The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ภูมิปัญญาไทยเรื่อง การแต่งกาย4ภาค

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-02-02 08:33:24

ภูมิปัญญาไทยเรื่อง การแต่งกาย4ภาค

ภูมิปัญญาไทยเรื่อง การแต่งกาย4ภาค

บนั ทึกภูมิปญั ญาไทยเร่ือง การแตง่ กาย4ภาค
วิชา ส32104 ประวตั ิศาสตร์4
สมาชิก

1.นางสาว ศศิธร จนั ทร์สุภา เลขท่ี 16
2.นางสาว สุพิชญา กาเนิดชาติ เลขท่ี 21
3.นางสาว ธญั ญารตั น์ บอ่ ทนคา เลขท่ี 25
4.นางสาว พชั ราพร รตั นวงค์ เลขท่ี40

ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/3
โรงเรียนภาชี “สุนทรวิทยานุกูล”
อาเภอ ภาชี จงั หวดั พระนครศรีอยุธยา
สานักงานพ้ืนท่ีการศึกษามธั ยมศึกษาพระนครศรีอยุธยา

1.จดั เป็นภูมิปัญญาสาขา
-ศิลปะและวฒั นธรรม

2.ลกั ษณะเดน่ ของภูมิปัญญา
-ประเทศไทยแบง่ ออกเป็น4 ภาค คือ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้
และภาคกลาง เคร่ืองแตง่ กายของแตล่ ะภาค มีความงดงามและแสดงถึง
เอกลกั ษณข์ องภาคนั้นๆ

3.ความสาคญั ของภูมิปัญญา “การแตง่ กาย4ภาค”ตอ่ ชุมชม
-เป็นปัจจยั หน่ึงท่ีมนุษยใ์ หค้ วามสาคญั มีการประดิษฐ์ ดดั แปลง ใหด้ ูสวยงามมากย่ิงข้ึน
ไมว่ า่ หญิงหรือชายมีความคิดสุนทรียใ์ นการออกแบบ ตามความนิยมในแตล่ ะยุคสมยั

4.แนวทางการอนุรักษ์ ภูมิปัญญา “การแตง่ กาย4ภาค”

1.การจดั นิทศั น์การภายในโรงเรียนเก่ียวกบั การแตง่ กายและวฒั นธรรมประจาภาคและ
การจดั นิทศั นก์ ารภายในชุมชน
2. ร่วมอนุรักษแ์ ละเผยแพร่วฒั นธรรมการแตง่ กายดว้ ยผา้ ไทยใหค้ งอยูส่ ืบไป
3. เพ่ือสง่ เสริมใหต้ ระหนักในคุณคา่ และรักวฒั นธรรมไทย

การแตง่ กายแตล่ ะภาค

วฒั นธรรมของภาคเหนือ

การแตง่ กายพ้ืนเมืองของภาคเหนือมีลกั ษณะแตกตา่ งกนั ไปตามเช้ือชาติ
ของกลุม่ ชนคนเมือง เน่ืองจากผูค้ นหลากหลายชาติพนั ธุอ์ าศยั อยูใ่ นพ้ืนท่ีซ่ึง
บง่ บอกเอกลกั ษณข์ องแตล่ ะพ้ืนถ่ิน

การแตง่ กายของภาคเหนือ

สาหรับหญิง
ชาวเหนือจะนุ่งผา้ ซ่ิน หรือผา้ ถุง มีความยาวเกือบถึงตาตุม่
ซ่ึงนิยมนุ่งทง้ั สาวและคนแกผ่ า้ ถุงจะมีความประณีต งดงาม ตีนซ่ินจะมีลวดลาย
งดงาม สว่ นเส้ือจะเป็นเส้ือคอกลม มีสีสนั ลวดลายสวยงาม อาจหม่ สไบทบั และ
เกลา้ ผม
สว่ นผูช้ าย
นิยมนุ่งกางเกงขายาวลกั ษณะแบบกางเกงขายาวแบบ 3 สว่ น
เรียกติดปากวา่ "เต่ียว" "เต่ียวสะดอ" หรือ "เต่ียวก"ี ทาจากผา้ ฝ้าย ยอ้ มสีน้าเงิน
หรือสีดา และสวมเส้ือผา้ ฝ้ายคอกลมแขนสนั้ แบบผา่ อก กระดุม 5 เม็ด สีน้าเงิน
หรือสีดา ท่ีเรียกวา่ เส้ือมอ่ ฮอ่ ม

วฒั นธรรมของภาคกลาง

ตามธรรมดาคนไทยสมยั โบราณ ไมน่ ิยมสวมเส้ือผา้ แมแ้ ตเ่ วลา
เขา้ เฝ้าพระเจา้ อยูห่ วั จึงประกาศใหข้ า้ ราชการสวมเส้ือเขา้ เฝ้า ในสมยั รชั กาลท่ี 4
ทรงสนับสนุนใหม้ ีการศึกษาภาษาองั กฤษ และวฒั นธรรมตะวนั ตกข้ึนในราช
สานัก จึงเกิดการเปล่ียนแปลงเคร่ืองแตง่ กายสตรีโดย
ผูห้ ญิง
ผมเลิกไวผ้ มปีก หนั มาไวผ้ มยาวประบา่
การแตง่ กาย นุ่งผา้ ลายโจงกระเบน เส้ือผา่ อก แขนยาว หม่ แพร
จีบตามขวาง สไบเฉียงทาบบนเส้ืออีกชน้ั หน่ึง ถา้ อยูบ่ า้ นหม่ สไบไมส่ วมเส้ือ
เม่ือมีงานพิธีจึงนุ่งหม่ ตาด
เคร่ืองประดบั สรอ้ ยคอ สรอ้ ยตวั สรอ้ ยขอ้ มือ กาไล แหวน เข็มขดั
ผูช้ าย
ผมเลิกไวท้ รงมหาดไทย หนั มาไวผ้ มยาวทง้ั ศีรษะ ผมรองทรง
พระมหากษตั ริย์ และพวกราชทูตไทยจะแตง่ ตวั แบบฝร่งั คือ สวมกางเกง
ใสเ่ ส้ือนอกคอเปิด สวมรองเทา้ คทั ช

ลกั ษณะการแตง่ กาย การแตง่ กายภาคกลาง

ผูห้ ญิง
สมยั กอ่ นการเปล่ียนแปลงระบอบการปกครอง นิยมสวมใสผ่ า้ ซ่ิน
ยาวคร่ึงแขง้ หม่ สไบเฉียงตาม สมยั อยุธยาทรง ผมเกลา้ เป็นมวย
และสวมใสเ่ คร่ืองประดบั เพ่ือความสวยงาม

ผูช้ าย
สมยั กอ่ นการเปล่ียนแปลงระบอบการปกครอง นิยมสวมใสโ่ จง
กระเบนสวมเส้ือสีขาวติดกระดุม 5 เม็ด ท่ีเรียกวา่ "ราชประแตน"
ไวผ้ มสน้ั ขา้ งๆ ตดั เกรียนถึงหนงั ศีรษะขา้ งบนหวีแสกกลาง

วฒั นธรรมของภาคใต้

การแตง่ กายของคนภาคใตน้ ้ันเป็นการแตง่ กายท่ีไมเ่ หมือนกบั
ภาคอ่ืน เพราะการแตง่ กายชาวภาคใตใ้ ชผ้ า้ หลายรูปแบบทงั้ ผา้ ฝ้าย
ผา้ แพร ผา้ เขียนลายเทียน ผา้ มดั ยอ้ ม แตผ่ า้ ท่ีมีช่ือท่ีสุดของภาคใตค้ ือผา้ ยก
เป็นผา้ ท่ีมีช่ือเสียงเป็นอยา่ งมากแตช่ าวบา้ นทว่ั ไปแบบเดิมนุ่งผา้
คลา้ ยผา้ ขาวมา้ มีสีแดง การนุ่งผา้ ปาเตะ๊ หรือบาติกท่ีมีลวดลายสีสนั หลากหลาย
เป็นความนิยมในชว่ งหลงั จากการรบั อิทธิพลของผา้ มาเลเซีย
และอินโดนีเซีย ชาวไทยมุสลิมภาคใตน้ ิยมนุ่งโสร่งท่ีมีความคลา้ ยกบั
ผา้ ขาวมา้ ของทางภาคอีสาน ผูช้ ายสว่ นใหญจ่ ะนิยมนุ่งผา้ โสร่งแตผ่ ูห้ ญิง
จะนุ่งผา้ ปาเตะ๊ หรือผา้ บาติก ผา้ ท่ีมีช่ือเสียงของภาคใตค้ ือ ผา้ ยกเมือง
นครศรีธรรมราชผา้ ทอเกาะยอผา้ ทอนาหม่ืนสีผา้ ทอพุมเรียง
ผา้ หางกระรอก ผา้ ปาเตะ๊ ผา้ ทอปัตตานี เป็นตน้ การแตง่ กายนั้นแตกตา่ งกนั
ในการใชว้ สั ดุ และรูปแบบโดยมีเอกลกั ษณไ์ ปตามเช้ือชาติของผูค้ น
อนั หลากหลายท่ีเขา้ มาอยูอ่ าศยั ในดินแดนอนั เกา่ แกแ่ หง่ น้ี

การแตง่ กายภาคใต้

เน่ืองจากภาคใตต้ ง้ั อยูแ่ ถบศูนยส์ ูตร มีผลใหอ้ ณุ หภูมิไมแ่ ตกตา่ งกนั นัก
ชาวใตน้ ิยมแตง่ กายแบบเรียบงา่ ย หลวมๆสว่ นมากใชผ้ า้ ฝ้าย รูปแบบ
เคร่ืองนุ่งหม่ สว่ นใหญค่ ลา้ ยกบั ของมาเลเซียและอินโดนีเซีย
เพราะอยูใ่ นลกั ษณะอากาศแบบเดียวกนั ผา้ พ้ืนเมืองท่มี ีช่ือเสียงของภาคใตค้ ือ
ผา้ ยก ผา้ จวน ผา้ ไหมพุมเรียง และผา้ ปาเตะ๊ ซ่ึงเป็นผา้ ท่นี ิยมกนั ในภาคใต้
ตอนลา่ ง เป็นตน้

ลกั ษณะการแตง่ กาย

1. กลุม่ เช้ือสายจีน - มาลายูเรียกชนกลุม่ น้ีวา่ ยะหยาหรือยอนยา่ เป็น

กลุม่ ชาวจีน เช้ือสายฮกเก๊ียนท่ีมาสมรสกบั ชนพ้ืนเมืองเช้ือสายมาลายู
ชาวยะหยาจึงมีการแตง่ กายอนั สวยงาม ท่ีผสมผสาน รูปแบบของชาวจีนและ
มาลายูเขา้ ดว้ ยกนั อยา่ งงดงาม ฝ่ายหญิงใสเ่ ส้ือฉลุลายดอกไม้ รอบคอ เอว และ
ปลายแขนอยา่ งงดงาม นิยมนุ่งผา้ ซ่ินปาเตะ๊ ฝ่ายชายยงั คงแตง่ กาย
คลา้ ยรูปแบบจีนดงั้ เดิมอยู่

2. กลุม่ ชาวไทยมุสลิมชนดงั้ เดิม ของดินแดนน้ีนบั ถือศาสนาอิสลาม 3. กลุม่ ชาวไทยพุทธ แตง่ กายคลา้ ยชาวไทยภาคกลางฝ่ายหญิง
และมี เช้ือสายมาลายู ยงั คงแตง่ กายตามประเพณีอนั เกา่ แก่ ฝ่ายหญิงมีผา้ คลุม นิยมนุ่งโจงกระเบน หรือ ผา้ ซ่ินดว้ ย ผา้ ยกอนั สวยงาม ใสเ่ ส้ือสีออ่ นคอ
ศีรษะ ใสเ่ ส้ือผา้ มสั ลิน หรือลูกไมต้ วั ยาวแบบมลายูนุ่งซ่ินปาเตะ๊ หรือซ่ินทอแบบมาลายู กลม แขนสามสว่ น สว่ นฝ่ายชายนุ่งกางเกงชาวเลหรือโจงกระเบน
ฝ่ายชายใสเ่ ส้ือคอตง้ั สวมกางเกงขายาวและมีผา้ โสร่งผืนสนั้ ท่ีเรียกวา่ ผา้ ซองเก็ต พนั เชน่ กนั สวมเส้ือผา้ ฝ้ายและมีผา้ ขาวมา้ ผูกเอว หรือพาดบา่ เวลาออก
รอบเอว ถา้ อยบู่ า้ นหรือลาลองจะใสโ่ สร่งลายตารางทอดว้ ยฝ้ายและสวมหมวกถกั หรือ นอกบา้ นหรือไปงานพิธ
เย็บดว้ ยผา้ กามะหย่ี

วฒั นธรรมของภาคเหนือ

การแตง่ กายสว่ นใหญใ่ ชผ้ า้ ทอมือ ซ่ึงทาจากเสน้ ใยธรรมชาติ เชน่ ผา้
ฝ้ายและผา้ ไหม ชาวอีสานถือวา่ การทอผา้ เป็นกิจกรรมยามวา่ งหลงั จาก
ฤดูการทานาหรือวา่ งจากงานประจาอ่ืนๆ ใตถ้ ุนบา้ นแตล่ ะบา้ นจะกางหูก
ทอผา้ กนั แทบทุกครวั เรือน โดยผูห้ ญิงในวยั ตา่ งๆจะสืบทอดกนั มาผา่ น
การจดจาและปฏิบตั ิจากวยั เด็ก ทงั้ ลวดลายสีสนั การยอ้ มและการทอผา้
ท่ีทอดว้ ยมือจะนาไปใชต้ ดั เย็บทาเป็นเคร่ืองนุ่งหม่ หมอน ท่ีนอน ผา้ หม่
และการทอผา้ ยงั เป็นการเตรียมผา้ สาหรบั การออกเรือนสาหรบั

การแตง่ กายภาคอีสาน

ผูห้ ญิง การแตง่ กายสว่ นใหญน่ ิยมสวมใสผ่ า้ ซ่ินแบบทอทง้ั ตวั
สวมเส้ือคอเปิดเลน่ สีสนั หม่ ผา้ สไบเฉียง สวมเคร่ืองประดบั ตามขอ้ มือ
ขอ้ เทา้ และคอ

ผูช้ าย สว่ นใหญน่ ิยมสวมเส้ือแขนสนั้ สีเขม้ ๆ ท่ีเราเรียกวา่
"มอ่ ฮอ่ ม" สวมกางเกงสีเดียวกบั เส้ือจรดเขา่ นิยมใชผ้ า้ คาดเอวดว้ ยผา้ ขาวมา้

ลกั ษณะการแตง่ กาย


Click to View FlipBook Version