The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บทที่ 58 ไม่รู้ว่า ไม่รู้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanintra.sao, 2022-10-26 11:57:52

บทที่ 58 ไม่รู้ว่า ไม่รู้

บทที่ 58 ไม่รู้ว่า ไม่รู้

บทที่ 58 ไม่รู้ว่า ไม่รู้

ถ อ ด คา ส อ น บ๊ิ ก บ อ ส พ อ ล
ว รั ต น์ พ ล ว รั ท ย์ ว ร กุ ล

FULL HOUSE ONLINE
#AjSaoInspire

ครูสาวสอนออนไลน์

การเรียนรู้ทุกครั้งให้ตั้งสติ ประคับประคองสติ
เคลียร์พื้นที่การฟงั เพ่ือให้ได้รับสารได้เต็มเม็ดเต็ม
หน่วย

หัวข้อน้ีเป็นหัวข้อท่ีสาคัญมาก บิ๊กบอสบอกว่า
อธิบายยากมาก เข้าใจยากมาก และเป็นหัวข้อที่
สาคัญมาก เข้าใจก็ยากมาก

แต่บ๊ิกบอสเช่ือว่า ถ้าเราตั้งใจ ถ้าเรารวบรวม
สติของเราไว้ได้ ต้ังแต่วินาทีนี้ ก่อนที่เราจะรับสาร
ก่อนท่ีเราจะฟงั และต้ังสติได้ ต้ังแต่วินาทีน้ีเชื่อว่า
เราจะเข้าใจส่ิงที่บิ๊กบอสพยายามจะบอกเล่า เชื่อว่า
ไม่เหนือบ่ากว่าแรงไม่เกินสติปัญญาเรา ไม่เกิน
ความเขา้ ใจของเรา

เพ่ือความเข้าใจ ให้เรานึกภาพประกอบ คือ มี
ภาพผู้ชายคนหน่ึง ยืนอยู่อย่างหล่อและเท่ห์มากๆ
แตพ่ อมองสารวจดๆี กลับพบว่าผชู้ ายคนน้ันลืมรูด
ซปิ กางเกง คาถาม? ถา้ มีคน รอ้ ยคนเหน็ เหมอื นกนั

Lesson 58

เราคิดว่า คนร้อยคนน้ันจะทาอย่างไร เราคิดว่าคน
ส่วนใหญ่จะเดินเข้าไปเตือน หรือพยายามที่จะไปให้
ขอ้ เทจ็ จรงิ กับชายทลี่ มื รดู ซบิ คนน้นั หรือไม่

บ๊ิกบอสเคยเจอเหตุการณ์นี้จริงๆ และส่ิงที่
เกิดข้ึน คือ ไม่มีแม้แต่คนเดียว ที่จะเดินเข้าไปบอก
เค้า บอกตรงๆ หรอื กระซบิ หรือใชก้ ลยุทธ์กลวิธีใน
การจะบอกให้เขารูต้ วั สุดทา้ ยแม้กระท่งั บิ๊กบอสเอง
ซึ่งเป็นผู้สังเกตการณ์ก็ไม่ได้ บอกผู้ชายคนน้ัน
สรุปเหตุการณ์น้ัน ก็เป็นเร่ืองที่เกิดขึ้นแล้วก็ผ่าน
ไป ที่บ๊ิกบอสเล่าเร่ืองน้ี เพื่อที่จะบอก เป็นเพราะว่า
เขาไม่รู้ตวั

การที่ไม่รู้ตัว จริงๆ แล้วมันเกิดข้ึนกับเราเรา
ท่านท่านอยู่เสมอ เกิดขน้ึ กบั ทุกคน

PAGE 3

Lesson 58

คาว่าไม่รู้ตัว ในภาษาอังกฤษ มีการสอนกัน
เกยี่ วกบั “ทฤษฎีบลายสปอร์ต”(Blind Spot) หรอื
“บลายแอเรีย”(Blind Area) คือ มีภาพแบ่งเป็นส่ี
โซน

โซนแรก คือ ซ้ายมือบนสุด โซนน้ีคือ เป็นสิ่งท่ี เรารู้
คนอื่นก็รู้เช่นกัน เช่น สมมุติว่าเรารู้ว่าเราเป็นคนที่
ส่ือสารได้ดี บิ๊กบอสก็รู้ตัวแล้วว่าตัวเองมีทักษะในการ
สื่อสารท่ีอาจจะดีกว่าคนอ่ืน ถ้าวัดจากค่าเฉล่ียของคน
ธรรมดาทั่วไป แล้วบิ๊กบอส ก็รู้ว่าบิ๊กบอส มีดีในเร่ืองน้ี
แล้วในขณะเดียวกัน ใครหลายคน หรือคนอ่ืนเขาก็รู้
ว่าบ๊ิกบอสมดี ใี นเร่อื งน้ี หรือพูดง่ายๆวา่ เรารู้เขารู้
โซนน้ี เรียก “โอเพ่นแอร์เรยี ”(Open Area) แตเ่ ป็นโซน
ที่เราก็รู้ เขารู้เรารู้ว่าเรามีดียังไง เขาก็รู้ว่าเราดีเราเจ๋ง
ยังไง ส่วนนย้ี ังไมใ่ ช่ปญั หา

โซนซ้ายล่าง อยู่ในโซนท่ี ตัวเราเองรู้ แต่เขาไม่
รู้ เช่น ในสมัยก่อน บ๊ิกบอสรู้นะว่า เวลาบิ๊กบอสจะ

PAGE 4

Lesson 58

สอน วันท่ีบ๊ิกบอส จะพู ดสื่อสาร โคตรประหม่าแต่
ต้องทาเป็นใจดีสู้เสือ รู้นะว่าตัวเองประหม่าไม่ม่ันใจ
ตื่นเต้น ไม่มั่นใจ เหง่ือออกมือ เหง่ือออกหลัง แต่
คนอื่นดูไม่รู้ ดูไม่ออก โซนน้ีเรียกว่า “ฮิตเดินแอ
เรีย” (Hidden Area) เป็นโซนท่ีเรารู้ แต่เราปิด
ซ่อนเอาไว้ แอบซ่อนเอาไว้ พยายามท่ีจะซุ่มพัฒนา
ส่วนนี้ ซ่ึงกย็ ังไมใ่ ชโ่ ซนที่จะเปน็ ปญั หา

โซนที่ต้องการจะสื่อสารและสอนคือ บนขวา
หรือเรียกว่าโซน “บลาย แอเรีย” (Blind Area)
หรอื จุดบอด “บลายสปอต” (Blind Spot) คอื เรา
ไม่รู้ว่า เราไม่รู้ เหมือนกับเรื่อง ที่มีผู้ชายยืนตรง
ป้ายรถเมล์แล้วลืมรูดซิป เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาไม่รู้
มัน ก็เลยเป็นปัญหา กบั ไอ้เรอื่ งง่ายๆ น้บี างทีเราก็
ยงั ทาให้เรากลาย เป็นตัวตลกได้

ถ้าเทียบกับเรื่องใหญ่ๆ ในชีวิตเรา เช่น เร่ือง
ความสาเร็จในชีวิต ถ้าเรามี บลายสปอต หรือ จุด

PAGE 5

Lesson 58

บอด “ว่างและเยอะ” เพราะเราไม่รู้ตัวเอง คือมันจะ
เป็นปัญหากับชีวิต แน่นอนไม่ใช่ปัญหาเล็กๆ ด้วย
เป็นปัญหาใหญ่เลย ปัญหาใหญ่ สาหรับสิ่งที่มัน
เกดิ ขึ้น กบั คนทุกคนยา้ เรามีกันทกุ คน

มี ส อ ง ค า ที่ มั น เ กิ ด ขึ้ น คู่ กั น ไ ม่ ใ ช่ แ ค่
บลายสปอต หรือจุดบอดที่เราไม่รู้ – ว่าเราไม่รู้
ไม่ใช่แค่นี้ แต่สองอย่างน้ีส่วนใหญ่มันมาคู่กัน อีก
คาหน่ึงคือ ” อีโก้แบริเออร์” คาว่า อีโก้ อีโง่ ความ
ยึดมน่ั ถือมัน่ ความยืดตวั ถือตน อโี ก้ คือ ถือตวั วา่
เราเก่ง ว่าเราแน่ ว่าเราดี ว่าเราถูกเสมอ เรียกว่า
คนมีอีโก้ ซึ่งไม่แปลก เพราะย้าอีกคร้ัง เรามีกันทุก
คน เพราะมันเป็นเรื่องที่เก่ียวข้องกับทุกคน บิ๊
กบอส ก็เลยต้องสอน เร่ืองอีโก้แบริเออร์ กับเร่ือง
ลายสปอรต์

อีโก้แบริเออร์ แปลว่า กันชน และ บลายสปอต
แปลว่า จดุ บอด

PAGE 6

Lesson 58

อีโก้แบริเออร์ คือ แปลตรงตัวเลย ก็คือมันเหมือนเรา
มีอีโก้เป็นกันชน กันชน ไม่ให้คนที่เขาจะมาเตือนเราเข้า
ไม่ถึง ให้ส่ิงท่ีมันถูกต้อง มันเข้าไม่ถึงตัวเรา ให้ส่ิงที่
ควรจะเป็น มันเข้าไม่ถึงตัวเรา เพราะฉะนั้นอีโก้แบริ
เออร์ ไมไ่ ดถ้ อื ไม่ดี แต่ถอื ว่าเลว ไม่ได้แค่พอใช้ได้ แต่คือ
เลวเลย เพราะ มันเป็นระบบป้องกันตัวเองนะ มันเป็น
ระบบปอ้ งกันตวั เราเอง ท่มี นั เกิดมาพรอ้ มกับเรา
พอมันเกิดมาพร้อมกับเรา มันก็เลยยากมาก ท่ีเราจะ
ยอมรับข้อผิดพลาด หรือแบบจุดอ่อนของตัวเราเอง
ได้น

เรื่องของสมอง ถูกศึกษาเป็นวิทยาศาสตร์
ค้นพบข้อเท็จจริงอย่างหน่ึงว่า สมองชอบคาชม
แต่มันไม่ได้น่ากลัว การที่สมองชอบคาชมเป็นเรื่อง
ปกตธิ รรมชาติ แตใ่ นทางตรงข้าม

PAGE 7

Lesson 58

สมองมันจะตอบสนองต่อคาติ เหมือนกับตอน
ที่ถูกโจมตี เหมือนกับตอนที่ถูกทาลาย พอมีคา
ตาหนิ แม้จะเป็นตาหนิ หรือติเพื่อก่อ สมองแยก
ไม่ได้ มันตีความเหมือนกับตอนท่ีมันถูกโจมตี หรือ
ถกู ทารา้ ย น่นั คือมันไมร่ ับ มนั ignore เวลาคาติมา
มันเพิกเฉย มันผลักไส ไล่ส่งคาตินั้นส่งกลับไป มัน
ไม่ยอมรับ ทาให้สมอง ไม่สามารถแยกแยะการติ
เพ่ื อก่อได้ การติเพื่ อก่อ หรือการโดนด่าตรงๆ
สรปุ แลว้ สมองตคี วามวา่ เหมอื นกัน ด่าตรงๆ แบบ
ไร้เหตุผล กับคนท่ีเขาติ เพ่ือก่อ สมองคนเรามัน
ตีความว่า ถูกโจมตี ถูกทาร้ายเหมือนกัน มันแยก
ไม่ออกว่า มนั ตา่ งกนั

ผลลัพธ์คือ จากเหตุการณ์นี้ เราก็จะไม่ฟงั ไม่
รบั ฟงั คาเตือนต่างๆ เหล่าน้นั และไมฟ่ งั ไมพ่ อ เรา
ก็ยังจะตีความว่า มันเป็นสิ่งท่ีถูกส่งมาจากคนที่ไม่
ประสงค์ดีกับเรา น่ีคือธรรมชาติของสมองเรา
ทางานแบบน้ี

PAGE 8

Lesson 58

แต่ข่าวดีคือ มันไม่ได้เลวร้ายขนาดน้ัน เพราะ
มันมีสมองอีกส่วน เป็นส่วนของตรรกะและเหตุผล
ที่มันจะเติบโตจากการท่ีเราฝึกฝนมันได้ มันจะไม่ได้
ออโตเมติกเหมือนสมองที่แบบโดนติเพื่อก่อ แล้ว
ตีความเหมือนกับการโดนด่าตรงๆ ตีความว่ามัน
คอื การโจมตหี รือการทาร้าย ทาลาย

สมองส่วนนี้ มันไม่ได้ทางานออโตเมติกแบบ
นั้น สมองส่วนที่แยกแยะตรรกะนะเป็นสมองส่วนท่ี
เราฝึกได้ แล้วมันจะเติบโตจากการที่เราต้องฝึก
ต้องฝกึ ฝนทักษะ คือการตง้ั สติ ก็คอื

ทาใหม้ ันชา้ ลง

อย่าให้มันโตต้ อบโดยอตั โนมตั ิ

อย่าให้มันโต้ตอบในทนั ที ทันควัน ทันทที นั ใด

PAGE 9

Lesson 58

อยา่ ใหม้ นั ตดั สินอะไรแบบทนั ท่ที ันใด

อยา่ ให้มันตคี วามอะไรแบบทันทที นั ใด

ทาใหม้ ันชา้ ลง คือเริม่ จากการทาให้ช้า

ก็คอื หยุดน่ิงๆ ตงั้ สติฟงั

พินจิ พิเคราะห์

เมื่อทาได้ดังน้ีแล้ว สมองส่วนน้ีจะออกมา
ท า ง า น ม า ท า ง า น แ ท น ส ม อ ง ท่ี ท า ง า น แ บ บ
ออโตเมติก และตคี วามว่าโดนทาร้าย โดนโจมตี

เราแค่ฝึกให้มันช้าลง สมองส่วนนี้จะทาหน้าท่ี
ของมัน แล้วก็จะเร่ิมการประมวลผล เร่ืองตรรกะ
กับเหตุผลได้เป็นอย่างดี และถ้าเราฝึกบ่อยๆ จน
สมองส่วนน้มี นั พัฒนาดี

PAGE 10

Lesson 58

เราจะกลายเป็นคนที่มเี หตุมีผล

เป็นคนทีบ่ ุคลิกเนย่ี สุขมุ

น่าเชอื่ ถอื

ในอาชีพผู้นา พอเราฝึกสมองด้านนี้บ่อยๆ เราจะมี

ลกั ษณะของการเป็นผ้นู าท่ีดี คอื ดไี ดด้ ้วยตวั เราเอง

เพราะฉะนั้นแปลว่า ต้องฝึก

ตัวอย่างการทางานของสมองฝ่ ังออโตเมติก
เช่น เวลาที่เรากินอะไรแล้วหยุดไม่ได้ รู้ตัวอีกที กิน
หมดแล้ว แล้วก็รู้ด้วยนะ พอมาต้ังสติให้ช้าลง รู้
ด้วยว่ากินขนาดน้ีอ้วนแน่ รู้อยู่ว่ากินแล้วอ้วน แล้ว
ตอนน้ันจริงๆ ที่กินก็ไม่ได้หิว แต่ทุกอย่างมัน
เกิดข้นึ อตั โนมัติแบบมันเร็ว เลยเเบบไม่ทนั ย้ังคิด

PAGE 11

Lesson 58

สมองส่วนออโตเมติก มันทางานแบบน้ี ดังน้ัน
ต้องเรียนรู้วิธีการ ท่ีจะให้เราสามารถคอนโทรล ตัว
เราเองได้แล้วกลายเป็นผู้นาที่ดีได้ และไม่โดนเรื่อง
ของอีโก้แบริเออร์เล่นงาน น่ันคือ การฝึกทาให้มัน
ชา้ ลง อยา่ ใหม้ นั เป็นออโตเมตกิ ตามสัญชาตญาณ

เน่ืองจากเราเกิดมาจาก สัญชาตญาณการอยู่
รอด การเอาตัวรอด ดังน้ัน การจะเอาตัวให้รอด
มนั กเ็ ลยเหน็ แกต่ วั โดยทร่ี ตู้ ัวก็ดีไมร่ ตู้ วั ก็ดี

เราจะเห็นแก่ตัวเราเอง มากกว่าการเห็นกับคน
อื่นอยู่แล้วตามสัญชาตญาณ เพราะฉะน้ันถ้าทาทุก
อย่างอัตโนมตั ิไปหมด ตดั สินโดยสัญชาตญาณทุก
อย่างเร็วไปหมด มันไม่แปลก ท่ีอีโก้แบริเออร์ของ
เรา อิโก้ หรือ อิโง่ ของเรา มันก็เลยพอกพูนแล้วก็
ใหญ่

PAGE 12

Lesson 58

ซ่ึงด้วยการเป็นดังกล่าว ทาให้เราพลาดโอกาส
สาคัญๆ โอกาสดีๆอะไรหลายอยา่ งในชวี ติ ไป

ดังนั้นการ รู้เท่าทันอีโก้แบริเออร์ของตัวเอง จึงต้อว

ผ่านการฝึกฝน

คนท่ีไม่ฝึก ไม่เคยฝึกกระบวนการคิด ไม่เคย
ฝกึ กระบวนการตดั สินใจ ใหม้ ันช้าลง หรอื ทเ่ี รยี กว่า
ไม่เคยฝึกต้ังสติก่อนตัดสินใจ คนเหล่าน้ันก็เสร็จอี
โกท้ ุกครั้งไป

จุดต่อจุด ทุกๆ การตัดสินใจ ในชีวิตเรามัน
ส่งผลกบั ชีวติ เรามาก ถ้าตัดสินใจถูก เทา่ กับชวี ติ ดี
ขึ้นเจริญข้ึน ถา้ ตดั สินใจผิด ชวี ติ ก็เจรญิ ลง เจรญิ
ลง เพราะฉะนัน้ วธิ ีการฝกึ คอื

PAGE 13

Lesson 58

ต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าเราทาอะไรแบบเร็วเกินไป
ทาตามสัญชาตญาณตามความพอใจ ส่วนใหญ่ ใน
สัญชาตญาณแห่งการเอาตัวรอด มันก็ทาให้เรา
กลายเป็นคนเห็นแกต่ ัว โดยท่ีไม่รู้ตัว

แตว่ ธิ ฝี กึ เอาชนะเรื่องอโี ก้ เหลา่ น้ี
ก็ทาใหม้ นั ชา้ ลง
ตั้งสติดึงตัวเองให้ช้าลง ก่อนให้สมองอีกส่วนหนึ่งมา
ทางาน
เม่อื สมองอกี ดา้ นออกมาทางาน
มนั จะยบั้ ย้ังชั่งใจ
มนั จะใช้ตรรกะ มาช่วยในการตดั สินใจ

PAGE 14

Lesson 58

ฝ่ายท่ีมันเป็นเหตุผลมันจะเอาชนะได้ น่ันเป็นเหตุท่ีทา

ให้เราตดั สินใจถกู แล้วชวี ติ แทนทีจ่ ะตกต่าลง มันกข็ นึ้

บ๊ิกบอสเคยพู ดเอาไว้ ในบทก่อน ว่าถ้าเจอบิ๊
กบอสแล้ว เป้าหมายร่วมกันออย่างเดียว คือถ้า
เจอบิ๊กบอสพอลแล้ว รู้จักบิ๊กบอสพอลแล้ว ชีวิต
ต้องขึ้นอย่างเดียว ไม่มีลง ลึกๆแล้วนัยยะแฝง ท่ีบ๊ิ
กบอสสอนเอาไว้ คือ

บิก๊ บอสกาลงั สอนให้ เราเจอบอสแล้ว

มีสตเิ ยอะๆ

ใช้สตใิ นการตดั สินใจทกุ ครงั้

ใหท้ กุ การตดั สินใจของเรา มนั เป็นการตดั สินใจ
ที่ถูก เพราะทุกๆการตัดสินใจท่ีถูก จะทาให้ชีวิตเรา
ขึ้นขึ้นขึ้นข้ึน การตัดสินใจที่ถูก จะทาให้ชีวิตมีแต่

PAGE 15

Lesson 58

ขึ้นข้ึนอย่างเดียวไม่มีลงเลย เพราะตัดสินใจถูก
เ พ ร า ะ ฝึ ก ก ร ะ บ ว น ก า ร ตั ด สิ น ใ จ ม า แ ล้ ว ฝึ ก
กระบวนการยับย้ังช่ังใจ ฝึกทลายอีโก้แบริเออร์
ของตัวเองแล้ว

สมัยก่อนบิ๊กบอสอ่านหนังสือ ของหลวงวิจิตร
วาทการ เขาพู ดถึงกฎ “สิบวินาที” มีตัวอย่าง
ประกอบการสอน คือ เวลาท่ีเราขับรถมาร้อนๆ
แล้วปรากฏว่า หม้อน้า น้ามันแห้ง ส่ิงท่ีเขาแนะนา
เติมน้า แต่เติมทันทีไม่ได้ ต้องรอให้เคร่ืองเย็นลง
ก่อน เพราะถ้าทันทีที่ เราดับเครื่องแล้วเรา ไปเปิด
หม้อน้า เราจะเจอกับน้าที่มันเดือด กระเด็นลวก
หน้า ลวกตาเราได้ อีกทั้งถ้า เราใส่น้าไปทันที
ในขณะท่ีเครื่องมันร้อนขนาดนั้น จะเกิดการโก่งงอ
ของตัวเครื่องได้ จากร้อนและเย็นเฉียบพลัน
ในทันที จะทาให้บิดเบี้ยวเสียรูปได้ แทนที่เราหวังดี
กับเคร่ืองยนต์ เครื่องจะพัง วิธีท่ีถูกต้องคือ จอด
รถรอไว้ก่อน ให้มันเย็นลง พอสมควรก่อน เย็นลง
ในขนาดทเี่ รยี กวา่ เปิดหม้อนา้ และหมอ้ น้ามนั ไม่มีน้า

PAGE 16

Lesson 58

ร้อนพวยพุ่งกระเด็น กระดอนออกมาแล้ว เราค่อย
ใส่น้า และเครื่องยนต์ก็จะกลับมาสู่ภาวะปกติ ก็ไม่
ฮีทและไม่โอเวอร์ฮีทและไม่ร้อนเกินไป สุดท้ายก็ขับ
ต่อไดว้ ง่ิ ได้ กแ็ ก้ปัญหาง่ายๆ แค่เติมนา้

แต่เราไปแก้ผิดวิธีลองไปเติมตอนที่มันร้อนๆ
จะทาให้เจ้าของรถ ต้องเข้าโรงบาล แล้วถ้าได้รับ
น้าไปก็เครื่องอาจจะพัง คือจะไม่ใช่แค่การแก้ด้วย
การเติมน้า แต่ต้องแก้ด้วยการยกเคร่ืองใหม่
เปลี่ยนเครื่องเสียเงนิ เปน็ แสน หรือหลายแสน

หลวงวิจิตรวาทการสอนกฎ สิบวินาที ว่าใน
ข ณ ะ ท่ี คุ ณ เ ดื อ ด ด า น อ ย่ า เ ปิ ด ป า ก พู ด ท่ า น
เปรียบเทียบไว้ เหมือนกับกานาร้อนๆ ที่มันยังมี
อารมณ์ ท่ีมันเดือดดานขนุ่ มัวอยู่ มนั เดอื ดปุดๆ ถ้า
เราเปิดปากในช่วงนี้ คาพู ดมันจะเหมือนน้าร้อน ท่ี
มันออกมาลวกคนอ่ืน ออกมาทาร้าย ทาลาย กว่า
จะรู้ตัวอีกที ตอนที่เราหายเดือด ไปขอโทษ ขอโพย

PAGE 17

Lesson 58

ไม่ทันแล้ว มันลวกเขาพองกันไปเป็นแถบๆ แล้ว
มันทาให้เขาเจ็บแสบ กันไปแบบเสียหายแบบกู่ไม่
กลบั แล้ว

เพราะฉะนัน้ แม้กระท่งั เรอื่ งของรอให้เป็น เราก็
ยังจาเป็นต้องเรียนรู้ บางทีอารมณ์เรามันยังไม่ได้
ความมีสติของเรามันยังไม่ครบ ไม่พร้อม ไม่พู ด
ดีกว่า ไม่เปิดปากดีกว่า เด๋ียวน้าร้อนๆ คือคาพู ด
ของเรา มันจะไปทาร้าย ทาลาย หัวอกหัวใจคนอื่น
เค้า ให้เดือดรอ้ นไปตามๆ กัน

บิ๊กบอสพอล เรียนรู้แล้วก็ฝึกฝนมา บางที
อยากจะพู ดแทบตายในบางเร่ือง ยังต้องกัดล้ิน
ตัวเองไว้ เพราะว่ามันไม่ใช่จังหวะที่จะพู ด มันยังไม่
ถึงโอกาสที่จะพู ด และพู ดไปมันยังไม่มีประโยชน์ ก็
ไม่พูดกจ็ ะดีกว่า

PAGE 18

Lesson 58

ทีนี้มาถึงข้อเท็จจริงท่ีเราเห็นกันบ้าง สมมุติว่า
มีคนสองคนถกเถียงกัน แล้วปรากฏว่า เถียงกัน
จบแล้ว และก็มีฝ่ายท่ีแพ้ ฝ่ายท่ีชนะ ส่ิงที่เถียงจบ
เนี่ย เหมือนจะรู้แพ้รู้ชนะ แต่พอเค้าเข้าไปวิเคราะห์
ดู มันจะเห็นความจริงที่มันตลกว่า ไม่ว่าฝ่ายที่ชนะ
หรือฝ่ายท่ีแพ้ ทั้งสองฝ่าย หลังจากเถียงจบไป
แล้ว ท้ังสองฝ่ายยังคิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกอยู่ดี
ต่อให้ไปถามคนท่ีแพ้ เขาก็ยังคิดว่าเขาเป็นฝ่ายที่
ถูกอยดู่ ี ท้งั ท่คี วามเป็นจรงิ มันไมม่ ที าง ที่ความคดิ
ที่มันต่างกันสุดข้ัว ที่มันทุ่มเถียงกันแบบนั้น มันจะ
เป็นฝ่ายถูกท้ังคู่ แต่เขาก็ยังคิดว่าเขาเป็นฝ่ายถูก
อยู่ดี ไม่ว่าเค้าจะเป็นคนที่แพ้ด้วยเหตุผล หรือชนะ
เขาก็คดิ วา่ เขาถกู อยดู่ ี

เราพยายามจะปกป้องความคิดของเรา ซึ่ง
จริงๆ มันเป็นเสมือนกับตัวตนของเรา และมันเป็น
เหตุผลที่ ตอ่ ให้เราผิด เรากย็ ังคดิ วา่ เราถกู อยดู่ ี

PAGE 19

Lesson 58

มันเลยต้องมีคาว่า อีโก้เพื่ อที่จะสอนให้เรา
เข้าใจว่า แบบนี้ไงท่ีเขาเรียกว่า อีโก้ แบบน้ีไงที่เรา
ต้องกาจัดมนั

แบบนี้ไงที่เราต้องพยายามฝึกฝน ให้เราเอาชนะอีโก้ใน

ใจของเราใหไ้ ด้

บิ๊กบอสย้าว่าเห็นมาเยอะมาก คนที่อีโก้สูง แล้ว
ก็คนที่แบบมี บลายสปอร์ต มันเป็นข้อบกพร่อง ที่
ทาให้คนที่แบบเก่ง ฉลาดทางานหนัก แต่ไม่ประสบ
ความสาเรจ็ หรอื สาเร็จได้ ก็สาเร็จได้ระดบั นงึ หรอื
เม่ือสาเร็จแล้ว ก็รักษาความสาเร็จที่ตัวเองสร้าง
เอาไว้ไมไ่ ด้

ถามว่าทาไมมันเป็นอย่างงั้น เรื่องพวกนี้มันน่า
กลัวจริงๆ อีโก้หรืออีโง่เนี่ยมันน่ากลัว บลาย
สปอร์ตมนั น่ากลวั ที่เราไมร่ ูว้ า่ เราไม่รู้มนั นา่ กลวั

PAGE 20

Lesson 58

คาถามคือแล้วจะแกม้ นั ยังไง จากประสบการณ์
ของบิ๊กบอส ก็คือมีคนเคยถาม และถ้าเขาไม่รู้ว่า
เขาไม่รู้เนี่ย เราแนะนาได้ไหม คาตอบคือ แนะนาได้
แต่ไม่ใช่ทุกคน จากประสบการณ์จริง สิบสามปี บ๊ิ
กบอสเจอมา ร้อยพ่อพันแม่ แนะนาได้ แต่ไม่ใช่ทุก
คน และคนส่วนใหญ่กไ็ ม่กลา้ แนะนา

อารมณ์เหมือนว่า เห็นคน ทาอายไลน์เนอร์
เลอะ แล้วไม่บอกเขาให้ไปส่องกระจก เพ่ือเช็ดออก
แทนที่จะสวยกลับกลายเป็นตัวตลก เห็นคนกิน
อาหารแล้วเศษอาหารติดฟัน ย้ิมทีฟันดา เราก็ไม่
บอกเขา หรือเหมือนคนลืมรูดซิป แล้วเราก็เขิน
แทน แทนท่ีจะหาวิธีส่ือสารกับเขา เราก็ไม่บอกเขา
เพราะเราสามารถแนะนาได้แต่ไม่ทุกคน หมายถึง
เฉพาะแค่ตัวเราเองก็ เราก็ไม่กล้าแนะนาทุกคน
เพราะบางคนเขาเรียกว่า อยู่ในฐานะท่ีเราแนะนาได้
แต่บางคนกไ็ มอ่ ย่ใู นฐานะท่ีเราจะไปแนะนาเขาได้

PAGE 21

Lesson 58

เพราะฉะนั้นเราก็ต้องวิเคราะห์เอง ว่าเราพู ดไป
เขาจะฟัง? ถ้าเราพู ดไปแล้ว เรารู้ว่า เค้าคงไม่ฟัง
แน่ๆ สุดท้ายมันจะจบลงท่ีเราจะไม่พู ด แล้วถ้าเรา
ไม่พู ด ไม่บอก แล้วจะแก้อย่างไร บางทีก็ต้องทาใจ
เพราะมันก็เป็นที่ตัวเขาเอง วันหน่ึงท่ีเขาเดินตรง
มาหาเรา แล้วบอกว่า ช่วยบอกหน่อยช่วยสอน
หน่อย ถึงวันน้ันแหละ เราถึงจะมั่นใจได้ว่า เราพู ด
แล้วเค้าจะฟัง ก็ต้องลองดู ลองแยบดู ถ้าแยบๆ
แล้วไม่เข้าก็ถอย เท่าน้ันเอง ถ้าแย๊บ แล้วเข้า ก็ให้
ข้อมูลเพิ่มเติม ก็อาจจะช่วยเขาได้ อาจจะแก้เขาได้
แตถ่ ้าแยบ๊ ๆ แล้วไมเ่ ข้า กถ็ อย เพราะบางทีไป ปะทะ
ด้วยแทนท่ีจะดี ก็จะกลายเป็นซวย เปลืองตัว ก็ไม่
เวิรค์

ถ้าเป็นสาหรับตัวเราเอง เราเป็นเอง เป็นพวก
มีอีโก้ อีโง่เอง หรือมีบลายสปอร์ต เราไม่รู้ว่าเราไม่
รูแ้ ลว้ เราจะแกอ้ ย่างไร ถา้ มนั เปน็ เรอื่ งง่ายๆ อย่าง

PAGE 22

Lesson 58

ลืมรดู ซิป หรือมอี ะไรติดฟนั เราก็เริ่มง่ายๆ จากการ
สารวจตัวเอง ออจากบ้านเช็คว่าลืมรูดซิป? เช็คมี
อะไรติดฟนั ? ด้วยการส่องกระจก สุดท้ายจะเห็นว่า
มีอะไรติดฟนั หรือจะเห็นว่า อายลายเนอร์เลอะตา
ไหม แต่สุดท้ายมันต้องส่องกระจก คือ การเริ่มต้ัง
คาถามกับตัวเอง เริ่มสารวจกับตัวเอง ผ่าน
เครือ่ งมอื เหลา่ นี้

มันก็ใช้ได้กับเรื่องใหญ่ด้วย คือ ต้ังคาถาม
ง่ า ย ๆ ท่ี เ ร า ต้ อ ง ย้ อ น ก ลั บ ม า ดู ท่ี ตั ว เ ร า เ อ ง
ยกตัวอยา่ งเช่น เร่อื งการบริหารทมี งาน

ทีมเรา เอาอาจจะต้องตั้งคาถามว่า ธุรกิจ
เดียวกัน ดิไอคอนกรุ๊ปบริษัทเดียวกัน สิ นค้า
เดียวกัน บูมคอลลาเจน สินค้าสิบตัวเหมือนกัน
ทาไมเขาทาแล้วโต ทาไมเราทาแล้วเราไม่โต แถม
นับวันย่ิงถดถอยลงอีก คาถามพวกน้ีพอถามทีไร
รู้สึกเจ็บ แต่เจ็บนิดๆ แบบนี้ที่มันจะนาไปสู่การ

PAGE 23

Lesson 58

พัฒนา ให้เราจาเอาไว้ ส่วนพวกไม่กล้าถาม หายไป
จากธุรกจิ หมดแลว้

อะไรท่ีไม่เหมือนกัน ก็คือ วิธีในการบริหารงาน วิธีใน
การทาทีม่ ันตา่ งกนั ให้แก้ทีต่ วั เรา

แกท้ ีว่ ธิ กี ารบรหิ ารงาน
คาถามเหล่าน้ีทาให้ เราได้เห็นข้อบกพร่องผิดพลาด
เราถึงจะได้ปรับปรุง และพัฒนามันถึงจะทาใหเ้ ราไดร้ ู้ว่า
อะไรท่ีเราตอ้ งทาให้มนั ดขี ้ึนกวา่ เดมิ
คาถามเหล่านี้จะทาให้ บลายสปอร์ต ของเราแคบลง
แคบลง นอ้ ยลง นอ้ ยลง จนไม่ค่อยมี

PAGE 24

Lesson 58

แล้วเราเลยตัดสินใจถูก จนชีวิตมันก็ข้ึน อย่างเดียว

สาเร็จไปเรอ่ื ยๆ

ก็ต้องถามตัวเอง แบบนี้ บางทีไปถามคนอ่ืน
มันยาก เพราะบางทีถามก็ไม่มีใครตอบ แต่มันมีกล
ยุทธ์ในการทา ยกตัวอย่าง เช่นสมมุติว่าวันนี้ บิ๊
กบอสพอล สอนงานในทีมงาน และอยากจะประเมิน
อยากจะเก็บฟดี แบค ว่าสอนเป็นอย่างไรบ้าง ดูว่า
เราต้องพัฒนาและปรับปรุงอะไร โดยให้ทีมงานให้
คะแนน แบบท่ีไม่ต้องใส่ช่อื ผู้ประเมิน เพราะมันจะได้
ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ มันจะได้เป็นข้อเท็จจริง ท่ี
มันมาจากความรู้สึกจริงๆ เขาก็ทาประเมินผล
แ บ บ ป ร ะ เ มิ น ผ ล เ ป็ น ก ร ะ จ ก ส ะ ท้ อ น ที่ ไ ม่ บิ ด เ บ้ี ย ว
ใหก้ ับเรา เราจะเริ่มรูต้ วั ชัดเลย หลังจากเราเก็บฟดี
แบ็ค เราจะรู้แล้วว่า ท่ีเราคิดว่าสอนดี จริงๆ พูดไม่
รู้เรื่อง คนรับฟังแล้วเร็วไปบ้าง คนก็ฟงั แล้วบอก
มันยากไปบ้าง คนเขาฟังแล้วรู้สึกว่ายกตัวอย่าง
มายังไม่ค่อยตรงประเด็นบ้าง บิ๊กบอสเอามาน่ัง

PAGE 25

Lesson 58

อ่านก็ได้แก้ พอเก็บฟีดแบ็กแล้วมาน่ังสารวจ
ตวั เอง กไ็ ด้พัฒนา

แต่ถ้าสมมุติว่าเราไม่เก็บฟีดแบ็ค ธรรมชาติ
สมองชอบคาชม ยังไม่มีใครชม เราชมตัวเองก่อน
ดีเลิศเพอร์เฟค สุดท้ายเราไม่เก็บฟดี แบค ก็เลยไม่
มีอะไรต้องแก้ไข ก็ไม่มีอะไรที่ต้องทาให้มันดีข้ึน
เพราะเราคิดเข้าข้างตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว ก็เป็น
อันไม่ต้องพัฒนาอะไรอีกต่อไป สุดท้ายเราก็เลยอยู่
ของเราเท่านั้นไง ซึ่งคาว่าอยู่ของเราเท่าน้ัน มันก็
กาลังถอยหลังเข้าคลอง และเพราะคนอื่นเค้าเดิน
ก้าวหนา้ พัฒนาตวั เองไปเรอ่ื ยๆ แตเ่ รากม็ าน่ังมโน
เพอรเ์ ฟค คิดเขา้ ขา้ งตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว จบไม่
ต้องพั ฒนาอะไรสุดยอดไปเลย และน่ีแหละเป็น
เหตุผลท่ีทาให้คนเราเนย่ี สาเร็จเร็วช้า ต่างกัน มันก็
เป็นเหตุผลท่ีทาให้คนเรามีขนาดของความสาเร็จท่ี
มนั เลก็ ใหญ่ตา่ งกัน

PAGE 26

Lesson 58

ถามว่าเราสามารถรู้ตัวของเราในการทาธุรกิจ
ได้ด้วย การดูจากยอดธุรกิจ ถ้ายอดธุรกิจ มันโต
วันโตคืนเติบโตเอาโตเอา มันก็ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง
มันก็เชอ่ื ได้ว่าส่ิงท่เี ราทามนั ถูกเยอะมันผิดน้อย

แต่ถ้ายิ่งทาย่ิงถอยหลังเข้าคลอง แล้วเรายังมานั่ง
หลอกตัวเองอยู่

อดีตอาจเคยสาเร็จ แต่ก็ต้องวาง และดูปัจจุบันดีกว่า
ว่าวันน้ีเราอยู่ตรงหลักไมล์ไหนในชีวิต เราอยู่ตรงจุด
ไหน อนาคตข้างหน้าเราจะทาให้มันดีข้ึนได้อย่างไร ให้
เราถามแบบนี้กับตัวเอง

PAGE 27

Lesson 58

สรุป ไม่มีอะไร ที่เป็นศัตรูท่ีย่ิงใหญ่ท่ีสุด ได้เท่ากับตัว
เราเองอีกแล้ว ไม่มีอะไรท่ีเป็นศัตรู ท่ียิ่งใหญ่ที่สุดได้
เท่ากับตัวเราเองอกี แล้ว

เราน่แี หละ เป็นศัตรตู วั ฉกาจ ที่ทาใหเ้ ราลม้ เหลว
เราน่ีแหละเป็นศัตรูตัวฉกาจ ท่ีทาให้คนอ่ืนเขาไม่รักไม่
เอน็ ดเู รา
มนั ไมไ่ ด้เกิดจากใคร มนั เกิดจากการกระทาของเรา
แล้วถ้าชีวิตเรามันจะสาเร็จ หรือมันจะไม่สาเร็จ มัน
ไมไ่ ด้เกิดจากใครขนาดนนั้ มนั เกดิ จากตัวเราเองน่ีแหละ
เพราะเราเป็นศัตรูทีย่ งิ่ ใหญ่ทีส่ ุดของตวั เราเอง

PAGE 28

Lesson 58

ชาแหละผ่ารายละเอียดเห็นไปแล้วว่า ศัตรูที่แท้จริงก็
คือจดุ ทเ่ี ราไม่รู้ว่าเราไมร่ ู้

ทาอย่างไรเพื่อให้รู้ ก็คือ การรับฟังคนอื่น ไม่ยึดมั่น
ถือมั่นและเชื่อในตัวเองอยู่เพียงอย่างเดียว ถ้ามันทาให้
รวยจริงรวยไปนานแล้ว ถ้ามันทาให้เราสาเร็จได้จริง
เราสาเร็จมากกว่านี้แล้ว เราไม่ได้อยู่แค่น้ี หรือไม่ได้
ถดถอยแบบนี้เพราะฉะนั้น รับฟังความคิดเห็นของคน
อ่นื บา้ ง รับฟงั คาแนะนาดๆี ของคนอน่ื บา้ ง

ฝึกสมอง ให้แยกแยะให้ได้ ระหว่าง ติเพ่ือก่อ
กบั การโดนด่าตรงๆ ให้ได้ อยา่ ไปตคี วามเหมือนกัน
หมด ไม่ใช่เขาติเพ่ือก่อ เราก็นึกว่าเค้าด่า ตีความ
ไปวา่ ถูกโจมตี ถูกทารา้ ยอย่เู สมอ

ไม่มใี ครจะมาทารา้ ยเราหรอก โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ถา้ มี
ใครคนหนึ่ง ที่เขามีความกล้าหาญพอ ท่ีจะเดินมาบอก
แล้วบอกว่าคุณลืมรูดซิปกางเกง มีอะไรติดฟันอยู่ ถ้า
เขามีความกล้าหาญพอ ที่เขาจะเดินมาบอกเรา เราว่า
เขาคนนั้น เป็นยังไง หวังดีหรือไม่ หวังดีประสงค์ดี
หรือไม่ประสงค์ดีกับเรา เขาอยากเห็นเราดูดีข้ึน หรือ

PAGE 29

Lesson 58

อยากเห็นเราเป็นตัวตลก เขาถงึ มาบอกตรงๆ แกใ้ ห้เรา
แกไ้ ขตวั เค้าหวังดีอยแู่ ลว้ เขาประสงค์ดอี ยู่แลว้
เขาไม่อยากให้เราถูกมองเป็นตัวตลกอยู่แล้ว เขาเลย
ต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมากเลย กล้าหาญอย่าง
มากเลย ทจี่ ะเดนิ ตรงมาบอกคนแบบเรา

นี้เป็นแค่เรื่องผิวเผิน กับเรื่องท่ีลึกซึ้งกว่าน้ี เช่น ถ้า
เกิดว่าแม่ทีมของเรา เตือนเรา ถ้าเกิดว่าบอสของเรา
สอนเรา บอกเรา และเรายังละเลยปฏิเสธ หรือตีความ
ว่านี่คือการโจมตี น้ีคือการถูกทาร้าย น่ีคือการมาทาให้
ตัวตนของเราเนี่ยมันเสียตัวเสียตน ก็แปลว่าสมองเรา
มันกแ็ ค่ ทาตามสัญชาตญาณ แยกไมไ่ ด้ระหว่าง การติ
เพ่ือก่อ กบั การท่เี ขามาด่าเพื่อทาลาย

เพราะฉะนั้น ก็ฝึก แล้วก็ฝึก ให้เราฉลาดให้พอ รู้เท่า
ทันตัวเองให้มากพอ แล้วถ้าฉลาดพอแล้ว รู้เท่าทัน
ตัวเองมากพอแลว้ กจ็ ะสามารถสาเรจ็ ในชวี ติ ได้

ให้เรามีสติอยู่กับปัจจุบัน แล้วก็ทาปัจจุบนั ใหม้ ันดขี ้ึนดี
ข้ึน

เปิดใจรบั ฟงั คาแนะนาให้มากข้ึน

PAGE 30

Lesson 58

ทุกวันนี้เวลามีคนมาเตือนบ๊ิกบอส สิ่งแรกท่ีบิ๊
กบอส จะเรมิ่ เตอื นตัวเองก่อนเลย บิ๊กบอสเตือนว่า
ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งพยายามอธิบายว่าเราผิด หรือถูก
ลองฟงั เขาก่อน สมมติเขาจะมาเตือนนะ บางทีเรา
จะสวน เพราะเราถูกอย่างง้ันเราถูกน้ี บิ๊กบอสบอก
ตัวเองใจเย็น สอนตัวเองเลยใจเย็นๆ ลองฟงั ก่อน
ว่าเขาจะว่าอย่างไร บางทีพอเราแค่ช้าลงแค่เนี้ยรับ
ฟังอย่างตั้งใจแล้ว เราจะรู้เลยว่า เขาติเพ่ือก่อ
จริงๆ เขาประสงค์ดีจริงๆ แล้วเราก็จะรู้เลยว่า
จริงๆแล้วหลายอย่างเราพลาด หลายอย่างเราทา
ไม่กูก แล้วเราบอกตัวเองเลยว่า ต้องขอบคุณเขา
ที่เค้ามาชี้ขุมทรัพย์ให้ ขุมทรัพย์มันไม่ได้อยู่ไหนมัน
อย่ทู ี่ตวั เราเอง

ขุมทรัพย์ท่ีจะทาให้เรามีรายได้เดือนละแสน
เดือนละล้าน เดือนละหลายล้าน มนั ไม่ไดอ้ ย่ไู หน มัน
อยู่ในตัว ในตน อยู่ในใจเรา ถ้าการเป็นของเรามัน
ค่คู วรกบั รายได้เดือนละลา้ น เด๋ยี วมนั ก็จะได้

PAGE 31

Lesson 58

แปลว่า ขุมทรัพย์มันก็ไม่ได้อยู่ท่ีไหน มันก็อยู่ท่ีตัวเรา
แต่เราต้องทายังไง บางทีเราไม่เห็น เราต้องเปิดใจ รับ
ฟัง ให้เขามาช้ีขุมทรัพย์ให้ ว่าปรับตรงน้ี พัฒนาตรง
นั้น ทาอย่างนี้ ถ้าเราใจกว้างสักหน่อย เราเปิดใจ
ยอมรบั เราจะได้ยิน ในสิ่งทเี่ ราไมเ่ คยได้ยิน ถามวา่ ทาไม
ถึงได้ยินในสิ่งที่ไม่เคยได้ยิน ก่อนหน้านั้นไม่เคยฟัง
กอ่ นหน้านัน้ ไม่ได้ต้ังสติ ไม่เคยไดย้ นิ ส่ิงทเี่ ขาพูด แตเ่ รา
ต่างหากทไ่ี มไ่ ดย้ นิ เขาสอนแต่เราต่างหากทไี่ ม่ฟงั ท่เี ขา
บอก เขาเตือน แต่เราที่มองข้าม และไม่ให้ค่า มันก็เลย
เหมือนแค่ว่าได้ยิน แต่เราไม่ฟัง มันจะเข้าหูซ้ายทะลุ
ออกไปเลย
เพราะเรามันก็มีอีโก้ กันอยู่ทุกคน และก็มีจุดที่เราไม่รู้วา่
เราไม่รู้ มีบลายสปอร์ต กันอยู่ทุกคน ฝึกต้ังสติ แล้วก็
รับฟงั คนอ่นื เยอะๆ

ให้ร้วู า่ เขาเปน็ กระจกสะท้อนท่ไี มบ่ ิดเบี้ยว
ใหร้ วู้ า่ เขากาลงั ช้ขี มุ ทรัพย์ให้เรา ใจเย็นนิดนงึ
อย่าเพ่ิงโตต้ อบอะไรออกไปเรว็ เกินไป
อยา่ เพิ่งพยายามอธบิ าย

PAGE 32

Lesson 58

อย่าเพ่ิงพยายามหาเหตุผลมาหักล้างว่าเราไม่ผิด ใจ
เย็นๆ ทาหวั โลง่ วา่ งๆ

ให้สมองส่วนท่ีมันเป็นสติปัญญาแทนทางาน ต้องทา
ใจว่ามันทางานช้ากว่าน้ันหน่อย แต่เราต้องดึงให้ช้าลง
และใหม้ นั ทางาน

แล้วเราจะรู้เลยว่า ถ้าเราฝึกบ่อยๆ เราพัฒนาทักษะ
การฟังได้สูงข้ึนกว่าเดิมเยอะ เราเป็นคนท่ีน่าคบหา
กว่าเดิมเยอะ

คนก็อยากที่จะคบหา อยากที่จะอยู่ใกล้ๆเรา
เพราะเราเป็นคนรับฟัง ไม่ใช่เป็นคนประเภทปะทะ
ปรามา แปลว่า เป็นคนท่ีโค้ชไม่ได้ สอนไม่ได้ เป็น
คนไมโ่ คช้ เอเบิล ยึดมั่นถอื มน่ั ในอตั ตา ตัวเองอย่าง
เดียว ต่อให้คนท่ีเสมอกัน หรือเหนือกว่า พู ดบอก
เตือนก็ไม่ฟงั คนประเภทนี้ สุดท้าย เขาจะไม่เหลือ
ใครอยู่เลย เพราะว่า ไม่ว่าคนท่ีเสมอกันหรือสูงกว่า
ก็จะเอือมระอากับเขา แล้วค่อยหนีหายไปในท่ีสุด
สุดท้ายชีวิตท่ีมันไม่เหลือกัลยาณมิตร เป็นชีวิตท่ี
นา่ กลวั ท่สี ุด
ถามว่าใครสร้าง ไม่มีใครสร้าง ให้เหตุการณ์นี้เกิดข้ึน
เลย นอกจากตัวเรา เพราะเราเป็นศัตรูท่ีย่ิงใหญ่ที่สุด

PAGE 33

Lesson 58

ให้กับตัวเราเอง บ๊ิกบอสฝากให้เรา ไปทบทวนดู สารวจ
ตัวเองด้วยคาถามต่างๆ แล้วก็เปิดใจรับฟังให้มากข้ึน
แล้วเราเป็นคนหน่ึง ท่ีเอาชนะอีโก้แบริเออร์ อีโง่ แล้ว
กบ็ ลายสปอรต์ ได้อย่างแน่นอน

====== กราบขอบคุณบก๊ิ บอสค่ะ ==========

PAGE 34


Click to View FlipBook Version