ดอกเบี้ย & มูลค่าของเงิน By meand myfriends jakiki
เอกสารประกอบการเรียน [E-BOOK] รายวิชาคณิตศาสตร เรื่อง ดอกเบี้ยและมูลคาของเงิน
คำ นำ ในชีวิตประจําวัน ครอบครัวเราอาจจะตองซื้อสินคาที่มีราคาสูงมาก เชน บาน รถยนต การซื้อสินคาที่มี ราคาสูงนั้นอาจจะไมใช ชําระเงินทั้งหมดในคราวเดียว ตองมีการผอนชําระเปนงวดๆ เปนเวลาหลายป ทําใหตองมี การคิดดอกเบี้ยและคํานวณคางวดในการผอนชําระแตละเดือน ดังนั้น การคิดดอกเบี้ยการแบงชําระคางวดเปนเรื่อง ที่เขามาเกี่ยวของในชีวิตประจําวันอยูเสมอ ในการเรียนรู้เรื่องนี้จะเปนการศึกษาเกี่ยวกับดอกเบี้ย เงินและมูลคา ของเงิน และคารายงวด เพื่อให ทั้งตัวเราเเละเพื่อนๆ หรือคุณครู ได้นําความรูไปวางแผน วิเคราะหและรวมกันตัดสิน ใจทางดานการเงินไดเกิด ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ทางคณะผู้จัดทำ ได้เรียบเรียงข้อมูลเพื่อให้สอดคล้องกับหัวข้อ ดอกเบี้ยเเละมูลค่าของเงิน โดยได้จัด เเบ่งเนื้อหาตามหัวข้อสาระความรู้ไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ คณะผู้จัดทำ
สารบัญ 1 2 ดอกเบี้ยแล ะมูลคา ของ เ งิ น คว ามหมายของ ดอกเบี้ยแล ะมูลคา ของ เ งิ น 3 4 กา รคิดอั ต ร าดอกเบี้ย กา รคำ น ว ณ ดอกเบี้ย 5 6 ดอกเบี้ย ท บ ต้ น สู ต ร ใ น กา รคำ น ว ณ ดอกเบี้ย ท บ ต้ น 7 8 มูลค่า ของ เ งื น ปัจ จัยมูลค่า ของ เ งิ น 9 10 สู ต รกา รคํา น ว ณ มูลคา ค่า ร ายง วด 11 12 ค่า ง วด ที่ จาย ต อ น ต้ น ง วด ค่า ง วดใ น กา รผ่อ น ชำ ร ะ 13 ค่า ง วด ที่ จ่ าย ต อ น สิ้ น ง วด
ในการดำ รงชีวิตของคนเรานั้น เกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินเป็นอย่างมาก ซึ่งเงินในที่จะกล่าวถึงที่มีความ สัมพันธ์กับดอกเบี้ยนั้น ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับ การกู้ยืมนั่นเอง ดังนั้นในสถานการณ์ที่ทำ ให้เกิดคำ ว่าดอกเบี้ยขึ้น มานี้ จะต้องมีเจ้าหนี้หรือผู้กู้ยืมปล่อยเงินกู้ (ในหลักการมองว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง) ซึ่งผู้ลงทุนหรือผู้กู้ย่อม ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนนี้ ผลตอบนี้เราเรียกมันว่าดอกเบี้ยนั่นเอง ส่วนผู้กู้ยืมก็นำ เงินต้นไปใช้ประโยชน์ ดอกเบี้ย (Interest) ในการดําเนินชีวิตทุกครอบครัวมีรายไดหรือภาระคาใชจายแตกตางกันบางครอบครัว อาจประสบกับ สถานการณทางการเงินหลายอยาง เชน มีเงินออมเก็บไวโดยไมไดใชใหเกิดประโยชนเพิ่มเติม หรือ อาจขาดแคลนเงิน ที่จําเปนตองใชจาย หรือตองการเงินทุนเพื่อนํามาลงทุนทางธุรกิจเพื่อกอใหเกิดรายได ที่เพิ่มขึ้น กับครอบครัว หรือ ตองการเงินเพื่อซื้อรถ ซื้อบานหรือสิ่งอํานวยความสะดวกตางๆ ซึ่งสถานการณเหลานี้ กอใหเกิดการให ยืมเงินแก ผู จําเปนตองใชเงิน และการขอยืมเงินจากผู มีเงินออม โดยทั่วๆ ไปแลวในการให ยืมเงิน นั้นผูให ยืมจะได รับผลประโยชน ตอบแทนจากเงินที่ให ยืมไป ซึ่งผลประโยชน ดังกลาวนี้เราเรียกวา ดอกเบี้ย ดังนั้น ความรูเกี่ยวกับดอกเบี้ยจึงเปน สิ่งจําเปนสําหรับนักเรียนในการวางแผนการใชจายในอนาคต ดอกเบี้ยและมูลคาของเงิน หน้า 1
ราชบัณฑิตยสภา ไดใหความหมายของ ดอกเบี้ย ไววา ดอกเบี้ย คือ ผลประโยชน ที่บุคคลหนึ่ง ตองใชใหแก บุคคลอีกคนหนึ่ง เพื่อการที่ไดใชเงินของบุคคลนั้น หรือเพื่อการไม ชําระหนี้หรือชําระหนี้ไม ถูกตอง หรือชําระหนี้ลาชา ทั้งนี้ โดยคํานวณเปนรายวัน รายเดือนหรือรายป จากยอดเงินตนหรือยอดเงินที่ตองชําระ เพื่อใหเขาใจได ชัดเจนขึ้นและสามารถคํานวณไดงายขึ้น จึงให คําจํากัดความของดอกเบี้ย ไว ดังนี้ ดอกเบี้ย (interest) คือ ผลประโยชนหรือคาตอบแทนที่ผู กูจะตองจายใหแก ผูให กู ยืมในชวงระยะเวลาใด เวลาหนึ่งตามที่ผู กูและให กู ยืมไดตกลงกันไว โดยที่จํานวนเงินที่ให กู ยืมเรียกวา เงินตน (principal) และคา ตอบแทน จะคิดเปนอัตรารอยละตอหนวยเวลาเรียกวา อัตราดอกเบี้ย (interest rate) อัตราดอกเบี้ย (interest rate) ในการคํานวณหาอัตราดอกเบี้ยเงินกู มักอยูในลักษณะรอยละตอป ซึ่งผูให กู เชน ธนาคารหรือบริษัทเรียกเก็บจากผู กูเพื่อเปนผลตอบแทนจากการให กู อัตราดอกเบี้ยเงินกู มีหลาย ประเภท หลายอัตรา โดยทั่วไปขึ้นอยู กับประเภทของเงินกูหรือสินเชื่อ ซึ่งในที่นี้ผูให กูหมายถึง สถาบันการเงิน และผูประกอบธุรกิจ การเงินที่ไมใชสถาบันการเงินหรือ non-bank อัตราดอกเบี้ยอางอิงของแตละธนาคารอาจไมเทากัน เนื่องจากตนทุนของธนาคารแตละแหงไมเทากันซึ่ง อัตราดอกเบี้ยอางอิงจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงในแตละชวงเวลา นอกจากนี้ ในทางปฏิบัติธนาคารมักจะใช MLR ทั้งลูกคารายใหญและรายยอย โดยนักเรียนสามารถหา ขอมูลอัตราดอกเบี้ยดังกลาวที่ธนาคารพาณิชยใชอยูไดจากเว็บไซตของธนาคารแตละแหงและเว็บไซตของธนาคาร แหงประเทศไทย ความหมาย หน้า 2
การคิดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย มีวิธีการคิดตางๆ เชน 1. MLR (minimum loan rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชยเรียกเก็บจากลูกคารายใหญ ชั้นดี โดยสวนใหญใช กับเงินกูระยะยาวที่มีกําหนดระยะเวลาที่แนนอน 2. MOR (minimum overdraft rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชยเรียกเก็บจากลูกคา รายใหญ ชั้นดี ประเภทวงเงินเบิกเกินบัญชี 3. MRR (minimum retail rate) หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชยเรียกเก็บจากลูกคารายยอยชั้นดี เชน สินเชื่อสวนบุคคล สินเชื่อที่อยูอาศัย ในหัวขอนี้จะศึกษาวิธีการคิดดอกเบี้ย 2 ประเภท คือ 1. ดอกเบี้ยคงตน(เชิงเดียว) (simple interest) 2. ดอกเบี้ยทบตน (compound interest) ดอกเบี้ยคงตน(เชิงเดียว) (Simple Interest) ดอกเบี้ยคงตน(เชิงเดียว) คือ ดอกเบี้ยที่กําหนดใหเงินตนมีคาคงที่ตลอดระยะเวลาของการฝากเงิน หรือการกู ยืมเงิน ซึ่งดอกเบี้ยดังกลาวจะมีคาเทากันทุกป ตัวอยางอัตราดอกเบี้ยคงตน เชน ในการกู ยืมเงินจากธนาคาร ธนาคารกําหนดให ชําระดอกเบี้ยรอยละ 7 ตอปเปนเวลา 10 ป ในการฝากเงินในบัญชีประเภทออมทรัพย ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยให ลูกคารอยละ 0.5 ตอป การฝากเงินในบัญชีประเภทฝากประจํา 24 เดือน อาจคิดอัตราดอกเบี้ยรอยละ 1.75 ตอป การคิดอัตราดอกเบี้ย หน้า 3
การคํานวณดอกเบี้ยสิ่งที่นักเรียนตองรูและเขาใจดังนี้ เงินตน คือ จํานวนเงินลงทุนหรือจํานวนเงินที่ให กู ดอกเบี้ย คือ คาตอบแทนที่บุคคลหนึ่งตองใชใหแก บุคคลอีกคนหนึ่งเพื่อทดแทนการยืมเมื่อครบกําหนดเวลา เงินรวม คือ จํานวนเงินตนรวมกับดอกเบี้ย การคํานวณดอกเบี้ยสามารถคํานวณได้ ดังนี้ จาก ดอกเบี้ย (interest) = เงินตน x อัตราดอกเบี้ย x ระยะเวลาในการกูเงิน จะไดวา I = Prt ----- 1 โดยที่ P คือ เงินตนหรือมูลคาปจจุบัน S คือ เงินรวมหรือมูลคาอนาคต / t คือ เวลาในการกู ยืม (หนวยเปนป) r คือ อัตราดอกเบี้ยตอป / I คือ ดอกเบี้ยคงตน(เชิงเดียว) จะไดวา เงินรวม = เงินตน + ดอกเบี้ย นั่นคือ S = P + I ----- 2 การคำ นวณดอกเบี้ย หน้า 4
ดอกเบี้ยทบต้น หน้า 5
สูตรในการคํานวณ หน้า 6
มูลคาของเงิน (Value of Money) เมื่อเวลาเปลี่ยนคาของเงินก็เปลี่ยนไปตามปจจัยที่มากระทบ อัตรา เงินเฟอเปนปจจัยพื้นฐานที่หลีกเลี่ยง ไมได ซึ่งมูลคาของเงินจะลดลงตามอัตราเงินเฟอ จะเห็นวาการอุปโภคบริโภค บางสินคาแมไมได รับการปรับปรุง สินคาผลิตภัณฑใดๆ แต มีราคาขายแพงขึ้น เพราะปจจัยไมได ขึ้นกับผลิต ภัณฑเพียงอยางเดียวเทานั้น แตเปนเพราะ มูลคาของเงินที่ลดลงไปเรื่อยตามกาลเวลา และสิ่งที่ชวยอธิบายคําตอบ ได ดีที่สุดนั้นคือ มูลคาเงินตามเวลา ( time value of money) คือสิ่งสําคัญที่เตือนวา เงินสดที่เราถืออยู วันนี้ จะดอยคาลงตามกาลเวลา หากเราไม ทําอะไรเลย หรือเก็บไวเฉยๆ ในขณะเดียวกันเมื่อมีการบริหารเงินหรือทําการ ลงทุนจะมีผลตอบแทนในรูปแบบตางๆ มาเกี่ยวของ เชน อัตราดอกเบี้ย อัตรากําไรเฉลี่ย อัตราเงินปนผล ฯลฯ ทําให มูลคาของเงินเปลี่ยนไป เสนเวลา (Time Line) ในการศึกษาเรื่องมูลคาของเงินตามเวลา จะใหเสนเวลาเปนเครื่องมือเพื่อ แสดงใหเห็นวามูลคาของเงินใน อนาคตจะเกิดขึ้นเมื่อใด และจํานวนเทาใด ซึ่งเสนเวลาจะมีตัวเลขกํากับอยูดาน บนและดานลาง มูลคาของเงิน (Value of Money) มูลคาของเงินจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลา ดังนั้นการเปรียบ เทียบคาเงิน ณ เวลาที่ตางกัน สามารถทําไดโดยการแปลงจํานวนเงินนั้นๆ ใหกลับมาเปนคาปจจุบัน แลวจึงทําการ เปรียบเทียบคาเงิน ณ ปจจุบัน มูลคาของเงินตามเวลา (time value of money) จึงเปนปจจัยหนึ่งของการตัดสินใจในการลงทุน มูลคาของเงิน หน้า 7
มูลคาของเงินนั้นจะขึ้นอยู กับปจจัย 2 ประการ ไดแก ระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ย และมูลคาของเงินตาม กาลเวลา เกี่ยวของกับแนวคิดพื้นฐานสองกลุม ไดแก มูลคาปจจุบัน และมูลคาอนาคต 1.มูลคาปจจุบัน (Present Value) คือ มูลคาของเงิน ณ ปจจุบัน ที่เกิดขึ้นในอนาคต และมีคาเทากับ จํานวนเงินจํานวนหนึ่ง ณ ปจจุบัน ซึ่งการหาคาเงินปจจุบันมีกระบวนการคิดตรงกันขามกับการคิดทบตน ซึ่งจะเปนการคํานวณเอาดอกเบี้ยออกไปเพื่อใหเหลือเงินเริ่มตน จะเรียกวา การคิดลดคาเงิน (discounting) เชน การเปรียบเทียบวาเงิน 1,000 บาท ณ สิ้นป ที่ 3 กับเงิน 1,200 บาท ณ สิ้นป ที่ 5 เงินจํานวนใดมีคามากกวากัน ซึ่งสามารถคํานวณไดจากการคิดลดคาเงินเพื่อหามูลคาปจจุบันของ เงินทั้งสองจํานวน แลวจึงนํามาเปรียบเทียบกัน 2.มูลคาอนาคต (Future Value) คือ มูลคาของเงินในอนาคตภายใตชวงเวลา หรืออัตราผลตอบแทนที่ ได กําหนดไว โดยมีกระบวนการเริ่มจากเงินจํานวนหนึ่ง ณ ปจจุบัน มีคาเพิ่มมากขึ้นในอนาคตจะ เรียกวา การทบตนของคาเงินดวยดอกเบี้ยที่ได รับ (compounding) ซึ่งมูลคาของเงินในอนาคตจะมี คามากหรือนอยขึ้นอ ยู กับตัวแปรสองตัว คือ อัตราผลตอบแทน และระยะเวลา สมมติวาฝากเงินดวยเงินตน 1,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 5% ตอป โดยคิดดอกเบี้ยแบบทบตนปละครั้ง เมื่อ ฝากครบ 2 ป จะไดเงินรวม 1,000(1 + 0.05) หรือ 1,102.5 บาท ซึ่งอาจกลาวไดวาเงิน 1,102.5 บาท เปนมูลคาอนาคต สวนเงิน 1,000 บาทเปนมูลคาปจจุบัน ปัจจัยมูลคาของเงิน 2 หน้า 8
สูตรการคํานวณมูลคา หน้า 9
คารายงวด (Annuity) คารายงวด หมายถึง การจายเงินหรือฝากเงินเปนงวดๆ ติดตอกันหลายงวด โดยการจายเงินแตละงวดมี ระยะเวลาหางเทาๆ กัน เชน การซื้อสินคาเงินผอน การออมเงินแบบฝากประจํากับธนาคาร การรับหรือจายคางวด มีลักษณะ 3 ประการ ดังนี้ 1. รับหรือจายเทากันทุกงวด 2. รับหรือจายติดตอกันทุกงวด 3. รับหรือจายตอนตนงวดหรือสิ้นงวด ตัวอยาง การรับหรือจายคางวด เชน การนําเงินไปฝากธนาคารทุกตนป ปละ 20,000 บาท เปนเวลา 6 ป หรือการซื้อรถยนตแบบผอนสง โดยทําสัญญากับผู จําหนายรถยนตวาจะผอนชําระทุกสิ้นเดือน เดือนละ 9,000 บาท เปนเวลา 4 ป เปนตน การคํานวณหาเงินรวมของคารายงวดทั้งหมด แบงได2 กรณีดังนี้ 1. คารายงวดที่รับหรือจายตอนตนงวด (annuities due) หมายถึง มูลคารวมในอนาคตที่เกิดขึ้น ณ วันตนงวด โดยแตละงวดจะเกิดขึ้นเร็วกวากรณีที่เกิด ณ วันปลายงวด ซึ่งมีผลทําใหเงินงวดแตละงวด มีการทบตนดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นอีก 1 งวด ทําให มูลคารวมมีคามากกวากรณีสิ้นงวด 2. คารายงวดที่รับหรือจายตอนสิ้นงวด (ordinary annuities) หมายถึง มูลคารวมในอนาคตของเงินงวด ซึ่งเทากับผลรวมของเงินงวดแตละงวดทบตนดวยดอกเบี้ยตามระยะเวลา หน้า 10
คางวดที่จายตอนตนงวด หน้า 11
คางวดจายตอนสิ้นงวด หน้า 12
คางวดในการผ่อนชำ ระ หน้า 13
จัดทำ โดย นางสาวพรธิดา ลาภา เลขที่ 11 นางสาวกชพรรณ จันทร์สุข เลขที่ 14 นางสาวศิริฉัตร วราบุตร เลขที่ 24 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/7 Thanks You !