ก รายงานการวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาวิธีการเรียนรู้ร่วมกันโดยการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อเพิ่ม ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ภาคเรียนที่ 1ปีการศึกษา 2566 นางสาวธนัยนันทน์ อินทร์ไทร ครูชำนาญการ สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม สถาบันการอาชีวศึกษา ภาคกลาง 4 สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข สารบัญ บทคัดย่อ..................................................................................................................................................ง บทที่ 1....................................................................................................................................................1 บทนำ......................................................................................................................................................1 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของการวิจัย..............................................................................1 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย......................................................................................................2 1.3 สมมติฐานการวิจัย.................................................................................................................2 1.4 ขอบเขตการวิจัย....................................................................................................................2 1.4.1 กลุ่มเป้าหมาย............................................................................................................2 1.4.2 ตัวแปร.......................................................................................................................2 1.4.3 ขอบเขตเนื้อหา..........................................................................................................2 1.4.4 ระยะเวลาการทดลองเก็บข้อมูล.................................................................................3 1.5 นิยามศัพท์.............................................................................................................................3 1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ....................................................................................................3 บทที่ 2....................................................................................................................................................4 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง...............................................................................................................4 2.1 ความหมายของเพื่อนช่วยเพื่อน.............................................................................................4 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อน .............................................5 บทที่ 3....................................................................................................................................................6 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง....................................................................................................6 3.1.1 ประชากร .................................................................................................................6 3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง.............................................................................................................6 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย........................................................................................................6 3.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล.....................................................................7 3.3 วิธีการดำเนินการวิจัย............................................................................................................7
ค 3.3.1 ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย.........................................7 3.3.2 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล..........................................................................................7 3.4 การวิเคราะห์ผลข้อมูล............................................................................................................8 3.4.1 ค่าเฉลี่ยของประชากร (µ)..........................................................................................8 3.4.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร (σ) .................................................................8 บทที่ 4....................................................................................................................................................9 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล.......................................................................................................................... 10 4.2 วิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนทั้งสองกลุ่ม......... 12 4.3 วิเคราะห์ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบหลังเรียนของผู้เรียนทั้งสองกลุ่ม .............. 12 บทที่ 5................................................................................................................................................. 13 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ...................................................................................................... 13
ง ชื่อวิจัย การพัฒนาวิธีการเรียนรู้ร่วมกันโดยการเรียนรู้แบบเพื่อน ช่วยเพื่อน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง ชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ชื่อผู้วิจัย ธนัยนันทน์ อินทร์ไทร สาขาวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 บทคัดย่อ การพัฒนาหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ (30001- 2003) ของผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยี ธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมใช้การจัดการเรียนการสอนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการจัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนกับการเรียนแบบปกติทั่วไป ที่เน้นการสอนทฤษฎีซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่ผู้วิจัยได้ใช้ คือ นักเรียนแผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัลระดับชั้นประกาศนียบัตรชั้นปีที่ 1ห้อง 2 วิทยาลัย อาชีวศึกษานครปฐม จำนวน 1 ห้อง รวมจำนวนนักเรียน 27 คน พบว่าผลสัมฤทธิ์ของกลุ่มผู้เรียนที่ใช้การจัดการเรียนการสอนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนมีผู้สอบผ่าน เกณฑ์จำนวน 24 คน คิดเป็นความถี่ร้อยละ 88.89 แต่ผลสัมฤทธิ์ของกลุ่มผู้เรียนที่ไม่ได้ใช้ เพื่อนช่วย เพื่อนมีผู้สอบผ่านเกณฑ์ คิดเป็นความถี่ร้อยละ 11.77 สำหรับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่เรียนแบบ เพื่อนช่วย เพื่อนอยู่ที่ร้อยละ 9.11 ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้เรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อน อยู่ที่ร้อยละ 16.00 และค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว กลุ่มที่เรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนจะมีค่าอยู่ที่ร้อยละ 2.29 และกลุ่มที่ไม่ได้ใช้การเรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนจะอยู่ที่ ร้อยละ 2.58
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของการวิจัย จากการที่ผู้วิจัยได้ปฏิบัติการสอน แผนกเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายให้ทำการสอนในรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ (30001-2003) ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 จำนวน 27 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ในการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ผู้วิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชา หลังเรียนของนักเรียนโดยเฉลี่ย 11 คน อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำ ความสามารถในการเรียนรู้ไม่ ผ่านเกณฑ์การประเมินของครูผู้สอน นักเรียกเฉลี่ย 10 คนอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง และ นักเรียนเฉลี่ย 6 คน มีผลการเรียนที่อยู่ในเกณฑ์ดีมาก อีกทั้งจากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ระหว่างการจัดการเรียนการ สอบแบบทั่วๆไป ของผู้วิจัย พบว่านักเรียนเฉลี่ย 11 คน ไม่มีความกระตือรือร้น และไม่ค่อยสนใจเรียน อีก ทั้งไม่กล้าซักถาม รวมทั้งไม่กล้าตอบคำถามของครู ไม่ให้ความร่วมมือกับเพื่อน ๆ ในการทำกิจกรรมกลุ่ม มักจะพูดคุย และเล่นกันส่งเสียงดังเมื่อครูให้ทำกิจกรรมกลุ่ม หรือสั่งงานให้ทำในชั้นเรียน วิธีการสอนที่ นำมาใช้ในการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คือ การจัดการเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ใน วิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ จากเหตุผลดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้สนใจที่จะศึกษาการพัฒนาหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ (30001-2003) ของผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ความสามารถของนักเรียนในรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และเห็นผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่สูงขึ้น
2 1.2 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1.2.1 เพื่อศึกษาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อ การจัดการอาชีพ ระดับชั้น ปวส.1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล 1.2.2 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนกับการเรียนการสอน ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ ระดับชั้น ปวส.1 ห้อง 2 แผนก วิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล 1.3 สมมติฐานการวิจัย ผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้น ปวส.1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจ ดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้ วิธีการเพื่อนช่วยเพื่อนจะมีทักษะในการ เรียนรู้ดีขึ้น 1.4 ขอบเขตการวิจัย 1.4.1 กลุ่มเป้าหมาย ประชากร : ผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้น ปวช.1 ห้อง 2 แผนกวิชา เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมที่ลงทะเบียน ในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการ จัดการอาชีพ จำนวน 2 ห้องเรียน รวมนักเรียน 45 คน กลุ่มตัวอย่าง : ผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ระดับชั้น ปวช.1 ห้อง 2 แผนก วิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมที่ลงทะเบียน ในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการ จัดการอาชีพ จำนวน 1 ห้องเรียน รวมนักเรียน 27 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 1.4.2 ตัวแปร ตัวแปรต้น : การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนของผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ตัวแปรตาม : ความสนใจในการเรียนของผู้เรียน เพิ่มเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล 1.4.3 ขอบเขตเนื้อหา ในการจัดทำงานวิจัยในครั้งนี้ เนื้อหาที่ใช้คือเนื้อหาในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการ อาชีพ
3 1.4.4 ระยะเวลาการทดลองเก็บข้อมูล ภายในสัปดาห์ที่ 12 และ 14 ของภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 1.5 นิยามศัพท์ “เพื่อนช่วยเพื่อน” หรือ “Peer Assist” เป็นการจัดการความรู้ก่อนลงมือทำกิจกรรม (Learning Before Doing) เพื่อแสวงหาผู้ช่วยที่มีความแตกต่าง มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ เพื่อขยายกรอบ ความคิดให้กว้างและมีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น โดยอาศัย “คน” เป็นธงนำ (People Driven) เปิดมุมมอง ความคิดที่หลากหลายจากการแลกเปลี่ยนระหว่างทีมที่มีทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ที่แตกต่าง กัน ทำให้ไม่มองอะไรเพียงด้านเดียว ความรู้ที่ได้เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟัง เพียงอย่างเดียว เกิดการเรียนรู้จากการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียน ได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดี หมายถึง ผู้เรียนที่มีทักษะในการเรียนรู้ในการปฏิบัติดี สามารถทำได้เป็นขั้นเป็นตอน เข้าใจหลักการทำงานเป็นอย่างดี ซึ่งผู้สอนจะคอยให้ผู้เรียนกลุ่มนี้เป็น ผู้สนับสนุนกิจกรรมในห้องเรียน ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ต่ำ หมายถึง ผู้เรียนที่มีทักษะการเรียนรู้ในการปฏิบัติที่ไม่ดียัง สับสนกับหลักการคิดเวลาต้องลงมือปฏิบัติ ยังไม่เข้าใจหลักการทำงานในการทดลอง ซึ่งผู้สอนจะให้ นักเรียนกลุ่มนี้เป็นผู้ร่วมทำกิจกรรม สลับกับการเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมร่วมกับเพื่อนกลุ่มดี 1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.6.1 ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ในการเรียนที่ดีขึ้น จากการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อน 1.6.2 ผู้เรียนมีความสนใจในการเรียนมากขึ้น
4 บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การพัฒนาวิธีการเรียนรู้ร่วมกันโดยการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน ของนักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นสูง ชั้นปีที่ 2แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมผู้วิจัยได้ศึกษาความหมาย แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในประเด็น สำคัญดังนี้ 2.1 ความหมายของ เพื่อนช่วยเพื่อน 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยใช้ การเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน 2.1 ความหมายของเพื่อนช่วยเพื่อน “เพื่อนช่วยเพื่อน” หรือ “Peer Assist” เป็นการจัดการความรู้ก่อนลงมือทำกิจกรรม (Learning Before Doing) เพื่อแสวงหาผู้ช่วยที่มีความแตกต่าง มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้ เพื่อขยายกรอบ ความคิดให้กว้างและมีประสิทธิภาพมายิ่งขึ้น โดยอาศัย “คน” เป็นธงนำ (People Driven) เปิดมุมมอง ความคิดที่หลากหลายจากการแลกเปลี่ยนระหว่างทีมที่มีทักษะ ความสามารถ และประสบการณ์ที่แตกต่าง กัน ทำให้ไม่มองอะไรเพียงด้านเดียว เมื่อจะเริ่ม "ลงมือทำ" เรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เราไม่เคยทำ หรือไม่สันทัด หรือยังได้ผลไม่เป็นที่พอใจ ขั้นตอนแรกของการจัดการความรู้คือหาข้อมูล (ความรู้) ว่าเรื่องนั้นๆ มีบุคคลหรือกลุ่มคน ที่ไหน หน่วยงาน ใด ที่ทำได้ผลดีมาก (best practice) และถือเป็นกัลยาณมิตร (peers) ที่อาจช่วยแนะนำหรือให้ความรู้เรา ได้ กัลยาณมิตรนี้อาจเป็นเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานเดียวกัน อาจเป็นหน่วยงานอื่นในองค์กรเดียวกัน หรือ เป็นคนที่อยู่ในองค์กรอื่นก็ได้ แล้วติดต่อขอเรียนรู้วิธีทำงานจากเขา ไปเรียนรู้จากหน่วยงาน จะโดยวิธีไปดู งาน โทรศัพท์หรือ e-mail ไปถาม เชิญมาบรรยาย หรือวิธีอื่นๆ ก็ได้ หลักคิดในเรื่องนี้ก็คือ มีคนอื่นที่เขาทำ ได้ดีอยู่แล้ว ในเรื่องที่เราอยากพัฒนาหรือปรับปรุง ไม่ควรเสียเวลาคิดขึ้นใหม่ด้วยตนเอง ควร "เรียนลัด" โดยเอาอย่างจากผู้ที่ทำได้ดีอยู่แล้ว เอามาปรับใช้กับงานของเรา แล้วพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ย้ำว่าการเรียนรู้จาก กัลยาณมิตรนี้จะต้องไม่ใช่ไปลอกวิธีการของเขามาทั้งหมด แต่ไปเรียนรู้แนวคิดและแนวปฏิบัติของเขาแล้ว เอามาปรับปรุงใช้งานให้เหมาะสมต่อสภาพการทำงานของเรา
5 ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ยอมรับว่าผู้เรียนเป็นมนุษย์ที่มีศักยภาพ ปฏิบัติต่อผู้เรียนใน ลักษณะกัลยาณมิตร และเข้าใจในความเป็นตัวเขา นอกจากนั้น การสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนหรือการให้ ผู้เรียนช่วยสอนกันเองนี้ เป็นวิธีการที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์ทางด้านวิชาการด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย การเรียนการสอนแบบนี้ได้มีการพัฒนาและนำมาใช้ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปตามจุดมุ่งหมายและ วิธีการได้รับการตอบสนองความต้องการในระดับแรกๆ ก่อนเท่านั้น เมื่อก้าวผ่านขั้นหนึ่งไป มนุษย์เราจะมี ความต้องการสูงขึ้นไปทีละขั้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ผู้ศึกษาได้คิดค้นนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน การ สร้างเว็บไซต์ ภาษา HTML ด้วยการดัดแปลงกระบวนการสอนซ่อมเสริมแบบเพื่อนช่วยเพื่อน มาบูรณาการ เข้ากับวิธีการดำเนินธุรกิจเครือข่าย Direct Sales (ขายตรง)ด้วยการสร้างกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโดยส่วนรวมสูงขึ้น และเพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ำรวมถึงนักเรียนที่ไม่บรรลุจุดประสงค์การเรียนรู้ ให้สามารถเรียนรู้ผ่านตามเกณฑ์การ ประเมินจุดประสงค์ 2.2งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนโดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อน ธัชพล ทีดี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาการวิเคราะห์โครงการและการบริหารโครงการ เรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนวารสารวิชาการ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี 2561 ศิวนิต อรรถวุฒิกุลการพัฒนากระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้คอมพิวเตอร์สนับสนุนการ เรียนรู้อย่างร่วมมือตามแนวคิดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อสร้างพฤติกรรมการสร้างความรู้ของ นิสิตนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2551 จันทร์เพ็ญ เลิศวนวัฒนา(วทม.), วรารัตน์ทิพย์รัตน์(พยม.) และ เบญจวรรณ ช่วยแก้ว(พยม.)ผล การจัดการเร ียนการสอนโดยใช้กลวิธีการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเรื่องระบบโครงร่างของร่างกาย รายวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา 1 ของนักศึกษาพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี2558 บุษยกร ซ้ายขวา, ผาสุข บุญธรรม, เพ็ญพิศุทธิ์ ใจสนิทการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วย เพื่อน (Peer–assisted Learning) เพื่อพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของนักเรียน ชนเผ่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 63560
6 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยเรื่อง การจัดการเรียนการสอนโดยการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (เพื่อนช่วยเพื่อน) เพื่อหา ผลสัมฤทธิ์การเรียน ของผู้เรียนใน รายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ แผนกวิชาเทคโนโลยี ธุรกิจดิจิทัล ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ผู้วิจัยได้ทำการนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการทำวิจัย ดังนี้ 3.1 ประชากรกลุ่มตัวอย่าง 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3 การสร้างเครื่องมือในการวิจัย 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.1 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 3.1.1 ประชากร ผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัย อาชีวศึกษานครปฐมที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ จำนวน 2 ห้องเรียน รวมนักเรียน 46 คน 3.1.2 กลุ่มตัวอย่าง ผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นสูง ชั้นปีที่ 2แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ จำนวน 1 ห้อง 2 รวมนักเรียน 27 คน 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.2.1 นวัตกรรม นวัตกรรมที่ใช้คือ การจัดการเรียนการสอนโดยการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (เพื่อนช่วยเพื่อน)เพื่อหา ผลสัมฤทธิ์การเรียน ของผู้เรียนในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจ ดิจิทัล ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2
7 3.2.2 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบทดสอบหลังเรียนวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ 3.3 วิธีการดำเนินการวิจัย 3.3.1 ขั้นตอนการสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3.3.1.1 วิเคราะห์ผู้เรียนในห้องเรียนทั้งหมด 2 ห้อง เพื่อหาห้องที่มีผู้เรียนที่มีทักษะการ ปฏิบัติงานในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ ทั้งดีและต่ำอยู่ในจำนวนเท่า ๆ กัน ซึ่งจะต้อง นำทั้งสองห้องมาเรียนคนละแบบกันโดยจะมีห้องที่เรียนแบบ ทฤษฎีตามปกติ และ ห้องที่มีการประยุกต์ใช้ เพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อวัดความสนใจในการเรียนของผู้เรียน 3.3.1.2 วิเคราะห์เนื้อหาเพื่อเลือกเนื้อหาที่เหมาะสมในการทำวิจัย 3.3.1.3 ออกแบบการเรียนการสอน และแบบทดสอบหลังเรียน วิชาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการจัดการอาชีพ 3.3.1.4 ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบ โดยใช้วิธีการ คำนวณหาความตรงเชิงเนื้อหา (Index of Consistency : IOC) 3.3.1.5 เตรียมสื่อและอุปกรณ์การจัดการเรียนรู้โดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อน 3.3.1.6 สร้างแบบทดสอบหลังเรียนวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ ของ ผู้เรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 3.3.1.7 นำแบบทดสอบไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้จัดการเรียนการสอน เพื่อน ช่วยเพื่อนจำนวน 27 คน 3.3.2 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.3.2.1 ผู้วิจัยเข้าสอนในรายวิชา เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ ของผู้เรียนระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล และชี้แจงเรื่องการเรียน แบบ เพื่อนช่วยเพื่อนโดยให้นักเรียนทั้งสองกลุ่มได้ทำกิจกรรมในชั้นเรียนด้วยกัน 3.3.2.2 แจกแบบทดสอบให้กับผู้เรียนตามเนื้อหาที่ได้สอน โดยมีการสังเกตการณ์ทำ แบบทดสอบอยู่ตลอดเวลา 3.3.2.3 ผู้วิจัยเข้าสอนในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ ของผู้เรียนระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 จำนวน 27 คน แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล ในห้องเรียนที่ ไม่ได้เรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนพร้อมกับแจกแบบทดสอบหลังเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาที่สอน
8 3.3.2.4 เปรียบเทียบผลจากคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนระหว่างผู้เรียนทั้งสองกลุ่ม 3.4 การวิเคราะห์ผลข้อมูล ส่วนที่ 1 วิเคราะห์ค่าความถี่และร้อยละของแบบทดสอบหลังเรียน ส่วนที่ 2 วิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียน 3.4.1 ค่าเฉลี่ยของประชากร (µ) 3.4.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของประชากร (σ)
9 บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การศึกษาการจัดการเรียนการสอนโดยการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (เพื่อนช่วยเพื่อน)เพื่อหา ผลสัมฤทธิ์การเรียน นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยี ธุรกิจดิจิทัล จำนวน 27 คน วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐมผู้วิจัยได้วิเคราะห์ข้อมูลออกมาดังนี้ 4.1 วิเคราะห์ค่าความถี่และร้อยละของแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียน 4.2 วิเคราะห์ค่าเฉลี่ยและร้อยละของแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียน 4.3 วิเคราะห์ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบหลังเรียนของผู้เรียน 4.1 วิเคราะห์ค่าความถี่และร้อยละของแบบทดสอบหลังเรียนระหว่างผู้เรียนทั้ง 2 กลุ่ม ผลคะแนนนั้นได้ทำการเก็บคะแนนในสัปดาห์ที่ 13 วันที่ 8-9 สิงหาคม 2566 เพื่อนำข้อมูลไปใช้ ในงานวิจัยเรื่อง การจัดการเรียนการสอนโดยการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (เพื่อนช่วยเพื่อน) เพื่อหาผลสัมฤทธิ์ การเรียน นักเรียนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจ ดิจิทัล จำนวน 27 คน วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ผู้วิจัยได้เก็บรวบรวมข้อมูล ผลคะแนนการทำ แบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนที่ใช้การจัดการเรียนรู้ เพื่อนช่วยเพื่อนได้ดังตารางที่ 4.1 และผลคะแนน การทำแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนที่ไม่ได้ใช้การจัดการเรียนรู้ เพื่อนช่วยเพื่อนได้ดังตารางที่ 4.2
10 ตารางที่ 4.1 ผลคะแนนการทำแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนที่ใช้การจัดการเรียนรู้ เพื่อนช่วยเพื่อน กลุ่มที่ใช้การเรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อน คะแนนหลังเรียน (20) 1 18 2 19 3 14 4 15 5 15 6 18 7 17 8 16 9 15 10 14 11 17 12 13 13 16 14 17 15 19 16 18 17 19 18 12 19 12 20 11 21 15 22 15 23 16 24 17 25 17 26 18 27 19
11 ตาราง 4.2 ผลคะแนนการทำแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนที่ไม่ได้ใช้การจัดการเรียนรู้ เพื่อนช่วยเพื่อน กลุ่มที่ไม่ได้ใช้การเรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อน คะแนนหลังเรียน (20) 1 10 2 10 3 13 4 12 5 7 6 14 7 6 8 8 9 6 10 7 11 7 12 7 13 11 14 10 15 5 16 8 17 10 18 12 19 10 จากการเปรียบเทียบตาราง 4.1 ผลคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนที่ได้ใช้การเรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนและตารางที่ 4.2 ผลคะแนนแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนที่ไม่ได้ใช้การเรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนผลคะแนนของแบบทดสอบหลังเรียนของผู้ที่เรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนได้คะแนนสูงกว่า เกณฑ์ทุกคน แต่ผู้เรียนอีกกลุ่มหนึ่งคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้จำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 47.37 ของผู้เรียน 2 ห้องนั้นทั้งหมด
12 ตารางที่ 4.3 เปรียบเทียบความถี่และร้อยละของแบบทดสอบหลังเรียนทั้งสองกลุ่ม ผู้เรียน ความถี่ ร้อยละความถี่ ใ ช้ เพื่อนช่วยเพื่อน ได้คะแนนมากกว่าหรือ เท่ากับ 13 24 88.89 ไม่ผ่านเกณฑ์ 0 0 ไ ม ่ ใ ช้ เพื่อนช่วยเพื่อน ได้คะแนนมากกว่าหรือ เท่ากับ 13 2 11.77 ไม่ผ่านเกณฑ์ 9 52.94 4.2 วิเคราะห์ค่าเฉลี่ยของคะแนนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของผู้เรียนทั้งสองกลุ่ม ตารางที่ 4.4 ค่าเฉลี่ยของคะแนนจากการทำแบบทดสอบหลังเรียนของทั้งสองกลุ่ม ผู้เรียน ค่าเฉลี่ย (µ) จัดการเรียนใช้เพื่อนช่วยเพื่อน 9.11 จัดการเรียนไม่ใช้ เพื่อนช่วยเพื่อน 16.00 4.3 วิเคราะห์ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบหลังเรียนของผู้เรียนทั้งสองกลุ่ม ตาราง 4.5 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนสอบหลังเรียนของผู้เรียนทั้งสองกลุ่ม ผู้เรียน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเฉลี่ย จัดการเรียนใช้เพื่อนช่วยเพื่อน 2.29 0.08 จัดการเรียนไม่ใช้ เพื่อนช่วย เพื่อน 2.58 0.14
13 บทที่ 5 สรุปผล อภิปราย และข้อเสนอแนะ จากการศึกษาการจัดการเรียนการสอนโดยการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ (เพื่อนช่วยเพื่อน)เพื่อหา ผลสัมฤทธิ์.การเรียน ของผู้เรียนในรายวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ แผนกวิชาเทคโนโลยี ธุรกิจดิจิทัล ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ชั้นปีที่ 1 ห้อง 2 วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม ผู้วิจัย สรุปผลได้ดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย จากผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ของกลุ่มผู้เรียนที่ใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนมีผู้สอบผ่านเกณฑ์ 28 คน คิดเป็นร้อยละ 93.33 แต่ผลสัมฤทธิ์ของกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนมีผู้สอบผ่าน 34 คนคิดเป็นร้อยละ ความถี่เท่ากับ 42.50 และมีค่าเฉลี่ยสำหรับกลุ่มที่ใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนอยู่ที่ 16.53 ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนอยู่ที่ 11.95 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานสำหรับกลุ่มที่ใช้เพื่อนช่วยเพื่อนอยู่ที่ 1.89 และ กลุ่มที่ไม่ใช้มีคะแนนอยู่ที่ 4.06 5.2 อภิปรายผลการวิจัย จากผลการวิจัยที่ได้จัดทำมานั้น ผู้จัดได้นำผลข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์แล้ว พบว่าการจัดการ เรียนรู้แบบ เพื่อนช่วยเพื่อน นั้นสามารถช่วยให้นักเรียนมีความสนใจในการเรียนมากขึ้น และสามารถ ปฏิบัติได้อย่างดี นักเรียนกล้าตัดสินใจในการลงมือทำและคิดรอบครอบมากขึ้น ซึ่งการจัดการเรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนนอกจากจะช่วยให้นักเรียนมีพัฒนาการในด้านการเรียนแล้ว ยังช่วยให้นักเรียนกล้า แสดงออกผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดควบคู่กับการเรียนการสอนอีกด้วย ซึ่งผลการวิจัยนี้เป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าการ จัดการเรียนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนเหมาะแก่การพัฒนาตัวผู้เรียนเป็นอย่างมาก 5.3 ข้อเสนอแนะ 1. ผู้สอนควรเริ่มสังเกตพฤติกรรมของผู้เรียนตั้งแต่ช่วงแรกของการเรียนการสอน เพื่อที่จะจัดการ เรียนการสอนโดยใช้ เพื่อนช่วยเพื่อนเข้าช่วยจัดการชั้นเรียนได้ดียิ่งขึ้น 2. ผู้สอนจะต้องคิดหากิจกรรมใหม่ ๆ อยู่เสมอในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้ เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จากกิจกรรม
14 3. บางครั้ง มีนักเรียนหยุดเรียนกลางคันทำให้ผลการวิจัยคลาดเคลื่อน จำต้องหักออกจากยอด สรุปรวม จึงเป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาดของข้อสรุปและผลที่คาดว่าจะได้รับ
15 บรรณานุกรม Developing Ethnic Students’ English Speaking Skills through the Use of Peerassisted Learning Activities (2017) วารสารวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ ปี ที่ 11 ฉบับที่ 2: กรกฎาคม -ธันวาคม 2560 อ.พงศ์ศักดิ์ ลีละวัฒนพันธ์รู้จักกับการสอนแบบเพื่อนช่วยสอน ( Peer Coaching) สสวท. 2559 https://teacherpd.ipst.ac.th/index.php/component/guru/?view=guruForum&task=fview&id= 4085 กรรมพันธุ์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งศัพท์ภาษาอังกฤษในทางจิตวิทยาอาจใช้คำแตกต่างกัน (สุรพล พะยอมแย้ม, 2545) ครูเหมาะสมสำหรับเป็นผู้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเด็กเพราะ (สมพร สุทัศนีย์. 2519) การปรับพฤติกรรม เป็นการปรับที่อยู่บนพื้นฐานทฤษฎีการเรียนรู้ที่มีระบบ มิใช่เกิดขึ้นตามแต่ จะเป็นไปหรืออารมณ์ของบุคคลรอบข้าง แต่เมื่อกล่าวถึงการปรับพฤติกรรมหลายคนมักจะกล่าวว่า ก็ ได้ปฏิบัติอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ผล ดังนั้นควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับ การปรับพฤติกรรม ดังต่อไปนี้จาก ลักษณะของการปรับพฤติกรรม (สมพร สุทัศนีย์, 2519)
16 ภาคผนวก
17 ภาคผนก ก แผนรายวิชา
18 ลักษณะรายวิชา หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ( ปวส. ) พุทธศักราช 2563 ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ รหัสวิชา 30001-2003 วิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ ทฤษฎี2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ปฏิบัติ2ชั่วโมง/สัปดาห์ จำนวน 4 ชั่วโมง รวม 72 ชั่วโมง จำนวน 3 หน่วยกิต จุดประสงค์รายวิชา เพื่อให้ 1. เข้าใจเกี่ยวกับความรู้พื้นฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) อินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things)เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม (Blockchain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล(Fintech)ระบบเงินดิจิทัลสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) ธุรกิจดิจิทัลบนสื่อสังคมออนไลน์ 2. กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงอาชีพ และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอาชีพยุคดิจิทัล 3. มีคุณธรรม จริยธรรมและความรับผิดชอบ ตระหนักถึงการเป็นพลเมืองดิจิทัล สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้ความรู้พื้นฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) ได้ 2. เข้าใจอินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things) 3. อธิบายเทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม (Blockchain)ได้ 4. เข้าใจธุรกรรมการเงินดิจิทัล(Fintech) 5. อธิบายระบบเงินดิจิทัลสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี(cryptocurrency) ได้ 6. เข้าใจธุรกิจดิจิทัลบนสื่อสังคมออนไลน์ 7. เข้าใจกรณีศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดการอาชีพ 8. ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการอาชีพ และการเป็นพลเมืองดิจิทัลได้
19 9. มีคุณธรรม จริยธรรมและความรับผิดชอบ ตระหนักถึงการเป็นพลเมืองดิจิทัล คำอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับ ความรู้พื้นฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) อินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things)เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม (Blockchain) ธุรกรรมการเงินดิจิทัล(Fintech)ระบบเงินดิจิทัลสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี (cryptocurrency) ธุรกิจดิจิทัลบนสื่อสังคมออนไลน์ กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงอาชีพ และประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลในอาชีพของการเป็นพลเมืองยุคดิจิทัล หน่วยการเรียนรู้ หน่วย ที่ หน่วยการเรียนรู้ เวลาเรียน (ชม.) ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม 1 ความรู้พื้นฐาน ความหมาย องค์ประกอบ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) 4 4 8 2 อินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things) 4 4 8 3 เทคโนโลยีที่ใช้ในการทำธุรกรรมโดยไม่ต้องผ่านบุคคลที่สาม (Blockchain) 4 4 8 4 ธุรกรรมการเงินดิจิทัล(Fintech) 4 4 8 5 ระบบเงินดิจิทัลสกุลเงินดิจิทัล หรือคริปโทเคอร์เรนซี(cryptocurrency) 5 ๕ 10 6 การทำธุรกิจดิจิทัลบนสื่อสังคมออนไลน์ด้วยชุดการเรียนรู้แบบการเรียนรู้เป็นทีมต่อ สมรรถนะ ๖ ๑๒ 1๘ 7 การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอาชีพของการเป็นพลเมืองยุคดิจิทัล กรณีศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมโยงอาชีพ ๕ 6 ๑๑ ๘ สอบปลายภาค 1 - 1
20 ภาคผนวก ง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล
21 แบบทดสอบก่อนเรียน รหัสวิชา 30001-2003 วิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ คำสั่ง ให้นร.เลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. Productivity หมายถึงข้อใด ก. การวิเคราะห์ ข. การเพิ่มผลผลิต ค. ค่าเฉลี่ยของประสิทธิภาพการผลิต ง. การจำหน่าย จ. การตลาด 2. องค์ประกอบใดของ Big data ที่ต้องอาศัยทักษะของ Data Engineer ก. Device/Data Source ข. Gateway ค. Storage ง. Analytics จ. Report/Action 3. ข้อมูลจากภาพถ่ายโทรศัพท์ ที่ถูกอัปโหลดขึ้น เป็นคุณลักษณะข้อใดของ Big Data ก. Volume ข. Variety ค. Velocity ง. Veracity จ. Value 4. ธุรกิจทีใช้ข้อมูลในการดูแลและดึงดูดลูกค้าด้านอาหารคือข้อใด ก. Starbucks ข. McDonald’s ค. KFC ง. MK
22 จ. S&P 5. Embedded Intelligence หมายถึง การทำงานของ Internet Of Thing ลักษณะใด ก. การเชื่อมต่อกัน ข. ระบุเอกลักษณ์ ค. การรับรู้และตอบสนอง ง. ระบบฝังตัว จ. ตั้งค่าด้วยตนเอง 6. การส่งข้อมูลแบบรวดเร็วเป็นประโยชน์ของ Internet Of Thing แบบใด ก. Advanced ข. Level ค. High ง. Real-Time จ. Fast-Zone 7. Consumer Insight หมายถึงข้อใด ก. ความต้องการแท้จริงของผู้บริโภค ข. ความต้องการซื้อของผู้บริโภค ค. ความลังเลใจของผู้บริโภค ง. ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบาย จ. การได้รับบริการที่ดีของผู้บริโภค 8. ข้อใดเป็น Internet Of Thing ด้านพลังงาน ก. ไฟถนน ข. มาตรวัดน้ำ ค. สัญญาณไฟจราจร ง. เครื่องซักผ้าอัจฉริยะ จ. บ้านอัจฉริยะ
23 9. ส่วนของHeader ใด คือการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก. Version Info ข. Nonce ค. Previous Block ง. Timestamp จ. Markel 10. กระบวนการทำ Consensus โดยใช้หลักการวาง”สินทรัพย์” ตรงกับข้อใด ก. Proof-of-Work ข. Proof-of-Stake ค. Practical Byzantine Fault Tolerance ง. Private Block chain จ. Hyper Ledger 11. ข้อใดคือข้อเสีย ของ Public Block chain ก. ไม่ต้องสร้างช่องทางข้อมูล ข. ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย ค. ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์ ง. อาจถูกเปิดเผยต่อสาธารณะได้ง่าย จ. เพียงจ่าหน้าซองข้อมูลผู้รับก็จะได้รับข้อมูลทันที 12. การรอ Confirm ในการทำธุรกรรมบน Public Blockchain-Bitcoin ใช้เวลาประมาณกี่นาที ก. 5-10 นาที ข. 10-15 นาที ค. 15-20 นาที ง. 20-25 นาที จ. 25-30 นาที 13. บริษัทใดที่เสนอแอปพลิเคชั่นที่ใช้ Robo-Advisor ช่วยในการวางแผนการลงทุน ก. Wealth front
24 ข. Robotic ค. Kickstarte ง. Crowd funding จ. Subprime 14. TransferWise เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับทำธุรกรรมการเงินด้านใด ก. การซื้อสินค้า ข. การขายสินค้า ค. การโอนเงิน ง. การชำระค่าสาธารณูปโภค จ. การฝากและถอนเงิน 15. รูปแบบการให้บริการสินเชื่อและเงินทุนใดที่เป็นการระดมทุนจากมวลชนผ่านเว็บไซต์ ก. Crowd Funding ข. Peer-to-Peer ค. Marketplace Lending ง. Alipay Financial จ. Kabbage 16. Letter of Guarantee หมายถึงข้อใด ก. หลักฐานการโอนเงิน ข. สัญญาเงินกู้ ค. แผนการดำเนินธุรกิจ ง. เอกสารการลงทุนร่วมกัน จ. หนังสือค้ำประกัน 17. ข้อใดเป็นการทำธุรกรรมการเงินดิจิทัลโดยระบบตัวแทนการใช้จ่าย ก. Banking Technology ข. Lending Technology
25 ค. Crypto currency ง. Payment Technology จ. Application Programming Interface 18. สกุลเงินใดที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ripple ก. Stellar ข. Litecoin ค. Ethereum Classic ง. Bitcoin Cash จ. Bitcoin 19. ข้อใดหมายถึงเหรียญโลหะ ก. Paper Money ข. Shell Money ค. Metal Coins ง. Gold จ. Banking 20. Token Digital หมายถึงข้อใด ก. การถอดรหัส ข. การซื้อสินค้าและบริการ ค. สินทรัพย์ดิจิทัล ง. สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน จ. กฏหมายดิจิทัล
26 แบบทดสอบหลังเรียน รหัสวิชา 30001-2003 วิชาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการอาชีพ คำสั่ง ให้นร.เลือกข้อที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. Productivity หมายถึงข้อใด ก. การวิเคราะห์ ข. การเพิ่มผลผลิต ค. ค่าเฉลี่ยของประสิทธิภาพการผลิต ง. การจำหน่าย จ. การตลาด 2. องค์ประกอบใดของ Big data ที่ต้องอาศัยทักษะของ Data Engineer ก. Device/Data Source ข. Gateway ค. Storage ง. Analytics จ. Report/Action 3. ข้อมูลจากภาพถ่ายโทรศัพท์ ที่ถูกอัปโหลดขึ้น เป็นคุณลักษณะข้อใดของ Big Data ก. Volume ข. Variety ค. Velocity ง. Veracity จ. Value 4. ธุรกิจทีใช้ข้อมูลในการดูแลและดึงดูดลูกค้าด้านอาหารคือข้อใด ก. Starbucks
27 ข. McDonald’s ค. KFC ง. MK จ. S&P 5. Embedded Intelligence หมายถึง การทำงานของ Internet Of Thing ลักษณะใด ก. การเชื่อมต่อกัน ข. ระบุเอกลักษณ์ ค. การรับรู้และตอบสนอง ง. ระบบฝังตัว จ. ตั้งค่าด้วยตนเอง 6. การส่งข้อมูลแบบรวดเร็วเป็นประโยชน์ของ Internet Of Thing แบบใด ก. Advanced ข. Level ค. High ง. Real-Time จ. Fast-Zone 7. Consumer Insight หมายถึงข้อใด ก. ความต้องการแท้จริงของผู้บริโภค ข. ความต้องการซื้อของผู้บริโภค ค. ความลังเลใจของผู้บริโภค ง. ผู้บริโภคต้องการความสะดวกสบาย จ. การได้รับบริการที่ดีของผู้บริโภค 8. ข้อใดเป็น Internet Of Thing ด้านพลังงาน ก. ไฟถนน ข. มาตรวัดน้ำ ค. สัญญาณไฟจราจร ง. เครื่องซักผ้าอัจฉริยะ จ. บ้านอัจฉริยะ
28 9. ส่วนของHeader ใด คือการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ก. Version Info ข. Nonce ค. Previous Block ง. Timestamp จ. Markel 10. กระบวนการทำ Consensus โดยใช้หลักการวาง”สินทรัพย์” ตรงกับข้อใด ก. Proof-of-Work ข. Proof-of-Stake ค. Practical Byzantine Fault Tolerance ง. Private Block chain จ. Hyper Ledger 11. ข้อใดคือข้อเสีย ของ Public Block chain ก. ไม่ต้องสร้างช่องทางข้อมูล ข. ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่าย ค. ไม่จำเป็นต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์ ง. อาจถูกเปิดเผยต่อสาธารณะได้ง่าย จ. เพียงจ่าหน้าซองข้อมูลผู้รับก็จะได้รับข้อมูลทันที 12. การรอ Confirm ในการทำธุรกรรมบน Public Blockchain-Bitcoin ใช้เวลาประมาณกี่นาที ก. 5-10 นาที ข. 10-15 นาที ค. 15-20 นาที ง. 20-25 นาที จ. 25-30 นาที
29 13. บริษัทใดที่เสนอแอปพลิเคชั่นที่ใช้ Robo-Advisor ช่วยในการวางแผนการลงทุน ก. Wealth front ข. Robotic ค. Kickstarte ง. Crowd funding จ. Subprime 14. TransferWise เป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับทำธุรกรรมการเงินด้านใด ก. การซื้อสินค้า ข. การขายสินค้า ค. การโอนเงิน ง. การชำระค่าสาธารณูปโภค จ. การฝากและถอนเงิน 15. รูปแบบการให้บริการสินเชื่อและเงินทุนใดที่เป็นการระดมทุนจากมวลชนผ่านเว็บไซต์ ก. Crowd Funding ข. Peer-to-Peer ค. Marketplace Lending ง. Alipay Financial จ. Kabbage 16. Letter of Guarantee หมายถึงข้อใด ก. หลักฐานการโอนเงิน ข. สัญญาเงินกู้ ค. แผนการดำเนินธุรกิจ ง. เอกสารการลงทุนร่วมกัน
30 จ. หนังสือค้ำประกัน 17. ข้อใดเป็นการทำธุรกรรมการเงินดิจิทัลโดยระบบตัวแทนการใช้จ่าย ก. Banking Technology ข. Lending Technology ค. Crypto currency ง. Payment Technology จ. Application Programming Interface 18. สกุลเงินใดที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก Ripple ก. Stellar ข. Litecoin ค. Ethereum Classic ง. Bitcoin Cash จ. Bitcoin 19. ข้อใดหมายถึงเหรียญโลหะ ก. Paper Money ข. Shell Money ค. Metal Coins ง. Gold จ. Banking 20. Token Digital หมายถึงข้อใด ก. การถอดรหัส ข. การซื้อสินค้าและบริการ ค. สินทรัพย์ดิจิทัล ง. สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน จ. กฏหมายดิจิทัล
31 เฉลย 1.ค 11. ง 2. ข 12. ข 3. ค 13. ก 4. ข 14. ค 5. ง 15. ก 6. ง 16. จ 7. ก 17. ง 8. จ 18. ก 9. ค 19. ข 10. ข 20. ง