300
คำอธิบายรายวิชา (เพิ่มเติม)
รหัสวิชา ส22233 หน้าทพ่ี ลเมอื ง กลมุ่ สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 1
มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพการสนทนาการแต่งกาย
การมีสัมมาคารวะแสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคมเห็นคุณค่าอนุรักษ์
และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองในเร่อื ง
ความซอื่ สัตย์สจุ รติ ขยันหมน่ั เพยี รอดทนต้ังใจปฏิบัติหน้าทแ่ี ละยอมรบั ผลทเี่ กิดจากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อ่ืนให้มีการปฏิบัติตนที่แสดงออกถึงความรักชาติยึดม่ันใน
ศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาทในเร่ืองการมีสติความขยัน
อดทนหลักการทรงงานในเรอ่ื งภูมิสังคมขาดทุนคือกำไรและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเป็นผู้
มวี นิ ยั ในตนเองในเร่อื งความซื่อสัตย์สจุ ริตขยนั หม่นั เพียรอดทนใฝห่ าความรู้และตั้งใจปฏิบตั หิ น้าท่ี
โด ย ใช้ ก ร ะบ ว น ก า ร ก ลุ่ ม ก ระ บ ว น ก า ร คิ ด ก ระ บ ว น ก า ร ป ฏิ บั ติ ก ระ บ ว น ก า ร เผ ชิ ญ ส ถ า น ก า ร ณ์
กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้กระบวนการสร้างความตระหนักกระบวนกา รสร้าง
ค่านยิ มและกระบวนการสร้างเจตคติ
เพ่ือให้ผู้เรียนมีลักษณะที่ดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดม่ันใน
ศาสนาและเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริยเ์ ป็นพลเมอื งดใี นระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมุขมสี ว่ นรว่ มทางการเมืองการปกครองอยู่รว่ มกบั ผู้อื่นอยา่ งสันติจดั การความขัดแย้งดว้ ยสันตวิ ิธแี ละมีวนิ ัย
ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. มสี ่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย
2. แสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มคี วามเออ้ื เฟื้อเผื่อแผ่และเสยี สละต่อสงั คม
3. เหน็ คณุ ค่าอนรุ กั ษ์และสบื สานขนบธรรมเนยี มประเพณีศิลปวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย
4. เป็นแบบอยา่ งและแนะนำผูอ้ ืน่ ให้มคี วามรักชาติยึดมนั่ ในศาสนาและเทดิ ทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์
5. ประยุกตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
6. ปฏิบตั ติ นเปน็ ผูม้ วี นิ ัยในตนเอง
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
301
คำอธบิ ายรายวิชา (เพิ่มเติม)
รหสั วิชา ส 22234 หน้าท่ีพลเมอื ง กลุ่มสาระสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 เวลา 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกิต ภาคเรียนท่ี 2
มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อ่ืนให้อนุรักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพการสนทนาการแต่งกาย
การมีสัมมาคารวะแสดงออกและแนะนำผู้อื่นให้มีความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสังคมเห็นคุณค่าอนุรักษ์
และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองในเรอ่ื ง
ความซื่อสตั ยส์ ุจริตขยันหม่นั เพยี รอดทนตั้งใจปฏบิ ตั ิหน้าที่และยอมรับผลทีเ่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและแนะนำผู้อื่นให้มีการปฏิบัติตนท่ีแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นใน
ศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาทในเรื่องการมีสติความขยัน
อดทนหลักการทรงงานในเรื่องภูมิสังคมขาดทุนคือกำไรและหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเป็นผู้
มวี นิ ยั ในตนเองในเร่ืองความซื่อสตั ยส์ ุจริตขยันหมั่นเพียรอดทนใฝ่หาความรู้และตั้งใจปฏบิ ัตหิ น้าท่ี
โด ย ใช้ กระบ วน การกลุ่ ม กระบ วน การคิ ด กระบ ว น การป ฏิ บั ติ กระบ วน กา รเผ ชิ ญ ส ถ าน การณ์
กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้กระบวนการสร้างความตระหนักกระบวนการสร้าง
คา่ นยิ มและกระบวนการสรา้ งเจตคติ
เพ่ือให้ผู้เรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นใน
ศาสนาและเทดิ ทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ พลเมืองดใี นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็น
ประมุขมสี ่วนรว่ มทางการเมืองการปกครองอยู่รว่ มกบั ผู้อนื่ อย่างสันติจดั การความขัดแย้งดว้ ยสันตวิ ิธีและมีวนิ ัย
ในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. มีส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์มารยาทไทย
2. แสดงออกและแนะนำผู้อืน่ ใหม้ ีความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผแ่ ละเสยี สละตอ่ สังคม
3. เห็นคุณคา่ อนรุ กั ษ์และสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีศลิ ปวฒั นธรรมและภมู ปิ ญั ญาไทย
4. เป็นแบบอยา่ งและแนะนำผู้อื่นใหม้ คี วามรักชาตยิ ดึ ม่ันในศาสนาและเทิดทูนสถาบนั
พระมหากษัตรยิ ์
5. ประยุกตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาทหลกั การทรงงานและหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
6. ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มีวินยั ในตนเอง
รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวดั นาวง
302
คำอธบิ ายรายวชิ า (เพิ่มเตมิ )
รหสั วชิ า ส 23235 หน้าที่พลเมือง กลมุ่ สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 3 เวลา 20 ชัว่ โมง 0.5 หน่วยกติ ภาคเรยี นท่ี 1
มีส่วนร่วม แนะนำผู้อ่ืนให้อนุรักษ์ และยกย่องผู้มีมารยาทไทย ในเรื่องการแสดงความเคารพ การ
สนทนาการแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออก แนะนำผู้อ่ืนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมเก่ียวกับความ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่า อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกต์ขนบธรรมเนียมประเพณี
ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตขยันหม่ันเพียร
อดทน ใฝ่หาความรตู้ ้ังใจปฏิบัตหิ น้าท่ี และยอมรบั ผลท่เี กดิ จากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันใน
ศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเร่ืองการเสียสละ
ความซ่ือสตั ย์หลักการทรงงาน ในเร่ืองศึกษาขอ้ มูลอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาที่จดุ เล็ก ปฏิบัตติ นเป็นผู้มีวินัยใน
ตนเอง ในเรอื่ งความซอื่ สตั ยส์ จุ ริต ขยนั หมัน่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และต้ังใจปฏิบตั หิ นา้ ท่ี
ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเรื่องการใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่าง
รับผิดชอบการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเลือกต้ัง มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจต่อกิจกรรมของ
ห้องเรยี นและโรงเรียน ตรวจสอบขอ้ มลู ตรวจสอบการทำหน้าท่ีของบุคคลเพ่ือใช้ประกอบการตัดสนิ ใจ ปฏิบตั ิ
ตนเป็นผู้มีวินยั ในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต ขยนั หมนั่ เพยี ร ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบตั หิ น้าทแี่ ละยอมรับ
ผลทเ่ี กิดจากการกระทำของตนเอง
เหน็ คุณคา่ ของการอยรู่ ่วมกนั ในภมู ิภาคเอเชียอย่างสนั ติและพ่ึงพาซง่ึ กนั และกัน ท่ามกลาง
ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภมู ภิ าคต่าง ๆ ของโลก ในเรอ่ื งวิถีชวี ิต วฒั นธรรม ศาสนา สิง่ แวดลอ้ ม
การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ในเรื่องการเคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยา
และวาจาดูหม่ินผู้อ่ืน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน แบ่งปัน มีส่วนร่วมและเสนอแนวทางการป้องกันปัญหาความ
ขัดแย้งในเร่ืองทัศนคติ ความคิด ความเช่ือ ชู้สาว ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต
อดทนใฝ่หาความรู้ ตง้ั ใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรบั ผลทเี่ กิดจากการกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้าง
คา่ นิยม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ
เพอ่ื ให้ผเู้ รียนมีลกั ษณะที่ดีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยดึ ม่ันใน
ศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงป็นประมุขมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยู่รว่ มกับผู้อน่ื อย่างสันติ จดั การความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
และมวี ินัยในตนเอง
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
303
ผลการเรยี นรู้
1. มสี ว่ นรว่ ม แนะนำผอู้ ่ืนใหอ้ นรุ ักษ์ และยกยอ่ งผู้มมี ารยาทไทย
2. แสดงออก แนะนำผอู้ ่นื และมสี ่วนรว่ มในกจิ กรรมเกีย่ วกับความเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ และเสยี สละ
3. เห็นคุณคา่ อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกต์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภูมปิ ญั ญา
ไทย
4. เป็นแบบอย่างและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมท่ีแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และ
เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
5. ประยกุ ต์และเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
6. ปฏิบตั ติ นเปน็ พลเมอื งดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย
7. มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจ ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบการทำหน้าท่ีของบุคคล เพื่อ
ใช้ประกอบการตัดสินใจ
8. เห็นคุณคา่ ของการอยู่รว่ มกนั ในภมู ิภาคตา่ ง ๆ ของโลกอยา่ งสันติ และพึ่งพาซ่ึงกนั และกนั
9. มีส่วนรว่ มและเสนอแนวทางการปอ้ งกันปัญหาความขัดแย้ง
10. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผูม้ วี นิ ยั ในตนเอง
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั นาวง
304
คำอธิบายรายวิชา (เพิ่มเติม)
รหัสวิชา ส23236 หน้าที่พลเมือง กลุ่มสาระสงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ 2
มีส่วนร่วม แนะนำผู้อ่ืนให้อนุรักษ์ และยกย่องผู้มีมารยาทไทย ในเร่ืองการแสดงความเคารพ
การสนทนาการแต่งกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออก แนะนำผู้อ่ืนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมเกี่ยวกับความ
เอื้อเฟ้ือเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่า อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกต์ขนบธรรมเนียมประเพณี
ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตขยันหม่ันเพียร
อดทน ใฝห่ าความรู้ตัง้ ใจปฏิบตั ิหนา้ ที่ และยอมรบั ผลทเี่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง และมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมท่ีแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันใน
ศาสนาและเทดิ ทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ประยกุ ต์และเผยแพรพ่ ระบรมราโชวาท ในเรื่องการเสียสละ ความ
ซื่อสัตย์หลักการทรงงาน ในเร่ืองศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ แก้ปัญหาที่จุดเล็ก ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยใน
ตนเอง ในเรอื่ งความซ่อื สตั ยส์ จุ รติ ขยันหมนั่ เพยี ร อดทน ใฝ่หาความรู้ และตงั้ ใจปฏิบตั หิ นา้ ที่
ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเรื่องการใช้สิทธิและหน้าท่ี การใช้เสรีภาพอย่าง
รับผิดชอบการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเลือกตั้ง มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจต่อกิจกรรมของ
หอ้ งเรยี นและโรงเรียน ตรวจสอบขอ้ มลู ตรวจสอบการทำหน้าท่ีของบคุ คลเพอื่ ใช้ประกอบการตัดสนิ ใจ ปฏิบตั ิ
ตนเป็นผู้มีวนิ ัยในตนเอง ในเร่ืองความซือ่ สตั ย์สุจรติ ขยันหม่ันเพยี ร ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏบิ ตั หิ นา้ ทีแ่ ละยอมรับ
ผลท่เี กดิ จากการกระทำของตนเอง
เหน็ คุณคา่ ของการอยู่รว่ มกันในภมู ภิ าคเอเชียอย่างสนั ติและพึง่ พาซงึ่ กนั และกัน ทา่ มกลาง
ความหลากหลายทางสงั คมวฒั นธรรมในภมู ิภาคต่าง ๆ ของโลก ในเร่ืองวิถีชีวติ วฒั นธรรม ศาสนา ส่ิงแวดล้อม
การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและพ่ึงพาซึ่งกันและกัน ในเรื่องการเคารพซ่ึงกันและกัน ไม่แสดงกิริยา
และวาจาดูหมิ่นผู้อื่น ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน แบ่งปัน มีส่วนร่วมและเสนอแนวทางการป้องกันปัญหาความ
ขัดแย้งในเรื่องทัศนคติ ความคิด ความเช่ือ ชู้สาว ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต
อดทนใฝห่ าความรู้ ต้งั ใจปฏิบัตหิ นา้ ท่ี และยอมรบั ผลทีเ่ กดิ จากการกระทำของตนเอง
โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์
กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้าง
ค่านิยม และกระบวนการสรา้ งเจตคติ
เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นมีลกั ษณะทดี่ ีของคนไทย ภาคภูมใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมัน่ ใน
ศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงป็นประมุขมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง อยู่รว่ มกับผู้อ่นื อย่างสันติ จัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี
และมวี ินัยในตนเอง
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดนาวง
305
ผลการเรยี นรู้
1. มีส่วนร่วม แนะนำผอู้ ื่นให้อนุรักษ์ และยกย่องผู้มีมารยาทไทย
2. แสดงออก แนะนำผูอ้ น่ื และมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมเกี่ยวกับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเสียสละ
3. เห็นคณุ คา่ อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกตข์ นบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภูมปิ ัญญา
ไทย
4. เป็นแบบอย่างและมีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และ
เทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์
5. ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
6. ปฏิบัตติ นเป็นพลเมืองดีตามวิถปี ระชาธิปไตย
7. มีส่วนรว่ มและรบั ผดิ ชอบในการตดั สินใจ ตรวจสอบข้อมูล ตรวจสอบการทำหน้าท่ีของบุคคล
เพื่อใช้ประกอบการตัดสนิ ใจ
8. เห็นคุณคา่ ของการอยู่รว่ มกันในภูมภิ าคต่าง ๆ ของโลกอย่างสันติ และพึง่ พาซึ่งกันและกัน
9. มสี ว่ นรว่ มและเสนอแนวทางการป้องกันปัญหาความขดั แยง้
10. ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ ีวินัยในตนเอง
รวมท้ังหมด 10 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดนาวง
306
คำอธบิ ายรายวิชา (เพิ่มเติม)
รหสั วชิ า ส21201 ต้านทจุ ริตศึกษา กลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง 0.5 หน่วยกติ ภาคเรยี นท่ี 1
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ
ความไม่ ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สังคมในการ ต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทำ
โครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน
และการเขยี น เพื่อใหม้ คี วาม ตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อตา้ นและการป้องกันการทุจริต
ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์สว่ นรวม
2. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับความละอายและความไม่ทนตอ่ การทุจรติ
3. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต
4. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกับพลเมืองและมีความรับผิดชอบตอ่ สังคม
5. สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้ละอายและไมท่ นต่อการทจุ รติ ทุกรปู แบบ
7. ปฏิบัติตนเป็นผ้ทู ่ี STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจรติ
8. ปฏิบตั ติ นตามหน้าทพ่ี ลเมืองและมคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม
9. ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
307
คำอธิบายรายวิชา (เพิ่มเติม)
รหสั วิชา ส21202 ตา้ นทุจริตศึกษา กลมุ่ สาระสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ 2
ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ
ความไม่ ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สังคมในการ ต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทำ
โครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน
และการเขยี น เพื่อให้มีความ ตระหนักและเห็นความสำคญั ของการตอ่ ตา้ นและการป้องกันการทจุ ริต
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์ส่วนรวม
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกับความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต
3. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกบั STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทจุ ริต
4. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
5. สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผลู้ ะอายและไมท่ นต่อการทุจรติ ทุกรูปแบบ
7. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้ที่ STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต
8. ปฏบิ ัตติ นตามหน้าที่พลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
9. ตระหนักและเหน็ ความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทจุ ริต
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
308
คำอธิบายรายวชิ า (เพ่ิมเติม)
รหัสวชิ า ส22201 ตา้ นทุจริตศึกษา กลุม่ สาระสงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี 1
ศึกษาเกย่ี วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ว่ นตนกับผลประโยชนส์ ่วนรวม ความละอายและ
ความไม่ ทนตอ่ การทจุ ริต STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทุจริต รหู้ นา้ ท่ขี องพลเมืองและรบั ผิดชอบต่อ
สงั คมในการ ตอ่ ต้านการทจุ ริตโดยใชก้ ระบวนการคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทา
โครงงานกระบวนการ เรยี นรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสบื สอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน
และการเขียน เพ่ือใหม้ ีความ ตระหนกั และเหน็ ความสำคัญของการต่อต้านและการป้องกันการทุจริต
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวม
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต
3. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั STRONG / จิตพอเพียงต่อตา้ นการทุจริต
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกีย่ วกับพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
5. สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวมได้
6. ปฏิบัตติ นเปน็ ผลู้ ะอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทุกรูปแบบ
7. ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผู้ท่ี STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ
8. ปฏบิ ตั ิตนตามหน้าท่พี ลเมืองและมีความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม
9. ตระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจรติ
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั นาวง
309
คำอธบิ ายรายวชิ า (เพิ่มเติม)
รหัสวชิ า ส22202 ต้านทุจริตศึกษา กลุ่มสาระสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ 2
ศึกษาเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ
ความไม่ ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สังคมในการ ต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทา
โครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน
และการเขียน เพอ่ื ให้มีความ ตระหนกั และเห็นความสำคัญของการตอ่ ตา้ นและการป้องกนั การทจุ ริต
ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชนส์ ว่ นรวม
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
3. มีความรู้ ความเข้าใจเกยี่ วกบั STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจริต
4. มีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับพลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ่ สงั คม
5. สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ส่วนตน กับผลประโยชน์ส่วนรวมได้
6. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผลู้ ะอายและไมท่ นต่อการทุจริตทุกรปู แบบ
7. ปฏิบัตติ นเป็นผทู้ ่ี STRONG / จติ พอเพยี งตอ่ ต้านการทุจริต
8. ปฏบิ ตั ิตนตามหนา้ ทพ่ี ลเมืองและมีความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม
9. ตระหนกั และเห็นความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทจุ รติ
รวมทั้งหมด 9 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
310
คำอธบิ ายรายวิชา (เพิ่มเติม)
รหสั วิชา ส23201 ต้านทุจริตศึกษา กลมุ่ สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 เวลา 20 ชวั่ โมง 0.5 หนว่ ยกติ ภาคเรียนที่ 1
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ
ความไม่ ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าท่ีของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สังคมในการ ต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทำ
โครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน
และการเขยี น เพ่ือให้มคี วาม ตระหนักและเหน็ ความสำคญั ของการต่อตา้ นและการป้องกันการทุจริต
ผลการเรยี นรู้
1. มีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั การแยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตน กับผลประโยชนส์ ่วนรวม
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต
3. มคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจรติ
4. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั พลเมืองและมีความรับผิดชอบตอ่ สังคม
5. สามารถคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์สว่ นตน กบั ผลประโยชน์ส่วนรวมได้
6. ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทุกรปู แบบ
7. ปฏิบตั ิตนเป็นผู้ที่ STRONG / จติ พอเพียงตอ่ ตา้ นการทุจรติ
8. ปฏบิ ัตติ นตามหนา้ ท่ีพลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม
9. ตระหนกั และเห็นความสำคญั ของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดนาวง
311
คำอธิบายรายวิชา (เพ่ิมเติม)
รหสั วชิ า ส23202 ตา้ นทุจริตศึกษา กลมุ่ สาระสงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 เวลา 20 ชั่วโมง 0.5 หนว่ ยกติ ภาคเรยี นที่ 2
ศึกษาเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและ
ความไม่ทนต่อการทุจริต STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต รู้หน้าที่ของพลเมืองและรับผิดชอบต่อ
สังคมในการต่อต้านการทุจริตโดยใช้กระบวนการคิด วิเคราะห์ จำแนก แยกแยะ การฝึกปฏิบัติจริง การทำ
โครงงานกระบวนการ เรียนรู้ 5 ข้ันตอน (5 STEPs) การอภิปราย การสืบสอบ การแก้ปัญหา ทักษะการอ่าน
และการเขยี น เพื่อใหม้ ีความ ตระหนกั และเหน็ ความสำคญั ของการต่อตา้ นและการป้องกนั การทุจริต
ผลการเรียนรู้
1. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ยี วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน กบั ผลประโยชนส์ ่วนรวม
2. มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ
3. มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับ STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทจุ รติ
4. มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกับพลเมืองและมีความรับผดิ ชอบตอ่ สังคม
5. สามารถคดิ แยกแยะระหว่างผลประโยชน์สว่ นตน กับผลประโยชน์สว่ นรวมได้
6. ปฏิบัตติ นเป็นผู้ละอายและไมท่ นต่อการทจุ ริตทุกรูปแบบ
7. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผูท้ ่ี STRONG / จิตพอเพยี งตอ่ ต้านการทุจรติ
8. ปฏบิ ัติตนตามหนา้ ท่พี ลเมืองและมีความรับผดิ ชอบต่อสังคม
9. ตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อตา้ นและป้องกันการทุจริต
รวมท้ังหมด 9 ผลการเรยี นรู้
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั นาวง
312
คำอธิบายรายวิชา (เพ่ิมเติม)
รหัสวชิ า ส31201 ต้านทจุ ริตศกึ ษา กลุ่มสาระสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลา 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ 1
ส่วนร่วมและแนะนำผู้อื่นให้อนุรักษ์และเผยแพร่มารยาทไทยสู่สาธารณ ะในเร่ืองการแสดง
ความ เคารพการสนทนาการแต่งกายการมีสัมมาคารวะเห็นคุณค่าอนุรักษ์สืบสานประยุกต์และเผยแพร่
ขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองในเรื่องความอดทน
ใฝ่หาความร้แู ละตงั้ ใจปฏิบัติหนา้ ท่ีมคี วามรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและ
ผลประโยชน์ส่วนรวม มีความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างมีส่วน
ร่วมในการจัดกิจกรรมและสนับสนุนให้ผู้อื่นแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนาและเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างประยุกต์และเผยแพร่พระบรม ราโชวาทในเรื่องการมีระเบียบวินัย
ความสามัคคีหลักการทรงงานในเร่ืองระเบิดจากข้างในไม่ติดตำราบริการ รวมที่จุดเดียวใช้อธรรมปราบอธรรม
และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเองใน เรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต
ขยันหม่ันเพียรอดทนใฝ่หาความรู้ตั้งใจปฏิบัติหน้าท่ียอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของ ตนเอง สามารถคิด
แยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและ ความไม่ทนต่อ
การทุจริต ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้อ่ืนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตยในเร่ือง
การ เป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดีการใช้สิทธิและหน้าท่ีการใช้เสรีภาพอย่างรับผิดชอบความกล้าหาญทาง
จรยิ ธรรมการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาสงั คมตอ่ สาธารณะการติดตามและประเมนิ ข่าวสารทางการเมืองและ
การรู้เท่าทันส่ือการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมืองประยุกต์ใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษ์
ประเด็นนโยบายสาธารณะท่ีตนสนใจมีส่วนร่วมและตัดสินใจเลือกต้ังอย่างมีวิจารณญาณรู้ทนั ขา่ วสารและรู้ทัน
สอ่ื คาดการณ์เหตุการณ์ลว่ งหน้าบนพืน้ ฐานของขอ้ มลู ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินยั ในตนเองในเรอื่ งความซ่ือสัตย์สุจริต
ขยันหมั่นเพียรอดทนใฝ่หาความรู้ต้ังใจปฏิบัติหน้าท่ีและยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของตนเองตระหนัก
แล ะเห็ น คว ามส ำคัญ ของการต่อต้าน แล ะป้องกัน การ ทุจริตเห็ น ค ว ามส ำคัญ ของการ ต่อต้าน แล ะป้อง กัน
การ ทุจริต ยอมรับในอัตลักษณ์และเคารพความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรมเห็นคุณค่าของการอยู่
ร่วมกัน อย่างสันติและพ่ึงพาซึ่งกันและกันด้วยการเคารพซ่ึงกันและกันไม่แสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผู้อ่ืน
ช่วยเหลอื ซึ่ง กันและกันแบ่งปันปฏิบตั ติ นเปน็ ผมู้ ีวนิ ัยในตนเองในเรื่องความอดทนใฝห่ าความรูแ้ ละยอมรับผลท่ี
เกิดจากการ กระทำของตนเอง โดยใชก้ ระบวนการกลุ่มกระบวนการคิดกระบวนการปฏิบตั ิกระบวนการเผชิญ
สถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหากระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทย
ภาคภูมิใจในความเป็นไทยแสดงออกถึงความรักชาติยึดมั่นใน ศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เป็น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวดั นาวง
313
พลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครองมี
วิจารณญาณในการเลือกต้ังและการวิพากษ์นโยบายสาธารณะอยู่ ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติจัดการความขัดแย้ง
ด้วยสันติวิธีและมวี นิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. มีสว่ นรว่ มและแนะนำผู้อ่ืนใหอ้ นรุ กั ษแ์ ละเผยแพร่มารยาทไทยสู่สาธารณะ
2. เห็นคุณค่าอนุรักษ์สืบสานประยุกต์และเผยแพร่ขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิ
ปญั ญาไทย
3. เปน็ แบบอย่างมสี ว่ นร่วมในการจัดกจิ กรรมและสนับสนุนใหผ้ ู้อ่ืนแสดงออกถงึ ความรกั ชาติยึดมัน่
ในศาสนาและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตรยิ ์
4. เปน็ แบบอยา่ งประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาทหลักการทรงงานและหลักปรชั ญาของ
5. เศรษฐกิจพอเพียงเป็นแบบอยา่ งและสง่ เสริมสนับสนุนให้ผอู้ ่ืนเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธปิ ไตย
6. ประยกุ ต์ใชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะทต่ี นสนใจ
7. มสี ่วนร่วมและตัดสินใจเลือกตง้ั อย่างมีวิจารณญาณ
8. ร้ทู ันขา่ วสารและร้ทู นั ส่อื
9. คาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าบนพ้นื ฐานของข้อมลู
10. ยอมรับในอัตลกั ษณแ์ ละเคารพความหลากหลายในสงั คมพหวุ ัฒนธรรม
11. เห็นคุณค่าของการอยู่รว่ มกันอย่างสันติ และพึ่งพาซึ่งกันและกนั
12. ปฏิบตั ติ นเป็นผู้มวี นิ ยั ในตนเอง
13. นักเรียนเกดิ การคิดแยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ สว่ นตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม (ตา้ นทุจรติ )
14. นกั เรยี นความละอายและความไม่ทนต่อการ ทุจรติ (ต้านทุจริต)
15. นักเรียน เกิดความ STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจรติ (ต้านทุจรติ )
16. นกั เรียนเปน็ พลเมืองกับความรบั ผิดชอบต่อสงั คม (ต้านทุจรติ )
รวมทั้งหมด 16 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดนาวง
314
คำอธบิ ายรายวชิ า (เพ่ิมเตมิ )
รหสั วชิ า ส30201 ภูมศิ าสตรก์ ารท่องเที่ยว กลุ่มสาระสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ ภาคเรียนที่ 2
ศึกษาภูมิศาสตร์ไทยและภูมิศาสตร์โลกท่ีเกี่ยวข้องกับการท่องเท่ียว วิเคราะห์เงื่อนไขด้านภูมิศาสตร์
ที่มีผลต่อการวางแผนการจัดการการท่องเท่ียวและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนอิทธิพลของสภาพ
ภมู ศิ าสตรท์ ่มี ีผลต่อมนุษย์ในภมู ภิ าคต่างๆ
ผลการเรยี นรู้
1. เพ่ือให้ทราบข้อมูลทางภูมิศาสตร์ด้านกายภาพ และด้านวัฒนธรรม อันเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการ
จัดการทอ่ งเทยี่ ว
2. เพื่อฝึกฝนประสบการณ์ตรงในด้านการท่องเท่ียวกับสภาพภูมิศาสตร์ นิเวศวิทยา รวมถึง
สถานการณด์ า้ นภมู ิศาสตรข์ องประเทศไทยในแตล่ ะภูมภิ าค
3. เพื่อเรียนรู้การจัดการท่องเท่ียวในอุทยานแห่งชาติในเขตอีสานใต้ อันเป็นแนวทางในการ
ประยกุ ต์ใช้ความร้ทู างภมู ศิ าสตร์การทอ่ งเที่ยว
4. เพ่ือนำความรู้จากการให้บริการชุมชนทางด้านข้อมูลพ้ืนฐานการท่องเที่ยวในเขตจังหวัดอีสานใต้
มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ให้เห็นแบบอย่างการพัฒนารูปแบบรายการนำเท่ียวตามพ้ืนท่ีทาง
ภมู ิศาสตรท์ ี่หลากหลายในเขตอีสานใต้
รวม 4 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดนาวง
315
คำอธบิ ายรายวชิ า (เพิ่มเติม)
รหสั วิชา ส32201 ต้านทจุ ริตศึกษา กลุ่มสาระสงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ ภาคเรยี นที่ 1
แสดงออก แนะผู้อ่ืน และยกย่องบุคคลท่ีมีความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่และเสียสละต่อสังคม ปฏิบัติตนเป็น
ผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องใฝ่หาความรู้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน
และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง
มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และสนับสนุนให้ผู้อ่ืนแสดงออกถึงความรัก ชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูน
สถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท ในเร่ืองการมี
ระเบียบวินัย ความสามัคคี หลักการทรงงาน ในเร่ืองระเบิดจากข้างใน ไม่ ติดตำรา บริการรวมท่ีจุดเดียว
ใช้อธรรมปราบอธรรม และหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มี วินัยในตนเอง ในเรื่องความ
ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าท่ี ยอมรับ ผลท่ีเกิดจากการกระทำของ
ตนเอง และเป็นผ้มู ีวินัยในตนเอง สามารถคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน และผลประโยชน์ส่วนรวม
ปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ ปฏิบตั ิตนเป็นแบบอย่างและส่งเสรมิ สนับสนุนให้ผู้อื่นเป็น
พลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในเร่ืองการ เป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดี การใช้สิทธิและหน้าท่ี การใช้
เสรีภาพอย่างรับผิดชอบ ความกล้าหาญทาง จริยธรรม การเสนอแนวทางแก้ปัญหาสังคมต่อสาธารณะ
การติดตามและประเมินข่าวสารทางการเมือง และการรู้เท่าทันสื่อ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง
ประยุกต์ใช้กระบวนการประชาธิปไตยในการ วิพากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะท่ีตนสนใจ มีส่วนร่วมและ
ตัดสินใจเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ รู้ทัน ข่าวสารและรู้ทันสื่อ คาดการณ์ล่วงหน้าบนพื้นฐานของข้อมูล
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความ ซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน และยอมรับผลที่เกิดจาก
การกระทำของตนเอง ตระหนักและเห็น ความสำคัญของการต่อต้านและป้องกันการทุจริตเห็นความสำคัญ
ของการต่อต้านและป้องกันการทุจริต มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเม่ือเกิดความขัดแย้งโดยสันติวิธี
ด้วยการเจรจาไกล่เกลี่ย การเจรจาต่อรอง การระงับความขัดแย้ง และสร้างเครือข่ายป้องกันปัญหา
ความขัดแย้งปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ือง ความซื่อสัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผลที่เกิดจาก
การกระทำของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญ
สถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะท่ีดีของคนไทย
ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่น ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
เป็นพลเมืองท่ีดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมือง
การปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกต้ัง และการวิพากษ์นโยบาย สาธารณะ อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติ
สามารถจดั การความขัดแย้งด้วยสนั ติวิธี และมีวินัยในตนเอง
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
316
ผลการเรียนรู้
1. แสดงออก แนะนำผู้อน่ื และยกย่องบุคคลท่ีมีความเอ้ือเฟ้ือเผ่ือแผ่ และเสียสละ
2. เปน็ แบบอยา่ ง มีส่วนร่วมในการจดั กจิ กรรม และสนับสนุนให้ผ้อู ่นื แสดงออกถงึ ความรกั ชาติ ยดึ ม่ัน
ในศาสนา และเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตริย์
3. เปน็ แบบอยา่ ง ประยุกต์ และเผยแผ่ พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลกั ปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพียง
4. เป็นแบบอย่างและสง่ เสรมิ สนับสนนุ ให้ผูอ้ น่ื เปน็ พลเมืองดีตามวถิ ปี ระชาธิปไตย
5. ประยกุ ตใ์ ช้กระบวนการประชาธิปไตยในการวพิ ากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะทตี่ นสนใจ
6. มสี ว่ นรว่ มและตัดสนิ ใจเลือกตัง้ อย่างมวี ิจารณญาณ
7. รูท้ ันขา่ วสารและรู้ทันส่ือ
8. คาดการณเ์ หตุการณ์ล่วงหนา้ บนพื้นฐานของข้อมูล
9. มสี ว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาเมอ่ื เกิดความขดั แยง้ โยสนั ตวิ ิธีและสรา้ งเครือขา่ ยป้องกนั ปญั หา
ความ ขดั แยง้
10. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผ้มู ีวนิ ยั ในตนเอง
11. นกั เรยี นเกดิ การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ สว่ นตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (ตา้ นทุจริต)
12. นกั เรยี นความละอายและความไม่ทนต่อการ ทุจริต (ต้านทจุ ริต)
13. นักเรยี น เกดิ ความ STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ รติ (ตา้ นทุจริต)
14. นักเรยี นเป็นพลเมืองกับความรบั ผิดชอบต่อสังคม (ตา้ นทจุ ริต)
รวมท้ังหมด 14 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
317
คำอธิบายรายวชิ า (เพิ่มเติม)
รหัสวิชา ส30205 การเมอื งการปกครอง กลมุ่ สาระสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 5 เวลา 40 ช่ัวโมง 1.0 หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ 1
ศึกษา ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับการเมืองการปกครอง ประวัติความเป็นมา และพัฒนาการด้าน
การเมืองการปกครองของไทย กระบวนการ และ สถาบันที่เกี่ยวข้องกับการเมืองการปกครองตาม
รฐั ธรรมนญู ไทยฉบบั ปจั จุบัน เข้าใจเหตุการณ์ทางการเมืองการปกครองของไทยในปัจจุบัน
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบคน้ ข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์และแก้ปญั หา เพ่ือให้มคี วามเข้าใจระบบการปกครองของไทย ตระหนักในบทบาทหนา้ ท่ีของ
ตนและมีส่วนร่วมในการปกครองแบบประชาธิปไตยท่ีมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ผลการเรียนรู้
1. มีความรู้ ความเข้าใจ เก่ียวกับหลกั การเมืองการปกครองเบ้ืองตน้
2. มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับประวตั คิ วามเปน็ มา และพัฒนาการด้านการเมืองการปกครองของ
ไทย
3. มคี วามรู้และเขา้ ใจ เก่ียวกับ กระบวนการ และสถาบันทเ่ี ก่ยี วข้องกับการเมืองการปกครองตาม
รฐั ธรรมนูญไทยฉบับปัจจุบนั
4. มคี วามรคู้ วามเข้าใจเกย่ี วกับการเมืองการปกครองของไทยในปจั จุบัน ตระหนกั ในบทบาทหนา้ ท่ี
ของคนและ มสี ่วนร่วมในการส่งเสรมิ การปกครองแบบประชาธิปไตยทมี่ พี ระมหากษัตรยิ ์เป็นประมขุ
รวมทั้งหมด 4 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
318
คำอธิบายรายวิชา (เพ่ิมเตมิ )
รหัสวชิ า ส30206 อาเซียนศกึ ษา กลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่ 2
ศึกษา สืบค้นและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานอาเว๊ยนในเร่ืองประวัติความเป็นมาของ
อาเซียน การก่อตั้งอาเซียน สมาชิกอาเซียน การบริหารและขั้นตอนการดำเนินงานของอาเซียน อัตลักษณ์
และสัญลักษณ์ของอาเซยี น ปฏญิ ญาอาเซียน วิสัยทศั น์อาเซยี น กฏบัตรอาเซียน ประเทศสมาชิกอาเซียนใน
เรื่องธงชาติและตราประจำแผ่นดินของประเทศสมาชิกแต่ละประเทศ สภาพทางภูมิศาสตร์ ประวัติความ
เป็นมา การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับไทย
ประชาคมอาเซียนในเร่ืองการจัดตั้งประประชาคมอาเซียน เสาหลักประชาคมอาเวียน บทบาทของไทยใน
การจัดต้ังประชาคมอาเซียน อาเซียนกับความสัมพันธ์ภายนอกอาเซียน ท้ังอาเซียน + 3 อาเซียนกับ
ประเทศคูเ่ จรจา อาเซียนกับสหภาพยุโรป และอาเซียนกับองคก์ ารสหประชาชาติ พลวตั อาเซยี นในทศวรรษ
หนา้ ในเรอ่ื งทที่ า้ ทายและอนาคตของอาเซียนในทศวรรษหนา้
โดยใช้ทักษะการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีสารสตนเทศ กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการทางสงั คม กระบวนการนำเสนอข้อมูลและวิธกี ารทางประวัติศาสตร์
เพอื่ ให้นักเรียนเกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถคดิ วเิ คราะห์ สร้างองค์ความรใู้ หม่ ตระหนักเหน็ คุณค่า
มีความภูมิใจในความเป็นไทยและความเป็นอาเซียน ร่วมกันรับผิดชอบต่อประชาคมอาเซียน มีวิถีชีวิต
ประชาธิปไตย ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล สันติวิธี/สันติธรรม ยอมรับความแตกต่างในการนับถือศาสนา
และการดำเนนิ ชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ผลการเรียนรู้
1. ร้แู ละเข้าใจเก่ยี วกับความรู้พ้นื ฐานอาเซยี นในเร่ืองประวัตคิ วามเปน็ มาของอาเซียน การก่อต้ัง
อาเซียน สมาชิกอาเซยี น การบริหารและขนั้ ตอนการดำเนินงานของอาเซียน อตั ลกั ษณ์อาเซียน ปฏญิ ญา
อาเซยี น วสิ ยั ทศั น์อาเซียนและกฎบัตรอาเซียน
2. รแู้ ละเขา้ ใจเกีย่ วกบั ประเทศสมาชกิ อาเซียนในเรื่องธงชาติและตราประจำแผน่ ดนิ ของประเทศ
สมาชิกแต่ละประเทศ สภาพทางภูมศิ าสตร์ ประวัติความเปน็ มา การเมืองการปกครอง เศรษฐกจิ สังคม
และวัฒนธรรม และความสมั พนั ธ์ระหว่างประเทศกับไทย
3. รู้และเขา้ ใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียนในเร่ืองการจัดต้ังประชาคมอาเซยี นและเสาหลกั ประชาคม
อาเซียน รวมทงั้ วิเคราะหบ์ ทบาทของไทยในการจดั ตั้งประชาคมอาเซีย และนำไปใช้เมื่อเข้าสู่ประชาคม
อาเซยี น
4. รูแ้ ละข้าใจเกย่ี วกบั อาเซียนกบั ความสมั พันธภ์ ายนอกอาเซยี นในเรื่องการรวมกล่มุ เศรษฐกิจ
อาเซยี น บทบาทของกลมุ่ เศรษฐกิจเศรษฐกิจอาเซียนและความสัมพนั ธ์ภายนอกของอาเซยี น
5. วิเคราะหป์ ญั หาและอปุ สรรคจากผลงานของกลุ่มอาเซียนในด้านตา่ ง ๆ
6. บอกประโยชนท์ ่ีประเทศไทยได้รับจากการเป็นสมาชิกของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั นาวง
319
(ASEAN Ec0n0mic C0mmunity): AEC
7. รู้และเข้าใจเก่ียวกับพลวัตอาเซียนในทศวรรษหน้าในเร่ืองท่ีท้าทายและอนาคตของอาเซียนใน
ทศวรรษหนา้
รวม 7 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดนาวง
320
คำอธิบายรายวิชา (เพิ่มเติม)
รหสั วชิ า ส30207 เศรษฐกิจพอเพยี ง กลุ่มสาระสงั คมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต ภาคเรียนที่ 2
เศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ ปรัชญาท่ีพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชดำรัสช้ีแนะแนวทาง การ
ดำรงอยู่ และการปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับให้ดำเนินชีวิตไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการ พัฒนา
เศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง ห มายถึง ความพอประมาณ ความมี
เหตุผล รวมถึงความจำเป็นท่ีจะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อผลกระทบใดๆ อันเกิดจากการ
เปล่ยี นแปลงทั้งภายนอก และภายใน ท้ังน้ีจะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมัดระวัง อย่าง
ย่ิงในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผน และดำเนินการทุกข้ันตอน และขณะเดียวกันจะต้อง
เสริมสร้างพ้ืนฐานจิตใจของคนในชาติให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซ่ือสัตย์สุจริตและให้มีความรอบรู้ท่ี
เหมาะสมดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบ เพ่ือให้สมดุล และพร้อมต่อ
การรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ท้ังด้านวัตถุ สังคม ส่ิงแวดล้อมและวัฒนธรรมจาก
โลกภายนอกได้ พร้อมทั้งสามารถนำแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ประกอบอาชีพได้
อย่างเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1.อธบิ ายแนวคิด หลกั การ ความหมาย ความสำคัญของปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพยี งได้
2. บอกแนวทางในการนำปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดำเนินชวี ติ
3. เห็นคณุ คา่ และปฏิบัติ ตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง
4. ปฏบิ ตั ิตนเปน็ แบบอย่างในการดำเนินชีวติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในชุมชน
5. เผยแพร่หลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงให้ชุมชนเหน็ คุณคา่ แลว้ นำไปปฏิบตั ใิ นการดำเนนิ ชีวิต
6. มสี ว่ นรว่ มในชมุ ชนในการปฏิบตั ิ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
7. สามารถนำแนวคิดตามหลัก ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใชป้ ระกอบอาชพี ได้
รวม 7 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวดั นาวง
321
คำอธิบายรายวชิ า (เพิ่มเติม)
รหัสวิชา ส33201 ต้านทุจริตศกึ ษา กลุม่ สาระสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 เวลา 40 ช่วั โมง 1.0 หน่วยกิต ภาคเรยี นท่ี 1
แสดงออก แนะนำผูอ้ ื่น และยกย่องบุคคลท่ีมีความเออื้ เฟ้ือเผื่อแผแ่ ละเสียสละต่อสังคม ปฏิบตั ติ นเป็น
ผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองใฝ่หาความรู้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน
และผลประโยชน์ส่วนรวม มีความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง
มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม และสนับสนุนให้ผู้อื่นแสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูน
สถาบันพระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท ในเร่ือง
การมีระเบียบวินยั ความสามคั คี หลักการทรงงาน ในเรื่องระเบดิ จากข้างใน ไม่ตดิ ตำรา บริการรวมทจี่ ุดเดยี ว
ใช้อธรรมปราบอธรรม และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปฏิบัติตนเป็นผู้มี วินัยในตนเอง ในเรื่องความ
ซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าท่ี ยอมรับผลท่ี เกิดจากการกระทำของ
ตนเอง สามารถคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชนส์ ่วนรวม ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ละอายและ
ความไม่ทนต่อการทุจริต ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างและส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้อื่นเป็นพลเมืองดีตามวิถี
ประชาธิปไตย ในเรื่อง การเป็นผู้นำและการเป็นสมาชิกที่ดี การใช้สิทธิและหน้าที่ การใช้เสรีภาพอย่าง
รบั ผิดชอบ ความกล้าหาญ ทางจรยิ ธรรม การเสนอแนวทางการแก้ปัญหาสงั คมต่อสาธารณะ การติดตามและ
ประเมินข่าวสารทาง การเมือง และการรู้เท่าทันสื่อ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง ประยุกต์ใช้
กระบวนการประชาธิปไตยใน การวิพากษ์ประเด็นนโยบายสาธารณะที่ตนสนใจ มีส่วนร่วมและตัดสินใจ
เลือกต้ังอย่างมีวิจารณญาณ รู้ทัน ข่าวสารและรู้ทันส่ือคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าบนพ้ืนฐานของข้อมูล
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่อง ความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติ
หน้าท่ี ยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำของ ตนเองตระหนักและเห็นความสำคัญของการต่อต้านและป้องกัน
การทุจริตเห็นความสำคัญของการต่อต้านและ ป้องกันการทุจริต มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาเมื่อเกิด
ความขดั แยง้ โดยสันติวิธี ด้วยการเจรจาไกล่เกลยี่ การเจรจาต่อรอง การระงับความขัดแย้ง และสรา้ งเครือข่าย
ปอ้ งกันปัญหาความขดั แย้ง ปฏิบัตติ นเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเร่อื ง ความซ่ือสัตย์สุจริต อดทน และยอมรับผล
ที่เกิดจากการกระทำของตนเอง โดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการ
เผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เพื่อให้ผู้เรียนมีลักษณะที่ดีของคน
ไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่น ในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วม
ทางการเมืองการปกครอง มีวิจารณญาณในการเลือกต้ัง และการวิพากษ์นโยบาย สาธารณะ อยู่ร่วมกับผู้อื่น
อย่างสันติ สามารถจดั การความขัดแย้งดว้ ยสนั ติวิธี และมวี นิ ยั ในตนเอง
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั นาวง
322
ผลการเรยี นรู้
1. แสดงออก แนะนำผู้อ่ืน และยกย่องบุคคลทมี่ ีความเอ้ือเฟื้อเผ่อื แผ่ และเสยี สละ
2. เปน็ แบบอยา่ ง มีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรม และสนับสนนุ ใหผ้ ้อู ่ืนแสดงออกถึงความรกั ชาติ ยึดมัน่
ใน ศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
3. เป็นแบบอย่าง ประยุกต์ และเผยแพร่ พระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกิจ พอเพียง
4. เป็นแบบอย่างและสง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ ้อู ่นื เป็นพลเมืองดตี ามวิถปี ระชาธปิ ไตย
5. ประยุกต์ใชก้ ระบวนการประชาธิปไตยในการวิพากษป์ ระเดน็ นโยบายสาธารณะท่ีตนสนใจ
6. มสี ่วนร่วมและตดั สนิ ใจเลือกต้งั อย่างมวี จิ ารณญาณ
7. รู้ทันขา่ วสารและร้ทู ันสอ่ื
8. คาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหนา้ บนพ้ืนฐานของข้อมลู
9. มสี ว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาเม่อื เกิดความขัดแย้งโดยสันตวิ ิธแี ละสร้างเครือขา่ ยการปอ้ งกันปญั หา
ความ ขัดแยง้
10. ปฏบิ ัติตนเป็นผมู้ วี ินัยในตนเอง
11. นักเรยี นเกิดการคดิ แยกแยะระหวา่ งผลประโยชน์ ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม (ต้านทุจรติ )
12. นกั เรยี นความละอายและความไม่ทนต่อการ ทุจรติ (ต้านทุจรติ )
13. นักเรยี น เกดิ ความ STRONG / จติ พอเพียงต่อต้านการทุจริต (ต้านทุจรติ )
14. นกั เรยี นเปน็ พลเมืองกบั ความรับผดิ ชอบต่อสงั คม (ตา้ นทจุ ริต)
รวมทั้งหมด 14 ผลการเรยี นรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวดั นาวง
323
คำอธิบายรายวชิ า (เพิ่มเตมิ )
รหสั วชิ า ส30208 โลกศึกษา กลุม่ สาระสังคมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 เวลา 40 ชวั่ โมง 1.0 หนว่ ยกิต ภาคเรียนที่ 2
ศึกษา วเิ คราะห์ความสำคัญของสถาบนั ทางสังคม บทบาทของสถาบันหรือองค์กรในสถานการณ์โลก
ความหลากหลายของประชากรด้านชาติพันธุ์ท่ีมีผลต่อความสัมพันธ์ของมนุษยชาติ อิทธิพลของ
สภาพแวดล้อมที่มีตอ่ วัฒนธรรม เศรษฐกิจและสังคม คา่ นิยมในสังคมโลก บทบาทด้านสิทธมิ นุษยชนที่มีต่อ
สังคมโลก ปัญหาและความขัดแย้งในสังคมโลกและแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ความมั่นคง
วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมในภูมิภาคต่างๆ ของโลกและแนวทางแก้ไขและพัฒนา
การพ่งึ พาอาศัยในโลกยุคโลกาภวิ ฒั น์
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปญั หา
เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ความเป็นไปของโลก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต
มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา เพ่ือให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมโลก มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้าน
การเป็นพลโลกทด่ี ี มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และสามารถดำเนนิ ชวี ติ อย่างสันติสุขในสงั คมไทยและสังคมโลก
ผลการเรยี นรู้
1.วิเคราะหบ์ ทบาทสำคัญของสถาบนั และองค์กรทม่ี ีผลต่อสถานการณ์โลกยุคปจั จุบนั
2. วเิ คราะหค์ วามหลากหลายด้านชาตพิ ันธ์ทีมตี ่อความสัมพนั ธข์ องมนุษยชาติ อทิ ธพิ ลของ
สภาพแวดล้อมท่ีมีต่อวัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม
3. วเิ คราะห์ค่านยิ มทีม่ ีต่อผลการกระทำของคนในสังคม และอทิ ธิพลของสือ่ ที่มีผลต่อค่านยิ ม
4. ตระหนกั ในความสำคญั ของความเสมอภาคและความยตุ ิธรรมในสังคม มบี ทบาทและมีส่วนรว่ มใน
การสร้างความเทา่ เทยี มกัน และความเปน็ ธรรมในสงั คม
รวม 4 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวดั นาวง
324
คำอธิบายรายวิชา (เพ่ิมเตมิ )
รหัสวิชา พ31201 ทักษะกีฬา 1 (ฟุตบอล) กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4 เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ 1
มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ ในการเคล่ือนไหว จัดรูปแบบกลไก การเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬา
ฟุตบอล อยา่ งเหมาะสม ศึกษาค้นควา้ กฎ ทกั ษะการเคล่อื นไหว กีฬาฟุตบอล รปู แบบการเลน่ นำหลักการทาง
พลศึกษาไปใช้ในการพัฒนาการเล่นเกม กีฬาฟุตบอล หลักการเล่นกีฬาให้ปลอดภัยและสนุกสนาน หลักการ
บริหารร่างกายการสร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล การยิงประตู และการป้องกัน วิธีการเล่นฟุตบอลเป็นทีม
ขั้นตอน ที่สำคัญในการนำไปสู่การเล่นฟุตบอล ตำแหน่งในการยืนในกีฬาฟุตบอล หน้าที่ของผู้เล่นในกีฬา
ฟุตบอล รูปแบบการเล่นฟุตบอลเป็นทีมอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสนุกสนาน เห็นคุณค่า การมีส่วน
ปฏิบัติงานเป็นทีม ด้วยความรับผิดชอบตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย ปฏิบัติตน ในการเล่นกีฬาฟุตบอลอย่างมีนำ้ ใจ
นักกีฬา มีคุณธรรมและจริยธรรม รวมท้ังปฏิบัติตน ตามกฎ กติกา วิธีการเล่น ได้อย่างปลอดภัย และ
สนุกสนาน
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ เร่ืองการเคลื่อนไหว ในการเล่นกีฬาฟุตบอล สามารถนำความรู้
ประสบการณ์ไปสรปุ เป็นแนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเน่ือง และมีความสุขเป็นปกติวิสัย สร้าง
คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ และจติ สำนกึ ในการสร้างเสรมิ สุขภาพในชมุ ชน
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายประโยชนแ์ ละคุณค่าของกฬี าฟตุ บอล
2. อธิบายและปฏิบัตหิ ลักการบรหิ ารรา่ งกายก่อนการเล่นฟุตบอลและการคลายกล้ามเน้ือ
หลังเล่นกฬี าฟตุ บอล
3. อธบิ ายตำแหนง่ หน้าท่ีการเล่นฟุตบอลแต่ละตำแหน่งรวมทงั้ รปู แบบการรกุ และการรับ
4. อธิบายรปู แบบสนามฟุตบอล กตกิ าการแขง่ ขันฟุตบอล
5. สามารถปฏบิ ัติการทดสอบสมรรถภาพทางกายและการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายอย่างถูกต้อง
และเหมาะสมกบั กฬี าฟุตบอล
6. สามารถแสดงทา่ เตรียมพร้อมและเคลื่อนไหวแบบต่างๆ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
7. ปฏิบตั ิการเลน่ ฟตุ บอลทีม ดว้ ยความสนุกสนาน
รวม 7 ผลการเรียนรู้
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
325
คำอธบิ ายรายวชิ า (เพิ่มเตมิ )
รหัสวชิ า พ31202 ทักษะกีฬา 2 (ฟตุ บอล) กลุ่มสาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 เวลา 40 ชว่ั โมง 1.0หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ 2
มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะ ในการเคล่ือนไหว จัดรูปแบบกลไก การเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬา
ฟุตบอลทีม อย่างเหมาะสม ศึกษาค้นคว้ากฎ ทักษะการเคลื่อนไหว กีฬาฟุตบอล รูปแบบการเล่น นำหลักการ
ทางพลศึกษาไปใช้ในการพัฒนาการเล่นเกม กีฬาฟุตบอล หลักการเล่นกีฬาให้ปลอดภัยและสนุกสนาน
หลักการบรหิ ารร่างกายการสร้างความคุ้นเคยกับลูกฟุตบอล การยิงประตู และการป้องกัน วิธกี ารเล่นฟุตบอล
เป็นทีม ข้ันตอนท่ีสำคัญในการนำไปสู่การเล่นฟุตบอล ตำแหน่งในการยืนในกีฬาฟุตบอล หน้าท่ีของผู้เล่นใน
กีฬาฟุตบอล รูปแบบการเล่นฟุตบอลเป็นทีมอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสนุกสนาน รู้หลักและวิธีการออก
กำลังกายที่ถูกต้องโดยใช้กีฬาฟุตบอลเป็นสื่อ รู้ ประวัติ กฎ กติกาการเล่นที่ถูกต้อง รู้ถึงระเบียบ วินัยของการ
ฝึก เคารพเช่ือฟังผู้สอน มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เห็นคุณค่า การมีส่วนปฏิบัติงานเป็นทีมด้วยความ
รับผิดชอบตามท่ีได้รับมอบหมาย ปฏิบัติตน ในการเล่นกีฬาฟุตบอลทีมอย่างมีน้ำใจนักกีฬา มีคุณธรรมและ
จริยธรรม รวมทงั้ ปฏิบตั ิตน ตามกฎ กตกิ า วธิ กี ารเล่น ได้อย่างปลอดภยั และสนุกสนาน
เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ เรื่อง การเคลื่อนไหว ในการเล่นกีฬาฟุตบอลทีม สามารถนำความรู้
ประสบการณ์ไปสรุป เป็นแนวปฏิบัติและใช้ในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง และมีความสุขเป็นปกติวิสัย สร้าง
คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และจิตสำนกึ ในการสร้างเสริมสุขภาพในชุมชน
ผลการเรยี นรู้
1. สามารถแสดงทกั ษะการรบั และการสง่ ลูกในรปู แบบต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง
2. สามารถแสดงทักษะการเลยี้ งลกู รปู แบบต่างๆ ได้อยา่ งถูกต้อง
3. สามารถแสดงทกั ษะการยิงประตูในลักษณะตา่ งๆ ได้อยา่ งถกู ต้อง
4. ปฏิบตั กิ ารเลน่ ตามรูปแบบและตำแหน่งในการเลน่ ฟุตบอล
5. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิรูปแบบการเลน่ พ้ืนฐาน ของกีฬาฟุตบอลได้
6. นกั เรียนสามารถปฏบิ ัติตามกฎกติกาของกฬี าฟตุ บอลได้
7. นักเรียนสามารถปฏิบัติการแขง่ ขนั กีฬาฟตุ บอลได้
8. นักเรยี นมีน้ำใจเปน็ นักกีฬา มีคุณธรรม จริยธรรมเปน็ ผเู้ ลน่ และผู้ชมทีด่ ไี ด้
รวม 8 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
326
รหสั วชิ า I33201 คำอธบิ ายรายวชิ า (เพิ่มเตมิ ) ภาคเรียนที่ 2
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 ศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง
เวลา 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ศึกษาวิเคราะห์ ฝึกทักษะตั้งประเด็นปญั หา/ต้ังคำถามเกี่ยวกับสถานการณป์ จั จบุ ันและสังคมโลก ตง้ั
สมมตุ ิฐานและให้เหตุผลทีส่ นับสนุนหรือโตแ้ ยง้ ประเดน็ ความรู้ โดยใช้ความรจู้ ากศาสตรส์ าขาตา่ งๆและมี
ทฤษฎีรองรับ ออกแบบ วางแผน รวบรวมข้อมลู คน้ คว้าแสวงหาความรเู้ กยี่ วกับสมมตุ ิฐานทีต่ ้งั ไว้จากแหลง่
เรียนรู้ทัง้ ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และสารสนเทศ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ และพจิ ารณาความน่าเช่ือถือของแหล่งเรียนรู้
อย่างมวี จิ ารณญาณ เพื่อให้ได้ข้อมูลท่ีครบถว้ นสมบูรณ์
วิเคราะหข์ ้อมลู โดยใชว้ ิธกี ารท่ีเหมาะสม สังเคราะห์สรปุ องค์ความรูร้ ว่ มกนั มีกระบวนการกลมุ่ ในการ
วพิ ากษ์ แลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ โดยใช้ความรจู้ ากวชิ าสาขาตา่ งๆ เสนอแนวคิด วิธีการแก้ปญั หาอย่างมีระบบ
ดว้ ยกระบวนการคิด กระบวนการแกป้ ัญหา กระบวนการปฏิบตั ิ
เพื่อใหเ้ กดิ ทักษะในการค้นควา้ แสวงหาความรู้ สงั เคราะห์ สรุป อภปิ รายผลเปรียบเทียบเชื่อมโยง
ความรู้ ความเป็นมาของศาสตร์ เข้าใจหลกั การและวธิ ีคดิ ในสิ่งทีศ่ กึ ษา เห็นประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของการศึกษา
ดว้ ยตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. ตง้ั ประเด็นปญั หา จากสถานการณ์ปจั จุบนั และสังคมโลก
2. ตง้ั สมมตุ ฐิ านและให้เหตผุ ลที่สนบั สนุนหรอื โต้แยง้ ประเดน็ ความร้โู ดยใช้ความร้จู ากวชิ าสาขาต่างๆ
และมีทฤษฎรี องรับ
3. ออกแบบ วางแผน ใชก้ ระบวนการรวบรวมข้อมูลอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
4. ศกึ ษา ค้นควา้ แสวงหาความรเู้ กยี่ วกบั ประเด็นทีเ่ ลอื ก จากแหลง่ เรียนรู้ที่มปี ระสิทธภิ าพ
5. ตรวจสอบความนา่ เชื่อถือของแหลง่ ที่มาของข้อมลู
6. วิเคราะห์ข้อคน้ พบด้วยสถติ ิท่ีเหมาะสม
7. สังเคราะห์ สรุปองคค์ วามรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม
8. เสนอแนวคิดการแกป้ ัญหาอย่างเปน็ ระบบด้วยองค์ความร้จู ากการค้นพบ
รวมทั้งหมด 8 ผลการเรียนรู้
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดนาวง
327
4. กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพ่ือความเป็น
มนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสรา้ งให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบ
วินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพ่ือสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน
อยา่ งมคี วามสุข
การดำเนินการกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นโรงเรียนวัดนาวง
แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ดงั นี้
1. กจิ กรรมแนะแนว
กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตาม
ความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทาง
อารมณ์ การเรียนรใู้ นเชิงพหปุ ญั ญา และสรา้ งสมั พันธภาพทดี่ ี โรงเรยี นวดั นาวงได้จัดกิจกรรมแนะแนว ดังนี้
1.1 จัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับการแนะแนวให้ความช่วยเหลือนักเรียน โดยจะมีแผน
การจัดการเรียนรู้ จำนวน 40 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา เป็นการเรียนรู้ท่ีมุ่งหวังให้ผู้เรียนเกิดทักษะ
ในการดำรงชีวิตและมีคุณธรรม จริยธรรม และครูมีการบันทึกหลังดำเนินกิจกรรม เพ่ือนำไปประมวลผล
และพัฒนาตอ่ ไป
1.2 จัดกิจกรรมเพ่ือให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา
การจัดบริการสนเทศ โดยจดั ใหม้ ีเอกสารเพ่ือใช้สำรวจข้อมูลเกี่ยวกบั ตัวผเู้ รียน ด้วยการสังเกต การสัมภาษณ์
การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเย่ียมบ้านนักเรียน การให้
ความช่วยเหลือผู้เรียนในเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทำระเบียนสะสม สมุดรายงานประจำตัวนักเรียน
และบตั รสุขภาพ
1.3 จัดกิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทำแบบทดสอบเพื่อรู้จักและเข้าใจตนเอง
มที กั ษะในการตัดสนิ ใจ การปรบั ตวั และการวางแผนเพ่อื เลือกศกึ ษาต่อ เลือกอาชีพ
1.4 จัดบริการให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนเป็นรายบุคคล และรายกลุ่ม ในด้านการศึกษา อาชีพ
และส่วนตัว โดยมีผู้ให้คำปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องการให้คำปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้
คำปรกึ ษาทเ่ี หมาะสม
1.4.1 ช่วยเหลอื ผู้เรียนท่ีประสบปัญหาดา้ นการเงนิ โดยการให้ทุนการศกึ ษาแก่ผู้เรียน
1.4.2 ติดตามเกบ็ ขอ้ มลู ของนักเรยี นทสี่ ำเร็จการศึกษา
2. กจิ กรรมนักเรยี น
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดนาวง
328
2.1 กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี/กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณะประโยชน์ ผู้เรียนใน
ระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 1 – 6 และผเู้ รียนระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 - 3 ทกุ คน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ –
เนตรนารี เพื่อส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริม
ความสามัคคี มีวินัย และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมโดยดำเนินการจัดกิจกรรมตามข้อกำหนดของ
คณะกรรมการลูกเสือแหง่ ชาติ
กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทำประโยชน์ตาม
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม
ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทำประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคม กิจกรรมสำคัญได้แก่ กิจกรรม
บำเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดำรงรักษา สืบสานศาสนา ศิลปะและวัฒนาธรรม
กจิ กรรมพฒั นานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสังคม ซ่ึงจะแทรกในกจิ กรรมลกู เสอื – เนตรนารี
3. กิจกรรมชุมนุม ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน
โดยมีชุมนุมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรม
ด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และค่าย
วิชาการ การศึกษาดงู าน การฝกึ ปฏิบัติ การบรรยายพิเศษ
5. กิจกรรมเสรมิ หลกั สูตร
5.1 Head ภาษาอังกฤษเพ่ือการสอื่ สาร เป็นกิจกรรมทมี่ วี ัตถปุ ระสงค์ ดังน้ี
- ให้ผู้เรียนสามารถพูดสนทนาภาษาอังกฤษในสถานการณ์ท่ีหลากหลายโดยใช้
รูปแบบพน้ื ฐานของบทสนทนา
- ผู้เรียนสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษด้วยการออกเสียง การเน้นน้ำหนักคำ
และเสียงในประโยคไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
- ให้ผเู้ รียนสามารถประยกุ ตร์ ปู แบบของบทสนทนาที่ไดฝ้ ึกกับสถานการณแ์ บบใหม่
ได้
5.2 Health เปน็ กิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมใหผ้ ู้เรยี นได้รูจ้ ักดูแลสุขภาพตนเอง เพ่ือให้ผู้เรยี นเป็น
คนท่ีสมบูรณท์ ง้ั ทางดา้ นรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคมและสตปิ ัญญา
5.3 กิจกรรมสวดมนต์ เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้เรียนปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมท่ีดีสำหรับ
ผู้เรียน ให้ผู้เรียนรู้จักการกราบพระ สวดมนต์บทส้ัน ๆ และกล่าวคำแผ่เมตตาได้ถูกต้อง ให้ผู้เรียนปฏิบัติตน
ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาและเพื่อฝึกให้นักเรียนมีสมาธิ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเรียน การสอน
ให้มีประสิทธิภาพที่ดีข้ึน ส่งผลให้ผู้เรียนรู้จักการกราบพระท่ีถูกต้อง สวดมนต์บทสั้น ๆ ได้ แผ่เมตตา
หลักสตู รสถานศกึ ษาโรงเรียนวดั นาวง
329
ได้ ผู้เรียนมีความอ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนได้ดี ผู้เรียนมีสมาธิมากขึ้น
ซึ่งจะส่งผลดีในการทำกิจกรรมในห้องเรียนด้วยและผู้ปกครองชื่นชม ที่เด็กเชื่อฟัง ไม่ดื้อ ไม่ซน รวมท้ัง
การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
5.4 สอนเสริม เป็นกิจกรรมการสอนเพ่ือแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ
กระบวนการ หรือเจตคติ / คุณลักษณะ ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากำหนด สถานศึกษาต้องจัดสอน
ซ่อมเสริมเป็นกรณีพิเศษนอกเหนือไปจากการสอนปกติ เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนสามารถบรรลุตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ / ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ เป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่
หลากหลายและตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
โครงสร้างและอัตราเวลาจดั กจิ กรรมระดับประถมศึกษา
กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ระดับประถมศกึ ษา ป.6
ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 40
- แนะแนว บรู ณาการวิชาต้านทจุ ริต 40 40 40 40 40 40
- ลูกเสือ–เนตรนารี/กิจกรรมเพื่อสงั คมฯ 40 40 40 40 40 40
- ชมนมุ 40 40 40 40 40
120
เวลาเรยี นรวม/ปี 120 120 120 120 120
โครงสรา้ งและอตั ราเวลาจัดกิจกรรมระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น
กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ระดับมัธยมศกึ ษา
ม.1 ม.2 ม.3
กิจกรรมแนะแนว/สวดมนต์ 40 40 40
กจิ กรรมนักเรยี น
40 40 40
- ลกู เสือ – เนตรนาร/ี กจิ กรรมเพือ่ สังคม 40 40 40
- ชมรม 120 120 120
เวลาเรียนรวม/ปี
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวดั นาวง
330
โครงสร้างและอัตราเวลาจดั กจิ กรรมระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
กิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ม.4 ระดับมธั ยมศึกษา
40 ม.5 ม.6
กจิ กรรมแนะแนว/สวดมนต์ 40 40
กิจกรรมนักเรียน 40
40 40 40
- กจิ กรรมชุมนมุ วิชาการ/นักศึกษาวชิ าทหาร 120 40 40
- กิจกรรมจิตอาสา 120 120
เวลาเรียนรวม/ปี
แนวทางการประเมินผลกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
การประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น จะต้องพจิ ารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรม
และผลงานของผเู้ รียน ตามเกณฑท์ ่สี ถานศึกษากำหนด และใหผ้ ลการเขา้ รว่ มกจิ กรรมเปน็ ผ่าน และไม่ผา่ น
6. เกณฑ์การจบการศึกษาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรียนวัดนาวง
ก า ร วั ด แ ล ะ ป ร ะ เมิ น ผ ล ก า ร เรี ย น รู้ ข อ ง ผู้ เรี ย น ต้ อ ง อ ยู่ บ น ห ลั ก ก า ร พ้ื น ฐ า น ส อ ง ป ร ะ ก า ร คื อ
การประเมินเพ่ือพัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ให้ประสบผลสำเร็จน้ัน ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัด
และประเมนิ ผลการเรียนร้ใู นทกุ ระดับไม่วา่ จะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษา
และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผล
การประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของ
ผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตาม
ศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดนาวง พุทธศักราช 2554
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดบั ช้ันเรียน
ระดบั สถานศกึ ษา ระดบั เขตพ้นื ท่ีการศกึ ษาและระดบั ชาติ มีรายละเอยี ด ดงั น้ี
1. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมิน อย่างหลากหลาย
เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินช้ินงาน / ภาระงาน แฟ้ม
หลักสูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นวัดนาวง
331
สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง
เพอ่ื นประเมินเพอ่ื น ผู้ปกครองรว่ มประเมิน ในกรณที ่ไี ม่ผ่านตัวชวี้ ัดให้มีการสอนซ่อมเสรมิ
การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒ นาการความก้าวหน้าใน
การเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงที่จะต้อง
ได้รับการพัฒนาปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากน้ียังเปน็ ข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอน
ของตนดว้ ย ท้ังนี้โดยสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชว้ี ัด
2. การประเมินระดับสถานศกึ ษา เป็นการประเมินท่ีสถานศกึ ษาดำเนินการเพ่ือตัดสินผล การเรยี น
ของผูเ้ รยี นเป็นรายปี / รายภาค ผลการประเมินการอา่ น คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากน้ีเพื่อให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อ
การเรียนรู้ของผู้เรยี นตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมี จุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของ
ผู้เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจน
เพ่ือ การจัดทำแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ของสถานศกึ ษาตามแนวทางการประกันคณุ ภาพการศึกษาและ
การรายงานผลการจัดการศึกษา ต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สำนักงาน
คณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน ผ้ปู กครองและชมุ ชน
3. การประเมินระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับเขตพื้นที่
การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานใน
การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดย
ประเมินคุณภาพผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานท่ีจัดทำและดำเนินการโดยเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัด ในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบ
ทบทวนขอ้ มลู จากการประเมนิ ระดบั สถานศึกษาในเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษา
4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียน
ในช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 ช้ันประถมศึกษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลใน
การเทียบเคียงคุณ ภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่ อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณ ภาพ
การจดั การศกึ ษา ตลอดจนเปน็ ข้อมลู สนบั สนนุ การตดั สินใจในระดบั นโยบายของประเทศ
ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ
ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐาน ความแตกต่างระหว่าง
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวัดนาวง
332
บุคคลที่จำแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผู้เรียนท่ัวไป กลุ่มผู้เรียนท่ีมีความสามารถ
พเิ ศษ กลุ่มผู้เรียนที่มีผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนตำ่ กล่มุ ผเู้ รียนทม่ี ีปัญหาด้านวินยั และพฤติกรรม กลุ่มผ้เู รยี นท่ี
ปฏิเสธโรงเรยี น กลุ่มผ้เู รียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กล่มุ พิการทางร่างกายและสติปัญญา เปน็ ต้น
ขอ้ มูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดำเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที เปิดโอกาส
ให้ผเู้ รยี นไดร้ บั การพัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรยี น
สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษา จะต้องจัดทำระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผล
การเรียนของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และแนวปฏิบัติที่เป็นข้อกำหนดของ
หลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน เพ่ือให้บคุ ลากรท่เี กีย่ วขอ้ งทุกฝ่ายถอื ปฏิบัตริ ว่ มกัน
เกณฑก์ ารจบหลักสตู ร
1. เกณฑก์ ารจบระดับประถมศกึ ษา
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนที่
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด และรายวิชา/กิจกรรมเพ่มิ เติมตามท่สี ถานศกึ ษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ีสถานศึกษา
กำหนด
(3) ผเู้ รียนมผี ลการประเมนิ การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขียนในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมิน
ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามท่ีสถานศึกษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากำหนด
2. เกณฑ์การจบระดับมัธยมศกึ ษาตอนต้น
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพ่ิมเติม โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน 66 หน่วยกิต และ
รายวิชาเพ่ิมเตมิ ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พนื้ ฐาน 66 หน่วยกติ และรายวชิ าเพิม่ เติมไม่นอ้ ยกวา่ 11 หน่วยกิต
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์
การประเมินตามทีส่ ถานศึกษากำหนด
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดนาวง
333
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทส่ี ถานศกึ ษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศกึ ษากำหนด
3. เกณฑ์การจบระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
(1) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพ้ืนฐานและเพิ่มเติม โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน 41 หน่วยกิต
และรายวชิ าเพมิ่ เติมตามที่สถานศึกษากำหนด
(2) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชา
พนื้ ฐาน 41 หนว่ ยกติ และรายวิชาเพ่มิ เตมิ ไม่นอ้ ยกว่า 36 หน่วยกติ
(3) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับผ่าน เกณฑ์
การประเมินตามที่สถานศกึ ษากำหนด
(4) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตามทีส่ ถานศกึ ษากำหนด
(5) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นวัดนาวง
สโรำนงักเงรีายนเนขตวัพดื้นนที่ากวารงศึกษา
ประถมศึกษา ปทุมธานี เขต 1