The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน้าปกเคมี-ผสาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by janie.kittiporn, 2021-03-02 10:58:27

หน้าปกเคมี-ผสาน

หน้าปกเคมี-ผสาน

โครงงานเคมี5
เรื่อง โคมไฟตง้ั โตะ๊ จากการหักเหของแสงโดยอา้ งองิ จากการทดลองด้วยน้ำมนั พชื

จดั ทำโดย

1. นายฐณกร เกิดผล เลขที่ 9
2. นางสาวพชรนาฏ วงั สด์ ่าน เลขที่ 14
3. นางสาวธญั วรตั ม์ รัตนา เลขท่ี 18
4. นางสาวจฑุ ามาศ ตาสาย เลขที่ 24
5. นางสาวชนญั ชดิ า สงั ขแ์ กว้ เลขที่ 29

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/2

คุณครทู ี่ปรึกษาโครงงาน
คุณครนู พวรรณ แก้วโกสุม

โครงงานฉบับนเ้ี ปน็ สว่ นหน่ึงของรายวชิ า เคมี 5 (ว30225)
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2563
โรงเรียนทีปราษฎร์พิทยา



โครงงานเคมี
เร่ือง โคมไฟต้ังโต๊ะ จากการหักเหของแสงโดยอ้างอิงจากการทดลองด้วยน้ำมันพชื

จัดทำโดย

1. นายฐณกร เกิดผล เลขท่ี 9

2. นางสาวพชรนาฏ วังสด์ า่ น เลขท่ี 14

3. นางสาวธัญวรตั ม์ รัตนา เลขที่ 18

4. นางสาวจุฑามาศ ตาสาย เลขท่ี 24

5. นางสาวชนญั ชิดา สงั ข์แกว้ เลขท่ี 29

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6/2

คุณครทู ี่ปรึกษาโครงงาน
คณุ ครนู พวรรณ แก้วโกสมุ

โครงงานฉบบั น้เี ปน็ ส่วนหน่งึ ของรายวิชา เคมี 5 (ว30225)
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2563
โรงเรยี นทีปราษฎรพ์ ิทยา



กิตติกรรมประกาศ

รายงานโครงงานฉบับนีส้ ำเรจ็ ลุล่วงได้นัน้ คณะผู้จัดทำขอกราบขอบพระคณุ นางสาวนพวรรณ แก้ว
โกสุม คุณครทู ่ีปรกึ ษารายวิชาเคมี (ว30226) ทไ่ี ด้กรุณาให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะทเ่ี ป็นประโยชน์ เพอ่ื การ
ปรบั ปรงุ แก้ไขรายงานโครงงานฉบบั น้ีใหเ้ หมาะสมมคี วามถูกต้องสมบูรณ์มากยิ่งขนึ้

สุดท้ายขอขอบคณุ พอ่ แม่ พี่ และนอ้ งทกุ คน รวมทง้ั ญาตๆิ และบุคคลรอบข้างทุกคนท่ีคอยชว่ ยเหลอื
ให้กำลังใจ และให้การสนับสนุนในเร่ืองต่างๆ แก่คณะผู้จดั ทำ ด้วยดีเสมอมาและเขา้ ใจในสิง่ ที่เปน็ อุปสรรคที่
เกดิ ขึน้ ระหวา่ งการศึกษาโครงงานจนทำใหร้ ายงานโครงงานฉบับน้ีสำเร็จลงได้อยา่ งสมบูรณ์ คณะผู้จัดทำขอ
กราบขอบพระคุณเปน็ อยา่ งสงู มา ณ โอกาสน้ดี ว้ ย

คณะผู้จัดทำ



บทคัดยอ่

การจัดทำโครงงานเคมี เรื่อง โคมไฟตั้งโต๊ะ จากการหักเหของแสงโดยอ้างอิงจากการทดลองด้วย
น้ำมันพืช มีจุดหมายของโครงงาน เพื่อทดลองการหักเหของแสง เพื่อใช้ในการประดิษฐ์โคมไฟตั้งโต๊ะ ซึ่ง
ประกอบด้วยความรู้เกี่ยวกับการหักเหของแสง ความรู้เกี่ยวกับน้ำมันพืช ความรู้เกี่ยวกับน้ำ และความรู้
เกยี่ วกบั โคมไฟตง้ั โต๊ะ

ผลการศึกษาและจัดทำโครงงานพบวา่ การทดลองจะแบง่ ออกเป็น 2 ตอน ทงั้ สองตอนน้ีมจี ำนวนของ
น้ำเปล่สและน้ำมันพืชปริมาณเท่ากันโดยการใช้บีกเกอร์ขนาด 250 mL แล้วใส่น้ำเปล่าและน้ำมันพืชใน
ปริมาณ 200 mL ดังนี้ คือ ตอนที่ 1 การทดลองน้ำเปล่า เกิดการหักเหของแสงที่ทำให้สามารถมองเห็นแท่ง
แกว้ ได้ชัดเจน และ ตอนท่ี 2 การทดลองนำ้ มันพืช เกดิ การหกั เหของแสงทท่ี ำให้ไมส่ ามารถมองเห็นแทง่ แก้วได้
ชัดเจน เมื่อสังเกตเห็นความแตกต่างแล้ว หลังจากนั้นนำมาใช้อ้างอิงท่ีได้จากการหักเหของแสงมาใช้ในการ
ประดษิ ฐ์โคมไฟต้งั โต๊ะข้ึน

สารบญั หนา้

เรอ่ื ง ข
กติ ติกรรมประกาศ
บทคัดย่อ 1
สารบัญ 1
สารบัญตาราง 1
สารบญั รูปภาพ 2
บทท่ี 1 บทนำ 2
2
1.1 ชือ่ โครงงาน 2
1.2 ที่มาและความสำคัญ 2
1.3 จดุ หมายของโครงงาน 3
1.4 ตวั แปรท่ีเกีย่ วขอ้ ง 4
1.5 สมมตฐิ านของการศึกษา 13
1.6 ขอบเขตของการศกึ ษา 13
1.7 นิยามศพั ท์เฉพาะ 13
1.8 ประโยชนท์ ค่ี าดว่าจะได้รบั 14
บทท่ี 2 เอกสารและงานวิจยั 15
บทที่ 3 วธิ ีดำเนินงาน 15
3.1 อปุ กรณ์และเคร่อื งมอื 15
3.2 วิธกี ารทดลอง 15
บทที่ 4 ผลการศกึ ษา 16
บทท่ี 5 สรปุ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
5.1 การสรุปผลการทดลอง
5.2 อภปิ รายผลการทดลอง
5.3 ข้อเสนอแนะในการศึกษาคน้ ควา้ ครงั้ ต่อไป
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
ข้อมลู ผูจ้ ดั ทำโครงงาน

สารบญั ตาราง หนา้

ตารางท่ี 13
13
ตารางท่ี 3.1 การทดลองน้ำเปล่า 14
ตารางท่ี 3.2 การทดลองน้ำมันพืช
ตารางท่ี 4.1 การเปรียบเทยี บการทดลองนำ้ เปล่า และน้ำมันพชื

สารบญั รปู ภาพ

รูปที่ หนา้
รูปที่ 1 การหักเหของแสง 1
รูปที่ 2 ดชั นหี กั เหของแสง 5
รูปที่ 3 น้ำ 6
รปู ที่ 4 กรดไลโนเลอกิ 9

1

บทที่1
บทนำ

1. ช่ือโครงงาน : โคมไฟตง้ั โต๊ะ จากการหกั เหของแสงโดยอ้างองิ จากการทดลองดว้ ยน้ำมนั พืช
2. ท่ีมาและความสำคัญ

การหักเหของแสง คือ การทีแ่ สงสามารถเคลือ่ นทีผ่ ่านตัวกลางชนิดหน่งึ ไปยงั ตัวกลางอีกชนิดหนึ่งได้
โดยการหักเหของแสง ทำให้ลำแสงเกิดการเบ่ียงเบนจากแนวเดิมจนเกิดภาพท่ีแตกต่างกันและมีความเร็วของ
แสงที่แตกต่างกันของวัตถุท่ีใช้ทดลอง เช่น การผ่านของแสงโดยที่แสงผ่านจากอากาศไปยังน้ำ การผ่านของ
แสงโดยที่แสงผ่านจากแก้วไปยังน้ำมันเป็นต้น การหักเหของแสงจะขึ้นอยู่กับตัวกลางท่ีแสงสามารถจะผ่าน
ออกไปได้ การเดนิ ทางของลำแสงทผี่ า่ นตัวกลางชนดิ เดียวกันตลอดจะมีลกั ษณะไปในทางเดยี วกันโดยมุมหักเห
จะใหญ่หรอื เลก็ กวา่ มมุ ตกกระทบขึ้นอยูก่ บั สมบตั อิ ยา่ งหนง่ึ ของตัวกลาง ท่ีเรียกว่า ดัชนีหักเห

รูปท่ี 1 การหักเหของแสง
(ท่ีมา: http://www.suananun.ac.th/krooaon/worksheet/work8/work08.html )
นอกจากนี้ ในปจั จบุ ันการหักเหของแสงนำไปใชไ้ ด้ในหลายรปู แบบ ไมว่ า่ จะเปน็ การใช้การหกั เหของ
แสงทน่ี ำไปทำแว่นสายตา นำไปผลิตกล้องถ่ายภาพ ซงึ่ จะมีเลนสน์ นู เป็นส่วนประกอบสำคัญในการการหักเห
ของแสง การใชก้ ารหกั เหโดยการนำไปทำไฟหน้ารถยนต์ รถมอเตอร์ไซด์ เพอื่ บงั คบั ทศิ ทางของแสงท่ีกระจาย
ไปยังทกุ ทศิ ทางทางรอบหลอดไฟที่นำไปใช้เปน็ ไฟหน้ารถยนต์ รถมอเตอรไ์ ซด์ เพอ่ื ใหแ้ สงไปในทางเดียวกัน
ด้วยเหตุผลข้างต้น ผู้จัดทำจึงได้ศึกษาวิธีการทำโคมไฟตั้งโต๊ะโดยหลักการหักเหของแสง ด้วยการ
อ้างอิงจากการหักเหที่แสงผ่านน้ำมันเพื่อดกู ารหักเหที่เกิดขึ้นจากการทดลองโดยการใช้การหักเหของน้ำมัน
เน่ืองจากโคมไฟในปจั จุบันท่ีได้ผลิตขึ้นมกี ารกระจายแสงทใ่ี หค้ วามสว่างไม่มากพอหรอื การตกกระทบของแสง

2

นอ้ ยจนเกินไป ทางผู้จดั ทำได้ประดษิ ฐโ์ คมไฟตั้งโตะ๊ โดยมที ฤษฎีการหกั เหของแสงเพื่อช่วยใหก้ ารกระจายแสง
หรือการตกกระทบของแสงไดม้ ากขน้ึ

ทงั้ น้ีหากไดผ้ ลการทดลองดังกล่าวแลว้ ทางผู้จัดทำมีแนวคดิ ที่จะนำไปต่อยอดในด้านการทำโคมไฟตง้ั
โตะ๊ กระจายแสงหรือการตกกระทบของแสงไดเ้ พมิ่ มากข้นึ และสามารถพกพาไปได้
3. จุดหมายของโครงงาน

1. เพอ่ื ใช้นำ้ มนั เปน็ ตัวกลางในการทดลองหาการหักเหของแสง
2.เพอ่ื นำองค์ความรทู้ ไ่ี ด้จากการทดลองการหักเหของแสงโดยใชก้ ารหักเหของนำ้ มันไปตอ่ ยอดกบั การ
ประดษิ ฐ์โคมไฟตงั้ โตะ๊
4. ตัวแปรที่เกี่ยวขอ้ ง
ตัวแปรต้น: การหกั เหของแสงท่ีตกกระทบกบั นำ้ มันภายในบีกเกอร์
ตัวแปรตาม: แท่งแกว้ ท่ีอย่ภู ายในนำ้ มนั พืชจะเกดิ การหกั เหกัน จนทำให้เกิดการตกกระทบเลยไม่
สามารถมองเหน็ แทง่ แก้วทม่ี ีนำ้ มันอยไู่ ด้
ตัวแปรควบคุม: ปริมาณน้ำมนั พืช
5. สมมตฐิ านของการศกึ ษา
การหักเหของแสงทตี่ กกระทบกบั น้ำมนั ภายในบกี เกอร์ส่งผลทำให้แท่งแกว้ ทอี่ ยภู่ ายในน้ำมนั เกดิ การ
หักเหกันจนทำใหเ้ กิดการตกกระทบเลยไม่สามารถมองเหน็ แทง่ แก้วทมี่ นี ้ำมันอยูภ่ ายในได้
6. ขอบเขตการศกึ ษา
ศกึ ษากระบวนการหักเหของแสงโดยใช้การหกั เหของนำ้ มนั กับบกี เกอร์ เพ่ือนำไปใชใ้ นการทำโคมไฟ
ต้งั โตะ๊
7. นยิ ามศัพท์เฉพาะ
การหักเหของแสง คือ การที่แสงเคลื่อนทผ่ี ่านตวั กลางหนงึ่ ไปยงั อีกตวั กลางหนึ่งทำให้แนวลำแสงเกดิ
การเบยี่ งเบนจากแนวเดิมเช่น แสงผา่ นจากอากาศไปยังน้ำ แสงผา่ นจากกระจกไปยงั อากาศ
ดชั นหี กั เห คอื อัตราส่วนระหว่างไซนข์ องมุมตกกระทบของแสงในตวั กลางหนึง่ ตอ่ ไซน์ของมมุ หักเห
ของแสงในอกี ตัวกลางหนึ่ง
การกระจายแสง คอื แสงขาวซึง่ ประกอบด้วยแสงหลายความถตี่ กกระทบปรซิ มึ แล้วทำใหเ้ กดิ การหกั
เหของ แสง 2 ครง้ั (ทผ่ี ิวรอยต่อของปรซิ มึ ทงั้ ขาเข้า และขาออก) ทำให้แสงสตี ่าง ๆ แยกออกจากกันอยา่ งเป็น
ระเบียบเรียงตามความยาวคลื่นและความถ่ี
การตกกระทบ คอื การเปลี่ยนแปลงทิศทางของหน้าคลื่นที่รอยต่อของตัวกลางสองชนดิ และทำให้
หน้าคลืน่ หันกลับไปยงั ฝ่ังของตัวกลางชนดิ แรก

3

น้ำมันพืช คือ เป็นไขมัน ที่สกัดจากเมล็ดหรือจากสว่ นอ่ืน ๆ ของพืช เหมือนกบั ไขมันสตั ว์ ไขมันพืช
เป็นไตรกลีเซอไรด์ แบบต่าง ๆ ที่ผสมกัน น้ำมันผักกาดก้านขาว และน้ำมันโกโก้ เป็นตัวอย่างไขมันจาก
เมล็ด นำ้ มนั มะกอก นำ้ มันปาลม์ และนำ้ มนั รำขา้ ว เปน็ ตวั อย่างไขมันจากส่วนอน่ื ๆ ของผลไม้ ในคำพูดทั่วไป
คำว่า นำ้ มนั พชื อาจหมายถึงนำ้ มันท่อี ยู่ในสถานะของเหลว ท่ีอณุ หภูมหิ อ้ ง เท่านัน้ แต่ก็นิยามกวา้ ง ๆ ด้วยว่า
เป็นไขมันพืชทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงสถานะ ด้วยเหตุนี้ น้ำมันพืชที่เป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้อง บางครั้งจึง
เรยี กวา่ "ไขมนั พชื " น้ำมนั พชื ประกอบดว้ ยไตรกลเี ซอไรด์ ตรงข้ามกบั ไขมนั ที่โครงสรา้ งไมม่ ีกลีเซอรอล แม้พืช
จะมีน้ำมันในส่วนตา่ ง ๆ แต่ในเชิงพาณิชย์ จะสกัดน้ำมันจากเมล็ดเป็นหลัก บนบรรจุภัณฑข์ องอาหาร คำว่า
"น้ำมนั พชื " มกั ใชใ้ นรายการสว่ นประกอบของอาหารแทนการระบุชนิดของพชื ทใี่ ช้ทำ

แท่งแก้ว คือ ใช้สำหรับการกวนสารละลายปลายด้ามหนึ่งเป็นแบบพายเพื่อช่วยในการกวนสารมี
หลายความยาวใหเ้ ลือกตามความเหมาะสมกบั การใชง้ าน

โคมไฟ คือ เครอ่ื งครอบตะเกียงเพื่อบังลมหรือบงั คับแสงไฟ ตะเกียงเครื่องตามไฟ หรอื เคร่ืองให้แสง
สวา่ งซ่ึงมีเครือ่ งบังลมหรือเคร่ืองบงั คับแสงไฟเช่นนั้น ใช้ต้งั หิ้ว หรือแขวน เชน่ โคมไฟฟา้ ลกั ษณนามว่า โคม
ดวง ใบ ลกู เรียกชามอยา่ งเกา่ ขนาดใหญ่ รปู คลา้ ยโคม ว่า ชามโคม

8. ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รับ
1. ไดร้ ถู้ ึงการใชน้ ้ำมนั เปน็ ตวั กลางในการทดลองหาการหักเหของแสง
2. ไดร้ ถู้ ึงองค์ความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการทดลองการหกั เหของแสงโดยใช้การหักเหของนำ้ มันไปต่อยอดกับการ

ทำโคมไฟตัง้ โตะ๊

4

บทที่2
เอกสารและงานวจิ ยั ทเ่ี ก่ยี วข้อง

1. ความร้ทู ่วั ไปเกี่ยวกบั การหกั เหของแสง
วที ติ วรรณเลศิ ลกั ษณ์ (2560) ได้อธิบายถึงการหักเหของแสง ไวว้ า่

การหักเหของแสง คือ เกิดจากการเดินทางของแสงจากตวั กลางหนึง่ ไปยังอกี ตัวกลางหนึง่ ซ่ึงมคี วาม
หนาแน่นแตกต่างกนั จะมคี วามเรว็ ไมเ่ ท่ากันดว้ ย โดยแสงจะเคล่ือนท่ใี นตัวกลางโปร่งกว่าไดเ้ ร็วกว่าตัวกลางที่
ทึบกว่า เช่น ความเร็วของแสงในอากาศมากกวา่ ความเร็วของแสงในน้ำ และความเร็วของแสงในน้ำมากกวา่
ความเร็วของแสงในแก้วหรือพลาสติก การที่แสงเคลื่อนที่ผ่านอากาศและแก้วไม่เป็นแนวเส้นตรงเดียวกัน
เพราะเกิดการหักเหของแสง โดยแสงจะเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า (โปร่งกว่า) ไปยัง
ตัวกลางทมี่ ีความหนาแน่นมากกว่า (ทบึ กวา่ ) แสงจะหกั เหเขา้ หาเส้นปกติ ในทางตรงขา้ ม ถ้าแสงเดินทางจาก
ยงั ตัวกลางทมี่ ีความหนาแน่นมากกวา่ ไปยังตวั กลางทม่ี คี วามหนาแน่นนอ้ ยกว่า แสงจะหกั เหออกจากเสน้ ปกติ

การหักเหของแสงนำไปใช้ประโยชน์ในการนำไปประดิษฐ์เป็นโคมไฟ โดยใช้การตกกระทบของแสง
เป็นตวั กลางในการทำโคมไฟโดยการใช้นำ้ มนั เปน็ ตัวกลางอกี หนงึ่ ตวั ในการทำโคมไฟตั้งโตะ๊

1.1) สาเหตทุ ท่ี ำให้แสงเกดิ การหกั เห
เกดิ จากการเดินทางของแสงจากตวั กลางหนึง่ ไปยังอีกตวั กลาง หนงึ่ ซ่ึงมคี วามหนาแน่นแตกตา่ งกัน
จะมีความเร็วไมเ่ ท่ากันด้วย โดยแสงจะเคลอื่ นทใ่ี นตัวกลางโปรง่ กวา่ ไดเ้ ร็วกว่าตวั กลางท่ีทบึ กว่า เช่น ความเร็ว
ของแสงในอากาศมากกว่าความเร็วของแสงในนำ้ และความเรว็ ของแสงในน้ำมากกวา่ ความเร็วของแสงในแก้ว
หรือพลาสตกิ การท่แี สงเคลอ่ื นท่ีผ่านอากาศและแก้วไม่เปน็ แนวเสน้ ตรง เดียวกนั เพราะเกดิ การหักเหของแสง
โดยแสงจะเดินทางจากตัวกลางที่มีความหนาแน่นน้อยกว่า (โปร่งกว่า) ไปยังตัวกลางที่มีความหนาแน่น
มากกว่า (ทึบกว่า) แสงจะหักเหเข้าหาเส้นปกติ ในทางตรงข้าม ถ้าแสงเดินทางจากยังตัวกลางที่มีความ
หนาแนน่ มากกวา่ ไปยังตัวกลางท่มี คี วามหนาแน่นนอ้ ยกวา่ แสงจะหักเหออกจากเสน้ ปกติ
1.2) ดชั นหี ักเหของตวั กลาง
การเคลอ่ื นท่ีของแสงในตัวกลางต่างชนิดกันจะมอี ัตราเร็วต่างกัน เช่น ถ้าแสงเคล่ือนท่ีในอากาศจะมี
อัตราเร็วเท่ากับ 300,000,000 เมตรต่อวินาทีแต่ถ้าแสงเคลื่อนที่ในแก้วหรือพลาสติกจะมีอัตราเร็ ว
ประมาณ 200,000,000 เมตรต่อวินาที การเปลี่ยนความเร็วของแสงเมื่อผ่านตัวกลางต่างชนดิ กนั ทำให้เกดิ
การหักเห อัตราเร็วของแสงในสญุ ญากาศตอ่ อัตราเรว็ ของแสงในตัวกลางใดๆ เรียกวา่ ดัชนหี กั เหของตัวกลาง
น ั ้ น ดั ช น ี ห ั ก เ ห ข อ ง ต ั ว ก ล า ง = อ ั ต ร า เ ร ็ ว ข อ ง แ ส ง ใ น ส ุ ญ ญ า ก า ศ อ ั ต ร า เ ร ็ ว ข อ ง แ ส ง ใ น ต ั ว ก ล า ง ใ ด ๆ
( อตั ราเรว็ ของแสงในสญุ ญากาศ = 3 x 10 8 เมตร / วินาที)
การหกั เหของแสงทำให้เรามองเหน็ ภาพของวัตถุอนั หน่ึงที่จมอยู่ในกน้ สระว่ายน้ำอย่ตู ้ืนกว่าความเป็น
จริง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า แสงจากก้นสระวา่ ยน้ำจะหักเหเมื่อเดินทางจากน้ำสู่อากาศ ทั้งนี้เพราะความเร็ว
ของแสงที่เดินทางในอากาศเรว็ กวา่ เดนิ ทางในนำ้ จงึ ทำใหเ้ ห็นภาพของวตั ถุอยู่ต้ืนกวา่ ความเปน็ จรงิ

5

รูปท่ี 2 ดัชนีหักเหของแสง
(ท่ีมา: https://www.scimath.org/lesson-physics/item/7282-2017-06-14-13-59-29 )
2. ความรเู้ กี่ยวกับนำ้
(วกิ พิ ีเดยี สารานุกรมเสร)ี ไดใ้ ห้ความหมายของ “น้ำ” ไวว้ ่า
น้ำ เป็นของเหลวที่อุณหภูมิและความดันที่มีเพียงพอต่อชีวิตมากที่สุด โดยเฉพาะที่ความดัน
บรรยากาศปกติท่ี 1 บาร์ (0.98692 บรรยากาศ 100 กิโลปาสกาล 14.5 พเี อสไอ) และอณุ หภมู ิ 373.15
เคลวิน (100 องศาเซลเซียส 212 องศาฟาเรนไฮต์) การเพิ่มความดันบรรยากาศจะลดจุดหลอมเหลวลง
เลก็ นอ้ ย อยู่ท่ีประมาณ −5 องศาเซลเซยี ส ทีค่ วามดัน 600 บรรยากาศ −22 องศาเซลเซยี ส ท่คี วามดัน 2100
บรรยากาศ ผลลัพธ์นี้สัมพันธ์กับหลายสิ่ง ตัวอย่างเช่น สเกตน้ำแข็ง ทะเลสาบแช่แข็งในทวีปแอนตาร์
กติกา และการเคลือ่ นที่ของธารน้ำแข็ง (ที่ความดันสูงกว่า 2100 บรรยากาศ จุดหลอมเหลวจะเพ่ิมขึ้นอย่าง
รวดเร็วอกี คร้ัง และน้ำแขง็ จะมรี ปู รา่ งแปลกทจ่ี ะไมเ่ กดิ ขึน้ ที่ความดันตำ่ )
การเพิ่มความดันมีผลกระทบที่สำคัญต่อจุดเดอื ด นั่นคือที่อุณหภูมิ 374 องศาเซลเซียส ที่ความดนั
220 บรรยากาศ มีผลสำคัญต่อปล่องแบบน้ำร้อนใต้ทะเลลึกและไกเซอร์ การทำอาหารแบบใช้ความดนั และ
การออกแบบเคร่อื งจักรไอน้ำ บนยอดเขาเอเวอเรสต์ ทค่ี วามดันประมาณ 0.34 บรรยากาศ น้ำเดือดท่ีอุณภูมิ
68 องศาเซลเซียส (154 องศาฟาเรนไฮต)์ ท่ีความดันบรรยากาศต่ำ (ต่ำประมาณ 0.006 บรรยากาศ) นำ้ ไม่อาจ

6

อยู่ในสถานะของเหลวได้ และจะเปลี่ยนสถานะโดยตรงจากของเหลวเป็นแกส๊ โดยการระเหดิ ปรากฏการณท์ ่ี
ถกู นำมาใช้ประโยชนใ์ นการทำอาหารแห้งเยือกแข็ง ทคี่ วามดันบรรยากาศสูง (เหนือ 221 บรรยากาศ) สถานะ
ของเหลวและแกส๊ ของน้ำไม่อาจแยกความแตกตา่ งได้ สถานะน้ีเรียกวา่ ไอน้ำเหนือวิกฤต

น้ำยงั แตกต่างจากของเหลวสว่ นใหญ่ เนือ่ งจากนำ้ หนาแนน่ น้อยลงเม่ือน้ำแข็งตวั ความหนาแนน่ สงู สุด
ของน้ำที่ 1,000 กก./ลบ.ม. (62.43 ปอนด์/ลบ.ฟุต) เกิดทอี่ ุณหภมู ิ 3.98 องศาเซลเซียส (39.16 องศาฟาเรน
ไฮต์) ขณะที่ความหนาแน่นของน้ำแข็งคือ 917 กก./ลบ.ม. (57.25 ปอนด์/ลบ.ฟุต) ดังนั้น ปริมาตรของนำ้
ขยายตัวร้อยละ 9 เมื่อแข็งตัว รองรับความจริงท่ีว่า น้ำแข็งลอยได้ในน้ำที่เป็นของเหลวที่อุณหภูมิตั้งแต่ 30
องศาเซลเซยี ส ถึง 60 องศาเซลเซียส

รูปท่ี 3 น้ำ
(ท่มี า: https://th.m.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3 )

3. ความรเู้ กีย่ วกบั น้ำมนั พชื
ธารดาว ทองแกว้ (2546) ได้อธิบายถงึ นำ้ มันพืช :ใชอ้ ยา่ งไรให้ถกู ตอ้ งและปลอดภยั โดยอธิบายไว้ว่า

นำ้ มันสำหรับนำมาใช้ประกอบอาหาร นบั เป็นสว่ นหนง่ึ ของสารอาหารที่จำเป็นตอ่ ร่างกาย ซง่ึ จัดอยูใ่ น
หมวดของไขมัน อย่างไรกต็ าม ถงึ แมว้ า่ น้ำมันหรือไขมันจะเปน็ สงิ่ ทมี่ ีประโยชนต์ อ่ สุขภาพ แตห่ ากกนิ เกนิ กว่าที่
ร่างกายต้องการ ก็ก่อใหเ้ กิดโรคภยั ตามมาไดห้ ลายโรค ยิ่งในปัจจุบนั ท่ีมีนำ้ มันวางขายมากมายหลายชนิดหลาย
ประเภท หากเลอื กซื้อหรอื ใช้อย่างไม่มีความรู้ ก็จะยิง่ ทำใหเ้ ป็นโรคต่างๆ ไดง้ ่ายขน้ึ

3.1) ชนิดของน้ำมันปรงุ อาหาร
นำ้ มนั ทีใ่ ช้ประกอบอาหารทั่วๆไป มี 3 ชนดิ คอื น้ำมนั พืชและนำ้ มนั สัตว์ เมื่อ 30 กวา่ ปกี ่อน นำ้ มันที่
ใช้ประกอบอาหารในครัวเรอื น มีเพยี งแคน่ ้ำมนั หมูและน้ำมันมะพรา้ วเท่านั้น ต่อมาได้มกี ารผลิตน้ำมันจากถ่ัว
ลิสงออกมาเพิ่มอีกชนิดหนึ่ง สมัยนั้นคนที่มสี ตางค์หนอ่ ยมักนิยมใช้น้ำมันหมทู ี่ซื้อมาเจียวเอง ส่วนชาวบ้าน

7

ท่ัวไปก็อาจจะซอ้ื น้ำมันหมูที่เขาเจียวใส่ปบี๊ ขายเป็นกโิ ลกรัม หรอื ไมก่ ็ใช้นำ้ มันมะพรา้ ว ซง่ึ ยคุ นน้ั ยีห่ ้อการค้าที่
รู้จักกันแพร่หลาย คือ ตราดอกบวั คนกเ็ ลยเรยี กน้ำมนั มะพร้าว ตราดอกบวั กนั ติดปากว่าน้ำมันบัว ต่อมาเมื่อ
อุตสาหกรรมการผลิตก้าวหน้า ก็มีน้ำมันปรงุ อาหารจากพืชนานาชนิดทยอยออกมาให้เราได้รู้จักและเลือกใช้
มากมาย เช่น น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลอื ง น้ำมันงา น้ำมันจากดอกคำฝอย น้ำมันจากเมล็ดฝ้าย น้ำมันจาก
ดอกและเมล็ดทานตะวนั และน้ำมนั ปาล์มโอเลอนี เป็นตน้

ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดคิดว่า น้ำมันพืชตา่ งจากน้ำมันหมูหรือน้ำมันสัตว์ (เช่น เนย) ตรงท่ีให้
พลงั งานน้อยกวา่ น้ำมนั สัตว์ ซงึ่ เป็นความเขา้ ใจผิด ความจริงแลว้ ไมว่ ่าน้ำมนั พืชหรอื นำ้ มนั สัตว์ก็จะให้พลังงาน
ต่อหน่วยน้ำหนักเทา่ กัน คือ 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 9 แคลอรี ดังนั้นความเชื่อที่ว่ากินน้ำมันพืชแล้วไม่
อ้วน จึงไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าน้ำมันอะไร หากกิน มากเกินก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน
นำ้ มนั ทั้ง 2 ชนิด มคี วามแตกต่างกัน คือ

3.1.1) น้ำมนั สัตว์
น้ำมันหมจู ะมีองค์ประกอบสว่ นใหญ่เปน็ กรดไขมันอิ่มตวั ซึ่งมีคุณสมบตั เิ ป็นไขได้ง่ายเมือ่ อากาศเย็น
ขึ้น ไขมันสัตว์มกี ล่นิ เหมน็ หนื ได้ง่ายเมื่อทง้ิ ไวท้ ่อี ณุ หภมู ิธรรมดา ไขมันจากสตั ว์นอกจากมีไขมันอ่ิมตัวแล้วยังมี
โคเลสเตอรอลอกี ดว้ ย การกนิ ไขมนั สัตว์มากอาจจะทำใหร้ ะดับโคเลสเตอรอลในเลือดสงู ข้ึน ซึง่ เป็นปัจจัยเสี่ยง
สำคัญต่อการเกิดโรคหวั ใจขาดเลอื ด ผูท้ มี่ ไี ขมนั ในเลือดสูงควรหลีกเลย่ี งการใช้นำ้ มนั มะพร้าว เนอื่ งจากมไี ขมัน
อมิ่ ตัวในปริมาณมาก
3.1.2) นำ้ มันพืช
(ยกเวน้ น้ำมันมะพรา้ ว และน้ำมันเมลด็ ปาลม์ ) มคี ุณสมบตั ทิ ตี่ รงข้ามกับนำ้ มนั สัตว์ นำ้ มนั พืชส่วนใหญ่
จะประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อ่ิมตวั ซ่งึ มีองค์ประกอบทางเคมีท่เี ปน็ ประโยชน์ตอ่ รา่ งกายมากกว่าน้ำมันสัตว์
ไขมนั ไม่อ่มิ ตวั นี้จะไมค่ ่อยเป็นไข แม้จะอยู่ในท่เี ย็น เช่น แช่ต้เู ย็น แตจ่ ะทำปฏิกริ ิยากับความรอ้ นและออกซิเจน
ได้งา่ ยและมักทำใหเ้ กดิ กลิน่ เหมน็ หนื ภายหลังจากใช้ประกอบอาหารแลว้
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ ต่างก็มีองค์ประกอบของกรดไขมันทั้ง 2 ชนิด
เพยี งแต่สัดสว่ นจะมากหรือน้อยแตกต่างกนั ไป แล้วแต่ชนิดของพชื หรือสตั ว์ทีน่ ำมาเปน็ น้ำมนั
ไขมันทเี่ ราได้จากการกินอาหาร แบง่ เปน็ 3 ชนิด คือ

1. กรดไขมันอิ่มตวั (satu-rated fatty acid)
2. กรดไขมันไมอ่ มิ่ ตัวเชงิ ซ้อน (polyunsaturated fatty acid)
3. กรดไขมนั ไมอ่ ิ่มตวั เชงิ เดย่ี ว (monounsaturated fatty acid)

ไขมนั อิ่มตัว ประกอบด้วย กรดไขมันทีม่ สี ูตรโครงสรา้ งของการจับกันของธาตุคารบ์ อนในลักษณะแขน
เดี่ยว (single bond) ทำใหก้ รดไขมนั น้ันอม่ิ ตวั ดว้ ยไฮโดรเจน กรดไขมนั อิม่ ตวั จะพบมากในไขมนั ท่ีมาจากสัตว์
และนำ้ มันพืชบางชนดิ ซ่งึ หากจะเปรียบเทยี บปริมาณของกรดไขมนั อ่มิ ตวั ทม่ี ใี นน้ำมนั พืชกบั นำ้ มนั หมูเป็นร้อย

8

ละของนำ้ มัน จะมสี ัดส่วนของตวั เลขดังนี้ คอื นำ้ มนั หมูร้อยละ 40 นำ้ มันมะพร้าว 88 และนำ้ มนั ปาลม์ ร้อยละ
48

ไขมันไมอ่ ม่ิ ตวั ประกอบด้วย กรดไขมันที่มีสตู รโครงสร้างของการจบั กันของธาตุคาร์บอน ในลักษณะ
แขนคู่ (double bond) จงึ สามารถจบั ไฮโดรเจนเพ่มิ ได้อกี 2 อะตอม ต่อ 1 แขนคู่ และในจำนวนกรดไขมันไม่
อิ่มตัวที่มีอยู่ในน้ำมันพืชจะมีกรดไขมนั อยู่ 3 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก ซึ่งเรียกว่ากรดไขมันจำเป็น
เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ นั่นคือ กรดไลโนเลอิก (linoleic) กรดไลโนเลนิก (linolenic) และ
กรดอะราคิโดนิก(arachidonic)

กรดไลโนเลอิกจะช่วยในการเจริญเติบโตของเด็ก ช่วยสร้างผนังของหลอดเลือดให้แข็งแรง มีความ
ยืดหยุ่น และช่วยลดระดับไขมันในหลอดเลือด การกินอาหารที่ให้กรดไลโนเลอิกในขนาดที่เหมาะสมอย่าง
สม่ำเสมอ จะสามารถควบคมุ ระดับโคเลสเตอรอล และไตรกลเี ซอไรดใ์ นเลอื ดใหอ้ ยู่ในเกณฑป์ กติ ผู้ทขี่ าดกรด
ไขมันไลโนเลอิกอาจ มีอาการผิวหนังลอกหลุด ปริมาณของเกล็ดเลือดต่ำลง มีไขมนั คั่งในตับและ ถ้าผู้ป่วยมี
บาดแผลอยูบ่ าดแผลน้ัน จะหายชา้ ส่วนเด็กท่ขี าดกรดไขมนั ไลโนเลอกิ จะไมค่ อ่ ยเจรญิ เติบโต สำหรบั กรดไขมนั
ไม่อิม่ ตวั (กรดไลโนเลนิก) มีทั้งในพืช เช่น น้ำมันคาโนลา น้ำมันถัว่ เหลือง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่กรดไลโนเลนิ
กพบมากในอาหารจำพวกสตั ว์เช่นปลาทะเลและปลานำ้ จดื

มีคำแนะนำจากนกั โภชนาการว่า เราควรกินไขมนั ประเภทไมอ่ ิม่ ตวั เชงิ เดีย่ วมากกวา่ ไขมันชนิดอื่นๆ
เพราะกรดไขมันไม่อ่ิมตัวเชิงเด่ียวมีคุณสมบัตเิ ป็นตัวทำละลายเพื่อการดูดซึมวิตามินบางชนิด ช่วยลดระดับ
โคเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL-C) ขณะเดยี วกนั ยังช่วยเพมิ่ โคเลสเตอรอลชนดิ ดี (HDL-C) ไดด้ ้วย สว่ นกรดไขมนั
ไม่อม่ิ ตวั เชิงซ้อนนัน้ จะชว่ ยลดทงั้ โคเลสเตอรอลชนิดดีและไม่ดพี รอ้ มกนั

สำหรับกรดไขมนั อิ่มตวั ควรบริโภคในปรมิ าณน้อยๆ คอื ไม่เกิน 20 กรัมใน 1 วัน การกินไขมันอ่ิมตัว
เป็นประจำหากเกนิ ความต้องการของร่างกาย จะก่อให้เกดิ ภาวะไตรกลีเซอไรด์และโคเลสเตอรอลในเลือดสูง
ทำใหห้ ลอดเลอื ดตีบจนเลอื ดไหลเวียนไม่สะดวก เปน็ เหตุให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบและแข็ง ทำให้เกิดภาวะ
หัวใจขาดเลือดหรือเป็นอัมพาตได้ และในบางคนที่มีการไหลเวียนของโคเลสเตอรอลสูงเปน็ ประจำ จะทำให้
เกิดโรคนว่ิ ในถงุ น้ำดอี ีกดว้ ย

ปริมาณกรดไขมนั จำเป็นในน้ำมนั พืช
การประเมินคุณประโยชน์ของน้ำมันพืชนั้น ถ้าจะวัดกันด้วยปริมาณของกรดไลโนเลอิกที่เป็นกรด
ไขมนั จำเปน็ แล้ว สามารถเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดตู ารางที1่

9

รูปที่ 4 กรดไลโนเลอิก
(ทมี่ า: https://www.doctor.or.th/article/detail/1662 )
สว่ นการประเมินคุณค่าทางโภชนาการของนำ้ มนั พืชทมี่ ขี ายในบ้านเรา หากเรยี งลำดับจากสูงไปต่ำจะ
ได้แก่ น้ำมันข้าวโพด นำ้ มันถวั่ เหลอื ง นำ้ มันรำข้าว น้ำมนั ปาลม์ และนำ้ มนั มะพร้าว ปัจจบุ ันมีน้ำมันพืชหลาย
ชนิดทีเ่ ปน็ น้ำมันผสม เชน่ น้ำมนั รำข้าวผสมน้ำมันฝ้าย หรอื น้ำมนั ปาล์ม โอเลอนิ ผสมน้ำมันทานตะวัน เป็นต้น
แตไ่ มว่ ่าจะเปน็ นำ้ มันพืชชนิดผสมหรอื ไมผ่ สม ตา่ งกม็ ปี ระโยชนต์ อ่ สุขภาพเหมือนกนั
3.1.3) น้ำมันถั่วเหลือง
เมื่อสังเกตดูฉลากนำ้ มันพืชยห่ี อ้ ต่างๆ กพ็ บว่า หลายย่ีห้อในตลาดบา้ นเรายังเปน็ น้ำมนั ถั่วเหลอื ง 100
เปอร์เซน็ ต์ ชนดิ ของกรดไขมันทเี่ ด่นคอื กรดไลโนเลอกิ (linoleic acid) ซ่งึ เป็นกรดไขมันจำเปน็ ท่ีร่างกายสร้าง
เองไม่ได้ จงึ เปน็ ประโยชน์ต่อผู้บรโิ ภค นอกจากนี้กรดไขมนั ดงั กลา่ วและอกี บางชนดิ ทีพ่ บในน้ำมันถั่วเหลืองก็
เป็นกรดไขมนั ชนดิ ที่มีผลชว่ ยในการลดการผลติ โคเลสเตอรอลในกระแสเลือด
3.1.4) น้ำมนั เมล็ดฝา้ ย
น้ำมันถั่วเหลืองบางยี่ห้อมีการผสมน้ำมันเมล็ดฝ้ายลงไปด้วย ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการใช้ฝ้ายใน
อตุ สาหกรรมสิง่ ทอ น้ำมันจากเมลด็ ฝ้ายมกั มีสเี หลืองเขม้ กวา่ น้ำมนั ถ่วั เหลือง จงึ ทำใหน้ ำ้ มันผสมมักมีสีเขม้ เมอ่ื
ดูตามคณุ ภาพของกรดไขมนั ท่มี ีอยู่ในน้ำมนั เมลด็ ฝา้ ยจะพบว่า ดอ้ ยกว่าน้ำมันถว่ั เหลอื งเลก็ นอ้ ย โดยน้ำมันถั่ว
เหลอื งมปี รมิ าณกรดไลโนเลอกิ สูงกว่าเล็กนอ้ ย และนำ้ มนั เมล็ดฝ้ายมีปริมาณกรดไขมันอ่ิมตัวสูงกว่าน้ำมันถั่ว
เหลือง

10

3.1.5) น้ำมนั รำข้าว
นำ้ มันจากรำขา้ วเปน็ ผลพลอยได้จากการสขี ้าว และเป็นนำ้ มันพชื อกี ชนดิ หน่ึงทอ่ี ยใู่ นท้องตลาดขณะนี้
คุณภาพทางโภชนาการของน้ำมนั รำขา้ วก็ไมแ่ ตกตา่ งจากนำ้ มันถ่ัวเหลอื งนกั
นำ้ มนั พชื ท่กี ลา่ วมาแล้ว 3 ชนิด มีปริมาณกรดไขมนั ไม่อ่มิ ตัวเชิงซ้อน (polyunsaturated fatty acid)
ในปรมิ าณท่สี ูง ซง่ึ มขี อ้ ดีในการช่วยลดการสร้างโคเลสเตอรอลในเลอื ด อย่างไรก็ตามกย็ ังมีข้อด้อยด้วยน้ำมัน
พชื กล่มุ ดังกล่าวมักจะมกี ลิ่นหืนเร็ว โดยเฉพาะเม่อื เปิดทิ้งไว้ใหอ้ ากาศผา่ นเข้าไปได้ นอกจากน้ยี งั มีจดุ เกิดควัน
ทอี่ ุณหภูมสิ ูงเกินไป จึงไม่สามารถทำให้อาหารทอดบางชนดิ โดยเฉพาะอาหารทต่ี ้องการอุณหภมู สิ งู ในการทอด
ใหก้ รอบ
3.1.6) นำ้ มนั ปาล์ม
เปน็ น้ำมนั พืชอกี ชนิดหนึง่ ทมี่ บี ทบาทในวงการอาหารบ้านเรามากขึน้ จุดขายที่ใช้ในการโฆษณาคือไมม่ ี
กล่นิ หืนและทอดได้กรอบ เนอ่ื งจากมีกรดไขมันทม่ี คี วามอ่มิ ตัวมากกว่าน้ำมันพืชชนดิ อืน่ ที่กล่าวมาแล้ว ทำให้
นำ้ มันปาลม์ มกี ลิ่นหืนยากกวา่ และยังไมเ่ กิดควันเมอ่ื ผัด หรอื ทอดอาหารท่ีอณุ หภูมสิ งู
ผ้บู ริโภคหลายคนยงั แคลงใจเกย่ี วกับความปลอดภัยในการบริโภคน้ำมนั ปาล์ม เน่อื งจากมีข้อมูลจาก
ตา่ งประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมรกิ า ซง่ึ เป็นผูค้ ้าถั่วเหลอื งรายใหญข่ องโลกได้พยายามโจมตีน้ำมันปาล์มในแง่
พิษภัยอนั เกิดจากไขมันอ่ิมตัว หรอื แม้แตก่ ารโฆษณาของบริษัทน้ำมันถวั่ เหลืองในบ้านเราทอ่ี า้ งถึงว่าน้ำมันพืช
ที่ดีตอ้ งไม่เปน็ ไขในตู้เย็น ก็เพื่อกระทบถึงน้ำมันปาล์มโดยตรง อันที่จริงแลว้ น้ำมันปาล์มสกดั ได้จาก 2 แหล่ง
คือ
1. จากเมลด็ (kernel) ซ่งึ มคี ณุ ภาพทางเคมีและโภชนาการเหมอื นน้ำมนั มะพรา้ วมาก เพราะมกี รดไขมันอิม่ ตัว
ในปริมาณสูงจึงไม่เหมาะสำหรบั ผู้ทต่ี ้องการควบคมุ ระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ไม่คอ่ ยพบวา่ ใช้เปน็ น้ำมันปรุง
อาหาร
2. จากเนื้อ (mesocarp) น้ำมันปาล์มส่วนนี้สกัดจากส่วนเนื้อจึงเรียกว่าน้ำมันปาล์มโอเลอีนจากเนื้อปาล์ม
(palm olein from mesocarp) เพราะมีปรมิ าณกรดโอเลอิก (oleic acid) สูงมาก ซง่ึ ไดพ้ สิ จู น์แล้วว่าไม่มีผล
ในการเพม่ิ การสรา้ งโคเลสเตอรอลในเลือดเหมอื นนำ้ มันจากสัตว์ มะพร้าว เมล็ดปาล์ม และถวั่ ลสิ ง
3.1.7) น้ำมันมะกอก

เป็นน้ำมันพืชสัญชาติยุโรป ซึ่งประชาชนในประเทศแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนิยมใช้กันมาก ด้วย
คุณสมบัตพิ ิเศษเฉพาะตวั ทตี่ า่ งจากนำ้ มันพชื ท่ัวไป คอื มีโครงสร้างทางเคมเี ป็นกรดไขมนั ไม่อมิ่ ตวั เชงิ เด่ียวเป็น
ส่วนใหญ่ กรดดังกล่าวมีชื่อว่ากรดโอเลอกิ (oleic) และอดุ มด้วยวติ ามิน เอ ดี อี เค และเอฟ ซงึ่ มปี ระโยชน์ต่อ
ร่างกายและผิวพรรณ ในขณะทีน่ ้ำมนั พชื ชนิดอื่นๆ มีกรดไม่อ่ิมตัวเชงิ ซอ้ นเป็นส่วนใหญ่ มีรายงานพบว่าผู้คน
แถบเมดิเตอร์เรเนียนท่ีนิยมใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหาร จะมีปัญหาภาวะไขมันอุดตันในหลอดเลือดน้อยกวา่
ประชากรของประเทศอุตสาหกรรมอื่นๆ ทั้งนี้เพราะกรดโอเลอิกท่ีมีคุณสมบัตชิ ่วยลดโคเลสเตอรอลในเลือด
คอื ช่วยเพมิ่ โคเลสเตอรอลชนดิ ดี และลดโคเลสเตอรอลชนดิ ไม่ดี จงึ ชว่ ยป้องกนั โรคหลอดเลอื ดหัวใจได้

11

ในน้ำมันมะกอก 1 กรัม ถึงแม้จะให้พลงั งานมากถงึ 9 แคลอรี เท่ากับน้ำมันสัตว์และน้ำมันพืชชนิด
อื่นๆ แตน่ ำ้ มันมะกอกมขี อ้ ดีกวา่ ตรงท่มี ีกรดไขมนั ชนิดจำเป็นต่อร่างกายอยู่สูง และเปน็ กรดไขมันช้ันดี เมื่อใช้
ทอดอาหาร น้ำมันมะกอกจะเคลือบอยู่เฉพาะผิวชั้นนอกเท่านั้น จึงทำให้อาหารไม่อมน้ำมัน มีข้อมูลทาง
วชิ าการบอกไว้ว่า นำ้ มันมะกอกสามารถคงสภาพไดด้ ี ไมว่ ่าจะนำไป ผัด ทอด หรือประกอบอาหารอะไรกจ็ ะไม่
เกิดความเหม็นหืน แตถ่ ้าจะทอดอาหารโดยใชน้ ้ำมันมะกอก อาจเลอื กใช้น้ำมันมะกอกชนดิ เกรดต่ำลงมาก็ได้
ไมค่ วรใช้ชนิดบริสทุ ธิพ์ ิเศษ (extra virgin) ในการทอดหรือผัดอาหาร เพราะถ้าใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า
100 องศาเซลเซียส อาจทำให้เสยี รสชาตขิ องนำ้ มันมะกอกไปได้

ขอ้ เสยี ของนำ้ มันมะกอกสำหรับคนไทยคงมีเพียงอย่างเดยี ว คอื ราคาคอ่ นข้างแพงมาก เมอ่ื เทียบกับ
น้ำมันพืชชนิดอื่นๆ ที่มีขายในบ้านเรา แต่มีน้ำมันพืชยี่ห้อไทยๆ ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับน้ำมัน
มะกอก นั่นคือ น้ำมนั ปาล์มโอเลอิน ซง่ึ มกี รดไขมนั ไมอ่ ่ิมตวั เชิงเด่ียวท่ชี ่ือว่า "โอเลอิก" อยพู่ อประมาณ แม้จะ
ไม่มากมายเท่าน้ำมันมะกอก แต่ก็เพียงพอตอ่ ความ ต้องการของรา่ งกาย

3.1.8) น้ำมันพชื อนื่ ๆ
นอกจากนี้ยงั พบน้ำมนั พชื ที่ผลิตจากเมลด็ ทานตะวนั เมล็ดดอกคำฝอย และข้าวโพดด้วย ซึ่งมกั จะมี
คุณภาพทางโภชนาการในแง่กรดไขมันจำเปน็ ดีกว่าน้ำมนั ถ่ัวเหลืองเล็กน้อย น้ำมันกลุ่มนี้จะขายในราคาที่สูง
กวา่ กลมุ่ ท่ีกล่าวมาแลว้ และหลายย่หี ้อยังสงั่ จากต่างประเทศ

4. ความรู้เกี่ยวกับโคมไฟต้ังโตะ๊
นอกจากจะช่วยให้แสงสวา่ งแล้ว ยงั ช่วยถนอมสายตาเวลาทำกจิ กรรมต่างๆไดด้ ี โคมไฟตกแตง่ เหล่าน้ี

ยังช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้าน เป็นของตกแต่งบ้านที่สามารถบ่งบอกถึงตัวตนของเราอีกด้วย แสงที่
นุ่มนวลและดีไซน์ที่สวยงาม เป็นจุดเด่นของ “โคมไฟตั้งโตะ๊ ” ที่สามารถประยุกต์ใช้งานใหเ้ ขา้ ไดก้ บั ทุกพื้นท่ี
อย่างสะดวกสบาย แถมยงั เคล่อื นย้าย เปลี่ยนตำแหน่งการจดั วางได้เพยี งแคย่ กออกจากตำแหน่งเดิม ไมต่ ้องมี
การติดตั้งอุปกรณ์ใดๆ ให้ยุ่งยาก แถมการใช้งานยังเหมาะกับการให้แสงสว่างเฉพาะจุด ไม่รบกวนคนอ่ืน
เหมาะสำหรับคนท่ชี อบอา่ นหนงั สือในเวลากลางคืน หรือต้องทำงานจนดกึ ดืน่ หรือนำไปจดั วางเป็นโคมไฟบน
โต๊ะอาหารเพื่อสร้างสรรค์ความโรแมนติก และสามารถนำไปใช้ตกแต่งเพ่ิมความสวยงาม สร้างบรรยากาศท่ี
ชวนกระตนุ้ อารมณค์ วามรสู้ กึ คูก่ บั หลอดไฟในโทนสีท่ีสัมพันธ์กนั ทำให้พ้นื ทๆ่ี ท่ีดูนา่ เบื่อ ดูมชี ีวติ ชีวามากขึ้น

นบั แต่สมยั โบราณ ยามค่ำคนื ไมม่ ีแสงสว่างจากไฟฟา้ มเี พยี งแต่แสงดาว แสงจนั ทร์ และคบเพลิง ซ่ึง
จากคบเพลงิ ไม้ ก็ไดน้ ำไปสู่โคมไฟ เพือ่ ใชเ้ ป็นแสงสว่างยามค่ำคืน โคมไฟถกู สรา้ งขน้ึ นา่ จะรับอทิ ธิพลมาจาก
ประเทศจนี ซงึ่ ปจั จุบนั โคมไฟทไี่ ดร้ บั ความนิยม อันดับต้นๆ เลยก็คอื โคมไฟไมส้ ัก ซึง่ มคี วามสวยงาม คงทน
แขง็ แรง แตม่ ีความคลาสสกิ ในตัวของโคมเอง

12

ลักษณะของดวงโคม
1. ดวงโคมไฟเพดานเป็นดวงโคมไฟทต่ี ิดเหนือศรี ษะ บรเิ วณฝ้าเพดาน หรือหอ้ งลงมาจากเพดาน เชน่ โคมไฟ
ห้อยเพดานหรือไฟช่อระย้า ท่ีมรี ปู แบบตา่ ง ๆ ให้เลือกมากมาย ท้งั ทท่ี ำจากแกว้ พลาสตกิ โลหะ หรือเซรามิค มี
ทั้งแบบโคมไฟธรรมดา ราคาไม่แพงไปจนถงึ โคมไหแชนเดอเลยี ร์ ทป่ี ระกอบไปดว้ ยหลอดไฟเล็ก ๆ มากมาย
สวยงาม ใหแ้ สงสว่างและความรอ้ นมาก กินไฟมาก ราคาแพง ไฟตดิ เพดาน มีทงั้ แบบดวงโคมท่ยี ดึ ตดิ กบั ฝา้
เพดาน ประกบอไปด้วยทค่ี รอบ หรอื โปะ๊ ทำจากแกว้ หรอื พลาสตกิ คลุมหลอดไฟเพ่อื ช่วยในการกระจายแสง
เชน่ โคมไฟโป๊ะกลมสำหรับหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ หรอื โคมไฟซาลาเปาสำหรับหลอดไส้ เปน็ ตน้ และแบบที่
ตดิ ต้งั โดยเจาะฝ้าเพดานฝังซ่อนดวงโคมไว้ภายใน ทีเ่ ราเรยี กกนั ว่า ไฟดาวนไ์ ลท์ (Down light) ซ่งึ ใหแ้ สงสว่าง
ไดด้ ี สามารถเลือกใช้ชนดิ ของหลอดไห ลกั ษณะของแสงท่สี อ่ งลงมา และทศิ ทางการสอ่ งของสำแสงได้หลาย
แบบเปน็ ได้ทงั้ ไฟพ้นื ฐานและไฟสรา้ งบรรยากาศ
2. ดวงโคมไฟผนงั เป็นชนดิ ทีใ่ ช้ยดึ ตดิ กับผนงั มใี ห้เลอื กหลากหลายรูปแบบเชน่ กนั การกระจายแสงส่วนใหญ่
ข้ึนอยกู่ ับลกั ษณะของโป๊ะ มีทง้ั แบบใหแ้ สงสอ่ งออกมาตรง ๆ หรอื แบบสะทอ้ นเข้าผนงั เพอ่ื สร้างบรรยากาศ
ใหก้ บั ห้อง เปน็ ตน้
3. ดวงโคมไฟตัง้ พื้น ตง้ั โต๊ะ เป็นดวงโคมไฟแบบลอยตัวท่ีช่วยในการใหแ้ สงสว่างตามจดุ ต่าง ๆ เป็นพเิ ศษ เช่น
ในบริเวณท่ีนงั่ อ่านหนังสือโต๊ะทำงาน หรอื โต๊ะหวั เตยี ง และยังใชเ้ ป็นของประกอบการตกแตง่ ในหอ้ งชุดร่วมกับ
ชุดเฟอรน์ เิ จอร์อน่ื ๆ อกี ด้วย เช่น ชุดรบั แขก ชดุ ทานอาหาร เปน็ ต้น มรี ูปแบบและวัสดใุ ห้เลอื กมากมายหลาย
หลายราคา
4. ลกั ษณโ์ คมไฟจากกะลามะพร้าว
มีลกั ษณเ์ ดยี วกับโคมไฟต้งั พนื้ ตั้งโตะ๊ แตส่ ามารถออกแบบได้หลายแบบสสี ันสามารถทำไดหลายสแี ตท่ ี่นยิ มคือสี
เนือ้ ไม้

13

บทท่ี3
วิธีการดำเนนิ งาน

1. อปุ กรณ์และเคร่อื งมือ
1. บีกเกอร์
2. แทง่ แก้ว
3. นำ้ เปลา่
4. นำ้ มันพืช

2. วธิ ีการทดลอง
ตอนที่ 1 ทดลองน้ำเปล่า

1.1 เตรยี มบีกเกอร์ขนาด 250 mL 1 ใบ
1.2 เตมิ นำ้ เปล่าจำนวน 200 mL ลงในบกี เกอร์
1.3 ใส่แทง่ แก้วลงไปในบีกเกอรท์ บ่ี รรจนุ ้ำเอาไว้
1.4 สงั เกตการทดลอง

จำนวน ผลการทดลอง
น้ำเปล่า 200 mL มองเหน็ แท่งแก้ว

ตารางที่ 3.1 การทดลองนำ้ เปลา่
ตอนที่ 2 ทดลองน้ำมันพชื

1.1 เตรียมบกี เกอรข์ นาด 250 mL 1 ใบ
1.2 เตมิ นำ้ มนั พชื จำนวน 200 mL ลงในบีกเกอร์
1.3 ใสแ่ ทง่ แกว้ ลงไปในบีกเกอร์ทีบ่ รรจุนำ้ เอาไว้
1.4 สังเกตการทดลอง

จำนวน ผลการทดลอง

น้ำมนั พชื 200 mL ไม่สามารถมองเหน็ แทง่ แก้ว

ตารางท่ี 3.2 การทดลองน้ำมนั พืช

14

บทท่ี 4
ผลการศึกษา

จากการศึกษาการทดลองเร่ือง โคมไฟตั้งโต๊ะ จากการหักเหของแสงโดยอา้ งอิงจากการทดลองด้วย
นำ้ มันพืช มผี ลการศึกษาดังตอ่ ไปน้ี

ตารางท่ี 4.1 การเปรยี บเทียบการทดลองนำ้ เปล่า และนำ้ มนั พืช

จำนวน ผลการทดลอง
นำ้ เปลา่ จำนวน 200 mL มองเห็นแทง่ แกว้ ชดั เจน
น้ำมันพชื จำนวน 200 mL ไมส่ ามารถมองเห็นแทง่ แกว้ ได้ชดั เจน

จากตารางจะเห็นได้ว่า น้ำเปล่านั้นสามารถมองเห็นแท่งแก้วได้ชัดเจนกว่าน้ำมันพืชที่ไม่สามารถ
มองเหน็ แทง่ แกว้ ไดช้ ัดเจน

15

บทที่ 5
สรปุ อภปิ รายผลและข้อเสนอแนะ

จากการศึกษาการทดลองเร่ือง โคมไฟตั้งโต๊ะ จากการหักเหของแสงโดยอ้างอิงจากการทดลองด้วย
นำ้ มนั พืช ซง่ึ มวี ตั ถุประสงคเ์ พอ่ื

1. เพือ่ ใช้นำ้ มนั เป็นตัวกลางในการทดลองหาการหกั เหของแสง
2.เพือ่ นำองค์ความรู้ที่ไดจ้ ากการทดลองการหักเหของแสงโดยใชก้ ารหักเหของนำ้ มนั ไปตอ่ ยอดกับการ
ประดิษฐ์โคมไฟตัง้ โต๊ะ
มีผลการศกึ ษาโครงงานดงั ตอ่ ไปนี้
สรปุ ผลการทดลอง
จากผลการทดลองที่ 1 พบว่า น้ำเปล่าที่เทใส่บีกเกอร์ แล้วนำแท่งแก้วใส่ในบีกเกอร์น่ัน ยังสามารถ
มองเหน็ แทง่ แก้วไดช้ ดั เจน
จากผลการทดลองท่ี 2 พบว่า น้ำมันพืชทีเ่ ทใส่บีกเกอร์ แล้วนำแทง่ แก้วใส่ในบีกเกอรน์ ่ัน ไม่สามารถ
มองเห็นแทง่ แกว้ ได้ชดั เจน
จากผลการทดลองทงั้ 2 ตอน พบวา่ การหกั เหของแสงที่ปรากฏน่ัน น้ำมันพชื ไม่สามารถมองเห็นแท่ง
แกว้ ไดช้ ดั เจนเทา่ กบั น้ำเปลา่
อภปิ รายผลการทดลอง
จากการทดลองท่ี 1 พบว่าน้ำเปลา่ ท่เี ทใส่ในบกี เกอร์ ขนาด 250 mLปรมิ าณ 200 mL แลว้ นำแท่งแกว้
ใสล่ งภายในบกี เกอร์น้นั สังเกตไดว้ ่ายงั สามารถมองเห็นแท่งแก้วไดช้ ัดเจน เพราะมกี ารหกั เหของแสงทำใหย้ งั
สามารถมองเหน็ แทง่ แก้วที่อย่ภู ายในบีกเกอรน์ ั้นได้
จากการทดลองที่ 2 พบวา่ น้ำมนั พชื ท่เี ทใส่ในบกี เกอร์ ขนาด 250 mLปริมาณ 200 mL แล้วนำแท่ง
แกว้ ใส่ลงภายในบีกเกอร์นัน้ สังเกตได้ว่าไม่สามารถมองเห็นแท่งแกว้ ได้ชดั เจน เพราะมกี ารหกั เหของแสงทำให้
ไม่สามารถมองเห็นแทง่ แกว้ ทอี่ ยภู่ ายในบกี เกอร์นน้ั ได้
จากผลการทดลองทงั้ 2 ตอน พบว่า การหักเหของแสงทป่ี รากฏนนั้ น้ำมนั พืชไมส่ ามารถมองเห็นแท่ง
แก้วไดช้ ดั เจนเทา่ กับน้ำเปล่าทอ่ี ย่ภู ายในบีกเกอร์
ขอ้ เสนอแนะในการศกึ ษาคน้ ควา้ ครง้ั ตอ่ ไป
ในการทำโครงงานต่อไปสามารถหาคุณภาพอ่นื ๆ ในการหกั เหของแสงที่สามารถนำไปประดิษฐ์อย่าง
อนื่ ได้ เชน่ การทำไฟหนา้ รถยนต์ รถมอเตอรไ์ ซค์ เป็นตน้ เพื่อนำการหักเหของแสงใชใ้ นการศกึ ษาคน้ คว้าตอ่ ไป

16

บรรณานกุ รม

ครพู ลอย. 2555. การหักเหของแสง. (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kruploy/2012/01/19/entry-1

จเรชยั ตาเต้ง. 2552. โคมไฟ. (ออนไลน์). แหล่งท่มี า
https://sites.google.com/site/khomfie/home

วิกีพเี ดยี สารานุกรมเสรี. (ม.ป.ป.). นำ้ . (ออนไลน์). แหล่งทมี่ า
https://th.m.wikipedia.org/wiki/

วที ติ วรรณเลศิ ลักษณ์. 2560. การหกั เหของแสง. (ออนไลน์). แหลง่ ทีม่ า
https://www.scimath.org/

สรุ งค์ โพชนกิ ร. 2564. ความรูเ้ กี่ยวกับน้ำมันพืชชนดิ ตา่ งๆ. (ออนไลน์). แหล่งที่มา
http://www.kroobannok.com/blog/13663

learning for fun. 2554. การหักเหของแสง. (ออนไลน์). แหล่งทีม่ า
http://arts.kmutt.ac.th/ssc210/

ภาคผนวก

ภาคผนวก

ภาพท่ี 1,2 อปุ กรณใ์ นการทดลองหาความหักเหของแสง
ภาพที่ 3 นำน้ำเปล่าเทใสบ่ ีกเกอรข์ นาด 250 mL จำนวน 200 mL
ภาพท่ี 4 นำน้ำมนั พืชเทใส่บกี เกอรข์ นาด 250 mL จำนวน 200 mL

ภาพท่ี 5 นำแทง่ แก้วลงไปในบกี เกอรข์ นาด 250 mL ท่บี รรจุนำ้ เปลา่ เอาไว้
ภาพท่ี 6 นำแท่งแกว้ ลงไปในบีกเกอรข์ นาด 250 mL ทีบ่ รรจุนำ้ มนั พชื เอาไว้
ภาพท่ี 7,8 พอทำการทดลอง สงั เกตการทดลองพบว่า นำ้ เปล่าจะมองเห็นแท่งแกว้ ได้ชดั เจนกวา่ น้ำมนั พชื

ภาพที่ 9,10 ทำการประดิษฐ์โคมไฟตั้งโตะ๊ โดยการอ้างอิงจากการทดลอง
ภาพท่ี 11 โคมไฟตง้ั โต๊ะแบบนจ้ี ะเปน็ โคมไฟทใ่ี ช้แผน่ ลองซ้อนทับ เพ่อื ดปู ริมาณการสวา่ งของโคมไฟตงั้ โตะ๊
ภาพที่ 12 โคมไฟตัง้ โตะ๊ แบบน้จี ะเปน็ โคมไฟท่ีไมใ่ ชแ้ ผ่นลอง ทำให้โคมไฟทไี่ มม่ แี ผ่นลองนี้สวา่ งมากกวา่

ข้อมลู ผจู้ ดั ทำ

ชื่อ นายฐณกร นามสกลุ เกิดผล เลขท่ี 9
อายุ 19 ปี
ทอ่ี ยู่ 144/10 ม.6 ต.บ่อผดุ อ.เกาะสมยุ จ.สุราษฎรธ์ านี
เบอร์ 0630968135

ช่ือ นางสาวพชรนาฏ นามสกลุ วงั ส์ดา่ น เลขท่ี 14
อายุ 19 ปี
ทอี่ ยู่ 140/40 ม.1 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สรุ าษฎรธ์ านี
เบอร์ 0994071961

ชอ่ื นางสาวธญั วรตั ม์ นามสกลุ รัตนา เลขท่ี 18
อายุ 18 ปี
ทีอ่ ยู่ 166/65 ม.2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมยุ จ.สรุ าษฎรธ์ านี
เบอร์ 0882261282

ชือ่ นางสาวจุฑามาศ นามสกลุ ตาสาย เลขที่ 24
อายุ 19 ปี
ทอ่ี ยู่ 175/41 ม.1 ต.บอ่ ผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎรธ์ านี
เบอร์ 0948985930

ชื่อ นางสาวชนญั ชิดา นามสกุล สงั ขแ์ กว้ เลขที่ 29
อายุ 19 ปี
ท่ีอยู่ 123/88 ม.1 ต.บอ่ ผดุ อ.เกาะสมยุ จ.สรุ าษฎรธ์ านี
เบอร์ 0990978786


Click to View FlipBook Version