ดาวเคราะห์
ในระบบสุริยะ
ดาวเคราะห์
ในระบบสุริยะ
ดาวศุกร์ ดาวพุธ
หนึ่งวันบนดาวศุกร์ นี่เป็นดาวเคราะห์ดวงแรก
จะยาวนานกว่าหนึ่งวันบนโลก ที่เข้าใกล้กับดวงอาทิตย์มากที่สุด
และมีขนาดเล็กที่สุดในระบบสุริยะของเรา
ดาวอังคาร
โลก
ดาวอังคารมีดวงจันทร์
ถึงสองดวงและเป็นดวงสุดท้าย ครั้งหนึ่งเคยมีความเชื่อกันว่า
ของดาวเคราะห์คล้ายโลกร่วมกับ โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
จนกระทั่งความเชื่อนี้ถูกหักล้างไป
ดาวพุ ธ ดาวศุกร์ และโลก โดยกาลิเลโอ กาลิเลอี
ดาวเสาร์ ดาวพฤหัส
วงโคจรดาวเสาร์ จุดแดงใหญ่ที่มองเห็นได้
รอบดวงอาทิตย์ ในดาวพฤหัสคือพายุที่เกิดขึ้น
คือทุก ๆ 29.4 ปี อย่างน้อย 350 ปี ซึ่งมีขนาดใหญ่
เพี ยงพอที่จะบรรจุดาวเคราะห์
ของโลก ขนาดเท่าโลกถึงสามดวงไว้ข้างใน
ดาวยูเรนัส
ดาวเนปจูน
ดาวยูเรนัสเป็นดาวที่มีอุณหภูมิต่ำที่สุด
หนึ่งปีบนดาวเนปจูน ของดาวเคราะห์ทั้งหมด
เท่ากับ 165 ปีบนโลก โดยมีอุณหภูมิของชั้นบรรยากาศ
ต่ำสุดที่ -224 องศาเซลเซียส
ข้อเท็จจริงสุดสนุก : ดาวพลูโตไม่ถูกนับว่า
เป็นดาวเคราะห์อีกต่อไปตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549
ดาวพุธ (Mercury)
ดาวพุธ เป็นดาวเคราะห์ ที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ไม่มีดาวบริวาร
และเป็นดาวเคราะห์ ที่เล็กที่สุดในระบบสุริยะ และด้วยความที่มันเป็น
ดาวที่มีขนาดเล็ก (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4,878 กิโลเมตร)
จึงทำให้มันไม่สามารถสร้างสนามโน้ มถ่วงที่ มีพลังมากพอที่ จะดึงดูดและ
กักเก็บ บรรยากาศได้ ดาวพุธจึงมีแรงโน้มถ่วงน้อยมาก และไม่มี
บรรยากาศ ทำให้วัตถุอวกาศพุ่งชนได้ง่าย พื้นผิวดาวจึงขรุขระจากการ
พุ่งชนเหล่านั้ น ดาวพุธใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์รอบละ 88 วัน
แต่กลับหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลาถึง 180 วันเลยทีเดียว นั่ น
หมายความว่า ดาวพุธจะมีด้านที่หันเข้าหาดวงอาทิตย์ยาวนานมาก เช่น
เดียวกับด้านที่หันออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับดวงอาทิตย์ ดังนั้ น
เมื่อมีด้านที่ดาวพุธหันเข้าหาดวงอาทิตย์ยาวนาน ประกอบกับไม่มีชั้น
บรรยากาศ จึงทำให้พื้นผิวดาวร้อนมาก ส่วนด้านที่หันทิศตรงข้ามดวง
อาทิตย์ ก็เย็นมากเช่นกัน ดาวพุธจึงได้รับฉายาว่า เตาไฟแช่แข็ง ทั้ งนี้
ดาวพุธมักปรากฏใกล้ หรืออยู่ภายใต้แสงจ้าของดวงอาทิตย์ ทำให้
สังเกตเห็นได้ยาก แต่ก็พอมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในเวลาพลบค่ำ
ดาวศุกร์ (Venus)
ดาวศุกร์ เป็นดาวเคราะห์ เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้โลกมากที่สุด ไม่มี
ดวงจันทร์เป็นดาวบริวาร มีขนาดเล็กกว่าแต่ก็ใกล้เคียงกับโลก
มาก จนได้ชื่อว่าเป็นฝาแฝดกับโลก เราสามารถสังเกตเห็นดาว
ศุกร์ได้ด้วยตาเปล่า โดยสามารถมองเห็นได้ทางขอบฟ้ าด้านทิศ
ตะวันตกในเวลาใกล้ค่ำ เราเรียกว่า ดาวประจำเมือง (Evening
Star) ส่วนช่วงเช้ามืดปรากฏให้เห็นทางขอบฟ้ าด้านทิศตะวันออก
เรียกว่า ดาวรุ่ง (Morning Star) เรามักสังเกตเห็นดาวศุกร์มีแสง
ส่องสว่างมากเนื่องจาก ดาวศุกร์มีชั้นบรรยากาศที่ประกอบไป
ด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีผลทำให้อุณหภูมิพื้นผิวสูงขึ้น
ดาวศุกร์มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12,104 กิโลเมตร หมุนรอบ
ตัวเอง 1 รอบใช้เวลา 224 วัน และมีทิศทางการหมุนที่ไม่เหมือน
ดาวเคราะห์ ดวงอื่นในระบบสุริยะ คือในขณะที่ดาวเคราะห์ ดวงอื่น
หมุน ทวนเข็มนาฬิกา ดาวศุกร์กลับหมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วน
ชั้นบรรยากาศบนดาวนั้ น ประกอบด้วยคาร์บอนไดออกไซต์ถึง
97% ทำให้ดาวศุกร์ร้อนมาก อุณหภูมิสูงเฉียด 500 องศา
เซลเซียส และสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดี จึงสุกสว่างเมื่อมองเห็น
โลก (Earth)
โลก เป็นดาวเคราะห์ ดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เนื่องจากมีชั้นบรรยากาศและมี
ระยะห่าง จากดวงอาทิตย์ที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิตของสิ่งมี
ชีวิต นักดาราศาสตร์อธิบายเกี่ยวกับการเกิดโลกว่า โลกเกิดจากการรวมตัวของกลุ่ม
ก๊าซ และมีการเคลื่อนที่สลับซับซ้อนมาก แต่มีพื้นผิวเป็นหินเช่นเดียวกับ ดาว
เคราะห์ ชั้นในดวงอื่น ๆ ทั้ งนี้ โลกมีดวงจันทร์เป็นบริวาร โคจรอยู่รอบโลกเพียงดวง
เดียว มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3,476 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ใน 4 ของเส้นผ่า
ศูนย์กลางโลก และโคจรอยู่ห่างจากโลกโดยเฉลี่ยประมาณ 384,400 กิโลเมตร และ
โคจรรอบโลกในระยะเวลาประมาณ 29.5 วัน เป็นดวงจันทร์เป็นดาวดวงเดียวที่
มนุษย์เดินทางไปสำรวจ โดยการนำตัวอย่างดินและหินจากดวงจันทร์กลับมาตรวจ
วิเคราะห์ บนโลก
ดาวอังคาร (Mars)
ดาวอังคาร มีขนาดเล็กกว่าโลก เส้นผ่านศูนย์กลางราว 6,794 กิโลเมตร พื้น
ผิวดาวอังคารมีปรากฏการณ์ เมฆและพายุฝุ่ นเสมอ เป็นที่น่ าสนใจในการ
ศึ กษาของนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมากเนื่ องจากมีลักษณะและองค์ ประกอบ
ที่ใกล้เคียงกับโลก เช่น มีระยะเวลาในการหมุนรอบตัวเอง 1 วัน เท่ากับ 24.6
ชั่วโมง และระยะเวลาใน 1 ปี เมื่อเทียบกับโลกเท่ากับ 1.9 มีการเอียงของแกน
25 องศา ดาวอังคารมีดวงจันทร์เป็นบริวาร 2 ดวง และมีอุณหภูมิพื้นผิวค่อน
ข้างเย็น อยู่ที่ประมาณ -65 องศาเซลเซียส ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์อยู่
ระหว่างการศึกษาดาวอังคารอย่างละเอียด โดยการส่งยานคิวริออสซิตี้ขึ้นไป
ศึกษาสภาพบนดาว เพื่อวิเคราะห์ ความเป็นไปได้ในการเป็นโลกใบที่สอง และ
นั่ นอาจเป็นข่าวดีสำหรับมวลมนุษยชาติ
ดาวพฤหัสบดี (Jupiter)
ดาวพฤหัสบดี เป็นดาวเคราะห์ ที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล มีขนาด
เส้นผ่านศูนย์กลางยาวกว่าโลก 11 เท่า หมุนรอบตัวเอง 1 รอบใช้เวลา 9.8
ชั่วโมง ซึ่งเร็วที่สุดในบรรดาดาวเคราะห์ ทั้ งหลาย และโคจรรอบดวง
อาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลา 12 ปี นักดาราศาสตร์อธิบายว่า ดาวพฤหัสเป็นกลุ่ม
ก้อนก๊าซหรือของเหลวขนาดใหญ่ ที่ไม่มีส่วนที่เป็นของแข็งเหมือนโลก
และเป็นดาวเคราะห์ ที่มีดาวบริวารมากถึง 67 ดวง
ดาวเสาร์ (Saturn)
ดาวเสาร์ เป็นดาวเคราะห์ ที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นดาวที่
ประกอบไปด้วยก๊าซและ ของเหลวสีค่อนข้างเหลือง หมุนรอบตัวเอง 1
รอบใช้เวลา 10.2 ชั่วโมง และโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบใช้เวลา 29 ปี
ลักษณะเด่นของดาวเสาร์ คือ มีวงแหวนล้อมรอบ ซึ่งวงแหวนดังกล่าว
เป็นอนุภาคเล็ก ๆ หลายชนิดรวมกัน และดาวเสาร์มีวงแหวนถึง 3 ชั้น
นอกจากนี้ ดาวเสาร์ยังมีดาวบริวาร 62 ดวง หนึ่งในนั้ นคือดวงจันทร์
ไททัน (Titan) ซึ่งถือว่าเป็นดวงจันทร์ที่แปลกที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล
เพราะเป็นดวงจันทร์ดวงเดียวในระบบสุริยะที่มีบรรยากาศ และนัก
วิทยาศาสตร์วิเคราะห์ ดวงจันทร์ดวงนี้มีสภาพเหมือนโลกยุคแรก ๆ หาก
ดวงอาทิตย์ร้อนขึ้นเมื่อไร น้ำแข็งบนดวงจันทร์จะละลาย และมี
วิวัฒนาการคล้ายกันกับโลกเลยทีเดียว
ดาวยูเรนัส (Uranus)
ดาวยูเรนัส หรือดาวมฤตยู เป็นดาวเคราะห์ แก๊สขนาดใหญ่ มีดวง
จันทร์บริวาร 27 ดวง หมุนรอบตัวเอง 1 รอบ ใช้เวลา 16.8 ชั่วโมง
และโคจรรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ ใช้เวลานานถึง 84 ปี ดาว
ยูเรนัสประกอบด้วยก๊าซและของเหลว เช่นเดียวกับดาว
พฤหัสบดี และดาวเสาร์ทั้ งนี้ ดาวยูเรนัสเป็นดาวเคราะห์ ใหญ่เป็น
ที่ 3 รองจากดาวพฤหัสบดี และดาวเสาร์ โคจรห่างจากดวง
อาทิตย์โดยเฉลี่ย 2,871 ล้านกิโลเมตร ทำให้มองเห็นด้วยตา
เปล่าได้ยาก แต่เมื่อใช้กล้องโทรทัศน์ และรู้ตำแหน่ งแน่ ชัด ก็จะ
สามารถเห็นได้ในคืนฟ้ าใสกระจ่าง
ดาวเนปจูน (Neptune)
ดาวเนปจูน หรือดาวเกตุ เป็นดาวเคราะห์ ขนาดใหญ่เป็นที่ 4 ในระบบ
สุริยะ มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 50,000 กิโลเมตร จุโลกได้ถึง 60 ดวง
ระยะห่างเฉลี่ยจากดวงอาทิตย์ 4,504 ล้านกิโลเมตร หมุนรอบตัวเอง
ครบรอบในเวลา 16 ชั่วโมงอยู่ไกลจากโลกมากจนไม่สามารถมองเห็นได้
ด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องโทรทรรศน์ ขนาดใหญ่เท่านั้ นจึงจะเห็นเป็นจุด
ริบหรี่ได้ สิ่งที่มนุษย์รู้เกี่ยวกับดาวเนปจูน ในทุกวันนี้ จึงเป็นข้อมูลที่
ได้มาจากยาน วอยเอเจอร์ 2 ซึ่งโคจรสำรวจดาวเนปจูน ระยะใกล้ เมื่อ
พ.ศ. 2532