· ¯ É PHE RRNEHH $W ¥ W n ´ R UQ H \ ³ ¬ ¹ ¯ fl · ¥´£ ª » ¤ q ³ ¬¹ ¯ º ®´ ´¤¯ ¶ ¥ q ¬ÅÃ(%22. ¬³Ê m ´Ã¯ § ¶  ³Ê ç²Â© É Æ q ³ m ¯Æ · Ë ¬Åà ³ ¬¹ ¯ ¬³Ê m ´Ã¯ § ¶  ³Ê à §¡¯¥ q £ ³ m ¯Æ · Ë n ¯ ¶ Ê £ · ¥ º Â¥ ¹ Ê ¯ ¬ ³ Ê ¹ Ë ¯ ³ ¬ ¹ ¯Æ n · Ê
คํานํา จากใจ PUIFAIBOOK PUIFAIBOOK ขอเป็นกําลังใจ และเป็นส่วนหนึ่งของความสําเร็จ ทีมงานหวังว่าหนังสือเล่มนี้ คงจะสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในการสอบครั้งนี้ และขอให้ทุกท่าน ออกจากห้องสอบ ด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง ตัวอย่าง
สารบัญ เรื่อง หน้า ส่วนที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้า - บทน า 2 - ระบบหน่วย 4 - ประจุไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า 9 - แรงดันไฟฟ้า 15 - ก าลังไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า 17 - องค์ประกอบของวงจรไฟฟ้า 20 - การค านวณค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้า 23 - การประยุกต์ใช้แนวคิดเบื้องต้น 28 ส่วนที่ 2 ความรู้เกี่ยวกับระบบต่างๆ - ความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าก าลัง 63 - ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 66 - ระบบแสงสว่าง 71 - เครื่องปรับอากาศ 89 ส่วนที่ 3 แนวข้อสอบความรู้เฉพาะต าแหน่ง - ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้า 105 - ความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าก าลัง 124 - ระบบแสงสว่าง 134 - ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 146 - ระบบปรับอากาศ 158 - ความรู้เกี่ยวกับงานช่างไฟฟ้า 171 - ความรู้เกี่ยวกับช่างไฟฟ้าก าลัง 181 - วิชาอิเล็กทรอนิกส์ 222 ส่วนที่ 4 แนวข้อสอบภาค ก / สรุปกฎหมาย (EBOOK) 237 ส่วนที่ 5 แคปชั่นความส าเร็จ สร้างแรงผลักดัน 238 ตัวอย่าง
ความรู้เกี่ยวกับไฟฟ้าเบื้องต้น 1.1 บทน ำ ไฟฟ้าเป็นปัจจัยส าคัญยิ่งประการหนึ่งต่อการด ารงชีวิตของมนุษย์ ตั้งแต่แรกเกิดในโรงพยาบาล การใช้ ชีวิตป ระจ าวันในบ้ านเรือน การเรียนการสอนในสถานศึกษ า การสัญ จรไปมาในเส้นท างต่าง ๆ การรักษาพยาบาล จวบจนเสียชีวิต ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าโดยตรง คือ วิศวกรไฟฟ้า ซึ่งดูแลรับผิดชอบ ตั้งแต่ระบบผลิตพลังงานไฟฟ้า ระบบส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้า และระบบจ าหน่ายพลังงานไฟฟ้าด้วยไฟฟ้าระดับ แรงดันสูงมากกว่า 1,000 โวลต์ การออกแบบติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าในอาคาร บ้านพักอาศัย และสถาน ประกอบการ ด้วยไฟฟ้าระดับแรงดันต่ ากว่า 1,000 โวลต์ตลอดจนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วงจรไฟฟ้า เป็นวิชาทฤษฎีพื้นฐานที่ส าคัญในการศึกษาทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า มาตรฐานคุณวุฒิ ระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมศาสตร์พ.ศ. 2553 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2553) ได้อธิบายลักษณะของ สาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์ไว้ ดังนี้ “สาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นสาขาวิชาที่เกี่ยวกับการน าความรู้ทาง คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ธรรมชาติมาประยุกต์ใช้ มีหลายสาขาย่อยท าให้เกิดความหลากหลายในด้านองค์ ความรู้และสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้พื้นฐานความรู้ของสาขาวิศวกรรมศาสตร์ประกอบด้วยความรู้ทางด้าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์พื้นฐานและวิทยาศาสตร์ประยุกต์เพื่อน าไปสู่การต่อยอดองค์ความรู้ด้วยศาสตร์และ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสาขาวิชาชีพ” โดยสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมไฟฟ้าที่ระบุ ใน มคอ.1 ประกอบด้วย 5 สาขาวิชา ดังนี้ 1. วิศวกรรมไฟฟ้า 2. วิศวกรรมไฟฟ้า (สาขาย่อยไฟฟ้าก าลัง) 3. วิศวกรรมไฟฟ้า (สาขาย่อยไฟฟ้าสื่อสาร/โทรคมนาคม) หรือ วิศวกรรมโทรคมนาคม หรือ วิศวกรรมไฟฟ้าสื่อสาร 4. วิศวกรรมไฟฟ้า (สาขาย่อยอิเล็กทรอนิกส์) หรือ วิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ 5. วิศวกรรมไฟฟ้า (สาขาย่อยระบบวัดคุม) หรือ วิศวกรรมระบบวัดคุม หรือ วิศวกรรมอัตโนมัติ ผู้ศึกษาทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าทั้ง 5 สาขาวิชา จะต้องศึกษาวิชาวงจรไฟฟ้า ซึ่งเป็นรายวิชาพื้นฐานที่ ส าคัญต่อการศึกษารายวิชาอื่น ๆ ในกลุ่มความรู้ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ทั้งในด้านการผลิต การส่ง และการจ่าย ก าลังไฟฟ้า เครื่องจักรกลไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ ระบบควบคุมแบบต่าง ๆ วงจรอิเล็กทรอนิกส์และ อิเล็กทรอนิกส์ก าลัง การวัดและเครื่องมือวัด และระบบสื่อสาร เป็นต้น สอดคล้องกับระเบียบสภาวิศวกร ว่าด้วย วิชาพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ วิชาพื้นฐานทางด้านวิศวกรรม และวิชาเฉพาะทางวิศวกรรม ที่สภา วิศวกรจะให้การรับรองปริญญา ประกาศนียบัตร และวุฒิบัตร ในการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 2 ตัวอย่าง
พ.ศ. 2558 (สภาวิศวกร, 2558) ที่ก าหนดให้วิชาวงจรไฟฟ้า (Electric circuit) เป็นรายวิชาในกลุ่มวิชาพื้นฐาน ทางวิศวกรรมของสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้าทั้งงานไฟฟ้าก าลังและงานไฟฟ้าสื่อสาร วงจรไฟฟ้า หมายถึง การเชื่อมโยงหรือการต่อเข้าด้วยกันขององค์ประกอบทางไฟฟ้า ในการศึกษาด้าน วิศวกรรมไฟฟ้าจะเป็นการพิจารณาเกี่ยวกับทิศทางการไหลและปริมาณของกระแสไฟฟ้า ขั้วและปริมาณของ แรงดันไฟฟ้าที่ตกคร่อมองค์ประกอบทางไฟฟ้าในวงจร ก าลังไฟฟ้าและการส่งผ่านพลังงานไฟฟ้าจากจุดหนึ่งไป ยังอีกจุดหนึ่งในวงจรไฟฟ้านั้น ๆ ในบทนี้จะอธิบายถึง ระบบหน่วย ประจุไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้า ก าลังไฟฟ้าและพลังงานไฟฟ้า องค์ประกอบของวงจรไฟฟ้า การค านวณค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้า และการ ประยุกต์ใช้แนวคิดเบื้องต้น ตามล าดับ ตัวอย่างวงจรไฟฟ้า แสดงดังภาพ 1.1 4.7nF 18k 1.8k 68pF 10k L1 18k 4.7pF 0.2V 18k 220 4.7nF 2 L 1k100 pF BC560C 1.2V 680nF 22kBC550C 1F 33k5.6kBC550C 5V0.73V 4.7 F AF 1.2k47kBF324 BF324 3 L 14pF 0.66V L1 :10 turn/0.5mmSWG25d3mm L2 :12 turn/0.5mmSWG25d 5mm L3 :4 turn/1.2mmSWG18 d 5mm 3.4V BF324 (ก) วงจรไฟฟ้าอย่างง่าย (ข) วงจรไฟฟ้าของเครื่องรับความถี่วิทยุ (Marian, 2010) ภำพ 1.1 ตัวอย่างวงจรไฟฟ้า จากภาพ 1.1 (ก) ซึ่งเป็นวงจรไฟฟ้าอย่างง่าย ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบพื้นฐาน ดังนี้ แหล่งจ่าย พลังงานไฟฟ้ากระแสตรง คือ แบตเตอรี่ โหลด คือ หลอดไฟฟ้า และสายตัวน าไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ควบคุมการ ท างาน คือ สวิตช์ ในการวิเคราะห์วงจรท าได้โดยใช้กฎพื้นฐาน คือ กฎของโอห์ม มาช่วยวิเคราะห์หา กระแสไฟฟ้า ก าลังไฟฟ้าและพลังงานที่ใช้ในวงจร และภาพ 1.1 (ข) เป็นวงจรเครื่องรับความถี่วิทยุซึ่งประกอบ ไปด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นจ านวนมาก การต่อวงจรมีลักษณะซับซ้อนในการวิเคราะห์วงจร จะต้องใช้กฎ และทฤษฎีต่าง ๆ ทางไฟฟ้ามาช่วยในการวิเคราะห์ รวมถึงจะต้องน าคุณลักษณะทางไฟฟ้าของ อุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาร่วมพิจารณาด้วย ซึ่งจะอธิบายในบทต่อไป ด้วยเทคโนโลยีการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันที่รู้จักกันในชื่อ เทคโนโลยียึดติดอุปกรณ์กับ พื้นผิว (Surface-mount technology; SMT) ซึ่งสามารถผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มีขนาดเล็กลงและ สามารถยึดติดเข้ากับแผ่นลายพิมพ์วงจรได้โดยไม่ต้องเจาะแผ่นพิมพ์ลายวงจรเพื่อบัดกรีขาของอุปกรณ์ และท า ให้แผ่นวงจรมีขนาดเล็ก น้ าหนักเบา สะดวกต่อการออกแบบและการพัฒนาวงจรมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างแผ่นพิมพ์ วงจรที่ใช้อุปกรณ์ยึดติดบนพื้นผิว (Surface-mount Device; SMD) แสดงดังภาพ 1.2 (ก) เปรียบเทียบกับ เทคโนโลยีการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบเดิมดังแสดงในภาพ 1.2 (ข) สวิตช์ แบตเตอรี่ หลอดไฟ สายตัวน าไฟฟ้า สายตัวน าไฟฟ้า แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 3 ตัวอย่าง
ภำพ 1.3 ตัวอย่างโครงสร้างอะตอม He Helium 2 4 Atomic Number = Number of Photons = Number of Electrons Chemical Symbol Chemical Name Atomic Weight = Number of Photons + Number of Neutrons p + p + n 0 n 0 e - e - Photons Neutrons Electrons Nucleus Helium Atom p=1 n=0 Hydrogen Atom H Hydrogen 1 1 p=13 n=14 Aluminum Atom Al Aluminum 13 27 K Shell (n=1) L Shell (n=2) M Shell (n=3) Valence electron p=6 n=6 Carbon Atom C Carbon 6 12 p=14 n=14 Silicon Atom Si Silicon 14 28 p=10 n=10 Neon Atom Ne Neon 10 20 p=18 n=22 Argon Atom A Argon 18 40 แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 10 ตัวอย่าง
หม้อ แปลง ขดลวดสองขดเชื่อมโยงกันด้วยแกนเหล็ก หม้อแปลงใช้แปลงแรงดัน กระแสสลับให้สูงขึ้นหรือลดลง พลังงานจะถ่ายโอนระหว่าง ขดลวดโดย สนามแม่เหล็กในแกนเหล็ก และไม่มีการต่อกันทางไฟฟ้าระหว่าง ขดลวด ทั้งสอง อุปกรณ์ด้านออก: หลอดไฟ, ใส้ความร้อน, มอเตอร์ ฯลฯ อุปกรณ์ สัญลักษณ์วงจร หน้าที่ของอุปกรณ์ หลอด (แสงสว่าง) ตัวแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นแสง สัญลักษณ์นี้เป็น หลอดให้แสงสว่าง ตัวอย่างเช่นหลอดไฟหน้ารถยนต์ หรือหลอดไฟฉาย อุปกรณ์ด้านออก: หลอดไฟ, ใส้ความร้อน, มอเตอร์ ฯลฯ หลอด(ตัวชี้) (indicator) ตัวแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นแสง สัญลักษณ์นี้ใช้ ส าหรับเป็นหลอดตัวชี้บอก ตัวอย่างเช่นหลอดไฟ เตือนบนหน้าปัดรถยนต์ ตัวท าความ ร้อน (heater) ตัวแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นความร้อน มอเตอร์ ตัวแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานจล (หมุน) กระดิ่ง(bell) ตัวแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นเสียง อ อ ด (buzzer) ตัวแปลงพลังงานไฟฟ้าเป็นเสียง ตัวเหนี่ยวน า (ขดลวด, โซ ลินอยด์) ขดลวด เมื่อมีกระแสไหลผ่านจะเกิดสนามแม่เหล็ก หากมีแกนเหล็กอยู่ข้างในจะสามารถแปลงพลังงาน ไฟฟ้าเป็นพลังงานกล โดยท าให้เกิดการผลักได้ แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 49 ตัวอย่าง
อิเล็กทรอนิกส์ อิเล็กทรอนิกส์(อังกฤษ: electronics) เป็นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับวงจรไฟฟ้าที่ประกอบด้วย อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็น active component เช่นหลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์, ไดโอด และ Integrated Circuit และ ชิ้นส่วน พาสซีฟ (อังกฤษ: passive component) เช่น ตัวน าไฟฟ้า, ตัวต้านทานไฟฟ้า, ตัวเก็บ ประจุและคอยล์ พฤติกรรมไม่เชิงเส้นของ active component และความสามารถในการควบคุมการไหลของ อิเล็กตรอนท าให้สามารถขยายสัญญาณอ่อนๆให้แรงขึ้นเพื่อการสื่อสารทางภาพและเสียงเช่นโทรเลข, โทรศัพท์, วิทยุ, โทรทัศน์ เป็นต้น อิเล็กทรอนิกส์ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการสื่อสารข้อมูลโทรคมนาคม ความสามารถของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท าหน้าที่เป็นสวิทช์ปิดเปิดวงจรถูกน าไปใช้ในวงจร ลอจิกเกต ซึ่ง เป็นส่วนส าคัญหลักในระบบคอมพิวเตอร์นอกจากนั้น วงจรอิเล็กทรอนิกส์ยังถูกน าไปใช้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าใน ครัวเรือน ในการส่งพลังงานไฟฟ้าเป็นระยะทางไกลๆ การผลิตพลังงานทดแทน และอุตสาหกรรมต่างๆอีกมาก อิเล็กทรอนิกส์แตกต่างจากวิทยาศาสตร์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีเครื่องกลไฟฟ้า โดยจะเกี่ยวข้องกับการสร้าง, การ กระจาย, การสวิทช์, การจัดเก็บและการแปลงพลังงานไฟฟ้าไปและมาจากพลังงานรูปแบบอื่น ๆ โดยใช้สายไฟ , มอเตอร์, เครื่องก าเนิดไฟฟ้า, แบตเตอรี่, สวิตช์, รีเลย์, หม้อแปลงไฟฟ้า ตัวต้านทานและส่วนประกอบที่เป็น พาสซีพอื่นๆ ความแตกต่างนี้เริ่มราวปี 1906 เป็นผลจากการประดิษฐ์ไตรโอดโดยลี เดอ ฟอเรสท์ ซึ่งใช้ขยาย สัญญาณวิทยุที่อ่อนๆได้ ท าให้เกิดการออกแบบและพัฒนาระบบการรับส่งสัญญาณเสียงและหลอดสูญญากาศ จึงเรียกสาขานี้ว่า "เทคโนโลยีวิทยุ" จนถึงปี 1950 ปัจจุบัน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ ใช้ชิ้นส่วนสารกึ่งตัวน าเพื่อควบคุมการท างานของอิเล็กตรอน การศึกษาเกี่ยวกับอุปกรณ์สารกึ่งตัวน าและเทคโนโลยีโซลิดสเตต ในขณะที่การออกแบบและการสร้างวงจร อิเล็กทรอนิกส์ในการแก้ปัญหาในทางปฏิบัติอยู่ภายใต้สาขาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือ ส่วนที่เป็นแอคทีพคือต้องมีกระแสไฟฟ้าป้อนให้ ตลอดจึงท างานได้ เช่น หลอดสูญญากาศ, ทรานซิสเตอร์เป็นต้น อีกส่วนหนึ่งคือพาสซีพคือการท างานได้โดย ไม่ต้องมีกระแสไฟฟ้าแต่ใช้คุณสมบัติส่วนตัวเช่นตัวต้านทาน, ตัวเก็บประจุ, หม้อแปลง, สายไฟ, ใยแก้วน าแสง, คอยล์ เป็นต้น ชื้นส่วนเหล่านี้จะเชื่อมต่อกันด้วยการบัดกรีบนแผงวงจรพิมพ์ (PCB) เพื่อสร้างวงจร อิเล็กทรอนิกส์ที่มีฟังก์ชันโดยเฉพาะ (เช่นเครื่องขยายเสียง สัญญาณวิทยุหรือ oscillator) ชิ้นส่วนประกอบ อาจประกอบโดยล าพังหรือเป็นกลุ่มที่ซับซ้อนมากขึ้นเป็นวงจรรวม ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงต้น แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 60 ตัวอย่าง
ระบบไฟฟ้าก าลัง 1. มาตรฐานการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า มาตรฐานการออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้า มีความส าคัญยิ่ง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย คงทนถาวร และเพื่อยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ ที่ใช้อยู่ในระบบให้ยาวนานยิ่งขึ้น การติดตั้งระบบไฟฟ้า มี มาตรฐานก าหนดที่แน่นอน และมีหลายหน่วยงาน เช่น กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน สมาคมวิศวกรรม สถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์(วสท)การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ หน่วยงานจากต่างประเทศที่ประเทศไทยน ามายึดถือ เช่น National Electric Code(NEC) American National Standard Institute(ANSI) International Electrotechnical Commission(IEC) เป็นต้น และ หน่วยงานที่รับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ คือ ส านักผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่รู้จักกันในชื่อ มอก. 2. ศัพท์เฉพาะ หรือค าจ ากัดความ ด้านระบบไฟฟ้า ที่ควรรู้ 2.1 ระบบไฟฟ้าแรงสูง คือ ระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าเกิน 1,000 โวลท์ 2.2 ระบบไฟฟ้าแรงต่ า คือ ระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 1,000 โวลท์ 2.3 โวลท์ (Volt) คือ หน่วยวัดแรงดันไฟฟ้า 2.4 แอมแปร์ (Amp) คือ หน่วยวัดกระแสไฟฟ้า 2.5 วัตต์ (Watt) คือ หน่วยของก าลังไฟฟ้าที่ใช้จริง 2.6 หน่วย (Unit) คือ หน่วยของก าลังไฟฟ้าที่ใช้ ต่อชั่วโมง มีอุปกรณ์ที่ใช้วัด คือ กิโลวัตต์ฮอร์มิเตอร์ (Kwh) 3. ระบบ 1 เฟส หรือ 3 เฟส คือ ระบบไฟฟ้าที่น ามาใช้ โดยแยกออกดังนี้ 3.1 ระบบ 1 เฟส จะมี 2 สายในระบบประกอบด้วย สาย LINE (มีไฟ) 1 เส้น และสาย Neutral (ไม่มี ไฟ) 1 เส้น มีแรงดันไฟฟ้า 220–230 โวลท์มีความถี่ 50 เฮิร์ซ (Hz) 3.2 ระบบ 3 เฟส จะมี 4 สายในระบบประกอบด้วย สาย LINE (มีไฟ) 3 เส้น และสายนิวตรอน (ไม่มี ไฟ) 1 เส้น มีแรงดันไฟฟ้าระหว่าง สาย LINE กับ LINE 380–400 โวลท์ และแรงดันไฟฟ้าระหว่างสาย LINE กับ Neutral 220–230 โวลท์ และมีความถี่ 50 เฮิร์ซ (Hz) 3.3 สายดิน หรือ GROUND มีทั้ง 2 ระบบ ติดตั้งเข้าไปในระบบเพื่อความปลอดภัยของระบบ สายดิน จะต้องต่อเข้าไปกับพื้นโลก ตามมาตรฐานก าหนด 4. พาวเวอร์แฟคเตอร์ (PF) คือ อัตราส่วน ระหว่างก าลังไฟฟ้าที่ใช้จริง(วัตต์) กับ ก าลังไฟฟ้าปรากฏ หรือก าลังไฟฟ้าเสมือน(VA) ซึ่ง ค่าที่ดีที่สุด คือ มีอัตราส่วนที่เท่ากัน จะมีค่าเป็นหนึ่ง แต่ในทางเป็นจริงไม่สามารถท าได้ ซึ่งค่า Power Factor เปลี่ยนแปลงไปตามการใช้ LOAD ซึ่ง Load ทางไฟฟ้ามีอยู่ 3 ลักษณะ คือ 1. Load ประเภท Resistive หรือ ความต้านทาน จะมีค่า Power Factor เป็นหนึ่งอันได้แก่ หลอด ไฟฟ้าแบบใส้ เตารีดไฟฟ้า หม้อหุงข้าวเครื่องท าน้ าอุ่น เป็นต้น ถ้าหน่วยงานหรือองค์กรมี Load ประเภทนี้เป็น จ านวนมากก็ไม่จ าเป็นที่จะต้องปรับปรุงค่า Power Factor 2. Load ประเภท Inductive หรือ ความเหนี่ยวน า จะมีค่า Power Factor ไม่เป็นหนึ่ง อันได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ขดลวด เช่นมอเตอร์ บาลาสก์ของหลอดฟลูออเรสเซนต์ หลอดแกสดิสชาร์จ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าหน่วยงานหรือองค์กรส่วนใหญ่ จะหลีกเลี่ยง Load ประเภทนี้ไม่ได้ แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 63 ตัวอย่าง
1 ระบบแสงสวางคืออะไร? (1) หลักการใหแสงสวาง (2) หนวยวัดที่เกี่ยวกับแสง 2 ชนิดและ สวนประกอบหลักของระบบแสงสวางประกอบดวยอะไรบาง? (1) หลอดไฟฟา (2) บัลลาสต (3) โคมไฟฟา 3 การเลือกใชระบบแสงสวางใหมีประสิทธิภาพทําอยางไร? (1) การออกแบบระบบแสงสวาง (2) มาตรฐานความสวาง (3) การเลือกใชหลอดไฟฟาประสิทธิภาพสูง (4) การเลือกใชบัลลาสตที่มีการสูญเสียต่ํา (5) การเลืกใชโคมไฟฟาประสิทธิภาพสูง 4 การประหยัดพลังงานในระบบแสงสวาง (1) การใชแสงธรรมชาติตอนกลางวัน (2) การลดจํานวนหลอดไฟเพื่อลดแสงสวางที่มากเกิน (3) การเนนแสงสวางเฉพาะจุดที่ทํางาน (4) การลดแรงดันไฟฟาการสองสวาง (5) บัลลาสตอิเลคทรอนิกส (6) บัลลาสตแกนเหล็กประสิทธิภาพสูง (7) การเปลี่ยนใชหลอดประสิทธิภาพสูง (8) การเลือกใชโคมไฟฟาประสิทธิภาพสูง 5 การตรวจ วินิจฉัย การบํารุงรักษาระบบไฟฟาแสงสวาง เพื่อการอนุรักษพลังงานทําอยางไร ? (1) การตรวจ วินิจฉัย ระบบไฟฟาแสงสวาง เพื่อการอนุรักษพลังงาน (2) การบํารุงรักษาระบบแสงสวาง เพื่อการประหยัดพลังงาน ระบบแสงสว ระบบแสงสวาง (Lighting System) 1 ระบบแสงสวางคืออะไร? นิยามของแสง E = F/A เมื่อ E คือ คาความสวางเฉลี่ยบนพื้นที่ใดๆ (lux) F คือ ฟลักซสองสวางที่ตกลงบนพื้นที่นั้นๆ (lumen) A คือ ขนาดของพื้นที่ (m2 ) (1) หลักการใหแสงสวาง มีจุดมุงหมาย 3 ประการ คือ 1) เพื่อใหการทํางานดําเนินไปอยางมีประสิทธิภาพ เชน ไฟสองโตะทํางาน 2) ชวย สรางความปลอดภัย เชน ไฟตามแนวรั้ว 3) เพื่อความสวยงามและสรางบรรยากาศที่เหมาะสม เชนไฟสองรูปภาพ วิธีการใหแสงสวางที่เหมาะสมแบงเปน 3 วิธีคือ แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 71 ตัวอย่าง
ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning) 1. หลักการของเทคโนโลยี ระบบปรบอากาศคั ือระบบการถายเทความรอนจากบริเวณที่ตองการปรับอากาศโดยทั่วไปมักจะ มีอุณหภูมิต่ํากวาภายนอกมาท ิ้ งยังแหลงที่มีอุณหภูมิสูงกวา โดยทั่วไประบบปรับอากาศนอกจากทํา หนาท ี่ในการทําความเย็นใหไดอุณหภูมิตามที่ตองการแลว ยังทําหนาท ี่ ลดความช ื้ นที่มีอยูในอากาศ ระบบปรบอากาศโดยท ั ั่วไปมีหลายประเภทแตหากแบงตามว ัตถุประสงคการใชงานสามารถแบงได เปน 2 ประเภท 1. การปรับอากาศเพื่อความเยนสบาย็ เปนการปรับอากาศที่มุงสงเสริมความเย็นสบาย และ เพ ิ่มประสิทธภาพในการท ิ ํางานของผูคนท ี่ อาศัยหรือทํางานอยูในที่ บริเวณน ั้ นๆ เชน การ ปรับอากาศภายในบาน สํานักงาน รานอาหาร โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯ 2. การปรับอากาศเพื่อการอุตสาหกรรม เปนการปรับอากาศเพื่อควบคุมภาวะบรรยากาศใน กระบวนการผลิต การทํางานวิจัย และการเก็บรักษาผลผลตติ างๆ เชน การปรับอากาศใน อุตสาหกรรมคอมพิวเตอรโรงงานทอผา โรงงานผลิตอาหาร ฯลฯ หลักการทําความเย็นของเคร ื่องปรับอากาศ การทําความเย็นของเคร ื่องปรับอากาศโดยทั่วไปตองอาศัยสารทําความเย็นท ี่ไหลอยูในระบบทอ ปดโดยมีเคร ื่ องอัดไอสารทําความเย็นหรือคอมเพรสเซอรทําหนาท ี่ เพ ิ่ มความดันใหแกสารทําความเย็น ซึ่งเปนไอใหมีความดันและอุณหภูมิสูงขึ้น (สูงกวาอากาศภายนอก) แลวระบายท ิ้ งท ี่ แผงทอระบายความ รอน (คอลยรอนหรือคอนเดนเซอร) ซึ่งติดต ั้ งอยูภายนอกหอง โดยมีพัดลมทําหนาท ี่เปาระบายความรอน ที่แผงระบายความรอนน ี้ สารทําความเย็นภายหลังผานคอลยรอนจะมีสถานะเปนของเหลวท ี่ ความดันสูง จะไหลผานเขาชุดลดความดัน กอนจะไหลเขาไปยังแผงทอทําความเย็น (คอลยเย็นหรือแฟนคอลย) ซึ่ง ติดต ั้ งอยูภายในหอง สารทําความเย็นจะดูดความรอนจากอากาศบริเวณโดยรอบของแผงทอทําความ เย็นทําใหอากาศท ี่ไหลผานมีอุณหภูมิต่ําลงและถูกสงผานลมเย็นโดยพัดลมที่ติดต ั้ งอยูที่แผงทําความเย็น แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 89 ตัวอย่าง
ความรู้เรื่องไฟฟ้าเบื้องต้น 1. ประจุไฟฟ้ามีหน่วยพื้นฐานคือข้อใด ก. โวลต์ ข. แอมแปร์ ค. คูลอมบ์ ง. วัตต์ ค าตอบ ค. คูลอมบ์ 2. อนุภาคมูลฐานใดมีประจุไฟฟ้าเป็นลบ ก. โปรตอน ข. นิวตรอน ค. อิเล็กตรอน ง. โพซิตรอน ค าตอบ ค. อิเล็กตรอน 3. กระแสไฟฟ้ามีหน่วย SI คืออะไร ก. โวลต์ ข. แอมแปร์ ค. โอห์ม ง. จูล ค าตอบ ข. แอมแปร์ 4. ใครเป็นผู้ให้เครดิตกับการค้นพบการเหนี่ยวน าแม่เหล็กไฟฟ้า ก. โทมัส เอดิสัน ข. เบนจามิน แฟรงคลิน ค. ไมเคิล ฟาราเดย์ ง. อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ค าตอบ ค. ไมเคิล ฟาราเดย์ 5. AC ย่อมาจากอะไรในบริบทของไฟฟ้า ก. กระแสสลับ ข. วงจรแอคทีฟ ค. กระแสขยาย ง. ค่าธรรมเนียมส ารอง ค าตอบ ก. กระแสสลับ แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 105 ตัวอย่าง
ค. มอเตอร์เหนี่ยวน า ง. มอเตอร์ซิงโครนัส ค าตอบ ก. มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน 264. "โรเตอร์โรเตอร์" ในบริบทของมอเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร ก. โรเตอร์ที่มีขดลวดเดี่ยว ข. โรเตอร์ที่มีขดลวดหลายเส้น ค. โรเตอร์ที่ไม่มีขดลวด ง. โรเตอร์ที่มีแม่เหล็กถาวร ค าตอบ ข. โรเตอร์ที่มีขดลวดหลายเส้น 265. มอเตอร์ชนิดใดที่ใช้กันทั่วไปในอุตสาหกรรมการพิมพ์เพื่อการป้อนกระดาษที่แม่นย า ก. สเต็ปเปอร์มอเตอร์ ข. มอเตอร์ซิงโครนัส ค. มอเตอร์อเนกประสงค์ ง. มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน ค าตอบ ก. สเต็ปเปอร์มอเตอร์ 266. อะไรคือข้อได้เปรียบหลักของมอเตอร์เหนี่ยวน าแบบแยกเฟส ก. ประสิทธิภาพสูง ข. การควบคุมความเร็วที่แม่นย า ค. ต้นทุนต่ า ง. แรงบิดเริ่มต้นสูง ค าตอบ ง. แรงบิดเริ่มต้นสูง 267. สวิตช์แรงเหวี่ยงในมอเตอร์เหนี่ยวน าเฟสเดียวมีจุดประสงค์อะไร ก. เพื่อควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ข. เพื่อกลับทิศทางของมอเตอร์ ค. เพื่อป้องกันมอเตอร์จากความร้อนสูงเกินไป ง. เพื่อท าการม้วนสตาร์ท ค าตอบ ง. เพื่อประกอบการม้วนสตาร์ท 268. มอเตอร์ประเภทใดที่มักใช้ในเครื่องดูดฝุ่นหุ่นยนต์เพื่อการน าทางที่แม่นย า ก. มอเตอร์อเนกประสงค์ ข. มอเตอร์ซิงโครนัส ค. สเต็ปเปอร์มอเตอร์ ง. มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน ค าตอบ ค. สเต็ปเปอร์มอเตอร์ แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 156 ตัวอย่าง
269. บทบาทของตัวเข้ารหัสป้อนกลับในระบบเซอร์โวมอเตอร์คืออะไร ก. เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ข. เพื่อควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ค. เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับต าแหน่งและความเร็วของมอเตอร์ ง. เพื่อท าการม้วนสตาร์ท ค าตอบ ค. เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับต าแหน่งและความเร็วของมอเตอร์ 270. มอเตอร์ประเภทใดที่ใช้กันทั่วไปในรถจักรยานไฟฟ้า (e-bikes) ส าหรับระบบช่วยเหยียบ ก. มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน ข. มอเตอร์อเนกประสงค์ ค. มอเตอร์ซิงโครนัส ง. มอเตอร์กระแสตรงไร้แปรงถ่าน ค าตอบ ง. มอเตอร์กระแสตรงไร้แปรงถ่าน 271. จุดประสงค์หลักของการขับเคลื่อนด้วยสายพานร่องวีในระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร ก. เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ข. เพื่อควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ค. เพื่อส่งก าลังกลจากมอเตอร์ไปยังโหลด ง. ท าให้มอเตอร์เย็นลง ค าตอบ ค. เพื่อส่งก าลังกลจากมอเตอร์ไปยังโหลด 272. มอเตอร์ชนิดใดที่มักใช้ในคอมเพรสเซอร์เครื่องปรับอากาศในครัวเรือน ก. มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน ข. มอเตอร์อเนกประสงค์ ค. มอเตอร์เหนี่ยวน า ง. มอเตอร์ซิงโครนัส ค าตอบ ค. มอเตอร์เหนี่ยวน า 273. ข้อได้เปรียบหลักของโรเตอร์กรงกระรอกในมอเตอร์เหนี่ยวน าคืออะไร ก. ประสิทธิภาพสูง ข. การควบคุมความเร็วที่แม่นย า ค. ต้นทุนต่ า ง. แรงบิดเริ่มต้นสูง ค าตอบ ก. ประสิทธิภาพสูง 274. มอเตอร์ประเภทใดที่มักใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่เพื่อการขับเคลื่อน ก. มอเตอร์กระแสตรงแบบมีแปรงถ่าน ข. มอเตอร์อเนกประสงค์ แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 157 ตัวอย่าง
ค. มอเตอร์ซิงโครนัส ง. มอเตอร์กระแสตรงไร้แปรงถ่าน ค าตอบ ง. มอเตอร์กระแสตรงไร้แปรงถ่าน 275. จุดประสงค์หลักของรีเลย์โอเวอร์โหลดความร้อนในระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร ก. เพื่อจ่ายไฟส ารองให้กับมอเตอร์ ข. เพื่อควบคุมความเร็วของมอเตอร์ ค. เพื่อป้องกันมอเตอร์ไม่ให้ร้อนเกินไปเนื่องจากกระแสไฟเกิน ง. เพื่อท าการม้วนสตาร์ท ค าตอบ ค. เพื่อป้องกันมอเตอร์ไม่ให้ร้อนเกินไปเนื่องจากกระแสไฟเกิน ระบบปรับอากาศ 276. จุดประสงค์หลักของระบบปรับอากาศคืออะไร ก. เครื่องท าความร้อน ข. การระบายความร้อน ค. การระบายอากาศ ง. การท าความชื้น ค าตอบ ข. การระบายความร้อน 277. ส่วนประกอบใดมีหน้าที่ในการระบายความร้อนออกจากอากาศภายในอาคารในระบบปรับอากาศ ก. คอนเดนเซอร์ ข. คอมเพรสเซอร์ ค. เครื่องระเหย ง. เทอร์โมสตัท ค าตอบ ค. เครื่องระเหย 278. สารท าความเย็นชนิดใดที่มักใช้ในระบบปรับอากาศในที่พักอาศัย ก. R-22 ข. R-410A ค. R-134a ง. R-600a ค าตอบ ข. R-410A 279. ข้อใดไม่ใช่ระบบปรับอากาศแบบทั่วไป ก. หน่วย AC หน้าต่าง ข. ระบบไฟฟ้ากระแสสลับส่วนกลาง แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 158 ตัวอย่าง
แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 171 ตัวอย่าง
แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 189 ตัวอย่าง
แนวข้อสอบนายช่างไฟฟ้า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 190 ตัวอย่าง