The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

10สถานที่ท่องเที่ยวในswitzerland

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 02 ชลดา งามขํา, 2023-02-12 23:25:25

10สถานที่ท่องเที่ยวในswitzerland

10สถานที่ท่องเที่ยวในswitzerland

10 สถานที่ท่ ที่ อ ท่ งเที่ย ที่ วในสวิตวิซ์เ ซ์ ซอร์แ ร์ ลนด์ 10places to visit in Switzerland


คำ นำ หนังนัสือสื E-Book เรื่อรื่ง 10สถานที่ท่องเที่ยวในสวิตวิซ์เซ์ซอร์แร์ลนด์ ประกอบไปด้ว ด้ ยเนื้อนื้หาสถานที่ต่างๆ ได้แ ด้ ก่ เลาเทอร์บร์รุนรุเนินนิ อินเตอร์ลร์าเคน เจนีวนีา เบิร์บินร์และ ลูเลูซิร์ซินร์ คณะผู้จัผู้ ดจัทำ หวังวัเป็น ป็ อย่า ย่ งยิ่งยิ่ว่า ว่ E-Bookเล่มนี้จ นี้ ะสามารถแนะนำ สถานที่ท่องเที่ยวให้กั ห้ กับผู้ที่ผู้ ที่ สนใจจะไปประเทศสวิตวิซ์เซ์ซอร์แร์ลนด์หด์รือรื อยากสืบสืค้นข้อ ข้ มูลสถานที่ท่องเที่ยวได้ ผู้จัผู้ ดจัทำ นางสาวชลดา งามขำ ม6/1 เลขที่2


Lauterbrunnen interlaken geneva Bern Lucerne สารบัญ บั เลาเทอร์บรุนเนิน อินเตอร์ลาเคน เจนีวา เบิร์น ลูเซิร์น


Lauterbrunnen หมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) อยู่ในเมืองเมืองอินเทอร์ลาเคิน รัฐแบร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงชัน แถมยังมีน้ำ ตก ชเตาบ์บาค (Staubbach) ไหลลงมาจากหน้าผา ยิ่งทำ ให้ทัศนียภาพของ หมู่บ้านแห่งนี้สวยอลังการมากขึ้นไปอีก เป็นเรื่องที่น่าอิจฉาชาวเมืองที่นี่จริง ๆ เพราะเหมือนได้ชมวิวน้ำ ตกตลอด 24 ชั่วโมง แม้จะเป็นหนึ่งในหมู่บ้านวิวสวย ที่มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาต่อเนื่อง แต่เลาเทอร์บรุนเนินยังคงเป็นหมู่บ้าน ที่เงียบสงบ ไม่วุ่นวาย แถมยังเป็นทางผ่านไปยัง จุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ในเทือกเขาแอลป์อีกด้วย เลาเทอร์บรุนเนิน


เป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยน้ำ ตกน้อยใหญ่ถึง 72 แห่ง จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อ เลาเทอร์บรุนเนิน ซึ่งแปลว่า"many fountains" หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งน้ำ ตกเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของน้ำ ตกที่สูงที่สุดในยุโรปอย่าง น้ำ ตก Staubbach ที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงถึง 300 เมตรด้วย นอกจากนี้ยังมี น้ำ ตก Trümmelbach ที่เกิดจากการหลอมละลายจากธารน้ำ แข็ง เกิดเป็นมวลน้ำ มหาศาลไหลลงมาจากหน้าผาสูงถึง 200 เมตร


interlaken อินเตอร์ลาเคน อินเตอร์ลาเคน (Interlaken) เป็นเมืองเล็กๆ ในแคว้นเบิร์น (Bern) ที่ขนาบข้าง ด้วยทะเลสาบถึง 2 แห่ง คือ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) และ ทะเลสาบทูน (Lake Thun) ด้วยทัศนียภาพอันงดงามราวกับเมืองในฝัน แถมยังตั้งอยู่ตรงจุดที่สามารถ เดินทางขึ้นไปยัง ยอดเขายุงเฟรา (Jungfrau) ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปที่มีความสูงถึง 4,158 เมตร จึงทำ ให้เมืองอินเตอร์ลาเคนแห่งนี้เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว หลายๆ คนที่อยากมาพักผ่อน ดื่มด่ำ กับเสน่ห์ของที่นี่ค่ะ ต่อให้เป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็เปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ มากมายค่ะ หากเดินทางไปทางฝั่งตะวันตกของอินเตอร์ลาเคน เราจะพบกับ ทะเลสาบทูน ทะเลสาบสีฟ้าเข้มแสนกว้างใหญ่ที่มาพร้อมกับทิวทัศน์สุดอลังการของ ยอดเขายุงเฟรา (Jungfrau) ยอดเขามอนซ์ (Mönch) และ ยอดเขาอีเกอร์ (Eiger) ส่วนริมฝั่งจะเป็นที่ ตั้งของ ปราสาททูน (Thun Castle) ปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 ที่เป็น ทั้งพิพิธภัณธ์ และหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเมือง ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบทูน จะเป็นที่ตั้งของ ถ้ำ St. Beatus Caves ถ้ำ เก่าแก่ที่ค้นพบโดย นักบุญ St. Beatus เมื่อศตวรรษที่ 6 จึงตั้งชื่อถ้ำ ตาม นักบวชท่านนั้นนับแต่นั้นมา ภายในถ้ำ จะเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าถึงประวัติการค้นพบ ถ้ำ รวมถึงสัตว์ป่าและภูมิศาสตร์ของถ้ำ แห่งนี้ ซึ่งตัวถ้ำ นั้นมีความยาวถึง 1 กิโลเมตรเลยที เดียวค่ะ ส่วนด้านล่างก็จะมีน้ำ ตกไหลออกมาจากผาด้วย สวยงามมากๆ


ส่วนทางทิศตะวันออกจะเป็นส่วนของ ทะเลสาบเบรียนซ์ ทะเลสาบสีฟ้าอมเขียวที่มี หมู่บ้านเล็กๆ ตั้งเรียงรายอยู่ริมฝั่ง พวกเราสามารถไปเดินเล่น หรือขี่จักรยาน ตามเส้นทางริมทะเลสาบได้เลย บอกเลยว่า บรรยากาศดีสุด เดินเพลินเลยทีเดียว แล้วก็มาถึงไฮไลท์ของอินเตอร์ลาเคน นั่นก็คือ ยอดเขายุงเฟรา ที่ต้องเดินทาง ด้วย การรถไฟยุงเฟรา เส้นทางรถไฟที่สูง ที่สุดในยุโรป เริ่มต้นจาก สถานีไคลเน่ ไช เดกก์ (Kleine Scheidegg) ไปจนถึง สถานียุงเฟรายอค (Jungfraujoch) ที่ ความสูง 3,454 เมตร และในบริเวณใกล้ เคียงกับอินเตอร์ลาเคน ก็ยังมี เลาเทอร์ บรุนเนิน (Lauterbrunnen) หมู่บ้านที่มี น้ำ ตกเยอะมากๆ อีกทั้งยังเป็นทางผ่าน ก่อนขึ้นไปยังยอดเขายุงเฟราอีกด้วย เป็น หมู่บ้านเล็กๆ น่ารักกลางหุบเขา แต่วิว อลังการเกินหลักล้าน ใครมาถึงก็ต้องทึ่งกับ ความงามของหมู่บ้านแห่งนี้ค่ะ


เมืองเจนีวาเป็นเมืองที่เล็กที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา อยุ่ตรงทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ ประเทศ ประชากร 1ใน3ของเจนีวาเป็นชาวต่างชาติที่มา ทำ งานในองค์กรณ์ระหว่างประเทศที่มีสำ นักงานตั้งอยู่ใน เจนีวา ซึ่งเจนีวาอยู่ในโอบล้อมของฝรั่งเศสเกือบรอบด้าน ดังนั้นภาษาพูดส่วนใหญ่จะใช้ภาษาฝรั่งเศส geneva เจนีวา บริเวณนี้เป็นหัวใจของเจนีวา ใครที่เดินทางมาเจนีวาครั้งแรกจะประทับใจบรรยากาศของ ทะเลสาบนี้ซึ่งเป็นที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างของเจนีวาเอาไว้ เมื่อเรามองออกไปยังทะลสาบเจนีวา เรา จะเห็นน้ำ พุเจ็ดโด (Jet d’ eau) หรือเรียก เชโดตามสำ เนียงฝรั่งเศส วันใดที่อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งจะมองเห็นเทือกเขา มงต์บลองก์ เป็นฉากหลังของวิวทะเลสาบแสนสวย ทาง เดินเรียบทะเลสาบตกแต่งไปด้วยดอกไม้ฤดูหนาว บ้านเรือนที่สวยงาม ในทะเลสาบผิวน้ำ เรียบ ใสราวกับกระจก มีหงส์ขาวเล่นน้ำ และนกน้ำ นานาพันธุ์มีอยู่มากมากมาย ซึ่งเขาจะเริ่มเปิดให้ชม ทุกวันตั่งแต่เวลา 10.00น เป็นต้นไป โดยน้ำ พุแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์อยู่คู่เจนีวามาร้อยปีแล้ว ซึ่งวัตถุประสงค์ของการสร้างน้ำ พุเมื่อปี 1886 ก็เพื่อให้ช่วยลดเรืองดันในระบบน้ำ ของเมืองที่ผัน น้ำ ขึ้นไปใช้จากทะเลสาบ น้ำ พุส่งน้ำ สายพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าในปริมาณ 500 ลิตร ต่อวัน สูง 140 เมตร/วินาที ด้วยแรงดัน 200กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาวเมืองเรียกกันว่าน้ำ พุจรวด นักท่อง เที่ยวที่มาเยือนเจนีวา มักพากันถ่ายรูปกับน้ำ พุนี้ให้ติดกลับไปเป็นที่ระลึกจนกลายเป็น สัญลักษณ์ของเจนีวาไปในที่สุด


ย่านเมืองเก่าเจนีวา (Old Town) เขตเมืองเก่าประกอบด้วยถนนสายหลักคือ Grand-Rue เป็นที่ตั้งบ้านเรือนและอาคารเก่า แก่ ศาลาว่าการเมือง ในสมัยโรมันเป็นตลาด นัดวัวควาย ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางที่ชุมนุมของ ชาวเจนีวาเมื่อเดิดเหตุการณ์สำ คัญๆ ซึ่งย่านนี้ เคยเป็นที่อพยบของผู้ลี้ภัยทางการเมืองที่หนี จากการถูกกวาดร้างจากประเทศอื่น มาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นผลงานชิ้นเยี่ยมที่เกิดจากการผสมผสาน นาฬิกาดอกไม้ กันของเทคโนโลยีสมัยใหม่กับศิลปะการปลูก ดอกไม้ประดับนาฬิกา ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คอีก แห่งของกรุงเจนีวา มีดอกไม้นานาพันธุ์ ถึง6,500 ชนิด ดอกไม้จะผลัดกันออกตาม ฤดูกาลตลอดทั้งปี และที่สำ คัญ นาฬิกาดอกไม้ นี้นั้นเป็นนาฬิกาที่มีเข็มยาวที่สุดในโลกที่ยาว ถึง 2.5 เมตร อาคารสหประชาชาติ อาคารสหประชาชาติ เป็นอาคารที่ก่อสร้างขึ้น ในปี คศ. 1936 เพื่อก่อตั้งสำ นักงานองค์กร สันนิบาตชาติ ซึ่งกลายมาเป็นสหประชาชาติ ปี คศ. 1946 อาคารนี้มีความสำ คัญรองจาก สำ นักงานใหญ่ของสหประชาชาติที่นิวยอร์ก ด้านหน้าเลียนแบบพระราชวังแวร์ซายส์ของ ฝรั่งเศส ในตัวอาคารมีห้องบรรจุผู้เข้าประชุมได้ มากถึง 2,000คน เคยเป็นที่ประชุมสำ คัญ เกี่ยวกับสันติภาพของโลก พิพิธภัณฑ์กาชาดสากล เป็นสถานที่ที่บอกเล่าสิ่งที่มนุษย์ ควรจะปฎิบัติต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ ทุกยากระหว่างสงคราม ที่นี่เคยขังนักโทษ การเมืองที่เคยใช้เป็นที่คุมขังนักโทษถึง 17คน


Bern เบิร์น กรุงเบิร์น (Bern) เป็นเมืองหลวง และตั้งอยู่ใจกลางของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีความโดดเด่นอย่างน่าประทับใจของเมืองเก่าสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคกลาง ซึ่งถูกอนุรักษ์ไว้จากอดี จนถึงปัจจุบัน และเป็นตัวอย่างผังเมืองของสมัยกลางที่ดีมากที่สุดในทวีปยุโรป จนได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกโดยยูเนสโกตั้งแต่ปี 1983


ภายในเมืองเก่ามีตรอกซอกซอยที่คงเดิม มีภูมิทัศน์ของ ลักษณะภายนอกอาคารเป็นหินทราย หลังคาสีแดงเมื่อมอง จากมุมสูง และการเป็นสัดส่วนของย่านขายของ ซึ่งในภาษาท้องถิ่นเรียกว่า “ เลาเบิร์น ” (Lauben) นอกจากนี้กลิ่นอายแห่งอดีตของศตวรรษที่ 16 ยังมีให้เรา สัมผัสเรื่อยๆ จุดหลักของเมืองเก่าคือหอนาฬิกา Zytglogge-Fuhrung ที่เก่าแก่ตั้งแต่ยุคกลาง สร้างในช่วง ต้นศตวรรษที่ 13 ในสมัยนั้นหอนี้เป็นทั้งหอรักษาการณ์ คุก และหอนาฬิกา นอกจากการมีเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ แล้ว ขึ้นชื่อว่าสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้ค้นคิด และผลิตกลไก นาฬิการะดับโลก สำ หรับอาคารทรงสูงที่มองเห็นแต่ไกล และเป็นส่วนที่ตั้งเด่นเป็นสง่าที่สุดของเมือง ก็คือ Berner Munster หรือมหาวิหารกรุง Bern เป็นโบสถ์ประจำ เมืองที่สำ คัญของประเทศสวิต เซอร์แลนด์


ลูเซิร์น (Lucerne) เป็นหัวเมืองโบราณของส วิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์เป็นดินแดนที่ ได้รับสมญานามว่า หลังคาแห่งทวีปยุโรป (The Roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือก เขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ยังมี ภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตาม เนินเขา และไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่มลูเซิร์น (Luzern) พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ (Picasso-Museum)อยู่ ที่ถนน Furrengasse 21 ใกล้กับทาวน์ฮอลล์ หรือศาลาว่าการเมือง พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซเก็บ สะสมงานของศิลปินชื่อดังระดับโลกท่านนี้เอา ไว้เป็นจำ นวนมาก โดยเฉพาะผลงานในชีวิต ช่วง 20ปีหลัง นอกจากผลงานของปิกัสโซแล้ว ในพิพิธภัณฑ์ยังแสดงภาพถ่ายฝีมือเดวิด ดัก กลาส ดันแคน (David Douglas Duncan) ผู้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของ ศตวรรษที่ 20 สะพานชาเปล สะพานไม้ทอดตัวข้ามแม่น้ำ รอยส์ ในอดีตสร้างมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 ถือได้ ว่าเป็นสะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของ มีอายุ หลายร้อยปี ภายหลังได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ หลังจากถูกไฟไหม้ นับว่าเป็นสัญลักษณ์และ ประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยทีเดียว หลังจาก ก่อสร้างสะพาน Schollenen ซึ่งทำ ให้เทือกเขา กอตทาร์ด (Gotthard) ไม่เป็นอุปสรรคในการ เดินทางระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศ อีกต่อไป ความสำ คัญของภาคกลางในทาง เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ทวีขึ้นอย่าง มากมาย ในปี ค.ศ. 1871 รถไฟใต่เขาขบวนแรก ของยุโรปได้นู้คนขึ้นไปสู่ยอดเขาริกิ (Rigi) เหนือทะเลสาบลูเซิร์น นับเป็นก้าวกระโดดครั้ง สำ คัญยิ่งของการท่องเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์ Lucerne ลูเซิร์น


อนุสาวรีย์สิงโตหิน (The Lion Monument) ที่แกะสลักอยู่บนหน้าผา บริเวณหัวของสิงโต จะมีโล่ซึ่งมีกากบาทสัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ความกล้า หาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดีของทหารสวิตฯ ที่เสียชีวิตไปในการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง ระหว่าง การปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส ทะเลสาบลูเซิร์น (Vierwaldstattersee หรือ Lake Lucerne) มีอาณาเขตอยู่ในพื้นที่ของ มณฑลทั้งสี่คือ มณฑลอูรี ชวีซ อุนเทอร์วัลเดน และลูเซิร์น ซึ่งมีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา แวดล้อมทะเลสาบรอบทิศ โดยต่างก็มีทัศนียภาพของริมฝั่งที่แตกต่างกันออกไป แต่ทำ เลที่ตั้ง ของลูเซิร์นทำ ให้มณฑลนี้กลายเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในเขตภาคกลางของสวิตเซอร์ แลนด์


บรรณานุกรม เลาเทอร์บร์รุนรุเนินนิ .(ออนไลน์)น์.เข้า ข้ ถึงได้จ ด้ าก: https://travel.kapook.com/view23990 2.html/.(วันวัที่ค้นข้อ ข้ มูล30 มกราคม 2565) อินเตอร์ลร์าเคน.(ออนไลน์)น์.เข้า ข้ ถึงได้จ ด้ าก: https://travel.trueid.net/detail/v2b364 EKv9qd/.(วันวัที่ค้นข้อ ข้ มูล30 มกราคม 2565) เจนีวนีา.(ออนไลน์)น์.เข้า ข้ ถึงได้จ ด้ าก: https://www.newgenstravel.com/content /18369/10/.(วันวัที่ค้นข้อ ข้ มูล30 มกราคม 2565) เบิร์บินร์ .(ออนไลน์)น์.เข้า ข้ ถึงได้จ ด้ าก: https://www.eliteholidaythailand.com/. (วันวัที่ค้นข้อ ข้ มูล30 มกราคม 2565) ลูเลูซิร์ซินร์ .(ออนไลน์)น์.เข้า ข้ ถึงได้จ ด้ าก: https://www.yingpook.com/. (วันวัที่ค้นข้อ ข้ มูล30 มกราคม 2565)


see you in Switzerland


Click to View FlipBook Version