The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานหอยเชอรี่

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by numtea08856, 2024-05-07 00:53:33

โครงงานหอยเชอรี่

โครงงานหอยเชอรี่

รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภททดลอง เรื่อง น้ำหมักธรรมชาติกำจัดหอยเชอรี่ โดย 1. เด็กชายจักรพงศ์ นวลศรี 2. เด็กหญิงเปมิกา เพ็งจำรัส 3. เด็กหญิงธัญลักษณ์ สุขสวัสดิ์ ครูที่ปรึกษา 1. นายอับดุลเลาะ สารี 2. นายสุทธิพงษ์ เดชสุด โรงเรียนบ้านหนองม่วง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 2 รายงานฉบับนี้เป็นส่วนประกอบของโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย เนื่องในงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีของนักเรียน ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 วันที่ 19 เดือนธันวาคม พ.ศ.2565


เรื่อง น้ำหมักธรรมชาติกำจัดหอยเชอรี่ โดย 1. เด็กชายจักรพงศ์ นวลศรี 2. เด็กหญิงเปมิกา เพ็งจำรัส 3. เด็กหญิงธัญลักษณ์ สุขสวัสดิ์ ครูที่ปรึกษา 1. นายอับดุลเลาะ สารี 2. นายสุทธิพงษ์ เดชสุด


ก ชื่อโครงงาน : น้ำหมักธรรมชาติกำจัดหอยเชอรี่ ผู้ทำโครงงาน : 1. เด็กชายจักรพงศ์ นวลศรี 2. เด็กหญิงเปมิกา เพ็งจำรัส 3. เด็กหญิงธัญลักษณ์ สุขสวัสดิ์ ครูที่ปรึกษา : 1. นายอับดุลเลาะ สารี 2. นายสุทธิพงษ์ เดชสุด อีเมล์ครูที่ปรึกษา : [email protected] โรงเรียนบ้านหนองม่วง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ปีการศึกษา 2565 บทคัดย่อ โครงงานเรื่อง “น้ำหมักธรรมชาติกำจัดหอยเชอรี่” มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบ ประสิทธิภาพในการกำจัดหอยเชอรี่ระหว่างน้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนากับน้ำหมักจากฝักคูณ ตัว แปรที่ศึกษา ได้แก่ น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนา และน้ำหมักจากฝักคูณ โดยมีวิธีการทดลองดังนี้ คือ ชั่งดอกเอื้องหมายนากับฝักคูณอย่างละ 1 กิโลกรัม นำมาทุบให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำปริมาณ 2 ลิตร ใส่ลงในถังหมัก แล้วตั้งทิ้งไว้ 1 คืน 2 คืน และ 3 คืน แล้วนำน้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนา กับน้ำหมักจากฝักคูณ จำนวนอย่างละ 0.5 ลิตร (ของคืนที่ 1 2 และ 3) มาเทใส่ถังที่มีหอยเชอรี่ จำนวนใบละ 10 ตัว แล้วตั้งทิ้งไว้ 1 คืน ผลจากการทดลองทั้ง 3 คืน พบว่า น้ำหมักจากดอกเอื้อง หมายนามีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำหมักจากฝักคูณ


ข กิตติกรรมประกาศ โครงงานนี้มีวิธีการดำเนินงานหลายขั้นตอน ตั้งแต่การศึกษาหาข้อมูล การทดลอง ผลการ ทดลอง การวิเคราะห์ การจัดทำโครงงานเป็นรูปเล่ม และการจัดทำบอร์ดเพื่อประกอบการนำเสนอ จนโครงงานนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทำโครงงานได้รับความช่วยเหลือและคำแนะนำในด้านต่างๆ และได้รับกำลังใจจาก บุคคลหลายท่าน คณะผู้จัดทำโครงงานต้องขอขอบคุณทุกๆ ท่าน ดังนี้ ขอขอบคุณ นางเพียงใจ สุขศรีสังข์ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองม่วง นายอับดุลเลาะ สารี ครูที่ปรึกษาโครงงานนี้ ขอขอบคุณบิดา มารดา ผู้ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ความช่วยเหลือ ในการทำโครงงานครั้งนี้ และสุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ทุกคนที่คอยให้กำลังใจและคอยสนับสนุน ตลอดการทำโครงงานในครั้งนี้


ค สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญภาพ ง บทที่ 1 บทนำ 1 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 3 บทที่ 3 วิธีการดำเนินโครงงาน 7 บทที่ 4 ผลการศึกษา 9 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษา 10 บรรณานุกรม 12 ภาคผนวก 14


ง สารบัญภาพ หน้า ภาพที่ 1 พืชที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 1 กิโลกรัม 15 ภาพที่ 2 นำพืชทั้ง 2 ชนิด มาทุบให้ละเอียด 15 ภาพที่ 3 นำพืชทั้ง 2 ชนิด (ที่ทุบละเอียดแล้ว) มาเทใส่ลงในถังหมัก ขนาด 18 ลิตร 16 ภาพที่ 4 ตวงน้ำ 0.5 ลิตร ให้ได้น้ำปริมาตร 2 ลิตร 16 ภาพที่ 5 นำน้ำ 2 ลิตร มาเทใส่ลงในถังหมัก ขนาด 18 ลิตร ที่เตรียมไว้ (ภาพที่ 5) แล้วตั้งทิ้งไว้ 1 คืน 17 ภาพที่ 6 เตรียมหอยเชอรี่ จำนวน 60 ตัว 17 ภาพที่ 7 น้ำหมักของดอกเอื้องหมายนา จำนวน 0.5 ลิตร (ของคืนที่ 1 2 และ 3) 18 ภาพที่ 8 น้ำหมักของฝักคูณ จำนวน 0.5 ลิตร (ของคืนที่ 1 2 และ 3) 18 ภาพที่ 9 นำน้ำหมัก จำนวน 0.5 ลิตร มาเทใส่ถัง ขนาด 5 ลิตร ที่มีหอยเชอรี่ จำนวนใบละ 10 ตัว 19 ภาพที่ 10 ผลของหอยเชอรี่ หลังจากแช่น้ำหมักเป็นเวลา 1 คืนของดอกเอื้องหมายนา 19 ภาพที่ 11 ผลของหอยเชอรี่ หลังจากแช่น้ำหมักเป็นเวลา 1 คืนของฝักคูณ 20


1 บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่ในประเทศไทยมีอาชีพเกษตรกร และอาชีพที่ประชากรส่วนใหญ่ ทำมากที่สุดคือ “ทำนาข้าว” การทำนาข้าวปัจจุบันนี้ ต้องใช้ทุนและค่าใช้จ่ายสูงกว่าอดีต และยังมีศัตรูพืชที่คอยทำลาย ผลผลิตจำนวนมาก ซึ่งหอยเชอรี่ก็เป็นหนึ่งในศัตรูพืชที่คอยทำลายนาข้าว หากใช้ยากำจัดหอยในการ กำจัดก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและระบบนิเวศอีกด้วย ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงร่วมกันคิดหาวิธีการกำจัดหอยเชอรี่ โดยไม่ใช้ยากำจัดหอยหรือสารเคมี ใดๆ โดยการนำสารที่ได้จากธรรมชาตินั้นก็คือ ดอกเอื้องหมายนาและฝักคูณ ซึ่งพืช 2 ชนิดนี้มี คุณสมบัติสามารถกำจัดหอยได้ จึงนำมาเปรียบเทียบเพื่อที่จะหาว่าพืชชนิดใดที่สามารถกำจัดหอยเชอ รี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน ซึ่งดอกเอื้องหมายนามีสาร Tannin ทำให้หอยตายได้ และไข่ก็ จะฝ่อด้วย อ้างอิงโดยอาจารย์สุธี โรจน์บุญถึง แห่งวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรีส่วนฝัก คูณมีสาร Anthraquinones ซึ่งเป็นยาระบายสามารถกำจัดหอยเชอรี่ได้ อ้างอิงโดยนายมนตรี บุญ จรัส หัวหน้าเกษตรกรบริษัท ไทยกรีนอะโกร จำกัด จากข้อมูลเหล่านี้ทำให้คณะผู้จัดทำได้คิดที่จะทำ โครงงานนี้ขึ้น วัตถุประสงค์ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพในการกำจัดหอยเชอรี่ระหว่างน้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนากับ น้ำหมักจากฝักคูณ ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง ตัวแปรต้น คือ น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนาคืนที่ 1, 2 และ 3 น้ำหมักจากฝัก คูณ คืนที่ 1, 2 และ 3 ตัวแปรตาม คือ การตายของหอยเชอรี่ ตัวแปรควบคุม คือ สถานที่ , ระยะเวลาการแช่หอยเชอรี่ในน้ำหมัก , ขนาด, ภาชนะ จำนวนและขนาดของหอยเชอรี่, ปริมาณน้ำหมักจากดอกเอื้อง หมายนา และปริมาณน้ำหมักจากฝักคูณ


2 สมมติฐาน น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนามีประสิทธิภาพในการกำจัดหอยเชอรี่ได้ดีกว่าน้ำหมักจากฝัก คูณ ประโยชน์ที่ได้รับ 1. สามารถลดรายจ่ายได้ในการซื้อยากำจัดหอย 2. สามารถใช้พืชที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า ขอบเขตการศึกษา โครงงานนี้ใช้ดอกเอื้องหมายนา และฝักคูณที่มีอยู่ในพื้นที่อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา และ บริเวณโรงเรียนบ้านหนองม่วง และได้มีการทดลองที่โรงเรียนบ้านหนองม่วง นิยามศัพท์เฉพาะ หอยเชอรี่ หรือ หอยโข่งอเมริกาใต้ หรือ หอยเป๋าฮื้อน้ำจืด หมายถึง เป็นหอยน้ำจืดจำพวก หอยฝาเดียว ราชพฤกษ์ หรือ คูณ หมายถึง ไม้ดอกในตระกูล Fabaceae มีลักษณะเป็นไม้ยืนต้นขนาด กลาง มีความสูง 10-20 เมตร ดอกขึ้นเป็นช่อยาว 20-40 เซนติเมตร แต่ละดอกมีเส้นผ่าน ศูนย์กลาง 4-7 เซนติเมตร มีกลีบดอกสีเหลืองขนาดเท่ากัน 5 กลีบ ผลยาว 30-62 เซนติเมตร และ กว้าง 1.5-2.5 เซนติเมตร มีกลิ่นฉุน และมีเมล็ดที่มีพิษเป็นจำนวนมาก เอื้องหมายนา หมายถึง พืชล้มลุกอายุหลายฤดู จัดอยู่ในวงศ์เอื้องหมายนา ชอบขึ้นในที่ชื้น แฉะ มีเหง้าใต้ดิน เจริญได้ดีทั้งในที่ได้รับร่มเงาบ้าง หรือกลางแสงแดดจัดที่มีความชื้นสูง เอื้องหมาย นาเป็นพืชมีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและเป็นพืชประจำถิ่นในประเทศอินเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้จนถึงเกาะนิวกินีมีลักษณะลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 9.1–15.1 มิลลิเมตร สูง 1.5–2 เมตร มีสีแดงหรือสีน้ำตาลแดง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปร่างกึ่งรูปขอบขนานกึ่งรูป ปลายใบเรียวแหลม ใบกว้าง 6–8 เซนติเมตร ยาว 20.5–29.6 เซนติเมตร วิธีการกำจัดหอยเชอรี่ หมายถึง วิธีการหรือการกระทำใดๆซึ่งมีผลทำให้หอยเชอรี่หมดไป


3 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ราชพฤกษ์หรือคูณ นันธิยา สมานนท์(2552: เว็บไซด์) ชื่อสามัญ : Golden shower ชื่อวิทยาศาสตร์: Cassia fistula วงศ์: Leguminosae ชื่อท้องถิ่น : ลมแล้ง (ภาคเหนือ) ลักเกลือ ลักเคย (ปัตตานี) ชัยพฤกษ์ราชพฤกษ์(ภาค กลาง) กุเพยะ (กระเหรี่ยง) ลักษณะของพืช : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่มีความสูง 10-20 เมตร ใบรูปไข่ ปลายแหลม ดอกเป็นช่อระย้าสีเหลืองยาว 20-40 เซนติเมตร แต่ละดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-7 เซนติเมตร มีกลีบดอกสีเหลืองขนาดเท่ากัน 5 กลีบ และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ด้วย ฝักกลมยาว เวลา อ่อนฝักมีสีเขียวใบไม้แก่จัดจะมีสีน้ำตาล ส่วนที่ใช้เป็นยา : เนื้อในฝักแก่ ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา : เก็บในช่วงฝักแก่ เปลือกเป็นสีน้ำตาลเข้ม รสและสรรพคุณยาไทย : รสหวานเอียนเล็กน้อย สรรพคุณเป็นยาระบายไม่ปวดมวนท้อง ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์: เนื้อในฝักคูณมีสารประเภท Anthraquinones หลายตัว เช่น Aloin, Rhein, Sennoside A, B และยังมีOrganic acid สาร Anthraquinone ทำให้เนื้อฝักคูณมี ฤทธิ์เป็นยาระบายได้โดยมีฤทธิ์ไปกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้เหมาะสำหรับผู้ที่ท้องผูกเป็นประจำ มาก ใช้เนื้อในฝักคูณแล้วไม่จำเป็นจะต้องไปรับประทานยาถ่าย ยาระบาย อื่นๆ ที่ต้องไปซื้อหามาเลย เป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องนี้ได้ดีมาก ส่วนที่ใช้: ใบ ดอก เปลือก แก่น ราก ฝักแก่ เปลือกเป็นสีน้าตาลเข้ม กระพี้เมล็ด สรรพคุณ : ใบ - ขับพยาธิดอก - แก้บาดแผลเรื้อรัง เปลือก - บำรุงโลหิต กระพี้- แก้โรครา มะนาด แก่น - ขับไส้เดือนในท้อง ราก - แก้ไข้แก้โรคคุดทะราด เมล็ด - รักษาโรคบิด ฝักแก่ - รสหวานเอียน เล็กน้อย เป็นยาระบายถ่ายสะดวกไม่มวนไม่ไซ้ท้อง มีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinone glycoside) เป็นตัวยาระบาย


4 เอื้องหมายนา กิ่งดาว ตื้อยศ (2556: เว็บไซต์) ชื่อสามัญ : Cane Reed, Crape Ginger, Malay Ginger, Spiral Flag, White Costus ชื่อวิทยาศาสตร์: Costus speciosus Smith. วงศ์: Costaceae ชื่อท้องถิ่น : เอื้องหมายนา (ทั่วไป), ชู้ไลบ้อง, ชูเลโบ (กะเหรี่ยง – แม่ฮ่องสอน), เอื้องช้าง (นครศรีธรรมราช), เอื้องต้น (ยะลา), เอื้องเพ็ดม้า (ภาคกลาง), เอื้องใหญ่ บันไดสวรรค์ (ภาคใต้) ลักษณะของพืช : ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางระหว่าง 9.1–15.1 มิลลิเมตร สูง 1.5–2 เมตร มีสีแดงหรือสีน้ำตาลแดง ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเวียนสลับ รูปร่างกึ่งรูปขอบขนานกึ่งรูปปลายใบ เรียวแหลม ใบกว้าง 6–8 เซนติเมตร ยาว 20.5–29.6 เซนติเมตร ส่วนที่ใช้เป็นยา : เหง้าสด น้ำ ราก ใบ สรรพคุณ : เหง้าสด - มีรสฉุน เย็นจัด สามารถใช้ตำพอกบริเวณสะดือ รักษาโรคท้องมาน ในเหง้าพบสารไดออสเจนิน (diosgenin) ซึ่งมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง และเป็นสารตั้งต้นในการ สังเคราะห์ยาสเตอรอยด์ใช้ขับปัสสาวะ เป็นยาถ่าย แก้ตกขาว บวมน้ำ ฆ่าพยาธิรักษาโรคติดเชื้อใน ทางเดินปัสสาวะ แผลอักเสบบวมมีหนอง และฆ่าพยาธิ แต่มีข้อควรระวัง คือ เหง้าสดจะมีพิษ เมื่อ บริโภคในปริมาณมากจะทำให้อาเจียน ท้องร่วงรุนแรง และทำให้แท้งเนื่องจากการที่มีฤทธิ์ต้านการฝัง ตัวของตัวอ่อนที่ผนังมดลูก วิธีลดพิษคือต้องทำให้สุกก่อน ราก - เป็นยาขม ขับเสมหะ ขับพยาธิ แก้ไอ แก้โรคผิวหนัง น้ำคั้น - เป็นยาระบาย รับประทานกับพลูแก้ไอ ใบ - แก้ไข เอาส่วนของดอก ใบและเหง้ามาบดให้ละเอียดผสมน้ำแล้วนำไปลาดเทลงแปลงนาที่มีการระบาด ของหอยเชอรี่จะได้ผลดี เนื่องจากเอื้องหมายนามีสาร แทนนิน (Tannin) ทำให้หอยตายได้ ไข่ก็จะฝ่อ ประวัติความเป็นมาของหอยเชอรี่ พูลสุข หฤทัยธนาสันติ์(2542: เว็บไซด์) ได้กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับหอยเชอรี่ไว้ดังนี้ หอยเชอรี่สามารถอยู่ได้ตามแหล่งน้ำทุกประเภท แม้กระทั่งน้ำตื้นเพียงไม่กี่นิ้วก็ตามสภาพน้ำไม่เป็น กรดจัดและอุณหภูมิประมาณ 30 องศาเซลเซียส เป็นสภาพที่เหมาะสมในการเจริญเติบโต ในสภาพที่ ไม่เหมาะสมหอยเชอรี่สามารถจำศีลได้ในดินนานถึง 7 เดือน ชมพูนุชและทักษิณ (2534) รายงานว่า ในห้องปฏิบัติการหอยเชอรี่มีชีวิตอยู่ได้นานถึง 11 เดือน ดังนั้นหอยเชอรี่จะจำศีลอยู่ในพื้นที่นาตลอด ฤดูแล้งได้ หอยเชอรี่ในประเทศไทย จากการสำรวจโดยการสอบถามเกษตรกรพบว่าได้มีการนำหอยเข้า มาจากญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ในปี2525-2526 เพื่อนำมาเลี้ยงส่งขายประเทศญี่ปุ่น และขาย เป็นหอยสวยงามตามร้านตู้ปลาในสวนจตุจักร เมื่อต้นปี2530 มีการแพร่ระบาดของหอยที่แปลง


5 ทดลองของสถานีทดลองข้าวบางเขน กรมวิชาการเกษตร ซึ่งเกิดจากการที่นิสิตนำหอยเชอรี่ที่ได้ ทดลองแล้วไปปล่อยลงคลองส่งน้ำของสถานีทดลอง ในปี2531 ได้รับรายงานการระบาดครั้งแรกใน นาข้าวเกษตรกรที่อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ตามลาดับ ปัจจุบันได้พบว่าหอยเชอรี่ระบาดและทำลายนาข้าวไปเกือบทั่วประเทศ เนื่องจากเกิด อุทกภัยเมื่อปี2538 ทำให้หอยเชอรี่เริ่มแพร่กระจายโดยน้ำเป็นตัวพาไปตามแหล่งน้ำ ลำธาร คลอง และแม่น้ำต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากสภาพภูมิอากาศในประเทศไทยมีความเหมาะสมต่อการดำรง ชีพของหอยเชอรี่ นอกจากนี้มนุษย์ยังเป็นต้นเหตุสำคัญที่ช่วยแพร่พันธุ์ของหอยเชอรี่โดยไม่ทราบถึง อันตรายของหอยเชอรี่ ขณะนี้ได้มีรายงานการเข้าทำลายพืชน้ำอื่น ๆ เช่นเดียวกับประเทศต่าง ๆ ใน แถบเอเชีย หอยเชอรี่ หรือ หอยโข่ง อเมริกาใต้หรือ หอยเป๋าฮื้อน้ำจืด หอยเชอรี่ (2552: เว็บไซด์) ได้กล่าวถึงรายละเอียดเกี่ยวกับหอยเชอรี่ไว้ ดังนี้ ชื่อสามัญ : Golden applesnail, Channeled applesnail ชื่อวิทยาศาสตร์ : Pomacea canaliculata ลักษณะของหอยเชอรี่ : เป็นหอยน้ำจืดจำพวกหอยฝาเดียว สามารถแบ่งหอยเชอรี่ได้2 พวก คือ พวกที่มีเปลือกสีเหลืองปนน้ำตาล เนื้อและหนวดสีเหลือง และพวกมีเปลือกสีเขียวเข้มปนดำ และมีสีดำจาง ๆ พาดตามความยาว เนื้อและหนวดสีน้ำตาลอ่อน การขยายพันธุ์: หอยเชอรี่เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ลูกหอยอายุเพียง 2 – 3 เดือน จะจับคู่ผสมพันธุ์ได้ตลอดเวลา หลังจากผสมพันธุ์ได้1 – 2 วัน ตัวเมียจะวางไข่ในเวลา กลางคืน โดยคลานไปวางไข่ตามที่แห้งเหนือน้ำ เช่น ตามกิ่งไม้ต้นหญ้าริมน้ำโคนต้นไม้ริมน้ำข้าง ๆ คันนา และตามต้นข้าวในนา ไข่มีสีชมพูเกาะติดกันเป็นกลุ่มยาว 2 – 3 นิ้ว แต่ละกลุ่มประกอบด้วย ไข่เป็นฟองเล็ก ๆ เรียงตัวเป็นระเบียบสวยงาม ประมาณ 388 – 3,000 ฟอง ไข่จะฟักออกเป็นตัว หอยภายใน 7 – 12 วัน หลังวางไข่ หอยเชอรี่ เดิมเป็นหอยน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทวีปอเมริกาใต้ในประเทศไทยนำเข้ามา ครั้งแรกจากประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน ในฐานะของหอยที่กำจัดตะไคร่น้ำและเศษอาหารในตู้ปลา ซึ่ง นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายราวก่อนปีพ.ศ. 2530 ต่อมาได้มีผู้คิดจะเลี้ยงเพาะขยายพันธุ์เป็นสัตว์ เศรษฐกิจเพื่อการบริโภค แต่ทว่าไม่ได้รับความนิยมจึงปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติจนกลายเป็นปัญหา ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นในปัจจุบัน


6 การป้องกันและการกำจัด วิธีกล - การจัดเก็บทำลาย เมื่อพบตัวหอยและไข่ ให้เก็บทำลายทันที - การดักและกั้นตามทางน้ำผ่าน ให้ใช้สิ่งกีดขวางตาข่าย เฝือก ภาชนะดักปลา ดักจับ หอยเชอรี่ลูกหอยที่ฟักใหม่ ๆ สามารถลอยน้ำได้ ควรใช้ตาข่ายถี่ ๆ กั้นขณะสูบน้ำเข้านาข้าว หรือกั้น บริเวณทางน้ำไหล - การใช้ไม้หลักปักในนาข้าว การล่อให้หอยมาวางไข่ โดยใช้หลักปักในที่ลุ่มหรือทางที่ หอยผ่าน เมื่อหอยเข้ามาวางไข่ตามหลักที่ปักไว้ ทำให้ง่ายต่อการเก็บไข่หอยไปทำลาย - การใช้เหยื่อล่อ พืชทุกชนิดใช้เป็นเหยื่อล่อหอยเชอรี่ได้ หอยจะเข้ามากินและหลบ ซ่อนตัว พืชที่หอยชอบกิน เช่น ใบผัก ใบมันเทศ ใบมันสำปะหลัง ใบมะละกอ หรือพืชอื่น ๆ ที่มียาง ขาวคล้ายน้ำนม ชีววิธี ใช้ศัตรูธรรมชาติช่วยกำจัด เช่น ฝูงเป็ดเก็บกิน ลูกหอยโดยปกติในธรรมชาติมีศัตรู หอยเชอรี่อยู่หลายชนิดที่ควรอนุรักษ์ เช่น นกกระปูด นกปากห่าง และสัตว์ป่าบางชนิด ซึ่งสัตว์เหล่านี้ นอกจากจะช่วยทำลายหอยเชอรี่แล้วยังทำให้ธรรมชาติสวยงามอีกด้วย วิธีใช้สารเคมี การใช้สารเคมี สารคอปเปอร์ซัลเฟต (จุนสี) ชนิดผงสีฟ้า เป็นสารที่ใช้ป้องกันและ กำจัดหอยเชอรี่ได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพสูง ราคาถูกและไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม


7 ขบทที่ 3 วิธีการดำเนินการ วัสดุ อุปกรณ์และสารเคมี - ถัง ขนาด 5 ลิตร 2 ใบ - จำนวนหอยเชอรี่ 60 ตัว - จำนวนฝักคูณ 1 กิโลกรัม - จำนวนดอกเอื้องหมายนา 1 กิโลกรัม - น้ำเปล่า 7 ลิตร - ถังหมัก ขนาด 18 ลิตร 2 ถัง - ค้อน (เอาไว้ทุบฝักคูณและดอกเอื้องหมายนา) 2 เต้า - บีกเกอร์ ขนาด 0.5 ลิตร 2 ใบ วิธีการทดลอง วิธีการทำน้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนา 1. นำดอกเอื้องหมายนาจำนวน 1 กิโลกรัม มาทุบให้ละเอียด 2. นำไปใส่ในถังหมัก ขนาด 18 ลิตร 3. นำน้ำเปล่าใส่ลงไปในถังหมัก จำนวน 2 ลิตร แล้วปิดฝา 4. หมักทิ้งไว้1 คืน 2 คืน และ 3 คืน วิธีการทำน้ำหมักจากฝักคูณ 1. นำฝักคูณจำนวน 1 กิโลกรัม มาทุบให้ละเอียด 2. นำไปใส่ในถังหมัก ขนาด 18 ลิตร 3. นำน้ำเปล่าใส่ลงไปในถังหมัก จำนวน 2 ลิตร แล้วปิดฝา 4. หมักทิ้งไว้1 คืน 2 คืน และ 3 คืน


8 วิธีการทดสอบการกำจัดหอยเชอรี่ 1. นำหอยเชอรี่ (ขนาดเท่าๆกัน) จำนวน 20 ตัว ใส่ในถัง ขนาด 5 ลิตร จำนวน 2 ใบ ใบละ 10 ตัว 2. ตวงน้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนาและฝักคูณ อย่างละ 0.5 ลิตร ใส่ลงในถังทั้ง 2 ใบ (ที่เตรียมในข้อ 1) จากนั้นเติมน้ำเปล่าจำนวน 1 ลิตร ลงไปในถัง 2 ใบ ใบละ 0.5 ลิตร 3. สังเกตและบันทึกลักษณะที่สังเกตได้ของหอยเชอรี่ในน้ำหมักคืนที่ 1 คืนที่ 2 และคืนที่ 3


9 บทที่ 4 ผลการทดลอง ตาราง 4.1 ผลของหอยเชอรี่ที่ตายและรอดจากการแช่ในน้ำหมัก น้ำหมักจากพืช ที่ใช้ในการ ทดลอง จำนวนหอยเชอรี่ที่ตายและรอดในน้ำหมักเป็นเวลา 1 คืน น้ำหมักคืนที่ 1 น้ำหมักคืนที่ 2 น้ำหมักคืนที่ 3 ตาย (ตัว) รอด (ตัว) ตาย (ตัว) รอด (ตัว) ตาย (ตัว) รอด (ตัว) ดอกเอื้อง หมายนา 1 9 2 8 5 5 ฝักคูณ 1 9 1 9 3 7 ตาราง 4.2 ลักษณะปรากฎในน้ำหมักหลังจากแช่หอยเชอรี่ น้ำหมักจากพืช ที่ใช้ในการ ทดลอง ลักษณะที่ปรากฏในถังหมักที่มีหอยเชอรี่เป็นเวลา 1 คืน น้ำหมักคืนที่ 1 น้ำหมักคืนที่ 2 น้ำหมักคืนที่ 3 ดอกเอื้อง หมายนา เกิดไขบริเวณผิวน้ำ หอยลอยในน้ำ 2 ตัว เกิด ฟองอากาศบริเวณขอบถัง และเกิดไขบริเวณผิวน้ำ หอยลอยในน้ำ 1 ตัว เกิด ฟองอากาศบริเวณขอบถัง และเกิดไขบริเวณผิวน้ำ ฝักคูณ หอยลอยในน้ำ 1 ตัว เกิด ฟองอากาศบริเวณขอบถัง และเกิดไขบริเวณผิวน้ำ เกิดฟองอากาศบริเวณ ขอบถัง และเกิดไขบริเวณ ผิวน้ำ หอยลอยในน้ำ 2 ตัว และ เกิดไขบริเวณผิวน้ำเป็น จำนวนมาก


10 บทที่ 5 สรุปผลการทดลอง อภิปราย และข้อเสนอแนะ สรุปผลการทดลอง จากการทดลองพบว่า น้ำหมักในคืนที่ 1 น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนา มีจำนวนหอยเชอรี่ตาย 1 ตัวจาก 10 ตัว และน้ำหมักจากฝักคูณมีจำนวนหอยเชอรี่ตาย 1 ตัวจาก 10 ตัว ซึ่งจะได้ว่า น้ำหมักจากดอกเอื้อง หมายนาและน้ำหมักจากฝักคูณ มีประสิทธิภาพเท่ากัน น้ำหมักในคืนที่ 2 น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนา มีจำนวนหอยเชอรี่ตาย 2 ตัวจาก 10 ตัว และน้ำหมักจากฝักคูณมีจำนวนหอยเชอรี่ตาย 1 ตัวจาก 10 ตัว ซึ่งจะได้ว่า น้ำหมักจากดอกเอื้อง หมายนามีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำหมักจากฝักคูณ น้ำหมักในคืนที่ 3 น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนา มีจำนวนหอยเชอรี่ตาย 5 ตัวจาก 10 ตัว และน้ำหมักจากฝักคูณมีจำนวนหอยเชอรี่ตาย 3 ตัวจาก 10 ตัว ซึ่งจะได้ว่า น้ำหมักจากดอกเอื้อง หมายนามีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำหมักจากฝักคูณ จะได้ว่า น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายของคืนที่ 3 มีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำหมักจากดอกเอื้องหมาย ของคืนที่ 2 และคืนที่ 1 ตามลำดับ น้ำหมักจากฝักคูณของคืนที่ 3 มีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำหมักจากฝักคูณของคืนที่ 1 และ คืนที่ 2 น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนาของคืนที่ 3 มีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำหมักจากฝักคูณของคืน ที่ 3 แสดงว่า น้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนามีประสิทธิภาพมากกว่าน้ำหมักจากฝักคูณ อภิปรายผลการทดลอง จากการทดลองพบว่าการหมักของน้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนาและน้ำหมักจากฝักคูณใน แต่ละคืนแตกต่างกัน ดังนั้นจึงมีผลต่อการตายของหอยเชอรี่ ซึ่งน้ำหมักจากดอกเอื้องหมายนามีการ ตายของหอยเชอรี่มากกว่าน้ำหมักจากฝักคูณ


11 จากการทดลองน้ำหมักทั้ง 3 คืนพบว่า การตายของหอยเชอรี่ที่ได้รับน้ำหมักจากดอกเอื้อง หมายนาและน้ำหมักจากฝักคูณคืนที่ 3 มีประสิทธิภาพที่สุด เนื่องจากมีการตายของหอยเชอรี่เป็น จำนวนมาก ซึ่งการตายของหอยเชอรี่มาจากสาร Tannin ที่มีในดอกเอื้องหมายนา และสาร Anthraquinones ที่มีในฝักคูณ ซึ่งสารเหล่านี้ มีคุณสมบัติในการกำจัดหอยเชอรี่ ข้อเสนอแนะ 1. ควรที่จะหมักดอกเอื้องหมายนาและฝักคูณให้นานกว่านี้ 2. เพิ่มปริมาณของดอกเอื้องหมายนาและฝักคูณในการหมัก เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้น


12 บรรณานุกรม กศน. อำเภอเวียงเชียงรุ้ง. “โครงงานเรื่องฝักคูณกำจัดหอยเชอรี่” [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://lpsci.nfe.go.th/lpsci/attachments/184_pro3.pdf [25 กรกฎาคม 2565 วันที่สืบค้น]. มนตรีบุญจรัส. “ฝักคูณแก่แก้ปัญหาหอยเชอรี่ในนาข้าว” [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://www.gotoknow.org/posts/498128 [8 มกราคม 2565 วันที่สืบค้น]. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.“ราชพฤกษ์” [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0 %B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C [25 กรกฎาคม 2565 วันที่สืบค้น]. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.“หอยเชอรี่” [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0 %B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9 %88 [25 กรกฎาคม 2565 วันที่สืบค้น]. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.“เอื้องหมายนา” [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B7%E0 %B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8 %B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%B2 [25 กรกฎาคม 2565 วันที่ สืบค้น]. โรงเรียนวัดบึงพระ(เหรียญ-จั่น อนุสรณ์). “ การศึกษาการใช้สารบางชนิดทำลายไข่หอยเชอรี่” [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://elib.ipst.ac.th/elib/cgibin/opacexe.exe?opt=mrc&op=dsp&bid=479&qst=@93&lang=1&db=SCP &pat=%b7%b4%c5%cd%a7&cat=gen&skin=u&lpp=20&catop=&scid=zzz& sid= [25 กรกฎาคม 2565 วันที่สืบค้น].


13 “Gallery ดอกเอื้องหมายนา” [ออนไลน์].เข้าถึงได้จาก: http://www.thethan.com/ FLower/Fl-1/17/17.html [25 กรกฎาคม 2565 วันที่สืบค้น].


14 ภาคผนวก


15 ภาพที่ 1 พืชที่ใช้ในการทดลอง จำนวน 1 กิโลกรัม ภาพที่ 2 นำพืชทั้ง 2 ชนิด มาทุบให้ละเอียด


16 ภาพที่ 3 นำพืชทั้ง 2 ชนิด (ที่ทุบละเอียดแล้ว) มาเทใส่ลงในถังหมัก ขนาด 18 ลิตร ภาพที่ 4 ตวงน้ำให้ได้น้ำปริมาตร 2 ลิตร


17 ภาพที่ 5 นำน้ำ 2 ลิตร มาเทใส่ลงในถังหมัก ขนาด 18 ที่เตรียมไว้ (ภาพที่ 5) แล้วตั้งทิ้งไว้ 1 คืน ภาพที่ 6 เตรียมหอยเชอรี่ จำนวน 60 ตัว


18 ภาพที่ 7 น้ำหมักของดอกเอื้องหมายนา จำนวน 0.5 ลิตร (ของคืนที่ 1 2 และ 3) ภาพที่ 8 น้ำหมักของฝักคูณ จำนวน 0.5 ลิตร (ของคืนที่ 1 2 และ 3)


19 ภาพที่ 9 นำน้ำหมัก จำนวน 0.5 ลิตร มาเทใส่ถัง ขนาด 5 ลิตร ที่มีหอยเชอรี่จำนวนใบละ 10 ตัว ภาพที่ 10 ผลของหอยเชอรี่ หลังจากแช่น้ำหมักเป็นเวลา 1 คืนของดอกเอื้องหมายนา


20 ภาพที่ 11 ผลของหอยเชอรี่ หลังจากแช่น้ำหมักเป็นเวลา 1 คืนของฝักคูณ


Click to View FlipBook Version