หลักสูตรพฒั นาผเู้ รียนสู่ความเป็นเลิศดา้ นภาษาอ1ังกฤษ
โรงเรียนบา้ นศาลา
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4
The Development of Excellence in Learners of
the English Curriculum of the Baansala School
(Primary 4)
Baansala School
Chiang Mai Provincial Administrative Organization
2
3
วิสัยทศั น์
โรงเรียนบ้านศาลามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามมาตรฐาน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของหลักสูตรสู่ทักษะศตวรรษที่ 21 น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานอัตลักษณ์เชียงใหม่
ส่งเสริมกระบวนการคิดและการใช้ภาษาเพ่ือการสื่ อสารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School based
Management)
Vision
Baansala School aims to develop students who will have knowledge according to
standards and desirable characteristics of 21st century skills, which will lead to the students’
understanding of the sufficiency economy philosophy based on a ChiangMai identity. The
school aims to promote thought processes and language use for communication using schools
as a basic.
4
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2551
เพื่อนาไปสู่การพัฒนาหลักสูตรที่มีความเหมาะสม ชัดเจน ท้ังเป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพ
ผเู้ รียน และกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยได้มีการกาหนดวสิ ัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญ
ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อใช้เป็นทิศทางในการ
จัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดบั ช้นั
โรงเรียนบ้านศาลาได้ดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา โดยศึกษาเอกสารหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐานปีพุทธศักราช 2551 เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทาและจัดการเรียนการสอนเพ่ือ
พัฒนาผเู้ รียนในสงั คมที่มีการเปลยี่ นแปลง และมีความสามารถหาความรู้เพอื่ พัฒนาตนเองอย่างตอ่ เนือ่ งตลอด
ชวี ิต
โรงเรียนบ้านศาลาไดด้ าเนนิ การจัดทาหลกั สูตร The Development of Excellence in Learners
of the English Curriculum of the Baansala School (2018) สาเร็จและได้ประกาศใช้หลักสูตรดังกล่าว
มาแล้ว 1 ปี เพื่อเป็นการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา และเกิดประโยชน์
สูงสุดแก่ผู้เรียน จึงได้ดาเนินการปรับปรุงหลักสูตร Mini English Program โดยได้รับความร่วมมือจาก
บุคลากรทกุ ฝ่ายทเ่ี กี่ยวข้อง ขอขอบคุณทกุ ท่าน ทีม่ สี ว่ นรว่ มในการปรบั ปรงุ หลักสูตรคร้ังน้ี ทั้งนีเ้ พือ่ ประโยชน์
ในการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสืบไป
โรงเรียนบ้านศาลา
มนี าคม 2561
5
สำรบญั หนา้
ประกำศโรงเรียนบ้ำนศำลำ เรอื่ งให้ใชห้ ลักสูตร The Development of Excellence 1
in Learners of the English Curriculum of the Baansala School (2018) 1
วสิ ยั ทัศน์ 2
คำนำ 2
สำรบญั 5
สว่ นนำ 6
7
- หลกั การและเหตุผล 9
- วัตถปุ ระสงค์ 10
สมรรถนะของผเู้ รียน 11
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 12
สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ 13
คุณภำพผ้เู รียน 14
โครงสรำ้ งหลกั สตู รชน้ั ปี 15
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ 16
-Mathematics 17
-Science 18
-Health Education and Physical Education 20
-Art 21
-English 22
- ภาษาไทย 24
- สังคมศึกษา 25
- ประวัติศาสตร์ 28
- หนา้ ที่พลเมอื ง 31
- การงานอาชีพ 33
- คอมพิวเตอรพ์ นื้ ฐาน
- สง่ เสริมศักยภาพสูค่ วามเป็นเลศิ
- ภาษาจีน
กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น
แนวทำงกำรประเมินผลกิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน
เกณฑก์ ำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี น
Learning Areas
เอกสำรอำ้ งอิง
1
Baansala School Mini English Program (MEP) ปีกำรศกึ ษำ ๒๕๖1
1.หลักกำรและเหตุผล
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากท่ีสดุ เนื่องจากเป็นภาษากลางท่ี
ใช้สอ่ื ความหมายไปเกอื บทว่ั โลก ท้ังในฐานะท่ีเป็นเคร่ืองมือที่จะเข้าถึงแหล่งวทิ ยาการต่างๆ และคน้ คว้าความรู้
ใหม่ๆ ปัจจุบันมีคนทั่วโลกใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการสื่อสาร ดังน้ัน จึงเป็นความจาเป็นอย่างย่ิงที่จะ
สง่ เสรมิ ใหป้ ระชากรไทยไดเ้ รียนร้ภู าษาอังกฤษในระดับท่ีจะสื่อสารได้ เป็นเครื่องมอื ในการแสวงหาความรู้ และ
การประกอบอาชีพ ตลอดจนการเจรจาต่อรองสาหรับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและสังคมในเวทีสากล
ประเทศไทยได้เขา้ ร่วมประชาคมอาเซียนเพ่อื เพิม่ อานาจในการต่อรองและเพ่มิ ขดี ความสามารถในการแข่งขัน
ในเวทีระหว่างประเทศ เพ่ือให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมและพัฒนาประเทศในภูมิภาคไปพร้อม ๆ กัน
ภาษาอังกฤษจงึ เป็นเครื่องมอื สือ่ สารท่ีสาคัญยงิ่ สาหรับคนไทยในอนาคตอนั ใกล้น้ี เพื่อให้การศกึ ษาสอดคล้อง
กบั สภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกจิ สงั คม และความเจรญิ กา้ วหนา้ ทางวชิ าการ และการพฒั นาผ้เู รยี นให้
มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาระดบั สากล เปน็ ผู้นาที่ดี มีสติปญั ญา ศักยภาพ คุณภาพชีวิตและค่านิยมทด่ี ี
รวมทั้งมีความรับผิดชอบ และมคี ุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามวิสัยทัศน์ของโรงเรียน และมีศักยภาพเป็นพล
โลก (World citizen) เพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพ เป็นการต่อยอดคุณลักษณะท่พี ึงประสงคท์ ่ีเป็นมาตรฐาน
ชาติ คือ การจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข ตามปฏิญญาว่าด้วยการจัดการศึกษาใน
ศตวรรษที่ 21 และใช้หลักสูตรการศึกษาที่มีเป้าหมายให้ผู้เรียนได้เรียนเพื่อรู้ (Learn to know ) เรียนเพ่ือ
เปน็ (Learn to be) เรียนเพื่อทา (Learn to do) เพือ่ สรา้ งคุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงคใ์ นฐานะพลเมอื งของชาติ
และ Learn to live together เพื่อสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในฐานะพลเมืองโลก ให้ผู้เรียนมีพ้ืนฐาน
จติ ใจท่ีดีงาม มีจิตสาธารณะ มีสมรรถนะ ทักษะและความรพู้ ื้นฐานทจี่ าเป็นในการดารงชีวิต มีคุณธรรม มี
ทักษะการคดิ วิเคราะห์ สร้างสรรค์ มที กั ษะด้านเทคโนโลยี สามารถทางานร่วมกับผอู้ ่ืนตลอดจนอยู่ร่วมกบั ผอู้ ื่น
ในสงั คมโลกได้อย่างสันติ สามารถเปน็ ผนู้ าท่ีดีของสังคม
โรงเรยี นบ้านศาลา ตระหนักถงึ ความสาคัญในการพัฒนาทกั ษะการใช้ภาษาอังกฤษแก่นกั เรียนรวมทั้ง
เพื่อเป็นการสร้างโอกาสสาหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านศาลา จึงได้จัดทาหลักสูตรพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ
ด้านภาษาอังกฤษ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นส่ือในการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งจัดกิจกรรมเพ่ือเสริมสร้าง
บรรยากาศการเรียนรูภ้ าษาอังกฤษ
๒.วตั ถุประสงค์
๑. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมที ักษะการใช้ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสารในชวี ติ ประจาวันได้
๒. เพอ่ื ใหน้ ักเรียนมีความเชื่อมั่นในตนเอง สามารถพฒั นาตนให้เป็นบคุ คลแหง่ การเรยี นรู้
๓. สามารถคิดวิเคราะหแ์ กป้ ญั หาไดแ้ ละมจี ติ สานึกต่อตนเอง ชมุ ชนและสงั คมโลกโดยใช้
ภาษาองั กฤษเปน็ ส่ือ
4. เพือ่ สง่ เสรมิ การพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาของโรงเรยี นใหเ้ ต็มตามศกั ยภาพโดยเปดิ โอกาสให้
ผู้ปกครองและชมุ ชนเข้ามามสี ่วนร่วม
5. เพ่ือมงุ่ พัฒนาผ้เู รยี นสคู่ วามเปน็ เลิศ มีศักยภาพในเวทกี ารแขง่ ขันในระดบั ทสี่ ูงขน้ึ เปน็ สมาชกิ
ประชาคมโลก ได้อย่างเท่าเทียมและก้าวสู่ความเป็นสากล อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคลหลักสูตร The
Development of Excellence in Learners of the English Curriculum of the Baansala School
(2018) มุ่งให้ผ้เู รียนเกิดสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 5 ขอ้ โดยยึดตามกรอบหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ัน
พื้นฐานพุทธศกั ราช 2551 ดงั น้ี
2
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร หมายถึง ผู้เรียนใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ
ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ
พัฒนาตนเองและสงั คม รวมทั้งการเจรจาตอ่ รองเพอื่ ขจัดและลดปัญหาความขัดแยง้ ต่าง ๆ การเลอื กรับหรอื ไม่
รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการส่ือสารที่มีประสิทธิภาพโดย
คานึงถงึ ผลกระทบทีม่ ีตอ่ ตนเองและสงั คม
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด หมายถึง ผู้เรียนรู้จกั คดิ วิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คดิ อย่างสร้างสรรค์ คิดอยา่ ง
มีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพ่ือการตัดสินใจเกี่ยวกับ
ตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ หมายถึง ผู้เรียนเข้าใจความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของ
เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแกไ้ ขปัญหาได้อย่างถูกตอ้ ง
เหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ รวมท้ังตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ โดย
คานึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กิดข้นึ ตอ่ ตนเอง สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม
4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต หมายถึง ใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการดาเนินชีวิตประจาวัน
เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเน่ือง ทางานและอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสรา้ งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล
จัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆอย่างเหมาะสม รู้จักปรับตัวให้ทันกับการเปล่ียนแปลงของสังคม
สภาพแวดล้อม และหลีกเลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงค์ที่สง่ ผลกระทบตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน
5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี หมายถึง รู้จักเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การ
แก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ งเหมาะสมและมีคุณธรรม
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หลักสูตร The Development of Excellence in Learners of the English Curriculum of the
Baansala School (2018) ได้กาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรยี น โดยยึดตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ไว้ 8 ประการ ดงั น้ี
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
3. มวี ินยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุ่งมน่ั ในการทางาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
3
Baansala School Mini English Program Curriculum
By Basic Education Core Curriculum B.E.2551 (A.D.2008)
Preface
Introduction
Baansala School Curriculum 2018 is the course in education developed by the core
curriculum of basic education curriculum 2008. If is for student development in elementary
education based on the main elements in 4 parts as a framework for establishing the details.
This framework will structure the basic education standard limit which will be suitable to the
local community and the focus of the school curriculum of Baansala School edition 2018.
These are the characteristics of the core curriculum for basic education 2018 as
arranged in elementary school (grade 1): Through unity and variety teachers manage the
learning. The school values learning that is used to build a foundation of knowledge, cognitive,
problem solving, and strengthening of the humanity. The school encourages talents in thinking,
working, and learning in grade 1. With more Chinese courses and activities at all levels, the
students can develop physical, mental, emotional, and social intelligence to their potential.
Student development and grades are considered on the principles of the two factors of
measurement and evaluation. Achievement of the standards of performance in learning and
the important and desirable features of students are noted through the evaluation and
measurement. The evaluation result consists of data and information which illustrates the
development, progress, and success of the students. The information is useful in promoting
the students’ development and their full learning potential, according to the vision of the
school.
“Within a year 2018 Baansala School will have quality standards, students will have
the moral philosophy of administration, according to the adjustment of the sufficiency
economy by all sectors involved.”
Vision
Baansala School Curriculum 2018 is aimed at enhancing the capacity of all learners,
who constitute the major force of the country, so as to attain a balanced development in all
respects - physical strength, knowledge and morality. They will fully realize their commitment
and responsibilities as Thai citizens and members of the world community. Adhering to a
democratic form of government under a constitutional monarchy, they will be endowed with
basic knowledge and essential skills and favorable attitude towards further education,
livelihood and lifelong learning. The learner-centered approach is therefore strongly
advocated, based on the conviction that all are capable of learning and developing
themselves to their highest potentiality.
4
Learners’ Key Competencies
Baansala School Curriculum 2018 is aimed at inculcating learners with the following
five key competencies:
1 .Communication Capacity
Capacity to receive and transmit information; linguistic ability and skills in expressing
one’s thoughts, knowledge and understanding, feelings and opinions for exchanging
information and experience, which will be beneficial to oneself and society; negotiation for
solving or reducing problems and conflicts; ability to distinguish and choose whether to receive
or avoid information through proper reasoning and sound judgment; and ability to choose
efficient methods of communication, bearing in mind possible negative effects on oneself and
society.
2 .Thinking Capacity
Capacity for analytical, synthetic, constructive, critical and systematic thinking,
leading to bodies of knowledge creation or information for judicious decision-making
regarding oneself and society.
3 .Problem-Solving Capacity
Capacity to properly eliminate problems and obstacles, based on sound reasoning,
moral principles and accurate information; appreciation of relationships and changes in various
social situations; ability to seek and apply knowledge to prevent and solve problems; and
ability for judicious decision- making, bearing in mind possible negative effects on oneself,
society and the environment.
4 .Capacity for Applying Life Skills
Capacity for applying various processes in daily life; self- learning; continuous learning;
working; and social harmony through strengthening of happy interpersonal relationships;
elimination of problems and conflicts through proper means; ability for self adjustment to
keep pace with social and environmental changes; and capacity for avoiding undesirable
behavior with adverse effects on oneself and others.
5 .Capacity for Technological Application
Ability to choose and apply different technologies; skills in application of technological
processes for development of oneself and society in regard to learning, communication,
working, and problem-solving through constructive, proper, appropriate and ethical means.
5
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ ภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตคี วามเรื่องท่ฟี งั และอ่านจากส่อื ประเภทต่างๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนขอ้ มูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอ่ื งต่างๆ โดย
การพดู และการเขียน
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ได้
อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของ
ภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใช้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระการเรียนรอู้ ืน่
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ น่ื และเป็น
พนื้ ฐานในการพัฒนาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน
สาระท่ี ๔ ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กบั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมอื พื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปล่ียนเรียนรู้กับสังคมโลก
6
คณุ ภำพผู้เรยี น
จบชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ ๖
ปฏิบตั ติ ามคาส่งั คาขอรอ้ ง และคาแนะนาท่ีฟังและอา่ น อา่ นออกเสยี งประโยค ขอ้ ความ นทิ าน และ
บทกลอนสั้นๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่าน เลือก/ระบุประโยคและขอ้ ความตรงตามความหมายของ
สญั ลักษณ์หรอื เคร่อื งหมายทอ่ี ่าน บอกใจความสาคัญ และตอบคาถามจากการฟังและอ่าน
บทสนทนา นทิ านง่ายๆ และเรอื่ งเล่า
พูด/เขยี นโต้ตอบในการสือ่ สารระหวา่ งบคุ คล ใชค้ าส่งั คาขอร้อง และให้คาแนะนา พูด/เขยี นแสดง
ความตอ้ งการ ขอความชว่ ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลอื ในสถานการณง์ ่ายๆ พูด
และเขียนเพอ่ื ขอและใหข้ ้อมูลเก่ยี วกบั ตนเอง เพอ่ื น ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว พดู /เขียนแสดง
ความรู้สึกเกย่ี วกบั เร่ืองตา่ งๆ ใกล้ตัว กิจกรรมตา่ งๆ พรอ้ มทั้งใหเ้ หตุผลส้นั ๆ ประกอบ
พูด/เขียนใหข้ อ้ มูลเกี่ยวกบั ตนเอง เพ่ือน และสงิ่ แวดลอ้ มใกล้ตัว เขยี นภาพ แผนผงั แผนภูมิ และ
ตารางแสดงขอ้ มลู ตา่ งๆ ทีฟ่ ังและอ่าน พดู /เขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับเรือ่ งตา่ งๆ ใกลต้ วั
ใช้ถอ้ ยคา นา้ เสียง และกริ ยิ าท่าทางอย่างสภุ าพ เหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของ
เจา้ ของภาษาให้ขอ้ มลู เกยี่ วกบั เทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง/ชีวิตความเปน็ อยู่ของเจา้ ของภาษา
เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ
บอกความเหมือน/ความแตกต่างระหวา่ งการออกเสยี งประโยคชนดิ ต่างๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรค
ตอน และการลาดับคา ตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย เปรยี บเทยี บ
ความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล งานฉลองและประเพณีของเจ้าของภาษากบั ของไทย
คน้ ควา้ รวบรวมคาศัพท์ท่ีเกยี่ วข้องกับกลุ่มสาระการเรยี นรู้อ่ืนจากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอดว้ ย
การพดู /การเขียน
ใช้ภาษาสอื่ สารในสถานการณ์ตา่ งๆ ที่เกิดขนึ้ ในหอ้ งเรียนและสถานศกึ ษา
ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบคน้ และรวบรวมข้อมูลตา่ งๆ
มีทกั ษะการใช้ภาษาต่างประเทศ) เน้นการฟัง-พูด-อ่าน-เขยี น) สอื่ สารตามหัวเรอ่ื งเกย่ี วกับตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน สงิ่ แวดลอ้ ม อาหาร เคร่ืองด่มื เวลาว่างและนันทนาการ สขุ ภาพและสวัสดกิ าร
การซ้ือ-ขาย และลมฟา้ อากาศ ภายในวงคาศพั ท์ประมาณ ๑,๐๕๐-๑,๒๐๐ คา (คาศพั ท์ทเี่ ป็น
รูปธรรมและนามธรรม)
ใชป้ ระโยคเดี่ยวและประโยคผสม (Compound Sentences) สือ่ ความหมายตามบรบิ ทตา่ ง ๆ
7
โครงสร้ำงหลกั สูตร The Development of Excellence in Learners of the English
Curriculum of the Baansala School (2018)
ระดบั ช้นั ประถมศึกษำปที ่ี ๔ (ห้องเรยี น MEP)
รหสั สำระ/กิจกรรม หน่วยกิต ชม./ปี
รำยวิชำพน้ื ฐำน 4.0 160
ท 14101 ภาษาไทย 5.0 200
ค 14101 คณิตศาสตร์ 3.0 120
ว 14101 วทิ ยาศาสตร์ 1.0 40
ส 14101 สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1.0 40
ส 14102 ประวัติศาสตร์ 1.0 40
พ 14101 สขุ ศึกษา และพลศึกษา 1.0 40
ศ 14101 ศลิ ปะ 1.0 40
ง 14101 การงานอาชีพ 7.0 280
อ 14101 ภาษาองั กฤษ 24.0 960
รวม 0.5 20
สำระกำรเรยี นรู้เพิม่ เติม (บังคบั เลอื ก) 1.0 40
ส 14201 หน้าทพี่ ลเมือง 1.0 40
จ 14201 ภาษาจนี 2.5 100
ว 14201 คอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยี
2.0 80
รวม 2.0 80
สง่ เสรมิ ศกั ยภำพสู่ควำมเปน็ เลศิ
อ 14201 ภาษาองั กฤษเพื่อการสื่อสาร 1 - 10
- 10
รวม - 30
กิจกรรมพฒั นำผู้เรียน - 10
- 60
แนะแนว 29.5 1,200
ชมุ นมุ
ลูกเสือ-เนตรนารี (สามญั )
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์
รวม
รวมหนว่ ยกิต/เวลำเรียน
8
โครงสร้างหลกั สตู รชนั้ ปี
โครงสร้างหลกั สตู รช้นั ประถมศึกษาปีที่ 4 (หลักสูตรMEP)
รหสั วชิ า รายวิชา/กิจกรรม (Subject) เวลาเรียน(ชม./ปี)
Learning Time
(Code)
200
สาระการเรียนรู้พื้นฐาน (Learning Areas) 200
80
ท 14101 ภาษาไทย (Thai Language) 40
40
ค 14101 คณติ ศาสตร์ (Mathematics) 40
40
ว 14101 วทิ ยาศาสตร์ (Science) 40
160
ส 14101 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (Social Studies, Religion and Culture) 960
ส 14102 ประวตั ศิ าสตร์ (History)
พ 14101 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา (Health Education and Physical Education)
ศ 14101 ศลิ ปะ Art (Visual Arts, Music, Dramatic Arts)
ง 14101 การงานอาชพี (Occupation)
อ 14101 ภาษาองั กฤษ (English)
รวม (Total)
สาระการเรียนร้เู พ่ิมเติม (Additional Courses)
ส 14201 หน้าที่พลเมอื ง (Citizenships Education) 20
จ 14201 ภาษาจีน (Chinese Language) 40
ว 14201 คอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยี (Computer and Technology) 40
รวม (Total) 100
สง่ เสรมิ ศกั ยภาพสูค่ วามเปน็ เลิศ (Promote Potential to Excellence)
อ 14201 ภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสาร ๑ (English for Communication 1) 80
รวม (Total) 80
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น (Learner Development Activities)
แนะแนว (Counselling Activities) 10
ชมุ นมุ ( Student Activities) 10
ลูกเสอื (Boy Scout and Junior Red Cross) 30
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณะประโยชน์ (Activities for Social and Public Interest) 10
รวม (Total) 60
รวมเวลาเรียน (Total) 1,200
9
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
10
Course Syllabus
MA 14101 Mathematics The learning area of mathematics
Grade 4 Time 160 hours
The course will center on education, training, skills, numeracy, and problem solving on
counts of less than one hundred thousand, using the amount received from the count. The
students will learn reading and writing numbers and figures in Hindi, Arabic, and Thai. They
will show the number in writing with a comparison the course will contain: fraction, mix
number, number of things, order decimal point less than 3 point. Estimate answer of addition,
subtraction, multiplication and division for reasonability. Find the answer in mathematical
statement of the number more than 100,000 and 0.
Create word problem of numeral and 0 and find the answers. Show solution of time,
measurement and create angle. Identification of triangle, rectangle, circle, oval, perimeter and
area of a rectangle, patterns and relationships, pattern without using protractor. Tell name of
angle, corner components. Write corner components. Crete rectangle by using data from bar
chart.
The students will train in using a wide range of knowledge, skills, and processes in
mathematical problem-solving situations. They will learn to appropriately explain the
decisions, use mathematical language and symbols to communicate, interpret, and present
correctly, with reference in mathematics, and associated mathematics, and other disciplines.
Gain experience, ideas, skills and processes in knowledge that can be used to learn things and
to use them creatively in daily life.
The course will promote the view that esteem and positive attitudes in carefully
worked mathematics can lead to a proper moral, critical thinking, creativity and self-
confidence.
Standard
MA 1.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4 Gr.4/5 Gr.4/6 Gr.4/7 Gr.4/8 Gr.4/9 Gr.4/10 Gr.4/11 Gr.4/13
Gr.4/14 Gr.4/15 Gr.4/16
MA 2.1 Gr.4/1
MA 2.2 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
MA 3.1 Gr.4/1
Total 22 Standard
11
Course Syllabus
SCI 14101 Science The learning area of science
Grade 4 Time 80 hours
Students will study the classification of organisms into plant, non-plant animal,
angiosperm, vertebrates, and invertebrates. Explain plant form and function of plant. They
will describe physical property; solid, liquid and gas. Using materials suitable for work in
everyday life. They will learn gravity force, materials movement, the moon, Lunar’s phases
and solar system. Solving the problem by using logical Thinking. Design and create program.
Analysis of error program. Searching data by using internet.
Students will able to question, predict the answer. Planning aก d survey data by using
technology and devices. Evaluate and present information. They will have science process
skill; basic science skill and learning skill in the 21st century by using information and
communication technology. Students will be able to communicate and creative knowledge.
Working with individual, pair and group. Using internet safely and valuable for your own and
others.
The students will realize the benefits of applying scientific knowledge and processes.
Using local learning to characterize the composition of the animals and plants. They will able
to communicate with manner. Protect your own information. The students’ goal will be to
achieve knowledge and to apply that knowledge to everyday life.
Standard
SCI 1.2 Gr.4/1
SCI 1.3 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4
SCI 2.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4
SCI 2.2 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
SCI 2.3 Gr.4/1
SCI 3.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
SCI 4.2 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4 Gr.4/5
Total 21 Standard
12
Course Syllabus
HPE 14101 Health and Physical Education The learning area of Health
and Physical Education
Grade 4 Time 40 hours
Explain the physical and the mental growth and the development in accord with their
ages. Explain the importance of muscles, bones and joints affecting health, growth and
development. Explain the methods of taking care of muscles, bones and joints for efficient
functioning. Explain the characteristics of friends and of good family members. Exhibit their
behaviors appropriate to their gender in accord with Thai culture. Cite examples of the
methods of refusing harmful and inappropriate actions in sexual affairs. Control themselves
using integrated kinesthetic skills while standing still, moving and using equipment. Practice
free-hand physical exercises in accord with the rhythm. Play imitating games and activities in
relays. Play at least one kind of basic sports.
Do physical exercises and play games and sports they like; analyze their own
developmental effects following the examples and the practices of others. Observe the rules
and regulations of basic sports they play. Explain the relationship between the environment
and health. Explain the states of emotions and feelings affecting health. Analyze the
information on the labels of food and health products to make consumption choices. Test
and improve physical capacities from the results of physical fitness test. Explain the
importance of medicines and the proper methods of taking medicines. Perform the methods
of the first aid treatment when taking the wrong medicines, the chemicals, the insect and
animal bites, and the injuries from playing sports. Analyze the damages from cigarette smoking
and alcoholic drinks on health and analyses methods of prevention.
Standard
HPE 1.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
HPE 2.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
HPE 3.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4
HPE 3.2 Gr.4/1 Gr.4/2
HPE 4.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4
HPE 5.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
Total 19 standard
13
Course Syllabus
A 14101 Arts The learning area of Arts (Visual Arts, Music, Dramatic Arts)
Grade 4 Time 80 hours
Study, discussion, analysis, criticism about the size and shape of things around you,
that which is in nature and that which is man-made; Tell how you feel about nature; Your
surroundings, while knowing that things can generate different sounds; Characteristics of noise,
gentle and slow; Quick identification of rhythm of Thai children’s play.
Practice creative ideas and convey feelings and their application in everyday
life: Basic skill in the use of building materials to create visual art; By using a simple technique
and color painting, draw a story about their families and neighbors, reciting poems, singing;
Using simple words and simple participation in musical and fun activities to tell about their
local music; Use friendly gestures and imitate motion to convey the words.
To understand the relationship of visual arts, music, dance, and their related historical
and cultural value and their cultural heritage: Local knowledge of Thailand and wisdom of
international visual arts in everyday life; Identification of local music enthusiasts; Tell the
relevance of the music used in everyday life; Say what you like to watch or participate in for
dance in Thailand.
Standard
AR 1.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4 Gr.4/5 Gr.4/6 Gr.4/7 Gr.4/8 Gr.4/9
AR 1.2 Gr.4/1 Gr.4/2
AR 2.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4 Gr.4/5 Gr.4/6 Gr.4/7
AR 2.2 Gr.4/1 Gr.4/2
AR 3.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4 Gr.4/5
AR 3.2 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4
Total 27 standard
14
E 14101 English Course Syllabus
Grade 4 The learning area of foreign languages
Time 280 hours
Act in compliance with orders, requests and simple instructions heard or read.
Pronounce and spell the given words; accurately read aloud groups of words, sentences,
simple texts and chants by observing the principles of reading. Match the pictures or symbols
or signs with the meanings of sentences and short paragraphs heard or read. Answer the
questions from listening to and reading sentences, dialogues and simple tales. Speak/write in
an exchange in interpersonal communication. Use orders, requests and simple permission.
Speak/write to express their own needs and to ask for help in simple situations. Speak/write
to ask for and give information about themselves, their friends and families. Speak to express
their own feelings about various matters around them and various activities by following the
models heard. Speak/write to give information about themselves and matters around them.
The students will able to speak/draw pictures to show relationships of various objects
around them according to what they have heard or read. Speak to express simple opinions
about matters around them. Speak and politely make accompanying gestures in accordance
with social manners and culture of native speakers. Answer the questions about festivals/
important days/ celebrations and simple lifestyles of the native speakers. Participate in
language and cultural activities appropriate to their age levels. Tell the differences of the
sounds of the alphabets, words, groups of words, sentences and paragraphs in foreign
languages and Thai language. Tell the similarities/ differences between the festivals and
celebrations in the culture of native speakers and those in Thailand. Search for and collect
the terms related to other learning areas, and present them through speaking/ writing. Listen
and speak in situations in the classroom and in school. Use foreign languages to search for
and collect various information.
Standard
FL 1.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4
FL 1.2 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3 Gr.4/4 Gr.4/5
FL 1.3 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
FL 2.1 Gr.4/1 Gr.4/2 Gr.4/3
FL 2.2 Gr.4/1 Gr.4/2
FL 3.1 Gr.4/1
FL 4.1 Gr.4/1
FL 4.2 Gr.4/1
Total 20 standard
15
คำอธบิ ำยรำยวิชำพนื้ ฐำน
รหสั วิชำ ท๑4๑๐๑ รำยวิชำภำษำไทย กลุ่มสำระกำรเรียนรภู้ ำษำไทย
ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี ๔ เวลำ 160 ชั่วโมง
อ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง เร่ืองส้ัน ความหมายของคา ประโยค สานวน การอ่านจับ
ใจความสาคัญ การแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ์ สรุปความรู้และข้อคิดเห็นจากเร่ืองที่
อ่าน มารยาทในการอ่าน การคัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด การเขียนสื่อสารโดยใช้คาได้
ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดพัฒนางานเขียน การเขียนย่อ
ความ การเขียนจดหมายถึงเพื่อนและบิดามารดา การเขียนบันทึก การเขียนรายงาน การเขียนเร่ืองตาม
จินตนาการ มารยาทในการเขยี น การจาแนกข้อเท็จจรงิ และขอ้ คิดเห็น การพูดสรุปความ การพูดแสดงความรู้
ความคิดเหน็ และความรู้สึก การพูดรายงาน การตง้ั คาถามและตอบคาถาม มารยาทในการฟัง การดูและการ
พดู การสะกดคาและบอกความหมายของคา ชนดิ และหนา้ ที่ของคา การใชพ้ จนานุกรม การแต่งประโยค การ
แต่งบทร้อยกรอง และคาขวัญ สานวน สุภาษิต คาพังเพย ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่ิน การอ่านนิทาน
พน้ื บา้ นและนิทานคติธรรม การร้องเพลงพ้นื บ้าน การทอ่ งจาบทอาขยานและบทรอ้ ยกรอง
มีความรคู้ วามเข้าใจ หลกั การใชภ้ าษาอย่างถกู ต้อง
โดยใช้ทักษะการอ่าน สร้างความรู้และความคิด ใช้ทักษะการฟัง ดู พูดอย่างมีวิจารณญาณ
และสร้างสรรค์ ใช้ทักษะการเขียนส่ือสารอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมารยาทในการเขียน ใช้ทักษะการฟัง ดู
พดู อย่างมีวิจารณญาณและสร้างสรรค์มคี วามรู้ความเข้าใจ หลักการใช้ภาษาอย่างถกู ต้อง มมี ารยาทในการฟัง
การดูและการพูด มีนิสัยรักการอา่ น เหน็ คุณคา่ ของวรรณคดี วรรณกรรมและภมู ิปญั ญาไทย
มำตรฐำน/ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗ ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗ ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔ ป.๔/๕ ป.๔/๖ ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑ ป.๔/๒ ป.๔/๓ ป.๔/๔
รวม ๓๓ ตวั ชี้วัด
16
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน
รหสั วชิ ำ ส ๑๔๑๐๑ รำยวชิ ำสังคมศกึ ษำ ๔ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้สังคมศึกษำศำสนำและวัฒนธรรม
ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ ๔ เวลำ ๘๐ ช่ัวโมง/ปี
สงั เกต ศึกษาคน้ ควา้ อภิปราย ซักถาม แสดงความคิดเหน็ รวบรวมข้อมูล สบื ค้น ข้อมูลสรปุ ใจความ
สาคัญเก่ยี วกบั ความสาคัญทางศาสนา และศาสดาของศาสนาพุทธ คมั ภีร์ทางศาสนาทต่ี นนบั ถือ หลักธรรมของ
ศาสนา การบริหารจิตและเจริญปัญญา ช่ืนชมการทาความดีของบุคลากรในสังคม แปลความหมายในคัมภีร์
ศาสนาท่ีตนนับถือ เสนอแนวทางการกระทาของตนเองและผู้อื่นในฐานะพลเมืองดีของสังคม สิทธิเด็ก เพ่ือ
ปอ้ งกันตัวเองและสงั คม เปรยี บเทียบความแตกต่างของวัฒนธรรมในท้องถ่นิ การยอมรบั คุณค่าของกนั และกัน
การรวมกลุ่มทั้งภาครัฐและเอกชน ช่ืนชมการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์เป็นประมุข
การรวมกลุ่มภาครัฐและเอกชนเพ่ือพัฒนาท้องถิ่น อานาจอธิปไตย ปฏิบัติตามกฎหมายในชีวิตประจาวัน
วเิ คราะห์ ผู้ผลิต ผู้บริโภค วิธีการของเศรษฐกิจ การหารายได้ การออม การลงทนุ ผลผลติ ทางด้านเศรษฐกิจ
การตลาด การธนาคาร สถาบนั การเงินอ่ืน ๆ ภาษที ่ีเก่ียวขอ้ งในชีวิตประจาวัน การพึ่งพา การแขง่ ขันทางดา้ น
เศรษฐกิจ ปรากฏการณต์ ่าง ๆ ใช้แผนทีแ่ ละภาพถ่ายระบุลักษณะสาคัญทางกายภาพ แหล่งทรัพยากรและสิ่ง
ตา่ งๆในจังหวดั ของตนเอง ความสมั พนั ธข์ องส่ิงตา่ งๆที่อยู่ในจงั หวัด สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพท่สี ่งผลตอ่ การ
ดาเนินชีวิต การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมและผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงน้ัน และมีส่วนร่วมในการ
อนรุ กั ษส์ ิ่งแวดลอ้ มในจังหวัด
โดยใช้กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญ
สถานการณ์และแก้ปัญหาเพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาไปปฏบิ ัติในการดาเนินชวี ิต มีคุณธรรม
จรยิ ธรรม มีคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ในด้านรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซื่อสตั ย์ มวี ินัย ใฝเ่ รียนรู้ รกั ความเปน็ ไทย
มีจิตสาธารณะ สามารถดาเนินชีวิตอย่างสันติสุขในสังคมไทย และสังคมโลกสามารถนาความรู้ไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและสามารถนาไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจาวันได้อย่าง
ถกู ตอ้ งเหมาะสม
มำตรฐำน/ตัวช้ีวดั
ส ๑.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕ , ป.๔/๖ , ป.๔/๗, ป.๔/๘
ส ๑.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๒.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓ , ป.๔/๔ , ป.๔/๕
ส ๒.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๓.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒
ส ๕.๑ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
ส ๕.๒ ป.๔/๑ , ป.๔/๒ , ป.๔/๓
รวมทงั้ หมด ๓๐ ตวั ชี้วัด
17
คำอธิบำยรำยวิชำพนื้ ฐำน
รหัสวิชำ ส ๑๔๑๐๒ รำยวิชำประวตั ศิ ำสตร์ ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำศำสนำและวฒั นธรรม
ช้ันประถมศึกษำปที ี่ ๔ เวลำ ๔๐ ช่ัวโมง/ปี
ศึกษาความหมาย วิธีการนับ และการใช้ช่วงเวลาเป็นทศวรรษ ศตวรรษ และสหัสวรรษ เกณฑ์
การแบ่งยุคสมัยในทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่แบ่งเป็นสมัยก่อนประวัติศาสตร์และสมัยประวตั ิศาสตร์
รวมทง้ั ช่วงสมัยในการศึกษาประวัตศิ าสตรไ์ ทย สมัยกอ่ นสุโขทัย สมยั สโุ ขทัย สมัยอยุธยา สมยั ธนบุรี และสมัย
รัตนโกสนิ ทร์ ตัวอยา่ งการใช้ชว่ งเวลาในเอกสารต่าง ๆ โดยใช้ทกั ษะการอา่ น การสารวจ การวิเคราะห์ การ
คานวณ เพ่ือให้ใช้ช่วงเวลาในการบอกเล่าเร่ืองราวได้ถูกต้อง และเข้าใจเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นตามช่วงเวลาท่ี
ปรากฏในเอกสารทางประวตั ศิ าสตร์
ศึกษาลักษณะสาคัญ และเกณฑ์การจาแนกหลกั ฐานทางประวัติศาสตรท์ ่ีใช้ในการศกึ ษาความเป็นมา
ของท้องถ่ิน อย่างง่าย ๆ ตัวอย่างของหลักฐานที่พบในท้องถิ่นทั้ง หลักฐานชั้นต้นกับชั้นรอง หลักฐานท่ีเป็น
ลายลักษณ์อักษร กับไม่เป็น ลายลักษณ์อักษร โดยใช้ทักษะการสารวจ การวิเคราะห์ การตรวจสอบข้อมูล
การจาแนก การตคี วาม เพอื่ ฝึกทักษะการสืบคน้ ข้อมูลดว้ ยวธิ ีการทางประวัติศาสตร์
ใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาปัจจัย การตั้งถ่ินฐานและพัฒนาการของมนุษยชาติใน
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ในดินแดนไทยโดยสังเขป การก่อตั้งอาณาจักรโบราณใน
ดนิ แดนไทย ได้แก่ ทวารวดี ศรีวิชัย ตามพรลิงค์ เป็นต้น โดยใช้ทักษะการสารวจ การวิเคราะห์ การตีความ
การสรุปความ เพื่อให้เขา้ ใจพฒั นาการของมนุษยชาติท่มี ีการเปลยี่ นแปลงอยา่ งตอ่ เน่อื งจากอดีตจนถงึ ปจั จุบนั
ศึกษาประวัติศาสตร์เป็นมาของชาติไทยในสมัยสุโขทัยโดยสังเขป ในเร่ืองเก่ียวกับการสถาปนา
อาณาจักร พฒั นาการทางการเมอื งการปกครอง เศรษฐกิจ ประวัตแิ ละผลงานของบุคคลสาคัญ ไดแ้ ก่ พ่อ
ขนุ ศรีอินทราทิตย์ พ่อขุนรามคาแหงมหาราช พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พระยาลิไทย) และภูมิปัญญาไทยใน
สมัยสุโขทัยท่ีนา่ ภาคภูมใิ จ ซึ่งเป็นผลให้อุทยานประวัติศาสตร์ในสุโขทัยและศรีสัชนาลัยไดร้ ับการยกย่องเป็น
มรดกโลก โดยใช้ทักษะการอ่าน การสารวจ การสืบค้น การวิเคราะห์การตีความ เพื่อเข้าใจความเป็นมา
ของชาติไทยในสมัยสุโขทัย รวมทง้ั วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทย และบุคคลสาคัญในสมัยสุโขทยั เกิดความ
รกั และความภูมใิ จในความเป็นไทย ตระหนักถึงความพากเพียรพยายามของบรรพบุรุษไทยทไ่ี ด้ปกปอ้ ง และ
สร้างสรรค์ความเจริญให้บ้านเมือง ตกทอดเป็นมรดกทางวฒั นธรรมสบื ต่อถงึ ปัจจบุ ัน
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวัด
ส 4.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
ส 4.2 ป.4/1 ป.4/2
ส 4.3 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3
รวมทง้ั หมด ๘ ตัวชว้ี ัด
18
คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเตมิ
รหัสวชิ ำ ส ๑๔๒๐๑ รำยวิชำหน้ำทีพ่ ลเมอื ง ๔ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้สังคมศึกษำศำสนำและวฒั นธรรม
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี ๔ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง/ปี
เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทยในพิธีการต่างๆในเรื่องการกล่าวคาต้อนรับ การแนะนา
ตัวเองและแนะนาสถานท่ี แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้ทาประโยชน์ในสังคม มีส่วนร่วมใน
ขนบธรรมเนียมประเพณไี ทยในท้องถ่นิ ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองในเร่อื งความซ่ือสัตยส์ ุจริต อดทน และ
ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง เห็นความสาคัญและแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา
และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ในเร่ืองการใช้สินค้าไทยดูแลรักษาโบราณสถานโบราณวัตถุ และสาธารณ
สมบัติ ปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนท่ีดีปฏิบัติตนตามพระราชจริยวัตรและพระจริยวัตร ปฏิบัติตนตามพระบรม
ราโชวาทในเรื่องการมวี ินยั และการขม่ ใจ หลกั การทรงงานในเรื่องประโยชนส์ ว่ นรวมและพออยพู่ อกินและหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ ีวินยั ในตนเองในเร่อื งความซ่อื สัตย์สจุ รติ ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน
ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง มีส่วนร่วมในการสร้างและ
ปฏิบัติตามข้อตกลงกติกาของหอ้ งเรียนในเรื่องการรักษาความสะอาด การรักษาของใชร้ ่วมกนั และการส่งงาน
โดยใชก้ ระบวนการมสี ่วนร่วมในการสร้างข้อตกลงกตกิ าด้วยหลักเหตุผลและยึดถือประโยชน์ส่วนรวม ปฏิบัติ
ตนตามบทบาทหน้าท่ีของการเป็นสมาชิกท่ีดีของครอบครัวและห้องเรียนในเร่ืองการเป็นผู้นาและการเป็น
สมาชิกที่ดี การมีเหตผุ ลยอมรับฟังความคดิ เห็นของผอู้ ื่นและการปฏบิ ัตติ ามเสียงข้างมากและยอมรบั เสียงข้าง
น้อย มสี ่วนรว่ มและรับผดิ ชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของครอบครัวและห้องเรียน ปฏิบัติตนเปน็ ผู้มีวนิ ัยใน
ตนเองในเรื่องความซือ่ สัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหนา้ ที่และยอมรับผลที่เกิด
จากการกระทาของตนเอง ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคลในเร่ืองเชื้อชาติ ภาษา เพศ
สุขภาพ ความพิการความสามารถ ถน่ิ กาเนิด สถานะของบุคคลฯลฯ อยู่ร่วมกับผูอ้ ื่นอย่างสันตแิ ละพึ่งพาซึง่ กัน
และกันในเร่ืองการไม่รังแก ไม่ทาร้าย ไม่ล้อเลียน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกันและแบ่งปันวิเคราะห์ปัญหาความ
ขัดแย้งในท้องถ่ินในกรณีการใช้สาธารณสมบัติและการรักษาสง่ิ แวดล้อม และเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดย
สันติวิธี ปฏิบัตติ นเป็นผู้มวี ินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสตั ย์สุจริต อดทน และยอมรับผลทเี่ กดิ จากการกระทา
ของตนเอง
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และ
กระบวนการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทย ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซ่ึงความเป็นไทย
แสดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย
อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติ สามารถจดั การความขัดแยง้ ด้วยสันติวธิ ีและมวี นิ ัยในตนเอง
ผลกำรเรยี นรู้
๑. ปฏิบัตติ นเป็นผูม้ ีมารยาทไทย
๒. แสดงออกถงึ ความกตัญญูกตเวทตี อ่ บุคคลในครอบครัว
๓. เหน็ ความสาคัญของภาษาไทย
๔. เขา้ รว่ มกจิ กรรมเก่ียวกบั ชาติศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์
๕. ปฏบิ ัตติ นตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นตามขอ้ ตกลงกตกิ าและหน้าท่ีทตี่ ้องปฏิบตั ิในห้องเรียน
๗. ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหนา้ ท่ีในฐานะสมาชิกที่ดขี องครอบครวั และห้องเรยี น
๘. ยอมรับความเหมือนและความแตกต่างของตนเองและผอู้ ืน่
๙. ยกตวั อย่างความขดั แย้งในหอ้ งเรยี นและเสนอวิธีการแก้ปัญหาโดยสันติวธิ ี
19
๑๐. ปฏิบตั ติ นเป็นผมู้ ีวินัยในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๑๐ ผลกำรเรียนรู้
20
คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน
รหัสวชิ ำ ง๑๔๑๐๑ : กำรงำนอำชพี กลุ่มสำระกำรเรียนรู้กำรงำนอำชีพ
ช้นั ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ เวลำ ๘๐ ชว่ั โมง
ศกึ ษาและเข้าใจเหตุผลในการทางานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ตามลาดับข้ันตอน เข้าใจพลังงานและ
ทรัพยากรในการทางาน ชื่อและหน้าที่ของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ หลักการทางานเบ้ืองต้นของ
คอมพิวเตอร์ ประโยชน์และโทษจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์เพ่ือการทางาน
สรา้ งภาพหรือช้นิ งานจากจินตนาการโดยใช้โปรแกรมกราฟกิ ศกึ ษาความหมายและความสาคญั ของอาชพี
อธิบายการทางาน ปฏิบัติ ใช้ และสร้าง โดยใช้ทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ ทักษะ
กระบวนการแกป้ ญั หา เลอื กใช้เทคโนโลยีในทางสรา้ งสรรคต์ อ่ ชีวิต สังคม ส่ิงแวดลอ้ ม มสี ่วนรว่ มในการจัดการ
เทคโนโลยีท่ียั่งยืน เห็นคุณค่าและใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลการเรียนรู้ การ
สือ่ สาร การแก้ปญั หา การทางาน ใช้ทักษะที่จาเป็น ประสบการณ์ เห็นแนวทางในอาชีพ ใช้เทคโนโลยีเพื่อ
พัฒนาอาชีพ เพ่ือให้มีคุณธรรม และมีลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากร
และสิ่งแวดล้อมเพ่ือการดารงชีวิตและครอบครัวด้วยความซ่ือสัตย์ อดทน ขยันประหยัด รับผิดชอบ และ
เจตคติทีด่ ีตอ่ อาชีพ
มำตรฐำน/ตัวชี้วดั
ง 1.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4
ง 3.1 ป.4/1 ป.4/2 ป.4/3 ป.4/4 ป.4/5
ง 4.1 ป.4/1
รวมทัง้ หมด 10 ตัวชี้วัด
21
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพิ่มเติม
รหสั วชิ ำ ง 14201 คอมพิวเตอร์พืน้ ฐำน กลุ่มสำระกำรเรียนร้คู อมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษำปที ี่ 4 เวลำ 40 ช่ัวโมง
ศึกษาความหมายของข้อมูล แหล่งข้อมูลประเภทของข้อมูล ประโยชน์ของข้อมูล รวบรวมข้อมูลช่ือ
และหน้าทขี่ องอปุ กรณ์ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ การใช้งานคอมพิวเตอรอ์ ย่าง ถกู วิธีการใชอ้ ินเทอรเ์ น็ต
การใช้งานโปรแกรม Ms PowerPoint ในการนาเสนอ จัดรูปแบบ ภาพนิ่ง แทรกตารางและแผนภูมิในงาน
นาเสนอ นาเสนองานภาพน่ิงโดยการสบื ค้น รวบรวมข้อมลู จากแหลง่ ข้อมูลใกลต้ วั และการอภปิ รายเพื่อใหเ้ กิด
ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถอธบิ ายส่ิงท่ีเรยี นรู้ สร้างสรรคผ์ ลงานจากสง่ิ ท่ีได้เรียน สามารถนาไปใช้ ให้
เกดิ ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั เห็นคุณค่า ความสาคัญของข้นึ งานที่สร้างข้ึน
ผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวัง
๑. บอกความหมายของข้อมูล แหล่งขอ้ มลู ประเภทของข้อมลู ประโยชน์ของขอ้ มูล และรวบรวม
ขอ้ มลู ได้
๒. บอกชื่อและหน้าที่ของอปุ กรณ์ องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์และใชง้ านคอมพวิ เตอรไ์ ด้อยา่ งถูก
๓. สบื คนั ขอ้ มูลโดยใชอ้ นิ เทอร์เนต็ ได้
๔. ใช้งานโปรแกรม Ms PowerPoint ในการนาเสนอ จดั รูปแบบ ภาพน่ิงได้
๕. แทรกตารางและแผนภูมใิ นงานนาเสนอได้
๖. นาเสนองานภาพนง่ิ ได้
๗. ประยุกตเ์ พ่ือใช้งานไดแ้ ละเหน็ ความสาคัญของชน้ิ งาน
รวมทง้ั หมด ๗ ผลการเรียนรู้
22
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพิม่ เติม
รหสั วชิ ำ ง 1๔20๕ กลมุ่ สำระกำรเรยี นรกู้ ำรงำนอำชพี ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ ๔
รำยวิชำ สง่ เสริมศักยภำพสูค่ วำมเป็นเลศิ ด้ำนวิชำกำร ๑ เวลำเรยี น 80 ช่ัวโมง
ศึกษาเรียนรเู้ กี่ยวกบั แหล่งพลังงานท่ีใชผ้ ลิตกระแสไฟฟ้า พรอ้ มทั้งนาเสนอการใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยัด
และปลอดภัย โจทยป์ ัญหาการบวก การลบเกีย่ วกับเงนิ สถิตแิ ละการนาเสนอข้อมูล ประโยชน์และโทษจาก
การใช้เทคโนโลยี การเลือกใช้วัสดุและสิ่งของต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย ความสาคัญของดวง
อาทิตย์ พลังงานแสงอาทิตย์ เครื่องใช้ไฟฟา้ ในบ้านที่เปล่ียนพลังงานไฟฟ้า ความยาวเปน็ เมตร เซนติเมตร
และมิลลิเมตร การเลือกเครอ่ื งวดั ที่เหมาะสม และเรียบเทยี บความยาว โจทย์ปัญหาการบวก การลบเกี่ยวกับ
การวัดความยาว การสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ดินเกิดจากหินท่ีผุพังผสมกับซากพืชซากสัตว์ ดินมี
ส่วนประกอบของเศษหิน อินทรยี วัตถุ น้า และอากาศในสัดส่วนที่แตกต่างกันทาให้เกดิ ดินหลายชนดิ พชื แตล่ ะ
ชนิดเจริญเตบิ โตได้ดีในดินที่แตกต่างกัน ดงั นั้นการปลูกพืชจึงควรเลือกใช้ดนิ ให้เหมาะสม การบนั ทกึ กจิ กรรม
การอ่านตาราง หน้าที่และส่วนประกอบของพืช ปัจจัยที่สาคัญต่อการเจริญเติบโตและการสังเคราะห์ด้วย
แสงของพืช ได้แก่ นา้ แก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ แสง และคลอโรฟิลล์ พืชมีการตอบสนองต่อแสง เสยี ง และ
การสมั ผัส ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมภายนอก วัฏจักรชีวิตของพืช เวลา การอ่านตารางเวลา การวัดปรมิ าตร
การนาเสนอขอ้ มูล โครงสรา้ งหรอื รปู ร่างของส่ิงมชี ีวิตท่ีเหมาะสมตอ่ การดารงชีวิตในแหลง่ ท่อี ยู่ ความสัมพนั ธ์
ระหว่างส่ิงมีชีวิตและส่ิงไม่มีชีวิตในแหล่งที่อยู่เดียวกัน สมบัติของวัสดุชนิดต่าง ๆ ในด้านความแข็ง ความ
เหนียว สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อยและการนาไฟฟ้า การอ่านและการเขียนบันทึกกิจกรรมท่ีระบุเวลา
การเขียนแผ่นภูมิแท่ง การเปล่ียนแปลงของสาร การตวง บันทึกรายรับรายจ่าย หลักการทาโครงงาน
ประเภทโครงงาน กระบวนการทาโครงงาน
โดยใช้กระบวนการเทคโนโลยี ประกอบด้วย ๑) กาหนดปัญหาหรือความต้องการ ๒)รวบรวมข้อมูล
๓) เลือกวธิ ีการ ๔) ออกแบบและปฏบิ ัติการ ๕) ทดสอบ ๖) ปรบั ปรงุ แก้ไข ๗) ประเมินผล รวมทัง้ ใชก้ ารฝึก
ความคดิ สรา้ งสรรค์ ๔ ลักษณะ คอื ความคิดรเิ ริม่ ความคิดคลอ่ ง ความคดิ ยดื หย่นุ ความคิดละเอยี ดลออ
เพื่อให้เกิด ความรู้และเข้าใจในเนือ้ หาสาระที่เช่อื มโยงกันท้ัง ๓ วชิ า ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔
สามารถบรู ณาการความคิดรวบยอด มีทักษะกระบวนการแก้ปญั หาต่าง ๆ สามารถเช่ือมโยงกบั การแกป้ ัญหา
ในชีวิตประจาวันของตนเองได้ และสามารถสร้างสรรค์ผลงานและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้
เหมาะสมกับความรู้ในระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
ผลกำรเรียนรู้
๑. ผู้เรียนรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับจานวน อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศและค่าบริการจากการใช้งาน
อุปกรณเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศในชีวิตประจาวนั แลว้ นาเสนอในรปู แผนภูมหิ รือตารางได้
๒. ผู้เรียนอ่านแผนภูมหิ รอื ตาราง และเปรียบเทียบค่าบรกิ ารที่เกี่ยวขอ้ งกบั อปุ กรณเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศได้
ผู้เรยี นอภิปรายและอธิบายประโยชน์และโทษจากการใชง้ านอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศได้ออกแบบ
และเสนอแนวทางหรือวิธีการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อลดค่าบริการจากการใช้งานอุปกรณ์
เทคโนโลยสี ารสนเทศในชีวิตประจาวนั และลงมอื ปฏบิ ัติ
๓. ผ้เู รียนทดลองและอธิบายได้ว่าพลังงานแสงอาทิตย์สามารถเปล่ียนเป็นพลังไฟฟ้าได้ และพลังงานไฟฟ้า
เปล่ียนเป็นพลังงานอ่ืนได้
๔. ผเู้ รยี นอภปิ รายและสรุปประโยชน์ของดวงอาทติ ยไ์ ด้
23
๕. ผู้เรียนออกแบบบ้านจาลองท่ีมีแผงเซลล์สุริยะเป็นส่วนประกอบเป็นภาพร่างสองมิติ และสร้างบ้าน
จาลองตามกระบวนการเทคโนโลยี
๖. ผ้เู รยี นสามารถสืบค้นและอธิบายการเกิดดิน ระบชุ นิดและสมบตั ิของดนิ ท่ีใช้ปลูกพืชในท้องถน่ิ
๗. ผเู้ รยี นสามารถออกแบบการทดลองเพ่ือเลือกชนดิ ของดินในการเพาะปลูกพืชชนิดต่าง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
๘. ผ้เู รียนสรุปและนาเสนอขอ้ มูลจากการทดลองเปน็ แผ่นภมู ิได้
๙. ผเู้ รยี นทดลองและอธบิ ายหน้าที่และสว่ นประกอบของพืชได้
๑๐.ผเู้ รยี นทดลองและอธิบายปจั จยั ที่จาเป็นบางประการต่อการเจริญเติบโตการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช
และการตอบสนองของพืชต่อแสง เสียง และการสมั ผสั
๑๑.ผเู้ รยี นอธิบายเก่ียวกับวฏั จักรชีวติ ของพืช
๑๒.ผู้เรียนสามารถคน้ หาข้อมลู จากอนิ เตอร์เนต็
๑๓.ผเู้ รยี นสรุปและนาเสนอข้อมลู ในรปู แบบตา่ งๆได้
๑๔.ผู้เรยี นสบื คน้ และอธบิ ายพฤติกรรมและการดารงชวี ติ ของแมลงวนั ได้
๑๕.ผเู้ รยี นออกแบบและสรา้ งเครือ่ งดกั แมลงวนั จากวสั ดุที่เหมาะสม
๑๖.ผู้เรียนอธิบายเกยี่ วกับการละลายและปัจจัยท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การละลาย
๑๗.ผูเ้ รียนสงั เกตและอธิบายตวั ละลายและตัวทาละลาย
๑๘.ผเู้ รยี นนาเสนอขอ้ มูลจากการสารวจโดยใช้แผนภมู ิ
๑๙.ผู้เรยี นเขยี นบันทกึ รายรับรายจ่ายได้
รวม ๒๑ ผลกำรเรียนรู้
24
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำเพ่ิมเตมิ
รหัสวชิ ำ จ 14201 รำยวิชำภำษำจีน กลุม่ สำระภำษำตำ่ งประเทศ (ภำษำจีน)
ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 4 เวลำ 40 ช่ัวโมง
ฝึกทักษะใช้ถอ้ ยคา นา้ เสียง และกิริยาท่าทางอยา่ งสภุ าพเหมาะสม ตามมารยาทสงั คม และวฒั นธรรม
ของเจ้าของภาษาได้ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพ่ือให้เข้าใจคาศัพท์ วลี ประโยคพ้ืนฐานท่ี
เกี่ยวข้องกบั ชีวติ ประจาวัน สามารถเรยี นรู้วธิ ีการอ่านออกเสียงตามระบบอักษรภาษาจนี กลางและตวั อักษรจีน
สามารถเขียนตวั อักษร โดยใช้พกู่ ันจนี ได้ ตอบคาถามเกีย่ วกับบทสนทนาในนทิ านอยา่ งง่ายๆได้ เหมาะสมตาม
สถานการณ์ อา่ นและแปลความหมายบทความภาษาจนี อย่างงา่ ยๆได้เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ เกิดเจตคติ
ท่ดี ีต่อภาษาจนี ตลอดจนวฒั นธรรมของเจ้าของภาษาและนาไปใช้ได้อย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ เกิดความคิด
รวบยอด นาไปสู่การเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน สามารถใช้ภาษาเพื่อการเรียนรู้และการ
ประกอบอาชีพในอนาคต
ผลกำรเรียนรทู้ คี่ ำดหวัง
๑. ใช้ภาษาและทาท่าทางในการส่ือสารได้อย่างเหมาะสมกับ โอกาสและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษาได้
2. เขา้ ใจความแตกต่างระหวา่ งภาษาจนี กับภาษาไทยในเรือ่ งคา วลี ประโยคและนาไปใชใ้ นสถานการณ์
ต่างๆอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
๓. สนใจและมีสว่ นร่วมในกจิ กรรมวันสาคัญตา่ งๆทางศาสนา ประเพณี วฒั นธรรมของไทยและของ
เจ้าของภาษา
4. ใชภ้ าษาจนี พูดสื่อสารได้เหมาะสมตามสถานการณ์
๕. เขา้ ใจภาษาได้ ตอบคาถามเกี่ยวกับบทสนทนาในนทิ านอย่างงา่ ยๆได้
รวมจำนวน ๕ ผลกำรเรยี นรู้
25
กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน เป็นกิจกรรมท่ีจดั อย่างเปน็ กระบวนการ ด้วยรปู แบบ วิธีการท่ี
หลากหลายให้ได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง มีความหมาย และมีคุณค่าในการพัฒนา ผู้เรียนท้ังด้าน
ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม มุ่งเสริมเจตคติ คุณค่าชีวิต ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมท่ีพึ่ง
ประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสานึกในธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ปรับตัวและ
ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ ต่อสังคม ประเทศชาติและดารงชิวีติได้อย่างมีความสุข โรงเรียนบ้านศาลาได้
กาหนดเปา้ หมายในการจดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ดงั นี้
1.ผ้เู รียนได้รับประสบการณท์ ่หี ลากหลาย เกดิ ความรู้ความชานาญ ทัง้ วิชาการดแู ลวิชาชพี อยา่ ง
กว้างขวางมากยิง่ ขนึ้
2.ผเู้ รยี นค้นพบความสนใจ ความถนดั และพัฒนาความสามารถพเิ ศษเฉพาะตวั มองเหน็ ช่องทาง
ในการสร้างงาน อาชพี ในอนาคตได้เหมาะสมกบั ตนเอง
3.ผู้เรยี นเหน็ คณุ ค่าขององค์ความรตู้ ่างๆ สามารถนาความรู้และประสบการณ์ไปใชใ้ นการพฒั นา
ตนเอง และประกอบอาชีพ
4.ผูเ้ รียนพฒั นาบุคลิกภาพ เจตคติ คา่ นิยมในการดารงชวี ิต และสร้างศีลธรรม จริยธรรม
5.ผเู้ รียนมีจติ สานกึ และทาประโยชน์เพือ่ สังคมและประเทศชาติ
โรงเรียนบา้ นศาลา ไดจ้ ดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน โดยแบ่งออกเปน็ 3 ลักษณะ ดงั นี้
1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม
สามารถคิดตัดสนิ ใจ คดิ แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชวี ิตท้ังด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับ
ตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเหลือและให้
คาปรึกษาแกผ่ ้ปู กครองในการมีสว่ นร่วมพฒั นาผ้เู รียน
ระดับประถมศึกษา นกั เรยี นทุกคนตอ้ งเขา้ ร่วมกจิ กรรมแนะแนว 10 ช่วั โมงต่อปกี ารศึกษา
แนวกำรจัดกจิ กรรมแนะแนว โรงเรียนบา้ นศาลาได้จดั กิจกรรมแนะแนวเพื่อสง่ เสรมิ และพฒั นา
นักเรียน ดังนี้
1.1 สารวจสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ และธรรมชาติของผู้เรยี น เพอื่ ใชเ้ ปน็ ขอ้ มูล
ในการกาหนดแนวทางและแผนการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมแนะแนว
1.2 ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนท่ีได้จากฐานข้อมูลผู้เรียน
รายบุคคล จากการสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครอง การเยี่ยม
บ้านนักเรียน หรือการสารวจเพ่ือทราบปัญหา ความต้องการ และความสนใจ เพ่ือนาไปกาหนดสาระและ
รายละเอยี ดของกิจกรรมแนะแนว
1.3 กาหนดสัดสว่ นของกิจกรรมด้านการศึกษา การงานและอาชีพ รวมทั้งชีวิตและสังคมให้ได้
สัดส่วนที่เหมาะสม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนเป็นหลัก
โดยครแู ละนักเรียนมสี ว่ นร่วมในการปฏิบัตกิ ิจกรรม
1.4 กาหนดแผนการปฏบิ ัติกิจกรรมแนะแนว โดยระดบั ประถมศึกษาจัดเป็นรายปี/ระดบั
มัธยมศกึ ษาจดั เปน็ รายภาคเรียน แลว้ กาหนดรายละเอียดแต่ละกิจกรรม
1.5 ปฏบิ ัติตามแผนการปฏิบัตกิ ิจกรรมแนะแนว รวมท้ังการจัดบรกิ ารให้คาปรึกษาแกผ่ ้เู รียน
เปน็ รายบคุ คลและรายกลมุ่ ในการศึกษา อาชพี และสว่ นตวั โดยมผี ู้ให้คาปรกึ ษาท่มี ีคุณวฒุ ิ และมคี วาม
26
เชี่ยวชาญในเรื่องการใหค้ าปรกึ ษา โดยใชก้ ระบวนการทางจิตวทิ ยา ตลอดจนมหี อ้ งใหค้ าปรึกษาท่ีเหมาะสม
ชว่ ยเหลือผู้เรียนที่ประสบปัญหาด้านการเงิน โดยการใหท้ ุนการศึกษาแก่ผู้เรยี น
1.6 วดั และประเมนิ ผลการปฏบิ ัติกจิ กรรมแนะแนว ติดตามเก็บขอ้ มูลของนักเรียนท่ีสาเรจ็
การศกึ ษาและสรุปรายงาน
2. กจิ กรรมนกั เรยี น เปน็ กิจกรรมท่สี ่งเสริมและพฒั นาผู้เรยี นในเร่ืองความมีระเบียบวินยั ความเป็น
ผู้นาและผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบการทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมี
เหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้ืออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด
และความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน
ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและ
สอดคล้องกบั วฒุ ภิ าวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและทอ้ งถน่ิ
กจิ กรรมนักเรยี นประกอบด้วย
2.1 กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี นกั เรยี นทกุ คนต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี ระดับ
ประถมศกึ ษา 30 ชัว่ โมงตอ่ ปีการศกึ ษา
1.1 แนวกำรจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนำรี โรงเรียนบ้านศาลา ได้จัดกิจกรรมลูกเสือ
เนตรนารี เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักเรียนโดยจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ ( Scout Method) ซ่ึงมี
องคป์ ระกอบ 7 ประการ คอื
1) คาปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ท่ีลูกเสือทุกคนให้คามั่นสัญญาว่าจะ
ปฏบิ ัตติ ามกฎของลูกเสอื กฎของลูกเสือมีไวใ้ ห้ลกู เสือเปน็ หลกั ในการปฏบิ ัติ ไมไ่ ด้ “ห้ำม” ทา หรือ “บงั คับ
ให้” ทา แตถ่ า้ “ทา” จะเกดิ ผลดแี กต่ ัวเอง เป็นคนดี ได้รบั การยกย่องว่าเป็นผู้มีเกียรตเิ ช่อื ถอื ได้
2) เรียนรู้จากการกระทา เป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความสาเร็จหรือไม่สาเร็จของ
ผลงานอยู่ท่กี ารกระทาของตนเอง ทาให้มคี วามรู้ที่ชัดเจน และสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ดว้ ยตนเองได้ และท้า
ทายความสามารถของตนเอง
3) ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน
การยอมรับซ่ึงกันและกัน การแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันซ่ึงเป็นการเรียนรู้
ประชาธปิ ไตยเบือ้ งตน้
4) การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหนึ่งเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ
เนตรนารี ด้วยการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เคร่ืองแบบ เคร่ืองหมาย การทาความเคารพ รหัส คา
ปฏิญาณ กฎ คติพจน์ คาขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็น
สมาชกิ ขององค์การลูกเสือโลก ซง่ึ มีสมาชกิ อยู่ทว่ั โลกและเป็นองคก์ รที่มีจานวนสมาชิกมากท่ีสุดในโลก
5) การศึกษาธรรมชาติ คือ สิ่งสาคัญอันดับหนึ่งในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอัน
โปรง่ ใสตามชนบท ป่าเขา ปา่ ละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นทีป่ รารถนาอย่างยิ่งในการไปทากิจกรรมกับธรรมชาติ
การปีนเขา ต้ังค่ายพักแรม หรือตามวาระการอยู่คา่ ยพักแรมตามกฎระเบียบ เป็นที่เสน่หาแก่เด็กทุกคน ถ้า
ขาดสง่ิ น้ีแลว้ ก็ไม่เรียกวา่ การใชช้ ีวิตลกู เสอื
6) ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้เด็กทาต้องให้มี
ความก้าวหน้าและแรงดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตอื รือร้น อยากทจ่ี ะทาและวตั ถุประสงคใ์ นการจัดแต่ละ
อย่างให้สัมพันธ์กับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเรียนท่ีสนุกสนาน การแข่งขันกันที่เป็นส่ิง
ดึงดดู ใจและเป็นการจงู ใจทีด่ ี
27
7) การสนับสนนุ โดยผใู้ หญ่ ผู้ใหญเ่ ป็นผู้ท่ชี ี้แนะหนทางทีถ่ กู ต้องให้แก่เดก็ เพอื่ ใหเ้ ขา
เกิดความมนั่ ใจในการท่ีจะตดั สนิ ใจกระทาสิ่งใดลงไปท้ังคมู่ ีความต้องการใหผ้ ู้ใหญ่ชว่ ยชนี้ า ผใู้ หญเ่ องกต็ อ้ งการ
นาพาไปสู่หนทางทด่ี ที ่ีสดุ จงึ เปน็ การร่วมมอื ดว้ ยกนั ท้งั สองฝ่าย การจดั กิจกรรมลกู เสอื เนตรนารี มีแนวในการ
จัดกิจกรรมดังนี้
1. จัดเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีตามหลักสูตรในแต่ละ
ระดับชน้ั ส่วนการจัดกจิ กรรมเพอ่ื รับเครอ่ื งหมายวิชาพิเศษของลกู เสือ เนตรนารี แต่ละประเภทอาจใช้ในเวลา
เรยี นปกตหิ รอื นอกเวลาเรียนก็ได้
2. การจดั กจิ กรรม
2.1 จดั ให้มีการเปิดประชุมกองลูกเสือ เนตรนารี ทกุ ครงั้ เพื่อเป็นการฝึกความมี
ระเบยี บวนิ ัยในตนเองโดยปฏบิ ัติตามขั้นตอน ดังน้ี
2.1.1 พิธเี ปิด (ชักธงขน้ึ สวดมนต์ สงบน่ิง ตรวจ แยก)
2.1.2 เกมหรอื เพลง
2.1.3 เรยี นตามหลกั สูตร
2.1.4 การเลา่ เร่ืองสนั้ ท่เี ป็นประโยชน์
2.1.5 พธิ ปี ดิ (นัดหมาย ตรวจ ชักธงลง เลกิ )
2.2 กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรม การเดินทางไกลและการอยู่ค่ายพักแรม มี
วัตถุประสงค์เพือ่ ฝึกให้ลูกเสือมีความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย รู้จกั ชว่ ยตนเอง รูจ้ ักอยแู่ ละทางานร่วมกบั ผู้อ่ืน
ตลอดจนเรียนวชิ าลูกเสือเพิ่มเติม ผบู้ งั คบั บัญชาลูกเสอื จึงมีการวางแผนนาลกู เสอื ไปเดนิ ทางไกลและอยคู่ ่ายพัก
แรม โดยนาลูกเสือไปฝึกเดินทางไกล และอยคู่ ่ายพกั แรมปีหนึ่งไม่นอ้ ยกว่า 1 คร้ัง ครั้งหนึ่งให้อยคู่ ่ายพักแรม
อย่างน้อย 1 คนื
2.3 กจิ กรรมพธิ ีการ จดั ให้มกี ิจกรรมพธิ กี ารลูกเสือ เชน่ พธิ เี ข้าประจากอง พิธี
ทบทวนคาปฏญิ าณและสวนสนาม พธิ ถี วายราชสดุดี พิธปี ระดบั เครื่องหมายตา่ งๆ เป็นต้น เพอื่ ใหล้ ูกเสือมี
ความภาคภูมิใจและเห็นคณุ ค่าในการเป็นลกู เสอื
2.4 กจิ กรรมบาเพญ็ ประโยชน์ ส่งเสรมิ การจดั กิจกรรมใหล้ กู เสอื ได้บาเพ็ญ
ประโยชนต์ ามอดุ มการณข์ องลกู เสือ
3. ผู้บังคับบัญชาลกู เสือควรผา่ นการฝกึ อบรมวิชาผกู้ ากับลูกเสือข้นั ความรูเ้ บ้อื งตน้ ในแต่ละ
ประเภท
4. จดั ใหม้ ีการต้ังกลุม่ หรือกองลูกเสือตามข้อบงั คับคณะลูกเสอื แห่งชาติ
2. กจิ กรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนตอ้ งเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ระดับประถมศึกษาปีท่ี 2 จานวน 10
ชว่ั โมงต่อปีการศกึ ษา โรงเรียนบ้านศาลาได้จดั กจิ กรรมชุมนุมดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร (English for Communication 2)
แนวกำรจัดกิจกรรมชุมนุม โรงเรียนบ้านศาลา ได้จัดกิจกรรมชุมนุม เพื่อส่งเสริมและพัฒนา
นกั เรียนในแตล่ ะระดับช้ัน ดงั น้ี
1) จัดกิจกรรมชุมนุมในแต่ละระดับช้ันตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช
2551
2) จัดกิจกรรมชุมนุมให้ผู้เรียนดาเนินกิจกรรมอย่างหลากหลายทั้งรูปแบบภายในหรือ
ภายนอกห้องเรียน และระยะเวลาการจัดกิจกรรมท้ังเป็นกิจกรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียนและกิจกรรม
ระยะเวลา 1 ปกี ารศึกษา
28
3) สารวจความสนใจของผู้เรียนในการเลือกเข้าร่วมชุมนุม ชมรมและใหผ้ ู้เรียนร่วมกันจดั ตั้ง
ชุมนุม ชมรม และเชิญครูมาเป็นท่ีปรึกษา โดยร่วมกันดาเนินกิจกรรมชุมนุม ชมรม ตามระเบียบปฏิบัติท่ี
โรงเรียนกาหนด
4) จัดกิจกรรมโดยให้มกี ารใช้ประสบการณ์แลกเปล่ียนเรยี นรู้และเผยแพร่กิจกรรม สมาชิก
ของชุมนมุ เข้ารว่ มกิจกรรม ร่วมปฏบิ ัติกิจกรรม และมผี ลงาน/ชิน้ งาน/คุณลกั ษณะตามที่โรงเรียนกาหนด
5) ครูทป่ี รกึ ษาชมรมมีการประเมิน มีระบบการกากับติดตาม และประเมินผลตามหลกั เกณฑ์
การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานของชมุ นมุ ชมรม อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
3. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็น
ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดงี าม ความเสยี สละต่อสงั คม มจี ติ สาธารณะ เชน่ กจิ กรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรคส์ งั คม
นักเรียนทุกคนในโรงเรียนบ้านศาลา ต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ระดับ
ประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 10 ช่ัวโมงต่อปกี ารศกึ ษา
แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ โรงเรียนบ้านศาลาได้จัดกิจกรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณะประโยชน์ เพื่อสง่ เสริมและพฒั นานกั เรียนในแตล่ ะระดับชัน้ ดงั น้ี
1. จัดเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างต่อเน่ืองทุกภาคเรียน/ปี
การศกึ ษา
2. เน้นใหผ้ ้เู รยี นเป็นผูจ้ ดั กจิ กรรมดว้ ยตนเองทกุ ขน้ั ตอนและต่อเนื่อง โดยมีครเู ปน็ ท่ปี รกึ ษา
3. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมตาม
องคค์ วามรู้ทไี่ ดจ้ ากการเรียนรูแ้ ละประสบการณ์โดยจดั กิจกรรมท้ังภายในโรงเรียนและภายนอกโรงเรยี น
4. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม โดยผู้เรียนนาเสนอการจัดกิจกรรมต่อ
โรงเรยี นเพือ่ ขอความเห็นชอบ โดยกิจกรรมนนั้ จัดท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษาและมีระยะเวลาเร่ิมต้น
และส้นิ สุดอยา่ งชัดเจน
5. จดั กิจกรรมรว่ มกับองค์กรอน่ื โดยผเู้ รยี นอาสาสมัครเข้ารว่ มกิจกรรมกบั หนว่ ยงานหรือองค์กรอน่ื ๆ
ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ซึ่งผู้เรียนสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมโดย
หน่วยงานอ่ืนเขา้ มาจัดกจิ กรรมในโรงเรยี นหรอื รว่ มกับหนว่ ยงานอื่นจัดกจิ กรรมนอกโรงเรยี น
แนวทำงกำรประเมินผลกจิ กรรมพัฒนำผเู้ รยี น
กำรประเมินผลกำรจดั กิจกรรมแนะแนว
ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมแนะแนว ครูผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมแนะแนวผู้เรียน และ
ผูป้ กครอง มภี ารกิจทร่ี บั ผิดชอบ ดงั นี้
1. ครูผจู้ ดั กจิ กรรมแนะแนว
1.1 จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ที่
สถานศึกษากาหนดและตามสภาพความตอ้ งการและปัญหาของผู้เรยี น
1.2 รายงานเวลาและการเข้ารว่ มกจิ กรรม
1.3 ศึกษา ติดตาม และพฒั นาผู้เรยี นในกรณีทผ่ี เู้ รียนไมเ่ ขา้ รว่ มกิจกรรม
1.4 ประเมินผลผู้เรยี น โดยดูจากการพัฒนาการของผู้เรียนตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดเปน็ สาคัญ
ในกรณีที่ผลการประเมินยังไม่ผ่านให้ครูผู้จัดกิจกรรมดาเนินการซ่อมเสริมโดยผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมซ้าหรือ
29
ปฏิบัติกจิ กรรมเพ่ิมเติม จนกระทัง่ ผ้เู รียนบรรลุคณุ ลักษณะตามวตั ถุประสงคข์ องกิจกรรมหรือผา่ นการประเมิน
ตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด
1.5 บนั ทึกผลการติดตามและประเมินผลผเู้ รียนไวเ้ ป็นหลกั ฐาน
2. ผู้เรียน
2.1 มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด โดยมีหลักฐานการแสดงเวลาการ
เข้าร่วมกจิ กรรม
2.2 ปฏิบัตกิ ิจกรรมตามครูผู้รับผดิ ชอบมอบหมาย ถา้ ไม่ผ่านให้ปฏบิ ัติกิจกรรมซ้าหรือปฏิบัตเิ พ่ิมเติม
และมชี น้ิ งาน/ผลงาน/คุณลักษณะตามท่ีครผู จู้ ดั กิจกรรมมอบหมายใหป้ ฏบิ ตั ิ
3. ผปู้ กครอง
3.1 ผ้ปู กครองควรมีส่วนร่วมในการประเมินผลพัฒนาการของผเู้ รียน และมีการบนั ทึกสรุปพฒั นาการ
และการปฏิบัตกิ จิ กรรมของผเู้ รยี น
กำรประเมนิ ผลกำรจัดกิจกรรมลกู เสอื เนตรนำรี
การประเมินผลกิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี เป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการด้าน
ต่าง ๆ ของผู้เรียนลูกเสือ เนตรนารี ซึ่งนอกจากพิจารณาความรู้ตามทฤษฎีแล้ว ต้องพิจารณาด้านความ
ประพฤติ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมที่เนน้ ทักษะและการปฏิบัตติ ่าง ๆ ดว้ ยวิธีการประเมินท่ีหลากหลาย
และการประเมินตามสภาพจริง แบง่ การประเมนิ ผลออกเป็น 2 สว่ น คอื
1. กจิ กรรมบงั คับ เป็นการประเมนิ ผลกจิ กรรมตามหลักสตู ร เพ่อื ให้ผเู้ รียนผ่านเกณฑก์ ารตดั สนิ เล่ือน
ชั้นหรือจบหลักสูตร โดยการเข้าร่วมกิจกรรมและผ่านการประเมินตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกาหนด มีการ
ประเมินผลตลอดภาคเรียน/ปี โดยวิธีการสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม การซักถาม การทดสอบภาคทฤษฎี
และปฏิบตั ิ โดยกาหนดเกณฑ์การแประเมินเป็น “ผา่ น” และ “ไม่ผา่ น”
ผำ่ น หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและมี
ผลงาน/ช้ินงาน/คุณลกั ษณะตามเกณฑ์ทโ่ี รงเรียนกาหนด
ไม่ผ่ำน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ
กิจกรรมหรอื มผี ลงาน/ชนิ้ งาน/คณุ ลกั ษณะไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ทโี่ รงเรยี นกาหนด
2. วิชาพิเศษ ประเมินผลวิชาพิเศษในแต่ละวิชา ใชว้ ิธีการทดสอบท้ังภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตาม
หลกั เกณฑใ์ นขอ้ บงั คบั คณะลกู เสือแห่งชาติ
กำรประเมินผลกำรจดั กิจกรรมชมุ นุม
การประเมินผลการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการด้าน
ตา่ งๆ ซ่ึงนอกจากพิจารณาความรู้ตามทฤษฎีแล้ว ต้องพิจารณาดา้ นความประพฤติ พฤติกรรมการเข้าร่วม
กจิ กรรมท่ีเน้นทักษะและการปฏิบัติต่างๆ ด้วยวิธีการประเมินที่หลากหลายและการประเมินตามสภาพจริง
โดยกาหนดเกณฑ์การประเมนิ เป็น “ผา่ น” และ “ไม่ผ่าน”
ผำ่ น หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและมี
ผลงาน/ช้นิ งาน/คุณลักษณะตามเกณฑท์ ี่โรงเรียนกาหนด
ไมผ่ ำ่ น หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ
กิจกรรมหรือมผี ลงาน/ชน้ิ งาน/คณุ ลกั ษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑ์ท่ีโรงเรยี นกาหนด
30
กำรประเมินผลกำรจัดกิจกรรมเพ่อื สังคมและสำธำรณประโยชน์
การประเมินผลการจัดกจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ ผูเ้ รียนตอ้ งเขา้ รว่ มกิจกรรมให้ครบ
ตามกรอบเวลาในโครงสรา้ งของหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐานพุทธศกั ราช 2551 ดังนี้
ระดับประถมศกึ ษาปที ี่ 4 มีเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรม 10 ช่ัวโมง
ผ่ำน หมายถึง ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน/
ชิ้นงาน/คณุ ลกั ษณะตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนด
ไม่ผ่ำน หมายถึง ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมหรือมีผลงาน/
ชน้ิ งาน/คุณลักษณะไมเ่ ปน็ ไปตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากาหนด
ในกรณีท่ีผู้เรียนไม่ผ่าน ครูท่ีปรึกษาต้องให้ผู้เรียนซ่อมเสริมการจัดกิจกรรมให้ครบตามกรอบเวลาที่
กาหนดในโครงสร้างของหลักสูตร
กำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรขู้ องผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพ้ืนฐานสองประการคือ การ
ประเมินเพอ่ื พฒั นาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรยี น ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบ
ผลสาเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้
สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น
กระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ
ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชนต์ ่อการส่งเสริมให้
นักเรียนเกดิ การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับ
สถานศึกษา มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
1. กำรประเมินระดับชน้ั เรียน เปน็ การวดั และประเมินผลท่อี ยใู่ นกระบวนการจดั การเรียนรู้
ครู ผู้สอนดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่าง
หลากหลาย เชน่ การซักถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระ
งาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรียน
ประเมินตนเอง เพ่ือนประเมินเพอื่ น ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณที ไ่ี ม่ผ่านตัวชีว้ ัดให้มี การสอนซอ่ มเสริม
การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า นักเรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้อง
ได้รับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสรมิ ในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นขอ้ มูลให้ผสู้ อนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอน
ของตนดว้ ย ทง้ั นีโ้ ดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ดั
2. กำรประเมินระดับสถำนศึกษำ เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพ่ือตัดสินผล การเรียนของ
ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน นอกจากน้ีเพ่ือให้ได้ข้อมูลเกย่ี วกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา วา่ สง่ ผลตอ่ การเรียนรู้
ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพ่ือการ
31
ปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ผู้ปกครอง
และชุมชน
ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพ
นกั เรียน ทีจ่ ะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแกไ้ ข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตาม
ศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม
นักเรยี นท่ัวไป กลมุ่ นักเรยี นที่มคี วามสามารถพเิ ศษ กลุม่ นกั เรยี นท่ีมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนตา่ กลมุ่ ผู้เรยี นท่ี
มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มนักเรียนท่ีปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มนักเรียนท่ีมีปัญหาทางเศรษฐกิจและ
สังคม กลมุ่ พกิ ารทางร่างกายและสติปญั ญา เป็นต้น ขอ้ มูลจากการประเมินจึงเป็นหวั ใจของสถานศึกษาในการ
ดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสาเร็จในการ
เรียน
โรงเรียนบ้านศาลาในฐานะผรู้ ับผดิ ชอบจัดการศึกษา ได้จดั ทาระเบียบว่าดว้ ยการวัดและประเมินผล
การเรียนของสถานศกึ ษาใหส้ อดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัตทิ ีเ่ ปน็ ขอ้ กาหนดของหลกั สูตร
สถานศกึ ษา เพื่อใหบ้ คุ ลากรท่ีเกี่ยวข้องทุกฝ่ายถอื ปฏิบัติรว่ มกัน
เกณฑก์ ำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรียน
1 .กำรตัดสิน การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรียน
1.1 กำรตัดสนิ ผลกำรเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนนั้ ผู้สอนต้องคานงึ ถึงการพัฒนานักเรียนแต่ละคนเป็น
หลัก และต้องเก็บขอ้ มลู ของนกั เรยี นทกุ ด้านอยา่ งสม่าเสมอและต่อเนอ่ื งในแต่ละภาคเรยี น รวมทั้งสอนซ่อมเสริม
ผู้เรยี นใหพ้ ัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ
ระดบั ประถมศึกษำ
(1) ผู้เรยี นต้องมีเวลาเรียนไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ 80 หรือ 840 ชั่วโมง ของเวลาเรยี นทงั้ หมดและ
รายวิชาเพมิ่ เตมิ / กิจกรรมเพมิ่ เตมิ จานวน 40 ชัว่ โมง และมีผลการประเมนิ รายวชิ าพ้ืนฐานผา่ นทกุ รายวชิ า
(2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจานวน
ตัวช้วี ดั
(3) ผูเ้ รียนต้องได้รับการตดั สนิ ผลการเรียนทุกรายวชิ า ไม่นอ้ ยกวา่ ระดบั “ 1 ” จึงจะถือวา่ ผ่าน
เกณฑ์ตามท่ีสถานศึกษากาหนด
(4) นักเรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนใน
ระดบั “ผ่าน” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป และมผี ลการประเมิน
กจิ กรรมพฒั นานกั เรียน ในระดับ “ผ่าน”
32
การพิจารณาเลื่อนช้ันท้ังระดับประถมศึกษา ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และ
พจิ ารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผ่อนผันให้เล่ือนชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผา่ นรายวิชา
จานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับช้ันที่สูงข้ึน ให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้
เรยี นซ้าช้ันได้ ทัง้ นใี้ ห้คานึงถงึ วฒุ ภิ าวะและความรู้ความสามารถของนักเรียนเป็นสาคญั
1.2 กำรใหร้ ะดบั ผลกำรเรยี น
ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือ
ระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิของนักเรียน เป็นระบบตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนเปน็ 8 ระดบั ดังนี้
ระดบั ผลกำรเรยี น ควำมหมำย ช่วงคะแนนร้อยละ
4 ผลการเรียนดีเยยี่ ม 100 - 80
3.5 ผลการเรียนดีมาก 77 - 75
3 ผลการเรียนดี 74 - 70
2.5 ผลการเรียนค่อนขา้ งดี 67 - 65
2 ผลการเรียนนา่ พอใจ 64 - 60
1.5 ผลการเรยี นพอใช้ 57 - 55
1 ผลการเรียนผา่ นเกณฑ์ขั้นตา่ 54 - 50
0 ผลการเรียนตา่ กว่าเกณฑ์ 47 - 0
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการ
ประเมนิ เปน็ ดีเยีย่ ม ดี ผา่ นและไมผ่ ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงานของการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้ารว่ มกิจกรรม การ
ปฏิบัตกิ ิจกรรมและผลงานของผเู้ รียน ตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนด และใหผ้ ลการเข้าร่วมกิจกรรมเปน็ ผ่าน
และไมผ่ ่าน
Learning Areas
Learning areas comprise bodies of knowledge, skills or learning pro
all basic education learners. The contents are divided into eight learning
Science : application of Thai Language :
knowledge and scientific process skills and culture
for study and search for application for
knowledge and systematic communication;
problem-solving; logical, appreciation of T
analytical and constructive and pride in natio
thinking; and scientific mindedness
Arts : knowledge and skills for initiative; Bodies of k
inspiration and imagination in creating significant
works of art; aesthetics characteris
Basic Educa
Health and Physical Education :
knowledge, skills and favorable Curric
attitude towards strengthening
one’s own health and that of Foreign Languages :
others; prevention and proper knowledge, skills, attitude and
treatment of various things culture in foreign language
affecting one’s health; and life skills application for communication,
seeking further knowledge and
livelihood
33
ocesses and desirable characteristics, attainment of which is required of
g areas :
knowledge Social Studies, Religion and Culture : peaceful
e in language coexistence in Thai
society and the world community;
delight in and good citizenship; faith in religious
Thai wisdom; teachings; appreciation of resources and the
onal language environment; and patriotism and pride in Thai-ness
Arts: knowledge and skills for initiative; inspiration
knowledge, and imagination in creating works of art; aesthetics
skills and and art appreciation
stics in the
ation Core Mathematics : application of
culum knowledge, skills and scientific
process for problem-solving, way
of life and further education;
reasonableness; favorable
attitude toward mathematics;
development of systematic and
constructive thinking
Occupations:
knowledge, skills and attitude
towards work; management;
way of life; livelihood.
34
35
เอกสารอ้างองิ
กระทรวงศึกษาธิการ. ( 2551). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค์ รุ ุสภา ลาดพรา้ ว.
สานกั วิชาการ และมาตรฐานการศึกษา สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ( 2551). ร่างเอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 แนวปฏบิ ัติการวัด และประเมินผลการเรยี นร.ู้
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด.
________. ( 2551). ร่างเอกสารประกอบหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช
2551 ทางการบรหิ ารจัดการหลกั สูตร. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พช์ มุ นมุ
สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด.