The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานการเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by numtea08856, 2024-05-07 00:06:46

โครงงานการเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ

โครงงานการเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ

Keywords: ดิน

เรื่อง การเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ จัดทำ โดย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เสนอ นายอับดุลเลาะ สารี โรงเรียนบ้านหนองม่วง สำ นักงานเขตพื้นที่กที่ารศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 May 2024 รายงานโครงงาน


ก บทคัดย่อ โครงงานเรื่อง การเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ จากการศึกษาเรื่อง การเจริญเติบโตของ พืชในดินชนิดต่างๆ โดยใช้ถั่วเขียวในการศึกษา จะเห็นได้ว่า เมื่อนำถั่วเขียวปลูกในดินแต่ละชนิด คือ ดิน เหนียว ดินร่วน และดินทราย พบว่า ดินเหนียว วันที่ 1 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง วันที่ 3 มีการงอกของเมล็ด ถั่วเขียวออกมากลายเป็นถั่วงอก ดินร่วน วันที่ 1 มีการงอกของเมล็ดถั่วเขียวออกมา 1 เมล็ด วันที่ 3 มี การเจริญเติบโตกลายเป็นต้นถั่วเขียว ดินทราย วันที่ 1 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง วันที่ 3 มีการเจริญเติบโต กลายเป็นต้นถั่วเขียว ดังนั้น การเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ การเจริญเติบโตของถั่วเขียว ในดินต่างชนิดกัน พบว่า ดินร่วนและดินทรายสามารถทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีเท่ากันในเวลา 3 วัน ส่วนดินเหนียวพืช สามารถเจริญเติบโตได้เล็กน้อย


ข กิตติกรรมประกาศ ขอขอบคุณนางเพียงใจ สุขศรีสังข์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองม่วง ที่ได้ให้ความสนับสนุน ในการทำโครงงานครั้งนี้ โครงงานการเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ สำเร็จลุล่วงได้ด้วยดี จากนายอับดุลเลาะ สารี ที่ให้คำแนะนำและข้อเสนอแนะตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยความเอาใจใส่ตลอดมาจนทำให้ โครงงานฉบับนี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้ทำโครงงานขอขอบคุณเป็นอย่างสูง ขอบคุณกำลังใจจากเพื่อนๆ พี่ๆ โรงเรียนบ้านหนองม่วง ที่ให้กำลังใจในการจัดการทำโครงงาน จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำโครงงาน


ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค บทที่ 1 บทนำ 1 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2 บทที่ 3 วัสดุอุปกรณ์และวิธีดำเนินการ 5 บทที่ 4 ผลการทดลอง 6 บทที่ 5 สรุปอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 7 เอกสารอ้างอิง 8 ภาคผนวก 9


1 บทที่1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถจำแนกได้เป็นดินประเภทต่างๆ ซึ่งแต่ละชนิดมีลักษณะ เฉพาะที่แตกต่างกันออกไปซึ่งให้ประโยชน์และข้อจำกัดในการปลูก การรู้ประเภทดินของคุณมีความสำคัญ มาก เนื่องจากเป็นตัวกำหนดว่าพืชชนิดใดจะเจริญเติบโตและเลือกพืชที่เหมาะกับสวนของคุณมากที่สุด เนื่องจากว่าดินมีหลายชนิด แต่ละชนิดมีความแตกต่างกันนักเรียนมีความสงสัยในเรื่องการเจริญเติบโตของ พืชในดินชนิดต่างๆจึงอยากจะศึกษาการเจริญเติบโตของพืชในดินต่างชนิดกัน วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาชนิดของดินที่มีผลต่อการเจริญเติบโของพืช ตัวแปรที่ที่ศึกษา ตัวแปรต้น คือ ดินชนิดต่างๆ คือ ดินเหนียว ดินร่วน และดินทราย ตัวแปรตาม คือ การเจริญเติบโตของต้นถั่วงอก ตัวแปรควบคุม คือ ชนิดของพืช ได้แก่ เมล็ดถ่วเขียว, สถานที่ , ระยะเวลาการปลูก , ขนาด, ภาชนะ, จำนวนเมล็ดถั่วเขียว สมมติฐาน ดินร่วนสามารถทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีกว่าดินเหนียวและดินทราย ขอบเขตของโครงงาน โครงงานนี้ใช้ดินที่มีอยู่ในพื้นที่ตำบลแม่ทอม อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา และบริเวณโรงเรียน บ้านหนองม่วง และได้มีการทดลองที่โรงเรียนบ้านหนองม่วง นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การเจริญเติบโต คือ การงอกของเมล็ดถั่วเขียวกลายเป็นต้นถั่วเขียว ไม่ใช่การงอกให้เป็น ถั่วงอก


2 บทที่2 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดิน ดินเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถจำแนกได้เป็นดินประเภทต่างๆ ซึ่งแต่ละชนิดมีลักษณะ เฉพาะที่แตกต่างกันออกไปซึ่งให้ประโยชน์และข้อจำกัดในการปลูก การรู้ประเภทดินของคุณมีความสำคัญ มาก เนื่องจากเป็นตัวกำหนดว่าพืชชนิดใดจะเจริญเติบโตและเลือกพืชที่เหมาะกับสวนของคุณมากที่สุด รากทำงานได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับคุณภาพของดิน ในดินที่หลวมและอุดมไปด้วยสารอินทรีย์รากจะ กระจายอย่างอิสระและสามารถดึงน้ำและสารอาหารจากพื้นที่ขนาดใหญ่ได้ น้ำสามารถเข้าไปในดินหลวม ได้ง่ายและถูกเก็บไว้ในอินทรียวัตถุจนกว่าพืชจะต้องการดินที่แข็งและถูกบดอัดจะขัดขวางไม่ให้ราก แพร่กระจายไปถึงสารอาหารและน้ำ น้ำไหลออกจากดินอัดแน่นแทนที่จะไหลลงสู่ดิน พืชที่ปลูกในดินที่ไม่ดี สามารถมีลักษณะแคระแกรนได้ และอ่อนไหวต่อความเสียหายจากโรค แมลง และความแห้งแล้ง ประเภทของดิน ในประเทศไทยเราสามารถแบ่งประเภทของดินได้ดังนี้ ดินทราย (Sandy soil) ดินเหนียว (Clay Soil)และดินร่วน (Loamy Soil) ซึ่งดินแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปดังรายละเอียดดังนี้ 1. ดินทราย (Sandy soil) ดินประเภทแรกคือดินทรายประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กของหินผุกร่อน มีแนวโน้มที่จะ เป็นกรดและมีสารอาหารต่ำ ดินทรายมักเรียกว่าดินเบา เนื่องจากมีน้ำหนักเบา มีการระบายน้ำอย่าง รวดเร็วและมีแร่ธาตุที่พืชต้องการต่ำเนื่องจากถูกฝนชะล้างออกไป เป็นดินประเภทหนึ่งที่ยากที่สุดสำหรับ การปลูกพืชเพราะมีธาตุอาหารต่ำมากและความสามารถในการกักเก็บน้ำต่ำ ซึ่งทำให้รากพืชดูดซับน้ำได้ ยาก ดินประเภทนี้ดีต่อระบบระบายน้ำมาก ดินทรายมักเกิดจากการแตกตัวของหิน เช่น หินแกรนิต หินปูน และควอตซ์ การเติมอินทรียวัตถุสามารถช่วยให้พืชได้รับสารอาหารเพิ่มเติมโดยการปรับปรุง ความสามารถในการกักเก็บธาตุอาหารและน้ำของดิน 2. ดินเหนียว (Clay Soil) ดินเหนียวเป็นดินที่ประกอบด้วยอนุภาคแร่ที่ละเอียดมากและมีสารอินทรีย์ไม่มากมี ช่องว่างระหว่างอนุภาคดินไม่มากทำให้ระบายได้ไม่ดีเลย อนุภาคในดินนี้ถูกอัดแน่นเข้าด้วยกัน ดินนี้มี คุณสมบัติในการกักเก็บน้ำได้ดีมาก และทำให้ความชื้นและอากาศซึมเข้าไปได้ยาก ดินนี้มีความเหนียวมาก เมื่อสัมผัสเมื่อเปียก แต่เรียบและแตกร้าวเมื่อแห้ง ดินเหนียวเป็นดินประเภทที่หนาแน่นและหนักที่สุด หาก สังเกตว่าน้ำมีแนวโน้มที่จะขังเป็นแอ่งน้ำบนพื้นดินมากกว่าที่จะซึมเข้าไป เป็นไปได้ว่าพื้นดินของคุณ ประกอบด้วยดินเหนียว เพื่อตรวจสอบว่าคุณมีดินเหนียวหรือไม่ คุณสามารถทำการทดสอบดินอย่างง่าย


3 หากดินของเปียกและเกาะติดกับรองเท้าและเครื่องมือทำสวน เกิดก้อนขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถแยกออกได้ ง่าย และเกิดรอยแตกร้าวในสภาพอากาศแห้ง แสดงว่าเป็นดินเหนียว 3. ดินร่วน (Loam Soil) ดินร่วนเป็นดินประเภทที่สามเป็นส่วนผสมของทราย ตะกอนและดินเหนียวในสัดส่วนที่เหมาะสมซึ่งรวม คุณสมบัติที่เป็นประโยชน์จากแต่ละอย่างไว้ด้วยเช่นมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้นและสารอาหารจึง เหมาะแก่การทำการเกษตรมากกว่า ดินนี้เรียกอีกอย่างว่าดินเกษตร ดินร่วนเป็นดินในอุดมคติสำหรับการ ปลูกพืชเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของดินเหนียว ทราย และตะกอนที่จะสร้างพื้นที่ว่างที่ช่วยให้แร่ธาตุ อินทรียวัตถุ น้ำ และอากาศหล่อเลี้ยงชีวิตพืช เนื่องจากมีความสมดุลของวัสดุดินทั้งสามประเภทได้แก่ ทราย ดินเหนียว และตะกอนและยังมีซากพืชอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีระดับแคลเซียมและ pH ที่สูงขึ้น เนื่องจากมีแหล่งกำเนิดอนินทรีย์https://www.neonics.co.th/agricultural/type-of-soil.html ถั่วงอก (Bean Sprout) ถั่วงอก พืชผักชนิดหนึ่งที่เรารู้จักกันดีนานมาแล้ว ใช้กินทั้งสด และเป็นผักเครื่องเคียง ใช้ ประกอบอาหารหลายๆอย่าง ถั่วที่นำมาเพาะถัวงอก เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ถั่วลิสง ฯลฯ แต่ในที่นี่จะพูดเฉพาะ ถั่วงอกจาก ถั่วเขียว เท่านั้น เมล็ดถั่วที่เป็นเมล็ดแก่เต็มที่ จะมีน้ำหรือมีความชื้นต่ำ มีอัตราการหายใจ มีกระบวนการ เปลี่ยนแปลงทางเคมี ที่เรียกว่า กระบวนการเมแทบอลิซึม (Metabolism) น้อยมาก เมล็ดถั่วในระยะนี้ เรียกว่าอยู่ใน ระยะพัก ( Dormancy ) เมื่อนำไปเพาะ ได้รับน้ำหรือความชื้นพอเหมาะ มีแก๊สออกซิเจน เพียงพอ มีอุณหภูมิที่เหมาะสม กระบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในเมล็ดเริ่มถูกกระตุ้น ทำให้ต้น อ่อน หรือ เอมบริโอ (Embryo) เริ่มเจริญเติบโตเป็นต้นกล้าอย่างรวดเร็ว ที่เราเรียกว่า ถั่วงอก การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่องกันไปตลอดเวลา สัมพันธ์กับการดูดน้ำของ เมล็ด การย่อยสลายสารอาหาร และการเคลื่อนย้ายลำเลียงสารอาหารต่างๆ เช่น แป้ง น้ำมัน และ สารอาหารที่อัดกันแน่นอยู่ในเมล็ดก็จะเปลี่ยน วิตามิน เอนไซม์ โปรตีน น้ำตาลฯลฯ ที่ช่วยหล่อเลี้ยงต้น อ่อนที่งอกใหม่ สำหรับเมล็ดถั่วที่กำลังงอก มีวิตามิน C เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย คือ ประมาณ 600 เท่า นั่น คือถั่วงอก 1 กำมือผู้ใหญ่ ให้วิตามิน C เกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ผู้ใหญ่ต้องการ ใน 1 วัน


4 กระบวนการงอกของเมล็ดถั่ว ได้เริ่มแล้วและจะดำเนินการต่อไป มีกระบวนทางเคมี เกิดขึ้น 3 อย่าง คือ 1. การสลายตัวของสารอาหารที่สะสมไว้ในเมล็ด เมื่อเมล็ดถั่วได้รับน้ำ เปลือกเมล็ดจะอ่อนนิ่ม เมล็ดจะขยายตัวพองโตขึ้น ทำให้แก๊สออกซิเจนแพร่เข้าสู่เซลล์ได้มากขึ้น ช่วยกระตุ้นให้ เอนไซม์ ใน เมล็ดทำงาน เกิดการสลายตัวของสารอาหาร เช่น แป้ง จะถูกย่อยเป็นน้ำตาลและสารอื่นๆ โปรตีน จะถูกย่อยเป็นสารประกอบไนโตรเจน ไขมัน จะถูกย่อยเป็น กรดไขมัน และ กลีเซอร์รอล และสาร ต่างๆต่อไป 2. การเคลื่อนย้ายสารอาหารไปยังต้นอ่อน อาหารที่สะสมอยู่ในใบเลี้ยง จะถูกนำมาใช้โดย สลายเป็นสารต่างๆต่อไป ทั้ง โปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และลำเลียงไปยังส่วนต่างๆของต้น อ่อนต่อไป ใบเลี้ยงจึงมีขนาดลีบเล็กลงทุกที่ เพราะสารอาหารที่สะสมไว้นั้นถูกนำไปใช้ประโยชน์ในการ เจริญเติบโตของต้นอ่อน 3. การสังเคราะห์สารใหม่ เซลล์ทั้งระบบภายในเมล็ดจะถูกกระตุ้นให้มีการทำงาน ระบบ การสังเคราะห์โปรตีนจะผลิตเอนไซม์ต่างๆขึ้นมา เช่น เอนไซม์ที่ควบคุมการเจริญเติบโต ฮอร์โมน กระบวนการสลายไขมัน เป็นกรดไขมัน และ แป้ง เป็นต้น https://www.scimath.org/articlebiology/item/577-bean-sprouts


5 บทที่3 วิธีดำเนินการโครงงาน อุปกรณ์และวิธีการทดลอง 1.วัสดุ 1.1 ตะกร้าสำหรับปลูก 9 ใบ 1.2 เมล็ดถั่วงอก 1 ถุง 1.3 ดินเหนียว 1 กิโลกรัม 1.4 ดินร่วน 1 กิโลกรัม 1.5 ดินทราย 1 กิโลกรัม 2. ขั้นตอนการทดลอง 1. นำดินแต่ละชนิดใส่ในตะกร้าทั้ง 3 ใบ ให้ได้ปริมาณเท่าๆกัน 2. ทำหลุมไว้สำหรับหยอดเมล็ดถั่วงอก 3. นำเมล็ดถั่วเขียวในหลุมทุกหลุม จำนวนเมล็ดเท่าๆ กัน 4. สังเกต และบันทึกการเจริญเติบโต


6 บทที่4 ผลการทดลอง ตารางผลการลดลอง การเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆภายใน 3 วัน ประเภทของดิน ผลการทดลอง วันที่ 1 วันที่ 3 ดินเหนียว ดินร่วน ดินทราย จากตารางบันทึกผล จะเห็นได้ว่า ดินเหนียวและดินทรายในวันที่ 1 จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ส่วนดินร่วนใน วันที่ 1 จะมีการแตกเมล็ดของถั่วเขียวออกมาให้เห็น ส่วนวันที่ 3 เมล็ดถั่วเขียวในดินเหนียวมีการงอก ออกมาเล็กน้อย ส่วนดินทรายและดินร่วน มีการเจริญเติบโตของถั่วเขียวจำนวนหลายต้น


7 บทที่5 สรุปและอภิปรายผลการทดลอง สรุปผลการทดลอง จากการศึกษาเรื่อง การเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ โดยใช้ถั่วเขียวในการศึกษา จะเห็น ได้ว่า เมื่อนำถั่วเขียวปลูกในดินแต่ละชนิด คือ ดินเหนียว ดินร่วน และดินทราย พบว่า ดินเหนียว วันที่ 1 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง วันที่ 3 มีการงอกของเมล็ดถั่วเขียวออกมากลายเป็นถั่วงอก ดินร่วน วันที่ 1 มีการ งอกของเมล็ดถั่วเขียวออกมา 1 เมล็ด วันที่ 3 มีการเจริญเติบโตกลายเป็นต้นถั่วเขียว ดินทราย วันที่ 1 ไม่ มีการเปลี่ยนแปลง วันที่ 3 มีการเจริญเติบโตกลายเป็นต้นถั่วเขียว ดังนั้น การเจริญเติบโตของพืชในดินชนิดต่างๆ การเจริญเติบโตของถั่วเขียว ในดินต่างชนิดกัน พบว่า ดินร่วนและดินทรายสามารถทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดีเท่ากันในเวลา 3 วัน ส่วนดินเหนียวพืช สามารถเจริญเติบโตได้เล็กน้อย อภิปรายผล จากสรุปผลการทดลองจะเห็นได้ว่า ถั่วเขียวที่ปลูกในดินชนิดต่างๆ จะทำให้การเจริญเติบโต แตกต่างกัน โดยดินร่วนเป็นดินประเภทที่มีส่วนผสมของทราย ตะกอนและดินเหนียวในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งรวมคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์จากแต่ละอย่างไว้ด้วยเช่นมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้นและ สารอาหารจึงเหมาะแก่การทำการเกษตรมากกว่า ดินร่วนเป็นดินในอุดมคติสำหรับการปลูกพืชเป็น ส่วนผสมที่ลงตัวของดินเหนียว ทราย และตะกอนที่จะสร้างพื้นที่ว่างที่ช่วยให้แร่ธาตุ อินทรียวัตถุ น้ำ และ อากาศหล่อเลี้ยงชีวิตพืช เนื่องจากมีความสมดุลของวัสดุดินทั้งสามประเภทได้แก่ทราย ดินเหนียว และ ตะกอนและยังมีซากพืชอีกด้วย นอกจากนั้น ยังมีระดับแคลเซียมและ pH ที่สูงขึ้นเนื่องจากมีแหล่งกำเนิดอ นินทรีย์ ประโยชน์ที่ได้รับ 1. นักได้รู้ชนิดของดินที่สามารถให้พืชเจริญเติบโตได้ดีที่สุด ข้อเสนอแนะ ควรที่จะใช้พืชที่มีความหลากหลาย


8 เอกสารอ้างอิง บริษัท นีโอนิคส์ จำกัด. ดิน. (ออนไลน์). 18 ธันวาคม 2566 จาก https://www.neonics.co.th/agricultural/type-of-soil.html คลังความรู้ SciMath. โลกของถั่วงอก ถั่วอื่นไม่เกี่ยว. (ออนไลน์). 18 ธันวาคม 2566 จาก https://www.scimath.org/article-biology/item/577-bean-sprouts


9 ภาคผนวก


10 ภาพที่ 1 การสังเกตลักษณะของดิน ภาพที่ 2 นำดินแต่ละชนิดใส่ลงในตะกร้าปลูก


11 ภาพที่ 3 ทำหลุมไว้สำหรับหยอดเมล็ด ภาพที่ 4 หยอดเมล็ดถั่วแล้ว กลบฝัง


12 ภาพที่ 5 การเจริญเติบโตวันที่ 1 ภาพที่ 6 การเจริญเติบโตวันที่ 3


13


Click to View FlipBook Version