แบบทดสอบรายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง รหัสวิชา ทช31001
จงเลอื กค�ำตอบทถ่ี กู ต้องท่ีสดุ เพียงคำ� ตอบเดียว
1. เพราะสาเหตุใดรัฐบาลจึงได้น้อมน�ำ หลักปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียงมาใช้ 5. ขอ้ ใดคือแนวคิดทสี่ �ำคญั ของหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ
ก. ภาวะขาดแคลนสินคา้ พอเพียง
ข. ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจตกตำ่� ก. การพงึ่ ชุมชน เพอ่ื พฒั นาชุมชนใหเ้ ขม้ แขง็
ค. ภาวะสนิ ค้าอตุ สาหกรรมมีราคาสูง ข. การพง่ึ ตนเอง เพอ่ื พฒั นาชวี ิตให้มีความสุข
ง. ภาวะเศรษฐกจิ มีการขยายตวั เกดิ ข้ึน ค. การพ่ึงพารฐั และเอกชน เพื่อพัฒนาเศรษฐกจิ
2. ขอ้ ใดคอื แนวทางการดำ� เนนิ ชวี ติ ภายใตส้ ถานการณข์ อง โดยรวม
ประเทศ โดยใช้หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ง. การพึ่งองค์กรของรัฐ เพ่อื พฒั นาความเป็นอยู่
ก. เปน็ ผมู้ ีความรอบครอบ ใช้เหตผุ ลตามหลักวิชาการ ของประชาชน
มาประกอบการตัดสนิ ใจภายใต้ความรแู้ ละคณุ ธรรม 6. แนวคดิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเนน้ เรอ่ื ง
ข. เป็นผู้มคี วามคิดนอกกรอบ กลา้ คิด กลา้ ท�ำสง่ิ ใด
ใหมๆ่ ใหก้ ับครอบครวั ชมุ ชน สังคม ก. การพัฒนาด้านการเงนิ การจัดการและการตลาด
ค. เปน็ นกั จดั การดา้ นเศรษฐกิจ กลา้ ตดั สินใจลงทุน ข. การพฒั นาชมุ ชนสังคมโดยใช้ระบบเศรษฐกิจ
ระยะยาวและระยะสั้น เป็นฐาน
ง. เปน็ ผู้มคี ุณธรรม จริยธรรม และใช้เหตุผลในการ ค. การด�ำเนนิ ชวี ิตที่มงุ่ เน้นพัฒนาตนเองใหเ้ ปน็ ผ้นู ำ�
ตัดสินใจ การเปลย่ี นแปลง
3. ขอ้ ใดคอื ความหมายของคำ� ว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” ง. การด�ำเนินชีวิต และปฏิบัติตนให้สามารถอยู่ใน
ก. ดำ� รงชวี ิตอยา่ งมัง่ คงย่ังยืน สงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสขุ
ข. ดำ� รงชวี ิตโดยการพ่ึงพาครอบครวั 7. ขอ้ ใดเปน็ แนวคดิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ค. ด�ำรงชวี ิตตามนโยบายรฐั บาล ก. สนองเปล่ียนโทรศัพท์มอื ถอื เพือ่ ให้รองรบั 4G
ง. ด�ำรงชวี ติ โดยการพึ่งพาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อขยายกลุ่มผซู้ อ้ื ปลอดสารพษิ
4. การมีคุณธรรมเป็นเครื่องมือยึดเหน่ียว เตรียมตัวให้ ข. สมปอง ปลูกผกั ปลอดสารพิษเหลือจากการบริโภค
พรอ้ มรบั ผลกระทบ และการเปลย่ี นแปลงดา้ นตา่ งๆ ทเ่ี กดิ แลว้ นำ� ไปให้เพ่อื นบ้าน
ขนึ้ โดยคำ� นงึ ถงึ ความเปน็ ไปไดข้ องสถานการณต์ า่ งๆ ทคี่ าด ค. สนาม รับซื้อผักปลอดสารพิษแล้วน�ำไปจ�ำหน่าย
ว่าจะเกิดข้ึนในอนาคตท้ังไกลและใกล้ ข้อความนี้ ความ เพือ่ หวังผลกำ� ไร
หมายตรงกบั ข้อใด ง. สยาม ปลกู ผกั ปลอกสารพิษไม่ไดผ้ ลจึงเตรียมใช้
ก. ความมีเหตผุ ล ปยุ๋ เคมี
ข. ความพอประมาณ 8. บุคคลใดน�ำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ใน
ค. การมีภมู คิ ุ้มกันในตวั ท่ดี ี การด�ำเนนิ ชีวติ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
ง. การมจี ิตสำ� นึกในดา้ นคุณธรรมจริยธรรม ก. ละมลู ซ้อื ของราคาถกู จากร้านสะดวกซื้อ
ข. ประกอบ ซอ้ื รถยนตม์ อื สองเพอื่ นำ� มาขายทอดตลาด
ค. พมิ พา ปลกู ผักไว้บรโิ ภคในครัวเรอื น
ง. อารี ทำ� บญั ชีรายรับรายจ่ายทกุ เดือนแตไ่ ม่มี
เหลือเก็บ
44 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
9. ขอ้ ใดเป็นการจดั การความรู้เกย่ี วกับการสร้างภมู ิคุ้มกัน 13. ขอ้ ใดอธิบายความหมายของการบรหิ ารจัดการชุมชน
ในตัวทด่ี ี ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไดถ้ ูกตอ้ ง
ก. ผ้นู ำ� ชุมชนจัดโครงการตรวจสขุ ภาพใหก้ บั คนใน ก. แนวทางในการด�ำเนนิ งานเพือ่ อ�ำนวยความสะดวก
ชมุ ชน ใหแ้ ก่ชมุ ชนในรปู แบบต่าง ๆ ให้บรรลุตาม
ข. ชุมชนร่วมกันจัดกจิ กรรมปลูกปา่ เฉลิมพระเกยี รติ วัตถปุ ระสงคท์ กี่ ำ� หนดไว้
ค. กกต. ทำ� การสำ� รวจข้อมูลผมู้ สี ิทธเิ ลอื กต้ังในชุมชน ข. แนวทางในการด�ำเนนิ งานของบุคคลและหน่วยงาน
ง. การจดั กจิ กรรมแลกเปลยี่ นเรยี นรเู้ กย่ี วกบั การกำ� จดั เอกชนตามวัตถุประสงค์
ขยะในครอบครัวและชุมชน ค. แนวทางการด�ำเนินงานเพ่ือตอบสนองหน่วยงาน
10. การจัดการความรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอ ภาครัฐเพื่อการพฒั นา
เพยี ง ขอ้ ใดถกู ต้องท่ีสุด ง. แนวทางการด�ำเนินงานของบุคคลหรือชุมชนตาม
ก. การนำ� ความรู้มาใชใ้ นการประกอบธรุ กิจเพอ่ื ให้ นโยบาย
ไดผ้ ลกำ� ไรมาก ๆ 14. ขอ้ ใดคอื ความหมายของการบริหารจัดการชมุ ชน
ข. การนำ� ความรู้มาใชใ้ นการพัฒนาประเทศให้ ก. การพัฒนาชมุ ชนโดยภาครัฐ
ทดั เทียมกบั ตา่ งประเทศ ข. การพฒั นาบุคคลในชุมชนให้มีอาชพี มรี ายได้
ค. การน�ำความรู้ทางเทคโนโลยสี มัยใหมม่ าใชป้ ระกอบ ค. การพฒั นาดา้ นเศรษฐกจิ และสังคมใหช้ มุ ชน
อาชพี สงบสุข
ง. การน�ำความรู้และประสบการณม์ าแบ่งปนั ให้เกิด ง. การมีส่วนร่วมในการท�ำกิจกรรมต่าง ๆ ของคนใน
ประโยชนต์ อ่ ตนเองและสังคมโดยรวม ชุมชน
11. ขอ้ ใดถกู ต้องท่สี ดุ จากการบรหิ ารจดั การชุมชนท่ดี ี 15. ข้อใดอธิบายความส�ำคัญล�ำดับแรกของการบริหาร
ก. ทำ� ใหเ้ กดิ การจำ� หน่ายสนิ ค้าในชมุ ชนทด่ี ี จดั การชมุ ชน
ข. นำ� ไปสคู่ วามอยเู่ ย็นเป็นสุข มง่ั ค่งั และยง่ั ยนื ก. การท�ำงานตามแนวทางท่กี ำ� หนดตามแผนเพอ่ื แก้ไข
ค. ทำ� ให้ชชุ นไดร้ บั วัฒนธรรมใหม่ ๆ จากภายนอก ปัญหาของชุมชน
ง. ท�ำให้เกิดความรว่ มมอื รว่ มแรง รว่ มใจของคนใน ข. การสงั เกตการณแ์ ละวเิ คราะห์ผลงานจดั ทำ� รายงาน
ชุมชน ใหผ้ ทู้ เี่ กยี่ วข้องทราบ
ค. การกำ� หนดแผนงาน วางแผนแก้ไขปญั หาและ ค. การก�ำหนดแผนงาน วางแผนแก้ไขปญั หาและ
จัดลำ� ดับความส�ำคญั ของปญั หา จัดล�ำดบั ความส�ำคญั ของปัญหา
ง. การศึกษาวิเคราะห์ปัญหา แยกแยะปัญหาแนว ง. การศกึ ษาวิเคราะห์ปัญหา แยกแยะปัญหาแนว
ทางแกไ้ ข และรว่ มกันตดั สินใจ ทางแกไ้ ข และรว่ มกนั ตดั สินใจ
12. ข้อใดเป็นลักษณะของชุมชนท่ีมีการด�ำเนินงานตาม 16. การบรหิ ารจดั การชุมชนมคี วามส�ำคัญอยา่ งไร
หลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง ก. เพอื่ ให้ชมุ ชนมีผ้นู ำ� ที่เข้มแขง็
ก. คนในชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการพฒั นาและพงึ่ พาตนเองได้ ข. เพื่อใหค้ นในชมุ ชนอยูใ่ นกติกาที่วางไว้
ข. คนในชุมชนตา่ งคิดในการแก้ปญั หาชมุ ชนท�ำให้เกิด ค. เพื่อความอยู่รอดของชมุ ชนและมีความเขม้ แข็ง
การพฒั นารูปแบบใหม่ ง. เพ่ือใหค้ นในชุมชนมีความคดิ ไปในทางเดยี วกัน
ค. คนในชุมชนร่วมกันใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชนให้
มากท่สี ดุ
ง. คนในชมุ ชนสง่ เสรมิ ใหบ้ คุ คลและหนว่ ยงานภายนอก
เข้ามาปรบั เปลยี่ นชุมชนให้น่าอยู่
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน 45
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
17. ข้อใดหมายถึงการบริหารจัดการชุมชนตามหลัก 19. ขอ้ ใดไม่อย่ใู นข้ันตอนและกรบวนการในการจัดระบบ
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ขอ้ มูลส�ำหรบั การสำ� รวจปัญหาของชมุ ชน
ก. การรวมกล่มุ อาชีพเพือ่ เพ่มิ ส่วนแบง่ การตลาด ก. การรบั ฟงั ปัญหาจากนายอ�ำเภอ
ข. การบริหารทรัพยากรในทอ้ งถิ่นใหเ้ กิดประโยชน์ ข. เกบ็ ขอ้ มูลจากชาวบา้ น
สงู สุด ค. จัดทำ� เวทชี าวบา้ น
ค. การใชเ้ ทคโนโลยีทันสมัยเพ่ือเพ่มิ ความสามารถใน ง. จัดท�ำแผนชมุ ชน
การผลติ 20. ขอ้ ใดเปน็ ความหมายของการบรหิ ารจดั การชมุ ชนตาม
ง. การพัฒนาตอ้ งมาจากระดบั ลา่ งบนพ้ืนฐาน หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกจิ เพอื่ การแขง่ ขนั ก. แนวทางการด�ำเนินงานเพ่อื อ�ำนวยความสะดวกให้
18. ขอ้ ใดเปน็ ความสำ� คญั ลำ� ดบั แรกของการบรหิ ารจดั การ แกช่ ุมชนในรูปแบบต่าง ๆ
ชุมชน ข. แนวทางการดำ� เนนิ งานบคุ คลและหนว่ ยงานเอกชน
ก. การทำ� งานตามแนวทางทก่ี ำ� หนดตามแผนเพ่อื แก้ไข ตามวตั ถปุ ระสงค์
ปญั หาของชมุ ชน ค. แนวทางการดำ� เนนิ งานเพือ่ ตอบสนองหน่วยงาน
ข. การสงั เกตการณ์และวิเคราะห์ผลงานจัดท�ำรายงาน ภาครฐั เพือ่ การพฒั นา
ใหผ้ ูท้ ี่เกย่ี วข้องทราบ ง. แนวทางการดำ� เนินงานของบคุ คลหรือชุมชนตาม
ค. การก�ำหนดแผนงาน วางแผนแกไ้ ขปญั หาและ นโยบาย
จดั ล�ำดับความสำ� คญั ของปัญหา
ง. การศกึ ษาวิเคราะหป์ ญั หา แยกแยะปญั หาแนว
ทางแก้ไข และร่วมกันตดั สินใจ
46 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สรุปเน้อื หารายวชิ าสุขศกึ ษา พลศึกษา รหสั วิชา ทช31002
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักศึกษาสามารถอธิบายกระบวนการท�ำงานของระบบอวยั วะในรา่ งกายทสี่ ำ� คัญ 5ระบบได้อยา่ งถูกต้อง
2. นกั ศึกษาบอกวิธกี ารดูแลปอ้ งกนั ความผิดปกตขิ องระบบในรา่ งกาย 5 ระบบได้
3. นกั ศึกษาวางแผน และปฏิบัตติ นตามแผนเพ่ือสร้างเสริมพฒั นาการของตนเองและครอบครวั ได้
4. นกั ศึกษาสามารถอธิบายขน้ั ตอนการสอื่ สารเพ่อื ขอ ความชว่ ยเหลอื เกย่ี วกบั ปญั หาทางเพศ
5. นกั ศึกษาสามารถอธบิ ายวธิ ีการจัดการกบั อารมณ์และความตอ้ งการทางเพศไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
6. นกั ศึกษาวเิ คราะหค์ วามเช่ือผิดๆ เร่ืองเพศทสี่ ง่ ผลต่อสขุ ภาพทางเพศได้
7. นักศึกษาสามารถวเิ คราะห์การนำ� เสนอสือ่ ทสี่ ่งผลใหเ้ กดิ ปญั หาทางเพศ
8. นกั ศกึ ษาระบุกฎหมายที่เกี่ยวขอ้ งกับการล่วงละเมิดทางเพศ และกฎหมายคมุ้ ครองเดก็ และสตรีได้
9. นกั ศึกษาอธบิ ายปญั หา สาเหตุ อาการ และการป้องกันโรคขาดสารอาหารได้
10. นักศึกษาสามารถอธบิ ายวิธกี ารของการออกกำ� ลงั กายเพื่อสุขภาพได้อยา่ งถกู ต้อง
ขอบเขตเน้อื หา
ระบบต่างๆ ของร่างกาย ทุกระบบมีความส�ำคัญต่อการด�ำรงชีวิตของมนุษย์ จึงควรสร้างเสริมและด�ำรง
ประสิทธิภาพการท�ำงานของระบบต่างๆ ให้ท�ำงานอย่างมีประสิทธิภาพการพัฒนาการทางด้านร่างกายต้ังแต่ในวัยเด็ก
จนถงึ วัยผู้ใหญ่ การเรียนรู้ ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมความเปลี่ยนแปลงต่างๆ สามารถสอนใหม้ นษุ ย์เรยี นรู้ การปรับตวั ที่จะ
อยรู่ ว่ มกนั สามารถปรบั ตวั ใหอ้ ยใู่ นสงั คมได้ การพฒั นาการของชวี ติ อยา่ เหมาะสม และมพี ฤตกิ รรมถกู ตอ้ งในด้านตา่ งๆ
สอดแทรกไปกับการ สง่ เสรมิ พฒั นาการดา้ นอืน่ ๆ การดำ� รงชพี ใหเ้ หมาะสม ตลอดไปถงึ การดูแลสขุ ภาพร่างกายใหแ้ ข่ง
แรงม่ันออกก�ำลงั กายอยู่เสมอ
บทที่ 1
1.1 การท�ำงานของระบบยอ่ ยอาหาร
มนษุ ยเ์ ปน็ ผบู้ รโิ ภคโดยการรบั ประทานอาหารเพอื่ ใหร้ า่ งกายเจรญิ เตบิ โต ดำ� รงอยไู่ ดแ้ ละ ซอ่ มแซมสว่ นทส่ี กึ หรอ
มนษุ ยจ์ งึ มรี ะบบการยอ่ ยอาหารเพอ่ื นำ� สารอาหารแรธ่ าตแุ ละนำ้� ใหเ้ ปน็ พลงั งาน เพอื่ ใชใ้ นการดำ� รงชวี ติ การยอ่ ยอาหารมี
3 ขนั้ ตอน คือการยอ่ ยอาหารในปากการย่อยอาหารในกระเพาะอาหารการย่อยอาหารในลำ� ไส้
1.2 การทำ� งานของระบบขับถ่าย
การขบั ถา่ ยเปน็ กระบวนการกำ� จดั ของเสยี ทร่ี า่ งกายไมต่ อ้ งการออกมาภายนอกรา่ งกาย เรยี กวา่ การขบั ถา่ ยของ
เสีย อวยั วะทีเ่ ก่ียวข้องกบั การก�ำจดั ของเสีย ไดแ้ ก่ ปอด ผวิ หนงั กระเพาะปสั สาวะ และ ล�ำไส้ใหญ่ เป็นต้น
1.3 การท�ำงานของระบบประสาท
ระบบประสาท (Nervous System)การท�ำงานของระบบประสาทเป็นกระบวนการที่สลับซับซ้อนมาก และ
เปน็ ระบบทมี่ ี ความสัมพันธก์ บั การท�ำงานของระบบกล้ามเน้ือ เพือ่ ให้ร่างกายสามารถปรับตัวให้เขา้ กับสภาพแวดลอ้ ม
ท้ังภายในภายนอกร่างกาย ระบบประสาทนส้ี ามารถแบง่ แยกออก 3 ส่วน ดังนี้
1. ระบบประสาทส่วนกลางระบบสว่ นนี้ ประกอบดว้ ย สมอง และไขสนั หลงั
2. ระบบประสาทส่วนปลาย เป็นส่วนที่แยกออกมาจากระบบประสาทส่วนกลาง คือ ส่วนท่ีแยกออกมาจาก
สมองเรียกวา่ เสน้ ประสาท สมองและสว่ นทีแ่ ยกออกมาจากไขสนั หลัง เรียกว่า เส้นประสาทไขสนั หลัง
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน 47
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
3. ระบบประสาทอัตโนมัตทิ �ำหน้าทีค่ วบคุมการท�ำงานของอวยั วะภายในและทำ� งานอย่นู อกอำ� นาจจติ ใจ
1.4 การทำ� งานของระบบสืบพันธุ์
การสบื พนั ธเ์ุ ปน็ สงิ่ ทท่ี ำ� ใหม้ นษุ ยด์ ำ� รงเผา่ พนั ธอ์ุ ยไู่ ด้ ซง่ึ ตอ้ งอาศยั องคป์ ระกอบสำ� คญั เชน่ เพศชายและเพศหญงิ
แต่ละเพศจะมีโครงสร้างของเพศ และการสบื พันธ์ซุ ่งึ แตกตา่ งกัน
1.5 การทำ� งานของระบบต่อมไร้ทอ่
1. ต่อมมีทอ่ (Exocrine gland) เปน็ ต่อมทส่ี รา้ งสารเคมีออกมาแลว้ ส่งไปยงั ต�ำแหนง่ ออกฤทธิ์ โดยอาศัยท่อ
ลำ� เลียงของตอ่ มโดยเฉพาะ
2. ตอ่ มไร้ทอ่ (Endocrine gland) เปน็ ตอ่ มที่สร้างสารเคมขี ้ึนมาแล้วส่งไปออกฤทธิ์ยังอวยั วะ เป้าหมาย โดย
อาศัยระบบหมุนเวยี นเลือด เน่อื งจากไม่มีทอ่ ล�ำเลียงของต่อมโดยเฉพาะ
บทท่ี 2
2.1 ทักษะการจดั การปัญหาทางเพศ
พฒั นาการเรอ่ื งเพศในเดก็ และวยั รนุ่ เกย่ี วขอ้ งกบั ชวี ติ ตงั้ แตเ่ ดก็ จนโต การทบ่ี คุ คลไดเ้ รยี นรู้ ธรรมชาติ ความเปน็
จริงทางเพศ จะช่วยให้มคี วามรู้ มีทัศนคติ สามารถปรบั ตัวตามพัฒนาการของชวี ิต อยา่ งเหมาะสม และมีพฤติกรรมถูก
ต้องในเรื่องเพศ สามารถสอนได้ตง้ั แต่เด็กยงั เล็ก สอดแทรกไปกับการ ส่งเสริมพัฒนาการดา้ นอื่นๆ
2.2 ปญั หาทางเพศในเดก็ และวยั รุ่น
ปัญหาทางเพศในเดก็ และวยั รนุ่ แบง่ ตามประเภทตา่ งๆ ไดด้ ังน้ี ความผิดปกตใิ นเอกลักษณ์ทางเพศ รกั ร่วมเพศ
พฤตกิ รรมกระตนุ้ ตนเองทางเพศในเดก็ และการเลน่ อวยั วะเพศตนเองพฤตกิ รรมกระตนุ้ ตนเองทางเพศในวยั รนุ่ พฤตกิ รรม
ทางเพศท่ีวปิ ริต
2.3 กฎหมายทเ่ี ก่ียวข้องกบั การละเมดิ ทางเพศ
คดีความผิดเก่ียวกับเพศ โดยเฉพาะความผิดฐานข่มขืนกระท�ำช�ำเรา ถือเป็นความผิดที่รุนแรงและเป็นที่
หวาดกลวั ของผ้หู ญงิ จำ� นวนมาก รวมทง้ั ผปู้ กครองของเด็ก ไม่วา่ จะเป็นเด็กหญิงหรอื เด็กชาย กฎหมายทบี่ ัญญัตไิ ว้เพ่อื
ค้มุ ครองผู้หญงิ และผู้เสยี หายจากการลว่ งละเมิดทางเพศ มบี ญั ญตั อิ ย่ใู นลักษณะความผิดเกย่ี วกบั เพศ ในมาตราต่างๆ
บทที่ 3 โรคขาดสารอาหาร
ถา้ รา่ งกายของคนเราไดร้ บั สารอาหารไมค่ รบถว้ นหรอื ปรมิ าณไมเ่ พยี งพอกบั ความตอ้ งการของรา่ งกาย จะทำ� ให้
เกิดความผิดปกตแิ ละเกิดโรคขาดสารอาหารไดโ้ รคขาดสารอาหารทสี่ �ำคญั และพบบ่อยในประเทศไทย มีดังน ี้ โรคขาด
โปรตนี และแคลอร ี โรคขาดโปรตนี และแคลอรเี ปน็ โรคทเ่ี กดิ จากรา่ งกายไดร้ บั สารอาหารประเภทโปรตนี คารโ์ บไฮเดรต
และไขมันที่มีคุณภาพดีไม่เพยี งพอ
บทท่ี 4 สุขภาพ
ความหมายของคำ� วา่ สขุ ภาพ (Health) ขององคก์ ารอนามยั โลก คอื ภาวะแหง่ ความสมบรู ณข์ องรา่ งกาย จติ ใจ
และสามารถอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งเปน็ สขุ มใิ ชเ่ พยี งความปราศจากโรคและความพกิ ารเทา่ นนั้ ทส่ี ำ� คญั คอื สภาพความสมบรู ณ์
ของร่างกายและจิตใจสุขภาพมีความส�ำคัญต่อการด�ำรงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างย่ิง เพราะความสุขหรือความทุกข์ของ
มนุษย์ข้ึนอยู่กบั สขุ ภาพเปน็ สำ� คญั ความส�ำคญั ของสขุ ภาพสรปุ ได้เป็น 3 ระดบั ดังน้คี วามส�ำคัญต่อตนเอง ความส�ำคัญ
ต่อครอบครัว ความส�ำคญั ต่อสงั คม
ลกั ษณะของผทู้ ม่ี สี ขุ ภาพจติ ทด่ี ผี ทู้ ม่ี สี ขุ ภาพทด่ี จี ะตอ้ งมที ง้ั สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ดี หมายถงึ คนทมี่ รี า่ งกาย
ทั้งอวัยวะต่าง ๆ และระบบการท�ำงานอยู่ในสภาพท่ี สมบูรณ์ แข็งแรง และสามารถท�ำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปน็ ปกติ
48 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
บทที่ 5
เรอ่ื งที่ 1 โรคทถ่ี า่ ยทอดทางพนั ธกุ รรมความผดิ ปกตทิ ถี่ า่ ยทอดทางพนั ธกุ รรมสามารถเกดิ ขนึ้ ไดท้ ง้ั สองเพศ บาง
ชนดิ ถา่ ยทอดเฉพาะเพศชาย บางชนดิ ถา่ ยทอดเฉพาะในเพศหญงิ ซง่ึ ควบคมุ โดยหนว่ ยพนั ธกุ รรมหรอื ยนี เดน่ และหนว่ ย
พันธุกรรมหรือยนี ดอ้ ยบนโครโมโซมของมนษุ ย์
เรอ่ื งท่ี 2 โรคทางพนั ธกุ รรมทสี่ ำ� คญั โรคทถ่ี า่ ยทอดทางพนั ธกุ รรมทพี่ บโดยทวั่ ไป ไดแ้ ก่ โรคธาลสั ซเี มยี โรคฮโี มเลยี
โรคตาบอดสี โรคคนเผอื ก โรคเบาหวาน รวมถึงกลมุ่ อาการดาวนช์ ินโดรม (Down’s syndrome) หรอื โรคปญั ญาออ่ น
บทที่ 6
เรอื่ งที่ 1 หลกั การและวธิ กี ารใชย้ าทถ่ี กู ตอ้ งการใชย้ าทถ่ี กู ต้องมีหลกั การ ดงั น ้ี อ่านฉลากยาใหล้ ะเอยี ดก่อนการ
ใชท้ กุ ครงั้ ใชย้ าใหถ้ กู ชนดิ และประเภทของยาใชย้ าใหถ้ กู ขนาดใชย้ าใหถ้ กู เวลาใชย้ าใหถ้ กู วธิ ี ใชย้ าใหถ้ กู กบั บคุ คล ไมค่ วร
ใช้ยาท่หี มดอายุหรอื เส่อื มคณุ ภาพ
เรอื่ งท่ี 2 อนั ตรายจากการใชย้ า ยาทกุ ชนดิ มที ง้ั คณุ และโทษ ดงั นน้ั เพอ่ื หลกี เลย่ี งอนั ตรายจากการใชย้ าจงึ ควรใช้
ยาอยา่ งระมดั ระวงั และใช้เท่าที่จ�ำเป็นจริง ๆ เท่านั้น อันตรายจากการใช้ยามสี าเหตทุ ีส่ ำ� คัญ ดงั น้ี ใช้ยาไมถ่ กู ตอ้ ง ถอน
หรอื หยุดยาทนั ที ใชย้ ารวมกันหลายขนาน
บทที่ 7 ประเภทของสารเสพติด ยาเสพตดิ ให้โทษแบง่ ได้ 5 ประเภท
ประเภท 1 ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษชนดิ รา้ ยแรง เชน่ เฮโรอนี , แอมเฟตามนี ,แมทแอมเฟตามนี , เอก็ ซต์ าซี และแอลเอสดี
ประเภท 2 ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษท่ัวไป เชน่ มอร์ฟีน, โคคาอนี , โคเดอนี และฝิน่ ยา
ประเภท 3 ยาเสพติดให้โทษท่ีมีลักษณะเป็นต�ำรับยา และมียาเสพติดให้โทษในประเภท 2 ผสมอยู่ด้วย คือ
ยารักษาโรคทีม่ ียาเสพตดิ ประเภท 2 เปน็ สว่ นประกอบอยู่ในสูตร เชน่ ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องเสยี
ประเภท 4 สารเคมที ี่ใช้ในการผลติ ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษประเภท 1 หรือประเภท 2 เชน่ อาเซติคแอนไฮไดรด์ และ
อาเซติลคลอไรด์
ประเภท 5 ยาเสพติดให้โทษที่มไิ ด้เข้าอยู่ในประเภท 1 ถงึ ประเภท 4 เช่น กัญชา พืชกระทอ่ ม
ผลกระทบจากสารเสพติด
1. ดา้ นสขุ ภาพอนามัย 2. ดา้ นเศรษฐกจิ 3. ดา้ นสงั คม 4. ด้านความมนั่ คงของชาติ
สาเหตุของการตดิ สารเสพติด
สาเหตทุ ่ีเกดิ จากความรเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์ สาเหตทุ ่เี กดิ จากการถกู หลอกลวง สาเหตุทเ่ี กดิ จากความเจบ็ ป่วย และ
สาเหตอุ ืน่ ๆ
แนวทางการปอ้ งกัน
การป้องกันขั้นพ้ืนฐานนั้นเป็นการป้องกันมิให้มีการทดลองใช้ยา การใช้ยาในทางท่ีผิดหรือมิให้มีผู้เสพติดราย
ใหม่ๆ เกิดขัน้ การปอ้ งกนั ข้ันท่ีสองเป็นการเรง่ รีบน�ำผู้ที่ตดิ ยาแล้ว ไปบำ� บดั รักษา และการทีจ่ ะทำ� การปอ้ งกันการเสพ
ติดได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจ�ำเป็นต้องมีความเข้าใจในสาเหตุและองค์ประกอบของปัญหาการเสพติดเสียก่อน องค์
ประกอบทที่ �ำใหเ้ กิดการติดยานั้น ไดแ้ ก่ คน ยา และปัจจัยทเ่ี อ้ืออ�ำนวยให้มกี ารติดยา การวางแผนแกไ้ ขและป้องกัน
หมายเหตุ : ใหน้ ักศกึ ษา ได้ศึกษาเพม่ิ เติมจากหนงั สือแบบเรียนรายวชิ าสุขศึกษา พลศกึ ษา ทช31002
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน 49
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวิชาสุขศกึ ษา พลศกึ ษา รหัสวชิ า ทช31002
จงเลอื กค�ำตอบที่ถูกท่ีสุดเพยี งคำ� ตอบเดียว
1. ขอ้ ใดเรยี งลำ� ดบั ทางเดนิ อาหารจากตน้ ทางไปปลายทาง
ได้ถกู ต้อง 7.สอาหารปลอมปนตามพระราชบัญญัติอาหารได้ก�ำหนด
ก. ปาก หลอดอาหาร ล�ำไสใ้ หญ่ ลำ� ไสเ้ ล็ก ลกั ษณะอาหารปลอมปนยกเวน้ ข้อใด
ข. ปาก หลอดอาหาร ลำ� ไสเ้ ล็กกระเพาะอาหาร ก. อาหารท่มี คี ณุ ภาพหรอื มาตรฐานตามท่ีกำ� หนด
ค. ปากกระเพาะอาหาร หลอดอาหารลำ� ไสเ้ ลก็ ข. อาหารที่ได้สับเปล่ียนวัตถุอื่นแทนบางส่วนหรือคัด
ง. ปาก หลอกอาหาร กระเพาะอาหารล�ำไสเ้ ลก็ แยกวตั ถทุ มี่ คี ุณคา่ ออก
2. ระบบประสาทท�ำหนา้ ทอ่ี ะไร ค. อาหารท่ีผลิตขึ้นเทียมอาหารอย่างหนึ่งอย่างใด
ก. ควบคุมการท�ำงานของอวัยวะตา่ งๆ แลว้ จ�ำหนา่ ยเป็นอาหารแท้
ข. เปน็ โครงสร้างให้กบั รา่ งกาย ง. อาหารทม่ี ฉี ลากเพือ่ ลวงหรือพยายามลวงผูซ้ ้ือ
ค. ห่อหมุ้ และปกปอ้ งรา่ งกาย 8. ข้อใดเป็นการวางแผนการส่งเสริมสุขภาพของบุคคลใน
ง. ผลิตฮอร์โมน ครอบครัวทีเ่ หมาะสม
3. ขอ้ ใดคอื สง่ิ ทคี่ วรทำ� เปน็ ลำ� ดบั แรกเมอ่ื ถกู ลว่ งละเมดิ ทาง ก. พาลูกหลานไปวิง่ เล่นใกล้ๆกัน
เพศ ข. ชวนลูกเลน่ กฬี าท่ีชอบดว้ ยกนั
ก. เดนิ หนีให้เรว็ ท่ีสุด ค. พาลกู ไปชมรมกฬี าเพ่อื ฝกึ ซ้อม
ข. ต่อว่าด้วยถอ้ ยคำ� ทร่ี นุ แรง ง. พาลูกไปชมการแข่งขันกีฬาทุกประเภทเท่าท่ีจะ
ค. ตงั้ สติ และปฏิเสธอยา่ งจรงิ จงั ทำ� ได้
ง. พดู ปฏิเสธดว้ ยน้�ำเสียงและทา่ ทางที่แข็งกร้าว 9. ขอ้ ใดไมเ่ หมาะสมในการรวมกลมุ่ เพอ่ื เสรมิ สรา้ งสขุ ภาพ
4. ข้อใดเป็นการป้องกันปัญหาทางเพศในวัยรุ่นที่อาจจะ ในชุมชน
เกดิ ขนึ้ โดยได้รบั อิทธิพลจากสอื่ ก. รวมกลุม่ ผู้ดแู ลผู้สงู อายุ
ก. การจบั กลมุ่ เพื่อนในวยั เดียวกนั ข. ท�ำบญุ ไหว้พระทกุ วันพระ
ข. การปลกู ฝงั เจตคติท่ดี เี กี่ยวกับเพศ ค. แขง่ ขันกีฬาระหวา่ งชุมชน
ค. การใหค้ วามเปน้ อสิ ระในการดำ� เนินชีวิต ง. ปลกู ตน้ ไม้ในท่ีสาธารณะ
ง. การส่งเสริมให้เท่ยี วแหล่งบันเทิงกับเพ่ือน 10. หลกั การออกกำ� ลงั กายเพื่อสุขภาพที่ดที ี่สดุ คอื ขอ้ ใด
5.กผิวซีดอ่อนเพลียเบอ่ื อาหาร หงดุ หงิด มึนงงปวดศีรษะ ก. ออกกำ� ลงั กายอย่างหนักทุกวัน
เลบ็ บางเปราะ ถา้ ไมร่ กั ษาจะมผี ลเสยี ตอ่ ความจำ� เปน็ เปน็ ข. ออกก�ำลงั กายจากหนกั ไปหาเบา
อาการของโรคใด ค. ออกกำ� ลังกายเมอ่ื มเี วลาวา่ งเท่าน้ัน
ก. โรคโลหติ จาง ง. ออกกำ� ลงั กายอย่างสม�่ำเสมอหรือ 3 วันต่อ
ข. โรคกระดูกอ่อน 11. ข้อใดเป็นโรคทถ่ี ่ายทอดทางพนั ธกุ รรม
ค. โรคลักปิดลักเปิด ก. โรคงสู วัสด์ิ
ง. โรคขาดโปรตีนและพลังงาน ข. โรคตาบอดสี
6.ข้อใดเป็นสุขนิสยั ทีด่ ใี นการเตรยี ม-ปรุงอาหาร ค. โรคลักปดิ ลักเปดิ
ก. ใช้ตะหลิวตกั อาหารชมิ ระหว่างปรงุ ง. โรคน้�ำในหไู ม่เท่ากัน
ข. คุยกนั อย่างสนกุ สนานในขณะปรงุ อาหาร
ค. ใชม้ ือปิดปากและจมูกทกุ ครั้งเม่ือไอหรือจาม
ง. ปรุงอาหารใหส้ กุ และเกบ็ ในภาชนะท่สี ะอาด
50 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
12. ปัสสาวะในเวลากลางคืนบ่อย กินเก่งแต่น้�ำหนักลด 17. บุคคลในข้อใดมีทกั ษะการตระหนักรู้ในตนเองได้
แผลหายช้า เปน็ อาการของโรคใด ถกู ตอ้ ง
ก. โรคภูมแิ พ้ ก. วไิ ล สามารถพูดโนม้ น้าวใหเ้ พื่อนๆเชือ่ ตนเองได้
ข. โรคเบาหวาน ข. สมชาย สามารถท�ำรว่ มกบั เพ่ือนได้อา่ งมีความสุข
ค. โรคธารสั ซเี มีย ค. สมร มีการวางแผนการท�ำงานอย่างเปน็ ระบบ
ง. โรคขาดสารไอโอดนี ง. จงรกั เลอื กเรยี นในวิชาทีต่ นถนดั
13. ขอ้ ใดตอ่ ไปนเ้ี ปน็ การปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การใชย้ าทถี่ กู ตอ้ ง 18. ข้อใดบอกถึงความหมายของการจ�ำหน่ายอาหาร
ก. น้องมะลิ ใช้ยาเสริมความงามจากการโฆษณาขาย ส�ำเร็จรูปไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
ทางเฟซบกุ๊ ก. กระบวนการเคลอื่ นยา้ ยผลติ ภณั ฑจ์ ากผผู้ ลติ อาหาร
ข. นอ้ งจอย ใชผ้ ลิตภัณฑ์ราคาแพงจากบริษัทช่ือดัง สำ� เรจ็ รปู ไปยงั ผ้บู รโิ ภคโดยค�ำนงึ ถึงหลักสุขาภิบาล
รบั ประทานเอง ข. กระบวนการผลิตอาหารส�ำเร็จรปู ระหว่างพ่อคา้ คน
ค. น้องโบว์ ซ้ือผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพจากเภสัชกร กลางกบั ผูบ้ ริโภค
ร้านขายยาในตลาด ค. กระบวนการผลิตอาหารสำ� เรจ็ รูปพรอ้ มจำ� หน่ายได้
ง. น้องกก๊ิ ปรึกษาแพทยเ์ มอื่ พบปญั หาดา้ นสขุ ภาพ ทนั ที
รบั ประทานยาตามแพทยส์ ง่ั ง. กระบวนการซอื้ -ขายสนิ คา้ อาหารสำ� เรจ็ รปู ในตลาด
14. ข้อใดเป็นการปอ้ งกนั อันตรายจากการใช้ยา 19. ข้อใดเปน็ การจดั วางสนิ คา้ ตามหลกั สุขาภบิ าล
ก. ถูกหลัก ถกู เวลา ถูกชนิดและถูกคน ก. วางสนิ คา้ ใหมแ่ ละเกา่ ไว้คู่กันและท�ำใหด้ สู ะอาดตา
ข. ถูกหลกั ถกู วธิ ีการ และถูกตอ้ งกบั อาการ ข. วางสินค้าใหม่ไว้แถวหน้าสินค้าเก่าและท�ำให้ดู
ค. อยูใ่ นท่สี ูง สะอาดตา
ง. เปิดวิทยฟุ งั สถานการณ์ ค. วางสินคา้ เก่าและใหม่ปนกันไป และท�ำให้ดสู ะอาด
15. บคุ คลใดปฏิบตั ิตนไม่ถกู ตอ้ งเก่ยี วกับการใชย้ า เหมือนสนิ คา้ ใหม่
ก. ดำ� รง อา่ นฉลากยากอ่ นกนิ ยาทุกคร้ัง ง. วางสนิ คา้ เกา่ ไวแ้ ถวหนา้ สนิ คา้ ใหมแ่ ละทำ� ใหส้ ะอาด
ข. สุกิจ กินยาตามขนาดทรี่ ะบไุ วท้ ีซ่ อง เหมือนสนิ ค้าใหม่
ค. ฟ้าใส เก็บยาทีใ่ ช้ภายในและภายนอกแยกจากกัน 20. ข้อใดเป็นความหมายของทกั ษะชวี ติ
ง. กนก ลมื รับประทานยาจึงน�ำยาไปรับประทานรวม ก. การฝกึ ฝนทกุ อย่างใหช้ ำ� นาญ
กบั มื้อตอ่ ไป ข. การใช้ชีวติ อยใู่ นสังคมได้อยา่ งมสี ขุ
16. ขอ้ ใดบอกถงึ ความสำ� คญั ของทกั ษะการจดั การอารมณ์ ค. การยอมท�ำตามผูอ้ น่ื เพือ่ ใหไ้ ด้รับการยอมรับ
ได้ ง. การเขา้ ใจความตอ้ งการของมนษุ ยต์ ามหลกั
ก. ท�ำให้รู้วิธีการจัดการความโกรธ ความโศกเศร้า พระพุทธศาสนา
และตัง้ สติรตู้ วั ตนอยเู่ สมอ
ข. ท�ำให้จัดการปัญหาท่ีเกิดขึ้นในชีวิตได้อย่างเป็น
ระบบแบบแผนทัง้ กายและจิต
ค. ท�ำให้จัดการตัดสินใจเรื่องราวต่างๆในชีวิตได้อย่าง
มรี ะบบ
ง. ท�ำให้รับรู้ถึงสาเหตุของความเครียดและแนวทาง
ในการควบคุม
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพือ่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น 51
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
สรุปเนอ้ื หารายวิชาศิลปศกึ ษา รหสั วิชา ทช31003
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักศึกษาสามารถบอกความหมายและความส�ำคัญของทัศนศิลป์ได้
2. นักศกึ ษาสามารถบอก จดุ เสน้ สี แสง – เงา รปู รา่ งและรปู ทรง ทม่ี ีตอ่ ความรู้สกึ และทัศนคติของงาน
ทัศนศิลป์ได้
3. นกั ศกึ ษาสามารถเปรยี บเทยี บ วเิ คราะห ์ วพิ ากษ ์ วจิ ารณ์ เกยี่ วกบั ความคดิ สรา้ งสรรคใ์ นการประดบั ตกแตง่
ในงานทัศนศลิ ปส์ ากลได้
4. นักศกึ ษาสามารถบอกและอธิบายความดงี าม คุณคา่ ของงานทศั นศลิ ป์ที่มตี อ่ ประเพณี วฒั นธรรมของ
สังคมไทยได้
ขอบเขตเนือ้ หา
ความหมาย ความส�ำคัญ และความเปน็ มาของทศั นศลิ ป์สากลในดา้ นจติ รกรรม ประติมากรรมสถาปตั ยกรรม
ภาพพิมพ์ องประกอบจุด เสน้ ส ี แสง – เงา รปู รา่ งและรปู ทรง การวพิ ากษ์วิจารณ์ งานทัศนศิลปแ์ ละงานทัศนศิลปท์ ี
มคี ณุ คา่ ตอ่ ประเพณี วฒั นธรรมของสังคมไทยการพฒั นาความเปน็ มา ววิ ัฒนาการ รปู แบบเทคนิควธิ ีการ คณุ ค่า ความ
งามของนาฏศิลปส์ ากล การวิเคราะห์ วพิ ากษ์ วิจารณ์ การอนุรกั ษ์ภมู ปิ ญั ญา วฒั นธรรม ประเพณีของนาฏศิลป์สากล
บทท่ี 1 ทัศนศลิ ป์
จดุ คอื องคป์ ระกอบทเี่ ลก็ ทสี่ ดุ จดุ เปน็ สง่ิ ทสี่ ามารถบอกตำ� แหนง่ และทศิ ทางโดยการนำ� จดุ มาเรยี งตอ่ กนั ใหเ้ ปน็
เส้นการรวมกันของจุดจะเกิดน้�ำหนกั ท่ใี หป้ รมิ าตรแกร่ ปู ทรงเป็นต้น
เส้น หมายถึง จุดหลายๆจดุ ที่เรียงชดิ ติดกันเปน็ แนวยาวโดยการลากเส้นจากจดุ หนึง่ ไปยงั อีกจุดหน่งึ ในทศิ ทาง
ท่แี ตกต่างกัน โดยจำ� แนกออกไดเ้ ป็นลักษณะใหญ่ๆคือ เส้นตงั้ เส้นนอน เส้น เฉียง เส้นโค้ง เส้นหยัก เสน้ ซกิ แซก
สี หมายถึง หลักวิชาในเร่ืองของสีทสี่ ามารถมองเห็นได้ด้วยตาและเมือ่ สามรอ้ ยกวา่ ปีท่ผี ่านมาไอแซก แสงสขี าว
จะกระจายออกเป็นสรี งุ้ เรยี กวา่ สเปคตรมั มี 7 สี ไดแ้ ก่ มว่ ง คราม น้ำ� เงิน เขยี ว เหลือง สม้ แดง และไดก้ ำ� หนด
ให้เป็นทฤษฎสี ีของแสง
แสงและเงา หมายถึง แสงท่สี ่องมากระทบพื้นผิวท่ีมสี ีออ่ นแก่และพ้ืนผวิ สูง ตำ่� โค้ง นนู เรียบ หรือขรุขระท�ำให้
ปรากฏแสงและเงาแตกตา่ งกนั
ศิลปะ หมายถึง ผลแห่งความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ท่ีแสดงออกมาในรูปลักษณ์ต่างๆให้ปรากฏซึ่งความ
สนุ ทรยี ภาพ ความประทับใจ หรือความสะเทือนอารมณ์ ตามประสบการณ์ รสนิยม และทกั ษะของบคุ คลแตล่ ะคน
ประเภทของงานทศั นศลิ ปส์ ามารถแบง่ ออกเปน็ 4ประเภท คอื 1. งานจติ รกรรม 2. งานประตมิ ากรรม 3. สถาปตั ยกรรมAr-
chitecture) 4. ศลิ ปะภาพพมิ พ์
การวิเคราะห์งานศิลปะ หมายถึง การพิจารณาแยกแยะศึกษาองค์ประกอบของผลงานศิลปะออกเป็นส่วนๆ
ทีละประเด็นทั้งในด้านทัศนธาตุองค์ประกอบศิลป์และความสัมพันธ์ต่างๆในด้านเทคนิคกรรมวิธีการสร้างสรรค์ผลงาน
แตล่ ะชน้ิ ว่ามคี ณุ คา่ ทางด้านความงามทางด้านสาระและทางด้านอารมณ์ และความรูส้ กึ อย่างไร
52 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
บทท่ี 2 ดนตรสี ากล
ประวตั ิความเปน็ มาของดนตรีสากล ดนตรีสากลเปน็ มรดกทางวัฒนธรรมของชาตติ ะวันตก ในระยะเร่มิ แรกมี
การนำ� ดนตรสี ากลมาใชใ้ นกจิ กรรมทางศาสนาเพอื่ สรา้ งศรทั ธาเชอ่ื ในพระผเู้ ปน็ เจา้ ตอ่ มาดนตรถี กู นำ� มาใชใ้ นชวี ติ ประจำ�
วนั มากข้ึน มกี ารขับร้องและนำ� เครอื่ งดนตรีมาเล่นเพ่อื ปลุกปลอบความรสู้ กึ และเพื่อความบันเทงิ
ดนตรีสากลประเภทต่างๆเทคนิคและวิธีการเล่นการเทียบเสียงในวงดนตรีประเภทต่างๆนิยมใช้เครื่องมือที่มี
เสยี งหลกั อยูบ่ นบันไดเสียง c เปน็ หลักในการตงั้ เสียง ทำ� ใหเ้ ครอื่ งดนตรีชนิดอืน่ ๆเทยี บเสยี งตามหรือเทียบเสยี งให้เข้า
กับเครือ่ งทีใ่ ชเ้ ป็นหลกั ประเภทของเครอ่ื งดนตรี มดี ังนี้
- เครื่องดนตรสี ากลประเภทเครอ่ื งสาย ไวโอลีน กตี าร์
- เครอ่ื งดนตรสี ากลประเภทเครอื่ งลมไม้ คลาริเนต แซ็กโซโฟน ฟลทุ ปคิ โคโล
- เครอ่ื งดนตรีสากลประเภทลมทองเหลือง ทรมั เป็ท ทูบา ยูโฟเนียม ทรอมโบน
- เคร่ืองดนตรปี ระเภทเครอื่ งตกี ระทบ กลองใหญ กลองเล็กกลองทิมปานี กลองบองโก แทมบรู ีน ฉาบ
โซโลโฟน
- เครอ่ื งดนตรีสากลประเภทเครอ่ื งลิ่มนิว้ เปยี โน ออรแ์ กน
บทที่ 3 นาฎศิลป์
นาฏยนยิ ม หมายถงึ คําอธบิ าย คําจํากดั ความ ขอบเขต บทบาท และรปู ลกั ษณ ของนาฏศลิ ป์ซึ่งแสดงความ
หมายของนาฏยศลิ ป์ ทีห่ ลากหลาย อันเป็นเคร่อื งบ่งช้วี ่านาฏยศิลป์ มคี วามสาํ คัญ เกย่ี วข้องกับชวี ิต และสงั คมมาต้ังแต่
อดตี กาล
สุนทรียะทางนาฏศิลปส์ ากล หมายถึง ความวจิ ติ รงดงามของการแสดงนาฏศิลป์สากล ซง่ึ ประกอบ ไปดว้ ย
ระบาํ ราํ ฟ้อน ละครอันมีลีลาท่ารําและการเคล่อื นไหวทปี่ ระกอบดนตรี บทรอ้ งตามลกั ษณะและชนดิ ของการแสดง
แต่ละประเภท
ละครท่ีไดร้ บั อทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมตะวันตก
การละครมมี าต้งั แต่สมยั ดึกด�ำบรรพค์ ่กู ับมนษุ ยชาต ิ ทกุ ชาติ ทุกภาษา จดั การแสดงเพือ่ เปน็ การสรรเสริญ
พระผเู้ ป็นเจา้ และยอพระเกยี รติพระมหากษัตริย ์ ชาตทิ ี่มอี ารยธรรมท่เี กา่ แก่จะมตี �ำนานแสดงถงึ ก�ำเนดิ แหง่ การละคร
ประจ�ำชาติ ทง้ั นใี้ ห้เยาวชนได้ศกึ ษาค้นควา้ ซึ่งอาจจะเปน็ ภาพเขยี น ศิลาจารึก คมั ภีร ์ ตำ� รา ตลอดจนเอกสารสง่ิ พมิ พ์
หรือภาพถ่ายต่างๆ
ประเภทของละคร
การแบ่งประเภทของละคร นักทฤษฎีจัดแบ่งประเภทของละครขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเพ่ือให้ผู้ศึกษา
ทฤษฎีการละครมีความเข้าใจพ้ืนฐานของวิชาการละครซึ่งจะช่วยให้ผู้ศึกษาได้รู้คุณค่าของศิลปะการละครเพ่ือน�ำความ
รู้มาเป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ผลงานการแสดงละครให้พัฒนา ละครแบ่งออกเป็นประเภทโศกนาฏกรรม และ
สขุ นาฏกรรม โดยเฉพาะละครนาฏกรรมแบบรกั โศก จะเปน็ ความบนั เทงิ อยา่ งหนง่ึ ซงึ่ เปน็ ทนี่ ยิ มชมชอบของผดู้ เู ปน็ อยา่ ง
มาก เนอื่ งจากเปน็ ความบนั เทงิ ราคาถกู หาชมไดง้ า่ ย ซง่ึ ผชู้ มกจ็ ะตอ้ งมวี จิ ารณญาณในการเลอื กชมจงึ จะไดร้ บั ประโยชน์
คมุ้ ค่าจากการชมละคร
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน 53
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
ละครกับภูมปิ ญั ญาสากล
จากหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรพ์ บวา่ ชาตทิ ม่ี อี ารยธรรมเกา่ แกจ่ ะมตี ำ� นานแสดงถงึ ผลงานการสรา้ งสรรคล์ ะคร
โดยมจี ุดม่งุ หมายเพอ่ื ใช้ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา และเพอ่ื รบั ใชส้ งั คม ใหค้ วามร้ ู ให้บทเรียน กระตุ้นจติ สำ� นึกของ
ผ้ชู มละคร ให้ตระหนักในภารกจิ หน้าทข่ี องตน ปจั จุบันมกี ารนำ� ละครมาเป็นส่อื รบั ใชส้ ังคมมากขึ้น ดังนั้น ละครจึงมี
อิทธพิ ลทจ่ี ะเปล่ียนแปลงแนวคิดและพฤตกิ รรมมนุษยไ์ ดเ้ ป็นอยา่ งดี
บทท่ี 4 การออกแบบกับแนวทางการประกอบอาชีพ
มนษุ ยม์ คี วามคดิ สรา้ งสรรคอ์ ยตู่ ลอดเวลาตามแตป่ ระสบการณม์ ากนอ้ ยของแตล่ ะบคุ คล การออกแบบเปน็ สว่ น
หนงึ่ ของความคดิ สรา้ งสรรคท์ างศลิ ปะของมนษุ ย์ การออกแบบทางศลิ ปะสามารถนำ� ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการประกอบอาชพี
ไดห้ ลายสาขา
หมายเหตุ : ให้นกั ศกึ ษา ไดศ้ กึ ษาเพ่ิมเติมจากหนังสือแบบเรยี นรายวิชาศลิ ปศึกษา ทช31003
54 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวิชาศลิ ปศกึ ษา รหสั วิชา ทช31003
จงเลือกค�ำตอบที่ถูกต้องทสี่ ุดเพียงค�ำตอบเดยี ว
1. ศิลปะข้อใดจัดอยใู่ นสาขาทศั นศิลปท์ ้ังหมด 7. เสน้ โค้ง เมอื่ เรามองจะให้ความรูส้ ึกใด
ก. การละคร ภาพพิมพ์ ภาพถา่ ย ก. ม่ังคง สงบ เที่ยงตรง
ข. ภาพพิมพ์ นาฏศลิ ป์ จิตรกรรม ข. น่มุ นวล อ่อนหวาน ออ่ นไหว
ค. ภาพถา่ ย ส่อื ประสม ประติมากรรม ค. เคลอ่ื นไหว สนกุ สนาน สับสน วนุ่ วาย
ง. จติ รกรรม ประติมากรรม สถาปตั ยกรรม ง. ไม่ม่ันคง
2. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระเภทของศิลปะ 8. คนทมี่ ีรปู ร่างผอมสูงควรเลือกใส่เสอื้ ผ้าตามขอ้ ใดทจี่ ะ
ก. ทัศนศลิ ป์ ท�ำให้ดูสมส่วนมากขึน้
ข. ดนตรี ก. ลายจุด
ค. นาฏศลิ ป์ ข. ลายแนวตง้ั
ง. ศิลปนิ ค. ลายแนวนอน
3. สีในขอ้ ใดคือแขนงจิตรกรรม ง. ลายดอกสดใส
ก. สีน้�ำมนั 9. การตกแต่งห้องจัดกิจกรรมส�ำหรับเด็กควรใช้โทนสี
ข. สีโปสเตอร์ ลักษณะใด
ค. สฝี นุ่ ก. สเี รยี บ ๆ
ง. สนี ้ำ� ข. สสี ดใส
4. ประติมากรรม (Sculpture) หมายถึงข้อใด ค. สีทบึ แน่น
ก. การน�ำวสั ดุมาสรา้ งสรรคผ์ ลงาน ง. ลายดอกสดใส
ข. การแสดงออกด้วยวธิ ีการใชเ้ ส้น สี แสง เงา 10. ข้อใดไม่ใช่สิ่งก่อสร้างท่ีสนองความเชื่อถือศรัทธา
ค. การแสดงออกดว้ ยวิธกี ารปนั้ แกะสลกั หลอ่ เคารพบชู าของมนษุ ย์
เป็นตน้ ก. สถูป
ง. ไม่มีข้อใดถกู ข. สสุ าน
5. องคป์ ระกอบของทัศนศลิ ป์คอื จดุ เส้น สี รปู ทรง พ้นื ค. อพารท์ เมนท์
ผิว แสง เงา เรียกโดยรวมว่าอย่างไรลักษณะอาหาร ง. อนุสาวรยี ์พ่อขุนรามคำ� แหง
ปลอมปนยกเว้นข้อใด 11. ขอ้ ใดมคี วามบกพรอ่ งและขาดความนา่ เชอื่ ถอื สำ� หรบั
ก. ทศั นศกึ ษา การวจิ ารณ์งานศิลปกรรม
ข. ทัศนคติ ก. วิจารณ์โดยปราศจากอคติ
ค. ทัศนธาตุ ข. วจิ ารณ์โดยใชค้ วามร้สู ึกของตนเองเปน็ หลัก
ง. ทัศนาจร ค. วิจารณท์ ีต่ ัวผลงานเปน็ หลกั ไม่สนใจศิลปิน
6. เสน้ (Line) มคี วามหมายในข้อใด ง. วิจารณต์ ามลักษณะของเนอ้ื หาและเขา้ ใจถึงการ
ก. การเคลื่อนไหวของจุดท่ีต่อกันไปในทศิ ทางต่าง ๆ แสดงออก
ข. โครงสร้างท่ีอยูร่ อบนอกของมิติ
ค. องค์ประกอบท่เี ล็กทส่ี ดุ ไมม่ มี ติ ิ
ง. ลกั ษณะผิวนอกของวตั ถุ
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี น 55
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
12. ขอ้ ใดไมใ่ ชค่ ณุ สมบตั ิของผ้วู จิ ารณ์ผลงานทศั น์ศลิ ป์ 17. อะไรท่ีเป็นตัวบ่งชี้ความเจริญของคนในแต่ละยุคท่ีมี
ก. ต้องมีความรูเ้ รือ่ งราวงานศลิ ปะอย่างกวา้ งขวาง คณุ ค่าและนา่ หวงแหน
ข. ตอ้ งมปี ฏภิ าณไหวพรบิ ดีมีความคิดสร้างสรรค์ ก. โบราณสถาน โบราณวตั ถุ
ค. ต้องมีประสบการณเ์ กี่ยวกับงานศิลป์ ข. ดอกไม้ ตน้ ไม้
ง. ต้องมีความรู้สกึ เป็นของตนเอง ค. ล�ำธาร คลอง แมน่ ำ้�
13. น�้ำตก คอื รูปแบบในงานศลิ ปะตามข้อใด ง. ถกู ทุกขอ้
ก. รปู แบบเรขาคณติ
ข. รปู แบบธรรมชาติ 18. อนสุ าวรยี พ์ อ่ ขนุ รามคำ� แหงมหาราชคอื ทศั นศลิ ปแ์ ขวง
ค. รูปแบบนามธรรม ใด
ง. ไม่มรี ูปแบบ ก. จติ รกรรม
14. จากภาพคือลักษณะรูปร่างแบบใด ข. ปติมากรรม
ก. รปู รา่ งธรรมชาติ ค. สถาปัตยกรรม
ข. รปู รา่ งเรขาคณิต ง. ภาพพิมพ์
ค. รูปร่างอิสระ 19. ผลงานทีโ่ ดดเดน่ ของ “กอธิค” คอื อะไร
ง. รปู ร่างท�ำเอง ก. เทพเจ้า
15. รูปร่างท่ีเกิดขึ้นจากการดัดแปลงตัดทอนโดยไม่มี ข. วญิ ญาณ
โครงสร้างทีแ่ น่นอนคอื ข้อใด ค. ศาสนา
ก. รปู ร่างอิสระ ง. ธรรมชาติ
ข. รปู ร่างท�ำเอง 20. ศิลปะ “กอธคิ ” เปน็ เร่ืองราวเกี่ยวกบั อะไร
ค. รปู ร่างธรรมชาติ ก. การเขียนภาพฝาผนัง
ง. รูปรา่ งเรขาคณิต ข. การประดบั กระจกสี
16. ถา้ บริเวณหอ้ งผเู้ รยี นคบั แคบเราควรใชส้ แี บบใด ค. การประดบั หินสี
ก. สีเขม้ ง. การเขียนภาพแบบปนู เปียก
ข. สอี ่อน
ค. สรี ้อน
ง. สสี วา่ ง
56 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่ือยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สรปุ เนอ้ื หารายวชิ าสังคมศกึ ษา รหัสวชิ า สค31001
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั ศึกษามคี วามรู้ ความเข้าใจ เก่ยี วกบั สภาพทางภมู ศิ าสตร์กายภาพของประเทศไทยกบั ทวปี ตา่ ง ๆ ได้
2. นักศึกษาสามารถเปรยี บเทียบสภาพภมู ิศาสตร์กายภาพของประเทศไทยกบั ทวีปตา่ ง ๆ ได้
3. นักศกึ ษาสามารถอธิบายถงึ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติท่ีเกิดขึน้ ในโลกได้
4. นักศกึ ษาสามารถใชเ้ ครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตรท์ สี่ ำ� คัญๆได้
5. นกั ศกึ ษาสามารถบอกวธิ ีป้องกนั ตนเองใหป้ ลอดภยั เมอ่ื เกดิ ภยั จากปรากฏการณธ์ รรมชาติได้
6. นักศึกษาสามารถวเิ คราะห์ แนวโนม้ และวกิ ฤตส่งิ แวดล้อมที่เกดิ จากการกระทำ� ของมนุษยไ์ ด้
7. นกั ศกึ ษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจในการใชน้ วตั กรรม และเทคโนโลยดี า้ นสงิ่ แวดลอ้ มเพอื่ พฒั นาทรพั ยากรธรรมชาติ
และสิง่ แวดล้อมท่ียง่ั ยนื
ขอบเขตเนื้อหา
สภาพภูมศิ าสตร์กายภาพ ของประเทศท่อี ย่ใู นทวีปตา่ ง ๆ และปรากฏการณท์ างธรรมชาตทิ ีส่ ำ� คญั ๆ การแบ่ง
ยคุ สมยั ทางประวตั ศิ าสตร์ แหลง่ อารยะธรรมโลก บคุ คลสำ� คญั ของโลก เหตกุ ารณส์ ำ� คญั ของโลกท่ี มผี ลตอ่ ปจั จบุ นั ระบบ
เศรษฐกิจ สถาบันการเงนิ และการเงินการคลงั ของประเทศไทย ระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และการรวมกล่มุ ทาง
เศรษฐกจิ ของประเทศตา่ ง ๆ การพฒั นาการ การเมอื ง การปกครอง ของประเทศไทย และเหตกุ ารณส์ ำ� คญั ทางการเมอื ง
การปกครองของโลกทีส่ ง่ ผลกระทบต่อประเทศไทย
บทที่ 1 ภมู ศิ าสตรกายภาพ
สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของประเทศไทย ประเทศไทยตงั้ อยใู่ นภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใตแ้ ละมที ตี่ ง้ั อยู่
บรเิ วณตอนกลางของคาบสมทุ รอนิ โดจนี จากการทปี่ ระเทศไทยมที ตี่ งั้ เปน็ คาบสมทุ รจงึ ไดร้ บั อทิ ธพิ ลจากทะเลอนั ดามนั
และทะเลจีนใต้ ภายในแผ่นดนิ มีลักษณะภมู ิประเทศแตกต่างกันไปตามภาค เช่น ที่ราบ ภูเขา ชายทะเล และจากการ
มที ่ตี ้ังในเขตภมู ิอากาศแบบรอ้ นชื้น มีลมมรสมุ พัดผ่าน จงึ ทำ� ใหม้ ีพชื พรรณธรรมชาติและสิง่ แวดล้อมหลากหลายเออื้ ต่อ
การตั้งถ่ินฐานและการด�ำรงชีวิตของ มนุษย์ประเทศไทยมีลักษณะภูมิประเทศ ภูมิอากาศและพืชพรรณธรรมชาติตาม
ลกั ษณะของภูมิภาคหรอื ทอ้ งถ่นิ สามารถจ�ำแนกลักษณะภูมปิ ระเทศออกเปน็ 6 เขต คอื 1. ทิวเขาและหบุ เขาภาคเหนอื
2. ที่ราบลุม่ นำ้� ภาคกลาง 3. ท่รี าบสูงภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ 4. ทิวเขาภาคตะวันตก 5. ชายฝ่ังภาคตะวันออก 6.
คาบสมทุ รภาคใต้
สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพของทวปี เอเชยี ทวปี เอเชยี เปน็ ดนิ แดนทอี่ ยทู่ างซกี โลกตะวนั ออกและไดช้ อื่ วา่ เปน็
ทวีปท่มี สี ิ่งตรงกันข้ามและสิง่ ท่ีเปน็ ที่สุดของโลกอยหู่ ลาย ๆ อย่าง เช่น เป็นทวีปทมี่ ีขนาดใหญ่ที่สดุ คือมเี น้อื ที่ประมาณ
44,648,953 ตารางกิโลเมตร และมีพ้ืนทีส่ ูงทสี่ ุดในโลก คอื ยอดเขาเอเวอเรสต์ ซึง่ มีความสูงประมาณ 8,850 เมตรหรอื
29,028 ฟตุ มีท้องทะเลทลี่ ึกทส่ี ดุ อยใู่ นมหาสมทุ รแปซฟิ ิก และยังเป็นทวีปทมี่ ีประชากรมากทีส่ ดุ ในโลกอีกดว้ ย
ปรากฏการณธ์ รรมชาติ คือ การเปลย่ี นแปลงของธรรมชาติ ทัง้ ในระยะยาวและระยะสัน้ สภาพแวดลอ้ มของ
โลกเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ทั้งเป็นระบบและไม่เป็นระบบเป็นสิ่งท่ีอยู่รอบตัวเรา มักส่งผลกระทบต่อเราในธรรมชาติ
การเปลีย่ นแปลงบางอยา่ งมีผลกระทบตอ่ เรารนุ แรงมาก
พาย ุ คอื สภาพบรรยากาศทถี่ ูกรบกวนแบบใด ๆ กต็ าม โดยเฉพาะทม่ี ผี ลกระทบต่อพน้ื ผวิ โลก และบ่งบอกถึง
สภาพอากาศทร่ี นุ แรง เวลากลา่ วถงึ ความรนุ แรงของพายุ จะมเี น้ือหาส�ำคญั อยู่บางประการคือ ความเรว็ ท่ศี ูนยก์ ลาง ซึ่ง
อาจสูงถึง 400 กโิ ลเมตร/ชว่ั โมง
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น 57
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
นำ�้ ทว่ ม สาเหตุส�ำคัญขน้ึ อยู่กับสภาพทอ้ งท่ี และความวปิ ริตผันแปรของธรรมชาติแต่ในบางท้องที่ การกระท�ำ
ของมนษุ ยก์ ม็ สี ว่ นสำ� คญั และ เกดิ จากมนี ้�ำเป็นสาเหตุ อาจจะเป็นน้�ำทว่ ม น้ำ� ป่าหรอื อ่นื ๆ โดยปกตอิ ทุ กภยั เกิด
จากฝนตกหนกั ต่อเนอ่ื งกนั เป็นเวลานาน
บทที่ 2 ประวตั ศิ าสตร
เรื่องท่ี 1 การแบง ชวงเวลาและยคุ สมัยทางประวตั ิศาสตร์
ยุคสมัยประวัติศาสตรมีความสําคัญตอการศึกษาประวัติศาสตรเนื่องจากเปนการแบงชวงเวลา ในอดีต
อยา งเปน ระบบ โดยพจิ ารณาจากหลกั ฐานทเ่ี หลอื อยใู นปจ จบุ นั ซงึ่ จะนาํ ไปสกู ารวเิ คราะหเ หตกุ ารณ์ ตา งๆ อยา งมเี หตผุ ล
โดยตระหนักถึงความสาํ คญั ของความตอ เนอ่ื งของชว งเวลา จะทาํ ใหก ารลาํ ดบั เปรยี บเทยี บเรอ่ื งราวทางประวตั ศิ าสตรม ี
ความชัดเจนขนึ้ ตามเกณฑด ังตอไปน้ี
2.1 ยคุ กอนประวัติศาสตร
2.1.1. ยุคหนิ 2.1.2 . ยุคโลหะ
2.2 ยคุ ประวัตศิ าสตร
2.2.1. สมยั โบราณ มนุษยเ ลิกใชชวี ติ แบบเรรอ นมาต้ังถ่นิ ฐานบานเรอื นอยรู วมกัน สรา งระเบยี บวนิ ยั
ในการอยูรว มกนั ขน้ึ จนเปนสงั คมท่มี ีความซบั ซอ น
2.2.2. สมัยกลาง เม่ือจักรวรรดโิ รมนั ลม สลาย โดยการรุกรานของพวกเตอรก ศิลปะวทิ ยาการตา งๆจงึ
หยุดชะงักไปดวย ยุคสมยั นีจ้ ึงเรยี กอีกช่ือหนงึ่ วา ยคุ มืด
2.2.3. สมัยใหมหรือยุคฟนฟูศิลปะวิทยาการ นับวายุคนี้เปนรากฐานของความเจริญทุกๆ ดานในยุค
ตอ มา ชวงเวลาของยคุ นีเ้ รมิ่ ต้งั แตก ารออกสํารวจดนิ แดนไปจนถงึ สงครามโลกครั้งที่ 1
2.2.4. สมยั ปจ จุบันคือ ชว งเวลาตงั้ แตย ุติสงครามโลกคร้ังท่ี 1 เร่ือยมาจนถงึ ปจ จบุ นั
บทที่ 3 เศรษฐศาสตร
ความหมายของเศรษฐศาสตร
เศรษฐศาสตร หมายถึง สาขาวิชาหนึ่งในสังคมศาสตร ที่ศึกษาพฤติกรรมของมนุษยในการใชทรัพยากรท่ีมี
อยูอยางจาํ กดั โดยการจัดสรรทรัพยากรไดอ ยา งเสมอภาคและเปนธรรมและเปน ท่ีพงึ พอใจ
ความสําคญั ของเศรษฐศาสตร
เศรษฐศาสตร เปนเรื่องเก่ียวเนื่องสัมพันธกับพฤติกรรมของคนในสังคมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจซ่ึงประกอบ
ดว ยการผลติ การกระจายผลติ และผบู รโิ ภค เศรษฐศาสตรจ งึ มบี ทบาทสาํ คญั ตอ การดาํ เนนิ กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ทกุ ชนดิ
ระบบเศรษฐกิจ
ระบบเศรษฐกจิ หมายถงึ สถาบนั ทางเศรษฐกจิ ที่ประกอบดว ยหนว ยเศรษฐกจิ หลาย ๆ หนวย มารวมกัน มี
กฎเกณฑ ระเบยี บแบบแผนและแนวปฏบิ ตั อิ ยา งเดยี วกนั มรี ปู แบบการจดั ระบบสงั คม เพอื่ นาํ ทรพั ยากรมาใชใ นการผลติ
สนิ คา และบริการ รวมถึงการจําแนกแจกจายสนิ คาและบริการนน้ั ใหกบั คน ในสงั คมระบบเศรษฐกจิ ยังรวมถงึ การ
จดั ระบบการครอบครองปจ จยั การผลติ การควบคุมราคาและคา จา งหรอื ระบบตลาด
กระบวนการทางเศรษฐกิจ
การผลิต (Production) หมายถึง การสรางเศรษฐทรัพยเพื่อบําบัดความตองการของมนุษย หรือการนําเอา
ปจ จัยการผลติ ตางๆไดแก ทดี่ นิ แรงงาน ทนุ ผูประกอบการไปผา นกระบวนการผลติ หรอื กรรมวิธีตา ง ๆ จนเกดิ เปนสนิ
คาและการบริการเพื่อบําบัดความตองการของมนุษยในลักษณะที่เนนการ สรา้ งประโยชนท างเศรษฐกจิ ขึ้นมาใหม่
58 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
บทที่ 4 การเมอื งการปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตย คาํ วา “ประชาธปิ ไตย” เปน คาํ ไทยทบ่ี ญั ญตั ขิ นึ้ ใหม คี วามหมายตรงกบั คาํ ภาษาองั กฤษ
วา Democracy หมายถงึ อาํ นาจของประชาชน คาํ วา “ประชา” แปลวา ประชาชน คาํ วา “อธปิ ไตย” แปลวา ความเปน็
ใหญ สรปุ วา คาํ วา “ประชาธปิ ไตย” หมายถึง การปกครองทีป่ ระชาชน มีอาํ นาจสูงสดุ ในการปกครองประเทศ
หลักการของระบอบประชาธปิ ไตย ระบอบประชาธปิ ไตยจะม่ันคงหรือไมน ้ันข้นึ อยูกบั รฐั บาลและประชาชนวา จะยดึ มน่ั
ในหลกั การของระบอบประชาธิปไตยมากนอยเพียงใด ซึ่งหลกั การของระบอบประชาธปิ ไตยมดี งั นี้
หลักความเสมอภาค หมายถึง ทุกคนไมวาฐานะจะเปนอยางไร มีสติปญญาหรือความสามารถมากนอย
แตกตา งกนั หรอื แมม ผี วิ พรรณแตกตา งกนั แตท กุ คนมคี วามเปน มนษุ ยอ ยา งเทา เทยี มกนั ซงึ่ หลกั ความเสมอภาคแบง เปน
4 ลักษณะ ดงั น้ี
1) ความเสมอภาคทางกฎหมาย หมายความวา ทุกคนมีความเทา เทียมกันทางกฎหมาย
2) ความเสมอภาคทางการเมอื ง หมายความวา ทุกคนมีความเทา เทยี มกนั ในทางการเมอื งการปกครอง
ประเภทของประชาธิปไตย
การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย แบง ออกเปน 2 ประเภท คือ
3.1 ประชาธปิ ไตยโดยทางตรง เปนวิธีการที่ประชาชนทกุ คนมีสวนรวมในการปกครองโดยตรงเหมาะกบั รัฐทม่ี ี
ประชากรไมม าก
3.2 ประชาธิปไตยโดยทางออม เน่ืองจากจํานวนประชากรของแตละประเทศมีจํานวนมหาศาล ดังน้ันการ
ใหป ระชาธปิ ไตยทางตรง จงึ ไมส ามารถกระทาํ ไดป ระเทศตา ง ๆ ทวั่ โลกไดใ ชว ธิ ปี ระชาธปิ ไตยทางออ ม ซงึ่ กค็ อื การเลอื ก
ตัวแทนเขาไปทําหนาท่ีแทนประชาชน การใชอํานาจอธิปไตยของประชาชนจะใชผานตัวแทน ซึ่งไดแก อํานาจนิติกับ
บญั ญตั ิคือรัฐสภา อํานาจบริหารคอื รัฐบาล อํานาจตลุ าการคือศาล
การปกครองระบอบเผดจ็ การ
2.1 ความหมายของการปกครองระบอบเผดจ็ การ
การปกครองระบอบเผด็จการ หมายถึง การปกครองท่ีใหความสําคัญแกอํานาจรัฐและผูปกครองอํานาจรัฐ
จะอยูเหนือเสรีภาพของบุคคล คณะบุคคลเดี่ยวหรือพรรคการเมืองเด่ียว โดยจะถือประโยชนของรัฐมากกวาของ
ประชาชนการปกครองระบอบเผด็จการมีลักษณะแตกตางจากประชาธิปไตย เพราะระบอบเผด็จการ มุงใหประชาชน
มีสวนรวม“นอยที่สุด” หรือ “ไมมี” เลย อีกทั้งยังไมตองการใหมีฝายคานแต่ตองการให้มีการปฏิบัติตามอยางเต็มท่ี
เพราะถอื วา ฝา ยคา นเปน ศตั รหู รอื อปุ สรรคของชาติ ระบอบเผดจ็ การเปน ระบอบการเมอื งการปกครองทม่ี มี าชา นานแลว
และไดวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา ซึ่งผูนําประเทศตาง ๆ มีการนําระบอบเผด็จการมาปรับปรุงเพื่อใหสอดคลองกับ
สถานการณทนั สมยั และนาเลอ่ื มใส เพือ่ ใหเปนที่ยอมรับของประชาชน
หมายเหตุ : ให้นกั ศึกษา ได้ศกึ ษาเพมิ่ เติมจากหนงั สอื แบบเรียนรายวิชาสงั คมศกึ ษา สค31001
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน 59
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวชิ าสงั คมศึกษา รหสั วชิ า สค31001
จงเลือกคำ� ตอบทถี่ ูกตอ้ งท่ีสดุ เพียงคำ� ตอบเดียว
1. แม่น�้ำดานบู มีต้นก�ำเนดิ จากเทอื กเขาในประเทศอะไร 6.llเขตภูมิอากาศของทวีปอเมริกาเหนือข้อใด มีลักษณะ
ก. ออสเตรเลยี อากาศแบบร้อนมีฝนตกคล้ายกับประเทศไทย มีช่วงเวลา
ข. เยอรมัน
ค. สวเี ดน ระหวา่ งฤดฝู นกับฤดแู ลง้ สลับกนั ปลี ะ 6 เดอื น
ก. ภมู ิอากาศแบบป่าดิบชนื้ (Af)
ง. กรีซ ข. ภมู ิอากาศแบบปา่ มรสมุ (Am)
2. ลมประจำ� ทีพ่ ัดผา่ นทวปี ยุโรปคอื ขอ้ ใด
ก. ลมตะวันออก ค. ภูมอิ ากาศแบบทุ่งหญา้ สะวันนา (Aw)
ง. ภูมอิ ากาศแบบเมดเิ ตอรเ์ รเนยี น (Cs)
ข. ลมตะวันตก 7.สสาเหตุหลักการเกิดแผ่นดินไหวของประเทศเนปาล
ค. ลมเหนือ
ง. ลมใต้ คือข้อใด
ก. การสนั่ สะเทอื นของพื้นผิวโลก
3. ขอ้ ใดเปน็ ช่ือแม่น�ำ้ ที่ส�ำคญั ในทวีปอเมริกาเหนือ ข. น�ำ้ แข็งขวั้ โลกเหนือละลาย
ก. มสิ ซิสซิปปี
ข. แอมะซอน ค. ภาวะเรอื นกระจก
ง. พายเุ ฮอร์ริเคน
ค. ปารากวยั 8. สึนามเิ ป็นภยั ธรรมชาติทม่ี ักเกิดเมอ่ื ใด
ง. ปารานา
4. ประเทศชลิ ีมีภมู ิอากาศแบบใด ก. แผน่ ดินไหวรุนแรงใตท้ อ้ งทะเล
ข. แผน่ เปลอื กโลกเล่อื นออกจากกนั
ก. ทงุ่ หญ้ากง่ึ ทะเลทราย ค. แผ่นดนิ ไหวพรอ้ มกับภูเขาไฟระเบดิ
ข. เมดเิ ตอรเ์ รเนยี น
ค. ภาคพ้ืนสมุทร ง. พายุหมุนอย่างฉับพลันบรเิ วณกลางมหาสมุทร
9. “สนี ำ้� เงนิ ”ในแผนทหี่ มายถงึ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแบบใด
ง. ป่าดิบชนื้ ก. แมน่ ำ�้
5.กข้อใดคือความแตกต่างภูมิอากาศในประเทศไทยกับ ข. ป่าไม้
ทวปี ยโุ รป ค. ท่ีราบสูง
ก. อากาศประเทศไทยร้อนชืน้ อากาศทวปี ยโุ รป ง. ถนนสายหลัก
หนาวจัด 10.9การศึกษาท่ีต้ังของสภาพภูมิประเทศนมลูกควรใช้
ข. อากาศประเทศไทยรอ้ นจดั อากาศทวปี ยุโรป เครอ่ื งมอื ใดจงึ เหมาะสมทสี่ ดุ
อบอุ่นหนาวจัด ก. ลกู โลก
ค. อากาศประเทศไทยร้อนจัด อากาศทวปี ยโุ รป ข. เข็มทศิ
ฝนตกตลอดทั้งปี ค. แผนท่ี
ง. อากาศประเทศไทยร้อนชื้น อากาศทวีปยโุ รป ง. เวบ็ ไซต์
อบอนุ่ ชน้ื และหนาวเย็น
60 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
11. เม่ือเกดิ ฝนตกฟา้ คะนอง ควรปฏิบตั อิ ยา่ งไร 16. ประโยชน์สูงสดุ ทม่ี นุษยไ์ ดร้ บั จากปา่ ไมค้ ือข้อใด
ก. หลบอยใู่ นบา้ น ก. เปน็ แหลง่ ตน้ นำ�้ ล�ำธาร
ข. อยูใ่ ต้ต้นไม้ใหญ่ ข. ใหร้ ม่ เงาจากแสงอาทิตย์
ค. อยใู่ นท่โี ลง่ แจ้ง ค. ใชเ้ ป็นวัตถดุ บิ ในการสร้างบา้ นเรอื น
ง. อย่ใู กลเ้ สาสูง ง. อปุ กรณไ์ ฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกส์
12. ขอ้ ใดเป็นขอ้ ควรปฏบิ ตั ิเพ่อื เตรียมความพร้อมกอ่ น 17. ข้อใดคือสาเหตุส�ำคัญท่ีมนุษย์ท�ำลายทรัพยากร
เกดิ แผน่ ดินไหว ธรรมชาติและส่ิงแวดลอ้ ม
ก. เตรยี มเครือ่ งอปุ โภคบริโภคที่จำ� เปน็ ก. ความโลภของมนุษย์
ข. อยูใ่ นบ้านใหห้ ่างประตู หน้าต่าง หรอื ระเบียง ข. ความรเู้ ท่าไม่ถึงการณ์
ค. ไม่ควรถือเคร่ืองมือเครือ่ งใช้ทีเ่ ป็นส่อื ไฟฟา้ ค. พฤตกิ รรมการบรโิ ภค
ง. แจ้งขอความช่วยเหลือจากหนว่ ยงานต่าง ๆ ง. การเพ่มิ ของประชากร
13. ขอ้ ใดเปน็ สงิ่ ทต่ี อ้ งปฏบิ ตั เิ มอ่ื เกดิ คลน่ื สนึ ามขิ ณะทท่ี า่ น 18. ข้อใดคือปจั จัยที่ทำ� ใหป้ ัญหาการกัดเซาะชายฝัง่
กำ� ลงั อย่บู ริเวณชายทะเล ทะเลในปัจจบุ ันมคี วามรนุ แรงมากขึน้
ก. เดินสำ� รวจระดับนำ้� ทลี่ ดลง ก. ภาวะโลกร้อน
ข. หาสิ่งท่ีลอยน�ำ้ ได้และเกาะไวใ้ ห้แนน่ ข. การเกดิ พายหุ มนุ เขตร้อน
ค. ออกจากชายฝ่งั ใหเ้ ร็วที่สดุ และหนขี ึน้ ทส่ี ูง ค. ปรากฏการณ์อณุ หภมู ผิ กผัน
ง. โทรศัพทข์ อความชว่ ยเหลอื จากหนว่ ยงาน ง. ปลูกต้นโกงกางตามชายฝั่งทะเล
ภาครัฐ 19. ข้อใดกลา่ วถงึ การอนรุ ักษ์ทรัพยากรธรรมชาตไิ ดถ้ ูก
14. ข้อใดเป็นขอ้ ควรปฏบิ ตั ิเมอื่ เกิดภัยธรรมชาตทิ กุ ชนิด ต้องทีส่ ดุ
ก. รีบออกนอกอาคาร ก. การมมี าตรการป้องกันและคมุ้ ครอง
ข. อยู่หา่ งฝงั่ ทะเลการณ์ ข. การควบคุมมิใหม้ กี ารทำ� ลายทรัพยากรธรรมชาติ
ค. อยใู่ นท่ีสูง ค. การใชท้ รัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสดุ
ง. เปดิ วิทยฟุ งั สถานการณ์ ง. ใหเ้ หมาะสมโดยใหเ้ กิดสภาพสมดุล
15. ข้อใดคือผลกระทบจากการเร่งเคร่อื งยนต์ในเขตพ้ืนที่ 20. ขอ้ ใดสามารถนำ� มาใช้ในการแก้ปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มได้
ชมุ ชน ดีและยั่งยนื ทีส่ ดุ
ก. มลพิษทางนำ�้ ก. การป้องกนั กำ� จัดสารพิษ
ข. มลพิษทางแสง ข. การประหยดั การใชท้ รัพยากร
ค. มลพษิ ทางเสียง ค. การพฒั นาเทคโนโลยที เ่ี หมาะสม
ง. มลพษิ ทางอากาศ ง. การสร้างจิตส�ำนึกที่ดดี า้ นการอนรุ กั ษ์
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น 61
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
สรุปเนือ้ หารายวชิ าศาสนาและหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง รหสั วชิ า สค31002
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั ศึกษาสามารถบอกประวตั ิความเป็นมาของศาสตรท์ ีส่ ำ� คัญต่าง ๆ ในโลกได้
2. นักศกึ ษาสามารถอธิบายถงึ หลักธรรมค�ำสอนทีส่ ำ� คญั ของศาสนาตา่ ง ๆ ได้
3. นกั ศึกษาบอกวิธีการในการอย่รู ว่ มกนั กับบคุ คลในศาสนาอนื่ ๆ ได้
4. นกั ศกึ ษาสามารถบอกประเพณี วัฒนธรรมทีส่ ำ� คัญของไทยและท่ีสำ� คัญในโลกได้
5. นักศึกษาสามารถบอกวธิ ีการประพฤติปฏบิ ัตติ ามค่านยิ มท่ีพึงประสงคข์ องสงั คมโลกได้
ขอบเขตเน้ือหา
ประวัติความเป็นมา หลักธรรม ค�ำสอน ของศาสนาต่าง ๆ ในโลก การฝึกปฏิบัติพัฒนาจิตใจ และประเพณี
วัฒนธรรมส�ำคัญต่าง ๆ ในโลก และค่านิยมท่ีพึงประสงค์ของสังคมโลกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550
และกฎหมายท่ีเกี่ยวข้อง บทบาทหน้าท่ีขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ และการตรวจสอบอ�ำนาจรัฐ หลักสิทธิมนุษยชน
และการปฏบิ ัตติ ามหลักสทิ ธิมนษุ ยชน
บทท่ี 1 ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี
1. ศาสนาพทุ ธ
พระพทุ ธเจา้ ตรสั รอู้ ะไร พระสทิ ธตั ถะ ทรงใชว้ ธิ บี ำ� เพญ็ เพยี รทางจติ เพอ่ื แสวงหาหนทางดบั ทกุ ข์ และประสบผล
ส�ำเร็จดว้ ย “อริยสัจ 4” ความจริงอนั ประเสรฐิ 4 ประการ ทกุ ข์ สมทุ ยั นโิ รธ มรรค คมั ภีรใ์ นพระพทุ ธศาสนา คือ การ
รวบรวมหลกั คำ� สอนของพระศาสดาไวเ้ ปน็ หมวดหมู่ และบันทกึ ไว้เป็นลายลักษณอ์ ักษร เรียกว่า “พระไตรปิฎก” คัมภีร์
นิกายส�ำคญั ในพระพุทธศาสนา นกิ ายใหญ่ ๆ 2 นกิ าย ดงั น้ี
1. นกิ ายเถรวาท (หรอื หนิ ยาน) เปน็ นิกายทม่ี ีมาแต่เดิม ในหลักค�ำสอนของพระองค์พระศาสดา โดยเครง่ ครัด
ในปัจจบุ นั นิกายเถรวาทเจริญรุง่ เรอื งในประเทศศรีลังกา ไทย พม่า กัมพชู า และลาว
2. นิกายอาจรยิ วาท (หรอื มหายาน) ในปัจจุบนั ประเทศท่นี บั ถือนิกายมหายาน ไดแ้ ก่ จีน เกาหลี ญป่ี นุ่ และ
ธิเบต
2. ศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดู
ศาสนาพราหมณ-์ ฮนิ ดู เปน็ ศาสนาทีเ่ ก่าแก่ทส่ี ดุ ในชมพูทวปี หรือปัจจุบันคืออนิ เดยี เมอื่ ประมาณ 1,000 ปี
ก่อนพทุ ธศักราช ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาของพวกอรยิ กะหรืออารยนั พวกอารยนั เปน็ เหตุใหเ้ กิดระบบวรรณะขน้ึ
ในอินเดีย โดยแบ่งเป็น 4 วรรณะ คอื
1. วรรณะพราหมณ์ ได้แก่ กลุ่มบุคคลผู้ท�ำหน้าท่ีประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและถือว่าเป็นผู้ท่ีอยู่ในวรรณะ
สงู สดุ
2. วรรณะกษตั รยิ ์ ได้แก่ ทำ� หน้าที่ปกครองบา้ นเมือง
3. วรรณะแพทย์หรอื ไวศยะ ไดแ้ ก่ บุคคลสว่ นใหญข่ องสังคม ซง่ึ มอี าชีพทางการค้าขาย
4. วรรณะศูทร ได้แก่ บุคคลที่เป็นกรรมกรผ้ใู ชแ้ รงงาน
นอกจากน้ียังมีกล่มุ นอกวรรณะ คือ ผู้ที่เกิดจากบดิ า มารดา ต่างวรรณะกัน เรยี กวา่ “จณั ฑาล” นิกายส�ำคัญ
ของศาสนาพราหมณ-์ ฮินดู
62 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
1. นกิ ายพรหม เปน็ นิกายท่ีมมี าตัง้ แต่เดมิ และเกา่ แกท่ ส่ี ดุ นบั ถือพระพรหมเปน็ เทพเจา้ สงู สุด ในฐานะผู้สรา้ ง
ทกุ สรรพสงิ่ ในโลก
2. นกิ ายไศวะ นบั ถอื พระศวิ ะ (หรอื อศิ วร) เปน็ เทพเจา้ สงู สดุ โดยมคี วามเชอ่ื วา่ เปน็ ผสู้ รา้ งโลก (อวยั วะเพศชาย)
ซงึ่ เป็นเคร่ืองหมายของ “ผสู้ ร้าง”
3.ศาสนาคริสต์
ศาสนาครสิ ต์ หรอื ครสิ ตศ์ าสนา ไดว้ ฒั นาการมาจากศาสนายวิ หรอื ยดู า มพี ระเยซเู ปน็ ศาสดาของศาสนาครสิ ต์
พระเยซู ประกาศเผยแพรศ่ าสนาได้ 3 ปี สามารถประสบความสำ� เรจ็ อยา่ งดี จนกระทงั่ พระเยซถู กู ทหารจบั และถกู ตดั สนิ
ประหารชวี ติ โดยทท่ี หารโรมนั ไดใ้ หพ้ ระเยซแู บกไมก้ างเขน ตะปตู อกตรงึ พระเยซไู วก้ บั ไมก้ างเขนนน้ั พระเยซสู นิ้ ชพี ขณะ
ท่ีมอี ายุได้ 32 พรรษา คัมภีร์ของศาสนา :ศาสนาคริสตร์ วบรวมหลกั คำ� สอนไวใ้ นคมั ภีร์ “ไบเบิล” (Bible)
นกิ ายส�ำคัญของศาสนาคริสต์
1. นกิ ายโรมนั คาทอลกิ เปน็ นกิ ายทย่ี ดึ มน่ั ในหลกั คำ� สอนของพระเยซู โดยเครง่ ครดั มศี นู ยก์ ลางอยทู่ นี่ ครวาตกิ นั
(ใจกลางกรงุ โรม ประเทศอติ าล)ี มพี ระสันตะปาปาหรอื โป๊ป (Pope) เปน็ ประมุข
2. นิกายออรโ์ ธดอ็ กซ์ มีหลักคำ� สอนท่ีเหมือนกบั นกิ ายโรมันคาทอลิก แทบทกุ ประการ แตม่ ีความแตกตา่ งใน
ด้านรูปแบบของพิธกี รรมของพธิ ีกรรมและระเบยี บปฏบิ ตั ขิ องนักบวช
3. นกิ ายโปรเตสแตนต์ เปน็ นกิ ายทแ่ี ยกออกจากนกิ ายโรมนั คาทอลกิ เนอ่ื งจากมคี วามเหน็ เกย่ี วกบั หลกั คำ� สอน
ในคัมภรี ไ์ บเบลิ ท่ีแตกตา่ งกัน และการปฏิบัตใิ นพธิ ีกรรมก็ไม่เหมอื นกนั
4. ศาสนาอิสสาม
ศาสนาอสิ ลาม เกดิ ขน้ึ ทนี่ ครเมกกะในประเทศซาอดุ อิ าระเบยี ปจั จบุ นั หลงั พทุ ธศกั ราช 1,113 ปี หรอื หลงั ครสิ ต์
ศักราช 570 ปี ชาวมุสลิม นับถอื พระผู้เป็นเจ้าทยี่ ิง่ ใหญ่แตเ่ พียงองคเ์ ดียว ทรงพระนามว่า“อลั เลาะห”์ หลักศาสนาที่
สำ� คญั ผนู้ บั ถอื ศาสนาอสิ ลามถือว่า “คัมภรี ์อลั – กุรอาน” (โกหร่าน) เป็นคัมภรี ท์ ส่ี �ำคญั ทสี่ ดุ เพราะเปน็ ทั้งบทบญั ญัติ
ทางศาสนาและเปน็ กฎหมายไปด้วย
นกิ ายสำ� คัญของศาสนาอิสลาม
1. นิกายซะนนะห์หรือซุนนี (คนไทยเรียกว่า สุหนี่) เน้นการปฏิบัติตามคัมภีร์อัล – กุรอาน และค�ำสอนของ
ศาสดา มุสลิมส่วนใหญใ่ นโลก รวมท้งั ในไทยนับถอื นิกายน้ี
2. นกิ ายชีอะห์ มีความเชอื่ วา่ ผู้ด�ำรงตำ� แหนง่ ประมุขต่อจากท่านศาสดาจะต้องเปน็ ทายาท
หรอื ผสู้ บื เชอื้ สายจากทา่ นศาสดาเทา่ นนั้ ในปจั จบุ นั นกิ ายชอี ะหส์ ว่ นใหญจ่ ะพบในประเทศอหิ รา่ น อริ กั เยเมน และอนิ เดยี
3. นิกายคอวาริจญ์ มีความเหน็ วา่ ผทู้ ีจ่ ะท�ำหนา้ ที่เปน็ ผนู้ ำ� ของโลกมุสลมิ ตอ่ จากท่านศาสดาจะต้องมาจากการ
เลอื กตัง้ จะพบในประเทศอลั จเิ รยี และโอมาน
4. นิกายวาฮาบี ถือว่าคัมภรี อ์ ลั –กุรอาน มีความส�ำคัญ บรสิ ทุ ธ์ิ และมีความศกั ดิ์สทิ ธิ์สงู สุด ผู้นับถอื นิกายนี้มี
ไมม่ ากนกั สว่ นใหญจ่ ะอยู่ในอนิ เดยี ตะวนั ออกกลาง และแอฟรกิ าตะวนั ออก
บทท่ี 2 หนา้ ทีพ่ ลเมือง
วิธปี ฏบิ ตั ติ นตามรฐั ธรรมนูญและกฎหมาย
รฐั ธรรมนญู และกฎหมายอน่ื ๆ กฎหมายรฐั ธรรมนญู นบั เปน็ กฎหมายสงู สดุ ของรฐั มฐี านะเหนอื บรรดากฎหมาย
และกฎเกณฑ์ทั้งปวงภายในประเทศ ดังนั้นบทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
บทบญั ญตั ินน้ั เปน็ อันใช้บงั คบั
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น 63
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
การมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การมีส่วนร่วมทางการเมืองแบบเป็น
ทางการและการมสี ว่ นรว่ มทางการเมืองแบบไม่เป็นทางการ ดังนี้
1. การมีสว่ นรว่ มทางการเมืองแบบเปน็ ทางการ
1.1 การออกเสียงเลือกตงั้
1.2 การแสดงความคิดเห็นทางการเมอื ง
1.3 การออกเสยี งประชามติ
1.4 การใชส้ ิทธิเสนอร่างกฎหมาย สิทธิแกผ่ มู้ สี ทิ ธิเ์ ลือกตงั้ จำ� นวนไมน่ อ้ ยกวา่ 10,000 คน ในการเข้า
ชื่อรอ้ ง
1.5 การมสี ิทธิในการถอดถอน
1.6 การท�ำประชาพจิ ารณ์
การเลอื กต้ัง แบง่ ได้ดังน้ี
1. การเลือกตัง้ ระดบั ประเทศ : สภาผ้แู ทนราษฎรและวฒุ สิ ภา
2.การเลือกตง้ั ระดับท้องถ่ิน : การปกครองแบบกระจายอำ� นาจใหป้ ระชาชนในท้องถนิ่ ปกครองตนเอง องคก์ าร
บรหิ ารส่วนจังหวดั เทศบาล องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำบล กรุงเทพมหานคร และเมืองพทั ยา
บทบาทตวั แทนปวงชนในระดบั ประเทศ
1. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ในการรวบรวมปัญหาของประชาชนมาเสนอ รัฐสภารับทราบ เสนอให้
รฐั สภารับทราบ เสนอรา่ งกฎหมาย ร่างพระราชบัญญัติ ร่วมแปรญัตติ เพอื่ ขอแก้ไขกฎหมายควบคมุ การบริหารราชการ
แผ่นดนิ โดยมีการตรวจสอบฝ่ายบริหาร
2. สมาชกิ วฒุ ิสภา มหี น้าทใี่ นการพิจารณากลน่ั กรองร่างกฎหมาย ควบคมุ การบริหารราชการแผน่ ดนิ
หลักสิทธมิ นุษยชนและบทบาทหน้าที่ ความรับผดิ ชอบของคณะกรรมการสทิ ธิ์
สิทธิมนุษยชน : การปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีหลักการท่ีส�ำคัญอย่างหนึ่งว่าจะต้องให้ประชาชน
ทุกคนมสี ทิ ธิ เสรภี าพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเปน็ มนุษย์ แตต่ อ้ งไม่ละเมิดสทิ ธิ เสรภี าพ ของบุคคลอ่ืน และ
ส่วนรวม
หมายเหตุ : ให้นักศกึ ษา ไดศ้ กึ ษาเพ่มิ เติมจากหนังสอื แบบเรียนรายวชิ าศาสนาและหนา้ ท่ีพลเมอื ง สค31002
64 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่ือยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวิชาศาสนาและหน้าทีพ่ ลเมอื ง รหสั วิชา สค31002
จงเลอื กคำ� ตอบที่ถูกทสี่ ดุ เพียงค�ำตอบเดยี ว
1. ขอ้ ใดเรยี งลำ� ดบั การเกิดศาสนาได้อย่างถกู ต้อง (ร-ู้ จ�ำ) 6. สมชายใช้ชวี ติ อยา่ งพอเพียง สมชายปฏบิ ัติตรงกับหลัก
ก. พทุ ธ ครสิ ต์ อสิ ลาม พราหมณ์ - ฮนิ ดู ธรรมทางพุทธศาสนาใด (ร-ู้ จำ� )
ข. พราหมณ์ - ฮินดู พทุ ธ คริสต์ อสิ ลาม
ค. ครสิ ต์ พราหมณ์ - ฮนิ ดู พทุ ธ อสิ ลาม ก. ธัมมัญญตุ า
ข. อตั ตัญญตุ า
ง. อสิ ลาม พราหมณ์ - ฮินดู พทุ ธ ครสิ ต์ ค. มัตตญั ญุตา
2. คำ� สอนทวี่ ่ามนุษยม์ ฐี านะสงู สุด เพราะมโี อกาสบ�ำเพ็ญ ง. กาลญั ญตุ า
ธรรม เป็นการฟอกวิญญาณให้สะอาดเป็นค�ำสอนของ 7. ขอ้ ใดไมใ่ ชว่ ธิ กี ารเผยแพรห่ ลกั คำ� สอนศาสนาครสิ ตข์ อง
ศาสนาใด (ร-ู้ จ�ำ) พระเยซู (รู-้ จำ� )
ก. ฮินดู
ข. ซิกข์ ก. การเผยแพร่ค�ำสอนตามบา้ น
ข. การรักษาบุคคลทเี่ จ็บป่วยให้หาย
ค. พุทธ ค. การแสดงความฉลาดในการแก้ปัญหา
ง. ครสิ ต์
ง. การประกาศหลักความรกั ความเมตตากรุณา
3. ศาสดาพระองค์ใดที่ไม่ให้เชื่อเพียงเพราะเป็นค�ำสอน 8. พิธีการเข้าเป็นพุทธมามกะของศาสนาพุทธ เปรียบได้
ของศาสดา แต่ต้องเช่ือเพราะผ่านการพิสูจน์ด้วยตัวเอง กบั พิธใี ดในศาสนาคริสต์ (ร-ู้ จำ� )
แลว้ เทา่ นั้น (ร้-ู จ�ำ) ก. พิธีรบั ศีลกำ� ลัง
ก. พระเยซู
ข. พระพุทธเจ้า ข. พธิ ีรบั ศีลแกบ้ าป
ค. พิธรี ับศีลลา้ งบาป
ค. พระอลั เลาะห์ ง. พธิ ีรบั ศีลมหาสนิท
ง. ครุ ุนานกั เทพ
9. ค�ำสอนของศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์สอดคล้อง
4. “บุคคลใดมีใจบริสุทธ์ิก็เป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้เห็น กนั มากในเรือ่ งใด (รู้-จำ� )
พระเจา้ ” เปน็ ธรรมเทศนาของศาสดาองคใ์ ด ก. เชื่อวา่ ตายแลว้ เกดิ ใหม่อีก
ก. โมเลส
ข. พระเยซู ข. มพี ระเจ้าเพยี งองค์เดียวในจติ ใจ
ค. ทกุ คนต้องบวชจึงจะเข้าใกลพ้ ระผ้เู ปน็ เจา้ ตาม
ค. มหาวีระ ต้องการ
ง. มฮู ัมมัด
ง. รูปเคารพเป็นตัวแทนอนั ศักดิส์ ทิ ธคิ์ วรมีไวเ้ ป็นทีพ่ ึ่ง
5. พระพุทธเจา้ กอ่ นเสดจ็ ดับขันธปรนิ ิพพานไดต้ รัสปจั ฉิม ทางใจ
โอวาทมีใจความอยา่ งไร (รู-้ จ�ำ) 10. หลักปฏบิ ตั ิ 5 ประการของศาสนาอิสลาม ข้อใดอาจ
ก. ไมป่ ระมาท
ข. เดนิ ทางสายกลาง เลือกปฏิบัติในลำ� ดบั สุดทา้ ย (ร-ู้ จำ� )
ก. การละหมาด
ค. ทำ� ดีไดด้ ี ท�ำชัว่ ไดช้ ั่ว ข. การถือศลี อด
ง. ความสามัคคที ำ� ให้เกิดสขุ
ค. การบริจาคซะกาต
ง. การประกอบพิธฮี จั ญ์
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน 65
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
11. คมั ภรี พ์ ระเวทของศาสนาพราหมณ-์ ฮินดู เก่าแก่ท่ีสดุ 16. สงครามครูเสด สงครามปาเลสไตน์ สาเหตุมาจาก
คอื (รู้-จ�ำ) ปัญหาความขดั แยง้ ทางศาสนา นกั ศกึ ษามแี นวทางในการ
ก. ฤคเวท แก้ไขปญั หาความขัดแย้งทางศาสนาอย่างไร (วเิ คราะห)์
ข. ยชรุ เวท ก. ตัดขาดความสมั พนั ธ์กบั ผู้ที่นบั ถือศาสนาอ่นื
ค. สามเวท ข. ให้ผลประโยชนก์ ับทกุ ศาสนาอย่างเทา่ เทยี มกนั
ง. อถรรพเวท ค. ใหม้ นษุ ยน์ ับถอื ศาสนาทกุ ศาสนา เพราะศาสนาทำ�
12. ศาสนาพราหมณ์ช่วงท่ีเปล่ียนเป็นเอกเทวนิยมนับถือ ให้คนเปน็ คนดี
ส่งิ ใดเป็นสิ่งศกั ด์ิสิทธส์ิ งู สุด ง. ศึกษาหลกั ค�ำสอนของศาสนาต่างๆ ใหเ้ ข้าใจและมี
ก. โมกษะ ความเป็นกลาง
ข. พระเวท 17. นกั ศกึ ษาต้องการฝกึ ตนให้มีความเสียสละและกระทำ�
ค. พรหมนั กจิ การงานไดส้ ำ� เรจ็ ตอ้ งนำ� หลกั ธรรมคใู่ ดมาปฏบิ ตั ติ น (นำ�
ง. ตรมี รู ติ ไปใช)้
13. ข้อใดกล่าวถึงหลักธรรมท่ีส�ำคัญและจุดหมายปลาย ก. สังคหวตั ถุ 4 - อทิ ธบิ าท 4
ทางของศาสนาพุทธ ฮินดู คริสต์ และอิสลาม ไม่ถูกต้อง ข. สังคหวัตถุ 4 - พรหมวิหาร 4
(น�ำไปใช้) ค. อิทธบิ าท 4 - พรหมวิหาร 4
ก. อริยสัจ 4 - นพิ พาน ง. อิทธิบาท 4 - กุลจริ ัฎฐิติธรรม 4
ข. หลกั ปุรสุ ารถะและอาศรม - ไวษณพ 18. การสอนเรื่องอรยิ สัจ 4 คือ ทกุ ข์ ในทางพุทธศาสนา
ค. บญั ญตั ิ 10 ประการและหลักความรัก – มีจดุ ประสงคอ์ ย่างไร
อาณาจักรพระเจ้า ก. ใหร้ วู้ า่ ชีวติ คอื ความทกุ ข์
ง. หลักศรัทธาและหลักปฏิบตั ิ – พระอัลเลาะห์ ข. ใหร้ วู้ า่ ความทกุ ขเ์ ปน็ กรรม
14. ศาสนาอิสลามมีลักษณะแตกต่างจากศาสนาอ่ืนใน ค. ใหเ้ ข้าใจว่าทกุ ขม์ าจากกเิ ลสในใจเรา
เรอื่ งใด ง. ใหด้ �ำเนนิ ตามเส้นทางสู่ความดบั ทกุ ข์
ก. ความเชอ่ื ม่ันในพระเจ้าองค์เดียว 19. นักศึกษาตั้งใจอ่านหนังสือจนเข้าใจไม่คิดถึงเร่ืองอ่ืน
ข. ความศรทั ธาในศาสนทูตของพระผู้เป็นเจ้า เปน็ สมาธทิ ่ีเรยี กว่า (เข้าใจ)
ค. การปฏิบตั ิศาสนกิจกบั การด�ำเนินชีวิตส่วนตวั ไม่ ก. ขณกิ สมาธิ
แยกจากกัน ข. อนตั ตาสมาธิ
ง. การกำ� หนดข้อห้ามบางอย่าง เชน่ ห้ามบริโภค ค. อัปปนาสมาธิ
เนอ้ื สตั วบ์ างชนิด ง. อปุ จารสมาธิ
15. สาเหตุส�ำคัญท่ีสุดซึ่งท�ำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 20. ผลของการเจริญสมาธิช่วยพัฒนาบุคลิกของผู้ปฏิบัติ
อนิ เดยี กบั ปากีสถานไมร่ าบรืน่ คอื ข้อใด (วเิ คราะห)์ อยา่ งไร (เขา้ ใจ)
ก. ความขัดแย้งทางศาสนา ก. ลกั ษณะสภุ าพ อ่อนโยน แช่มชืน่
ข. ปญั หาดนิ แดนแคชเมยี ร์ ข. ลักษณะเอ้อื เฟื้อ เผือ่ แผ่ มีเมตตา
ค. ตา่ งฝ่ายต่างมมี หาอำ� นาจสนบั สนุน ค. ลกั ษณะเขม้ แขง็ ม่ันคง ไมอ่ ่อนแอ
ง. การแขง่ ขันกันพฒั นาอาวธุ นวิ เคลยี ร์ ง. ลักษณะร่างกายมกี �ำลงั จติ มกี ำ� ลงั เป็นบ่อเกิดแห่ง
ปัญญา
66 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
สรปุ เน้ือหารายวชิ าการพัฒนาตนเองชมุ ชน สังคม รหสั วชิ า สค31003
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักศึกษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจ หลกั การพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม
2. นักศกึ ษาสามารถวิเคราะหแ์ ละอธบิ ายขอ้ มูลของตนเอง ครอบครัว ชมุ ชนสังคมด้านตา่ ง ๆ ได้
3. นกั ศึกษาเห็นความสำ� คัญ เกดิ ความตระหนกั และมีส่วนรว่ มในการจัดท�ำแผนพฒั นาชมุ ชน สงั คม
4. นักศึกษาสามารถอธบิ ายและกำ� หนดแนวทางการพัฒนาตนเองครอบครัว ชมุ ชน สังคมได้
5. นักศึกษาสามารถอธิบาย บทบาท หน้าท่ีของผนู้ ำ� ชมุ ชน และผตู้ ามทีด่ ีในชุมชนได้
6. นักศึกษาสามารถบอกวิธีการขบั เคล่อื นแผนพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชนสงั คม ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั
ทอ้ งถ่นิ และสังคม
ขอบเขตเนอ้ื หา
การพัฒนาเป็นการท�ำให้ดีขึ้นเป็นการเพิ่มคุณค่าของส่ิงต่างๆเพื่อพัฒนาจากเดิมหรือสร้างสิ่งใหม่ข้ึนมาการ
พัฒนาจำ� เปน็ ตอ้ งพฒั นาตนเอง ชมุ ชน การพฒั นาสงั คมจงึ ตอ้ งรู้ หลกั การ แนวคดิ วธิ กี ารพฒั นาความหมาย ความสำ� คญั
ของขอ้ มลู ประโยชน์ของข้อมูลตนเอง ชุมชน สงั คม เทคนิคและวธิ ีการจัดเกบ็ ขอ้ มูล เช่น การจดั เวทีประชาคม การ
ส�ำรวจข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม การสบื ค้นขอ้ มลู จากแหลง่ ตา่ ง ๆ การวเิ คราะหข์ ้อมูลเพือ่ การจัดท�ำแผนพัฒนาตนเอง
ชุมชน สังคม และการน�ำไปใชบ้ ทบาทหน้าที่ของผู้น�ำ ผู้ตาม ดา้ นการจดั ท�ำแผนพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สังคม และการขับ
เคลอื่ นแผนพัฒนาตนอง ชุมชน สงั คม สู่การปฏบิ ตั กิ ารรหู้ ลกั และแนวทางการพัฒนาตนเองเป็นการพัฒนาคณุ สมบตั ิที่
อยู่ในตวั บุคคล เปน็ การจดั การตนเองใหม ีเปา้ หมายชวี ิตทีด่ ี ท้งั ในปจจุบนั และอนาคต
บทที่ 1 การพฒั นาตนเอง
1.1 ความหมายของ “การพัฒนา”(Development)การพัฒนา(Development ) หมายถึง การท�ำใหดีข้ึน
ใหเ จริญข้นึ เป็นการเพิ่มคณุ คาของส่งิ ตา ง ๆ การพฒั นาอาจพัฒนาจากส่งิ ทม่ี ีอยเู่ ดมิ หรือสรา้ งสรรค์งใหมข่ นึ้ มาก็ได้
1.2 ความหมายของ“การพัฒนาตนเอง”การพฒั นาตนเอง (Self Development) หมายถงึ ความ ตอ งการ
ของบคุ คลในการทจี่ ะพฒั นาความรู ความสามารถของตนจากทเ่ี ปน็ อยใู หม คี วามรคู วามสามารถเพมิ่ ขนึ้ เกดิ ประโยชนต อ
ตนและหนว ยงานอกี ทง้ั ยงั เปน็ การพฒั นาตนเองตามศกั ยภาพของตนใหด ขี น้ึ ทง้ั ทางรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ สงั คมและสติ
ปัญญา เพอ่ื เปน็ สมาชกิ ทมี่ ปี ระสทิ ธิภาพของสังคม เป็นประโยชน์ต่อผูอ้ ่ืนตลอดจนเพ่อื การด�ำเนินชวี ิตอยา่ งมคี วามสุข
1.3 หลักการพัฒนาตนเองการพัฒนาตนเองเป็นการพัฒนาคุณสมบัติท่ีอยู่ในตัวบุคคล เป็นการจัดการตนเอง
ใหม ีเป้าหมายชีวติ ท่ีดี ทั้งในปจจุบันและอนาคต
1.4 แนวทางการพฒั นาตนเองนอกจากหลกั การพฒั นาตนเองทก่ี ลา วมาแลว ยงั มแี นวทางการพฒั นาตนเอง ดงั น้ี
1.4.1 การพฒั นาดา นจติ ใจหมายถึง การพฒั นาสภาพของจิตทม่ี คี วามรสู ึก ทด่ี ีตอ ตนเองและ
ส่งิ แวดลอม
1.4.2 การพฒั นาดา นรา งกายหมายถงึ การพฒั นารปู รา งหนา ตากรยิ าทา ทาง การแสดงออก นำ�้ เสยี ง
วาจา
1.4.3 การพฒั นาดา นอารมณห มายถงึ การพฒั นาความสามารถในการควบคมุ ความรสู กึ นกึ คดิ และการ
แสดงออก ควบคมุ อารมณทเ่ี ปน โทษตอ ตนเองและผูอ่นื
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน 67
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
1.4.4 การพัฒนาดานสติปญญา และความเฉลียวฉลาดทางอารมณหมายถึง การพัฒนาความรอบรู
ความฉลาด
1.4.5 การพัฒนาดานสังคมหมายถงึ การพัฒนาปฏิบัตติ น ทาทตี อสงิ่ แวดลอมประพฤตติ นตาม
ปทสั ฐานทางสังคม
1.4.6 การพฒั นาดา นความรู ความสามารถหมายถงึ การพฒั นาความรคู วามสามารถทม่ี อี ยใู หก้ า วหนา
ยงิ่ ขึน้
บทท่ี 2 การพัฒนาชุมชนการพัฒนาชุมชน
เปน การนำ� คำ� สองคำ� มารวมกนั คอื คาํ วา “การพฒั นา” กบั คาํ วา “ชมุ ชน” ซง่ึ ความหมายของคาํ วา “การพฒั นา”
ไดกลา วถึงแลวในเรอื่ งของ การพัฒนาตนเองในทน่ี ้จี ะกลาวถึงความหมายของชมุ ชน
2.1 ความหมายของ“ชมุ ชน”( Community)ชมุ ชน (Community) หมายถงึ กลมุ คนทอ่ี าศยั อยู ในอาณาเขต
เดียวกัน มีความรสู ึกเปนพวกเดียวกัน มคี วามศรทั ธา ความเชอื่ เช้ือชาติ การงาน มคี วามสนใจ
2.2 ความหมายของ“การพัฒนาชุมชน”การพัฒนาชุมชน (Community Development) หมายถึง การ
ทาํ ใหชุมชนมีการเปล่ียนแปลงไปในทางทด่ี ีขึน้ หรอื เจริญขึ้น ทัง้ ในดานการเมอื ง เศรษฐกจิ สังคม และวัฒนธรรมตลอด
จนการยกระดบั คณุ ภาพชีวิตของประชาชนในชมุ ชนใหด ีขน้ึ
ดังน้นั เมอื่ นําคําวา “การพฒั นา” รวมกบั “ชมุ ชน” แลว ก็จะไดค วามหมายวา การพัฒนาชมุ ชน ก็คือการเปลี่ยนแปลง
ชุมชนใหด ขี ึน้ หรอื ใหเ จริญขน้ึ ในทกุ ๆ ดานนนั่ เอง น่ันคือจะตองพัฒนาคน กลุม ชน สิ่งแวดลอมทางวตั ถุหรอื สาธารณ
สมบตั ิ และพัฒนาทางดานเศรษฐกิจและสงั คม เพือ่ ใหบงั เกิดผลดีแกป ระเทศชาติโดยสว นรวม
2.3 ปรชั ญาขั้นมูลฐานของงานพฒั นาชุมชนปรชั ญาข้นั มลู ฐานของงานพฒั นาชมุ ชน สรปุ ไดด ังน้ี
2.3 .1 บคุ คลแตละคนยอ มมคี วามสาํ คญั และมีความเปน เอกลักษณท่ไี มเหมอื นกันจงึ มีสทิ ธิอนั พึง
ไดรบั การปฏิบตั ดิ วยความยตุ ิธรรม และอยางบุคคลมเี กยี รตใิ นฐานะที่เปนมนษุ ยป ุถุชนผูห นึง่
2.3.2 บุคคลแตละคนยอมมีสิทธิ และสามารถที่จะกําหนดวิธีการดํารงชีวิตของตนไปในทิศทางที่
ตนตอ งการ
2.3.3 บคุ คลแตล ะคนถา หากมโี อกาสแลว ยอ มมคี วามสามารถทจี่ ะเรยี นรเู ปลย่ี นแปลงทศั นะประพฤติ
ปฏิบัตแิ ละพฒั นาขดี ความสามารถใหม คี วามรบั ผดิ ชอบตอ สงั คมสูงขึ้นได
2.3.4 มนษุ ยทุกคนมพี ลงั ในเรอื่ งความคิดริเริม่ ความเป็นผนู้ �ำ และความคิดใหม ๆ ซึ่งซ่อนเรน้ อยแู่ ละ
พลงั ความสามารถเหลาน้ีสามารถเจรญิ เตบิ โตและนาํ ออกมาใชได ถา พลงั ที่ซอนเรน เหลา น้ีไดร ับการพัฒนา
2.3.5 การพฒั นาพลงั และขดี ความสามารถของชุมชนในทุกดานเปน สง่ิ ที่พงึ ปรารถนาและมี
ความสำ� คญั ยิง่ ต่อชีวิตของบุคคล ชมุ ชน และรฐั
บทท่ี 3 การพัฒนาสงั คม
3.1 ความหมายของการพัฒนาสังคมการพัฒนาสังคม (Social Development) หมายถึง กระบวนการ
เปลยี่ นแปลงทดี่ ีทงั้ ในดานเศรษฐกจิ สงั คม การเมือง การปกครองและวฒั นธรรมเพ่อื ประชาชนจะไดม ชี ีวิตความเปนอ
ยทู ่ีดขี น้ึ ทั้งทางดานท่ี อยอู าศยั อาหาร เคร่ืองนงุ หมสขุ ภาพอนามัย การศกึ ษาการ มงี านทํามรี ายไดเพยี งพอในการ
ครองชพี
3.2 ความสำ� คญั ของการพัฒนาสังคมเมอ่ื บุคคลมาอยรู วมกนั เปน สังคม ปญหาตางๆ กย็ อ มจะเกิดตามมาเสมอ
ยงิ่ สังคมมีขนาดใหญปญหาก็ย่งิ จะมีมากและสลบั ซับซอนเปนเงาตามตวั ดังนน้ั ความสําคัญของการพฒั นาสงั คม อาจ
กล่าวเปน็ ขอ ๆ ได้ดงั น้ี
68 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพื่อยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
1. ท�ำใหป ญหาของสงั คมลดนอ ยและหมดไปในทส่ี ุด
2. ปองกันไม่ใหป ญ หานั้นหรอื ปญ หาในลกั ษณะเดียวกันเกิดขนึ้ แกสงั คมอีก
3. ท�ำใหเกิดความเจรญิ กา้ วหนาขน้ึ มาแทน
4. ทำ� ใหป ระชาชนในสังคมสมานสามัคคแี ละอย่รู ว่ มกันอยา่ งมคี วามสขุ ตามฐานะของแต่ละบุคคล
5. ท�ำใหเกดิ ความเป็นปกึ แผ่นม่นั คงของสงั คม
3.3 แนวคิดในการพัฒนาสังคมการพัฒนาสังคมมีขอบเขตกว้างขวาง เพราะปญหาของสังคมมีมาก และสลับ
ซบั ซอ้ นการแกป ญ หาสงั คมจึงตอ งท�ำอยา่ งรอบคอบ และตอ งอาศยั ตวามร่วมมอื กันของบคุ คลจากหลายๆ ฝ่ายและโดย
เฉพาะอยา่ งยง่ิ ประชาชนในสงั คมนน้ั ๆจะตอ งรบั รพู รอ มทจี่ ะใหข อ้ มลู ทถ่ี กู ตอ งและเขา มามสี ว นรว มดว้ ยเสมอ การพฒั นา
สังคมจงึ ตองเป็นท้งั กระบวนการ วธิ กี าร กรรมวิธเี ปล่ียนแปลงและแผนการด�ำเนนิ งานซ่งึ มีรายละเอียดคอื
1. กระบวนการ (Process) การแกป ญ หาสงั คมตอ งกระทาํ ตอ เนอื่ งกนั อยา งมรี ะบบเพอื่ ใหเ กดิ การเปลยี่ นแปลง
จากลกั ษณะหนึ่งไปสอู กี ลกั ษณะหนึ่ง ซึง่ จะตองเปน ลักษณะทีด่ ีกวาเดมิ
2. วธิ ีการ (Method) การกาํ หนดวธิ กี ารในการดาํ เนินงาน โดยเฉพาะเนน ความรว มมือของประชาชนในสงั คม
นัน้ กบั เจา หนาที่ของรัฐบาลท่ีจะทาํ งานรว มกัน และวิธีการนตี้ อ งเปน ทย่ี อมรับวา สามารถนาํ การเปล่ยี นแปลงมาสูสงั คม
ไดอ ยา งถาวรและมปี ระโยชนตอสังคม
หมายเหตุ : ให้นกั ศกึ ษา ได้ศกึ ษาเพ่มิ เตมิ จากหนังสอื แบบเรยี นรายวิชาการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม สค31003
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น 69
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบทดสอบรายวิชาการพฒั นาตนเอง ชุมชน สังคม รหัสวชิ า สค31003
จงเลือกค�ำตอบทถี่ กู ต้องท่สี ดุ เพยี งค�ำตอบเดยี ว
1. “การพฒั นาชมุ ชน” หมายถงึ 5. ขอ้ ใดเปน็ บทบาทท่ีสำ� คัญทสี่ ุดของประชาชนใน
ก. การกระทำ� ทม่ี งุ่ ปรับปรงุ สง่ เสริม ใหก้ ลมุ่ คนท่อี ยู่ การดแู ลชุมชน
รวมกันมีการเปล่ยี นแปลงไปในทศิ ทางทด่ี ีขึน้ ใน ก. เขา้ รวมประชมุ ทกุ ครง้ั
ทกุ ๆดา้ น ข. แสดงความเห็นในการประชมุ
ข. การกระท�ำทีม่ ุ่งปรับปรงุ ให้กลมุ่ คนท่อี ยู่ รวมกันมี ค. เหน็ คลอ้ ยตามผ้นุ �ำทุกเรอ่ื ง
การเปล่ยี นแปลงไปในทางทดี่ ี ง. ทำ� กิจกรรมพฒั นาชุมชนร่วมกนั ทุกครัง้
ค. การกระทำ� ทสี่ ่งเสริมใหก้ ล่มุ คนมกี ารเปลีย่ นแปลง 6. สถาบนั ใดทม่ี ีสว่ นสำ� คญั เปน็ ลำ� ดบั แรกป้องกนั
ง. ถกู ทกุ ข้อ ไม่ให้เกิดปัญหาสังคม
2. ขอ้ ใดใหค้ วามหมายของการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม ก. สถาบันการเงนิ
ได้ถูกต้องท่สี ดุ ข. สถาบันศาสนา
ก. การพัฒนาในทกุ ๆดา้ นของตนเอง
ค. สถาบันครอบครัว
ข. การปรับปรุงเปลย่ี นแปลงในส่ิงทเี่ ปน็ อย่ดู ขี นึ้ และ ง. สถาบนั การศกึ ษา
ก้าวหน้าไปจากทีเ่ คยเป็น 7. คนทมี่ กี ารพัฒนาไดด้ มี คี ุณลกั ษณะอย่างไร
ค. การพัฒนาในดา้ นคุณค่าของตนเองในทุกเรอ่ื ง ก. คิดในแง่ลบอยู่ตลอดเวลา
ง. การพฒั นาดา้ นความคดิ ความรสู้ กึ และการกระท�ำ ข. คดิ ดเี ฉพาะคนท่ีมผี ลประโยชนด์ ้วย
3. แนวทางในการพัฒนาตนเองอนั ดบั แรกคืออะไร ค. คดิ บวกทีจ่ ะช่วยพัฒนาตนเองและผู้อนื่
ก. ปลกุ ใจตนเอง
ข. สำ� รวจตนเอง ง. มีความคิดสตปิ ัญญาทเี่ ฉียบแหลม
8. ข้อใดคอื ประโยชน์ของการทำ� ขอ้ มลู การพฒั นา
ค. ลงมือพฒั นาตนเอง ตนเอง ชุมชน สงั คม
ง. ปลกู คณุ สมบตั ทิ ด่ี ีงาม
4. “การพัฒนาตนเอง” หมายถึง ก. เพือ่ เปน้ แนวทางในการพัฒนาดา้ นต่าง ๆ
ข. เพอื่ ให้ชุมชนยกยอ่ ง
ก. การปรบั ปรงุ ตนเองให้ดขี ึ้นกว่าเดิม ค. เพ่ือใช้ในการตดั สนิ ใจ
ทง้ั ดา้ นร่างกาย จิตใจ
ข. การส่งเสรมิ ตนเองใหด้ ที ้งั ด้านรา่ งกาย ง. ถกู ทั้ง ก และ ค
9. ขอ้ ใดเป็นข้อมูลท่เี กีย่ วขอ้ งกับการพฒั นาชุมชน
จิตใจใหส้ ามารถทำ� กิจกรรมท่ีพงึ ประสงค์ ก. ขอ้ มูลดา้ นครอบครวั
ตามเป้าหมายท่ตี ้ังไว้
ค. การพฒั นาตนเองใหด้ ขี ึ้นกวา่ เดิม ข. ขอ้ มูลด้านสังคม
ค. ข้อมูลด้านเศรษฐกจิ
ทง้ั ด้านร่างกาย จิตใจ อารมณแ์ ละสงั คม ง. ถูกทกุ ข้อ
ง. การปรบั ปรงุ ด้วยตนเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม
10. “สงั เกตตามหัวข้อ ขอบคา่ ย ประเดน็ ท่ตี อ้ งการ”
ก. การสงั เกตรอบด้าน
ข. การสงั เกตแบบไม่มีโครงสรา้ ง
ค. การสังเกตแบบมีโครงสรา้ ง
ง. การสงั เกตแบบไม่มีโครงสร้างและแบบมโี ครงสรา้ ง
70 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดบั ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
11. ข้อใดต่อไปน้ีเป็นวิธีการเก็บข้อมูลท่ีประกอบด้วยค�ำ 16. “เครอ่ื งประดบั สถาปตั ยกรรม” คณะกรรมการพฒั นา
ชีแ้ จง วัตถุประสงค์ รายการขอ้ มลู ท่ีต้องการถาม จำ� แนก เศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติจดั ไว้ในกลมุ่ ใด
เป็นรายขอ้ ก. กล่มุ วฒั นธรรมประวัตศิ าสตร์
ก. การสมั ภาษณ์ ข. กลุม่ ศิลปะ
ข. การใช้แบบสอบถาม
ค. การส�ำรวจ ค. กล่มุ งานสรา้ งสรรคเ์ พื่อประโยชน์ใชส้ อย
ง. กลมุ่ ส่ือ
ง. การจัดเวทปี ระชาคม 17. ข้อใดไม่ถือว่าเป้นจุดเด่นของประเทศไทยในการผลัก
12. ข้อใดตอ่ ไปนี้ให้ความหมายของการวเิ คราะห์
ขอ้ มลู ไดถ้ ูกตอ้ งที่สดุ ดันเศรษฐกิจ
ก. ผลติ ภัณฑผ์ า้ ในงานหัตถกรรมพ้นื บ้าน
ก. การน�ำข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจัดกลุ่ม ค�ำนวณ ข. สถานทีท่ ่องเทยี่ ว
คา่ ตัวเลข (เชงิ ปริมาณ) ตคี วาม สรปุ และน�ำเสนอ ค. จิตสำ� นกึ ในการใหบ้ รกิ าร
ในรูปแบบตา่ ง ๆให้สามารถสื่อความหมายได้ ง. ทุกขอ้ ถอื วา่ เป็นจดุ เดน่ ของประเทศไทยใน
ข. การนำ� ขอ้ มูลที่เก็บรวบรวมมาได้ มาน�ำเสนอ การผลกั ดนั เศรษฐกจิ
และเผยแพรใ่ หก้ ับสาธารณชนใหท้ ราบ 18. “สภาพพื้นที่อยู่บนที่ราบสูง มีมาน�้ำโขงเป็นแม่น�้ำ
ค. การนำ� เสนอข้อมลู ทไ่ี ดม้ าจดั หมวดหมู่ สรปุ สายหลัก”สภาพทางกายภาพดังกล่าวอยู่ในภาคใดของ
และน�ำเสนอในรปู แบบต่าง ๆใหส้ ามารถสอื่ ประเทศไทย
ความหมายได้ ก. ภาคเหนอื
ง. การนำ� เสนอขอ้ มลู ที่เกบ็ รวบรวมมาได้ มาจำ� แนก ข. ภาคกลาง
จดั กลุ่ม จัดระบบ หมวดหมู่ เรียงล�ำดบั คำ� นวณ ค. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
คา่ ตัวเลข (เชงิ ปรมิ าณ) ตีความ สรุป และน�ำเสนอ ง. ภาคใต้
ในรูปแบบต่างๆ ใหส้ ามารถสือ่ ความหมายได้ 19. “มลี ักษณะภมู ิประเทศแบบภเู ขาสูงสลบั กบั หบุ
13. ข้อใดต่อไปนี้เป้นข้อมลู เขาและพื้นที่สูงติดต่อกับเขตท่ีราบลุ่มตอนกลางของ
ก. อ�ำเภอห้วยทบั ทนั มี 6 ตำ� บล 82 หมูบ่ ้าน ประเทศ” สภาพทางกายภาพดังกล่าวอยู่ในภาคใดของ
ข. นายบ�ำเพญ็ ประกอบอาชพี ทำ� นา ประเทศไทย
ค. ตำ� บลจานแสนไชยมจี ำ� นวนครวั เรอื น 300 ครวั เรอื น ก. ภาคเหนอื
ง. ถูกทกุ ข้อ ข. ภาคกลาง
14. ขอ้ ใดต่อไปน้เี ป็นขอ้ มูลทเี่ ปน็ ตัวเลข ค. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ก. นายบำ� เพ็ญประกอบอาชีพท�ำนา ง. ภาคใต้
ข. อำ� เภอห้วยทบั ทนั ชาวบ้านมอี าชีพเกษตรกร 20. “อาชพี ทผ่ี ปู้ ระกอบการดำ� เนนิ การดว้ ยตนเองแตเ่ พยี ง
ค. ตำ� บลจานแสนไชยมจี �ำนวนครวั เรือน ผเู้ ดยี ว” เปน้ ความหมายของการประกอบอาชพี ลกั ษณะใด
300 ครัวเรอื น
ง. นางสมประกอบอาชพี เสรมิ สวย ก. ภาคเหนอื
ข. ภาคกลาง
15. “การทอ่ งเทย่ี วเชงิ ศลิ ปะวัฒนธรรมและ
ประวัติศาสตร”์ คณะกรรมการพฒั นาเศรษฐกจิ และสังคม ค. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
ก. กลุ่มวฒั นธรรมประวตั ศิ าสตร์ ง. ภาคใต้
ข. กล่มุ ศลิ ปะ
ค. กล่มุ งานสรา้ งสรรคเ์ พื่อประโยชน์ใช้สอย
ง. กลุม่ สือ่
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน 71
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
เฉลยแบบทดสอบรายวิชา ทักษะการเรยี นรู้ ทร31001
1.ง 2.ค 3.ง 4.ง 5.ข 6.ง 7.ค 8.ก 9.ง 10.ก
11.ก 12.ง 13.ก 14.ข 15.ค 16.ค 17.ข 18.ง 19.ข 20.ง
เฉลยแบบทดสอบรายวิชา ภาษาไทย พท31001
1.ก 2.ค 3.ก 4.ข 5.ก 6.ค 7.ข 8.ข 9.ค 10.ข
11.ข 12.ง 13.ง 14.ง 15.ง 16.ค 17.ข 18.ง 19.ค 20.ข
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ า ภาษาอังกฤษเพื่อชีวติ และสังคม พต31001
ข้อท่ี คำ� ตอบ เหตุผล
1 1 ทำ� ไมจึงตอ้ งการใชร้ ถ สอดคลอ้ งกับคำ� ตอบของ James ท่ีบอกวา่ ตอ้ งการจะยืมรถพอ่ ไปภูเขากบั
เพ่อื น
2 2 เพราะ พอ่ ถาม James วา่ จะกลับบา้ นเวลาใด เขาตอบวา่ จะกลบั มาก่อนเวลาอาหารมือ้ เย็น
3 1 เพราะ Terrible หมายถึง แยม่ าก ซ่งึ สอดคล้องกบั บทสนทนาทบี่ อกว่าเกดิ ปัญหาทส่ี นามบิน (I
spent nearly 7 hours at the airport due to technical problems at the terminal.)
4 4 เพราะ จากสถานการณ์ นกั ทอ่ งเทยี่ วถามวา่ Could you please tell me how to get to Suvarna-
bhumi International Airport? จะไปสนามบินนานาชาติสวุ รรณภมู ิได้อย่างไร ซึ่งตวั เลอื กท่ี 4)
Take the A1 bus to the airport. It’s about 20 minutes from here. ซง่ึ เปน็ ค�ำตอบท่ี
บอกวิธกี ารเดนิ ทาง จึงเป็นค�ำตอบทสี่ อดคลอ้ งกับคำ� ถาม
5 3 เพราะ จากสถานการณ์ Patty บอกเทรนเนอรว์ ่า น้�ำหนักฉนั ข้นึ มากท�ำให้ฉนั ขาด…………และรู้สกึ
แย ่ ดงั น้ันคำ� ท่เี หมาะสมคือ confidence ซ่ึงหมายถึง ความมนั่ ใจ
6 3 Good morning. May I help you? เปน็ สาํ นวนของพนักงานขายในการกลา่ วต้อนรับลูกค้า
7 2 What color would you like? คณุ ตอ้ งการสอี ะไร พนักงานขายถามคําถามน้ีเพราะ Sombat
ตอบวา่ ตอ้ งการคสู่ ีดำ� ที่ชน้ั บนสุด
8 3 เพราะคําทมี่ คี วามหมายเหมอื นกนั abroad = ต่างประเทศ in a foreign country = ในตา่ ง
ประเทศ
9 4 เพราะคาํ ทมี่ คี วามหมายเหมอื นกนั fixed = แกไ้ ข Repaired = ซ่อมแซม
10 1 เพราะ โจทยถ์ ามว่าใครปฏิบัตติ นได้ถกู ต้องตามค�ำแนะนำ� มากทส่ี ุด คำ� ตอบท่ี 1 คอื Tom ดมื่ นำ�้ 6
– 8 แกว้ ต่อวัน ประโยคดงั กลา่ วตรงกับคำ� อธิบายที่ว่าใหด้ ่ืมนำ�้ มาก ๆ
11 2 เพราะ สอดคล้องกับค�ำแนะน�ำทใ่ี ห้พักบอ่ ย ๆ และทำ� งานในที่รม่
12 3 เพราะ The air contains more nitrogen than oxygen. มีความหมายว่า ในอากาศมแี กส๊
ไนโตรเจนมากกวา่ แกส๊ ออกซเิ จน ซง่ึ สอดคลอ้ งกับข้อมลู ในแผนภมู วิ งกลมทแ่ี สดงส่วนประกอบ
ของอากาศ
13 3 เพราะปา้ ยที่โจทยก์ ำ� หนดใหห้ มายถึง หา้ มเลยี้ วซา้ ย
14 4 เพราะป้ายดงั กล่าวหมายถงึ การหา้ มเขา้ ในสถานท่ีนั้น ๆ
72 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพือ่ ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
15 1 A stink strange plant in Trat พชื ประหลาดทีส่ ่งกลนิ่ เหม็นในจงั หวดั ตราด
จากโจทย์ What is the best headline for this piece of news? ถามว่า หัวขอ้ ข่าวทีด่ ที ่สี ุด
ของขา่ วนค้ี อื อะไร
จากประโยค main idea (ประโยคแรกของข่าว) An unusual plant gave off a stink in a
village. หมายถึง พชื ประหลาดท่สี ง่ กล่ินเหมน็ ในหมูบ่ ้าน
16 4 Rotting meat เน้อื เนา่ จากโจทย์ What does the writer compare the smell of flower
to? ถามว่า ผู้เขยี นเปรียบเทยี บกลนิ่ ดอกไม้เหมอื นอะไร
จากประโยคที่ 3 The unpleasant smell was similar to rotting meat
17 1 Its flower has many colors. ดอกของมนั มีหลายสี
จากโจทย์ Which is true about this plant? ข้อใดเป็นจริงเก่ียวกับพชื ชนดิ น้ี
18 4 A bloom ดอกไมบ้ าน จากโจทย์ Which one does NOT belong to the group? ขอ้ ใดไม่
เขา้ พวก
19 2 A bad smell หมายถงึ กลิ่นเหม็น จากโจทย์ What does “it” ( line 7 ) refer to?
จากประโยค A report said the multicolored flower had died, but its very bad smell
stayed and it was attracting flies. หมายถึง รายงานกลาวว่า ดอกไม้หลากสนี ี้เหี่ยวแลว้ แต่
กล่นิ ของมนั ก็ยงเหม็นมาก และมันก็ชวนให้แมลงวนั มาตอม มัน ในทน่ี ้ีคอื กลนิ่ เหม็นที่ชวนให้
แมลงวนั มาตอม
20 2 a secretary เลขานุการ
จากโจทย์ What vacancy is offered for? ประกาศรับสมัครงานตาํ แหนง่ อะไร
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ า คณติ ศาสตร์ พค31001
1.ค 2.ค 3.ค 4.ง 5.ก 6.ง 7.ก 8.ง 9.ก 10.ง
11.ง 12.ข 13.ค 14.ค 15.ค 16.ก 17.ค 18.ข 19.ก 20.ค
เฉลยแบบทดสอบรายวิชา วทิ ยาศาสตร์ พว31001
1.ข 2.ข 3.ข 4.ค 5.ข 6.ค 7.ค 8.ก 9.ง 10.ค
11.ข 12.ก 13.ข 14.ข 15.ง 16.ข 17.ก 18.ค 19.ข 20.ก
เฉลยแบบทดสอบรายวิชา ช่องทางการขยายอาชีพ อช31001
1.ค 2.ก 3.ข 4.ค 5.ข 6.ค 7.ง 8.ง 9.ข 10.ค
11.ง 12.ก 13.ข 14.ง 15.ก 16.ก 17.ค 18.ค 19.ง 20.ข
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ า ทักษะการขยายอาชพี อช31002
1.ข 2.ข 3.ก 4.ง 5.ง 6.ข 7.ข 8.ค 9.ค 10.ก
11.ง 12.ค 13.ก 14.ค 15.ค 16.ข 17.ข 18.ง 19.ค 20.ก
แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน 73
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
เฉลยแบบทดสอบรายวิชา พัฒนาอาชีพใหม้ คี วามม่นั คง อช31003
1.ข 2.ง 3.ก 4.ค 5.ข 6.ง 7.ข 8.ค 9.ง 10.ข
11.ก 12.ข 13.ก 14.ง 15.ง 16.ง 17.ข 18.ก 19.ค 20.ง
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ า เศรษฐกิจพอเพียง ทช31001
1. ข 2. ก 3. ก 4. ค 5. ก 6. ง 7. ข 8. ค 9. ง 10. ง
11. ง 12. ก 13. ก 14. ค 15. ข 16. ค 17. ข 18. ง 19. ก 20. ก
เฉลยแบบทดสอบรายวิชา สขุ ศึกษา พลศกึ ษา ทช31002
1. ง 2. ก 3. ค 4. ง 5. ก 6. ง 7. ก 8. ข 9. ก 10. ง
11. ข 12. ข 13. ง 14. ค 15. ง 16. ข 17. ง 18. ก 19. ง 20. ข
เฉลยแบบทดสอบรายวิชา ศลิ ปศกึ ษา ทช31003
1. ง 2. ง 3. ก 4. ค 5. ค 6. ก 7. ข 8. ก 9. ข 10. ค
11. ข 12. ค 13. ข 14. ก 15. ก 16. ง 17. ก 18. ค 19. ค 20. ค
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ า สงั คมศึกษา สค31001
1.ข 2.ข 3.ก 4.ก 5.ก 6.ค 7.ก 8.ก 9.ก 10.ค
11.ก 12.ก 13.ค 14.ง 15.ง 16.ค 17.ง 18.ข 19.ค 20.ง
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ า ศาสนาและหนา้ ทีพ่ ลเมือง สค31002
1 ข 2. ข 3.ข 4.ข 5.ก 6.ค 7.ก 8.ก 9.ข 10.ง
11.ก 12.ง 13.ก 14.ข 15.ก 16.ง 17.ก 18.ง 19.ก 20.ง
เฉลยแบบทดสอบรายวชิ า การพัฒนาตนเอง ชมุ ชน สังคม สค31003
1 ข 2. ข 3.ข 4.ข 5.ก 6.ค 7.ก 8.ก 9.ข 10.ง
11.ก 12.ง 13.ก 14.ข 15.ก 16.ง 17.ก 18.ง 19.ก 20.ง
74 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดับผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
แบบบันทกึ การพฒั นาการเรยี นรู้ รายวชิ าบงั คบั
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
*************************
ช่อื - สกุล.......................................................... รหสั นกั ศึกษา................................................
กศน.ตาบล......................................................... กศน.อ�ำเภอ..................................จังหวดั เลย
จากการทผ่ี เู้ รยี นไดศ้ กึ ษาเรยี นรจู้ ากแบบเรยี น และสรปุ เนอื้ หาจากบทเรยี นในรายวชิ าตา่ ง ๆ ตามเอกสารเลม่ นแี้ ลว้
ผเู้ รยี นสามารถทราบไดว้ า่ ทำ� แบบทดสอบในรายวชิ าตา่ ง ๆ ถกู ตอ้ งจานวนกข่ี อ้ โดยการบนั ทกึ ในแบบบนั ทกึ การ พฒั นาการ
เรียนร้รู ายวิชาบงั คบั ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ดังนี้
ท่ี วชิ า คะแนนเตม็ คะแนนท่ไี ด้ หมายเหตุ
1 ทักษะการเรยี นร้ ู ทร31001 20
2 ภาษาไทย พท31001 20 1 ขอ้ = 1 คะแนน
3 ภาษาอังกฤษเพอื่ ชวี ติ และสังคม พต31001 20
4 คณติ ศาสตร์ พค31001 20
5 วทิ ยาศาสตร์ พว31001 20
6 ชอ่ งทางการขยายอาชีพ อช31001 20
7 ทกั ษะการขยายอาชพี อช31002 20
8 พัฒนาอาชพี ให้มีความม่นั คง อช31003 20
9 เศรษฐกิจพอเพยี ง ทช31001 20
10 สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา ทช31002 20
11 ศิลปศึกษา ทช31003 20
12 สงั คมศกึ ษา สค31001 20
13 ศาสนา และหน้าทพี่ ลเมือง สค31002 20
14 การพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม สค31003 20
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพอื่ ยกระดบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี น 75
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
เกณฑก์ ารประเมินผลการพัฒนาทกั ษะวิชาการผู้เรียนรายบคุ คล
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
*******************************
เมอ่ื ทำ� แบบทดสอบในแต่ละรายวชิ าบงั คับระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้นแล้ว ซึ่งมแี บบทดสอบรายวชิ าละ 20 ขอ้
ผู้เรยี นสามารถทราบไดว้ ่ามีความรูอ้ ยใู่ นระดับใด ดงั น้ี
จำ� นวนขอ้ สอบท่ผี ู้เรียนทำ� ถูกต้อง อยู่ในระดบั หมายเหตุ
18 - 20 ข้อ ดมี าก
16 - 17 ข้อ ดี
14 -15 ขอ้
10 - 13 ข้อ ปานกลาง
ต�่ำกวา่ 10 ข้อ พอใช้
ควรปรับปรุง
หมายเหตุ: ผลจากการประเมนิ ผ้เู รยี นสามารถน�ำไปปรับปรงุ ตนเองเพอื่ ใหเ้ กิดการพฒั นาตอ่ ไป
76 แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
ภาคเรยี นท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
บรรณานกุ รม
จนิ ตนชุ กุลทนนั ท.์ หนงั สอื เรียนสาระความร้พู น้ื ฐาน รายวชิ าภาษาอังกฤษในชีวติ ประจำ� วนั (พต31001)
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (ฉบบั ปรบั ปรงุ 2554). กรุงเทพฯ : บริษัท เจ.ด.ี แอสโซซเิ อท จ�ำกัด, 2556.
ชยั วฒั น์ ผดงุ ญาต.ิ หนงั สอื เรยี นสาระความรูพ้ น้ื ฐาน รายวชิ าคณติ ศาสตร์ (พค31001) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(ฉบับปรับปรุง 2554). กรุงเทพฯ : บริษทั เจ.ดี.แอสโซซเิ อท จ�ำกดั , 2554.
แนง่ นอ้ ย คมุ้ ทรพั ย.์ หนงั สอื เรยี นสาระความรพู้ นื้ ฐาน รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ (พว31001) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
(ฉบบั ปรบั ปรงุ 2554). กรุงเทพฯ : บรษิ ัท เจ.ดี.แอสโซซิเอท จ�ำกดั , 2556.
เพ็ญศรี เลิศเกียรติวิทยา และ สิฏฐากร ชูทรัพย์. หนังสือเรียนสาระทักษะการประกอบอาชีพ รายวิชาทักษะ
การพัฒนาอาชีพ (อช31002) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย(ฉบบั ปรบั ปรงุ 2554). กรงุ เทพฯ :
บรษิ ัท ส�ำนกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ จำ� กัด, 2561.
เพญ็ ศรี เลศิ เกียรตวิ ิทยา และ สิฏฐากร ชทู รพั ย์. หนงั สือเรียนสาระทักษะการประกอบอาชพี รายวิชาพัฒนาอาชพี
ให้มคี วามเข้มแขง็ (อช31003) ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ฉบับปรับปรุง 2554).กรุงเทพฯ :
บริษทั ส�ำนักพิมพ์เอมพนั ธ ์ จ�ำกัด, 2561.
โสภณ เสอื พนั ธแ์ ละ สชุ าดา วราหพนั ธ.์ หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดำ� เนนิ ชวี ติ รายวชิ าเศรษฐกจิ พอเพยี ง(ทช31001)
ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ฉบบั ปรับปรงุ 2554). กรงุ เทพฯ : บริษทั ส�ำนักพิมพ์เอมพันธ์ จ�ำกดั , 2561.
โสภณ เสอื พันธ์และ สชุ าดา วราหพันธ์. หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการพฒั นาสังคม รายวชิ าการพฒั นา ตนเอง ชุมชน
สงั คม(สค31003) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ฉบบั ปรับปรุง 2554). พมิ พค์ รั้งท่ี 1. กรุงเทพฯ :
บริษทั สำ� นกั พิมพ์เอมพนั ธ์ จ�ำกดั , 2561.
สำ� นกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หนงั สือเรียนสาระทักษะการด�ำเนินชีวติ รายวชิ าศลิ ปศกึ ษา (ทช31003)
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ฉบับปรับปรุง 2554). กรงุ เทพฯ : สำ� นักงาน กศน., 2555.
สำ� นกั งานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเรียนสาระทักษะการประกอบอาชพี รายวชิ าช่องทางการพัฒนาอาชีพ
(อช31001) ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ฉบบั ปรับปรงุ 2554). กรงุ เทพฯ : ส�ำนักงาน กศน., 2555.
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเรียนสาระทักษะการพัฒนาสังคม รายวิชาศาสนาและหน้าที่พลเมือง
(สค31002) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย(ฉบับปรับปรงุ 2554). กรุงเทพฯ: สำ� นักงาน กศน.,2555.
สำ� นกั งานปลดั กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการพฒั นาสงั คม รายวชิ าสงั คมศกึ ษา (สค31001) ระดบั
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ฉบับปรับปรุง 2554). กรุงเทพฯ : ส�ำนกั งาน กศน., 2555.
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ. หนงั สือเรียนสาระทกั ษะการเรยี นรู้ รายวชิ าทักษะการเรยี นรู้(ทร31001) ระดับ
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย (ฉบบั ปรับปรงุ 2554). กรุงเทพฯ : ส�ำนกั งาน กศน., 2555.
ส�ำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. หนังสือเรียนสาระความรู้พื้นฐาน รายวิชาภาษาไทย (พท31001) ระดับ
มัธยมศึกษาตอนปลาย (ฉบบั ปรับปรุง 2554). กรุงเทพฯ : สำ� นักงาน กศน., 2555.
อญั ชษิ ฐา สขุ กาย. หนงั สอื เรยี นสาระทกั ษะการดำ� เนนิ ชวี ติ รายวชิ าสขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา (ทช31002) ระดบั มธั ยมศกึ ษา
ตอนปลาย. กรงุ เทพฯ : บริษทั เจ.ด.ี แอสโซซเิ อท จำ� กดั , 2556.
แบบฝึกทักษะทางวชิ าการ เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน 77
ภาคเรียนท่ี 2 ประจำ� ปี 2563 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
คณะผจู้ ัดทำ�
ท่ปี รึกษา
นายประกอบ โพธ์ริ าม ผอู้ �ำนวยการส�ำนกั งาน กศน.จังหวดั เลย
นายสุพฒั น์ สุวรรณสิงห์ ผ้อู ำ� นวยการ กศน.อำ� เภอเมือง
นายปกรณ์ คามวัลย์ ผอู้ ำ� นวยการ กศน.อ�ำเภอเชียงคาน
นายฉตั รวุฒิ อิม่ ชมชื่น ผอู้ �ำนวยการ กศน.อำ� เภอนาด้วง
นางนงลักษณ ์ พรอ้ มจะบก ผ้อู �ำนวยการ กศน.อำ� เภอท่าล่ี
คณะทำ� งาน
นายระวี คึมยะราช ครชู ำ� นาญการพเิ ศษ
นายสมพร มาตย์สรุ ยิ ์ ครชู ำ� นาญการพเิ ศษ
นางวาสนา โสมาธรรมมงคล ครชู �ำนาญการ
นางสาวรัตติยาพร จนั ทร์อว้ น ครูช�ำนาญการ
นางปราณี สขุ ปอ้ื ครชู ำ� นาญการ
นางสาวพมิ ลรัตน ์ หุมอาจ ครผู ูช้ ว่ ย
นายสุชาติ ทองดวง ครผู ้ชู ่วย
ครอู าสาสมัครการศกึ ษานอกโรงเรยี น ทกุ คน
ครู กศน.ต�ำบล ทกุ คน
ครู ศรช. ทุกคน
ครผู ู้สอนคนพิการ ทุกคน
บรรณาธิการ ครูช�ำนาญการพิเศษ
นายระวี คึมยะราช ครูชำ� นาญการพเิ ศษ
นายสมพร มาตยส์ รุ ิย์ ครชู ำ� นาญการ
นางวาสนา โสมาธรรมมงคล ครูช�ำนาญการ
นางสาวรัตติยาพร จันทรอ์ ้วน ครชู �ำนาญการ
นางปราณี สขุ ปอ้ื ครผู ู้ชว่ ย
นางสาวพมิ ลรตั น์ หุมอาจ ครูผชู้ ว่ ย
นายสชุ าต ิ ทองดวง
รวบรวม / เรยี บเรยี ง
นางสาวสุรีวัลย ์ แก้วไชยะ นักวิชาการศกึ ษา
นางสาวณฐั วดี คมึ ยะราช นักวชิ าการศึกษา
นางวิภาพร พลสวัสดิ ์ นกั วิชาการศกึ ษา
นายธวัชชัย มันหาทา้ ว นกั จดั การงานทั่วไป
78 แบบฝึกทกั ษะทางวชิ าการ เพอ่ื ยกระดับผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
ภาคเรียนท่ี 2 ประจ�ำปี 2563 ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย