The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by eizxzx.56, 2022-10-12 02:53:15

นิทานไทย_ชนิกานต์ ทองบุญเรือง_433

ฉบับแก้

นางสาวชนิกานต์ ทองบุญเรือง รหัส 65101010433

นิทานพื้นบ้านผีไทย

คำนำ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่ อเป็นส่วนหนึ่งของวิชา CL103

ประวัติและวิวัฒนาการวรรณกรรมสำหรับเด็กไทย เพื่ อ

รวบรวมนิทานพื้ นบ้านผีไทย ไม่ว่าจะเป็นนิทานเกี่ยวกับผีคน

ตาย เกี่ยวกับผีบ้านผีเรือน เกี่ยวกับผีประจำต้นไม้ หรือผีที่สิง

อยู่ในร่างคน ที่เป็นส่วนหนึ่งของนิทานไทยซึ่งสอดคล้องกับ

เนื้ อหาที่ได้เรียนในรายวิชานี้ ทำให้ผู้จัดทำเกิดความสนใจ และ

สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทานไทย

ทั้งนี้ผู้จัดทำได้เลือกและรวบรวมนิทานพื้ นบ้านผีไทยที่สนใจ มา
เป็นเรื่องย่อจำนวน 10 เรื่อง ได้แก่ 1.ผีกองกอย 2.ผีขาเดียว
3.ผีหวงผัว 4.ผีสองหัว 5.ผีโพง 6.ถือผี 7.ผีหลังกลวง 8.ผี
กองหลัว 9.แม่นาคพระโขนง และ 10.บ้านเสาร้องไห้
ผู้จัดทำหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะมอบทั้งความบันเทิงและความรู้
ให้แก่ผู้อ่านทุกคน หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำต้อง
ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

สารบัญ

เ รื่ อ ง หน้า

ผีกองกอย 1
ผีขาเดียว 2

ผีหวงผัว 3
ผีสองหัว 4
5
ผีโพง

ถือผี 6

ผีหลัวกลวง 7

ผีกองหลัว 8

แม่นาคพระโขนง 9

บ้านเสาร้องไห้ 10

1 ผีกองกอย

ท้าวขี้คร้านไม่ทำการทำงานได้แต่ขออาหารชาวบ้านกินประทังชีวิต ชาวบ้านจึง
รวมตัวกันขับไล่เขาออกจากหมู่บ้านไปอยู่กับผีกองกอย พอไปอยู่กับผีกองกอย
ท้าวขี้คร้านก็ปลูกข้าวงอกงามออกดอกออกรวงเต็มทุ่ง ท้าวขี้คร้านอยู่กับผี
กองกอยในถ้ำด้วยกันและนางผีกองกอยก็ปรนบัติดูแลท้าวขี้คร้านอย่างดี อยู่
กันไปสักพักท้าวขี้คร้านคิดหาวิธีหนีจากนางผีกองกอย จึงเฝ้ารอเวลาที่ข้าวเริ่ม
สุกเหลืองเต็มต้นจึงหนีออกจากถ้ำนางผีกองกอย พอหนีมาถึงทุ่งนานางผี
กองกอยก็ตามมาทันพอดี ท้าวขี้คร้านจึงแกล้งทำเป็นว่าตนเองตายแล้ว พอ
ท้าวขี้คร้านล้มตัวลงนอนในทุ่งนาดอกข้าวก็หล่นมาใส่ตัวเขาจนเหลืองไปทั้งตัว
เมื่ อนางผีกองกอยเห็นดังนั้นจึงคิดว่าท้าวขี้คร้านคงตายไปแล้วจริงๆ จึงทำบุญ
มอบทองคำไปให้ท้าวขี้คร้าน ท้าวขี้คร้านเลยกลายเป็นคนมั่งมีเงินทองตั้งแต่
นั้นเป็นต้นมา
เมื่ อเพื่ อนขี้โลภของท้าวขี้คร้านทราบเรื่องความร่ำรวยของท้าวขี้คร้านก็อยากจะ
ร่ำรวยบ้าง จึงสอบถามท้าวขี้คร้านถึงวิธีการที่ทำให้ตนร่ำรวย ท้าวขี้คร้านบอก
เพื่ อนขี้โลภทุกอย่างส่วนเพื่ อนขี้โลภก็ทำตามที่ท้าวขี้คร้านบอกทุกอย่างแต่ตอน
สุดท้ายตอนที่เพื่ อนขี้โลภแกล้งตาย นางผีกองกอยก็นำทองมาทำบุญให้เหมือน
เคย แต่เพื่ อนขี้โลภลืมไปว่าตนต้องแกล้งตายให้ตลอด จึงถามนางผีกองกอย
ว่า มีทองอีกไหม? นางผีกองกอยรู้แล้วว่าตนโดนเพื่ อนขี้โลภหลอกลวงนางจึง
ทำให้เพื่ อนขี้โลภได้ตายสมใจจริงๆ

2 ผีขาเดียว

มีกลุ่มพ่อค้าหม้อปั้ นดินเผาอยู่กลุ่มหนึ่ง ทั้งกลุ่มไม่มีใครอ่านออก
เขียนได้เลยแม้แต่คนเดียว วันหนึ่งกลุ่มพ่อค้าต้องพักระหว่างทางก่อน
เดินทางกลับถึงหมู่บ้านของตน พวกพ่อค้าเห็นกระท่อมอยู่หลังหนึ่ง มีป้าย
เตือนว่าในป่าแห่งนี้ห้ามไม่ให้ใครมานอนพักแรมเพราะมีเสือสมิงออกมาล่าเหยื่ อ
ตอนกลางคืน เนื่ องจากว่าพ่อค้ากลุ่มนี้ไม่มีใครอ่านคำเตือนออกทุกคนจึงตกลง
พักค้างคืนที่กระท่อมหลังนี้ ตกดึกเสือสมิงออกล่าเหยื่ อเช่นเคย แรกๆ ก็ส่งเสียง
วุง วุง วุง พอซักพักหนึ่งผ่านไปก็กลายร่างเป็นผีขาเดียว แต่พ่อค้าหม้อก็ใช้หม้อ
ดินเผาปิดบังตนเองไว้ แล้วจึงช่วยกันกำจัดเสือสมิงได้สำเร็จ ตั้งแต่นั้นมาในป่า
แห่งนั้นก็ไม่มีเสือสมิงมาทำร้ายชาวบ้านอีกเลย

3 ผีหวงผัว

ในสมัยก่อน คู่รักที่หมั้นหมายกันแล้วจะมีธรรมเนียมห้ามแยกจากกัน มีคู่รัก
คู่ ห นึ่ ง ใ น ห มู่ บ้ า น ที่ ต ก ล ง ห มั้น ห ม า ย กั น แ ต่ ว่ า ฝ่ า ย ช า ย ต้ อ ง อ อ ก เ ดิ น ท า ง ไ ป
ค้าขายต่างถิ่นจึงต้องเดินทางไปหลายที่ พอฝ่ายชายเดินทางกลับมาจึงรีบไป
หาคู่หมั้นของตนทันที แต่ว่านางก็ได้ตายจากเขาไปนานแล้ว
ชายคนนั้นก็อยู่กินกับคู่หมั้นของตนโดยหารู้ไม่ว่านางได้ตายไปนานแล้ว นาง
ก็เป็นผีคู่หมั้นที่ยังทำตนเหมือนเป็นคนปกติทั่วไป อยู่กันมาเรื่อยๆ แม่ชาย
คนนั้นก็ได้ออกปากเตือนเขาว่าคู่หมั้นได้ตายไปนานแล้วแต่ชายคนนั้นก็ไม่
เชื่ อแม่ คืนหนึ่งก็ได้ยินเสียงว่า
“แวะ แวะ แวะ เจ้า บ่ แวะ นี้ สิ ไป แวะ เฮือน ใด?”
ในขณะที่เขาหลับอยู่ผีคู่หมั้นก็เกาเนื้ อเกาตัว เขาเลยถามนางว่า
“เจ้า เฮ็ด หยัง เสียง ขบ ดัง เผาะ?”
นางผีคู่หมั้นตอบว่า
“ข้อย ขบ เหา ขบ เหา ขบ เหา”
“เหม็น เหม็น เหม็น”
“ฮืด ฮืด ฮืด”
ชายคนนั้นรู้ทันทีว่าคู่หมั้นของตนเป็นผีแล้วจริงๆ จึงพยายามจะหนี จึงบอก
นางผีคู่หมั้นไปว่า ข้อยอยากเข้าห้องน้ำ อยากไปเข้าห้องน้ำอยู่บ้านแม่ข้อย
นางผีคู่หมั้นบอกเขาว่าให้ปัสสาวะอยู่นี่แหละไม่ต้องไปบ้านแม่หรอก ฝ่ายชาย
พยายามจะหนีให้ได้จึงบอกนางผีคู่หมั้นว่าปัสสาวะอยู่นี่ไม่ค่อยสะดวก แต่ว่า
จะลงไปใต้ถุนบ้านให้นางผีคู่หมั้นมัดตนไว้กับโอ่งมังกรก็ได้ นางผีคู่หมั้นได้
ฟังดังนั้นจึงยอมให้เขาลงไปใต้ถุนบ้าน ชายคนนั้นมัดเชือกกับโอ่งมังกร
พร้อมทั้งเจาะรูให้น้ำไหลออกจะได้ฟังเหมือนเสียงปัสสาวะไหล นางผีคู่หมั้นรู้
แล้วว่าฝ่ายชายหนีไปแล้วเพราะนางลองกระตุกเชือกดูแต่ไม่เจอเขา นางจึง
ออกตามล่าฝ่ายชาย และไปเจอเขาที่ต้นโพธิ์นางตามล่าจนเขาเป็นลมล้มตาย

4 ผีสองหัว

ในานมาแล้วมีครอบครัวยากจนอยู่ครอบครัวหนึ่ง มีพี่น้องสองคนต้องหา
เลี้ยงชีพอย่างลำบากยากเข็ญ วันหนึ่งเนื่ องจากสองพี่น้องกลับมาจาก
ค้าขายเย็นมากจึงต้องนอนพักค้างคืนในป่าละเมาะ ทั้งสองพี่น้องหวาดกลัว
เพราะยิ่งมืดยิ่งน่ากลัวจึงตกลงตัดสินใจว่าจะนอนหันเท้ามาชนกันจะได้อยู่
ตรงกึ่งกลางเท่าๆ กัน หากมองดูดีๆ จะเห็นว่านอนหันหัวออกคนละข้างแล้ว
เอาเท้าชนกันแบบนี้ดูๆ ไปก็เหมือนผีมีสองหัว
ตกดึกคืนนั้นมีเสือตัวใหญ่ตัวหนึ่งมองมาเห็นสองพี่น้องนอนหลับอยู่ มองๆ
ไปก็เหมือนมีหัวเดียวแต่พอพี่ชายยกส่วนหัวของตนมาก็เจ้าเสือตัวใหญ่มอง
ดูแล้วก็เป็นสิ่งมีชีวิตสองหัวดีๆ นี่เอง เห็นดังนั้นแล้วเจ้าเสือตัวใหญ่ก็วิ่ง
เข้าไปในป่าเพื่ อไปเรียกบรรดาสัตว์ใหญ่น้อยมาดูให้เห็นกับตา ส่วนเจ้าเต่า
เฒ่าตัวเล็กกว่าเพื่ อนจึงต้องให้ช้างสูงใหญ่ใช้งวงยกมันขึ้นมาดูบ้าง ทันทีที่
เต่าได้เห็นสิ่งมีชีวิตสองหัวตัวเดียวแบบนั้นแล้วก็ร้องเสียงดังว่า
“ผีสองหัว!!! ปล่อยข้าลงเดี๋ยวนี้!!!”
สัตว์ทุกตัวได้ยินเต่าร้องก็ต่างพากันตกใจวิ่งหนีเข้าไปในป่ากระจัดกระจายกัน
คนละทิศละทาง บางตัวก็ตกใจกลัวมากถึงขั้นเหยียบกันตาย ส่วนเจ้า
หมาจิ้งจอกขาหัก วิ่งหนีไม่ทันเพื่ อนๆ พอเห็นว่าสองพี่น้องนั้นลากเกวียนมา
ด้วยเป็นร้อยๆ เล่ม จึงก็ไม่ทำร้ายสองพี่น้องนั้นแต่ขอเดินทางไปกับ
สองพี่น้องด้วยเพื่ อติดตามไปคอยรับใช้หาอาหารให้สองพี่น้องตั้งแต่นั้นมา

5 ผีโพง

ชายหนุ่มคนหนึ่งไปแอ่วสาวกลางคืน ขากลับไปพบผีโพง กำลังออกหากิน
แถวชายทุ่ง ผีโพงผู้นี้เป็นคนในละแวกบ้านเดียวกัน พอเห็นชายหนุ่มคนนี้ ก็
รู้สึกอับอาย ไม่อยากให้ชายหนุ่มนำเรื่องที่พบเห็นไปเล่าให้ใครฟัง ถึงกับ
ยกมือไหว้ขอร้อง แต่ชายหนุ่มก็ยังนำไปเล่าต่อ อีกสำนวนหนึ่งเล่าว่า ผีโพงได้
ถอดดาบที่ติดตัวไป ออกไล่ฆ่าชายหนุ่ม ชายหนุ่มรีบวิ่งหนี และนำเรื่องไปเล่า
ให้คนอื่ นฟัง

6

ถือผี

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีผีป่าผีดอยอยู่สองดอยด้วยกัน นับถือกันเป็น
สหายรักกันมาก เมื่ อแรกเริ่มที่จะมาเป็นเพื่ อนกันนั้นก็กินน้ำ สาบานกันว่า ถ้า
ใครต้องการจะได้อะไร ถ้ามาหามาขอความช่วยเหลือก็จะให้ได้หมด ยกเว้นแค่
ลูกเมียที่จะขอไม่ได้ วันนั้นก็มีผู้ชายสามคนเป็นเพื่ อนกันเดินทางเข้ามาในป่า
แต่ละคนก็เตรียมข้าวปลาอาหารกันเพราะว่าจะไปนอนกลางป่า ทั้งสามคน
เมื่ อเดินมาถึงกลางป่าก็มืดค่ำ ก็ตกลงจะนอนกันกลางป่าที่มีผีตนหนึ่งรักษา
อยู่
สหายคนแรกนั้นถือคุณพระพุ ทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็ไหว้หาพระพุ ทธ พระ
ธรรม พระสงฆ์แล้วนอนหลับ สหายคนที่สองถือคุณพ่อ คุณแม่ก็ไหว้รำลึก
ถึงคุณพ่อแม่แล้วหลับไป สหายคนที่สามนั้นถือผี ก็ฝากชีวิตไว้กับธรณีเจ้าที่
เจ้าแดนที่นี้ให้ปกปักรักษาแล้วก็หลับไป ในคืนนั้นผีอีกดอยหนึ่งก็มาเยี่ยม
เพื่ อนผีก็เลยชวนเพื่ อนไปเที่ยวในป่าด้วยกันแต่อีกฝ่ายปฏิเสธเพราะต้อง
ปกป้องแขกที่มาเยือน เพื่ อนจึงขอชีวิตหนึ่งในสามคนนั้น แต่ผีดอยปฏิเสธ
เพื่ อนจึงโมโหมากและพู ดถึงคำสาบานที่เคยว่ากันไว้ ผีดอยจึงตกลงและยก
คนที่ฝากชีวิตไว้กับตนให้เพื่ อนไปเพราะถือว่าเป็นคนของตน ผีสหายตนนั้นก็
เลยเข้าไปในป่าแล้วแปลงร่างเป็นเสือมาลากเอาคนที่ถือผีนั้นไปกิน

7 ผีหลังกลวง

ทุกๆวันผู้คนในหมู่บ้านทุ่งสาต้องตื่ นแต่เช้ามืดเพื่ อมาตำข้าว แต่ละบ้านก็จะ
ตั้งอยู่ห่างกันมีต้นไม้หนาทึบน่ากลัวในยามมืด บ้านของนางก็เช่นเดียวกัน
นางจะตื่ นเช้ามาตำข้าว มีวันหนึ่งนางก็ตื่ นมาตำข้าวตามปกติแต่บรรยากาศ
วันนั้น วังเวงน่ากลัวพิลึก ตอนที่นางกำลังตำข้าวอยู่นั่นเอง ก็มีเงาดำดำมา
ยืนอยู่ข้างหลัง และเปล่งเสียงเย็นๆออกมาว่าให้ "ให้ข่อยซอยบ่" นางหันหลัง
ไปเจอกับภาพของผีที่หน้าตาน่ากลัวเคยได้ยินแต่คนเฒ่าคนแก่เล่าให้ฟังว่าจะ
มีผีหลังกลวง หลังของมันจะไม่เหมือนคนทั่วไป คือช่องท้องจะโหว่ไปเลย
นางก็เพิ่งจะเจอด้วยตัวเอง ท่านใดนั้นนางก็ตอบไปว่า "ถ่าแป๊บนึง ไปเอาข้าว
ก่อน" ผีหลังกลวงก็รอ แต่ก็ไม่เห็นนางกลับลงมาผีตนนั้นก็เลยขึ้นไปตาม
แล้วก็คลำเท้าดู พอไปเจอเท้าข้างหนึ่งเย็น เพราะนางเพิ่งจะลงไปตำข้าวข้าง
ล่าง ผีจึงหักคอนางเสีย

8

ผีกองหลัว

มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ในอดีตนั้น บริเวณหมู่บ้านต่างๆ จะเป็นป่าละเมาะ
ถ้าเข้าไปในป่าลึกๆ จะเป็นป่าทึบ คนสมัยก่อนเขาก็หากินกันตามป่า ไปเก็บ
ผักเก็บไม้ หักเอาหลัว หรือฟืนมาก่อไฟ ยามถึงฤดูที่เห็ดงอกออกมาก็ไปหา
เห็ดกันตามป่าตามดอย

คนสมัยก่อนเขาเชื่ อว่าที่ป่าจะมีผีมีสางเทวดารักษาป่าอยู่ มีอยู่ครั้งหนึ่ง
ชาวบ้านก็พากันไปหาเห็ดในป่า เมื่ อไปถึงป่า ชาวบ้านก็แปลกใจที่เห็นกอง
หลัวอยู่กลางป่า แต่ต้นไม้ที่อยู่ข้างๆ กองหลัวและก็ห่างออกไปก็ไม่มีรอยฟัน
รอยตัดเลย ชาวบ้านก็ตกลงกันว่า คงจะไม่ใช่ของใครจึงเผากองหลัวนั้นเสีย
แล้วก็พากันกลับบ้าน

ไม่กี่วันหลังจากนั้นชาวบ้านก็พากันไปเก็บเห็ดอีก ก็ไปเจอกองหลัวอีก
ชาวบ้านต่างก็พากันแปลกใจยิ่งกว่าเดิม เพราะข้างๆ กองหลัวที่เผาไปแล้ว
นั้นมีกองหลัวมาใหม่อีก กองใหญ่กว่าเดิม ชาวบ้านก็ช่วยกันหาว่า กองหลัวนี้
มันมาอยู่นี่ได้อย่างไร แล้วก็ฟืนเหล่านี้เอามาจากที่ไหน ชาวบ้านก็เดินหาเห็ด
ไป ไกลออกไปเรื่อยๆ ก็ไปพบต้นไม้ถูกหักเป็นบริเวณกว้าง ซึ่งต้นไม้ถูกหักนี่
ก็อยู่ห่างจากกองหลัวมากเกินกว่าจะนับได้ว่าห่างไปกี่กิโลเมตร ชาวบ้านก็
เลยกลับบ้าน เอาเรื่องมาเล่าให้คนเฒ่าคนแก่ที่บ้านฟัง

คนเฒ่าคนแก่ก็พากันไปดู คนเฒ่าคนแก่ก็บอกว่า กองหลัวพวกนี้เป็น
ของผีป่า แล้วเมื่ อใดกองหลัวมีมากๆ ผีมันก็จะช่วยกันเผาเสีย ถ้าเมื่ อใดผีมัน
เผาหลัว ปีนั้นฝนก็จะไม่ตก ฝนแล้ง

เมื่ อเป็นอย่างนี้ชาวบ้านก็กลัวกันว่า เมื่ อผีเผาหลัวฝนก็จะไม่ตกก็จะไม่ได้
ทำไร่ทำนา ก็พากันปรึกษากันแล้วก็นิมนต์พระสงฆ์ไปทำพิธีเผากองหลัว โดย
บอกผีป่าที่รักษากองหลัวว่า ให้เอ็นดูชาวบ้านบ้างถ้าฝนไม่ตกก็จะไม่มีข้าวกิน
พระสงฆ์ก็เผากองหลัวนั้นเสีย ตั้งแต่นั้นมาฝนก็ตกเป็นปกติ ชาวบ้านก็ได้ทำ
ไร่ทำนากัน

9 แม่นาคพระโขนง

ครอบครัวเล็กๆ ครอบครัวหนึ่ง สามีชื่ อมาก ภรรยาชื่ อ นาค ทั้งสองได้ใช้ชีวิต
ร่วมกันมาอย่างปกติสุข จนนางนาคภรรยาตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่
ทิดมากสามีถูกทางราชการเกณฑ์ไปเป็นทหาร ทิดมากจึงต้องทิ้งนางนาค
ภรรยาซึ่งท้องแก่ไว้เพียงลำพัง ด้วยความล้าสมัยทางการแพทย์ เมื่ อถึงเวลา
คลอด หมอตำแยที่ทำคลอดไม่สามารถที่จะช่วยชีวิตนางนาคและลูกไว้ได้ ทำให้
นางต้องตายทั้งกรม ประกอบกับความบังเอิญของชาวบ้านที่ช่วยกันนำร่างของ
นางไปฝังไว้ท่ามกลางต้นตะเคียนคู่ จึงทำให้วิญญาณของนางนาคมีฤทธิ์เดช
มากไปอีก ถึงเวลาทิดมากปลดประจำการกลับมา วิญญาณของนางนาคซึ่งยัง
คงรักและห่วงใยสามีอยู่ ก็แปลงร่างเป็นคนเหมือนเดิม คอยต้อนรับและใช้ชีวิต
ตามปกติเช่นที่เคยเป็นมา ชาวบ้านพยายามที่จะเล่าความจริงให้ทิดมากฟัง แต่
ทิดมากก็ไม่ยอมเชื่ อ จนวันหนึ่งขณะที่แม่นาคกำลังตำน้ำพริกอยู่ เผอิญทำไม้ตี
พริกหล่นใต้ถุนไป จึงเอื้ อมมือยาวลอดใต้ถุนลงไปเก็บ ทิดมากซึ่งกำลังผ่าฟืน
อยู่ เหลือบมาเห็นเข้าจึงได้เชื่ อว่าภรรยาตนนั้นเป็นผีจริงๆ ในที่สุดชาวบ้านได้
นิมนต์พระธุดงค์รูปหนึ่งให้ท่านช่วยปราบวิญญาณของแม่นาคที่ กำลังเป็นที่
หวาดผวากันอยู่ ซึ่งท่านก็ได้ทำพิธีและสามารถเรียกวิญญาณของแม่นาคลง
หม้อดินได้แล้วนำไปทิ้ง ลงในแม่น้ำ เรื่องราวต่างๆ จึงได้สงบลง

10 บ้านเสาร้องไห้

ต้นตะเคียนต้นหนึ่งมีผีประจำอยู่ ใครจะตัดตะเคียนต้นนี้ก็ตัดไม่ได้ ชายตัดไม้
คนหนึ่งจึงได้อ้อนวอนขอไม้จากนางตะเคียน และตกลงกับนางตะเคียนว่า ถ้า
ยอมให้ตัดไม้ไปทำเสาเอกของบ้านที่กรุงเทพฯ เขาจะเป็นคนพานางไปส่ง
กรุงเทพฯ ด้วยตนเอง แต่บังเอิญชายคนนี้ถูกฆ่าตายระหว่างทาง ตะเคียนต้น
นั้นจึงถูกทิ้งไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ไม่มีใครนำมาเป็นเสาเอกของบ้าน ทำให้นาง
ตะเคียนร้องไห้ด้วยความเสียใจ ตำบลที่เสานั้นถูกทิ้งอยู่ และนางตะเคียน
ร้องไห้ จึงมีผู้เรียกว่า บ้านเสาไห้

บรรณารุกรม

ฐานข้อมูลนิทานพื้นบ้านล้านนา. (2557). ถือผี. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.
จาก http://lannakadee.cmu.ac.th/area1/story/index.php?pid=12

ฐานข้อมูลนิทานพื้นบ้านล้านนา. (2557). ผีกองหลัว.
สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.
จากhttp://lannakadee.cmu.ac.th/area1/story/index.php?pid=1

ประสงค์ สายหงษ์. (2561). ผีกองกอย. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.
จากhttps://www.sac.or.th/databases/folktales/folktale-details.php?id=101

พ่อใหญ่นู. (2561). ผีสองหัว. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.
จาก https://www.sac.or.th/databases/folktales/folktale-details.php?id=73

พิไล กล้าหาญ. (2561). ผีหลังกลวง. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.
จาก https://www.sac.or.th/databases/folktales/folktale-details.php?

id=121
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. (2561). ผีหวงผัว. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.

จาก https://www.sac.or.th/databases/folktales/folktale-details.php?id=46
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. (2561). ผีขาเดียว. สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.

จาก https://www.sac.or.th/databases/folktales/folktale-details.php?id=52
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน. (2563). นิทานเรื่องผี.

สืบค้นข้อมูลเมื่อ 18 กันยายน 2565.
จาก https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=26


Click to View FlipBook Version