หลักสูตรพฒั นาผเู้ รียนสู่ความเป็นเลิศดา้ นภาษาอ1ังกฤษ
โรงเรียนบา้ นศาลา
ระดับชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3
The Development of Excellence in Learners of
the English Curriculum of the Baansala School
(Primary 3)
Baansala School
Chiang Mai Provincial Administrative Organization
2
3
วิสัยทศั น์
โรงเรียนบ้านศาลามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ตามมาตรฐาน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของหลักสูตรสู่ทักษะศตวรรษที่ 21 น้อมนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบนพื้นฐานอัตลักษณ์เชียงใหม่
ส่งเสริมกระบวนการคิดและการใช้ภาษาเพ่ือการ สื่อสารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School based
Management)
Vision
Baansala School aims to develop students who will have knowledge according to
standards and desirable characteristics of 21st century skills, which will lead to the students’
understanding of the sufficiency economy philosophy based on a ChiangMai identity. The
school aims to promote thought processes and language use for communication using schools
as a basic.
4
คำนำ
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีพุทธศักราช 2551
เพื่อนาไปสู่การพัฒนาหลักสูตรที่มีความเหมาะสม ชัดเจน ท้ังเป้าหมายของหลักสูตรในการพัฒนาคุณภาพ
ผเู้ รียน และกระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยได้มีการกาหนดวสิ ัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญ
ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อใช้เป็นทิศทางในการ
จัดทาหลักสูตรการเรียนการสอนในแต่ละระดบั ช้นั
โรงเรียนบ้านศาลาได้ดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา โดยศึกษาเอกสารหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐานปีพุทธศักราช 2551 เป็นกรอบและทิศทางในการจัดทาและจัดการเรียนการสอนเพ่ือ
พัฒนาผเู้ รียนในสังคมที่มีการเปลยี่ นแปลง และมีความสามารถหาความรู้เพอื่ พัฒนาตนเองอย่างตอ่ เนือ่ งตลอด
ชวี ิต
โรงเรียนบ้านศาลาไดด้ าเนนิ การจัดทาหลกั สูตร The Development of Excellence in Learners
of the English Curriculum of the Baansala School (2018) สาเร็จและได้ประกาศใช้หลักสูตรดังกล่าว
มาแล้ว 1 ปี เพื่อเป็นการพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา และเกิดประโยชน์
สูงสุดแก่ผู้เรียน จึงได้ดาเนินการปรับปรุงหลักสูตร Mini English Program โดยได้รับความร่วมมือจาก
บุคลากรทกุ ฝ่ายท่ีเก่ยี วข้อง ขอขอบคุณทกุ ท่าน ทีม่ สี ว่ นร่วมในการปรบั ปรงุ หลักสูตรคร้ังน้ี ทั้งนีเ้ พือ่ ประโยชน์
ในการพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาสืบไป
โรงเรียนบ้านศาลา
มนี าคม 2561
5
สำรบญั
หนา้
ประกำศโรงเรียนบ้ำนศำลำ เรอื่ งให้ใชห้ ลักสูตร The Development of Excellence 1
1
in Learners of the English Curriculum of the Baansala School (2018) 2
วสิ ยั ทัศน์
คำนำ 2
5
สำรบญั
สว่ นนำ 6
7
- หลกั การและเหตุผล 9
- วัตถปุ ระสงค์
สมรรถนะของผเู้ รียน 10
11
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ 12
13
คุณภำพผ้เู รียน 14
โครงสรำ้ งหลกั สตู รชน้ั ปี
คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ 15
16
-Mathematics
-Science 17
18
-Health Education and Physical Education 19
-Art
-English 20
21
- ภาษาไทย
- สังคมศึกษา 22
23
- ประวัติศาสตร์ 26
- หนา้ ท่ีพลเมอื ง
- การงานอาชีพ 29
31
- คอมพิวเตอรพ์ นื้ ฐาน
- สง่ เสริมศักยภาพสูค่ วามเป็นเลศิ
- ภาษาจีน
กิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น
แนวทำงกำรประเมินผลกิจกรรมพฒั นำผเู้ รียน
เกณฑก์ ำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี น
Learning Areas
เอกสำรอำ้ งอิง
1
Baansala School Mini English Program (MEP) ปีกำรศกึ ษำ ๒๕๖1
1.หลกั กำรและเหตผุ ล
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาตา่ งประเทศที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สดุ เนือ่ งจากเป็นภาษากลางที่
ใช้ส่ือความหมายไปเกอื บท่ัวโลก ทง้ั ในฐานะที่เปน็ เครื่องมือทจี่ ะเขา้ ถึงแหล่งวิทยาการต่างๆ และค้นคว้าความรู้
ใหม่ๆ ปัจจุบันมีคนท่ัวโลกใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการส่ือสาร ดังนั้น จึงเป็นความจาเป็นอย่างยิ่งท่ีจะ
สง่ เสริมใหป้ ระชากรไทยได้เรยี นร้ภู าษาองั กฤษในระดับที่จะส่ือสารได้ เปน็ เคร่ืองมอื ในการแสวงหาความรู้ และ
การประกอบอาชีพ ตลอดจนการเจรจาต่อรองสาหรับการแข่งขันด้านเศรษฐกิจและสังคมในเวทีสากล
ประเทศไทยได้เขา้ ร่วมประชาคมอาเซยี นเพอ่ื เพิ่มอานาจในการต่อรองและเพ่มิ ขีดความสามารถในการแข่งขัน
ในเวทีระหว่างประเทศ เพ่ือให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ร่วมและพัฒนาประเทศในภูมิภาคไปพร้อม ๆ กัน
ภาษาอังกฤษจึงเป็นเครื่องมือสื่อสารท่ีสาคญั ยิง่ สาหรับคนไทยในอนาคตอันใกล้น้ี เพ่ือใหก้ ารศกึ ษาสอดคลอ้ ง
กับสภาพความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกจิ สังคม และความเจริญก้าวหน้าทางวชิ าการ และการพัฒนาผเู้ รยี นให้
มีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาระดบั สากล เปน็ ผนู้ าทด่ี ี มีสติปัญญา ศักยภาพ คุณภาพชีวติ และค่านิยมท่ีดี
รวมทั้งมีความรับผิดชอบ และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามวิสยั ทัศน์ของโรงเรียน และมีศักยภาพเป็นพล
โลก (World citizen) เพื่อพัฒนายกระดับคณุ ภาพ เป็นการต่อยอดคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงคท์ ี่เป็นมาตรฐาน
ชาติ คือ การจัดการศึกษาให้ผู้เรียนเป็นคนดี คนเก่งและมีความสุข ตามปฏิญญาว่าด้วยการจัดการศึกษาใน
ศตวรรษท่ี 21 และใช้หลักสูตรการศึกษาที่มีเป้าหมายให้ผู้เรียนได้เรียนเพื่อรู้ (Learn to know ) เรียนเพ่ือ
เปน็ (Learn to be) เรียนเพอ่ื ทา (Learn to do) เพ่อื สรา้ งคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ในฐานะพลเมืองของชาติ
และ Learn to live together เพื่อสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในฐานะพลเมืองโลก ให้ผู้เรียนมีพื้นฐาน
จติ ใจท่ีดีงาม มีจิตสาธารณะ มีสมรรถนะ ทกั ษะและความรพู้ ื้นฐานที่จาเป็นในการดารงชีวิต มีคุณธรรม มี
ทักษะการคิดวิเคราะห์ สรา้ งสรรค์ มที กั ษะดา้ นเทคโนโลยี สามารถทางานร่วมกับผอู้ ืน่ ตลอดจนอยู่รว่ มกับผู้อ่ืน
ในสังคมโลกไดอ้ ยา่ งสนั ติ สามารถเป็นผนู้ าทดี่ ขี องสงั คม
โรงเรยี นบ้านศาลา ตระหนักถงึ ความสาคัญในการพัฒนาทักษะการใชภ้ าษาอังกฤษแก่นักเรียนรวมทั้ง
เพ่ือเป็นการสร้างโอกาสสาหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านศาลา จึงได้จัดทาหลักสูตรพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ
ด้านภาษาอังกฤษ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน รวมท้ังจัดกิจกรรมเพ่ือเสริมสร้าง
บรรยากาศการเรยี นรูภ้ าษาอังกฤษ
๒.วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพือ่ ใหน้ ักเรียนมีทกั ษะการใช้ภาษาอังกฤษเพอ่ื การส่อื สารในชีวติ ประจาวันได้
๒. เพอื่ ให้นักเรียนมคี วามเชอื่ ม่ันในตนเอง สามารถพฒั นาตนใหเ้ ปน็ บคุ คลแหง่ การเรยี นรู้
๓. สามารถคดิ วิเคราะห์แก้ปัญหาไดแ้ ละมีจิตสานึกตอ่ ตนเอง ชมุ ชนและสังคมโลกโดยใช้
ภาษาองั กฤษเป็นสือ่
4. เพื่อสง่ เสรมิ การพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรยี นให้เตม็ ตามศักยภาพโดยเปดิ โอกาสให้
ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามสี ่วนรว่ ม
5. เพอ่ื มุ่งพฒั นาผู้เรียนสคู่ วามเป็นเลิศ มีศกั ยภาพในเวทกี ารแขง่ ขนั ในระดบั ทีส่ ูงขน้ึ เปน็ สมาชิก
ประชาคมโลก ได้อย่างเท่าเทียมและก้าวสู่ความเป็นสากล อย่างเต็มศักยภาพของแต่ละบุคคลหลักสูตร The
Development of Excellence in Learners of the English Curriculum of the Baansala School
(2018) มุ่งให้ผูเ้ รยี นเกิดสมรรถนะสาคัญของผู้เรียน 5 ขอ้ โดยยึดตามกรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พน้ื ฐานพุทธศกั ราช 2551 ดงั นี้
2
สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร หมายถึง ผู้เรียนใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ
ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ
พัฒนาตนเองและสงั คม รวมทั้งการเจรจาตอ่ รองเพอื่ ขจดั และลดปัญหาความขัดแยง้ ตา่ ง ๆ การเลือกรบั หรอื ไม่
รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการส่ือสารท่ีมีประสิทธิภาพโดย
คานึงถงึ ผลกระทบทีม่ ีตอ่ ตนเองและสงั คม
2. ควำมสำมำรถในกำรคิด หมายถึง ผู้เรียนรู้จักคดิ วิเคราะห์ คิดสงั เคราะห์ คิดอยา่ งสร้างสรรค์ คิดอยา่ ง
มีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพ่ือการตัดสินใจเกี่ยวกับ
ตนเองและสงั คมได้อยา่ งเหมาะสม
3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ หมายถึง ผู้เรียนเข้าใจความสัมพันธ์และการเปล่ียนแปลงของ
เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยกุ ต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกตอ้ ง
เหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งตัดสินใจท่ีมีประสิทธิภาพ โดย
คานึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กิดข้นึ ตอ่ ตนเอง สงั คมและส่งิ แวดลอ้ ม
4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต หมายถึง ใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการดาเนินชีวิตประจาวัน
เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเน่ือง ทางานและอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล
จัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆอย่างเหมาะสม รู้จักปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม
สภาพแวดล้อม และหลีกเลีย่ งพฤตกิ รรมไม่พึงประสงคท์ ี่สง่ ผลกระทบต่อตนเองและผอู้ ืน่
5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี หมายถึง รู้จักเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะ
กระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน การ
แก้ปญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ งเหมาะสมและมีคุณธรรม
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
หลักสูตร The Development of Excellence in Learners of the English Curriculum of the
Baansala School (2018) ได้กาหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน โดยยึดตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551 ไว้ 8 ประการ ดงั น้ี
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
2. ซื่อสตั ยส์ ุจริต
3. มวี ินยั
4. ใฝ่เรียนรู้
5. อยู่อย่างพอเพียง
6. มุ่งมน่ั ในการทางาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ
3
Baansala School Mini English Program Curriculum
By Basic Education Core Curriculum B.E.2551 (A.D.2008)
Preface
Introduction
Baansala School Curriculum 2018 is the course in education developed by the core
curriculum of basic education curriculum 2008. If is for student development in elementary
education based on the main elements in 4 parts as a framework for establishing the details.
This framework will structure the basic education standard limit which will be suitable to the
local community and the focus of the school curriculum of Baansala School edition 2018.
These are the characteristics of the core curriculum for basic education 2018 as
arranged in elementary school (grade 1): Through unity and variety teachers manage the
learning. The school values learning that is used to build a foundation of knowledge, cognitive,
problem solving, and strengthening of the humanity. The school encourages talents in thinking,
working, and learning in grade 1. With more Chinese courses and activities at all levels, the
students can develop physical, mental, emotional, and social intelligence to their potential.
Student development and grades are considered on the principles of the two factors of
measurement and evaluation. Achievement of the standards of performance in learning and
the important and desirable features of students are noted through the evaluation and
measurement. The evaluation result consists of data and information which illustrates the
development, progress, and success of the students. The information is useful in promoting
the students’ development and their full learning potential, according to the vision of the
school.
“Within a year 2018 Baansala School will have quality standards, students will have
the moral philosophy of administration, according to the adjustment of the sufficiency
economy by all sectors involved.”
Vision
Baansala School Curriculum 2018 is aimed at enhancing the capacity of all learners,
who constitute the major force of the country, so as to attain a balanced development in all
respects - physical strength, knowledge and morality. They will fully realize their commitment
and responsibilities as Thai citizens and members of the world community. Adhering to a
democratic form of government under a constitutional monarchy, they will be endowed with
basic knowledge and essential skills and favorable attitude towards further education,
livelihood and lifelong learning. The learner-centered approach is therefore strongly
advocated, based on the conviction that all are capable of learning and developing
themselves to their highest potentiality.
4
Learners’ Key Competencies
Baansala School Curriculum 2018 is aimed at inculcating learners with the following
five key competencies:
1 .Communication Capacity
Capacity to receive and transmit information; linguistic ability and skills in expressing
one’s thoughts, knowledge and understanding, feelings and opinions for exchanging
information and experience, which will be beneficial to oneself and society; negotiation for
solving or reducing problems and conflicts; ability to distinguish and choose whether to receive
or avoid information through proper reasoning and sound judgment; and ability to choose
efficient methods of communication, bearing in mind possible negative effects on oneself and
society.
2 .Thinking Capacity
Capacity for analytical, synthetic, constructive, critical and systematic thinking,
leading to bodies of knowledge creation or information for judicious decision-making
regarding oneself and society.
3 .Problem-Solving Capacity
Capacity to properly eliminate problems and obstacles, based on sound reasoning,
moral principles and accurate information; appreciation of relationships and changes in various
social situations; ability to seek and apply knowledge to prevent and solve problems; and
ability for judicious decision- making, bearing in mind possible negative effects on oneself,
society and the environment.
4 .Capacity for Applying Life Skills
Capacity for applying various processes in daily life; self- learning; continuous learning;
working; and social harmony through strengthening of happy interpersonal relationships;
elimination of problems and conflicts through proper means; ability for self adjustment to
keep pace with social and environmental changes; and capacity for avoiding undesirable
behavior with adverse effects on oneself and others.
5 .Capacity for Technological Application
Ability to choose and apply different technologies; skills in application of technological
processes for development of oneself and society in regard to learning, communication,
working, and problem-solving through constructive, proper, appropriate and ethical means.
5
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ ภาษาเพือ่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตคี วามเรื่องท่ฟี งั และอ่านจากส่อื ประเภทต่างๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดงความรู้สึก
และความคิดเหน็ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นาเสนอขอ้ มูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรอ่ื งต่างๆ โดย
การพดู และการเขยี น
สาระที่ ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เขา้ ใจความสมั พันธร์ ะหว่างภาษากับวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใช้ ได้
อย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของ
ภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนามาใช้อยา่ งถกู ตอ้ งและเหมาะสม
สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพันธก์ บั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ ืน่
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเช่ือมโยงความร้กู บั กลุ่มสาระการเรยี นรอู้ น่ื และเป็น
พนื้ ฐานในการพัฒนาแสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั นข์ องตน
สาระท่ี ๔ ภาษากบั ความสัมพนั ธ์กับชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใชภ้ าษาต่างประเทศในสถานการณต์ ่างๆ ท้งั ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใชภ้ าษาตา่ งประเทศเป็นเครื่องมอื พื้นฐานในการศึกษาตอ่ การประกอบอาชีพ
และการแลกเปล่ียนเรียนรู้กับสังคมโลก
6
คณุ ภาพผเู้ รยี น
จบชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓
ปฏิบตั ติ ามคาส่ัง คาขอร้องทีฟ่ ัง อ่านออกเสียงตัวอักษร คา กล่มุ คา ประโยคง่ายๆ และ
บทพดู เขา้ จังหวะง่ายๆ ถูกต้องตามหลกั การอา่ น บอกความหมายของคาและกลมุ่ คาท่ีฟังตรงตาม
ความหมาย ตอบคาถามจากการฟงั หรอื อ่านประโยค บทสนทนาหรอื นทิ านง่ายๆ
พดู โต้ตอบด้วยคาสน้ั ๆ งา่ ยๆ ในการส่ือสารระหว่างบคุ คลตามแบบท่ีฟัง ใชค้ าส่งั และ
คาขอรอ้ งง่ายๆ บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและใหข้ ้อมูลเกย่ี วกับตนเองและเพอ่ื น
บอกความรู้สึกของตนเองเกย่ี วกบั ส่ิงตา่ งๆ ใกล้ตัวหรือกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบทีฟ่ ัง
พูดใหข้ ้อมลู เกยี่ วกบั ตนเองและเรื่องใกล้ตวั จัดหมวดหมูค่ าตามประเภทของบุคคล สัตว์
และสง่ิ ของตามทฟี่ ังหรืออา่ น
พูดและทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสังคม/วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา บอกชือ่ และคาศัพท์
งา่ ยๆ เกี่ยวกบั เทศกาล /วันสาคัญ /งานฉลอง และชวี ิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้ารว่ มกิจกรรม
ทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะกับวัย
บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาตา่ งประเทศ
และภาษาไทย
บอกคาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกบั กล่มุ สาระการเรียนรู้อ่ืน
ฟงั /พูดในสถานการณง์ ่ายๆ ท่เี กิดขนึ้ ในห้องเรียน
ใชภ้ าษาต่างประเทศ เพื่อรวบรวมคาศัพท์ทเี่ กย่ี วขอ้ งใกลต้ วั
มที ักษะการใช้ภาษาตา่ งประเทศ (เนน้ การฟัง-พดู ) ส่ือสารตามหวั เร่ืองเก่ียวกบั ตนเอง
ครอบครัว โรงเรียน ส่งิ แวดลอ้ มใกล้ตัว อาหาร เครือ่ งดืม่ เวลาวา่ งและนันทนาการ ภายใน
วงคาศพั ทป์ ระมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คา (คาศัพท์ท่ีเป็นรูปธรรม)
ใช้ประโยคคาเดยี ว (One Word Sentence) ประโยคเด่ยี ว (Simple Sentence) ในการสนทนา
โต้ตอบตามสถานการณ์ในชวี ิตประจาวัน
7
โครงสร้ำงหลักสตู ร The Development of Excellence in Learners of the English
Curriculum of the Baansala School (2018)
ระดับชั้นประถมศึกษำปีท่ี ๓ (ห้องเรียน MEP)
รหสั สำระ/กจิ กรรม หน่วยกิต ชม./ปี
รำยวชิ ำพ้นื ฐำน 5.0 200
ท 13101 ภาษาไทย 5.0 200
ค 13101 คณติ ศาสตร์ 3.0 120
ว 13101 วิทยาศาสตร์ 1.0 40
ส 13101 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 1.0 40
ส 13102 ประวัตศิ าสตร์ 1.0 40
พ 13101 สุขศึกษา และพลศึกษา 0.5 20
ศ 13101 ศิลปะ 0.5 20
ง 13101 การงานอาชีพ 7.0 280
อ 13101 ภาษาอังกฤษ 24.0 960
รวม 0.5 20
สำระกำรเรยี นรเู้ พ่ิมเตมิ (บังคับเลอื ก) 1.0 40
ส 13201 หน้าทพี่ ลเมือง 1.0 40
จ 13201 ภาษาจีน 2.5 100
ว 13201 คอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยี
2.0 80
รวม 2.0 80
สง่ เสรมิ ศักยภำพสคู่ วำมเป็นเลิศ
อ 13201 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การส่ือสาร 3 - 10
- 10
รวม - 30
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรียน - 10
- 60
แนะแนว 28.5 1,200
ชุมนุม
ลกู เสือ (สารอง)
กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์
รวม
รวมหน่วยกิต/เวลำเรียน
8
โครงสร้างหลักสตู รชัน้ ปี
โครงสร้างหลกั สตู รช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 3 (หลักสูตรMEP)
รหสั วิชา รายวชิ า/กจิ กรรม (Subject) เวลาเรยี น(ชม./ปี)
Learning Time
(Code)
200
สาระการเรยี นรพู้ ื้นฐาน (Learning Areas) 200
80
ท 13101 ภาษาไทย (Thai Language) 40
40
ค 13101 คณติ ศาสตร์ (Mathematics) 40
40
ว 13101 วิทยาศาสตร์ (Science) 40
160
ส 13101 สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม (Social Studies, Religion and Culture) 960
ส 13102 ประวัตศิ าสตร์ (History)
พ 13101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา (Health Education and Physical Education)
ศ 13101 ศลิ ปะ Art (Visual Arts, Music, Dramatic Arts)
ง 13101 การงานอาชีพ (Occupation)
อ 13101 ภาษาองั กฤษ (English)
รวม (Total)
สาระการเรียนรเู้ พ่ิมเติม (Additional Courses)
ส 13201 หน้าท่พี ลเมอื ง (Citizenships Education) 20
จ 13201 ภาษาจนี (Chinese Language) 40
ว 13201 คอมพวิ เตอร์และเทคโนโลยี (Computer and Technology) 40
รวม (Total) 100
สง่ เสริมศักยภาพส่คู วามเป็นเลศิ (Promote Potential to Excellence)
อ 13201 ภาษาอังกฤษเพือ่ การสอ่ื สาร 3 (English for Communication 3) 80
รวม (Total) 80
กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน (Learner Development Activities)
แนะแนว (Counselling Activities) 10
ชุมนุม ( Student Activities) 10
ลกู เสอื (Boy Scout and Junior Red Cross) 30
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณะประโยชน์ (Activities for Social and Public Interest) 10
รวม (Total) 60
รวมเวลาเรยี น (Total) 1,200
9
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
10
Course Syllabus
MA 13101 Mathematics The learning area of mathematics
Grade 3 Time 200 hours
The course will center on education, training, skills, numeracy, and problem solving on
counts of less than one thousand, using the amount received from the count. The students
will learn reading and writing numbers and figures in Hindi, Arabic, and Thai. The students will
do counting in 2 second, 5 second, 10 second increments as the count decreases by 1 and
the value of the digit. They will show the number in writing with a comparison of the number
and will use =, ≠, <, >, with not more than 1,000 numbers.
The course will contain: Creation of problems for addition, subtraction, addition and
subtraction of mixed numbers, not exceeding one thousand. Comparison of length by
measuring the length using non-standard units. Solving problems with length in meters and
centimeters. Comparison of weight by using scale of non-standard units.
Tell the time of the day and the days of the week. Identification of triangle, rectangle,
circle, oval, patterns and relationships, pattern of an increasing number by 1 and step2 of the
reduced number of each one. Identification of form of geometric figures and other related
factors of shape, size, or color. Solving problems with volume and capacity in teaspoons,
tablespoons, measuring cups, liters. Reading picture charts and using data from picture charts
to find solutions to problems.
The students will train in using a wide range of knowledge, skills, and processes in
mathematical problem-solving situations. They will learn to appropriately explain the
decisions, use mathematical language and symbols to communicate, interpret, and present
correctly, with reference in mathematics, and associated mathematics, and other disciplines.
Gain experience, ideas, skills and processes in knowledge that can be used to learn things and
to use them creatively in daily life.
The course will promote the view that esteem and positive attitudes in carefully
worked mathematics can lead to a proper moral.
Standard
MA 1.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5 Gr.3/6 Gr.3/7 Gr.3/8 Gr.3/9 Gr.3/10 Gr.3/11
MA 1.2 Gr.3/1
MA 2.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5 Gr.3/6 Gr.3/7 Gr.3/8 Gr.3/9 Gr.3/10 Gr.3/11
Gr.3/12 Gr.3/13
MA 3.1 Gr.3/1 Gr.3/2
Total 82 Standard
11
Course Syllabus
SCI 13101 Science The learning area of science
Grade 3 Time 80 hours
Students will study the human and animals living and growth of plants. Changing of
material; temperature, strength and movement. They will study materials that can be
magnetized, electromagnetic force, contact force, non – Contact force and materials that can
be magnetized. Students will be able to explain power source; day and night, the sun, space
component, pollution; air pollution, water pollution. Benefit and harm of wind. Solving the
problem by using logical Thinking.
Research knowledge, observe and assemble the data. Create a model and explain the
results of the inspection survey for understanding. They will have science process skill; basic
science skill and learning skill in the 21st century by using information and communication
technology. Students will be able to communicate and creative knowledge. Working with
individual, pair and group. Using internet safely and valuable for your own and others.
The students will realize the benefits of applying scientific knowledge and processes.
Using local learning to characterize the composition of the human and animals living and
growth of plants. The students’ goal will be to achieve knowledge and to apply that
knowledge to everyday life.
Standard
SCI 1.2 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4
SCI 2.1 Gr.3/1 Gr.3/2
SCI 2.2 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4
SCI 2.3 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3
SCI 3.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3
SCI 3.2 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4
SCI 4.2 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5
Total 25 Standard
12
Course Syllabus
HPE 13101 Health and Physical Education The learning area of Health
and Physical Education
Grade 3 Time 40 hours
Explain the characteristics and the growth of the human body. Compare their growth
with standard criteria. Specify the factors affecting the growth. Explain the importance and the
differences of the family to them. Explain the methods to establish the relationships in the
family and groups of friends. Tell the methods of avoiding behaviors conducive to sexual
harassment. Control body movements while standing still, moving and using equipment. Move
body using the kinesthetic skills in playing miscellaneous games. Select physical exercises, folk
games and games suitable to their own strengths, weaknesses and limitations. by themselves.
Explain the transmission and the methods of self- protection from the diseases. Classify
the 5 groups of essential nutrients. Take a diet with all the 5 groups of essential nutrients in
appropriate proportion. Perform the correct method of brushing teeth. Strengthen physical
capacities as advised. Know how to protect themselves from accidents at home, at school
and while travelling. Perform the methods of asking for help when facing dangerous incidents
or accidents. Perform the methods of the first aid treatment
Standard
HP 1.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3
HP 2.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3
HP 3.1 Gr.3/1 Gr.3/2
HP 3.2 Gr.3/1 Gr.3/2
HP 4.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5
HP 5.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3
Total 18 standard
13
Course Syllabus
A 13101 Arts The learning area of Arts (Visual Arts, Music, Dramatic Arts)
Grade 3 Time 80 hours
Describe the shape in nature, environment and visual arts; Specify materials that used
to create workings when see the visual arts; Classify the visual elements of things in the nature,
environment and visual arts by focusing line, color, shape and surface; Have basic skills in
using materials create sculpture; Describe the reason and method that creating visual arts by
focusing techniques and materials; Specify what is admirable and what should be improved
in your visual arts; Describe the shape in designing things that are in home and school. Explain
about materials and how to create local visual arts; Specify shape and type of the instrument
that seen and heard in daily life; Tell the role of the song that is heard; Specify distinctive and
uniqueness of local music; Specify the importance and benefit of music to the lifestyle of the
local people; Compare the role of actors; Tell the benefits of Thai classical dance in daily life;
Tell the Thai classical dance that you have seen in local life; Specify distinctive and uniqueness
of Thai classical dance; Describe the importance of Thai classical dance.
Draw and paint the things around you; Draw pictures that convey thoughts and feelings
from real lives by using line, color, shape and surface; Specify and make the groups of pictures
from visual elements that focus on the visual arts; Tell the origin of visual arts in local; Use
pictures or symbols to represent sounds and rhythms; Singing and performing easily music;
Moving body in accordance with the mood; Apply music for everyday life or occasions; Create
movements in a variety of situations in short situations. Show gestures with the music
according to the patterns. Comment about music, sound; Participate the performance
activities that age-appropriate.
Standard
AR 1.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5 Gr.3/6 Gr.3/7 Gr.3/8 Gr.3/9 Gr.3/10
AR 1.2 Gr.3/1 Gr.3/2
AR 2.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5 Gr.3/6 Gr.3/7
AR 2.2 Gr.3/2 Gr.3/2
AR 3.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5
AR 3.2 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3
Total 29 standard
14
E 13101 English Course Syllabus
Grade 3 The learning area of foreign languages
Time 280 hours
Act in compliance with simple orders heard. Say the alphabets and the sounds;
accurately pronounce and spell simple words by observing the principles of reading . Choose
that pictures correspond to the meanings of words and groups of words heard . Answer the
questions from listening to the matters around them . Exchange Conversation with short and
simple words using the models heard .Follow simple orders from the models heard .Express
their own simple needs by using the models heard .Ask for and give simple information about
themselves by using the models heard . Give information about themselves and the
environment around them . Speak and make a companying gestures in accordance with the
culture of the native speaker . Say the names and use vocabulary native speakers’ important
festivals. Classify people, animals and things using the models heard. Participate in language
and cultural activities appropriate to their age levels. Say the alphabets and sounds of the
alphabets of foreign languages and Thai language .Explain the terms related to other learning
areas .Listen/speak about simple situations in the classroom .Use foreign languages to collect
relevant terms around them.
Capable of operating with other happily . Timely, accurate, age- appropriate learning a
commitment to work . Honesty is sufficiently patriotic, religious king of Thailand and Public
Mind.
Standard
FL 1.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4
FL 1.2 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3 Gr.3/4 Gr.3/5
FL 1.3 Gr.3/1
FL 2.1 Gr.3/1 Gr.3/2 Gr.3/3
FL 2.2 Gr.3/1
FL 3.1 Gr.3/1
FL 4.1 Gr.3/1
FL 4.2 Gr.3/1
Total 18 Standard
15
คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน
รหัสวชิ ำ ท ๑๓๑๐๑ รำยวิชำภำษำไทย กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย
ชัน้ ประถมศึกษำปที ่ี ๓ เวลำ ๒๐๐ชวั่ โมง
ศึกษาความหมายของคาและข้อความท่ีอ่าน การตั้งคาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผลเกี่ยวกับเร่ืองที่อ่าน ลาดับ
เหตุการณ์ และการคาดคะเนเหตุการณ์ของ เรื่องที่อ่าน โดยระบุเหตุผลแปลความข้อมูลจากภาพและแผนภูมิ เล่า
รายละเอียดเก่ียวกับเร่ืองที่ฟังและดูทั้งท่ีเป็นความรู้และความบันเทิง บอกสาระสาคัญจากการฟังและการดู ตั้ง
คาถามและตอบคาถาม เกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟังและดู จาแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและดู เล่า
ประสบการณ์โดยสื่อสารกับผู้อื่นได้ชัดเจน บอกความแตกต่างของพยางค์และคา ระบุชนิดและหน้าท่ีของคาใน
ประโยค แต่งประโยคง่ายๆ แต่งคาคล้องจองและคาขวัญ รู้จักเพลงพื้นบ้านและเพลงกล่อมเด็ก และแสดงความ
คดิ เหน็ เกย่ี วกับวรรณคดีทอ่ี ่าน ศึกษากาเมืองภาษาถนิ่
สามารถอ่านออกเสียงคาข้อความ เร่ืองสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ ได้ถูกต้องคล่องแคล่ว อ่านงานเขียนเชิง
อธิบายและทาตามคาสั่งหรือข้อแนะนาคัดลายมอื ตัวบรรจงเต็มบรรทัดเขียนบรรยายเก่ียวกับสิง่ ใดสิ่งหนงึ่ ได้ เขียน
บันทกึ ประจาวนั เขียนจดหมายลาครู เขยี นเรื่องตามจินตนาการ พดู แสดงความคิดเห็นและความรู้สกึ จากเรือ่ งท่ี
ฟังและดู พูดแนะนาหรือเชิญชวนให้ผู้อ่ืน ปฏิบัติตาม และใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา เลือกใช้
ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถน่ิ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะ
เพื่อให้สามารถสรุปความรู้และข้อคิดจากเร่ืองท่ีอ่าน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและ
นาเสนอเร่ืองท่ีอ่าน มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง ดู และพูด และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
สถานศึกษา จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม เพื่อปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรมท้องถิ่น และนาไปใช้ใน
ชวี ติ ประจาวันมคี วามเป็นธรรมทางสงั คม
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗ ป.๓/๘ ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔ ป.๓/๕ ป.๓/๖ ป.๓/๗
ท ๕.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓ ป.๓/๔
รวม ๓๒ ตัวช้ีวดั
16
คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน
รหัสวิชำ ส ๑๓๑๐๒ รำยวชิ ำประวัติศำสตร์ ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้สังคมศกึ ษำศำสนำและวัฒนธรรม
ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี ๓ เวลำ ๔๐ ช่วั โมง/ปี
ศึกษาความหมายและท่ีมาของศักราชท่ีปรากฏในปฏิทิน ได้แก่ พุทธศักราช คริสต์ศักราช
(ถ้าเป็นชาวมุสลิม ให้ศึกษาฮิจเราะหศ์ ักราชด้วย) วิธีการเทียบคริสต์ศักราชกับพุทธศักราช และใช้ศักราชใน
การบันทึกเหตกุ ารณ์สาคัญที่เก่ียวข้องกับตนเองและครอบครัว ปีเกดิ ของผู้เรียน เหตุการณ์สาคัญของตนเอง
และครอบครัว โดยใช้ทักษะการเปรียบเทียบ การคานวณ การเช่ือมโยง การอธิบาย เพ่ือให้มีพ้ืนฐานใน
การศึกษาเอกสารที่แสดงเหตุการณ์ตามกาลเวลา สามารถเรียง ลาดบั เหตุการณไ์ ด้ถูกต้อง วา่ เหตุการณใ์ ดเกิด
ก่อน เหตุการณ์ใดเกดิ หลงั อันเปน็ ทกั ษะท่ีจาเปน็ ในการศึกษาประวตั ศิ าสตร์
รู้วธิ ีสืบค้นเหตกุ ารณส์ าคัญของโรงเรยี นและชุมชนโดยใชห้ ลกั ฐานและแหล่งข้อมูลท่ีเก่ียวขอ้ ง รปู ภาพ
แผนผงั โรงเรียน แผนท่ีชมุ ชน ห้องสมดุ โรงเรยี น แหลง่ โบราณคดี – ประวัติศาสตร์ในท้องถนิ่ สามารถใชเ้ ส้น
เวลา (Timeline) ลาดับเหตุการณ์ที่เกดิ ข้นึ ในโรงเรียนและชุมชน โดยใชท้ ักษะการสารวจ การสังเกต การ
สอบถาม การอา่ น การฟงั การเลา่ เรอื่ ง การสรุปความ เพ่อื ฝึกทักษะพน้ื ฐานของวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์
ในการสืบค้นเร่ืองราวรอบตัวอย่างง่าย ๆ โดยการใช้หลักฐานและแหล่งข้อมูลท่ีเก่ียวข้อง สามารถนาเสนอ
เรื่องราวทคี่ น้ พบได้ตามลาดบั เวลา
ศึกษาปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการต้ังถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชน ปัจจัยท่ีทาให้เกิดวัฒนธรรมและ
ประเพณีในชุมชน ซง่ึ ประกอบดว้ ย ปัจจัยทางภูมิศาสตร์( ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ทรัพยากร) และปัจจยั ทาง
สังคม (ความเจริญทางเทคโนโลยี เชื้อชาติ ศาสนา ความเช่ือ การคมนาคม ความปลอดภัย ) ศึกษาและ
เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่าง ของขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชนตนเอง
และชุมชนใกลเ้ คยี ง ในเร่อื งความเชอ่ื และการนับถือศาสนา อาหาร ภาษาถ่ิน การแต่งกาย โดยใช้ทกั ษะการ
อ่าน การสอบถาม การสงั เกต การสารวจ การฟงั การสรุปความ เพ่ือให้เกดิ ความเขา้ ใจและภมู ิใจในชมุ ชนของ
ตนเอง ยอมรบั ความแตกตา่ งทางวัฒนธรรม เขา้ ใจพัฒนาการของชมุ ชน สามารถดาเนนิ ชีวติ อยรู่ ว่ มกันในสังคม
ไดอ้ ยา่ งสนั ตสิ ุข รว่ มอนรุ ักษ์สบื สานขนบธรรมเนยี มประเพณี และวฒั นธรรมไทย
ศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ โดยสังเขปของพระมหากษัตริย์ผู้สถาปนาอาณาจักร
สุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ตามลาดับ ได้แก่ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑
(พระเจ้าอู่ทอง) สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช และพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ศึกษา
พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนาง
เจ้าสิริกิต์ิ พระบรมราชินีนาถโดยสังเขป และศึกษาวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยที่มีส่วนปกป้องประเทศชาติ
ได้แก่ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ท้าวเทพกระษัตรี – ท้าวศรีสุนทร ชาวบ้านบางระจัน พระยาพิชัยดาบหัก
ท้าวสรุ นารี เป็นตน้ โดยใช้ทักษะการอา่ นและสอบถาม การฟงั การสรุปความ การเขยี น การเล่าเรื่อง เพื่อให้
เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย เกิดความรัก ความภูมิใจและเห็นแบบอย่างการเสียสละเพื่อชาติ และธารง
ความเป็นไทย
มำตรฐำน/ตวั ช้ีวัด
ส ๔.๑ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
ส ๔.๒ ป.๓/๑ ป.๓/๒
ส ๔.๓ ป.๓/๑ ป.๓/๒ ป.๓/๓
รวมทง้ั หมด ๘ ตวั ชีว้ ัด
17
คำอธบิ ำยรำยวิชำเพม่ิ เตมิ
รหสั วิชำ ส ๑๓๒๐๑ รำยวชิ ำหนำ้ ทพี่ ลเมอื ง ๓ กล่มุ สำระกำรเรยี นรูส้ ังคมศึกษำศำสนำและวฒั นธรรม
ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี ๓ เวลำ ๔๐ ชวั่ โมง/ปี
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีมารยาทไทยในเร่ืองการต้อนรับผู้มาเยือน และการปฏิบัติตนตามกาลเทศะ
แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบุคคลในชุมชน เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถ่ินในเร่ืองต่างๆ ปฏิบัติตน
เป็นผมู้ วี นิ ัยในตนเองในเร่ืองความซ่ือสตั ย์สุจริต ขยนั หมั่นเพียร อดทน และยอมรบั ผลที่เกดิ จากการกระทาของ
ตนเอง เขา้ ร่วมกิจกรรมเก่ยี วกับชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ปฏิบัตติ นตามพระบรมราโชวาทใน
เรื่องความซ่ือสัตยแ์ ละความเสยี สละ หลักการทรงงานในเร่ืองการมีส่วนรว่ มและความเพียร และหลักปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏิบตั ิตนเป็นผู้มีวินยั ในตนเองในเร่อื งความซื่อสัตย์สจุ รติ ขยนั หม่ันเพียร อดทน ใฝห่ า
ความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าท่ีและยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง ปฏิบัติตนตามข้อตกลงกติกา
กฎระเบียบและหน้าทท่ี ี่ต้องปฏิบัติในห้องเรียนและโรงเรียนในเรื่องการใช้และการดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใช้
และสถานที่ของสว่ นรวม ปฏิบตั ิตนตามบทบาทหน้าท่ใี นฐานะสมาชกิ ทด่ี ีของหอ้ งเรยี นและโรงเรียนในเรื่องการ
ใช้สิทธิและหน้าท่ีและการใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของห้องเรียนและโรงเรียน
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริตขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้
ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเอง ยอมรับความเหมือนและความ
แตกต่างระหว่างบุคคลในเรื่องเชื้อชาติ ภาษา เพศสุขภาพ ความพิการความสามารถ ถ่ินกาเนิด สถานะของ
บคุ คลฯลฯ อย่รู ่วมกบั ผู้อนื่ อยา่ งสันตแิ ละพ่ึงพาซึ่งกนั และกนั ด้วยการไม่รงั แก ไมท่ ารา้ ย ไมล่ ้อเลยี น ช่วยเหลือ
ซ่ึงกันและกันและแบ่งปัน ยกตัวอย่างความขัดแย้งในชุมชนในกรณีการใช้สาธารณสมบัติและการรักษา
สิ่งแวดล้อมและเสนอวิธีการปัญหาโดยสันติวิธี ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
อดทน และยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง โดยใช้กระบวนการคดิ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
ปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ และกระบวนการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทย
ภาคภูมิใจและรักษาไว้ซ่ึงความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา เทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์ ดาเนินชีวิตตามวิถีประชาธิปไตย อยู่ร่วมกับผอู้ ื่นอย่างสันติ สามารถจัดการความขัดแย้งด้วย
สันตวิ ธิ แี ละมวี ินยั ในตนเอง
ผลกำรเรยี นรู้
๑. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู้ มี ารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความกตญั ญูกตเวทตี ่อบุคคลในครอบครัว
๓. เหน็ ความสาคญั ของภาษาไทย
๔. เขา้ ร่วมกจิ กรรมเกี่ยวกับชาติศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์
๕. ปฏิบตั ิตนตามพระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. ปฏิบัตติ นตามขอ้ ตกลงกติกาและหนา้ ทท่ี ต่ี ้องปฏิบัติในห้องเรียน
๗. ปฏบิ ัตติ นตามบทบาทหน้าท่ีในฐานะสมาชิกท่ีดขี องครอบครัวและห้องเรยี น
๘. ยอมรบั ความเหมอื นและความแตกตา่ งของตนเองและผ้อู นื่
๙. ยกตัวอยา่ งความขัดแย้งในหอ้ งเรียนและเสนอวิธีการแกป้ ญั หาโดยสนั ติวธิ ี
๑๐. ปฏบิ ัติตนเป็นผู้มีวนิ ยั ในตนเอง
รวมทัง้ หมด ๑๐ ผลกำรเรียนรู้
18
คำอธิบำยรำยวชิ ำพน้ื ฐำน
รหสั วชิ ำ ง๑๓๑๐๑ : กำรงำนอำชีพ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชพี
ชั้นประถมศกึ ษำปีท่ี ๓ เวลำ ๔๐ ชัว่ โมง
ศึกษาวธิ กี ารและประโยชน์การทางาน เพ่ือช่วยเหลอื ตนเอง ครอบครวั และส่วนรวม วสั ดอุ ปุ กรณแ์ ละ
เครื่องมือตรงกบั ลักษณะงาน เขา้ ใจขน้ั ตอนตามกระบวนการทางานด้วยความสะอาดและ อนรุ ักษ์ส่ิงแวดลอ้ ม
ศึกษาวิธีการทาของเล่นของใช้อย่างง่ายโดยกาหนดปัญหาหรือความต้องการ รวบรวมข้อมูล ออกแบบโดย
ถ่ายทอดความคิดเป็นภาพร่าง 2 มิติ ประกอบด้วย ด้านกว้าง ลงมือสร้าง ประเมินผล เลือกใช้สิ่งของ
เครื่องใช้ในชีวิตประจาวัน นาส่ิงของเคร่ืองใช้ด้วยการนากลับมาใช้ ซ้า ค้นหาข้อมูลอย่างมีข้ันตอนและ
นาเสนอขอ้ มูลในลักษณะตา่ งๆ เข้าใจ วิธีดูแลและรกั ษาอปุ กรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ
อธิบาย ใช้ ทางาน สร้าง รวบรวม ออกแบบ เลอื ก ค้นหาบอก โดยใช้ทักษะกระบวนการทางาน
ทักษะการจัดการ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ัญหา ทกั ษะการทางานร่วมกัน ทกั ษะแสวงหาความรู้และมคี วามคิด
สร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ มีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยที ่ียงั่ ยนื เพ่ือให้มีคุณธรรม
และลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึกในการใช้พลังงาน อนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม เพ่ือการ
ดารงชีวติ และครอบครวั
มำตรฐำน/ตัวช้ีวัด
ง 1.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3
ง 2.1 ป.3/1 ป.3/2 ป.3/3
ง 3.1 ป.3/1 ป.3/2
รวมทง้ั หมด 8 ตวั ชี้วัด
19
คำอธิบำยรำยวชิ ำเพิ่มเติม
รหัสวิชำ ง 13201 คอมพิวเตอรพ์ น้ื ฐำน กลุม่ สำระกำรเรียนรู้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษำปที ่ี 3 เวลำ 40 ช่ัวโมง
ศกึ ษาการคน้ หาข้อมูลอยา่ งมีขัน้ ตอนและนาเสนอขอ้ มูลในรปู แบบตา่ งๆ ความหมายของเทคโนโลยี
สารสนเทศ ข้อมูลกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ การทางานของคอมพิวเตอร์อุปกรณ์
รับข้อมูล อุปกรณ์แสดงผลข้อมูล วิธีดูแลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ การบันทึกข้อมูล การเปิด
แฟ้มข้อมูล การพิมพ์เอกสาร การใช้โปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทาเอกสาร สร้างชิ้นงานและ
ประยุกต์ใช้โปรแกรมให้สอดคลอ้ งกับกลุ่มสาระต่างๆโดยการสืบค้น รวบรวมข้อมลู จากแหล่งข้อมลู ตา่ งๆ และ
การอภิปรายเพอื่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนสามารถอธิบายสง่ิ ทเี่ รียนรู้ สรา้ งสรรค์ผลงานจากสิ่งท่ีได้
เรียน สามารถนาไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวัน และเหน็ คณุ ค่าความสาคัญของข้ึนงานที่สร้างขึน้
ผลกำรเรยี นรู้ทีค่ ำดหวัง
๑. คน้ หาข้อมลู อย่างมีขนั้ ตอนและนาเสนอข้อมลู ในรูปแบบตา่ งๆ
2. บอกความหมายของเทคโนโลยสี ารสนเทศ องค์ประกอบของเทคโนโลยสี ารสนเทศขอ้ มูลกับ
เทคโนโลยีสมยั ใหม่
3. อธบิ ายถงึ องค์ประกอบของคอมพวิ เตอรไ์ ด้
4. อธิบายถงึ การทางานของคอมพิวเตอร์ได้
5. บอกถงึ อปุ กรณร์ ับข้อมูล อุปกรณแ์ สดงผลข้อมูล
๖. บอกวธิ ีดแู ลรกั ษาอุปกรณเ์ ทคโนโลยีสารสนเทศ
๗. สามารถบันทึกขอ้ มลู เปดิ แฟ้มข้อมูล และพมิ พ์เอกสารได้
8. ใช้งานโปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทาเอกสาร สรา้ งช้นิ งาน และประยกุ ตใ์ ช้โปรแกรม
ให้สอดคลอ้ งกบั กลมุ่ สาระต่างๆ
๙. เห็นคณุ ค่า ความสาคญั ของขึน้ งาน
รวมทงั้ หมด ๙ ผลกำรเรยี นรู้
20
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
เพิ่มเติมบรู ณำกำรส่งเสรมิ ศกั ยภำพสคู่ วำมเป็นเลศิ ระดบั ช้นั ประถมศึกษำปีท่ี 1-3
รหัสวชิ ำ ง 13202 ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี 3
รำยวิชำเพ่ิมเติมบูรณำกำรส่งเสริมศักยภำพสู่ควำมเป็นเลศิ 3 เวลำ 80 ชว่ั โมง
ศึกษาเรียนรู้เก่ียวกับ ความรู้ท่ัวไปในการซ่อมแซมเส้ือผ้า หลักการซ่อมแซมเส้ือผ้า จนสามารถ
ซอ่ มแซมเส้ือผ้าอย่างง่ายด้วยตนเอง ความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกับงานเกษตร การรับประทานอาหารที่ทาให้ร่างกาย
แข็งแรง การใช้อุปกรณ์ในการปลูกผัก การปลูกผักสวนครัว ตลอดจนการประกอบอาหารจากผลผลิตทาง
การเกษตร ความรู้ด้านภาษาท้องถ่ินและภาษาต่างประเทศ จนสามารถถ่ายทอดออกมาอย่างมีสุนทรยี ะ ด้าน
ดนตรี หรอื ศลิ ปะ การประดิษฐ์ของเลน่ / ของใช้จากเศษวสั ดุในท้องถิ่น ผ่านกระบวนการทางเทคโนโลยี การ
วางแผน การดาเนินการ ตลอดจนการประเมินผลและการปรับปรุงแก้ไขผลงาน การสืบค้นข้อมูลจาก
แหลง่ ข้อมูลต่างๆ เพือ่ นามาใชป้ ระโยชนใ์ นการเรียน การทางาน การนาเสนอขอ้ มลู ทไี่ ด้จากแหล่งข้อมูลขา้ งต้น
การเรียนรู้โดยใช้กระบวนการ ฟัง พูด อ่าน เขียน การสืบค้น การคิด วิเคราะห์ สรุป อภิปราย
นาเสนอ ฝึกทักษะและความสามารถในการทางาน การแก้ปัญหา โดยเน้นความมีวินัย ซ่ือสัตย์ เสียสละ
ประหยัด อดทน ความรับผิดชอบ ความภูมิใจในท้องถิ่น รักความเปน็ ไทย ใช้ชวี ติ อย่างพอเพียง มจี ิตสาธารณะ
และมีคุณธรรม
ผลกำรเรยี นรู้
๑. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ทราบประโยชน์ และมที ักษะ ในการซ่อมแซมเสื้อผ้า สขุ ภาพกับการ
รับประทานอาหาร การปลกู ผกั สวนครวั การประดิษฐข์ องเล่น/ของใช้จากเศษวสั ดใุ นทอ้ งถนิ่ การสืบคน้ ข้อมูล
เพอ่ื ใชใ้ นการดารงชีวิตและการทางานได้
๒. ผเู้ รียนมที ักษะ ในการส่ือสาร การวางแผนตามกระบวนการทางเทคโนโลยี การประดิษฐ์ การ
สืบคน้ การคิดวิเคราะห์ สรปุ อภิปรายผล และการนาเสนอ
๓. ผเู้ รียนมคี ณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ มีเจตคตทิ ่ีดีต่อการเรยี น มวี นิ ยั ซอื่ สัตย์ ประหยัด พอเพียง
ภมู ใิ จในทอ้ งถิ่น รักความเป็นไทย
รวม 3 ผลกำรเรียนรู้
21
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เตมิ
รหัสวิชา จ 13801 รายวิชาภาษาจนี กลมุ่ สาระภาษาต่างประเทศ (ภาษาจีน)
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 40 ชวั่ โมง
ฝึกทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพื่อให้เข้าใจคาศพั ท์ ประโยคพ้ืนฐานที่เกี่ยวข้องกับ
ชวี ิตประจาวัน สามารถเรียนรู้วิธีการอ่านออกเสยี งตามระบบอักษรภาษาจีนกลางและตัวอกั ษรจีน สามารถฟัง
พูด ปฏิบัติตามคาส่ัง ใช้ภาษาทาทางสื่อสารความหมาย พูดทักทาย พูดแนะนาตวั เอง กล่าวลา กล่าวขอบคุณ
และขอโทษได้เหมาะสมตามสถานการณ์ รวมท้ังเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสาคัญตามประเพณี วัฒนธรรม
เจา้ ของภาษาได้โดยใช้กระบวนการฟงั การพดู การอ่าน การเขยี น และกระบวนการคิดวเิ คราะห์ ใชภ้ าษาเป็น
เพือ่ ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ เกิดเจตคตทิ ด่ี ตี อ่ ภาษาจีน ตลอดจนวัฒนธรรม ของเจ้าของภาษาและนาไปใช้ได้
อย่างเหมาะสมตามกาลเทศะ เกิดความคิดรวบยอด นาไปสู่การเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น
สามารถใชภ้ าษาเพ่ือการเรียนรแู้ ละการประกอบอาชีพในอนาคต
ผลการเรยี นรทู้ ค่ี าดหวงั
๑. ใช้ภาษาและท่าทางในการส่ือสารได้อยา่ งเหมาะสมกบั โอกาสและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
๒. เข้าใจความแตกต่างระหว่างภาษาจีนกับภาษาไทยในเร่ือง ประโยคและนาไปใช้ใน สถานการณ์
ต่างๆอยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม
๓. สนใจและมีส่วนร่วมในกิจกรรมวันสาคัญต่างๆทางศาสนา ประเพณี วัฒนธรรมของไทยและของ
เจ้าของภาษา
๔. ใชภ้ าษาจนี พูดส่อื สารไดเ้ หมาะสมตามสถานการณ์
๕. เข้าใจภาษาท่าทาง น้าเสียง ความรู้สึกของผู้พูดรวมท้ังเขา้ ใจคาสง่ั คาขอร้องและคาแนะนาอย่าง
งา่ ยๆ
รวมจานวน ๕ ผลการเรยี นรู้
22
กจิ กรรมพัฒนำผู้เรยี น
กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน เปน็ กจิ กรรมท่ีจดั อยา่ งเป็นกระบวนการ ด้วยรปู แบบ วิธีการท่ี
หลากหลายให้ได้รับประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง มคี วามหมาย และมีคุณค่าในการพัฒนา ผู้เรียนทั้งด้าน
ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม มุ่งเสริมเจตคติ คุณค่าชีวิต ปลูกฝังคุณธรรมและค่านิยมที่พึ่ง
ประสงค์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักและเข้าใจตนเอง สร้างจิตสานึกในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับตัวและ
ปฏิบัติตนให้เป็นประโยชน์ ต่อสังคม ประเทศชาติและดารงชิวีติได้อย่างมีความสุข โรงเรียนบ้านศาลาได้
กาหนดเป้าหมายในการจดั กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น ดงั น้ี
1.ผเู้ รยี นได้รับประสบการณท์ ี่หลากหลาย เกดิ ความรู้ความชานาญ ทั้งวิชาการดแู ลวิชาชีพอย่าง
กว้างขวางมากยิง่ ข้ึน
2.ผู้เรยี นคน้ พบความสนใจ ความถนดั และพัฒนาความสามารถพิเศษเฉพาะตวั มองเห็นช่องทาง
ในการสร้างงาน อาชพี ในอนาคตไดเ้ หมาะสมกบั ตนเอง
3.ผู้เรยี นเหน็ คณุ ค่าขององคค์ วามร้ตู า่ งๆ สามารถนาความรู้และประสบการณไ์ ปใช้ในการพฒั นา
ตนเอง และประกอบอาชีพ
4.ผู้เรยี นพฒั นาบุคลิกภาพ เจตคติ ค่านยิ มในการดารงชวี ติ และสรา้ งศีลธรรม จรยิ ธรรม
5.ผ้เู รยี นมีจติ สานกึ และทาประโยชน์เพื่อสังคมและประเทศชาติ
โรงเรียนบ้านศาลา ไดจ้ ดั กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน โดยแบ่งออกเปน็ 3 ลกั ษณะ ดงั น้ี
1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม
สามารถคดิ ตดั สนิ ใจ คดิ แก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชวี ิตท้ังด้านการเรียนและอาชีพ สามารถปรับ
ตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้
คาปรึกษาแก่ผปู้ กครองในการมีส่วนรว่ มพัฒนาผเู้ รยี น
ระดับประถมศึกษา นกั เรียนทุกคนต้องเขา้ รว่ มกิจกรรมแนะแนว 10 ชั่วโมงต่อปีการศกึ ษา
แนวกำรจัดกจิ กรรมแนะแนว โรงเรยี นบ้านศาลาไดจ้ ดั กจิ กรรมแนะแนวเพื่อส่งเสรมิ และพัฒนา
นักเรียน ดังน้ี
1.1 สารวจสภาพปญั หา ความต้องการ ความสนใจ และธรรมชาตขิ องผู้เรียน เพ่อื ใช้เป็นขอ้ มูล
ในการกาหนดแนวทางและแผนการปฏิบตั กิ ิจกรรมแนะแนว
1.2 ศึกษาวิสัยทัศน์ของสถานศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียนที่ได้จากฐานข้อมูลผู้เรียน
รายบุคคล จากการสังเกต การสัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครอง การเยี่ยม
บ้านนักเรียน หรือการสารวจเพื่อทราบปัญหา ความต้องการ และความสนใจ เพื่อนาไปกาหนดสาระและ
รายละเอยี ดของกิจกรรมแนะแนว
1.3 กาหนดสัดส่วนของกิจกรรมด้านการศึกษา การงานและอาชีพ รวมท้ังชีวิตและสังคมให้ได้
สัดส่วนที่เหมาะสม โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ ความสนใจ ตลอดจนธรรมชาติของผู้เรียนเป็นหลัก
โดยครแู ละนักเรยี นมสี ว่ นร่วมในการปฏิบัติกิจกรรม
1.4 กาหนดแผนการปฏบิ ัตกิ จิ กรรมแนะแนว โดยระดับประถมศกึ ษาจัดเปน็ รายป/ี ระดับ
มธั ยมศกึ ษาจัดเปน็ รายภาคเรียน แลว้ กาหนดรายละเอยี ดแตล่ ะกิจกรรม
1.5 ปฏบิ ัติตามแผนการปฏิบัติกิจกรรมแนะแนว รวมทั้งการจดั บรกิ ารให้คาปรกึ ษาแก่ผเู้ รยี น
เปน็ รายบคุ คลและรายกลมุ่ ในการศกึ ษา อาชพี และสว่ นตวั โดยมีผู้ใหค้ าปรึกษาท่ีมีคณุ วฒุ ิ และมีความ
23
เชย่ี วชาญในเรือ่ งการให้คาปรึกษา โดยใชก้ ระบวนการทางจิตวทิ ยา ตลอดจนมหี ้องให้คาปรกึ ษาท่ีเหมาะสม
ชว่ ยเหลอื ผเู้ รยี นทีป่ ระสบปัญหาด้านการเงนิ โดยการใหท้ ุนการศกึ ษาแก่ผู้เรียน
1.6 วัดและประเมนิ ผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมแนะแนว ตดิ ตามเก็บข้อมูลของนักเรยี นทส่ี าเรจ็
การศึกษาและสรปุ รายงาน
2. กจิ กรรมนกั เรยี น เป็นกิจกรรมทสี่ ่งเสริมและพฒั นาผู้เรียนในเร่ืองความมรี ะเบยี บวนิ ัย ความเป็น
ผู้นาและผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบการทางานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมี
เหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้ืออาทรและสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด
และความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกข้ันตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน
ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทางาน เน้นการทางานร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและ
สอดคลอ้ งกบั วฒุ ิภาวะของผูเ้ รียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถนิ่
กจิ กรรมนกั เรียนประกอบด้วย
2.1 กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี นกั เรียนทุกคนตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ระดบั
ประถมศึกษา 30 ช่ัวโมงตอ่ ปกี ารศกึ ษา
1.1 แนวกำรจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนำรี โรงเรียนบ้านศาลา ได้จัดกิจกรรมลูกเสือ
เนตรนารี เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักเรียนโดยจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ ( Scout Method) ซ่ึงมี
องค์ประกอบ 7 ประการ คอื
1) คาปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ท่ีลูกเสือทุกคนให้คาม่ันสัญญาว่าจะ
ปฏิบตั ิตามกฎของลกู เสือ กฎของลกู เสือมีไว้ให้ลูกเสือเป็นหลกั ในการปฏบิ ัติ ไม่ได้ “ห้ำม” ทา หรือ “บังคับ
ให้” ทา แต่ถ้า “ทา” จะเกดิ ผลดีแกต่ ัวเอง เปน็ คนดี ได้รับการยกย่องวา่ เป็นผ้มู เี กยี รตเิ ชือ่ ถือได้
2) เรียนรู้จากการกระทา เป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความสาเร็จหรือไม่สาเร็จของ
ผลงานอยู่ทก่ี ารกระทาของตนเอง ทาให้มีความรู้ท่ีชัดเจน และสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยตนเองได้ และท้า
ทายความสามารถของตนเอง
3) ระบบหมู่ เป็นรากฐานอันแท้จริงของการลูกเสือ เป็นพื้นฐานในการอยู่ร่วมกัน
การยอมรับซึ่งกันและกัน การแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซ่ึงกันและกันซ่ึงเป็นการเรียนรู้
ประชาธปิ ไตยเบ้อื งตน้
4) การใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ฝึกให้มีความเป็นหน่ึงเดียวในการเป็นสมาชิกลูกเสือ
เนตรนารี ด้วยการใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เคร่ืองแบบ เคร่ืองหมาย การทาความเคารพ รหัส คา
ปฏิญาณ กฎ คติพจน์ คาขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็น
สมาชกิ ขององค์การลูกเสอื โลก ซึ่งมีสมาชกิ อย่ทู ว่ั โลกและเปน็ องค์กรทีม่ ีจานวนสมาชกิ มากท่ีสุดในโลก
5) การศึกษาธรรมชาติ คือ ส่ิงสาคัญอันดับหน่ึงในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอัน
โปร่งใสตามชนบท ป่าเขา ปา่ ละเมาะ และพุ่มไม้ เป็นท่ีปรารถนาอย่างยิง่ ในการไปทากิจกรรมกบั ธรรมชาติ
การปีนเขา ตั้งค่ายพักแรม หรือตามวาระการอยู่ค่ายพักแรมตามกฎระเบียบ เป็นที่เสน่หาแกเ่ ด็กทุกคน ถ้า
ขาดสิ่งนี้แล้ว กไ็ มเ่ รยี กวา่ การใช้ชีวติ ลูกเสือ
6) ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่างๆ ท่ีจัดให้เด็กทาต้องให้มี
ความก้าวหน้าและแรงดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้น อยากทีจ่ ะทาและวัตถุประสงคใ์ นการจัดแต่ละ
อย่างให้สัมพันธ์กับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง เกมการเรียนที่สนุกสนาน การแข่งขันกันที่เป็นสิ่ง
ดงึ ดดู ใจและเป็นการจงู ใจท่ีดี
24
7) การสนับสนนุ โดยผใู้ หญ่ ผ้ใู หญเ่ ป็นผู้ท่ีช้แี นะหนทางท่ถี กู ต้องใหแ้ ก่เดก็ เพ่ือใหเ้ ขา
เกิดความมนั่ ใจในการท่ีจะตดั สนิ ใจกระทาสิ่งใดลงไปทง้ั คูม่ ีความต้องการใหผ้ ู้ใหญ่ช่วยช้นี า ผใู้ หญ่เองก็ต้องการ
นาพาไปสู่หนทางทด่ี ที ่ีสดุ จงึ เปน็ การร่วมมอื ด้วยกนั ท้ังสองฝ่าย การจดั กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวในการ
จัดกิจกรรมดังนี้
1. จัดเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม จัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารีตามหลักสูตรในแต่ละ
ระดับชน้ั ส่วนการจัดกจิ กรรมเพอ่ื รับเครอ่ื งหมายวิชาพิเศษของลกู เสือ เนตรนารี แตล่ ะประเภทอาจใช้ในเวลา
เรยี นปกตหิ รอื นอกเวลาเรียนก็ได้
2. การจดั กจิ กรรม
2.1 จดั ให้มีการเปดิ ประชมุ กองลูกเสือ เนตรนารี ทุกครงั้ เพื่อเป็นการฝกึ ความมี
ระเบียบวนิ ัยในตนเองโดยปฏบิ ัติตามขั้นตอน ดงั นี้
2.1.1 พิธเี ปิด (ชักธงขน้ึ สวดมนต์ สงบนิง่ ตรวจ แยก)
2.1.2 เกมหรอื เพลง
2.1.3 เรียนตามหลกั สูตร
2.1.4 การเลา่ เรื่องสนั้ ท่เี ปน็ ประโยชน์
2.1.5 พิธปี ดิ (นัดหมาย ตรวจ ชักธงลง เลกิ )
2.2 กิจกรรมการอยู่ค่ายพักแรม การเดินทางไกลและการอยู่ค่ายพักแรม มี
วัตถุประสงค์เพือ่ ฝึกให้ลกู เสือมีความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย รู้จกั ช่วยตนเอง รู้จักอยู่และทางานรว่ มกับผู้อ่ืน
ตลอดจนเรียนวชิ าลูกเสือเพิ่มเติม ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือจึงมกี ารวางแผนนาลกู เสือไปเดนิ ทางไกลและอยู่ค่ายพัก
แรม โดยนาลูกเสือไปฝึกเดินทางไกล และอยคู่ ่ายพักแรมปีหนึ่งไม่นอ้ ยกว่า 1 คร้ัง คร้ังหน่ึงให้อยคู่ ่ายพักแรม
อย่างน้อย 1 คนื
2.3 กจิ กรรมพิธีการ จดั ใหม้ กี จิ กรรมพธิ ีการลกู เสือ เชน่ พธิ ีเข้าประจากอง พธิ ี
ทบทวนคาปฏญิ าณและสวนสนาม พธิ ถี วายราชสดุดี พิธีประดบั เครือ่ งหมายตา่ งๆ เป็นต้น เพื่อให้ลูกเสือมี
ความภาคภูมิใจและเห็นคณุ ค่าในการเป็นลกู เสือ
2.4 กจิ กรรมบาเพ็ญประโยชน์ ส่งเสรมิ การจัดกิจกรรมใหล้ ูกเสือได้บาเพญ็
ประโยชนต์ ามอดุ มการณข์ องลกู เสือ
3. ผู้บังคับบัญชาลกู เสือควรผา่ นการฝึกอบรมวิชาผกู้ ากบั ลกู เสือขัน้ ความรู้เบอื้ งตน้ ในแต่ละ
ประเภท
4. จดั ใหม้ ีการต้ังกลุม่ หรือกองลูกเสือตามข้อบังคับคณะลูกเสือแห่งชาติ
2. กจิ กรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนตอ้ งเข้ารว่ มกิจกรรมชุมนุม ระดับประถมศึกษาปที ่ี 3 จานวน 10
ชว่ั โมงต่อปีการศกึ ษา โรงเรียนบ้านศาลาได้จดั กิจกรรมชุมนุมดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ภาษาอังกฤษเพื่อการสอ่ื สาร (English for Communication 3)
แนวกำรจัดกิจกรรมชุมนุม โรงเรียนบ้านศาลา ได้จัดกิจกรรมชุมนุม เพื่อส่งเสริมและพัฒนา
นกั เรียนในแตล่ ะระดับชัน้ ดงั น้ี
1) จัดกิจกรรมชุมนุมในแต่ละระดับช้ันตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลาง พุทธศักราช
2551
2) จัดกิจกรรมชุมนุมให้ผู้เรียนดาเนินกิจกรรมอย่างหลากหลายท้ังรูปแบบภายในหรือ
ภายนอกห้องเรียน และระยะเวลาการจัดกิจกรรมท้ังเป็นกิจกรรมระยะเวลา 1 ภาคเรียนและกิจกรรม
ระยะเวลา 1 ปกี ารศึกษา
25
3) สารวจความสนใจของผู้เรียนในการเลือกเขา้ รว่ มชุมนุม ชมรมและใหผ้ ู้เรียนร่วมกันจดั ตั้ง
ชุมนุม ชมรม และเชิญครูมาเป็นท่ีปรึกษา โดยร่วมกันดาเนินกิจกรรมชุมนุม ชมรม ตามระเบียบปฏิบัติที่
โรงเรียนกาหนด
4) จัดกิจกรรมโดยให้มีการใช้ประสบการณ์แลกเปล่ียนเรียนรู้และเผยแพร่กิจกรรม สมาชิก
ของชุมนมุ เข้ารว่ มกิจกรรม ร่วมปฏบิ ัติกจิ กรรม และมผี ลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะตามท่ีโรงเรียนกาหนด
5) ครูทป่ี รกึ ษาชมรมมกี ารประเมิน มรี ะบบการกากบั ติดตาม และประเมินผลตามหลกั เกณฑ์
การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานของชมุ นุม ชมรม อยา่ งตอ่ เน่อื ง
3. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็น
ประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ
ความดงี าม ความเสยี สละต่อสงั คม มจี ติ สาธารณะ เชน่ กิจกรรมอาสาพฒั นาตา่ ง ๆ กิจกรรมสรา้ งสรรคส์ ังคม
นักเรียนทุกคนในโรงเรียนบ้านศาลา ต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ระดับ
ประถมศึกษาปีที่ 3 จานวน 10 ช่ัวโมงต่อปกี ารศกึ ษา
แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ โรงเรียนบ้านศาลาได้จัดกิจกรรมเพ่ือสังคม
และสาธารณะประโยชน์ เพื่อสง่ เสริมและพฒั นานักเรียนในแตล่ ะระดบั ชัน้ ดงั นี้
1. จัดเวลาในการเข้าร่วมกิจกรรม เพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างต่อเนื่องทุกภาคเรียน/ปี
การศกึ ษา
2. เน้นใหผ้ ้เู รยี นเป็นผูจ้ ดั กจิ กรรมด้วยตนเองทุกขัน้ ตอนและตอ่ เนื่อง โดยมีครเู ปน็ ท่ปี รึกษา
3. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมตาม
องค์ความรู้ทไี่ ดจ้ ากการเรียนรูแ้ ละประสบการณโ์ ดยจัดกิจกรรมท้ังภายในโรงเรยี นและภายนอกโรงเรยี น
4. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม โดยผู้เรียนนาเสนอการจัดกิจกรรมต่อ
โรงเรียนเพือ่ ขอความเห็นชอบ โดยกิจกรรมนน้ั จัดท้ังภายในและภายนอกสถานศกึ ษาและมีระยะเวลาเริ่มต้น
และส้นิ สุดอยา่ งชัดเจน
5. จดั กิจกรรมรว่ มกับองค์กรอื่น โดยผเู้ รียนอาสาสมัครเขา้ ร่วมกจิ กรรมกบั หนว่ ยงานหรือองค์กรอ่นื ๆ
ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ซ่ึงผู้เรียนสามารถเลือกเข้าร่วมกิจกรรมโดย
หน่วยงานอ่ืนเขา้ มาจัดกจิ กรรมในโรงเรยี นหรือร่วมกบั หน่วยงานอ่นื จดั กิจกรรมนอกโรงเรียน
แนวทำงกำรประเมินผลกจิ กรรมพฒั นำผู้เรียน
กำรประเมินผลกำรจดั กิจกรรมแนะแนว
ในการประเมินผลการจัดกิจกรรมแนะแนว ครูผู้รับผิดชอบการจัดกิจกรรมแนะแนวผู้เรียน และ
ผูป้ กครอง มภี ารกิจทร่ี บั ผิดชอบ ดงั นี้
1. ครูผจู้ ดั กจิ กรรมแนะแนว
1.1 จัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เกิดคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ท่ี
สถานศึกษากาหนดและตามสภาพความต้องการและปญั หาของผู้เรยี น
1.2 รายงานเวลาและการเข้าร่วมกจิ กรรม
1.3 ศึกษา ติดตาม และพฒั นาผเู้ รียนในกรณีที่ผเู้ รียนไมเ่ ข้าร่วมกิจกรรม
1.4 ประเมินผลผู้เรยี น โดยดูจากการพัฒนาการของผเู้ รียนตามวัตถุประสงค์ที่กาหนดเปน็ สาคัญ
ในกรณีที่ผลการประเมินยังไม่ผ่านให้ครูผู้จัดกิจกรรมดาเนินการซ่อมเสริมโดยผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมซ้าหรือ
26
ปฏิบัติกจิ กรรมเพ่ิมเติม จนกระทงั่ ผเู้ รียนบรรลุคณุ ลักษณะตามวัตถุประสงคข์ องกิจกรรมหรือผ่านการประเมิน
ตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด
1.5 บนั ทึกผลการติดตามและประเมนิ ผลผ้เู รียนไวเ้ ปน็ หลักฐาน
2. ผู้เรียน
2.1 มีเวลาเขา้ ร่วมกิจกรรมแนะแนวตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกาหนด โดยมีหลักฐานการแสดงเวลาการ
เข้าร่วมกจิ กรรม
2.2 ปฏิบัติกิจกรรมตามครูผู้รบั ผดิ ชอบมอบหมาย ถ้าไม่ผ่านให้ปฏิบัติกิจกรรมซ้าหรือปฏิบัตเิ พิ่มเติม
และมชี ้นิ งาน/ผลงาน/คุณลกั ษณะตามท่คี รูผ้จู ัดกิจกรรมมอบหมายให้ปฏบิ ตั ิ
3. ผปู้ กครอง
3.1 ผ้ปู กครองควรมีสว่ นรว่ มในการประเมินผลพัฒนาการของผ้เู รียน และมกี ารบนั ทึกสรปุ พัฒนาการ
และการปฏิบตั กิ จิ กรรมของผเู้ รียน
กำรประเมนิ ผลกำรจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนำรี
การประเมินผลกิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี เปน็ กระบวนการทดสอบความสามารถและพฒั นาการด้าน
ต่าง ๆ ของผู้เรียนลูกเสือ เนตรนารี ซึ่งนอกจากพิจารณาความรู้ตามทฤษฎีแล้ว ต้องพิจารณาด้านความ
ประพฤติ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกิจกรรมท่ีเน้นทักษะและการปฏบิ ัตติ ่าง ๆ ด้วยวิธีการประเมินที่หลากหลาย
และการประเมินตามสภาพจริง แบ่งการประเมินผลออกเปน็ 2 ส่วน คือ
1. กจิ กรรมบังคบั เป็นการประเมนิ ผลกิจกรรมตามหลกั สตู ร เพอ่ื ให้ผู้เรียนผ่านเกณฑ์การตัดสินเลอื่ น
ชั้นหรือจบหลักสูตร โดยการเข้าร่วมกิจกรรมและผ่านการประเมินตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด มีการ
ประเมินผลตลอดภาคเรียน/ปี โดยวิธีการสังเกตการณ์เข้าร่วมกิจกรรม การซักถาม การทดสอบภาคทฤษฎี
และปฏิบตั ิ โดยกาหนดเกณฑ์การแประเมินเป็น “ผ่าน” และ “ไมผ่ า่ น”
ผำ่ น หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและมี
ผลงาน/ช้ินงาน/คุณลักษณะตามเกณฑท์ โ่ี รงเรียนกาหนด
ไม่ผ่ำน หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ
กิจกรรมหรอื มผี ลงาน/ช้นิ งาน/คณุ ลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทีโ่ รงเรียนกาหนด
2. วิชาพิเศษ ประเมินผลวิชาพิเศษในแต่ละวิชา ใช้วิธีการทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติตาม
หลกั เกณฑใ์ นขอ้ บงั คบั คณะลกู เสือแหง่ ชาติ
กำรประเมินผลกำรจดั กิจกรรมชุมนุม
การประเมินผลการจัดกิจกรรมชุมนุม เป็นกระบวนการทดสอบความสามารถและพัฒนาการด้าน
ตา่ งๆ ซ่ึงนอกจากพิจารณาความรู้ตามทฤษฎีแล้ว ต้องพิจารณาด้านความประพฤติ พฤติกรรมการเข้าร่วม
กจิ กรรมท่ีเน้นทักษะและการปฏิบัติตา่ งๆ ด้วยวิธีการประเมินท่ีหลากหลายและการประเมินตามสภาพจริง
โดยกาหนดเกณฑ์การประเมนิ เปน็ “ผา่ น” และ “ไมผ่ ่าน”
ผำ่ น หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเกณฑ์ ปฏิบัติกิจกรรมและมี
ผลงาน/ช้นิ งาน/คุณลกั ษณะตามเกณฑท์ โี่ รงเรยี นกาหนด
ไมผ่ ำ่ น หมายถึง ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเกณฑ์ ไม่ผ่านการปฏิบัติ
กิจกรรมหรือมผี ลงาน/ชนิ้ งาน/คุณลักษณะไมเ่ ป็นไปตามเกณฑท์ โ่ี รงเรยี นกาหนด
27
กำรประเมนิ ผลกำรจดั กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสำธำรณประโยชน์
การประเมนิ ผลการจดั กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ ผเู้ รยี นต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมใหค้ รบ
ตามกรอบเวลาในโครงสรา้ งของหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 ดงั นี้
ระดับประถมศึกษาปที ่ี 3 มีเวลาเขา้ รว่ มกิจกรรม 10 ชวั่ โมง
ผ่ำน หมายถึง ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมและมีผลงาน/
ชน้ิ งาน/คณุ ลกั ษณะตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากาหนด
ไม่ผ่ำน หมายถึง ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมไม่ครบตามเวลา ปฏิบัติกิจกรรมหรือมีผลงาน/
ช้นิ งาน/คุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ทีส่ ถานศึกษากาหนด
ในกรณีที่ผู้เรียนไม่ผ่าน ครูที่ปรึกษาต้องให้ผู้เรียนซ่อมเสริมการจดั กิจกรรมให้ครบตามกรอบเวลาท่ี
กาหนดในโครงสร้างของหลกั สตู ร
กำรวดั และประเมินผลกำรเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพน้ื ฐานสองประการคอื การ
ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรยี น ในการพัฒนาคณุ ภาพการเรียนรู้ของผู้เรยี น ให้ประสบ
ผลสาเร็จนั้น นักเรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมนิ ตามตัวชี้วัดเพ่ือใหบ้ รรลตุ ามมาตรฐานการเรียนรู้
สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ในระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น
กระบวนการพัฒนาคุณภาพนักเรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ
ความก้าวหนา้ และความสาเร็จทางการเรียนของนักเรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้
นักเรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรอู้ ย่างเตม็ ตามศักยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ระดับชั้นเรียน ระดับ
สถานศกึ ษา มรี ายละเอียด ดงั น้ี
1. กำรประเมินระดบั ช้นั เรียน เปน็ การวัดและประเมินผลทีอ่ ยใู่ นกระบวนการจดั การเรียนรู้
ครู ผู้สอนดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่าง
หลากหลาย เชน่ การซกั ถาม การสงั เกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน/ ภาระ
งาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยครู ผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้นักเรียน
ประเมินตนเอง เพื่อนประเมนิ เพอ่ื น ผ้ปู กครองร่วมประเมิน ในกรณีทไี่ มผ่ ่านตัวชีว้ ัดใหม้ ี การสอนซ่อมเสริม
การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า นักเรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งท่ีจะต้อง
ไดร้ ับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสรมิ ในด้านใด นอกจากนี้ยงั เปน็ ข้อมูลใหผ้ สู้ อนใช้ปรับปรงุ การเรียนการสอน
ของตนด้วย ทง้ั นี้โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ชี้วดั
2. กำรประเมินระดับสถำนศึกษำ เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพื่อตัดสินผล การเรียนของ
ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น นอกจากนี้เพื่อใหไ้ ดข้ ้อมูลเกย่ี วกับการจัดการศึกษา ของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรยี นรู้
ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมท้ังสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศกึ ษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดบั ชาติ ผลการประเมินระดบั สถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพื่อการ
28
ปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจดั การเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อ
คณะกรรมการสถานศึกษา สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นั พื้นฐาน ผู้ปกครอง
และชมุ ชน
ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพ
นักเรียน ท่จี ะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแกไ้ ข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตาม
ศักยภาพบนพ้ืนฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม
นักเรยี นทั่วไป กลุ่มนักเรียนท่มี ีความสามารถพิเศษ กลุ่มนกั เรยี นท่ีมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นต่า กลุม่ ผเู้ รียนท่ี
มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มนักเรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มนักเรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและ
สงั คม กลมุ่ พิการทางร่างกายและสตปิ ัญญา เป็นตน้ ขอ้ มลู จากการประเมนิ จึงเปน็ หวั ใจของสถานศึกษาในการ
ดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาและประสบความสาเร็จในการ
เรยี น
โรงเรียนบ้านศาลาในฐานะผ้รู ับผดิ ชอบจัดการศึกษา ได้จัดทาระเบียบว่าดว้ ยการวดั และประเมนิ ผล
การเรียนของสถานศกึ ษาใหส้ อดคลอ้ งและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัตทิ เี่ ป็นขอ้ กาหนดของหลกั สูตร
สถานศึกษา เพือ่ ใหบ้ คุ ลากรทีเ่ กี่ยวข้องทุกฝ่ายถอื ปฏิบตั ิร่วมกนั
เกณฑก์ ำรวดั และประเมนิ ผลกำรเรียน
1 .กำรตัดสนิ การใหร้ ะดับและการรายงานผลการเรียน
1.1 กำรตดั สนิ ผลกำรเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนนั้ ผู้สอนต้องคานงึ ถึงการพัฒนานักเรยี นแตล่ ะคนเป็น
หลกั และต้องเก็บข้อมลู ของนักเรยี นทุกด้านอยา่ งสม่าเสมอและต่อเนื่องในแตล่ ะภาคเรียน รวมทั้งสอนซอ่ มเสริม
ผู้เรียนใหพ้ ฒั นาจนเตม็ ตามศกั ยภาพ
ระดบั ประถมศึกษำ
(1) ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 หรือ 840 ช่วั โมง ของเวลาเรียนทงั้ หมดและ
รายวชิ าเพ่ิมเตมิ / กจิ กรรมเพ่มิ เตมิ จานวน 40 ชว่ั โมง และมผี ลการประเมินรายวิชาพื้นฐานผ่านทกุ รายวชิ า
(2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจานวน
ตัวชี้วัด
(3) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รบั การตัดสนิ ผลการเรียนทกุ รายวิชา ไมน่ ้อยกวา่ ระดบั “ 1 ” จึงจะถอื ว่าผ่าน
เกณฑ์ตามทีส่ ถานศกึ ษากาหนด
(4) นักเรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนใน
ระดับ “ผา่ น” ข้นึ ไป มผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ในระดบั “ผ่าน” ขึ้นไป และมีผลการประเมิน
กจิ กรรมพัฒนานักเรียน ในระดบั “ผา่ น”
29
การพิจารณาเลื่อนช้ันท้ังระดับประถมศึกษา ถ้านักเรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และ
พจิ ารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้ผอ่ นผันให้เลอ่ื นชั้นได้ แต่หากนักเรียนไม่ผา่ นรายวิชา
จานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นท่ีสูงข้ึน ให้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้
เรยี นซ้าช้นั ได้ ทัง้ นใี้ ห้คานึงถงึ วฒุ ภิ าวะและความรูค้ วามสามารถของนกั เรยี นเปน็ สาคญั
1.2 กำรใหร้ ะดับผลกำรเรยี น
ระดับประถมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ระดับผลการเรียนหรือ
ระดบั คณุ ภาพการปฏบิ ตั ิของนักเรียน เปน็ ระบบตวั เลขแสดงระดบั ผลการเรยี นเป็น 8 ระดบั ดังน้ี
ระดบั ผลกำรเรยี น ควำมหมำย ชว่ งคะแนนร้อยละ
4 ผลการเรียนดีเยยี่ ม 100 - 80
3.5 ผลการเรียนดมี าก 77 - 75
3 ผลการเรยี นดี 74 - 70
2.5 ผลการเรยี นค่อนขา้ งดี 67 - 65
2 ผลการเรยี นนา่ พอใจ 64 - 60
1.5 ผลการเรยี นพอใช้ 57 - 55
1 ผลการเรียนผ่านเกณฑ์ขั้นต่า 54 - 50
0 ผลการเรียนตา่ กว่าเกณฑ์ 47 - 0
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดับผลการ
ประเมินเปน็ ดีเยีย่ ม ดี ผา่ นและไมผ่ ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติ
กิจกรรมและผลงานของการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้ารว่ มกจิ กรรม การ
ปฏิบัติกจิ กรรมและผลงานของผเู้ รียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากาหนด และให้ผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน
และไมผ่ า่ น
Learning Areas
Learning areas comprise bodies of knowledge, skills or learning pro
all basic education learners. The contents are divided into eight learning
Science : application of Thai Language :
knowledge and scientific process skills and culture
for study and search for application for
knowledge and systematic communication;
problem-solving; logical, appreciation of T
analytical and constructive and pride in natio
thinking; and scientific mindedness
Arts : knowledge and skills for initiative; Bodies of k
inspiration and imagination in creating significant
works of art; aesthetics characteris
Basic Educa
Health and Physical Education :
knowledge, skills and favorable Curric
attitude towards strengthening
one’s own health and that of Foreign Languages :
others; prevention and proper knowledge, skills, attitude and
treatment of various things culture in foreign language
affecting one’s health; and life skills application for communication,
seeking further knowledge and
livelihood
30
ocesses and desirable characteristics, attainment of which is required of
g areas :
knowledge Social Studies, Religion and Culture : peaceful
e in language coexistence in Thai
society and the world community;
delight in and good citizenship; faith in religious
Thai wisdom; teachings; appreciation of resources and the
onal language environment; and patriotism and pride in Thai-ness
Arts: knowledge and skills for initiative; inspiration
knowledge, and imagination in creating works of art; aesthetics
skills and and art appreciation
stics in the
ation Core Mathematics : application of
culum knowledge, skills and scientific
process for problem-solving, way
of life and further education;
reasonableness; favorable
attitude toward mathematics;
development of systematic and
constructive thinking
Occupations:
knowledge, skills and attitude
towards work; management;
way of life; livelihood.
31
เอกสารอ้างองิ
กระทรวงศึกษาธิการ. ( 8551). หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 8551.
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค์ รุ ุสภา ลาดพรา้ ว.
สานกั วิชาการ และมาตรฐานการศึกษา สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. ( 8551). ร่างเอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษา
ขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช 8551 แนวปฏิบัติการวัด และประเมินผลการเรยี นร.ู้
กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด.
________. ( 8551). ร่างเอกสารประกอบหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช
8551 ทางการบรหิ ารจัดการหลกั สูตร. กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พช์ มุ นมุ
สหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากัด.
32
33