บทเรียนสำเร็จรูป
เร่อื งกำรพฒั นำกำรออกเสียง –ed หลังคำกริยำช่องท่ี 2 และช่องท่ี 3
โดย
นางสาวนิภาพรรณ แก้วส่อน
ครูอนั ดบั คศ. 1
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
โรงเรียนนวมินทราชนิ ทู ิศ เตรยี มอุดมศกึ ษาพัฒนาการ
อ. บางบอ่ จ.สมทุ รปราการ
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต 6
บทนำ
ปญั หาการออกเสียงภาษาองั กฤษ (pronunciation) นับว่าเป็นปัญหาอย่างหน่ึงในการเรยี นของเดก็ ไทย
หากออกเสียงไม่ถกู ต้องจะทาให้ผู้ฟังเขา้ ใจความหมายคลาดเคลอ่ื น ในการพฒั นาทักษะการพูดและการออก
เสียง ให้ถกู ตอ้ งใกลเ้ คยี งกับเจา้ ของภาษา (native speaker)ใหม้ ากที่สุด จะตอ้ งเรียนรูก้ ฎเกณฑ์ เลก็ ๆ น้อย จา
วันละนิดกส็ ามารถพิชิตการอ่านออกเสียงไดถ้ กู ต้องได้
pen, copy, happen. สัญลักษณพ์ ยญั ชนะ
back, bubble, job.
tea, light, button. man, money, sum
dog, lady, lad. nice, run, bun
king, lock, school ring, sing, song
go, big, giggle. low, roll, seal
church, match, nature. run, sorry, worry
judge, age, soldier. yet, use, duty
far, rough, left wet, watch, quite
van, love, move zone, zero, rose.
three, depth, author ship, sure, sugar.
then, other, smooth vision, measure, pleasure.
hat, hole, behind.
son, lobster, cease
เสียงก้องและเสยี งไมก่ อ้ ง
พยญั ชนะเสียงไม่ก้อง ( voiceless consonant )
ทง้ั ภาษาไทยและภาษาองั กฤษมพี ยญั ชนะท่เี ปน็ เสยี งไมก่ อ้ งและเสียงก้องผิดกนั อยทู่ ่ภี าษาอังกฤษมพี ยญั ชนะเสียง
ไมก่ ้องและเสยี งกอ้ งที่ไม่มเี สียงในภาษาไทยอยู่จานวนหน่ึงและพยญั ชนะเสียงไมก่ ้องและเสยี งก้องของภาษาอังกฤษมี
อิทธิพลต่อการออกเสียงพยัญชนะเสียงไมก่ อ้ งคอื พยัญชนะทอ่ี อกเสยี งแล้วเส้นเอ็นเสียงทกี่ ลอ่ งเสยี งไม่สัน่ ลมจากปอดจะ
ผ่านกล่องเสยี งออกมาโดยที่เอ็นเสียงทีก่ ลอ่ งเสยี งเปิดให้ลมออกโดยไม่มีการส่ัน ลมจะออกมาจากปากด้วยเสียงเสยี ดสีกับ
ส่วนต่าง ๆ ของปากหรือลมออกมาแบบระเบิดออกมาจากปาก พยัญชนะเสียงไม่ก้องพวกนเ้ี รยี กวา่ เป็นพยญั ชนะที่ออกเสียง
แรงโดยลมท่อี อกจากปากแรงกวา่ พยัญชนะเสียงก้อง พยญั ชนะเสยี งไม่ก้องของไทยไดแ้ ก่ พ ท ค ฟ ส ศ ษ ซ ช และ ฮ เพ่ือ
จะให้เขา้ ใจวา่ พยัญชนะเสยี งไมก่ อ้ งเปน็ เช่นไรให้ทดสอบออกเสียงภาษาไทยโดยเอามือจบั ทคี่ อหอยแลว้ ออกเสยี งคาว่า ซอ
โดยออกเสียง ซ ยาว ๆ ก่อนทีจ่ ะออกเสยี ง อ พยญั ชนะ ซ เปน็ พยัญชนะท่ีเสยี งไมก่ อ้ ง พยัญชนะ อ เป็นพยญั ชนะที่เสียงกอ้ ง
จะสังเกตว่าตอนออกเสียง ซ ยาว ๆ กลอ่ งเสยี งไม่สน่ั มแี ต่ลมออกจากปากเป็นเสียงลมเสยี ดสี ซง่ึ แสดงวา่ พยัญชนะ ซ เปน็
พยญั ชนะเสยี งไม่กอ้ งแตพ่ อออกเสียง อ จะสังเกตวา่ กลอ่ งเสียงส่ันและเปน็ เสียงก้อง
พยญั ชนะภาษาองั กฤษเสยี งไมก่ อ้ ง ( voiceless consonant )
หรือพยัญชนะที่ออกเสยี งแรง ไดแ้ ก่พยญั ชนะที่มสี ัญลกั ษณเ์ สยี งดงั น้ี ซึ่งตรงกับ
พยญั ชนะ p, t, k, f, s, sh , ch, th (เสียงไมก่ อ้ ง) และ h ตามลาดบั สระหรอื พยัญชนะนอกจากนเ้ี ปน็ เสียงกอ้ งหมดการออก
เสียงทถี่ กู ตอ้ งของพยัญชนะต่าง ๆ ทีถ่ กู ตอ้ งจะนามากลา่ วในโอกาสต่อไปขอให้จาสญั ลกั ษณ์เสยี งของพยญั ชนะเหลา่ นไ้ี ว้ให้
ดี พยญั ชนะเสียงไม่กอ้ งหรอื พยัญชนะท่อี อกเสยี งแรงเหลา่ นมี้ ีอิทธิพลในการออกเสยี งดงั น้ี
1. ทาให้เสียงสระทอ่ี ยูน่ าหนา้ มเี สยี งสัน้ ลง เชน่ คาวา่ lap กับ lad พยัญชนะ p เปน็ พยัญชนะทีเ่ สียงไมก่ อ้ งและออกเสียง
แรง ส่วนพยัญชนะ d เปน็ พยัญชนะเสียงก้อง a ที่อยู่หนา้ p จะมีเสยี งสนั้ ลงเป็นเสียง แอะ ส่วน a ที่อยู่หน้า d ออกเสยี งเป็น
แอ คาว่า bet กบั bed พยญั ชนะ t เปน็ พยญั ชนะเสียงไม่กอ้ งและเป็นพยญั ชนะออกเสียงแรง ทาให้เสยี งสระ e เสยี งส้นั เปน็
เสยี งเอะ ส่วน e ทนี่ าหนา้ d ออกเสียงเป็นเสียง เอ
2. คากรยิ าท่มี ีเสียงพยัญชนะเสียงไม่ก้องลงทา้ ยยกเว้น t กับ d เมอื่ ทาเป็นกริยาชอ่ งท่ีสองโดยการเตมิ ed จะออกเสียงเปน็
เสยี ง t เช่น stopped, peaked, laughed, passed, finished, fetched กรยิ าชอ่ งที่สองเหลา่ นต้ี ้องออกเสยี ง edเป็นเสียง t สว่ น
กรยิ าท่ีมี t และ d ลงทา้ ยแลว้ เตมิ ed เพ่ือให้เป็นกริยาชอ่ งท่ีสองต้องออกเสียงเป็น tid และ did ตามลาดบั เชน่ started, glided
กริยาท่อี อกเสียงตอนท้ายเสียงกอ้ งเม่อื ทาเปน็ กริยาช่องที่สอง เขน่ คาว่า climbed ต้องออกเสยี ง ed เปน็ เสยี ง d การท่ีจะออก
เสียงเปน็ t เมือ่ ทากรยิ าให้เป็นกรยิ าช่องที่สองโดยเติม ed ต้องรูว้ ่าทา้ ยกรยิ านัน้ ออกเสียงแบบพยัญชนะเสยี งไมก่ ้องไม่ใช่เหน็
ว่าเปน็ พยญั ชนะเสียงไม่ก้องแลว้ ออกเสียง t กรยิ าบางคามีรปู เปน็ พยัญชนะทมี่ ีเสยี งไม่ก้องแต่เสยี งท่ีออกเปน็ เสียงกอ้ งนนั้
ตอ้ งออกเสยี ง d เช่นคากริยา use ทแี่ ปลวา่ ใช้ ถ้าไม่รวู้ ่าออกเสียงเชน่ ไรก็จะเห็นวา่ มีs ซ่งึ เปน็ พยญั ชนะที่ออกเสียงไม่กอ้ ง เมื่อ
ทาเป็นกรยิ าชอ่ งทสี่ องโดยการเตมิ ed แลว้ จะออกเสียงเป็น t น้นั ไมถ่ ูกเพราะ s ของกริยา use ออกเสียง z ซ่ึงเปน็ เสียง
พยญั ชนะเสียงกอ้ งจึงต้องออกเสยี ง d คาว่า laughed ออกเสยี ง gh เป็นเสียง f ซึ่งเปน็ เสียงของพยัญชนะเสียงไม่กอ้ งและออก
เสยี งแรงจึงออกเสียง ed เป็นเสียง t มีคาบางคามีรปู คลา้ ยกริยาช่องทีส่ อง
เช่น naked, wicked, ragged, crooked คาพวกนีเ้ ป็นคาคุณศัพท์ จึงไมอ่ ยู่ในกฎดงั กล่าว ต้องออกเสียง ed เปน็ id
3. คานามหรอื กริยาใด ๆ ทมี่ ีเสียงทา้ ยคาเปน็ เสียงพยัญชนะเสยี งไม่ก้อง เม่ือตอ้ งการทาคานามเป็นพหูพจน์หรอื เพ่ือใชก้ รยิ า
กับบุคคลทีส่ ามที่เป็นเอกพจน์ใหท้ าดงั น้ี พยัญชนะเสียงไมก่ อ้ ง p, t, k, f, th (แบบเสียงไม่ก้อง) ใหเ้ ตมิ s และให้ออกเสยี ง s
เป็นเสยี ง s เชน่ stops, starts, ducks, laughs, baths คานามหรือคากรยิ าท่ลี งท้ายดว้ ยเสยี ง s, sh เสยี งไมก่ ้องและเสียงก้อง(จะ
อธิบายการออกเสียงในภายหลัง) ch, z และเสียงของพยัญชนะ j ต้องเตมิ es แตถ่ า้ หลงั คานัน้ มี e อยู่แลว้ กเ็ ติม s ให้ออกเสียง
ท้ายคาเหล่าน้เี ป็นเสยี ง iz เชน่ houses, finishes, camouflages, catches, buzzes, pages. คานามหรือกริยาใด ๆ ท่ีมีเสียงท้ายคา
เป็นเสียงก้องทุกเสยี งยกเวน้ z, sh เสียงกอ้ งและเสยี งพยัญชนะ j ( การออกเสยี งจะอธบิ ายในภายหลงั ) ตอ้ งออกเสยี ง s เปน็
เสยี ง z เช่น labs, lads, dogs, knives
สัญลักษณ์สระ
fleet, sea, machine cow, now, found
fit, bid, hit so, no, low
pen, hen, bed near, here, clear
pan, can, hand rare, fair, square
come, love, cup about, comma, common
car, far, jar face, late, day
hot, pot, clock fine, cry, buy
tall, hall, talk oil, boil, coin
book, cook, look
root, boot, food
her, nurse, stir
มาทาแบบทดสอบ
กอ่ นเรยี นกันกอ่ นดีกว่า
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ออกเสยี งคำกริยำต่อไปน้ี
1. clean cleaned
2. help
3. watch helped
4. like watched
5. bake liked
6. live baked
7. stop lived
8. fit
9. plan stopped
10. prefer fitted
11. control planned
12. study preferred
13. cry controlled
14. carry
15. play studied
16. stay cried
17. enjoy carried
18. obey played
19. walk stayed
20. jump
enjoyed
obeyed
walked
jumped
กำรอ่ำนเสียงคำกรยิ ำชอ่ งท่ี 2 ทีเ่ ติม ed
Past tense หมายถงึ อดตี กรยิ าท่ใี ชจ้ ะเป็นกรยิ าชอ่ งที่ 2 ซ่ึงมีสองแบบคือ แบบท่เี ติม ed กบั แบบที่ไมเ่ ติม ed
เชน่ คาว่า stop แปลว่าหยดุ พอเปน็ ช่องท่ี 2 ก็เตมิ ed อ่านออกเสียง stopped (สต๊อป-เทอะ)
อา่ นออกเสยี งเหมือนตวั t ไมใ่ ช่ สะ ต๊อป เปด
เรื่องเล่าแบบโจ๊กๆ
ความยาก (แตส่ นุก) ในการออกเสยี ง –ed หลังคากรยิ าก็คือ แล้วเราควรจะออกเสียงกรยิ าที่เตมิ -ed วา่ อย่างไร หลาย
คนคิดว่าไม่สาคญั แตจ่ ริง ๆ แล้วสาคัญมาก เพราะในภาษาเขยี นเราเติม -ed เหน็ ชดั เจนวา่ เป็นอดตี แลว้ ในภาษาพดู ละ่
คร-ู (เขยี นบนกระดาน) stopped, helped อ่านวา่ อยา่ งไรคะ
นักเรยี น-(ออกเสียงพร้อมกนั ว่า) สตอ๊ ปเปด็ , เฮล้ เป็ด
อมื …กาลครงั้ หนง่ึ มีเปด็ เดินมา นายพรายใจรา้ ยตะโกนว่า ”Stop เปด็ ” เป็ดตกใจ ไมร่ จู้ ะทาอย่างไร พอดีมีอัศวินขี่ม้าขาว
มา ”Help เปด็ ”
นักเรียน– (ขากลบเกลือ่ น เพราะรวู้ า่ ตวั เองอ่านผิด และไมน่ ่าจะเกย่ี วอะไรกบั เปด็ )
คร–ู ที่เราอา่ นผิดเพราะเราไปสะกดตามตัวทเี่ ราเหน็ ลองอ่านคาน้ีดูนะ (เขียนอีกคา played )
นักเรียน– เพลย…์ … (–’ ไม่กล้าอา่ นตอ่ )
ลองมาดูกันดีกว่า ed จะอ่านออกเสยี งเป็นอย่างไรข้นึ อยู่กับเสยี งพยัญชนะสดุ ท้ายที่ ed ตามอยู่
มกี ฎเกณฑใ์ นการจดจาทง่ี ่าย ๆ 3 ข้อ ดงั น้ี
1.) อำ่ นออกเป็นเสียง /t/ ถำ้ ตำมหลังเสียง /p/, /k/, /f/, /s/
เสยี งพวกน้เี รยี กวำ่ “เสียงไม่กอ้ ง” คือเวลำออกเสียงลองจบั ทีค่ อดสู ำยเสียงจะไมส่ ่นั
มาดูตวั อย่างการออกเสียงกนั
- Stopped ออกเสียงวา่ สะ ต๊อป เทอะ
- Laughed หัวเราะ ออกเสียงวา่ แลฟ เทอะ
- Asked ถาม ออกเสียงวา่ แอค สะ เทอะ WE LOVE ENGLISH.
- stop -> stopped เสียงท้ายคาเป็นเสยี ง /p/ ออกเสยี ง ed เป็น /t/
- look -> looked เสยี งท้ายคาเป็นเสยี ง /k/ออกเสยี ง ed เปน็ /t/
- miss -> missed เสยี งท้ายคาเป็นเสยี ง /s/ออกเสียง ed เปน็ /st/
- practice -> practiced เสยี งท้ายคาเปน็ เสยี ง /s/ออกเสยี ง ed เปน็ /st/
- watch -> watched เสยี งทา้ ยคาเป็นเสยี ง /ch/ออกเสียง ed เป็น /-cht/
- wish -> wished เสียงทา้ ยคาเป็นเสียง /sh/ออกเสียง ed เป็น /-sht/
- box -> boxed เสยี งทา้ ยคาเปน็ เสียง /ks/ออกเสยี ง ed เป็น /kst/
- laugh -> laughed เสยี งทา้ ยคาเปน็ เสียง /f/ออกเสยี ง ed เปน็ /ft/
- manage -> managed เสยี งทา้ ยคาเปน็ เสยี ง /ge/ออกเสียง ed เป็น /-ge-t/
ยกเวน้ เสยี ง /t/ ซงึ่ เมื่อเติม ed ท้ายคาจะออกเสียงเปน็ /id/
2.) อำ่ นออกเสียงเป็นเสียง /d/ ถ้ำตำมหลังเสียงก้อง
เสียงกอ้ ง เชน่ /b/, /g/,/v/, /m/, /n/, /r/, /l/ เสียงก้องเวลำออกเสียง สำยเสียงจะสั่น
ลองเอามอื จบั ทีค่ อดูเวลาออกเสียงเหล่าน้ี
ดังน้ัน คาวา่ called เรยี ก โทรศพั ท์ ed ตามหลังเสียงแอล คานี้จะอ่านว่า คอล เดอะ
- Planned วางแผน อา่ นวา่ แพลน เดอะ
- Loved รัก อ่านวา่ เลฟิ เดอะ
- name -> named เสียงท้ายคาเปน็ เสยี ง /m/ ออกเสยี ง ed เป็น /d/
- beg -> begged เสียงท้ายคาเปน็ เสยี ง/g/ออกเสียง ed เป็น /d/
- use -> used เสียงท้ายคาเป็นเสยี ง/z/ออกเสียง ed เปน็ /d /
- control -> controlled เสียงท้ายคาเปน็ เสียง/l/ออกเสยี ง ed เป็น /d/
- try -> tried เสียงท้ายคาเป็นเสยี ง/ai/ออกเสียง ed เปน็ /d/เปน็ ตน้
ยกเวน้ เสียง/d/ ซ่ึงเม่ือเตมิ ed ท้ายคาจะออกเสียงเปน็ /id/
3.) อำ่ นออกเปน็ เสียง /id/ อิด ถ้ำ ed ไปตำมหลงั เสียง /t/ และ /d/
ถ้าเสยี งสุดท้ายของคาก่อนเติม ed ลงดว้ ยเสยี ง /t/ หรือ /d/ อยู่แลว้ อย่างเช่น คาว่า
- Presented (นาเสนอ) ถ้าออกเสียงว่า พรี–เซ้น-ทึ-ทึ กจ็ ะดแู ปลกๆ คาน้เี ราอ่านวา่ พรี เซ้น ทดึ
- Ended (จบ) อ่านวา่ เอน็ ดิด
- Recorded (บันทกึ เสยี ง) อ่านว่า เรค คอรด์ ดิด
สรปุ ed อ่ำนไดส้ ำมเสียง
1. เสยี ง /t/ ถา้ ตามหลงั เสยี งไมก่ ้อง เช่น พวก /p/, /k/, /f/, /s/
2. เสยี ง /d/ ถ้าตามหลงั เสยี งกอ้ ง เช่น /b/, /g/,/v/, /m/, /n/, /r/, /l/
3. ถ้า ed ตามหลงั เสยี ง /t/ กับ /d/ ให้อา่ นเสียง อดิ
เปิดหนา้ ถดั ไปเพื่อทา
แบบฝกึ หดั เลยครา๊ บบบ....
แบบฝกึ หัด 1 : เขยี นเสยี งท้ำยคำเมื่อเตมิ ed ของคำ
1. start ลงท้ายดว้ ยเสียงเตมิ – ed started อา่ นวา่ ......................................
2. expect ลงทา้ ยดว้ ยเสยี งเติม – ed expected อ่านว่า ......................................
3. point ลงทา้ ยด้วยเสียงเตมิ – ed pointed อา่ นวา่ ......................................
4. add ลงทา้ ยด้วยเสียงเติม – ed added อา่ นวา่ ......................................
5. count ลงท้ายด้วยเสียงเติม – ed counted อา่ นว่า ......................................
แบบฝกึ หัด 2 : เขยี นเสียงทำ้ ยคำเมือ่ เตมิ ed ของคำ
1. watch ลงท้ายดว้ ยเสียง/ / เติม – ed = watched อ่านว่า............................
2. wash ลงทา้ ยดว้ ยเสยี ง/ / เติม – ed = washed อา่ นวา่ ............................
3. bath ลงทา้ ยดว้ ยเสียง/ / เติม –ed =bathed อา่ นวา่ ............................
4. cough ลงท้ายดว้ ยเสยี ง/ / เตมิ – ed = coughed อา่ นว่า............................
5. help ลงทา้ ยดว้ ยเสยี ง/ / เตมิ – ed = helped อ่านว่า............................
6. push ลงท้ายดว้ ยเสียง / / เติม – ed = pushed อ่านวา่ ............................
7. launch ลงท้ายดว้ ยเสียง/ / เตมิ – ed = launched อา่ นว่า............................
8. stop ลงท้ายด้วยเสียง/ / เติม – ed = stopped อา่ นวา่ ............................
แบบฝกึ หัด 3 : เขยี นเสยี งท้ำยคำเมอื่ เติม ed ของคำ
1. die ลงทา้ ยดว้ ยเสียงเติม – ed = died อา่ นว่า............................
2. play ลงท้ายด้วยเสยี งเติม – ed = played อ่านวา่ ............................
3. refuse ลงทา้ ยด้วยเสียง เตมิ – ed = refused อา่ นว่า............................
4. cover ลงท้ายดว้ ยเสยี งเติม – ed = covered อา่ นวา่ ............................
5. carry ลงทา้ ยดว้ ยเสยี งเติม – ed = carried อา่ นวา่ ............................
6. climb ลงท้ายดว้ ยเสียงเตมิ – ed = climbed อา่ นวา่ ............................
7. pull ลงท้ายด้วยเสยี งเติม – ed = pulled อ่านว่า............................
8. arrive ลงทา้ ยดว้ ยเสยี ง เติม – ed = arrived อา่ นวา่ ............................
เย้....ไปตรวจคาตอบหนา้ ถัดไปเลยจา้ .....
แบบฝกึ หดั 4 : จงเปลย่ี นคำกรยิ ำต่อไปน้ใี ห้เปน็ Past Tense แล้วแยกเสยี งคำท่ีเตมิ ed
เติมลงในตำรำงใหถ้ กู ต้องตำมหลกั กำรอำ่ นออกเสียงคำ
change invent rob like
play clear call depend
civilize watch raise tip
weigh maintain start live
move pass close wait
cook need touch laugh
pick want work climb
walk open stop carry
finish visit point study
คาที่ ed คาที่ ed คาท่ี ed
ออกเสียงเป็น / Id / หรือ / ออกเสียงเป็น / t / ออกเสียงเปน็ / d /
d/ changed
แบบฝกึ หดั 1 started อ่านว่า สต้าทท้ิด, ท้ึดหรอื เทด็
1. start ลงท้ายด้วยเสยี ง / t / เติม – ed expected อา่ นวา่ เอก็ เพ้คทิ้ด, ทด้ึ หรือเท็ด
2. expect ลงทา้ ยด้วยเสยี ง / t / เตมิ – ed pointed อา่ นวา่ พ็อยทิด้ , ท้ดึ หรือเทด็
3. point ลงท้ายดว้ ยเสยี ง / t / เตมิ – ed added อ่านว่า แอด็ ดด้ิ , ด้ึดหรือเด็ด
4. add ลงท้ายดว้ ยเสยี ง / t / เติม – ed counted อ่านวา่ เค่านด้ิ , น้ดึ หรือเดด็
5. count ลงทา้ ยด้วยเสียง / t / เตมิ – ed
แบบฝึกหัด 2 อา่ นว่าว็อชทึ
1. watch ลงทา้ ยด้วยเสียง / ch / เติม – ed = watched อ่านวา่ วอ็ ฌทึ
2. wash ลงทา้ ยดว้ ยเสยี ง / sh / เตมิ – ed = washed อ่านว่าแบดฬทึ
3. bath ลงทา้ ยดว้ ยเสียง / th / เตมิ –ed =bathed อ่านว่าค็อบฟทึ
4. cough ลงท้ายด้วยเสยี ง / h / เตมิ – ed = coughed อา่ นว่า เฮ็ลพทึ
5. help ลงทา้ ยด้วยเสียง / p / เติม – ed = helped อา่ นว่า พุฌทึ
6. push ลงท้ายด้วยเสียง / sh / เตมิ – ed = pushed อ่านวา่ ลอนชทึ
7. launch ลงทา้ ยด้วยเสยี ง / ch / เตมิ – ed = launched อา่ นว่าสต็อพทึ
8. stop ลงทา้ ยด้วยเสียง / p / เตมิ – ed = stopped
แบบฝึกหดั 3
1. die ลงท้ายดว้ ยเสียง / e / เติม – ed = died อ่านว่าดายทึ
2. play ลงท้ายด้วยเสยี ง / y / เติม – ed = played อา่ นวา่ เพลทึ
3. refuse ลงท้ายด้วยเสยี ง / e / เติม – ed = refused อ่านว่ารีฟิวศทึ
4. cover ลงทา้ ยด้วยเสยี ง / r / เตมิ – ed = covered อา่ นว่าคั้บเฝอ็ ทึ
5. carry ลงทา้ ยด้วยเสียง / y / เติม – ed = carried อ่านว่าแคร้ ิทึ
6. climb ลงท้ายดว้ ยเสยี ง / b / เตมิ – ed = climbed อ่านว่าไคลมทึ
7. pull ลงทา้ ยด้วยเสยี ง / l / เติม – ed = pulled อา่ นว่าพลุ ทึ
8. arrive ลงท้ายดว้ ยเสียง / e / เตมิ – ed = arrived อา่ นว่าอะไรฟทึ
แบบฝกึ หดั 4 คาท่ี ed คาท่ี ed
คาที่ ed ออกเสยี งเปน็ / t / ออกเสยี งเปน็ / d /
ออกเสียงเป็น / Id / หรอื / d /
watched changed
invented tipped robbed
depended weighed liked
started passed played
waited cooked cleared
needed touched called
wanted laughed civilized
stopped picked raised
visited worked maintained
pointed walked lived
finished moved
closed
climbed
opened
carried
studied
เรยี นเสรจ็ แลว้ เรามาทาแบบทดสอบ
หลังเรียนกันเลยนะคะ
แบบทดสอบก่อนเรียน
ออกเสยี งคำกริยำตอ่ ไปน้ี
1. clean cleaned
2. help helped
3. watch
4. like watched
5. bake liked
6. live baked
7. stop lived
8. fit stopped
9. plan
10. prefer fitted
11. control planned
12. study preferred
13. cry controlled
14. carry studied
15. play
16. stay cried
17. enjoy carried
18. obey played
19. walk stayed
20. jump enjoyed
obeyed
walked
jumped