14
ใบความรู้ หน่วยท่ี 5
วชิ างานช่าง วชิ า งานฝีมือเบ้ืองตน้
ชื่อหน่วยการเรียนรู้ งานตดั
1. จุดประสงค์การเรียนการสอน
1.1 อธิบายชนิดของเคร่ืองมือตดแั บบต่างๆไดถ้ ูกตอ้ ง
1.2 อธิบายวธิ ีใชง้ านและการบารุงรักษาเคร่ืองมือตดั ไดถ้ ูกตอ้ ง
1.3 อธิบายการตดั ชิ้นงานดว้ ยเล่ือยไดถ้ ูกตอ้ ง
2. สื่อการเรียนการสอน
2.1 สื่อสิ่งพิมพ์
2.2 อุปกรณ์งานช่างของจริง
2.2.1 เลื่อยมือ
2.2.2 ใบเลื่อยมือ
2.2.3 วสั ดุสาธิต
2.2.4 ปากกาจบั ชิ้นงาน
2.3 สื่อโสตทศั น์ (ถา้ มี)
3. บทนา
งานตดั เป็นงานท่ีสาคญั งานหน่ึงในงานอุตสาหกรรมเนื่องจากการทาผลิตภณั ฑใ์ นแต่ละชิ้นน้นั จะตอ้ งนา
วตั ถุดิบมาทาการตดั ให้ใกลเ้ คียงกบั ขนาดที่ตอ้ งการเสียก่อน จากน้นั จึงนาไปเขา้ สู่กระบวนการข้ึนรูปตามที่
ตอ้ งการ การตดั ที่ดีน้นั จะตอ้ งทางานไดร้ วดเร็วและสูญเสียวสั ดุท่ีเกิดจากการตดั ใหน้ อ้ ยที่สุด งานตดั บางชนิด
จาเป็นตอ้ งเสียวสั ดุไปบางส่วน เช่น งานเลื่อย งานกลึง งานกดั เป็นตน้ แต่งานตดั บางชนิดกลบั ไม่เสียวสั ดุไป
กบั การตดั เลยเช่น การตดั ดว้ ยกรรไกรเป็นตน้
15
4. เนื้อหาการเรียนรู้
การเล่ือยหมายถึง การตดั วสั ดุออกดว้ ยใบเลื่อยที่มีคมตดั ขนาดเล็กคลา้ ยคมตัดของสกดั จานวนมากเรียงแถว
เป็นระเบียบ คมตดั ของใบเลื่อยเหล่าน้ีจะเฉือนกดั ชิ้นงานพร้อมๆกนั ทีละหลายๆฟัน พร้อมกนั ดงั รูปที่1
รูปท่ี 1 การตดั วสั ดุ
เล่ือยมือ (Hand Hacksaw)
เป็นเลื่อยที่ทาการเล่ือยดว้ ยมือ ซ่ึงมีหลายประเภทดว้ ยกนั เช่น
1. เล่ือยแฮคซอว์ (Hack saw) นิยมใชก้ นั มากในงานโลหะทวั่ ไป ส่วนมากใชต้ ดั โลหะต่างๆ ตามที่ตอ้ งการ
ดงั แสดงในรูปท่ี 2
2. เล่ือยช่างไมห้ รือเล่ือยลนั ดา เป็ นเลื่อยท่ีช่างก่อสร้าง หรือช่างไมน้ ิยมใชก้ นั มาก เน่ืองจากเหมาะสาหรับ
เล่ือยไม้ ดงั แสดงในรูปที่ 3
3. เล่ือยแทงหรือเลื่อยดาบ ใชส้ าหรับเลื่อยตดั ภายใน ส่วนมากใชใ้ นงานเล่ือยไมช้ ิ้นเล็กๆ หรือเล่ือยเจาะรู
เลื่อยบากมุม ดงั แสดงในรูป 4
4. เล่ือยฉลุ ใชส้ าหรับตดั ภายใน ดงั เส้นตรงตามรูปที่ร่างแบบไว้ เหมาะสาหรับเล่ือยไมบ้ างๆ และพลาสติก
หรือโลหะอ่อน ดงั แสดงในรูป 5
5. เล่ือยมีด สามารถเปล่ียนใบเลื่อยได้ ใชป้ าดมุม บากมุมและทาช่องหรือร่องที่ตอ้ งการความละเอียด ดงั
แสดงในรูป 6.6
รูปท่ี 2 เลื่อยมือ
16
รูปท่ี 3 เลื่อยช่างไม้ หรือเล่ือยลนั ดา
รูปที่ 4 เลื่อยแทง หรือเลื่อยดาบ
รูปท่ี 5 เลื่อยฉลุ
รูปที่ 6 เล่ือยมีด
ในงานฝึ กฝี มือน้ันจะขอกล่าวถึงเฉพาะเล่ือยมือ(Hack Saw)และปฏิบัติงานเกี่ยวกับ เลื่อยมือเป็ น
ส่วนมาก เพราะเป็ นความรู้และทกั ษะพ้ืนฐานสาหรับผูท้ ี่เร่ิมศึกษาและฝึ กปฏิบตั ิงานดา้ นช่างอุตสาหกรรม
เลื่อยมือเป็น เคร่ืองมือตดั ขนาดเลก็ แต่มีประสิทธิภาพในการตดั สูง
การเล่ือยชิ้นงานดว้ ยมือ นิยมใชเ้ ครื่องมือท่ีเรียกว่าเล่ือยมือ ซ่ึงเป็นเคร่ืองมือสาหรับตดั วสั ดุใหข้ าดออก
จากกนั โดยมีขนาดและรูปร่างลกั ษณะตามที่ตอ้ งการ เพอื่ นาไปใชง้ านในข้นั ตอนต่อไป เล่ือยมือเป็นเคร่ืองมือ
พ้ืนฐานใน งานช่าง เลื่อยมือที่ใชใ้ นการตดั โลหะในงานทวั่ ไปจะมีลกั ษณะสาคญั ๆ อยู่ 2 ส่วน คือ โครงเลื่อย
และใบเลื่อย
17
1 โครงเลื่อย (frame) ทาหนา้ ที่ในการจบั ขึงใบเลื่อยใหต้ ึงและพาใบเล่ือยเคลื่อนที่ไป และกลบั เพ่ือทา การตดั
เฉือนวสั ดุ ลกั ษณะของโครงเลื่อย จะประกอบดว้ ย
-ดา้ มจบั
-โครง
-ตวั ยดึ ใบเลื่อย
-ตวั ดึงใบเล่ือย
ด้ามจับ ทาเป็ นร่องสาหรับจบั อยา่ งเหมาะมือตวั ยดึ ใบเลื่อยและตวั ดึงใบเลื่อยสามารถปรับตาแหน่งใน
การยดึ ใหฟ้ ันเล่ือยสามารถตดั งานในแนวเดียวกนั โครงเลื่อยหรือแนวต้งั ฉากกบั โครงเล่ือย ดงั แสดงในรูปท่ี 7
รูปที่ 7 ดา้ มจบั
โครง เป็นโครงโลหะที่โคง้ เป็นรูปตวั ยู (U) มีใชง้ านจะมีอยู่ 2 แบบ คือ
1. โครงเลื่อยแบบตายตวั (Solid Frame) จะเป็นโครงเล่ือยที่มีความยาวตายตวั สาหรับใชก้ บั ใบเลื่อย ที่มี
ความยาวขนาดใดขนาดหน่ึงโดยเฉพาะ ดงั แสดงในรูปที่ 8
รูปที่ 8 โครงเลื่อยแบบตายตวั
2. โครงเลื่อยแบบปรับได้ (Adjustable Frame) จะเป็นโครงเล่ือยท่ีสามารถ ปรับความยาวของโครง
เลื่อยเพื่อใหเ้ หมาะสมกบั ขนาดความยาวของใบเล่ือยจะมีดว้ ยกนั 2 แบบคือ
- แบบท่ีมีสกรูปรับยดื หดได้ ดงั แสดงในรูปท่ี 9
รูปที่ 9 โครงเล่ือยแบบสกรูปรับยดื หด
18
- แบบโครงท่ีเป็น 2 ชิ้น มีปลอก มีปลอกเชื่อมระหวา่ ง โครงตวั หนา้ และโครงตวั หลงั โครงตวั
หนา้ จะมีร่องสาหรับ ปรับความยาวในการยดึ ใบเลื่อยดว้ ยสลกั ท่ีติดอยกู่ บั ปลอก
ดงั แสดงรูปท่ี 10
รูปท่ี 10 โครงเล่ือยแบบมีปลอกเช่ือมโครงหนา้ -หลงั
2. ใบเล่ือย (blade) ลกั ษณะการทางานของใบเล่ือย การเฉือนกดั ของใบเล่ือยกระทาดว้ ยการเคล่ือนท่ี กดั พร้อม
ท้งั ออกแรงกดั บนเน้ือของวสั ดุ ทาใหฟ้ ันเล่ือยจมลงไปในเน้ือวสั ดุ การเคลื่อนท่ีตดั และการออกแรงกด จะตอ้ ง
สมั พนั ธ์กนั อยา่ งเหมาะสมกบั การเคล่ือนท่ี กลบั ไป-กลบั มา ฟันเล่ือยจะกดั เน้ือวสั ดุออกในขนาดที่ เคลื่อนท่ี
ตดั พร้อมท้งั ออกแรงกด ดงั แสดงในรูปที่ 11
รูปที่ 11 การทางานของใบเลื่อย
ช่วงฟันของใบเลื่อย จะเรียกเป็นจานวนฟันต่อความยาว 1 นิ้ว 25มม. ในขณะที่ฟันเล่ือยตดั เขา้ เน้ือวสั ดุ ใบเลื่อย
จะติดแน่นกบั ร่องตดั ถา้ ความหนาของใบเลื่อยกบั ฟันเล่ือย เท่ากนั ดงั น้นั จึงมีการดดั ใหฟ้ ันเลื่อยมีความหนา
มากกวา่ ใบเลื่อยเรียกวา่ ช่องตดั เผอ่ื หรือ คลองเล่ือย ลกั ษณะของช่องเผอื่ ตดั หรือ คลองเล่ือย ที่นิยมใชก้ นั
ทว่ั ไปมี 3 แบบ ดงั แสดงในรูปที่ 12
1. แบบดดั ฟัน จะมีลกั ษณะ ฟันเอียงสลบั กนั ไปมาทางดา้ นหน่ึงของใบเล่ือย
2.แบบดดั ฟันสลบั ฟันตรง จะมีลกั ษณะเป็นฟันเอียงสลบั ไปมาคนละดา้ น เวน้ ดว้ ยฟันตรง หน่ึงฟัน
3.แบบฟันเป็นคล่ืน แนวฟันลกั ษณะเป็นคลื่นน้ีใชม้ ากกบั ใบเลื่อยมือ
19
รูปท่ี 12 แบบฟันเล่ือยชนิดต่างๆ
ลกั ษณะของใบเลื่อย จะประกอบไปดว้ ย ความหนา, ความกวา้ ง, ความยาว ดงั แสดงในรูปที่ 13
รูปที่ 13 ลกั ษณะของใบเลื่อย
ขนาดของใบเล่ือย จะบอกเป็นจานวนฟัน/นิ้วและความหนา ความกวา้ ง ความยาว รูปร่างของใบเล่ือย โดยทวั่
ไปจะบอกความยาวระหวา่ งรูร้อยใบเลื่อย เช่น 300 มม. และ ทางดา้ นใกลร้ ูรอยดา้ นหน่ึง จะบอก จานวนฟัน/
นิ้ว ท่ีใชง้ านกนั อยทู่ วั่ ไป คือ 18 ฟัน/นิ้ว ดงั แสดงในรูปท่ี 14
รูปท่ี 14 ขนาดของใบเลื่อย
20
การสึกของใบเลื่อย จะเกิดบริเวณดา้ นขา้ งของคมตดั ถา้ ใชต้ ดั วสั ดุอ่อนอายกุ ารใชง้ านของใบเล่ือยยอ่ มยาวนาน
กวา่ ใชต้ ดั วสั ดุแขง็ ลกั ษณะการสึกของใบเล่ือย การหลีกเล่ียงไม่ใหฟ้ ันเลื่อย บิ่น แตก หกั ใหร้ ะวงั ในการเลื่อย
วสั ดุ ความหนาของวสั ดุท่ีนามาเล่ือยอยา่ ง นอ้ ยฟันเลื่อย3ฟัน วางบนความหนาของงานถา้ หากชิ้นงานบางฟัน
เล่ือยเพียง2ฟันวางบนความหนา คมอาจบ่ิน และอาจแตกได้ ดงั รูปที่ 15
รูปที่ 15 การสึกของใบเลื่อย
การออกแรงกดใบเลื่อยในขณะเคล่ือนใบเล่ือยใหอ้ อกแรงกดพอประมาณ อยา่ ออกแรงกดมากเกินไป เพราะ
อาจจะท าใหไ้ ปเล่ือยฉีกและหกั ได้ ดงั แสดงในรูปที่ 16
รูปท่ี 16 ใบเลื่อยฉีก
ขณะเลื่อยตดั วสั ดุใบเล่ือยตอ้ งตึงอยเู่ สมอ ฉะน้นั ก่อนลงมือเลื่อยใหส้ ารวจใบเลื่อยท่ีติดอยกู่ บั โครงเลื่อยขนั ใบ
เลื่อยใหต้ ึง เพอื่ ไม่ใหค้ ลองเลื่อนบิดไปมาซ่ึงเป็นสาเหตุหน่ึงท่ีท าใหใ้ บเล่ือยหกั หรือขาดได้
ชนิดของใบเลื่อย ใบเล่ือยในงานอุตสาหกรรมมีหลายชนิด แต่ที่ใชก้ นั มากในประเทศไทย พบเห็นกนั เป็น
ประจามีอยู่ 3 ชนิด คือ
1. ใบเลื่อยชนิดเหลก็ กลา้ คาร์บอนสูง (High Carbon Steel) ใบเลื่อยชนิดน้ีมีความแขง็ ท้งั ใบ มีความ
เปราะสูง หกั ไดง้ ่ายและไม่สามารถเลื่อยไดเ้ ร็ว เน่ืองจากความร้อนอาจทาใหค้ วามแขง็ ของฟัน
เล่ือย ลดลงไป ใบเลื่อยชนิดน้ีราคาถูกแตใ่ ชง้ านไดน้ อ้ ย ใบเลื่อยชนิดเหลก็ รอบสูง (High Speed
Steel) เป็นใบเล่ือยที่ทนตอ่ การเสียดสีไดด้ ีใบเลื่อยทนต่อ ความร้อนไดส้ ูงโดยไมเ่ ปลี่ยนแปลง
21
โครงสร้างภายใน งอไดเ้ ลก็ นอ้ ย สามารถเล่ือยงานไดป้ ริมาณ มากกวา่ ใบเล่ือยชนิดคาร์บอนสูงแต่
มีราคาแพงกวา่
2. ใบเลื่อยชนิดบดกั รีฟันเล่ือยใบเล่ือยชนิดน้ีปัจจุบนั นามาใชง้ านกนั มากเป็นใบเลื่อยท่ีออกแบบมา
เพอื่ ป้องกนั ใบเล่ือยหกั ก่อนเวลาอนั ควร ลาตวั ใบเล่ือยทาจากเหลก็ เหนียวท่ีสามารถอ่อนตวั ไดด้ ี
ส่วนฟันจะทาจากเหลก็ รอบสูง บดั กรีติดอยกู่ บั ความหนาของชิ้นลาตวั ดงั น้นั ใบเล่ือยชนิดน้ีจึง มี
ประสิทธิภาพในการเลื่อยเช่นเดียวกบั ใบเล่ือยชนิดเหลก็ รอบสูงและมีขอ้ ดีกค็ ือไม่มีโอกาสหกั ใช้
ตดั ชิ้นงานจนกวา่ ฟันจะท่ือไปเอง
การเลือกฟันเลื่อยให้ถูกต้องกบั ความหนาของชิ้นงาน ถา้ ใชฟ้ ันเล่ือยละเอียดกบั ชิ้นงานที่มีความหนามากจะทา
ใหก้ ารตดั เฉือนนอ้ ยใชเ้ วลามากในการตดั ใหข้ าด แต่ถา้ ชิ้นงานบางมากเช่น บางกวา่ ระยะพิตชม์ กจ็ ะทาให
ชิ้นงานเขา้ ไปอยใู่ นร่องฟัน ทาใหเ้ กิด การติดขดั และงดั ข้ึนมาขณะทาการเลื่อยเป็นเหตุใหฟ้ ันเลื่อยแตกหกั ใน
ท่ีสุด ดงั น้นั การเลือกฟันเล่ือยให้ เหมาะกบั ความหนาของชิ้นงาน ตอ้ งเลือกใหฟ้ ันเลื่อยเกาะอยบู่ นความหนา
ของชิ้นงานอยา่ งนอ้ ย 2 ฟัน ดงั แสดงในรูปที่ 17
รูปที่ 17 การเลือกใชค้ วามหยาบ/ละเอียด
การใส่ใบเลื่อยเข้ากบั โครงเลื่อย การใส่ใบเล่ือยตอ้ งใส่ใหย้ อดของฟันเลื่อยช้ีออกไปจากดา้ ม เพราะการเลื่อยจะ
ออกแรงกดเพอื่ ใหฟ้ ันเลื่อยตดั ชิ้นงานเมื่อดนั ไปขา้ งหนา้ จากน้นั จึงปรับใบเล่ือยใหต้ ึง โดยควรปรับใหต้ ึงปาน
กลาง ดงั แสดงในรูปที่ 18
รูปที่ 18 การใส่ใบเล่ือยเขา้ กบั โครง
22
การออกแบบการจบั ยดึ งานเล่ือย การปฏิบตั ิงานเล่ือยผปู้ ฏิบตั ิงานจะตอ้ งมีการวางแผนในการเล่ือยใหพ้ ร้อม
โดยพิจารณาแนวเลื่อยของชิ้นงาน จากน้นั จึงนาไปสู่การจบั ยดื ดว้ ยปากกาการจบั งานท่ีเหมาะสมทาใหไ้ ม่ตอ้ ง
เสียเวลาในการขยบั หรือจบั ชิ้นงานใหม่ซ่ึงการจบั ชิ้นงานที่เหมาะสมน้นั สามารถออกแบบไดด้ งั น้ี
1. เพอื่ ไม่ใหใ้ บเล่ือยตดั เฉือนถกู ปากกาจบั งาน ควรจดั ใหแ้ นวเลื่อยยน่ื ออกมาทางดา้ นขา้ ง ดงั แสดงในรูป
ท่ี 19
2. เพอื่ ไม่ตอ้ งเปล่ียนการจบั ชิ้นงานบ่อย ๆ สาหรับแนวเล่ือยยาว ๆ ควรจดั งานใหร้ อยเลื่อยยน่ื ออกมาจาก
ปากกาในแนวด่ิง ดงั แสดงในรูปที่ 20
3. ปากของปากกามีผวิ ราบ ดงั น้นั การจบั ท่อกลม ควรใชเ้ ข้ียวรองจบั เพื่อช่วยใหก้ ารจบั ยดื มีความ
แขง็ แรงข้ึน ดงั แสดงในรูปที่ 21
4. สาหรับโลหะแผน่ บาง ควรใชอ้ ุปกรณ์ช่วยจบั เช่นใชเ้ หลก็ ฉากประกบยดึ เป็นเหตใุ หป้ ากกาไม่ขนาด
จึงตอ้ งใชแ้ ผน่ รองกนั รองรับอีกดา้ นหน่ึง เพ่อื ใหก้ ารจบั ยดึ แขง็ แรง ดงั แสดงในรูปที่ 22
รูปท่ี 19 เพ่ือไม่ใหใ้ บเล่ือยตดั เฉือนถูกปากกาจบั งาน รูปที่ 20 เพ่ือไม่ตอ้ งเปล่ียนการจบั ชิ้นงานบ่อย ๆ
รูปที่ 21 การจบั ท่อกลม รูปที่ 22 สาหรับโลหะแผน่ บาง
คลองเลื่อย ในขณะทาการเลื่อยใบเลื่อยที่ติดแน่นกบั ร่อยเลื่อยจะเสียดสีทาใหเ้ กิดความร้อยสูงและตอ้ งใช้
แรงในการเลื่อยมากเป็นสาเหตุทาใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุหรือใบเลื่อยหกั ไดใ้ นการเล่ือยจึงมีการออกแบบใหฟ้ ัน
เล่ือยกวา้ งกวา่ ลาตวั ใบเล่ือยเรียกวา่ “คลองเลื่อย” ดงั แสดงในรูปท่ี 23
รูปที่ 23 คลองเล่ือย
23
การเร่ิมต้นเลื่อย 1 การเริ่มตน้ ในการเล่ือยใหต้ ้งั ใบเล่ือยโดยท่ีฟันเลื่อยทามุมกบั ผวิ หนา้ งานที่ตอ้ งการเล่ือย
ประมาณ 10 องศา และเร่ิมตน้ เคลื่อนที่ใบเล่ือยไปขา้ งหนา้ เบาๆ และ ชา้ ๆ ดงั แสดงในรูปท่ี 24
รูปที่ 24 การเริ่มตน้ เลื่อย 1
การเร่ิมต้นเล่ือย 2 การเริ่มลงมือเลื่อยในตอนแรกน้นั ใบเล่ือยมกั จะล่ืนไถล วธิ ีช่วยแกไ้ ขหลงั จากการขีดทารอย
แลว้ ใหใ้ ช้ ตะไบสามเหล่ียมตะไบมุมของงานใหเ้ ป็นร่องสาหรับเริ่มตน้ ของฟันเล่ือย เพ่ือป้องกนั การล่ืนไถล
ดงั แสดงในรูปที่ 25
รูปที่ 25 การเร่ิมตน้ เล่ือย 2
การเริ่มต้นเลื่อย 3 การเร่ิมตน้ ลงมือเลื่อยอีกวธิ ีหน่ึง คือ การใชน้ ิ้วหวั แม่มือวางตามแนวท่ีขีดทาเคร่ืองหมายไว้
แลว้ วางใบ เล่ือยจรดตามแนวที่ขีดทาเคร่ืองหมายโดยวางใบเลื่อยใหต้ ้งั ฉากกบั ชิ้นงานและตรงตามแนวท่ี
ตอ้ งการเลื่อย คอ่ ยๆ เคล่ือนใบเล่ือย ชา้ ๆ กดเบาๆ ประคองใบเล่ือยใหต้ ้งั ฉาก เลื่อนใบเล่ือยจนไดร้ ่อง เลื่อยลึก
พอท่ีใบเล่ือยไม่ล่ืนไถล แลว้ เอามือออก ดงั แสดงในรูปที่ 26
รูปท่ี 26 การเร่ิมตน้ เลื่อย 3
24
การจบั โครงเลื่อยขณะเคล่ือนท่ีตดั ชิ้นงาน มือซา้ ยกาโครงเลื่อยดา้ นหนา้ ช่วยลดและประคองโครงเลื่อย ใหต้ ้งั
แนวตรงและต้งั ฉากกบั งานอยเู่ สมอ ในขณะเดียวกนั ใชม้ ือขวาจบั ดา้ มเล่ือย โดยใชน้ ิ้วช้ีวางพาดช้ีไปตามโครง
เล่ือย นิ้วอ่ืน ๆ การอบโครงเลื่อย การเลื่อยงานใหอ้ อกแรงกดในขณะท่ีเคลื่อนที่ไปขา้ งหนา้ และการดึงกลบั
โดยท่ี ไม่ออกแรงกด การเคล่ือนไหวไปขา้ งหนา้ หรือการชกั กลบั มือท้งั สองขา้ งจะตอ้ งช่วยกนั ประคองใหใ้ บ
เลื่อยต้งั ฉากอยเู่ สมอ ดงั แสดงในรูปท่ี 27
รูปท่ี 27 การจบั โครงเล่ือย
การวางเทา้ ในขณะเลื่อยชิ้นงาน ควรใหป้ ลายเทา้ ขวาอยใู่ นแนวทามุมประมาณ 60 องศา กบั แนวเลื่อย ปลาย
เทา้ ซา้ ย ขวางอยใู่ ตง้ านและใตป้ ากกาจบั งาน ดงั แสดงในรูปท่ี 28
รูปที่ 28 การวางเทา้
25
ตาแหน่งการวางเทา้ ของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างจากน้ี ลกั ษณะการยนื ในการเล่ือยใหถ้ นดั และจบั โครงเล่ือย
ดงั แสดงในรูปท่ี 29
รูปท่ี 29 ตาแหน่งการวางเทา้
ความเร็วในการเคล่ือนทใี่ บเลื่อย การเคลื่อนที่ตดั ของใบเล่ือยเป็นลกั ษณะการตดั ใบเลื่อยท่ี กลบั ไป กลบั มา
เป็น 1 คร้ัง ดงั น้นั ความเร็ว ในการเคล่ือนที่ของใบเลื่อย คือ จานวนคร้ัง ต่อ นาที หรือ (STROKE PER
MINUTE) หรือ S.P.M - การเร่ิมตน้ การเลื่อยดว้ ยการออกแรงกดเบาๆ เอียงใบเลื่อยประมาณ 10 องศา ใช้
ความเร็วในการ เคล่ือนที่ใบเล่ือยประมาณ 30S.P.M ดงั แสดงในรูปที่ 30
รูปท่ี 30 การเคล่ือนตวั ของใบเล่ือย
- เพมิ่ แรงกดตดั และเพมิ่ ความเร็วในการเคลื่อนที่ใบเลื่อยใหม้ ากข้ึน พร้อมกบั จานวนฟันเลื่อย ใหส้ ัมผสั
ผวิ งานมากข้ึน ดงั แสดงในรูปที่ 31
รูปท่ี 31 เพิ่มแรงกดตดั
26
- เม่ือจานวนฟันเล่ือยสมั ผสั ผวิ งานมากข้ึน ใหอ้ อกแรงกดบนชิ้นงานเพ่มิ ข้ึนและความเร็วในการ
เคลื่อนท่ีตดั เพ่ิมข้ึนดว้ ย โดยใชค้ วามเร็วในการเคล่ือนท่ีใบเลื่อยประมาณ 50 S.P.M ดงั แสดงในรูปที่ 32
รูปท่ี 32 การออกแรงกดตดั เตม็ ท่ี
วธิ ีการใช้งานและการบารุงรักษา
1. เมื่องานใกลจ้ ะขาดควรผอ่ นแรงกดใบเลื่อยและความเร็วในการเคลื่อนท่ีใบเลื่อยลดลงดว้ ย
2. ในการเลื่อยควรใหห้ วั กดลง โดยใหส้ ่วนดา้ นยกทามุมประมาณ 30 องศากบั แนวระดบั เพราะการเลื่อย
กดลง จะเที่ยงตรงกวา่ การเลื่อยข้ึน
3. ในการชกั โครงเล่ือยกลบั ไมต่ อ้ งออกแรงกดและไม่ตอ้ งยกเล่ือยข้ึน
4. ในการเลื่อยใหต้ ลอดความยาวมิฉะน้นั ใบเล่ือยจะสึกหรอไม่เท่ากนั ตลอดท้งั ใบ
5. ควรจบั งานใหร้ อยเล่ือยอยใู่ กลป้ ากกาใหม้ ากท่ีสุด
6. ก่อนการเลื่อยควรมีการตรวจสอบใบเลื่อย วา่ ขนั ใบเล่ือยตึงพอดีแลว้ หรือยงั
7. ควรเลือกใบเล่ือยใหเ้ หมาะสมกบั ความหนาและความแขง็ ของงาน
8. ไม่ควรเล่ือยงานแบบเร็วบา้ งชา้ บา้ ง หรือรีบเลื่อยใหง้ านขาดเร็วๆ เพราะจะทาใหใ้ บเล่ือยร้อน
9. ควรเลื่อยดว้ ยความเร็วรอบ 1 คู่จงั หวะชกั ต่อวนิ าที
10. ในการเลื่อยตอ้ งออกแรงกดอยา่ งสม่าเสมอ ไม่ควรกระชากหรือกระแทกออกแรงกดมากเกินไป
11. ควรเกบ็ รักษาเลื่อยแยกจากเครื่อง