คณะนัก นั ศึกษา มหาวิทวิยาลัย ลั เทคโนโลยีร ยี าชมงคลศรีวิ รี ชัวิย ชั สงขลา จัดทำ โดย
สารบัญ หน้า ประวัติวัดแหลมพ้อ พระอุโบสถ หอระฆัง เจดีย์พ่อท่านพรหมแก้ว ประวัติของพระนอน สมเด็จเจ้าเกาะยอ ท้าวมหาพรหม พระถังซัมจั๋ง จั๋ พระโพธิสัตว์กวนอิม 4-5 แผนที่ เนื้อหา 3 6 7 8 9 10 11
แผนที่
ประวัติ วั ติ วัด วั แหลมพ้อ ตั้งอยู่ที่บ้านสวนทุเรีย รี นหมู่ที่ 4 ตำ บลเกาะยอ อำ เภอเมือง จังหวัด สงขลา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกายมีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 17 ไร่ 6 ตารางวาถือว่าเป็นวัดเก่าแก่และสำ คัญอีกวัดหนึ่งในจังหวัด สงขลา มีพระครูทิพวาสีซึ่งจำ พรรษาอยู่ที่วัดท้ายยอมาดำ เนินการ สร้างและด้วยพื้นที่ของวัดที่เป็นแหลมยื่นออกไป อีกทั้งมีต้นกระ พ้อขึ้นอยู่เป็นจำ นวนมาก จึงขนานนาม ชื่อวัดนี้ว่า “วัดแหลมพ้อ”
“วัดแหลมพ้อ” นั้นตั้งอยู่บริเ ริ วณแหลมที่ยื่นออกมา มีศาลา ริม ริ น้ำ เป็นที่พัก (ปัจจุบันศาลาริม ริ น้ำ พังลงตามกาลเวลา) พื้นที่วัดสะอาดร่มรื่น รื่ ด้วยต้นไม้ เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ของผู้คนในพื้นที่และผู้คนระแวกใกล้เคียงรวมไปถึงชาว มาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า นิยมมากราบไหว้สักการบูชาจึง มีชื่อเรีย รี กติดปากของผู้คนผ่านไปผ่านมาว่า “วัดพระนอนแหลมพ้อ”
พระอุโบสถมีประติมากรรมปูนปั้นรูปเทพพนมอยู่กลาง ลายของพันธุ์พฤกษา เหนือช่องกรอบประตูและหน้าต่าง จั่วหน้าบันด้านหน้าเป็นลายปูนปั้นรูปพระอินทร์ทรงช้าง เอราวัณ จั่วหน้าบันด้านหลังเป็นลายปูนปั้นรูปนารายณ์ ทรงครุฑสร้างตามรูปแบบของศิลปะสมัยยุคกรุง รัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยช่างฝีมือพื้นเมืองภาคใต้ในยุค นั้นซึ่งจะไม่มีช่อฟ้าและใบระกา จึงเป็นงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์ งดงามมีคุณค่าควร แก่การชื่นชมศึกษาและควรอนุรักษ์ไว้เป็นมรดกของชาติ ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชมกันต่อไป พระอุโบสถ
หอระฆัง ตั้ง ตั้ อยู่ทางทิศเหนือของอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูน ปู ตัวหอ เป็นทรงสี่เหลี่ยมยอดพีรามิด ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 4 x 4 เมตร มีบันไดขึ้นทางด้านข้างทั้ง ทั้ สองด้านขอบบนเจาะเป็นช่องลูกกรง ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้องกรุสีเขียวส่วนยอดหอระฆังประดับ ตกแต่งด้วยลวดลายปูน ปู ปั้นลายพรรณพฤกษาบริเ ริ วณทางขึ้นมีที่เกย โปรยทานใช้เป็นที่ประทับสำ หรับพระมหากษัตริย์ ริย์ สมัยก่อนในคราว เสด็จพระราชพิธีบำ เพ็ญพระราชกุศลทานบารมี
ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของอุโบสถเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนตั้งอยู่ บนฐานสี่เหลี่ยมขนาด 9 x 9 เมตร ฐานซุ้มต่อกับบันไดทาง ขึ้น มีลักษณะเตี้ยๆยกพื้นคล้ายระเบียงสามารถเดินได้รอบ องค์เจดีย์มุมขอบประดับด้วยเจดีย์องค์เล็ก 4 องค์ องค์ ระฆังของเจดีย์ ประธาน ตั้งอยู่บนปัทม์ต่อกันเป็นชั้นๆ ด้าน ล่างฐานเจดีย์ มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นซึ่งทาง กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนอุโบสถหอระฆังและ พระเจดีย์ที่เป็นโบราณสถานสำ คัญของวัด ขึ้นเป็นมรดกสำ คัญของชาติเมื่อวันที่ 15กันยายน พ.ศ. 2540 เจดีย์พ่อท่านพรหมแก้ว
พระนอนภายในวัดแหลมพ้อถือเป็นแลนมาร์ค สำ คัญของวัดเป็นพระพุทธรูปปางปรินิ รินิ พพานที่ใหญ่ ที่สุดในจังหวัดสงขลา โดยชื่อเต็มของพระนอนองค์นี้ คือ“สมเด็จพระพุทธมหาปรินิ รินิ พพานศากยมุนีศรีเ รี กาะ ยอ”หรือ รื ที่ชาวบ้านรู้จักกันว่า“วัดพระนอนแหลมพ้อ” ประวัติ วั ติ ของพระนอน ตัวองค์พระมีความยาว 42.45 เมตร สร้างเมื่อ พ .ศ. 2537 แล้วเสร็จ พ.ศ. 2551 รวมระยะ เวลาที่ก่อสร้างทั้ง ทั้ หมด14ปีพ ปี ระนอนแหลมพ้อประดิษฐานบนฐานที่ไม่สูงมากนักทางด้านพระบาท ของพระนอนมีลวดลายศิลปะภาพมงคล108 ประการที่สวยงามพระนอนแหลมพ้อตั้ง ตั้ ประดิษฐาน อยู่ใกล้เชิงสะพานติณสูลานนท์ฝั่งเกาะยอ
สมเด็จเจ้าเกาะยอ สมเด็จพระราชมุนีหรือ รื สมเด็จเจ้าเกาะยอ ที่ชาวเกาะยอเรีย รี กว่า ว่ “ สมเด็จเจ้าเขากุด ” เดิมท่านเป็นชาวบ้านพรุ อำ เภอหาดใหญ่ ถือกำ เนิดสมัยกรุง ศรีอ รี ยุธยาตอนปลายมีชื่อเดิมว่า “ขาว” เมื่อศึกษาพระธรรมวินั วินั ยจน แตกฉาน ได้ร่ำ ลาท่านสมภารอ่ำ ออกธุดงค์ครั้นมาปักกลดจำ พรรษา ที่เกาะยอบนยอดเขาลูกหนึ่งในค่ำ คืนหนึ่งที่ท่านได้นั่ง นั่ สมาธิ เกิดนิมิต เห็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เสด็จลอยมายังยอดเขา และใน นิมิตพระองค์ได้ตรัสทำ นายว่า ต่อไปยอดเขาแห่งนี้จะเป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ของตถาคตเจ้า ขอให้ท่านจำ พรรษาอยู่ที่นี้และให้สร้างรูป จำ ลองของตถาคตประดิษฐานไว้บนเขาลูกนี้ และทำ พิธีสักการบูชา ขึ้นในวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกปีแ ปี ละเรีย รี กเขาลูกนี้ว่า“เขากุฎิ”
ท้ าท้ วมหาพรหม พระถังถัซัม ซั จั๋ง จั๋ พระโพธิสั ธิ ต สั ว์ก ว์ วนอิม อิ พระโพธิสัตว์กวนอิม ท้าวมหาพรหม พระถังซัมจั๋ง จั๋ ศาลาทั้งสามหลังนี้ เกิดจากแรงศรัท รั ธาจากคณะญาติโยมชาวสิงคโปร์แ ร์ ละคนไทย สร้า ร้ งเพื่อ เป็นศาลาคลายร้อ ร้ น และสักการะท้าวทั้งสามในแต่ละศาลา
อ้างอิง พระศตวรรษ ชินปุตฺโต กรรไพเราะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัด แหลมพ้อสงขลา.