The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดทำ คู่มือการนวดเท้าด้วยหินร้อน ( Hot stone foot massage ) เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อสร้างสรรค์เป็นโปรแกรมการนวดขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของสถานประกอบการ และสถานประกอบการสามารถนำคู่มือนี้ ไปใช้ (2)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yaorraya, 2021-03-23 03:03:03

คู่มือการนวดเท้าด้วยหินร้อน

การจัดทำ คู่มือการนวดเท้าด้วยหินร้อน ( Hot stone foot massage ) เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อสร้างสรรค์เป็นโปรแกรมการนวดขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ต่อความต้องการของสถานประกอบการ และสถานประกอบการสามารถนำคู่มือนี้ ไปใช้ (2)

คมู่ อื
การนวดเทา้

ด้วยหินร้อน

คํานาํ

การจัดทําคูมือการนวดเทาดวยหินรอนเลมนี้ จัดทาํ ข้ึนเพ่ือสรางสรรค
เป็ นโปรแกรมการใหบริการสําหรับ โพธาลัย เดอะ ไทยเวลเนสเซ็นเตอร
สปา ประกอบดวยความรูเก่ียวกับประวัติศาสตรความเป็ นมาการนวดเทา
การกดจุดสะทอนฝ าเทา รวมถึงขัน้ ตอนการนวดดวยหินรอนและประโยชน
ของการนวดดวยหินรอน เป็ นตน

ทัง้ นี้คณะผูจัดทําหวังเป็ นอยางยิ่งวาคูมือเลมนี้จะเป็ นประโยชนตอสถาน
ประกอบการ และผูท่ีสนใจเกี่ยวกับการนวดหินรอน ในการนี้ขอขอบคุณ
สถานประกอบการ และผูที่มีสวนรวมในการจัดทําคูมือนี้จนประสบความ
สําเร็จ และไดจัดทาํ เป็ นรูปเลมเพ่ือใชรายงานตอผูบริหาร และหนวยงานที่
เกี่ยวของ อีกทัง้ เพ่ือเป็ นประโยชนในดานการเผยแพรสาระความรูแกผูท่ี
สนใจตอไป หากมีขอผิดพลาดประการใดทางคณะผูจัดทาํ ตองขออภัยมา ณ
ท่ีนี้ดวย

ผจู ดั ทํา
นักศึกษาชัน้ ปีที่4 สาขาสขุ ภาพและความงาม

คณะวิทยาลัยการแพทยแผนไทย

สารบญั หน า

เร่อื ง 1
2
ความเป็ นมาของการนวดฝ าเทา 3
ขอปฏิบัติในการนวดฝ าเทา 4
การกดจุดสะทอนฝ าเทา(Foot Reflexology) 5
ประวัติความเป็ นมาการนวดกดจุดสะทอนฝ าเทา 6
ประโยชนการนวดกดจุดสะทอนฝ าเทา 6
ขอหามขอควรระวังในการนวด 7
คาํ แนะนําหลังการนวด 8
ภาพแสดงจุดสะทอนบริเวณฝ าเทา 9
ความรูทั่วไปเกี่ยวกับการนวดหินรอน 10
ประโยชนการนวดดวยหินรอน 11
ขอหามขอควรระวังสําหรับการนวดดวยหินรอน 11
การเตรียมหินรอน 12
วิธีทําความสะอาดหินรอน 13
การแชเทา 13
ป ร ะ โย ช น ข อ ง ก า ร แ ช เท าด วย น้ํ าอุ น 14
ขอควรระวังสาํ หรับการแชเทาดวยน้ําอุน 15
สมุนไพรแชเทา 16
การบูร 17
ดอกเกลือ 17
การสครับผิว
ขอควรระมัดระวังในการสครับ

สารบัญ (ต่อ) หน า

เร่อื ง 18
19
น้ํ ามั นหอมระเ หยลาเ วนเ ดอร 19
ดานการบําบัดรักษา 20
ดานความงามและการบํารุงผิว 21
ขั้นตอนการนวดเทาดวยหินรอน 22
เกาอี้สําหรับนวดเทา,จุดลางเทา 23-24
ขั้นตอนการใหบริการกอนการนวด 24-33
ขั้นตอนการแชและสครับเทา 33-48
ขั้นตอนการนวด 49
ขั้นตอนการใชหินรอน
บรรณานุกรม

ความเปนมา 1

ของการนวดฝาเท้า

ขอ้ ปฏบิ ัติในการ 2
นวดฝาเท้า

1. ก่อนทําการนวดฝาเท้า ให้ทําความสะอาดเท้าด้วยสบู่ นาอุ่น
หรือเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ทุกครัง

2. การนวดเท้าจะเริมต้นทีเท้าซ้ายก่อน เนืองจากเปนตําแหน่ง
ของหัวใจ เพือกระตุ้นการไหลเวียนเลือด

3. ในขณะนวดผู้นวดจะต้องโยกตัวตามจังหวะการลงนาหนัก
การกด หรือการครูดแต่ละครัง เพือช่วยไม่ให้เกิดการปวดตาม
ร่างกายของผู้นวด

4. การกดจุดตามตําแหน่งจุดต่าง ๆ ควรหน่วง เน้น นิง นับ 1-10
5. ระหว่างการนวด ควรมีนามันหล่อลืนบนผิวไม่ลืนหรือแห้งจน

เกินไป
6. เท้าด้านใน หมายถึง บริเวณด้านข้างฝาเท้าด้านนิวหัวแม่เท้า

ส่วนเท้าด้านนอก หมายถึง บริเวณด้านข้างฝาเท้าด้านนิวก้อย

3

การกดจดุ สะทอ้ นฝาเทา้
(Foot Reflexology)

4

ประวัตคิ วามเปนมา
การนวดกดจุดสะท้อนฝาเท้า

ศาสตร์การนวดกดจุดสะท้อนเท้าเปนศาสตร์ทีถือกําเนิดมา
จากชาวอียิปต์และชาวจีนโบราณกว่า 5,000 ปมาแล้ว และได้แพร่
หลายไปยังหลายๆประเทศ

การนวดกดจุดสะท้อนเท้า จะใช้นิวหรือข้อนิวมือกดลงบน
จุดสะท้อนทีเท้าซึงเรียกว่าปลายประสาท แต่ละจุดเปนปลายประ-
สาททีเชือมโยงไปยังอวัยวะทีสาํ คัญในร่างกาย หากทําการกระตุ้น
ทีจุดสะท้อนใด ย่อมสะท้อนไปยังอวัยวะทีสัมพันธ์กับจุดสะท้อน
นัน ๆ โดยตรง เปนผลทําให้ร่างกายกลับคืนสู่ภาวะปกติและ
ส า ม า ร ถ ทํา ง า น ไ ด้ อ ย่ า ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ

5

ประโยชน์การนวดกด
จดุ สะท้อนฝาเท้า

1. ชว่ ยกระต้นุ การไหลเวียนเลือด นาเหลือง และระบบภูมิค้มุ กัน
2. ชว่ ยปองกันและบรรเทาอาการของโรค เชน่ ไมเกรน อาการท้องผูก
3. ชว่ ยล้างพษิ และกําจัดของเสยี
4. ชว่ ยสง่ เสรมิ การทํางานของรา่ งกายให้เกิดความสมดลุ
5. ชว่ ยลดความเครยี ดและทําให้เกิดความผอ่ นคลาย
6. ชว่ ยลดอาการเมือยล้า และการตึงของกล้ามเนือ

ข้อห้ามข้อควรระวัง 6
ในการนวด

1. ไมน่ วดในผู้ปวยมะเรง็
2. ไมน่ วดในผู้ทีเสน้ เลือดดําและทางเดินนาเหลืองอักเสบ

เฉยี บพลัน
3. ไมน่ วดในผู้ทีได้รบั อุบตั ิเหตบุ รเิ วณเท้า เชน่ กระดกู หัก

ขอ้ เคลือน แผลเปด
4. ไมน่ วดผู้ทีมีโรคติดต่อทางผิวหนัง
5. ไมน่ วดในผู้ทีมีไขส้ งู เกิน 38.5 องศาเซลเซยี ส
6. ไมน่ วดในผู้ทีมีความดันโลหิตสงู เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอท
7. ไมน่ วดในผู้ทีมีโรคประจําตัว เชน่ โรคเบาหวาน หัวใจ ลมชกั

คาํ แนะนําหลังการนวด

1. ควรดืมนาอุ่น ก่อน - หลัง การนวดเพอื ขบั ของเสยี ออกจาก
รา่ งกาย

2. ไมค่ วรอาบนา สระผม ดืมนาเยน็ หรอื ล้างเท้าทันทีหลังนวด
ควรรออยา่ งน้อย 1 ชม.

7

ความรู้ทวั ไปเกียวกับ 8
การนวดหนิ ร้อน

การนวดหินรอนเป็ นการนวดควบคูกับการใชหิน โดยอาศัย
ความรอนจากหิน เพ่ือสรางความผอนคลายและคืนความสมดุล
ใหกับรางกาย หินที่ใชเป็ นหินภูเขาไฟ (Volcanic Stone) หรือ
เรียกอีกอยางวา "หินบะซอลต"

หินบะซอลตอุดมไปดวยธาตุเหล็ก และแรธาตุสูงสามารถ
เก็บอุณหภูมิไดดีและยาวนาน อุณหภูมิท่ีเหมาะสมของหินรอน
ท่ีใชในการนวดคือ 50-53 องศาเซลเซียส ควรเลือกขนาดหิน
ที่พอดีกับการใช คลึง นวด หรือรีดเสน มีสัมผัสของการลงหินท่ีดี
และสม่าํ เสมอ ทาํ ใหผูที่มาบาํ บัดเกิดความผอนคลาย เหมาะสําหรับ
การนําไปนวดบําบัด หรือนวดผอนคลายแกนักกีฬา เชน นักกอลฟ,
นักกีฬาเทนนิส

9

1. ชว่ ยคลายความตึงตัวและบรรเทาอาการปวดเมือยกล้าม
เนือ

2. ชว่ ยลดความเครยี ดและความวิตกกังวล
3. ชว่ ยฟนฟกู ล้ามเนือและกระต้นุ การไหลเวียนของโลหิต
4. สง่ เสรมิ การนอนหลับ
5. กระต้นุ การทํางานของเซลล์ ลดเซลลไู ลท์
6. ขบั สารพษิ ในรา่ งกาย
7. เพมิ ความอบอุ่นให้รา่ งกายของผู้ทีมีอาการมือและเท้าเยน็

ข้อหา้ มข้อควรระวงั 10
สําหรบั การนวดดว้ ยหนิ รอ้ น

1. ผู้ทีมีผิวบางไวต่อความร้อน หรือผู้ทีมีปญหาเกียวกับประสาท
รับความรู้สึกทีผิวหนังบกพร่อง

2. ระมัดระวังเรืองอุณหภูมิของหิน อย่าให้ร้อนเกินไป
3. ไม่ควรนวดหลังรับประทานอาหารทันที ควรนวดภายหลัง

อย่างน้อย 1 ชัวโมง
4. ไม่ควรนวดในรายทีได้รับอุบัติเหตุบริเวณเท้า เช่น กระดูกหัก

ข้อเคลือน แผลเปด แผลอักเสบ บวม แดง
5. ผู้ปวยทีเปนโรคทีต้องอยู่ในความดูแลใกล้ชิดของแพทย์ เช่น

ผู้ปวยโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน

1.นําหินร้อนทีจะใช้วางเรียงไว้ในกล่องทําความร้อน หรือ
อุปกรณ์ทําความร้อน

2.เสียบปลัก ตัวเครืองทําความร้อนทํางาน โดยจะใช้เวลา 20
นาที หินก็จะมีความร้อนพร้อมสําหรับการใช้งาน โดยเตรียม
หินก่อนให้บริการแก่ลูกค้า

1.ผสมนายาล้างจานเข้ากับนาร้อน โดยใช้ฟองนาขัด
นามันออกจนหมด

2.เมือขัดหินเสร็จแล้ว ให้ใช้นาร้อนผสมกับนายาฆ่าเชือ
DETTOL 1 ฝา แช่หินไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างด้วยนา
สะอาด จนไม่มีกลินตกค้าง

3.เมือหินแห้งแล้วให้เรียงตามการใช้งานเก็บไว้ในกล่อง 11
เพือพร้อมใช้สาํ หรับทรีทเม้นต์ต่อไป

12

ก า ร แ ช่ เ ท้ า

เ ป น ก า ร ช่ ว ย กํา จั ด ข อ ง
เ สี ย อ อ ก จ า ก ร่า ง ก า ย

13

ประโยชน์ของการแชเ่ ทา้ ด้วยนําอุ่น

1. ชวยใหระบบยอยอาหารของรางกายทํางานดีข้ึน
2. ชวยใหระบบการไหลเวียนเลือดดีข้ึน
3. ลดอาการเทาบวม
4. ชวยใหนอนหลับงายข้ึน

ข้อควรระวงั สําหรับการแชเ่ ท้าด้วยนําอนุ่

1. ระวังในผูป วยเบาหวาน เพราะผูป วยกลุมนี้มีประสาท
รับความรูสึกท่ีชา ซ่ึงอาจทาํ ใหผิวหนังพองได

2. ไมควรแชเทาในผูท่ีมีบาดแผล หรือโรคผิวหนังที่เทา

14

ส มุ น ไ พ ร แ ช่ เ ท้ า
Peppermint

ช่ือวิทยาศาสตร: Mentha × piperita L.
ช่ือสามัญ: Peppermint
ช่ือวงศ:Lamiaceae

สรรพคุณ
1. บรรเทาอาการปวดเม่ือย และคลายกลามเน้ือ
2. สารสกัดท่ีไดจากเปปเปอรมิ้นต ยังมีระดับสารตานอนุมูล
อิสระสูง ชวยกําจัดเช้ือแบคทีเรียไดเป็ นอยางดี
3. ชวยใหระบบตางๆในรางกาย โดยเฉพาะสมองผอนคลาย
ระบบทางเดินหายใจโลงสบาย ทัง้ ยังแกอาการวิงเวียน
ศีรษะ ชวยสรางความกระปรี้กระเปราซ่ึงชวยใหรางกาย
ตอบสนองไดดีข้ึน

15

การบูร

ช่ือวิทยาศาสตร: Cinnamomumcamphora (L.) Presl.
ช่ือวงศ: Lauraceae
สรรพคณุ

1. ยับยัง้ เช้ือแบคทีเรีย Escherichia coli, Staphylococcus
aureus

2. ชวยรักษาโรคผิวหนังเร้ือรัง โดยเกล็ดการบูรสามารถใช
เป็ นยารักษาโรคผิวหนัง รักษากลากเกล้ือน แกผดผ่ืนคัน

3. แกอาการปวด แกเคล็ดขัดยอก เคล็ดบวม ขอเทาแพลง
ปวดตามขอ ปวดเม่ือยตามขอมือและเทา

16

ดอกเกลอื

ประโยชนใ์ นการใชด้ ้านสขุ ภาพและความงาม

1.บรรเทาอาการปวดขอ ปวดกลา มเน้ือ ลดอาการปวดท่เี กิดจาก
โรคไขขออกั เสบ

2.ชวยผลดั เซลลผวิ ทต่ี ายไปแลวใหห ลุดออก และลา งสารพษิ
3.บาํ รุงเลบ็ แรธาตุจะชว ยบํารงุ สขุ ภาพเล็บใหแ ข็งแรง
4.รกั ษาโรคผิวหนังตางๆ
5.ชว ยใหส ุขภาพผวิ ดี ไมแ หงกราน
6.ชว ยดับกล่ินเทา เหมน็ ได

การสครบั ผิว 17

ประโยชนข์ องการสครบั ผิว

1. ผลัดเซลลผิวเกาที่ตายแลวใหหลุดลอกออกไป
2. ทําใหผิวขาวกระจางใสข้ึน
3. ลดเลือนริ้วรอย
4. แกไขปั ญหาผิวแตกลาย
5. ฟ้ื นฟูสภาพผิวใหดีข้ึน
6. ชวยใหเลือดหมุนเวียนไดดีข้ึน
7. ชวยผอนคลายความเครียด

ข้อควรระมดั ระวังในการสครับ

1. ไมควรสครับบอยจนเกินไป อาจทําใหเกิดการแพหรือ
ผิวหนังบริเวณนั้นบาง ทาํ การสครับเพียง 2-3 ครัง้
ตออาทิตย

18

นนาํ าํ มมั ันนหหออมมรระะเเหหยยลลาาเเววนนเเดดออรร์ ์

ช่อื สามญั : Lavender
ช่ือวทิ ยาศาสตร: Lavendula angustifolia
องคป ระกอบทสี่ าํ คัญ: linalyl acetate, linalool, limonene,
camphor, cineole, borneol
ประโยชนในดา น Aromatherapy

ชวยใหอากาศบรสิ ุทธิ์
ฆา เช้อื โรค
ตานแบคทเี รีย
บรรเทาอาการปวด และรักษาสมดลุ ของระบบประสาท

19

ด้านการบาํ บดั รกั ษา

1. ใหความรูสึกสงบ และผอนคลายทั้งทางดานรางกาย และ
จิตใจ

2. ชวยคลายอาการตึงตัวของกลามเน้ือในสวนตาง ๆ ของ
รางกาย

3. ชวยบรรเทาอาการนอนไมหลับจากความเครียด หรือ
ความผิดปกติตาง ๆ ของระบบประสาท

ด้านความงามและการบาํ รุงผวิ

1. ตานอาการอักเสบ และฆาเช้ือไดดี
2. ชวยรักษาแผลใหสมานเร็วข้ึน และกระตุนการสราง

เซลลผิวใหม
3. รักษาอาการฟกช้ํา
4. บรรเทาอาการของโรคผิวหนังตาง ๆ

20

อุปกรณ์

1. เก้าอีสาํ หรับนวดเท้า
2. รองเท้าสาํ หรับผู้รับบริการ
3. เสือและกางเกงสาํ หรับนวด
4. ผ้าขนหนูสีครีม 2-3 ผืน
5. ผ้าขนหนูใหญ่ 1 ผืน
6. หินร้อน
7. สครับ
8. นํามันนวด
9. ไม้พายสาํ หรับตักสครับ
10. นําอุ่นสาํ หรับแช่เท้า
11. หน้ากากอนามัย

21

เ ก้ า อี สาํ ห รั บ น ว ด เ ท้ า
จุ ด ล้ า ง เ ท้ า

22

ขั น ต อ น ก า ร
ใ ห้ บ ริก า ร ก่ อ น
การนวด

1. ผูนวดกลาวสวัสดี ตอนรับลูกคา

2. ผูนวดยืนยันทรีทเมนต และระยะเวลาการ
น ว ด แ ก ลู ก ค า

3. หลังจากนั้นเชิญลูกคาทําการลางเทา แชเทา และสครับ
เ ท า ก อ น เ ข า ห อ ง ทาํ ท รี ท เ ม น ต ( ล า ง มื อ ก อ น ท่ี จ ะ
ทาํ ท รี ท เ ม น ต ทุ ก ค รั้ง )

4. พาลูกคาเขาหองทรีทเมนต และแนะนําหองเปล่ียนชุด
ห ลั ง จ า ก ที่ ลู ก ค า เ ป ลี่ ย น ชุ ด เ รี ย บ ร อ ย แ ล ว จึ ง เ ชิ ญ ลู ก ค า
ม า นั่ ง ท่ี เ ก า อี้ สํา ห รั บ น ว ด เ ท า

23

ขั น ต อ น
ก า ร แ ช่ แ ล ะ ส ค รับ เ ท้ า

12

เชิญลกู คามาทําการลา งเทา แชเ ทาในน้ําสมนุ ไพร ซ่งึ มี
สว นผสมของใบสะระแหน
3 เกลอื และการบูร

ใชส ครับขัดทัว่ เทา เน นบรเิ วณ
ฝาเทา ตาตมุ นิ้ว และซอกนิ้ว
ไปจนถงึ บริเวณขา

4 5 24

จากนัน้ ลางเทา ใหส ะอาด ใชผ า ซับน้ําออกใหแหง
โดยทําทลี ะขา ง

ขั น ต อ น ก า ร น ว ด

1 วอรม เทา โดยการใชม อื กดเทา ลูกคา ลง กดไขว

และกดข้ึนดานบน ทา ละ 10 วินาที

25

2 หอผาท่ีขาดานขวา ใหชายผาดานสัน้ อยูดานบนปลายเทา
และจับมุมผาดานสัน้ พับไปท่ีหลังเทา ใหชายผาดานยาว

พนั หอ ไปทีเ่ ทาและขา

3

ปั่ นขอเทาและปลายเทา (เร่ิมจากเทาซายกอนเสมอ)
โดยใชสนมือทั้งสองขาง วางที่ใตตาตุมและปลายเทา
แลวปั่ น 10 ครั้ง

26

4 จากนัน้ เทน้ํามันนวดและชโลมใหทวั่ บรเิ วณฝาเทา

และหลังเทา โดยใชม ือลูบสลับเขา หาตวั ผนู วด

5 ใชมือทัง้ สองขางลบู สลบั เอ็นรอยหวายมาทางสน เทา

ลบู เขาหาตวั ผนู วด 10 ครงั้

27

6 จากนัน้ ใชหวั แมมือทงั้ สองวางจรดก่งึ กลางสนเทา ใน

ลกั ษณะตงั้ ข้นึ นิ้วทัง้ สป่ี ระคองอยทู ่หี ลงั เทา โดยลูบ
จากสนเทาไปยังนิ้วเทา ทําซ้าํ 10 ครงั้

ฉีกฝาเทา โดยวางนิ้วหวั แมม ือทงั้ สองบรเิ วณสนเทา

7 นิ้วทัง้ ส่ีประคองอยทู ี่หลังเทา แลว ดงึ ฉีกนิ้วหัวแมมือออก

พรอมสลับนิ้วมือ บน-ลา ง ไลจ ากสน เทา ไปเนินเทาแลว
ไลล ง ทาํ ซ้ํา 10 ครัง้

28

8 มะเหงกครูดฝาเทา โดยใชมือซา ยจับปลายเทาตงั้ ประคอง
ไว มอื ขวากําในลักษณะมะเหงกคว่ํา ครดู ตัง้ แตเนินนิ้วเทา

ลงไปจนถงึ สน เทา ทาํ 10 ครัง้

9

มะเหงกคาดเนินนิ้วเทา ใชนิ้วหัวแมมอื ขวาแตะยึดไวข า งเนิน
หัวแมเ ทา แลวใชมะเหงกคาดจากเนินเทานิ้วกอยกลบั ไปเนิน
นิ้วหัวแมเทา และมะเหงกคาดคอนิ้วเทา ก็ทาํ แบบเดยี วกนั
ทาํ ซ้ํา 10 ครงั้

29

10 ครดู ฝาเทา 3 แนว ใชหลังนิ้วชคี้ รดู จากบนลงไปจนถึงสน
เทา โดยเร่มิ จากใตเ นินนิ้วกลางตรงฝาเทา แนวนิ้วหัวแม

เทา และตาํ แหนงนิ้วกอ ย ทาํ แนวละ 5 ครงั้

11 มะเหงกครูดสนเทา 3 แนว โดยเร่ิมจากกลางสน เทา

แนวนิ้วหวั แมเทา และแนวนิ้วกอ ย ทําแนวละ 5 ครัง้

30

12 มะเหงกครูด ตวั V คว่ํา โดยครดู ลงบริเวณสน เทา

ทาํ ซ้ําฝั่งละ 5 ครัง้

13 จากนัน้ ใชม อื ลบู สลบั เขา หาตัวผูน วด ทาํ ซ้าํ 10 ครงั้

31

14 15

มะเหงกครูดเทา ดา นใน มะเหงกครดู เอน็ รอ ยหวาย
ใชมือขวาจบั ปลายเทาเอียงมอื ซาย ดานใน ใชมอื ขวาจบั ปลายเทา
ทาํ มะเหงกคว่ําครูดลงทขี่ างฝาเทา โดยนิ้วหวั แมม อื ซายแตะท่สี น
ดานใน จากคอนิ้วหวั แมเ ทามาท่ีใต เทา สว นมอื ซายกําในลกั ษณะ
ตาตมุ ทาํ ซ้าํ 10 ครัง้ มะเหงกคว่ํา ครูดบริเวณเอน็
รอ ยหวายมายงั สนเทา ทําซ้ํา
16 10 ครัง้

มะเหงกครูดเทาดานใน ใชม อื ซา ยจบั
ปลายเทาเอียง มือขวากําในลักษณะ
มะเหงกคว่ํา ครูดลงทข่ี า งฝาเทา ดาน
นอกตรงแนวนิ้วกอ ยไปจนถึงสน เทา
ทาํ ซ้าํ 10 ครัง้

32

17

มะเหงกครูดเอ็นรอยหวายดานนอก ใชมือซายจับปลาย
เทา โดยนิ้ วหัวแมมือขวาแตะท่ีสนเทาสวนมือขวากาํ ใน
ลักษณะมะเหงกคว่าํ ครูดบริเวณเอ็นรอยหวายมายังสน
เทา ทําซ้าํ 10 ครั้ง

มือลูบโอบหลังเทา นิ้วทัง้ ส่ีโอบอยูหลังเทาใหนิ้วชี้สอง

18 ขางชิดกัน นิ้วหัวแมมือแนบอยูใตฝ าเทาโดยลูบตัง้ แต

ขอเทาจนถึงปลายเทาในลักษณะดึงเขาหาตัวผูนวดทํา
ซ้าํ 10 ครัง้

มือลูบออมใตตาตุม โดยวางนิ้วหัวแมมือทัง้ สองไวบน

19 หลังเทาใหส่ีนิ้วอยูท่ีใตฝ าเทาแลวรูดนิ้วหัวแมมือทัง้ สอง

ลงไปที่ขอเทา และครูดใตตาตุมทัง้ สองดานใหนิ้วหัวแม
มือชนกันใตเอ็นรอยหวาย ทาํ ซ้ํา 10 ครัง้

ขนั ตอนการใชห้ ินรอ้ น

1 ปาดปลายนิ้วเทา ปาดไปทางนิ้วกอย 5 ครงั้ แลว เปล่ยี น
เป็นนิ้วอ่นื ๆ จนถงึ นิ้วกอ ย แลวไลย อ นกลบั มาจนถงึ หวั

แมเทา ทาํ นิ้วละ 5 ครัง้ 33

34

2

เซาะรองนิ้วเทา ใชห นิ รอนเซาะไปตามซอก
นิ้วดานขาง ทาํ อยา งละ 5 ครัง้ จากนัน้ เซาะ
รอ งนิ้วเทากลับ ทาํ อยา งละ 5 ครัง้

3 คาดคอนิ้วเทา โดยใชห ินรอ นคาดคอนิ้วหัวแมเทา จากซา ย
ไปขวา ทาํ ซ้าํ 5 ครัง้ ทําจนครบทกุ นิ้วจนถึงนิ้วกอ ย แลว

ไลยอ นกลับมาจนถงึ นิ้วหวั แมเ ทา นิ้วละ 5 ครงั้

4 หนิ ครดู ฝาเทา 3 แนว ใชหนิ ครดู จากเนินฝาเทา ลง

ไปจนถงึ สน เทา ทําแนวละ 5 ครัง้

5 หินครดู สน เทา โดยกดครูดเป็นแนวตรงจนทวั่ เนิน

สนเทา ทาํ 10 ครัง้

35

36

6 จากนัน้ ลบู สลบั มอื เขาหาตัวผูนวด
ทาํ ซ้าํ 10 ครงั้

7 การใชหินกดจดุ 26 จุด

จุ ด 1 จุ ด 2 จุ ด 3
โพรงอากาศกระดูก ทายทอยดานขาง ตอมใตสมอง
หน าผาก และขมับ
(กกหู)

จุ ด 4 จุ ด 5 จุ ด 6
จมูก โพรงอากาศกระดูก โพรงอากาศกระดูก
หน าผาก และขมับ หน าผาก และขมับ

จุ ด 7 จุ ด 8 จุ ด 9
โพรงอากาศกระดูก โพรงอากาศกระดูก ก า น ค อ
หน าผาก และขมับ หน าผาก และขมับ
37

จุด 10 จุด 11 จุด 12
ตา ตา หู

จุด 13 จุด 14 จุด 15
หู ไทรอยด จุดรวมประสาท

38

จุด 16 จุด 17 จุด 18
ตอมหมวกไต ไต อัณฑะ รังไข

จุด 19 จุด 20 จุด 21
กระเพาะอาหาร ตับออน ลําไสเล็กสวนบน

39

จุด 22 จุด 23 จุด 24
กระเพาะปั สสาวะ หัวใจ (เทาซาย) ลําไสใหญสวนขวาง
ตับ (เทาขวา)

จุด 25 จุด 26
ลําไสใหญขาลง (เทาซาย) ลําไสใหญสวนตรง (เทาซาย)
ลําไสใหญขาข้ึน (เทาขวา)
ไสติ่ง (เทาขวา)

40

8 41

เม่ือกดจุดเสร็จแลว จากนั้นลูบสลับมือ
โดยลูบเขาหาตัวผูนวด ทําซ้าํ 10 ครัง้

9 เทน้ํามันเพ่ือเพ่ิมความ

สมูทใหแกการนวด

10

ใชหินทรงกลม ครูดที่หลังเทาโดย
ครูดเป็ นวงกลม ทาํ ซ้าํ 10 ครัง้

42

11 หลังจากนั้น ใชหินครูดหลังฝ าเทาจากขอเทาจนถึง

ปลายนิ้วเทา ทาํ ซ้าํ 10 ครั้ง

12 หินครูดรองนิ้วบริเวณหลังฝ าเทา โดยทาํ อยางละ 5 ครัง้

43

13

หลังจากนั้น ใชหินทรงรีสองกอน นวดจากบริเวณขอเทา
ไปจนถึงขอเขา

ใชหินครูด 3 แนวหน าแขงดานนอก โดยกดใหชิดสัน

14 กระดูกหน าแขง แนวตาตุม และแนวเอ็นรอยหวาย

ทําแนวละ 3 ครัง้

44

15 ใชหินครูด 2 แนวหน าแขงดานใน เริ่มจากขางรอง
กระดูกหน าแขงดานใน แนวตาตุม และแนวเอ็น

รอยหวาย ทาํ แนวละ 3 ครัง้

45

จับขาลูกคาตัง้ ข้ึน โดยใชหินสองกอนนวดไปตามขางรอง

16 กระดูกหน าแขงทัง้ สองดานแลวนวดออมไปดานหลังนอง

ลงมาจนถึงบริเวณเอ็นรอยหวาย ทาํ ซ้ํา 10 ครั้ง

17 หลังจากนั้นใชมือขวา โดยใชนิ้วหัวแมมือนวดวน

เหนือสะบาเขา ตามเข็มนาฬิกา ทาํ ซ้าํ 10 ครั้ง

46

18 หลังจากนั้นใชมือซายนวด โดยใชนิ้วหัวแมมือนวด

วนหัวสะบาเขา ทวนเข็มนาฬิกา ทําซ้ํา 10 ครั้ง

19

หลังจากนั้นกํามือเป็ นกําปั้นทุบบริเวณขางกระดูกหน าแขง
ทัง้ สองขาง แตอยาใหโดนกระดูกเพ่ือคลายกลามเน้ือ


Click to View FlipBook Version