" เพลงคุณธรรม " ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔-๖ เพลง เปรต (สัมภเวสี) โรงเรียนบ้านบัวตะเคียน อำ เภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ สำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 3 เเออกกสสาารรแแนนะะนำนำนำนำกกาารรปปรระะกกววดด
ข้อมูลทั่วไป นางสาววราภรณ์ เกิดอินทร์ รักษาการในตำ แหน่งผู้อำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบัวตะเคีย คี น โรงเรีย รี นบ้านบัวตะเคียน สังกัดสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัรีรั มย์ เขต 3 นางละมัย เก้า ก้ศักดา ครูผู้ฝึผู้ ก ฝึสอน นายวิชัย กล้ว ล้ ยประโคน ครูผู้ฝึผู้ ก ฝึสอน
ตัตั ตั วตั วแแททนนขขอองงโโรรงงเเรีรี รียรียนน นันันักนักเเรีรี รียรียนนชั้ชั้ชั้ นชั้ นปปรระะถถมมศึศึศึกศึกษษาาปีปีปีที่ปีที่ ที่ที่4-6 เด็กหญองพรนภา สังวิบุตร เด็กหญิงสงกรานต์ ศรีบุญเรือง เด็กหญิงณัชชา ปักษาชาติ เด็กหญิงนิชนันท์ งามตรง เด็กหญิงโชติกา เอี่ยมศิริ
เเพพลลงงเเปปรรตต (สัสัสั มสั มภภเเววสีสีสี)สี ผู้ผู้ผู้แผู้แต่ต่ ต่ งต่ งเเพพลลงง ขัขัขับขับร้ร้ร้อร้องงโโดดยย : รำรำรำรำไไพพ แแสสงงททอองง คำคำคำคำร้ร้ร้อร้องง/ทำทำทำทำนนอองง/เเรีรี รียรียบบเเรีรี รียรียงง โโดดยย นิค สสะะเเลลออปี้ปี้ปี้ปี้
เเนื้นื้ นื้อนื้อเเพพลลงง เเพพลลงงเเปปรรตต (สัสัสั มสั มภภเเววสีสีสี)สี ขัขั ขั บขั บร้ร้ ร้ อร้ องงโโดดยย : รำรำรำรำไไพพ แแสสงงททอองง บุญคุณแม่พ่อควรยอยกใส่หัว อย่าเจ้าจงอย่าคิดซั่วด่าพ่อตีแม่ จำ จงจำ เด้อเจ้าคนป้อนข้าวพระคุณหลายแท้ ยามที่เพิ่นเฒ่าแก่ให้เจ้าดูแลแทนคุณ (ซ้ำ 1) เนื้ออุ่นแม่ย่านแต่เจ้าหลงผิด ให้คนบงการชีวิตวิแล้วบ่คิดพ้อบาปบุญ ดวงใจเจ้าหลงเชื่อคำ เมียผัว แล้วเจ้ากะมาทำ ซั่วต่อผู้ที่มีพระคุณ เฮ็ดให้แม่ฮ้องไห้น้ำ ตาไหลบุ้นบุ้น ระวัง วัไว้เว้ด้อคุณบาปกรรม มันผู้ได๋ที่เฮ็ดให้แม่ฮ้องไห้ ยามมันตายสิกลายเป็นสัมภเวสี โตสูงใหญ่มือส่ำ ใบลานทรมานอีหลี ปากส่ำ ฮูเข็มน้อย ฮ้องให้ไผซ่อย ฮือ ฮือ ฮื้อ กะบ่มีไผส่อยได้ ฝากเป็นเรื่อรื่งราวสอนใจให้เจ้าคิดเบิ่ง (ซ้ำ )
คคววาามมเเป็ป็ป็นป็นมมาาขขอองงเเพพลลงงแแลละะคคววาามมหหมมาายยขขอองงเเพพลลงง เเพพลลงงเเปปรรตต (สัสัสั มสั มภภเเววสีสีสี)สี เพลงเปรต (สัมภเวสี) ยกเอาประเด็น ด็ ทางความ เชื่อมาบอกเล่า ล่ พูดคุย คุ และสั่งสอนผ่า ผ่ นบทเพลงโดย บทเพลงนี้มีคุณ คุ ค่า ค่ ในแง่ของการจรรโลงคุณ คุ ธรรม และจริยธรรมให้เกิดขึ้น ขึ้ กับ กัสังคมพร้อมกัน กั นั้นยัง ยัได้ ชี้ให้เห็นว่า ว่ ความรักของพ่อแม่นั้นยิ่ง ยิ่ ใหญ่ม ญ่ าก เพียงใดโดยเฉพาะการใช้ถ้อ ถ้ ยคำ ของภาษาอีสานที่ ลึก ลึซึ้งกินใจโดยไม่ได้บ ด้ อกสอนโดยตรงแต่เ ต่ป็น ป็ การ บอกสอนทางอ้อมสำ นวนที่ติ ที่ติ ดปากช่วยให้เป็น ป็ ข้อ ข้ ความที่ติ ที่ติ ดใจคนที่ไที่ ด้ฟัด้ ง ฟัได้ได้ ตร่ตรองตามคำ แนะนำ ของบทเพลงช่วยให้บทเพลงมีคุณ คุ ค่า ค่ ในการ สร้างสรรค์สังคม
คคววาามมเเป็ป็ป็นป็นมมาาขขอองงเเพพลลงงแแลละะคคววาามมหหมมาายยขขอองงเเพพลลงง เเพพลลงงเเปปรรตต (สัสัสั มสั มภภเเววสีสีสี)สี(ต่ต่ ต่ อต่ อ) เนื้อเพลงนี้เรียกว่า ว่ แต่ง ต่ ได้เ ด้ ข้า ข้ กับ กั ยุคสมัยได้เ ด้ ลยที เดีย ดี ว ถ้า ถ้ ติดตามข่า ข่ วเราอาจจะเห็นข่า ข่ วเกี่ย กี่ วกับ กั การ ทำ ร้ายกัน กั ของคนในครอบครัว ซึ่ง ซึ่ ไม่ใช่กับ กั ทุกคน เพียงแต่ข่ ต่ า ข่ วออกมาเลยทำ ให้เห็นในอีกแง่มุมหนึ่ง นึ่ ที่ถ้ ที่ า ถ้ เกิดขึ้น ขึ้ กับ กั ครอบครัวไหนแล้ว ล้ น่าเห็นใจมากๆ กับ กั ข่า ข่ วทำ ร้ายพ่อแม่ โดยบทเพลงนี้พูดถึงบทบาท หน้าที่ ที่ลู ที่ ลู กควรทำ กับ กั พ่อแม่ ทำ ดีกั ดี บ กั ท่า ท่ น เทิดทูน ท่า ท่ น ไม่หลงผิดเป็น ป็ ถูก ถู และยัง ยั บอกถึงผลของการ ทำ ชั่วกับ กั ผู้มี ผู้มี พระคุณ คุ ว่า ว่ สุดท้า ท้ ยแล้ว ล้ ก็ไก็ ม่สามารถ หนีเวรกรรมที่ก่ ที่ อ ก่ ได้
คคววาามมเเป็ป็ป็นป็นมมาาขขอองงเเพพลลงงแแลละะคคววาามมหหมมาายยขขอองงเเพพลลงง เเพพลลงงเเปปรรตต (สัสัสั มสั มภภเเววสีสีสี)สี(ต่ต่ ต่ อต่ อ) “มันผู้ไผู้ ด๋ที่ ด๋ เ ที่ฮ็ดให้แม่ฮ้องไห้ ยามมันตายสิกลายเป็น ป็สัมภเวสี โตสูงใหญ่มื ญ่ มื อส่ำ ใบลานทรมานอีหลี ปากส่ำ ฮูเข็ม ข็ น้อย ฮ้องให้ไผซ่อย ฮือ ฮือ ฮื้อ กะบ่มีไผส่อยได้ ฝากเป็น ป็ เรื่องราวสอนใจให้เจ้าคิดเบิ่ง บิ่ ” ท่อ ท่ นเพลง นี้เป็น ป็ การนำ เสนอเรื่องราวบ่งบอกว่า ว่ การกระทำ ที่ ไม่ดีข ดี องลูกต่อ ต่ พ่อแม่นำ มาสู่ผลกรรมในทาง พระพุทธศาสนาคือ คื การกลายเป็น ป็สัมภเวสีหรือ เปรต ซึ่ง ซึ่ เป็น ป็ ภพภูมิ ภู มิ ที่ต่ำ ที่ ต่ำกว่า ว่ มนุษย์อีกทั้ง ทั้ ยัง ยั ต้อ ต้ ง ทุกข์มรมาน
คคววาามมเเป็ป็ป็นป็นมมาาขขอองงเเพพลลงงแแลละะคคววาามมหหมมาายยขขอองงเเพพลลงง เเพพลลงงเเปปรรตต (สัสัสั มสั มภภเเววสีสีสี)สี(ต่ต่ ต่ อต่ อ) จากผลกรรมที่ไที่ ด้ทำ ด้ ทำมาดัง ดั นั้นเนื้อหาจึงเน้นไปที่ก ที่ าร สอนและช่วยให้เยาวชนรวมถึงผู้ที่ ผู้ฟัที่ ง ฟั เพลงนี้กลับ ลั มาคิดว่า ว่ ตัว ตั เองกำ ลัง ลั เดินไปในทางใด เป็น ป็ ทางต่ำ หรือทางสูง เนื้อเพลงไม่ได้สั่ด้สั่ งสอนโดยตรง แต่ไต่ ด้ หยิบเอานิทานเรื่องราวของภาคอีสานมาบอก กล่า ล่ วเป็น ป็ เรื่องราวสอนใจให้เข้า ข้ใจได้ม ด้ ากยิ่ง ยิ่ ขึ้น ขึ้
คำคำคำคำสำสำสำสำคัคั คั ญคั ญจจาากกเเนื้นื้ นื้อนื้อเเรื่รื่ รื่อรื่องง เปรต หมายถึง สัตว์พวกหนึ่ง นึ่ ที่เ ที่ กิดจากอลายภูมิ ภู มิ , ผีเ ผี ลวจำ พวกหนึ่ง นึ่ มี หลายชนิด ว่า ว่ กันว่า ว่ มีรูปร่างสูงโย่ง ย่ เท่า ท่ ต้น ต้ ตาล ผอมโซเห็นซี่โครง คอ ยาว ตา และจมูกกลวงโบ๋ ปากเท่า ท่ รูเข็ม ข็ มือเท่า ท่ ใบตาล กินเลือ ลื ด และ หนองเป็น ป็ อาหาร ดั่ง ดั่ในชื่อเพลง 1. “เปรต (สัมภเวสี” 2. สัมภเวสี หมายถึง สัตว์ผู้ยั ผู้ ง ยั แสวงหาที่เ ที่ กิด ซึ่ง ซึ่ ได้แ ด้ ก่ปุก่ ปุ ถุชน และ พระเสระผู้ยั ผู้ ง ยั แสวงหาภพที่เ ที่ กิดอีก หรือสัตว์ในครรภ์และในไข่ที่ ข่ ยั ที่ ง ยั อยู่ ระหว่า ว่ งจะเกิด ดั่ง ดั่ในเนื้อเพลงที่ร้ ที่ร้ องว่า ว่ “ยามมันตายสิกลายเป็น ป็สัมภเวสี”
คำคำคำคำสำสำสำสำคัคั คั ญคั ญจจาากกเเนื้นื้ นื้อนื้อเเรื่รื่ รื่อรื่องง 3. แทนคุณ คุ หมายถึง ตอบแทน สนองบุญคุณ คุ ดั่ง ดั่ในเนื้อเพลงที่ร้ ที่ร้ องว่า ว่ “ยามที่เ ที่ พิ่น พิ่ เฒ่าแก่ให้เจ้าดูแล แทนคุณ คุ ” ในเนื้อเพลงหมายถึงการแทนคุณ คุ บิดามารดา 4. บาปกรรม หมายถึง บาป อกุศ กุ ลกรรม (กรรมไม่ดี กรรมเลว กรรมชั่ว) ในทางศาสนาพุทธ ก็คือ คื ผลพวงของการประกอบ (ก่อ ก่ ) อกุศ กุ ลกรรม ดั่ง ดั่ เนื้อ เพลงที่ร้ ที่ร้ องว่า ว่ “เฮ็ดให้แม่ฮ้องไห้ น้ำ ตาไหลบุ้นๆ ระวัง วัไว้เ ว้ ด้อ ด้ คุณ คุ บาปกรรม”
คุคุคุ ณ คุ ณธธรรรรมมที่ที่ ที่ไที่ได้ด้ ด้ จด้ จาากกเเนื้นื้ นื้อนื้อร้ร้ ร้ อร้ องง ความกตัญ ตั ญูกตเวที กตัญญู หมายถึง บุคคลผู้รู้ ผู้ รู้ คุณ คุ คนอื่น กตเวที หมายถึง บุคคลที่ต ที่ อบแทนผู้มี ผู้มี คุณ คุ แก่ต ก่ น ดัง ดั นั้น คำ ว่า ว่ กตัญ ตั ญูกตเวที จึงหมายถึง บุคคลผู้ รู้คุณ คุ ที่ค ที่ นอื่นกระทำ แล้ว ล้ และตอบแทน บุคคลที่มี ที่มี คุณและสร้างสิ่งที่เ ที่ป็น ป็ประโยชน์แก่เ ก่ รานั้นมีมากมาย ยกตัว ตั อย่า ย่ งเช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ พระมหากษัตริย์ เป็น ป็ ต้น ต้ เราควร กตัญ ตั ญูต่อ ต่ บิดามารดาและผู้มี ผู้มี พระคุณ คุ โดย บทเพลง เปรต (สัมภเวสี) ได้นำ ด้นำเสนอมุมมองความคิดคติธรรม ความ เชื่อเกี่ย กี่ วกับ กั ความกตัญ ตั ญุกตเวทีอ ที อกมาได้เ ด้ป็น ป็ อย่า ย่ งดี ดั่ง ดั่ เนื้อร้องตัว ตั อย่า ย่ งนี้ “บุญคุณแม่พ่อควรยอยกใส่หัว อย่า ย่ เจ้าจงอย่า ย่ คิดซั่วด่า ด่ พ่อตีแ ตี ม่ จำ จงจำ เด้อ ด้ เจ้าคนป้อนข้า ข้ วพระคุณหลายแท้ ยามที่เ ที่ พิ่น พิ่ เฒ่าแก่ใก่ ห้เจ้าดูแลแทนคุณ คุ ”
คุคุคุ ณ คุ ณธธรรรรมมที่ที่ ที่ไที่ได้ด้ ด้ จด้ จาากกเเนื้นื้ นื้อนื้อร้ร้ ร้ อร้ องง (ต่ต่ ต่ อต่ อ) หิริโอตัปตัปะ หิริ หมายถึง ความละอายต่อต่การทำ บาป ละอายต่อต่การทำ ชั่วทำ เลวของตนเอง โอตัปตัปะ หมายถึง ความเกรงกลัว ลั ต่อต่บาป ความเกรงกลัว ลั ผลของ การทำ บาป การกระทำ ชั่วของตนเอง หิริโอตัปตัปะ คือ คื ความละอายและเกรงกลัว ลั ต่อต่บาป หลัก ลั ธรรมหิริโอตัปตัปะนี้ พระทุทธองค์ท่า ท่ นทรงตรัสไว้ เพื่อเป็น ป็ การเตือ ตื นสติคนให้มีสติยั้ง ยั้ คิด ให้ไตร่ตรองก่อ ก่ นการก ระทำ ใดๆ ให้วิเคราะห์ว่า ว่ สิ่งที่ต ที่ นกำ ลัง ลั กระทำ นั้นเป็น ป็สิ่งดีง ดี าม หรือสิ่งชั่วช้า ถ้า ถ้ เป็น ป็สิ่งชั่วช้าก็ใก็ ห้นึกละอายที่จ ที่ ะกระทำ เช่นนั้น และให้นึกเกรงกลัว ลั ผลที่จ ที่ ะเกิดขึ้น ขึ้ จากการกระทำ ของตน โดย ในบทเพลงเปรต (สัมภเวสี) นี้ จะมีเนื้อร้องที่เ ที่ป็น ป็ ภาษา อีสานว่า ว่ “เฮ็ดให้แม่ฮ้องไห้น้ำ ตาไหลบุ้นบุ้น ระวัง วัไว้เ ว้ ด้อ ด้ คุณบาปกรรม”
คุคุคุ ณ คุ ณธธรรรรมมที่ที่ ที่ไที่ได้ด้ ด้ จด้ จาากกเเนื้นื้ นื้อนื้อร้ร้ ร้ อร้ องง (ต่ต่ ต่ อต่ อ) มงคลที่ 9 การไม่คบคนพาล ลัก ลั ษณะของคนพาลมี 3 ประการคือ คื 1. คิดชั่ว คือ คื การที่มี ที่มี จิตคิดอยากได้ใด้ นทางทุจริต มีความพยาบาท และ มิจฉาทิฏฐิ คือ คื เห็นผิดเป็น ป็ชอบ 2. พูดชั่ว คือ คื คำ พูดที่ปที่ ระกอบไปด้ว ด้ ยวจีทุจริต เช่น พูดเท็จ ท็ พูดส่อเสียด พูดคำ หยาบ และพูดเพ้อเจ้อ 3. ทำ ชั่ว คือ คื ทำ อะไรที่ปที่ ระกอบด้ว ด้ ยกายทุจริต เช่น การฆ่าสัตว์ ลัก ลั ขโมย ฉ้อโกง ฉุดคร่าอนาจาร ประพฤติผิดในกาม โดยในบทเพลงเปรต (สัมภเวสี) จะกล่า ล่ วถึงคำ เตือ ตื นของแม่ ที่เ ที่ ตือ ตื นลูกเรื่องการคบผู้อื่ ผู้อื่ น โดยเนื้อร้องจะเป็น ป็ ภาษาอีสาน ดั่ง ดั่ เนื้อร้องตัว ตั อย่า ย่ งนี้ “เนื้ออุ่นแม่ย่า ย่ นแต่เ ต่ จ้าหลงผิด ให้คนบงการชีวิตแล้ว ล้ บ่คิดพ้อบาปบุญ ดวงใจเจ้าหลงเชื่อคำ เมียผัว ผั แล้ว ล้ เจ้ากะมาทำ ซั่วต่อต่ผู้ที่ ผู้ มี ที่มี พระคุณ”