คู่มือความปลอดภย ัในการใชส ้ ารเคม ี
สารเคมี คือ สารอนินทรีย ์ หรือสารอินทรีย ์ ที่ท่านสารมารถระบุโมเลกลุสารได ้ อาจจะปะปนอย๋ใูน ธรรมชาติหรือถูกสังเคราะห ์ ข้ึนจากปฏิกริยาต่างๆได ้ สารเคมีจะมีสถานะอยู่3 สถานะไดแ ้ ก่ของแขง ็ ของเหลวและก ๊ าซ หรือพลาสมา สามารถเปลี่ยนสถานนะ ได ้ เมื่ออยใู่นสภาวะหรือเงื่อนไขเปลี่ยนไป สารเคมีอันตราย สารที่อาจก่อใหเ ้ กิดอนัตรายต่อสิ่งมีชีวติและทรัพยส ์ินได ้ ซ่ึงอาจก่อใหเ ้ กิดการกดักร่อน เกิดการเผาไหมห ้ รือลุกติดไฟ การระเบิด การออกซิไดซ ์ หรือเกิดปฏิกริยากบัน้า สารเคมีอันตรายคือ ธาตุหรือสารประกอบ ที่มีคุณสมบตัิเป็ นพิษ หรือเป็ นอนัตรายต่อมนุษย ์ พืชสัตว ์ และ ทา ใหท ้ รัพยส ์ินและสิ่งแวดลอ ้ มเสื่อมโทรม สารเคมี ??? สารเคมีอันตราย ???
เราจะทราบได้ไงว่าอันไหนเป็ นสารเคมีอันตราย??? สามารถสังเกตได้จากเครื่องหมายหรือบนฉลาก ซึ่งจะใช้เป็ นสากลติดบนภาชนะบรรจุ ถังเหล็ก แทงก ์ หรือ ป้ ายที่ติดบนรถยนต์หรือรถบรรทุก ลักษณะต่างๆของสารเคมี แบ่งเป็ น 7 ชนิด ได้แก่ 1. ฝุ่น ( DUST ) หมายถึง สารเคมีที่เป็ นอนุภาคของแขง ็ ขนาดเลก ็ เกิดจากการที่ของแขง ็ ถูกบดตีกระทบกระแทกเช่น ฝ่นุของหิน ฝ่นุทรายฝ่นุผงถ่าน ฝ่นุโลหะต่างๆแบ่งเป็ น 2 ชนิด 1.1ฝุ่ นที่สามารถเขา ้สู่ระบบทางเดินหายใจได ้(Respirable Dust) มีขนาดเลก ็ กวา่10ไมครอน 1.2 ฝุ่ นที่ไม่สามารถเขา ้สู่ระบบทางเดินหายใจได ้(Non-Respirable Dust) มีขนาดใหญ่กวา่10 ไมครอนข้ึนไป อันตรายจากสิ่งแวดล้อมทางเคมี
2. ฟูม ( FUME ) หมายถึงอนุภาคที่เป็ นของแขง ็ มีขนาดเลก ็ มากโดยทวั่ ไปจะมีขนาดเลก ็ กวา่1.0ไมครอน เกิดจาก การควบแน่นของไอโลหะเมื่อไดร ้ับความร ้ อนจนหลอมเหลวเช่น ฟูมของตะกวั่เหลก ็ สังกะสีเป็ นตน ้ เนื่องจากมีขนาดที่เลก ็ มากจึงมีโอกาสที่จะเป็ นอนัตรายต่อสูง 3. ละออง (MIST ) หมายถึงอนุภาคของของเหลวที่มีขนาดไม่เกิน 10ไมครอน ที่แขวนลอยอยใู่นอากาศเกิดจากการที่ ของเหลว เมื่อไดร ้ับแรงกดดนัจนเกิดการแตกตวัเป็ นอนุภาคเช่น การพ่นยาฆ่าแมลง พ่นสีสเปรย ์ 4. ไอระเหย ( VAPOR ) หมายถึง ภาวะของสารที่เป็ นของเหลวหรือของแขง ็ ที่มีอุณหภูมิและความกดดนั ปกติเช่น ไอสาร ของลูกเหม็น เบนซิน เป็ นต้น 5. ก๊าซ ( GAS) หมายถึง ของไหล ที่มีรูปร่างไม่แน่นอน สามารถเปลี่ยนเป็ นของแขง ็ หรือเหลวไดโ้ ดยการเปลี่ยน อุณหภูมิหรือความดนัเช่น ก ๊ าซหุง ้ ตม ้ 6. ควัน ( SMOKE ) หมายถึงอนุภาคเลก ็ ละเอียดที่ลอยอยใู่นอากาศ มีขนาดเลก ็ กวา่1.0ไมครอน ซี่งเกิดจากการเผาไหม ้ ที่ไม่สมบูรณ ์ ของวตัถุที่มีคาร ์ บอนเป็ นองคป์ ระกอบ เช่น ถ่านหิน น้า มนัเป็ นตน ้ 7. ของเหลว ( LIQUID ) หมายถึงของเหลวที่มีรูปร่างไม่แน่นอน เช่น สารตวัทา ละลาย(SOLVENT ) ต่างๆเป็ นคน
สารเคมเ ี ข ้ าส ู่ร ่ างกายได ้ อย ่ างไร??? การเข ้ าส ู่ร ่ างกายของสารเคม ี 1. ทางการหายใจ ( Inhalation) การหายใจเป็ นทางเขา ้สู่ร่างกาย ที่สา คญัที่สุด สารจะปนเป้ือนกบัอากาศ เขา ้สู่ปอด เมื่อมีการแลกเปลี่นยก ๊ าซทีปอด สารเคมีจะตกคา ้ งอยภู่ายในปอดและ ถูกดูดซึมเขา ้สู่กระแสเลือดแลว ้ไปสู่สมองและไปทา ร ้ ายระบบต่างๆของร่างกาย 2. ดูดซึมผ่านผวิหนัง (หร ื อตา) โดยการสัมผสัหรือจบักนัสารพิษ อาจมีผลกระทบที่ค่อนขา ้ งนอ ้ ยเช่น เป็ น ผื่นแดง หรือรุนแรงมากข้ึน เช่น ทา ลายโครงสร ้ างของผวิหรือทา ให ้ อ่อนเพลียหรืออาจซึมเขา ้สู่กระแสเลือด ทา ลายอวยัวะหรือระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายข้นัรุนแรงและอาจตายได ้ การดูดซึมทางผวิหนงั (Skin)จะ เกิดข้ึนอยา่งรวดเร ็ วเมื่อผิวหนงัมีบาดแผล 3. ทางการกลืนกิน (Ingestion) เกิดข้ึนเมื่อคนงานรับประทานอาหารหรือสูบบุหรี่ดว ้ ยมือที่เป้ือน สารเคมีหรือทานอาหารในพ้ืนที่ท างาน ร่างกาย หายใจ กล ื นกิน ผิวหนัง
อวัยวะเป้าหมาย หากร่างกายได้รับสารเคมี - ตับ -ไต - สมอง - ปอด - หัวใจ ผลของสารเคมท ี ม ี่อ ี นัตรายต ่ อสุขภาพ เมื่อได้รับสารเคมีอันตราย ผลของสารเคมี ที่มีอันตรายต่อ สุขภาพ ระคายเคือง การแพ้ ขาด ออกซิเจน การท างาน ของร่างกาย มะเร็ง ท าลายทารก ในครรภ์ พนัธุกรรม
อันตรายจากสารเคมีเมื่อ สูดดม ระคายเคืองต่อเยอื่บุของจมูก ปากคอและตา น้า มูก น้า ตาไหล มีอาการไอและจาม แน่นหนา ้ อก หายใจลา บาก มีเสียงดงัในปอด หายใจเร ็ ว ปวดศรีษะ ปากและ หน้าจะเขียว มีน้า ลายไหล เดินโซเซ ทรงตวัไม่ดีคลื่นไส้ กลา ้ มเน้ืออ่อนแรง มีน้า ท่วมปวด และเสียชีวติในที่สุด อันตรายจากสารเคมีเมื่อ รับประทาน ระคายเคือง และปวดแสบปวดร้อนที่ปาก ริมฝี ปากและในล าคอ ปวดมากเวลากลืน น้า ลายมากผดิปกติมีแผลในปาก รู้สึกกระหายน้า ในลา คอจะเกิดการบวม ปวดแสบปวดร้อนบริเวณยอดอก และกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อาจจะมีเลือดออหนออกมาดว ้ ยอาจกิดมาจากกระเพราทะลุหรือสารเคมีทา ใหผ ้ นงั กระเพาะแขง ็ ไม่ยดืหยนุ่ ผู้ป่ วยบางรายอาจจะ Shock คือ ชีพจรเบาเร็ว เหงื่อออกมาก มือเท้าเย็น ชัก และอาจเสียชีวิตได้ อันตรายจากสารเคมีเมื่อ สัมผัสผิวหนัง ปวดแสบ ปวดร้อน ผวิหนงัเปลี่ยนสีแดง ตุ่มน้า ลอก ผื่นแดง ผิวหนังลอกจากการท างานกับสารเคมี ตุ่มน า้
อันตรายจากสารเคมีเมื่อ เข้าตา เจบ ็ แสบตา มีน้า ตาไหล เปลือกตาบวมแดงและอาจมีแผลถลอกเกิดข้ึน แกว ้ ตาข่นุทา ใหม ้ องเห ็ นไม่ชดัหรืออาจทา ให ้ รุนแรงถึงข้นัตาบอด เช่น เมทานอลแอมโมเนีย หรือน้า กรดเติมแบตเตอรี่รถยนต ์ โรคพิษสารตะกั่ว อาการเฉียบพลัน ได้รับปริมารมากในช่วงเวลาส้ันๆ จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดทอ ้ งรุนแรงเป็ นช่วงๆ มีอาการของโรคสมอง เช่น ความคิดสับสนกระวนกระวาย นอนไม่หลบัอาจชกัจนหมดสติ อาการ เรื้อรัง ปวดทอ ้ งรุนแรง เป็ นช่วงๆ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการโรคประสาทส่วนรอบอกัเสบ ( ชาปลายมือ ปลายเทา ข้อมือ ้ ข้อเท้าตก ซึม ชัก หมดสติ ) อาการไตอักเสบ อาจพบเส้ นตะกวั่ที่เหงือก โรคพิษตะกั่วแนวเส้ นตะกวั่บริเวณเหงือก (Lead Line) มีลกัษณะเป็ นสีน้า เงิน-ดา จบัอยทู่ ี่ขอบ เหงือกต่อกบั ฟันห่างจากฟันประมาณ 1 มิลลิเมตร พบบ่อยบริเวณฟันหน้ากรามปละฟันกราม
อาการทางระบบทางเดินอาหาร พบไดบ ้ ่อยในผใู้ หญ่โดยเริ่ม จากมีอาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก บางรายมีอาการ ท้องเสีย อาการที่สา คญัคือ ปวดทอ ้ งอยา่งรุนแรงมาก ที่เรียกวา่"โคลิค" เป็ นสาเหตุใหผ ้ ปู้่วยมาโรงพยาบาลผปู้่วยอาจปวดทอ ้ งจนดิ้นตวังอ อาการปวดทอ ้ งน้ีอาจทา ใหแ ้ พทยว ์ นิิจฉยัโรคผดิวา่เป็ นอาการ ปวดท้อง เนื่องจากสาเหตุทางศลัยกรรมได ้ เช่น ไส้ ติ่งอกัเสบ ลักษณะของเดก ็ ที่ไดร ้ับสารตะกวั่เขา ้ไปจา นวนมากจะมีพฒันาการค่อนขา ้ ง ล่าชา ้ กวา่เดก ็ ปกติทวั่ ไป ตวัอยา่งเช่น เดก ็ หญิงวยั2 ขวบ ชาวกะเหรี่ยง สัญชาติไทย ที่อาศยัอยทู่ ี่หมู่บา ้ นคลิต้ีล่างจ.กาญจนบุรี(ดงัรูป) มองดูเผนิๆ กเ ็ หมือนเดก ็ ปกติ ทวั่ ไป แต่ความจริงแลว ้ เดก ็ ยงัเดินและพูดไม่ไดเ ้ ลยแมแ ้ ต่คา เดียวล่าสุดแพทย ์ ชนัสูตรออกมาวา่เป็ นเพราะระหวา่งที่แม่หนูนอ ้ ยคนน้ีอยใู่นครรภม ์ ารดา เธอได้รับ สารตะกวั่เขาไปจ านวนมาก ้ นนั่เอง รถบบรรทุกน้า มนัเกิดเพลิงไหมค้วามร้อนทา ใหท้ ่อ 4 พ.ย. 2534 เพลิงไหม้ ณ คลังสินค้าอันตราย คลอรีนแตกเกิดการรั่วไหลมาบตาพุด ระยอง การท่าเรือฯ คลองเตย ตาย6 เจบ็16 เสียหายกวา่150ลา้นบาท ตว ั อย ่ างผ ้ ู ป่ วยด ้ วยโรคพษ ิ ตะกว ั่
สูดดมสารพิษ 1. เคลื่อนยา ้ ยผปู้่วยไปยงัที่ที่มีอากาศบบริสุทธ์ิทนัที 2. คลายเส้ือผา ้ใหห ้ ลวมควบคุมอุณหภูมิร่างกายของผูป้่วยร ้ อน พยายามเช็ดตัว 3. หากอาการไม่ดีข้ึนใหร ้ีบพาไปพบแพทย ์ รับประทานสารพิษ 1. ยา ้ ยผปู้่วยไปอยใู่นที่ที่อากาศถ่ายเทไดด ้ี 2. เช็ดปากและล้างสารเคมีออกให้หมด 3. หากผปู้่วยไม่รู้สึกตวั ห้าม!!!ใหน ้ ้า หรือสารใดๆทางปาก 4. ถา ้ รู้สึกตวัใหด ้ื่มน้า หรือนม 1-2แกว ้ เพื่อช่วยเจือจาง คลือบและลดการดูดซึมสารพิษในทางเดินอาหาร 5. พยายามทา ใหอ ้ าเจียนโดการใชน ้ ิ้วหรือวสัดุไม่มีคมกดบริเวณโคนลิ้น ขณะที่ท าให้อาเจียน ใหต ้ ะแคงหนา ้ ผปู้่วยเพื่อป้ องกนัการสา ลกั ข้อห้าม!!! ที่ห้ามท าให้ป่ วยอาเจียน 1. หมดสติหรือไม่ค่อยรู้สึกตวั 2. กินสารพิษชนิดกดัเน้ือเช่น กรด-ด่าง 3. กินสารพิษพวกน้า มนั ปิโตรเลียม เช่น น้า มนัก ๊ าด น้า มนัเบนซิน 4. สุขภาพไม่ดีเช่น โรคหวัใจ หรือกา ลงัต้งัครรภ ์ *เมื่อกินสารเคมีเขา้ไป ใหร้ีบดื่มน้า หรือ นมตามเขา้ไป ไม่ควรทา ใหอ้าเจียนเพราะอาจลุกลามไปอวยัวะอื่นๆได้
การสัมผัสสารเคมีทางผิวหนัง 1. ถอดเส้ือผา ้ ถุงเทา ้ รองเทา ้ และเครื่องประดบัที่โดนสารเคมีออก 1. ลา ้ งผวิหนงัดว ้ ยน้า สะอาดเป็ นเวลาอยา่งนอ ้ ย15 นาทีห้าม!!!ขัดถูผิวหนัง 2. ถ้ามีอาการอักเสบให้ใช้ผ้าที่สะอาดปิ ดบาดแผลไว้ 3. ห้าม!!! ทาข้ีผ้งึหรือโรยยาอื่นๆ 4. หากปวดมากใหป้ ระคบดว ้ ยน้า เยน ็ หรือผา ้ เยน ็ 5. ถ้าผู้ป่ วยมีอาการ Shock ใหผ ้ ปู้่วยนอนยกเทา ้สูงกวา่ ระดบัหวัใจแลว ้ รีบนา ส่งรพ. สารเคมีเข้าตา สารเคมีเขา ้ ตาใหล ้ า ้ งดว ้ ยน้า สะอาดทนัทีหา ้ มลา ้ งตาดว ้ ยสารเคมีลา ้ ง นาน 15 นาทีพยายามลืมตาใมนน้า และเปิดเปลือกตาออกเพื่อลา ้ งสารเคมีที่ คา ้ งอยใู่ตเ ้ปลือกตาออกใหห ้ มด จากน้นัจึงไปพบแพทย ์ ขั้นตอนการล้างตา 1. ยกศรีษะใหสู้งข้ึน ใหน ้ ้า ไหลผา่นจากหวัตาไปหางตา 2. ช่วยเปิดเปลือกตาลา ้ งตาอยา่งนอ ้ ย15-20 นาที 3. ปิดดว ้ ยผา ้สะอาด ส่งโรงพยาบาล การควบค ุ มและป้ องกน ั อน ั ตรายจากสารเคม ี SOURCE PATH
การป้องกันจากแหล่งก าเนิด ( SOURCE ) การใชส้ ารเคมีอื่นที่มีพิษนอ ้ ยกวา่แทน เปลี่ยนกระบวนการผลิตใหม่ แยกกระบวนการผลิตที่อนัตรายออกต่างหาก สร ้ างระบบปิดคลุมกระบวนการผลิตหรือแหล่งของสารเคมี ติดต้งัระบบดูดอากาศ/ระบายอากาศ การบา รุงรักษาเครื่องจกัรและอุปกรณ ์ใหอ ้ ยใู่นสภาพดี การป้องกันที่ทางผ่าน ( PATH ) การบ ารุงรักษาสถานที่ท างานให้สะอาดเรียบร้อย การติดต้งัระบบระบายอากาศทวั่ ไป เพิ่มระยะทางระหวา่งแหล่งกา เนิดกบัตวับุคคล การตรวจหาระดับหรือปริมาณของสารเคมี การป้ องกนัท ี่ตวับุคคล( RECEIVER ) ใหก ้ ารอบรมแก่ผปู้ ฏิบตัิงาน ลดชวั่โมงการทา งาน หมุนเวียน/สับเปลี่ยนหน้าที่การท างาน ท างานในห้องควบคุมเป็ นพิเศษ การตรวจสุขภาพผปู้ ฏิบตัิงานก่อนเขา ้ ทา งาน ใชอ ุ้ปกรณ ์ป้ องกนัอนัตรายส่วนบุคคล ติดต้งัก ๊ อกน้า ผกับวัและอุปกรณ ์ปฐมพยาบาล
จัดใหผ ้ ปู้ ฏิบตัิงานใส่ตามความจา เป็ น ดูแลรักษาใหอ ้ ยใู่นลลกัษณะเรียบร ้ อยพร ้ อมใช ้ จดัใหม ้ีการฝึกอบรมการใชง ้ านอยา่งละเอียด สวมใส่ตลอดเวลาการสัมผสั หลกัการเล ื อกใช ้ อุปกรณ ์ป้ องกนั การเลือกใชอ ุ้ปกรณ ์ป้ องกนัตอ ้ งพิจารณาจากทางเขา ้สู่ร่างกายของสารเคมีแบ่งออกเป็ น 4 ทางไดแ ้ ก่ 1. การป้องกันทางเดินหายใจ หน้ากากชนิดกรองอากาศ APR (Air-Purified Respirator) FF-Respirator (Full Face) HF-Respirator (Half Face) หนา้กากเตม็ใบ ป้องกนัได้50 เท่า หนา้กากคร่ึงหนา้ ป้องกนัได้20 เท่า ชนิดมีอากาศในตัว SAR (Supplied Air Respirator) SCBA (Self Contained Breathing Apparatus) เป็ นถังแบกติดตัว Air Line Respirator เป็นท่ออากาศ SCBA บรรจุอากาศ300 เท่าบรรยากาศใชไ้ดน้าน 30 นาที อ ุ ปกรณ ์ป้ องกน ั อต ั รายส ่ วนบ ุ คคล( PPE )
2. การป้องกันผิวหนัง ชุดป้องกนัสารเคมีแบบแคบซูลหรือชุดหมี รองเท้าบู๊ทชนิดต้านสารเคมี เอี๊ยมกนัเป้ือนชนิดยาง ถุงมือกนัสารเคมี 3. การป้องกันดวงตา CHEMICAL & IMPACT GOGGLE FF-Respirator (Full Face) อ่างส าหรับล้างตา
สิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อมีการท างานกับสารเคมี อ่านฉลากขา ้ งภาชนะบรรจุและ MSDS ก่อนเริ่มงาน ใช้ PPE ที่เหมาะสมและถูกตอ ้ ง ใส่ตลอดระยะเวลา ปฏิบตัิตามระเบียบความปลอดภยัอยา่งเคร่งครัด หลงัจากทา งานกบัสารเคมีทา ความสะอาดอุปกรณ ์ป้ องกนัอนัตรายส่วนบุคคลและเส้ือผา ้ใหส้ ะอาด ทันทีในที่ท างาน อาบน้า เปลี่ยนเส้ือผา ้ใหม่หลงัจากทา งานกบัสารเคมี ถา ้ รู้สึกมึนงง หายใจไม่สะดวกใหอ ้ อกจากที่น้นัทนัที สิ่งที่ห้าม!!!ปฏิบัติเมื่อมีการท างานกับสารเคมี หา ้ มเปิดฝาภาชนะบรรจุสารเคมีทิ้งไวเ ้ มื่อไม่ใชง ้ าน ห้ามใช้ปากดูดสารเคมีอยา่สูดไอระเหยของสารเคมี อยา่ผสมสารเคมีเขา ้ ดว ้ ยกนัถา ้ไม่รู้ จริงอยา่เทน้า ลงกรด อยา่ดื่มน้า รับประทานอาหาร สูบบุหรี่ขณะปฏิบัติงาน อยา่เกบ ็ สารเคมีที่ทา ปฏิกิริยากนัไวใ้ กลก ้ นั อยา่ขา ้ มข้นัตอนการทา งาน ไม่สวมอุปกรณ ์ป้ องกนัอนัตรายทุกคร้ังที่ปฏิบัติงาน การป้องกันอันตรายจากสารเคมี ไม่สัมผสัภาชนะบรรจุที่ชา รุดหรือ อยา่เขา้ใกลแ้นวก้นัเขตอนัตราย อยเู่หนือลมหรือที่สูงหรืออกจากบริเวณที่ สังเกตจากแถบเหลือง- ด า หรือแถบขาว-แดง เกิดเหตุทนัทีหากเห็นวา่ ไม่ปลอดภยั การปฏ ิ บต ัิ งานกบ ั สารเคม ี อยา ่ งปลอดภย ั
เอกสารก ากับสารเคมี MSDS ( Material Safety Data Sheet ) หรือ SDS คือ เอกสารแสดงข้อมูลสารเคมี ซึ่ง MSDS จะแสดงถ ึ งคุณสมบตัิของสาร ท้งัเคมีกายภาพ และ ชีวภาพรวมถ ึ งมาตรการความปลอดภยัต่างๆ ซ่ึ งใน MSDS จะประกอบไปด้วย 1. ขอ ้ มูลเกี่ยวกบัสารเคมีและบริษทัผผู้ ลิตและจดัจา หน่าย 9. สมบัติทางเคมีและกายภาพ 2. องคป์ ระกอบ/ขอ ้ มูลเกี่ยวกบัส่วนผสม 10 .ความสเถียรและความวอ่งไวต่อปฏิกริยา 3. ขอ ้ มูลเกี่ยวกบัอนัตราย 11. ข้อมูลทางพิษวิทยา 4. มาตรการปฐมพยาบาล 12. ข้อมูลเชิงนิเวศน์ 5. มาตรการการผจญเพลิง 13. มาตรการการกา จดั 6. มาตรการเมื่อมีการปล่อยสารโดยอุบตัิเหตุ14.ขอ ้ มูลการขนส่ง 7. การจดัการและการเกบ ็ รักษา 15. ขอ ้ มูลเกี่ยวกบัขอ ้ กา หนด 8. การควบคุมการสัมผัสสาร 16. ข้อมูลอื่น หลักการจัดเก็บสารเคมีเฉพาะ สารพิษ แยกสารพิษออกจากสารเคมีอื่น ติดป้าย สารกัดกร่อน เกบ ็ ขวดใหญ่ในช้นัวางล่าง แยกกรดกบัด่างและโลหะออกจากกนั แยกกรดออกจากสารเคมีที่ใหส้ ารพิษ เช่น sodium cyanide แยกกรดออกซิไดซ์ ออกจากกรดอินทรีย์ และวัสดุไวไฟ เกบ ็ ในถาดที่ทนกดักร่อน
กรณีสารเคมีหกรั่วไหลเล็กน้อย ใหผ ้ ปู้ ระสบเหตุเขา ้ ทา การแกไ้ ขทนัทีโดย 1. ใชเ ้ศษผา ้ หรือวสัดุดูดซบัสารเคมีดูดซบัสารเคมีที่หกรั่วไหล 2. ท าความบริเวณที่สารเคมีหก 3. วสัดุดูดซบัหรืออุปกรณ ์ ที่นา มาใชใ้ นการระงบัเหตุใหท ้ ิ้งลงขยะอนัตรายเพื่อนา ไปกา จดัต่อไป 4. รายงานหัวหน้างานให้รับทราบ หัวหน้างานและพนักงานผู้ประสบเหตุ/ผู้รับผดิชอบพ ื น้ทที่มี่กีารหกรั่วไหล ทา การประชุมหา มาตรการป้องกันเพื่อมิให้เกิดซ ้าอีก กรณีสารเคมีหกรั่วไหลปริมาณมาก ใหพ ้ นกังานปฏิบตัิตามแผนฉุกเฉินสารเคมีหกรั่วไหลโดยมีข้นัตอนดงัน้ี 1. พนกังานที่พบเหตุสารเคมีหกรั่วไหล ตะโกนบอกเพื่อนร่วมงานที่อยใู่กล้และดา เนินการแจง้หวัหนา้งานและจป.วิชาชีพ ในทันทีฃ 2. หวัหนา้งาน/จป.วชิาชีพตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ 3. หวัหนา้งาน/ผทู้ี่ไดร้ับมอบหมายทา การปิดก้นัพ้ืนที่ผไู้ม่เกี่ยวขอ้งออกจากพ้ืนที่โดยด่วน 4. ค้นหาผู้ได้รับอุบัติเหตุ 5. แจง้พยาบาลประจา บริษทัเพื่อปฐมพยาบาลและนา คนป่วยส่งโรงพยาบาล 6. ทีมระงบัเหตุฉุกเฉินทางสารเคมีทา การสวมใส่อุปกรณ์PPE และท าการระงับเหตุ 1. ให้แจ้งหัวหน้าแผนกและจป. 1. จป.วิชาชีพแจ้งประชาสัมพนัธ์และขอความช่วยเหลือไป - หัวหน้างาน -ผจก. ฝ่ าย ยังหน่วยงานราชการ - จป. 2. จป.วิชาชีพ/หัวหน้างานทา การปิดก้นัไม่ใหส้ารเคมี 2. ประชุมสรุปรายงาน รั่วไหลไปยงัชุมชนใกลเ้คียง 3. จป.วิชาชีพ/หัวหน้างาน/ผจก.ฝ่ ายประชุมสรุปรายงาน ขั้นตอนการด าเนินการเมื่อสารเคมีหกรั่วไหล ถ้าควบคุมสถานการณ์ได้ ถ้าควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
GHS (Globally Harmonized System of Classification and Labeling of Chemical) GHS คือ ระบบการจดักลุ่มสารเคมีการติดฉลากและการแสดงรายละเอียดบนเอกสารขอ ้ มูลความ ปลอดภัย (Safety Data Sheet : SDS) เพื่อใหแ ้ ต่ละประเทศสามารถสื่อสารและเขา ้ใจขอ ้ มูลที่เกี่ยวขอ ้ งกบั อนัตรายที่เกิดจากสารเคมีในทิศทางเดียวกนัซ่ึงจะช่วยลดความซ้า ซอ ้ นและค่าใชจ ้่ายในการทดสอบและ ประเมินสารเคมีตลอดจนสร ้ างความเชื่อมนั่วา่การใชส้ ารเคมีแต่ละประเภทจะถูกตอ ้ งตามวตัถุประสงค ์ โดยไม่เกิดผลเสียหรืออนัตรายต่อสุขภาพมนุษยแ ์ ละสิ่งแวดลอ ้ มแต่อยา่งใด สัญลักษณ์และความหมายของระบบ GHS การจา แนกและการต ิ ดฉลากสารเคม ี ท ี่เป็ นระบบเด ี ยวกนัทวั่โลก