Wellcome
DNA&RNA
ครูผู้สอน
นางสาวสุภัค ปุตามา
จัดทำ ณ วันที่
15/07/65
นางสาววรรณพร ภูวันนา
เลขที่27 ม.5/2
DNAย่อมาจาก
DNA ย่อมาจาก deoxyribonucleic
acid เป็นสารพันธุกรรมที่ทำหน้าที่
ถ่ายทอดลักษณะของสิ่งมีชีวิตไปสู่รุ่นต่อ
ๆ ไป โดยมีทั้งส่วนที่ควมคุมลักษณะทาง
พันธุกรรมใน DNA เรียกว่า “ยีน” และ
ส่วนที่ไม่ได้ควบคุมลักษณะทาง
พันธุกรรม
DNA, short for deoxyribonucleic acid, is the genetic material that
transfers traits of an organism to the next generation. genetic
องค์ประกอบเคมีของ DNA
DNA เป็นกรดนิวคลิอิกชนิดหนึ่งซึ่งเป็น
พอลิเมอร์สายยาว ประกอบด้วยหน่วย
ย่อยที่เรียกว่า นิวคลีโอไทด์
(nucleotide) ซึ่งนิวคลีโอไทด์ประกอบ
ด้วย 3 ส่วนย่อย ได้แก่ น้ำตาลดีออกซีไร
โบส ไนโตรจีนัสเบส และหมู่ฟอสเฟต ซึ่ง
ทั้ง 3 ส่วนจะประกอบกันโดยมีน้ำตาลดี
ออกซีไรโบสเป็นแกนหลัก มีไนโตรจีนัส
เบสต่ออยู่ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 1 และหมู่
ฟอสเฟตต่ออยู่ที่คาร์บอนตำแหน่งที่ 5'
DNA is a type of nucleic acid which is a long chain polymer.
Consists of subunits called nucleotides (nucleotides), which
nucleotides consist of three subunits: sugar deoxyribose.
nitrogenous base and the phosphate group, which all 3
components are composed of deoxyribose sugar as the main core.
Nitrogenous bases are attached to the 1st carbon and the
phosphate group is attached to the 5th carbon.
โครงสร้างของDNA
DNA ประกอบด้วยพอลินิวคลีโอไทด์ 2 สาย ซึ่ง
เชื่อมกันด้วยพันธะไฮโดรเจนระหว่างเบสคู่สม
โดย A คู่กับ T และ C คู่กับ G เสมอ เกิดเป็น
โครงสร้างเกลี่ยวคู่ (double helix) มีทิศทาง
เวียนขวาคล้ายบันไดเวียน
DNA structure
DNA is made up of two polynucleotides linked by hydrogen bonds
between base pairs, where A pairs with T and C always pairs with G,
forming a double helix with a right-hand spiral like a spiral staircase.
สมบัติที่สำคัญของDNA
DNA สามารถเพิ่มจำนวนได้โดยมีลักษณะ
เหมือนเดิม สามารถถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรมจากรุ่นพ่อแม่ไปยังรุ่นลูกได้
สามารถควบคุมให้เซลล์สังเคราะห์สารต่าง
ๆ เพื่อแสดงลักษณะทางพันธุกรรมให้
ปรากฏ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้บ้าง
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ อาจทำให้
เกิดลักษณะทางพันธุกรรมที่แตกต่างไป
จากเดิม และเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
DNA can multiply with the same
characteristics. Genetic traits can be
passed on from the parent
generation to the offspring. Can
control cells to synthesize different
substances to show genetic traits to
appear and may be subject to
change which this change May cause
genetic characteristics that are
different from the original and is one
of the factors leading to the
evolution of living things
RNA is a nucleic acid. It is one of the four main biomolecules,
along with lipids, carbohydrates and proteins. important to all
living things RNA is made up of subunits called nucleotides,
long chains. Nucleotide sequences allow RNA to encode
genetic information. All living things use RNA coding (mRNA)
to carry the genetic information that guides protein synthesis.
moreover Many viruses use RNA as their genetic material
instead of DNA.
RNAคืออะไร
กรดไรโบนิวคลีอิก (อังกฤษ: ribonucleic
acid) หรือ อาร์เอ็นเอ เป็นกรดนิวคลีอิก ซึ่ง
เป็นหนึ่งในสี่สารชีวโมเลกุลหลัก ร่วมกับลิพิด
คาร์โบไฮเดรตและโปรตีน ที่สำคัญแก่สิ่งมีชีวิต
ทุกชนิด อาร์เอ็นเอประกอบด้วยหน่วยย่อยที่
เรียกว่า นิวคลีโอไทด์ สายยาว เช่นเดียวกับ
ดีเอ็นเอ นิวคลีโอไทด์แต่ละหน่วยประกอบด้วย
นิวคลีโอเบส น้ำตาลไรโบสและหมู่ฟอสเฟต ลำ
ดับนิวคลีโอไทด์ทำให้อาร์เอ็นเอเข้ารหัสข้อมูล
พันธุกรรมได้ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดใช้อาร์เอ็นเอนำ
รหัส (mRNA) นำข้อมูลพันธุกรรมที่ชี้นำการ
สังเคราะห์โปรตีน ยิ่งไปกว่านั้น ไวรัสหลายชนิด
ใช้อาร์เอ็นเอเป็นสารพันธุกรรมแทนดีเอ็นเอ
การเปรียบเทียบRNA&DNA
อาร์เอ็นเอกับดีเอ็นเอเป็นกรดนิวคลีอิกทั้งคู่ แต่มีข้อแตกต่างหลัก
อยู่สามประการ คือ
อาร์เอ็นเอเป็นโมเลกุลเกลียวเดี่ยวในบทบาททางชีวภาพจำนวน
มาก และมีสายนิวคลีโอไทด์สั้นกว่าดีเอ็นเอ ขณะที่ดีเอ็นเอมี
โมเลกุลเกลียวคู่
อาร์เอ็นเอมีน้ำตาลไรโบส ขณะที่ดีเอ็นเอมีน้ำตาลดีออกซีไรโบส
(ไม่มีหมู่ไฮดรอกซิลเกาะกับวงแหวนเพนโทสที่ตำแหน่ง 2') หมู่
ไฮดรอกซิลเหล่านี้ทำให้อาร์เอ็นเอเสถียรน้อยกว่าดีเอ็นเอเพราะ
เกิดการสลายด้วยน้ำ (hydrolysis) ได้
เบสคู่สมของอะดีนีน คือ ยูราซิล มิใช่ไทมีนอย่างในดีเอ็นเอ ยูรา
ซิลต่างจากไทมีนตรงที่มีหมู่เมทิลน้อยกว่าหนึ่งหมู่
comparison
การสังเคราะห์RNA
การสังเคราะห์ RNA ถูกเร่งปฏิกิริยาโดย
เอนไซม์อาร์เอ็นเอพอลิเมอเรส (RNA
polymerase) ใช้ DNA เป็นแม่แบบ เริ่ม
ต้นการสังเคราะห์โดยการเชื่อมต่อกับ
เอนไซม์ตรงตำแหน่ง โปรโมเตอร์
(promoter) ซีเควนซ์ (sequence) ใน
DNA (ตามธรรมดาพบ "อัพสตรีม"
(upstream) ของยีน) เกลียวคู่ดีเอ็นเอจะ
คลายตัวออกโดยการทำงานของเอนไซม์
เฮลิเคส (helicase) แล้วเอนไซม์จะ
เคลื่ อนไปตามแม่แบบเกลียวในทิศทาง
จาก 3’-> 5’ และการสังเคราะห์โมเลกุล
ของ RNA จะมีทิศทางจาก 5’-> 3’
RNA synthesis is catalyzed by the enzyme RNA polymerase (RNA
polymerase), uses DNA as a template, initiates synthesis by binding
to the enzyme at the promoter and sequence. In DNA (the
"upstream" of a gene), the DNA double helix is u nscrewed by the
action of the helicase enzyme, and the enzyme moves along the
template strand in a direction from 3'. -> 5' and RNA molecular
synthesis is directed from 5'-> 3'.
โครงสร้างของRNA
RNA ถูกสร้างเริ่มแรกจากด่าง (bases) แตกต่างกัน 4 ชนิด คือ
อะดีนีน (adenine)
กัวนีน (guanine)
ไซโตซีน (cytosine)
ยูราซิล (uracil)
ด่าง 3 ตัวแรกเหมือนกับที่พบใน DNA แต่ ยูราซิล มาแทนที่ไทมีน (thymine) โดยจะ
เชื่อมต่อกับ อะดีโนซีน ด่างตัวนี้เป็นสารประกอบ ไพริมิดีน (pyrimidine) ด้วย และมี
ความคล้ายกับ ไทมีน (thymine) ยูราซิลมีพลังของการทำงานน้อยกว่า ไทมีน อย่างไรก็
ดีใน DNA ยูราซิลจะถูกผลิตโดยการสลายตัวทางเคมีของ ไซโตซีน ดังนั้นจึงสามารถ
ตรวจพบ ไทมีน จึงสรุปว่า
ยูราซิลถูกจัดสรรไว้สำหรับ RNA ที่ซึ่งปริมาณมีความสำคัญแต่ช่วงอายุสั้น
ไทมีนถูกจัดสรรไว้สำหรับ DNA ที่ซึ่งการรักษาช่วงตอน (sequence) ของโครงสร้าง
โมเลกุลมีความสำคัญ
พบว่ามีการดัดแปลงด่างจำนวนมากใน RNA ซึ่งมีบทบาทแตกต่างกันมากมาย ซูโดยูริ
ดีน (Pseudouridine) และ ด่าง ดีเอ็นเอ ไทมิดีน (thymidine) ถูกพบในหลายที่ แต่ที่มี
มากอยู่ใน ทีซี ลูป (TC loop) ของทุก tRNA ในธรรมชาติพบว่ามีการปรับเปลี่ยนด่างเป็น
100 กรณี ที่เรายังไม่เข้าใจดีนัก
ข้อแตกต่างระหว่างDNA&RNA
จะเห็นว่า DNA กับ RNA มีหน่วยย่อยที่
เรียกว่า นิวคลีโอไทด์และประกอบด้วย 3
หน่วยย่อยเช่นเดียวกัน แต่ต่างกันตรงที่ไน
โตรจีนัสเบสใน RNA ใช้ยูราซิล (U) แทนไท
มีน (T) นั่นเอง
It can be seen that DNA and RNA
have subunits called Nucleotides and
consist of the same three subunits.
But the difference is that nitrogenous
bases in RNA use uracil (U) instead of
thymine (T).
อ้างอิงจาก www.google.com