ก 3
ก คำนำ เอกสารฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นการรายงานผลวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ประเภท ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน ชื่อผลงานการพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ซึ่งได้ รายงานถึงความสำคัญของ Best Practice จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน กระบวนการผลิต หรือขั้นตอนการดำเนินงานตามวงจร PDCA อันประกอบไปด้วย ขั้นเตรียมการ (Plan) ขั้นดำเนินการ (Do) การตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน (Check) สรุปและรายงาน (Act) รวมทั้งได้รายงานผลการ ดำเนินงาน ผลประโยชน์ที่ได้รับ ปัจจัยความสำเร็จ บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) การเผยแพร่ผลงาน การได้รับการยอมรับ และแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อเป็นเอกสารประกอบการคัดเลือกผลงานวิธีการปฏิบัติที่ เป็นเลิศ (Best Practice) ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคณะกรรมการประเมินผล วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ได้เป็นอย่างดี ขอขอบคุณ นางสาวพัณณิตา สุวรรณภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ นายสุวิทย์ นวลสังข์ทอง ตำแหน่งครูโรงเรียนวัดทุ่งหล่อที่ให้ความอนุเคราะห์ ตรวจสอบ แก้ไข ปรับปรุง และให้ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ใน การสร้างเครื่องมือ และขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่สนับสนุน ช่วยเหลือและให้กำลังใจ จนผลงาน ประสบผลสำเร็จในครั้งนี้ นางสาวสุภาพร รักช้าง ครู กลุ่มวิชาปฐมวัย โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ
ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ความสำคัญของผลงาน................................................................................................................... ๑ จุดประสงค์และเป้าหมาย............................................................................................................... ๓ กระบวนการผลิตหรือขั้นตอนการดำเนินงาน................................................................................. 3 ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ............................................................................ 9 ปัจจัยความสำเร็จ........................................................................................................................... 10 บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned).............................................................................................. 10 การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ................................................................................................. 10 ภาคผนวก............................................................................................................................. .......... ๑1
แบบรายงานผลงานวิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 1.ชื่อผลงาน การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ปี การศึกษา ๒๕๖๖ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 2.ชื่อผู้นำเสนอผลงาน นางสาวสุภาพร รักช้าง ตำแหน่ง ครู กลุ่มวิชาปฐมวัย โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ตำบล ควนชุม อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช รหัสไปรษณีย์ 80130 โทรศัพท์มือถือ 084-0599643 e-mail [email protected] ประเภทสถานศึกษา ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ประเภทผลงาน ด้านวิชาการ ด้านบริหารจัดการชั้นเรียน ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน รายละเอียดข้อมูลผู้ส่งผลงานนวัตกรรมการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ชื่อผลงาน การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ 3. ความสำคัญของผลงาน 3.๑ ความสำคัญ / สภาพปัญหา หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ได้กล่าวถึงปรัชญาการศึกษาไว้ว่า การศึกษาปฐมวัย เป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนให้เต็มศักยภาพ ภายใต้บริบท สังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ด้วยความรัก ความเอื้ออาทรและความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐาน คุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่าต่อตนเองครอบครัวสังคมและประเทศชาติ ตามที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ซึ่งให้ความสำคัญกับพัฒนาการทางสติปัญญาที่เกี่ยวกับ ทักษะทางภาษาโดยกำหนดไว้ในมาตรฐานที่ 9 การใช้ภาษาสื่อสารให้เหมาะสมกับวัย ได้กำหนดตัวบ่งชี้ว่า สนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ และกำหนดสภาพที่พึงประสงค์ไว้ว่า ฟังผู้อื่นพูดจนจบและสนทนา โต้ตอบอย่างต่อเนื่องเชื่อมโยงกับเรื่องที่ฟัง และเล่าเป็นเรื่องราวต่อเนื่องได้ เด็กปฐมวัยจำเป็นจะต้องเรียนรู้ภาษาเพื่อใช้ในการสื่อความหมาย ความคิด จินตนาการ การแสดงออก หากเด็กปฐมวัยสามารถเข้าใจภาษา และสื่อสารได้ และจะเกิดการเพิ่มพูนการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ การที่เด็ก ปฐมวัยจะพัฒนาภาษาและความสามารถในการสื่อสารได้นั้น ทักษะการพูด และการฟังถือเป็นทักษะพื้นฐานที่ สำคัญ ทั้งนี้เนื่องจากเด็กวัยนี้เป็นวัยที่เรียนรู้ภาษาตามลำดับขั้น โดยเริ่มจากความคุ้นเคยจากการได้ยิน ได้ฟัง ไปสู่การพูดและการสนทนา การฝึกให้เด็กรู้จักฟังจะช่วยให้เด็กเพิ่มพูนคำศัพท์ เรียนรู้เกี่ยวกับประสบการณ์
๒ โครงสร้างของภาษาพูดและเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เด็กใช้ภาษาพูดถูกต้องยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วย ให้เด็กใช้ภาษาพูดถูกต้องยิ่งขึ้นรู้จักพูดคุยกับเพื่อนฝูง ทั้งยังกระตุ้นให้เด็กใช้จินตนาการอีกด้วย จากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในห้องเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ พบว่าในการจัดกิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นตามมุม กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา เด็กมีพัฒนาการ ด้านการสื่อสารที่แตกต่างกัน เด็กบางคน ไม่กล้าพูด ไม่มีความมั่นใจในการพูด พูดไม่ถูกต้อง พูดไม่คล่อง พูด สื่อความหมายไม่ได้ คิดสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ไม่ได้ เนื่องจากเด็กขาดทักษะในการสื่อสาร จะสื่อสารอย่างไร และไม่มีกระบวนการคิดที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ภาษาสื่อสารกับบุคคลรอบตัวได้ถูกต้อง ครูจึงหาแนวทางในการพัฒนาการใช้ภาษาในการสื่อสารของเด็ก โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 ซึ่งมีความสอดคล้องกับผลการประเมินคุณภาพภายใน (SAR) ระดับการศึกษาปฐมวัยของนักเรียน ปฐมวัยโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ปีการศึกษา 2565 พบว่า มาตรฐานที่ 1 คุณภาพเด็ก ประเด็นพิจารณาด้านพัฒนา ด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้อยู่ในระดับคุณภาพยอดเยี่ยม พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ และพัฒนาการด้านสังคม ช่วยแหลือ ตนเอง และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมอยู่ในระดับคุณภาพดีเลิศ แต่พัฒนาการด้านสติปัญญาสื่อสารได้ มีทักษะ การคิดพื้นฐานและแสวงหาความรู้ได้ อยู่ในระดับคุณภาพดี ซึ่งคะแนนต่ำกว่าพัฒนาการด้านอื่น ๆ จากการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ในห้องเรียนของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ สังเกตพบได้ว่าในการจัด กิจกรรมหลัก 6 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นตามมุม กิจกรรมกลางแจ้ง และกิจกรรมเกมการศึกษา เด็กมีพัฒนาการด้านการสื่อสาร ที่แตกต่างกัน เด็กบางคน ไม่กล้าพูด ไม่มีความมั่นใจในการพูด พูดไม่ถูกต้อง พูดไม่คล่อง พูดสื่อความหมาย ไม่ได้ คิดสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่ไม่ได้ เนื่องจากเด็กขาดทักษะในการสื่อสาร และมีกระบวนการคิดที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้ภาษาสื่อสารกับบุคคลรอบตัวได้ถูกต้อง ครูจึงหาแนวทางใน การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและการพูดของเด็ก โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้ เพื่อกระต้นกระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กซึ่งเริ่มจากการเลียนเสียงที่ได้ยินได้ฟังได้สัมผัส การลองผิด ลองถูก แสดงท่าทางตามเสียงนั้น เมื่อได้ฟังแล้วได้รับการตอบสนอง เด็กจะสะสมความจำและรับการใช้ ภาษานั้นมาเป็นของตน การส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาโดยการเปิดโอกาสให้เด็กพูด สนทนา โต้ตอบ หัดฟัง การ ได้เล่าเรื่องล้วนเป็นการสร้างความงอกงามในการเรียนรู้ภาษาให้กับเด็กทั้งสิ้น 3.๒ แนวทางแก้ปัญหาและพัฒนา นวัตกรรม “การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่ง หล่อ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้” ประกอบด้วย ๑) แผนการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ระดับชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ซึ่งมีกิจกรรมเสริมประสบการณ์ของแต่ละหน่วย โดยใช้วิธี เล่านิทานที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับหน่วยนั้น ๆ ในห้องเรียน และมีกิจกรรมเสริมยืมนิทานกลับบ้าน ซึ่งเป็น กิจกรรมที่สร้างความร่วมมือกับผู้ปกครอง โดยให้เด็กนักเรียนเลือกยืมนิทานที่มีอยู่อย่างหลากหลายใน ห้องเรียนกลับบ้าน เพื่อให้ผู้ปกครองอ่านให้เด็กนักเรียนฟัง และให้เด็กและผู้ปกครองช่วยกันบันทึกในแบบ บันทึกการยืม ๒) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการจัดประสบการณ์เรียนรู้มีจำนวนข้อสอบชุดละ
๓ ๑๐ ข้อ โดยแบบทดสอบก่อนการจัดประสบการณ์เรียนรู้กับหลังการจัดประสบการณ์เรียนรู้เป็นข้อสอบชุด เดียวกัน ๓) แบบทดสอบวัดความสามารถด้านในการฟัง จำนวน ๑๐ ข้อ ๔) แบบทดสอบวัดความสามารถใน การพูด จำนวน ๑๐ ข้อ ๕) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นอนุบาล ๓ โรงเรียนวัดทุ่งหล่อที่มีต่อ การจัดประสบการณ์เรียนรู้โดยวรรณกรรมเป็นฐาน จำนวน ๑๐ ข้อ 4. จุดประสงค์และเป้าหมาย 4.๑ วัตถุประสงค์ ๔.๑.๑. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถด้านการฟังและการพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ๔.๒.๒. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ที่มีต่อการจัด ประสบการณ์เรียนรู้โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน 4.๒ เป้าหมาย 4.2.๑ เป้าหมายเชิงปริมาณ ๔.๒.๑.๑. นักเรียนที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะด้านการฟัง และการพูด โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน มีคะแนนหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าก่อนจัดกิจกรรมร้อยละ ๘๐ ๔.๒.๑.2. นักเรียนร้อยละ 80 มีความพึงพอใจต่อการการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน อยู่ในระดับมาก 4.๒.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ ๔.๒.๒.๑. ความสามารถในการฟังและการพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่ง หล่อ สูงขึ้นหลังจากจัดประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยวรรณกรรมเป็นฐาน ๔.๒.๒.2.ความพึงพอใจในการเรียนรู้โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน เพื่อการฟังและการ พูดงของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ อยู่ในระดับมาก 5. กระบวนการผลิตหรือขั้นตอนการดำเนินงาน 5.๑ การออกแบบผลงาน/นวัตกรรม ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟัง และพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ข้าพเจ้าได้นำสื่อนวัตกรรม ซึ่งก็คือ นิทาน มาใช้ในการ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ ตามทฤษฎีของนักพฤติกรรมศาสตร์ (The Behaviorist View) ทฤษฎีนี้มีความเชื่อ เกี่ยวกับการเรียนรู้ภาษาของเด็กโดยกล่าวว่าการเรียนรู้ภาษาของเด็กเป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากผลการปรับ สิ่งแวดล้อมของแต่ละบุคคลที่มีอยู่ในตนเอง ในขณะที่เด็กเจริญเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แรงเสริมในทางบวกจะถูก นำมาใช้เมื่อภาษาของเด็กใกล้เคียง หรือถูกต้องตามภาษาผู้ใหญ่ จากทฤษฎีการเรียนรู้นี้จึงทำให้ข้าพเจ้าใช้ นิทานซึ่งอยู่ในความสนใจของวัยเด็กมาเป็นสิ่งดึงดูดใจให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และสามารถสร้างจินตนาการ ความ ฝัน ความคิด ความเข้าใจของนักเรียนและเป็นการพัฒนาทักษะด้านการฟังและการพูดไปในเวลาเดียวกัน นิทานที่ใช้ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ได้แก่นิทานประเภทบันเทิงคดี เป็นนิทานที่ ประกอบด้วยเนื้อหาสาระที่มุ่งให้ความเพลิดเพลินและความรู้ร่วมกันไปเพื่อให้เด็กได้ฝึกความสามารถด้านการ
๔ ฟังและการพูด ช่วยพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาให้เจริญตามวัย นอกจากนี้ช่วยปลูกฝังคุณธรรม เจตคติ และ แบบอย่างที่ดีให้แก่นักเรียน โดยครูจัดกิจกรรมโดยมีผู้ปกครองเป็นส่วนร่วม 5.๒ การดำเนินงานตามกิจกรรม (ตามวงจร PDCA) 5.๒.๑ ขั้นเตรียมการ (Plan) 1. ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 2. ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ พุทธศักราช 256๖ 3. ศึกษาสาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนที่คาดหวัง และเลือก หน่วยการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยการใช้วรรณกรรมเป็นฐาน 5.๒.๒ ขั้นดำเนินการ (Do) ๕.๒.๒.๑.จัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยดำเนินการวางแผน ออกแบบ และสร้างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามขั้นตอน ดังนี้ ๕.๒.๒.๒ ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ศึกษาหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ พุทธศักราช 256๖ สาระการเรียนรู้ แนวทางการดำเนินกิจกรรม สื่อ แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผลพัฒนาการเด็กปฐมวัย ๕.๒.๒.๓ ศึกษาเอกสาร ตำรา บทความ และงานวิจัยเกี่ยวกับเทคนิคการเล่า นิทาน รวมถึงทฤษฎีพัฒนาการการฟังการพูดของเด็กปฐมวัย ๕.๒.๒.๔ จัดทำแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้จำนวน 8 หน่วยการเรียนรู้ โดยมีวิเคราะห์ สังเคราะห์ ทั้งหมด 8 หน่วยการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ละ 1 ชั่วโมง 40 นาที รวมทั้งหมด 16 ชั่วโมง จัดทำเป็นแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ดังนี้ แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 1 หน่วย ปฐมนิเทศ จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 2 หน่วย โรงเรียนของเรา จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 3 หน่วย ตัวเรา จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 4 หน่วย หนูทำได้ จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 5 หน่วย ครอบครัวมีสุข จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 6 หน่วย อาหารดีมีประโยชน์ จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 7 หน่วย ฝน จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 8 หน่วย ข้าว จำนวน 2 คาบ ๆ ละ 1 ชั่วโมง ในแต่ละแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ มีแบบทดสอบวัดพัฒนาการความสามารถด้านการฟัง และการพูดรวมทั้งหมด 8 ครั้ง ครั้งละ 5 คะแนน หมายเหตุ ในการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ในครั้ง นี้ ทางโรงเรียนได้รับงบการสนับสนุนนิทานจากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลควนชุม เมื่อปีงบประมาณ 2565 จำนวน 140 เรื่อง
๕ ตารางโครงสร้างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยการใช้วรรณกรรมเป็นฐาน สัปดาห์ที่ วัน/เดือน/ปี ชื่อหน่วย สาระที่ควรเรียนรู้ ชื่อนิทาน ทักษะที่ต้องการ พัฒนา 1 15-19 พฤษภาคม 2566 ปฐมนิเทศ -แนะนำชื่อเด็ก ชื่อ ครู ชื่อเพื่อน -แนะนำสัญลักษณ์ ประจำตัวและของใช้ ส่วนตัว -เดินสำรวจห้องเรียน ห้องน้ำ โรงอาหาร สนามเด็กเล่น อาคาร เรียนและมารยาทใน การรับประทาน อาหาร -การปฏิบัติตนตาม ข้อตกลงของ ห้องเรียน -มารยาทไทยการ แสดงความเคารพ กล่าวสวัสดี ขอบใจ ขอบคุณ ขอโทษ 1.สวัสดีจ๊ะ สวัสดี 2.ขอบใจมาก นะปุยน้อย การฟังและการพูด 15 พฤษภาคม 2566 ทดสอบก่อนเรียน 2 ๒2-26 พฤษภาคม 2566 โรงเรียนของเรา -สถานที่ต่างๆภายใน โรงเรียนและทำความ รู้จักกับบุคลที่ เกี่ยวข้อง -ทำแผนผังใน โรงเรียน -บุคคลในโรงเรียน มารยาทและการทำ ความเคารพต่อบุคคล ในโรงเรียน -การเดินทางมา โรงเรียน 1.หนูชอบไป โรงเรียน 2.กุ๋งกิ๋งไป โรงเรียน การฟังและการพูด
๖ สัปดาห์ที่ วัน/เดือน/ปี ชื่อหน่วย สาระที่ควรเรียนรู้ ชื่อนิทาน ทักษะที่ต้องการ พัฒนา -ข้อตกลงของ ห้องเรียนและข้อ ปฏิบัติของโรงเรียน 22 พฤษภาคม 2566 ทดสอบก่อนเรียน 3 29 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2566 ตัวเรา -บอกชื่ออวัยวะและ ความสำคัญของ อวัยวะเปรียบเทียบ ความแตกต่างของ อวัยวะในร่างกาย -หน้าที่ของอวัยวะใน ร่างกาย ประโยชน์ ของอวัยวะ -การแปรงฟันอย่าง ถูกวิธี -การดูแลรักษาและ ป้องกันอันตรายของ อวัยวะ 1.ร่างกายของ ฉันฉันดูแลได้ 2.รู้จักร่างกาย การฟังและการพูด 29 พฤษภาคม 2566 ทดสอบก่อนเรียน 4 6-9 มิถุนายน 2566 หนูทำได้ -การล้างมือตาม 7 ขั้นตอน -การเลือกเครื่องแต่ง กายและการแต่งตัว -การใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ในการ รับประทานอาหาร -การใช้และทำความ สะอาดหลังใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม -การปูและเก็บเครื่อง นอน -การเก็บของใช้ ส่วนตัว 1.มาแปรงฟัน พร้อมกันนะ 2.มาซิ มาซะ มาอาบน้ำ ด้วยกันนะ การฟังและการพูด 6 มิถุนายน 2566 ทดสอบก่อนเรียน 5 12-16 มิถุนายน 2566 ครอบครัวมีสุข -ประวัติความเป็นมา ของตนเองและบุคคล ในครอบครัว 1.ครอบครัว สุขสันต์ การฟังและการพูด
๗ สัปดาห์ที่ วัน/เดือน/ปี ชื่อหน่วย สาระที่ควรเรียนรู้ ชื่อนิทาน ทักษะที่ต้องการ พัฒนา -การปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของ ครอบครัว -การไหว้ในโอกาส ต่างๆ -บทบาทหน้าที่ของ บุคคลในครอบครัว -อาชีพของบุคคลใน ครอบครัว สงกรานต์สุข ใจ 2.จัดบ้านใหม่ สนุกจัง 26 พฤษภาคม 2566 ทดสอบก่อนเรียน 6 19-23 มิถุนายน 2566 อาหารดีมี ประโยชน์ -อาหารหลัก 5 หมู่ -อาหารที่มีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์ -ประโยชน์ของ อาหาร -อาหารไทย 4 ภาค -การประกอบอาหาร 1.กระต่ายไม่ กินผัก 2.ผักแสน อร่อยของขน ปุย การฟังและการพูด 19 มิถุนายน 2566 ทดสอบก่อนเรียน 7 26-30 มิถุนายน 2566 ฝน -ปรากฏการณ์ ธรรมชาติ วัฏจักของ น้ำ -การปฏิบัติตนเมื่อฝน ตก -โรคที่พบบ่อยในฤดู ฝนและการป้องกัน -โครงการตาม พระราชดำริฯ โครงการแก้มลิง -โครงการตาม พระราชดำริฯ โครงการฝนหลวง 1.เล่นสนุกกับ น้ำ 2.ช้างน้อย คอยได้ การฟังและการพูด 26 มิถุนายน 2566 ทดสอบก่อนเรียน 8 3-7 กรกฎาคม 2566 ข้าว -ข้าวชนิดต่างๆ เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว -ขั้นตอนการทำนา -ประเพณีเกี่ยวข้าว 1.ข้าวหอม ของมะลิ 2.เตี้ยกว่านี้จะ ดีไหมนะ การฟังและการพูด
๘ โดยการมีขั้นตอนดำเนินกิจกรรมดังนี้ 1 ขั้นนำสู่เข้าบทเรียน (Introduction) หมายถึง การเตรียมตัวนักเรียนก่อนเริ่มเรียน และ ก่อนที่ครูจะสอนเนื้อหาทุกวิชา เพื่อเป็นการเตรียมนักเรียนให้รู้ว่ากำลังเรียนเรื่องอะไร สามารถนำเอาความรู้ และทักษะที่นักเรียนมีอยู่เดิมมาสัมพันธ์กับบทเรียนที่ครูกำลังจะสอนได้ ซึ่งทำได้โดยการหากิจกรรมที่เร้าความ สนใจของนักเรียนแล้วเชื่อมโยงไปสู่บทเรียน ซึ่งจะทำให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น 2 ขั้นกิจกรรม (Activities) หมายถึง การให้นักเรียนเรียนได้ดึงเอาความรู้เดิมที่เกี่ยวกับการ เรียนรู้สิ่งใหม่นำออกมาใช้สร้างความรู้ ความเข้าใจกับสารสนเทศใหม่ที่ได้รับ เหตุการณ์การเรียนการสอนในขั้น นี้ประกอบด้วย 3 ขั้นสรุป (Conclusion) หมายถึง การสรุปสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้ และให้ข้อเสนอแนะ ย้อนกลับ ขั้นประเมิน 2.ดำเนินการประสานความร่วมมือกับผู้ปกครอง โดยประชุมชี้แจงผู้ปกครองเรื่องกิจกรรมยืม นิทานกลับบ้านเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โดยให้เด็กเลือกยืม นิทานในชั้นเรียนที่มีอยู่หลากหลายกลับไปให้ผู้ปกครองอ่านให้ฟัง แล้วให้นักเรียนและผู้ปกครองทำกิจกรรม ร่วมกันโดยการวาดภาพระบายสี หรือให้นักเรียนกฝึกเขียนเลียนแบบตัวอักษรตามชื่อเรื่องนิทาน และให้ ผู้ปกครองบันทึกข้อความจากใจผู้ปกครองลงในแบบบันทึกการยืม 3. ครูผู้สอนจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยจัดตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการ ประสบการณ์การเรียนรู้ คือ ๑. ขั้นเตรียม ครูจัดกิจกรรมนำเข้าสู่บทเรียนโดยการสนทนาและใช้คำถามนำเข้าสู่บทเรียน อาจมีภาพประกอบเพื่อให้เด็กเกิดความสนใจ พร้อมทั้งแนะนำตัวละครในเรื่อง ๒. ขั้นปฏิบัติเล่านิทาน ครูจัดกิจกรรมเล่านิทานตามเนื้อเรื่องที่คัดเลือกมา และบอก วัตถุประสงค์ ของนิทานก่อนเล่า มีการตั้งคำถามเป็นระยะเพื่อให้นักเรียนได้ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็น จากเรื่องที่ได้ฟัง ในขั้นตอนนี้ครูจะเล่าโดยการใช้น้ำเสียง การเน้นจังหวะ การเน้นคำ การเล่นเสียงสูงต่ำ การใช้ การหยุดเพื่อแบ่งวลีหรือประโยครวมไปถึงการสอดแทรกอารมณ์ประกอบกับใช้ภาพและใช้ท่าทางอย่าง เหมาะสม หลังจากนั้นให้นักเรียนทำแบบทดสอบความสามารถในการฟัง สัปดาห์ที่ วัน/เดือน/ปี ชื่อหน่วย สาระที่ควรเรียนรู้ ชื่อนิทาน ทักษะที่ต้องการ พัฒนา -ประโยชน์ของข้าว -อาหารที่ทำมาจาก ข้าว -การทำขนมบัวลอย 3 กรกฎาคม 2566 ทดสอบก่อนเรียน 9 10-14 กรกฎาคม 2566 ทดสอบหลังเรียน
๙ ๓. ขั้นสรุป ครูพูดคุยกับนักเรียน ถึงเนื้อหาและให้นักเรียนตอบคำถามจากนิทานที่ได้ฟัง เกี่ยวกับชื่อตัวละครและบอกได้ว่า ใคร/ทำอะไร/ที่ไหน เพื่อเป็นการทบทวนเนื้อหาที่ได้ฟัง 5.๒.๓ การตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน (Check) การตรวจสอบผลการดำเนินงานจะดำเนินการสอดคล้องกับรูปแบบของกิจกรรม คือ ประเมินผลการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้เครื่องมือวัดและประเมินผลที่ได้สร้างขึ้นเพื่อวัดและ ประเมินผลตามจุดประสงค์การเรียนในแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้และหลังจากการจัดประสบการณ์ เรียนรู้แล้ว 5.๒.๔ สรุปและรายงาน (Act) สำหรับการประเมินสรุปและรายงานผลการดำเนินงาน ครูผู้สอนนำข้อมูลที่ได้จาก การประเมินผลรวมทั้งบันทึกหลังสอน มาปรับปรุง แก้ไข พัฒนารวมทั้งการนำปัญหา อุปสรรคและ ข้อเสนอแนะที่ได้รับ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนการดำเนินกิจกรรมต่อไป 5.๓ ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ โดยใช้ วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์จากการทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 5.๔ การใช้ทรัพยากร การพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด ของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ โดย การใช้วรรณกรรมเป็นฐานในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ทรัพยากร (นิทาน) จำนวน 140 เรื่อง ที่ได้ จากงบประมาณโครงการรส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโรงเรียนวัดทุ่งหล่อที่เสนอโครงการ ตามแผนงานสุขภาพของกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลควนชุมเมื่อปีงบประมาณ 2565 6. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ 6.๑ ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดตามวัตถุประสงค์ ๖.๑.๑ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดย การใช้วรรณกรรมเป็นฐานมีผลสัมฤทธิ์ในด้านการฟังและการพูดหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน ร้อยละ 80 ๖.๒.2 นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ มีความพึงพอใจต่อการจัดประสบการณ์เรียนรู้ โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน อยู่ในระดับดี 6.2 ประโยชน์ที่ได้รับ 6.2.๑. นักเรียนมีความสามารถในการฟังและพูดเพิ่มขึ้น 6.2.๒. นักเรียนมีสมาธิเพิ่มมากขึ้น มีทักษะในการจับประเด็นและทำให้นักเรียนเป็นคนช่างคิด ช่างถาม ช่างสังเกต 6.2.๓. เป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนและผู้ปกครอง บรรยากาศการเล่านิทาน เป็นความสุขในครอบครัว เป็นกิจกรรมที่ผู้ปกครองสามารถเตรียมความพร้อมให้แก่เด็ก ซึ่งเป็นวิธีการที่ง่าย และสามารถทำได้ทุกวัน
๑๐ 6.2.๔.เป็นการเตรียมความพร้อมทางด้านสติปัญญาเพื่อการเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัย กับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ 6.2.๕.มีการทำ PLC แลกเปลี่ยนการเรียนรู้กับเพื่อนครู ทำให้เกิดองค์ความรู้ เพื่อนำไปพัฒนาสื่อ ในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นตัวอย่างอีกรูปแบบหนึ่งให้กับครูได้นำ แนวความคิดไปปรับปรุงใช้หรือผลิตสื่อการสอนใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ต่อไป 5. ได้แนวทางสำหรับครูผู้สอนที่ต้องการพัฒนาความสามารถด้านต่าง ๆ ได้นำไปใช้แก้ปัญหา หรือ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพต่อไป ให้แก่นักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุด 7. ปัจจัยความสำเร็จ ๗.๑. ผู้บริหารสนับสนุนให้ครูนำเสนอโครงการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย โรงเรียนวัดทุ่งหล่อต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลควนชุมเมื่อปีงบประมาณ 2565 ทำให้มีงบประมาณในการจัดซื้อนิทานมาจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 7.๒. ความร่วมมือของผู้ปกครองในการส่งเสริมให้นักเรียนมีนิสัยรักการอ่าน โดยผู้ปกครองเล่านิทานที่ นักเรียนยืมมาจากโรงเรียน เป็นการร่วมมือกันกับครูในการพัฒนาความสามารถในการพูดและการฟังของนักเรียน ในครั้งนี้ 7.3.การนำสื่อนวัตกรรมนิทานมาใช้ในกระบวนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ช่วยปลูกฝังเรื่อง คุณธรรม ให้นักเรียนตั้งแต่เด็ก จากเนื้อหาในนิทาน 7.4. คณะครูในโรงเรียนเป็นที่ปรึกษาให้กันและกัน นิเทศการสอนอย่างกัลยาณมิตร 8. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned) 8.1 นักเรียนปฐมวัย 8.1.1 นักเรียนใช้ภาษาในการสื่อสารได้ดีขึ้น 8.1.2 นักเรียนมีพัฒนาการทางด้านการฟัง และการพูด ดีขึ้น 8.2 พ่อ แม่ ผู้ปกครอง 8.2.1 ผู้ปกรองมีความเข้าใจและช่วยส่งเสริมการใช้ภาษาในเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมการเล่า นิทานให้เด็ก ๆ ฟัง 8.2.2 ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง 9. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ 9.๑ การเผยแพร่ 9.1.๑. เผยแพร่ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศแก่เพื่อนครูในโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ลงชื่อ ผู้เสนอ (นางสาวสุภาพร รักช้าง) ตำแหน่ง ครู โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ
๑๑ ภาคผนวก
12 ตัวอย่างแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ 1 หน่วยการเรียนรู้เรื่อง โรงเรียนของเรา ระดับชั้น อนุบาล 3 จำนวน 2 ชั่วโมง มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาษาสื่อสารให้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 12 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และสามารถในการแสวงหาความรู้เหมาะกับวัย ตัวชี้วัด ตัวชี้วัดที่ 9.1 สนทนาโต้ตอบและเล่าเล่าเรื่องให้ผู้อื่นเข้าใจ ตัวชี้วัดที่ 10.1 มีความสามารถในการคิดรวบยอด ตัวชี้วัดที่ 10.2 มีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล ตัวชี้วัดที่ 12.1 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ ตัวชี้วัดที่ 12.1 มีความสามารถในการแสวงหาความรู้ สาระสำคัญ โรงเรียนคือสถานที่ให้ความรู้ เป็นสิ่งแวดล้อมใหม่สำหรับเด็ก เด็ก ๆ ควรทำความรู้จักบุคคลใน โรงเรียนที่ดูแลช่วยเหลือเด็ก รู้จักสถานที่ต่าง ๆ ในโรงเรียนและบริเวณที่เด็กไม่ควรไปตามลำพัง การอยู่ร่วมกัน ในโรงเรียนอย่างมีความสุขทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อตกลงของห้องเรียนและโรงเรียน สาระการเรียนรู้ -เรียนรู้เรื่องโรงเรียนของเราผ่านนิทานเรื่อง หนูชอบไปโรงเรียนและกุ๋งกิ๋งไปโรงเรียน -ตอบคำถามเกี่ยวกับโรงเรียนของเราจากนิทานที่ได้ฟัง -พูดคุยเกี่ยวกับโรงเรียนของเราจากนิทานที่ได้ฟัง ผลการเรียนรู้ -นักเรียนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจเรื่องราวจากการฟังนิทาน สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับโรงเรียนของ เราจากเรื่องที่ฟังได้อย่างถูกต้อง จุดประสงค์การ เรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการจัด ประสบการณ์การ เรียนรู้และการวัด ประเมินผล คาบที่ 1 นักเรียนสามารถตอบ คำถามจากนิทานที่ ฟังเกี่ยวกับโรงเรียน ของเราได้ 1 คาบ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Introduction) 1.ครูเปิดเพลง โรงเรียนของเราน่าอยู่ให้ นักเรียนร้องและเต้นประกอบเพลงเพื่อ นำเข้าสู่กิจกรรมู่ให้นักเรียนร้องและเต้น ประกอบเพลงเพื่อนำเข้าสู่กิจกรรม 1.นิทานเรื่องหนูชอบ ไปโรงเรียน 2.แบบฝึกหัดวัด ความสามารถด้านการ ฟัง 3.แบบประเมิน พฤติกรรมการเรียนรู้
13 จุดประสงค์การ เรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการจัด ประสบการณ์การ เรียนรู้และการวัด ประเมินผล 2.ครูเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนของเรา โดยพูดคุย และมีการถาม-ตอบระหว่างครู กับนักเรียน 3.ครูนำเสนอนิทานที่จะเล่าและแนะนำตัว ละครในเรื่อง ขั้นกิจกรรม (Activities) ครูดำเนินการสอน เรื่องโรงเรียนของเรา 1.ครูจัดกิจกรรมเล่านิทานเรื่องหนูชอบไป โรงเรียน โดยใช้เทคนิคการเล่าจากการใช้ น้ำเสียง และท่าทางประกอบอย่างเหมาะสม 2.ครูตั้งคำถามเป็นระยะเพื่อให้นักเรียน ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังไปพร้อมๆกัน เช่น -ที่โรงเรียนมีอะไรดีที่นักเรียนชอบมาบ้างคะ -หลังจากตื่นนอนนักเรียนทำอะไรบ้างคะ -นักเรียนรับประทานอาหารเช้ากับอะไรคะ -ก่อนไปโรงเรียนนักเรียนพูดอะไรกับคุณ พ่อคุณแม่บ้าง 3.ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดโดยการยกมือ เพื่อตอบคำถามจากเรื่อง หนูชอบไป โรงเรียน ขั้นสรุป (Conclusion) 1.ครูพูดคุยกับนักเรียนถึงเนื้อหาและข้อคิด จากเรื่องนิทานว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร 2.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก นิทานหนูชอบไปโรงเรียนเพื่อเป็นการ ทบทวน 3.ครูให้นักเรียนพูดถึงโรงเรียนของเราคนละ 1 ประโยค 4.แบบประเมินด้าน การพูด คาบที่ 2 นักเรียนสามารถตอบ คำถามจากนิทานที่ 1 คาบ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (Introduction) 1.ครูเปิดเพลง โรงเรียนของเราน่าอยู่ให้ นักเรียนร้องและเต้นประกอบเพลงเพื่อ 1.นิทานเรื่องกุ๋งกิ๋งไป โรงเรียน
14 จุดประสงค์การ เรียนรู้ จำนวน ชั่วโมง กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อการจัด ประสบการณ์การ เรียนรู้และการวัด ประเมินผล ฟังเกี่ยวกับโรงเรียน ของเราได้ นำเข้าสู่กิจกรรมู่ให้นักเรียนร้องและเต้น ประกอบเพลงเพื่อนำเข้าสู่กิจกรรม 2.ครูเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับโรงเรียนของเรา โดยพูดคุย และมีการถาม-ตอบระหว่างครู กับนักเรียน 3.ครูนำเสนอนิทานที่จะเล่าและแนะนำตัว ละครในเรื่อง ขั้นกิจกรรม (Activities) ครูดำเนินการสอน เรื่องโรงเรียนของเรา 1.ครูจัดกิจกรรมเล่านิทานเรื่องกุ๋งกิ๋งไป โรงเรียน โดยใช้เทคนิคการเล่าจากการใช้ น้ำเสียง และท่าทางประกอบอย่างเหมาะสม 2.ครูตั้งคำถามเป็นระยะเพื่อให้นักเรียน ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังไปพร้อมๆกัน เช่น -ตอนเช้านอกจากนักเรียนได้ยินเสียงไก่เป็น เสียงปลุก นักเรียนจะได้ยินเสียงปลุกจาก อะไรบ้าง -เปิดเทอมวันแรกนักเรียนตื่นเต้นไหมคะ -ตอนเช้านักเรียนเดินทางมาโรงเรียน อย่างไร -นักเรียนสังเกตสองข้างทาง นักเรียนเห็น อะไรบ้าง 3.ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบโดยการยก มือเพื่อศึกษาพัฒนาการด้านการฟังเพื่อ ความเข้าใจเรื่องเดวิดไปโรงเรียน ขั้นสรุป (Conclusion) 1.ครูพูดคุยกับนักเรียนถึงเนื้อหาและข้อคิด จากเรื่องนิทานว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร 2.ให้นักเรียนร่วมกันสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จาก นิทานกุ๋งกิ๋งไปโรงเรียนเพื่อเป็นการทบทวน 3.ครูให้นักเรียนพูดเหตุผลที่อยากมา โรงเรียน 1 ข้อ 2.แบบฝึกหัดวัด ความสามารถด้านการ ฟัง 3.แบบประเมิน พฤติกรรมการเรียนรู้ 4.แบบประเมินด้าน การพูด
15 แบบฝึกหัด หนูชอบไปโรงเรียน เมื่อก่อนตอนเช้าตรู่...น้องแก้มได้แต่เฝ้าดูพี่เก้าออกจากบ้านอย่างอารมณ์ดี “พี่เก้าจะไปไหนคะแม่” น้องแก้มถาม “ไปโรงเรียนไงจ๊ะ” แม่บอก ที่โรงเรียนมีอะไรนะ พี่เก้าถึงชอบไปทุกวัน แต่วันนี้...น้องแก้มจะได้ ไปดูด้วยตัวเอง น้องแก้มเริ่มตื่นเต้น รีบตื่นแต่เช้าเหมือนพี่เก้า อาบน้ำเอง ใส่ชุดนักเรียนเอง “น้องแก้มเก่งจัง” พี่เก้าชม “เก่งเหมือนพี่เก้า” น้องแก้มบอก น้องแก้มกินอาหารเช้าจนหมด เป็นคู่หูจอมพลังกับพี่เก้า “พร้อมไป โรงเรียนแล้วครับ” “พร้อมไปโรงเรียนแล้วค่ะ ” แม่บอกว่า “ดูแลน้องด้วยนะจ๊ะ” พ่อบอกว่า “เย็นนี้จะมารับ นะ” พี่เก้ารับคำและพูดว่า “สวัสดีครับ” น้องแก้มพูดว่า “สวัสดีคะ” พร้อมประนมมือไหว้ พี่เก้าจูงมือน้อง แก้มไปหาคุณครู แล้วรออยู่หน้าห้องไม่ยอมไปไหน น้องแก้มบอกว่าไม่เป็นไร “หนูอยู่กับคุณครูได้ ของเล่นก็ เยอะ เพื่อนเล่นก็เยอะ” “น้องแก้มเก่งจัง” พี่เก้าชม “เก่งเหมือนพี่เก้า” น้องแก้มบอก น้องแก้มสนุกสนานอยู่ ในห้องเรียน ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ ชื่อ ขวัญ ชมพู่ มุก ฟ้า ภูมิ นนท์ น้องแก้มได้ฟังนิทานสนุกๆ ที่คุณครูเล่ามีทั้ง เจ้าหญิงเจ้าชาย มังกร นางฟ้า จากนั้นคุณครูก็ชวนร้องรำทำเพลง ให้น้องแก้มและเพื่อนๆ เต้นตามเป็นจังหวะ เมื่อคุณครูปล่อยให้เล่นอย่างอิสระ น้องแก้มก็เล่นเป้นคุณหมอรักษาคนไข้ ในชั่วโมงศิลปะ ใครจะวาดรูปหรือ ปั้นแป้งก็ได้ น้องแก้มเลือกปั้นแป้ง ปั้นเป็นพี่เก้า น้องแก้ม คุณพ่อ คุณแม่ พอพักเที่ยง น้องแก้มกินข้าวกับ เพื่อนๆ ได้ช่วยกันเก็บกวาด ทำความสะอาด น้องแก้มคิดว่าจะต้องช่วยพี่เก้าแบบนี้ ตอนอยู่ที่บ้านบ้างแล้วล่ะ นอกห้องเรียนก็สนุกไม่แพ้กัน คุณครูพาไปเล่นที่สนามเด็กเล่น มีเครื่องเล่นให้เลือกมากมาย “ฮ่า ฮ่า สนุกจัง” น้องแก้มหัวเราะ ตอนนี้น้องแก้มเริ่มจะสนิทกับเพื่อนใหม่แล้วนะ โดยเฉพาะกับน้องฟ้า ตอนเย็นพี่เก้ามารอตรง เวลา คุณพ่อคุณมาก็มารับพร้อมหน้า ที่โรงเรียนสนุกแบบนี้นี่เอง พี่เก้าถึงได้ชอบมา น้องแก้มก็แทบรอให้ถึง พรุ่งนี้ไม่ไหว อยากมาโรงเรียนอีกจัง.. ที่มา : หนังสือนิทาน หนูชอบไปโรงเรียน ผู้แต่ง : เกวลิน ชุ่มช่างทอง จากเรื่องที่ฟังจงตอบคำถามต่อไปนี้ 1.วันนี้น้องแก้มไปที่ไหน................................................................................................................. .................... 2.น้องแก้มไปโรงเรียนกับใคร................................................................................................... ........................... 3.เพื่อนใหม่ของน้องแก้มชื่ออะไรบ้าง................................................................................................................. 4.น้องแก้มทำกิจกรรมอะไรบ้างขณะที่อยู่โรงเรีย................................................................................. ............... 5.หลังจากน้องแก้มกินข้าวกับเพื่อนๆ น้องแก้มกับเพื่อนช่วยกันทำอะไร...........................................................
16 แบบทดสอบเพื่อศึกษาพัฒนาการความสามารถการพูดและฟังเพื่อความเข้าใจ กุ๋งกิ๋งไปโรงเรียน เอ้ก...อี้...เอ้ก...เอ้ก ไก่โก่งคอขัน ดวงตะวันโผล่พ้นขอบฟ้า กุ๋งกิ๋งงัวเงียตื่นนอน เอาหน้าซุกหมอน ขอ นอนต่ออีกหน่อยน่า แม่ปลุก ลุกเถอะกุ๋งกิ๋ง ขี้เซาจริงๆ เลยนะลูกจ๋า รีบตื่นล้างหน้าแปรงฟัน วันนี้วันสำคัญจำ ได้ไหมจ๊ะ กุ๋งกิ๋งตื่นขึ้นทันใด พลันนึกขึ้นได้ วันเปิดเทอมนี่น่า รีบล้างหน้าแปรงฟันเร็วไว ใส่ชุดนักเรียนใหม่ เอา แป้งทาหน้า “ปื้น...ปื้น...” เสียงแตรรถดัง รีบวิ่งหน้าตั้ง “ไปก่อนนะ แม่จ๋า” ตื่นเต้นวันเปิดเทอมใหม่ กุ๋งกิ๋งดีใจ ยิ้มแป้นเริงร่า กุ๋งกิ๋งเดินเข้าประตู “สวัสดีคะคุณครู หนูมาแล้วค่ะ” เข้าแถวร้องเพลงชาติไทย ออกกำลังกาย ยืดแขนเหยียดขา เจอเพื่อนใหม่ น่ารัก นิสัยดี ชวนกันระบายสี ศิลปะหรรษา เล่นสนุกกลางแจ้งตอนสาย เล่น ทราย ปีนตาข่าย ไม้ลื่น ชิงช้า ใกล้เที่ยงล้างมือสะอาดสะอ้าน กินข้าวกลางวัน “อ้ำ...อร่อยดีจ้า”เสร็จแล้วล้าง หน้าแปรงฟัน เปลี่ยนชุดนอนสีหวาน ประแป้งเต็มหน้า นั่งล้อมวงตรงหน้าคุณครู “ครูขา...พวกหนู อยากฟัง นิทานหรรษา” คุณครูใจดีเล่านิทาน เรื่องราวสนุกสนานของเหล่านางฟ้า ได้นิทานแสนสุขใจ กุ๋งกิ๋งหลับสบาย สายลมพัดมา ตื่นนอนตอนใกล้บ่ายคล้อย เก็บที่นอนเรียบร้อย ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า คุณครูเปิดเพลงแสนสนุก กุ๋ งกิ๋งรีบลุก ยักย้ายซ้ายขวา ชวนเพื่อนๆมาเริงระบำ ลัน...ลัน...ลัน...ล้า...เก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน สนุกสนาน ทั้งวัน กุ๋งกิ๋งยิ้มร่า ขึ้นรถยิ้มแย้มแจ่มใส “โรงเรียนจ๋า บ๊าย...บาย...พรุ่งนี้มาใหม่จ้ะ” ที่มา : หนังสือนิทาน กุ๋งกิ๋งไปโรงเรียน ผู้แต่ง : มนฤดี ทองกลอย จากเรื่องที่ฟังจงตอบคำถามต่อไปนี้ 1.ตอนเช้ากุ๋งกิ๋งตื่นนอนแล้วทำอะไรเป็นลำดับแรก ก.กินข้าว ข.แต่งตัว ค.แปรงฟัน 2.กุ๋งกิ๋งเดินทางไปโรงเรียนอย่างไร ก.พ่อแม่ไปส่ง ข.ไปรถโรงเรียน ค.เดินไปโรงเรียน 3.นักเรียนทุกคนเข้าแถวและทำอะไร ก.เล่นชิงช้า ข.เข้าแถวร้องเพลงชาติไทย ค.ระบายสี 4.สิ่งที่เด็กๆต้องทำก่อนรับประทานอาหารคืออะไร ก.ล้างมือ ข.ออกกำลังกาย ค.ประแป้ง 5.เพื่อนใหม่ของกิ๋งกิ๋งมีนิสัยอย่างไร ก.ร่าเริง ข.ใจดี ค.สนุกสนาน
17 แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการฟัง คำชี้แจง ให้นักเรียนกากบาท X ทับภาพตามคำสั่งของครู ข้อ ภาพ ภาพ ภาพ 1.ดอกทานตะวันสีอะไร 2.เมื่อนักเรียนกิน มะนาว นักเรียนจะ แสดงสีหน้าแบบไหน 3.ตอนกลางคืนนักเรียน จะเห็นอะไร 4.ข้อใดเป็นการ ประพฤติไม่ดี 5.แบะ แบะ" เป็นเสียง ของสัตว์ชนิดใด 6.เมื่อฝนตกนักเรียนจะ ทำอะไร 7.ต้นข้าวมีลักษณะ อย่างไร 8.นักเรียนเห็นอะไรที่ โรงเรียน 9.คุณครูมีหน้าที่ทำ อะไร 10.ใครคือพระราชา
18 แบบทดสอบวัดความสามารถในการพูด คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามโดยการพูดดังต่อไปนี้ คำถาม คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 1.นักเรียนเดินทางมา โรงเรียนตอนเช้าพบเห็น อะไรข้างทางบ้าง 2.วันนี้นักเรียนมี ความรู้สึกอย่างไร 3.นักเรียนชอบ รับประทานอะไรมาก ที่สุด 4.ถ้าฝนตกนักเรียนจะ ทำอย่างไร 5.ถ้านักเรียนลืมนำเงิน มาโรงเรียนจะทำอย่างไร 6.ถ้ามีเพื่อนมาแซงตอน เข้าแถวนักเรียนจะทำ อย่างไร 7.ถ้านักเรียนเห็นสัตว์มี พิษนักเรียนจะทำ อย่างไร 8.ถ้าน้องอนุบาล 1 ร้อง หาแม่นักเรียนจะบอก น้องอย่างไร 9.ถ้านักเรียนเห็นเมฆดำ นักเรียนคิดว่าฝนจะตก หรือไม่ 10.ถ้าให้นักเรียนขอพร วิเศษได้ 1 ข้อนักเรียน จะขออะไร
19 ตารางที่ 1 ตารางเปรียบเทียบความสามารถด้านการพูดและฟังเพื่อความเข้าใจภาษาไทยของนักเรียนชั้น อนุบาล 3 โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ก่อนเรียนและหลังเรียน ลำดับ คะแนนความสามารถด้านการฟัง เพื่อความเข้าใจภาษาไทย ผลต่าง คะแนนก่อน เรียนกับหลัง เรียน การแปลผล ก่อนเรียน พัฒนาการ (10 คะแนน) หลังเรียน (10 คะแนน) 1.เด็กชายบวรวิชญ์ เนาวคุณ 6 9 3 เพิ่มขึ้น 2.เด็กชายภูมิภัทร บุญธรรม 5 6 1 เพิ่มขึ้น 3.เด็กชายรชานนท์ หมวดเกลี้ยง 7 10 3 เพิ่มขึ้น 4.เด็กชายรัตภูมิ ชูผล 6 9 2 เพิ่มขึ้น 5.เด็กชายพชรดนัย ทับไทร 7 9 2 เพิ่มขึ้น 6.เด็กหญิงชมพูนุช เพชรสำรวล 6 8 2 เพิ่มขึ้น 7.เด็กหญิงนิภาพร มณีนิล 6 8 2 เพิ่มขึ้น 8.เด็กหญิงปวีณ์ธิดา เศษสงค์ 5 7 2 เพิ่มขึ้น 9.เด็กหญิงพัชรินทร์ เศรษฐสระ 5 7 2 เพิ่มขึ้น 10.เด็กหญิงพัณณ์ชิตา เบญจกุล 6 8 2 เพิ่มขึ้น 11.เด็กหญิงอมรกานต์ รามปาน 6 8 2 เพิ่มขึ้น 12.เด็กหญิงอรวรรณ อินทรมูณี 7 9 2 เพิ่มขึ้น 13.เด็กหญิงกัญญาณัฐ ทองจันทร์ 6 8 2 เพิ่มขึ้น 14.เด็กหญิงนรินทร์ทิพย์ เพ็ชรทองหลาง 7 10 3 เพิ่มขึ้น 15.เด็กชายกวีวัธน์ ชูผล 7 9 2 เพิ่มขึ้น 16.เด็กชายธัญสิทธิ์ วิฑูรย์สงคราม 6 7 1 เพิ่มขึ้น 17.เด็กชายศุภณัฐ ทองฉิม 5 7 2 เพิ่มขึ้น 18.เด็กชายเจษฎาภรณ์ ภักดีราษฎร์ 7 8 2 เพิ่มขึ้น 19.เด็กหญิงกัลยรัตน์ ศิลา 5 6 1 เพิ่มขึ้น 20.เด็กชายนภัทร คำแสงผ่อง 6 8 2 เพิ่มขึ้น 21.เด็กหญิงอุโบสถ บัวทอง 7 9 2 เพิ่มขึ้น คะแนนเฉลี่ย 6.09 8.09 2 เพิ่มขึ้น ตารางที่ ๑ แสดงการเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยความสามารถด้านการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาไทยของ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ก่อนเรียนและหลังเรียนจำนวน 21 คน พบว่านักเรียนทุกคน มีคะแนนเพิ่มขึ้น
20 ตารางที่ 2 คะแนนเปรียบเทียบความสามารถการพูดและด้านการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาของ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 หลังเรียนโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน นักเรียนจำนวน 21 คน ลำดับ ความสามารถด้านการฟังเพื่อความเข้าใจภาษาไทย จำนวน 8 ครั้งครั้งละ 5 คะแนน รวม 40 คะแนน คิดเป็น ร้อยละ เกณฑ์ ผ่าน คะแนน ไม่ต่ำ กว่าร้อย ละ 75 1 2 3 4 5 6 7 8 1 4 3 4 4 4 5 5 5 34 85 ผ่าน 2 2 2 4 4 4 4 5 5 30 75 ผ่าน 3 4 4 4 4 5 5 5 5 36 90 ผ่าน 4 3 3 4 4 4 5 5 4 32 80 ผ่าน 5 3 3 4 4 4 5 5 5 33 82.5 ผ่าน 6 3 3 4 4 4 5 4 5 32 80 ผ่าน 7 3 3 4 4 5 4 4 5 32 80 ผ่าน 8 3 3 4 4 4 5 4 5 32 80 ผ่าน 9 3 3 4 4 4 5 4 5 32 80 ผ่าน 10 3 3 4 5 4 4 5 5 33 82.5 ผ่าน 11 2 3 3 4 4 4 5 5 30 75 ผ่าน 12 4 5 4 5 5 4 4 5 36 90 ผ่าน 13 3 3 4 4 4 5 5 5 33 82.5 ผ่าน 14 4 5 5 4 5 4 5 5 37 92.5 ผ่าน 15 4 5 5 4 4 4 5 5 36 90 ผ่าน 16 3 3 4 4 4 5 4 5 32 80 ผ่าน 17 3 3 3 4 4 4 4 5 30 75 ผ่าน 18 3 4 4 5 4 4 4 4 32 80 ผ่าน 19 2 4 3 4 4 4 4 5 30 75 ผ่าน 20 3 3 3 4 4 4 4 5 30 75 ผ่าน 21 3 4 4 5 4 4 5 5 34 85 ผ่าน คะแนน เฉลี่ย 3.10 3.43 3.90 4.19 4.19 4.43 4.52 4.90 32.67 81.67 ตารางที่ ๒ แสดงคะแนนเปรียบเทียบความสามารถด้านการฟังเพื่อความเข้าใจในภาษาไทยของ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 หลังใช้วรรณกรรมเป็นฐานร่วม นักเรียนจำนวน 21 คน
21 เกณฑ์แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการพูดและการฟังเพื่อความเข้าใจ เกณฑ์การประเมิน ระดับคุณภาพ 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน 1.ทำกิจกรรมและปฏิบัติ ต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย ทำกิจกรรมและปฏิบัติ ต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัยได้ สม่ำเสมอ ทำกิจกรรมและปฏิบัติ ต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัยได้ บางครั้ง ทำกิจกรรมและปฏิบัติ ต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัยได้ น้อยครั้ง 2.สามารถยกมือตอบได้ สามารถยกมือตอบได้ สม่ำเสมอ สามารถยกมือตอบได้ บางครั้ง สามารถยกมือตอบได้ น้อยครั้ง 3.กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมตาม สถานการณ์ กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมตาม สถานการณ์ได้สม่ำเสมอ กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมตาม สถานการณ์ได้บางครั้ง กล้าพูดกล้าแสดงออก อย่างเหมาะสมตาม สถานการณ์ได้น้อยครั้ง 4.ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่น ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้สม่ำเสมอ ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้บางครั้ง ช่วยเหลือและแบ่งปัน ผู้อื่นได้น้อยครั้ง 5.เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับผู้อื่นได้ เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับผู้อื่นได้สม่ำเสมอ เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับผู้อื่นได้บางครั้ง เล่นและทำกิจกรรม ร่วมกับผู้อื่นได้น้อยครั้ง 6.มีส่วนร่วมสร้าง ข้อตกลงและปฏิบัติตาม ข้อตกลงด้วยตนเอง มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตามข้อตกลง ด้วยตนเองได้สม่ำเสมอ มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตามข้อตกลง ด้วยตนเองได้บางครั้ง มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลง และปฏิบัติตามข้อตกลง ด้วยตนเองได้น้อยครั้ง 7.ฟังผู้อื่นพูดจนจบ ฟังผู้อื่นพูดจนจบได้ สม่ำเสมอ ฟังผู้อื่นพูดจนจบได้ บางครั้ง ฟังผู้อื่นพูดจนจบได้น้อย ครั้ง 8.สนทนาโต้ตอบ ต่อเนื่องเชื่อมกับเรื่องที่ ฟัง สนทนาโต้ตอบต่อเนื่อง เชื่อมกับเรื่องที่ฟังได้ สม่ำเสมอ สนทนาโต้ตอบต่อเนื่อง เชื่อมกับเรื่องที่ฟังได้ บางครั้ง สนทนาโต้ตอบต่อเนื่อง เชื่อมกับเรื่องที่ฟังได้ น้อยครั้ง 9.สามารถตอบคำถาม จากนิทานที่ฟังได้ สามารถตอบคำถามจาก นิทานที่ฟังได้สม่ำเสมอ สามารถตอบคำถามจาก นิทานที่ฟังได้บางครั้ง สามารถตอบคำถามจาก นิทานที่ฟังได้น้อยครั้ง 10.กระตือรือร้นในการ ร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจน จบ กระตือรือร้นในการร่วม กิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ได้สม่ำเสมอ กระตือรือร้นในการร่วม กิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ได้บางครั้ง กระตือรือร้นในการร่วม กิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ได้น้อยครั้ง
22 ตารางการศึกษาพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านพูดและการฟังของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โดยใช้ วรรณกรรมเป็นฐานจำนวน 21 คน ลำดับ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการพูดและการฟังโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ด้าน ร่างกาย ด้าน อารมณ์ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา ทำกิจกรรมและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย สามารถยกมือตอบได้ กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่น เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วย ตนเอง ฟังผู้อื่นพูดจนจบ สนทนาโต้ตอบต่อเนื่องเชื่อมกับเรื่องที่ฟัง สามารถตอบคำถามจากนิทานที่ฟังได้ กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ คะแนนเฉลี่ย แปลความหมาย 1.เด็กชายบวรวิชญ์ เนาวคุณ 2.เด็กชายภูมิภัทร บุญธรรม 3.เด็กชายรชานนท์ หมวดเกลี้ยง 4.เด็กชายรัตภูมิ ชูผล 5.เด็กชายพชรดนัย ทับไทร 6.เด็กหญิงชมพูนุช เพชรสำรวล 7.เด็กหญิงนิภาพร มณีนิล 8.เด็กหญิงปวีณ์ธิดา เศษสงค์ 9.เด็กหญิงพัชรินทร์ เศรษฐสระ 10.เด็กหญิงพัณณ์ชิตา เบญจกุล 11.เด็กหญิงอมรกานต์ รามปาน 12.เด็กหญิงอรวรรณ อินทรมูณี
23 ลำดับ พฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการพูดและการฟังโดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ด้าน ร่างกาย ด้าน อารมณ์ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา ทำกิจกรรมและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย สามารถยกมือตอบได้ กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่น เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วย ตนเอง ฟังผู้อื่นพูดจนจบ สนทนาโต้ตอบต่อเนื่องเชื่อมกับเรื่องที่ฟัง สามารถตอบคำถามจากนิทานที่ฟังได้ กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ คะแนนเฉลี่ย แปลความหมาย 13.เด็กหญิงกัญญาณัฐ ทองจันทร์ 14.เด็กหญิงนรินทร์ทิพย์ เพ็ชรทอง หลาง 15.เด็กชายกวีวัธน์ ชูผล 16.เด็กชายธัญสิทธิ์ วิฑูรย์สงคราม 17.เด็กชายศุภณัฐ ทองฉิม 18.เด็กชายเจษฎาภรณ์ ภักดีราษฎร์ 19.เด็กหญิงกัลยรัตน์ ศิลา 20.เด็กชายนภัทร คำแสงผ่อง 21.เด็กหญิงอุโบสถ บัวทอง
24 แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ด้านการพูดและการฟังเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ที่ได้จากการจัดการเรียนรู้โดยใชวรรณกรรมเป็นฐาน ระดับพฤติกรรมการเรียนรู้ 1 2 3 ด้านร่างกาย 1.ทำกิจกรรมและปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างปลอดภัย 2.สามารถยกมือตอบได้ ด้านอารมณ์ 3.กล้าพูดกล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ 4.ช่วยเหลือและแบ่งปันผู้อื่น ด้านสังคม 5.เล่นและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นได้ 6.มีส่วนร่วมสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงด้วยตนเอง ด้านสติปัญญา 7.ฟังผู้อื่นพูดจนจบ 8.สนทนาโต้ตอบต่อเนื่องเชื่อมกับเรื่องที่ฟัง 9.สามารถตอบคำถามจากนิทานที่ฟังได้ 10.กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมตั้งแต่ต้นจนจบ
25 แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อที่มีต่อการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ชื่อ....................................................................นามสกุล.......................................เลขที่. ...................... คำชี้แจง ให้ครูอ่านให้นักเรียนฟังและทำเครื่องหมาย ลงในช่องว่างขวามือเพียงช่องใดช่องหนึ่ง ตาม ความรู้สึกของนักเรียนเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐานดังนี้ ความพึงพอใจในระดับมาก เท่ากับ 3 ความพึงพอใจในระดับปานกลาง เท่ากับ 2 ความพึงพอใจในระดับน้อย เท่ากับ 1 ข้อคำถาม พึงพอใจ มาก พึงพอใจ ปานกลาง พึงพอใจ น้อย 1.นักเรียนมีความสนใจและให้ความร่วมมือในการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้โดยใช้วรรณกรรมเป็นฐาน 2.นักเรียนสนุกกับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้วรรณกรรม เป็นฐาน 3.นักเรียนมีความสุขในการเรียนรู้ 4.นักเรียนอยากร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนทุกครั้ง 5.นักเรียนได้วาดภาพตัวละครในนิทานตามจินตนาการของตัวเอง 6.กิจกรรมมีขั้นตอนง่าย ๆ สามารถทำตามขั้นตอนได้อย่างดี 7.นักเรียนรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้ฟังนิทาน 8.นักเรียนสามารถเลือกนิทานได้หลากหลาย 9.นิทานทำให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาหน่วยการเรียนรู้มากขึ้น 10.หลังจากนักเรียนร่วมกิจกรรมทำให้นักเรียนมีความมั่นใจในการ พูดและมีทักษะในการฟังดีขึ้น
26 ภาพการดำเนินกิจกรรม ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ประชุมวิเคราะห์หลักสูตร ประชุมผู้ปกครองเพื่อชี้แจงกิจกรรมยืมนิทานกลับบ้านเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดของ นักเรียนชั้นอนุบาล 3 แจ้งวัตถุประสงค์ของการดำเนินกิจกรรมและแนะนำแบบบันทึกการยืมและกฎกติกาการยืมนิทาน
27 ภาพกิจกรรมเสริมประสบการณ์เล่านิทาน แนะนำนิทาน ชื่อเรื่อง ชื่อผู้แต่ง ใช้น้ำเสียงที่กระตุ้นความอยากรู้ของนักเรียน เล่านิทานเรื่องที่สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ ให้นักเรียนออกเสียงชื่อเรื่องตามครู ให้นักเรียนอาสาออกมาเล่านิทานหลังจากฟังครูเล่า จบ ให้ตัวแทนมานับจำนวนสัตว์ในนิทาน
28 ครูตั้งวงเล่านิทาน ให้เด็กยกมือตอบคำถามหลังจากฟังนิทานจบ ให้นักเรียนเลือกนิทานที่ต้องการให้ครูเล่าให้ฟัง นักเรียนตั้งใจฟัง ครูเล่านิทานใกล้ๆเพื่อให้นักเรียนเห็นภาพได้ชัด ครูตั้งคำถามระหว่างเล่านิทานเพื่อนักเรียนได้เกิด ทักษะการคิด
29 ครูนำบัตรคำเกี่ยวกับสัตว์ที่มีในนิทานให้นักเรียน เลือก ครูเล่านิทานเรื่องหนูน้อยหมวกเพื่อเตรียมจะเล่น บทบาทสมมุติ ครูเล่านิทานเรื่องอาหารดีมีประโยชน์ ครูตั้งคำถามและให้นักเรียนยกมือตอบ
30 กิจกรรมพานิทานกลับบ้านเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 นักเรียนเลือกนิทานที่ตัวเองชื่นชอบ นักเรียนเลือกนิทานที่ตัวเองชื่นชอบ นักเรียนเลือกนิทานที่ตัวเองชื่นชอบ นักเรียนเตรียมนิทานให้ครูเขียนบันทึกการยืม นักเรียนเตรียมนิทานให้ครูเขียนบันทึกการยืม นักเรียนเตรียมนิทานให้ครูเขียนบันทึกการยืม
31 กิจกรรมพานิทานกลับบ้านเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 นักเรียนเลือกนิทานจากชั้นวางนิทานตามความชอบ ของตัวเอง นักเรียนเลือกนิทานจากชั้นวางนิทานตามความชอบ ของตัวเอง นักเรียนเตรียมนิทานให้ครูเขียนบันทึกการยืม นักเรียนเตรียมนิทานให้ครูเขียนบันทึกการยืม นักเรียนเตรียมนิทานให้ครูเขียนบันทึกการยืม นักเรียนเตรียมนิทานให้ครูเขียนบันทึกการยืม
32 กิจกรรมพานิทานกลับบ้านเพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ โดยความร่วมมือของผู้ปกครอง ผู้ปกครองเล่านิทานให้นักเรียน ฟัง นักเรียนวาดภาพและระบายสี จากเรื่องในนิทาน ผู้ปกครองสนทนากับนักเรียนเรื่อง นิทานที่เล่าให้ฟัง ผู้ปกครองเล่านิทานให้นักเรียน ฟัง ผู้ปกครองเล่านิทานให้นักเรียน ฟัง ผู้ปกครองเล่านิทานให้นักเรียนฟัง นักเรียนวาดรูปและระบายสีตัว ละครในนิทาน นักเรียนเขียนเลียนแบบ ตัวหนังสือจากเรื่องหน้าปก นิทาน นักเรียนวาดรูปและระบายสีตัวละคร ในนิทาน
33 ผลงานการบันทึกหนูอยากบอกอะไร หลังจากอ่านนิทานกับผู้ปกครองพร้อมความคิดเห็นของผู้ปกครองจากกิจกรรมพานิทานกลับบ้าน เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3
34 ผลงานการบันทึกหนูอยากบอกอะไร หลังจากอ่านนิทานกับผู้ปกครองพร้อมความคิดเห็นของผู้ปกครองจากกิจกรรมพานิทานกลับบ้าน เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3
35 ภาพการทดสอบวัดความสามารถด้านในการฟังและการพูดและการประเมินความพึงพอใจ ของนักเรียนโดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ใช้วรรณกรรมเป็นฐาน ครูชี้แจงคำสั่งการทำแบบทดสอบทักษะด้านการฟัง นักเรียนทำแบบทดสอบ ครูประเมินทักษะด้านการพูดรายบุคคล ครูประเมินทักษะด้านการพูดรายบุคคล ครูชี้แจงวิธีการประเมินความพึงพอใจของนักเรียน นักเรียนตอบความพึงพอใจโดยใช้สัญลักษณ์
36 ภาพกิจกรรมหลังจากนักเรียนได้พัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด โดยการใช้วรรณกรรม เป็นฐานด้วยความร่วมมือของครูและผู้ปกครอง นักเรียนมีความมั่นใจในการพูด นักเรียนกล้าแสดงความคิดเห็น นักเรียนพูดได้ชัดเจนขึ้น นักเรียนกล้าออกมาตอบคำถามต่อหน้าเพื่อน ๆ นักเรียนกล้าออกมาร้องเพลงให้เพื่อน ๆ ฟัง นักเรียนออกมาเล่านิทานจากเรื่องที่เด็กยืมไปอ่าน กับผู้ปกครอง
37 ภาพกิจกรรมหลังจากนักเรียนได้พัฒนาความสามารถด้านการฟังและพูด โดยการใช้วรรณกรรม เป็นฐานด้วยความร่วมมือของครูและผู้ปกครอง นักเรียนนกล้าออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน นักเรียนนกล้าออกมานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน นักเรียนเปลี่ยนกันนำเสนอผลงานในแต่ละหน่วยการ เรียนรู้ นักเรียนเลือกผู้นำกลุ่มออกมานำเสนอผลงานและ ช่วยกันอธิบาย นักเรียนช่วยกันอธิบายอาหารหลัก 5 หมู่ที่กลุ่มได้ รับผิดชอบ นักเรียนช่วยกันอธิบายอาหารหลัก 5 หมู่ที่กลุ่มได้ รับผิดชอบ
38 ภาพการเผยแพร่ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศแก่เพื่อนครูในโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ เพื่อแก้ปัญหาทักษะด้านการฟังและพูดของนักเรียนชั้นอนุบาล 3 เล่าปัญหาที่พบจากการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ คณะครูร่วมแสดงความคิดเห็น ผู้บริหารรับฟังปัญหา คณะครูร่วมเสนอแนะแนวทางในการแก้ปัญหา นำเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยการใช้นิทานพัฒนา ทักษะการพูดและการฟัง แสดงเครื่องมือที่ใช้แก้ปัญหา
39 สื่อหนังสือนิทานที่ได้จากโครงการส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ จากกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลควนชุม หนังสือนิทาน เรื่อง ภาพหนังสือ วิธีการ ได้มา ได้มา เมื่อ จำนวน (เล่ม) ราคาเล่ม ละ(บาท) รักษา ไว้ที่ บ้านใหม่ของคุณ หมี ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00 ช่วยด้วยหนูติด เกม ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00 ช้างน้อยคอยได้ ชุด นิทานสร้าง เสริมลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 52.00 ลูกหมีกตัญญูชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 แพรพูดเพราะ ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 จุ๊กจิ๊ก จอมเกเร ชุด นิทานสร้าง เสริมลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00
40 หนังสือนิทาน เรื่อง ภาพหนังสือ วิธีการ ได้มา ได้มา เมื่อ จำนวน (เล่ม) ราคาเล่ม ละ(บาท) รักษา ไว้ที่ ฝ้ายเก็บออม ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ติ๊ดตี่ มีเพื่อนแยะ ชุด นิทานสร้าง เสริมลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 52.00 ต้นมีวินัย ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ยีราฟเพื่อนรัก ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 มามะ มากอดกัน ชุด นิทานสร้าง เสริมลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 52.00 สวัสดีจ้ะ สวัสดี ชุด นิทานสร้าง เสริมลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00 ขอบคุณจ้ะ ขอบคุณ ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00
41 หนังสือนิทาน เรื่อง ภาพหนังสือ วิธีการ ได้มา ได้มา เมื่อ จำนวน (เล่ม) ราคาเล่ม ละ(บาท) รักษา ไว้ที่ ขอโทษ อย่าโกรธ นะจ๊ะ ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00 ลูกแมวไม่ดื้อแล้ว นะ ชุดนิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00 มาแปรงฟันพร้อม กันนะ ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00 น้องรักไม่กลัว ความมืด ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00 น้องรักไม่อยาก เป็นยักษ์ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 น้องรักไม่อิจฉา แล้วนะ ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00 ลูกหมีไม่ขี้อาย แล้วจ้ะ ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00
42 หนังสือนิทาน เรื่อง ภาพหนังสือ วิธีการ ได้มา ได้มา เมื่อ จำนวน (เล่ม) ราคาเล่ม ละ(บาท) รักษา ไว้ที่ บ้านใหม่ของคุณ หมี ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00 ใบเตยอยากเลี้ยง หมา ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ยักษ์ใหญ่ ผมยาว เฟื้อย ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00 หนูชอบไป โรงเรียน ชุด นิทานสร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00 ผักแปลงกาย อร้อย อร่อย ชุด นิทานสร้างเสริม สุขนิสัยที่ดี ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ติ๊ดตี่ปวดฟัน ชุด นิทานสร้างเสริม สุขนิสัยที่ดี ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ติ๊ดตี่เป็นเหา ชุด นิทานสร้างเสริม สุขนิสัยที่ดี ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00
43 หนังสือนิทาน เรื่อง ภาพหนังสือ วิธีการ ได้มา ได้มา เมื่อ จำนวน (เล่ม) ราคาเล่ม ละ(บาท) รักษา ไว้ที่ ติ๊ดตี่เป็นตาแดง ชุด นิทานสร้าง เสริมสุขนิสัยที่ดี ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ผักแสนอร่อยของ ขนปุย ชุด นิทาน สร้างเสริมสุขนิสัย ที่ดี ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ลิงจอมซนกับ พ่อค้าหมวก ชุด นิทานสุภาษิต 2 ภาษา(ไทยอังกฤษ) ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00 ราชสีห์กับมดน้อย ชุด นิทานสุภาษิต 2 ภาษา (ไทยอังกฤษ) ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00 ใบเตยอยากเลี้ยง หมา ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 48.00 ยักษ์ใหญ่ ผมยาว เฟื้อย ชุด นิทาน สร้างเสริม ลักษณะนิสัย ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 40.00 มาซิมาซะ มา อาบน้ำด้วยกันนะ ชุด นิทานเด็กดี ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 60.00
44 หนังสือนิทาน เรื่อง ภาพหนังสือ วิธีการ ได้มา ได้มา เมื่อ จำนวน (เล่ม) ราคาเล่ม ละ(บาท) รักษา ไว้ที่ ชุด นิทาน คุณธรรม (1ชุด/ 10เล่ม) ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 600.00 เดวิดไปโรงเรียน ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 76.00 หมีน้อยจอมพลัง EF ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 76.00 ร่างกายของฉัน ฉันดูแลได้! ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 100.00 จัดบ้านใหม่สนุก จัง ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 92.00 หนูออมรักแม่ ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 76.00 ขนฟูจะเป็นพี่ EF ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 78.00 คุณปู่สอนขนฟู ปลูกผัก ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 78.00
45 หนังสือนิทาน เรื่อง ภาพหนังสือ วิธีการ ได้มา ได้มา เมื่อ จำนวน (เล่ม) ราคาเล่ม ละ(บาท) รักษา ไว้ที่ บ้านฉัน บ้านเธอ ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 148.00 ปลอดภัยไว้ก่อน ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 127.00 กระต่ายไม่กินผัก ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 148.00 รู้จักอาหาร ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 78.00 เล่นสนุกกับน้ำ ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 92.00 ต้นกล้าท้าตะวัน ซื้อ 17 พ.ค. 2565 1 92.00
46 อ้างอิง กระทรวงศึกษาธิการ. (2560) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (พิมพ์ครั้งที่ 1) สำนัก วิชาการ มาตรฐานการศึกษา. เกตน์นิภา ฮาดคันทุง. (2561) การพัฒนาการจัดประสบการณ์โดยการเล่านิทานด้วยเทคนิคที่หลากหลาย เพื่อ ส่งเสริมทักษะทางด้านการฟังและการพูดสำหรับเด็กปฐมวัยที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยนเรศวร. ชนาธิป บุบผามาศ. (2553) การคิดเชิงเหตุผลของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมเล่านิทานอีสป ประกอบคำถาม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ฝ่ายวิชาการโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ.(2566) หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนวัดทุ่งหล่อ ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ. ณัฐวดี ศิลากรณ์.(2556) ความสามารถทางการพูดของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรม เล่านิทาน ประกอบหุ่น (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรต. รายงานการประเมินตนเอง ระดับปฐมวัย ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ.(2565) โรงเรียนวัดทุ่งหล่อ.
47