แบบวดั จรยิ ธรรมดา้ นควาเสยี สละ
นางสาวสาุ นดา ไชยรัตน์
รหัสนักศึกษา 6221148006
การสร้างแบบวัดจริยธรรมด้านความมีเหตผุ ลตามวธิ ีคิดของ
ล้วน สายยศ สายยศ, เพียเจท์ และโคลเบริ ์ก
แบบวดั เชงิ จริยธรรม ดา้ นความรบั ผิดชอบ
โดย
นางสาวสุกานดา ไชยรัตน์
รหัสนกั ศึกษา 6221148006 หมูเ่ รยี น D1
สาขาวิชาประเมินผลและวจิ ัยทางการศกึ ษา
เสนอ
รองศาสตราจารย์ ดร.วิเชยี ร อนิ ทรสมพันธ์
รายวิชา 1009203 การพฒั นาเครอ่ื งมือวัดจิตพสิ ยั
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2563
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเดจ็ เจา้ พระยา
คานา
รายงานเล่มน้จี ัดทาข้ึนเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของวิชาการพัฒนาเครอ่ื งมือวดั จิตพสิ ัยชน้ั ปีท่ี2เพื่อให้ไดฝ้ กึ เขยี น
แบบวัดจรยิ ธรรมในรปู แบบต่างๆภายในรปู เล่มรายงานจะประกอบดว้ ยขั้นตอนวิธีการสรา้ งแบบวัดจริยธรรม
การสร้างแบบวัดจริยธรรม 3 รูปแบบ ได้แก่ ล้วน สายยศ , เพยี เจย์ และ โคลเบิร์ก การตรวจสอบความสอดคล้อง
ด้านเน้ือหา (IOC) การวเิ คราะห์ค่าความสอดคลอ้ งดา้ นเนื้อหา (IOC) การวิเคราะหเ์ พ่ือหาค่าเฉลีย่ สว่ นเบย่ี งเบน
มาตรฐาน การหาค่าความแปรปรวนค่าสัมประสิทธ์ิ Alpha และการหาคา่ อานาจจาแนกรายข้อ t-test for
Independentของแบบวัดจริยธรรมรปู แบบลว้ น เพยี เจท์ โคลเบริ ก์ สรปุ ผลการดาเนนิ การ
ตวั อยา่ งแบบวดั เจตคตทิ นี่ าไปทดลองกับกลมุ่ ตวั อย่างและแบบสมั ภาษณ์ผจู้ ัดทาหวงั ว่ารายงาน
เลม่ น้ีจะเปน็ ประโยชนก์ บั ผอู้ ่าน หรือนักเรียน นกั ศึกษา ท่กี าลงั หาข้อมูลเรื่องนี้อยู่
หากมขี ้อแนะนาหรือ ขอ้ ผิดพลาดประการใด ผ้จู ัดทาขออภัยมา ณ ทนี่ ้ีด้วย
สารบญั หน้า
เรื่อง 1
แบบวัดจรยิ ธรรม 2
4
ความหมายของจริยธรรม 5
ทฤษฎีการพัฒนาการทางสตปิ ัญญาของเพยี เจท์ (Crain. 1980; citing Piaget. 1952)
ทฤษฎีการพฒั นาทางปญั ญาของโคลเบิร์ก (Kohlberg’s Stages of Moral Development 6
เกณฑ์การตัดสินตามพฒั นาการทางจรยิ ธรรมองเพียเจท์ 7
เกณฑ์การตัดสนิ ตามพฒั นาการจรยิ ธรรมของโคลเบริ ์ก 9
ขัน้ ตอนการสร้างแบบวัดจริยธรรม 11
12
แบบวัดเชิงจริยธรรมตามแนวคิดลว้ น สายยศ 13
เรอื่ งแบบวดั เชงิ จริยธรรมด้านความรับผดิ ชอบ
วตั ถปุ ระสงค์
กาหนดตวั แปรการวจิ ัย
ศกึ ษารายละเอยี ดของตัวแปรการวิจยั
นยิ ามศัพท์เฉพาะตัวแปร
กาหนดพฤติกรรมบง่ ช้ขี องตวั ชว้ี ดั
แบบวดั เชิงจริยธรรมดา้ นความรบั ผิดชอบตามแนวคดิ ของล้วน สายยศ
แบบประเมินคา่ ความสอดคล้องของข้อความแบบวัดเชงิ จริยธรรมดา้ นความรับผิดชอบ
ตามแนวคดิ ของลว้ น สายยศ
แบบวัดเชงิ จรยิ ธรรมตามแนวคิดล้วน สายยศ
วิเคราะหห์ าค่าความเชือ่ ม่ัน
ขอ้ มลู สาหรับการวิเคราะห์หาความเช่ือม่ันโดยวธิ ีการหาสมั ประสทิ อัลฟา ข้นั ท่ี 2
เรอื่ ง หนา้
ค่าเฉลย่ี ของแบบวดั เจตคตสิ ว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน 15
แบบวดั จริยธรรมด้านความรับผดิ ชอบตามแนวคิดของเพยี เจท์ 16
วิเคราะห์หาคา่ อานาจจาแนก 23
ขั้นตอนการสร้างแบบวดั จริยธรรม
24
แบบวัดเชงิ จรยิ ธรรมตามแนวคิดเพยี เจท์
เรอ่ื ง แบบวดั เชิงจริยธรรมความรบั ผดิ ชอบ 27
วัตถปุ ระสงค์ 29
กาหนดตัวแปรการวจิ ยั 30
ศกึ ษารายละเอยี ดของตัวแปรการวจิ ัย 31
นยิ ามศัพทเ์ ฉพาะตวั แปร 33
34
กาหนดพฤติกรรมบง่ ชข้ี องตวั ช้ีวัด
แบบวดั เชงิ จรยิ ธรรมความรบั ผดิ ชอบตามแนวคิดของเพยี เจท์ 25
แบบประเมินค่าความสอดคล้องของข้อความแบบวัดเชิงจริยธรรมความรับผิดขอบ
เหตุผลตามแนวคิดของเพียเจท์
แบบวัดเชิงจรยิ ธรรมตามแนวคดิ เพยี เจท์
วิเคราะหห์ าคา่ ความเชือ่ มนั่
ขอ้ มูลสาหรบั การวิเคราะห์หาความเช่ือม่นั โดยวธิ กี ารหาสัมประสทิ อลั ฟา ขน้ั ที่ 2
คา่ เฉลีย่ ของแบบวดั เจตคตสิ ว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน
แบบวัดจรยิ ธรรมความมีรบั ผิดชอบตามแนวคิดของเพยี เจท์
วิเคราะหห์ าค่าอานาจจาแนก
ขั้นตอนการสรา้ งแบบวัดจรยิ ธรรม
เรือ่ ง หนา้
แบบวัดเชิงจริยธรรมตามแนวคดิ โคลเบิร์ก 41
เรอื่ ง แบบวดั เชิงจรยิ ธรรมความรบั ผิดชอบ 42
วตั ถปุ ระสงค์ 43
กาหนดตวั แปรการวจิ ัย
ศึกษารายละเอยี ดของตัวแปรการวิจยั 46
นยิ ามศัพท์เฉพาะตวั แปร 50
กาหนดพฤตกิ รรมบง่ ชข้ี องตวั ชวี้ ดั 51
แบบวัดเชิงจริยธรรมความรบั ผิดชอบตามแนวคดิ ของโคลเบริ ์ก 52
แบบประเมนิ ค่าความสอดคล้องของข้อความแบบวดั เชิงจริยธรรม
ความรับผดิ ชอบตามแนวคดิ ของโคลเบิรก์ 54
แบบวดั เชงิ จรยิ ธรรมตามแนวคดิ โคลเบิร์ก 55
วิเคราะหห์ าคา่ ความเช่อื ม่ัน 62
ขอ้ มูลสาหรับการวเิ คราะห์หาความเช่ือมั่นโดยวิธกี ารหาสัมประสิทอัลฟา ขัน้ ที่ 2
ค่าเฉลี่ยของแบบวดั เจตคติสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน
แบบวัดจรยิ ธรรมความรบั ผิดชอบตามแนวคดิ ของโคลเบิร์ก
วเิ คราะหห์ าคา่ อานาจจาแนก
สรุปผลการดาเนินงาน
เรื่อง หนา้
ภาคผนวด 63
64
แบบวดั จริยธรรมที่นาไปทดสอบกบั กลุ่มตวั อย่าง
แบบวดั จริยธรรมของล้วน สายยศ 67
แบบวัดจรยิ ธรรมทนี่ าไปทดสอบกับกลมุ่ ตัวอย่าง 69
แบบวัดจรยิ ธรรมของเพียเจท์
แบบวัดจรยิ ธรรมทน่ี าไปทดสอบกับกลุม่ ตัวอยา่ ง
แบบวัดจริยธรรมของโคลเบอรก์
แบบวดั จรยิ ธรรม
การวัดจรยิ ธรรมเปน็ ส่งิ ท่คี ่อนข้าวยุ่งยาก เนือ่ งจากจริยธรรมเป็นเร่อื งของจิตใจ
บางทวี ัดได้คะแนนสูงแตก่ ารปฏิบตั จิ รงิ ๆ ก็ยังขาดจรอยธรรมต่า
ทัง้ นีเ้ พราะการวดั จรยิ ธรรมน้ันไมไ่ ด้วดั ใหช้ ัดเจนไม่แนน่ อน ไมส่ ามารถแยกจรยิ ธรรมออกจากค่านิยม ศีลธรรม
คุณธรรมได้ เมอื่ ไม่มีความชดั เจนในการวดั จรยิ ธรรมจึงมีความคลาดเคล่ือนเสมอ
ดงั น้ันการที่จะวัดจรยิ ธรรมได้ดตี อ้ ลศึกษารายละเอียดของจริยธรรมนน้ั แล้วนยิ ามให้ชัดเจน
ด้วยการศกึ ษาความหมาย ลักษณะของจริยธรรมแนวคดิ และทฤษฏที ่เี ก่ยี วข้อง เกณต์การตัดสินใจทางจรยิ ธรรม
การสรา้ งแบบวัดจริยธรรม ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
ความหมายของจริยธรรม
จรยิ ธรรมเปน็ เครื่องมือทสี่ าคัญในการจัดระเบยี บของสงั คม ใหบ้ คุ คลอย่รู ่วมกนั ได้ในสังคมอยา่ ง มีสันตสิ ุข
มผี ูท้ กี่ ล่าวถงึ ความหมายของจริยธรรมลักษณะท่แี ตกตา่ งกันไว้ ซ่งึ สามารถสรุปได้ดงั ต่อไปน้ี
จรยิ ธรรมเป็นเครอ่ื งมือสาคัญในการ ควบคมุ ใหค้ วามประพฤตขิ องมนุษย์ได้เปน็ ไปในทางสันติสขุ
ทาให้มนุษย์แตกต่างจากสตั ว์ จริยธรรมจงึ เป็นเครื่องคุ้มครองโลก เปน็ ค่านิยมทด่ี ีในระดับตา่ ง ๆ
ได้ใหหความหมายจรยิ ธรรมว่าหมายถึง ลกั ษณะทาง สังคมหลายลักษณะของมนุษย์
รวมถงึ การกระทาของมนุษยด์ ้วย ซ่งึ เกี่ยวข้องกับคุณสมบตั ิ 2 ประการคอื
ลักษณะทกี่ ่อให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ คนอ่นื เป็นสาคัญ
เปน็ ลกั ษณะทส่ี งั คมต้องการผู้กระทารสู้ ึกว่าตนกาลงั ทาในส่ิงทถ่ี ูกต้องและเหมาะสม จนเกดิ ความ พอใจในตนเอง
จรยิ ธรรมเป็นการตัดสินใจทจ่ี ะแสดงพฤติกรรมของบุคคลเมือ่ พบสถานการณ์หนึ่ง เช่น เมอ่ื นั่ง
อยู่บนรถเมล์โดยสารแล้วเหน็ ขโมยใชม้ ีดจ้ีเอาเงินผ้โู ดยสารซ่ึงเป็นผู้หญิงคนหน่งึ จะตดั สินใจทาอยา่ งไร
ถา้ ช่วยตอ่ สกู้ ับโจรโดยไมค่ ิดถึงชีวิตของตนเองเพ่อื ช่วยผูท้ ่ถี ูกจี้ อยา่ งนี้เรียกว่ามีจริยธรรมขนั้ สูงสุด เพราะ
ตอนช่วยไม่ไดค้ ิดอย่างอ่นื คือตอ้ งการช่วยใหพ้ ้นทกุ ข์ ให้เกิดสนั ติสขุ เท่านั้น การแสดงพฤตกิ รรมออกมาไม่
เหมอื นกนั เช่น บางคนอาจเลือกท่จี ะนัง่ ดเู ฉยๆ คิดอยากช่วยแตไ่ ม่กล้าหรือเรียกคนรถและคนอื่นให้ชว่ ย
หรอื โทรศพั ท์ไปเรยี กตารวจใหช้ ่วย ฯลฯ ดังนัน้ ระดับของจริยธรรมจึงจะแตกตา่ งกนั ไปตามบุคคล
สรุปไดว้ ่า จริยธรรมหมายถึง ความดคี วามงามที่ยึดถอื ปฏิบัติ ดว้ ยการพจิ ารณาตดั สนิ ใจ ประพฤติ
ปฏิบัติหรือกระทาโดยอาศัยหลกั ของค่านยิ มและหลักศลี ธรรม เพือ่ พบกับสถานการณห์ นึ่ง สถานการณ์ใด
โดยยดึ หลัก 2 ประการคอื ทาใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อผูอ้ ื่นและไม่ทาให้ผู้อืน่ เดอื ดร้อน
1) ทฤษฎีการพัฒนาการทางสตปิ ัญญาของเพียเจท์ (Crain. 1980; citing Piaget. 1952)
การพัฒนาทางจรยิ ธรรมของเพยี เจท์ไดพ้ บว่า เด็กมีพัฒนาการทางจริยธรรมที่แตกต่างกัน ซึง่ สามารถแบ่งออกเป็น
3 ระดบั คือ
ระดบั ท่ี 1 ก่อนจรยิ ธรรม (Premoral Stage) เริ่มตัง้ แต่แรกเกดิ จนถึง 2 ขวบ เดก็
ไม่สามารถรบั รู้สงิ่ แวดล้อมอย่างละเอียดได้ มีความต้องการทางร่างกาย การกระทาเกดิ จากแรงจงู ใจ ไม่
คานงึ ถงึ สง่ิ อ่นื ใด เป็นระดับข้ันทม่ี ีการรับรู้สภาพแวดลอ้ มและบทบาทของตนเองอยา่ งบริสทุ ธิ์
ระดบั ท่ี 2 ขั้นยดึ คาสง่ั (Heteronomous Stage) เรมิ่ ตั้งแต่ 3 ขวบ ถึง 10 ขวบ
ซงึ่ จะมีพัฒนาการทางจรยิ ธรรมทย่ี อมรับกฎเกณฑ์ กฎเกณฑไ์ มส่ ามารถเปลีย่ นแปลงได้ กฎระเบยี บมา
จากพ่อแมห่ รือผใู้ หญ่ ซงึ่ เป็นภาวะทอี่ ยู่ภายในอิทธพิ ลหรือความควบคุมของผอู้ น่ื
ระดับท่ี 3 ขนั้ ยึดหลกั แหง่ ตน (Autonomous Stage) เรมิ่ ต้ังแต่เด็กท่มี ีอายุ มากกวา่ 10 ปี ขน้ึ ไป
เด็กจะมองเห็นความสมั พันธ์มากขนึ้ สาหรับกฏระเบยี บนั้นสามารถยดึ หย่นุ ปรบั ปรุง
เปลีย่ นแปลงหรือสรา้ งขึ้นมาใหม่โดยไดร้ บั การยอมรบั จากสมาชิกทกุ คน
สรุปไดว้ ่า การพัฒนาจริยธรรมตามทฤษฎีการพัฒนาการทางสตปิ ัญญาของเพยี เจทน์ ้ัน มี
แนวคดิ ทม่ี องพฤติกรรมจริยธรรมของบุคคลนน้ั พิจารณาจากการตดั สนิ ใจและการพจิ ารณาจากความ ตงั้ ใจ
ของบุคคล
2) ทฤษฎกี ารพัฒนาทางปัญญาของโคลเบริ ก์ (Kohlberg’s Stages of Moral Development) โคลเบริ ก์
(Kohlberg. 1976) ได้พฒั นาทฤษฎเี หตผุ ลเชิงจริยธรรม (Moral Reasoning)
ไดเ้ สนอทฤษฎรี ะดบั ข้ันความคดิ ทางจริยธรรม โดยยดึ หลกั ทว่ี ่า จรยิ ธรรมไมถ่ ือการกระทาตามส่ิงทส่ี งั คม
เห็นวา่ ถกู ตอ้ งเหมาะสม แตบ่ ุคคลสามารถเลือกปฏบิ ัตหิ รือกระทาเมื่ออยใู่ นสถานการณ์ทม่ี คี วามขัดแยง้
แล้วใชห้ ลกั ตัดสนิ โดยใชเ้ หตุผลแห่งความยุติธรรม ซ่ึงแบ่งออกเป็น 6 ระดับ ได้แก่
ก)ระดับก่อนกฎเกณฑ์ (Preconventional Morality) แบง่ ออกเป็น 2 ขนั้ ได้แก่
ขัน้ ที่ 1 ยึดตามคาสัง่ เป็นระดบั ขัน้ ทท่ี าตามกฎเพ่ือหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษและ
เพือ่ การได้รับรางวลั
ข้ันท่ี 2 กระทาตามความพงึ พอใจของตนเองและการแลกเปลีย่ น เป็นการ
ตัดสนิ ใจกระทาตามกฎตาม ความต้องการของตนเอง และสามารถแลกเปล่ยี นใหผ้ ู้อ่นื กระทาตามตนเอง
ได้ ความถูกต้องอยู่ท่ีส่งิ ที่เหมาะสม
ข) ระดับตามกฎเกณฑ์ (Conventional Morality) แบ่งออกเป็น 2 ขัน้ ไดแ้ ก
ขั้นที่ 3 กระทาตามความคาดหวังและมสี ่วนรว่ มกับผูอ้ ื่น ใช้หลักการกระทา ตามผ้อู ่ืนเหน็ ชอบ
เปน็ ขั้นทบี่ ุคคลกระทาสงิ่ ใดข้ึนอยูก่ ับสิ่งที่คาดหวังจากผู้ทีอ่ ยใู่ กลช้ ดิ โดยเฉพาะ ครอบครัวและเพ่ือน
ขั้นที่ 4 กระทาตามระบบสงั คมและความรสู้ ึกผิดชอบ เปน็ ข้ันที่ใช้หลกั การ
กระทาตามหนา้ ทแี่ ละกฎระเบยี บทางสังคม ตามที่ไดต้ กลง ยดึ กฎหมายเพื่อแกไ่ ขปญั หาหรือให้เกดิ ความ
เหมาะสมทางสังคม
ค)ระดับเหนอื กฎเกณฑ์ทางสังคม (Postconventional or Principled Morality) แบ่งออกเป็น
2 ขัน้ ได้แก
ข้ันที่ 5 กระทาตามสญั ญาสังคม ในขน้ั นี้พฤติกรรมจะอยู่ตามสิทธิและ
ผลประโยชนข์ องที่ได้รบั การ ยอมรบั จากทกุ คนในสังคม มีความรู้สกึ มีพันธะผกู พนั ต่อสัญญา โดยยึดหลัก ท่วี า่
การกระทาหรือสิ่งท่ดี ที ่สี ดุ เพื่อคน สว่ นมาก
ขน้ั ที่ 6 กระทาตามกฎจริยธรรมสากล เปน็ ข้ันสูงสดุ เปนการกระทาท่ตี ัดสนิ ตาม
การเลือกโดยยึดหลัก แห่งจรยิ ธรรม กฎแห่งความยุตธิ รรม เปน็ ความเท่าเทยี มกนั ตามสิทธขิ องมนษุ ย์
และการเคารพในเกยี รติและศักดิศ์ รใี นฐานะสว่ นบุคคล
โคลเบริ ก์ เชอื่ วา่ พฒั นาการของการใชเ้ หตผุ ลทางจรยิ ธรรม จะดาเนินไปตามข้นั ตอน จาก
ข้ันตอนหนึ่งเรื่อยไป จนถึงขั้นทห่ี ก จะข้ามขน้ั ไม่ได้ และพฒั นาการอาจจะชะงักอยู่ในขั้นใดขัน้ หนึ่งก็ได้
ทง้ั นี้ขน้ึ อยู่กับความสามารถทาง สตปิ ญั ญาและเหตกุ ารณ์ทางสังคม ซึ่งพัฒนาการทางจริยธรรมน้ันข้ึนอยู่
กบั การรับร้ทู างสังคม การมบี ทบาททางสงั คมจะมีสว่ นสัมพันธ์กับพัฒนาการทางจริยธรรมซึ่งมีความเปน็ สากล
เป็นกระบวนการปฏิสัมพันธร์ ะหว่างพฒั นาการของมนุษยก์ ับการเรยี นรูท้ างสงั คม และมี
ความสมั พันธก์ ับพัฒนาการทางสติปญั ญาอีกด้วย
เกณฑ์การตัดสินตามพฒั นาการทางจรยิ ธรรมองเพยี เจท์
จากทฤษฎีการพฒั นาการทางจรยิ ธรรมของเพียเจท์ สามารถแบ่งหลักการทางจรยิ ธรรมออกเป็น 2 ระดับ
ได้แก่ ระดับทีย่ ึดหลักจริยธรรมจากผูอ้ ื่น และระดับทีย่ ึดหลักจรยิ ธรรมจากตนเอง ซงึ่ จากหลกั ของการตอบตาม
เหตผุ ลเชิงจรยิ ธรรมสามารถแบ่งออกเปน็ 2 ระดับได้แก่
1. ระดบั คะแนน่ตา่ เม่ือผู้ตอบให้เหตุผลการตอบโดยยดึ ปริมาณการกระท่าส่าคญั ไม่ได้ใหเ้ หตุผลทาง
เจตนาของผู้กระท่า
2. ระดบั คะแนนสูง เมอ่ื ผูต้ อบใหเ้ หตผุ ลค่านงึ ถงึ ความยุตธิ รรมและพิจารณาผลการกระทา่ ว่ามีเจตนา
ด้วยหรอื ไม่
เกณฑ์การตัดสินตามพัฒนาการจรยิ ธรรมของโคลเบิร์ก
จากทฤษฎกี ารพฒั นาการทางจริยธรรมของโคลเบริ ก์ มีการแบ่งขั้นการแสดงเหตุผลทางจรยิ ธรรมเป็น 6
ระดบั โดยแบง่ เปน็ 3 ระดับใหญ่ การมีจรยิ ธรรมเนื่องจากสาเหตุดังต่อไปนี้
ระดับท่ี 1 ความกลัวถูกลงโทษ หรือ การใหร้ างวัล
ระดับท่ี 2 การชักชวน แลกเปลีย่ น
ระดบั ท่ี 3 การปฏิบัติตามกลมุ่ ท่าใหก้ ลมุ่ ชอบใจ
ระดับที่ 4 การกระท่าตามหน้าท่ี กฎหมาย และหลักศาสนา
ระดบั ท่ี 5 การกระทา่ ตามสัญญาประชนคม ประโยชนข์ องสงั คมเป็นสว่ นใหญ่
ระดับท่ี 6 การทา่ ตามอุดมการณ์สากล
เกณฑ์ผสมผสานหลกั การแสดงการกระทาความดีตามแนวคดิ ของลว้ น สายยศและองั คณา สายยศ(2543)
ไดส้ งั เคราะห์หลกั การทา่ ความดีว่าการแสดงการกระท่าแบบใดจงึ น่าจะเปน็ ระดบั ความดีทแี่ ตกตา่ ง กนั
น่ันคอื เริม่ จากความดีน้อยขึน้ ไปถงึ ความดีมาก โดยแบง่ เป็น 3 ลกั ษณะดงั น้ี
ขั้นท่ี 1 การแสดงเหตผุ ลการกระทา่ เพื่อเอาตนเองเปน็ หลักประจ่า
ข้ันที่ 2 การแสดงเหตผุ ลการกระท่า เพ่ือผู้ที่รูจ้ ักคุ้นเคย ข้ั
นที่ 3 การแสดงเหตุผลการกระทา่ เพื่อสงั คมหรอื ผู้อื่นท่ัวไปโดยไม่หวังผลตอบแทน
ขั้นตอนการสรา้ งแบบวัดจริยธรรม
1. ก่าหนดจริยธรรมทีต่ อ้ งการจะวัด ต้องระบวุ ่าเปน็ จริยธรรมอะไร
2. ศึกษาเอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ยี วข้อง เปน็ การศกึ ษารายละเอียดเก่ยี วกับจรยิ ธรรมทต่ี ้องการวัด วา่
มีจรยิ ธรรมท่ีเปน็ ตัวแปรหลัก ตวั แปรย่อยอะไรบ้างอย่างละเอียดและถูกต้อง
3. นยิ ามศพั ท์เฉพาะ เปน็ การก่าหนดความหมายของส่งิ ท่ีจะวัดให้ชัดเจน
4. เลือกรูปแบบของเครอ่ื งมอื วัดจริยธรรม ต้องเหมาะสมกับคณุ ลกั ษณะท่จี ะวดั
5. เขยี นขอ้ ความ ภาพ หรอื สถานการณ์และกา่ หนดวธิ กี ารตอบ โดยเขียนให้ครอบคลุมคุณลักษณะ
จรยิ ธรรมทกุ ดา้ น เป็นการสร้างขอ้ ความเพ่ือเปน็ เคร่ืองมือในการวดั
6. ตรวจสอบคณุ ภาพเครอ่ื งมือรายข้อและท้ังฉบบั น่าแบบวัดเจตคติไปทดลองหาค่าอ่านาจจา่ แนก รายข้อ
หาคณุ ภาพรวมทง้ั ฉบับโดยหาค่าความเชื่อม่นั
7. ปรบั ปรงุ คณุ ภาพเครอื่ งมือ ตามผลการวิเคราะห์โดยการดผู ลจากการตรวจสอบเครื่องมอื ทง้ั ราย ขอ้ และทั้งฉบบั
คดั เลอื กเฉพาะขอ้ ค่าถามทมี่ ีคุณภาพไวใ้ ชเ้ ทา่ นั้น
8. สร้างเกณฑป์ กตใิ นการใหค้ ะแนน
แบบวดั เชิงจริยธรรมตามแนวคดิ เพียเจท์
เรอ่ื ง แบบวัดเชิงจรยิ ธรรมดา้ นความเสียสละ
วตั ถุประสงค์
แบบสอบถามนีม้ วี ัตถปุ ระสงค์เพื่อการศึกษาจริยธรรมของนักศกึ ษาในด้านความเสยี สละ
กาหนดตัวแปรการวิจยั
จริยธรรมของนักศกึ ษาในดา้ นความเสียสละ
ศึกษารายละเอียดของตวั แปรการวจิ ยั
จริยธรรมของนกั ศกึ ษาในด้านความเสียสละ
-ตวั แปรอสิ ระ คือ จรยิ ธรรมในดา้ นความเสยี สละ
-ตวั แปรตาม คือ จรยิ ธรรมของนักศึกษาในด้านความเสยี สละ
นยิ ามศัพท์เฉพาะตัวแปร
ความเสียสละ หมายถงึ
แบบวดั เชงิ จริยธรรมความรับผดิ ชอบตามแนวคดิ ของเพียเจท์
1. สดุ ารัตน์ไดร้ บั มอบหมายจากอาจารย์ให้รบั ผิดชอบรวบรวมงานเพื่อนๆไปส่งที่ห้องพักครูมีและ
ห้ามสง่ ชา้ หากส่งลา่ ช้าจะโดนหกั คะแนนท้งั หมด
หลงั จากรวบรวมงานเพ่ือนครบแลว้ กเ็ กดิ การลังเลเพราะงานสุดารัตนย์ ังทาไม่เสรจ็
หากท่านเปน็ สดุ ารตั นจ์ ะรบี ทางานส่งเพ่ือคนอ่ืนจะไมเ่ ดือดร้อนหรือไม่ เพราะอะไร
ก. ไมท่ า เพราะยังไงกไ็ ม่ทนั เพราะงานตนยังไมเ่ สร็จ (ขัน้ ก่อนจรยิ ธรรม)
ข. ทา เพราะอาจารย์กาหนดการสง่ มาแลว้ (ข้ันยึดคาสงั่ )
ค. ทา เพราะไม่อยากให้เพื่อนถกู ตัดคะแนนเพราะตนยงั ไม่ทาส่ง (ขน้ั ยดึ หลักแห่งตน)
2. เติ้ลไปเที่ยวสถานบันเทงิ หน่ึงยา่ นถนนข้าวสารละได้ไปนอนกบั ผหู้ ญงิ คนนึง
ผา่ นมาไม่นานผู้หญิงคนนน้ั เกิดตั้งครรภห์ ลงั จากไปนอนกับเต้ิลคนื วนั นนั้ แต่เติ้ลเมามากวนั นน้ั จงึ เกดิ ความลังเลข้ึน
และเต้ิลเองก็มีแฟนอยูแ่ ลว้ และกาลงั จะแตง่ งานหากท่านเป็นเติ้ลท่านจะรบั ผดิ ชอบผู้หญิงคนน้นั หรือไม่เพราะอะไร
ก. ไม่รับผิดชอบ เพราะคนื นน้ั เมาไม่รู้เรื่อง (ขนั้ ก่อนจรยิ ธรรม)
ข. รบั ผิดชอบ เพราะฝา่ ยหญิงเสยี หาย (ข้นั ยดึ คาสัง่ )
ค. รับผิดชอบ เพราะไม่อยากใหเ้ ด็กเกิดมาไมม่ ีพอ่ (ขั้นยดึ หลกั แห่งตน)
3. ทรายขบั รถชนท้ายรถของเต้ิลเพราะเมา ทาให้รถของเติ้ลเกดิ ความเสยี หาย
แต่เนตรไม่มปี ระกนั เพราะไม่ได้ทาไว้ หากท่านเปน็ ทรายจะรับผิดชอบหรือไม่ เพราะอะไร
ก. ไม่ เพราะไมม่ ีประกัน (ขัน้ ก่อนจริยธรรม)
ข. รับผดิ ชอบ เพราะตนไดช้ นทา้ ยรถของเต้ิลจนเกิดความเสียหาย (ขน้ั ยึดคาสง่ั )
ค. รับผดิ ชอบ เพราะหากตนไม่รบั ผิดชอบเติ้ลต้องมารับผดิ ชอบเองทั้งที่ไมผ่ ิด (ขน้ั ยึดหลกั แหง่ ตน)
4. ปอนดไ์ ด้เป็นตัวแทนคณะในการประกวดการแสดงวฒั นธรรมพื้นบา้ นของภาคใตท้ ่มี หาวทิ ยาลัยทักษิณ
วทิ ยาเขตพัทลุง อาทติ ยห์ น้า ซ่งึ ปอนดจ์ ะต้องฝกึ ซ้อมอย่างหนกั ก่อนถึงวนั จริง
เม่ือถึงวันแข่งขนั ปอนดร์ สู้ ึกเจ็บขอ้ เท้าและเหนื่อยล้าและไม่อยากเข้าแข่งขนั แล้ว
หากทา่ นเปน็ ปอนด์จะเขา้ ประกวดหรอื ไม่ เพราะอะไร
ก. ไม่ เพราะเหน่ือยและเจบ็ ขอ้ เท้า (ขั้นก่อนจรยิ ธรรม)
ข. เข้า เพราะได้เป็นตวั แทนของคณะในการประกวดแลว้ (ขน้ั ยดึ คาสงั่ )
ค. เขา้ เพราะหากไม่เข้าทางคณะจะเสยี ช่ือเสยี ง (ข้ันยดึ หลกั แหง่ ตน)
5. แองจี้อยากได้กระเป๋าราคา 5000 บาท จึงไดแ้ อบไปหยิบเงนิ พอ่ มาโดยไมไ่ ดบ้ อก
ทาใหพ้ ่อเดือดร้อนเพราะเงนิ ไดห้ ายไปแต่พ่อกร็ ้วู า่ แองจ้เี อาเงินไป ผ่านมาไมน่ านเงนิ เดอื นแองจก้ี ็ออก
แองจ้รี สู้ กึ ผดิ มากที่เอาเงินพ่อมาโดยไม่ขอกอ่ นเพราะกลวั โดนพ่อว่า หากท่านเปน็ แองจ้จี ะนาเงนิ ไปคนื พ่อหรือไม่
เพราะอะไร
ก. ไม่ เพราะเงนิ พอ่ ก็เหมือนเงินเรา (ข้ันก่อนจรยิ ธรรม)
ข. คนื เพราะเอาเงินของพ่อมาต้องคนื (ขนั้ ยึดคาส่ัง)
ค. คืน เพราะกลวั พอ่ จะเดือดร้อนเพราะพอ่ ต้องใชจ้ ่ายคา่ เช่าบ้าน (ข้ันยดึ หลกั แห่งตน)
6. มาร์คได้รับมอบหมายทางานกลุ่มวชิ าเคมี โดยตอ้ งแบ่งงานกันกับเพ่อื นโดยตนต้องไปเกบ็ ภาพ
บันทึกวิดีโอการปฏิบัตงิ าน ในวนั ศกุ รห์ นา้ แต่วา่ มาร์คนัดไปเที่ยวกบั แฟนสาวในวันนัน้
หากทา่ นเปน็ มารค์ จะไปทางานกลุ่มหรอื ไม่ เพราะอะไร
ก. ไม่ เพราะมีนดั แลว้ คนอนื่ ก็ทาได้ (ขน้ั ก่อนจรยิ ธรรม)
ข. ไป เพราะเพื่อนแบ่งหน้าท่ีกนั แลว้ (ขั้นยดึ คาสง่ั )
ค. ไป เพราะเป็นงานกลุ่มทต่ี ้องรบั ผิดชอบรว่ มกนั (ขนั้ ยึดหลักแห่งตน)
7. พีพไี ปเที่ยงตา่ งจังหวัด ในวนั พรงุ่ น้ีมีงานโปรโหมดร้านและพีพกี ม็ ีสว่ นรบั ผดิ ชอบงานในคร้งั น้ี
แตพ่ ีพีก็ยังไม่อยากกลบั หากท่านเปน็ พีพจี ะไปงานโปรโหมดของรา้ นหรือไม่เพราะอะไร
ก. ไม่ เพราะขาดลูกจา้ งในรา้ นคนเดียวคงไม่เป็นไร (ขนั้ ก่อนจรยิ ธรรม)
ข. ไป เพราะตนกม็ สี ว่ นรับผิดชอบงานน้ี (ขนั้ ยึดคาสง่ั )
ค. ไป เพราะไม่อยากให้เพื่อนร่วมงานเดือดร้อนมาทาหนา้ ที่ของตนแทน (ข้นั ยดึ หลักแหง่ ตน)
แบบประเมนิ จรยิ ธรรมท่ีตรวจโดยผเู้ ช่ยี วชาญ
แบบวดั จริยธรรมตามรูปแบบตามแนวคิดของเพียเจท์
-แบบวิเคราะหค์ ่าความสอดคล้องของแบบวัดจรยิ ธรรมของเพยี เจท์
คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ แปลผล
ขอ้ ท่ี 1 คนที่ 1 คนท่ี 2 คนท่ี 3 3 สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี 2 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
ข้อที่ 3 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ขอ้ ท่ี 4 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
ข้อที่ 5 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ข้อท่ี 6 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
ข้อที่ 7 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
+1 +1 +1 1.00
+1 +1
แบบวดั เชิงจริยธรรมตามแนวคดิ เพียเจท์
มีข้นั ตอน ดังน้ี
1. กาหนดสิง่ จะวดั ให้ชัดเจน
เพ่ือการศึกษาจริยธรรมของนักศึกษาในดา้ นความเสียสละ
2. นิยามศพั ทเ์ ฉพาะตวั แปร
ความรบั ผดิ ชอบ หมายถึง คุณลกั ษณะของบุคคลซง่ึ แสดงออกโดยมีความสนใจเอาใจใส่
ตัง้ ใจจรงิ ท่ีจะปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ซ่งึ ไดร้ ับมอบหมายดว้ ยความพากเพยี ร พยายาม อดทนตอ่ อุปสรรคใดๆ
ทขี่ ดั ข้อง มีการวางแผนงานอย่างละเอียดรอบคอบ เพอ่ื ให้บรรลุเปา้ หมายทก่ี าหนดไว้
3. กาหนดโครงสร้างของส่ิงท่จี ะวัด
จรยิ ธรรมของนักศึกษาในด้านความรับผิดชอบ พฤติกรรมบง่ ชี้
- จรยิ ธรรมของนักศึกษาในดา้ นความรบั ผดิ ชอบ 1.ความพากเพียร พยายาม
2. ความอดทนต่ออุปสรรค
4.ตรวจสอบข้อความทีส่ ร้างขน้ึ ด้วยตนเอง
โดยพิจารณาความชดั เจนของภาษา แล้วจึงนา่ ขอ้ ความไปให้ผเู้ ช่ยี วชาญพิจารณา
และตัดข้อความที่ ผู้เชียวชาญสว่ นใหญเ่ ห็นพ้องกันวา่ เปน็ ข้อความเชงิ กลาง ๆ ออก
5. นาข้อความที่คดั เลอื กมาเรยี บเรียงเป็นแบบวัดเจตคติ
โดยมคี า่ ชีแ้ จงในการตอบแบบวดั อย่างชัดเจน โดยระบวุ ่า
ให้ผตู้ อบแบบวัดเขยี นเคร่ืองหมายใหต้ รงกับความรู้สกึ ของตอนเองทมี่ ีต่อข้อความแต่ละข้อความนัน้
6. นาแบบวดั เจตคติไปทดลองหาค่าอานาจจาแนกรายขอ้
โดยการเปรียบเทยี บกับระหว่างกลุ่มสงู กลุ่ม่ตา่ ดว้ ยการทดสอบคา่ ที (t-test)
7. หาคณุ ภาพรวมทั้งฉบับโดยการหาค่าความเช่ือมนั่ (Reliability)
โดยการหาคา่ สัมประสิทธ์แิ อลฟาตามวิธขี องครอนบาช โดยมีคา่ ความเช่ือมนั สงู
วิเคราะห์หาค่าความเชอื่ มัน่ 6 7
ข้อมลู สา่ หรบั การวเิ คราะหห์ าความเช่อื มน่ั โดยวิธีการหาสัมประสทิ ธิอัลฟา ขั้นที่ 1
3 1
ข้อที่
คนท่ี 1 2 3 4 5 3 1
3 1
1 -3 1 3 2 3 3 1
3 1
2 -3 1 3 2 3 3 1
3 -3 1 3 2 3 1 1
4 -3 1 3 2 3 1 1
5 -3 1 3 2 3 1 1
6 -3 2 3 2 3 1 1
712323 1 3
812323 1 3
912123 1 3
10 1 2 1 2 3 1 3
11 1 2 1 3 3 1 3
12 1 2 1 3 3 1 3
13 1 2 1 3 3 1 3
14 2 2 1 3 3 2 2
15 2 2 1 3 2 2 2
16 2 1 1 3 2 2 2
17 2 1 1 3 2 2 2
18 2 3 1 3 2 2 2
19 2 3 1 3 2 2 2
20 3 3 2 3 2 2 2
21 3 3 2 3 2 2 2
22 3 3 2 3 2 2 2
23 2 3 2 3 2 2 2
24 2 3 2 3 2 2 2
25 2 3 2 3 2 2 2
26 2 3 2 3 2 2 2
27 2 3 2 1 2
28 1 3 2 1 1
29 1 3 2 1 1
30 1 3 2 1 1
ข้อมูลสาหรับการวเิ คราะหห์ าความเชื่อม่นั โดยวธิ กี ารหาสัมประสิทอัลฟา ขั้นท่ี 2
คนที่ 1 2 ข้อท่ี 6 7 รวม
345
X1 X1² X2 X2² X3 X3² X4 X4² X5 X5² X6 X6² X7 X7² Xtotall Xtotall²
1 -3 9 1 1 3 9 2 4 3 9 3 9 1 1 10 100
2 -3 9 1 1 3 9 2 4 3 9 3 9 1 1 10 100
3 -3 9 1 1 3 9 2 4 3 9 3 9 1 1 10 100
4 -3 9 1 1 3 9 2 4 3 9 3 9 1 1 10 100
5 -3 9 1 1 3 9 2 4 3 9 3 9 1 1 10 100
6 -3 9 2 4 3 9 2 4 3 9 3 9 1 1 11 121
7 1 1 2 4 3 9 2 4 3 9 1 1 1 1 13 169
8 1 1 2 4 3 9 2 4 3 9 1 1 1 1 13 169
9 1 1 2 4 1 1 2 4 3 9 1 1 1 1 11 121
10 1 1 2 4 1 1 2 4 3 9 1 1 1 1 11 121
11 1 1 2 4 1 1 3 9 3 9 1 1 3 9 14 196
12 1 1 2 4 1 1 3 9 3 9 1 1 3 9 14 196
13 1 1 2 4 1 1 3 9 3 9 1 1 3 9 14 196
14 2 4 2 4 1 1 3 9 3 9 1 1 3 9 15 225
15 2 4 2 4 1 1 3 9 2 4 1 1 3 9 14 196
16 2 4 1 1 1 1 3 9 2 4 1 1 3 9 13 169
17 2 4 1 1 1 1 3 9 2 4 1 1 3 9 13 169
18 2 4 3 9 1 1 3 9 2 4 2 4 2 4 15 225
19 2 4 3 9 1 1 3 9 2 4 2 4 2 4 15 225
20 3 9 3 9 2 4 3 9 2 4 2 4 2 4 17 289
21 3 9 3 9 2 4 3 9 2 4 2 4 2 4 17 289
22 3 9 3 9 2 4 3 9 2 4 2 4 2 4 17 289
23 2 4 3 9 2 4 3 9 2 4 2 4 2 4 16 256
24 2 4 3 9 2 4 3 9 2 4 2 4 2 4 16 256
25 2 4 3 9 2 4 3 9 2 4 2 4 2 4 16 256
26 2 4 3 9 2 4 3 9 2 4 2 4 2 4 16 256
27 2 4 3 9 2 4 1 1 2 4 2 4 2 4 14 196
28 1 1 3 9 2 4 1 1 1 1 2 4 2 4 12 144
29 1 1 3 9 2 4 1 1 1 1 2 4 2 4 12 144
30 1 1 3 9 2 4 1 1 1 1 2 4 2 4 12 144
∑xi 23 135 66 164 57 127 72 188 71 181 55 117 57 125 401 5517
si² 3.91 0.63 0.62 0.51 0.41 0.55 0.56 5.14
ค่าเฉลี่ยของแบบวัดเจตคติส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน
แบบวดั จรยิ ธรรมความมีเหตุผลตามแนวคิดของเพียเจท์
คา่ เฉล่ีย = ∑x
N
= 401
30
= 13.36
ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน
S.D. = √n∑ƒx²- (∑ƒx)²
n(n-1)
= √30(5517)-(401)²
30(30-1)
= √165510-160801
30(29)
= √4709
870
= √5.41
= 2.32
ความแปรปรวน
S.D.² = n∑ƒx2-(∑ƒx)²
n(n-1)
= 30(5517 )-(401 )
30(30-1)
165510-160801
= 30(30-1)
4709
= 870
= 5.41
แทนคา่ สตู ร α= k (1- ∑SS2t2i )
k-1
α= 7 (1- 7.19)
7-1 5.14
α= 7 (1 − 1.40)
6
α = 1.17(0.40)
α = 0.40
ไดค้ า่ ความเชื่อม่นั เชิงความสอดคลา้ งภายในเทา่ กบั 0.40 แสดงวา่ แบบวดั จรยิ ธรรมชดุ นมี้ คี วามเชื่อม่นั อยใู่ นระดบั ต่า
วิเคราะหห์ าค่าอานาจจาแนก
ตาราง ขอ้ มูลสาหรับการวเิ คราะห์หาคา่ อานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อที่ 1
กล่มุ สูง กลมุ่ ต่า
ระดบั คาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ข้นั ก่อนจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 12 1 12 12
ขน้ั ยึดคาสั่ง 2 3 4 6 12 2 3 4 6 12
ขั้นยดึ หลักแห่งตน 3 12 9 36 108 3 0 9 0 0
รวม 15 14 42 120 15 14 18 24
xH̅ ==nf1x5(1=152(0141)425-)(42=)22.8= 0.17 X̅L = nf1x5(=1254(111)485-)(18=)21.2=00.17
S2H S2L =
จากสูตร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.80-1.20 = 1.60 = 1.60 = 1.60 =7.70
√0.1157+0.1157 √0.1354 √0.046 0.21
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เทา่ กับ 7.70 ซงึ่ มากกวา่ คา่ วิกฤต 1.75
ถือวา่ ข้อความวัดจริยธรรมอยู่ในเกณฑท์ ่ี นาไปใช้ได้
วิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนก
ตาราง ขอ้ มลู สาหรับการวเิ คราะห์หาค่าอานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อท่ี 2
กลมุ่ สูง กลุม่ ตา่
ระดบั คาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถ่ี x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขัน้ ก่อนจริยธรรม 1 1 1 1 1 1 15 1 15 15
ขัน้ ยดึ คาสง่ั 2 3 4 6 12 2 0 4 0 0
ขั้นยดึ หลักแห่งตน 3 11 9 33 99 3 0 9 0 0
รวม 15 14 39 111 15 14 15 15
xH̅ ==nf1x5(1=151(1131)459-)(39=)22.60= 0.69 X̅L = nf1x5(=1511)55-(15=)21 = 0.00
S2H S2L =
15(14)
จากสตู ร t= xH̅ -xL̅
√SnH21+ns2L2
2.60-1.00 = 1.60 = 1.60 = 1.60 = 7.62
√0.1659+0.1050 √0.1659 √0.046 0.21
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เทา่ กับ 7.60 ซงึ่ มากกว่าคา่ วิกฤต 1.75
ถือวา่ ข้อความวัดจรยิ ธรรมอยู่ในเกณฑ์ท่ี นาไปใช้ได้
วเิ คราะห์หาคา่ อานาจจาแนก
ตาราง ข้อมูลสาหรบั การวเิ คราะหห์ าคา่ อานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อท่ี 3
กลมุ่ สูง กล่มุ ตา่
ระดับคาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถ่ี x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขั้นก่อนจรยิ ธรรม 1 0 1 0 0 1 13 1 13 13
ข้นั ยดึ คาส่งั 2 1 42 4 2 2 44 8
ข้ันยึดหลักแห่งตน 3 14 9 42 126 3 0 9 0 0
รวม 15 14 44 130 15 14 17 21
xH̅ ==nf1x5(1=153(0141)445-)(44=)2 2.93 X̅L = nf1x5(=2111)75-(17=)2 1.13
S2H = 0.07 S2L = = 0.12
15(14)
จากสตู ร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.93-1.13 = 1.80 = 1.80 = 1.80 = 16.36
√0.1057+0.1152 √0.1159 √0.013 0.11
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เท่ากบั 16.36 ซ่งึ มากกวา่ ค่าวกิ ฤต 1.75
ถอื วา่ ข้อความวดั จรยิ ธรรมอยู่ในเกณฑ์ท่ี นาไปใช้ได้
วเิ คราะห์หาคา่ อานาจจาแนก
ตาราง ขอ้ มูลสาหรบั การวเิ คราะห์หาค่าอานาจจาแนกของแบบวัดเจตคติ ข้อท่ี 4
กลุ่มสูง กล่มุ ตา่
ระดับคาตอบ คะแนน ความถ่ี x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขัน้ ก่อนจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 15 1 15 15
ขน้ั ยดึ คาส่ัง 2 0 40 0 2 0 40 0
ขน้ั ยดึ หลกั แห่งตน 3 15 9 45 135 3 0 9 0 0
รวม 15 14 45 135 15 14 15 15
xH̅ ==nf1x5(1=153(5141)455-)(45=)2 3.00 X̅L = nf1x5(=1511)55-(15=)2 1.00
S2H = 0.00 S2L = = 0.00
15(14)
จากสูตร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
3.00-1.00 = 2.00 = 2.00 = 2.00 = 0.00
√0.1050+0.1050 √0.1050 √0.00 0.00
จาก ผลการวิเคราะห์ ไดค้ า่ t เท่ากับ 0.00 ซง่ึ น้อยกวา่ คา่ วิกฤต 1.75
ถอื วา่ ข้อความวัดจริยธรรมอยู่ในเกณฑ์ท่ี ควรปรับปรุง
วิเคราะห์หาคา่ อานาจจาแนก
ตาราง ขอ้ มลู สาหรับการวเิ คราะห์หาคา่ อานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อท่ี 5
กลมุ่ สูง กลมุ่ ต่า
ระดับคาตอบ คะแนน ความถ่ี x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขน้ั ก่อนจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 14 1 14 14
ขนั้ ยึดคาสง่ั 2 3 4 6 12 2 1 4 2 4
ขัน้ ยึดหลักแห่งตน 3 12 9 36 108 3 0 9 0 0
รวม 15 14 42 120 15 14 16 18
xH̅ ==nf1x5(1=152(0141)425-)(45=)22.80= 1.07 X̅L = nf1x5(=1811)65-(16=)2 1.07 0.07
S2H S2L = =
15(14)
จากสตู ร t= xH̅ -xL̅
√SnH21+nsL22
2.80-1.07 = 1.73 = 1.73 = 1.73 = 6.18
√1.1057+0.1057 √1.1154 √0.076 0.28
จาก ผลการวิเคราะห์ ได้ค่า t เท่ากับ 6.18 ซ่งึ มากกวา่ คา่ วิกฤต 1.75
ถือวา่ ข้อความวัดจรยิ ธรรมอยู่ในเกณฑท์ ี่ นาไปใช้ได้
วเิ คราะหห์ าคา่ อานาจจาแนก
ตาราง ข้อมูลสาหรบั การวเิ คราะหห์ าคา่ อานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อที่ 6
กลมุ่ สูง กล่มุ ตา่
ระดับคาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถ่ี x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขั้นก่อนจรยิ ธรรม 1 1 1 1 1 1 14 1 14 14
ข้นั ยดึ คาส่งั 2 1 42 4 2 1 42 4
ข้ันยึดหลักแห่งตน 3 13 9 39 117 3 0 9 0 0
รวม 15 14 42 122 15 14 16 18
xH̅ ==nf1x5(1=152(2141)425-)(42=)2 2.80 X̅L = nf1x5(=1811)65-(16=)2 1.07 0.07
S2H = 0.31 S2L = =
15(14)
จากสตู ร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.80-1.07 = 1.73 = 1.73 = 1.73 = 10.81
√0.1351+0.1057 √0.1358 √0.025 0.16
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เท่ากบั 10.81 ซง่ึ มากกว่าค่าวิกฤต 1.75
ถอื วา่ ข้อความวดั จรยิ ธรรมอยู่ในเกณฑ์ท่ี นาไปใช้ได้
วเิ คราะห์หาค่าอานาจจาแนก
ตาราง ข้อมูลสาหรบั การวเิ คราะห์หาค่าอานาจจาแนกของแบบวัดเจตคติ ข้อท่ี 7
กลุ่มสูง กล่มุ ตา่
ระดับคาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขัน้ ก่อนจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 15 1 15 15
ขน้ั ยดึ คาส่ัง 2 0 40 0 2 0 40 0
ขน้ั ยดึ หลกั แห่งตน 3 15 9 45 135 3 0 9 0 0
รวม 15 14 45 135 15 14 15 15
xH̅ ==nf1x5(1=153(5141)455-)(45=)23.00= 0.00 X̅L = nf1x5(=1511)55-(15=)2 1.00
S2H S2L = = 0.00
15(14)
จากสูตร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
3.00-1.00 = 2.00 = 2.00 = 2.00 = 0.00
√0.1050+0.1050 √0.1050 √0.00 0.00
จาก ผลการวิเคราะห์ ไดค้ า่ t เท่ากับ 0.00 ซง่ึ น้อยกวา่ คา่ วิกฤต 1.75
ถอื วา่ ข้อความวัดจรยิ ธรรมอยู่ในเกณฑ์ท่ี ควรปรับปรุง
ขั้นตอนการสรา้ งแบบวดั จริยธรรม
1. กา่ หนดจริยธรรมที่ตอ้ งการจะวัด ต้องระบุวา่ เป็นจริยธรรมอะไร
2. ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี ก่ียวข้อง เป็นการศึกษารายละเอียดเกย่ี วกับจรยิ ธรรมที่ต้องการวดั วา่
มจี ริยธรรมทเ่ี ปน็ ตวั แปรหลกั ตัวแปรยอ่ ยอะไรบ้างอย่างละเอียดและถกู ต้อง
3. นยิ ามศัพท์เฉพาะ เปน็ การก่าหนดความหมายของสง่ิ ทจี่ ะวดั ให้ชัดเจน
4. เลอื กรปู แบบของเครื่องมือวัดจรยิ ธรรม ต้องเหมาะสมกับคณุ ลกั ษณะที่จะวดั
5. เขียนข้อความ ภาพ หรือสถานการณ์และก่าหนดวิธีการตอบ โดยเขยี นให้ครอบคลุมคุณลกั ษณะ
จรยิ ธรรมทุกดา้ น เป็นการสร้างขอ้ ความเพอ่ื เป็นเครือ่ งมอื ในการวัด
6. ตรวจสอบคณุ ภาพเคร่ืองมือรายข้อและทง้ั ฉบบั นา่ แบบวัดเจตคติไปทดลองหาคา่ อ่านาจจา่ แนก รายข้อ
หาคณุ ภาพรวมทั้งฉบับโดยหาค่าความเชอ่ื มั่น
7. ปรบั ปรุงคุณภาพเครื่องมอื ตามผลการวิเคราะห์โดยการดผู ลจากการตรวจสอบเคร่ืองมอื ทัง้ ราย ข้อและทั้งฉบับ
คัดเลอื กเฉพาะขอ้ ค่าถามที่มีคุณภาพไว้ใชเ้ ท่าน้ัน
8. สร้างเกณฑป์ กติในการให้คะแนน
แบบวัดเชงิ จริยธรรมตามแนวคิดล้วน สายยศ
เรอ่ื ง แบบวัดเชิงจริยธรรมด้านความรับผดิ ชอบ
วัตถปุ ระสงค์
แบบสอบถามนม้ี ีวตั ถุประสงค์เพ่อื การศึกษาจริยธรรมของนักศกึ ษาในดา้ นความรบั ผดิ ชอบ
กาหนดตวั แปรการวจิ ัย
จริยธรรมของนกั ศึกษาในด้านความรับผดิ ชอบ
ศกึ ษารายละเอียดของตวั แปรการวิจยั
จริยธรรมของนักศกึ ษาในดา้ นความรบั ผิดชอบ
-ตัวแปรอิสระ คือ จริยธรรมในด้านความรบั ผดิ ชอบ
-ตวั แปรตาม คอื จรยิ ธรรมของนกั ศึกษาในด้านความรบั ผดิ ชอบ
นิยามศัพท์เฉพาะตัวแปร
ลักษณะของบุคคลทแี่ สดงออกถึงความเอาใจใส่ จดจ่อต้ังใจ มงุ่ มน่ั ตอ่ หนา้ ท่ีการงาน การศกึ ษาเล่าเรยี น
และการเปน็ อยู่ของตนเอง และ ผูอ้ ย่ใู นความดูแล ตลอดจนสงั คม อย่างเตม็ ความสามารถ
เพ่ือใหบ้ รรลผุ ลสาเร็จตามความมุ่งหมายในเวลาทก่ี าหนด ยอมรบั ผลการกระทาทัง้ ผลดีและผลเสียท่ีเกิดข้ึน
รวมทง้ั ปรบั ปรงุ การปฏิบตั งิ านให้ดีขึน้ เปน็ ความผูกพนั ในการที่จะปฏิบตั ิหน้าที่ใหส้ าเรจ็ ลุล่วงไปได้
แบบวัดเชงิ จริยธรรมความมีเหตุผลตามแนวคดิ ของล้วน สายยศ
1. พรงุ่ น้วี ิชาภาษาไทยมนี ัดส่งการบา้ นเวลา 09.00 น. โดยมีข้อเน้นย้าวา่ ตอ้ งส่งงานให้ครบทุกคน
หากสง่ ไม่ครบครูจะใหค้ ะแนนแคค่ รึง่ เดยี วท้ังช้ัน แต่มานีพง่ึ กลบั จากตา่ งจงั หวัดเวลา ตี 5
มานีรูส้ ึกเหน่ือยและอยากนอนแต่การบา้ นก็ต้องส่งตามเวลานัดหมายของครู
หากทา่ นเปน็ มานีจะทาการบ้านหรือไม่เพราะอะไร
ก. ไม่ทา เพราะเหนือ่ ยต้องการพกั ผ่อน (ข้นั ทาเพือ่ ตนเอง)
ข. ทา เพราะอาจารยไ์ ด้กาหนดเวลาส่งและข้อเนน้ ย้าไวแ้ ลว้ (ขน้ั ทาเพ่ือคนรู้จัก)
ค. ทา เพราะถ้าไม่สง่ ทกุ คนในสาขาจะถูกหกั คะแนนไปดว้ ย (ข้ันทาเพอื่ สังคม)
2. สมชายเปน็ เวรประจาวันองั คารท่มี ีหนา้ ทตี่ ้องเก็บกวาดท้งิ ขยะท่ีห้องเรยี น
บังเอญิ วันน้สี มชายมีนดั ไปเทยี่ วกับเพ่อื นตอน 16.00 น. และสมชายกต็ ้องรีบกลับบ้าน
หากท่านเปน็ สมชายจะนาขยะไปทิ้งก่อนหรือไมเ่ พราะอะไร
ก. ไมท่ ้งิ เพราะจะรบี ไปเท่ยี วกบั เพื่อน (ข้นั ทาเพอ่ื ตนเอง)
ข. ทิง้ เพราะเปน็ เวรประจาวันของตนเอง (ขัน้ ทาเพอ่ื คนรจู้ กั )
ค. ทงิ้ เพราะถา้ ไม่ท้ิงเพอ่ื นร่วมเวรประจาห้องจะถูกตอ่ ว่ารว่ มกันได้ (ขน้ั ทาเพ่ือสงั คม)
3. จจี ีไ้ ด้ถกู เลอื กเป็นตัวแทนโรงเรยี นในการไปแขง่ ขนั ทักษะวิชาการ และต้องไปเข้าร่วมการแข่งขนั ใน
วันพรงุ่ น้เี วลา 10.00 น. แตค่ ืนนี้จจี ี้ไปปารต์ ้มี าพงึ่ ไดน้ อนตอน ตี 5
และอยากพักผอ่ นหากท่านเป็นจจี ีจ้ ะไปเขา้ รว่ มการแขง่ ขันหรอื ไมเ่ พราะอะไร
ก. ไมไ่ ป เพราะเหนื่อยแล้วต้องพักผ่อน (ข้นั ทาเพอ่ื ตนเอง)
ข. ไป เพราะได้รบั เลือกเป็นตัวแทนของโรงเรียนแล้ว (ขนั้ ทาเพ่ือคนรู้จกั )
ค. ไป เพราะหากไม่ไปทางโรงเรยี นจะเดอื ดร้อน (ขั้นทาเพ่อื สงั คม)
4. ครมู ายดไ์ ดร้ บั มอบหมายยืนเวรประจาวนั ดแู ลนักเรียนชว่ งตอนเชา้ ทีห่ น้าประตู
บังเอิญวันนีค้ รูมายดต์ ้องรีบกลบั ไปแต่งตวั เพื่อไปงานเลี้ยงร่นุ ทโี่ รงเรยี นเกา่
หากท่านเปน็ ครมู ายด์จะมายืนเวรหรือไม่เพราะอะไร
ก. ไม่ เพราะเด๋ียวแตง่ ตัวไม่ทันงาน (ขั้นทาเพือ่ ตนเอง)
ข. ยนื เพราะเปน็ เวรประจาวันของตนเอง (ข้ันทาเพื่อคนรจู้ กั )
ค. ยนื เพราะถ้าไม่ยืนจะเป็นการเอาเปรียบครคู นอ่นื ท่ยี ืนเวร (ขนั้ ทาเพือ่ สังคม)
5. วชิ าภาษาอังกฤษมนี ัดส่งรปู เล่มพรุ่งนเ้ี วลา 13.00 น.
อาจารยม์ ขี ้อเน้นย้าวา่ ตอ้ งส่งงานให้ครบทกุ คนหากส่งไม่ครบอาจารยจ์ ะใหต้ ดิ i ท้ังสาขา
แต่หญงิ พึง่ กลบั จากภเู ก็ตมาถึงบา้ นเวลา ตี 5 หญิงรู้สกึ เหนือ่ ยลา้ และอยากพักผอ่ นแตร่ ูปเลม่
ก็ตอ้ งส่งตามเวลานดั หมายของอาจารยแ์ ละยังไม่เสรจ็
หากทา่ นเปน็ หญิงจะทารปู ล่มส่งอาจารยห์ รือไมเ่ พราะอะไร
ก. ไม่ทา เพราะตนต้องการพักผ่อน (ขน้ั ทาเพื่อตนเอง)
ข. ทา เพราะอาจารย์ไดก้ าหนดเวลาส่งแล้ว (ขนั้ ทาเพื่อคนรจู้ ัก)
ค. ทา เพราะหากไมท่ าส่งเพ่ือนๆในสาขาจะตดิ i ไปด้วย (ขน้ั ทาเพอื่ สังคม)
6. มาดไี ดถ้ ูกเลอื กเป็นตัวแทนห้องเรียนในการโปรโหมดห้องเรียนของตนเองในงาน OPEN HOUSE
และตอ้ งโปรโหมดทซ่ี ุ้มทางห้องเรยี นในวนั พร่งุ นี้ เวลา 14.00 น.
แตพ่ รงุ่ นสี้ งบต้องไปล่องแก่งทีส่ ตลู กับครอบครวั
และอยากที่จะไปพกั ผ่อนท่ีสตูลหากทา่ นเปน็ มาดจี ะไปโปรโหมดห้องเรยี นของตนเองที่งาน OPEN HOUSE
หรอื ไม่ เพราะอะไร
ก. ไมไ่ ป เพราะอยากเท่ียวพักผ่อนที่เหนอ่ื ยจากการเรยี น (ข้นั ทาเพ่อื ตนเอง)
ข. ไป เพราะเปน็ หนา้ ที่ทีต่ ้องไป (ขั้นทาเพ่ือคนรจู้ ัก)
ค. ไป เพราะทกุ คนไวใ้ นให้ตนทาแล้วไมอ่ ยากใหค้ นอนื่ มาเดอื ดร้อน (ข้ันทาเพือ่ สังคม)
7. ส้มได้มีการประชุมการปฏิบัติงานกบั ทางบริษัทไดเ้ ขา้ ร่วมในตาแหนง่ หัวหน้าแผนก
แตว่ นั น้ีมาดีร้สู กึ เหน่ือยลา้ จากการทางานต้องการนอนพกั ผ่อนมาก ๆ
หากท่านเป็นสม้ จะเขา้ ร่วมประชมุ หรือไมเ่ พราะอะไร
ก. ไมเ่ ข้ารว่ ม เพราะเหนอื่ ยแลว้ อยากนอน (ขน้ั ทาเพ่ือตนเอง)
ข. เขา้ รว่ ม เพราะเป็นหวั หนา้ แผนก (ข้นั ทาเพ่ือคนรจู้ กั )
ค. เข้ารว่ ม เพราะถ้าไม่เขา้ ร่วมเพ่ือนรว่ มงานจะเดอื ดรอ้ น (ข้นั ทาเพ่ือสังคม)
แบบประเมนิ ค่าความสอดคล้องของขอ้ ความแบบวัดเชงิ จรยิ ธรรมความรบั ผดิ ชอบ ตามแนวคดิ ของลว้ น
สายยศ
ความคดิ เห็นของผ้เู ชีย่ วชาญ ∑ แปลผล
คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3
ขอ้ ท่ี 1 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ขอ้ ท่ี 2 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี 3 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ข้อที่ 4 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
ขอ้ ท่ี 5 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
ขอ้ ที่ 6 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ขอ้ ที่ 7 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
แบบวัดเชิงจริยธรรมตามแนวคิดลว้ น สายยศ
มีข้นั ตอน ดังนี้
1. กาหนดสง่ิ จะวดั ให้ชัดเจน
เพื่อการศึกษาจริยธรรมของนักศึกษาในด้านความรบั ผิดชอบ
2. นิยามศัพทเ์ ฉพาะตวั แปร
ความรับผดิ ชอบ หมายถึง คุณลกั ษณะของบุคคลซงึ่ แสดงออกโดยมีความสนใจเอาใจใส่
ตั้งใจจรงิ ท่จี ะปฏบิ ตั ิหน้าทีซ่ ่งึ ได้รบั มอบหมายด้วยความพากเพียร พยายาม อดทนต่ออุปสรรคใดๆ ทีข่ ัดข้อง
มีการวางแผนงานอย่างละเอยี ดรอบคอบ เพื่อให้บรรลุเปา้ หมายที่กาหนดไว้
3. กาหนดโครงสร้างของส่ิงท่จี ะวดั
จรยิ ธรรมของนกั ศึกษาในดา้ นความรบั ผดิ พฤติกรรมบ่งช้ี
- จรยิ ธรรมของนักศึกษาในด้านความรบั ผิดชอบ 1.ความพากเพยี ร พยายาม
2. ความอดทน
4.ตรวจสอบข้อความที่สร้างขึน้ ดว้ ยตนเอง
โดยพจิ ารณาความชัดเจนของภาษา แลว้ จงึ นา่ ขอ้ ความไปใหผ้ ู้เช่ยี วชาญพิจารณา
และตัดข้อความที่ ผู้เชยี วชาญส่วนใหญเ่ หน็ พอ้ งกันว่าเปน็ ข้อความเชิงกลาง ๆ ออก
5. นาขอ้ ความทค่ี ดั เลือกมาเรียบเรยี งเปน็ แบบวัดเจตคติ
โดยมีคา่ ชี้แจงในการตอบแบบวัดอยา่ งชดั เจน โดยระบุว่า
ใหผ้ ้ตู อบแบบวัดเขียนเคร่ืองหมายใหต้ รงกับความรู้สกึ ของตอนเองที่มตี ่อข้อความแต่ละข้อความนัน้
6. นาแบบวัดเจตคตไิ ปทดลองหาค่าอานาจจาแนกรายข้อ
โดยการเปรียบเทียบกบั ระหว่างกลุ่มสูงกลุ่ม่ตา่ ด้วยการทดสอบคา่ ที (t-test)
7. หาคณุ ภาพรวมทั้งฉบับโดยการหาค่าความเชอื่ ม่ัน (Reliability)
โดยการหาค่าสมั ประสทิ ธแ์ิ อลฟาตามวธิ ีของครอนบาช โดยมีค่าความเชื่อมนั สูง
วเิ คราะหห์ าคา่ ความเช่อื ม่นั ขอ้ มูลส่าหรบั การวิเคราะหห์ าความเชื่อมนั่ โดยวิธีการหาสัมประสทิ ธอิ ัลฟา ขัน้ ท่ี 1
คนท่ี ทาในเอกเซขว้อที่
1234567
13231221
23231221
33231221
43231221
53231221
63231221
73231221
83231221
93231221
10 3 2 3 1 2 2 1
11 3 2 3 1 2 2 1
12 3 2 3 1 2 2 1
13 3 2 3 1 2 2 1
14 3 2 3 1 2 2 1
15 3 2 3 1 2 2 1
16 3 2 3 1 2 2 1
17 3 2 3 1 2 2 1
18 3 2 3 1 2 2 1
19 3 2 3 1 2 2 1
20 3 2 3 1 2 2 1
21 3 2 3 1 2 2 1
22 3 2 3 1 2 2 1
23 3 2 3 1 2 2 1
24 3 2 3 1 2 2 1
25 3 2 3 1 2 2 1
26 3 2 3 1 2 2 1
27 3 2 3 1 2 2 1
28 3 2 3 1 2 2 1
29 3 2 3 1 2 2 1
30 3 2 3 1 2 2 1
ข้อมูลสาหรับการวิเคราะห์หาความเชอ่ื ม่นั โดยวิธกี ารหาสัมประสิทอัลฟา ข้นั ท่ี 2 ทาในเอกเซว
ข้อที่
คนที่ 1 2 3 4 5 6 7
X1 X1² X2 X2² X3 X3² X4 X4² X5 X5² X6 X6² X7 X7²
139243911242411
239243911242411
339243911242411
439243911242411
539243911242411
639243911242411
739243911242411
839243911242411
939243911242411
10 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
11 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
12 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
13 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
14 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
15 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
16 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
17 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
18 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
19 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
20 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
21 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
22 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
23 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
24 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
25 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
26 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
27 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
28 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
29 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
30 3 9 2 4 3 9 1 1 2 4 2 4 1 1
∑xi 90 270 60 120 90 270 -30 30 60 120 60 120 30 30
si² 3.91 0.63 0.62 0.51 0.41 0.55 0.56
ค่าเฉล่ียของแบบวดั เจตคตสิ ่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวน
แบบวดั จริยธรรมความมีเหตุผลตามแนวคดิ ของล้วน สายยศ
ค่าเฉลีย่ = ∑x
N
= 401
30
= 13.36
ส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน
S.D. = √n∑ƒx²- (∑ƒx)²
n(n-1)
= √30(5517 )-(401)²
30(30-1)
= √165510 -160801
30(29)
= √4709
870
= √5.41
= 2.32
ความแปรปรวน
S.D.² = n∑ƒx2-(∑ƒx)²
n(n-1)
= 30(5517 )-(401 )
30(30-1)
165510 -160801
= 30(30-1)
4709
= 870
= 5.41
แทนคา่ สตู ร α= k (1- ∑SS2t2i )
k-1
α= 7 (1- 7.19)
7-1
5.14
α= 7 (1 − 1.40)
6
α = 1.17(0.40)
α = 0.40
ไดค้ า่ ความเช่ือม่นั เชิงความสอดคลา้ งภายในเทา่ กบั 0.40 แสดงวา่ แบบวดั จรยิ ธรรมชดุ นมี้ คี วามเช่ือม่นั อยใู่ นระดบั ต่า
วิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนก
ตาราง ข้อมลู สาหรบั การวิเคราะหห์ าคา่ อานาจจาแนกของแบบวัดเจตคติ ข้อที่ 1
กลมุ่ สูง กล่มุ ต่า
ระดบั คาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถ่ี x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ข้ันกอ่ นจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 12 1 12 12
ขนั้ ยึดคาสง่ั 2 3 4 6 12 2 3 4 6 12
ขัน้ ยดึ หลกั แห่งตน 3 12 9 36 108 3 0 9 0 0
รวม 15 14 42 120 15 14 18 24
xH̅ ==nf1x5(1=152(0141)425-)(42=)22.8= 0.17 X̅L = nf1x5(=1254(111)485-)(18=)21.2=00.17
S2H S2L =
จากสตู ร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.80-1.20 = 1.60 = 1.60 = 1.60 =7.70
√0.1157+0.1157 √0.1354 √0.046 0.21
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ ่า t เทา่ กับ 7.70 ซึง่ มากกว่าคา่ วิกฤต 1.75
ถือวา่ ขอ้ ความวัดจริยธรรมอยูใ่ นเกณฑท์ ี่ นาไปใช้ได้
วิเคราะห์หาคา่ อานาจจาแนก
ตาราง ขอ้ มลู สาหรบั การวเิ คราะหห์ าค่าอานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อท่ี 2
กลุ่มสูง กลมุ่ ต่า
ระดบั คาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขั้นกอ่ นจริยธรรม 1 1 1 1 1 1 15 1 15 15
ขัน้ ยดึ คาสั่ง 2 3 4 6 12 2 0 4 0 0
ขั้นยึดหลักแหง่ ตน 3 11 9 33 99 3 0 9 0 0
รวม 15 14 39 111 15 14 15 15
xH̅ ==nf1x5(1=151(1131)495-)(39=)22.60= 0.69 X̅L = nf1x5(=1511)55-(15=)21 = 0.00
S2H S2L =
15(14)
จากสตู ร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.60-1.00 = 1.60 = 1.60 = 1.60 = 7.62
√0.1659+0.1050 √0.1659 √0.046 0.21
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เท่ากบั 7.60 ซง่ึ มากกว่าค่าวิกฤต 1.75
ถอื วา่ ข้อความวดั จรยิ ธรรมอยใู่ นเกณฑ์ท่ี นาไปใชไ้ ด้
วเิ คราะห์หาค่าอานาจจาแนก
ตาราง ข้อมลู สาหรับการวิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนกของแบบวัดเจตคติ ข้อที่ 3
กลุ่มสงู กลุ่มตา่
ระดับคาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขั้นกอ่ นจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 13 1 13 13
ขั้นยดึ คาสง่ั 2 1 42 4 2 2 44 8
ขนั้ ยดึ หลักแหง่ ตน 3 14 9 42 126 3 0 9 0 0
รวม 15 14 44 130 15 14 17 21
xH̅ ==nf1x5(1=153(0141)445-)(44=)2 2.93 X̅L = nf1x5(=2111)75-(17=)2 1.13
S2H = 0.07 S2L = = 0.12
15(14)
จากสูตร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.93-1.13 = 1.80 = 1.80 = 1.80 = 16.36
√0.1057+0.1152 √0.1159 √0.013 0.11
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เทา่ กับ 16.36 ซงึ่ มากกว่าค่าวกิ ฤต 1.75
ถือวา่ ข้อความวัดจรยิ ธรรมอยูใ่ นเกณฑ์ท่ี นาไปใช้ได้
วิเคราะหห์ าค่าอานาจจาแนก
ตาราง ข้อมูลสาหรับการวิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนกของแบบวัดเจตคติ ข้อท่ี 4
กล่มุ สงู กลุ่มตา่
ระดบั คาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขนั้ ก่อนจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 15 1 15 15
ขั้นยึดคาสั่ง 2 0 40 0 2 0 40 0
ขนั้ ยึดหลกั แหง่ ตน 3 15 9 45 135 3 0 9 0 0
รวม 15 14 45 135 15 14 15 15
xH̅ ==nf1x5(1=153(5141)455-)(45=)2 3.00 X̅L = nf1x5(=1511)55-(15=)2 1.00
S2H = 0.00 S2L = = 0.00
15(14)
จากสูตร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
3.00-1.00 = 2.00 = 2.00 = 2.00 = 0.00
√0.1050+0.1050 √0.1050 √0.00 0.00
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เทา่ กับ 0.00 ซง่ึ นอ้ ยกวา่ ค่าวิกฤต 1.75
ถือวา่ ขอ้ ความวัดจรยิ ธรรมอยูใ่ นเกณฑ์ท่ี ควรปรบั ปรุง
วิเคราะห์หาคา่ อานาจจาแนก
ตาราง ขอ้ มลู สาหรับการวิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อท่ี 5
กลมุ่ สงู กลมุ่ ต่า
ระดับคาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขั้นกอ่ นจริยธรรม 1 0 1 0 0 1 14 1 14 14
ขัน้ ยึดคาสั่ง 2 3 4 6 12 2 1 4 2 4
ข้นั ยึดหลักแหง่ ตน 3 12 9 36 108 3 0 9 0 0
รวม 15 14 42 120 15 14 16 18
xH̅ ==nf1x5(1=152(0141)425-)(45=)22.80= 1.07 X̅L = nf1x5(=1811)65-(16=)2 1.07 0.07
S2H S2L = =
15(14)
จากสตู ร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.80-1.07 = 1.73 = 1.73 = 1.73 = 6.18
√1.1057+0.1057 √1.1154 √0.076 0.28
จาก ผลการวิเคราะห์ ได้ค่า t เทา่ กับ 6.18 ซ่ึงมากกว่าค่าวิกฤต 1.75
ถอื วา่ ขอ้ ความวดั จรยิ ธรรมอยใู่ นเกณฑท์ ่ี นาไปใช้ได้
วเิ คราะหห์ าค่าอานาจจาแนก
ตาราง ข้อมลู สาหรับการวิเคราะห์หาค่าอานาจจาแนกของแบบวดั เจตคติ ข้อที่ 6
กลุ่มสงู กลุ่มตา่
ระดับคาตอบ คะแนน ความถี่ x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขั้นกอ่ นจริยธรรม 1 1 1 1 1 1 14 1 14 14
ขั้นยดึ คาสง่ั 2 1 42 4 2 1 42 4
ขนั้ ยดึ หลักแหง่ ตน 3 13 9 39 117 3 0 9 0 0
รวม 15 14 42 122 15 14 16 18
xH̅ ==nf1x5(1=152(2141)425-)(42=)2 2.80 X̅L = nf1x5(=1811)65-(16=)2 1.07 0.07
S2H = 0.31 S2L = =
15(14)
จากสูตร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
2.80-1.07 = 1.73 = 1.73 = 1.73 = 10.81
√0.1351+0.1057 √0.1358 √0.025 0.16
จาก ผลการวเิ คราะห์ ไดค้ า่ t เทา่ กับ 10.81 ซ่ึงมากกวา่ คา่ วิกฤต 1.75
ถือวา่ ข้อความวัดจรยิ ธรรมอยูใ่ นเกณฑ์ท่ี นาไปใช้ได้
วเิ คราะหห์ าคา่ อานาจจาแนก
ตาราง ข้อมูลสาหรับการวเิ คราะห์หาคา่ อานาจจาแนกของแบบวัดเจตคติ ข้อท่ี 7
กลุ่มสูง กล่มุ ตา่
ระดับคาตอบ คะแนน ความถ่ี x2 fx fx2 คะแนน ความถี่ x2 fx fx2
(x) (f) (x) (f)
ขนั้ ก่อนจรยิ ธรรม 1 0 1 0 0 1 15 1 15 15
ขนั้ ยดึ คาส่งั 2 0 40 0 2 0 40 0
ขั้นยึดหลักแห่งตน 3 15 9 45 135 3 0 9 0 0
รวม 15 14 45 135 15 14 15 15
xH̅ ==nf1x5(1=153(5141)455-)(45=)23.00= 0.00 X̅L = nf1x5(=1511)55-(15=)2 1.00
S2H S2L = = 0.00
15(14)
จากสูตร t= xH̅ -xL̅
√Sn2H1+ns2L2
3.00-1.00 = 2.00 = 2.00 = 2.00 = 0.00
√0.1050+0.1050 √0.1050 √0.00 0.00
จาก ผลการวิเคราะห์ ได้ค่า t เท่ากับ 0.00 ซง่ึ น้อยกวา่ ค่าวิกฤต 1.75
ถอื วา่ ขอ้ ความวัดจริยธรรมอยู่ในเกณฑท์ ี่ ควรปรับปรุง
ข้นั ตอนการสร้างแบบวัดจริยธรรม
1. กา่ หนดจริยธรรมทตี่ ้องการจะวัด ต้องระบุวา่ เปน็ จรยิ ธรรมอะไร
2. ศกึ ษาเอกสารและงานวจิ ยั ทีเ่ ก่ียวข้อง เป็นการศึกษารายละเอียดเก่ยี วกบั จริยธรรมทตี่ ้องการวดั วา่
มีจริยธรรมทเ่ี ป็นตวั แปรหลัก ตัวแปรยอ่ ยอะไรบ้างอย่างละเอียดและถกู ต้อง
3. นิยามศัพท์เฉพาะ เป็นการกา่ หนดความหมายของส่ิงท่จี ะวดั ให้ชดั เจน
4. เลือกรูปแบบของเคร่ืองมือวัดจรยิ ธรรม ต้องเหมาะสมกับคุณลักษณะทจ่ี ะวดั
5. เขยี นข้อความ ภาพ หรือสถานการณ์และก่าหนดวธิ กี ารตอบ โดยเขยี นให้ครอบคลุมคุณลักษณะ
จริยธรรมทุกดา้ น เปน็ การสร้างข้อความเพอื่ เป็นเครือ่ งมอื ในการวดั
6. ตรวจสอบคณุ ภาพเคร่อื งมือรายข้อและทั้งฉบับ น่าแบบวัดเจตคตไิ ปทดลองหาคา่ อ่านาจจา่ แนก รายข้อ
หาคณุ ภาพรวมทั้งฉบับโดยหาคา่ ความเชือ่ มนั่
7. ปรับปรงุ คุณภาพเครอ่ื งมือ ตามผลการวเิ คราะห์โดยการดผู ลจากการตรวจสอบเคร่ืองมือทั้งราย ขอ้ และท้ังฉบับ
คดั เลอื กเฉพาะข้อค่าถามที่มีคุณภาพไว้ใช้เท่านั้น
8. สรา้ งเกณฑ์ปกตใิ นการให้คะแนน
แบบวดั เชงิ จริยธรรมตามแนวคิดโคลเบิรก์
เรื่อง แบบวัดเชิงจรยิ ธรรมความรับผดิ ชอบ
วัตถุประสงค์
แบบสอบถามนม้ี ีวัตถปุ ระสงค์เพื่อการศึกษาจริยธรรมของนักศึกษาในด้านความรบั ผดิ ชอบ
กาหนดตัวแปรการวจิ ัย
จริยธรรมของนกั ศกึ ษาในด้านความรับผิดชอบ
ศกึ ษารายละเอียดของตวั แปรการวจิ ัย
จริยธรรมของนักศึกษาในดา้ นความรบั ผดิ ชอบ
-ตวั แปรอิสระ คือ จริยธรรมในด้านความรบั ผิดชอบ
-ตัวแปรตาม คอื จรยิ ธรรมของนักศึกษาในด้าน...
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะตัวแปร
ความรับผิดชอบ หมายถึง คุณลักษณะของบุคคลซ่งึ แสดงออกโดยมีความสนใจเอาใจใส่
ต้ังใจจริงทจ่ี ะปฏิบตั หิ น้าที่ซ่ึงได้รับมอบหมายด้วยความพากเพยี ร พยายาม อดทนต่ออปุ สรรคใดๆ ทขี่ ัดข้อง
มีการวางแผนงานอย่างละเอยี ดรอบคอบ เพื่อใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายทีก่ าหนดไว้
แบบวัดเชิงจริยธรรมความมีเหตุผลตามแนวคิดของโคลเบิรก์ ขอ้ สอบที่สรา้ ง
1. สนั ต์เป็นพนกั งานบริษัท และตอ้ งไปถึงทที่ างานก่อน 8.00 น. ทางไปนั้นมีการจราจรติดขดั เปน็ อย่างมาก
และวันน้จี ราจรก็ตดิ ขัดมากกว่าทกุ วันอาจจะส่งผลให้ต้นไปสายได้ หากท่านเปน็ สันต์จะไปทางานหรอื ไม่
ก. ไป เพราะกลัวหัวหนา้ ดุ (กลวั ลงโทษ หรือ การใหร้ างวลั )
ข. ไป เพราะถา้ ไปสายก็ยงั สามารถบอกเหตุผลได้ (การชักชวน แลกเปล่ียน)
ค. ไป เพราะหวั หน้าจะได้ชนื่ ชมว่ามคี วามรบั ผิดชอบ (ปฏิบตั ิตามกลุ่ม ทาใหก้ ลุ่มชอบใจ)
ง. ไป เพราะเปน็ หน้าทข่ี องตน (ทาตามหน้าที่ กฎหมาย หลกั ศาสนา)
จ. ไป เพราะหวั หน้าจะได้ไม่ถูกต่อว่าได้ (ทาเพื่อสังคม)
ฉ. ไป เพราะตนจะไดผ้ า่ นการประเมนิ เลอ่ื นเปน็ ผ้จู ดั การฝ่ายขาย (ทาตามอุดมการณส์ ากล)
2. รอนไดร้ บั มอบหมายใหด้ แู ลลูกคา้ จากตา่ งประเทศ โดยรอนไดร้ บั มอบหมายใหเ้ สนอแผนการตลาดกบั ลูกคา้
ท่มี าจากต่างประเทศ แตว่ า่ วันนีเ้ ป็นวันหยดุ ของรอน รอนจงึ นดั ไปเทยี่ วกบั เพ่ือนที่บ้านพักตา่ งอากาศ
หากทา่ นเปน็ รอนจะทางานให้เสรจ็ กอ่ นหรือไม่ เพราะอะไร
ก. ทา เพราะกลัวทา่ นประธานจะต่อวา่ และหักเงินเดือน (กลัวลงโทษ หรือ การใหร้ างวัล)
ข. ไมท่ า เพราะให้เพ่ือนทาแทนและมีข้อตกลงกับเพ่ือน (การชักชวน แลกเปลีย่ น)
ค. ทา เพราะทา่ นประธานจะได้เห็นวา่ เราเก่ง (ปฏิบตั ิตามกลุ่ม ทาใหก้ ลุ่มชอบใจ)
ง. ทา เพราะเปน็ งานทีท่ ่านประธานแบ่งหนา้ ท่ีแลว้ (ทาตามหน้าท่ี กฎหมาย หลกั ศาสนา)
จ. ทา เพราะเปน็ งานท่ีต้องร่วมกันทา (ทาเพ่ือสงั คม)
ฉ. ทา เพราะการละเลยหน้าทเี่ ปน็ สงิ่ ไมด่ ี (ทาตามอดุ มการณส์ ากล)
3. ชาญขบั รถชนทา้ ยรถกูภ้ ัยทกี่ าลังนาคนไข้ไปสง่ ท่ีห้องฉุกเฉนิ ทาใหร้ ถกภู้ ยั ได้รบั ความเสียหาย
แตช่ าญไม่ไดต้ ง้ั ใจทาและกลวั จนอยากหลบหนี หากท่านเป็นชาญจะหนหี รือไม่ เพราะอะไร
ก. หนี เพราะกลวั ตดิ คุก (กลัวลงโทษ หรอื การใหร้ างวลั )
ข. ไม่หนี เพราะมขี ้อเสนอในการชดใชค้ ่าเสยี หาย (การชักชวน แลกเปลยี่ น)
ค. ไม่หนี เพราะคู่กรณีจะได้เหน็ วา่ เรามีความรบั ผดิ ชอบ (ปฏิบตั ิตามกลุ่ม ทาใหก้ ลุ่มชอบใจ)
ง. ไมห่ นี เพราะการไปชนท้ายรถตอ้ งมกี ารดาเนินตามกฎหมายให้ถูกตอ้ ง(ทาตามหน้าที่ กฎหมาย หลกั ศาสนา)
จ. ไม่หนี เพราะเราผดิ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบไมห่ นี (ทาเพื่อสังคม)
ฉ. ไมห่ นี เพราะการชนทา้ นรถผอู้ ืน่ ถือวา่ เปน็ สิง่ ผดิ (ทาตามอุดมการณ์สากล
4. มะนาวอยากไดโ้ ทรศัพทไ์ อโฟน 12 ราคาโทรศัพท์อย่ทู ่ี 49990 บาท แต่มเี งนิ อยู่ 50000 บาท
เลยก้เู งินนอกระบบใหม้ าซ้ือโทรศพท์ ผ่านมาไม่นานทางเจ้าหนีก้ ็เรียกให้จ่ายหน้ี
แตม่ ะนาวเหลือเงินไมเ่ พยี งพอให้จา่ ยหน้ี มะนาวรสู้ ึกผดิ มากที่เอากู้เงนิ มาซื้อค่าโทรศัพท์แบบน้ี
เลยคิดลงั เลจะขายโทรศพั ท์เพราะไมม่ ีเงนิ จา่ ยหนี้นอกระบบ
หากทา่ นเปน็ มะนาวจะนาโทรศพั ท์ไปขายมาจ่ายหน้นี อกระบบหรอื ไม่ เพราะอะไร
ก. ขาย เพราะกลวั เจ้าหนส้ี ่งคนมาทารา้ ย (กลัวลงโทษ หรือ การให้รางวัล)
ข. ขาย เพราะเดยี๋ วขอผ่อนจ่ายโดยมขี อ้ แลกเปล่ยี น (การชักชวน แลกเปล่ยี น)
ค. ขาย เพราะเจ้าหนีจ้ ะไดไ้ ม่ส่งคนมาทารา้ ย (ปฏิบัติตามกลุ่ม ทาให้กลุ่มชอบใจ)
ง. ขาย เพราะเราเป็นคนกู้เงนิ ไปซื้อ (ทาตามหน้าท่ี กฎหมาย หลกั ศาสนา)
จ. ขาย เพราะทางเจา้ หน้จี ะไดไ้ ม่เดือดร้อนทาเรื่องจ่ายลา่ ชา้ (ทาเพื่อสังคม)
ฉ. ขาย เพราะเราต้องรับผดิ ชอบส่ิงทท่ี า (ทาตามอดุ มการณส์ ากล)
5. พรงุ่ นวี้ ิชาภาษาไทยมนี ัดซ้อมการแสดงเวลาตอนเช้า ต้องมาซอ้ มการแสดงใหค้ รบทกุ คนหากไม่ครบทุกคน
ครจู ะลงโทษทกุ คน แตน่ าบีพ่ึงกลบั มาจากปาร์ตเ้ี วลา ตี 5 นาบรี ูส้ กึ เหนือ่ ยและอยากนอนมาก
แต่ตอ้ งไปซ้อมการแสดงหากท่านเป็นนาบีจะทาการบ้านหรือไม่เพราะอะไร
ก. ทา เพราะกลวั ครูจะลงโทษ (กลวั ลงโทษ หรอื การให้รางวลั )
ข. ทา เพราะครูมคี ่าจา้ งให้ (การชักชวน แลกเปลยี่ น)
ค. ทา เพราะเพื่อนจะมองว่าเราไม่เปน็ ตวั ถว่ ง (ปฏบิ ัตติ ามกลุ่ม ทาใหก้ ลุ่มชอบใจ)
ง. ทา เพราะเปน็ งานของโรงเรยี น (ทาตามหนา้ ท่ี กฎหมาย หลักศาสนา)
จ. ทา เพราะเพ่อื นทัง้ ห้องจะไดไ้ ม่เดือดร้อน (ทาเพ่ือสงั คม)
ฉ. ทา เพราะไม่อยากเหน็ แก่ตัวจนเพื่อนเดือดร้อน (ทาตามอุดมการณส์ ากล)
6. จ๋าได้เปน็ ตวั แทนโรงเรียนไปประกวดโครงงานวทิ ยาศาสตร์ทโี่ รงเรยี นในตัวจังหวดั เดือนหน้า
จา๋ จะต้องฝกึ ซ้อมอยา่ งหนกั ก่อนถึงวันแข่ง เม่ือถงึ วันแข่งขันจ๋ารู้สึกเหนื่อยล้าและไม่อยากเข้าแขง่ ขัน
หากท่านเปน็ จ๋าจะเข้าประกวดหรือไม่ เพราะอะไร
ก. เข้า เพราะกลัวถูกทางโรงเรยี นตอ่ วา่ (กลัวลงโทษ หรอื การใหร้ างวัล)
ข. เขา้ เพราะหากแข่งเสรจ็ ทางอาจารยม์ ีเงินรางวัลให้ (การชักชวน แลกเปลย่ี น)
ค. เข้า เพราะเพื่อน ๆ จะไดเ้ ห็นเราเก่ง (ปฏิบัติตามกลุ่ม ทาใหก้ ลุ่มชอบใจ)
ง. เข้า เพราะถูกคดั เลอื กมาแลว้ (ทาตามหน้าท่ี กฎหมาย หลกั ศาสนา)
จ. เข้า เพราะโรงเรียนจะไดถ้ ูกช่นื ชมวา่ สรา้ งเดก็ ใหม้ ีความสามารถ (ทาเพ่ือสงั คม)
ฉ. เข้า เพราะการไม่เข้าร่วมทาให้ดูขาดความรับผดิ ชอบ (ทาตามอุดมการณส์ ากล)
7.ชนาธิปไดถ้ กู เลือกเปน็ ตวั แทนสภานักเรียนเข้ารว่ มกิจกรรมอบรมกบั ทางจังหวัดกบั สภานกั เรียนโรงเรียนอื่น ๆ
และต้องไปเขา้ ร่วมอบรมในวันพร่งุ นี้ เวลา 07.30 น. แตเ่ มื่อคนื ชนาธิปไปสงั สรรคว์ นั เกิดเพือ่ นมาพ่ึงไดน้ อนตอน ตี
4 และอยากพักผ่อนหากท่านเป็นชนาธิปจะไปรว่ มอบรมหรือไม่ เพราะอะไร
ก. ไป เพราะกลวั ถูกทางโรงเรียนตอ่ วา่ (กลัวลงโทษ หรอื การให้รางวลั )
ข. ไป เพราะมีเงนิ ตอบแทนในการเปน็ ตวั เข้าอบรม (การชกั ชวน แลกเปลยี่ น)
ค. ไป เพราะเพ่ือนจะมองเราเปน็ ผู้เสยี สละ (ปฏิบตั ติ ามกล่มุ ทาให้กลุ่มชอบใจ)
ง. ไป เพราะเราถูกมอบหมายงานแลว้ (ทาตามหนา้ ท่ี กฎหมาย หลักศาสนา)
จ. ไป เพราะโรงเรียนจะไดม้ ชี ่ือในการเขา้ รว่ มอบรมครง้ั นี้ (ทาเพ่ือสงั คม)
ฉ.ไป เพราะหากไม่ไปจะดูน่าเกยี จเพราะถูกเลอื กแลว้ (ทาตามอุดมการณส์ ากล)
แบบประเมินค่าความสอดคลอ้ งของขอ้ ความแบบวดั เชงิ จริยธรรมความมีเหตผุ ลตามแนวคดิ ของโคลเบิร์ก
คะแนนความคดิ เหน็ ของผเู้ ชีย่ วชาญ ∑ แปลผล
คนท่ี 1 คนที่ 2 คนที่ 3
ข้อท่ี 1 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคลอ้ ง
ข้อท่ี 2 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ข้อที่ 3 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ขอ้ ที่ 4 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ข้อที่ 5 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ข้อที่ 6 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
ขอ้ ท่ี 7 +1 +1 +1 3 1.00 สอดคล้อง
แบบวัดเชิงจริยธรรมตามแนวคดิ โคลเบริ ์ก
มขี ั้นตอน ดังนี้
1. กาหนดสิง่ จะวัดให้ชัดเจน
เพอื่ การศึกษาจรยิ ธรรมของนักศึกษาในดา้ นความรับผดิ ชอบ
2. นิยามศพั ทเ์ ฉพาะตวั แปร
ความรบั ผดิ ชอบ หมายถึง คุณลกั ษณะของบุคคลซง่ึ แสดงออกโดยมคี วามสนใจเอาใจใส่
ตง้ั ใจจรงิ ท่จี ะปฏิบตั หิ นา้ ทซ่ี ึ่งไดร้ ับมอบหมายด้วยความพากเพยี ร พยายาม อดทนต่ออปุ สรรคใดๆ
ทข่ี ดั ข้อง มีการวางแผนงานอยา่ งละเอียดรอบคอบ เพือ่ ให้บรรลุเปา้ หมายทีก่ าหนดไว้
3. กาหนดโครงสร้างของสิ่งท่ีจะวดั
จริยธรรมของนกั ศึกษาในดา้ น.. พฤติกรรมบ่งชี้
- จริยธรรมของนักศึกษาในด้าน.. 1.ตวามเพยี รพยายาม
2. ความอดทน
4.ตรวจสอบข้อความทสี่ ร้างข้ึนด้วยตนเอง
โดยพิจารณาความชดั เจนของภาษา แล้วจงึ นา่ ขอ้ ความไปให้ผเู้ ชยี่ วชาญพิจารณา
และตัดข้อความที่ ผูเ้ ชียวชาญส่วนใหญ่เห็นพอ้ งกันวา่ เป็นข้อความเชงิ กลาง ๆ ออก
5. นาข้อความท่ีคดั เลือกมาเรยี บเรยี งเปน็ แบบวัดเจตคติ
โดยมคี า่ ชแี้ จงในการตอบแบบวัดอยา่ งชดั เจน โดยระบวุ า่
ใหผ้ ตู้ อบแบบวดั เขยี นเคร่ืองหมายใหต้ รงกบั ความรสู้ กึ ของตอนเองที่มตี ่อข้อความแตล่ ะข้อความน้นั
6. นาแบบวัดเจตคติไปทดลองหาค่าอานาจจาแนกรายขอ้
โดยการเปรียบเทียบกับระหว่างกลุ่มสูงกลุ่ม่ตา่ ด้วยการทดสอบคา่ ที (t-test)
7. หาคุณภาพรวมทั้งฉบับโดยการหาคา่ ความเชอ่ื ม่นั (Reliability)
โดยการหาคา่ สัมประสทิ ธิ์แอลฟาตามวิธขี องครอนบาช โดยมคี า่ ความเชื่อมนั สูง
วเิ คราะหห์ าคา่ ความเช่อื ม่นั
ข้อท่ี
คนท่ี 1 2 3 4 5 6 7
14261335
24261335
34261335
44261335
54261335
64261335
74261335
84261335
94261335
10 4 2 6 1 3 3 5
11 4 2 6 1 3 3 5
12 4 2 6 1 3 3 5
13 4 2 6 1 3 3 5
14 4 2 6 1 3 3 5
15 4 2 6 1 3 3 5
16 4 2 6 1 3 3 5
17 4 2 6 1 3 3 5
18 4 2 6 1 3 3 5
19 4 2 6 1 3 3 5
20 4 2 6 1 3 3 5
21 4 2 6 1 3 3 5
22 4 2 6 1 3 3 5
23 4 2 6 1 3 3 5
24 4 2 6 1 3 3 5
25 4 2 6 1 3 3 5
26 4 2 6 1 3 3 5
27 4 2 6 1 3 3 5
28 4 2 6 1 3 3 5
29 4 2 6 1 3 3 5
30 4 2 6 1 3 3 5