0
เอกสารประกอบการเรยี น
ชุดบทบาทหนา้ ท่ีของพลเมอื งดี เลม่ ท่ี 4 “ภมู ิปัญญาของดสี ภ่ี มู ภิ าค”
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
จดั ทำโดย
นางสาวนำ้ ฝน ทองเกตุ
ตำแหน่ง ครู
โรงเรียนวดั กงตาก
สำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาสรุ าษฎรธ์ านี เขต 1
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธิการ
1
แบบทดสอบก่อนเรียน
เล่มท่ี 4 ภมู ิปัญญาของดสี ่ีภมู ภิ าค
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเขียนเครื่องหมาย ให้ตรงกบั ขอ้ ก ข ค หรือ ง ทีเ่ ป็นคาตอบ
ทถี่ กู ตอ้ งเพยี งขอ้ เดียว ลงในกระดาษคาตอบ (ขอ้ ละ 1 คะแนน)
1. ขอ้ ใดเป็นงานหตั ถกรรมของทางภาคใต้
ก. ผา้ ฝ้ายทอมือ
ข. ปลาตะเพียนจากใบลาน
ค. ตุ๊กตาแกะสลกั จากไมส้ กั
ง. ดอกไมป้ ระดิษฐ์ใบยางพารา
2. หมอลา ราเซ้ิง จดั เป็นการละเล่นพ้นื เมืองของภาคใด
ก. ภาคกลาง
ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคใต้
3. น้าพริกหนุ่ม แกงแค ไส้อวั่ แกงโฮะ แกงฮงั เล แอ๊บอ่องออ เป็นอาหารภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคกลาง
2
4. ภมู ปิ ัญญาทอ้ งถ่นิ ของภาคใต้ คือขอ้ ใด
ก. การทอผา้ พ่มุ เรียง
ข. การทอผา้ ใยกญั ชง
ค. การทอผา้ ไหมแพรวา
ง. การทอผา้ ไหมมดั หม่ี
5. แคนเป็นภูมิปัญญาทอ้ งถิน่ หรือสัญลกั ษณข์ องภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคใต้
6. ทาไมในสมยั ก่อนคนในภาคกลางจึงสร้างบา้ นเรือนใหม้ ีใตถ้ ุนสูง
ก. ป้องกนั น้าทว่ ม
ข. ป้องกนั สตั วร์ ้าย
ค. เป็นท่วี งิ่ เล่นของเดก็
ง. ป้องกนั โจรผรู้ ้าย
7. การทอผา้ พ้นื เมืองประเภทผา้ ไหม เป็ นภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ของคนในภาคใด
ก. ภาคกลาง
ข. ภาคใต้
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
3
8. ภมู ิปัญญาทอ้ งถน่ิ ดา้ นการประกอบอาหารของภาคเหนือ คอื ขอ้ ใด
ก. น้าพริกลงเรือ
ข. แกงไตปลา
ค. แกงเหลอื ง
ง. น้าพริกอ่อง
9. ขอ้ ใดถกู ตอ้ งเก่ียวกบั การละเลน่ พ้ืนเมอื งของภาคตา่ ง ๆ
ก. ภาคกลาง-ลเิ ก ลาตดั
ข. ภาคใต-้ เตน้ การาเคียว ฟ้อนเง้ียว
ค. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ – ฟ้อนเทยี น เพลงบอก
ง. ภาคเหนือ-เพลงเรือ เซิ้ง
10. สุพรรณิการ์ นุ่งผา้ ซิ่นตีนจกท่ีงดงาม เป็นประทบั ใจของผพู้ บเห็น แต่งกายตาม
วฒั นธรรมภาคใด
ก. ภาคกลาง
ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคใต้
4
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
เล่มท่ี 4 ภูมปิ ัญญาของดสี ่ีภมู ภิ าค
1. ง 6. ข
2. ก 7. ง
3. ก 8. ค
4. ง 9. ค
5. ก 10. ข
5
ใบความรู้
เรื่อง ภมู ิปัญญาของดสี ี่ภมู ภิ าค
ผลิตภณั ฑจ์ ากภมู ปิ ัญญาชาวบา้ น
ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นในสังคมปัจจุบนั มีการเปล่ียนแปลงไปพร้อมกบั สังคมสมยั ใหม่
ภูมิปัญญาชาวบา้ นจานวนมากไดส้ ูญหายไปเพราะไม่มีการปฏิบตั ิสืบทอด เช่น การรักษา
พ้ืนบา้ นบางอยา่ ง การใชย้ าสมุนไพรบางชนิด เพราะชาวบา้ นนิยมใชย้ าสมยั ใหมแ่ ละไปหา
หมอทโี่ รงพยาบาลหรือคลินิก งา่ ยกว่างานหตั ถกรรมทอผา้ หรือเคร่ืองเงิน เครื่องเขิน แมจ้ ะ
ยงั เหลืออยู่ แต่ไดถ้ ูกพฒั นาไปเป็ นการคา้ ไม่สามารถรักษาคุณภาพและฝี มือแบบด้งั เดิมไว้
ได้ การทามาหากินมีการใช้เทคโนโลยีทนั สมยั เช่น ใช้รถไถนาแทนควาย รถอีแต๋นแทน
เกวียน ผูค้ นอพยพยา้ ยถิ่น บา้ งก็เขา้ เมืองการไปทางานที่อน่ื ทาให้ชีวติ ทางสังคมของชุมชน
หมู่บา้ นเปล่ียนไป การทามาหากินก็เปลี่ยนจากการทาเพ่ือยงั ชีพไปเป็ นการผลิตเพ่ือการ
ขาย ผูค้ นตอ้ งการเงินเพื่อซ้ือเคร่ืองบริโภคต่าง ๆ ทาให้สิ่งแวดลอ้ มเปลย่ี นไป ผลผลิตจาก
ป่ าก็หมด สถานการณ์เช่นน้ีทาให้ผูน้ าในระดบั จงั หวดั ระดบั ภาค และระดบั ประเทศ เริ่ม
เห็นความสาคญั ของภมู ิปัญญาชาวบา้ น จึงหนั มาให้การสนบั สนุนและการส่งเสริมใหม้ กี าร
6
อนุรกั ษ์ ฟ้ื นฟู ประยกุ ต์ และคน้ คิดส่ิงใหม่ ความรู้ใหม่เพอ่ื ประโยชนส์ ุขของสงั คม และการ
คงอยู่ของภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทยท้งั ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาค
ตะวนั ออกเฉียบเหนือ และภาคเหนือในแต่ละดา้ นที่สาคญั ดงั น้ี
1. ภูมิปัญญาท้องถนิ่ ภาคเหนือ
ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินภาคเหนือ ไดแ้ ก่ การฟ้อนเลบ็ การทาเคร่ืองดนตรี สะลอ้ ซอ ซึง
การแกะสลกั ไม้ การทาเครื่องเงิน และอาหารเป็ นประเภท แกงโฮะ แกงฮงั เล น้าพริกหนุ่ม
น้าพริกอ่อง เป็นตน้
การฟ้อนเลบ็
เป็นการฟ้อนของชาวไทยภาคเหนือ การแสดงจะมีดนตรีบรรเลงประกอบ จะมีเน้ือ
ร้องหรือไม่มีเน้ือร้องก็ได้ โอกาสที่แสดงในงานเทศกาลหรืองานนักขตั ฤกษ์ ต่าง ๆ การฟ้อน
แต่ละชุดจะใชจ้ านวนคนแตกต่างกนั ไป นิยมกนั มี 4-8 คู่ แต่งกายแบบไทยชาวภาคเหนือ
สมยั โบราณ คือ เกล้าผมทดั ดอกไมแ้ ละอุบะ สวมเส้ือทรงกระบอกแขนยาว คอกลมห่ม
สไบเฉียง นุ่งผา้ ซิ่นลายขวาง และสวมเล็บมอื ยาวท้งั 8 นิ้ว เวน้ แต่นิ้วหวั แม่มือ
ผูแ้ สดงจะร่ายราตามทานองเพลงที่เช่ืองช้า ส่วนการใช้ท่าฟ้อนเล็บน้นั มกั จะต่อ ๆ
กนั มา ท่าฟ้อนด้งั เดิมของชาวเหนือ คือ ท่าพายเรือ ท่าบิดบวั บาน ท่าหยอ่ น เคร่ืองดนตรีที่
ใชใ้ นการฟ้อนเป็นขบวนกลองยาว ซ่ึงเป็นดนตรีของชาวภาคเหนือ ไดแ้ ก่ กลองแอร์ กลอง
ตะโลด้ โป๊ ด ฉาบ ฆอ้ งโหม่งใหญ่ ฆอ้ งโหม่งเล็ก ฉ่ิง ป่ี เสียงกลองจะตีดงั ตะ ต่ึง นง ต่ึง ต๊ก ถ่ง
อยา่ งน้ีเร่ือยไป
ฟ้อนเล็บของชาวภาคเหนือ
7
ภูมิปัญญาท้องถิน่ ภาคเหนือด้านอาหาร
อาหารของภาคเหนือ ประกอบดว้ ยขา้ วเหนียวเป็นอาหารหลกั มนี ้าพริกชนิดต่าง ๆ
เช่น น้าพริกหนุ่ม น้าพริกออ่ ง มีแกงหลายชนิด เช่น แกงโฮะ แกงแค แกงฮงั เล นอกจากน้นั
ยงั มีแหนม ไสอ้ วั่ แคบหมู และผกั ต่าง ๆ สภาพอากาศกม็ ีส่วนสาคญั ท่ีทาใหอ้ าหารพ้นื บา้ น
ภาคเหนือแตกต่างจากภาคอื่น ๆ น่ันคือ การท่ีอากาศหนาวเยน็ เป็นเหตุผลให้อาหารส่วน
ใหญ่มีไขมนั มาก เช่น น้าพริกอ่อง แกงฮงั เล ไส้อวั่ เพ่ือช่วยให้ร่างกายอบอุ่น อีกท้งั การท่ี
อาศยั อยู่ในหุบเขาและบนที่สูงอยู่ใกลก้ บั ป่ า จึงนิยมนาพืชพนั ธุ์ในป่ ามาปรุงเป็ นอาหาร
เช่น ผกั แค บอน หยวกกลว้ ย ผกั หวานทาใหเ้ กิดอาหารพ้ืนบา้ น
ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ภาคเหนือด้านการทาเครื่องเงิน
เคร่ืองเงินววั ลาย ชาวเชียงใหม่จะมีช่างหตั ถกรรมพ้ืนบา้ นที่ไดร้ บั การฝึ กฝนและมี
การสืบทอดตอ่ เน่ืองกนั ตลอดมา โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ การทาเครื่องเงินของช่างบา้ นศรีพรรณ
ผูต้ ีขนั เงินจะสลกั ลวดลายบนขนั เงิน เป็นช่างในคุม้ หลวงเมืองเชียงใหม่ในอดีต และไดน้ ามา
ถ่ายทอดอย่างต่อเน่ืองให้ลูกหลานจนสามารถเป็นช่างฝีมือ จนเป็นท่ียอมรับและไดข้ ยาย
แหล่งที่ผลิตเคร่ืองเงิน ไปยงั หมู่บา้ นอื่น ๆ เช่น บา้ นหารแกง้ อาเภอหางดง บา้ นแม่หยอ้ ย
อาเภอสันทราย ซ่ึงไดพ้ ฒั นารูปแบบลวดลายไปมากมาย ซ่ึงส่วนใหญ่จะทาสลุง ขนั ลา้ งหนา้
พาย ถาด โดยมากผูท้ ่ีทาหนา้ ที่เป็ นช่างตีและข้ึนรูป จะใชแ้ รงงานชายไดแ้ ก่ พ่อ สามี ลูกชาย
ส่วนผหู้ ญงิ คือ แม่ และลกู สาว จะรบั หนา้ ท่เี ป็นช่างแกะลาย และนาเคร่ืองเงินไปขาย
8
2. ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ ภาคกลาง
ภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคกลาง ได้แก่ การสร้างเรือนแบบภาคกลางท่ีมีใต้ถุนสูง
ป้องกนั น้าท่วม การทาเคร่ืองจกั สาน การทากลองยาว การรกั ษาแบบนวดแผนไทย การเลน่
เพลงพ้ืนบา้ น ลเิ ก ลาตดั การทาน้าตาลมะพร้าว เป็นตน้
การสร้างบ้านเรือน
บา้ นทรงไทยนับว่าเป็ นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทย ท่ีได้คิดสร้างท่ีอยู่อาศัยที่
เหมาะสมกบั สภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และประโยชน์ใชส้ อย คือ เป็ นเรือนยกพ้ืนสูง
เพื่อป้องกนั น้าท่วมตวั เรือน หากมีลมพายกุ ็สามารถพดั ผ่านใตถ้ ุนเรือนไปได้ นอกจากน้นั
สามารถใช้เป็นสถานท่ีทอผา้ ตาขา้ วเก็บขอ้ ง ส่วนหลงั คาที่สูงและลาดชนั เหมาะกบั สภาพ
อากาศที่ร้อนอบอ้าว มีชาวบ้านซ่ึงเป็ นท่ีโล่งกลางบ้าน สาหรับเป็ นท่ีพักหย่อนใจของ
สมาชิกในครอบครัว ใชน้ ง่ั ทางาน รับรองแขก เมื่อตอ้ งการขยายพ้ืนท่ีของเรือนสามารถ
สร้างเรือนเช่ือมต่อกนั ได้ โดยใชช้ านบา้ นเป็นตวั เชื่อม ประโยชน์ใชส้ อยที่เหมาะกบั สภาพ
ภูมิศาสตร์และสภาพชีวิตท่ีเป็นสังคมเกษตร ทาให้บา้ นเรือนไทยเป็นเอกลกั ษณ์หน่ึงของ
วฒั นธรรมการดารงชีวิตในภาคกลาง
รูปทรงบา้ นภาคกลาง
9
การเล่นเพลงพ้ืนบ้าน
เป็ นวฒั นธรรมท่ีเก่ียวขอ้ งกบั วิถีชีวิตเกษตรกรรม เพราะการสร้างสรรคเ์ พลงพ้ืนบา้ น
เช่น เพลงเก่ียวขา้ ว เพลงอีแซว เพลงฉ่อย เพลงเหย่อย เป็ นส่ิงท่ีชาวบา้ นคิดข้ึนเพื่อเป็ น
เครื่องผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อย จากการทางาน เพื่อความสนุกสนาน และเพื่อความ
สามคั คีในหมู่คณะ การใชถ้ อ้ ยคาในเพลงพ้นื บา้ นน้นั มลี กั ษณะตรงไปตรงมา นิยมใช้ภาษาพดู
มากกว่าภาษาเขียน บางคร้ังก็แฝงนยั ให้คิดในเชิงสองแง่สองง่าม บางเพลงก็ร้องซ้าไปมา
ชวนให้ขบขนั ในปัจจุบนั สภาพสังคมและลกั ษณะการดารงชีวิตท่ีเปล่ียนไป ทาให้เพลง
พ้ืนบา้ นถูกละเลย และเกือบจะสูญหายไปหมดแลว้ ดงั น้นั เราคนไทยควรช่วยกนั อนุรักษ์
ให้คงอยตู่ อ่ ไป
การเล่นเพลงพ้ืนบา้ นภาคกลาง
10
การทาเครื่องจกั สาน
ภาคกลาง มีเคร่ืองจักสานหลายชนิด ส่วนใหญ่จะสัมพนั ธ์กับสภาพภูมิศาสตร์
ทอ้ งถิ่นและขนบประเพณีของประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ เป็ นอย่างดี เครื่องจกั สานภาค
กลางที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และมีเอกลกั ษณ์เฉพาะถิ่นโดดเด่น ไดแ้ ก่ ตะกร้าห้ิว งอบ
(สวมศีรษะท่ีชาวบา้ นใส่ออกไปทางานกลางทุ่ง) กระบุง มีลกั ษณะการใชเ้ ช่นเดียวกนั กบั
บุงของภาคเหนือ แต่กระบุงภาคกลางจะมีรูปแบบที่แตกต่างกนั ไปจากกระบุงภาคเหนือ
คือ กน้ จะสานเป็ นเหลื่อมข้ึนมาสูงประมาณคร่ึงหน่ึงของความสูงของกระบุงและมีหวาย
หรือไมไ้ ผ่เขา้ ขอบประกบมุมทาให้กระบุงภาคกลางมีลกั ษณะเป็ นเหล่ียมมากกว่า ปลา
ตะเพียนสาน สาหรับแขวนไวเ้ หนือเปลเด็ก สานดว้ ยใบลานหรือใบตาล สานเป็นรูปปลา
ตะเพยี นตวั ใหญ่ตวั หน่ึงมลี ูกปลาตวั เลก็ ๆ ห้อยเป็นพวงอยขู่ า้ งล่าง
เคร่ืองจกั สานภาคกลาง
11
3. ภูมปิ ัญญาท้องถ่นิ ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่นภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ ไดแ้ ก่ การทาแคน การทอผา้ พ้ืนเมือง
(ผา้ ไหม ผา้ มดั หมี่) การทาเคร่ืองป้ันดินเผา การทาบ้งั ไฟ เป็นตน้
การทอผ้าพน้ื เมือง (ผ้าไหม ผ้ามดั หม)ี่
การทอผา้ เป็ นงานสาคญั ของผูห้ ญิงอีสาน ผา้ ที่ทอจะใช้เป็ นเคร่ืองนุ่งห่ม ได้แก่
เส้ือ ซิ่น (ผา้ นุ่ง) ซ่ง (กางเกง) โสร่ง ผา้ ขาวมา้ ผา้ คลุมไหล่ เครื่องนอน หมอนมุง้ ผา้ ห่ม
และเคร่ืองใช้ท่ีจะถวายพระในงานบุญประเพณีต่าง ๆ เช่น ท่ีนอน หมอน ผา้ ห่อคมั ภีร์ ผา้
กราบ กระบวนการทอผา้ เริ่มต้งั แต่การเล้ียงไหม ปลูกหม่อน ปลูกฝ้ายสาหรับทอผา้ และ
เริ่มลงมือทอผา้ ซ่ึงมีประเพณีอยา่ งหน่ึงเรียกว่า ลงข่วง
ผา้ มดั หมี่ เป็นผา้ ที่ทอใหเ้ กิดลวดลายดว้ ยการมดั ยอ้ ม การมดั หมี่ หรือมดั ยอ้ มจะยาก
ง่ายข้ึนอยู่กบั ความซบั ซอ้ นของลวดลายและสีที่ตอ้ งการ ถา้ ทาลวดลายสลบั ซบั ซอ้ นก็ตอ้ ง
มดั ถแ่ี ละมดั มากข้ึน ถา้ ตอ้ งการหลายสีจะตอ้ งมดั แลว้ ยอ้ มหลายคร้ังตามตาแหน่งสีของลาย
ผมู้ ดั จึงตอ้ งเขา้ ใจและมีความชานาญท้งั ในดา้ นรูปแบบของลวดลายและหลกั วิธีการผสมสี
จึงจะไดผ้ า้ ทส่ี วยงาม
ผา้ พ้นื เมือง (ผา้ ไหม ผา้ มดั หม่)ี
12
การทาบ้งั ไฟ
ประเพณีบุญบ้งั ไฟ เป็นประเพณีหน่ึงของภาคอีสานของไทยรวมไปถึงลาว โดยมี
ตานานมาจากนิทานพ้ืนบ้านของภาคอีสาน ในนิทานพ้ืนบา้ นดังกล่าวได้กล่าวถึงการท่ี
ชาวบา้ นไดจ้ ดั งานบุญบ้งั ไฟข้นึ เพอ่ื เป็นการบูชาพระยาแถน ซ่ึงชาวบา้ นเช่ือวา่ พระยาแถน
มีหน้าท่ีคอยดูแลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล และมีความช่ืนชอบไฟเป็ นอย่างมาก หาก
หมู่บา้ นใด ไม่จดั ทาการจดั งานบุญบ้งั ไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกตอ้ งตามฤดกู าล อาจก่อใหเ้ กิด
ภยั พิบตั กิ บั หมู่บา้ นได้
บญุ บ้งั ไฟ นิยมทากนั ในเดือนหก ถือเป็นประเพณีสาคญั ท่ีจะขาดไม่ได้ เพราะต้งั แต่
โบราณจนถงึ ปัจจุบนั ชาวอีสานมีความเชื่อว่า ถา้ ปี ใดไม่จัดงานบุญบ้งั ไฟ ฟ้าฝนก็จะไม่ตก
ตอ้ งตามฤดูกาล เกิดความแห้งแลง้ ไม่มีน้าทานา แต่ถา้ ปี ใดจดั งานประเพณีบุญบ้งั ไฟ ฟ้า
ฝนก็จะตกตอ้ งตามฤดูกาล เกิดความอดุ มสมบูรณ์ ปราศจากโรคภยั
ประเพณีบุญบ้งั ไฟ
13
การทาเคร่ืองป้ันดินเผา
ปัจจุบนั น้ี เมื่อกล่าวถึงเคร่ืองป้ันดินเผาของภาคอีสาน คนไทยทว่ั ไป ท้งั ชาวไทย
และต่างประเทศรู้จกั เครื่องป้ันดินเผาด่านเกวียนมากกว่า เครื่องป้ันดินเผาจากแหล่งอ่ืน
เพราะปัจจุบนั น้ี เคร่ืองป้ันดินเผาด่านเกวียน ไดพ้ ฒั นาจากหัตถกรรมในครัวเรือน เขา้ สู่
ระบบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกทอ้ งถิ่น การเปลี่ยนแปลงของเคร่ืองป้ันดินเผาด่าน
เกวียน ทาให้เกิดความสัมพนั ธ์ต่อส่ิงต่าง ๆ ในชุมชนบ้านด่านเกวียน นับต้งั แต่การนา
วัตถุดิบข้ึนมาใช้ในการผลิตการนาเทคโนโลยีใหม่มาใช้ระบบการทางานของช่าง
กระบวนการซ้ือขายผลติ ภณั ฑ์
คุณสมบตั ขิ องดินพเิ ศษท่ดี า่ นเกวียน คือ งา่ ยต่อการข้ึนรูป ทนทานตอ่ การเผา ไม่บดิ
เบ้ียวหรือแตกหัก และท่ีน่าสนใจอย่างยิ่ง คือ ดินน้ีเมื่อถูกเผาจะให้สีโดยธรรมชาติเป็ น
สีแดงซ่ึงสนั นิษฐานวา่ น่าจะเกิดจากธาตุเหล็ก หรือสนิมเหล็กทีม่ ีอยจู่ านวนมากในเน้ือดิน
เครื่องป้ันดินเผาของภาคอสี าน
14
4. ภมู ปิ ัญญาท้องถ่นิ ภาคใต้
ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ินภาคใต้ ไดแ้ ก่ การแสดงหนังตะลุง การทอผา้ พ้ืนเมือง การปรุง
อาหารใต้ การเล้ยี งหอยมุก การรามโนราห์ เป็นตน้
การรามโนราห์
มโนราห์ เป็ นชื่อศิลปะการแสดงพ้ืนเมืองอย่างหน่ึงของภาคใต้มีแม่บทท่ารา
เช่นเดียวกบั ละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสด ผูข้ บั ร้องตอ้ งใชป้ ฏิภาณไหวพริบ สรรหาคา
ให้สัมผสั กนั ไดอ้ ย่างฉับไว มีความหมายท้งั บทร้องท่าราและเครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรี
ประกอบดว้ ย กลอง ทบั คู่ ฉ่ิงโหม่ง ป่ี ชวา และกรับ ปัจจุบนั พฒั นาเอาเครื่องดนตรีสากล
เขา้ ร่วมดว้ ย เดิมนิยมใชผ้ ชู้ ายลว้ นแสดง แต่ปัจจบุ นั มผี ูห้ ญิงเขา้ ไปแสดงดว้ ย
การรามโนราห์
15
การแสดงหนงั ตะลงุ
หนงั ตะลุง คือ ศิลปะการแสดงประจาทอ้ งถนิ่ อยา่ งหน่ึงของภาคใต้ เป็นการเล่าเร่ืองราว
ทผ่ี กู ร้อยเป็ นนิยาย ดาเนินเร่ืองดว้ ยบทร้อยกรองทข่ี บั ร้องเป็ นสาเนียงทอ้ งถ่ิน หรือท่เี รียกกนั ว่า
การ “วา่ บท” มบี ทสนทนาแทรกเป็นระยะ และใชก้ ารแสดงเงาบนจอผา้ เป็นส่ิงดึงดดู สายตาของ
ผชู้ ม ซ่ึงการวา่ บท การสนทนา และการแสดงเงา นายหนงั ตะลุงเป็นคนแสดงเองท้งั หมด
หนังตะลุงเป็นมหรสพท่ีนิยมแพร่หลายมาเป็ นเวลานาน หนังตะลุงแสดงไดท้ ้งั ใน
งานบุญและงานศพ ดงั น้นั งานวดั งานศพ หรืองานเฉลมิ ฉลองทีส่ าคญั จึงมกั มหี นงั ตะลุงมา
แสดงใหช้ มดว้ ยเสมอ ปัจจุบนั หนงั ตะลงุ ไม่เป็นทีน่ ิยมเพราะราคาแพงและยงุ่ ยาก เม่ือเทยี บ
กบั ภาพยนตร์ เพราะหนังตะลุงตอ้ งใช้แรงงานคน (และฝีมือ) ค่าจา้ งต่อคืนจึงแพงกว่า ใน
ปัจจุบนั โครงการศิลปิ นแห่งชาติ สานักงานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ ไดส้ ่งเสริม
ให้มีการอนุรักษ์และสืบทอดศิลปะการแสดงหนังตะลุงให้แก่อนุชานรุ่นหลงั เพ่ือรักษา
มรดกทางวฒั นธรรมอนั ทรงคณุ ค่าน้ีใหค้ งอยสู่ ืบไป
การแสดงหนงั ตะลุง
16
การปรุงอาหารใต้
อาหารพ้ืนบา้ นภาคใตม้ รี สชาติโดดเด่นเป็ นเอกลกั ษณ์เฉพาะ มีลกั ษณะผสมผสาน
ระหว่างอาหารไทยพ้ืนบ้านกบั อาหารอินเดีย อาหารของภาคใต้จึงมีรสเผด็ มากกว่าภาค
อน่ื ๆ และดว้ ยสภาพภูมศิ าสตร์อยตู่ ดิ ทะเลท้งั สองดา้ นมีอาหารทะเลอดุ มสมบรู ณ์ แตส่ ภาพ
อากาศร้อนช้ืนฝนตกตลอดปี อาหารประเภทแกงและเครื่องจิ้มจึงมีรสจดั ช่วยให้ร่างกาย
อบอุ่น ป้องกนั การเจ็บป่ วยได้อีกด้วย เน้ือสัตวท์ ี่นามาปรุงเป็ นอาหารส่วนมากนิยมสัตว์
ทะเล เช่น ปลากระบอก ปลาทู ปูทะเล กุง้ หอย ซ่ึงหาได้ในท้องถ่ิน อาหารพ้ืนบา้ นของ
ภาคใต้ เช่น แกงเหลือง แกงไตปลา นิยมใส่ขมิ้นปรุง อาหารเพ่ือแกร้ สคาว เคร่ืองจิ้ม คือ
น้าบูดู และนอกจากน้ันชาวใตย้ งั นิยม นาน้าบูดูมาคลุกขา้ วเรียกว่า “ขา้ วยา” มีรสเคม็ นา
และมีผกั สดหลายชนิดประกอบ
อาหารภาคใต้
17
คาอธิบายศัพท์
เล่มที่ 4 ภมู ิปัญญาของดีสี่ภมู ภิ าค
ที่ คา คาอ่าน ความหมาย
1. บูดู บู – ดู
น้าท่ีไดจ้ ากปลาหมกั จะเป่ื อย ตม้ สุกแลว้
2. ภมู ปิ ระเทศ พู – มิ – ประ – เทด ปรุงรสมี 2 ชนิด คือ บูดเู คม็ เป็น เครื่อง
3. สลงุ สะ – หลงุ จิ้มกบั ผกั กาด และบูดแู บบหวาน สาหรับ
คลุกกบั ขา้ วยาปักษใ์ ต้
4. เหย่อย เหยย่ ลกั ษณะทางกายภาพและทางธรรมชาติ
5. โฮะ โฮะ ของแผ่นดิน
เป็นภาษาพ้นื เมืองของชาวลา้ นนา
หมายถงึ ภาชนะใส่น้า ส่วนใหญ่ ทาดว้ ย
โลหะเงิน มลี กั ษณะเช่นเดียวกบั ขนั น้า
มขี นาดแตกตา่ งกนั ไปตามการใชง้ าน
การเล่นพ้ืนบา้ นอยา่ งหน่ึงของไทย ผเู้ ล่น
ร้องกลอนสดและราประกอบ มกั เล่น
ในบางเทศกาล เช่น ฤดเู กี่ยวขา้ ว
แกงชนิดหน่ึง ใชอ้ าหารทีเ่ หลอื หลาย ๆ
ชนิดมารวมกนั แลว้ ใส่วุน้ เสน้ หน่อไม้
ดอง เรียกว่า แกงโฮะ
18
แบบฝึ กหัดท่ี 1
เล่มท่ี 4 ภมู ิปัญญาของดีส่ีภูมภิ าค
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนนาขอ้ ความตอ่ ไปน้ีเติมลงในตารางใหส้ ัมพนั ธก์ บั ภูมปิ ัญญาทอ้ งถ่ิน
(10 คะแนน)
ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
1. การสร้างบา้ นเรือนจะยกพ้ืนสูง เพือ่ ป้องกนั น้าทว่ มตวั เรือน
หากมีลมพายกุ ส็ ามารถพดั ผ่านใตถ้ ุนเรือนไปได้
2. มีการละเล่นมากมาย เช่น อแี ซว ลาตดั ลิเก
3. บ้งั ไฟข้ึนเพื่อเป็นการบูชาพระยาแถน หากไมจ่ ดั งานบุญ
บ้งั ไฟบชู า ฝนกจ็ ะไมต่ กตามฤดกู าล อาจก่อใหเ้ กิดภยั พบิ ตั ิ
กบั หมูบ่ า้ นได้
4. มศี ลิ ปะการทอผา้ พ้นื เมอื งทป่ี ระณีตและสวยงามคอื ผา้ ไหม
(ผา้ ไหมมดั หม่ี ผา้ ไหมแพรวา)
5. ศิลปะการร่ายราทอี่ อ่ นชอ้ ย สวยงาม เช่น ฟ้อนเลบ็
19
6. มโนราห์ เป็นศลิ ปะการแสดงพ้ืนเมืองอยา่ งหน่ึงมีแมบ่ ททา่ รา
อยา่ งเดียวกบั ละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสดผขู้ บั ร้องตอ้ ง
ใชป้ ฏภิ าณไหวพริบ
7. อาหารทช่ี าวบา้ นช่ืนชอบ คอื น้าพริกอ่อง ไส้อว่ั
8. หนงั ตะลุงเป็นการเลา่ เร่ืองราวท่ผี กู ร้อยเป็นนิยายดาเนินเร่ืองดว้ ย
บทร้อยกรองทข่ี บั ร้องเป็นสาเนียงทอ้ งถ่ิน
9. ปลาตะเพียนสถาน สาหรับแขวนไวเ้ หนือเปลเด็กสานดว้ ย
ใบลานหรือใบตาล เป็นรูปปลาตะเพยี นตวั ใหญต่ วั หน่ึง มี
ลูกปลาตวั เล็กๆ หอ้ ยเป็นพวง
10. เครื่องป้ันดินเผาด่านเกวียนใชด้ ินท่งี ่ายต่อการข้นึ รูปทนทาน
ต่อการเผาไมบ่ ิดเบ้ียวหรือแตกหกั และเม่อื ถกู เผาจะใหส้ ีโดย
ธรรมชาติเป็ นสีแดง
20
เฉลยแบบฝึ กหดั ที่ 1
เล่มที่ 4 ภูมปิ ัญญาของดสี ี่ภมู ภิ าค
คาชี้แจง ให้นกั เรียนนาขอ้ ความตอ่ ไปน้ีเติมลงในตารางใหส้ ัมพนั ธก์ บั ภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน
(10 คะแนน)
ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
1. การสร้างบา้ นเรือนจะยกพ้ืนสูง เพอื่ ป้องกนั น้าทว่ มตวั เรือน ภาคกลาง
หากมีลมพายกุ ็สามารถพดั ผ่านใตถ้ นุ เรือนไปได้ ภาคกลาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
2. มกี ารละเลน่ มากมาย เช่น อีแซว ลาตดั ลเิ ก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3. บ้งั ไฟข้นึ เพอ่ื เป็นการบชู าพระยาแถน หากไมจ่ ดั งานบุญ ภาคเหนือ
บ้งั ไฟบูชา ฝนกจ็ ะไมต่ กตามฤดูกาล อาจกอ่ ใหเ้ กิดภยั พบิ ตั ิ
กบั หมบู่ า้ นได้
4. มศี ลิ ปะการทอผา้ พ้นื เมอื งท่ีประณีตและสวยงามคอื ผา้ ไหม
(ผา้ ไหมมดั หม่ี ผา้ ไหมแพรวา)
5. ศลิ ปะการร่ายราที่ออ่ นชอ้ ย สวยงาม เช่น ฟ้อนเลบ็
21
6. มโนราห์ เป็นศิลปะการแสดงพ้ืนเมืองอยา่ งหน่ึงมแี มบ่ ททา่ รา ภาคใต้
อยา่ งเดียวกบั ละครชาตรี บทร้องเป็นกลอนสดผขู้ บั ร้องตอ้ ง ภาคเหนือ
ใชป้ ฏภิ าณไหวพริบ ภาคใต้
ภาคกลาง
7. อาหารท่ีชาวบา้ นช่ืนชอบ คอื น้าพริกออ่ ง ไส้อวั่
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
8. หนงั ตะลุงเป็นการเลา่ เร่ืองราวทีผ่ ูกร้อยเป็นนิยายดาเนินเร่ืองดว้ ย
บทร้อยกรองทข่ี บั ร้องเป็นสาเนียงทอ้ งถ่ิน
9. ปลาตะเพียนสถาน สาหรบั แขวนไวเ้ หนือเปลเดก็ สานดว้ ย
ใบลานหรือใบตาล เป็นรูปปลาตะเพยี นตวั ใหญ่ตวั หน่ึง มี
ลูกปลาตวั เลก็ ๆ หอ้ ยเป็นพวง
10. เครื่องป้ันดินเผาด่านเกวยี นใชด้ ินทง่ี ่ายตอ่ การข้ึนรูปทนทาน
ต่อการเผาไมบ่ ิดเบ้ียวหรือแตกหกั และเมื่อถกู เผาจะให้สีโดย
ธรรมชาตเิ ป็นสีแดง
22
แบบฝึ กหดั ที่ 2
เล่มท่ี 4 ภมู ปิ ัญญาของดสี ี่ภูมิภาค
คาชีแ้ จง เขยี นแผนผงั ความคดิ ตอ่ ไปน้ีให้ถูกตอ้ งและเหมาะสม ( 10 คะแนน )
การมีส่วนร่วมอนุรักษ์และ ................................................... ...................................................
เผยแพร่ภูมปิ ัญญาท้องถนิ่ ................................................... ...................................................
................................................... ...................................................
ของชุมชน ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ................................................... ...................................................
................................................... ...................................................
................................................... ...................................................
................................................... ...................................................
................................................... ...................................................
23
เฉลยแบบฝึ กหัดที่ 2
เล่มท่ี 4 ภูมปิ ัญญาของดีสี่ภมู ิภาค
คาชี้แจง เขียนแผนผงั ความคดิ ตอ่ ไปน้ีให้ถกู ตอ้ งและเหมาะสม ( 10 คะแนน )
การมีส่วนร่วมอนุรักษ์และ ฝึ กทาอาหารประจาท้องถ่ิน เรียนรู้วิถชี ีวติ ชุมชนในแต่ละ
เผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถนิ่ เช่นส้มตา นา้ พรกิ หนุ่ม แกง ภาค เช่น ภาคเหนือ มปี ระเพณี
เหลือง นา้ พริกลงเรือ ต๋านก๋วยสลาก
ของชุมชน
เรียนรู้วฒั นธรรมชุมชน
ฝึ กฝนการแสดงของชุมชน ร่วมกจิ กรรมในวนั สาคญั ร่วมกับครอบครัว เช่น การ
จากภูมิปัญญาท้องถนิ่ เช่น ของชาติ และวนั สาคัญ รดนา้ ดาหัวผ้ใู หญ่ในวัน
ฟ้อน, รา , ตีกลอง, เล่นดนตรี ของศาสนาท่ีตนนบั ถือ สงกรานต์
แสดงโขน
ฝึ กพดู ด้วยภาษาประจา แสดงมารยาทไทยได้
แต่งกายด้วยชุดพ้ืนเมือง ภาคให้ชัดเจน เช่น คาเมือง สวยงาม อ่อนช้อย เช่น
ของท้องถ่นิ , ใช้ผ้าไทย เว้าอีสาน แหลงใต้ การไหว้ การกราบ การยืน
ภาษาไทยกลาง การเดิน การนงั่ พบั เพียบ
ฝึ กเล่นดนตรีประจาภาค ประชาสัมพนั ธ์แหล่งท่องเทย่ี ว
เช่น สะล้อ , โปงลาง ของชุมชน เช่น นา้ ตก ถา้ เกาะ
โนห์รา , แคน ชายทะเล ภเู ขา อทุ ยานแห่งชาติ
โบราณสถาน โบราณวัตถุ
(หรือคาตอบอยู่ในดุลยพินจิ ของครูผ้สู อน)
24
แบบทดสอบหลงั เรียน
เล่มท่ี 4 ภูมิปัญญาของดสี ่ีภูมภิ าค
คาชีแ้ จง ใหน้ กั เรียนเขียนเคร่ืองหมาย ให้ตรงกบั ขอ้ ก ข ค หรือ ง ทเี่ ป็นคาตอบ
ท่ีถูกตอ้ งเพียงขอ้ เดียว ลงในกระดาษคาตอบ (ขอ้ ละ 1 คะแนน)
1. ภูมปิ ัญญาทอ้ งถน่ิ ของภาคใต้ คอื ขอ้ ใด
ก. การทอผา้ พุ่มเรียง
ข. การทอผา้ ใยกญั ชง
ค. การทอผา้ ไหมแพรวา
ง. การทอผา้ ไหมมดั หมี่
2. สุพรรณิการ์ นุ่งผา้ ซิ่นตนี จกทง่ี ดงาม เป็นประทบั ใจของผพู้ บเห็น แตง่ กายตาม
วฒั นธรรมภาคใด
ก. ภาคกลาง
ข. ภาคอีสาน
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคใต้
3. ขอ้ ใดถูกตอ้ งเกี่ยวกบั การละเลน่ พ้ืนเมืองของภาคตา่ ง ๆ
ก. ภาคกลาง-ลเิ ก ลาตดั
ข. ภาคใต-้ เตน้ การาเคียว ฟ้อนเง้ียว
ค. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ – ฟ้อนเทียน เพลงบอก
ง. ภาคเหนือ-เพลงเรือ เซ้ิง
25
4. ขอ้ ใดเป็นงานหตั ถกรรมของทางภาคใต้
ก. ผา้ ฝา้ ยทอมอื
ข. ปลาตะเพียนจากใบลาน
ค. ตกุ๊ ตาแกะสลกั จากไมส้ กั
ง. ดอกไมป้ ระดิษฐใ์ บยางพารา
5. น้าพริกหนุ่ม แกงแค ไส้อวั่ แกงโฮะ แกงฮงั เล แอบ๊ อ่องออ เป็นอาหารภาคใด
ก. ภาคใต้
ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคกลาง
6. ทาไมในสมยั กอ่ นคนในภาคกลางจึงสร้างบา้ นเรือนใหม้ ีใตถ้ นุ สูง
ก. ป้องกนั น้าท่วม
ข. ป้องกนั สตั วร์ ้าย
ค. เป็นท่วี ่ิงเล่นของเดก็
ง. ป้องกนั โจรผูร้ ้าย
7. แคนเป็นภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ หรือสัญลกั ษณข์ องภาคใด
ก. ภาคเหนือ
ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคกลาง
ง. ภาคใต้
26
8. การทอผา้ พ้นื เมอื งประเภทผา้ ไหม เป็ นภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ ของคนในภาคใด
ก. ภาคกลาง
ข. ภาคใต้
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ
9. ภมู ิปัญญาทอ้ งถนิ่ ดา้ นการประกอบอาหารของภาคเหนือ คือขอ้ ใด
ก. น้าพริกลงเรือ
ข. แกงไตปลา
ค. แกงเหลอื ง
ง. น้าพริกอ่อง
10. หมอลา ราเซิ้ง จดั เป็นการละเล่นพ้ืนเมอื งของภาคใด
ก. ภาคกลาง
ข. ภาคอสี าน
ค. ภาคเหนือ
ง. ภาคใต้
27
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน
เล่มท่ี 4 ภมู ปิ ัญญาของดสี ี่ภมู ภิ าค
1. ก 6. ก
2. ค 7. ข
3. ก 8. ง
4. ง 9. ง
5. ค 10. ข