1
ก
คำนำ
เอกสารสรุปโครงการสัมมนาวิชาการด้านสาธารณสุข เรื่อง “วัคซีนโควิดเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่”
เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาสัมมนางานสาธารณสุข (Public Health Seminar) รหัสวิชา 5224 444
ปีการศกึ ษา 2564 มีวัตถปุ ระสงค์เพ่อื ให้นกั ศกึ ษาไดเ้ รยี นรู้หลักการสัมมนา การเตรยี มประเดน็ ในการ
สัมมนา การเลือกประเด็นในหัวข้อสัมมนา การเรียบเรียงประเด็นในการสัมมนา และดำเนินการ
จัดสัมมนาทางสาธารณสุข นำเสนอและการร่วมสัมมนารวมทั้งเทคนิค วิธีการสังเคราะห์องค์ความรู้
ที่ไดจ้ ากการสมั มนาและฝกึ ทดลองการจดั สัมมนา
โดยเนื้อหาภายในรปู เล่ม เป็นการนำเสนอดว้ ยวาจา (Oral presentation) เรื่อง “วัคซีนโควิด
เปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่” ซึ่งหัวข้อที่นำมาสัมมนา Oral presentation ประกอบด้วย หัวข้อทัศนคติต่อ
วัคซีน การบริหารจัดการวัคซีน อัตราการระบาดและการป่วยเพิ่มขึ้น และการรับวัคซีนอย่าง
ทั่วถึง เอกสารฉบับนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีต้องขอขอบพระคุณอาจารย์ประจำรายวิชา และอาจารย์
ประจำกลุ่มทุกทา่ นท่ีให้คำปรึกษาและคำแนะนำในการดำเนินงานสัมมนา หวงั เปน็ อยา่ งย่ิงว่าเอกสาร
ฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและผู้ที่สนใจในหัวข้อต่างๆไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดพลาด
ประการใดจงึ ขออภัยมา ณ ที่นด้ี ว้ ย
คณะผ้จู ัดทำ
ข
สารบญั หน้า
ก
เร่ือง ข
คำนำ ง
สารบัญ ฉ
สารบญั ภาพ
สารบญั ตาราง 2
บทที่ 1 8
- โครงการสมั มนาวิชาการเร่ือง “วคั ซีนโควิดเปลย่ี นวิถชี วี ิตใหม่” 11
- กำหนดการโครงการสมั มนาวชิ าการ 11
บทที่ 2 การนำเสนอโครงการสมั มนาทางวิชาการเรื่อง “วคั ซีนโควดิ เปลยี่ นวิถี 17
ชีวติ ใหม่” 19
ทัศนคตติ อ่ วคั ซนี 20
- วัคซีนปอ้ งกันโรคโควิด-19 22
- วคั ซีนในไทยท่ีมีให้และวัคซีนทางเลอื ก 23
- เรียบเรยี งทัศนคตจิ ากแบบสอบถาม 23
- สรุปด้านการประเมินความรอบรู้เรอ่ื ง วัคซีนโควดิ -19 24
- บรรณานุกรม 24
การบริหารจัดการวคั ซีน 25
- การจดั หาวัคซีน 27
- การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของวัคซีน 29
- การเก็บรักษาวัคซนี 31
- การกระจายวัคซีนโดยภาครัฐและเอกชน 33
- ตรวจสอบคณุ ภาพวคั ซนี 34
- มาตรฐานและคุณภาพการใหว้ ัคซนี 34
- ระบบข้อมลู ข่าวสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ 36
- บรรณานุกรม 38
อตั ราการระบาด/การปว่ ยเพ่ิมขนึ้ 40
- ความหมายการระบาดของโรคโควดิ -19
- อัตราการแพร่ระบาด R0-Basic reproductive number
- สถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดเชื้อไวรัสโคโรนา
- เฮิร์ด อมิ มูนิตี้ (Herd Immunity)/ภมู ิคุ้มกันหมู่
สารบญั (ตอ่ ) ค
เรอ่ื ง หน้า
- สรุปโรคโควดิ -19 และภูมิคมุ้ กันหมู่ 42
- บรรณานุกรม 43
44
ความครอบคลุมของวคั ซีน 44
- สถานการณก์ ารไดร้ ับวัคซนี ทว่ั โลก 48
- กลไกการขบั เคล่ือนและการเตรยี มบุคคลากรในการดำเนินงาน 48
- การดำเนินงานในการบริการวคั ซนี โควดิ -19 50
- การจดั ทำรายงานและผลการให้วคั ซีน 54
- การกำกับติดตามการดำเนนิ งาน 57
- บรรณานกุ รม
59
บทที่ 3 สรปุ รายงานการประเมินโครงการสมั มนาทางวิชาการ 60
เรือ่ ง “วัคซีนโควิดเปลีย่ นวถิ ีชวี ิตใหม่” 60
61
- หลกั การและเหตผุ ล 63
- วัตถปุ ระสงค์การประเมนิ ผล 63
- ขอบเขตการประเมินผล 64
- นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ 64
- ผลท่ีคาดว่าจะได้รบั 64
- กรอบแนวคดิ 65
- การดำเนินการประเมินผล 66
- ประชากร 66
- ตัวแปรที่ประเมนิ ผล 67
- เครื่องมือทใี่ ช้ในการประเมินผล 68
- การสร้างและพฒั นาเคร่ืองมือ 72
- การเก็บรวบรวมเครอ่ื งมือ 82
- การวิเคราะห์ข้อมลู
- ตวั แปรและเกณฑใ์ นการประเมินผล
- ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
- ข้อเสนอแนะในการดำเนนิ โครงการ
สารบัญ (ตอ่ ) ง
ภาคผนวก หน้า
- ภาคผนวก ก 102
- ภาคผนวก ข 112
- ภาคผนวก ค 129
จ
สารบัญภาพ
ภาพที่ หน้า
ภาพที่ 1 การจัดสรรวคั ซนี 13
ภาพท่ี 2 เหตุการณร์ ะบาดโรคโควิด 19 เป็นวงกวา้ ง 19
ภาพท่ี 3 ค่าR0 แตล่ ะสายพันธ์ุ 21
ภาพที่ 4 สถานการณก์ ารระบาดเช้ือไวรสั โควิด 19 ในประเทศไทย 22
ภาพท่ี 5 สถานการณก์ ารระบาดเชื้อไวรสั โควดิ 19 ในประเทศไทย 23
ภาพท่ี 6 กราฟแสดงเปอรเ์ ซ็นผูค้ นท่ไี ด้รบั วคั ซีนท่วั โลก 25
ภาพท่ี 7 ตวั อยา่ งแบบฟอร์มรายงานเหตกุ ารณไ์ ม่พงึ ประสงคภ์ ายหลงั ไดร้ ับการสรา้ งเสรมิ 30
ภมู ิค้มุ กันโรค
ภาพท่ี 8 แผนผงั การดำเนนิ งานเฝา้ ระวังเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับ 32
วคั ซนี โควิด 19
ภาพท่ี 9 แผนผังแนวทางติดตามความปลอดภัยเชิงรุกของวัคซนี โควดิ 19 สำหรับบคุ ลากร 34
ทางการแพทย์และประชาชน
ภาพท่ี 10 ตัวอยา่ งแบบฟอร์มรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับการสร้างเสริม 36
ภูมคิ มุ้ กันโรค
ภาพท่ี 11 แผนผงั การดำเนนิ งานเฝ้าระวงั เหตุการณ์ไม่พึงประสงคภ์ ายหลังไดร้ ับวัคซนี โควิด 38
19
ฉ
สารบญั ตาราง
ตารางท่ี ประชากรทใี่ ช้ในการประเมนิ ผล หน้า
1 ตวั แปรและเกณฑ์ในการประเมินโครงการ 64
2 ขอ้ มูลลักษณะสว่ นบุคคล (n=216) 68
3 เปรยี บเทียบวัตถปุ ระสงคข์ องโครงการกบั วตั ถุประสงค์ของรายวชิ าสัมมนา 72
4 สาธารณสขุ 74
การประเมินในบริบทและความจำเป็น
5 การประเมนิ ปัจจยั เบอ้ื งต้น (Input Evaluation) 75
6 การประเมนิ กระบวนการ (Process Evaluation) 76
7 การประเมินผลผลติ (Product Evaluation) (n=216) 78
8 เปรยี บเทยี บจำนวนผูต้ อบถูกความรกู้ ่อนและหลงั การจัดสัมมนาสาธารณสุข 79
9 รายขอ้ (n=216) 83
เปรยี บเทียบคะแนนความรู้ก่อนและหลังการจดั สัมมนาสาธารณสุข (n=216)
10 ผลการประเมินผลผูน้ ำเสนอสัมมนาสาธารณสขุ เร่ือง วคั ซีนโควิดเปล่ยี นวถิ ี 86
11 ชีวิตใหม่ (n=57) 88
ผลการประเมินผลพธิ ีกร(2) สัมมนาสาธารณสขุ เร่ือง วัคซนี โควิดเปลี่ยนวถิ ี
12 ชีวิติใหม่ (n=57) 91
ผลคะแนนแบบประเมินการมีสว่ นร่วมรายบุคคลแยกตามฝา่ ยทีร่ บั ผดิ ชอบ
13 ผลคะแนนการมีส่วนรว่ มของแตล่ ะฝ่ายจากการประเมนิ ของนักศึกษา 93
14 สบ.สสช.ช้ันปีที่ 4 95
บทที่ 1
โครงการสัมมนาทางวชิ าการ
เร่อื ง “วคั ซีนโควิดเปลย่ี นวิถีชวี ิตใหม่”
2
1. ช่ือโครงการ
โครงการสมั มนาทางวชิ าการ เร่ือง วัคซีนโควิดเปลี่ยนวิถีชวี ิติใหม่ (รปู แบบออนไลน์)
2. หน่วยงานทรี่ ับผดิ ชอบโครงการ
สาขาวชิ าสาธารณสุขชมุ ชน วิทยาลยั การสารธารณสุขสริ ินธร จงั หวดั ขอนแก่น สถาบันพระ
บรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข
3. ผรู้ บั ผดิ ชอบโครงการ
นักศึกษาหลักสูตรธารณสุขศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัย
การสาธารณสขุ สริ นิ ธร จังหวัดขอนแกน่
4. หลกั การและเหตุผล
โรคติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ไดร้ ับการยืนยันการระบาดครั้งแรกโดยรัฐบาล
สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยพบครั้งแรกที่ตลาดค้าอาหาร ในนครอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย์
ประเทศจีน เมื่อ ธันวาคม พ.ศ.2562 ซึ่งเป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดความเจ็บป่วยต่าง ๆ ตั้งแต่
โรคหวัดธรรมดาจนถึงโรคที่ทำให้เกิดความเจ็บป่วยอย่างรุนแรงทั้งในคนและสัตว์ที่พบระบาดและ
ส่งผลกระทบทั่วโลก เช่นโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) และ โรคระบบทางเดินหายใจ
เฉียบพลนั ร้ายแรง (SARS) รวมถงึ โรคติดเช้อื ไวรัสโคโรนา 2019 น้ดี ้วย ซึ่งแพรก่ ระจายไปยงั บุคคลอื่น
โดยการสัมผัสละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ติดเชื้อเข้าทางปากหรือการหายใจ ผู้ติดเชื้อจะมีอาการ
เช่นเดียวกับผู้ป่วยทีม่ ีการติดเชื้อในระบบทางเดนิ หายใจ โดยจะแสดงอาการตั้งแต่ระดับความรุนแรง
น้อย ได้แก่ คัดจมูก เจ็บคอ ไอ และมีไข้ จนถึงปอดอักเสบรุนแรง จนถึงแก่ชีวิต โดยพบว่าผู้สูงอายุ
และผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน และโรคหัวใจ เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงมากกว่ากลุ่มอื่นๆ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นการระบาดชนิด
Pandemic เนื่องจาก พบติดเชื้อ 223 ประเทศทั่วโลก สถิติ ณ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564
ณ เวลา 7.15 GMT มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 218 ล้านกว่าคน รักษาหายแล้ว 195 ล้านกว่าคน ยังรักษาตัว
อยู่ 18.63 ล้านกวา่ คน เสยี ชวี ิต 4.53 ลา้ นกว่าราย โดยประเทศทีม่ ีจำนวนผูป้ ่วยยนื ยนั 10 อันดับแรก
ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 40.11 ล้านกว่าราย,อินเดีย 30.81 ล้านกว่าราย,บราซิล 20.77 ล้านกว่าราย
,รสั เซยี 6.9 ล้านราย,องั กฤษ 6.7 ล้านราย,ตุรกี 6.3 ลา้ นราย,อารเ์ จนตินา 5.1 ล้านราย,อหิ ร่าน 4.99
ล้านราย และโคลัมเบีย 4.90 ล้านราย ในวันเดียวกันนี้ประเทศไทย มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,219,531
ราย รักษาหายแล้ว 1,040,768 ราย มียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 11,841 ราย ซึ่งอยู่ในลำดับท่ี29 ของ
โลก(Worldmeters Coronavirus ,2021)
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย สง่ ผลให้มผี ้ตู ดิ เช้ือรายวัน
เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก กระทบต่อการให้บริการของทีมแพทย์และพยาบาลและสถานที่รองรับผู้ติด
3
เชื้อที่มีไม่เพียงพอ กระทรวงสาธารณสุข จึงมีนโยบายให้ผู้ติดเชื้อที่ยังไม่มีอาการ หรือมีอาการเพียง
เล็กน้อย หรือประเมินแล้วเป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียว สามารถกลับไปแยกกักตัวที่บ้าน หรือบางราย
กลบั ไปแยกกักตัวในภูมิลำเนาของตวั เองได้ เพ่อื ช่วยให้สถานพยาบาลหรือสถานท่ีรองรับผู้ป่วยมีเพียง
พอท่ีจะรกั ษาผู้ติดเชือ้ ท่มี อี าการรนุ แรงได้ และในเขตกรงุ เทพมหานคร กรมการแพทย์ ได้ออกแนวทาง
ปฏิบัติและการจัดบริการผปู้ ว่ ยโควิด-19 แบบ Home Isolation กรณีระหว่างรอเขา้ รับการรกั ษาแบบ
ผู้ป่วยในโรงพยาบาล หรือระหว่างรอครบกำหนด 14 วัน หรือหลังจำหน่ายจากโรงพยาบาลหรือ
สถานที่รัฐจัดให้ก่อนกำหนด ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง อาจไม่จำเป็นต้องได้รับการ
ดูแลรักษาแบบผู้ป่วยในของโรงพยาบาล หรอื อย่โู รงพยาบาลเพียงระยะสั้น ๆ แล้วไปพักฟ้ืนต่อท่ีบ้าน
หรือสถานที่รัฐจัดให้ ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการน้อยส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ดีขึ้นจนหายสนิท อย่างไรก็ตาม
ในช่วงปลายสัปดาห์แรก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการมากขึ้นได้ ผู้ป่วยจึงควรสังเกตอาการตนเอง เม่ือ
ไม่แน่ใจสามารถโทรศัพท์ปรึกษาหรือเข้าไปรับการตรวจที่โรงพยาบาล โดยติดต่อไปยังโรงพยาบาล
กอ่ น เพื่อรบั การดูแลรักษาท่ีเหมาะสมต่อไป นอกจากน้ีประเทศไทยยังมีมาตรการที่จะยบั ย้งั การเเพร่
ระบาดของโรคโควิด-19 โดยการให้วัคซีนแก่ประชาชน ครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มอายุของ
ประชากรไทย ซึ่งพบว่าประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีให้บริการทั่วโลก ในปัจจุบันนี้มีอยู่ 3 ชนิด ได้เเก่
ชนิที่มีการตัดต่อพันธุกรรม mRNA ,ชนิด Vector และวัคซีนเชื้อตาย ซึ่งวัคซีนแต่ละประเภทจะมี
ประสิทธิภาพในการยับย้ังการตดิ เชื้อ ลดอัตราการการนอนโรงพยาบาล เเละอาการเจบ็ ปว่ ยรุนเเรงได้
เเตกต่างกัน ปัจจุบันประเทศไทยได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่ยังไม่ครอบคลุม โดยประชากร
ไทยได้รับวัคซีนเเล้ว จำนวน 31,771,819 โดส คิดเป็น 35.4% ของประชากร ได้รับฉีดวัคซีนของ
Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและ
นวัตกรรม ,2564) การจัดสรรวัคซีนแยกตามกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ บุคคลากรทางการแพทย์และ
สาธารณสุข ,เจ้าหน้าที่ด่านหน้า , อาสาสมัตรสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน , ผู้มีโรคเรื้อรงั 7 กลุ่มโรค ,
ประชาชนท่วั ไป , ผู้มีอายุ 60 ปีข้นึ ไป เเละหญิงตั้งครรภ์
ดังนั้น กลวิธีที่จะส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้รับทราบข้อมูลด้านต่างๆได้อย่าง
ถูกตอ้ งและทนั ต่อเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ท้งั ในด้าน
ความรู้ ทัศนคติ การปฏิบัติตัวในการป้องกันโรค และวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 นักศึกษาหลักสูตร
ธารณสุขศาสตรบณั ฑิต สาขาวชิ าสาธารณสุขชุมชน จงึ ได้จดั โครงการสัมมนาวิชาการ ในครงั้ นข้ี ้ึน
5. วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื ให้ผูเ้ ข้าร่วมสัมมนา มีความรู้ เรื่องการปอ้ งกนั โรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019
(COVID-19)
2. เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมสัมมนามีทัศนคติเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
2019 (COVID-19)
4
3. เพอ่ื ประเมินความพงึ พอใจของผู้เข้าร่วมสัมมนาวิชาการ เรอื่ ง วัคซนี โควิดเปลี่ยนวิถีชีวิติ
ใหม่ (รูปแบบออนไลน์)
6. ตัวชว้ี ดั ความสำเร็จและคา่ เป้าหมาย
1. ร้อยละ 80 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมการจดั สมั มนา เรื่องวัคซีนวัคซีนโควิดเปลี่ยนวิถีชีวิติใหม่
(รูปแบบออนไลน์)
2. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมสัมมนามีความรู้ ในการป้องกันตัวเองจากโรคติดเช้ือไวรัสโคโร
นา 2019 (COVID-19) อยใู่ นระดับดขี นึ้ ไป
3. รอ้ ยละ 80 ของผเู้ ขา้ ร่วมสมั มนามที ัศนคติในเรื่องวคั ซีน อยใู่ นระดบั ดีขน้ึ ไป
4. ร้อยละ 80 ของผู้เข้าร่วมสัมมนามีความพึงพอใจเกี่ยวกับการจัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง
วัคซีนวคั ซนี โควิดเปล่ยี นวิถีชวี ิตใิ หม่ (รูปแบบออนไลน์) อยใู่ นระดับดขี นึ้ ไป
7. กลมุ่ เป้าหมาย
การจดั สมั มนาครงั้ นี้ มีกล่มุ เปา้ หมายจำนวน 200 คน ดังน้ี
1. นักศกึ ษาวิทยาลัยการสารธารณสขุ สริ ินธร จังหวดั ขอนแก่น แบง่ เปน็
1.1 นกั ศกึ ษาหลกั สูตรสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑติ สาขาวชิ าสาธารณสขุ ชมุ ชน ชน้ั ปที ี่ 1 และ
ชั้นปที ่ี 2 จำนวน 100 คน
1.2 นักศกึ ษาหลกั สูตรสาธารณสุขศาสตรบณั ฑิต สาขาวิชาทันตสาธารณสขุ จำนวน 20 คน
1.3 นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาชาวิชาเทคนิคเภสัชกรรม
จำนวน 20 คน
1.4 นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาชาวิชาปฏิบตั ิการฉุกเฉินการแพทย์
จำนวน 20 คน
2.อาจารยพ์ ี่เลยี้ งจากโรงพยาบาลตา่ งๆ จำนวน 20 คน
3.อาสาสมคั รสาธารณสุขประจำหมูบ่ า้ น (อสม.) และบุคคลท่ัวไปท่ีสนใจ จำนวน 20 คน
8. รูปแบบ/สถานท่ีดำเนนิ การ
เป็นการจัดสัมมนาแบบออนไลน์โดยใช้สื่อกลางในการจัดคือโปรแกรม Google meet
วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ นธร จงั หวดั ขอนแก่น
9.ระยะเวลาในการดำเนินการวธิ กี ารดำเนินการ
18 กนั ยายน 2564
5
10. วธิ กี ารดำเนนิ การ ระยะเวลา พ.ศ. 2564
ม.ิ ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย.
กิจกรรม
ขน้ั เตรยี มการ
1. ประชมุ เพ่ือหาแนวทางการจัดสัมมนา
2. ศึกษาหาข้อมลู เสนอช่ือหัวขอ้ สมั มนาและสรุปช่ือเร่ือง
เพ่อื จดั ทำรายละเอยี ดสัมมนา
3. วางแผนออกแบบส่วนการทำงานและแบง่ หน้าท่ีการ
ทำงาน
4. จัดทำเอกสารประกอบการสัมมนา
5. จดั ทำโครงการสัมมนา เพ่ือขออนุมตั ิโครงการแต่งต้งั
คณะกรรมการดำเนินงาน
ข้นั ดำเนนิ การ
1. ประสานงานและจดั เตรยี มสถานท่ี วสั ดุ อปุ กรณ์และ
โสตทัศนูปกรณ์ สำหรบั การที่จัดสมั มนา
2. ตดิ ตอ่ ประสานงานทีมวิทยากรและกลุม่ เป้าหมาย
3. ประชาสัมพนั ธ์โครงการผ่านชอ่ งทางส่ือออนไลน์ และ
ชอ่ งทางอื่นๆ
4. ดำเนนิ การจัดสัมมนาวิชาการตามขอบเขตเน้ือหา
สมั มนา โดยกำหนดวนั ท่ีสมั มนา คือ 18 กนั ยายน พ.ศ.
2564 เวลา 08.30 – 12.00 น.
1. ทศั นคตติ ่อวัคซนี
2. การบริหารจดั การวคั ซีน
3. อัตราการระบาด/การป่วยเพ่ิมข้นึ
4. ความคลอบคลุมการได้รบั วคั ซนี
ข้ันประเมนิ โครงการ
ประเมินผล/สรุปผลการสัมมนา
จัดทำเอกสารสรุปการสมั มนา
6
11. งบประมาณ
งบประมาณซงึ่ ได้มาจากการสมบททนุ ภายในผู้รับผดิ ชอบโครงการ โครงการสัมมนา
ออนไลนท์ างวชิ าการ เร่อื ง วัคซีนโควดิ เปลี่ยนวถิ ีชีวติ ใิ หม่ ประจำปีการศึกษา 2564 โดยมีรายละเอียด
ดังนี้
1. คา่ สมนาคุณวิทยากรบรรยาย ชัว่ โมงละ 600 บาท x 4 ท่าน จำนวน 2,400 บาท
2. ค่าอาหารวา่ งและเคร่ืองด่ืม จำนวน 200 คน x 20 บาท จำนวน 4,000 บาท
รวมเป็นเงิน 6,400 บาท( แปดพนั สรี่ ้อยบาทถว้ น)
หมายเหตุ: ทง้ั นี้คา่ ใช้จ่ายตา่ งๆ สามารถเบิกถวั เฉลีย่ ได้ในทุกรายการในวงเงิน 6,400 บาท
12. ผลที่คาดวา่ จะไดร้ บั
ผเู้ ข้ารว่ มการสมั มนาในครงั้ นี้สามารถนำความรู้และแนวคิดทไี่ ดจ้ ากการสมั มนาไปปรับใช้ให้
มีความปลอดภัยทั้งในตัวเอง ครอบครวั และสังคมใหม้ ีความปลอดภัย สามารถป้องกนั ตัวได้อย่าง
ถกู ต้องในช่วงท่ีมีการระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โควดิ -19 มีทัศนคติทดี ีต่อการวัคซีนโควิด-19 และ
สามารถนำองค์ความรู้ท่ไี ด้จากการจัดสมั มนาทมี่ ีการแลกเปลี่ยนมุมมองและความคิดเห็นด้านตา่ งๆ
ไปเผยแพร่สู่สาธารณชน จนเกดิ เป็น องคค์ วามรู้ใหมท่ ี่มีประโยชน์ตอ่ ส่วนรวมได้
13. การประเมินผลโครงการ
1. ประเมนิ ผ้เู ขา้ รว่ มสัมมนา การป้องกนั โรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) โดยใชแ้ บบ
ลงทะเบียนเข้าร่วมสมั มนา
2. ประเมนิ ความรู้ ในการป้องกันโรคติดเช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ก่อนและหลงั การ
ดำเนินโครงการสัมมนา โดยใช้แบบทดสอบความรู้
3. ประเมินทัศนคติเก่ียวกบั การฉดี วัคซนี ป้องกันการตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
กอ่ นและหลงั การดำเนินโครงการสัมมนา โดยใชแ้ บบสอบถามทศั นคตเิ กีย่ วกับวัคซีน
4. ประเมนิ ความพงึ พอใจหลังการดำเนนิ โครงการสัมมนา โดยใชแ้ บบประเมินความพึงพอใจ
การเขา้ ร่วมโครงการสมั มนา
7
ตัวชวี้ ัดความสำเรจ็ วธิ ีประเมินผล เครอ่ื งมือท่ีใช้ในการประเมนิ
1. ประเมนิ ผเู้ ขา้ รว่ มสมั มนา
2. ร้อยละ 80 ของผูเ้ ขา้ รว่ มสัมมนามี -ทดสอบความรู้กอ่ นและหลังการ -แบบทดสอบความรู้
ความรู้ ในการป้องกันตวั เองจากโรค เขา้ ร่วมโครงการสัมมนา
ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-
19) ในระดับดีขนึ้ ไป
3. ร้อยละ 80 ของผู้เข้ารว่ มสมั มนา -ทำแบบสอบถามทัศนคตเิ ก่ียวกับ -แบบสอบถามทัศนคตเิ กย่ี วกับ
มที ศั นคติในเรือ่ งวัคซีนในระดับดขี ้ึน วคั ซนี ก่อนและหลัง วคั ซนี
ไป
4. รอ้ ยละ 80 ของผู้เข้าร่วมสัมมนามี -ทำแบบประเมินความพึงพอใจ -แบบประเมนิ ความพึงพอใจ
ความพงึ พอใจเกย่ี วกับวคั ซีนและ
สรา้ งเสริมความรู้เกี่ยวกบั วัคซีนได้
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ ในระดับดขี น้ึ ไป
8
กำหนดการสมั มนา
ผ่านระบบสมั มนาออนไลน์(Google Meet)
โครงการสัมมนาทางวิชาการ เรือ่ ง วคั ซีนโควิดเปล่ยี นวิถีชีวติ ใิ หม่
ณ วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ เวลา ๐๘.๓๐ น.- ๑๒.๐๐ น.
๐๘.๓๐ - ๐๘.๔๕ น. เรมิ่ เข้าระบบออนไลน์ / พิธกี รกล่าวทกั ทายผ้เู ขา้ ร่วมสัมมนา พรอ้ มแจง้
๐๘.๔๕ - ๐๙.๐๐ น. กำหนดการและแนะนำวทิ ยากร ดำเนินการโดยนายวัชรากร อเู่ พชร และ
นางสาวอรนติ ย์ ศรีมนตรี นกั ศึกษาชั้นปีท่ี ๔ หลกั สตู รสาธารณสุขศาสตร
๐๙.๐๐ - ๐๙.๑๕ น. บัณฑติ สาขาวชิ าสาธารณสขุ ชุมชน
๐๙.๑๕ - ๐๙.๕๐ น. กล่าวตอนรับและเปดิ สมั มนาออนไลน์ โดย ดร.สายณั ต์ แกว้ บญุ เรือง
หวั หนา้ หลกั สูตรสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าสาธารณสขุ ชมุ ชน
๐๙.๕๐ - ๑๐.๒๕ น. นายเนตพิ งษ์ ทาวงษ์ หัวหน้าโครงการสัมมนางานสาธารณสขุ
ดร.เสาวลกั ษณ์ ศรดี าเกษ ผูอ้ ำนวยการวทิ ยาลัยการสาธารณสุขสิรนิ ธร
๑๐.๒๕ - ๑๐.๓๕ น. จังหวัดขอนแกน่
๑๐.๓๕ - ๑๑.๑๐ น. ทำแบบทดสอบความร้เู กีย่ วกับวคั ซีนและแบบสอบถามทัศนคติเก่ยี วกบั
วัคซีน
เสวนา หัวขอ้ “วัคซนี โควดิ เปลีย่ นวิถีชวี ติ ิใหม่”
โดยมหี วั ขอ้ ย่อยดงั น้ี “ทัศนคติเกยี่ วกับวคั ซีน”
โดย ๑.นางสาวเนตรพศิ ทองดี ๒.นางสาวศุภรตั น์ เทยี นเเก้ว
๓.นายพงษธ์ ร โอภาสศริ วิ ฒั น์ นกั ศกึ ษาช้ันปที ่ี ๔
หลกั สตู รสาธารณสขุ ศาสตรบัณฑิต สาขาวชิ าสาธารณสุขชุมชน
หวั ข้อ “การบรหิ ารจัดการวัคซนี ”
โดย ๑.นางสาวกนกจันทร์ เดชประเสริฐ ๒.นางสาวดวงฤทยั ตุ่ยสีมา
นักศึกษาช้ันปที ่ี ๔ หลกั สตู รสาธารณสุขศาสตร์บัณฑติ สาขาวิชา
สาธารณสุขชุมชน และนายเจษฎา สรุ าวรรณ์ นกั วชิ าการสาธารณสุข
ชำนาญการ
พกั (กิจกรรมจากฝ่ายปฏคิ ม)
หวั ขอ้ “อตั ราการระบาด และการปว่ ยเพิม่ ข้นึ ”
โดย ๑.นางสาวปิยะวดี พรมกุล ๒.นางสาวศริ ิรตั น์ เพยี ศกั ดิ์
๓.นางสาวอรอนงค์ ปตั ถาวโร นกั ศกึ ษาชั้นปีที่ ๔
9
หลกั สูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑิต สาขาวชิ าสาธารณสุขชุมชน และ
นายวนั เฉลมิ รตั นวงษ์ นกั วิชาการสาธารณสขุ ปฏบิ ัติการ
๑๑.๑๐ - ๑๑.๔๕ น. หวั ข้อ “ความครอบคลมุ การได้รับวัคซนี ”
โดย ๑.นายปริวรรต บตุ รพรม ๒.นายนวพล ชำนาญ
๓.นางสาวสาวติ รี เวียงเงนิ นักศึกษาชนั้ ปีท่ี ๔
หลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์บัณฑติ สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน
๑๑.๔๕ - ๑๒.๐๐ น. ตอบข้อซักถาม / ทำแบบทดสอบความรเู้ กี่ยวกับวัคซนี และแบบสอบถาม
ทศั นคติเก่ยี วกบั วัคซนี และสรุปเนอ้ื หาการสัมมนาเรื่อง วัคซีนโควดิ เปลี่ยน
วถิ ีชวี ติ ใหม่
๑๒.๐๐ น. ปิดการสมั มนา
บทท่ี 2
การนำเสนอโครงการสมั มนาทางวิชาการ เรอ่ื ง วคั ซีนโควดิ เปล่ยี นวถิ ชี ีวติ ใิ หม่
11
ทศั นคตติ อ่ วัคซนี
1.วัคซนี ป้องกันโรคโควิด-19
วัคซีนในปัจจบุ ันทีอ่ นามัยโลก (WHO) อนุมัติให้ใช้ไดแ้ ล้วน้ัน จะมีอยู่ 7 ชนิด วัคซีนทีไ่ ด้รบั
การอนุมัติ ออกใบอนุญาต ได้รับอนุญาตให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือมีให้สำหรับใช้นอกการทดลองทาง
คลินิกผ่านช่องทางใด ๆ โดยหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานระดับชาติ หรือหน่วยงานอื่น 15 ชนิด
และวัคซีนในกำลังทำการทดลองทางคลนิ ิกระยะท่ี 3 2 และ1 มถี ึง 427 ชนดิ ซ่ึงทางผู้จัดทำจะขอพูด
ถึงวัคซีนที่อนามัยโลก(WHO) อนุมัติแล้ว และ วัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ ออกใบอนุญาต ได้รับอนุญาต
ให้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน หรือมีให้สำหรับใช้นอกการทดลองทางคลินิกผ่านช่องทางใด ๆ โดยหน่วยงาน
กำกบั ดูแล หน่วยงานระดับชาติ
วัคซีนท่ใี ช้ปอ้ งกันโรคโควดิ -19 ทง้ั หมด มอี ยู่ 4 ชนดิ หลัก ๆ ได้แก่
1.วัคซีนโควิด 19ชนิดสารพันธุกรรม (mRNA vaccines): Pfizer และ Moderna ผลิตจาก
สารพันธุกรรมของไวรัสทีก่ ่อให้เกิดโรคโควิด เมื่อฉดี วคั ซนี เขา้ มาในร่างกายจะกระตนุ้ ให้ร่างกายสร้าง
ภูมิคมุ้ กันต่อเชือ้ ไวรสั ขนึ้ มา
2.วัคซีนโควิด 19 ชนิดใชไ้ วรัสเปน็ พาหะ (Viral vector vaccines) : Johnson & Johnson
,Oxford –AstraZeneca, CanSino, Covishield รวมถึงวัคซีน Sputnik V ใช้หลักการฝากสาร
พันธุกรรมของเชื้อ SARS-CoV-2 เข้าไปในไวรัสพาหะ เช่น adenovirus เพื่อพาเข้ามาในร่างกาย
มนุษย์ และทำให้ร่างกายสร้างภมู คิ ุ้มกันตอ่ เช้อื ไวรัสข้ึนมา
3.วัคซีนโควิด 19 ที่ทำจากโปรตีนส่วนหนึ่งของเชื้อ (Protein-based vaccines): Abdala,
EpiVacCorona เป็นวัคซีนที่ประกอบด้วยโปรตีนของเชื้อ เช่น โปรตีนส่วนหนาม (spike protein)
แล้วนำมาผสมกับสารกระตุ้นภูมิ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส
ขึ้นมา เทคนิคนี้ใช้กันมานานแล้ว เพราะเป็นเทคนิคที่ใช้ผลิตวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนตับอักเสบ
ชนิด
4.วัคซีนโควิด 19 ชนิดเชื้อตาย (Inactivated vaccines) :Sinovac, Covaxin และ
Sinopharm ใช้ไวรัส SARS-CoV-2 ที่ถูกทำให้ตายแล้วมากระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเช้ือ
ไวรสั
12
ผูผ้ ลิต วัคซีนไฟเซอร์ วคั ซีนแอสตรา วคั ซนี จอหน์ สัน วคั ซีนโมเดอร์นา วัคซนี โควิ วัคซนี ซิโนฟารม์ วัคซนี ซิโนแวค
วนั ทไี่ ดร้ บั (Pfizer) เซเนกา แอนดจ์ อห์นสนั (J & (Moderna) ชิลด์ (Sinopharm) (Sinovac)
การอนุมตั ิ
วคั ซนี - องค์การอนามยั โลก (AstraZeneca) J) - องคก์ ารอนามยั โลก (Covishiel - องคก์ ารอนามัย - องค์การอนามยั
อนุมัติใชเ้ ปน็ กรณี อนุมัตใิ ช้วคั ซีนนี้ d) โลก อนุมัติใชเ้ ปน็ โลก
เทคโนโล ฉุกเฉนิ เป็นชนดิ แรก -องคก์ าร - องคก์ ารอนามยั โลก วนั ท่ี 30เมษายน ลำดบั ท่ี หกเมื่อ อนมุ ตั ใิ ช้เป็นลำดบั
ยี เมอื่ วนั ที่ 31 ธันวาคม อนามัยโลก อนุมัติใช้ 2564 - องคก์ าร วนั ที่ 7 พฤษภาคม ทเี่ จด็ เม่ือวนั ท่ี 1
ของวัคซีน 2563 อนมุ ัตใิ ช้เปน็ วคั ซนี ชนดิ นเี้ ปน็ - สำนักงาน อนามัยโลก 2564 มิถนุ ายน 2564
- สำนกั งาน กรณฉี กุ เฉิน ลำดับทสี่ าม วันที่ 12 คณะกรรมการ อนุมตั ใิ ช้ - สำนกั งาน ทงั้ นี้ เป็นวัคซีน ท่ี
ผลข้างเคี คณะกรรมการ เม่ือวันท่ี 16 มีนาคม 2564 อาหารและยา (อย.) เมอ่ื วนั ท่ี 15 คณะกรรมการ ไทยนำเข้ามาใช้
ยงท่ี อาหารและยา (อย.) กุมภาพันธ์ 2564 - สำนักงาน ข้นึ ทะเบียน กมุ ภาพนั ธ์ อาหารและยา เปน็ ชนดิ แรก อย.
อาจ ขึน้ ทะเบยี นเปน็ - สำนักงาน คณะกรรมการ เมือ่ วันท่ี 13 2564 (อย.) ขึ้นทะเบยี น ข้นึ ทะเบียนวัคซนี
เกิดขึน้ ลำดับทห่ี ก คณะกรรมการ อาหารและยา (อย.) พฤษภาคม 2564 - สำนักงาน เมอ่ื วันที่ 28 นี้
เมอ่ื วันท่ี 24มถิ ุนายน อาหารและยา ข้ึนทะเบียน เม่ือวันที่ คณะกรรมก พฤษภาคม 2564 เมื่อ วนั ที่ 22
2564 (อย.) ขึน้ 20 มกราคม 2564 นำสารพันธกุ รรม าร อาหาร กุมภาพันธ์
ทะเบียน แต่ยังไมมีการ ของโควดิ -19 และยา ผทู้ ี่ได้รบั วัคซนี ชนดิ 2564
เป็นวัคซนี ชนิด เมื่อวนั ที่ 20 นำเขา้ มายงั ทสี่ รา้ งโปรตีน สว่ น (อย.) ข้นึ นี้
mRNA มกราคม 2564 ประเทศไทย ปมุ่ หนามมา ทะเบยี นเมอื่ ครบ 2 โดส ในประเทศจีนมี
โดยการสังเคราะห์ สงั เคราะห์เปน็ รหัส วันที่ 15 จะสามารถ ป้องกนั การ ยืนยันถึง
สารพนั ธกุ รรม เปน็ วัคซนี ชนิดใช้ เปน็ วัคซนี ชนิดใช้ คำสั่ง กุมภาพนั ธ์ การติดเช้ือได้ ร้อย ประสทิ ธิภาพ ของ
เลียนแบบเช้อื ไวรสั ไวรสั ที่ ตดั แต่ง ไวรสั เปน็ พาหะ โดย S-spike mRNA 2564 ละ 79 และ วคั ซนี ชนดิ นค้ี ดิ เปน็
ข้นึ มา ทำงานโดย พันธกุ รรมเป็น การตดั ต่อสาร เม่ือฉดี เข้าไป เป็นวัคซีน ปอ้ งกันอาการปว่ ย รอ้ ยละ 78 ในกลุ่ม
การกระตนุ้ ให้ พาหะและใส่สาร พนั ธุกรรม ของเชอื้ โค จะทำใหร้ ่างกายผลติ ชนิด หนกั ไดร้ ้อยละ 100 ผู้ป่วยโควดิ ท่มี ี
รา่ งกาย สรา้ งโปรตนี พันธุกรรมของ วิด-19 มาใสใ่ น โปรตีนท่ี กระตนุ้ เดียวกับ และมีประสิทธภิ าพ อาการไม่ รุนแรง
สว่ นหนาม (Spike ไวรสั ไวรสั อะดโี นสายพนั ธุ์ ภมู คิ มุ้ กนั ให้ร่างกาย วัคซนี แอสต ยับย้ังวัคซีนโควดิ แตต่ ัวเลขยืนยัน
protein) เหมือน โควิด-19 ตดิ ไป 26 ของ มนุษย์ เพื่อ ร้จู กั เชอ้ื โรคและสร้าง ราเซเนกา สายพันธ์อุ ังกฤษได้ ประสิทธภิ าพของ
ไวรัส ด้วย เป็นการ เป็น “เวกเตอร์” หรือ ภูมคุ้มกนั ขนึ้ มา โดยผลติ ใน วัคซีน ชนิดน้ีมี
โคโรนา กระตุ้นภูมคิ ุ้มกนั พาหะ เข้าสูร่ า่ งกาย วคั ซีนมีความ ประเทศ พบผลข้างเคยี ง ความแตกต่างกนั
ใหร้ า่ งกายเลยน เพอื่ ให้ สรา้ ง ปลอดภยั อนิ เดยี คล้าย การฉดี วัคซนี ในหลายประเทศ
พบไดบ้ ่อยและมกั ไม่ แบบการ ตดิ เชอ้ื ภมู คิ มุ้ กนั ขนึ้ มา และไมม่ ีผลข้างเคยี ง ชนิดอ่นื ๆ ไดแ้ ก่
รนุ แรง เช่น มไี ข้ ไวรัสโควดิ -19 ท่ี นา่ เป็นห่วง อาการ เปน็ วคั ซนี ปวดศีรษะ มผี ลข้างเคยี ง
หนาวสั่น ปวดศรี ษะ ตามธรรมชาติ โดยทัว่ ไปมกั มอี าการ ชนิด เล็กน้อย
ปวดกลา้ มเนื้อ พบอาการปวด ปวด บวม เดียวกับ เช่น ปวดบริเวณที่
บวม คัน และมรี อยแดงบรเิ วณ ฉีด ปวดศรี ษะ
แดงบริเวณทฉ่ี ดี ทฉี่ ดี ออ่ นเพลยี
ปวด ศีรษะ
13
อ่อนเพลีย อ่อนเพลยี ปวดศรี ษะ ปวด ไมพ่ งึ ประสงค์ทว่ั ไป วคั ซีนแอสต ออ่ นเพลยี ออ่ นเพลีย ทอ้ งเสีย
ปวด บวม หรอื มี เหนื่อย เม่อื ยตามเนอ้ื ตวั มีไข้ ได้แก่ เจ็บปวดทจ่ี ดุ ราเซเนกา ปวดเมอ่ื ย ตามเน้อื ปวดเมอื่ ยตาม
รอยแดงบรเิ วณทีฉ่ ดี ปวดกล้ามเนื้อ หนาวสัน่ ในบางราย ฉีด ปวดเมือ่ ย ปวด โดยผลติ ใน ตวั มีไข้ อาการ ร่างกาย แต่อาการ
คลน่ื ไส้ อาเจยี น ปวดข้อ มี ไข้ พบว่ามลี มเลอื ดอุด ศรี ษะ ปวดกลา้ มเนอื้ ประเทศ หนาวสน่ั และ มักไม่ รุนแรง
หนาวสั่น คลื่นไส้ ตนั ร่วมกบั ภาวะเกล็ด และขอ้ พบรายงาน อนิ เดยี คล่ืนได้ โดยอาการ หายไปไดเ้ อง
พบ ภาวะลม เลือดต่ำ อาการแพรุนแรงใน เหลา่ นจ้ี ะหายไปได้ ภายใน 1-2 วัน
เลือดอุดตันกับ อัตรา 2.5 : 100,000 เอง ภายใน 1-2 วัน
เกลด็ เลอื ดต่ำ คน
ประมาณ 1 ตอ่
แสน ถึง 1 ต่อ
ลา้ น โดส
14
เกณฑก์ ารขึน้ ทะเบียนวัคซนี เพ่อื ใชใ้ นกรณฉี ุกเฉนิ ขององค์การอนามัยโลก
คุณสมบัติของวัคซนี เกณฑ์การประเมนิ ผล เกณฑก์ ารยื่นขอข้นึ ทะเบียน
วัคซีนเพ่อื ใช้ในกรณฉี ุกเฉนิ
-เพ่อื ป้องกนั โรคติดต่อร้ายแรงที่มี การประเมนิ ผลจะคำนึงถึง -มเี อกสารขอ้ มูลคุณภาพการผลติ
ความเสยี่ งตอ่ ชวี ติ และเสี่ยงต่อการ มาตรฐานขององคก์ ารอนามยั โลก -มีเอกสารขอ้ มูลทงั้ ท่ีไมใ่ ช่
ระบาดอย่างรุนแรง และตามมาตรฐานสากลทน่ี ำเสนอ การศกึ ษาทางคลนิ ิกและเอกสาร
-วคั ซีนท่ีมอี ยู่ในปจั จุบนั ไมส่ ามารถ ดา้ นประสิทธภิ าพ ความปลอดภัย ขอ้ มูลทางคลนิ กิ
รักษาโรคและ ปอ้ งกันการติดตอ่ และมีความเสยี่ งในระดับทีย่ อมรบั -แผนการตรวจสอบคุณภาพ
ของโรคได้ ได้ของ วัคซีน ตามข้อกำหนดของ ความปลอดภัย และ
-มีคุณสมบัติตามมาตรฐานการ ภาวะฉกุ เฉินด้านสาธารณสุข ประสทิ ธิภาพ รวมถงึ ข้อมูลใหมท่ ่ี
ผลิตท่ีได้คุณภาพ ระหว่างประเทศ (Public Health จะยื่นต่อองค์การอนามยั โลก
(Good Manufacturing Emergency of -รายละเอยี ดเครือ่ งหมายการค้า
Practices-GMP)
1.3 วัคซนี 15 ชนิดท่ีไดร้ บั การอนมุ ตั ิโดยอยา่ งน้อยหน่งึ ประเทศ
วคั ซนี ตามรายการด้านล่างคือวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ อนุญาต ออกใบอนุญาต ได้รับอนุญาตให้ใช้
ในกรณีฉุกเฉิน หรือมีให้สำหรับใช้นอกการทดลองทางคลินิกผ่านช่องทางใด ๆ โดยหน่วยงานกำ กับ
ดแู ล หน่วยงานระดบั ชาติ หรือหน่วยงานอ่นื
●Sputnik-V ประเภทวัคซีน Non-Replicating Viral Vector ผลิต สหพนั ธรัฐรสั เซยี
●Bharat Biotech: Covaxin วคั ซนี นี้อาจเรียกวา่ BBV152 ประเภทวคั ซีน ไมร่ ะบุ ผลิต อินเดยี
●CanSino: Ad5-nCoV วัคซีนนี้อาจเรียกว่า Convidecia ประเภทวัคซีน Non-Replicating Viral
Vector ผลติ ในจีน
●ZF2001 (ช ื ่ อ ก า ร ค ้ า ค ื อ RBD-Dimer) พ ั ฒ น า โ ด ย บ ร ิ ษ ั ท Anhui Zhifei Longcom
Biopharmaceutical ร ่ ว ม ก ั บ ห น ่ ว ย ง า น Institute of Microbiology Chinese Academy of
Sciences ผลิตโดยบริษัท Anhui Zhifei Longcom Biopharmaceutical เป็นชนิดวัคซีนซับยูนิต
ประกอบดว้ ยสไปก์โปรตีนชนิดทีพ่ ัฒนาขึน้ และมสี ารเสรมิ ฤทธิ์
15
●ZyCoV-D ผลติ โดยบริษัท Cadila Healthcare (Zydus Cadila) เป็นวคั ซีนชนดิ ดเี อน็ เอ
●INO-4800 ผลิตโดยบริษัท INOVIO Pharmaceuticals เป็นวัคซีนชนิดดีเอ็นเอ (ชนิด plasmid
pGX9501)
●Center for Genetic Engineering and Biotechnology (CIGB): CIGB-66 ป ร ะ เ ภ ท ว ั ค ซี น
หนว่ ยย่อยโปรตีน หรือชอ่ื เรยี ก Abdala ผลติ ในควิ บา
●Chumakov Center KoviVac ประเภทวัคซนี : ยังไมร่ ะบุ ผลติ ใน สหพนั ธรัฐรสั เซีย
●FBRI: EpiVacCorona ประเภทวัคซีน หน่วยย่อยโปรตีน ผลิต สหพนั ธรฐั รสั เซยี
●Gamaleya Sputnik Light ประเภทวัคซีน Non-Replicating Viral Vector ผลติ สหพันธรัฐรสั เซีย
●Kazakhstan RIBSP: QazVac วัคซีนนี้อาจเรียกว่า QazCovid-in ประเภทของวัคซีน ไม่ระบุ ผลิต
ใน คาซคั สถาน
●Medigen: MVC-COV1901 ประเภทวคั ซนี หนว่ ยย่อยโปรตีน ผลิตใน ใต้หวัน
●Minhai Biotechnology Co: วัคซีน SARS-CoV-2 (Vero Cells) วัคซีนนี้อาจเรียกอีกอย่างว่า
KCONVAC ประเภทวคั ซนี ไม่ระบุ ผลติ ใน จนี
●Shifa Pharmed Industrial Co: วคั ซีนเช้อื ตาย COVID-19 วัคซนี นอ้ี าจเรยี กอกี อยา่ งวา่ COVIran
Barekat ประเภทวัคซนี ไมร่ ะบุ ผลติ ใน อิหร่าน
(สาธารณรัฐอิสลาม)
●Takeda: TAK-919 (Moderna formulation) ประเภทวคั ซนี RNA ผลิตใน ญ่ีป่นุ
2.วคั ซีนในไทยท่ีมีให้ และทางเลอื ก
สำหรบั วัคซนี ปอ้ งกัน covid - 19 ในประเทศไทยทางเราจะแบง่ วคั ซีนเปน็ 3 กลุ่มหลกั ๆ
2.1 วัคซีนหลัก คือ วัคซีนที่ทางรัฐบาลจัดหามา โดยรัฐบาลมีนโยบายให้ประชากรทุกคนที่
อาศัยในประเทศไทย ทั้งคนไทยและต่างชาติ ที่จะได้รับวัคซนี covid-19 อย่างทั่วถึงโดยตั้งเป้าหมาย
ครอบคลุมรอ้ ยละ 70 ของประชากรไทยในปี 2564
สำหรับวัคซีนหลักอัปเดตล่าสุด ที่ผ่านการอนุมัติ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. มี
ดังนี้
2. 1.1 corovac หรอื sinovac covid-19 เป็นวัคซนี ท่นี ำเข้าจากประเทศจนี
ประสทิ ธิภาพ(จากข้อมูลการวิจัยในไทยล่าสุด) : 50.38%
16
กล่มุ เปา้ หมาย : ฉีดในผทู้ ีม่ อี ายรุ ะหวา่ ง 18-59 ปี
บริเวณท่ีฉดี : บริเวณต้นแขน จำนวน 2 เขม็ แตล่ ะเขม็ หา่ งกนั 2-4 สัปดาห์
ผลข้างเคยี ง : มไี ขเ้ ล็กน้อย ปวด บวม แดงบริเวณทฉ่ี ดี ซ่งึ อาการจะคงอยู่ช่วั คราว
2.1.2 astrazeneca เป็นวัคซีนที่นำเขา้ จากประเทศอังกฤษ เป็นวัคซีนที่ผลิตจากไวรัสอะ
ดโี น เปน็ พาหะ(พัฒนาโดยการนำไวรัสทถี่ กู ทำให้ออ่ นตวั ลงแลว้ ฝากลงในพันธุกรรมcovid-19)
ประสิทธภิ าพ(จากขอ้ มลู การวิจยั ในไทย) : 76%
กลุม่ เปา้ หมาย : ฉีดในผู้ทมี่ ีอายุ 18 ปขี น้ึ ไป โดยเฉพาะ 7 กล่มุ โรคเรอื้ รงั
บริเวณท่ฉี ีด : บรเิ วณตน้ แขน จำนวน 2 เขม็ แต่ละเข็มห่างกัน 10-12 สปั ดาห์
ผลข้างเคียง : ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้อ มีไข้ หนาวสั่น คลื่นไส้ บางกรณีมีการปวดและ
ระคายเคืองบริเวณฉีด
2.2 วัคซีนทางเลือก หรือ วัคซีนเสริม คือ วัคซีนที่มีประสิทธิภาพดี มีประโยชน์ในการป้องกัน
โรค แต่ไม่ได้อยู่ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข (วัคซีนพื้นฐาน) ดังน้ัน
เราจะเลือกฉีดหรือไม่ก็ได้ เพราะมีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งในปัจจุบัน วัคซีนทางเลือกเหล่านี้ได้มีการ
พัฒนาโดยการรวมหลาย ๆ วัคซีนในเข็มเดียว จึงทำให้ได้รับหลายภูมิคุ้มกันโรคในเข็มเดียว อีกทั้งยัง
ทำใหป้ ระหยดั ค่าใช้จ่ายลงได้อีกด้วย
วัคซีนทางเลือกที่รัฐสั่งซื้อเเล้ว อัปเดตล่าสุดตอนนี้ (ผ่านการอนุมัติสำนักงานคณะกรรมการอาหาร
และยา หรอื อย.) ไดเ้ เก่
2.2.1.ไฟเซอร์ (Pfizer) จำนวน 5-20 ล้านโดส* เป็นวัคซีนนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา
ประสทิ ธิภาพ : โดยรวม ร้อยละ 95
กลุ่มเป้าหมาย : กลุม่ อายุต้งั แต่ 18 ปีข้นึ ไป
บรเิ วณที่ฉดี : บริเวณต้นแขน จำนวน 2 เขม็
ผลขา้ งเคยี ง : ผลขา้ งเคยี งท่พี บได้บ่อย และไมร่ นุ แรงของวัคซนี ไฟเซอร์ มีดังนี้
มีไข้ หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อต่อ ท้องเสีย อ่อนเพลีย ปวด บวม
หรอื รอยแดงบริเวณทฉี่ ดี
2.2.2 จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson: J&J) จำนวน 5-10 ล้านโดส*
นำเขา้ จากประเทศสหรัฐอเมรกิ า เปน็ วัคซนี ชนิด mRna หรือชนดิ เชื้อเป็น
ประสิทธภิ าพ : โดยรวม ร้อยละ 66
17
กลมุ่ เป้าหมาย : กลุ่มอายุตง้ั แต่ 18 ปีขนึ้ ไป
บรเิ วณที่ฉดี : ฉดี 1เขม็
ผลข้างเคียง : ปวด บวม แดง ระคายเคือง บริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ไข้ อ่อนเพลีย
คลนื่ ไส้
2.2.3 สปตุ นกิ วี (Sputnik V) จำนวน 5-10 ล้านโดส* เปน็ วคั ซีนนำเขา้ จากประเทศรัสเซีย
เปน็ วคั ซีนชนิดท่ีผลติ จากไวรสั เป็นพาหะ
ประสิทธิภาพ : โดยรวม ร้อยละ 91.6 วคั ซีนท่ีผลติ จากไวรัสเป็นพาหะ
กลมุ่ เปา้ หมาย : กลมุ่ อายตุ ั้งแต่ 18 ปขี น้ึ ไป
บริเวณทฉ่ี ีด : บริเวณตน้ แขน จำนวน 2 เข็ม แต่ละเขม็ หา่ งกนั 3 สปั ดาห์
ผลขา้ งเคยี ง : ป่วยคล้ายไขห้ วัดใหญ่ ปวดศรี ษะ ออ่ นเพลีย
2.3 วคั ซีน covid-19 พระราชทาน คอื ผา่ นการอนุมัตจิ ากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ
ยา หรือ อย.
2.3.1.BBIBP-corV หรือ sinopharm เป็นวัคซีนนำเข้าจากประเทศจีน เป็นวัคซีนชนิดเชื้อ
ตาย
ประสิทธิภาพ : โดยรวม ร้อยละ 79
กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มอายุตั้งแต่ 18 ปีขึน้ ไป
บริเวณท่ฉี ีด : บรเิ วณตน้ แขน จำนวน 2 เขม็ แตล่ ะเข็มหา่ งกนั 2-4 สัปดาห์
ผลข้างเคียง : ปวดศรี ษะ อ่อนเพลยี อาจเกิดปฏิกริ ิยาบริเวณท่ีฉดี เช่น ปวด บวม แดง
แนวทางการฉีดวัคซนี covid-19 ในประเทศไทย
จากผลการประชุมคณะรัฐมนตีเมื่อ เดือนกรกฎาคม มีมติเสนอแนวทางการฉีดวัคซีน
แบบผสมสตู ร ดงั น้ี (กระทรวงสาธารณสุข เมอื่ 3 กนั ยายน พ.ศ. 2564
3.เรยี บเรยี งทศั นคตจิ ากแบบสอบถาม
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างนักศึกษาวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรจังหวัดขอนแก่น จำนวน
174 คน โดยสอบถามความตง้ั ใจทจ่ี ะฉดี วคั ซนี โควดิ - 19 จำเเนกเป็น 3 กลุ่มคะ่ ดังนี้
1. กลุม่ ที่ฉีดเเนน่ อน 77 คน คิดเป็น ร้อยละ 84.6 โดยมเี หตุผลดังน้ี
-เพือ่ ปอ้ งกนั การตดิ โควดิ -19
-วัคซนี โควิด -19 จะช่วยลดความรุนแรงของอาการ ถ้าหากติดเชอ้ื โควดิ
18
-การฉีดวัคซนี โควิด 19 จะช่วยปอ้ งกันการตดิ เชอ้ื โควดิ ได้ แม้ว่าจะไม่ถึง 100%
-มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด 19 นอกจากนี้ยังพบว่ามีเหตุผลอื่นๆ อีกเล็กน้อยที่ระบุมา
อาทิเชน่ การไม่มีทางเลอื กในการรับวัคซนี เเละมผี ลต่อการออกฝกึ งานของนักศึกษา
2. กลมุ่ ทีอ่ าจจะฉีด / ไมเ่ เนใ่ จ 13 คน คิดเป็นร้อยละ 14.3 โดยมเี หตุผลดงั น้ี
-เกรงว่าวคั ซีนโควดิ 19 อาจมีอาการข้างเคียงทเ่ี ปน็ อันตราย/ไม่ปลอดภยั
-อยากจะรอฉดี วคั ซนี โควดิ 19 ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพมากกว่านี้
-คิดวา่ วคั ซีนโควิด 19 อาจไมม่ คี ุณภาพ นอกจากนี้ยังพบเหตุผลอื่นๆ อาทิ เกรงว่าอาจจะ
เเพ้วัคซีนโควดิ , วคั ซนี โควดิ 19 อาจจะส่งผลต่อรา่ งกายอย่างอื่นที่เรายงั ไม่รู้ เปน็ ตน้
3. และกลุ่มไม่ฉีดแน่นอน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.1 เป็นส่วนน้อยและพบว่าเหตุผลมาจากการ
กลัวเข็มเเละการฉีดยา สำหรับแบบสอบถามทัศนคติกับวัคซีน ด้านการอ่าน หรือฟังข้อมูลข่าวสารท่ี
เก่ยี วกับวคั ซีนโควดิ 19 พบว่า ขอ้ ท่ีมีผู้ตอบเห็นด้วยมากทสี่ ุดคอื การฉีดวัคซีนโควิด 19 อาจมีอาการ
ไม่พึงประสงค์ได้ ร้อยละ 47.70 รองลงมาคือ ท่านคิดว่าวัคซีนโควิด 19 มีประโยชน์ ร้อยละ 44.83
การฉีดวัคซีนสามารถลดความรุนแรงของโรคโควิด 19 ได้ ร้อยละ 28.16 ข้อที่มีผู้เห็นด้วยมากคือ
คำแนะนำเรื่องวัคซีนโควิด 19 จากบุคลากรทางการแพทย์น่าเชื่อถือเห็นด้วยมาก 99 คน ร้อยละ
56.90 รองลงมาคอื การฉดี วัคซีนสามารถลดความรนุ แรงของโรคโควิด 19 ได้ ร้อยละ 48.85 และการ
ฉดี วคั ซีนสามารถปอ้ งกันการติดโควดิ 19 ได้ ร้อยละ 37.93
ข้อที่มีผู้เห็นด้วยปานกลางคือ วัคซีนโควิด 19 ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ร้อยละ 42.53
รองลงมาคือ วัคซีนโควิด 19 ที่ผลิตในปัจจุบันไม่น่าเชื่อถือ ร้อยละ 8.51 และการฉีดวัคซีน สามารถ
ป้องกันการตดิ โควดิ 19
19
4.สรุปดา้ นการประเมินความรอบรู้เรื่องวัคซีน โควดิ -19
1. เมือ่ อา่ น หรอื ฟังขอ้ มลู /ข่าวสารทเี่ กี่ยวกับวคั ซีนโควิด พบว่า ขอ้ ท่ีกลมุ่ ตวั อยา่ งพบบ่อยคร้ัง
คอื ท่านปรกึ ษา/หาขอ้ มลู จากมากกว่า 1 แหลง่ คดิ เป็นรอ้ ยละ 45.40 รองลงมา คอื ท่านได้พิจารณา
ความนาเชื่อถือของแหล่งข้อมูล คิดเป็นร้อยละ 37.36 และ ข้อมูลที่ท่านหาได้ มีประโยชน์ในการ
ตัดสินใจเข้ารบั การฉีดหรือไม่เขา้ รบั การฉดี วัคซนี โควดิ 19 คิดเปน็ รอ้ ยละ 36.78 ขอ้ ที่กล่มุ ตวั อย่างพบ
บางครั้ง คือ ท่านคิดว่าข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนโควิด 19 ที่ได้รับ ตรงกับความต้องการของท่าน คิดเป็น
ร้อยละ 52.87 รองลงมา คือ ท่านเจอคำศัพท์ที่ไม่รู้จัก คิดเป็นร้อยละ 48.28 และท่านพบข้อมูล ที่
ท่านต้องการ คิดเป็นร้อยละ 46.55 ข้อที่กลุ่มตัวอย่างพบนานๆครั้ง คือ ท่านต้องให้ผู้อื่นช่วยอธิบาย
ใหท้ ่านเข้าใจ คดิ เป็นร้อยละ 43.10 รองลงมา คือ ท่านตอ้ งใชเ้ วลานาน ในการทำความเข้าใจ คิดเป็น
รอ้ ยละ 42.53 และ เนอ้ื หายาก ท่านอา่ นไมเ่ ข้าใจ คิดเปน็ ร้อยละ 40.80
ขอ้ ท่ีกลุ่มตวั อยา่ งไมพ่ บเคยเลย คอื เนอ้ื หายาก ท่านอ่านไม่เข้าใจ คดิ เป็นร้อยละ 13.22 รองลงมา คือ
ท่านต้องใช้เวลานาน ในการทำความเขา้ ใจ คิดเป็นรอ้ ยละ 12.64 และทา่ นคิดว่าข้อมูลเก่ียวกับวัคซีน
โควิด 19 ท่ไี ดร้ บั ตรงกับความต้องการของท่าน คดิ เปน็ ร้อยละ 8.05
2. คำถามเกยี่ วกบั วัคซนี โควิด-19 พบวา่ กลมุ่ ตัวอยา่ งมขี ้อคดิ เหน็ เกี่ยวกบั วคั ซีน โควิด-19
ดงั นี้ ข้อคำถามทก่ี ลุ่มตัวอย่างตอบ “ใช่” มากทีส่ ดุ คือ ถ้าเลือกได้ ทา่ นจะเลือกฉีดวคั ซนี ชนิดทีต่ ้องการ
กล่มุ ตวั อยา่ งท่ตี อบ “ไมใ่ ช่” มากทีส่ ุดคอื ทา่ นเคยต้องการฉีดวคั ซนี ปอ้ งกนั ไขห้ วดั ใหญ่ แตก่ ็ไมไ่ ด้ฉดี
3. ข้อคิดเห็นการรบั วคั ซนี จากการสำรวจการรบั วัคซนี โควิด-19 ภาพรวม พบวา่ กลุ่มตวั อย่าง
คอ่ นข้างเหน็ ด้วยในการรบั วัคซีนโควดิ -19 คือ ไมช่ อบการฉดี วคั ซนี ต่างๆ เพราะมนั ไม่ปลอดภยั คิด
เป็นรอ้ ยละ 40.23 และข้อคำถามท่ีกล่มุ ตวั อยา่ งไม่เหน็ ดว้ ยมากที่สุด คอื ไม่จำเป็นต้องฉีดวคั ซนี เพราะ
มีภมู คิ ุม้ กนั ตามธรรมชาติแล้ว คิดเหน็ ร้อยละ 67.82
ดงั นัน้ จะสรปุ ได้วา่ ด้านทศั นคตติ อ่ ประสิทธิภาพวัคซีนถือเป็นด้านที่มีอทิ ธิพลต่อการตัดสินใจ
ฉดี วัคซีนปอ้ งกันโควดิ -19 ของประชากรดังนั้นจึงควรมีการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องประสิทธภิ าพของ
วัคซีนปอ้ งกนั โควดิ -19 มากขึ้น โดยม่งุ เน้นใหป้ ระชากรเขา้ ใจถงึ ความสำคญั ของการฉดี วัคซีนทชี่ ่วยใน
การลดอัตราการเสยี ชีวติ จากโรคโควดิ -19 แมจ้ ะได้รบั เชื้อแตค่ วามรนุ แรงของโรคจะไม่รุนแรงจนเป็น
อันตรายถึงชีวติ และบุคลากรทางการแพทย์ควรเป็นผใู้ ห้ข้อมลู แนะนำประสิทธภิ าพของวัคซนี เพราะ
จะชว่ ยทำใหป้ ระชาชนตดั สนิ ใจฉดี วัคซีนปอ้ งกนั โรคโควิด-19 เพมิ่ สูงข้ึน
20
ดา้ นทัศนคตติ ่อโรคโควิด-19 ถอื เปน็ ดา้ นทม่ี ีอิทธพิ ลต่อการตัดสินใจฉดี วคั ซนี ป้องกนั โควิด-19
ของ ประชากร ดังนนั้ จึงควรมกี ารให้ความรูเ้ พ่ิมเตมิ เกี่ยวกับโรคโควิด-19 เพ่ือให้ประชาชนมีความรู้
ความเขา้ ใจถึงความรนุ แรงของโรคโควิด-19 ซึ่งถือเปน็ ปัญหาสขุ ภาพทส่ี ำคญั รวมถึงให้ประชาชน
ตระหนักถึงความเส่ยี งของตนต่อโอกาสทจี่ ะเป็นผตู้ ิดเชอื้ เนื่องจากเชื้อท่ียงั คงมีการแพร่กระจายอยา่ ง
รวดเร็วและต่อเน่ือง
ด้านทัศนคตติ ่อความปลอดภัยของวคั ซนี ถือเป็นอีกหนง่ึ ดา้ นที่มอี ิทธิพลตอการตดั สนิ ใจฉีด
วคั ซนี ป้องกันโควดิ -19 ของประชากร จึงควรให้ความรู้กับประชาชนอยา่ งตรงไปตรงมาเกยี่ วกบั
ผลข้างเคยี งของวัคซนี ท่ีอาจจะไดร้ ับและควรให้ประชาชนทุกคนเขา้ ใจวา่ บคุ คลใดท่ถี ือเป็นกลมุ่ เสย่ี ง
ในการรับวัคซนี รวมถงึ ควรมกี ารจดั ทำและประชาสมั พันธ์ชอ่ งทางการใหข้ ้อมลู เรือ่ งความปลอดภัย
ของวคั ซีนทถี่ ูกต้องซ่งึ ไดร้ บั การยนื ยันจากทางการแพทย์
21
บรรณานกุ รม
กรมควบคุมโรค (2564). โรคตดิ เชอื้ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). สบื คน้ เมอ่ื วนั ท่ี 4
กันยายน 2564. จากเวบ็ ไซต์ https://ddc.moph.go.th
กรมควบคุมโรค(2564). นโยบายการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เช้ือไวรัสโคโรนา 2019.
สืบคน้ เมื่อวนั ที่ 4 กนั ยายน 2564. จากเวบ็ ไซต์ https://ddc.moph.go.th
กรมควบคุมโรค (2564).วคั ซีนโควดิ 19 ของประเทศไทย. สบื ค้นเมื่อวันท่ี 4 กันยายน 2564.
จากเว็บไซต์.https://ddc.moph.go.th/vaccine-covid19/
COVID-19 VACCINE TRACKE(2021). We are tracking the progress of COVID-19
vaccine candidates to monitor the latest developments.สบื คน้ เม่ือวนั ท่ี 4
กันยายน 2564. จากเว็บไซต.์ https://covid19.trackvaccines.org/
World Health Organization (2021). Q & A: Similarities and differences-COVID-19
and influenza. สบื ค้นเม่ือวนั ท่ี 4 กันยายน 2564. จาก
เว็บไซต์.https://www.who.int/.
22
การบรหิ ารจัดการวคั ซนี
1.การจัดหาวคั ซนี
แนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2564 โดยมีผล
บังคบั ใชต้ งั้ แต่ 8 มิถุนายน 2564 เป็นตน้ ไป ซงึ่ สรปุ สาระสำคญั ดังนี้
1. ให้มีการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 ครอบคลุมร้อยละ70 ของจำนวนประชากร (ไม่
นอ้ ยกวา่ ห้าสิบลา้ นคน)
2. ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประสานงาน ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตวัคซีน
ปอ้ งกันโรคโควิด -19 ในการดำเนนิ การขึ้นทะเบียนวัคซนี ให้เป็นไปอย่างคลอ่ งตัวและมปี ระสิทธิภาพ
3. ให้กรมควบคุมโรค องค์การเภสัชกรรม สถาบันวัคซีนแห่งชาติ สภากาชาดไทยราชวิทยาลยั
จุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าทีแ่ ละอำนาจในการใหบ้ ริการทางการแพทยห์ รอื สาธารณสุข
แก่ประชาชน ร่วมมือกันในการดำเนินการจัดหา สั่ง หรือนำเข้าวัคขืนป้องกันโรคโควิด -19 อย่าง
เร่งด่วน
4. สถานพยาบาลเอกชนและภาคเอกชนอาจจัดหาหรือขอรับการสนับสนุนวัคซีนป้องกัน
โรคโควิด - 19 จากหนว่ ยงานตามขอ้ 3 ภายใต้กฎหมาย กฎระเบียบหรอื หลักเกณฑท์ ่ีเกยี่ วข้อง
5. หากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด - 19 มาให้บริการแก่
ประชาชน
1) เปน็ ไปตามกฎหมาย กฎ หรอื ระเบยี บทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
2) เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือแผนการใชจ้ ่ายงบประมาณขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
3) สอดคล้องกับแนวทางการบรหิ ารจัดการวคั ซีนป้องกนั โรคโควิด - 19 ภายใต้สถานการณ์
ฉุกเฉนิ ตามที่ศนู ยบ์ รหิ ารสถานการณ์โควดิ - 19 หรือนายกรัฐมนตรีกำหนด
4) เป็นไปตามแนวทางหรืออยู่ในการกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดและคณะกรรมการ
โรคติดต่อจังหวัด เพื่อมีให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจัดหาวัคซีนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มี
ศกั ยภาพ ดา้ นงบประมาณและรายได้ทแี่ ตกตา่ งกนั
5) สนับสนุนและให้ความสำคัญในการอำนวยความสะดวก แก่ประชาชนในพื้นที่ในการเข้า
รับบรกิ ารฉีดวัคซีนปอ้ งกันโรคโควดิ - 19 เพอื่ ประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนรวมของประเทศ
6) ให้หน่วยงานทุกภาคส่วนเชือ่ มโยงและบรู ณาการข้อมูลกับระบบแพลตฟอร์มหมอพร้อม
ของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19
และเพอื่ ใหก้ ารบรหิ ารจดั การข้อมูลเปน็ ไปอย่างมีระบบและมปี ระสิทธิภาพ
23
2.การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของวัคซีน
ระบบลูกโซค่ วามเยน็
ระบบลกู โซค่ วามเยน็ (Cold chain system) คอื ระบบที่ใช้ในการจดั เกบ็ และกระจายวัคซนี ให้
คงคุณภาพดี ต้ังแตผ่ ู้ผลติ วคั ซนี จนถึงผู้รบั บรกิ ารสร้างเสรมิ ภมู ิคุ้มกันโรค
อุปกรณ์ใน “ระบบลูกโซค่ วามเยน็ ”
ตเู้ ย็นทใ่ี ช้ในการจดั เกบ็ วคั ซนี (Refrigerator)
หีบเยน็ (Vaccine cold box)
กระติกวคั ซีน (Vaccine carrier)
ไอซ์แพ็ก (Ice-pack)
3.การเกบ็ รกั ษาวคั ซนี
แนวทางการจัดเก็บและขนส่งวัคซีนโควิด 19 เปน็ ไปตามมาตรฐานสากล (องค์การอนามัยโลก)
โดยมแี นวทางและกระบวนการปฏิบัตทิ ส่ี ำคัญ 5 ข้อ ดังนี้
1.มีระบบติดตามควบคุมอุณหภูมิการจัดเก็บ พร้อมข้อมูลการแสดงผลแบบ real time เพ่ือ
สามารถตรวจสอบไดต้ ลอดเวลาจดั เกบ็
2.มอี ปุ กรณต์ ิดตามการจัดเก็บและขนส่งวัคซนี ตามมาตรฐาน เช่น เทอรโ์ มมเิ ตอร์
3.จัดเกบ็ ในคลังหรือตเู้ ยน็ ท่ีมีพ้นื ที่เพียงพอ อณุ หภมู ถิ ่ายเทเหมาะสม โดยเฉพาะกรณีตู้เย็น ให้
จัดเกบ็ ท่ตี รงกลางตู้เย็น เพอื่ ให้อยู่ในอณุ หภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส และห่างจากจุดปล่อยความเย็น ไม่
ควรจัดเกบ็ ท่ถี าดรองใตช้ ่องแชแ่ ขง็ หรือชัน้ ท่ีตดิ กับช้ันแช่แข็งเดด็ ขาด เพราะอาจทำให้อุณหภูมิต่ำกว่า
2 องศาเซลเซยี ส
4.ในกระบวนการบรรจุวัคซีนเพื่อขนส่งมีระบบ Conditioning ice pack หรือ gel pack โดย
นำ ice pack หรือ gel pack ท่แี ชแ่ ข็งมาตัง้ ทิง้ ไวท้ ี่อณุ หภูมหิ ้องประมาณ 15-30 นาที
5.มีแผนตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและระบบแจ้งเตือน กรณเี หตกุ ารณฉ์ ุกเฉนิ ในระบบลูกโซ่ความเย็น
(cold chain breakdown) ที่อุณหภูมิจัดเก็บเปลี่ยนแปลงต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส หรือ สูงกว่า 8
องศาเซลเซียส ทั้งนี้ ทุกขั้นตอนมีบุคลากรวิชาชีพสาขาต่างๆ เช่น แพทย์ เภสัชกร พยาบาล ดูแล
ความถูกต้องของผลิตภัณฑ์และการฉีดวัคซีน ซึ่งก่อนให้บริการฉีดวัคซีนมีการตรวจเช็คก่อนฉีดให้กับ
ประชาชน และปฏิบตั ิตามมาตรฐานวชิ าชีพของตนเองทกุ ประการ
24
การควบคุมอุณหภมู ิต้เู ยน็
ตรวจสอบอุณหภูมิเช้า (8.30 – 9.30 น.) และเย็น (15.30 – 16.30 น.) อย่างต่อเนื่องทุกวัน
และควบคุม ให้อยู่ในอุณหภูมิ +2 ถึง +8 องศาเซลเซียส หรือ ในวันหยุดราชการมีระบบแจ้งเตือน
ตลอดเวลา บันทึกอุณหภูมิที่ตรวจสอบให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และเก็บไว้เพื่อตรวจสอบการ
ทำงานของตูเ้ ย็นไม่นอ้ ยกวา่ 6 เดือน
การดูแลบำรุงรักษาอุปกรณร์ ะบบลกู โซค่ วามเยน็
ทำความสะอาดรอบนอกตู้เย็น และขอบยางฝาตู้เย็นไม่ให้มีเชื้อราเกาะติด วางตู้เย็นตั้งตรง
และห่างจากฝาผนังแต่ละด้านไม่ต่ำกว่า 6 นิ้ว ประตูตู้เย็นปิดสนิทป้องกันไม่ให้ความเย็นออก
ตรวจสอบโดยใช้กระดาษ A4 สอดเข้าไป แล้วปิดฝาตู้หากสามารถดึงกระดาษออกได้ แสดงว่า ขอบ
ยางเส่อื มและอาจทำให้ฝาตู้เย็นปิดไม่สนทิ
การควบคุมคุณภาพและมาตรฐานของวคั ซนี
การจดั ทำแผนเตรียมความพร้อมรบั เหตุการณฉ์ ุกเฉินในระบบลูกโซ่ความเย็น (กรณไี ฟฟ้าดับ
หรือตู้เย็นเสีย) ตดิ ปา้ ย“หา้ มดึงปลั๊กต้เู ยน็ ” หรอื “หา้ มปิดสกวิทช์ Breaker ของตู้เย็น”ปล๊ักตู้เย็นควร
มีเต้าเสียบแยกต่างหาก และพันเทปกาวให้ปลั๊กตู้เย็นติดแน่น เพื่อป้องกันการดึงผิดปลั๊ก ถ้ามีหลาย
เต้าเสียบให้ใช้เทปปิดเต้าเสียบที่เหลือเพื่อไม่ให้เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นที่อาจทำให้กระแสไฟฟ้า
เขา้ ต้เู ย็นไม่สมำ่ เสมอ และปอ้ งกันการดงึ ผดิ ปล๊กั
4.การกระจายวัคซนี โดยภาครฐั และเอกชน
กรมควบคุมโรคเป็นผู้กระจายวัคซีนตามแผนที่ศบค.การดำเนินการจัดสรรวัคซีนเป็นไปตาม
แผนการประเมินความต้องการตามหลักวิชาการ พื้นที่ จำนวนประชากรและสถานการณ์การระบาด
ส่วนการบรหิ ารวคั ซีนตอ่ จากนัน้ เปน็ หน้าท่ีของคณะกรรมการโรคตดิ ต่อจังหวดั /กทม. ในการนัดหมาย
ประชาชนตามลำดับที่จัดไว้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในพื้นที่ สอดคล้องตามเป้าหมายฉีดให้คนไทยอย่าง
นอ้ ย 50 ล้านคน หรือ รอ้ ยละ 70 ของประชากรในประเทศไทยหรอื 100 ลา้ นโดส
กรมควบคุมโรค จะสง่ ต่อใหก้ บั โรงพยาบาลทว่ั ประเทศ โดยการวางระบบควบคุมมาตรฐาน ดังนี้
● การตรวจสอบคณุ ภาพ
● การเก็บรักษา
● การควบคุมอุณหภูมิของพื้นที่ปลายทางที่จะรับวัคซีนตามธรรมชาติของการผลิตวัคซีนโควิด
19 ซึ่งเป็นสารชีววัตถุ จะมีความไม่แน่นอนในการผลิตยาและเวชภัณฑ์ทั่วไป และเมื่อผลิต
เสร็จต้องมีการตรวจสอบคุณภาพวัคซีนอย่างละเอียดรอบคอบ โดยหน่วยงานควบคุม
คุณภาพ (Quality assurance)ทั้งในประเทศไทย และที่ต่างประเทศ เพื่อให้ถึงมือผู้รับตาม
มาตรฐานควบคมุ คณุ ภาพวัคซนี
25
ซึ่งตั้งแต่เดือนกมุ ภาพันธ์ 2564 ได้จัดสรรวัคซีนโควิด 19 ใช้ข้อมูลทางวิชาการลำดบั ความสำคญั
ของกลุ่มเป้าหมายเชิงประชากรในการจัดสรรวัคซีน พิจารณาข้อมูลและสถานการณ์การระบาดของ
โรคโควิด 19 โดยพื้นที่ระบาดจะได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่มากกว่าจังหวัดที่ไม่มีการระบาด โดยในช่วง
เรม่ิ ฉดี กลมุ่ แรก คอื
● บุคลากรด่านหน้า
● เจ้าหนา้ ที่ผู้มโี อกาสสมั ผสั ผปู้ ว่ ย เชน่ แพทย์ พยาบาล ทหาร ตำรวจ อสม. เป็นต้น
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเร่งด่วนขณะนี้ได้ฉีดให้บุคลากรด่าน
หนา้ เกือบครบในทกุ พื้นท่ี
สำหรับแผนการกระจายวัคซีนในเดือนมิถุนายน แบ่งเป็น 2 งวด ครอบคลุมการฉีดในระยะ 2
สัปดาห์ คอื
งวดแรกวันที่ 7-20 มิถุนายน ประมาณ 3 ล้านโดส (ซิโนแวค 1 ล้านโดส และแอสตร้าเซนเนก้า 2
ล้านโดส) เบื้องต้นมีการจัดส่งไปยัง กทม. 5 แสนโดส เป็นวัคซีนชองแอสตร้าเซนเนก้า 3.5 แสนโดส
และซิโนแวค 1.5 แสนโดส
● สำนกั งานประกนั สังคม 3 แสนโดส
● กลุ่มมหาวิทยาลัย 11 แห่งตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) 1.5 แสนโดส
สำหรบั ฉดี ใหป้ ระชาชนในพ้ืนที่ กทม.เป็นหลัก
● สำหรับกล่มุ ทล่ี งทะเบียนหมอพร้อม 76 จังหวัด 1.1 ล้านโดส
● สำหรับองค์กรภาครัฐ เช่น ขนสง่ ทหาร ตำรวจ และครู 1 แสนโดส
● พนื้ ทคี่ วบคุมการระบาด 5 หมน่ื โดส
ส่วนงวดท่ี 2 สำหรับวนั ท่ี 21 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม อีก 3.5 ล้านโดส เป็นซิโนแวค 2 ล้านโดส
และแอสตร้าเซนเนกา้ 1.5 ลา้ นโดส รวมจำนวนมากกวา่ 6.5 ลา้ นโดส
ทั้งนี้ ศบค.ได้กำหนดข้อแม้ไว้ว่าหากวัคซีนไม่ได้รับตามเป้าหมาย จะมีการลดทอนตามสัดส่วน
หรือหากเกิดการระบาดมากในพื้นท่ีใดเกินท่ีคาดการณ์ไว้ สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนแปลง
จากนี้ไดแ้ ละจะตอ้ งสำรองวคั ซนี ไว้สำหรบั สถานการณ์ฉกุ เฉนิ มากกวา่
2 แสนโดส โดยตงั้ เป้าหมายวา่ ก่อนเดอื นกันยายน 2564 คนไทยประมาณร้อยละ 60-70 จะได้รับการ
ฉดี วคั ซนี เขม็ แรก เพ่อื ใหป้ ระชาชนเกดิ ภูมิคมุ้ กนั ในเดอื นตลุ าคม และทำการเปดิ ประเทศตอ่ ไป
เดือนตุลาคม 2564 มีวัคซีนที่จะได้รับการจัดสรร รวม 24 ล้านโดส และจะมีการจัดสรรใน
เดอื นพฤศจิกายน และธนั วาคม ตามลำดับ รวมกวา่ 152.9 ล้านโดส โดยมีกลมุ่ เปา้ หมายคือ
1. ประชาชาชนท่ัวไป ทมี่ อี ายุ18 ปีขึ้นไป ทัว่ ประเทศ
2. นักเรียนท่มี อี ายุระหว่าง 11 - 17 ปี ทว่ั ประเทศ
3. แรงงานในระบบประกนั สังคม
26
4. หน่วยงานอื่น ๆ เช่น องค์กรภาครัฐ ราชทัณฑ์ และ 5. ผู้ที่ได้รับวัคซีน Sinovac ครบ 2
เข็ม และต้องการเข็มกระต้นุ (เข็มท่ี 3)
สำหรับการให้บริการฉีดวัคซีน Pfizer สำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป มีกลุ่มเป้าหมายเป็น
นักเรียน/นักศึกษา ที่ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช./
ปวส) เทียบเท่า แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรกจัดสรรวัคซีนสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีท่ี
4-6 หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.ปวส.) หรือเทียบเท่า ระยะถัดไป จัดสรรวัคซีนให้สำหรับ
ระดับช้ันอ่ืน ๆ ท่ีเหลอื มรี ูปแบบการให้บริการผ่านสถาบนั การศึกษา โดยใหก้ ระทรวงสาธารณสุขเร่ิม
จัดส่งวัคซีนในเดือนตุลาคม 2564 โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ
ดำเนนิ การจดั สรรวัคซีนสำหรบั นักเรยี น
ภาพท่ี 1 การจัดสรรวัคซนี ท่ีมา : เอ็มจีอาร์ออนไลน์ (2564)
5.การตรวจสอบคุณภาพวัคซนี
การเกบ็ รักษา
การควบคุมอุณหภูมิของพื้นที่ปลายทางที่จะรับวัคซีนตามธรรมชาติของการผลิตวัคซีนโควิด
19 ซึ่งเป็นสารชวี วัตถุ จะมีความไม่แน่นอนในการผลติ ยาและเวชภัณฑ์ทัว่ ไป และเมื่อผลิตเสรจ็ ตอ้ งมี
การตรวจสอบคุณภาพวัคซีนอย่างละเอียดรอบคอบ โดยหน่วยงานควบคุมคุณภาพ (Quality
assurance) ทั้งในประเทศไทย และที่ต่างประเทศ เพื่อให้ถึงมือผู้รับตามมาตรฐานควบคุมคุณภาพ
วัคซีน ซึ่งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ได้จัดสรรวัคซีนโควิด 19 ใช้ข้อมูลทางวิชาการลำดับ
ความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายเชิงประชากรในการจัดสรรวัคซีน พิจารณาข้อมูลและสถานการณ์การ
27
ระบาดของโรคโควิด 19 โดยพื้นที่ระบาดจะได้รับวัคซีนในสัดส่วนที่มากกว่าจังหวัดที่ไม่มีการระบาด
โดยในช่วงเริ่มฉีดกลุ่มแรก คือ บุคลากรด่านหน้า เจ้าหน้าที่ผู้มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย เช่น แพทย์
พยาบาล ทหาร ตำรวจ อสม. เป็นต้น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมการแพร่ระบาดอย่าง
เร่งด่วนขณะนี้ได้ฉีดให้บุคลากรด่านหนา้ เกือบครบในทุกพืน้ ที่ สำหรับแผนการกระจายวัคซีนในเดือน
มิถุนายน แบ่งเปน็ 2 งวด ครอบคลุมการฉีดในระยะ 2 สัปดาห์ คือ
งวดแรกวันที่ 7-20 มิถุนายน ประมาณ 3 ล้านโดส (ซิโนแวค 1 ล้านโดส และแอสตร้าเซน
เนก้า 2 ล้านโดส) เบื้องต้นมีการจัดส่งไปยัง กทม. 5 แสนโดส เป็นวัคซีนชองแอสตร้าเซนเนก้า 3.5
แสนโดส และซิโนแวค 1.5 แสนโดส สำนักงานประกันสังคม 3 แสนโดส กลุ่มมหาวิทยาลัย 11 แห่ง
ตามที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) 1.5 แสนโดส สำหรับฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ กทม.
เป็นหลัก สำหรับกลุ่มที่ลงทะเบียนหมอพร้อม 76 จังหวัด 1.1 ล้านโดส สำหรับองค์กรภาครัฐ เช่น
ขนส่ง ทหาร ตำรวจ และครู 1 แสนโดส พนื้ ท่คี วบคุมการระบาด 5 หมื่นโดส
สว่ นงวดท่ี 2 สำหรับวนั ท่ี 21 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม อีก 3.5 ลา้ นโดส เปน็ ซิโนแวค 2 ล้าน
โดส และแอสตร้าเซนเนกา้ 1.5 ลา้ นโดส รวมจำนวนมากกว่า 6.5 ล้านโดส
ทั้งนี้ ศบค.ได้กำหนดข้อแม้ไว้ว่าหากวัคซีนไม่ได้รับตามเป้าหมาย จะมีการลดทอนตาม
สัดส่วนหรือหากเกิดการระบาดมากในพื้นที่ใดเกินที่คาดการณ์ไว้ สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมาย
เปลี่ยนแปลงจากนี้ได้และจะต้องสำรองวัคซีนไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินมากกว่า 2 แสนโดส โดย
ตั้งเป้าหมายว่าก่อนเดือนกันยายน 2564 คนไทยประมาณร้อยละ 60-70 จะได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม
แรก เพือ่ ให้ประชาชนเกิดภมู ิค้มุ กนั ในเดือนตุลาคม และทำการเปิดประเทศต่อไป
ระบบการให้บริการวคั ซนี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 (7) แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการบริหารการการให้วัคซีน
ปอ้ งกนั โรคตดิ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) โดยให้มีองค์ประกอบ หนา้ ทแี่ ละอำนาจดังนี้
กำหนดแนวทางการบริหารจัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19)
ของประเทศไทย อำนวยการ ประสาน สนับสนนุ การดำเนินงาน และแกไ้ ขปัญหาอปุ สรรคการบริหาร
จัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ติดตามความก้าวหน้า และ
ผลลัพธ์ของการดำเนินงานการบริหาร จัดการการให้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
(COVID - 19) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหนา้ ทีห่ รือดำเนินงานการอย่างหนึ่งอย่างใดได้ตามความ
จำเป็นและเหมาะสมปฏิบตั งิ านอืน่ ๆ ตามท่ีคณะกรรมการโรคติดตอ่ แหง่ ชาติมอบหมาย
28
การเตรียมบุคลากรในการดำเนนิ งาน
ระดับจังหวัด ให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพื่อ
อำนวยการบริหารจดั การและแก้ไขสถานการณ์ในการใหว้ คั ซนี โควดิ 19
ระดบั หนว่ ยบรกิ าร มอบหมายผู้รบั ผิดชอบการดำเนินงานตามขนั้ ตอนหลกั จำแนกได้ 5 ทีม ดังน้ี
2.1 ทีมลงทะเบียน/นัดหมายทำหน้าที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์การฉีดวัคซีน รวมถึงการลงนัด
หมายวันท่รี ับบริการฉีดวัคซนี โควิด 19 ในระบบ
2.2 ทมี จัดสง่ และจัดเกบ็ วัคซนี ในระบบลุกโซ่ความเย็น ประกอบดว้ ย เภสัช และเจ้าพนักงาน
เภสัชกรรม ทำหน้าที่ตรวจรับวัคซีน จัดเก็บและรักษาวัคซีนภายใต้ระบบลูกโซ่ความเย็น จัดทำบัญชี
รับ-จา่ ยวคั ซนี ใหก้ ับทมี ใหบ้ รกิ าร
2.3 ทมี ใหบ้ ริการ
2.4 ทีมเฝา้ ระวังและตอบโต้อาการไม่พึงประสงคภ์ ายหลงั ได้รบั วัคซนี
2.5 ทีมบริหารจดั การและตดิ ตามผล
6.มาตรฐานคุณภาพการใหบ้ รกิ ารวัคซีน
1. เตรียมกลุ่มเปา้ หมายผู้มารับบรกิ าร
มีระบบการนัดกลุ่มเป้าหมายท่ีมารบั วัคซีน (ทั้งในและนอกพื้นทีท่ ี่รับผิดชอบ) เช่น การเตือนผ่านทาง
หอกระจายขา่ ว มีรายชอ่ื ให้อสม. ชว่ ยนดั มบี ตั รนัด
กล่มุ เปา้ หมาย:
1.1 บคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสขุ ด่านหนา้ ทง้ั ภาครฐั และเอกชน
1.2 บุคคลทม่ี โี รคประจำตวั
- โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง เช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคหอบหืดที่ควบคุม
ไดไ้ ม่ดี
- โรคหัวใจและหลอดเลอื ด
- โรคไตเร้ือรงั ระยะ 5
- โรคหลอดเลือดสมอง
- โรคมะเร็งทกุ ชนดิ ท่อี ยู่ระหว่างเคมบี ำบัด รังสบี ำบัด และภมู คิ ุ้มกันบำบัด
- โรคเบาหวาน
- โรคอว้ น ท่ีมีนำ้ หนัก >100 กิโลกรมั หรือ BMI >35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร
1.3 ผทู้ ม่ี ีอายุตัง้ แต่ 60 ปี ขึ้นไป
1.4 เจ้าหนา้ ทท่ี ่ีเกย่ี วข้องกบั การควบคุมโรคโควดิ 19 ท่ีมีโอกาสสมั ผสั ผู้ป่วย
29
2. การเตรยี มพร้อมก่อนการให้บรกิ ารวัคซนี โควดิ
2.1 การจัดเตรียมสถานที่ให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเตรียมพร้อมตอบโต้กรณีเกิด
เหตกุ ารณ์ ไมพ่ งึ ประสงคห์ ลงั ฉดี วัคซนี จึงกำหนดให้วคั ซนี โควิด 19 ในหน่วยบริการระดบั โรงพยาบาล
ชุมชนขึ้นไปที่มี แพทย์ประจำเท่านั้น ไม่รวมหน่วยบริการปฐมภูมิ(PCU) และคลินิกหมอครอบครัว
(PCC) ดังนั้น โรงพยาบาลควรจัดให้มีสถานที่ให้บริการเป็นการเฉพาะ มีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้มารอ
รับบริการ โดยยึดหลักการเว้นระยะห่าง 1 – 2 เมตร มีจุดล้างมือหรือที่ตั้งเจลแอลกอฮอล์มีจุด
ลงทะเบียน/คัดกรอง จุดรอฉีดวัคซีน ห้องฉีด วัคซีนที่มีความพร้อมในการกู้ชีพ จุดเฝ้าสังเกตอาการ
ภายหลงั ได้รับวัคซนี จุดนดั หมาย/จ่ายยา โดยมผี ังขนั้ ตอน การรับบรกิ ารอยา่ งชดั เจน เพ่อื ให้สะดวก
2.2 การจดั เตรยี มวสั ดอุ ุปกรณ์ โรงพยาบาลจำเป็นต้องจัดเตรียมอปุ กรณ์สำหรับการฉีดวัคซีน
ภายใต้ระบบลูกโซค่ วามเยน็ และ เอกสารตา่ ง ๆ ใหพ้ ร้อมตอ่ การดำเนินงาน ได้แก่
อุปกรณ์ในการฉีดวคั ซนี
อปุ กรณ์กชู้ ีพ
เอกสารที่เกยี่ วข้อง ได้แก่ แผน่ ความรู้ แบบคดั กรองและใบยนิ ยอมฉดี วคั ซนี โควิด 19
ทะเบียนนัดหมาย ทะเบยี นผู้รบั บรกิ าร
3. วิธีการให้วัคซนี
3.1 ซักประวตั คิ ัดกรอง และใหค้ วามรู้แกก่ ลุ่มเปา้ หมาย
- ก่อนฉีดวัคซีนให้กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่ควรมีการซักประวัติและคัดกรอง
กลุ่มเปา้ หมาย
รวมถึงตรวจสอบขอ้ หา้ มและขอ้ ควรระวังในการฉดี วัคซนี โควิด 19
- ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคและวัคซีน ก่อนการให้วัคซีน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้รับบริการ
ทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและวัคซีนโควิด 19 ในเรื่องประโยชน์และความปลอดภัยของวัคซีน อาการ
ข้างเคียงที่อาจเกดิ ข้ึน ภายหลังไดร้ บั วัคซีน รวมถึงแนวทางการปฏบิ ัติตนแกผ่ ้มู ารบั วัคซีน
3.2 การฉีดวัคซนี ตามขนาดและตำแหนง่ ท่ีกำหนด ดว้ ยวิธี Sterile technique
4. การบันทกึ การใหบ้ รกิ าร
4.1 ระบบลงทะเบียนที่โรงพยาบาล (Hospital Information System (HIS) หรือ Web
base ของ โรงพยาบาล) ขอให้หน่วยบริการทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินการบันทึกผลการให้บริการ
วัคซีนโควิด 19 ในกลุ่มเป้าหมายผ่านระบบลงทะเบียนที่โรงพยาบาล (Hospital Information
System (HIS) หรือ Web base ของ โรงพยาบาล) ซึ่งข้อมูลการให้บริการวัคซีนแต่ละเข็มเป็นการ
บนั ทึกเปน็ รายบคุ คล ได้แก่ วันทีไ่ ด้รับวคั ซนี ช่อื การค้าของวัคซีน เลขท่ี Lot No.ของวัคซนี สถานทีท่ ่ี
ได้รับวัคซีน ข้อมูลอาการ AEFI ที่พบหลังฉีดวัคซีนภายใน 30 นาที (Day 0) โดยข้อมูลอาการ AEFI
30
สามารถบันทึกได้ด้วยตนเอง (Self-report) หรือ เจ้าหน้าที่กรอกข้อมูลให้ ศึกษารายละเอียดตาม
หวั ขอ้ “การเฝา้ ระวังติดตามเหตกุ ารณ์ไมพ่ งึ ประสงคภ์ ายหลังไดร้ ับวคั ซนี โควิด 19”
4.2 ในระบบ HIS ของโรงพยาบาล ในระบบฐานข้อมูลตามโครงสร้างมาตรฐานข้อมูลด้าน
สุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (43 แฟ้ม) ในแฟ้ม งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค (EPI) ของกอง
ยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดรหัส วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19
เพือ่ ใช้ในการบันทึกและการส่งออกข้อมูลตามรหัสวัคซีนในแผนงานสร้างเสรมิ ภมู ิคุ้มกันโรค กระทรวง
สาธารณสุข ปีงบประมาณ 2564
5. การเตรียมการเพื่อกู้ชีพเบื้องต้นแก่ผู้รับวัคซีนกรณีเกิด Anaphylaxis หรือมีอาการภายหลัง
ไดร้ ับวคั ซีนทีร่ นุ แรง
5.1 การเตรียมการเพื่อกู้ชีพเบื้องต้นแก่ผู้รับวัคซีนกรณีเกิด Anaphylaxis หรือมีอาการ
ภายหลัง ได้รับวัคซนี ท่ีรุนแรง
- จัดเตรียมสถานทใี่ หผ้ ู้รบั วัคซนี น่ังรอภายหลงั ไดร้ ับวัคซีน
- ให้ขอ้ มลู อาการภายหลังรับวัคซนี ทีอ่ าจเกิดข้นึ แก่ ผรู้ บั วคั ซีน
- ใหผ้ ู้รบั วคั ซีนน่งั รอเพอื่ สงั เกตอาการอยา่ งนอ้ ย 30 นาที ภายหลงั ไดร้ ับวัคซนี
- มีแผนผังช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้รับวัคซีนกรณีเกิด anaphylaxis หรือมีอาการภายหลัง
ได้รับ วคั ซีนทรี่ นุ แรง
- มีแผนผังกำกับการส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาต่อ และสามารถส่งต่อผู้ป่วยได้ภายใน 15
นาที หลังเรมิ่ มอี าการและได้รบั การช่วยเหลอื ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
6. การเฝา้ ระวังตดิ ตามเหตกุ ารณไ์ ม่พึงประสงคภ์ ายหลังได้รบั วคั ซีนโควดิ 19
ระบบเฝา้ ระวังติดตามอาการภายหลงั ได้รับวัคซนี โควดิ 19 ไว้ 3 ระบบ ไดแ้ ก่
1. ระบบเฝา้ ระวังเชงิ รบั (Existing AEFI Surveillance)
2. ระบบติดตามความปลอดภัยเชิงรุกสำหรับวัคซีนโควิด 19 (Active Surveillance
System for COVID –19 Vaccine)
3. การเฝ้าระวังกลุ่มอาการที่อาจเกี่ยวข้องกับการได้รับวัคซีนโควิด 19 (Adverse Event
of Special Interest: AESI)
7.ระบบขอ้ มูลขา่ วสารสารเทคโนโลยีสนเทศ
หมอพร้อม คือ ชื่อบัญชี LINE Official Account และแอปพลเิ คชนั ทจ่ี ัดทำขนึ้ เพ่ือให้
ประชาชนเข้าถึงข้อมลู สถานการณ์การระบาดของโรค โควิด-19 อย่างถกู ต้อง โดยมขี ้อมูลจำนวนผู้ตดิ
เชื้อ และบริการต่างๆ ไดแ้ ก่
- ใบรบั รองการฉีดวัคซนี โควิด-19
- การตรวจโควดิ -19
31
- ค้นหาหน่วยบรกิ ารตรวจโควิด-19
- ผลการตรวจ โควิด-19
- แกไ้ ขขอ้ มูลสว่ นตัว
- แกไ้ ขข้อมลู สว่ นตวั ของบญั ชีผใู้ ช้งาน
- เพมิ่ บญั ชผี ใู้ ชง้ าน
- บริการอ่ืนๆ
- คน้ หาหนว่ ยบริการ
- ตรวจสอบสทิ ธริ กั ษาพยาบาล
- ฉุกเฉิน 1669
- บริจาค
- ความรู้
- รายงานสถานการณ์
- ผปู้ ่วยโควดิ -19 วนั น้ี
- ผลการฉีดวคั ซีน
- บรกิ ารวัคซนี โควดิ -19
- ลงทะเบยี นฉีดวคั ซนี โควดิ -19
- จองฉีดวคั ซีนโควิด-19
- ตรวจสอบขอ้ มูลการจองฉีดวัคซนี โควิด-19 เข็มที่ 1
- ตรวจสอบข้อมูลการจองฉีดวคั ซีนโควดิ -19 เข็มท่ี 2
32
บรรณานุกรม
กรมควบคุมโรค และสำนกั สารนเิ ทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสขุ . (2564).กระทรวง
สาธารณสขุ กระจายวคั ซนี โควดิ 19 ตามการประเมนิ ความตอ้ งการของแตล่ ะพ้นื ท่ี
กระทรวงสาธารณสุขกระจายวคั ซีนโควิด 19 ตามการประเมนิ ความต้องการของแต่
ละพ้ืนที่.จาก
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=19027&deptcode=brc&news_v
iews=2368
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ . (2564). กรมวิทย์ฯ เผยการตรวจสอบคณุ ภาพ
วัคซนี โควิด 19 ในสถานการณฉ์ กุ เฉิน.สืบค้นเมอ่ื 7 สิงหาคม 2564 จาก
https://www3.dmsc.moph.go.th/post-view/1113
กองโรคติดต่อท่ัวไป กรมควบคุมโรค. (2564). กรมควบคุมโรค เผยแนวทางการจัดเก็บและขนส่ง
วัคซีนโควิด 19 เป็นไปตามมาตรฐานสากล. สืบค้นเมอ่ื 7 สิงหาคม 2564 จาก
https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=19307&deptcode=brc&fbclid=Iw
AR3fHTj0-xbEJzXkMRpzIVLnJvR-vryu7eaba5Y6kMGlHCVXHu7rgNPCyG4
ประชาชาติธรุ กจิ . (2564).ระบบลูกโซค่ วามเย็น ปัจจัยสำคญั วคั ซนี โควิด. สืบตน้ เมอ่ื 7 สิงหาคม
2564 จาก https://www.prachachat.net/general/news-
627872?fbclid=IwAR0Gs9fhLgaDoKiKnpH_eRCYnzySvKIfY7x96mLddWLKuiz3xwT
AJ8imArE
สถาบนั วคั ซนี แห่งชาติ. (2558). เหตุการณ์ฉุกเฉนิ ในระบบลูกโซ่ความเย็นและการแก้ไข. สบื คน้ เมอ่ื
7 สิงหาคม 2564 จาก http://guruvaccine.com/
ราชกิจจานุเบกษา. (2564).ประกาศศูนยบ์ ริหารสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อ ไวรัสโค
โรนา 2019 (โควดิ - 19 ). สืบคน้ เมื่อ 7 สงิ หาคม 2564 จาก
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/E/123/T_0017.PDF
เอม็ จีอาร์ ออนไลน์.(2564). ศบค.ย้ำฉีดวคั ซีนไฟเซอรใ์ ห้เด็กนกั เรียน 12-17 ปี เร่ิมต.ค.น้ี สบื ค้น
เมอื่ 10 กนั ยายน 2564 จาก
https://mgronline.com/qol/detail/9640000090005?fbclid=IwAR1JyuCl7NnqbMg
COQrXbdCwCeD4OM-OD4dSZOVg1FtoHaEtjakmGo2mNu0
33
อตั ราการระบาด /การป่วยเพม่ิ ขึ้น
1. การระบาดของโรคโควิด 19 คือ โรคโควิด-19 คือ โรคติดตอ่ ซึ่งเกิดจากไวรสั โคโรนาชนดิ ท่ี
มีการค้นพบล่าสุด ไวรัสและโรคอุบัติใหม่นี้ ไม่เป็นที่รู้จักเลย ก่อนที่จะมีการระบาดในเมืองอู่ฮ่ัน
ประเทศจนี ในเดอื นธันวาคมปี 2019
ขณะนีโ้ รคโควิด 19 มีการระบาดใหญไ่ ปทัว่ ส่งผลกระทบแก่หลายประเทศท่ัวโลกเป็นโรคท่ี
ติดต่อกันไดง้ ่าย เพราะเปน็ โรคอุบัติใหมท่ ่ีทุกคนยังไม่มภี ูมิต้านทาน เมอ่ื ได้รับเชื้อ จะทำให้เป็นโรคแต่
อาการของโรคอาจแตกตา่ งกัน แตม่ จี ำนวนหนง่ึ ทม่ี ีอาการรนุ แรง ต้องใช้เคร่ืองชว่ ยหายใจ และอยู่หอ้ ง
ผู้ป่วยวกิ ฤติ เราจะต้องช่วยกันลดการระบาดลงให้ได้ เพ่ือใหร้ ะบบสาธารณสุข มีความพอเพียงในการ
ดูแลผู้ป่วยให้ได้ผลดีที่สุด ลดอัตราการสูญเสียชีวิตให้น้อยลง รัฐบาลจึงได้ออกมาตรการ ต่าง ๆ เป็น
ขั้นเป็นตอน เพราะจะต้องต่อสู้กับโรคนีเ้ ป็นระยะเวลายาวนาน และจะต้องให้มีผลทางด้านเศรษฐกิจ
เสยี หายนอ้ ยท่ีสุด ทที่ ุกคนจะต้องอยูไ่ ด้
ต้นกำเนิดของไวรสั โควิด 19
- ต้นตอของไวรสั โคโรนา่ จะมาจากไวรสั ที่เกิดกบั สตั วเ์ ปน็ ตัวกลางระบาดมาส่คู น
- ผู้ป่วยรายแรกเท่าที่ทราบกัน เริ่มมีอาการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2019 และไม่มีความ
เชือ่ มโยงกบั ตลาดต้องสงสยั ในเมืองอู่ฮ่นั ประเทศจนี แตผ่ ู้ป่วยหลายรายอาจมีมาตั้งแตช่ ่วงกลางเดือน
พฤศจิกายนหรอื ก่อนหน้านั้น
- มกี ารเก็บตัวอย่างจากสงิ่ แวดลอ้ มในตลาดไปส่งตรวจและพบเช้ือไวรัส และพบมากทีส่ ุดใน
บรเิ วณที่ค้าสตั ว์ป่าและสัตว์เลีย้ งในฟาร์ม ตลาดอาจเป็นต้นกำเนิดของไวรัส หรอื อาจมีบทบาทในการ
ขยายวงของการระบาดในระยะเร่มิ แรก
อาการท่ัวไปของโรคโควดิ 19
ท่ีพบมากที่สุดคอื ไข้ ไอ ล้ินไมร่ บั รส จมกู ไมไ่ ด้กล่นิ และออ่ นเพลยี อาการท่ีพบน้อยกว่าแต่
อาจมีผลต่อผูป้ ่วยบางรายคือ ปวดเมื่อย ปวดหัว คัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ ท้องเสีย ตาแดง หรือผ่นื
ตามผิวหนงั หรอื สีผวิ เปลยี่ นตามนิ้วมอื น้วิ เท้า อาการเหลา่ น้ีมักจะไมร่ นุ แรงนักและคอ่ ยๆเร่มิ ทีละน้อย
บางรายติดเชอ้ื แตม่ อี าการไม่รนุ แรง
ปัจจัยการระบาดของโรคโควดิ 19
โรคโควิด19 นี้โดยหลักแล้ว แพร่จากคนสู่คนผ่านทางฝอยละอองจาก จมูกหรือปาก
ซง่ึ ขับออกมาเมื่อผูป้ ่วย ไอหรือจาม รับเชือ้ ไดจ้ ากการหายใจเอาฝอยละอองเข้าไปจากผู้ปว่ ย หรือจาก
การเอามอื ไปจบั พ้ืนผิวทมี่ ฝี อยละอองเหลา่ น้ัน แลว้ มาจับตามใบหนา้
ระยะเวลานับจากการติดเชื้อ และการแสดงอาการ (ระยะฟักตัว) มีตั้งแต่ 1-14 วัน และมี
ค่าเฉลีย่ อยทู่ ่ี 5-6 วนั เกนิ 97% ของผู้ป่วยเริ่มมอี าการภายใน 14 วัน
34
การเพิ่มจำนวนของไวรัสเกิดขึ้นในระบบทางเดินหายใจส่วนบนและในปอด มีงานวิจัยใน
ช่วงแรกระบุว่าการเพิ่มจำนวนของไวรัสได้ในระบบทางเดินอาหาร แต่การติดต่อโดยระบบทางเดิน
อาหารยังไมเ่ ป็นทยี่ นื ยัน
ช่วงของการแพร่เชอ้ื น่าจะเกิดขึ้นในช่วงแรกทแ่ี สดงอาการและลดลงหลงั จากน้นั
การแพร่เชื้อก่อนแสดงอาการอาจเกิดขึ้นได้ หากไม่มีอาการไอ (กลไกหลักในการขับไวรัสออกมา)
อาจจำกัดการแพรเ่ ช้ือในชว่ งนนั้
เหตุการณร์ ะบาดโรคโควดิ 19 เปน็ วงกวา้ ง
เหตุการณ์ระบาดเป็นวงกว้างเกิดเมื่อคนหนึ่งคนแพร่เชื้อไวรัสไปสู่คนกลุ่มใหญ่ผิดปกติ
สถานการณท์ จ่ี ะทวคี วามรุนแรงของการระบาดเปน็ วงกวา้ งรวมถึง
● การชุมนมุ ขนาดใหญ่
● ประชากรสงู อายุ
● ประชากรไรถ้ ิน่ ฐาน
● การสมั ผสั โรคจากตา่ งประเทศ
● ความหนาแน่นของเขตเมือง
● ระบบสาธารณสขุ ไมเ่ ข้มแขง็
● รัฐบาลขาดความโปรง่ ใส
● ส่อื ขาดเสรีภาพ
ภาพท่ี 2 เหตุการณร์ ะบาดโรคโควดิ 19 เป็นวงกว้าง
35
อัตราการระบาดโรคโควิด 19 และความรนุ แรง
Basic Reproductive Rate(R0) คือ ค่าเฉลี่ยที่ผู้ป่วย 1 คนจะแพร่เชื้อให้ผู้อื่นในกลุ่ม
ประชากรท่ีมีความไวตอ่ การรบั เชอ้ื ค่า R0 ของโรคโควิด19 อยูท่ ปี่ ระมาณ 2 และ 4
Clinical Onset Interval คือ ช่วงเวลาแสดงอาการในผู้ป่วยรายต่อๆ กันในห่วงโซ่ของ
การแพรร่ ะบาด ในงานวิจยั สว่ นใหญ่ เวลาเฉลี่ยอยทู่ ่ี 4 และ 5 วนั
2. อตั ราการแพร่ระบาด R0-Basic reproductive number
คอื R0 เป็นคา่ ความนา่ จะเปน็ เฉล่ีย ผปู้ ่วยคนหนึง่ อาจแพร่กระจายต่อได้ในรุ่นต่อไปได้กี่คน
R0 จงึ มีค่าได้ต้ังแต่ 0 ไปถงึ หลายสิบ หรอื เป็นรอ้ ย ทเี่ รยี กว่า Super spread
ตัวเลขอาร์ คอื อะไร
อาร์มาจากคำว่า Reproduction ซึ่งหมายถึงการขยายเชื้อ ตัวเลขอาร์เป็นวิธีการวัด
ความสามารถในการแพรร่ ะบาดของโรคต่าง ๆ รวมถงึ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ท่ีทำให้เกิดโรคโควิด-
19 อาร์ คือจำนวนคนทต่ี ิดเชอื้ 1 คน จะแพร่เช้อื ต่อใหก้ ับคนอืน่ ๆ เฉล่ียกค่ี น
ยกตัวอย่าง โรคหัด มีตัวเลขอาร์ที่ 15 ในกลุ่มประชากรที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน นั่นหมายความว่า
เฉล่ยี แลว้ ผู้ติดเชือ้ โรคหดั 1 คนจะแพร่เชอื้ ให้คนอื่น ๆ ตอ่ 15 คน
ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่รู้จักกันในชื่ออย่างเป็นทางการว่า ซาร์ส-โคฟ-2 (Sars-CoV-2)
จะมีตวั เลขการแพร่เช้ือต่ออยทู่ ่ีประมาณ 3 หากไมม่ กี ารดำเนินการใด ๆ เพือ่ หยดุ ย้งั การแพร่กระจาย
ของโรค
ทำไมตัวเลขอารท์ สี่ ูงกวา่ 1 จึงอนั ตราย
ถ้าอัตราการขยายเช้ือสูงกว่า 1 จำนวนผู้ติดเชือ้ จะสูงขึ้นอย่างต่อเนือ่ ง แต่ถ้าตัวเลขนีต้ ่ำลง
การแพรร่ ะบาดกจ็ ะยุติลงในท่ีสุด เพราะมคี นตดิ เช้อื รายใหม่จำนวนไม่เพียงพอในการทำให้การระบาด
ของโรคดำเนนิ ตอ่ ไป
ตวั เลขอารเ์ ปลย่ี นแปลงอยา่ งไร
ตัวเลขอาร์ไม่ได้อยู่คงที่ แต่มันเปลี่ยนแปลงตามพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของคนเราหรือ
ภมู ิค้มุ กนั ท่พี ฒั นาขึ้น
คา่ R0 แตล่ ะสายพันธ์ุ
- Original Wuhan SARS-CoV-2 virus หากค่า R0 : 2.4-2.6 เมอื่ มีผตู้ ดิ เช้ือ 1 ราย สอบสวน
หา HR ได้ 20 ราย คาดประมาณไดว้ ่า จะมีผ้ตู ิดเชอ้ื จากผปู้ ่วยรายน้ปี ระมาณ 3 คน จาก 20 คน
- D614G:Major variant in the US first wave หากคา่ R0 : 3.0 เมอื่ มผี ูต้ ิดเช้ือ 1 ราย
สอบสวนหา HR ได้ 20 ราย คาดประมาณได้วา่ จะมีผตู้ ิดเชื้อจากผปู้ ่วยรายนป้ี ระมาณ 3 คน จาก 20
คน
36
- Alpha Variant หากค่า R0 : 4 – 5 เมื่อมีผูต้ ิดเชือ้ 1 ราย สอบสวนหา HR ได้ 20 ราย คาด
ประมาณได้วา่ จะมีผู้ติดเชื้อจากผ้ปู ่วยรายน้ปี ระมาณ 5 คน จาก 20 คน
- Delta Variant หากค่า R0 : 5 – 8 เมือ่ มผี ตู้ ิดเชือ้ 1 ราย สอบสวนหา HR ได้ 20 ราย คาด
ประมาณไดว้ ่า จะมีผู้ติดเชื้อจากผูป้ ว่ ยรายน้ีประมาณ 8 คน จาก 20 คน
- Seasonal lnfluenza หากค่า R0 : 1.3 เมอ่ื มีผู้ตดิ เช้อื 1 ราย สอบสวนหา HR ได้ 20 ราย
คาดประมาณได้ว่า จะมีผตู้ ดิ เชอ้ื จากผูป้ ่วยรายนีป้ ระมาณ 2 คน จาก 20 คน
- Measles หากค่า R0 : 18 เมอื่ มผี ตู้ ดิ เช้ือ 1 ราย สอบสวนหา HR ได้ 20 ราย คาดประมาณ
ไดว้ ่า จะมผี ูต้ ดิ เช้ือจากผปู้ ่วยรายนี้ประมาณ 18 คน จาก 20 คน
ภาพท่ี 3 ค่าR0 แตล่ ะสายพนั ธุ์
37
3.สถานการณ์การระบาดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา
สถานการณก์ ารระบาดเชื้อไวรสั โควดิ - 19 ท่ัวโลก
10 อนั ดบั ประเทศ จำนวนผตู้ ิดเชอ้ื ใหม่ COVID-19 สูงสุดประจำวัน
ภาพที่ 4 สถานการณ์การระบาดเชอ้ื ไวรสั โควิด19 ในประเทศไทย
38
ภาพที่ 5 สถานการณ์การระบาดเช้ือไวรัสโควดิ 19 ในประเทศไทย
อัตราผเู้ สียชีวิต : คำนวณจาก ผเู้ สยี ชวี ติ สะสมทั้งหมด หารด้วย จำนวนผ้ตู ดิ เชือ้ สะสมทั้งหมด
จากตา่ งประเทศ : คนไทย/ชาวต่างชาติ ทเี่ ดนิ ทางมาจากตา่ งประเทศ + ลักลอบข้ามแดน
การตรวจเชงิ รกุ : การคน้ หาผู้ป่วยเชิงรุก + เฝ้าระวังกลุ่มเส่ียง + สำรวจกลมุ่ เส่ยี ง
ผตู้ ดิ เชื้อ Walk-in : ผ้ตู ดิ เช้ือในประเทศ ท่ีไม่ได้เป็นการคน้ หาเชงิ รกุ และไมไ่ ด้อยู่ในเรือนจำ
การได้รบั วัคซนี 2 เข็ม : ผู้ทีไ่ ดว้ ัคซนี อย่างน้อย 2 เข็ม (รวมถึง Booster Dose ด้วย)
** ตดิ เชอื้ เข้าข่าย (ATK) : ไม่นับยอดรวมกับยอดผ้ตู ิดเชอ้ื รายใหม่
ยอดผู้ปว่ ยกำลังรกั ษา : ยอดผ้ปู ว่ ย ใน รพ. ทั้งหมด + ยอดผปู้ ว่ ยใน รพ. สนาม + Home Isolation
และ Community Isolation ข้อมลู อพั เดททุกวนั เวลา 15:00 น.
Time line การระบาดโควิด19 ในประเทศไทย
สายพนั ธ์ทุ ี่ 1: สายพนั ธอุ์ ่ฮู นั่ (Serine) รหัสไวรสั : S
พบคร้ังแรกใน: อู่ฮน่ั ประเทศจนี เข้าสปู่ ระเทศไทย: มกราคม 2563
การระบาดในไทย: เป็นผหู้ ญิงซึง่ มีอาการตดิ เชอ่ื เดินทางจากเมืองอู่ฮนั่ เข้าประเทศไทยโดย
เชอ้ื ไวรสั โควดิ ไดก้ ระจายไปตามพนื้ ท่ีต่าง ๆ ดังนี้คลัสเตอร์สนามมวยลมุ พนิ ี ราชดำเนิน และอ้อมน้อย
สายพันธ์ทุ ี่ 2: เบตา (Beta) รหสั ไวรสั : B.1.351
พบครั้งแรกใน: ประเทศแอฟริกาใต้เข้าส่ปู ระเทศไทย: มกราคม 2564
39
การระบาดในไทย:พบผตู้ ดิ เช้ือสายพนั ธ์เุ บตารายแรกในไทยเป็นบคุ คลท่ีเดินทางมาจาก
ประเทศแทนซาเนียเป็นประเทศท่ีอยบู่ นชายฝง่ั ตะวนั ออกของแอฟริกา
สายพันธท์ุ ่ี 3: อัลฟา (Alpha) รหสั ไวรัส: B.1.1.7
พบครัง้ แรกใน: สหราชอาณาจกั รเขา้ สปู่ ระเทศไทย เมษายน 2554
การระบาดในไทย: มีการแพร่กระจายเริ่มต้นจากคลัสเตอร์ทองหล่อจากนั้นแพร่กระจาย
ครอบคลุมไปเกอื บทกุ จังหวัด
สายพนั ธุ์ที่ 4: แกมมา (Gamma) รหัสไวรสั : P.1
พบครั้งแรกในประเทศบราซิลเข้าสปู่ ระเทศไทย: พฤษภาคม 2564
การระบาดในไทย: พบในผูท้ ีเ่ ดนิ ทางกลบั มาประเทศไทยในสถานกกั กนั ของรฐั รายหนึ่ง
สายพนั ธทุ์ ่ี 5: เดลตา (Delta) รหัสไวรัส: B.1.617.2
พบคร้งั แรกในประเทศอนิ เดยี เขา้ สู่ประเทศไทย: พฤษภาคม 2564
การระบาดในไทย: พบในคลัสเตอร์ที่แคมป์คนงาน หลักสี่จากนั้นแพร่กระจายเป็นวงกว้าง
ไปท่วั ทกุ พื้นทใี่ นปจั จุบนั และเปน็ สายพันธุ์หลกั ที่ระบาดในประเทศไทย
อตั ราการเเพร่ระบาดในไทย ว่ามีสายพันธ์ุอะไรบา้ ง
สายพันธุ์อัลฟ้า มีไข้ ไอ เจ็บคอ หนาวสั่น อาเจียนหรือท้องเสีย ปวดเมื่อย ปวดศีรษะ มี
นำ้ มกู การรับรสหรอื ได้กล่ินผดิ ปกติ
สายพันธุ์เดลต้า มีน้ำมูก เจ็บคอ ปวดศีรษะ มีอาการคล้ายหวดั ธรรมดาไม่ค่อยสูญเสียการ
รับรส
สายพันธุ์แกมมา มไี ข้ ไอ-จามแรง เจ็บคอ ปวดเมือ่ ยตามรา่ งกาย หายใจไม่ออก การรับรส
หรอื กลนิ่ ผิดปกติ
สายพันธ์ุS ไอต่อเนื่อง ลิ้นรับรสไม่ได้ จมูกไม่ได้กลิ่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย มีไข้
อณุ หภูมิ37.5C ข้ึนไป
สายพันธุ์เบตา มีไข้ เจ็บคอ ท้องเสีย ตาแดง ลิ้นรับรสผิดปกติ ผื่นขึ้นผิวหนัง นิ้วมือ-เท้า
เปลยี่ นสี หายใจลำบาก มีเสมหะในปอด เจ็บหนา้ อก สูญเสยี ความสามารถพูด-เคล่อื นไหว
4. เฮริ ์ด อิมมนู ติ ี้ (Herd Immunity) / ภูมิคุม้ กนั หมู่
คือภาวะที่ประชากรส่วนมากของสังคมมีภูมิคุ้มกันโรค โดยคิดเป็นสัดส่วนจำนวนคนที่สูงมาก
พอจนชว่ ยป้องกนั การแพรร่ ะบาดของโรคไมใ่ ห้เกดิ ขึ้นอกี ในอนาคตได้
ภูมิคุ้มกันหมู่อาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อหายจากโรคหรือเกิดจากการฉีดวัคซีน ตาม
หลักการของภูมคิ ้มุ กันหม่คู อื เมื่อชุมชนแห่งใดมีภมู ิคมุ้ กนั หม่เู กดิ ขน้ึ สมาชิกสว่ นหนงึ่ ทย่ี งั ไม่มีภูมคิ ุ้มกัน
หรือร่างกายอ่อนแอจนไม่มีภูมิคุ้มกันโรคก็จะได้รับประโยชน์จากการปกป้องรวมหมู่นี้โดยอัตโนมัติ
40
เพราะพาหะที่นำเช้ือโรคจากภายนอกเขา้ มาจะไมส่ ามารถสง่ ต่อเช้อื นั้นให้กบั คนอ่นื ๆ เป็นจำนวนมาก
จนเกิดการระบาดข้ึน
ภูมิคุ้มกันหมู่นั้นเกิดขึ้นได้จาก 2 ทาง คือการติดเชื้อโดยธรรมชาติ และการฉีดวัคซีน การติด
เชื้อโดยธรรมชาติ ทำใหร้ า่ งกายจดจำโรคและสร้างแอนติบอดขี ึ้นมาต่อสเู้ ชื้อไวรสั โคโรน่าสายพันธุ์ใหม่
เพื่อปอ้ งกันการติดซำ้ อกี ครั้ง การปลอ่ ยให้ประชาชนตดิ เช้ือจำนวนมากจนเกิดภมู คิ ุ้มกนั หมู่ขึ้นนั้นไม่ใช่
วิธีที่ยอมรับได้ทางวิทยาศาสตร์และทางศีลธรรม เพราะจะทำให้เกิดการเจ็บป่วยจำนวนมาก
โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุและผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบสาธารณสุขไม่สามารถ
รองรบั ผู้ปว่ ยไดเ้ พียงพอและเกดิ ภาวะลม้ เหลวจนมีคนล้มตายจำนวนมาก
การฉีดวัคซีนป้องกันโรค สามารถสร้าง Herd Immunity ขึ้นได้เมื่อมีคนจำนวนมากพอได้รับ
วัคซีนโควิด-19 และเกิดภูมิคุ้มกันต่อสู้โรคโดยไม่จำเป็นต้องติดเชื้อจริงๆ โดยเป็นวิธีที่ประสบ
ความสำเร็จในการช่วยควบคุมโรคติดต่อมาแล้วมากมายในอดีต เช่น โปลิโอ อีสุกอีใส หัดเยอรมัน
และโรคคอตบี
ภาพท่ี 6 ภูมคิ ุ้มกันหมู่ Herd Immunity
จงึ มีการกระต้นุ ใหค้ นพยายามฉดี วคั ซนี ใหม้ ากเพยี งพอ อย่างนอ้ ยตอ้ ง 60-70 % ยง่ิ เยอะยิ่งดี
ภูมิคุ้มกันร้อยละเท่าไรถึงจะเกิด Herd Immunityตามหลักการแล้วยิ่งเป็นโรคที่ติดต่อง่ายเท่าไรก็ยิ่ง
ต้องมีสัดส่วนประชากรที่มีภูมิคุ้มกันมากขึ้นเท่านั้นเช่นการระบาดของโรคหัดในอดีตที่คาดการณ์ว่า
ต้องสร้างภูมิคุ้มกันถึงร้อยละ94ของประชากรจึงจะยับยั้งการแพร่ระบาดได้สำหรับเชื้อโคโรน่าสาย
พันธุ์ใหม่นี้ ผู้เชี่ยวชาญในสหรัฐอเมริกาคาดว่าจำนวนผู้มีภูมิคุ้มกันอย่างน้อยที่สุดที่เพียงพอให้เกิด
ภมู คิ มุ้ กนั หมู่ในตอนนี้อยูท่ ี่ประมาณ 80% แต่หากเกิดสายพันธ์ุใหมท่ ่ีแพร่ระบาดง่ายขนึ้ หรือส่งผลให้ผู้
ทม่ี ีภมู คิ ุม้ กันแลว้ ยงั คงติดเช้อื และแพร่เชือ้ ได้อยู่ การคาดการณน์ กี้ ็อาจใชไ้ ม่ไดอ้ ีกตอ่ ไป
41
สรปุ โรคโควิด-19 และภูมคิ ้มุ กันหมู่
ในชว่ งแรกของการระบาด มีผนู้ ำของหลายประเทศ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงทางตะวันตก มองวา่ โค
วดิ -19 เปน็ เพียงโรคที่คล้ายไข้หวดั คอื มีอนั ตรายน้อย เพราะส่วนใหญเ่ ปน็ แล้วมีอาการเพียงเล็กน้อย
และหายไดเ้ อง จึงไม่ได้ออกมาตรการเข้มในการป้องกัน ปล่อยใหม้ ีการติดเชือ้ ในชมุ ชน และเช่อื ว่าเม่ือ
เกดิ ภมู คิ มุ้ กนั หมู่ตามธรรมชาติ แบบเดียวกับหดั -เยอรมันในสมยั ก่อน โรคก็จะหยดุ ระบาดไปเอง แต่ใน
เวลาต่อมา ถงึ แม้คนอายนุ ้อยเปน็ โรคนแ้ี ลว้ หายไดเ้ องเป็นสว่ นใหญ่ แต่ไม่อาจป้องกันใหก้ ลุ่มเสย่ี งสงู
ติดเชื้อโควดิ -19 ได้ ในหลายๆประเทศจึงพบโรคระบาดโควิด-19 กันหลายระลอก เกิดมผี ูป้ ว่ ยใน
ประเทศนับจำนวนเปน็ ลา้ นๆคน และผู้เสยี ชวี ิตผคู้ นนบั แสน คน
เรือ่ งน้ีให้อุทาหรณว์ า่ การขาดความรู้ (เกี่ยวกบั โรคโควิด-19 ซ่งึ เปน็ โรคอุบตั ใิ หม่)และการยึดติด
กบั ประสบการณ์เกา่ (เรือ่ งภูมคิ ุ้มกันหม่ตู ามธรรมชาติท่เี ก่ียวกบั การปอ้ งกนั โรคที่ไม่ร้ายแรง เช่น หดั
เยอรมัน) กอ่ ให้เกดิ ความเสียหายร้ายแรงและยาวนานได้ปัจจบุ ัน นอกจากการออกมาตรการเข้มใน
การปอ้ งกนั โรคแลว้ ทกุ ประเทศจงึ เลิกฝากความหวงั กับภมู ิคุม้ กันหมู่ตามธรรมชาติแล้ว และได้หนั มา
เรง่ จดั หาวัคซนี โควิด ฉีดให้ประชากร เพ่ือสร้างภูมคิ ุ้มกนั หมู่จากวคั ซีนให้ได้มากและเร็วที่สุด
42
บรรณานกุ รม
กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข. (2564). สืบค้นเม่ือวนั ท่ี 3 สิงหาคม 2564.จากเวบ็ ไซต์
https://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=2339
สถานการณ์การระบาดเชื้อไวรสั โคโรนา. (2564). สืบคน้ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564. จากเว็บไซต์
https://www.thebangkokinsight.com/news/politics-general/covid-19/712339/
BBC News. (2564). สืบค้นเมื่อวนั ที่ 3 สิงหาคม 2564. จากเว็บไซต์ https://bbc.in/3yARkEv
world health organization. (2564). สบื ค้นเม่ือวนั ท่ี 3 สงิ หาคม 2564. จากเว็บไซต์
https://bit.ly/3gQcGHY
43
ความครอบคลมุ ของวัคซีน
ยุทธศาสตร์เพ่อื การรบั วคั ซนี อย่างท่วั ถึง
ยุทธศาสตร์ประชาสัมพันธ์ : การสื่อสาร ถึงนโยบายของรัฐบาลในการวางแผนฉีดวัคซีน
อย่างตรงไปตรงมา โดยต้องให้ความรู้แก่ประชาชน ถึงวัคซีนที่มอี ยู่ในประเทศไทยให้ท่ัวถึง และทำให้
ประชาชนเข้าใจถึงความสำคญั ของการฉดี วัคซีน เพื่อการปอ้ งกนั โรค
ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน : ในการดำเนินการฉีดต้องมีการบริหารจัดสรรวัคซีนให้บริการ
วัคซนี อย่างทว่ั ถงึ ประชาชนในประเทศ เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี หรือตง้ั แต่ 12 ปี ถงึ 18 ปี จะต้องได้รับ
วคั ซนี ที่เหมาะสมกับอายุ
เปา้ หมายในการบรหิ ารจดั การฉดี วัคซนี โควดิ 19 โดยต้องให้ครอบคลุม มวี ตั ถุประสงคค์ อื
1. เพอ่ื ลดอัตราการป่วยและตาย กลุม่ เปา้ หมาย
2. เพอื่ ปกป้องระบบสขุ ภาพของประเทศ
3. เพื่อขบั เคลื่อนเศรษฐกจิ และสังคมของประเทศกลมุ่ เปา้ หมาย
ยุทธศาสตร์การประเมินผล: มีระบบการประเมินผลการให้บริการวัคซีนที่มั่นคง และ
ปลอดภัย เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหาย รวมถึงมีการรายงานผลข้างเคียง และอาการที่ไม่พึงประสงค์
ต่างๆหลังจากการไดร้ ับวัคซีน
1.สถานการณ์การได้รบั วัคซนี ทวั่ โลก
สหรฐั อเมริกา
ข้อดี : มีวัคซีนที่ผลิตได้เอง ทั้ง 2แบบ คือ แบบเชื้อเป็น ได้แก่น Moderna Prizer นำ
ชิ้นส่วนของเชือ้ มาผลติ วคั ซนี ไดแ้ ก่ Novavaxและเป็น Viral vaccine คอื Johnson&Johnson
บุคคลากรทางการแพทย์ ผสู้ งู อายุ และผทู้ ีม่ โี รคประจำตวั 7 กลุม่ ผู้ท่ีตอ้ งทำงานพบเจอกับ
ผู้คนเป็นจำนวนมาก เช่น พนักงานร้านสะดวกซื้อ มีการจัดการวัคซีนที่ดี คือ ไม่ซับซ้อนในการ
ลงทะเบียน สามารถ walk-in เขา้ ฉดี ได้ เวบ็ ไซต์สามารถลงทะเบยี นได้ ด้วยSoftware ทม่ี ีคณุ ภาพ
ข้อเสีย : เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่เสรีภาพ ในการตัดสินใจจึงเป็นเสรีภาพทาง
ร่างกาย จงึ มผี ู้คนท่ี Anti-vaccine ทำให้คนกลมุ่ นสี้ ามารถตดิ เชอื้ โรคCOVID-19 ได้
มีการใช้นโยบายให้ผู้คนในอเมริกาฉีดวัคซีน คือ ร่วมกับบริษัทภาคเอกชนที่มีการอำนวย
ความสะดวกตา่ งๆ เชน่ เรยี ก URBER ได้ฟรี ถ้าหากจะตอ้ งการไปฉีดวคั ซีนภายในปนี ้ี โดยมกี ารรับ-สง่
ไปกลับ ตามสถานที่ฉีดต่างๆ ในทุกรัฐ และการให้เงินเป็นจำนวนเงิน 100 ดอลลาสหรัฐ ถ้าหากได้
ลงทะเบียนฉดี วคั ซนี ทางเว็บไซต์ทางการของรฐั นิวยอร์ก
นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวทีเ่ ข้ามาท่องเที่ยวในสหรัฐอเมริกาสามารถฉดี วัคซีนได้ฟรี โดยไม่มี
การเสยี ค่าใช้จ่ายใดๆ