ความผิดต่อตำแหนง่ หนา้ ท่รี าชการมาตรา148
และความผดิ ฐานฉอ้ โกงมาตรา341
จดั ทำโดย
นางสาวนันทนา มแี สง
รหัสนิสติ 631081139
นำเสนอ
อาจารย์ วริ ตั น์ นาทิพเวทย์
รายวิชากฎหมายอาญา2 ภาคความผิด รหสั วิชา0801221
ภาคเรียนที่1/2564 คณะนิตศิ าสตร์
สารบญั หนา้
เร่อื ง
1
มาตรา148 ความผิดฐานเจา้ พนกั งานข่มขืนใจ หรอื จงู ใจ
1
องค์ประกอบความผิดมาตรา148 1
คำอธบิ าย 2
คำพิพากษาฎีกาที่ 1084/2536 3
อธบิ ายคำพิพากษาฎีกาที่ 1084/2536 4
คำพิพากษาฎีกาท่ี 1085/2536 5
อธิบายคำพิพากษาฎีกาที่ 1085/2536 6
สรุป
7
มาตรา341 ความผดิ ฐานฉอ้ โกง
7
องค์ประกอบความผดิ มาตรา341 7
คำอธิบาย 8
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2062/2558 9
อธิบายคำพิพากษาศาลฎกี าท่ี 2062/2558 10
คำพิพากษาศาลฎีกาท่ี 4005/2551 12
อธิบายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2551 13
สรปุ
บรรณานกุ รม
คำนำ
คำอธิบายความผิดฐานเจ้าพนักงานขม่ ขนื ใจ หรือจงู ใจตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา
148และคำอธบิ ายความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา341เล่มนจ้ี ดั ทำขึน้
เพื่อให้ผสู้ นใจกฎหมายอาญามาตรา148และ341 ได้ศกึ ษาเปน็ แนวทางและใช้อา้ งองิ โดยผจู้ ัดทำ
เรียบเรยี งและอธิบายปรับปรงุ แก้ไขจนแล้วเสรจ็ เพ่อื ใหผ้ สู้ นใจกฎหมายอาญามาตรา148และ
มาตรา341เขา้ ใจได้ง่ายขึน้
หากการจัดทำมีข้อผดิ พลาดขาดตกบกพร่องประการใด ขอได้โปรดกรุณาแจง้ ให้ทราบดว้ ย
เพื่อผจู้ ดั ทำจะไดท้ ำการปรบั ปรงุ แกไ้ ขให้ถกู ตอ้ งในครัง้ ต่อไป
นางสาวนนั ทนา มีแสง
ผู้จดั ทำ
1
ความผิดฐานเจ้าพนักงานข่มขืนใจ หรอื จูงใจ (มาตรา 148)
มาตรา 148 ผู้ใดเป็นเจา้ พนักงาน ใช้อำนาจในตำแหนง่ โดยมิชอบ ขม่ ขืนใจหรอื จูงใจเพื่อใหบ้ ุคคลใด
มอบให้หรือหามาใหซ้ ่งึ ทรัพย์สินหรอื ประโยชน์อนื่ ใดแก่ตนเองหรือผู้อนื่ ต้องระวางโทษจำคกุ ตั้งแตห่ ้าปีถงึ ย่สี บิ
ปี หรือจำคุกตลอดชวี ติ และปรับตง้ั แต่หน่งึ แสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือประหารชวี ิต
องคป์ ระกอบภายนอก
1.เจ้าพนักงาน
2.ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ
3.ขม่ ขนื ใจ หรือจูงใจ
องค์ประกอบภายใน
1.เจตนาธรรมดา
2.เจตนาพเิ ศษ
เพอ่ื ให้บุคคลใดมอบให้
หรือหามาใหซ้ ึ่งทรัพย์สนิ
หรอื ประโยชนอ์ น่ื ใดแกต่ นเองหรือผ้อู น่ื
คำอธิบายเชิงโครงสร้างความรบั ผิดทางอาญา
การกระทำ เจา้ พนักงานใช้อำนาจในตำแหนง่ โดยมิชอบ ข่มขนื ใจหรือจูงใจ เพื่อให้ผู้ใดมอบให้หรอื หา
มาใหซ้ ึง่ ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชน์อืน่ ใดให้แกต่ นเองหรือผู้อ่ืน
เจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานในทน่ี ก้ี ็มีความหมายเชน่ เดยี วกับมาตราอน่ื ๆ คือ มกี ฎหมายแต่งต้ังให้เป็น
เจ้าพนกั งานหรือเปน็ ข้าราชการได้รับเงนิ เดือนประเภทงบประมาณแลว้ กม็ ีหนา้ ท่ีเพื่อการนนั้
ใชอ้ ำนาจในตำแหนง่ โดยมชิ อบ ใช้อำนาจในตำแหนง่ หมายถงึ ใชอ้ ำนาจทมี่ ีอยโู่ ดยปกติตาม
ตำแหนง่ ของเจ้าพนกั งานประเภทนัน้
โดยมิชอบ หมายถงึ ใชอ้ ำนาจในตำแหนง่ นา้ ที่ไปในทางท่ีไม่ถกู ต้องไมส่ มควร
2
ขม่ ขืนใจ หรือจูงใจ การใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบตามมาตราน้ี สามารถกระทำโดยวธิ ี
ข่มขืนใจ หมายถึง บังคับจติ ใจให้กระทำในส่งิ ท่ีไม่อยากกระทำ หรอื หา้ มกระทำในส่งิ ท่ีอยากกระทำ
จงู ใจ หมายถงึ ชักนำ หรือเกลีย้ กลอ่ มให้ทำตาม
เพื่อให้บคุ คลใดมอบให้ หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชนอ์ ่นื ใดแก่ตนเอง หรือผู้อน่ื
คำวา่ ทรัพย์สิน เปน็ ไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา๑๓๘ ซ่งึ วางหลกั ไว้วา่ ทรัพย์สิน
หมายความรวมท้ังทรพั ย์และวตั ถไุ มม่ รี ปู ร่าง ซ่ึงอาจมรี าคาและอาจถือเอาได้
ประโยชน์อืน่ ใด หมายรวมท้ังประโยชน์ในลักษณะท่ีเปน็ ทรัพยส์ นิ หรอื ไม่เปน็ ทรัพยส์ นิ
คำพิพากษาฎกี าท่ี 1084/2536
โจทกฟ์ ้องวา่ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 157
จำเลยใหก้ ารปฏเิ สธ ระหวา่ งพิจารณา นายวินติ นพรตั น์ ผู้เสยี หายขอเข้ารว่ มเป็นโจทก์ ศาลช้นั ตน้ อนุญาต
ศาลชั้นตน้ พิพากษาว่า จำเลยมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 จำคุก 6 ปี
จำเลยอทุ ธรณ์
ศาลอทุ ธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์และโจทกร์ ว่ มฎีกา
ศาลฎกี าวนิ ิจฉยั ว่า "พเิ คราะห์แลว้ ปัญหามีวา่ จำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จากกรณีที่จำเลยได้
พูดกบั โจทก์ร่วมวา่ ร้านของโจทก์ร่วมเป็นเจ้ามือหวยเถื่อนอย่างน้ีต้องมผี ลประโยชน์และให้เอาเงินใส่ซองมาให้
บา้ ง ถา้ ไมใ่ หจ้ ะไปตาม สวป.มาดำเนนิ การจับกุมจริง ข้อเท็จจรงิ ต่อมาจำเลยมีเจตนาจะใหโ้ จทกร์ ว่ มจา่ ยเงิน
ใหแ้ ก่ตน แต่เมือ่ โจทก์รว่ มไม่ใหเ้ งินแก่จำเลยจำเลยได้ไปแจ้งเหตตุ อ่ พันตำรวจโทวิมาน เวชสวรรค์ สารวตั ร
ปกครองปอ้ งกันวา่ พวกในตลาดบางซา้ ยกำลงั เลน่ การพนนั สลากกนิ รวบขอใหไ้ ปทำการจับกมุ ข้อเทจ็ จริง
ต่อมาพันตำรวจโทวิมานส่ังร้อยตำรวจเอกวิเชียรรองสารวัตรปกครองปอ้ งกนั ไปสืบสวนจับกมุ ผกู้ ระทำผิด
ต่อมาร้อยตำรวจเอกวิเชยี รมารายงานใหท้ ราบว่า ไม่มีการเลน่ พนนั สลากกินรวบ
เมอ่ื จำเลยไม่ได้เงนิ จากโจทก์ร่วม จงึ ไปแจ้งเหตุต่อสารวตั รปกครองปอ้ งกันตามทีจ่ ำเลยขโู่ จทกร์ ่วม
ถอื ได้ว่าจำเลยมเี จตนาจงู ใจเพือ่ ใหโ้ จทก์รว่ มจ่ายเงินให้ โดยใช้อำนาจในตำแหนง่ โดยมชิ อบ จงึ มีความผดิ ตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148ดงั ท่ีศาลช้ันตน้ วนิ จิ ฉยั ทศี่ าลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ศาลฎีกาไมเ่ ห็น
พอ้ งดว้ ยฎีกาของโจทก์และโจทกร์ ่วมฟังขน้ึ " พิพากษากลบั บงั คบั คดตี ามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
3
อธบิ ายคำพิพากษาฎกี าท่ี 1084/2536
องค์ประกอบความผดิ ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148
ผกู้ ระทำเปน็ เจ้าพนกั งานนายสบิ
การกระทำคือ กลา่ วหาโจทก์ร่วมวา่ เป็นเจ้ามือหวยเถื่อน จงึ จูงใจใหโ้ จทกร์ ว่ มแบ่งผลประโยชนใ์ ห้
จำเลย แตห่ ากไมก่ ระทำตามขอ้ เสนอ จงึ ข่มขืนใจโดยการไปแจง้ เหตตุ อ่ สารวตั ปกครองป้องกัน
เจตนาพเิ ศษ คือ เพื่อให้ไดม้ าซ่งึ ผลประโยชน์และเงินจากโจทก์
จำเลยเป็นเจา้ พนักงานยศสบิ ตำรวจเอกได้พดู กบั โจทก์ร่วมวา่ รา้ นของโจทกร์ ่วมเปน็ เจ้ามือหวยเถ่ือน
อย่างน้ีต้องมีผลประโยชน์และใหเ้ อาเงนิ ใสซ่ องมาใหบ้ า้ ง ถา้ ไมใ่ หจ้ ะตาม สารวัตรปกครองปอ้ งกนั มา
ดำเนนิ การจับกุม แตเ่ ม่ือโจทกร์ ่วมไม่ใหเ้ งินแก่จำเลย จำเลยไดไ้ ปแจง้ เหตุต่อสารวัตรปกครองป้องกนั ตามท่ีได้
ข่มขืนใจโจทกไ์ ว้วา่ พวกในตลาดกำลงั เลน่ การพนนั สลากกินรวบขอให้ไปทำการจบั กมุ แต่ปรากฏวา่ ไม่มีการ
เลน่ แตอ่ ย่างใดจงึ ถือไดว้ ่าจำเลยมเี จตนาจูงใจเพ่ือใหโ้ จทกร์ ่วมจ่ายเงนิ ให้ โดยใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบมี
ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148
4
คำพิพากษาฎีกาที่ 1085/2536
โจทกฟ์ ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,157, 83
จำเลยใหก้ ารปฏเิ สธ
ศาลช้นั ตน้ พิพากษาว่า จำเลยมคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148, 83 วางโทษจำคุก
5 ปี จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พพิ ากษาแกเ้ ปน็ ว่า จำเลยมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ลงโทษจำคกุ 3 ปี ข้อหาอื่นให้ยกนอกจากที่แก้ให้เปน็ ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎกี าวนิ จิ ฉัยว่า "ขอ้ เทจ็ จรงิ ฟงั ได้เปน็ ยตุ วิ า่ ในวนั เกดิ เหตเุ วลาประมาณ 11 นาฬิกา ขณะที่
นายลาเต๊ะผู้เสยี หายกำลงั เลื่อยไมข้ ี้เหล็กปา่ ท่ขี ึ้นอย่ใู นทด่ี นิ มี น.ส.3 ของตนเอง ซึ่งมีสทิ ธิกระทำได้โดยชอบ
ด้วยกฎหมาย จำเลยซึง่ เปน็ เจ้าพนกั งานตำรวจไดร้ ่วมกับพวกอีก 1 คน แกลง้ กลา่ วหาว่า ผ้เู สยี หายกระทำผดิ
ต่อพระราชบัญญัตปิ า่ ไม้ แล้วจำเลยกับพวกได้ยดึ เอาเลื่อยยนตข์ องผู้เสยี หายที่ใชเ้ ล่ือยไม้ดังกลา่ วไปเป็น
ประโยชนส์ ่วนตัวหรอื ผู้อนื่ โดยทจุ ริต กรณีต่อมาขอ้ กฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าการกระทำของ
จำเลยดงั กลา่ วนน้ั เปน็ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 หรือไม่
กรณใี นคดนี ป้ี รากฏวา่ จำเลยเปน็ เจา้ พนกั งานตำรวจมีอำนาจหน้าทีจ่ ับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายไดท้ ่วั
ราชอาณาจกั ร ไดใ้ ช้อำนาจในตำแหน่งแกล้งกล่าวหาว่าผ้เู สยี หายกระทำความผดิ ต่อกฎหมายคือ
พระราชบัญญตั ิป่าไมแ้ ต่ความจรงิ ผเู้ สยี หายมิไดก้ ระทำผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด การท่ีจำเลยกลา่ วหา
ผู้เสยี หายเชน่ นั้น ก็เพื่อมิใหผ้ ูเ้ สยี หายขดั ขวางในการทจ่ี ำเลยกับพวกยดึ เอาเล่ือยยนต์ของผู้เสียหายไป
การกระทำดงั กลา่ วถือว่าเปน็ การขม่ ขืนใจผเู้ สียหายใหย้ อมมอบเลื่อยยนตอ์ นั เป็นทรัพย์สินของ
ผู้เสียหายให้แกจ่ ำเลยกับพวกนน่ั เอง การกระทำของจำเลยจึงเปน็ ความผิดตามมาตรา 148ฎกี าของโจทก์ฟงั
ขน้ึ " พิพากษาแกเ้ ป็นว่า จำเลยมคี วามผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ประกอบมาตรา 83 ให้
บงั คับคดตี ามคำพิพากษาศาลช้นั ตน้
5
อธิบายคำพิพากษาฎีกาที่ 1085/2536
องค์ประกอบความผดิ ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148
ผู้กระทำเป็นเจ้าพนักงาน
การกระทำ คือ เจา้ พนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งกล่าวหาโจทก์ เพ่ือไมใ่ หโ้ จทก์ขดั ขวางการใช้อำนาจ
ยึดทรัพยส์ นิ ของโจทก์
เจตนาพิเศษคือ เพื่อให้ได้มาซ่ึงเลื่อยยนต์ทเ่ี ปน็ ทรพั ย์สนิ ของโจทก์เพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อ่นื
จำเลยเปน็ เจ้าพนักงานตำรวจมอี ำนาจหนา้ ทจ่ี บั กุมผู้กระทำผดิ กฎหมายได้ทัว่ ราชอาณาจักรได้ใช้
อำนาจในตำแหน่งแกลง้ กลา่ วหาว่าผเู้ สียหายกระทำความผิดตอ่ พระราชบัญญัติป่าไม้ แต่ความจรงิ ผู้เสยี หาย
มิได้กระทำผิดต่อกฎหมายดงั กล่าว
การทจ่ี ำเลยกล่าวหาผู้เสียหาย เพือ่ ไมใ่ หโ้ จทก์ขัดขวางในการที่จำเลยกบั พวกยดึ เอาเล่ือยยนตข์ อง
ผู้เสียหายไป ถือว่าเป็นการขม่ ขืนใจหรอื บังคบั ผู้เสยี หายให้โจทก์ยอมมอบเล่ือยยนต์ อันเปน็ ทรพั ย์สินของโจทก์
ให้กับจำเลยกบั พวก ดงั น้นั จึงเป็นความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148
6
สรุป
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา148 ความผิดฐานเจา้ พนกั งานขม่ ขืนใจ หรือจงู ใจ เป็นการกระทำโดย
การใช้อำนาจในทางมชิ อบของเจา้ หนา้ ทีท่ ง้ั ในด้านการข่มขืนใจผอู้ ่นื หรือจูงใจผู้อืน่ โดยมีเจตนาพเิ ศษเพื่อให้ส
ผอู้ ่ืนสง่ มอบทรพั ยส์ ินใหต้ นหมายความรวมท้ังเงนิ หรอื สง่ิ ของ คำว่าทรัพยส์ นิ ในท่นี ี้มคี วามหมายตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณชิ ยม์ าตรา138 ซง่ึ ผ้ทู ี่กระทำผดิ ตามมาตรานี้จะมที ง้ั องค์ประกอบภายในและภายนอก
เช่น
ตวั อย่างฎกี าที่ 1084/2536 เจ้าหน้าทซ่ี ่ึงเป็นจำเลยเปน็ ผกู้ ระทำ กล่าวหาโจทก์วา่ เปน็ เจ้ามือหวย
เถื่อน และขม่ ขืนใจโจทก์วา่ หากมใิ ห้ผลประโยชน์แก่ตนจะไปแจ้งสารวตั รปกครองปอ้ งกัน เมือ่ โจทก์ไมก่ ระทำ
ตาม จงึ ไปแจ้งสารวตั รปกครองป้องกันตามท่ีขม่ ขืนใจ แต่ต่อมาพบว่าไม่มีการพนนั
จะเหน็ ไดช้ ดั วา่ มีองค์ประกอบครบผ้กู ระทำเปน็ เจา้ หน้าท่ี การกระทำคือการกล่าวหาโจทกว์ า่ เป็น
เจ้ามือหวยเถ่ือน และขม่ ขืนใจโจทกว์ ่าหากมิใหผ้ ลประโยชนแ์ ก่ตนจะไปแจง้ สารวัตรปกครองป้องกนั จำเลยมี
เจตนาพเิ ศษคือการขม่ ขนื ใจ หรอื จูงใจเพื่อให้โจทก์จ่ายเงินให้ตน โดยใช้อำนาจในตำแหนง่ โดยมชิ อบ ดังน้นั จงึ
มคี วามผดิ ตามมาตรา148
ตวั อย่างฎีกาท่ี 1085/2536 เจา้ หน้าที่ตำรวจและพวกซ่ึงเป็นจำเลยใชอ้ ำนาจกล่าวหาโจทก์ขณะที่
โจทก์กำลังเลอื่ ยไม้ขเี้ หล็กป่าทขี่ น้ึ อยู่ในทีด่ ินมี น.ส.3 ของตนเองว่ากระทำผดิ พระราชบัญญตั ปิ า่ ไม้ เพอื่ ไม่ให้
โจทก์ขัดขวางการยึดเลื่อยยนต์ และเขา้ ยึดเล่ือยยนตข์ องโจทกไ์ ปเปน็ ประโยชนข์ องตนและพวก
จะเห็นไดช้ ัดวา่ มีองคป์ ระกอบครบ ผกู้ ระทำเป็นเจา้ หน้าทีต่ ำรวจ การกระทำคือ กล่าวหาโจทกว์ ่าผิด
พระราชบญั ญัติป่าไม้ เจตนาพเิ ศษคอื เพื่อไม่ให้โจทก์ขัดขวางตนขณะเข้ายึดเลือ่ ยยนต์ของโจทกเ์ ป็นการใช้
อำนาจในทางมิชอบ ดังนน้ั จึงมีความผิดตามมาตรา148
7
ความผิดฐานฉ้อโกง มาตรา341
มาตรา341 ผใู้ ดโดยทุจรติ หลอกลวงผู้อ่ืนด้วยการแสดงข้อความอนั เป็นเทจ็ หรอื ปกปิดข้อความจรงิ
ซง่ึ ควรบอกให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่านนั้ ได้ไปซ่งึ ทรพั ยส์ นิ จากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม หรอื
ทำใหผ้ ู้ถกู หลอกลวงหรอื บุคคลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสทิ ธิ ผนู้ ัน้ กระทำความผิดฐานฉ้อโกง ต้อง
ระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรบั ไม่เกินหกหม่ืนบาท หรอื ทง้ั จำท้ังปรับ
องคป์ ระกอบความผิดภายนอก
1.หลอกลวง ดว้ ย2กรณี คือ
หลอกลวงด้วยการแสดงข้อความเปน็ เท็จ หรือปกปิดความความจรงิ
2.ผู้อ่ืน
3.โดยการหลอกลวงดงั ว่านัน้
ได้ไปซ่ึงทรัพย์สนิ จากผถู้ ูกหลอกลวงหรือบุคคลท่สี าม
หรือทำให้ผู้ถูกหลอกลวงหรอื บคุ คลท่ีสาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสทิ ธิ
องค์ประกอบภายใน
1.เจตนาธรรมดา
2.เจตนาพเิ ศษ
กระทำโดยทุจรติ
คำอธิบายเชิงโครงสรา้ งความรบั ผิดทางอาญา
การฉ้อโกง ได้แก่เจตนาหลอกลวง โดยการหลอกลวงดงั วา่ น้นั ได้ไปซึ่งทรัพยส์ ินจากผูถ้ ูกหลอกลวง
หรอื บคุ คลท่สี าม ทำให้ผู้นนั้ ทำ ถอน หรือทำลายเอกสิทธโิ ดยมมี ูลเหตุชกั จูงใจ ทุจริต
โดยทจุ รติ หมายความวา่ เพื่อแสวงหาประโยชน์ทม่ี ิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรบั ตนเองหรอื
ผอู้ ่ืน บทความนยิ ามน้ี หลกั เกณฑท์ ่เี ปน็ โดยทุจรติ ต้องประกอบหลกั เกณฑ์ 3 ประการ คือ เพ่ือแสวงหา
ผลประโยชน์ เพือ่ ประโยชน์ที่มคิ วรได้โดยชอบดว้ ยกฎหมายและเพ่ือตนเองหรอื ผู้อ่นื
ประโยชน์ หมายถึงทัง้ ประโยชน์ในทางทรพั ยส์ ินและมิใช่ทรพั ย์สนิ ส่วนการแสวงหาจะทำให้ใคร
เสยี หายหรือไม่ไม่ต้องคำนงึ ถงึ
8
หลอกลวง หมายถงึ ทำให้เขา้ ใจผิด หรอื ทำให้เชอื่ ว่าเป็นความจริง
แสดงขอ้ ความอันเป็นเทจ็ คือข้อความทีแ่ สดงนน้ั ไมต่ รงกับความจรงิ ขณะที่แสดง
ปกปิดข้อความจรงิ ซึ่งควรบอกให้แจ้งคือ การไมบ่ อกความจริงเมอ่ื ตนมีหน้าที่ต้องเปิดเผย
มฉิ ะนน้ั ผู้อืน่ จะหลงผิดไปได้
คำพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 2062/2558
โจทก์ฟ้องขอใหล้ งโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341
ศาลชั้นต้นไต่สวนมลู ฟ้องแลว้ เห็นวา่ คดีมมี ลู ใหป้ ระทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏเิ สธ แต่กอ่ นสืบพยานโจทก์ จำเลยขอถอนคำให้การเดมิ และให้การใหม่เป็นรับสารภาพ
ศาลช้นั ตน้ พพิ ากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 จำคกุ 1 ปี จำเลย
ให้การรบั สารภาพ เปน็ ประโยชน์แกก่ ารพิจารณา มเี หตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กงึ่ หนงึ่ ตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดอื น
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณภ์ าค 3 พิพากษากลับ ใหย้ กฟ้อง
โจทก์ฎกี า
ศาลฎกี าวนิ จิ ฉัยวา่ จากกรณที ีม่ ีปญั หาวินจิ ฉัยตามฎกี าของโจทกว์ ่า การท่ีศาลอุทธรณภ์ าค 3 วินจิ ฉยั
ขอ้ กฎหมายว่า ความผดิ ฐานฉ้อโกงจะต้องได้ความวา่ โดยการหลอกลวงผูอ้ นื่ ด้วยการแสดงข้อความอนั เปน็ เท็จ
หรอื ปกปดิ ขอ้ ความจริงซึ่งควรบอกให้แจง้ นั้น ผู้กระทำผดิ นั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สนิ จากผู้ถูกหลอกลวงหรือบคุ คลที่
สาม ขอ้ เทจ็ จริงต่อมาเม่ือได้ความว่าโฉนดทด่ี นิ ทัง้ สองแปลงตามฟ้องยังเป็นของจำเลยอยู่ ยังไม่อาจถือว่า
จำเลยไดไ้ ปซึ่งทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยไม่มคี วามผดิ ฐานฉ้อโกงมานน้ั ชอบหรือไม่ ความผดิ ฐานฉ้อโกงตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ไม่ได้จำกดั ว่าผู้ทถ่ี ูกหลอกลวงจะต้องเป็นเจา้ ของทรัพย์ แมท้ รัพย์นัน้ จะ
เปน็ ของผู้หลอกลวง ถ้าหากผ้หู ลอกลวงโดยทุจริตหลอกลวงผู้ถกู หลอกลวงและโดยการหลอกลวงน้นั ได้ไปซ่งึ
ทรัพย์สนิ จากผถู้ ูกหลอกลวงก็เปน็ ความผดิ ฐานฉอ้ โกง ข้อเท็จจรงิ ต่อมาโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยมเี จตนา
ทุจรติ ใชอ้ ุบายหลอกลวงใหโ้ จทกส์ ง่ มอบโฉนดทดี่ ินเลขท่ี 30277 และ 30301 ตำบลกุดพิมาน อำเภอดา่ นขนุ
ทด จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่จำเลย ซง่ึ จำเลยหลอกลวงโจทกว์ า่ จะนำโฉนดท่ีดนิ ท้ังสองแปลงไปดำเนินการ
ยืน่ คำรอ้ งขอแบ่งแยกและโอนเปล่ียนชือ่ ผ้ถู ือกรรมสิทธิ์ใหแ้ กโ่ จทก์ ทำใหโ้ จทก์หลงเชื่อจึงได้มอบโฉนดท่ดี ินทง้ั
สองแปลงดังกล่าวให้แกจ่ ำเลยไปซ่ึงเปน็ ความเท็จ ข้อเท็จจริงต่อมาจำเลยนำทดี่ นิ ทง้ั สองแปลงดงั กล่าวไปโอน
กรรมสทิ ธิใ์ หแ้ ก่นางประคอง ซ่งึ มีความสมั พนั ธ์เป็นญาติทางการสมรสกับจำเลย
9
จงึ ถอื ว่าโจทกบ์ รรยายฟ้องถงึ การกระทำทั้งหลายทอ่ี ้างว่า จำเลยได้กระทำผิดครบองคป์ ระกอบ
ความผดิ ฐานฉอ้ โกงทขี่ อใหล้ งโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 แล้ว ดังนนั้ การฟ้องโจทก์จงึ
ชอบดว้ ยประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา มาตรา 158 (5) เมอ่ื จำเลยให้การรบั สารภาพตามฟ้อง ศาล
ชน้ั ต้นยอ่ มพิพากษาโดยไมส่ ืบพยานหลักฐานต่อไปตามประมวลกฎหมายวิธพี จิ ารณาความอาญา มาตรา 176
วรรคหน่งึ ได้ คำพิพากษาศาลอทุ ธรณภ์ าค 3 ท่วี นิ ิจฉัยข้อกฎหมายดงั กล่าวไมต่ ้องดว้ ยความเหน็ ของศาลฎีกา
ฎกี าของโจทก์ฟังข้นึ แต่เนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังมิไดว้ นิ จิ ฉัยอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาอ่ืน จึง
เห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณภ์ าค 3 พิจารณาพิพากษาใหม่กอ่ นตามประมวลกฎหมายวธิ ีพจิ ารณา
ความอาญา มาตรา 208 (2) ประกอบด้วยมาตรา 225 พิพากษายกคำพพิ ากษาศาลอุทธรณภ์ าค 3 ย้อน
สำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิจารณาพพิ ากษาใหมต่ ามรปู คดี
อธบิ ายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2062/2558
องค์ประกอบความผดิ ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา341
ผู้กระทำกระทำโดยทุจริต
การกระทำ คือหลอกลวงโจทก์ให้โอนโฉนดที่ดนิ เลขที่ 30277 และ 30301 ตำบลกุดพิมาน อำเภอ
ดา่ นขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ให้แก่จำเลยซ่ึงอ้างวา่ จะนำโฉนดทีด่ ินดังกล่าวไปดำเนินการยนื่ คำร้องขอ
แบง่ แยกและโอนเปลีย่ นช่อื ผู้ถอื กรรมสิทธิใ์ ห้แกโ่ จทก์
เจตนาคอื กระทำโดยทุจริต
จากกรณจี ำเลยหลอกลวงใหโ้ จทก์ให้โอนโฉนดท่ีดนิ เลขที่ 30277 และ 30301 ตำบลกดุ พิมาน อำเภอ
ด่านขนุ ทด จงั หวัดนครราชสีมา ให้แก่จำเลยซ่ึงอ้างว่าจะนำโฉนดทด่ี นิ ดังกล่าวไปดำเนินการยืน่ คำร้องขอ
แบ่งแยกและโอนเปลี่ยนชื่อผู้ถอื กรรมสทิ ธใ์ิ ห้แก่โจทก์ ตอ่ มาเมื่อโจทกห์ ลงเช่ือจงึ ได้มอบโฉนดที่ดนิ ท้งั สองแปลง
ใหแ้ ก่จำเลยไป แต่คำกล่าวอา้ งเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยกลับนำที่ดนิ ทงั้ สองแปลงไปโอนกรรมสทิ ธ์ใิ ห้แก่
นางประคอง ซึ่งมีความสัมพนั ธ์เปน็ ญาตทิ างการสมรสกับจำเลย จึงถือวา่ โจทก์บรรยายฟ้องถงึ การกระทำ
ท้งั หลายทอ่ี ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดครบองคป์ ระกอบความผดิ ฐานฉ้อโกงตามมาตรา341 ตอ่ มาเมื่อจำเลยให้
การรบั สารภาพตามฟ้อง ศาลช้นั ต้นย่อมพิพากษาโดยไมส่ บื พยานหลกั ฐานต่อไปตามประมวลกฎหมายวธิ ี
พจิ ารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนงึ่ ได้ ฎกี าของโจทกฟ์ ังขึ้น แตเ่ นื่องจากศาลอุทธรณภ์ าค 3 ยังมไิ ด้
วนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ์ของจำเลยในปญั หาอื่น จงึ เหน็ สมควรย้อนสำนวนไปใหศ้ าลอุทธรณภ์ าค 3 พจิ ารณาพิพากษา
ใหมต่ ามรปู คดี
10
คำพพิ ากษาศาลฎกี าท่ี 4005/2551
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอใหล้ งโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 91 และ
ขอใหจ้ ำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 191,000 บาท แก่ผูเ้ สยี หายและให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษของจำเลยใน
คดอี าญาหมายเลขดำท่ี 3542/2541 ของศาลชนั้ ตน้
จำเลยใหก้ ารปฏิเสธ แต่รับว่าเปน็ บคุ คลคนเดียวกับจำเลยในคดที ี่โจทก์ขอใหน้ ับโทษต่อ
ระหวา่ งพจิ ารณา นางดาราธร ผู้เสยี หายยน่ื คำร้องขอเข้ารว่ มเปน็ โจทก์ ศาลชนั้ ต้นอนุญาต
ศาลชั้นตน้ พิพากษาวา่ จำเลยมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 การกระทำของ
จำเลยเปน็ การกระทำความผิดหลายกรรมต่างกนั ใหล้ งโทษทกุ กรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 6 เดือน รวม 3 กระทง คงจำคุก 18 เดือน ให้จำเลยคืนหรอื ใช้เงินจำนวน
191,000 บาท แก่ผ้เู สียหาย สำหรับคำขอให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3542/2541 ของศาล
ชัน้ ตน้ ใหย้ กเนือ่ งจากคดีดงั กล่าวยังไม่มีคำพิพากษา
จำเลยอทุ ธรณ์
ศาลอทุ ธรณ์ภาค 2 พิพากษา ยนื
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซง่ึ พิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎกี าในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวนิ จิ ฉยั วา่ "...พเิ คราะห์แล้ว ข้อเทจ็ จริงในเบ้ืองต้นฟงั ไดว้ ่า เมื่อวันท่ี 10 มิถุนายน 2540
จำเลยไดช้ กั ชวนโจทก์ร่วมว่าจำเลยสามารถซ้ือเบี้ยเลี้ยงทหารล่วงหน้าได้รายละ 2,000 บาท จากยอดเบย้ี เลีย้ ง
ทหารรายละ 2,600 บาท โดยผู้เสยี หายจะไดร้ บั ผลประโยชน์ตอบแทนรายละ 600 บาท และต้องแบ่งให้
เจา้ หนา้ ท่ีการเงนิ ของทหารรายละ 50 บาท โจทกร์ ่วมตกลงและมอบเงินซื้อเบี้ยเลยี้ งใหแ้ กจ่ ำเลยไปจำนวน
100,000 บาท จำเลยไดจ้ า่ ยเงินผลประโยชน์ตอบแทนให้แกโ่ จทกร์ ่วมเมื่อวันท่ี 10 กรกฎาคม 2540 เป็นเงนิ
22,500 บาท และวนั ที่ 10 สิงหาคม 2540 เป็นเงิน 22,500 บาท ต่อมาเมื่อวันท่ี 8 และ 10 สงิ หาคม 2540
จำเลยได้ชักชวนโจทก์รว่ มให้ซอื้ เบ้ยี เลยี้ งทหารลว่ งหนา้ อกี เชน่ เดียวกนั โจทกร์ ่วมตกลงมอบเงินซื้อเบี้ยเลย้ี ง
ใหแ้ ก่จำเลยไปอีกจำนวน 24,000 บาท และ 112,000 บาท ตามลำดับ แตจ่ ำเลยนำเงนิ ดังกลา่ วไปเปน็
ประโยชน์ส่วนตัว มไิ ดน้ ำไปซื้อเบ้ียเล้ยี งทหารแตอ่ ยา่ งใด มีปญั หาต้องวนิ ิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทกร์ ่วม
เป็นผเู้ สยี หายโดยนิตินยั หรือไม่
11
จำเลยฎกี าวา่ โจทกร์ ่วมเข้าใจรายละเอียดเก่ยี วกับการซื้อเบ้ียเลยี้ งทหารอยา่ งดีแล้วจากนางสุดสม
พส่ี าวว่ามคี า่ ใชจ้ ่ายและจดั สรรปันส่วนแบง่ กันอยา่ งไร จะเหน็ ได้วา่ โจทกร์ ว่ ม นางสุดสมและจำเลยตา่ งแสวงหา
ผลประโยชน์รว่ มกันจากการซ้ือเบยี้ เล้ยี งทหาร โดยจำเลยเป็นผลู้ งแรงและความสามารถ สว่ นโจทก์ร่วมเป็นผู้
ออกเงิน เป็นการแสวงหาผลประโยชนอ์ นั มิชอบดว้ ยกฎหมายรว่ มกนั นน้ั เหน็ วา่ การที่จำเลยหลอกลวงโจทก์
ร่วมโดยกล่าวเท็จชกั ชวนโจทก์รว่ มใหน้ ำเงินไปซ้ือเบีย้ เล้ียงทหารลว่ งหน้ารายละ 2,000 บาท
จากยอดเบย้ี เล้ยี งทหารทีส่ ามารถเบิกจ่ายไดจ้ รงิ รายละ 2,600 บาท โดยในระยะเวลา 1 เดอื น เม่ือหกั
เปน็ คา่ ใช้จา่ ยให้เจา้ หน้าที่การเงนิ ของทหารรายละ 50 บาท แล้ว โจทก์ร่วมคงได้ผลประโยชนต์ อบแทนรายละ
550 บาท ซง่ึ ความจริงแลว้ จำเลยไม่สามารถนำเงนิ ไปซื้อเบ้ียเล้ียงทหารและมิไดม้ ีสว่ นเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่าย
เบ้ียเล้ยี งแตอ่ ย่างใด เป็นเหตใุ หโ้ จทก์รว่ มหลงเชื่อตกลงซ้ือเบีย้ เลยี้ งทหารรวม 118 ราย และมอบเงนิ รวม
236,000 บาท ใหแ้ กจ่ ำเลยไป การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉอ้ โกงตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 341 และไม่ปรากฏว่ามขี อ้ หา้ มการซื้อขายเบี้ยเลี้ยงทหารแต่อย่างใด
ดังน้ัน การซอ้ื ขายเบี้ยเล้ยี งทหารตามทจ่ี ำเลยหลอกโจทกร์ ่วม จึงไม่ใช่กจิ การท่มี ีวัตถุประสงค์เป็นการ
ตอ้ งห้าม แตเ่ ปน็ เพยี งข้ออา้ งของจำเลยเพ่ือจูงใจให้โจทกร์ ่วมหลงเชอ่ื และยนิ ยอมมอบเงินใหจ้ ำเลย ซึ่งโจทก์
ร่วมไดร้ ับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยโจทกร์ ่วมจงึ เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัย สว่ นทจ่ี ำเลยฎีกาขอให้
ลงโทษในสถานเบาหรือรอการลงโทษจำคกุ น้ัน เหน็ วา่ ศาลชนั้ ตน้ กำหนดโทษเหมาะสมแกพ่ ฤตกิ ารณแ์ ห่งคดี
แลว้ จงึ ไม่มีเหตุทีจ่ ะเปลี่ยนแปลงแก้ไขและการกระทำความผิดของจำเลยไม่สุจริตมุ่งเอาประโยชน์ในทรัพย์
ของผู้อื่นเปน็ เงินจำนวนมาก โดยจำเลยไม่ไดก้ ระทำการใดท่ีแสดงวา่ สำนกึ ผิดและมเี หตอุ ันควรปรานี แม้จำเลย
จะไมเ่ คยไดร้ ับโทษจำคุกมาก่อนและมภี าระต้องเลี้ยงดูครอบครัวก็ไม่มเี หตสุ มควรรอการลงโทษจำคุก ที่ศาล
อุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเหน็ พ้องดว้ ย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ข้นึ " พิพากษายนื
12
อธบิ ายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2551
องคป์ ระกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา341
ผ้กู ระทำ กระทำโดยทุจรติ
การกระทำชกั ชวนโจทกร์ ว่ มวา่ จำเลยสามารถซ้ือเบี้ยเล้ียงทหารล่วงหนา้ ไดโ้ ดยหากรว่ มลงทนุ ด้วยจะ
ได้รบั ผลประโยชนต์ อบแทน โจทกร์ ่วมหลงเชื่อจงึ ตกลงมอบเงนิ เพ่ือซ้ือเบี้ยเลย้ี งทหาร จงึ วเิ คราะห์ไดว้ ่า โจทก์
จำเลย และนางสุดสมตา่ ง
เจตนาพิเศษคือ โดยทจุ รติ
จากกรณีทจี่ ำเลยชักชวนหลอกใหโ้ จทก์ร่วม รว่ มลงขันซื้อเบ้ียเลีย้ งทหาร โดยกล่าวอา้ งว่าจำเลยนน้ั
สามารถซ้ือเบย้ี เล้ยี งทหารได้ ตอ่ มาจำเลยไดจ้ า่ ยเงินผลประโยชนต์ อบแทนใหแ้ ก่จำเลย ต่อมาจำเลยจึงชกั ชวน
โจทก์รว่ มให้ลงทุนอีก โจทก์ร่วมจึงมอบเงนิ ใหจ้ ำเลยเช่นเดิม แต่จำเลยกลับนำเงินไปใชส้ ่วนตัวไม่ได้นำไปซ้ือ
เบย้ี เล้ยี งทหารดังคำกลา่ วอ้าง กรณีตอ่ มาจำเลยเขา้ ใจการซ้ือเบี้ยเลี้ยงทหารเปน็ อยา่ งดีแล้วจากนางสุดสม จึง
วเิ คราะหไ์ ด้ว่า โจทก์รว่ ม จำเลย และนางสดุ สมต่างแสวงหาผลประโยชนร์ ่วมกัน ซง่ึ เปน็ การแสวงหา
ผลประโยชน์อนั มิชอบดว้ ยกฎหมายรว่ มกัน ซ่งึ การทจ่ี ำเลยหลอกลวงโจทกร์ ่วมโดยกลา่ วอา้ งชกั ชวนโจทกร์ ่วม
ให้นำเงนิ ไปซ้ือเบี้ยเลี้ยงทหาร แตค่ วามจริงแลว้ จำเลยไม่ได้นำเงนิ ไปซื้อเบย้ี เล้ยี งทหารและไม่ไดม้ สี ่วนเก่ยี วขอ้ ง
กบั การเบิกจ่ายเบี้ยเล้ยี ง เป็นเหตใุ ห้โจทก์รว่ มหลงเชื่อและมอบเงินให้ การกระทำของจำมีความผิดฐานฉอ้ โกง
ตามมาตรา341แต่ไม่มีข้อหามการซอ้ื เบี้ยเลีย้ งทหาร ดังนนั้ การซื้อขายเบีย้ เลย้ี งทหารตามทีจ่ ำเลยหลอกโจทก์
รว่ ม จงึ ไมม่ ีกฎหมายห้ามแต่เป็นข้ออา้ งเพื่อให้โจทกร์ ว่ มมอบเงินให้ ซึ่งโจทกร์ ว่ มไดร้ ับความเสียหายเพราะ
ตนเองจงึ เป็นผเู้ สยี หายโดยนิตนิ ัย ศาลฎกี าเห็นวา่ ศาลช้ันต้นกำหนดโทษเหมาะสมแลว้ ศาลฎีกาเห็นพอ้ งด้วย
จงึ พพิ ากษายนื
13
สรุป
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา341ความผิดฐานฉอ้ โกงนี้ เป็นการกระทำของผใู้ ดกระทำโดยทจุ รติ
หลอกลวงคือการทำให้ผ้อู ่นื เข้าใจผิดเพื่อให้ได้มาซ่ึงทรัพย์สินจากผถู้ ูกหลอกลวงหรือบุคคลท่ีสามหรอื ทำให้ผถู้ ูก
หลอกลวงหรือบุคคลท่สี าม ทำ ถอน หรอื ทำลายเอกสารสทิ ธนิ น้ั ซึง่ คำวา่ โดยทุจริตในที่นห้ี มายถงึ กระทำเพ่ือ
แสวงหาประโยชน์ทม่ี ิควรไดโ้ ดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรอื ผู้อนื่ ประโยชนห์ มายความรวมทัง้ ในทาง
ทรัพย์สินและไม่ใชท่ รพั ย์สิน
ตัวอยา่ งฎีกาที่ 2062/2558 จากการที่จำเลยหลอกลวงใหโ้ จทก์ให้โอนโฉนดทด่ี นิ เลขท่ี 30277 และ
30301 ตำบลกดุ พมิ าน อำเภอด่านขนุ ทด จงั หวัดนครราชสีมา ให้แกจ่ ำเลย ซึ่งจำเลยกลา่ วอา้ งว่าจะนำโฉนด
ที่ดนิ ไปย่นื คำร้องขอแบง่ แยกและโอนเปลี่ยนชอื่ ผู้ถือกรรมสทิ ธ์ใิ ห้แกโ่ จทก์ ทำให้โจทก์หลงเชอื่ จึงไดม้ อบโฉนด
ทดี่ ินทั้งสองแปลงให้แกจ่ ำเลยไป แตค่ ำกล่าวอา้ งของจำเลยเปน็ ความเทจ็ ความจริงจำเลยนำทีด่ ินทงั้ สองแปลง
ไปโอนกรรมสิทธใ์ิ ห้แก่นางประคอง ซงึ่ มีความสัมพนั ธเ์ ปน็ ญาติกัน
จะให้ไดช้ ดั ว่าการกระทำของจำเลยครบองค์ประกอบจำเลยหลอกลวงโจทก์โดยการแสดงข้อความเทจ็
เพ่อื ให้ได้มาซึง่ โฉนดที่ดินเลขที่ 30277 และ 30301 ตำบลกดุ พิมาน อำเภอดา่ นขุนทด จังหวดั นครราชสมี า ซ่ึง
เปน็ ทรัพยส์ นิ ของโจทย์ที่เป็นผู้ถกู หลอกลวงและมีเจตนาพิเศษคือการกระทำนัน้ กระทำโดยทจุ รติ ดงั นัน้ จำเลย
จึงมคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา341
ตัวอยา่ งฎกี าที่ 4005/2551 จากการทจี่ ำเลยไดช้ ักชวนโจทกร์ ว่ มว่าจำเลยสามารถซื้อเบี้ยเล้ยี งทหาร
ล่วงหนา้ ได้ โดยผูเ้ สียหายจะได้รับผลประโยชนต์ อบแทนและต้องแบ่งให้เจ้าหนา้ ทกี่ ารเงินของทหารด้วยโจทก์
รว่ มตกลงและมอบเงินซ้อื เบีย้ เลี้ยงใหแ้ กจ่ ำเลย ต่อมาจำเลยได้จ่ายเงนิ ผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่โจทก์ กรณี
ตอ่ มาจำเลยได้ชักชวนโจทกร์ ่วมให้ซอ้ื เบ้ียเล้ียงทหารลว่ งหนา้ อกี เช่นเดียวกัน โจทกร์ ่วมตกลงมอบเงินซื้อเบ้ีย
เลยี้ งให้แกจ่ ำเลยไปอีก แตจ่ ำเลยนำเงนิ ดังกลา่ วไปเป็นประโยชน์ส่วนตวั มิไดน้ ำไปซ้ือเบี้ยเลย้ี งทหารแต่อยา่ ง
ใด
จะเห็นไดช้ ดั วา่ จำเลยได้กระทำครบองค์ประกอบคือจำเลยหลอกลวงโจทก์รว่ มให้ตกลงมอบเงนิ ซื้อ
เบย้ี เลย้ี งทหารใหแ้ กจ่ ำเลยแต่ความจริงจำเลยไม่ไดเ้ อาเงนิ ที่โจทกม์ อบให้ไปซื้อเบ้ียเลี้ยงทหารแต่นำไปใช้
ส่วนตวั โดยมเี จตนาพิเศษคือกระทำการโดยทุจริต ดังน้นั จำเลยจงึ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา341
บรรณานกุ รม
หนงั สือ
ทวเี กียรติ มนี ะกนษิ ฐ.(2564).คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาคความผิดและลหโุ ทษ.(พิมพ์ครัง้ ท่ี18).
กรุงเทพฯ:วญิ ญูชน
นายวันชัย ศรีนุกูล.(2551). องค์ประกอบความผิดมาตรา341(พิมพค์ รงั้ ท1่ี ). สืบคน้ จาก
http://lib.doe.go.th/ebookdoc/020400008084_2.pdf
รองศาสตราจารย์พรชยั สุนทรพันธ์ุ. (2563). ประมวลกฎหมายอาญา(พมิ พค์ ร้งั ท่ี1). บรษิ ทั
ธนธชั การพมิ พ์จำกัด
เกียรติขจร วจั นะสวัสดิ.(2558).กฎหมายอาญาภาคความผิดเลม่ ที่1.(พิมพ์ครั้งท6่ี ).กรุงเทพฯ: พลสยาม
พร้นิ ตง้ิ (ประเทศไทย)
เอกสารอืน่ ๆ
กองผู้ช่วยผูพ้ ิพากษาศาลฎีกา.(2559).คำพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 2062/2558.[ออนไลน์].แหล่งทมี่ า
https://deka.in.th/view-581412.html. สืบค้น 16 กนั ยายน 2564
ตรินัยน์ โชติเศรษฐภ์ าคนิ .(2564).คำอธิบายมาตรา341.[ออนไลน]์ .แหล่งทม่ี า
https://www.lawtrinai.com/content/3871.สบื ค้น16 กันยายน 2564
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ.(2556).คำพพิ ากษาศาลฎีกาที่ 1084/2536.[ออนไลน์].แหล่งทม่ี า
https://deka.in.th/view-8136.html.สืบค้น 15กันยายน 2564
สำนกั งานส่งเสริมงานตุลาการ.(2556).คำพพิ ากษาศาลฎกี าที่ 1085/2536. [ออนไลน]์ .แหล่งที่มา.
https://deka.in.th/view-8137.html.สบื ค้น 15กนั ยายน 2564
สำนกั วชิ าการ.(2553).คำพิพากษาศาลฎกี าท่ี 4005/2551. [ออนไลน]์ .แหล่งทมี่ า.
https://deka.in.th/view-420289.html.สืบคน้ 16 กนั ยายน 2564
อาจารย์ประยุทธ.(2559). คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1084/2536. [ออนไลน์].แหลง่ ทีม่ า.
www.prayutlaw.com.สืบคน้ 15กันยายน 2564
Admin.(2560).องคป์ ระกอบความผิดตามมาตรา 148. [ออนไลน์].แหล่งที่มา.
https://wichianlaw.blogspot.com/2017/03/148.html.สบื คน้ 15 กนั ยายน 2564