รายงานโครงงานวชิ าการงานอาชีพ ประเภทภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน (ทอเส่ือ)
จดั ทาโดย
นางสาวชลธิชา บวั เทิง เลขที่ 9
นางสาวนนั ทพร วนั สา เลขที่ 10
นางสาวขนิษฐา อุตรักษ์ เลขที่ 12
นางสาวกนกวรรณ สิงห์ดอนแกว้ เลขท่ี 19
ครูท่ีปรึกษา
คุณครูวนิดา บุญพิเชฐวงศ์
โรงเรียนสตรีราชินูทิศ สานกั งานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษา เขต20
รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนประกอบของโครงงานวิชาการงานอาชีพ
ประเภทภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 5/16
จดั ทาโดย
นางสาวชลธิชา บวั เทิง เลขที่ 9
นางสาวนนั ทพร วนั สา เลขที่ 10
นางสาวขนิษฐา อตุ รักษ์ เลขท่ี 12
นางสาวกนกวรรณ สิงห์ดอนแกว้ เลขท่ี 19
ครูที่ปรึกษา
คุณครูวนิดา บญุ พิเชฐวงศ์
ช่ือโครงงาน การทอเส่ือ เลขท่ี 9
ผู้จดั ทา นางสาวชลธิชา บวั เทิง เลขที่ 10
เลขที่ 12
นางสาวนนั ทพร วนั สา เลขที่ 19
นางสาวขนิษฐา อตุ รักษ์
นางสาวกนกวรรณ สิงห์ดอนแกว้
ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปี ที่ 5/16
ประเภท ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน
ครูท่ปี รึกษา คุณครูวนิดา บุญพเิ ชฐวงศ์
ทม่ี าและความสาคัญ เป็นภูมิปัญญาชาวบา้ นท่ีมีมาต้งั แตส่ มยั โบราณ ชาวบา้ นมกั จะนาตน้
กกไปตากแหง้ เพ่ือนามาทอเส่ือ นาไปเป็นอาชีพหลกั และอาชีพเสริมเพ่ือสร้างรายไดใ้ หแ้ ก่ตน
และครอบครัว
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพือ่ สร้างรายไดใ้ หแ้ ก่ตนเองและชุมชน
2. เพอ่ื ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์
3. เพอื่ ส่งเสริมหรือสนบั สนุนสินคา้ ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน
4. เพ่อื อนุรักษแ์ ละนาไปตอ่ ยอดในการสร้างอาชีพ
ประโยชย์ทค่ี าดว่าจะได้รับ
1. สามารถสร้างรายได้
2. คนในชุมชนมีงานมากข้ึน
3. อนุรักษว์ ฒั นธรรมใหแ้ ก่ลูกหลานไดศ้ ึกษา
งบประมาณค่าใช้จ่าย
1. ค่าไมก้ ก 80บาท
บทท2่ี
เอกสารที่เกย่ี วข้อง
โครงงานวชิ าการงานประเภทภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น เน้ือหาในบทน้ีจะนาเสนอทฤษฎีที่
เก่ียวขอ้ ง ดงั น้ี
1 อปุ กรณ์ในการทอเส่ือ
2 ความหมายของเสื่อ
3 ประโยชน์ของเส่ือ
4 วธิ ีการทอเส่ือ
5 งานวิจยั ท่ีเก่ียวขอ้ ง
อุปกรณ์ในการทอเส่ือ
1 ตน้ กก
2 สียอ้ มกกตราหวั ชา้ ง
3 กอ้ ดา้ ย
4 กรรไกร
5 โฮมทอเสื่อ กวา้ ง 1 เมตร ยาว 2 เมตร
6 ไมส้ อดกก
7 ฟื มทอเส่ือ 1 เมตร
8 โฮมทอเส่ือ กวา้ ง 1 เมตร ยาว 2 เมตร
เส่ือคืออะไร
เสื่อคือเครื่องสานชนิดหน่ึงที่เอาไวใ้ ชป้ ู นง่ั นอน สมยั โบราณครอบครัวไทยนง่ั รับประทาน
อาหารกบั พ้ืน โดยใชเ้ สื่อปูลาดบนพ้นื บา้ น
ปะโยชน์ของเส่ือ
1ใชป้ ูพ้นื สาหรับนง่ั หรือทากิจกรรมตา่ งๆ
2.สร้างรายไดจ้ ากการจาหน่าย
3.มีความคิดสร้างสรรคใ์ นการคิดคน้ ลายของเสื่อ
4.มีความอดทนในการทอเสื่อ
5.นาไปบริจาค เช่น การงานมงคลสมรส ทอดกฐิน
โทษของเส่ือ
- ตอ้ งพ่ึงพาการขนส่งสินคา้ เกษตรที่เป็นวตั ถุดิบซ่ึงมีค่าใชจ้ ่ายสูง
- เกษตรกรไมส่ ามารถปรับเปล่ียนวิธีคิดในการผลิตสินคา้ เกษตรหรือวตั ถุดิบเพ่อื รองรับ การ
เปล่ียนแปลง ของภาวะตลาดไดท้ นั เวลา
- ขาดความร่วมมือและผสานประโยชน์จากหลายหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ ง
- ความไมช่ ดั เจนในการกาหนดเป้าหมายในการผลิตและการจาหน่าย
- ไม่สามารถสร้างความแตกต่างของสินคา้ ได้ สินคา้ ประเภทเดียวกนั ท่ีมีการผลิตเป็น จานวน
มากทาใหไ้ มม่ ี ความโดดเด่นและมีราคาต่า ขาดการคิดเชิงกลยทุ ธ์ต้งั แตก่ ระบวนการแรกของ
การผลิตไปจนถึงกระบวนการสุดทา้ ย หรือคิดแต่จะลอกเลียนแบบ โดยไมค่ านึงถึงจุดแขง็ ของ
ตน ไมค่ าถึงตลาดที่จะรองรับรวมไปถึง ผบู้ ริโภคส่งผลใหส้ ินคา้
- ลน้ ตลาดและไม่สามารถระบายสินคา้ ไดแ้ ละทาใหร้ าคาต่า
- กระบวนการผลิตไม่ทนั สมยั ลดตน้ ทุนไม่ได้ เพ่ิมประสิทธิภาพและจานวนยาก
- ปัญหาในการหาตลาด การหาแหล่งระบายสินคา้ และการหาจุดขายรวมถึงการ สร้างแบรนด
วิธีการทอเส่ือ
ข้นั ตอนที่ 1 การสอยต้นกก
1. ตดั ตน้ กกสด
2. คดั เลือกตน้ กกท่ีมีขนาดเท่ากนั ไวด้ ว้ ยกนั
3. นาตน้ กกที่คดั แลว้ มาสอยเป็นเสน้ เลก็ โดยใชม้ ีดปลายแหลมคม(มีดแกะสลกั )
4. นาเส้นกกท่ีสอยแลว้ มาผ่งึ แดด ใหแ้ หง้ (ถา้ เป็นไปไดต้ อ้ งเป็นแดดที่กลา้ จดั )
5. นาเสน้ กกสอยท่ีตากแหง้ แลว้ มากมดั เป็ นมดั ๆ รอการยอ้ มสี
ข้นั ตอนท่ี 2 การย้อมสี
1. เลือกซ้ือสีสาหรับยอ้ มกกสี่ต่างๆ ท่ีมีสีสนั สวยงาม เช่น สีแดง สีชมพู สีเหลือง สีม่วง สีเขียว
2. ก่อไฟโดยไฟที่ใชต้ อ้ งสม่าเสมอ
3. นาป๊ี ป หรือกระทะใส่น้าพอประมาณท่วมเส้นกกนามาต้งั บนเตารอใหน้ ้าเดือด
4. พอน้าเดือดก็นาสีท่ีเลือกมาเทลง
5. นาเส้นกกที่คดั เลือกแลว้ ลงยอ้ มจนเพียงพอท่ีจะใชใ้ นการทอ
6. นาเสน้ กกที่ยอ้ มสีแลว้ ลงลา้ งในน้าเปล่าแลว้ นาไปตากแดดท่ีจดั จนแหง้
7. นาเสน้ กกท่ียอ้ มสีตากแหง้ แลว้ มากเกบ็ มดั รวมกนั โดยแยกเป็นสี แต่ละสี
ข้นั ตอนท่ี 3 การทอเสื่อกกลายขดิ ลายพื้นบ้านและลายบา
1. กางโฮงท่ีทาสาเร็จรูปแลว้ มากาง (โฮงท่ีใชข้ นาดทอคนเดียว)
2. นาเชือกในลอนสาหรับทอเสื่อมาโยงใส่ฟื มจนเสร็จ
3. ฟื มที่ใชต้ อ้ งมีขนาดเทา่ กบั เส้นกกและฟื มแต่ละฟื มกอ็ าจจะใชท้ อลายไม่เหมือนกนั
4. นาเส้นกกที่ยอ้ มสีตามจนแหง้ แลว้ นามาทอเสื่อลายขิดตามตอ้ งการซ่ึงมีหลายลายดว้ ยกนั
5. นาเส้นกกท่ีสอยและยอ้ มสีแลว้ เลือกวา่ จะใชส้ ีใดบา้ งท่ีจะทอเสื่อ
6. เลือกลายแลว้ เริ่มทอจนเป็นแผน่
7. พอทอเสร็จก็ตดั แลว้ หลงั จากน้นั ก็นาไปตากแดดเพือ่ ใหส้ ีไมอ่ อก
8. หลงั จากน้นั ก็นามาเก็บในที่ร่ม
งานวิจยั ที่เกย่ี วข้อง
รวจิ ยั คร้ังน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ศึกษาการผลิตการจาหน่าย และการใชป้ ระโยชน์ผา้ ขาวมา้ ในชุมชน
พฒั นารูปแบบผลิตภณั ฑป์ ระเภทกระเป๋ าจาก ผา้ ขาวมา้ เพอ่ื จาหน่ายเป็นสินคา้ OTOP และถา่ ยทอดเทคโนโลยี
เผยแพร่ความรู้ในการทา ผลิตภณั ฑก์ ระเป๋ าจากผา้ ขาวมา้ สู่ชุมชนและผสู้ นใจดาเนินการวิจยั โดยศึกษาขอ้ มลู
ท่ีเกี่ยวขอ้ ง เพื่อออกแบบ ผลิตภณั ฑก์ ระเป๋ าผา้ ขาวมา้ จานวน 60 แบบ โดยแบง่ ออกเป็น 4 กลุ่ม
กลุ่ม ละ 15 แบบประกอบดว้ ยกระเป๋ าหูหิ้ว กระเป๋ าถือ กระเป๋ าสะพาย
และกระเป๋ ายา่ ม จากน้นั คดั เลือกรูปแบบท่ีเหมาะสมกบั กลุม่ ตวั อยา่ งเพอื่ ใชเ้ ป็นตน้ แบบในการฝึกอบรม
จานวน 1 แบบนาไปถา่ ยทอดความรู้ใหก้ ลมุ่ ชุมชนในตาบลหนองหนองหลกั อาเภอไชยวาน
จงั หวดั อุดรธานีจานวน 40 คน และสารวจความพึงพอใจในการฝึกอบรมดว้ ย
แบบสอบถาม เก็บรวบรวมขอ้ มูล นาขอ้ มลู มาวเิ คราะหโ์ ดยใชส้ ถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ
และคา่ เฉลี่ย ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลพบวา่
ขอ้ มูลพ้ืนฐานของกลมุ่ ตวั อยา่ ง ท้งั หมดเป็นเพศหญิง ส่วน ใหญ่มีอายุ 51 ปี ข้นึ ไป การศึกษาอยใู่ นระดบั มธั ยม
ตน้ มีอาชีพเกษตรกรและมีรายไดต้ อ่ เดือน 5,001-10,000 บาท สาหรับความพงึ พอใจในการอบรมแบ่งออกเป็น
3 ดา้ นไดแ้ ก่
ดา้ นการดาเนินงาน
ในการจดั อบรม ดา้ นวทิ ยากร และดา้ นความคิดเห็นในภาพรวม พบวา่ กลมุ่ ตวั อยา่ ง ส่วนใหญ่มีความพงึ พอใจ
ในทุกดา้ น
อยใู่ นระดบั มากที่สุด และเมื่อวเิ คราะหโ์ ดยการหาค่าเฉล่ีย พบวา่ กลุ่มตวั อยา่ งมีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั
มากที่สุดในทกุ ขอ้ ของท้งั 3 ดา้ น
บทท3่ี
อปุ กรณ์ และวิธีการทา
อปุ กรณ์ในการทอเสื่อ
1 ตน้ กก
2 สียอ้ มกกตราหวั ชา้ ง
3 กอ้ ดา้ ย
4 กรรไกร
5 โฮมทอเสื่อ กวา้ ง 1 เมตร ยาว 2 เมตร
6 ไมส้ อดกก
7 ฟื มทอเส่ือ 1 เมตร
8 โฮมทอเส่ือ กวา้ ง 1 เมตร ยาว 2 เมตร
วิธีการดาเนินงาน
1 ประชุมแผนการดาเนินงาน
2 ออกแบบอุปกรณ์
3 การประดิษฐส์ ่ิงประดิษฐ์
ข้นั ตอนการประดิษฐ์
ข้นั ตอนท่ี 1 การสอยต้นกก
1. ตดั ตน้ กกสด
2. คดั เลือกตน้ กกท่ีมีขนาดเท่ากนั ไวด้ ว้ ยกนั
3. นาตน้ กกท่ีคดั แลว้ มาสอยเป็นเสน้ เลก็ โดยใชม้ ีดปลายแหลมคม(มีดแกะสลกั )
4. นาเสน้ กกที่สอยแลว้ มาผ่งึ แดด ใหแ้ หง้ (ถา้ เป็นไปไดต้ อ้ งเป็นแดดที่กลา้ จดั )
5. นาเส้นกกสอยที่ตากแหง้ แลว้ มากมดั เป็นมดั ๆ รอการยอ้ มสี
ข้นั ตอนที่ 2 การย้อมสี
1. เลือกซ้ือสีสาหรับยอ้ มกกส่ีต่างๆ ที่มีสีสันสวยงาม เช่น สีแดง สีชมพู สีเหลือง สีมว่ ง
2. ก่อไฟโดยไฟท่ีใชต้ อ้ งสม่าเสมอ
3. นาปี๊ ป หรือกระทะใส่น้าพอประมาณทว่ มเสน้ กกนามาต้งั บนเตารอใหน้ ้าเดือด
4. พอน้าเดือดกน็ าสีท่ีเลือกมาเทลง
5. นาเส้นกกที่คดั เลือกแลว้ ลงยอ้ มจนเพยี งพอที่จะใชใ้ นการทอ
ข้นั ตอนที่ 3 การทอเส่ือกกลายขิด ลายพืน้ บ้านและลายบา
1. กางโฮงท่ีทาสาเร็จรูปแลว้ มากาง (โฮงท่ีใชข้ นาดทอคนเดียว)
2. นาเชือกในลอนสาหรับทอเส่ือมาโยงใส่ฟื มจนเสร็จ
3. ฟื มที่ใชต้ อ้ งมีขนาดเทา่ กบั เส้นกกและฟื มแตล่ ะฟื มกอ็ าจจะใชท้ อลายไม่เหมือนกนั
4. นาเส้นกกท่ียอ้ มสีตามจนแหง้ แลว้ นามาทอเส่ือลายขิดตามตอ้ งการซ่ึงมีหลายลาย
ดว้ ยกนั
5. นาเส้นกกที่สอยและยอ้ มสีแลว้ เลือกวา่ จะใชส้ ีใดบา้ งท่ีจะทอเสื่อ
6. เลือกลายแลว้ เร่ิมทอจนเป็นแผน่
7. พอทอเสร็จกต็ ดั แลว้ หลงั จากน้นั กน็ าไปตากแดดเพอ่ื ใหส้ ีไม่ออก
8. หลงั จากน้นั ก็นามาเกบ็ ในที่ร่ม
บทท4่ี
ผลการดาเนนิ งาน
เราใชเ้ วลาในการทอเสื่อ 2 วนั ระหวา่ งวนั ท่ี 19-20 สิงหาคม 2563
หลงั จากท่ีไดป้ ระดิษฐเ์ ส่ือข้ึนมาแลว้ เราสังเกตวา่ เสื่อมีขนาดเลก็ และน่ารัก เหมาะสาหรับ
คูร่ ักท่ีนาเส่ือผืนน้ีไปปิ กนิกหรือไปนาเล่นไดท้ ่ีสวนสาธารณะไดอ้ ีกดว้ ย
บทท5่ี
สรุป อภปิ รายผลการดาเนินการ
สรุปผลการดาเนนิ การ
จากการดาเนินการในการทอเส่ือ สรุปผลการทดลองตามจุดหมายจึงออกมา ดงั น้ี
1 ไดเ้ ส่ือคุณภาพดีจากตน้ กก ท่ีสามารถประดิษฐแ์ ละใชไ้ ดด้ ว้ ยตนเอง
2 ไดเ้ สื่อท่ีสามารถนาไปขายสร้างเป็นอาชีพเสริมได้
3 เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพหลกั หรืออาชีพเสริมตอ่ ไปในอนาคต และใหผ้ อู้ ื่นสามารถ
ศึกษาและนาไปพฒั นาใหด้ ีข้ึนไป
อภิปรายผลการดาเนนิ งาน
จากการประดิษฐเ์ ส่ือ สามารถใชง้ านไดจ้ ริงและนาไปขายไดจ้ ริง สารมารถใชง้ านไดจ้ ริง
สารมารถสร้างรายไดไ้ ดอ้ ีกดว้ ย
ประโยชย์ทไ่ี ด้รับ
1. สามารถสร้างรายได้
2. คนในชุมชนมีงานมากข้ึน
3. อนุรักษว์ ฒั นธรรมใหแ้ ก่ลูกหลานไดศ้ ึกษา