คือ จำนวนคนในกลุ่มตัวอย่าง
ผู้วิจัยนำข้อมูลท่ีได้จากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียนมาสร้างตาราง
เปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคลมาเปรียบเทียบกัน และ
วเิ คราะหค์ า่ ทางสถติ ิ เพ่ือดูพฒั นาการของนักเรียนและจดุ บกพร่องต่อไป
ค่าความยากงา่ ยของขอ้ สอบ
ความยากง่าย (Difficulty) ความยากง่ายของแบบทดสอบ เป็นคุณภาพของเคร่ืองมอื ที่เป็นแบบทดสอบที่
แสดงสัดส่วนของผู้สอบท่ีตอบข้อนั้นได้ถูกต้อง ต่อผู้สอบท้ังหมดจะพิจารณาเป็นรายข้อของแบบทดสอบแบบ
เลอื กตอบ โดยใชส้ ูตรในการคำนวณ ดังน้ี
กำหนดให้ p คอื ค่าความยากง่าย
R คอื จำนวนผ้สู อบทีต่ อบขอ้ น้นั ถูก
N คือ จำนวนผู้สอบทั้งหมด
ความยากงา่ ยที่แบง่ กลมุ่ สงู และกลมุ่ ตำ่ จะคำนวณได้จากสตู ร
กำหนดให้ p คือ คา่ ความยากงา่ ยของขอ้ สอบแต่ละข้อ
RH คอื จำนวนผู้สอบท่ตี อบถกู ในกลุม่ สูง
RL คือ จำนวนผสู้ อบที่ตอบถกู ในกลมุ่ ต่ำ
NH คอื จำนวนผู้สอบท่ตี อบในกลมุ่ สงู
NL คอื จำนวนผู้สอบที่ตอบในกล่มุ ต่ำ
การพิจารณาระดับค่าความยากของข้อสอบแต่ละข้อท่ีได้จากการคำนวณ จากสูตรท่ีจะมีค่าอยู่
ระหว่าง 0.00 ถึง 1.00 โดยที่ข้อสอบที่จะสามารถนาไปใช้ในการวัดผลที่มีประสิทธิภาพจะมีค่าความยาก
อยู่ ระหวา่ ง 0.20 ถงึ 0.80 เกณฑ์การตดั สินคุณภาพของแบบทดสอบมีดังนี้
p มากกวา่ 0.8 แตน่ ้อยกว่า 1.0 แสดงแบบทดสอบข้อน้ันงา่ ยมาก ควรตัดทง้ิ หรือนำไปปรับปรงุ
p มากกวา่ 0.6 แตน่ ้อยกวา่ 0.8 แสดงแบบทดสอบข้อนั้นค่อนขา้ งง่าย นำไปใชไ้ ด้
p มากกวา่ 0.4 แต่นอ้ ยกว่า 0.6 แสดงแบบทดสอบขอ้ น้ันยากง่ายปานกลาง นำไปใช้ได้
p มากกวา่ 0.2 แต่น้อยกว่า 0.4 แสดงแบบทดสอบข้อนัน้ คอ่ นขา้ งยาก นำไปใช้ได้
p น้อยกวา่ 0.2 แสดงแบบทดสอบข้อน้นั ยากมาก ควรตัดท้ิงหรอื นำไปปรบั ปรงุ
นอกจากจะนำค่าความยากง่ายไปใช้ในการเลือกข้อสอบแล้วยังสามารถนำมาใช้ในการจัด
เรียงลำดับข้อสอบจากง่ายไปยาก การปรับปรุงข้อคำถามและตัวเลือก การจัดทำข้อสอบแบบคู่ขนานท่ีมี
ความยากง่ายใกล้เคยี งกนั
ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency)เครื่องมือวัดผลที่มีประสิทธิภาพ เป็นเคร่ืองมือท่ีทำให้ได้ข้อมูลได้
ถูกต้องเชื่อถือได้ โดยลงทุนน้อยท่ีสุดไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในแง่เวลา แรงงาน และทุนทรัพย์ รวมท้ังความ
สะดวกสบาย คลอ่ งตวั ในการรวบรวมขอ้ มูล
ความยุติธรรม (Fair) ความยุติธรรม เป็นคุณลักษณะของข้อสอบท่ีดีต้องไม่เปิดโอกาสให้เด็กได้เปรียบ
เสียเปรียบกัน เช่น ข้อสอบบางฉบับครูไปเน้นเร่ืองใดเร่ืองหนึ่ง ซึ่งตรงกับเร่ืองท่ีเด็กทำรายงานในบางกลุ่ม ทำให้
กลมุ่ นน้ั ๆ ได้เปรียบคนอ่นื ๆ ข้อสอบบางข้อใช้คำถามหรือข้อความท่ีแนะคำตอบ ทำใหน้ ักเรียนใช้ไหวพริบเดาได้
คำถามลึก (Searching) ข้อสอบที่ถามลึกจะวัดความเข้าใจ การนำความรู้ที่ได้เรียนไปแล้วมาแก้ปัญหา
วิเคราะห์ ตลอดจนสร้างสรรคส์ ่งิ ใหม่ขนึ้ มาจนทา้ ยที่สุดคือการประเมนิ ผลคำถามท่ีถามลึกนัน้ ผตู้ อบต้องคิดค้นก่อน
จึงจะสามารถหาคำตอบได้
คำถามย่ัวยุ (Exemplary)คำถามท่ีมีลักษณะท้าทายให้เด็กอยากคิดอยากทำ มีลีลาการถามท่ีน่าสนใจ
ไม่ถามวนเวียนซ้ำซากน่าเบ่ือหน่าย การใชร้ ูปภาพประกอบ การเรียงลำดับคำถามจากขอ้ ง่ายไปหายากเป็นวธิ ีหน่ึง
ทท่ี ำใหข้ ้อสอบมีลักษณะทา้ ทายน่าทำ
จำเพาะเจาะจง (Definite) คำถามท่ีดีต้องไม่ถามกว้างเกินไป ไม่คลุมเครือหรือเล่นสำนวนให้ผู้สอบงง
ผสู้ อบอ่านแลว้ ตอ้ งเข้าใจชดั เจนว่าครูถามอะไร
ความเชื่อมั่น (Reliability) ความเชื่อมั่น เป็นคุณสมบัติของการวัดที่แสดงให้ทราบว่าค่าของคะแนนที่
เป็นผลมาจากการวัดด้วยเครื่องมือและวิธีการวัดประเมินที่มีความคงเส้นคงวา (Consistency) หรือคงตัว
(Stability) หรอื ไมเ่ พียงใด
การทดสอบซ้ำ (Test–Retest Method) โดยการนำเอาแบบทดสอบฉบับหนึ่ง ไปทำการทดสอบกับ
นักเรียนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง 2 คร้ัง ในเวลาท่ีต่างกัน โดยเว้นระยะเวลาในการสอบทั้ง 2 ครั้ง ให้ห่างกันพอสมควร
และทำการสอบซำ้ คร้ังท่ี 2 นำคะแนนจากการสอบคร้ังท่ี 1 และคะแนนจากการสอบคร้ังท่ี 2 ไปหาค่าสมั ประสิทธิ์
สหสมั พนั ธโ์ ดยใช้สูตรของเพียรส์ ัน (Pearson Product Moment Correlation)
กำหนดให้ คอื คา่ ความเชอ่ื มัน่ ของแบบทดสอบ
N คือ จำนวนผ้เู ขา้ สอบ
X คอื คะแนนแตล่ ะตวั ของคะแนนครง้ั ที่ 1
Y คือ คะแนนแต่ละตัวของคะแนนคร้ังท่ี 2
บทที่ 4
ผลการศึกษาค้นควา้
วิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยครั้งน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาวิธีการเรียนของนักเรียนให้เอ้ือต่อการเรียนรู้ของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3โดยมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยเสนอผลการวิเคราะห์
ข้อมลู เปน็ ลำดบั ในลักษณะตารางประกอบคำบรรยายดงั นี้
ตารางท่ี 1 แสดงค่าร้อยละและค่าเฉล่ียของคะแนนสอบความสามารถในการเรียนรู้ในวิชาสังคมศึกษาของ
นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้แบบส่งเสริมคิดวิเคราะห์ในชั้นเรียนตลอดงานวิจัยน้ีเรื่อง
กฎหมายในชีวิตประจำวัน(กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา) ของนักเรียนก่อนและหลังเรียน ของนักเรียนชั้น
มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 จำนวน 32 คน
การทดสอบ คะแนนเต็ม คะแนนเฉลยี่ ( x ) ร้อยละของคะแนนท่ี สว่ นเบยี่ งเบน
เพิ่มข้นึ มาตรฐาน (S.D.)
ก่อนเรียน 10 4.03
หลงั เรยี น 10 6.63 64.26 1.43
1.13
จากตารางพบว่า คะแนนเฉล่ียของการทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ4.03คะแนนและคะแนนเฉล่ียหลังเรียน
เท่ากับ 6.63คะแนนซ่ึงมีคะแนนเฉล่ียหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เท่ากับ2.59คะแนนและนักเรียนทุกคนมีคะแนน
สูงข้ึนกว่าเดิมโดยมีคะแนนความก้าวหน้าเม่ือเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ
64.26และมีส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐานทีล่ ดลง
ตารางที่ 2 แสดงผลการทดสอบก่อนและหลงั เรียนโดยใชว้ ิธีการสอนแบบส่งเสริมการคิดวเิ คราะห์
ที่ ชื่อ-สกุล ทดสอบก่อน ทดสอบหลัง ความแตกตา่ ง
เรยี น เรยี น คา่ คะแนน
1 เด็กชายธนวฒั น์ แตม้ จันทร์
2 เดก็ ชายตะวนั พรหมประสงค์ (10 คะแนน) (10 คะแนน) 2
3 เด็กชายรัชชานนท์ 5 7 3
4 เดก็ ชายอภสิ ิทธิ์ อินทวงค์ 5 8 3
5 เดก็ ชายววิ ฒั น์ แซจ่ อื 4 7 5
6 เดก็ ชายศภุ โชค วงศส์ นทิ 3 8 2
7 เด็กชายภมู ินทร์ คงใหญ่ 5 7 4
8 เด็กหญิงเพียงระวี ศรรี งุ่ เรอื ง 3 7 3
9 เด็กหญงิ เนตรดาว รยิ าพนั ธ์ 3 6 2
10 เดก็ หญงิ อรุ าวดี น้ำตาลพอต 3 5 4
11 เด็กหญงิ อรไพลนิ ทองหยอด 2 6 2
12 เด็กหญงิ สริ วิ รรณ สม้ เกลยี้ ง 7 9 2
13 เดก็ ชายภานุพงศ์ บญุ เจรญิ 6 8 3
14 เดก็ ชายกิตตศิ ักด์ิ ศิริทอง 3 6 2
15 เด็กชายรชั ชานนท์ เพชรนิล 4 6 3
16 เด็กหญงิ อรสิ รา แดนท่ี 4 7 2
17 เดก็ หญิงกุลรวี คลา้ ยขวญั 6 8 4
18 เด็กหญงิ มณฑญิ า จา่ แก้ว 3 7 3
19 เด็กชายไกรศร พชิ กรรม 3 6 2
20 เด็กหญิงธิดารัตน์ อ่อนเกตพุ ล 4 6 2
21 เด็กหญิงเยาวลักษณ์ บัวเพชร 4 6 3
22 เดก็ หญงิ กรยี าพร เทียมเมอื ง 5 8 2
23 เดก็ หญิงลลิตา บญุ แกว้ 5 7 1
24 เดก็ ชายศรายทุ ธ นวลศรี 8 9 3
25 เด็กหญงิ ยวุ ธิดา ไพรวัลย์ 3 6 2
26 เดก็ หญิงศริ วิ รรณ เพง็ เคี้ยน 5 7 3
27 เด็กชายกนั ตพัฒน์ พรหมศรี 3 6 1
กาศหมุด 4 5 2
4 6
ที่ ช่ือ-สกุล ทดสอบก่อน ทดสอบหลงั ความแตกตา่ ง
เรียน เรียน ค่าคะแนน
28 เดก็ ชายภูมพิ ัฒน์ ทองขาว
29 เดก็ ชายเกียรตนิ ำชัย ทองนอ้ ย (10 คะแนน) (10 คะแนน) 3
30 เดก็ ชายสงิ หา ชัยพรหม 2 5 2
31 เด็กหญิงทิพย์นารี วงษท์ อง 3 5 4
32 เดก็ หญงิ อรษิ า กาญจนะ 2 6 2
3 5 2
ค่าเฉล่ยี 5 7 2.59
4.03 6.63
จากตารางท่ี 2แสดงให้เหน็ วา่ ผลการทดสอบก่อนและหลงั เรยี นนักเรียนมัธยมศึกษาปีท่ี 3 น้นั โดยใช้
วิธกี ารสอนแบบสง่ เสริมการคิดวิเคราะห์น้นั นกั เรยี นทดสอบก่อนเรยี นมีค่าคะแนนเฉล่ียเท่ากับ 4.03 คะแนน
จากนน้ั ทดสอบหลงั เรียนมคี า่ คะแนนเฉลีย่ เท่ากับ 6.63 คะแนน โดยนักเรยี นมีคา่ คะแนนเฉลย่ี ท่เี พิ่มขนึ้ 2.59
คะแนน ซงึ่ เป็นพัฒนาการของคะแนนเพ่ิมข้ึนค่อนข้างมากจากเดิม
ตารางที่ 3 การหาค่าดัชนีความสอดคล้องของวัตถุประสงค์ (Index of Item Objective Congruence : IOC)
ข้อ ความคดิ เห็นผูเ้ ช่ียวชาญ ค่า แปลผล
คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 รวม IOC
1 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
2 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
3 +1 0 +1 2 0.67 ใช้ได้
4 +1 0 +1 2 0.67 ใชไ้ ด้
5 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
6 +1 0 +1 2 0.67 ใชไ้ ด้
7 +1 +1 +1 3 1.00 ใช้ได้
8 +1 +1 +1 3 1.00 ใชไ้ ด้
9 +1 +1 +1 3 1.00 ใชไ้ ด้
10 +1 +1 +1 3 1.00 ใชไ้ ด้
คา่ IOC รวมท้งั หมด = 9.01
= 9.01/10 = 0.901
สรปุ ว่า แบบทดสอบการเรียนการสอนดังกลา่ วนน้ั ใชไ้ ด้
บทท่ี 5
สรปุ อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย
1. เพื่อพัฒนาวิธีการเรียนการสอนโดยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3โดยมี
เป้าหมายให้นักเรียนทุกคนมีผลการเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เรื่องกฎหมายในชีวิตประจำวัน(กฎหมายแพ่งและ
กฎหมายอาญา)
2. เพ่อื ยกระดบั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนของนกั เรยี นให้ดีข้ึนและเปน็ แนวทางในการพัฒนาการสอน
สมมตฐิ านของการวิจยั
รปู แบบการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง : การสอนโดยส่งเสริมการคิดวิเคราะห์สามารถทำ
ให้นักเรยี นบางส่วนทไี่ มเ่ ขา้ ใจบทเรยี นนัน้ กลบั มาเข้าใจบทเรยี นมากขน้ึ และเรียนรู้ไดม้ ากขน้ึ กวา่ คำอธิบายของครู
ประโยชน์คาดว่าจะไดร้ ับ
1. ผลการการวิจยั คร้ังนี้ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษาและกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ ืน่ ๆสามารถนำ
วธิ ีการการจัดการเรียนรู้โดยใช้ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์เป็นฐาน ไปปรับใช้และประยุกต์ใช้ได้ใน กระบวนการเรียน
การสอนเพ่ือพฒั นาให้ผ้เู รียนเกิดความสามารถในการคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณและแกป้ ัญหาได้
2. นักเรียนท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์เป็นฐาน มีความสามารถในการคิด
วิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณและแก้ไขปญั หาท่ีสูงขน้ึ
เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในการวจิ ยั
1. รูปแบบการเรียนการสอนแบบส่งเสรมิ การคิดวเิ คราะห์
2. แบบบนั ทึกคะแนนและใบงาน
3. สมุดแบบฝกึ หดั และใบกิจกรรมของนักเรียน
4. แบบสังเกตพฤติกรรมนกั เรียนและแบบประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนกั เรียน
กลุ่มตัวอย่าง
กล่มุ ตัวอยา่ ง คือ นักเรยี นระดับชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 32 คน
ประชากร คือ นกั เรียนระดับชัน้ มธั ยมศึกษาตอนต้นจำนวน 102คน
เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวิจัย
1. รปู แบบการเรียนการสอนแบบสง่ เสริมการคิดวิเคราะห์
2. แบบบนั ทึกคะแนน
3. สมุดแบบฝกึ หัดและใบกิจกรรมของนักเรยี น
4. แบบสงั เกตพฤติกรรมนกั เรียนและแบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของนักเรยี น
การเก็บรวบรวมข้อมูล
1. แบง่ กล่มุ นกั เรยี นออกเป็นกลุ่มในแตล่ ะกลุ่มจะเฟน้ หานักเรียนที่เก่ง และมีความรบั ผิดชอบ มีลักษณะเปน็ ผนู้ ำ
มอบหมายใหเ้ ปน็ หัวหน้ากลุ่มเพื่อช่วยในการกระตุ้นเพ่ือนๆ ขณะทำกจิ กรรมการเรียนรู้
2. ครูผูส้ อนช้แี จงการเรียนแบบส่งเสริมการคดิ วิเคราะห์โดยหลงั จากครสู อนในแตล่ ะคร้ังก็จะมอบหมายใหน้ ักเรยี น
ทำแบบฝกึ หดั โดยนักเรียนนั่งทำแบบฝกึ หดั ระดมสมองช่วยกันคดิ หากหัวข้อใดสมาชิกในกลุม่ ไม่เขา้ ใจผูท้ เี่ ขา้ ใจ
ก็จะช่วยกนั อธิบายจนเพ่ือนเข้าใจ หากสมาชิกในกลุ่มยงั ไม่เขา้ ใจก็จะปรึกษาครผู สู้ อน
3. ครูสังเกตการทำกจิ กรรมของกล่มุ การช่วยกันแก้ปัญหา ความสนใจ และความตัง้ ใจของสมาชิกในกลุ่ม
4. สังเกตผลการทำแบบฝึกหัดวา่ ดขี ึน้ หรือไม่
5. สงั เกตการประเมินตามสภาพจริงในแต่ละคร้งั
6. วัดผลการเรียนเม่อื สนิ้ บทเรยี น
7. ครูชว่ ยสรปุ การเรยี นรู้ทัง้ หมดทีน่ กั เรยี นปฏิบัตเิ ปน็ ความคิดรวบยอด
สรุปผลการวจิ ัย
ผลจากการจัดการเรียนการสอนแบบส่งเสริมการคิดวิเคราะห์มาใช้ในการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา
ผลปรากฎวา่ คะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรยี นเทา่ กบั 4.03คะแนน และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 6.63
คะแนน ซ่ึงมีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน เท่ากับ 2.59คะแนน และนักเรียนทุกคนมีคะแนนสูงขึ้น
กว่าเดิมโดยมีคะแนนความก้าวหน้าเม่ือเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนกับคะแนนหลังเรียนคิดเป็นร้อยละ 64.26
และมีส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐานท่ีลดลงนักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในรายวิชาเพ่ิมข้ึนอย่างเห็นได้ชัด และ
กิจกรรมกลุ่มของนักเรียนทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีและเอ้ือต่อการเรียนการสอน ช่วยให้นักเรียนมีความ
กระตือรือร้นสนใจ ตั้งใจ และมีความรับผิดชอบต่อการเรียนมากข้ึน อีกท้ังยังช่วยกระตุ้นให้นักเรียนมีความ
กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา ช่วยสร้างความสามัคคีให้เกิดข้ึนในกลุ่ม รู้จักแก้ปัญหาร่วมกัน ทำงานเป็นทีมระดม
ความคิดของหลายคน ซึ่งแนวทางน้ีเหมาะสมในการแก้ปัญหาในชั้นเรียนได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถสร้าง
ทัศนคติท่ีดีต่อการเรียนวิชาสังคมศึกษาเป็นอย่างมากผลพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียนที่ได้รับการจัดการ
เรียนการสอนโดยใช้ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์จากการสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มของนักเรียน ทุกกลุ่มมี
คะแนนพฤติกรรมการทำงานกลุ่มเพ่ิมขนึ้
อภปิ รายผลการวจิ ัย
จากการศึกษาวิจัยพบว่าการสอนโดยวิธีส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ระหว่างนักเรียนในรายวิชา ทำให้
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ หลังการ
จดั การเรียนรู้แบบสง่ เสริมการคิดวิเคราะห์ มีคะแนนเฉลี่ยสูงข้นึ เมื่อเทียบกับก่อนเรยี นและเทียบกับเกณฑ์ทง้ั น้ีอาจ
เน่อื งมาจาก การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เปน็ กิจกรรมที่ให้โอกาสให้ผู้เรียนสร้างความรู้
ดว้ ยตนเองตามแนวคิดการสรา้ งความรู้ นำมาใช้ในการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยให้ผู้เรียนได้
คิด ได้สร้างความรู้ด้วยตนเองการจัดการเรียนการสอนท่ีเน้นการคิดมีหลายรูปแบบ จากการศึกษารายวิชา
การจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนากระบวนการคิด และนักการศึกษา และสังคมทั่วโลกซึ่งปัจจุบันเห็นความสำคัญของ
ทักษะการคิดขั้นสูงต่อการพัฒนาประเทศ พอสรุปได้ว่า ทักษะการคิดขั้นสูง (higher order thinking skills
) เป็นพิสัยขั้นสูง ประกอบด้วยการคิดวิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจ และการแก้ปัญหา
เป็นลักษณะการคิดท่ีเป็นกระบวนการ ควรได้รับ การพัฒนาเป็นอย่างมากสำหรับนักเรียนเพ่ือสร้างให้เด็กไทย
เป็นบุคคลท่ีก้าวทันโลกยุคของโลกสมัยปัจจุบันแต่ผู้รายงานขอนำเสนอเฉพาะรูปแบบท่ีผู้รายงานได้นำไปใช้ในการ
จดั การเรียนการสอนของผรู้ ายงานเอง
จากการท่ีผู้เรียนมีการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน หลังจากนำกระบวนการเรยี นรู้แบบส่งเสริมการคิด
วิเคราะห์มาใช้จัดการเรียนการสอนนั้นแสดงให้เห็นว่า ผลการวิจัยสอดคล้องกับแนวความคิด เรื่อง การจัด
กระบวนการเรียนรู้แบบส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ท่ีนักวิชาการหลายท่านกล่าวไว้ว่าส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ เป็น
กระบวนการท่ีทำให้นักเรียนมีโอกาสได้รับประสบการณ์ตรงในกระบวนการเสาะแสวงหาความรู้ทุกข้ันตอน มี
โอกาสฝึกทักษะกระบวนการทางการเรยี นรู้ต่างๆ และจะช่วยพัฒนาคุณสมบัติอื่นๆ ได้แก่ ความเป็นคนชา่ งสังเกต
มีความริเร่ิมสร้างสรรค์ มีความเชื่อม่ันในตนเอง มีวินัย ซ่ือสัตย์ในการทำงาน มีความละเอียดรอบคอบ ยอมรับฟัง
คำตชิ ม และความคดิ เหน็ ของผ้อู ่นื
ขอ้ เสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะจากการวจิ ยั ในครั้งนี้
1.1 ครผู ู้สอนในวิชาควรใช้กระบวนการส่งเสริมการคดิ วิเคราะห์มาจดั กระบวนการเรยี นร้ใู นหน่วยเนื้อหา
ที่ต้องการให้นักเรยี นใชก้ ารวเิ คราะหท์ ล่ี กึ ซ้งึ
1.2 ผู้บริหารสถานศึกษา ควรสนับสนุนให้ครูในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ นำกระบวนการเรียนรู้แบบ
สง่ เสริมการคดิ วเิ คราะห์ไปจดั กระบวนการเรยี นรู้และสร้างนวตั กรรมการเรยี นรูเ้ พมิ่ เติม
1.3 ควรทำวิจัยเปรียบเทียบระหว่างการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบปกติกับการจัดกระบวนการเรียนรู้
แบบสง่ เสรมิ การคดิ วิเคราะห์หรอื ทำแบบทดสอบเพิ่ม
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการวจิ ยั ครงั้ ตอ่ ไป
2.1 จากการเรียนรู้และทักษะท่ีเกิดข้ึน เป็นกระบวนการเรยี นรู้ที่มีทั้งข้อมูลเน้ือหาวิชาซ่ึงเชื่อมโยงกับการ
เรียนรู้ทักษะชีวิต อันจะก่อให้เกิดความรู้และทักษะที่นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ตามความมุ่งหมายทาง
การศึกษาอย่างแท้จรงิ โดยครสู ามารถสง่ เสริมนกั เรยี นไดอ้ กี ดว้ ยการสอนคิดวเิ คราะห์ขัน้ สูง
2.2ข้อมูลจากการวิจัยครั้งน้ี จะเป็นแนวทางและเป็นประโยชน์ต่อการนำไปปรับปรุง การเรียนการสอน
ของครูให้มีความชัดเจนและสมบูรณ์ในการจัดการเรียนรู้หลากหลายวิชามากขึ้นครูสามารถนำการจัดการเรียนรู้
โดยใช้ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์เป็นฐาน ไปใชในการจัดการเรียนรู้ในช่ัวโมงเรียนเพิ่มมากขึ้น เพื่อส่งเสริม
ความสามารถในการคิดการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและแก้ไขปญั หามากขึน้
บรรณานุกรม
ดร.มนตรี วงษส์ ะพาน. (2556). การคิดวิเคราะหเ์ พ่ือการสอน. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พ์ไทยวฒั นาพาณชิ .
อาภา ถนดั ช่าง. (2557, มิถุนายน). “การสอนแบบสง่ เสริมการคดิ วิเคราะห์”, วารสารแนะแนว. 135:25.
----------. กระทรวงศึกษาธิการ.(2558).พระราชบญั ญตั ิการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542และแก้ไข
เพิ่มเตมิ (ฉบับท่ี 2 ) พ.ศ.2545พร้อมกฎกระทรวงท่ีเกี่ยวขอ้ งและพระราชบัญญัติการศกึ ษา
ภาคบังคบั พ.ศ.2545. กรงุ เทพ : องค์การรบั สง่ สินคา้ และพสั ดุภณั ฑ์ (ร.ส.พ.).
----------. กระทรวงศกึ ษาธิการ.(2559). หลกั สตู รการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551. กรงุ เทพ :
โรงพมิ พ์องค์การรบั สง่ สนิ คา้ และพสั ดภุ ัณฑ์ (ร.ส.พ.).
----------.กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2559). สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้ในหลักสตู รการศกึ ษาข้ัน
พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2545. กรงุ เทพ : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสนิ คา้ และพัสดภุ ณั ฑ์ (ร.ส.พ.).
จิรา ยงเขตกิจ. (2559). การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นกลุม่ สรา้ งเสรมิ ประสบการณ์ ชีวติ และ
พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่มของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 2 ท่ีไดร้ บั การสอนโดยการเรยี น
แบบรว่ มมือด้วยเทคนคิ แบง่ กลุ่มสัมฤทธ์ิ และการสอนตามปกติ. วทิ ยานิพนธค์ รุศาสตรมหา
บัณฑติ สถาบันราชภัฏนครสวรรค์.
ฐติ พิ ร ดวงจติ ร.(2560). การพฒั นาชุดทกั ษะกระบวนการทางสงั คมศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศกึ ษาสำหรบั นักเรียนช่วงช้ันที่ 2 โดยใช้รูปแบบส่งเสริมการคดิ วเิ คราะห์. ปรญิ ญา
นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑติ มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวิโรฒ.
---------- . (2560). กลมุ่ ส่งเสริมการคดิ วเิ คราะห์เพอ่ื การทำงานและการจดั การเรียนการสอน.
กรุงเทพฯ : นิชนิ แอดเวอรไ์ ทซ่ิง กรูฟ๊ .
วฒั นา กอ้ นเชอื้ รตั น์. ทบทวนแนวการจัดทำหลักสตู รสถานศกึ ษา. นครราชสมี า :สำนักงานเขตพื้นท่ี
การศึกษา นครราชสมี า เขต 1, 2560.
ชนาธิป พรกุล. (2560). รปู แบบการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผเู้ รียนเปน็ ศูนยก์ ลาง. กรงุ เทพฯ :
สำนกั พมิ พ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กษมา วรวรรณ ณ อยธุ ยา. (2561).ทักษะการคิดวเิ คราะห.์ สบื ค้นเมอ่ื 20 มถิ นุ ายน 2560, จาก
http://www.google.co.th
มลวิ ัลย์ สมศกั ด์.ิ (2561). เอกสารประกอบการสอนรายงานการวจิ ัยช้นั เรียน. มหาวิทยาลยั ราชภฏั
นครศรธี รรมราช.
สุกัญญา อม่ิ ใจ. (2562). การเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ระหว่างการ
เรยี นรู้แบบร่วมมอื กันเรยี นรู้ดว้ ยแบบกลมุ่ แบบSTAD กับแบบสง่ เสริมการคิดวิเคราะห์.
วิทยานิพนธ์ กศ.ม. มหาสารคาม: มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
วัฒนาพร ระงบั ทุกข. (2562). แผนการสอนทเ่ี นนผูเรยี นเปนศูนยกลาง (พิมพคร้ัที่ 2). กรุงเทพฯ:
ม.ป.ท.: มหาวทิ ยาลัยเกริก.
Morgan, Clifford T. (2016). “Thinking and Problem Solving”. A Brief Introduction to
Psychology. 2nd ed. New Delhi Tata McGrew-Hill.co.
Piaget, J. (2016). The Origins of Intelligence in Children. New York : W.W.Norton. Polya,
George. (2016). How to solve it. San Francisco : Stanford University.
Allen, D.E., & Duch, B.J. (2017). Thinking Toward Solution: Problem-Based Learning
Activities for General Biology. The United States of America: Harcourt Brace &
Company.
Wiggins, Grant and Jay McTighe. (2018). Understanding by Design Professional
Development.Performance Assessment: GRASPS.
Richard. (2019). Managing for Improved School Effectiveness. Boston, MA: Sage.
ภาคผนวก
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3
วชิ าสงั คมศึกษาพนื้ ฐาน เวลา 4 ชั่วโมง
เรอ่ื งกฎหมายในชวี ิตประจำวนั (กฎหมายแพง่ และกฎหมายอาญา)
1. มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด
1.1 ตัวชว้ี ดั
ส 2.1 เขา้ ใจและปฏิบัติตนตามหน้าทขี่ องการเปน็ พลเมืองดมี ีคา่ นยิ มท่ดี ีงามและธำรง
รักษาประเพณแี ละวฒั นธรรมไทย ดำรงชีวิตอยู่รว่ มกนั ในสังคมไทยและสงั คมโลก
อยา่ งสนั ตสิ ขุ
ม.3/1 อธบิ ายความแตกต่างของการกระทำความผดิ ระหว่างคดีอาญาและคดีแพ่ง
2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. อธิบายลกั ษณะการกระทำความผิดทางแพ่งและความรับผดิ ชอบทางแพง่ ได้ (K)
2. อธบิ ายการทำสัญญาซ้ือขาย กยู้ ืมเงนิ เช่าทรัพย์สิน เช่าซื้อที่ถกู ต้องได้ (K)
3. จำแนกลักษณะการกระทำความผิดทางแพง่ และความรับผดิ ชอบทางแพง่ ที่พบในชวี ิตประจำวันได้ (P)
4. เห็นคณุ ค่าของการปฏบิ ัติตนตามกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์เพมิ่ มากขน้ึ (A)
3. สาระการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถ่ิน สาระการเรียนรู้จากสือ่
- - กฎหมายแพง่ และพาณิชย์
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
1) ลกั ษณะการกระทำความผิดทาง • ซ้อื ขาย
ทางอาญาและโทษ • กยู้ ืม
2) ลกั ษณะการกระทำความผดิ • เชา่ ทรัพย์
• เช่าซอื้
ทางแพง่ และความรบั ผดิ ชอบ
ทางแพ่ง
3) ตัวอย่างการกระทำความผิด
ทางอาญา เชน่ ความผดิ
เกีย่ วกบั ทรัพย์
4) ตัวอย่างการกระทำความผิด
ทางแพ่ง เช่น การทำผิดสัญญา
การละเมดิ
4. มโนทัศน์สำคัญ (Key Concept)
- การกระทำความผดิ ทางแพ่งเปน็ การฝ่าฝนื หรอื ละเมดิ ต่อบทบัญญัติของกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ ซึง่ จะมี
ลักษณะเกีย่ วกับเรือ่ ง บุคคลและนติ ิกรรม รวมถึงการละเมดิ
5. คำถามหลัก (Big Question)
- การกระทำความผดิ ทางแพ่งมลี ักษณะอยา่ งไร
6. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี นและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. ความสามารถในการคิด 1. มวี ินัย
- ทักษะการเปรียบเทยี บ 2. ใฝ่เรียนรู้
2. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 3. มุ่งม่นั ในการทำงาน
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
วธิ สี อนโดยการจดั การเรยี นรแู้ บบร่วมมอื : เทคนิคคู่คิดสส่ี หาย
ขัน้ นำ
1. ครแู จ้งใหน้ ักเรยี นทราบถึงวิธสี อนโดยการจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่คิดสส่ี หาย ช่ือเร่อื งท่จี ะ
เรยี นรู้จุดประสงค์การเรยี นรู้ และผลการเรียนรู้
2. ครูให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง กฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญา
3. ครถู ามคำถามเพอ่ื กระต้นุ ความสนใจของนักเรยี น และใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภปิ รายขอ้ คำถามดังกล่าว เช่น
- กฎหมายมคี วามสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของคนในสังคมอย่างไร
(แนวตอบ กฎหมายถือเป็นบรรทดั ฐานทางสังคมอยา่ งหน่ึง ทีก่ ำหนดขน้ึ มาเพ่อื ใชเ้ ปน็ ระเบียบทางสงั คม
ทำให้คนในสังคมอย่รู ่วมกนั อยา่ งสงบเรยี บร้อย)
ข้นั สอน
1. ครสู นทนากับนกั เรียนเกี่ยวกับความแตกตา่ งของคดแี พ่งและคดีอาญา แลว้ ใช้คำถามใหน้ ักเรียนได้
วิเคราะหร์ ่วมกัน เช่น
-คดีแพ่งและพาณิชย์ และคดีอาญา มลี ักษณะที่แตกตา่ งกันอย่างไร
(แนวตอบ คดแี พง่ คือ คดีทเี่ กี่ยวกับความสัมพันธร์ ะหว่างบคุ คล หรอื เอกชนกับเอกชน ส่วนคดีอาญาจะเปน็
คดที ี่เกี่ยวกับความผดิ ตา่ ง ๆ และกำหนดโทษสำหรับผกู้ ระทำผดิ นน้ั ไว้ และจะเป็นคดที เ่ี กี่ยวกบั
ความสมั พันธ์ระหวา่ งรัฐกบั ประชาชน กล่าวคือ แมเ้ จา้ ทุกข์ไมเ่ อาความ แต่รฐั มหี น้าที่ดำเนินการใหค้ ดี
ถงึ ที่สุด)
2. ครูแบง่ นกั เรยี นเปน็ กลุ่ม กลุม่ ละ 4 คน คละกนั ตามความ สามารถ คือ เกง่ ปานกลางคอ่ นขา้ งเก่ง ปาน
กลางค่อนข้างอ่อน และออ่ น โดยให้สมาชกิ แต่ละคนเลอื กหมายเลขประจำตวั ตง้ั แต่หมายเลข 1-4
3. สมาชกิ แต่ละหมายเลขแยกยา้ ยไปรวมกลุ่มใหม่ และร่วมกนั ศึกษาความรู้เร่อื ง ลกั ษณะการกระทำ
ความผดิ ทางแพ่งและความรับผิดชอบทางแพ่ง จากหนังสอื เรยี นสงั คมศกึ ษาฯ ม.3 หรอื จากแหลง่ การเรียนรู้อ่นื ๆ
เช่น หนงั สอื ในห้องสมุด เวบ็ ไซต์ทางอินเทอร์เน็ต หมายเลขละ 1 เร่ือง ดังนี้
• หมายเลข 1 ศึกษาความรเู้ รือ่ ง ซอื้ ขาย
• หมายเลข 2 ศกึ ษาความรเู้ รอื่ ง กูย้ มื เงนิ
• หมายเลข 3 ศึกษาความร้เู รอ่ื ง เช่าทรัพย์
• หมายเลข 4 ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง เชา่ ซอ้ื
4. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการศึกษา โดยเริม่ จากกลมุ่ : ซอื้ ขาย จากนนั้ ครตู ั้งคำถามใหน้ ักเรยี น
ร่วมกนั ตอบ เช่น
1)การซอ้ื ขายสามารถกระทำได้กับทรัพย์สนิ ทุกชนดิ ใชห่ รอื ไม่
(แนวตอบ การซือ้ ขายไมส่ ามารถทำไดก้ บั ทรัพย์สนิ ทกุ ชนิด มีทรัพยส์ ินทซ่ี อื้ ขายไม่ได้ เช่น สาธารณสมบัติ
ทรพั ยส์ ินทผี่ ิดกฎหมาย)
2)ทำไมเม่ือมีการซอื้ ขายทรัพย์สนิ บางประเภท ตอ้ งมีการทำสัญญาตามแบบที่กฎหมายกำหนด
(แนวตอบ เพอ่ื ให้เกิดความเปน็ ธรรมแก่ผูซ้ อื้ และผขู้ าย และเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินการตาม
กระบวนการทางกฎหมาย)
5. ครนู ำตวั อย่างสญั ญาซ้ือขายมาให้นกั เรียนรว่ มกันศึกษา และอภิปรายความร้เู ชอ่ื มโยงกับตวั อย่างการทำ
สัญญาซอ้ื ขาย และหน้าท่ีความรบั ผิดชอบของผขู้ าย จากหนังสอื เรียนสงั คมศึกษาฯ ม.3หรอื จาก
แหลง่ การเรยี นร้อู นื่ ๆ เชน่ หนังสอื ในหอ้ งสมุด เวบ็ ไซต์ในอินเทอรเ์ นต็ โดยครแู นะนำเพ่ิมเติม
6. ครใู ห้นักเรียนกลมุ่ ที่ทำการศึกษา : กยู้ ืม นำเสนอผลการศกึ ษา จากนนั้ ครูตงั้ คำถามให้นักเรยี นรว่ มกัน
ตอบ เชน่
1)ทำไมเมอ่ื มกี ารก้ยู ืมเงนิ จึงต้องทำนิติกรรม
(แนวตอบ เพอ่ื ให้เกิดความเป็นธรรมทั้งฝา่ ยเจ้าหนีแ้ ละลูกหนี้ และเพอ่ื สามารถฟอ้ งร้องและให้กฎหมาย
คมุ้ ครองได้)
2)ทำไมกฎหมายจงึ ตอ้ งกำหนดอตั ราดอกเบีย้ ในการกู้ยมื เงินไวไ้ ม่เกนิ ร้อยละ 15 ต่อปี
(แนวตอบ เพอ่ื ปอ้ งกันการเอารัดเอาเปรยี บจากเจา้ หนี้)
7.ครใู ห้นักเรยี นกลุ่มท่ที ำการศกึ ษา : เช่าทรพั ย์ นำเสนอผลการศกึ ษา จากน้ันครูต้งั คำถามให้นักเรยี น
ร่วมกันตอบ เชน่
-การเชา่ สงั หาริมทรพั ยแ์ ละอสังหาริมทรพั ยม์ คี วามแตกตา่ งกันอย่างไร
(แนวตอบ การเชา่ สังหารมิ ทรพั ย์ ไม่จำเป็นตอ้ งมีหลกั ฐานเปน็ หนังสอื แม้จะเป็นการเชา่ สังหาริมทรพั ย์ชนดิ
พิเศษ เช่น เรอื กำปั่น เรือกลไฟ แต่การเช่าอสังหารมิ ทรัพย์ จะต้องมีหลักฐานเป็นหนงั สอื ลงลายมอื ช่ือ
ผู้รบั ผิดชอบ และถ้าเปน็ การเช่าอสงั หาริมทรัพยท์ ีม่ รี ะยะเวลาเกนิ กว่าสามปีขึน้ ไป หรือตลอดอายุของผู้เช่า
จะตอ้ งทำเป็นหนังสือและจดทะเบยี นตอ่ พนักงานเจา้ หนา้ ที่ มฉิ ะนั้นจะฟ้องร้องให้บังคบั คดีได้เพียงสามปี)
8.ครใู ห้นักเรียนกลุ่มทท่ี ำการศกึ ษา : เชา่ ซื้อ นำเสนอผลการศึกษา จากนนั้ ครูตง้ั คำถามใหน้ กั เรียน
รว่ มกันตอบ เช่น
-การเชา่ ทรพั ยแ์ ละการเชา่ ซื้อมีความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร
(แนวตอบ สญั ญาเช่าทรพั ย์ เปน็ การใชท้ รัพยส์ นิ ของผ้อู ืน่ ชั่วคราว โดยทรพั ย์สินไมต่ กเป็นของผเู้ ชา่
เจา้ ของทรัพยย์ ังมีกรรมสทิ ธ์ิในทรัพย์น้นั อยู่ และการเชา่ อสงั หารมิ ทรพั ย์ต้งั แต่ 3 ปขี ้ึนไปตอ้ งทำหนังสอื
สัญญา สว่ นสญั ญาเชา่ ซื้อ เปน็ การเช่าสว่ นหนงึ่ และทรัพย์นั้นจะตกเปน็ กรรมสทิ ธ์ิของผู้เชา่ ภายหลงั โดยท่ี
กรรมสทิ ธ์ิยังเปน็ ของผ้ใู หเ้ ชา่ ซอื้ อยู่ หากผู้เชา่ ซอื้ ยงั ผ่อนชำระเงินไมค่ รบตามจำนวน และการเชา่ ซื้อตอ้ งทำ
เป็นสญั ญาเสมอ)
9. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะหมายเลขกลับไปทีก่ ล่มุ เดิมและจับสลากเพ่อื เลือกทำใบงาน ดังน้ี
• ใบงานที่ 1.1 เรื่อง ซื้อขาย
• ใบงานท่ี 1.2 เรอ่ื ง กู้ยืมเงนิ
• ใบงานที่ 1.3 เรื่อง เช่าทรัพย์
• ใบงานที่ 1.4 เรื่อง เชา่ ซ้อื
10.นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ต้องของใบงาน
11. ครใู ห้อาสาสมัครนกั เรยี น2-3 กลมุ่ นำเสนอผลงานในใบงานหนา้ ช้นั เรียน และให้กลุม่ อ่ืนที่มีผลงานท่ี
แตกต่างกันได้นำเสนอเพม่ิ เตมิ
12. ครูให้นักเรยี นทำกจิ กรรมทเ่ี กีย่ วกับกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ในแบบฝึกสมรรถนะฯ หน้าที่พลเมืองฯ
ม.3 เพ่อื เปน็ การบา้ นส่งครูในช่วั โมงถัดไป
ข้ันสรปุ
- ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เก่ียวกับกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือใช้ PPT สรุปสาระสำคัญของเน้ือหา
ตลอดจนความสำคัญของกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน
ขัน้ ประเมนิ
1.ครูประเมินผลจากการตอบคำถาม การรว่ มกันทำงาน และการนำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน
2. ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงาน และแบบฝึกสมรรถนะฯ หนา้ ที่พลเมอื งฯ ม.3
8. การวัดและประเมินผล
รายการวัด วิธีวัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
8.1 การวัดและประเมินผล - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบก่อนเรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
กอ่ นเรียน กอ่ นเรยี น
- แบบทดสอบก่อนเรียน
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี 1
เรอื่ ง กฎหมายแพง่ และ
กฎหมายอาญา
8.2 การวัดและประเมินผล
ระหวา่ งการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้
1) อธิบายลกั ษณะการกระทำ - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ใบงานที่ 1.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์
- ใบงานท่ี 1.2
ความผิดทางแพง่ - ตรวจใบงานท่ี 1.2 - ใบงานท่ี 1.3
- ใบงานที่ 1.4
ความรับผดิ ชอบทางแพ่ง - ตรวจใบงานท่ี 1.3
การทำสญั ญาซอ้ื ขาย - ตรวจใบงานท่ี 1.4
กยู้ ืมเงิน เชา่ ทรัพย์สนิ
เชา่ ซ้อื ที่ถูกต้อง และ
จำแนกลกั ษณะการกระทำ
ความผดิ ทางแพง่ และความ
รบั ผดิ ชอบทางแพง่ ท่ีพบใน
ชวี ติ ประจำวนั ได้
2) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมินการนำเสนอ - ระดบั คณุ ภาพ 2
ผลงาน ผลงาน ผ่านเกณฑ์
3) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - ระดับคุณภาพ 2
การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์
4) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุม่ การทำงานรายกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์
5) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมีวนิ ัย - แบบประเมินคุณลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อันพึงประสงค์ ใฝเ่ รียนรู้ และมุ่งม่นั อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์
ในการทำงาน
9. สอื่ /แหลง่ การเรียนรู้
9.1 ส่ือการเรยี นรู้
1) หนงั สอื เรยี นสังคมศกึ ษาฯ ม.3
2) แบบฝกึ สมรรถนะฯ หน้าที่พลเมืองฯม.3
3) หนงั สือค้นคว้าเพมิ่ เติม
(1)เฉลียว ฤกษร์ จุ ิพิมล.2543. การจัดระเบยี บสังคม”ในสงั คมวิทยา. กรงุ เทพมหานคร :
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
(2) นนั ทวัฒน์ บรมานนั ท์. ม.ป.ป. กฎหมายปกครอง. กรงุ เทพมหานคร :วิญญชู น.
4) ใบงานท่ี 1.1 เรื่อง ซ้ือขาย
5) ใบงานท่ี 1.2 เรื่อง กูย้ ืมเงิน
6) ใบงานที่ 1.3 เรื่อง เช่าทรัพย์
7) ใบงานท่ี 1.4 เรื่อง เช่าซือ้
9.2 แหล่งการเรยี นรู้
1) ห้องสมุด
2) แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
- https://web.krisdika.go.th
- https://news.mthai.com
-https://www.thairath.co.th
- https://www.khaosod.co.th
บตั รภาพ
ใบงานท่ี 1ซ้อื ขาย
ชอ่ื ชัน้ เลขที่
ตอนที่ 1
คำชแ้ี จง: ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. ซื้อขาย หมายความว่าอย่างไร
2. ทรพั ยส์ นิ ท่ีซ้ือขายกนั ได้ ไดแ้ กท่ รัพย์สินประเภทใด จงยกตัวอย่าง
3. ทรัพย์สินทซ่ี ้ือขายกันไมไ่ ด้ ได้แกอ่ ะไรบ้าง
ตอนที่ 2
คำชแ้ี จง: ให้นักเรียนอ่านกรณีตวั อยา่ งแลว้ ตอบคำถาม
กรณีตวั อยา่ งท่ี 1
นายน้อมนำท่ีดนิ พร้อมบ้านเสนอขายให้แก่นายชอบเป็นจำนวนเงนิ 500,000 บาท นายชอบชำระเงนิ ใหแ้ ก่นายน้อม
สว่ นหน่ึงเปน็ จำนวนเงนิ 100,000 บาท ทงั้ สองคนนดั กนั ไปจดทะเบียนซื้อขายตอ่ เจา้ พนักงานท่ดี ิน เม่ือถึงกำหนดวนั นัด
นายนอ้ มไม่ไปจดทะเบยี นตอ่ เจา้ พนกั งานทด่ี ิน
นายน้อมผิดสัญญาซ้ือขายอยา่ งไร อธิบายเหตุผล
เมื่อนายน้อมผดิ สญั ญา นายชอบควรปฏิบัติอยา่ งไร
กรณีตัวอยา่ งท่ี 2
นางสาวหวานตกลงขายแหวนเพชรให้แกน่ างสาวพลอย เป็นเงนิ 50,000 บาท ทั้งสองทำสญั ญาจะซ้ือขายไว้ และ
ลง ลายมอื ชื่อทั้งสองฝ่าย โดยกำหนดวนั ส่งแหวนเพชร เม่อื ถงึ กำหนดนัดนางสาวหวานไม่ยอมขายแหวนเพชรใหน้ างสาว
พลอยโดยอา้ งวา่ มผี ใู้ หร้ าคาแหวนเพชรสูงกวา่ นางสาวพลอย
นางสาวพลอยสามารถฟ้องนางสาวหวานใหจ้ า่ ยคา่ เสยี หายใหแ้ กน่ างสาวพลอยไดห้ รือไม่
กรณตี ัวอยา่ งที่ 3
สายทองซ้ือวิทยจุ ากร้านโชคชัย เมอ่ื สายทองกลบั ถึงบา้ นเปิดวทิ ยุฟัง ปรากฏวา่ เสยี งวิทยุดงั ไมส่ ม่ำเสมอ ระบบเสยี ง
ไมช่ ัด สายทองจึงนำวทิ ยไุ ปขอเปล่ยี นเครื่องใหม่
รา้ นโชคชัยตอ้ งรับผิดชอบวิทยุที่ชำรุดบกพร่องหรือไม่
ชอื่ เฉลย ใบงานที่ 1ซอ้ื ขาย เลขท่ี
ตอนท่ี 1
คำชแี้ จง:ให้นักเรยี นตอบคำถามต่อไปนี้ ชัน้
1. ซอ้ื ขาย หมายความว่าอย่างไร
สญั ญาซงึ่ บุคคลฝ่ายหนง่ึ เรยี กวา่ ผู้ขาย โอนกรรมสิทธ์ิทรพั ยส์ นิ ใหแ้ กบ่ ุคคลอกี ฝ่ายหน่ึง เรยี กว่า ผู้ซ้อื
โดยผ้ซู ้ือได้ใหร้ าคาทรัพยส์ นิ น้ันเปน็ เงนิ แกผ่ ขู้ ายเพ่ือเปน็ การตอบแทน
2. ทรัพยส์ ินที่ซ้ือขายกันได้ ได้แก่ทรัพย์สนิ ประเภทใด จงยกตัวอย่าง
อสังหารมิ ทรัพย์ เช่น ทด่ี นิ บ้านเรอื น ไมย้ ืนต้น สทิ ธจิ ำนองทดี่ นิ
สังหารมิ ทรพั ย์ เชน่ ช้าง ม้า วัว ควาย โตะ๊ เก้าอ้ี สิทธิจำนำ
3. ทรพั ยส์ นิ ทซ่ี ้ือขายกันไมไ่ ด้ ได้แกอ่ ะไรบ้าง
1) สาธารณสมบตั ิของแผ่นดนิ เชน่ ทีช่ ายตล่ิง ทางนำ้ ป่าสงวน
2) สทิ ธิซึ่งกฎหมายห้ามโอน เช่น สทิ ธทิ ี่จะได้รับมรดกของเจ้าของมรดกท่ยี ังมชี ีวติ อยู่ สทิ ธิทจ่ี ะได้รบั การ
อปุ การะเล้ยี งดู
3) ทรัพยส์ นิ ซึ่งกฎหมายห้ามมีไว้ในความครอบครอง เชน่ อาวุธปนื ฝิ่น เฮโรอนี กัญชา
4) ท่ีวดั และท่ธี รณีสงฆ์
5) สทิ ธิทีจ่ ะไดร้ ับบำเหนจ็ บำนาญจากทางราชการ
6) ทรพั ย์สินที่ได้มาโดยข้อกำหนดหา้ มโอน
ตอนท่ี 2
คำชีแ้ จง: ให้นักเรียนอา่ นกรณีตัวอยา่ งแล้วตอบคำถาม
กรณีตัวอย่างที่ 1
นายน้อมนำทด่ี นิ พร้อมบา้ นเสนอขายให้แกน่ ายชอบเปน็ จำนวนเงนิ 500,000 บาท นายชอบชำระเงนิ ให้แก่นายน้อม
สว่ นหนึง่ เปน็ จำนวนเงนิ 100,000 บาท ท้ังสองคนนดั กนั ไปจดทะเบียนซื้อขายต่อเจา้ พนักงานท่ดี ิน เม่ือถึงกำหนดวนั นัด
นายน้อมไม่ไปจดทะเบยี นต่อเจ้าพนักงานท่ีดนิ
นายน้อมผิดสัญญาซ้ือขายอยา่ งไร อธบิ ายเหตุผล
นายน้อมผดิ สัญญาซ้อื ขาย เพราะนายชอบซึ่งเป็นผซู้ ้ือไดป้ ฏิบัติตามกฎหมายเกย่ี วกับการซ้ือขาย โดยชำระหน้ี
บางส่วนไว้แล้ว
เมื่อนายน้อมผดิ สัญญา นายชอบควรปฏบิ ตั ิอย่างไร
ฟอ้ งนายน้อมตอ่ ศาล เพ่ือให้พิจารณาพพิ ากษาใหน้ ายนอ้ มไปจดทะเบยี นซื้อขายท่ีดินต่อเจา้ พนกั งานทด่ี นิ
กรณีตัวอย่างท่ี 2
นางสาวหวานตกลงขายแหวนเพชรให้แก่นางสาวพลอย เป็นเงนิ 50,000 บาท ทั้งสองทำสัญญาจะซ้ือขายไว้ และลง
ลายมอื ชอ่ื ท้ังสองฝ่าย โดยกำหนดวันสง่ แหวนเพชร เม่ือถึงกำหนดนดั นางสาวหวานไม่ยอมขายแหวนเพชรใหน้ างสาว
พลอย โดยอา้ งว่ามผี ใู้ ห้ราคาแหวนเพชรสงู กวา่ นางสาวพลอย
นางสาวพลอยสามารถฟ้องนางสาวหวานให้จ่ายค่าเสยี หายให้แกน่ างสาวพลอยได้หรือไม่
ได้ เพราะนางสาวหวานได้ทำสัญญาการซื้อขายเปน็ หนังสอื ลงลายมอื ชอื่ ไว้
กรณีตัวอย่างท่ี 3
สายทองซ้ือวิทยจุ ากร้านโชคชยั เม่อื สายทองกลบั ถึงบ้านเปิดวทิ ยุฟงั ปรากฏวา่ เสยี งวทิ ยุดังไมส่ มำ่ เสมอ ระบบเสียง
ไมช่ ดั สายทองจึงนำวิทยุไปขอเปลี่ยนเคร่ืองใหม่
รา้ นโชคชยั ตอ้ งรับผดิ ชอบวิทยุทชี่ ำรุดบกพร่องหรือไม่
ร้านโชคชัยตอ้ งรบั ผดิ ชอบทส่ี ินค้าชำรุดบกพร่อง
บตั รภาพ
เฉลย ใบงานท่ี 2การกระทำความผิดทางอาญา
ช่ือ ช้ัน เลขที่
คำชีแ้ จง:ใหน้ กั เรยี นอา่ นกรณีตวั อย่างแลว้ ตอบคำถาม
กรณีตัวอย่างที่ 1
นายหมึกทะเลาะกับนางปลา ถึงข้นั ทำร้ายร่างกายกัน นางปลาสู้นายหมกึ ไมไ่ ด้จึงใชม้ ีดปลายแหลมแทงนายหมึก
จำนวน 8 ครั้ง นายหมกึ ถึงแก่ความตายทันที
นางปลามคี วามผดิ ฐานใด และสอดคลอ้ งกับองคป์ ระกอบความผิดอยา่ งไร
กรณตี ัวอย่างท่ี 2
นายก้อนต่อวา่ นายเกิดทมี่ าจีบคนรกั ของนายกอ้ น นายเกดิ พูดจาย้อนนายก้อนทำให้นายก้อนชกนายเกดิ ทำใหน้ าย
เกิดล้มลงและพลาดตกบันไดศรี ษะฟาดพื้นถึงแก่ความตาย
นายกอ้ นมคี วามผดิ ฐานใด และสอดคลอ้ งกับองคป์ ระกอบความผิดอยา่ งไร
กรณตี ัวอยา่ งที่ 3
นางสาวทบั ทมิ ยืนอยู่หนา้ บา้ น ถูกนายต้านกระชากโทรศัพท์มือถือของนางสาวทับทิมไป แล้วขี่รถจกั รยานยนต์หนี
ไปแตต่ ำรวจสามารถจบั นายต้านได้ทนั ที
นายตา้ นมีความผิดฐานใด และสอดคล้องกบั องค์ประกอบความผิดอยา่ งไร
กรณีตวั อย่างท่ี 4
นายหมื่นยงิ ปนื เข้าไปในฝงู ชนที่กำลังยืนชมุ นุมกนั อยู่ ทำให้ลกู กระสนุ ปนื ไปถูกเด็กชายน้อยถึงแกค่ วามตาย
การกระทำของนายหม่ืนมคี วามผดิ ฐานใด
กรณีตวั อยา่ งที่ 5
นายแก้วใชม้ ดี จ้ีนางเก๋ ใหส้ ่งกระเป๋าถือมาใหต้ น และข่วู า่ ถา้ ไมส่ ง่ มาจะใช้มดี แทงนางเก๋ นางเกต๋ กใจกลวั จงึ ส่ง
กระเป๋าเงนิ ใหน้ ายแก้ว
นายแกว้ มคี วามผดิ ฐานใด และสอดคล้องกบั องค์ประกอบความผิดอยา่ งไร
กรณีตัวอย่างที่ 6
นายเม่น นายหมอก นายเมฆ ช่วยกันเตะและต่อยนายศรณั ย์ แยง่ เอาสายสรอ้ ยคอทองคำของนายศรัณย์ แลว้ พา
กนั หลบหนี
นายเมน่ นายหมอก และนายเมฆมีความผิดฐานใด และสอดคล้องกับองคป์ ระกอบความผดิ อย่างไร
กรณตี ัวอย่างท่ี 7
นางสาวดวงดาวไมพ่ อใจทน่ี างสาวทอฝนั ไปแย่งคนรกั ของเธอ ดังนั้นนางสาวดวงดาวจึงใช้นำ้ กรดสาดใบหน้าของ
นางสาวทอฝัน ทำใหน้ างสาวทอฝนั ต้องเขา้ รบั การรกั ษาตัวในโรงพยาบาลนานถึง 30 วนั
นางสาวดวงดาวมคี วามผิดฐานใด และสอดคล้องกับองค์ประกอบความผิดอยา่ งไร
กรณีตวั อย่างที่ 8
เดก็ ชายจอมทะเลาะกับเดก็ ชายโตง้ เด็กชายจอมเถียงสู้เดก็ ชายโต้งไม่ได้ เด็กชายจอมจึงผลักเดก็ ชายโต้ง
ล้มศีรษะกระแทกพน้ื บวมเป่งต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล 11 วนั จงึ หาย
เด็กชายจอมมีความผดิ ฐานใด
เฉลย ใบงานที่ 2การกระทำความผิดทางอาญา
ชอื่ ช้นั เลขท่ี
คำชีแ้ จง:ให้นกั เรียนอ่านกรณีตวั อยา่ งแล้วตอบคำถาม
กรณีตัวอย่างท่ี 1
นายหมึกทะเลาะกบั นางปลา ถึงข้นั ทำร้ายรา่ งกายกัน นางปลาสนู้ ายหมกึ ไม่ได้จงึ ใช้มดี ปลายแหลมแทงนายหมกึ
จำนวน 8 คร้ัง นายหมึกถงึ แก่ความตายทนั ที
นางปลามคี วามผิดฐานใด และสอดคลอ้ งกับองค์ประกอบความผดิ อย่างไร
นางปลามคี วามผดิ ฐานเจตนาฆ่านายหมกึ เขา้ องคป์ ระกอบ คอื นางปลารสู้ ำนึกในการเคล่อื นไหวร่างกายและประสงค์
ตอ่ ผลทเี่ กดิ ตามทค่ี ดิ ไว้และเล็งเหน็ ผลของการกระทำนน้ั คอื การแทงนายหมกึ ถงึ 8 ครัง้ ย่อมเล็งเหน็ ผลวา่ นายหมกึ
ตอ้ งถงึ แก่ความตาย
กรณีตวั อย่างท่ี 2
นายก้อนต่อวา่ นายเกิดทม่ี าจีบคนรักของนายก้อน นายเกิดพูดจายอ้ นนายก้อนทำให้นายก้อนชกนายเกดิ ทำให้นาย
เกิดลม้ ลงและพลาดตกบนั ไดศรี ษะฟาดพ้นื ถงึ แก่ความตาย
นายก้อนมีความผดิ ฐานใด และสอดคลอ้ งกับองค์ประกอบความผิดอย่างไร
นายกอ้ นมีความผิดฐานฆา่ คนตายโดยไม่เจตนา เขา้ องค์ประกอบความผดิ คอื เปน็ การกระทำโดยรสู้ กึ นกึ แต่ผ้กู ระทำ
ไม่ประสงค์ตอ่ ผลหรือไมอ่ าจเล็งเหน็ ผลของการกระทำว่าจะเกิดขึน้
กรณตี วั อยา่ งท่ี 3
นางสาวทบั ทมิ ยืนอยหู่ นา้ บ้าน ถูกนายตา้ นกระชากโทรศพั ท์มอื ถือของนางสาวทับทมิ ไป แลว้ ขรี่ ถจักรยานยนต์หนี
ไปแตต่ ำรวจสามารถจับนายต้านได้ทนั ที
นายต้านมีความผิดฐานใด และสอดคลอ้ งกบั องค์ประกอบความผดิ อยา่ งไร
นายต้านมีความผิดฐานว่ิงราวทรัพย์ เขา้ องค์ประกอบความผดิ คือ เปน็ การลักทรัพยโ์ ดยฉกฉวยเอาซงึ่ หน้า
กรณีตวั อย่างท่ี 4
นายหมน่ื ยงิ ปนื เขา้ ไปในฝูงชนทก่ี ำลังยืนชมุ นมุ กันอยู่ ทำให้ลกู กระสุนปืนไปถูกเด็กชายน้อยถงึ แกค่ วามตาย
การกระทำของนายหมืน่ มคี วามผิดฐานใด
นายหม่นื มีความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา
กรณตี วั อยา่ งท่ี 5
นายแกว้ ใชม้ ีดจ้ีนางเก๋ ใหส้ ่งกระเปา๋ ถือมาใหต้ น และขู่วา่ ถ้าไมส่ ง่ มาจะใชม้ ดี แทงนางเก๋ นางเก๋ตกใจกลวั จึงสง่
กระเป๋าเงนิ ให้นายแกว้
นายแก้วมคี วามผิดฐานใด และสอดคล้องกับองค์ประกอบความผิดอย่างไร
นายแก้วมคี วามผดิ ฐานชงิ ทรัพย์ เข้าองค์ประกอบความผดิ คือ เป็นการลักขโมยของผู้อ่ืน โดยขู่ว่าจะใช้อาวุธทำรา้ ย
เจ้าของทรพั ย์เพอื่ ให้ยื่นทรัพย์ให้
กรณีตวั อย่างที่ 6
นายเมน่ นายหมอก นายเมฆ ช่วยกนั เตะและต่อยนายศรัณย์ แยง่ เอาสายสรอ้ ยคอทองคำของนายศรัณย์ แล้วพา
กัน หลบหนี
นายเม่น นายหมอก และนายเมฆมีความผดิ ฐานใด และสอดคลอ้ งกับองคป์ ระกอบความผดิ อยา่ งไร
นายเมน่ นายหมอก และนายเมฆมีความผิดฐานปล้นทรพั ย์ เขา้ องค์ประกอบความผิด คือ ทง้ั สามคนร่วมมือกนั
กระทำความผิดดว้ ยการชิงทรัพย์ของผูอ้ ่ืน
กรณีตวั อย่างที่ 7
นางสาวดวงดาวไมพ่ อใจทนี่ างสาวทอฝันไปแย่งคนรกั ของเธอ ดังน้นั นางสาวดวงดาวจึงใช้น้ำกรดสาดใบหน้าของ
นางสาวทอฝนั ทำใหน้ างสาวทอฝันตอ้ งเข้ารับการรกั ษาตวั ในโรงพยาบาลนานถึง 30 วัน
นางสาวดวงดาวมคี วามผิดฐานใด และสอดคล้องกับองค์ประกอบความผิดอยา่ งไร
นางสาวดวงดาวมีความผดิ ฐานทำร้ายรา่ งกายผู้อืน่ จนเป็นเหตใุ ห้ไดร้ ับอันตรายสาหัส เข้าองคป์ ระกอบความผดิ
คอื ป่วยเจ็บ ดว้ ยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วนั
กรณีตวั อย่างท่ี 8
เดก็ ชายจอมทะเลาะกบั เดก็ ชายโตง้ เด็กชายจอมเถยี งสู้เด็กชายโต้งไม่ได้ เด็กชายจอมจึงผลักเด็กชายโต้ง
ล้มศรี ษะกระแทกพนื้ บวมเป่งต้องรกั ษาตวั ในโรงพยาบาล 11 วนั จึงหาย
เดก็ ชายจอมมีความผดิ ฐานใด
เด็กชายจอมมคี วามผดิ ฐานทำรา้ ยร่างกายผอู้ ่ืน ไดร้ ับอนั ตรายไม่สาหัส
แบบทดสอบ
ช่อื ชั้น เลขที่
คำช้ีแจง : ให้นกั เรยี นเลือกคำตอบที่ถกู ต้องทส่ี ุดเพียงข้อเดียว
1.การกระทำในขอ้ ใดจัดเป็นการกระทำความผิดทางแพง่ ก. ไม่ได้ เพราะเชา่ ไมค่ รบ 3 ปี
ก. โตง้ ลักรถจักรยานยนต์ของต่อ แลว้ นำไปทงิ้ นำ้ ข. ได้ เพราะนิภาผิดสัญญาเชา่
ข. ชาติเสพยาบา้ แล้วไม่ยอมทำงานให้แกน่ ายจา้ ง ค. ได้ เพราะไมไ่ ด้จดทะเบยี นต่อพนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี
ค. แก้วเชา่ บ้านของก้านแลว้ คา้ งคา่ เช่าเป็นเวลานานถึง 2 ปี ง. ได้ เพราะเป็นสิทธขิ องกล้าหาญ ซ่ึงเปน็ เจ้าของทรพั ย์
ง. สวยตบหนา้ สาว เพราะสาวไปมีความสมั พันธ์ฉนั ช้สู าว 8. ขอ้ ใดต่อไปนี้เกยี่ วข้องกับกฎหมายแพง่ และพาณชิ ย์
กับสามีของเธอ ก. ลักทรพั ย์ ข. นติ ิกรรม
2.สญั ญาซ้อื ขายในขอ้ ใดท่ีตอ้ งทำเป็นหนังสือและจดทะเบยี นต่อ ค. ประหารชวี ติ ง. ไมส่ ามารถยอมความได้
พนักงานเจา้ หนา้ ที่ 9. การซื้อขายในข้อใดไมส่ ามารถกระทำได้ตามกฎหมายแพง่
ก. รถยนต์ ข. ห้องแถว และพาณชิ ย์
ค. แหวนเพชร ง. โทรศัพท์เคลือ่ นที่ ก. นดิ ซอ้ื ทด่ี นิ ในเขตป่าสงวน
3. เก๋ก้ยู มื เงินกอ้ นเปน็ จำนวนเงิน 5,000 บาท เป็นเวลา 2 ปี โดย ข. ชายซือ้ รถยนตย์ โุ รปปา้ ยแดง
เขยี นในสญั ญาว่า ชำระดอกเบี้ยตามกฎหมาย เม่ือครบกำหนด ค. ดาวขายแหวนเพชรใหเ้ พอ่ื นสนทิ
ตามสญั ญา เกต๋ ้องชำระดอกเบยี้ ให้กอ้ นเปน็ ง. นำ้ ซ้ือบ้านพรอ้ มทด่ี ินตอ่ จากพ่ีชาย
จำนวนเงินเทา่ ไร 10. การกระทำในข้อใดผดิ หลักเกณฑ์การกยู้ ืมเงนิ กนั ตามกฎหมาย
ก. 700 บาท ข.740 บาท ก. เพญ็ ผ่อนชำระหน้ีเงินกคู้ รบแล้วจงึ ขอหลักฐาน
ค. 750 บาท ง.1,500 บาท การกยู้ มื เงนิ คนื
4. เดี่ยว ติ๊ก และแตน ร่วมกันต่อยตมั้ เพื่อแย่งโทรศัพท์ เคล่ือนท่ี ข. เอกกู้ยมื เงนิ แดงจำนวน 1,000 บาท โดยทไ่ี มไ่ ด้ทำ
แล้วพากนั หลบหนไี ป เดย่ี ว ติ๊ก และแตนมคี วามผิดฐานใด หนังสือสัญญากนั ไว้
ก. ลกั ทรพั ย์ ข. ชงิ ทรัพย์ ค. จบิ๊ ชำระหน้ีเงนิ ก้บู างส่วนจงึ ลงชอื่ ในหนงั สือสญั ญา
ค. ปลน้ ทรพั ย์ ง. ว่งิ ราวทรพั ย์ พรอ้ มบอกจำนวนเงนิ ท่ชี ำระ
5. บุคคลในข้อใดไมจ่ ดั อยู่ในกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง ง. ก้อยใหพ้ ิมกเู้ งิน 50,000 บาท โดยคดิ ดอกเบ้ยี ร้อยละ 20
ก. ตำรวจ ข. ค่คู วาม ตอ่ ปี และมีการทำหนังสือสญั ญากนั
ค. ทนายความ ง. ผ้พู พิ ากษา 11. ทรพั ยส์ นิ ในขอ้ ใดถือเปน็ อสังหาริมทรพั ย์
6. โต้งแอบหยิบรองเท้าคูใ่ หม่ของเตย้ ทว่ี างไว้หน้าห้องสมดุ ไป ก. รถยนต์ ข. คอนโดมเิ นียม
แลว้ เอารองเทา้ คเู่ กา่ ของตนเองมาวางไว้แทน โตง้ มคี วามผิด ค. ทองคำแท่ง ง. เครือ่ งคอมพิวเตอร์
ฐานใด 12. หญงิ ตกลงขายรถยนตใ์ หบ้ อยในราคา 400,000 บาท โดยทั้งสอง
ก. ลกั ทรัพย์ ข. ชงิ ทรัพย์ ใหส้ ญั ญาปากเปลา่ ต่อมาหญิงเปลย่ี นใจไมย่ อมขายรถ บอย
ค. ว่งิ ราวทรัพย์ ง. ยักยอกทรัพย์ สามารถฟ้องร้องต่อศาลได้หรอื ไม่ เพราะเหตุใด
7. นภิ าทำสญั ญาเชา่ หอ้ งแถวของกล้าหาญ 1 ห้อง เปน็ เวลา ก. ได้ เพราะหญิงผิดสัญญา
3 ปี โดยทำสญั ญาเชา่ กนั เอง มนี วลและฟา้ เปน็ พยาน ข. ได้ เพราะเปน็ ความผดิ ทางแพง่
แต่เม่อื เวลาผา่ นไป 2 ปี นภิ าไม่ชำระคา่ เชา่ หอ้ งให้กล้าหาญอีก ค. ไมไ่ ด้ เพราะไม่ไดท้ ำสัญญาซอ้ื ขายกันไว้
เลย กลา้ หาญสามารถบอกเลกิ สญั ญาไดห้ รอื ไม่ ง. ไม่ได้ เพราะราคาซอื้ ขายตำ่ กวา่ ที่กฎหมายกำหนด
13. การเชา่ ทรัพยส์ ินในขอ้ ใดตอ้ งมีการทำหลักฐานเปน็ หนงั สือ 17. สันต์เชา่ ซ้อื รถจักรยานยนต์จากรา้ นนายชัยเป็นเงิน
ลงลายมือชือ่ ผ้ตู อ้ งรบั ผดิ 5,000 บาท โดยทำสัญญาชำระ 10 งวด งวดละ 500 บาท แต่
ก. รถจักรยาน สนั ตช์ ำระเงนิ ไปเพยี ง 8 งวด ไมช่ ำระงวดท่ี 9 และ 10 นายชยั
ข. ทีน่ าปลกู ข้าว จงึ บอกเลกิ สญั ญา และริบเงินทชี่ ำระมาแล้วทง้ั หมด การกระทำ
ค. เครือ่ งคอมพิวเตอร์ ของนายชัยสามารถทำไดห้ รือไม่ เพราะเหตุใด
ง. ช้างสำหรับเป็นพาหนะ ก. ได้ เพราะสันตผ์ ดิ สญั ญาเชา่ ซอ้ื โดยผิดนดั ไมช่ ำระเงนิ
14. การทำหลกั ฐานในการกู้ยืมกอ่ ให้เกดิ ผลดอี ย่างไร 2 งวดตดิ กัน
ก. ชว่ ยใหก้ ารก้ยู มื เงินสะดวกรวดเรว็ ข. ได้ เพราะรถจักรยานยนต์ของนายชัยเปน็ รา้ นท่ีถกู ต้อง
ข. ชว่ ยให้ฟ้องร้องบงั คบั คดีกนั ได้หากมกี ารบิดพล้วิ ตามกฎหมาย
ค. เป็นหลักฐานทส่ี ามารถนำไปแสดงหักลดหยอ่ นภาษีได้ ค. ไมไ่ ด้ เพราะเงนิ ของนายสันตท์ ส่ี ง่ ไปใหน้ ายชัยจำนวน
ง. เปน็ หลกั ประกนั ว่าผใู้ หก้ จู้ ะได้รบั เงนิ คืนครบถว้ น
8 งวดนน้ั ถือเป็นกรรมสิทธ์ขิ องนายสันต์
อย่างแน่นอน ง. ไม่ได้ เพราะได้ทำสญั ญาเช่าซ้ือถกู ตอ้ งแล้ว นายชยั
15. ข้อใดเรยี งลำดบั โทษทางอาญาจากหนักไปเบาไดถ้ ูกต้อง ตอ้ งรอให้นายสันต์ชำระเงินงวดท่ี 9 และ 10 กอ่ น
ก. ประหารชวี ติ จำคกุ กกั ขัง ปรบั ริบทรัพยส์ นิ 18. ขอ้ ใดตอ่ ไปน้คี ือลักษณะทสี่ ำคญั ของกฎหมายอาญา
ข. ประหารชวี ติ กักขัง จำคุก ปรบั รบิ ทรพั ยส์ ิน ก. เปน็ กฎหมายทไ่ี มม่ บี ทกำหนดโทษ
ค. ประหารชวี ิต จำคุก กักขงั ริบทรพั ยส์ ิน ปรับ ข. เป็นกฎหมายทกี่ ำหนดความผดิ ไวโ้ ดยชดั แจง้
ง. ประหารชวี ิต กักขงั จำคกุ ริบทรพั ยส์ นิ ปรบั ค. เปน็ กฎหมายทก่ี ำหนด ใหค้ วามผดิ มีผลยอ้ นหลังได้
16. นายยศยิงปืนเข้าไปในรถโดยสารประจำทาง กระสุนปืนไปถูก ง. เป็นกฎหมายที่ค้มุ ครองสทิ ธแิ ละหน้าทีข่ องบุคคล
นางนอ้ ยถึงแก่ความตาย นายยศมีความผดิ ฐานใด โดยทว่ั ไป
ก. ฆ่าคนตายโดยเจตนา 19. ข้อใดเปน็ ลกั ษณะของการกระทำผิดโดยประมาท
ข. ฆา่ คนตายโดยประมาท ก. ชายเอาไมต้ หี วั เพื่อนเพราะโมโห
ค. ฆา่ คนตายโดยไมเ่ จตนา ข. วนิ แอบขโมยรถจกั รยานท่ีจอดไว้ไปขี่เล่น
ง. ฆา่ คนตายโดยไตรต่ รองไวก้ ่อน ค. ออ๊ ดขบั รถด้วยความคกึ คะนองจงึ ชนคนทกี่ ำลงั ขา้ มถนน
ง. แดงมอี าชพี ขายแผ่นดวี ดี ีภาพยนตร์เถือ่ น เพราะรายได้ดี
20. นกโกรธนิดทีไ่ ม่ยอมใหย้ มื เงนิ จงึ เอายาพิษใส่ในนำ้ ใหน้ ดิ ดมื่ กรณี
น้ีนกจะมคี วามผิดฐานใด
ก. ความผิดฐานเจตนาฆ่า
ข. ความผดิ ฐานพยายามฆ่า
ค. ความผดิ ฐานประมาทฆา่
ง.ความผดิ ฐานประสงค์ในการฆา่
เฉลย
1. ค 2. ข 3. ข 4. ค 5. ก 6. ก 7. ค 8. ข 9. ก 10. ง
11. ข 12. ค 13. ข 14. ข 15. ก 16. ก 17. ก 18. ข 19. ค 20. ข
แบบประเมนิ คุณลักษณะท่ีพึงประสงคข์ องนักเรยี น
ประกอบหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 แผนการเรยี นรทู้ ่ี 1
คำชี้แจง ครสู งั เกตพฤตกิ รรมการเรียน และการปฏิบตั ิงานของนักเรียน แล้วขีด / ให้คะแนนลงในช่อง ท่ีตรง
กบั พฤตกิ รรมของนักเรียน
คณุ ลักษณะทปี่ ระเมิน
ความสนใจ ความ ความมี ความรบั ผิด การตรงต่อ สรปุ ผล
และ ซื่อสัตย์ ระเบยี บ ชอบ เวลาในการ การประเมนิ
เลขท่ี ใฝ่รู้ ตอ่ งาน ทำงาน
ใฝ่เรยี น
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 ผ่าน/ไม่
ผ่าน
1 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
2 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
3✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผา่ น
4 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
5✓ ✓✓ ✓✓ 13 ผ่าน
6✓ ✓ ✓ ✓✓ 14 ผ่าน
7 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
8✓ ✓ ✓ ✓✓ 14 ผา่ น
9 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
10 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผา่ น
11 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
12 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
13 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน
14 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
15 ✓ ✓ ✓ ✓✓ 14 ผ่าน
16 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
17 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 13 ผา่ น
18 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
19 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
20 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผ่าน
คณุ ลักษณะทป่ี ระเมนิ
ความสนใจ ความ ความมี ความรับผิด การตรงต่อ สรปุ ผล
และ ซอ่ื สตั ย์ ระเบียบ ชอบ เวลาในการ การประเมิน
เลขที่ ใฝร่ ู้ ต่องาน ทำงาน
ใฝเ่ รยี น
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15 ผา่ น/ไม่
ผ่าน
21 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
22 ✓ ✓✓ ✓ ✓ 13 ผ่าน
23 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
24 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
25 ✓ ✓ ✓ ✓✓ 14 ผา่ น
26 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
27 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
28 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
29 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผ่าน
30 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 14 ผา่ น
31 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
32 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ 15 ผา่ น
เกณฑ์การประเมิน ผูท้ ี่ผา่ นเกณฑป์ ระเมินตอ้ งได้คะแนน 12 คะแนนขนึ้ ไป ถือวา่ ผา่ น
ลงชือ่ ผปู้ ระเมิน
(…………........…………………………………..)
แบบสังเกตพฤตกิ รรมนกั เรยี นรายบุคคล
ชือ่ ชัน้ เลขท่ี
คำชแี้ จง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนนที่กำหนด
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
321
1 การแสดงความคิดเหน็
2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื
3 การทำงานตามหน้าที่ท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4 ความมนี ้ำใจ
5 การตรงต่อเวลา
รวม
ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมนิ
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั
เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
12 - 15 ดี
8 - 11 พอใช้
ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรุง
แบบแสดงความคิดเหน็ ของผู้ทรงคณุ วฒุ ิท่ีมตี อ่ แบบทดสอบการประเมินผลตามจุดประสงค์
คำช้ีแจง ขอให้ท่านผู้เช่ียวชาญได้กรุณาแสดงความคิดเห็นของท่านที่มีต่อแบบทดสอบการประเมินผลตาม
จดุ ประสงค์ โดยใส่เคร่ืองหมาย ( ✓) ลงในช่องความคิดเหน็ ของท่านพรอ้ มเขียนข้อเสนอแนะท่ีเป็นประโยชน์ใน
การนำไปพจิ ารณาปรับปรุงตอ่ ไป
+1 คอื แนใ่ จ ว่าข้อสอบนั้นสอดคล้องกบั ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้/วตั ถปุ ระสงค์ทีก่ ำหนด
0 คือ ไมแ่ น่ใจ ว่าข้อสอบนั้นสอดคลอ้ งกบั ตัวชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้/วตั ถปุ ระสงค์ที่กำหนด
-1 คือ แนใ่ จ วา่ ข้อสอบนนั้ ไมส่ อดคล้องกบั ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้/วัตถปุ ระสงค์ทก่ี ำหนด
รายการขอความคดิ เห็น ความคิดเหน็ ข้อเสนอแนะ
ไม่
1. ความสอดคล้องเหมาะสมกับหลกั สตู ร
2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาติวิชา เหมาะสม ไมแ่ นใ่ จ เหมาะสม
3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวยั ของผู้เรยี น
4. ความสอดคล้องเหมาะสมกับสภาพปัจจบุ นั และ 1 0 -1
ปญั หา
5. ความเหมาะสมต่อกระบวนการพัฒนาผูเ้ รียน
6. ความเหมาะสมของเน้อื หา
7. ความเหมาะสมของขนาดตัวอกั ษร
8. ความเหมาะสมของการใช้ภาษา
9.ความเหมาะสมกับความสนใจของนักเรียน
10.ความเหมาะสมของรปู แบบ
ขอแสดงความขอบคุณอย่างยิ่ง
............................................
(..............................................)
ตารางวเิ คราะหค์ วามสอดคล้องของข้อสอบกบั ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้/วัตถปุ ระสงค์
วชิ า....................................................................
คะแนนความเห็นของ สรุปผล
ตัวชว้ี ดั / ขอ้ สอบข้อท่ี ผู้เช่ียวชาญ รวม IOC
ผลการเรียนรู้ คนท1ี่ คนท2่ี คนท3ี่
9.บนั ทกึ หลังจดั การเรียนรู้
9.1 ผลความรทู้ ี่เกิดขึ้นกับนักเรยี น (K) นักเรยี นรอ้ ยละ 82 มีความเข้าใจในบทเรยี นและ
สามารถอธิบายเน้ือหาได้อย่างถกู ต้อง และสามารถส่ือสารไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมท้ังปฏบิ ัติกิจกรรมตาม
เนอ้ื หาการเรียนรู้ที่กำหนดใหไ้ ด้อยา่ งถกู ต้อง
9.2 กระบวนการ/สมรรถนะ (P) นักเรียนร้อยละ 85 มคี วามสามารถในการเรียนรู้
บทเรยี นและสามาถสร้างแนวคดิ จากกระบวนการสอนมาเป็นความเขา้ ใจของตนเองได้อย่างดี มที กั ษะการคิด
วิเคราะหท์ ด่ี ี และสังเคราะหค์ วามคิดจากความเข้าใจของตนเองได้
9.3 คุณลักษณะทพี่ ึงประสงคข์ องนักเรยี น (A) นกั เรียนรอ้ ยละ 91 มวี ินัยในการเรียนรู้
มคี วามรบั ผิดชอบในการทำงานรว่ มกนั และงานสว่ นตัวท่ีได้รับมอบหมายจากครผู ู้สอนจนสำเร็จ
ลงชื่อ.............................................
(นางสาวนำ้ ฝน ทองเกตุ)
ครผู ูส้ อน