The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by vanjuymay, 2022-03-17 16:08:49

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
เรอื่ ง การสงั เคราะห์ด้วยแสง

ดว้ ยวธิ ีการจดั การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)

สาหรับนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 1

นางอมรรัตน์ ไทรเมอื ง
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะครูชานาญการพิเศษ
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรียนบ้านวงั กว้าง
สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 2



คำนำ

ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบนิเวศ ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้
แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E)สาหรับนกั เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 เร่ือง การสังเคราะห์ด้วย
แสง จดั ทาโดยมวี ัตถุประสงคเ์ พ่อื ใชเ้ ปน็ ส่ือการจัดการเรียนรู้สาหรับนักเรียนและครูผู้สอน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซ่ึงนักเรียนสามารถศึกษาเป็นรายบุคคล
หรือกลุ่ม โดยเน้นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึก
ปฏิบัตจิ รงิ สามารถทาได้ คิดเป็น แก้ปญั หาเปน็ ฝึกคิดแบบองค์รวมโดยทาแผนที่ความคิด
ทาให้เกิดเจตคติที่ดีต่อวิทยาศาสตร์ เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็น
สาคญั

ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอย่างยิ่งว่าชุดกจิ กรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ เร่อื ง การ
สังเคราะห์ดว้ ยแสง ดว้ ยวธิ กี ารจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สาหรบั นักเรยี น
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 จะเปน็ ประโยชน์ตอ่ นักเรยี นและผทู้ ีส่ นใจในการศกึ ษาค้นคว้า เพ่ือ
พัฒนาการเรียนรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ ต่อไป

ผู้จัดทาขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้คาปรึกษา แนะนาเก่ียวกับรูปแบบการจัดทา
และเนือ้ หาทถ่ี ูกต้องมา ณ โอกาสน้ี

อมรรัตน์ ไทรเมือง



สำรบญั

เร่อื ง หน้ำ
คานา ก
สารบัญ ข
สารบญั ภาพ ค
ผงั มโนทัศน์ 1
คาชีแ้ จงในการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ 2
สาระ มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชวี้ ดั จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3
แบบทดสอบก่อนเรียน 4
ใบความรู้ เรอ่ื ง การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง 6
กิจกรรมที่ 1 ปัจจัยบางประการที่จาเป็นตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 11
กจิ กรรมที่ 2 แกส๊ ท่ีไดจ้ ากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 14
แบบฝึกหดั ทบทวนความรู้ 15
สรุปความรเู้ ป็นแผนท่ีความคดิ (Mind Mapping) 16
แบบทดสอบหลังเรียน 17
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น 19
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน 20
กจิ กรรมที่ 1 ปจั จัยบางประการทจ่ี าเปน็ ต่อกระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง 21
กจิ กรรมที่ 2 แกส๊ ที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง 24
เฉลยแบบฝึกหดั ทบทวนความรู้ 26
เฉลยสรุปความรู้เป็นแผนทคี่ วามคดิ (Mind Mapping) 27
แบบบนั ทกึ คะแนนทดสอบก่อนเรยี นและหลังเรียน 28
บรรณานุกรม 29

สำรบัญภำพ ค

เร่ือง หน้ำ
ภาพที่ 1 กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง 7
ภาพท่ี 2 โครงสร้างของใบ 8
ภาพท่ี 3 การปดิ เปิดของปากใบ 9

1

ผังมโนทศั น์

กระบวนการสงั เคราะห์ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
ด้วยแสง ปัจจยั ทส่ี าคญั ต่อกระบวนการ

สงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
ความสาคญั ของกระบวนการ
สงั เคราะห์ดว้ ยแสงต่อสิง่ มชี วี ติ และ

ส่ิงแวดล้อม

2

คำชแี้ จงในกำรใช้ชุดกจิ กรรมกำรเรยี นรวู้ ทิ ยำศำสตร์
เร่อื ง ระบบนิเวศ

ดว้ ยวธิ ีกำรจดั กำรเรียนรแู้ บบสืบเสำะหำควำมรู้ (5E)
ชุดท่ี 1 องคป์ ระกอบของระบบนิเวศ

1. ชุดกจิ กรรมการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เรอื่ ง การสังเคราะห์ดว้ ยแสง ดว้ ยวธิ ีการจดั การ
เรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) สาหรบั นักเรียนช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 จดั ทาข้ึนตามกรอบ
มาตรฐานการเรยี นรู้ของกลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โดยมีเน้ือหาสอดคลอ้ ง
กบั หลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551

2. ชุดกิจกรรมการเรยี นร้ชู ุดนี้ จัดทาขน้ึ โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพ่ือใช้เปน็ ส่อื การจดั การเรยี นรู้
ซงึ่ นักเรยี นสามารถศกึ ษาเปน็ รายบคุ คลหรือเปน็ กลมุ่ โดยเน้นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เรยี นรู้จากประสบการณจ์ รงิ ฝกึ ปฏิบตั ิจรงิ สามารถทาได้ คิดเป็น แกป้ ัญหาเป็น ฝกึ คดิ แบบองค์
รวม โดยทาแผนท่คี วามคิด ทาให้เกิดเจตคติ ทีด่ ีต่อวทิ ยาศาสตร์ เป็นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ี
เนน้ นกั เรียนเป็นสาคญั

3. ชุดกิจกรรมการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ เรื่อง การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง ด้วยวิธกี ารจดั การ
เรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E) มลี าดับข้นั ตอนการจัดกิจกรรมดังน้ี

 การสร้าง ความสนใจ (Engagement)
 การสารวจและค้นหา (Exploration)
 การอธิบาย (Explanation)
 การขยายความรู้ (Elaboration)
 การประเมนิ ผล (Evaluation)
4. ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ เร่อื ง การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง ด้วยวิธีการจดั การ
เรียนรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E) ใชเ้ วลาในการเรยี นรู้ 4 ชั่วโมง

3

สำระ มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ ตัวชวี้ ดั
จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

สำระที่ ๑ วทิ ยำศำสตรช์ วี ภำพ

มำตรฐำน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของส่งิ มชี ีวิต หนว่ ยพน้ื ฐานของสง่ิ มีชีวิต การลาเลียงสาร
ผา่ นเซลล์ ความสมั พันธ์ของโครงสรา้ งและหนา้ ทีข่ องระบบตา่ ง ๆ ของ
สัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสมั พนั ธก์ นั ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้างและ
หนา้ ทีข่ องอวยั วะต่าง ๆ ของพชื ท่ีทางานสมั พนั ธก์ ัน รวมทัง้ นาความรู้ไป
ใชป้ ระโยชน์

ตวั ช้วี ัด ม.1/6 ระบปุ ัจจยั ทีจ่ าเป็นในการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงและผลผลติ ทีเ่ กิดข้นึ จากการ

สังเคราะหด์ ว้ ยแสง โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์

ม.1/7 อธิบายความสาคัญของการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช

ต่อสงิ่ มีชวี ิตและส่งิ แวดล้อม

ม.1/8 ตระหนกั ในคณุ ค่าของพชื ทมี่ ีต่อสง่ิ มชี ีวิตและสิ่งแวดล้อม

โดยการรว่ มกนั ปลกู และดูแลรกั ษาตน้ ไม้ในโรงเรียนและ

ชุมชนตน้ ไม้ในโรงเรียน

จุดประสงคก์ ำรเรียนรู้

1. ด้ำนควำมรู้ (K)
▪ ระบปุ จั จยั ท่จี าเป็นในการสังเคราะหด์ ้วยแสงและผลลติ ทีเ่ กดิ ขนึ้ จาก
การสงั เคราะห์ด้วยแสง
▪ อธิบายความสาคญั ของการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพชื ต่อสิ่งมชี ีวิตและ
สิ่งแวดล้อมได้

2. ดำ้ นกระบวนกำร (P)
▪ สามารถออกแบบสภาวะแวดลอ้ มท่ีเหมาะสมตอ่ การปลกู ตน้ ไมไ้ ด้

3. ดำ้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและค่ำนยิ ม (A)
▪ ตระหนกั ในคณุ คา่ ของพชื ที่มตี ่อส่ิงมีชีวติ และส่ิงแวดล้อม

4

แบบทดสอบก่อนเรียน

คาชแ้ี จง

1. แบบทดสอบมีจานวน 10 ข้อ ใช้เวลาทา 10 นาที
2. ใหน้ กั เรยี นทาเคร่ืองหมายกากบาท () ทบั ขอ้ ท่ถี กู ตอ้ งทีส่ ุดเพยี งคาตอบเดียว

1. พืชสรา้ งอาหารได้เองโดยการสงั เคราะห์ 5. นา้ ตาลทีเ่ กิดจากการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงคอื
ด้วยแสงอาหารดังกลา่ วคอื อะไร ขอ้ ใด

ก. แปง้ ก. C6H12O6
ข. ไขมัน ข. C12H24O12
ค. เกลือแร่ ค. C12H22O11
ง. น้าตาลกลโู คส ง. C6H12O5
2. ในกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง .6. นา้ ตาลท่ีพชื สร้างข้ึนมาเปน็ น้าตาลชนดิ ใด
รงควตั ถุสเี ขยี วที่พืชใช้ เรียกวา่
ก. คลอโรฟิลล์ ก. กลโู คส
ข. คลอโรพลาสต์ ข. ซโู ครส
ค. แคโรทีน ค. มอลโทส
ง. กลูโคส ง. กาแล็กโทส
3. ส่วนใดของพืชทีม่ กี ารสังเคราะหด์ ้วยแสง 7. ตน้ อ้อยใช้ทานา้ ตาลทราย น้าตาลทรายคือ
ก. ใบ นา้ ตาลซูโคสต้นอ้อยจงึ สงั เคราะหด์ ้วยแสงได้
ข. ราก น้าตาลอะไร
ค. ดอก ก. กลโู คส
ง. ทกุ สว่ นของพืชทม่ี ีสีเขียว ข. ซโู ครส
4. สมการแสดงการสร้างอาหารของพืช ค. มอลโทส
ต่อไปนี้ 1 และ 2 คอื อะไร ง. กาแลก็ โทส
8. เมอื่ ตดั กง่ิ ไมท้ ม่ี ีใบมาวางไวใ้ นที่ร่มในตอน
(1) + (2) ออกซเิ จน + กลูโคส + นา้ กลางวันจะยังมกี ารสงั เคราะห์แสงในใบไม้
หรือไม่ ถา้ ก่ิงไมน้ ั้นยงั สดอยู่
ก. น้า + นา้ ตาล ก. ไม่มีเนอื่ งจากกงิ่ ไม้ถกู ตัดขาด
ข. ออกซเิ จน + น้าตาล ข. ไม่มีเพราะเซลลข์ องพชื จะตาย
ค. คาร์บอนไดออกไซด์ + น้า ค. มี เพราะเซลล์ของพชื ยังมชี ีวิต
ง. คาร์บอนไดออกไซด์ + ออกซิเจน ง. ไมม่ ี เพราะไมถ่ กู แสงแดดโดยตรง

5

9. ขอ้ ใด ไม่ใช่ วตั ถดุ บิ ท่ใี ชใ้ นการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
ก. น้า
ข. แสง
ค. ก๊าซออกซิเจน
ง. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

10. เพราะเหตใุ ดจึงตอ้ งทดสอบแปง้ ในใบไม้แทนทีจ่ ะทดสอบนา้ ตาลกลูโคส
ก. น้าตาลในใบไม้มปี รมิ าณน้อย
ข. การทดสอบแปง้ เหน็ ได้ชดั เจนแมจ้ ะมปี ริมาณน้อย
ค. แปง้ ในใบไมเ้ กดิ ข้นึ ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ หลงั การสงั เคราะหด์ ้วยแสง
ง. ถูกทกุ ขอ้

6

ใบควำมรู้ เร่ือง กำรสงั เครำะห์ด้วยแสง

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง เป็นกระบวนการท่ีสาคัญต่อส่ิงมีชีวิต
เนื่องจากเป็นกระบวนการท่ีใช้ในการผลิตอาหารของพืช ซ่ึงเป็นจุดเริ่มต้นของแหล่ง
อาหารและพลังงานที่สาคัญของส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ นอกจากน้ีกระบวนการสังเคราะห์ด้วย
แสงของพืชยังเป็นกระบวนการหลักในการสร้างแก๊สออกซิเจนให้กับบรรยากาศ ซึ่งเป็น
ส่ิงสาคัญต่อกระบวนการหายใจของส่งิ มีชีวิต

กระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง

พืชเป็นส่ิงมีชีวิตที่สามารถสร้างอาหารเองได้และเป็นแหล่งอาหารที่สาคัญของ
สิ่งมีชีวิตชนิดอ่ืนท่ีไม่สามารถสร้างอาหารได้ กระบวนการสร้างอาหารของพืชเรียกว่า
กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสง ซ่ึงมีน้า และแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นวัตถุดิบ มีแสงและ
คลอโรฟิลล์ช่วยทา ให้ได้ผลิตภัณฑ์ คือ น้าตาล น้าและแก๊สออกซิเจน ปัจจัยท่ีสาคัญใน
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง ได้แก่ คลอโรฟิลล์แสง แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ น้า และแร่
ธาตุ กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของแก๊สและแร่ธาตุใน
ดนิ ทาให้เกดิ ความสมดุลตามธรรมชาติซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตบนโลก การสังเคราะห์
ด้วยแสงเป็นกระบวนการที่พืชสีเขียวใช้พลังงานแสงเปลี่ยนเป็นพลังงานเคมี โดยมีน้าและ
คาร์บอนไดออกไซด์เป็นวัตถุดิบ แล้วได้น้าตาลกลูโคสและแก๊สออกซิเจนเป็นผลิตภัณฑ์ โดย
แก๊สออกซิเจนจะถ่ายเทออกสู่อากาศภายนอกผ่านทางปากใบของพืช ส่วนพืชน้าจะปล่อย
แก๊สออกซิเจนออกสู่น้า ทาให้น้าไม่เน่าเสีย และทาให้สัตว์น้าดารงชีวิตอยู่ได้ ปฏิกิริยาของ
กระบวนการสังเคราะห์แสงเขยี นสรุปได้ดงั น้ี

น้าตาลที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืชนอกจากจะใช้เป็นแหล่ง
พลังงานแล้วยงั เป้นวตั ถดุ บิ ในการสงั เคราะหส์ ารอินทรียอ์ ่ืน ๆ อีก เชน่ คารโ์ บไฮเดรต โปรตีน
ไขมัน สารเหล่านี้บางส่วนพืชจะนาไปใช้ในการดารงชีวิต เช่น การเจริญเติบโต การสืบพันธ์
และสารอนิ ทรียท์ เ่ี หลือจะสะสมไวต้ ามสว่ นตา่ ง ๆ ท้ัง ราก ใบ ผล และลาต้น

7

นอกจากน้ีพืชยังเปล่ียนน้าตามไปเป็นส่ารที่จาเป็นอื่น ๆ อีก เช่น เซลลูโลสท่ีเป็น
ส่วนประกอบของผนังเซลล์ เอนไซม์ที่ใช้เป็นตัวเร่งในปฏิกิริยาเคมี เป็นต้น ซึ่ง การ
เจรญิ เติบโตของส่ิงมชี วี ติ ท้ังหลายรวมท้ังมนษุ ยด์ ว้ ย ดังนนั้ การศึกษาเกีย่ วกับการสังเคราะห์
แสงของพืชจะเป็นแนวทางในการนาไปประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิต
ใหเ้ พียงพอต่อการดารงชีพของสง่ิ มชี ีวติ ในระบบนิเวศ

ภำพที่ 1 กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง
ท่มี ำ : หนงั สอื เรยี น อจท.

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงจะเกิดข้ึนได้ในทุก ๆ ส่วนของพืชที่มีสีเขียว แต่
ส่วนมากจะเกิดขึ้นบริเวณใบเน่ืองจากเป็นส่วนที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีคลอ โรพลาสต์อยู่
ซึ่งภายในคลอโรพลาสต์จะมีคลอโรฟิลล์เป็นรงควัตถุท่ีทาหน้าท่ีดูดกลืนแสงเพื่อใช้ใน
กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสง

รงควตั ถุ คอื สารสที ี่อย่ภู ายในคลอโรพลาสต์แบ่งออกเปน็ 3 ประเภทใหญ่ ๆ
ไดแ้ ก่ คลอโรฟิลล์ แคโรทีนอยด์และไฟโคบลิ ิน ซงึ่ สารสที ุกชนิดจะทาหนา้ ท่รี ับพลงั งานแสง
เข้าสใู่ บพชื เพ่ือใชใ้ นกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง

8

ใบเป็นสว่ นประกอบของพชื ท่ใี ช้ในกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ นแสง ซ่งึ โครงสร้างของ
ใบพืชมอี งคป์ ระกอบดังนี้

ภำพที่ 2 โครงสรา้ งของใบไม้
ทม่ี ำ : หนังสอื เรียน อจท.

9

ปจั จยั ทสี่ ำคญั ต่อกระบวนกำรสงั เครำะห์ดว้ ยแสง

ปจั จัยท่ีสาคัญต่อกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช มดี ังนี้
1. แสง เม่อื ความเขา้ มของแสงเพมิ่ ข้ึน พืชจะสงั เคราะหด์ ้วยแสงได้มากขน้ึ แต่ถา้ พืช
ได้รับความเข้มของแสงมากเกนิ ไป กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสงจะหยดุ ลง อย่างไรก็ตาม
พชื แต่ละชนดิ จะเจรญิ ได้ในทีท่ ีม่ ีความเข้มของแสงแตกต่างกนั เชน่ พืชในร่มจะเจรญิ ได้ดีใน
บรเิ วณที่มีความเขม้ ของแสงน้อย พืชกลางแจง้ จะเจรญิ ได้ดีในบรเิ วณทมี่ ีความเขม้ ของแสงมาd
2. คลอโรฟลิ ล์ เปน็ รงควัตถุทม่ี สี ีเขยี ว ทาหน้าทีด่ ูดกลืนแสงจากดวงอาทติ ยม์ าใช้ใน
กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง
3. นำ้ มีส่วนเกี่ยวขอ้ งกับการปดิ เปิดปากใบของพชื ซ่งึ ควบคุมอตั ราการคายนา้ และ
ปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทเ่ี ข้าสู่ใบ
4. แกส๊ คำรบ์ อนไดออกไซด์ เมือ่ ความเข้มขน้ ของแก๊สคาร์บอนไดออกไซดใ์ นบรรยากาศ
มากข้ึน พืชจะมอี ัตราการสังเคราะหด์ ้วยแสงเพิ่มขน้ึ จนถึงระดับหน่ึงแลว้ จะไม่เพม่ิ ขน้ึ อีก
เน่ืองจากสารเคมีท่ีเกย่ี วข้องกับกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงที่อยู่ในพชื มีอยจู่ ากดั

ภำพที่ 3 การปิด เปดิ ของปากใบ
ทม่ี ำ : หนงั สอื เรยี น อจท.

10

ควำมสำคญั ของกระบวนกำรสงั เครำะห์ด้วนแสงต่อส่ิงมีชีวติ และสงิ่ แวดล้อม

กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงมคี วามสาคัญตอ่ สิ่งมชี ีวิตทกุ ชนดิ โดยผลผลติ ท่ีไดจ้ าก
กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง คือ น้าตาลกลโู คส นา้ และแก๊สออกซเิ จน ซงึ่ สิ่งเหลา่ นม้ี ีความสาคญั
ต่อสิ่งมีชวี ิตและส่งิ แวดลอ้ ม ดงั น้ี

1. เป็นแหลง่ อาหารและแหลง่ พลังงานท่สี าคัญของสง่ิ มีชวิ ต เนอื่ งจากพืชสรา้ งอาหารท่ี
สามารถเปลย่ี นแปลงไปเปน็ สารอนิ ทรยี อ์ นื่ ๆ ได้ เช่น คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ไขมัน เป็นตน้ ซ่ึงเม่ือ
ส่ิงมีชวี ติ กนิ พชื เหลา่ นี้ก็จะไดร้ บั สารอาหารดังกล่าวไปใชป้ ระโยชนใ์ นกระบวนการตา่ ง ๆ ของ
ส่ิงมชี ีวติ จึงถอื วา่ สารอาหารที่พชื สรา้ งขนึ้ เป็นแหล่งพลงั งานที่สาคัญของสิ่งมชี ีวิตทกุ ชนดิ

2. เปน็ แหล่งผลติ แก๊สออกซิเจน โดยแกส๊ ออกซเิ จนเป็นแกส๊ ทีส่ ่งิ มีชวี ติ ทกุ ชนิดต้องนาไปใช้
ในกระบวนการหายใจ

3. ชว่ ยลดปรมิ าณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ โดยปกตใิ นบรรยากาศมแี ก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซด์ประมาณ 0.03 % เท่านัน้ แต่เนื่องจากในปจั จบุ ันการเผาไหมเ้ ชื้อเพลงิ เพื่อ
อุตสาหกรรมต่าง ๆ มมี ากข้ึน จงึ ทาใหมีแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดเ์ พ่มิ มากข้ึน นอกจากน้แี ก๊ส
คาร์บอนไดออกไซดย์ งั เป็นตวั การสาคญั ที่ทาใหเ้ กดิ ปรากฎการณเ์ รือนกระจก ดงั น้นั จงึ ควรช่วยกัน
ปลกู พชื และไม่ตดั ไมท้ าลายป่าเพือ่ สดปริมาณแกส๊ คารบ์ อนไดออกไซด์ในบรรยากาศให้น้อยลง



11

กิจกรรมที่ 1 ปจั จัยบำงประกำรทจี่ ำเปน็ ตอ่
กระบวนกำรสังเครำะหด์ ว้ ยแสง

จุดประสงค์ ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์

เพือ่ ศกึ ษาความสาคญั ของคลอโรฟลิ ล์ แสง และ • การสงั เกต

แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ตอ่ กระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ย • การตงั้ สมมติฐาน
• การทดลอง
แสงของพชื

ระบปุ ญั หำ จิตวทิ ยำศำสตร์
คลอโรฟลิ ล์ แสง และแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์มี
• ความสนใจใฝร่ ู้
ความสาคัญตอ่ กระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงของพืช • ความรอบคอบ
หรือไม่ • การทางานร่วมกับผอู้ ่ืนได้อย่าง

สมมตฐิ ำน สร้างสรรค์

..........................................................................

........................................................................................

........................................................................................
อปุ กรณ์

1. ใบชบาด่างและต้นผกั บุ้ง 5. กระดาษสที บึ แสงสดี า 9. หนังยาง

2. บีกเกอร์ 6. หลอดทดลอง 10. ตะเกยี งแอลกอฮอล์

3. กระจกนาฬิกา 7. ปากคบี 11. สารละลายไอโอดีน

4. แอลกอฮอล์ 8. โซเดียมไฮดรอกไซด์

วิธีกำรทดลอง ตอนที่ 1 ศึกษำควำมสำคัญของแสงต่อกระบวนกำรสังเครำะหด์ ้วยแสง
1. เพาะตน้ ผกั บุ้งให้สงู ประมาณ 10 เซนตเิ มตร จากนั้นนาไปไวใ้ นที่มดื เปน็ เวลา 1 คืน
2. นาถงุ ทีท่ าจากกระดาษทบึ แสงสีดาคลุมใบผักบุ้งแล้วใช้หนังยางมัดปากถงุ ใหป้ ิดสนทิ

จากนั้นนากระถามผักบ้งุ ไปตงั้ ไวก้ ลางแดดประมาณ 3 ชว่ั โมง
3. นาใบผกั บ้งุ ท่อี ยนู่ อกถงุ 1 ใบ และทีอ่ ยใู่ นถงุ 1 ใบ มาสกดั คลอโรฟลิ ล์ แลว้ ทดสอบ

แป้ง ดงั น้ี
3.1 ใสน่ า้ 150 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ ตม้ จนเดือด แล้วใส่ใบผักบุง้ ลงไป

จากนัน้ ตน้ ตอ่ ไปอี 1 นาที
3.2 นาใบผักบงุ้ ใสในหลอดทดลอง ใบละ 1 หลอด เตมิ แอลกอฮอล์ใหท้ ว่ มใบ นา

หลอดทดลองไปแช่ในบีกเกอร์ทีม่ ีน้าเดือด ประมาณ 2 นาที จนใบมีสซี ีด
3.3 นาใบผักบุง้ วางบนกระจกนาฬกิ า แล้วหยดสารละลายไอโอดนี ลงใบเพือ่ ทดสอบ

แป้ง สังเกตและบนั ทึกผล

12

บนั ทึกผลกำรทดลอง สีท่ีปรำกฎเมอ่ื หยดสำรละลำยไอโอดีน
ใบผักบ้งุ

ใบท่ีได้รับแสง
ใบที่อย่ใู นถงุ ทบึ แสง

วธิ ีกำรทดลอง ตอนที่ 2 ศกึ ษำควำมสำคญั ของคลอโรฟิลล์
ต่อกระบวนกำรสังเครำะหด์ ้วยแสง

1. นาใบชบาดา่ งมาวาดรูปลายใบ ระบสุ ่วนที่มสี ีเขยี วและไม่มีสีเขียวใหช้ ดั เจน
2. นาใบชบาดา่ งมาสกดั คลอโรฟิลล์ออกจากใบ แลว้ ทดสอบแป้งตามขน้ั ตอน
ขอ้ ท่ี 3.1 – 3.3 ในการทดลองตอนท่ี 1
3. สังเกตสีที่เกิดขน้ึ บนใบ บันทึกผลเปรียบเทียบกบั ภาพทีว่ าดไวก้ ่อนการทดลอง

บันทกึ ผลกำรทดลอง

ใบชบำด่ำง สที ป่ี รำกฎเม่ือหยดสำรละลำยไอโอดีน

สว่ นที่มีสีเขียว

ส่วนทมี่ ีสีขาว

วธิ กี ำรทดลอง ตอนที่ 3 ศึกษำควำมสำคัญของแกส๊ คำร์บอนไดออกไซด์
ต่อกระบวนกำรสังเครำะห์ดว้ ยแสง

1. เพาะต้นผกั บ้งุ 2 กระถาง ใหส้ งู ประมาณ 10 เซนตเิ มตร จากนัน้ าไปไว้ในทม่ี ืดเปน็
เวลา 2 วนั

2. นาถงุ พลาสตกิ 2 ใบ คลุมผักบุ้ง ถุงละ 1 กระถาง โดยถึงหนึ่งใส่โซเดียมไฮดรอกไซด์
ส่วนอีกถงุ ไม่ใส่ มดั ปากถุงด้วนหนังยาง แลว้ นากระถางท้ังสองไปวางไว้กลางแดดประมาณ 3
ชวั่ โมง

3. เด็ดใบผกั บงุ้ จากท้งั 2 ถงุ ถงุ ละ 1 ใบมาสกดั คลอโรฟิลล์ออกจากใบ แลว้ ทดสอบ
แป้งตามข้ันตอน ขอ้ ท่ี 3.1 – 3.3 ในการทดลองตอนท่ี 1 สงั เกตสีที่เกดิ ข้ึนบนใบ

บนั ทึกผลกำรทดลอง

ใบชบำดำ่ ง สที ่ปี รำกฎเมื่อหยดสำรละลำยไอโอดีน

ในถุงทม่ี โี ซเดยี มไฮดรอกไซด์

ในถุงท่ีไม่มีโซเดียมไฮดรอกไซด์

13

อภิปรำยผลกำรทดลอง

.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................

คำถำมท้ำยกำรทดลอง
1. การตม้ ใบพชื ในแอลกอฮอลเ์ พ่ือวัตถุประสงคใ์ ด
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
...................................................................................................................................
2.เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งนาตน้ ผกั บ้งุ ไปวางไว้ในท่ีมืดก่อนนามาทดลอง
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
3. จากการทดลองตอนท่ี 3 การใชส้ ารละลายโซเดียวไฮดรอกไซด์เพอ่ื วัตถปุ ระสงคใ์ ด
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

14

กิจกรรมที่ 2 แกส๊ ทไ่ี ด้จำกกระบวนกำรสังเครำะห์
ดว้ ยแสง

จดุ ประสงค์ ทักษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์
เพ่ือศกึ ษาแกส๊ ทไ่ี ด้จากกระบวนการสังเคราะห์
• การสังเกต
ดว้ ยแสง • การตงั้ สมมติฐาน
• การทดลอง

ระบุปัญหำ จติ วิทยำศำสตร์
แกส๊ ทไ่ี ด้จากกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสงคอื
• ความสนใจใฝร่ ู้
แกส๊ ชนดิ ใด • ความรบั ผดิ ชอบ
• การทางานรว่ มกบั ผอู้ นื่ ได้อยา่ ง
สมมติฐำน สร้างสรรค์
..........................................................................

........................................................................................
........................................................................................

อุปกรณ์ 4. กรวยแก้วก้านส้นั
1. ตน้ สาหรา่ ยหางกระรอก 5. หลอดทดลองขนาดใหญ่
2. บีกเกอร์ 6. ไมข้ ีดไฟ หรือไฟแช็ก
3. ธปู

วธิ ีกำรทดลอง
1. นาต้นสาหรา่ ยหางกระรอกใสใ่ นกรวยแก้วกา้ นสน้ั แล้วคว่าลงในอ่าง ซึ่งมนี า้ อยู่
2. ใสน่ า้ จนเตม็ หลอดทดลองขนาดใหญ่ แล้วควา่ หลอดทดลองครอบกา้ นกรวยแก้ว

ระวังอยา่ ใหม้ ฟี องอากาศเกิดขึ้นในหลอดทดลอง
3. นาบกี เกอรไ์ ปวางไว้กลางแดดประมาณ 3-4 ชั่วโมง สังเกตและบนั ทกึ ผลการ

เปลย่ี นแปลงทเ่ี กิดข้นึ
4. คอ่ ย ๆ ยกหลอดทดลองออกจากปลายกรวยแก้ว แตใ่ ห้ปากหลอดทดลองยงั อยใู่ ต้

ระดบั นา้ ใชน้ ิวอดุ ปลายหลอดทดลองไว้ แล้วยกหลอดทดลองขนึ้
5. เปดิ นวิ้ ที่อดุ ปลายหลอดทดลอง แล้วรีบแยงธูปที่ตดิ ไฟเป็นถ่านสีแดงลงไปในหลอด

ทดลอง สงั เกตและบันทกึ ผล

15

บันทกึ ผลกำรทดลอง
กำรเปลยี่ นแปลงท่ีเกดิ ขึน้

เมอ่ื นำบกี เกอรไ์ ปวำงกลำงแดด 3 – 4 ชว่ั โมง แหย่ธปู ที่ติดไฟเปน็ ถ่ำนแดงลงในหลอดทดลอง

อภิปรำยผลกำรทดลอง

....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................

คำถำมท้ำยกำรทดลอง
1. ฟองอากาศทพี่ บอย่ใู นหลอดทดลองมาจากไหน และเป็นแก๊สชนิดใด
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
...................................................................................................................................
2.นักเรียนสามารถอธิบายการทดลองน้ไี ด้ว่าอยา่ งไร
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
3. ถา้ เปลี่ยนการทดลองนเ้ี ปน็ การนาชุดทดลองไปวางไวใ้ นทม่ี ดื แทน จะเกดิ ผลอยา่ งไร
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

15

แบบฝึกหัดทบทวนควำมรู้
เรือ่ ง กำรสงั เครำะหด์ ว้ ยแสง

ช่ือ – สกุล ชน้ั เลขท่ี

คำชแี้ จง ให้นักเรยี นตอบคาถามต่อไปนี้ใหถ้ ูกต้อง

1. พืชสร้างอาหารไดอ้ ยา่ งไร
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
2. การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื จะเกดิ ข้ึนในทกุ เซลล์ของพืชหรือไม่ ถา้ ไมส่ ว่ นใหญจ่ ะ
เกิดขึน้ บรเิ วณใดของพชื เพราะเหตใุ ด
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
3. ปจั จยั ใดบา้ งท่ีมคี วามสาคญั ต่อกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
4. กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื เกดิ ข้ึนตลอดเวลาหรือไม่ เพราะเหตุใด
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
5 พิจารณาขอ้ ความในแตล่ ะขอ้ ตอ่ ไปนี้ ว่ากล่าวถกู หรือผิด

.....................1.ผลผลิตทเี่ กดิ จากกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง คอื น้าตาลโมเลกลุ เด่ยี ว
แก๊สออกซิเจน และน้า
.....................2. สารละลายไอโอดนี เป็นสารละลายทใี่ ช้ทดสอบหาน้าตาลในพชื
.....................3.แกส๊ ออกซเิ จนไมใ่ ช้ปจั จยั ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั กระบวนการสงั เคราะห์ด้วยแสงของพืช
.....................4.รากของพชื ท่ีมสี ีเขยี ว เชน่ รากกล้วยไม้ไม่สามารถเกดิ กระบวนการสังเคราะห์
ด้วยแสงได้
....................5. การสงั เคราะห์ด้วยแสงจาเปน็ ต้องใชแ้ สงแดด หรืออาจใช้แสงไฟฟา้ แทนได้

16

ควำมรเู้ ปน็ แผนที่ควำมคิด
(Mind Mapping)

17

แบบทดสอบหลังเรยี น

คาชแ้ี จง

1. แบบทดสอบมจี านวน 10 ขอ้ ใช้เวลาทา 10 นาที
2. ให้นกั เรียนทาเครื่องหมายกากบาท () ทับข้อทถ่ี กู ต้องทส่ี ุดเพียงคาตอบเดียว

1. พืชสร้างอาหารไดเ้ องโดยการสังเคราะห์ 5. น้าตาลทเ่ี กดิ จากการสังเคราะหด์ ้วยแสงคือ
ด้วยแสงอาหารดงั กล่าวคอื อะไร ข้อใด

ก. แปง้ ก. C6H12O6
ข. ไขมัน ข. C12H24O12
ค. เกลือแร่ ค. C12H22O11
ง. นา้ ตาลกลูโคส ง. C6H12O5
2. ในกระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง .6. นา้ ตาลทพี่ ืชสรา้ งขึน้ มาเป็นน้าตาลชนิดใด
รงควัตถุสีเขยี วทพี่ ชื ใช้ เรียกว่า
ก. คลอโรฟิลล์ ก. กลูโคส
ข. คลอโรพลาสต์ ข. ซโู ครส
ค. แคโรทนี ค. มอลโทส
ง. กลโู คส ง. กาแลก็ โทส
3. สว่ นใดของพืชท่มี กี ารสังเคราะห์ดว้ ยแสง 7. ต้นอ้อยใช้ทานา้ ตาลทราย น้าตาลทรายคอื
ก. ใบ นา้ ตาลซโู คสต้นออ้ ยจงึ สังเคราะหด์ ว้ ยแสงได้
ข. ราก น้าตาลอะไร
ค. ดอก ก. กลูโคส
ง. ทกุ สว่ นของพืชที่มีสเี ขียว ข. ซโู ครส
4. สมการแสดงการสรา้ งอาหารของพชื ค. มอลโทส
ตอ่ ไปน้ี 1 และ 2 คืออะไร ง. กาแล็กโทส
8. เมื่อตัดกง่ิ ไม้ทม่ี ใี บมาวางไวใ้ นท่ีร่มในตอน
(1) + (2) ออกซเิ จน + กลูโคส + นา้ กลางวันจะยงั มกี ารสังเคราะหแ์ สงในใบไม้
หรอื ไม่ ถ้าก่งิ ไมน้ น้ั ยงั สดอยู่
ก. นา้ + น้าตาล ก. ไม่มเี น่ืองจากก่ิงไมถ้ กู ตดั ขาด
ข. ออกซเิ จน + น้าตาล ข. ไม่มีเพราะเซลล์ของพชื จะตาย
ค. คารบ์ อนไดออกไซด์ + น้า ค. มี เพราะเซลลข์ องพืชยังมชี ีวิต
ง. คารบ์ อนไดออกไซด์ + ออกซเิ จน ง. ไมม่ ี เพราะไม่ถกู แสงแดดโดยตรง

18

9. ข้อใด ไม่ใช่ วตั ถดุ ิบทใ่ี ชใ้ นการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
ก. น้า
ข. แสง
ค. ก๊าซออกซิเจน
ง. ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

10. เพราะเหตุใดจึงต้องทดสอบแป้งในใบไมแ้ ทนท่จี ะทดสอบน้าตาลกลูโคส
ก. นา้ ตาลในใบไม้มีปริมาณนอ้ ย
ข. การทดสอบแป้งเหน็ ได้ชัดเจนแมจ้ ะมีปรมิ าณน้อย
ค. แป้งในใบไม้เกดิ ข้นึ ไดอ้ ย่างรวดเร็วหลงั การสังเคราะหด์ ้วยแสง
ง. ถูกทุกข้อ

19

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรยี น

ขอ้ ที่ เฉลย
1ง
2ก
3ง
4ค
5ก
6ก
7ก
8ค
9ค
10 ง

20

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี น

ขอ้ ที่ เฉลย
1ง
2ก
3ง
4ค
5ก
6ก
7ก
8ค
9ค
10 ง

21

เฉลยกจิ กรรมที่ 1 ปัจจยั บำงประกำรท่ีจำเป็นต่อ
กระบวนกำรสังเครำะห์ดว้ ยแสง

จดุ ประสงค์ ทักษะกระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์

เพ่อื ศึกษาความสาคัญของคลอโรฟลิ ล์ แสง และ • การสังเกต
แกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ตอ่ กระบวนการสังเคราะห์ด้วย • การตัง้ สมมตฐิ าน
แสงของพืช • การทดลอง

ระบุปญั หำ จติ วทิ ยำศำสตร์
คลอโรฟิลล์ แสง และแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดม์ ี
• ความสนใจใฝร่ ู้
ความสาคัญตอ่ กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื • ความรอบคอบ
หรือไม่ • การทางานร่วมกบั ผ้อู ่นื ไดอ้ ย่าง

สมมติฐำน สร้างสรรค์

..........................................................................

........................................................................................

........................................................................................
อุปกรณ์

1. ใบชบาด่างและตน้ ผักบงุ้ 5. กระดาษสที บึ แสงสดี า 9. หนงั ยาง

2. บีกเกอร์ 6. หลอดทดลอง 10. ตะเกยี งแอลกอฮอล์

3. กระจกนาฬกิ า 7. ปากคบี 11. สารละลายไอโอดีน

4. แอลกอฮอล์ 8. โซเดยี มไฮดรอกไซด์

วิธีกำรทดลอง ตอนที่ 1 ศึกษำควำมสำคญั ของแสงต่อกระบวนกำรสงั เครำะห์ด้วยแสง
1. เพาะต้นผกั บุ้งให้สงู ประมาณ 10 เซนตเิ มตร จากน้นั นาไปไว้ในท่มี ดื เปน็ เวลา 1 คนื
2. นาถุงทที่ าจากกระดาษทบึ แสงสดี าคลมุ ใบผกั บุ้งแลว้ ใช้หนงั ยางมัดปากถุงให้ปิดสนทิ

จากนั้นนากระถามผกั บ้งุ ไปตัง้ ไวก้ ลางแดดประมาณ 3 ชัว่ โมง
3. นาใบผักบงุ้ ท่อี ยู่นอกถงุ 1 ใบ และท่อี ยู่ในถงุ 1 ใบ มาสกัดคลอโรฟิลล์ แลว้ ทดสอบ

แป้ง ดังนี้
3.1 ใส่นา้ 150 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ ตม้ จนเดือด แลว้ ใส่ใบผกั บุง้ ลงไป

จากนั้นตน้ ต่อไปอี 1 นาที
3.2 นาใบผักบงุ้ ใสในหลอดทดลอง ใบละ 1 หลอด เตมิ แอลกอฮอลใ์ หท้ ่วมใบ นา

หลอดทดลองไปแช่ในบีกเกอร์ท่มี ีนา้ เดือด ประมาณ 2 นาที จนใบมสี ซี ีด
3.3 นาใบผักบุง้ วางบนกระจกนาฬิกา แล้วหยดสารละลายไอโอดนี ลงใบเพือ่ ทดสอบ

แป้ง สังเกตและบนั ทึกผล

22

บันทึกผลกำรทดลอง สีทป่ี รำกฎเม่ือหยดสำรละลำยไอโอดนี
ใบผกั บงุ้ เปลีย่ นเปน็ สีน้ำเงนิ
ไมเ่ ปล่ยี นแปลง
ใบทไี่ ดร้ ับแสง
ใบที่อยใู่ นถุงทึบแสง

วิธีกำรทดลอง ตอนท่ี 2 ศึกษำควำมสำคญั ของคลอโรฟลิ ล์
ต่อกระบวนกำรสังเครำะห์ด้วยแสง

1. นาใบชบาด่างมาวาดรูปลายใบ ระบสุ ่วนที่มีสีเขียวและไม่มีสเี ขียวให้ชัดเจน
2. นาใบชบาด่างมาสกัดคลอโรฟลิ ลอ์ อกจากใบ แลว้ ทดสอบแป้งตามขัน้ ตอน
ข้อท่ี 3.1 – 3.3 ในการทดลองตอนที่ 1
3. สงั เกตสีที่เกดิ ขนึ้ บนใบ บันทกึ ผลเปรยี บเทียบกบั ภาพที่วาดไวก้ อ่ นการทดลอง

บันทกึ ผลกำรทดลอง

ใบชบำด่ำง สที ปี่ รำกฎเมอ่ื หยดสำรละลำยไอโอดนี

ส่วนทม่ี ีสีเขียว เปลี่ยนเปน็ สนี ้ำเงนิ

ส่วนทม่ี สี ีขาว ไมเ่ ปลีย่ นแปลง

วิธกี ำรทดลอง ตอนที่ 3 ศกึ ษำควำมสำคญั ของแกส๊ คำร์บอนไดออกไซด์
ต่อกระบวนกำรสังเครำะหด์ ้วยแสง

1. เพาะตน้ ผักบุ้ง 2 กระถาง ให้สูงประมาณ 10 เซนตเิ มตร จากน้ันาไปไว้ในทม่ี ืดเปน็
เวลา 2 วนั

2. นาถงุ พลาสติก 2 ใบ คลุมผกั บุ้ง ถุงละ 1 กระถาง โดยถงึ หน่ึงใสโ่ ซเดียมไฮดรอกไซด์
สว่ นอีกถุงไม่ใส่ มัดปากถงุ ด้วนหนงั ยาง แลว้ นากระถางทัง้ สองไปวางไวก้ ลางแดดประมาณ 3
ชั่วโมง

3. เดด็ ใบผกั บุ้งจากท้งั 2 ถุง ถุงละ 1 ใบมาสกัดคลอโรฟิลลอ์ อกจากใบ แล้วทดสอบ
แปง้ ตามขน้ั ตอน ขอ้ ท่ี 3.1 – 3.3 ในการทดลองตอนท่ี 1 สงั เกตสีท่ีเกิดขนึ้ บนใบ

บนั ทึกผลกำรทดลอง

ใบชบำด่ำง สที ปี่ รำกฎเมอ่ื หยดสำรละลำยไอโอดนี

ในถุงที่มีโซเดียมไฮดรอกไซด์ ไม่เปลี่ยนแปลง

ในถงุ ท่ีไมม่ ีโซเดยี มไฮดรอกไซด์ เปลี่ยนเปน็ สีนำ้ เงนิ

23

อภิปรำยผลกำรทดลอง

.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................
.................................................................................................................

คำถำมท้ำยกำรทดลอง
1. การตม้ ใบพชื ในแอลกอฮอลเ์ พ่ือวัตถุประสงคใ์ ด
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
...................................................................................................................................
2.เพราะเหตุใดจงึ ตอ้ งนาตน้ ผกั บ้งุ ไปวางไว้ในท่ีมืดก่อนนามาทดลอง
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
3. จากการทดลองตอนท่ี 3 การใชส้ ารละลายโซเดียวไฮดรอกไซด์เพอ่ื วัตถปุ ระสงคใ์ ด
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

24

เฉลยกจิ กรรมท่ี 2 แก๊สท่ไี ด้จำกกระบวนกำรสังเครำะห์
ดว้ ยแสง

จดุ ประสงค์ ทกั ษะกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์
เพอื่ ศกึ ษาแกส๊ ทไี่ ดจ้ ากกระบวนการสงั เคราะห์
• การสังเกต
ด้วยแสง • การตั้งสมมตฐิ าน
• การทดลอง

ระบุปญั หำ จิตวิทยำศำสตร์
แก๊สท่ีได้จากกระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงคอื
• ความสนใจใฝ่รู้
แกส๊ ชนดิ ใด • ความรับผิดชอบ
• การทางานร่วมกบั ผูอ้ ่ืนไดอ้ ยา่ ง
สมมติฐำน สร้างสรรค์
..........................................................................

........................................................................................
........................................................................................

อปุ กรณ์ 4. กรวยแกว้ ก้านส้ัน
1. ต้นสาหรา่ ยหางกระรอก 5. หลอดทดลองขนาดใหญ่
2. บีกเกอร์ 6. ไม้ขดี ไฟ หรือไฟแช็ก
3. ธูป

วธิ กี ำรทดลอง
1. นาตน้ สาหร่ายหางกระรอกใส่ในกรวยแกว้ กา้ นสนั้ แล้วคว่าลงในอ่าง ซึง่ มนี ้าอยู่
2. ใส่นา้ จนเตม็ หลอดทดลองขนาดใหญ่ แลว้ คว่าหลอดทดลองครอบกา้ นกรวยแกว้

ระวงั อย่าให้มีฟองอากาศเกิดขึ้นในหลอดทดลอง
3. นาบกี เกอรไ์ ปวางไว้กลางแดดประมาณ 3-4 ช่ัวโมง สังเกตและบนั ทึกผลการ

เปล่ียนแปลงท่เี กดิ ขึน้
4. ค่อย ๆ ยกหลอดทดลองออกจากปลายกรวยแก้ว แต่ใหป้ ากหลอดทดลองยังอยูใ่ ต้

ระดับน้า ใชน้ ิวอุดปลายหลอดทดลองไว้ แล้วยกหลอดทดลองขึ้น
5. เปดิ นวิ้ ทีอ่ ดุ ปลายหลอดทดลอง แล้วรีบแยงธูปท่ตี ิดไฟเปน็ ถ่านสีแดงลงไปในหลอด

ทดลอง สงั เกตและบันทกึ ผล

25

บันทึกผลกำรทดลอง

กำรเปลยี่ นแปลงท่เี กดิ ขน้ึ
เมอ่ื นำบกี เกอร์ไปวำงกลำงแดด 3 – 4 ชั่วโมง แหยธ่ ปู ท่ีตดิ ไฟเปน็ ถำ่ นแดงลงในหลอดทดลอง

มฟี องแก๊สเกดิ ขนึ ในหลอดทดลองและระดบั นำ้ ธูปมเี ปลวไฟสวำ่ งวำบขึน
ในหลอดทดลองลดลงเนือ่ งจำกมีแกส๊ เข้ำไป
แทนที่

อภปิ รำยผลกำรทดลอง

....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................

คำถำมท้ำยกำรทดลอง
1. ฟองอากาศที่พบอยู่ในหลอดทดลองมาจากไหน และเปน็ แกส๊ ชนิดใด
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................
2.นกั เรียนสามารถอธิบายการทดลองนไี้ ดว้ ่าอย่างไร
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

3. ถา้ เปล่ียนการทดลองน้ีเป็นการนาชุดทดลองไปวางไว้ในทม่ี ดื แทน จะเกิดผลอย่างไร
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
..................................................................................................................................

26

เฉลยแบบฝกึ หัดทบทวนควำมรู้
เรอ่ื ง กำรสังเครำะห์ด้วยแสง

ช่อื – สกลุ ชัน้ เลขท่ี

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคาถามต่อไปน้ีใหถ้ กู ต้อง

1. พชื สรา้ งอาหารได้อย่างไร
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
2. การสังเคราะห์ด้วยแสงของพชื จะเกดิ ข้นึ ในทกุ เซลลข์ องพชื หรือไม่ ถา้ ไมส่ ่วนใหญจ่ ะ
เกิดขนึ้ บริเวณใดของพชื เพราะเหตใุ ด
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
3. ปจั จัยใดบ้างทม่ี ีความสาคญั ต่อกระบวนการสังเคราะหด์ ว้ ยแสง
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
4. กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงของพืชเกิดข้นึ ตลอดเวลาหรือไม่ เพราะเหตุใด
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
5 พิจารณาขอ้ ความในแต่ละขอ้ ตอ่ ไปนี้ วา่ กล่าวถกู หรือผดิ

........ถูก........1.ผลผลิตทเี่ กิดจากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คอื นา้ ตาลโมเลกลุ เด่ยี ว แก๊ส
ออกซเิ จน และนา้
.........ผิด.......2. สารละลายไอโอดีนเปน็ สารละลายท่ีใชท้ ดสอบหานา้ ตาลในพืช
........ถกู ........3.แกส๊ ออกซิเจนไม่ใช้ปจั จัยท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงของพืช
.........ผิด.......4.รากของพืชที่มีสีเขยี ว เชน่ รากกล้วยไมไ้ มส่ ามารถเกดิ กระบวนการสงั เคราะห์
ดว้ ยแสงได้
........ถูก........5. การสังเคราะห์ด้วยแสงจาเป็นต้องใชแ้ สงแดด หรืออาจใชแ้ สงไฟฟา้ แทนได้

27

สรปุ ควำมรู้เป็นแผนทคี่ วำมคดิ (Mind Mapping)

28

แบบบนั ทกึ คะแนน

คะแนนก่อนเ ีรยน
กิจกรรม
ที่ ช่ือ สกลุแบบ ึฝกหัด
ห ัลงเ ีรยน
10 10 13 10 10 43ัผงควำม ิคด
1 รวม
2
3

หมายเหตุ
นกั เรียนตอ้ งไดค้ ะแนนไม่ตา่ กวา่ รอ้ ยละ 80 ถอื ว่าผา่ น คือ 34 คะแนน

บรรณำนกุ รม

สุธารี คาจีนศรี และ ภคพร จิตตรีขันธ์. (2560). หนังสอื เรยี นวิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี เล่ม 1
ชน้ั มัธมศกึ ษำปีท่ี 1. พมิ พ์ครง้ั ท่ี 3. กรงุ เทพมหานคร : อักษรเจริญทัศน.์

เอกรัฐ วงศ์สวัสด์ิและธนากร แสงเรอื งรอบ. (2560). สมั ฤทธิ์มำตรฐำน วทิ ยำศำสตร์ เลม่ 1
ชนั้ มธั มศึกษำปที ่ี 1. พมิ พค์ รั้งท่ี 3. กรงุ เทพมหานคร : อกั ษรเจริญทศั น.์


Click to View FlipBook Version