The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Yupa Sapun, 2020-11-01 09:06:15

naphatsorn ebook

naphatsorn ebook

จัดทาโดย

นางสาวนภัสสร จันทร์เรือง เลขที่21
ช้ันมัธยมศึกษาปี ท่ี 5/2

เสนอ

คุณครู กาญจนา แก้วคง

โรงเรียนโพธิสัมพนั ธ์พทิ ยาคาร
ปี การศึกษา 2563

สารบญั

- แบบทดสอบก่อนเรียน
- ความหมายสมดลุ เคมี
- ปฎกิ ิริยาที่ผนั กลับได้
- การเปล่ยี นแปลงที่ทาให้เกดิ สภาวะสมดุล
- สมดุลในปฎกิ ิริยาเคมี
- ค่าคงที่สมดุลกบั ปฎกิ ริ ิยา
- ปัจจยั ท่ีมีผลต่อภาวะสมดุล (ความเข้มข้น)
- ปัจจยั ท่ีมผี ลต่อภาวะสมดลุ (ความดนั และอุณหภูม)ิ
- สมดลุ เคมีในสิ่งมชี ีวติ และส่ิงแวดล้อม
- สมดุลเคมีในอุตสาหกรรม
- แบบฝึ กหัด
- เฉลยแบบทดสอบ

แบบทดสอบกอ่ นเรียน
1. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้ีถกู
1) ในภาวะสมดุล ปริมาณสารต้งั ตน้ และผลิตภณั ฑจ์ ะมีคา่ คง
ตวั
2) ในภาวะสมดุล ปริมาณสารต้งั ตน้ = ปริมาณผลิตภณั ฑ์
3) หากทิ้งระบบไวน้ านๆ สารต้งั ตน้ จะหมดไปเหลือแต่
ผลิตภณั ฑ์
4) ถกู ทุกขอ้

2.จากปฏิกิริยา

Fสีเeหล3ือ+ง(aq)ไ+ม่มีสSี CN–(aq) ↔ FสีแeดSง CN2+(aq)
ก. เติม Fe3+(aq)
ข. เติม SCN–(aq)
ค. เติม FeSCN2+(aq)
ขอ้ ใดที่ทาใหส้ มดุลเลื่อนไปทางขวาแลว้ ไดส้ ีแดงเขม้ ข้ึน
1)ก. เท่าน้นั 2) ข.เท่าน้นั 3) ก.และ ข. 4)ถกู ทุกขอ้

3.ถา้ เพิ่มความดนั ใหแ้ ก่ระบบแลว้ ปฏิกิริยาขอ้ ใดที่จะเล่ือน
ไปทางดา้ นขวา

1) 2CO(g) + 2NO(g) ↔ 2CO2
(g) + N2 (g)
2) C2H4 (g) ↔ C2H2 (g) + H2 (g)
3) C(s) + O2 (g) ↔ CO2 (g)
4) 3Fe(s) + 4H2O (g) ↔ Fe3O4
(s) + 4H2 (g)

4.จากปฏิกิริยา N2(g) + 3H2(g) ↔2
รN้อนH3(g) + ความ
ถา้ เพมิ่ อณุ หภมู ิ
ของปฏิกิริยาน้ีใหส้ ูงข้ึน ความเขม้ ขน้ ของสารใดบา้ งจะ

ลดลง 1) N2 2)
H2 3) NH3
4) ถกู ท้งั ขอ้ 1 และ 2

5.กาหนดปฏิกิริยาที่สภาวะสมดุล

A + 2B ↔ C + D K1 = 3
C↔B+E K2 = 5

A+B↔D+E K3 = ?
คา่ ของ K3 คือขอ้ ใด

1) 3 2) 5 3) 15 4) 45

6.จากปฏิกิริยา A(s) + 2B(g) + 2C(g) ↔ 5D(g) +
2E(ทs)ี่สมดุลในภาชนะ 2 ลิตร มีสาร A=2 โมล , B=3 โมล ,
C=4 โมล , D=2 โมล, E=1 โมล จงหาค่าคงที่สมดุล
1)1.1 2)0.11 3)2.2 4) 0.22

7.ที่อุณหภมู ิท่ีกาหนด ใหป้ ฏิกิริยา H2(g) + I2(g) ↔ 2 H I
(g) มีค่าคงท่ี สมดุลเท่ากบั 9.0 ที่อณุ หภมู ิน้ีพบวา่ ที่ภาวะสมดุล
มี HI 0.30 โมล และ H2 0.20 โมล ในปริมาตร 1.0 ลิตร
จงหาจานวนโมลของ I2 ที่ภาวะสมดุลน้ี
1) 0.04 2) 0.05 3) 0.10 4) 0.085

GOALS

8. ในสารละลายของ AgCl (s) ท่ีสมดุลพบวา่ มี Ag+ อิออน
และ Cl– อิออนอยา่ งละ 1.34 x 10–5 โมล/ลิตร จงหา
ค่า Ksp ของ AgCl
1)9 x 10–9 2) 9 x 10–10 3) 1.8 x 10–
9 4)1.8 x 10–10

9.กาหนดใหป้ ฏิกิริยาเกิดตามสมการ 2A ↔ B + C ถา้ เร่ิมตน้
มีสาร A เขม้ ขน้ 2.00 mol/dm3 เม่ือถึงสมดุลพบวา่
สาร A หายไป 0.60 mol/dm3 ค่าคงที่สมดุลของปฏิกิริยาน้ี
เป็นไปตามขอ้ ใด

1) 0.73 2) 0.18 3) 4.59 x 10–2 4) 6.43 x 10–2

10.กาหนดสมการ SO2 + NO2 ↔ SO3 + NO และ
ใหค้ วามเขม้ ขน้ เริ่มตน้ ของ SO2 เป็น 0.5
mol/dm3 และ NO2 เป็น 0.6 mol/dm3 เม่ือปฏิกิริยา
สิ้นสุดลงมี NO2 เหลือ 0.2 mol/dm3 จงหาค่าคงที่สมดุล
1) 8 2) 6 3) 3 4) 2

ความหมายกันเลย

สมดุลเคมี หมายถึง สภาวะที่ความเขม้ ขน้
ของสารต้งั ตน้ และสารผลิตภณั ฑไ์ ม่
เปล่ียน แปลงอีกแมเ้ วลาผา่ นไป เราจะ
เรียกวา่ ปฏิกิริยาเคมีน้นั อยใู่ นสมดุล
(equilibrium) ท้งั น้ี การดาเนินไป
ของปฏิกิริยาไม่ไดส้ ิ้นสุดลงแตร่ ะบบยงั คง
มีการเปลี่ยนแปลงอยตู่ ลอดเวลา เรียกวา่
สมดุลไดนามิก

ปฏกิ ริ ิยาทผ่ี นั กลับได้

การเปลี่ยนแปลงที่ผนั กลบั ได้ หมายถึง การเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึนแลว้
สามารถกลบั มาเป็นอยา่ งเดิมไดอ้ ีกหรือในปฏิกิริยาเคมี หมายถึง การที่
สารต้งั ตน้ เปลี่ยนแปลงไปเป็นสารผลิตภณั ฑแ์ ละในขณะเดียวกนั สาร
ผลิตภณั ฑก์ ส็ ามารถเปล่ียนกลบั มาเป็นสารต้งั ตน้ ไดอ้ ีกถา้ การ
เปล่ียนแปลงของสารหน่ึงๆ (สารต้งั ตน้ )ไปเป็นสารผลิตภณั ฑจ์ นหมด
แสดงวา่ เป็นการเปล่ียนแปลงอยา่ งสมบูรณ์ไม่สามารถผนั กลบั ไดแ้ ตถ่ า้
เปล่ียนไปแลว้ สามารถผนั กลบั ไดเ้ รียกวา่ เป็นการเปล่ียนแปลงอยา่ งไม่
สมบรู ณ์จะเขา้ สู่สมดุลไดต้ วั อยา่ งของปฏิกิริยาเคมีท่ีผนั กลบั ได้

การเปลยี่ นแปลงที่ทาให้เกิดภาวะ
สมดุล

เม่ือนาของเหลวท่ีระเหยไดจ้ านวนหน่ึงใส่ในภาชนะท่ีมีฝาปิ ดต้งั ทิ้งไว้
ในหอ้ งท่ีมีอุณหภมู ิคงที่ จะพบวา่ ระดบั ของเหลวจะลดลงจนในที่สุดจะ
คงท่ี การท่ีเป็นเช่นน้ีเพราะของ เหลวบางส่วนระเหยกลายเป็นไอ และไอ
บางส่วนกค็ วบแน่นกลบั มาเป็นของเหลวอีกในตอนแรกการระเหยจะ
มากกวา่ การควบแน่น ทาใหร้ ะดบั ของเหลวลดลงแต่เมื่อเวลาผา่ นไป การ
ควบแน่นจะมากข้ึนและในท่ีสุดอตั ราการระเหยและการควบแน่นจะ
เท่ากนั ทาใหร้ ะดบั ของของเหลวคงท่ี เรียกภาวะท่ีระบบมีการ
เปล่ียนแปลงเท่ากนั น้ีวา่ ภาวะสมดุล

เม่ือระบบอยใู่ นภาวะสมดุล สมบตั ิต่าง ๆ ของระบบจะคงที่ เช่น
ความดนั ความหนาแน่น ความ ถว่ งจาเพาะ ความเขม้ ขน้ และความเขม้
ของสีเป็นตน้ การพจิ ารณาวา่ ระบบหน่ึงๆ อยใู่ นภาวะสมดุลหรือไม่
ตอ้ งใชเ้ วลาเท่าใดจึงจะอยใู่ นภาวะสมดุลใหพ้ ิจารณาจากสมบตั ิตา่ ง ๆ
ของระบบดงั ที่กล่าวมาแลว้ เช่นอาจจะดูจากสีของระบบ จากปริมาณ
ของตะกอนในระบบหรือจากความดนั ของระบบ นอกจากจะดูดว้ ยตา
เปล่าแลว้ อาจจะทาใหเ้ ห็นชดั ข้ึนโดยการนาสมบตั ิตา่ ง ๆ ของระบบมา
เขียนกราฟร่วมกบั เวลาที่ใช้ ถา้ เป็นระบบที่เกิดภาวะสมดุล เม่ือถึง

ระยะเวลาหน่ึงสมบตั ิเหล่าน้นั จะคงที่ ดงั กราฟตวั อยา่ งต่อไปน้ี

สมบตั ิของระบบอาจจะค่อย ๆ ลดลงจนถึงเวลา t แลว้ คงที่
หรือคอ่ ย ๆ เพ่ิมข้ึนจนถึงเวลา t แลว้ คงที่ ดงั น้นั t จึงเป็น
เวลาท่ีระบบเริ่มอยใู่ นภาวะสมดุล ถา้ ไม่มีส่ิงใดมารบกวน
สมดุล สมบตั ิของระบบจะคงท่ีตลอดไป ลกั ษณะของกราฟ
จะเป็นเส้นตรงขนานกบั แกนเวลา ในกรณีท่ีระบบน้นั ไม่มี
ภาวะสมดุล หรือในกรณีท่ีปฏิกิริยาน้นั เกิดข้ึนอยา่ งสมบรู ณ์
กราฟที่แสดงสมบตั ิของระบบจะไม่คงท่ี ถา้ สมบตั ิเหล่าน้นั
ลดลงกจ็ ะลดลงจนกลายเป็ นศนู ย์

ถัดไป

สมดุลในปฏกิ ิรยิ าเคมี

- ภาวะสมดุล เม่ือระบบหน่ึง ๆ มีการเปล่ียนแปลงชนิดผนั กลบั ได้ เม่ือการ
เปล่ียนแปลงถึงภาวะหน่ึงสมบตั ิตา่ งๆของระบบเช่น สี ปริมาณสาร ใน
ระบบน้นั จะคงท่ี ณ ภาวะน้ีเรียกวา่ ภาวะสมดุล ภาวะสมดุลน้ีจะเกิดใน
ระบบปิ ดเท่าน้นั

- ภาวะสมดุลของระบบแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
1.ภาวะสมดุลระหวา่ งสถานะ
2.ภาวะสมดุลอิ่มตวั
3.ภาวะสมดุลในปฏิกิริยาเคมี

- สมดุลไดนามิก เป็นภาวะที่ยงั คงมีการเปล่ียนแปลงในระบบอยู่
ตลอดเวลา แตผ่ ลจากการเปล่ียนแปลงตลอดเวลาน้นั ยงั ทาใหร้ ะบบมี
สมบตั ิคงท่ี ท้งั น้ีเพราะอตั ราการเปลี่ยนแปลงไปขา้ งหนา้ เท่ากบั อตั ราการ
เปล่ียนแปลงยอ้ นกลบั

โดยทวั่ ไปของภาวะสมดุลคือมีการเปล่ียนแปลงไปขา้ งหนา้ และยอ้ นกลบั อยู่
ตลอดเวลาน้นั คือโมเลกลุ ต่างๆมิไดห้ ยดุ นิ่ง อตั ราการเปลี่ยนแปลงไปขา้ งหนา้
และยอ้ นกลบั มีค่าเท่ากนั ระบบตอ้ งมีสมบตั ิคงท่ีแตร่ ะบบที่มีสมบตั ิไม่คงท่ีไม่
จาเป็นตอ้ งอยใู่ นภาวะสมดุลเสมอไป ตอ้ งเป็นการเปลี่ยนแปลงท่ีเกิดข้ึนใน
ระบบปิ ดเท่าน้นั

ภาวะสมดุลในปฏิกิริยาเคมี เกิดโดยมีการเปล่ียนแปลงกลบั ไปกลบั มา
ระหวา่ งสารต้งั ตน้ และสารผลิตภณั ฑ์ ดงั น้นั ที่ภาวะสมดุลระบบจะตอ้ งมีสาร
ต้งั ตน้ และสารผลิตภณั ฑช์ นิดปนอยดู่ ว้ ยกนั ในปริมาณที่คงท่ี (ไม่จาเป็นตอ้ ง
เท่ากนั ) เสมอ ท่ีภาวะสมดุลที่วา่ สมบตั ิคงที่ เช่น ความเขม้ ขน้ คงท่ี แต่ไม่ได้
หมายความวา่ สารทุกชนิดในระบบที่ภาวะสมดุลมีความเขม้ ขน้ เท่ากนั

ถดั ไป

คา่ คงที่สมดลุ กับปฏิกิยาเคมี

ค่าคงท่ีสมดุล อตั ราส่วนระหวา่ งผลคณู ของความเขม้ ขน้ ของ
ผลิตภณั ฑแ์ ต่ละชนิด ยกกาลงั ดว้ ย สมั ประสิทธ์ิบอกจานวนโม
ลของผลิตภณั ฑน์ ้นั ๆ กบั ผลคูณของความเขม้ ขน้ ของสารต้งั ตน้ ท่ี
เหลือยกกาลงั สมั ประสิทธ์ิบอกความเขม้ ขน้ ของสารที่เหลือน้นั ท่ี
ภาวะสมดุลจะมีค่าคงที่เมื่ออณุ หภมู ิคงที่

ค่าคงท่ีสมดุลคานวณไดจ้ ากความเขม้ ขน้ ของสารที่สมดุลเม่ือ
ทราบค่าคงท่ีสมดุลแลว้ เรากอ็ าจคานวณหาความเขม้ ขน้ ที่ไม่
ทราบค่าได้ คา่ คงท่ีสมดุลช่วยใหเ้ ราทานายทิศทางการ
เกิดปฏิกิริยาเขา้ สู่สมดุลได้ และช่วยใหเ้ ราคานวณความเขม้ ขน้
ของสารต้งั ตน้ และสารผลิตภณั ฑเ์ มื่อเขา้ สู่สมดุลแลว้

ตัวอย่าง

ไม่คิดของแขง็ และสารบริสุทธ์ิ
เม่ือ K = ค่าคงท่ีสมดุล
[ ] = ความเขม้ ขน้ ของสาร มีหน่วยเป็น โมล/ลิตร
a,b,c,d = สมั ประสิทธ์ิบอกจานวนโมลของสารในปฏิกิริยาท่ี

สมดุลแลว้
การบอกคา่ k จะตอ้ งอา้ งถึงสมการเสมอ เพราะจานวนโมลของ

สารเปล่ียนไปคา่ k จะเปล่ียนไปดว้ ยปฏิกิริยาหน่ึงๆ ถา้ มีคา่ k มาก
แสดงวา่ เกิดผลิตภณั ฑไ์ ดม้ ากกวา่ ปฏิกิริยาที่มีคา่ k นอ้ ย (ตอ้ งพิจราณาที่
อณุ หภมู ิเดียวกนั ) คา่ k ไม่ไดบ้ อกวา่ ปฏิกิริยาน้นั เกิดเร็วหรือชา้ แตจ่ ะ
บอกวา่ มากหรือนอ้ ย ค่า k จะเปล่ียนเมื่ออณุ หภมู ิเปล่ียนเท่าน้นั

การคานวณเกย่ี วกบั คา่ คงทสี่ มดลุ

ข้นั ตอนการคานวณหาค่าคงท่ีสมดุล

1. เขียนสมการพร้อมดุล
2. เขียนความเขม้ ขน้ ของสารต้งั ตน้
3. เขียนความเขม้ ขน้ ของสารที่เปล่ียนไป
4. เขียนความเขม้ ขน้ ของสารท่ีภาวะสมดุล ( จากข้นั ที่ 2 + ข้นั ท่ี 3 )
5. เขียนคา่ คงที่สมดุลจากข้นั ท่ี 1
6. แทนค่าความเขม้ ขน้ ของสารต่าง ๆ ท่ีภาวะสมดุล จากข้นั ที่ 4 ลงในข้นั
ท่ี 5
7. คานวณหาตวั แปร จากข้นั ที่ 6
8. ตอบคาถามจากโจทยท์ ่ีกาหนด

ความสัมพนั ธ์ของค่า K

1. ถา้ กลบั สมการ คา่ K จะกลบั เศษเป็นส่วน
2. ถา้ นาสมการมารวมกนั ค่า K จะนามาคูณกนั
3. ถา้ เอาเลขคูณท้งั สมการ ค่า K นามายกกาลงั เลขน้นั
4. ถา้ นาสมการมาลบกนั ค่า K จะนามาหารกนั

มีท้งั หมด 4 แนวทาง
1. ใหห้ า ค่าคงท่ีสมดุล โดยกาหนดความเขม้ ขน้ ใหท้ ุกคา่
2. ใหห้ าคา่ คงที่สมดุล โดยกาหนดความเขม้ ขน้ ใหบ้ างค่า ส่วนค่าที่เหลือ
หาจากสมการเคมี
3. กาหนดคา่ คงท่ีสมดุลให้ และหาความเขม้ ขน้ ของสารแตล่ ะตวั
4. การหาค่า K เมื่อมีการรบกวนสมดุล

แนวทางที่ 1 ให้หา ค่าคงที่สมดุล โดยการกาหนดความเข้มข้นให้ทุกค่า

แนวทางที่ 2 ให้ค่า K โดยการกาหนดความเข้มข้นให้บางค่า ส่วนค่าที่
เหลอื หาจากสมการ



แนวทางที่ 3 การกาหนดค่า K มาให้ และให้หาความเข้มข้นของสารแต่ละตัว

แนวทางท่ี 4 การหาค่า Kc หรือหาความเข้มข้น เมื่อมกี ารรบกวนสมดุล

ใชห้ ลกั การท่ีวา่ ค่าคงที่ใหม่ เท่ากบั คา่ คงที่เดิม หรือ Kc ใหม่ = Kc
เดิม
ตวั อยา่ ง ที่ 500 องศาเซลเซียส ณ ภาวะสมดุลของปฏิกิริยาในภาชนะ
ขนาด 1.0 ลิตร มี กา๊ ซA, B, C และ D เท่ากบั 4.0, 3.0, 2.0 และ 1.0
mol ตามลาดบั ถา้ เติม A 1.0 mol จงหาความเขม้ ขน้ ของสารต่าง
ๆ ที่ภาวะสมดุลใหม่

ถดั ไป

ปัจจัยทม่ี ีผลต่อภาวะสมดลุ
(ความเขม้ ขน้ )

ความเข้มข้น
ความเขม้ ขน้ ของสารมีผลต่อภาวะระบบ เเต่ไม่มีผลตอ่ ค่าคงที่

สมดุล (K)
ถา้ เพม่ิ ความเขม้ ขน้ ในระบบภาวะสมดุล ระบบจะปรับตวั ไป

ในทางที่ลดความเขม้ ขน้ ท่ีเติมลง ไป (ตรงขา้ มดา้ นท่ีเพ่มิ )
ถา้ ลดความเขม้ ขน้ ในระบบภาวะสมดุล ระบบจะปรับตวั ไป

ในทางท่เพิ่มความเขม้ ขน้ ที่เติมลงไป (ตรงขา้ มดา้ นท่ีลด)
ระบบจะเขา้ สู่สมดุลอีกคร้ังซ่ึงมีจานวนโมลของสารต้งั ตน้ และสาร
ผลิตภณั ฑต์ ่างไปจากสมดุลเดิมสมบตั ิกจ็ ะต่างไปจากเดิม

ถดั ไป

ปจั จยั ทม่ี ีผลต่อภาวะสมดุล
(ความดันและอณุ หภมู ิ)

อุณหภูมิ

อุณหภมู ิมีผลทาให้ (K) เปล่ียนไป
ถา้ เพ่ิมอณุ หภมู ิในปฏิกิริยาคายความร้อนมีผลทาใหส้ ารผลิตภณั ฑ์
คา่ K นอ้ ยลง
ถา้ ลดอุณหภมู ิในปฏิกิริยาดูดความร้อนมีผลทาใหส้ ารผลิตภณั ฑ์
ค่า K มากข้ึน

ความดัน

ความดนั มีผลต่อความเขม้ ขน้ ของสารที่เป็นแก๊สเท่าน้นั และไม่มีผลตอ่
สมดุล(K)
ถา้ เพมิ่ ความดนั จะเกิดปฏิกิริยาจากโมลมากไปโมลนอ้ ย
ถา้ ลดความดนั จะเกิดปฏิกิริยาจากโมลนอ้ ยไปโมลมาก

ถัดไป

สมดุลเคมใี นอตุ สาหกรรม

ใช้หลกั ของเลอชาเตอลเิ อ

คือ 1. ปรับตาแหน่งสมดุลใหม่ไปทางขวาเพอ่ื เพ่มิ ผลิตภณั ฑ์
2. ใชต้ วั เร่งปฏิกิริยาเพ่ือผลิตไดเ้ ร็ว
3. ปลอดภยั โดยใชอ้ ุณหภมู ิ และความดนั เหมาะสม

การผลิตแก๊สแอมโมเนียเป็ นปฏิกริ ิยาคายความร้อน

การลดอุณหภมู ิมีผลใหร้ ะบบปรับตวั ไปในทิศทางท่ีเกิดแก๊ส

แอมโมเนียมากข้ึน ซ่ึงเป็นไปตามหลกั ของเลอชาเตอลิเอ ความดนั ท่ี
พอเหมาะในการเตรียมแก๊สแอมโมเนียคือ 350 บรรยากาศ การเตรียมแก๊ส

แอมโมเนียในอตุ สาหกรรมจึงใชแ้ ก๊สไนโตรเจนทาปฏิกิริยากบั แก๊ส

ไฮโดรเจนที่อณุ หภมู ิ 500 องศาเซลเซียส ความดนั 350 บรรยากาศ โดยมี

เหลก็ เป็นตวั เร่งปฏิกิริยา กระบวนการสงั เคราะหด์ งั กลา่ วน้ีคน้ พบโดยนกั
เคมีชาวเยอรมนั ช่ือ ฟริตซ์ ฮาเบอร์ จึงเรียกกระบวนการน้ีวา่ กระบวนการ
ฮาเบอร์

การเตรียมแก๊ส SO3
เป็นปฏิกิริยาคายความร้อนการลดอณุ หภมู ิมีผลใหร้ ะบบปรับตวั ไปใน

ทิศทางท่ีเกิดแกส๊ ซลั เฟอร์ไตรออกไซดม์ ากข้ึน ซ่ึงเป็นไปตามหลกั ของเลอชาเตอลิ
เอ ใชภ้ าวะอณุ หภมู ิต่า ความดนั สูง ใช้ VO3 เป็นตวั เร่งปฏิกิริยา
การเตรียมแก๊สฟอสจีน

เป็นปฏิกิริยาดดู ความร้อน การเพมิ่ อณุ หภมู ิมีผลใหร้ ะบบปรับตวั ไปในทิศทาง
ที่เกิดฟอสจีนไดม้ ากข้ึน ซ่ึงเป็นไปตามหลกั ของเลอชาเตอลิเอ ใชแ้ กส๊ คลอรีนกบั
แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ ทาปฏิกิริยากนั ท่ีความดนั สูงอุณหภมู ิ 200 องศา
เซลเซียส โดยมีผงถ่านเป็นตวั เร่งปฏิกิริยา
4. การสังเคราะห์เพชร

การสังเคราะห์เพชร
เป็นปฏิกิริยาดูดความร้อน การเพ่มิ ความร้อนจึงทาใหไ้ ดป้ ริมาณผลิตภณั ฑม์ าก

ข้ึน ภาวะที่เหมาะสมในการสงั เคราะหเ์ พชรคือ อณุ หภูมิ 2000 องศาเซลเซียส
ความดนั ต้งั แต่ 50000 ถึง 100000 บรรยากาศ ใชโ้ ครเมียม เหลก็ หรือแพลทินมั
เป็นตวั เร่งปฏิกิริยาแ

การผลิตปูนดิบ
เน่ืองจากคา่ คงท่ีสมดุลของปฏิกิริยาน้ีข้ึนอยกู่ บั ความเขม้ ขน้ ของแก๊ส

คาร์บอนไดออกไซด์ ดงั น้นั จึงตอ้ งมีการถ่ายเทหรือระบายแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซดอ์ อกจากปฏิกิริยา เพ่อื ใหป้ ฏิกิริยาดาเนินไปในทิศทางที่
ทดแทนปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดท์ ี่หายไป จึงทาใหไ้ ดแ้ คลเซียมออกไซด์
หรือปนู ดิบมากข้ึน

สมดุลเคมีในสง่ิ มีชวี ิตและ
ส่งิ แดล้อม

การดารงชีวติ ของมนุษยจ์ ะเก่ียวขอ้ งกบั กระบวนการและปฏิกิริยาตา่ ง ๆ
ภายในร่างกาย ซ่ึงเกิดข้ึนในลกั ษณะของสมดุลไดนามิก เช่น กระบวนการหายใจ
และแลกเปลี่ยนแก๊สในระบบหมุนเวียนเลือด ในภาวะปกติขณะท่ีร่างกายพกั ผอ่ น
ผชู้ ายจะใช้ O2 ประมาณ 250 มิลลิลิตรต่อนาที และมีความตอ้ ง การเพ่มิ ข้ึนเมื่อ
ทากิจกรรมหรือออกแรงมากข้ึน O2 จะถกู ลาเลียงไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกาย
โดยรวมไปกบั โมเลกลุ ของ ฮีโมโกลบิน (Hb) ซ่ึงเป็นโปรตีนในเมด็ เลือดแดง
โมเลกลุ ของฮีโมโกลบินที่รวมอยกู่ บั O2 เรียกวา่ ออกซีฮีโมโกลบิน เขียน
สมการอยา่ งง่าย ๆ แสดงไดด้ งั น้ี

ปฏิกริ ิยาการสลายตัวของโซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิง้ โซดา
เวลาท่ีเราทาขนมประเภทเคก้ หรือขนมปัง จาเป็ นตอ้ งมีเบกกิ้งโซดาหรือผงฟู

(มีเบกกิ้งโซดาเป็นส่วนประกอบ) เป็นหน่ึงในส่วนผสม และเม่ืออณุ หภมู ิสูงข้ึน เบ
กกิ้งโซดาซ่ึงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์วา่ โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอนเนตหรือ
โซเดียมไบคาร์บอเนต จะเกิดปฏิกิริยาการสลายตวั และไดค้ าร์บอนไดออกไซด์
ออกมา ซ่ึงก๊าซน้ีเองที่ทาใหข้ นมฟนู ุ่มน่ารับประทาน

สมการเคมขี องปฏิกริ ิยาการสลายตัวของโซเดยี มไฮโดรเจนคาร์บอเนตหรือเบกกิง้
โซดา
NaHCO3 + heat ----> Na2CO3 + CO2+H20
โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (โซเดียมไบคาร์บอเนต) + ความร้อน ----> โซเดียม
คาร์บอเนต + คาร์บอนไดออกไซด์ + น้า

ปฏิกริ ิยาการหายใจแบบใช้ออกซิเจน (การหายใจแบบแอโรบิก)
ปฏิกิริยาการหายใจแบบใชอ้ อกซิเจน เป็นการสลายสารอาหารโดยใช้

ออกซิเจน เพ่ือใหเ้ กิดพลงั งานท่ีเซลลส์ ามารถนาไปใชไ้ ด้ โดยปฏิกิริยาน้ีจะเกิดข้ึนที่
เซลลใ์ นร่างกายของเรานน่ั เอง ซ่ึงในปฏิกิริยาน้ี สารอาหารอยา่ งกลโู คสจะรวมกบั
ออกซิเจนท่ีเราหายใจเขา้ ไป เกิดปฏิกิริยาเคมีและปลดปล่อยพลงั งานท่ีจาเป็นตอ่
เซลลอ์ อกมาในรูป ATP นอกจากน้ียงั มีคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละน้าที่ถกู ปลอ่ ย
ออกมาดว้ ย

สมการเคมีการหายใจแบบใช้ออกซิเจน
C6H12O6 + 6O2 ----> 6CO2 + 6H2O + energy
(36 ATPs)
กลโู คส + ออกซิเจน ----> คาร์บอนไดออกไซด์ + น้า + พลงั งาน (36 ATPs)

ปฏิกิริยาการเกิสนิมเหลก็
หลายคร้ังที่เราเห็นมีดในครัว กญุ แจ หรือราวสะพานลอยมีสีแดงเพราะถกู สนิม

เหลก็ จบั มนั คือตวั อยา่ งของการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชนั หรือการสูญเสีย
อิเลก็ ตรอนจากวงโคจรภายในอะตอมของมนั ใหก้ บั โมเลกลุ อ่ืน ซ่ึงนอกจาก
ปฏิกิริยาออกซิเดชนั ที่เกิดข้ึนกบั เหลก็ แลว้ ยงั มีปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนกบั ทองแดง ทาให้
เกิดเป็นสนิมสีเขียว และปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนกบั โลหะเงิน ทาใหเ้ กิดเป็นรอยด่างดวง
ข้ึนมาดว้ ย

สมการเคมีของการเกดิ สนิมเหล็ก
4Fe + 3O2 + 3H2O ----> 2Fe2O3.3H2O
เหลก็ + ออกซิเจน + น้า ----> เหลก็ ออกไซด์ (สนิมเหลก็ )

ปฏิกริ ิยาการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน (การหายใจแบบแอนาโรบิก)
ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใชอ้ อกซิเจนเกิดข้ึนทุกวนั แตก่ ารหายใจแบบไม่

ใชอ้ อกซิเจนในสิ่งมีชีวติ แต่ละชนิดจะใหผ้ ลิตภณั ฑท์ ่ีตา่ งกนั หากเป็นพืช รา และ
ยสี ต์ ปฏิกิริยาการหายใจแบบไม่ใชอ้ อกซิเจนจะไดผ้ ลิตภณั ฑเ์ ป็นเอทานอล
คาร์บอนไดออกไซด์ และพลงั งานออกมา ส่วนในกลา้ มเน้ือของคนเรา การหายใจ
แบบไม่ใชอ้ อกซิเจนจะเกิดข้ึนเม่ือร่างกายไม่สามารถนาออกซิเจนส่งไปยงั
กลา้ มเน้ือไดท้ นั และเพียงพอ เช่น กรณีท่ีมีการออกกาลงั กายอยา่ งหนกั และยาวนาน
ซ่ึงจะทาใหก้ ารสลายกลโู คสในเซลลก์ ลา้ มเน้ือไม่สมบรู ณ์ และเกิดเป็นกรดแลกติก
สะสมในกลา้ มเน้ือ ทาใหเ้ กิดอาการปวดหรือกลา้ มเน้ือลา้ ได้

สมการเคมีการหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจนในยสี ต์
C6H12O6 ----> 2C2H5OH + 2CO2 + energy
กลโู คส ----> เอทานอลหรือเอทิลแอลกอฮอล์ + คาร์บอนไดออกไซด์ + พลงั งาน

การสันดาปหรือการเผาไหม้เชื้อเพลิง
ทุกคร้ังที่เราจุดไมข้ ีดไฟ ไฟแชก็ หรือก่อกองไฟ จะมีปฏิกิริยาเคมีอยา่ งหน่ึง

เกิดข้ึน นนั่ คือปฏิกิริยาการสันดาปหรือการเผาไหมเ้ ช้ือเพลิง ซ่ึงนอกจากจะมี
เช้ือเพลิงที่ติดไฟ เช่น มีเทน โพรเพน ไฮโดรเจน แลว้ ยงั ตอ้ งมีก๊าซออกซิเจนเพ่ือ
ช่วยทาใหไ้ ฟติด และความร้อนดว้ ย จึงจะทาใหไ้ ดพ้ ลงั งาน ตลอดจนน้าและก๊าซ
คาร์บอนไดออกไซดอ์ อกมา

สมการเคมีของการเกดิ สนิมเหลก็
4Fe + 3O2 + 3H2O ----> 2Fe2O3.3H2O
เหลก็ + ออกซิเจน + น้า ----> เหลก็ ออกไซด์ (สนิมเหลก็ )

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง (Photosynthesis)
การสังเคราะห์ดว้ ยแสงเป็นปฏิกิริยาเคมีที่เกิดข้ึนในพชื พืชจะดดู กลืนพลงั งาน

แสงจากดวงอาทิตยม์ าใชเ้ พอ่ื เปล่ียนคาร์บอนไดออกไซดแ์ ละน้าใหเ้ ป็นอาหาร
(กลโู คส) ของพืช และมีผลพลอยไดค้ ือ ออกซิเจน ออกมา ปฏิกิริยาน้ีเก่ียวขอ้ งกบั
ชีวิตประจาวนั ของเราโดยตรง เพราะนี่คือกระบวนการผลิตอาหารท่ีสาคญั ของโลก
อีกท้งั ยงั เป็นการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซดใ์ หเ้ ป็นกา๊ ซออกซิเจนที่เรา
สามารถใชห้ ายใจดว้ ย

สมการเคมขี องกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
6CO2 + 6H2O + light ----> C6H12O6 + 6O2
คาร์บอนไดออกไซด์ + น้า + แสง ----> กลโู คส + ออกซิเจน

ปฎิกริ ิยาสะเทิน
ปฏิกิริยาการสะเทินเกิดจากการท่ีกรด เช่น น้าส้มสายชู น้ามะนาว กรดซลั ฟิ ว

ลิก และเบส เช่น เบกกิ้งโซดา สบู่ อะซีโตน เขา้ ทาปฏิกิริยากนั ไดพ้ อดี เกิดเป็น
ผลิตภณั ฑเ์ กลือและน้า ท้งั น้ีเกลือที่ไดไ้ ม่จาเป็นตอ้ งเป็นเกลือโซเดียมคลอไรด์
เสมอไป ข้ึนกบั สารต้งั ตน้ ซ่ึงอาจทาใหไ้ ดเ้ ป็นเกลือโพแทสเซียมคลอไรด์ ซ่ึงมี
รสชาติเคม็ เหมือนกนั แตอ่ นั ตรายสาหรับผปู้ ่ วยโรคไตมากกวา่ เกลือโซเดียมคลอ
ไรด์

สมการเคมีของปฏิกิริยาการสะเทิน
HCl + KOH ----> KCl + H2O
ไฮโดรเจนคลอไรด์ (กรด) + โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ (เบส) ----> โพแทสเซียม
คลอไรด์ (เกลือ) + น้า

แบบฝึกหดั

เฉลย

ขอ้ 1 ตอบ 1
ขอ้ 2 ตอบ 3
ขอ้ 3 ตอบ 1
ขอ้ 4 ตอบ 3
ขอ้ 5 ตอบ 3
ขอ้ 6 ตอบ 2
ขอ้ 7 ตอบ 2
ขอ้ 8 ตอบ 4
ขอ้ 9 ตอบ 3
ขอ้ 10 ตอบ 1

ต้งั ใจเรยี นเคมนี ะคะ......


Click to View FlipBook Version