ำเภอ..................................จงั หวดั เลย
จากการทผ่ี ู้เรยี นไดศ้ ึกษาเรยี นรจู้ ากแบบเรยี น และสรปุ เนื้อหาจากบทเรยี นในรายวิชาต่าง ๆ ตามเอกสารเลม่
น้ี แล้ว ผู้เรียนสามารถทราบไดว้ ่าทำ� แบบทดสอบในรายวิชาต่าง ๆ ถกู ตอ้ งจานวนกขี่ อ้ โดยการบันทกึ ในแบบบนั ทกึ การ
พัฒนาการเรียนรู้รายวชิ าบังคับ ระดบั ประถมศกึ ษา ดังนี้

ท่ี วิชา คะแนนเตม็ คะแนนท่ีได้ ผลการประเมนิ
1 ทักษะการเรยี นร ู้ ทร11001 20 1 ข้อ = 1 คะแนน
2 ภาษาไทย พท11001 20
3 ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน พต11001 20

4 คณติ ศาสตร์ พค11001 20
5 วทิ ยาศาสตร ์ พว11001 20
6 ช่องทางการเขา้ ส่อู าชีพ อช11001 20
7 ทักษะการประกอบอาชพี อช11002 20
8 พฒั นาอาชีพใหม้ ีอยมู่ ีกนิ อช11003 20

9 เศรษฐกิจพอเพยี ง ทช11001 20

10 สุขศกึ ษา พลศึกษา ทช11002 20
11 ศิลปศึกษา ทช11003 20
12 สังคมศกึ ษา สค11001 20
13 ศาสนา และหน้าที่พลเมือง สค11002 20
14 การพัฒนาตนเองชมุ ชนสงั คม สค11003 20

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน  61
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

เกณฑก์ ารประเมินผลการพฒั นาทกั ษะวิชาการผู้เรยี นรายบุคคล
ระดับประถมศึกษา

******************

เมื่อทำ� แบบทดสอบในแตล่ ะรายวิชาบังคับระดบั ประถมศึกษาแลว้ ซ่งึ มแี บบทดสอบรายวิชาละ 20 ขอ้ ผเู้ รยี น
สามารถทราบไดว้ ่ามีความรอู้ ยู่ในระดับใด ดังน้ี

จำ� นวนข้อสอบท่ีผู้เรยี นท�ำถกู ตอ้ ง อยู่ในระดบั หมายเหตุ
18 - 20 ข้อ ดมี าก
16 - 17 ข้อ
14 - 15 ขอ้ ดี
ปานกลาง
10 - 13 ข้อ
ตำ�่ กว่า 10 ขอ้ พอใช้
ควรปรบั ปรุง

หมายเหตุ: ผลจากการประเมนิ ผู้เรียนสามารถนาไปปรบั ปรงุ ตนเองเพื่อใหเ้ กดิ การพัฒนาต่อไป

62  แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

บรรณานกุ รม

การศึกษานอกโรงเรยี น, กรม. ชดุ วชิ าพฒั นาอาชพี . ระดบั ประถมศกึ ษาชุดวชิ าการศกึ ษาชอ่ งทางการประกอบอาชพี .
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย จำ� กดั , 2541.
สำ� นักงานส่งเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั สำ� นักงานปลัดกระทรวงศึกษาธกิ าร กระทรวง
ศกึ ษาธิการ. หนงั สือเรียนสาระการพฒั นาสงั คม รายวชิ าสงั คมศึกษา (สค11001) ระดับประถมศึกษา
หลกั สูตรการศกึ ษา นอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
สำ� นักงานสง่ เสรมิ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั สำ� นักงานปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวง
ศึกษาธกิ าร. หนงั สอื เรียนสาระการพฒั นาสงั คม รายวชิ าสงั คมศึกษา (สค11001) ระดบั ประถมศึกษา
หลักสตู รการศกึ ษา นอกระบบระดับการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2560)
ส�ำนกั งานสง่ เสริมการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั ส�ำนกั งานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวง
ศึกษาธิการ. หนงั สือเรยี นสาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปศึกษา รายวชิ าศลิ ปศึกษา (ทช11003) ระดับประถมศกึ ษา
หลกั สตู รการศกึ ษา นอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560)
ส�ำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส�ำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง
ศกึ ษาธกิ าร. หนงั สอื เรยี นสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ รายวชิ าภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน (พต1100) ระดบั
ประถมศกึ ษา หลกั สตู รการศกึ ษา นอกระบบระดบั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรงุ
พ.ศ. 2560) ส�ำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ส�ำนักงานปลัดกระทรวง
ศึกษาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพือ่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน  63
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

คณะผู้จัดท�ำ

ท่ปี รึกษา ผ้อู �ำนวยการส�ำนักงาน กศน.จังหวดั เลย
นายประกอบ โพธริ์ าม ผอู้ ำ� นวยการ กศน.อ�ำเภอวงั สะพงุ
นางปยิ ะนุช กณุ วงษ์ ผู้อ�ำนวยการ กศน.อำ� เภอหนองหิน
นางพลพธ ู วรฉตั ร ผู้อ�ำนวยการ กศน.อ�ำเภอภหู ลวง
นายอุทัย ยิง่ ยง ผอู้ �ำนวยการ กศน.อ�ำเภอภูกระดึง
นางสาวภรภทั ร บุญจันทร ์

คณะท�ำงาน
นายทวีวัฒน์ เหลาสุพะ ครชู ำ� นาญการ
นางดวงเดอื น สุขบัว ครูผู้ช่วย
นางขนษิ ฐา วรี ะจติ สกลุ งาม ครผู ้ชู ่วย
นางสาวณฐั รดา แสวงผล ครผู ้ชู ว่ ย
นางสาวจฬุ ารตั น ์ พลเสนา ครูผู้ช่วย
ครูอาสาสมคั รการศกึ ษานอกโรงเรียน ทุกคน
ครู กศน.ตำ� บล ทกุ คน
ครู ศรช. ทกุ คน
ครผู ู้สอนคนพิการ ทุกคน

บรรณาธกิ าร ครชู �ำนาญการ
นายทววี ัฒน์ เหลาสุพะ ครูผชู้ ่วย
นางดวงเดือน สขุ บวั ครูผชู้ ว่ ย
นางขนิษฐา วรี ะจติ สกุลงาม ครูผชู้ ว่ ย
นางสาวณัฐรดา แสวงผล ครผู ชู้ ่วย
นางสาวจฬุ ารตั น ์ พลเสนา

รวบรวม / เรยี บเรยี ง
นางสาวสรุ ีวัลย ์ แก้วไชยะ นกั วชิ าการศึกษา
นางสาวณฐั วดี คมึ ยะราช นักวชิ าการศกึ ษา
นางวภิ าพร พลสวัสดิ ์ นักวชิ าการศึกษา
นายธวชั ชยั มนั หาท้าว นกั จดั การงานทว่ั ไป

64  แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา

บันทึก

...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................................

แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน  65
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั ประถมศกึ ษา

66  แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับประถมศกึ ษา


Click to View FlipBook Version