กิจกรรม
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน 3 รหัสวิชา ว21101 ภาคเรยี นท่ี 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
วนั ............เดอื น..................................พ.ศ...................
ชื่อ - สกลุ กลมุ่ ที่................................................ชั้น.....................
ชือ่ – สกลุ ................................................................................................ เลขที่ ....................
เขยี นเครือ่ งหมาย o ลอ้ มรอบข้อทีถ่ ูกต้องท่ีสดุ เพียงข้อเดียว
1. สารอาหารทม่ี ีขนาดเลก็ สว่ นใหญ่จะถูกดูดซมึ บริเวณใดของทางเดนิ อาหาร
ก. หลอดอาหาร ข. กระเพาะอาหาร
ค. ลาไส้เล็ก ง. ลาไส้ใหญ่
2. สารอาหารสว่ นใหญจ่ ะถูกลาเลียงไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของร่างกายโดยไปกบั สง่ิ ใด
ก. เซลล์เม็ดเลือดแดง ข. เลือด
ค. น้าเหลอื ง ง. ไขมัน
3. จงเรียงลาดับการจดั ระบบในร่างกายจากหน่วยใหญท่ ีส่ ดุ ไปยังหนว่ ยเล็กท่สี ุด
1. สง่ิ มีชีวิต 2. เซลล์ 3. ระบบอวยั วะ 4. เน้ือเยื่อ 5. อวยั วะ
ก. 1 2 3 4 5 ข. 1 3 5 4 2
ค. 2 4 5 3 1 ง. 3 1 4 5 2
4. ภาพใดแสดงระบบอวยั วะของร่างกาย
ก. ข. ค. ง.
เขยี นเคร่อื งหมาย ✓ หนา้ ขอ้ ที่ถูกตอ้ งและเขยี นเครื่องหมาย X หน้าขอ้ ความทไ่ี ม่ถูกต้อง
เลือดทีข่ าดแก๊สออกซิเจนจะมีสีนา้ เงนิ และจะเปลีย่ นเปน็ สีแดงเมื่อได้รบั แกส๊ ออกซเิ จน
เลือดสรา้ งข้นึ ภายในหวั ใจ
เซลล์เมด็ เลือดมลี กั ษณะเป็นอยา่ งไร
จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
สงั เกตและเปรียบเทียบขนาด ปรมิ าณ และรูปร่างลักษณะของเซลล์เม็ดเลอื ดแดงและเซลลเ์ มด็ เลือดขาวของมนุษย์
อปุ กรณแ์ ละสารเคมี
อุปกรณ์ 1.กล้องจลุ ทรรศน์ใช้แสง 2. สไลดถ์ าวรเลอื ดของมนษุ ย์
กจิ กรรม
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พนื้ ฐาน 3 รหสั วิชา ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
วนั ............เดอื น..................................พ.ศ...................
ชอื่ - สกลุ กลุม่ ที่................................................ช้ัน.....................
ชื่อ – สกลุ ................................................................................................ เลขที่ ....................
ขนั้ ตอนการทากจิ กรรม
1. สังเกตเซลลเ์ มด็ เลือดจากสไลด์ถาวรภายใตก้ ล้องจลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สง โดยใช้กาลงั ขนายต่าและสูงตามลาดับ
สงั เกตขนาด รูปร่าง ลักษณะ ปริมาณของเซลล์เมด็ เลอื ดแดงและเซลลเ์ มด็ เลอื ดขาว บันทกึ ผลโดยวาดภาพเซลล์
เมด็ เลือดทมี่ องเหน็ ชัดเจนทสี่ ุด
2. เปรียบเทียบภาพท่ีบันทกึ ได้กบั เซลลเ์ มด็ เลอื ดแดงและเซลล์เมด็ เลอื ดขาวในภาพ 3.4 (หนังสือเรียน สสวท.)
บนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
1. เซลล์เม็ดเลอื ดแดงและเซลล์เมด็ เลือดขาวมขี นาดและปริมาณแตกต่างกนั อยา่ งไร
2. รูปรา่ งลักษณะของเซลลเ์ มด็ เลอื ดแดงและเซลลเ์ ม็ดเลือดขาวเหมอื นหรือแตกต่างกนั อยา่ งไร
3. จากกิจกรรม สรุปได้ว่าอย่างไร
กิจกรรม
รายวิชา วิทยาศาสตร์พืน้ ฐาน 3 รหสั วิชา ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
วนั ............เดอื น..................................พ.ศ...................
ชอื่ - สกุล กลุ่มท่ี................................................ช้นั .....................
ชือ่ – สกุล ................................................................................................ เลขที่ ....................
เซลล์เม็ดเลือดแดง
เพราะเหตใุ ดผู้ท่ีสูญเสียเลอื ดไปกบั การให้เลือดหรือการบรจิ าคเลือดจึงไม่เปน็ อันตรายต่อรา่ งกาย
หลังจากบริจาคเลอื ด เพราะเหตใุ ดแพทย์จึงแนะนาใหร้ ับประทานอาหารทีม่ ีธาตเุ หล็กเป็นสว่ นประกอบหรือให้ยา
เสริมธาตุเหล็ก
เซลล์เมด็ เลือดขาว
กิจกรรม
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน 3 รหัสวชิ า ว21101 ภาคเรียนท่ี 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
วนั ............เดือน..................................พ.ศ...................
ชอื่ - สกลุ กลมุ่ ท่ี................................................ชั้น.....................
ชือ่ – สกลุ ................................................................................................ เลขท่ี ....................
ในการตรวจเลอื ด บางครั้งแพทยจ์ ะตรวจนบั จานวนเซลลเ์ ม็ดเลอื ด การตรวจนับจานวนเซลล์เมด็ เลือดมี
ความสาคัญตอ่ การวินิจฉยั โรคอย่างไร
หลังจากบริจาคเลือด เพราะเหตใุ ดแพทย์จึงแนะนาให้รับประทานอาหารทม่ี ธี าตเุ หล็กเป็นส่วนประกอบหรือใหย้ า
เสรมิ ธาตุเหลก็
เกล็ดเลอื ด
บุคคลท่ีมีจานวนเกลด็ เลือดตา่ กวา่ ปกติมาก ๆ จะสง่ ผลตอ่ รา่ งกายอยา่ งไร
กจิ กรรม
รายวชิ า วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรยี นที่ 1 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
วนั ............เดอื น..................................พ.ศ...................
ชื่อ - สกลุ กลุ่มท่ี................................................ชนั้ .....................
ช่อื – สกุล ................................................................................................ เลขท่ี ....................
หลอดเลือดอารเ์ ทอรี (arterial blood vessel)
หลอดเลือดเวน (venous blood vessel)
หลอดเลือดฝอย (capil ary)
กิจกรรม
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวิชา ว21101 ภาคเรียนท่ี 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
โครงสร้างของหัวใจ
อินฟีเรยี เวนาคาวา เอออรต์ า พัลโมนารี อาร์เทอรี
(inferior vena cava) (aorta) (pulmonary artery)
เอเตรยี มขวา พัลโมนารเี วน
(Right atrium) (pulmonary vein)
ลิ้นพัลโมนารี เอเตรียมซ้าย
(Pulmonary vavle) (Left atrium)
ลน้ิ ไตรคัสพิด ซพุ เี รยี เวนาคาวา ลิน้ ไบคัสพิด
(tricuspid valve) (superior vena cava) (bicuspid valve)
เวนตรเิ คิลขวา ลิน้ เอออร์ติก
(Right ventricle ) (Aortic valve )
เวนตรเิ คลิ ซ้าย
(Left ventricl)
หวั ใจ
เอเตรยี มขวา
เวนตรเิ คิลขวา
เวนตริเคลิ ซา้ ย
เอเตรียมซ้าย
กจิ กรรม
รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรยี นท่ี 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2
วนั ............เดอื น..................................พ.ศ................... กลมุ่ ท่ี................................................ชั้น.....................
ช่อื – สกุล ................................................................................................ เลขท่ี ....................
เอเตรียมขวาทาหน้าที่อะไร
ลิ้นไตรคสั พดิ ทาหนา้ ทอ่ี ะไร
เวนตรเิ คลิ ขวาทาหน้าทอ่ี ะไร
ลิ้นพัลโมนารที าหนา้ ทีอ่ ะไร
เอเตรียมซ้ายทาหนา้ ทีอ่ ะไร
ลิน้ ไบคสั พิดทาหนา้ ทอ่ี ะไร
เวนตริเคิลซา้ ยทาหน้าทอ่ี ะไร
เวนตริเคิลซ้ายทาหนา้ ท่อี ะไร
กิจกรรม
รายวิชา วิทยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหสั วิชา ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2
หัวใจทางานอย่างไร
จดุ ประสงคข์ องกจิ กรรม
สังเกตและอธิบายการทางานของหัวใจโดยใช้แบบจาลอง
อปุ กรณแ์ ละสารเคมี
๊1. ทอ่ ปัมน้า 2. ภาชนะบรรจุน้าสี เชน่ ขวดนา้ 5 ลติ รตดั ดา้ นทเี่ ป็นปากขวด
หรือบกี เกอร์ปริมาตร 2,000 cm3
ขั้นตอนการทากจิ กรรม
๊1. รว่ มกนั จัดอปุ กรณ์ชุดแบบจาลองการทางานของหวั ใจโดยใช้ท่อปัมนา้ 2 อนั และภาชนาหรับใส่น้าสี ดงั ภาพ
2. คาดคะเนทิศทางการเคลอื่ นทข่ี องน้าสใี นแบบจาลอง เม่ือบีบและปลอ่ ยลกู บบี ของ
๊ทอ่ ปมั น้าท้ัง 2 อนั พรอ้ มกัน
๊3. ใช้มือบบี และปลอ่ ยลกู บีบของทอ่ ปัมนา้ ทงั้ 2 อันพร้อมกนั สังเกต บนั ทึกผลโดยวาดภาพ
และเขยี นทิศทางการเคล่ือนที่ของน้าสใี นแบบจาลอง
4. เปรียบเทยี บส่วนประกอบของแบบจาลองกบั อวัยวะตา่ ง ๆ ของระบบหมุนเวยี นเลือด
บันทึกผลการทากจิ กรรม
กจิ กรรม
รายวิชา วิทยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหัสวิชา ว21101 ภาคเรยี นที่ 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
1. เหตใุ ดนา้ สีจึงไหลไปตามท่อไดอ้ ย่างต่อเนื่อง
2. เหตใุ ดเมอ่ื คลายมือออกแล้วนา้ สไี ม่ไหลกลบั ทางท่อเดิม
3. นักเรยี นจะอธบิ ายการทางานของแบบจาลองการทางานของหัวใจวา่ อยา่ งไร
4. แบบจาลองการทางานของหัวใจในกจิ กรรมนี้ มีสิง่ ท่เี หมือนและสงิ่ ทแ่ี ตกต่างจากการ
ทางานของหัวใจมนษุ ยอ์ ยา่ งไร
5. จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร
กจิ กรรม
รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรยี นที่ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
วนั ............เดอื น..................................พ.ศ................... กลุ่มท่ี................................................ช้ัน.....................
ชอื่ – สกุล ................................................................................................ เลขท่ี ....................
การขยายตวั และหดตวั ของหลอดเลือดอยา่ งเปน็ จังหวะ เรียกว่าอะไร
กจิ กรรมใดมผี ลต่ออัตราการเตน้ ของหัวใจมากกวา่ กัน ตอนท่ี 1
จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
1. วัดอตั ราการเตน้ ของหวั ใจโดยการจบั ชีพจร
2. ออกแบบการทดลองและทดลองเพอื่ เปรยี บเทียบอัตราการเต้นของหัวใจขณะพักและหลงั ทากจิ กรรมต่างๆ
อปุ กรณแ์ ละสารเคมี
1. นาฬิกาจบั เวลา
ข้ันตอนการทากจิ กรรม
1. หงายมือขา้ งหนง่ึ ขนึ้ แลว้ ใช้นิว้ ของมอื อกี ข้างหน่งึ แตะเบา ๆ บนข้อมือทีห่ งายอย่ตู รงตาแหนง่
ที่สามารถจับชพี จรได้ ดงั ภาพ
2. สงั เกตและนบั จานวนครัง้ ของชีพจรในเวลา 1 นาที และบันทึกผล
3. ทาข้อ 2 ซา้ อกี 2 คร้งั แลว้ หาค่าเฉลย่ี
ตารางบนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
นกั เรยี นคนท่ี คร้งั ที่ 1 อัตราชพี จร (ครง้ั /นาท)ี เฉลี่ย
ครง้ั ที่ 2 ครง้ั ที่ 3
1
2
?
1. ในเวลา 1 นาที อัตราการเตน้ ของหวั ใจของนกั เรียนเป็นเท่าไร
2. อัตราการเตน้ ของหัวใจของทงั้ 3 ครัง้ เท่ากนั หรอื ไม่ อย่างไร
กจิ กรรม
รายวชิ า วิทยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวิชา ว21101 ภาคเรยี นที่ 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
3. จากกจิ กรรม สรปุ ได้วา่ อย่างไร
กจิ กรรมใดมีผลต่ออตั ราการเตน้ ของหัวใจมากกว่ากัน ตอนที่ 2
ข้นั ตอนการทากจิ กรรม
1. ออกแบบการทดลองเพื่อศกึ ษาผลการทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ที่มีต่ออตั ราการเต้นของหัวใจโดยตงั้ คาถาม
ตง้ั สมมติฐาน ระบตุ วั แปรต้น ตวั แปรตาม และตัวแปรควมคุม
2. ทาการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมตฐิ าน และบนั ทึกผลตามกิจกรรมที่ออกแบบไว้
3. อภิปราย สรปุ ผลการทดลอง และนาเสนอผลงาน
บันทึกผลการทากจิ กรรม
สมมตฐิ าน
ตวั แปรต้น
ตัวแปรตาม
ตวั แปรควบคุม
ออกแบบตารางบนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
กิจกรรม
รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหัสวชิ า ว21101 ภาคเรียนท่ี 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
?
1. คาถามและสมมตฐิ านของการทดลองในตอนที่ 2 คืออะไร
2. กิจกรรมใดที่ทาใหอ้ ตั ราชีพจรมากที่สดุ และน้อยท่ีสุด
3. จากกิจกรรม สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร
อัตราการเต้นของหวั ใจขณะออกกาลงั กายระหวา่ งนักกีฬากับบุคคลที่ไม่ค่อยได้ออกกาลัง
กายแตกตา่ งกนั อย่างไร เพราะเหตุใด
ความดนั เลอื ด (blood pressure)
กิจกรรม ระบบหายใจ
รายวิชา วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน รหสั วิชา ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
วนั ............เดือน..................................พ.ศ................... กลุ่มท่ี................................................ชัน้ .....................
ชอื่ – สกลุ ................................................................................................ เลขที่ ....................
เขียนเครอ่ื งหมาย ✓ หน้าขอ้ ทถี่ ูกต้องและเขยี นเคร่ืองหมาย X หน้าขอ้ ความทไ่ี มถ่ ูกต้อง
การแพรเ่ ปน็ การเคล่อื นทข่ี องสารจากบริเวณท่ีมีความเขม้ ขน้ ของสารต่าไปยังบรเิ วณทม่ี คี วามเข้มข้น
ของสารสูงกว่า
ระบบหมุนเวยี นเลือดทา่ หนา้ ทีล่ า่ เลียงแกส๊ และสารอาหารไปยังสว่ นต่าง ๆ ของร่างกาย
เซลลเ์ มด็ เลือดแดงมีเฮโมโกลบนิ เปน็ สว่ นประกอบสา่ คญั ซึ่งสามารถจบั กับโมเลกุลของแก๊สออกซิเจนได้
อวัยวะท่ีเกีย่ วขอ้ งกบั การหายใจ
กจิ กรรม ระบบหายใจ
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พืน้ ฐาน รหัสวชิ า ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
จมูก (nose)
โพรงจมูก (Nasal Cavity)
คอหอย (Pharynx)
กลอ่ งเสยี ง (Larynx)
หลอดลม (Trachea)
หลอดลมฝอย (Bronchiole)
ปอด (lungs)
ปอด (lungs)
กิจกรรม ระบบหายใจ
รายวชิ า วทิ ยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน รหัสวิชา ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
การหายใจเข้าและการหายใจออกเกิดข้ึนไดอ้ ย่างไร
จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
สังเกตและอธบิ ายกลไกการหายใจเขา้ และการหายใจออกโดยใช้แบบจ่าลองการท่างานของปอด
วัสดแุ ละอปุ กรณ์
1. แบบจ่าลองการทา่ งานของปอด
ข้นั ตอนการทา่ กจิ กรรม
1. สังเกตแบบจา่ ลองการทา่ งานของปอด และบันทกึ สว่ นประกอบทัง้ หมดของแบบจา่ ลอง โดยเปรียบเทียบกบั
อวยั วะของร่างกายในภาพ 3.13 (หนังสอื เรยี น สสวท.)
2. ยกแบบจ่าลองข้ึนดว้ ยมอื ขา้ งหน่ึง จากน้ันใช้มืออีกข้างหนึ่งดงึ แผน่ ยางของแบบจ่าลองลง และค้างไว้ สงั เกต
การเปลีย่ นแปลงทีเ่ กดิ ขน้ึ ของลกู โปง่ ท้ัง 2 ใบ บันทึกผล
3. ใชม้ อื ข้างเดิมดนั แผน่ ยางของแบบจา่ ลองขน้ึ และคา้ งไว้ สงั เกตการเปลี่ยนแปลงทเี่ กิดข้นึ ของลกู โป่งทั้ง 2 ใบ
ท่าซ้่า 2 – 3 ครั้ง บนั ทึกผล
4. รว่ มกันอภปิ รายเพื่อเปรยี บเทียบการท่างานของแบบจา่ ลองกับการหายใจ
ตารางบนั ทกึ ผลการทา่ กจิ กรรม
กจิ กรรม ผลการสงั เกต
ดึงแผ่นยางของแบบจา่ ลองลงและคา้ งไว้
ดนั แผ่นยางของแบบจ่าลองขนึ้ และคา้ งไว้
?
1. แบบจ่าลองการท่างานของปอดมสี ว่ นประกอบอะไรบ้าง และแตล่ ะสว่ นประกอบเปรยี บได้กบั อวยั วะใดของ
ระบบหายใจ
กจิ กรรม ระบบหายใจ
รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน รหสั วิชา ว21101 ภาคเรยี นท่ี 1 ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
?
2. เม่ือดงึ แผ่นยางของแบบจ่าลองลง เปรยี บไดก้ บั การหายใจเขา้ หรือหายใจออก ทราบได้อยา่ งไร
3. เมื่อดนั แผ่นยางของแบบจา่ ลองขึน้ เปรียบไดก้ ับการหายใจเขา้ หรอื หายใจออก ทราบได้อย่างไร
4. จากกจิ กรรม สรุปไดว้ า่ อยา่ งไร
แบบจ่าลองการท่างานของปอดเหมอื นหรือแตกตา่ งกับกลไกการหายใจท่เี กดิ ขนึ้ ในรา่ งกายมนุษย์อย่างไรและมขี ้อจากัด
อยา่ งไร
กิจกรรม ระบบหายใจ
รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรยี นท่ี 1 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
วนั ............เดือน..................................พ.ศ................... กลุ่มที่................................................ชั้น.....................
ชื่อ – สกลุ ................................................................................................ เลขท่ี ....................
การแลกเปลย่ี นแกส๊ ใชห้ ลกั การใด
กจิ กรรมที่ 2.5 ปอดจุอากาศได้เทา่ ใด
จุดประสงคข์ องกจิ กรรม
ทดลองและอธบิ ายความจอุ ากาศของปอด
วัสดุและอปุ กรณ์
1. ชดุ อุปกรณ์วดั ความจอุ ากาศของปอด
ขัน้ ตอนการทากจิ กรรม
1. จบั คทู่ ากิจกรรมกับเพอื่ นโดยคนหน่ึง โดยคนหน่ึงยืนถือชุดอุปกรณ์วดั ความจอุ ากาศของปอดดา้ นท่อเปา่ และ
อีกคนหนง่ึ ยนื ถือด้านปลายถุง
2. ใหค้ นทีย่ ืนด้านปลายถงุ มว้ นปลายถุงเข้ามายังดา้ นท่อเป่า โดยอย่าม้วนแนน่ จนเกนิ ไป
3. ใหค้ นที่ยืนดา้ นท่อเปา่ สูดลมหายใจเข้าให้เตม็ ทแี่ ล้วเป่าลมเข้าไปในถุงพลาสติก จากน้ันรบี ใชม้ อื ข้างทถ่ี นดั
บิดปลายถุงบริเวณท่ีตดิ กบั ทอ่ เพอ่ื ป้องกันไมใ่ หอ้ ากาศร่วั ออกจากถงุ ขณะเดียวกันคนท่อี ยดู่ ้านปลายถุงคอ่ ยๆ
เดินถอยหลงั พรอ้ มทั้งคลายมอื คล่ีถงุ พลาสติกออก เพือ่ เพ่มิ พ้นื ทใี่ นการรองรบั อากาศที่เขา้ ไปภายใจถุงพลาสตกิ
4. เมื่อเปา่ ลมเข้าไปในถุงเรียบรอ้ ยแลว้ คนทีย่ นื อยูป่ ลายถงุ คอ่ ย ๆ มว้ นถงุ พลาสติกเข้ามาจนแน่น แลว้ อา่ น
ค่าปรมิ าตรอากาศภายในถงุ บันทึกผล
5. ทาข้อ 2 – 4 ซ้าอีก 2 ครั้ง แล้วหาคา่ เฉลี่ย
6. รวบรวมขอ้ มูลจากการทากิจกรรมของแตล่ ะกล่มุ เพอ่ื นามาเปรียบเทยี บขอ้ มูลกนั และนาเสนอ
ตารางบนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
นกั เรยี นคน เพศ คา่ ความจอุ ากาศของปอด (ลิตร)
ท่ี
วัดครงั้ ที่ 1 วดั ครั้งท่ี 2 วดั ครั้งท่ี 3 ค่าเฉลีย่
1
2
กจิ กรรม ระบบหายใจ
รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ์ น้ื ฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรียนท่ี 1 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2
ตารางบนั ทกึ ผลการทากจิ กรรม
นักเรยี นคน เพศ ค่าความจอุ ากาศของปอด (ลิตร)
ท่ี
วัดครั้งท่ี 1 วดั คร้ังที่ 2 วดั ครง้ั ที่ 3 ค่าเฉล่ีย
3
4
5
6
ความจุอากาศของปอดในแตล่ ะคนมคี า่ แตกตา่ งกนั หรือไม่ อยา่ งไร
ปจั จยั ใดบา้ งทมี่ ผี ลตอ่ ปริมาตรความจอุ ากาศของปอดและสง่ ผลอยา่ งไร
จากกิจกรรม สรปุ ไดว้ ่าอยา่ งไร
กิจกรรม ระบบหายใจ
รายวิชา วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรียนท่ี 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
วนั ............เดือน..................................พ.ศ................... กลมุ่ ที่................................................ชั้น.....................
ชอ่ื – สกุล ................................................................................................ เลขท่ี ....................
ปัจจยั ใดบ้างท่ีมีผลตอ่ ปริมาตรความจุอากาศของปอดและสง่ ผลอยา่ งไร
P-A-Hs กอ่ ใหเ้ กิดโรคอะไร
P-A-Hs ก่อใหเ้ กดิ โรคอะไร
ปรอท ก่อใหเ้ กิดโรคอะไร
ปรอท เกิดจากอะไร
สารหนูกอ่ ให้เกิดโรคอะไร
สารหนู เกิดจากอะไร
กจิ กรรม ระบบหายใจ
รายวชิ า วทิ ยาศาสตร์พื้นฐาน รหัสวชิ า ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2
แคดเมียมก่อใหเ้ กิดโรคอะไร
แคดเมียม เกิดจากอะไร
ดชั นคี ณุ ภาพอากาศ คืออะไร
ฝนุ่ PM 2.5 ดงั กล่าวมีผลกระทบตอ่ ระบบหายใจของคนเราหรอื ไม่ อย่างไร
ระบบหายใจมีความสาคญั อย่างไร
สาเหตขุ องโรคถุงลมโปง่ พองได้แกอ่ ะไรบา้ ง
ใบ รายวชิ า วิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรยี นที่ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2
กจิ กรรม
วนั ............เดือน..................................พ.ศ................... กล่มุ ที่................................................ชั้น.....................
ชอ่ื – สกุล ................................................................................................ เลขท่ี ....................
วงล้อมรอบสารท่สี ามารถพบได้ในพลาสมา
เม็ดเลอื ดแดง กรดอะมิโน แก๊สออกซเิ จน น้า
กลูโคส เม็ดเลอื ดขาว เกล็ดเลือด ยูเรีย
ระบบขบั ถ่ายทาหนา้ อะไร
การขับถ่าย (Excretion) หมายถึงอะไร
สารทีร่ า่ งกายต้องกาจัดออก มอี ยู่ 2 ประเภท นักเรียนคิดว่ามอี ะไรบ้าง
ใบ รายวิชา วิทยาศาสตร์พ้ืนฐาน รหสั วชิ า ว21101 ภาคเรยี นที่ 1 ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2
กรวยไต
กิจกรรม
รนี ัล อาเทอรร์ ี
รนี ัล เวน
คอรเ์ ทกซ์
เมดัลลา
รนี ลั พรี ะมิด
ทำหน้ำทร่ี องรับนำปัสสำวะ ทำหน้ำที่รองรบั นำปสั สำวะ
แล้วสง่ ต่อเข้ำท่อไต แล้วส่งต่อเข้ำทอ่ ไต
นำเลอื ดทีม่ ขี องเสยี มำกรอง นำเลือดท่ีมขี องเสยี มำกรอง
และนำเลอื ดมำเลยี งไต และนำเลือดมำเลยี งไต
นำเลือดทกี่ รองแล้วกลบั สู่ นำเลอื ดทีก่ รองแลว้ กลับสู่
หวั ใจ หัวใจ
เป็นเนือไตชันนอก จะพบ เป็นเนือไตชันนอก จะพบ
โกลเมอรูลสั โบวแ์ มนส์แคปซูล ท่อขด โกลเมอรูลสั โบว์แมนส์แคปซูล ทอ่ ขด
ส่วนต้น และทอ่ ขดส่วนปลำย ส่วนต้น และท่อขดสว่ นปลำย
เป็นเนือไตชนั ใน จะพบ ท่อรวมทงั ชันคอร์ เปน็ เนอื ไตชันใน จะพบ ทอ่ รวมทงั ชนั คอร์
เทกซ์ และเมดัลลำ ประกอบดว้ ย หน่วยยอ่ ยของไตที่ เทกซ์ และเมดลั ลำ ประกอบด้วย หน่วยย่อยของไตท่ี
ทำหนำ้ ท่สี รำ้ งปสั สำวะ คือ หน่วยไต (nephron) ทำหนำ้ ท่สี ร้ำงปสั สำวะ คือ หนว่ ยไต (nephron)
เป็นเสน้ ๆ หรือหลอดเลก็ ๆ เปน็ เส้น ๆ หรอื หลอดเลก็ ๆ
รวมกันเป็นกลมุ่ ๆ มรี ูปร่ำงลกั ษณะเปน็ รวมกันเป็นกลุม่ ๆ มีรูปร่ำงลกั ษณะเปน็
ภำพสำมเหล่ียมคลำ้ ยพรี ะมิด ภำพสำมเหลยี่ มคล้ำยพรี ะมดิ
ทำหนำ้ ท่สี รำ้ งนำปัสสำวะ ทำหน้ำทสี่ รำ้ งนำปสั สำวะ
(Functional unit) ของไต (Functional unit) ของไต
เป็นทอ่ 2 อนั ที่นำนำปสั สำวะ เป็นทอ่ 2 อัน ท่นี ำนำปสั สำวะ
ออกมำจำกไตไปสู่กระเพำะปสั สำวะ ออกมำจำกไตไปสู่กระเพำะปัสสำวะ
ใบ รายวชิ า วิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน รหสั วิชา ว21101 ภาคเรียนที่ 1 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2
กิจกรรม
วนั ............เดอื น..................................พ.ศ................... กลมุ่ ท่ี................................................ชน้ั .....................
ชอื่ – สกุล ................................................................................................ เลขท่ี ....................
ท่อขดส่วนต้น (proximal convoluted tubule)
ห่วงเฮนเล (loop of henle)
ทอ่ ขดส่วนปลาย (distal convoluted tubule)
ใบ รายวชิ า วทิ ยาศาสตรพ์ ้นื ฐาน รหสั วิชา ว21101 ภาคเรยี นท่ี 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
ทอ่ รวม (colecting tubule)
กิจกรรม
โบว์แมนสแ์ คปซูล (Bowman,s capsule)
โกลเมอรลู ัส (glomerulus)
1. การกรอง (filtration)
2. การดูดกลบั (reabsorption)
3. การขบั ถ่าย (excretion)
“ไตวายเฉยี บพลนั ” โรครา้ ยทเี่ กิดแบบไมท่ ันต้ังตวั
จะมีก่คี นทที่ ราบว่า “โรคไต” นนั้ มีมากกว่า 1 ชนิด และแต่ละชนดิ กม็ สี าเหตุ การรักษา และโอกาสที่
ไตจะกลับมาทางานได้ปกติแตกต่างกัน ซึ่งโรคหน่ึงที่เกิดได้แบบไม่ทันตั้งตัว คือ “ไตวายเฉียบพลัน” ซ่ึง นพ.
ศานต์ ตรีวทิ ยาภูมิ อายุรศาสตร์ (อนุสาขาอายรุ ศาสตร์โรคไต) แผนกอายุกรรม โรงพยาบาลพญาไท 3 บอกว่า
เราสามารถปอ้ งกนั ไม่ให้เกิดโรคได้ โดยการเลี่ยงปจั จยั เสยี่ งของการก่อโรค
สาเหตุเหล่าน้ไี ง ต้นเหตไุ ตวายเฉียบพลนั
สาเหตุเหลา่ นไ้ี ง ตน้ เหตไุ ตวายเฉยี บพลัน
ไตวายเฉียบพลนั เป็นภาวการณ์ทางานของไตทม่ี ีความผิดปกติในชว่ งเวลาอนั สน้ั เกดิ ขน้ึ โดยไม่ทันตั้ง
ตัว แตส่ ่วนใหญส่ ามารถรักษาใหไ้ ตกลบั สภู่ าวะปกตไิ ด้ โดย นพ.ศานต์ บอกวา่ สาเหตขุ องความผิดปกติ มีดงั นี้
ปริมาณสารน้าในร่างกายลดลง – เช่น ร่างกายสูญเสียนา้ จากอาการทอ้ งเสียรุนแรง มีการเสยี เลอื ดรนุ แรงจาก
การทเ่ี ลอื ดออกในกระเพาะอาหารอย่างหนัก หรอื อาเจยี นเป็นเลอื ดในปรมิ าณมาก ซึง่ กรณที ่ีสารน้าในรา่ งกาย
ลดลงเปน็ เวลานาน แตไ่ ม่ได้รบั การรักษาอย่างถูกตอ้ งและรวดเร็ว ทาให้ความดันโลหิตลดต่าลง สง่ ผลให้เลือด
ไปเลย้ี งไตน้อยลง ทาใหเ้ น้ือไตตาย ละเกดิ ภาวะไตวายเฉยี บพลันในท่ีสุด
ปญั หาจากไตโดยตรง – เช่น ภาวะไตอกั เสบท่เี กิดจากการแพย้ า ไดแ้ ก่ ยาในกลุม่ ต้านการอกั เสบ และ
ยาฆ่าเช้ือท่ีได้รับมาในระยะเวลานาน โดยอาการแพ้นั้นแสดงออกท่ีไตจึงเกิดปัญหาไตอักเสบหรือไตวาย
เฉียบพลัน ถ้าพบว่ามีการอักเสบของไตมาก ย่อมมีผลกระทบกบั หน้าทกี่ ารทางานของไต
• ปริมาณสารน้าในร่างกายลดลง – เช่น ร่างกายสูญเสียน้าจากอาการท้องเสียรุนแรง มีการเสียเลือด
รนุ แรงจากการท่เี ลอื ดออกในกระเพาะอาหารอย่างหนกั หรืออาเจียนเป็นเลือดในปริมาณมาก ซ่งึ กรณี
ที่สารน้าในร่างกายลดลงเป็นเวลานาน แต่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถกู ต้องและรวดเร็ว ทาให้ความดนั
โลหติ ลดตา่ ลง สง่ ผลให้เลอื ดไปเลีย้ งไตนอ้ ยลง ทาให้เนอื้ ไตตาย ละเกิดภาวะไตวายเฉยี บพลนั ในทสี่ ุด
• ปัญหาจากไตโดยตรง – เช่น ภาวะไตอกั เสบท่ีเกิดจากการแพ้ยา ได้แก่ ยาในกลุ่มต้านการอกั เสบ และ
ยาฆ่าเชื้อที่ได้รับมาในระยะเวลานาน โดยอาการแพ้น้ันแสดงออกที่ไตจึงเกิดปัญหาไตอักเสบหรือไต
วายเฉยี บพลนั ถ้าพบวา่ มกี ารอกั เสบของไตมาก ย่อมมีผลกระทบกบั หนา้ ที่การทางานของไต
• การอุดกัน้ ทางเดินปัสสาวะ และไตบวมน้าทัง้ 2 ข้าง
• การติดเชื้อในกระแสเลือด
วนิ ิจฉัยอยา่ งไร เม่อื ไตวายเฉียบพลนั
เมอื่ พบความผิดปกติ การหาสาเหตยุ ่อมเป็นคาตอบทดี่ ีทสี่ ุด นพ.ศานต์ บอกว่า ไตวายเฉียบพลันสามารถตรวจ
ไดด้ ว้ ยวิธีง่ายๆ ทาได้หลายวิธี ข้นึ อยกู่ บั ดลุ ยพนิ ิจของแพทย์ ดังนี้
• การตรวจเลอื ดเพอ่ื ประเมินอัตราการทางานของไต
• การตรวจเลอื ดเพอ่ื ประเมนิ ภาวะแทรกซ้อนของโรคไต
• การตรวจปสั สาวะ
• การตรวจอลั ตราซาวด์
• การตรวจเอกซเรย์
อาการแบบนี้ ควรรบี พบแพทย์
นพ.ศานต์ บอกว่า ผลเสยี ของไตวายเฉยี บพลันจะคลา้ ยกับไตวายเร้อื รัง แตจ่ ะเกดิ ข้นึ รวดเรว็ กว่า หาก
ปัสสาวะออกน้อยอาจทาให้น้าท่วมปอดได้ และหากพบภาวะเกลือแรผ่ ิดปกติ เช่น โพแทสเซียมสูง เลือดเป็น
กรด จะเกิดเปน็ ภาวะไตวายเฉยี บพลันทีร่ นุ แรงได้
ส่ิงท่ีบ่งช้ีว่าคุณอาจกาลังเป็นไตวายเฉียบพลัน คือ มีการเจ็บป่วยอย่างรุนแรง ปัสสาวะน้อยลงอย่าง
ผดิ ปกติ มีอาการเหนอื่ ย หายใจผิดปกติ หากพบอาการเหล่านีต้ ้องรบี มาพบแพทยท์ นั ที
รกั ษาอย่างไร ใหไ้ ตทางานไดต้ ามปกติ
แพทย์จะเน้นรักษาท่ีต้นเหตุของโรค พร้อมกับรักษาอาการที่เกิดจากความผิดปกติของไต เช่น กรณี
โพรแทสเซยี มสงู หรือเลือดเป็นกรด แพทยอ์ าจพิจารณาให้ยา แตห่ ากร่างกายไม่ตอบสนองกับยาอาจพิจารณา
รักษาดว้ ยการล้างไตเพือ่ ช่วยประคับประคองให้ไตทางานน้อยลงและสามารถฟ้นื การทางานกลับมาอีกคร้ัง ซง่ึ
โดยสว่ นใหญ่เมือ่ ร่างกายแขง็ แรงไตสามารถฟ้ืนการทางานกลบั มาได้เปน็ ปกติ จะสามารถหยดุ การรกั ษาด้วยวิธี
ล้างไตได้ จะมเี พยี งสว่ นนอ้ ยเท่าน้ันทีไ่ ตไมส่ ามารถกลับมาทางานได้เปน็ ติ จงึ ตอ้ งล้างไตตลอดชวี ิต
ห่างไกลโรคไตได้ แค่ดแู ลตวั เองให้เป็น
เทคนคิ การดูแลตวั เองสาหรับคนทไ่ี ตยงั ไมผ่ ิดปกติ และยังไมม่ ีโรคเรือ้ รงั ตา่ งๆ สามารถทาได้ดังนี้
• ดมื่ น้าใหเ้ พียงพอ วันละ 6-8 แก้ว
• ออกกาลังกายสมา่ เสมอ
• หลีกเลย่ี งสารเคมี ยา ยาสมนุ ไพร และยาบารงุ ต่างๆ ซงึ่ ควรรับประทานภายใต้การดูแลของแพทย์
• ควบคุมนา้ หนกั ให้อย่ใู นเกณฑ์ท่เี หมาะสม
• ควบคุมระดับนา้ ตาล ความดนั โลหติ และไขมันในเลือดใหอ้ ยู่ในเกณฑป์ กติ
เพียงเท่านี้ ก็จะชว่ ยให้คณุ หา่ งไกลจากปญั หาโรคไตได้
นพ.ศานต์ ตรีวิทยาภูมิ
อายรุ ศาสตร์ (อนสุ าขาอายรุ ศาสตร์โรคไต)
แผนกอายกุ รรม โรงพยาบาลพญาไท 3
ดูแลตัวเองอย่างไร... ห่างไกล “ไตเส่ือม”
“เป็นแล้วไมห่ าย คา่ ใชจ้ า่ ยสูง ต้องระวงั สขุ ภาพแบบสุดๆ” เหล่านที้ าให้โรคไตเปน็ โรคทน่ี ่ากลวั เพราะ
ผู้ป่วยทุกคนต่างต้องเผชิญ แต่รู้ไหมว่าเราเลี่ยงโรคนี้ได้ เรามาฟังวิธีป้องกันโรคไตจาก พญ.โชติมา พิเศษ
กลุ แพทย์คลินกิ อายุรกรรม โรคไต โรงพยาบาลพญาไท 3 กนั ดกี วา่ ... ทาอยา่ งไร ไมใ่ ห้ “ไตเส่อื ม”
“มีโรคประจาตัว vs ไม่มีโรคประจาตัว” ระวัง ตา่ งกนั
การดูแลสุขภาพใหห้ า่ งไกลโรคไต คณุ หมอสุพชิ ชา บอกว่าแบ่งเป็น 2 กลมุ่ หลัก คือ
• กลมุ่ ทม่ี ีโรคประจาตวั โรคเบาหวาน ความดันโลหิต หัวใจ บคุ คลกล่มุ น้ีต้องดแู ลควบคมุ โรคประจาตัว
ใหอ้ ยใู่ นเกณฑท์ ดี่ ี
• กล่มุ คนทั่วไป ส่งิ ท่คี วรปฏิบัติเปน็ ประจา คอื การตรวจสุขภาพประจาปี เพอื่ หาความผิดปกติ และเฝ้า
ระวังความเสีย่ งของโรค
“อาหาร-เคร่ืองด่มื ” ตวั แปรสาคัญ
เราทุกคนควรดื่มน้าเปล่าให้เพียงพอ คือ 2 ลิตรต่อวัน ส่วนอาหาร คุณหมอสุพิชชา บอกว่าต้องลดทั้งรส
หวานและรสเคม็ โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี
• อาหารเค็ม – องค์การอนามัยโลก แนะนาให้บริโภคเกลือประมาณ 2,000 มิลลิกรัม/วัน ขณะที่
อาหารไทย 1 อย่างส่วนใหญ่มีเกลืออย่างน้อย 2 เท่าของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน เช่น
น้าปลา 1 ช้อนชา มีเกลือ 400 มก. วันหนึ่งจึงไม่ควรกินเกิน 5 ช้อนชา ดังนั้น ส่ิงที่เราสามารถเร่ิมได้
ด้วยตัวเองคอื ทาอาหารกนิ เอง เล่ยี งอาหารแปรรูป อาหารหมกั ดอง อาหารกระป๋อง กนิ ผกั และผลไม้
ให้มากขึ้น
• อาหารหวาน - องค์การอนามัยโลก แนะนาให้บริโภคน้าตาลไม่ควรเกิน 25 กรัม หรอื 6 ช้อนชาต่อวนั
ควรลดปรมิ าณขนม นา้ หวาน ผลไม้ทมี่ ีรสหวาน สว่ นอาหารจาพวกแป้งและพืชผักชนิดหวั ทีม่ ีปริมาณ
น้าตาลมาก อยา่ ง เผอื ก มัน ไม่ควรกนิ เยอะเกนิ ไป
น้าหนกั แคไ่ หน ไมเ่ สี่ยงโรคไต
เราควรควบคุมนา้ หนกั ให้อยใู่ นเกณฑ์ และดชั นมี วลกายหรือค่า BMI อยรู่ ะหวา่ ง 18-25 กโิ ลกรมั ตอ่ ตารางเมตร
• ผ้ชู าย – รอบเอวไม่ควรเกนิ 90 ซม. หรือ 35.5 น้ิว
• ผู้หญิง – รอบเอวไม่ควรเกิน 80 ซม. หรือ 31.5 นิว้
ไม่มองขา้ มการออกกาลงั กาย
คุณหมอสุพิชชา แนะว่า ควรออกกาลังกายอย่างสม่าเสมอ ประมาณวันละ 30 นาที หรืออย่างน้อย
150 นาทีต่อสัปดาห์ ส่ิงสาคัญคือเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกาย รับประทานอาหารท่ีมีประโยชน์ และ
โปรตนี สมดลุ กับกิจกรรมหรอื ชนิดกฬี าท่ีเลือก เพอื่ ให้รา่ งกายไดร้ บั สารอาหารครบถว้ นและพักผอ่ นเพยี งพอ
แนวทางการออกกาลังกาย แบง่ เปน็
• การออกกาลังกายท่ีเนน้ ความแข็งแรงของหัวใจ (Cardio Vascular) หรือคาร์ดิโอ คือ การออกกาลัง
กายทเ่ี น้นกระตนุ้ การเต้นของหัวใจ บริหารระบบไหลเวยี นโลหิต เช่น การเดนิ ป่นั จกั รยาน เต้นแอโร
บิก วา่ ยน้า
• การออกกาลังกายเพ่ิมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Weight Training) หรือเวทเทรนนิ่ง เป็นการใช้
นา้ หนักเพอื่ ใหเ้ กิดแรงต้านทาน อาจใช้อปุ กรณ์อยา่ งดมั เบล บารเ์ บล หรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่
• การออกกาลังกายแบบยืดหยุ่นกล้ามเน้ือ (Flexibility exercises) เชน่ โยคะ รามวยจนี
โปรตนี แคไ่ หน เรยี กว่าสมดุล
• ผูท้ ่ีนั่งทางานอยู่กับทไี่ ม่ได้ออกกาลงั กาย ควรไดร้ ับโปรตนี 1 กรัม ต่อนา้ หนกั ตวั 1 กโิ ลกรมั
• ผทู้ ่อี อกกาลังกายแบบคาดโิ อ ควรไดร้ ับโปรตนี 1.5 กรมั ตอ่ น้าหนกั ตวั 1 กก.
• ผู้ที่ออกกาลังกายแบบคาดิโอและเวทเทรนนิ่ง ควรได้รับโปรตีน 1.5-2 กรัมต่อน้าหนักตัว 1 กก.
สาหรบั ผหู้ ญิง และ 2-3 กรัมต่อน้าหนกั ตวั 1 กก.ในผู้ชาย อาทิ อกไก่ 100 กรัม มีโปรตีนประมาณ
23-25 กรัม ถา้ นา้ หนักตัว 50 กก.ต้องรับประทานอกไก่ 300 กรัม สาหรบั ผ้ทู อ่ี อกกาลังกายแบบคาดิโอ
ปริมาณโปรตีนท่ีกล่าวไปนน้ั ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคไต หรือไตเส่ือม เพราะผู้ปว่ ยไตเสื่อมจะ
ต้องการโปรตีนเพียง 0.6-0.8 กรัมต่อน้าหนกั ตัว 1 กก. ซ่ึงปริมาณโปรตีนจะขึ้นอยู่กบั ระดับความเสื่อมของไต
เพราะเมอ่ื โปรตีนถูกเผาผลาญแลว้ ไตจะทาหน้าทข่ี ับของเสียน้นั ออกจากร่างกาย แต่ถ้าไตเส่อื ม ขบั ของเสียได้
จากัดและปรมิ าณของเสียมากจะสง่ ผลใหข้ องเสยี คา้ งในเลอื ดสงู
ส่วน “เวย์โปรตีน” ท่ีมักได้ยินในกลุ่มผู้ออกกาลังกาย เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีโปรตีนประมาณ 80% ซ่ึง
เป็นลักษณะของอาหารเสริมท่ีเนน้ ความสะดวกในการบริโภค แต่ท้ังนี้หากเราได้รับโปรตีนตามธรรมชาติจาก
การรับประทานเน้ือสัตว์ ไข่ และนม ในปริมาณที่เพียงพอก็ไม่จาเป็นต้องรับประทานเวย์โปรตีนเพิ่ม เพราะ
นอกจากเสยี คา่ ใช้จ่ายแลว้ ยงั ทาให้ร่างกายไดร้ ับโปรตีนมากเกินความตอ้ งการอีกด้วย
ใชย้ าและสารเคมี ต้องระวงั ใหด้ ี
เราอยใู่ นประเทศทห่ี าซ้ือยาไดง้ ่าย ทาใหส้ ว่ นใหญ่บรโภคยาเกนิ ความ
จาเป็น และมักมผี ลต่อการทางานของไตคอื “ยาแก้ปวด” ซ่ึงผู้สงู อายหุ รือคนท่ีมีโรค
ประจาตัว อยา่ งการปวดขา เกาต์ มักซอ้ื ยามากนิ เอง เพิม่ ความเสยี่ งให้ไดท้ างาน
นอ้ ยลง นอกจากนี้ สมุนไพรและอาหารเสรมิ บางชนิดทร่ี ับประทานแลว้ ทาให้ไต
เส่ือม หรอื บางกรณีของผู้ทีเ่ ปน็ ไตเสอ่ื มและเลอื กไปรับประทานยาสมุนไพร มผี ลให้
ความเส่ือมเพิม่ ขึน้ ได้นอกจากวิธีที่กลา่ วไปแลว้ ควรงดเครื่องดมื่ แอลกอฮอลแ์ ละงด
สูบบหุ รี่ เหล่านค้ี ือสง่ิ ทที่ ุกคนสามารถทาได้ ไม่ไดท้ าเพ่ือใคร แต่เพอ่ื ตัวเราเองทัง้ นน้ั
พญ.โชตมิ า พิเศษกุล
อายรุ ศาสตร์, อายรุ ศาสตร์โรคไต
แพทยค์ ลินกิ อายุรกรรม โรคติดเช้อื โรงพยาบาลพญาไท 3
โรคไตเร้ือรัง... ความผดิ ปกติทีป่ อ้ งกนั ได้
โรคเร้อื รงั หนง่ึ ทีส่ รา้ งความทรมานให้กับผู้ปว่ ยท้ังยงั มีค่าใช้จา่ ยสงู คอื “โรคไตเร้อื รัง” ซึง่ เมอื่ เปน็ แล้ว
ต้องรักษาตลอดชีวิต แต่เราสามารถเลี่ยงความทรมานน้ีได้ เพราะ นพ.ศานต์ ตรีวิทยาภูมิ อายุรศาสตร์ (อนุ
สาขาอายุรศาสตร์โรคไต) แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลพญาไท 3 บอกว่าโรคนี้ปอ้ งกันได้
รจู้ ัก “ไต” อวัยวะทท่ี ามากกว่าขบั ของเสยี
เราตา่ งทราบดวี ่าหน้าทห่ี ลกั ของไต คอื การขบั ของเสยี ทเ่ี กิดจากการเผาผลาญโปรตีนออกจากร่างกาย
ขับน้าส่วนเกินเป็นปัสสาวะ ทั้งยังปรับสมดุลเกลือแร่ กรด ด่าง ในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ และท่ีหลายคน
ไม่ทราบคือ ไตยังทาหน้าที่สร้างฮอร์โมนท่ีจาเป็นในการสร้างเม็ดเลือดแดงเพ่ือไม่ให้เกิดภาวะโลหิตจาง และ
สรา้ งวิตามนิ ควบคมุ การดดู ซึมแคลเซยี มและฟอสฟอรสั ให้อย่ใู นเกณฑ์ปกติ
“ไตเรือ้ รงั ” คอื อะไร
ไตเรอื้ รัง เป็นภาวะท่ีไตเกดิ ความเสื่อมทีละน้อย จนการทางานของไตลดลงมาก ต้องเข้ารบั การรักษา
ด้วยการลา้ งไต หากการทางานของไตมีความผิดปกตมิ ากกว่า 3 เดือนจะเรยี กว่าไตเร้ือรัง
หากแพทย์วินิจฉัยและระบุว่าเป็นโรคนี้ หมายความว่า ไตไม่สามารถกลับมาเป็นปกติและจะมีความ
เสื่อมมากขึ้น โดยระดับความเส่ือมจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนเสื่อมทีละน้อย บางคนเสื่อมอย่าง
รวดเร็ว ขึ้นอยู่กับการดแู ลตวั เองของผู้ป่วยและการควบคมุ โรคทเ่ี ปน็ อยู่
อาการแบบน้ี เขา้ ขา่ ย “โรคไตเรอ้ื รัง”
เม่ือไตเส่ือม ไตก็ไม่สามารถขับของเสียได้ทาให้มีของเสียค่ังอยู่ในเลือด ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการ
อ่อนเพลยี ซมึ และหากไตขบั น้าไดน้ อ้ ย นา้ กจ็ ะค่งั ในร่างกาย มีอาการบวม ตวั บวม ขาบวม ตาบวม และถ้าไต
ทางานน้อยลง สมดุลของเกลือแร่ในร่างกายจะเกิดความผิดปกติ อาจทาให้เกลือแร่บางชนิดสูงขึ้น เช่น
โพแทสเซยี ม ซง่ึ พบไดม้ ากในผลไม้ เมอ่ื รา่ งกายไม่สามารถขบั โพแทสเซยี มได้ก็จะค้างในเลือด จนส่งผลต่อการ
ทางานของหัวใจ ทาให้หัวใจเต้นผิดจงั หวะ หรอื หวั ใจหยดุ เตน้ เป็นต้น
โรคไตเรื้อรัง แบ่งเป็น 5 ระยะโดยใช้ระดับการทางานของไตเปน็ ตัวแบ่ง ระยะแรกๆ การทางานของ
ไตจะปกติแล้วลดระดับลงเร่ือยๆ โดยจะไม่แสดงอาการจนถึงระยะท่ี 4-5 ซ่ึงโรคไตเร้ือรังระยะที่ 5 นั้น ได้
ทางานได้นอ้ ยลง 15% ขณะท่รี ะยะที่ 1-3 จะไม่มีอาการแสดง และไมท่ ราบหากไมต่ รวจสขุ ภาพประจาปี ท้ังน้ี
สัญญาณความผิดปกตทิ เี่ กิดข้นึ มีดังนี้
• ปัสสาวะผิดปกติ เช่น สผี ิดปกติ มีลักษณะเหมือนน้าล้างเน้ือ หรอื สีเข้มกวา่ ปกติ ปสั สาวะมฟี องมาก
• ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคนื ท่ปี สั สาวะบอ่ ยกวา่ ปกติ 3-4 ครัง้ ขนึ้ ไป
• ปสั สาวะแสบขดั กะปรบิ กะปรอย
• มอี าการปวดหลัง ปวดเอว อาจมีความผิดปกตบิ รเิ วณนว่ิ ในไต ไตอกั เสบ
• ความดันโลหิตสูงข้นึ
ใคร “เสย่ี ง” โรคไตเรื้อรงั
• ผปู้ ว่ ยโรคเบาหวาน ที่เป็นนานกวา่ 5 ปี
• ผู้ท่ีความดันโลหิตสูง อาจเป็นโรคไตและส่งผลให้ความดันโลหิตสูง หรือเป็นความดันโลหิตสูงและ
สง่ ผลให้เกดิ ไตวายเรื้อรัง
• กลุ่มโรคทางพันธุกรรม เช่น โรคถุงน้าในไต ที่ยังไม่มียารักษา ต้องควบคุมดูแลเพื่อชะลอความเส่ือม
ของไต
• โรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือโรคเอสแอลอี (Systemic lupus erythematosus: SLE) ที่เกิดขึ้นได้กับทุก
อวยั วะในรา่ งกาย โดยอวัยวะท่โี รคนไ้ี ปทาลายคอื ไต ทาใหไ้ ตอักเสบและไตวายในทสี่ ุด
• โรคเกาต์ หรอื ระดับกรดยรู ิกในเลอื ดสงู ซึง่ การทีก่ รดสงู ทาใหม้ ีการตกตะกอนท่ีทางเดนิ ปัสสาวะ เกดิ
ปญั หานวิ่ ในทางเดนิ ปสั สาวะ หรือตกตะกอนทเี่ นอ้ื ไต
• การรบั สารหรอื ยาบางชนดิ ส่งผลใหไ้ ตเส่ือมหรือไตวาย เชน่ ยาตา้ นการอักเสบ ท่ีมกั กนิ เพอื่ ลดอาการ
กล้ามเนอ้ื อักเสบ ปวดขอ้ ปวดเข่า เป็นต้น
รักษาอยา่ งไร เมอ่ื เปน็ โรคไตเรือ้ รงั
แนวทางการรักษาจะเนน้ ท่ีการชะลอความเสื่อมของไตเป็นหลัก โดยจะรักษาโรคทีเ่ ป็นสาเหตุทนี่ ามาสู่
โรคไตเร้ือรังให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับเหมาะสม ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด
โดยเน้นกินอาหารประเภทโปรตีน ไดแ้ ก่ เนอ้ื สัตว์ นม ไข่ ถวั่
ทั้งน้ี โรคไตเรื้อรังสามารถป้องกันได้ โดยการตรวจสุขภาพเพื่อหาโรคต่างๆ อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน
เกาต์ เพือ่ วางแผนป้องกันไม่ให้เกิดโรค หรอื หากพบโรคก็ควรเข้ารับการรักษาจากแพทยอ์ ย่างตอ่ เนอื่ ง เพ่ือคมุ
อาการให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี
นพ.ศานต์ ตรวี ทิ ยาภูมิ
อายรุ ศาสตร์ (อนสุ าขาอายรุ ศาสตร์โรคไต)
แผนกอายกุ รรม โรงพยาบาลพญาไท 3
ไตวายเรอื้ รงั คอื อะไร
ไตวายเรื้อรงั คอื อะไร
ไตวายเร้อื รงั เป็นภาวะทไี่ ตไมส่ ามารถขับของเสีย และนา้ ที่มอี ยู่เกินออกจากกระแสโลหิตได้ ของที่
คัง่ และของเหลวท่มี ีอยเู่ กิน ทาให้เกิดภาวะแทรกซอ้ น
สาเหตสุ าคญั ของภาวะไตวายเร้อื รงั เกดิ จากเบาหวานและความดันโลหติ สูง, ไตสว่ น
Glomeruli อกั เสบ, Polycystic Kidney, ยากลุ่ม NSAID, ภาวะ Uric สงู ทาให้ Urate เกาะท่ี
Medullary Interstitium เกิด Interstitial Fibrosis แต่ภาวะไตเส่อื มเลวลง
ในระยะแรกของภาวะไตวายเร้ือรงั อาจไม่พบอาการผิดปกติ ในระยะท้ายผู้ป่วยต้องลา้ งไต หรอื
เปลยี่ นไตจึงจะมชี ีวิตอยไู่ ด้
เป้าหมายสาคัญของการรกั ษา คือ การป้องกนั ไม่ใหภ้ าวะไตวายเรอื้ รังดาเนินโรคเปน็ ภาวะไตวาย
ระยะสดุ ท้าย โดยการควบคุมภาวะโรคท่ีเปน็ สาเหตุของไตวาย เชน่ เบาหวาน ความดนั และ
ภาวะแทรกซอ้ นเฉียบพลันท่ีเกิดขึ้นได้ เชน่ การตดิ เชือ้ และการฉดี Contrast เพื่อการวินิจฉยั ทางรังสวี ิทยา
การทางานของไตปกติ
ไตมหี น้าที่กาจัดของเสียและน้าสว่ นเกนิ ออกจากกระแสโลหติ ของเสยี และนา้ สว่ นเกินถกู สกัดเป็น
ปสั สาวะ ในการกลั่นปัสสาวะต้องมอี งค์ประกอบสาคญั 3 ประการ:
1. ความดนั โลหติ ที่ไปเล้ยี งไตต้องเพียงพอ
2. หนว่ ยไต เรียกวา่ Nephron (Glomeruli และTubule) ตอ้ งทาหนา้ ท่ีขับของเสียและดูดของดีกลับ
รา่ งกาย
3. ทางเดินปสั สาวะต้องไม่อุดตนั
ภาวะแทรกซอ้ นท่เี กิดจากภาวะไตวายเร้ือรงั
ภาวะไตวายเร้อื รังไม่ทาให้เกิดอาการจนกระท่ังระยะท้าย มักจะพบภาวะไตวายเมอื่ ตรวจเลือด หรือ
ปัสสาวะด้วยความผิดปกติหรือโรคอ่ืน ส่วนมากแล้วจานวนปัสสาวะจะปกติ แต่ปัสสาวะเหล่าน้ีมี
สว่ นประกอบของเสยี ผิดปกตไิ ป
เม่ือไตเสื่อมมากข้ึน ผู้ป่วยเร่ิมมีบวมที่เท้า ข้อเท้า ขา เบื่ออาหาร ง่วงนอนง่าย คลื่นไส้/
อาเจียน สับสนและสมองต้ือ บางคนมีความดันโลหิตสูง ระดับเกลือแร่ผิดปกติ โลหิตจาง และโรคกระดกู
เสื่อม
Uremia เป็นกลุ่มอาการในภาวะท้ายของโรคไตวาย ผู้ป่วยมีอาการเบ่ืออาหาร คล่ืนไส้/
อาเจยี น เน้อื เย่ือรอบหวั ใจบวม ปลายประสาทเส่อื ม ความคดิ สับสน ง่วงนอน ชักและ Coma
การประเมนิ ภาวะไตวาย
1. อัตราการกรองของเหลวของ Glomeruli Glomerular Filtration Rate หรือ GFR เป็นตัวช้ีวัด
จานวนหน่วยไตท่ียงั ทางานอยู่ สว่ นมากดูท่รี ะดบั Creatinine คา่ Creatinine ท่ีสงู ขน้ึ แสดงวา่ การทางาน
หนว่ ยไต (Nephron) น้อยลงชัว่ คราว หรอื ถาวร คา่ Creatinine ที่ลดลงแสดงว่าหนว่ ยไตทางานดีข้ึน ถ้าค่า
Creatinine ท่ีคงที่แสดงวา่ โรคไตคงตัว
2. ปริมาณโปรตนี ในปัสสาวะ (Proteinuria) เป็นเครื่องบ่งบอกโรคไต ปริมาณโปรตีนจานวนน้อยท่ี
ออกมาหรอื ท่เี รียก Microalbuminuria เป็นเครื่องชี้วัดโรคไตโดยเฉพาะในโรคเบาหวานและโรคความดนั
โลหิตสูง
3. การตรวจทางรังสี เชน่ CT หรือ Ultrasoundใช้ดภู าวะทางเดนิ ปัสสาวะอดุ ตัน จากนว่ิ หรอื สาเหตุ
อื่น
4. การตรวจช้นิ เนื้อไต (Kidney Biopsy) ใช้วิจฉิ ัยภาวะการอักเสบของ Glomeruli
(Glomerulonephritis) และภาวะโรคไตผดิ ปกติอย่างอ่ืน
การรกั ษาภาวะไตวายเรือ้ รัง
สิ่งสาคัญของการรกั ษาคือ การจดั การกับสาเหตุของโรคไตวายเร้ือรัง สาเหตบุ างอย่างรกั ษา
ได้ เชน่ นวิ่ ในไต ยาบางชนดิ เชน่ NSAIDS, โรคติดเช้ือทางเดินปัสสาวะ, ภาวะ Uric สงู เปน็ ต้น
1. ความดนั โลหติ : พบไดร้ ้อยละ 80-85 ของผูป้ ่วยไตวายเรอ้ื รงั ยากลุม่ Angiotensin Converting
Enzyme Inhibitor (ACEI) และกลุ่ม Angiotensin Receptor Blocker (ARB) สามารถลดความดันโลหิต
และปริมาณโปรตีนในปัสสาวะ จึงลดอัตราการเส่ือมของโรคไตได้มากกว่ายารักษาความดันโลหิตอ่ืนๆยาขับ
ปัสสาวะ (Diuretics) ใช้ร่วมกับ ACEI และ ARB ได้ เพื่อให้คุมความดันให้ปกติ ผู้ให้บริการอาจแนะนาให้
ผปู้ ว่ ยวัดความดันตนเองที่บา้ นเป็นระยะได้
2. ภาวะเลือดจาง: ผู้ป่วยไตวายเรื้อรงั มภี าวะโลหิตจางได้ เพราะ Juxtaglomerular Apparatus
สร้างสาร Erythropoietin ได้น้อยลง ภาวะเลือดจางทาให้ผู้ป่วยเหน่ือยง่าย ผู้ป่วยบางคนควรได้ฉีด
Erythropoietin โดยผู้ใหบ้ ริการ หรอื ฝึกญาตใิ ห้ฉีดยาให้
3. การปรับอาหาร
- จากัดโปรตีน ทาให้ผู้ป่วยไม่ต้องล้างไตบ่อย เพราะหน่วยไต (Nephron) ไม่ต้องขจัด
Urea ซึ่งเป็นสารท่ไี ด้จากการย่อยโปรตีนมากเกินไป
- การระวัง Potassium ผู้ป่วยโรคไตเร้ือรังมีแนวโน้มที่ระดับโปตัสเซียมสูง การให้ยาขับ
ปสั สาวะบางชนดิ ชว่ ยขจัดโปตสั เซียมได้ จาเป็นตอ้ งจากดั อาหารที่ทาให้โปตัสเซียมสงู และลดยาที่มี
การสะสมโปตัสเซียม
- การระวัง Phosphate สาร Phosphate เปน็ ส่วนประกอบสาคัญของกระดกู เม่ือหนว่ ย
ไต (Nephron) ทางานน้อย Phosphate จะมีปริมาณสูง จาเป็นต้องทานอาหารท่ีมี Phosphate
น้อย เช่น ถ่วั นมถว่ั เหลือง เนยแขง็ ไก่ นม และ Yogurt เปน็ ต้น
ขอขอบคุณขอ้ มลู จาก: โรงพยาบาลเซนตห์ ลยุ ส์ (Saint Louis Hospital)
http://www.saintlouis.or.th/article/show/57e8e585047882000100000b
น่ิวในไตคืออะไร? รวมสัญญาณเตือนท่ีบอกว่า
คุณเป็นน่ิวในไต!
โรคนิ่วในไต สามารถเป็นได้ทั้งผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ในวัยหนุ่มสาว โดยเป็นน่ิวที่พบได้บ่อยกว่านิ่วใน
อวัยวะอื่นๆ บทความนี้เราจะมาทาความรู้จักกับน่ิวในไตกัน ว่าเกิดขึ้นจากอะไร และมีอาการอย่างไรบ้าง
เพ่ือใหค้ ุณเตรยี มพร้อมในการสังเกตสัญญาณเตือนภยั ของโรคน่วิ ในไตกนั ไว้
น่วิ ในไต คอื อะไร
นวิ่ ในไตคอื การตกผลึกของสารกอ่ นิว่ ในไตจนเกิดเป็นก้อน ซึ่งส่วนใหญจ่ ะเป็นผลึกแคลเซียมออกซา
เลต และบางครง้ั อาจเปน็ แคลเซียมฟอสเฟต ยูริก หรอื สารอน่ื ๆ ได้เชน่ กัน ทาใหน้ ิว่ มีหลากหลายชนิดและมี
ขนาดทแ่ี ตกต่างกันไป อาจเกิดขึ้นก้อนเดียวหรือหลายก้อน และแมจ้ ะเกิดข้ึนในไต แตก่ ้อนนิ่วก็หลดุ ลงมาใน
ทอ่ ไตจนถงึ บริเวณกระเพาะปสั สาวะได้
นวิ่ ในไตพบได้บอ่ ยในคนทุกเพศทกุ วัย แตผ่ ู้ชายจะมีโอกาสเป็นน่วิ มากกว่าผู้หญงิ ประมาณ 3 เท่า และ
ในประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคน้ีบอ่ ยในทางภาคเหนือและภาคอสี าน ซง่ึ อาจเปน็ ผลจากสภาพแวดล้อม และ
วัฒนธรรมการรบั ประทานอาหารทต่ี ่างกัน
สาเหตขุ องน่วิ ในไต
โรคนว่ิ ในไตส่วนมากเกดิ ข้นึ จากหลายๆ ปัจจัยรว่ มกนั ไดแ้ ก่
1. การอยใู่ นท่ีท่ีมีอากาศรอ้ น ทาใหร้ า่ งกายสูญเสียเหง่อื ได้งา่ ย ประกอบกับพฤตกิ รรมดื่มน้าน้อย จึงทา
ใหป้ ัสสาวะมคี วามเข้มขน้ สูงข้ึน และเกดิ เป็นตะกอนนวิ่ ได้
2. การรบั ประทานอาหารบางอย่างเป็นประจา เช่น อาหารทม่ี แี คลเซยี มสูง มโี ปรตีนสงู หรือมโี ซเดยี มสูง
เปน็ ต้น ทัง้ นก้ี ารรับประทานอาหารจะถือวา่ เปน็ ปจั จัยเส่ยี งก็ตอ่ เมื่อมีปัจจยั เส่ยี งอ่นื ๆ ร่วมดว้ ย ดงั นั้น
ผู้ทม่ี ีสุขภาพแข็งแรงจงึ สามารถรับประทานอาหารเหล่านไี้ ดโ้ ดยทอ่ี าจจะไม่มีผลต่อการเกิดโรค
3. การมภี าวะยูรกิ ในเลอื ดสูง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเกาต์ หรือผู้ปว่ ยโรคมะเรง็ ที่อยู่ในช่วงการรับเคมี
บาบัด และผู้ท่กี าลังใชย้ าท่ีมีฤทธิ์ตา้ นการขบั กรดยรู ิก เช่น ยากันชักเฟนโิ ทอิน (Phenytoin) เป็นต้น
อาการของนวิ่ ในไต
น่ิวในไตอาจทาให้เกิดอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงหรือเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยก็ได้ โดยน่ิวสามารถ
เคลอ่ื นทไี่ ปในท่อไตและทาใหเ้ กิดอาการปวดตามมา นอกจากนี้อาจรู้สึกถงึ อาการปวดทีบ่ ริเวณหลัง สีขา้ ง และ
ปวดร้าวไปถึงท้องน้อยหรือที่ขาหนีบเป็นพักๆ ส่วนอาการอื่นๆ ได้แก่ ระคายเคืองเวลาปัสสาวะหรือมีอาการ
ปสั สาวะขดั ปัสสาวะเปน็ เลอื ด หรือมีเม็ดทรายปนออกมากบั ปัสสาวะ คลน่ื ไส้ อาเจียน เปน็ ตน้
สัญญาณอนั ตรายนวิ่ ในไต
หากคุณมอี าการผดิ ปกตติ ่อไปนี้ คณุ ควรไปพบแพทย์ เพราะอาจบ่งบอกได้วา่ กาลงั มีอาการนิว่ ในไต
1. ปวดท้องบริเวณบั้นเอวหรือท้องนอ้ ยที่ข้างใดข้างหน่ึงเพียงข้างเดยี ว
2. รู้สกึ ปวดบดิ ๆ เกร็งๆ เป็นพักๆ คลา้ ยกบั อาการท้องเดนิ หรอื อาการปวดประจาเดือน
3. อาจร้สู กึ ปวดเป็นชัว่ โมงๆ หรือปวดทงั้ วันก็เป็นได้
4. อาจมอี าการปวดลามจากบ้ันเอว ไปถงึ บริเวณอัณฑะ หรอื ช่องคลอดขา้ งเดียวกัน
5. มีอาการปวดแบบเป็นๆ หายๆ ไม่หายขาด หรอื นานๆ ครง้ั เป็นที ซงึ่ หากก้อนนวิ่ ไม่หลุดออกมา ก็จะ
ปวดอยอู่ ยา่ งนน้ั ไปเรอ่ื ยๆ
6. มีอาการใจหวิว ใจสนั่ หรือคล่นื ไส้อาเจยี น
7. หากมีกอ้ นนิว่ หลายกอ้ น หรอื กอ้ นนิ่วมีขนาดเล็กมาก อาจพบเหน็ ก้อนนว่ิ เล็กๆ ปนออกมากับปัสสาวะ
8. เมอื่ กดบรเิ วณท่ีปวดจะไมร่ ู้สึกเจบ็ หรอื บางครั้งก็อาจร้สู กึ สบายข้ึน
9. หากมีอาการหนกั จะปวดทอ้ งพร้อมกบั มีไขส้ ูง แม้จะรับประทานยาบรรเทาปวดแล้วกย็ งั ไมห่ าย
หากเรมิ่ รูส้ ึกวา่ มีอาการปวดท้องบ่อยๆ จนรบกวนการใชช้ ีวติ ประจาวนั หรือปวดมากจนทนไมไ่ หว รบั ประทาน
ยาบรรเทาปวดกไ็ มห่ าย ควรไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะนั่นแสดงว่ากอ้ นน่ิวอาจมีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจจะไปอดุ
ตนั สว่ นใดส่วนหนึ่งของอวยั วะภายในร่างกาย จนทาใหท้ างานบกพรอ่ งหรือเกิดการอักเสบขึ้นได้
นิว่ ในไตรกั ษาได้หรอื ไม่?
นวิ่ ในไตเป็นโรคทรี่ กั ษาได้ โดยกอ้ นน่วิ ทีม่ ีขนาดเล็กจะรักษาได้ด้วยการดืม่ นา้ มากๆ เพือ่ ขับให้นว่ิ
ออกมาทางปัสสาวะ แตห่ ากไม่สามารถขับน่วิ ออกมาด้วยวิธีน้ไี ด้ แพทยจ์ ะแนะนาใหร้ บั ประทานยาช่วยขับนว่ิ
ซง่ึ มีหลากหลายชนดิ ด้วยกัน เลือกใช้ตามลักษณะน่วิ ของผู้ปว่ ย และในกรณที กี่ ้อนนว่ิ มีขนาดใหญเ่ กนิ ไปอาจ
ตอ้ งผา่ ตัดใส่เครื่องมือบางชนิดเพอ่ื เข้าไปกาจัดหรือสลายนิว่
ดังน้นั คณุ ควรปรกึ ษาแพทยต์ งั้ แตม่ ีสญั ญาณเตือน 9 ข้อขา้ งต้น เพอ่ื ป้องกันไม่ให้อาการของน่ิวในไตเขา้ สรู่ ะยะ
รุนแรงหรอื ยากต่อการรกั ษา และเพอ่ื ความปลอดภยั ของตวั คณุ เอง
ขอขอบคณุ :
https://www.honestdocs.co/kidney-stones-puncture
ฟอกไตแบบไหนดี
หลายคนคงจะเคยได้ยนิ เรอื่ ง “การฟอกไต” วา่ มีวธิ ีการแตกตา่ งกันในการเลอื กใช้รกั ษาผูป้ ่วยโรคไตวาย
เรอื้ งรัง รวมถึงมสี ิง่ ที่ตอ้ งคานึงถึงแตกต่างกนั ข้อดีข้อเสยี และคา่ ใชจ้ า่ ย ที่แตกตา่ งกนั
การ “ฟอกไต” เป็นขน้ั ตอนสุดท้ายในการรักษาผปู้ ่วยไตวายเรอื้ รงั ซ่งึ ไตสูญเสยี หน้าที่ในการทางานแลว้ โดย
ปกติแล้วการรกั ษาแบ่งออกเป็น 2 แนวทางสาคญั คอื
- การฟอกไตดว้ ยเครอ่ื งไตเทยี ม หรือ ทีเ่ รารจู้ กั และเรียกกันว่า “การฟอกเลอื ดด้วยเครอื่ งไตเทยี ม”
- การฟอกไตทางชอ่ งทอ้ งแบบถาวร
ทัง้ 2 วธิ ีน้ัน มีขอ้ ดขี ้อเสยี ท่ีแตกตา่ งกันและมขี อ้ บ่งชี้ท่แี ตกต่างกันตามดุลยพนิ จิ ของแพทย์ว่า จะเลือกการ
รกั ษาดว้ ยวิธใี ดท่เี หมาะสมกบั ผู้ปว่ ยท่ีสดุ น่ันเอง
ทาไมตอ้ งฟอกเลอื ด
การฟอกเลอื ดเป็นการนาเอาของเสยี หรอื นา้ ส่วนเกินออกจากเลือดของผ้ปู ่วย โดยภาวะปกติ เลอื ดเสีย หรือ
เลือดทีล่ าเลยี งของเสียจากเซลล์จะผ่านเส้นเลอื ดดามากรองเอาของเสยี ออกทีไ่ ต ซง่ึ มีหนว่ ยไตทที่ าหน้าท่ีกรองของเสีย
จานวนนับล้านหน่วย โดยหน่วยไตนี้เม่ือขยายด้วยกล้องจุลทรรศน์จะพบว่ามีลักษณะคล้ายท่อขดไปมา ในท่อจะมี
ปลายข้างหน่ึงที่ตันและมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายถ้วย เรียกปลายท่อที่ตันนี้ว่า “โบว์แมนส์แคปซูล (Bowman s
capsule)” ภายในจะมกี ลุม่ เลือดฝอยพันกันเป็นกระจุกเรียกวา่ “โกลเมอรูลสั (glomerulus)” ซึ่งทาหนา้ ท่กี รองของ
เสียออกจากเลอื ดทไี่ หลผ่านไตนน่ั เอง
สาหรบั ผ้ปู ่วยไตวายเร้อื รัง ไตจะเสียความสามารถในการกรองจนไม่สามารถกรองเอาของเสยี ออกจากเลือด
ได้ และไมส่ ามารถดดู ซึมเอาสารและแรธ่ าตุบางชนิดทย่ี ังมีประโยชน์ต่อร่างกายจากเลอื ดดากลบั คืนเข้าสู่หวั ใจและ
ปอดเพ่อื เตมิ ออกซเิ จน แล้วไหลกลับมาสู่หวั ใจอกี ครง้ั เพ่ือสูบฉดี ไปเลี้ยงทว่ั รา่ งกายนั่นเอง
การฟอกไต
การฟอกไตทจี่ ะกล่าวถงึ นเี้ ปน็ การฟอกไตสาหรบั ผู้ป่วยไตวายเร้อื รงั ระยะสุดท้ายที่ไตไมส่ ามารถทางาน
ได้ แต่กลไกการทางานของรา่ งกายหากไม่มีการขับของเสียออกจากร่างกายจะทาใหอ้ วัยวะต่างๆ ลม้ เหลว ไมส่ ามารถ
ทางานได้ตามปกตจิ นเป็นเหตใุ ห้เสียชีวิตได้
ดังนั้นการฟอกไตเพื่อชว่ ยขบั ของเสียและรักษาชีวติ ผปู้ ่วยไตวายเรอื้ รังสามารถทาได้ 2 วธิ สี าคญั ดงั นี้
1. การฟอกเลอื ดดว้ ยเคร่ืองไตเทียม (hemodialysis)
การฟอกเลือดด้วยเครอื่ งไตเทยี ม (hemodialysis) เปน็ การนาของเสียและน้าออกจากเลือด โดยเลอื ดจะ
ออกจากตัวผปู้ ว่ ยทางเสน้ เลอื ดดา แล้วผ่านตัวกรองซงึ่ ภายในตวั กรองจะมีเนอ้ื เย่อื ชว่ ยกรองของเสยี และน้าออกจาก
เลือด เมือ่ เลือดผ่านการกรองกลายเป็นเลอื ดดี เครื่องจะนาเลือดนนั้ กลับสรู่ ่างกายอีกครัง้ ท้งั น้กี ่อนการฟอกเลอื ดต้อง
มีการตัดต่อเส้นเลือดเพ่ือใช้ในการฟอกเลอื ด ซ่งึ มี 3 วิธีคอื
- การนาเสน้ เลือดดาตอ่ กบั เส้นเลอื ดแดงบริเวณแขน หรอื เรยี กว่า การทาเอวฟี ทิ ลู ่า ( AV fistula) เพ่ือให้
เสน้ เลือดดาใหญ่ขนึ้ และมแี รงดนั พอท่จี ะทาใหเ้ ลอื ดไหลเขา้ สเู่ ครอ่ื งไตเทียมได้
- การต่อเสน้ เลือดดากับเสน้ เลือดแดงของผู้ป่วยโดยการใช้เส้นเลือดเทียม (AV graft)
- การใส่สายเข้าไปในเส้นเลือดดาขนาดใหญท่ ี่คอเพือ่ ไวส้ าหรบั ต่อกบั เคร่ืองไตเทยี ม วิธกี ารน้ีเป็นการทาแบบ
ชว่ั คราว
หลังการผ่าตดั ทวั ิธีใดวธิ ีหนง่ึ เสรจ็ สนิ้ และผูป้ ่วยมคี วามพร้อม แพทย์กจ็ ะนัดให้ผู้ปว่ ยมารับการฟอกไต
ต่อไป การฟอกไตวธิ ีน้จี ะใช้เวลาในการฟอกคร้งั ละประมาณ 4 ชว่ั โมง ในหนงึ่ สปั ดาห์ต้องทาการการฟอกไต 3 คร้ัง
2. การฟอกไตทางช่องทอ้ งแบบถาวร (continuous ambulatory peritoneal dialysis: CAPD)
เป็นการฟอกไตทางช่องท้องแบบถาวรคือ เป็นการลา้ งช่องท้องด้วยน้ายาเฉพาะเพอ่ื กรองของเสียในร่างกาย
ออกโดยการใสน่ ้ายาเขา้ ไปในชอ่ งทอ้ งทิ้งไว้ตามเวลาทีก่ าหนด นา้ ยาจะพกั อยู่ในชอ่ งท้องเพื่อทาการกรองของเสยี
และน้าสว่ นเกินออกจากชอ่ งท้องช่วงพกั นา้ ยาอยู่ในช่องท้องอาจใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง การเติมน้ายาจะเตมิ ผ่านทางท่อ
ซึ่งท่อนี้ต้องทาการฝงั เข้าไปในช่องทอ้ ง เมอ่ื ครบตามเวลาทกี่ าหนดก็จะปล่อยน้ายาทดี่ ูดซึมเอาของเสยี จากร่างกาย
และนา้ สว่ นเกินออกจากช่องท้องออกมาดว้ ย ใช้เวลาครง้ั ละประมาณ 30 นาที
การฟอกไตทั้ง 2 แบบมขี อ้ ดีข้อเสยี แตกตา่ งกนั อย่างไร
การฟอกไตทัง้ 2 แบบ เป็นการช่วยรักษาภาวะของเสยี ค่งั จากไตวายเรือ้ รัง ทง้ั น้แี พทยจ์ ะเปน็ ผูก้ าหนด
วิธกี ารรกั ษาร่วมกบั การตัดสนิ ใจของผู้ปว่ ยดังน้ี
1. การฟอกไตด้วยเครอ่ื งไตเทยี ม จะตอ้ งทาท่โี รงพยาบาล หรือศูนย์ฟอกไตเทียมเท่าน้ัน การบริการมที งั้
โรงพยาบาลรฐั และเอกชน มรี ะบบจองควิ ในการทาและใช้เวลาในการฟอกแตล่ ะครงั้ ตามความรุนแรงของโรคและ
อาการผ้ปู ว่ ย ต้องอาศัยผู้เช่ยี วชาญในการทาเทา่ น้ัน ระยะในการฟอกไตและความถีแ่ พทยจ์ ะเปน็ ผู้กาหนด เช่น
สปั ดาห์ละ 1-2 คร้งั ขึน้ ไปตามสภาพผู้ป่วย การฟอกแตล่ ะครัง้ จะใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงข้ึนไป ดงั น้นั ค่าใช้จ่ายในการ
ดาเนนิ การจึงสงู กว่า
2. การฟอกไตทางชอ่ งท้อง สามารถทาไดเ้ องทีบ่ ้าน หรือที่ทางาน โดยทผี่ ้ปู ่วย หรอื ผ้ดู แู ลสามารถเรียนรู้
วิธีการทาจากผู้เช่ยี วชาญ มีความถ่ีในการทาบอ่ ยกว่าวิธแี รก โดยแพทย์จะเป็นผกู้ าหนดตามสภาพอาการของผู้ป่วย
เชน่ กัน เชน่ ต้องล้างชอ่ งท้องทุกวันโดยเปล่ียนน้ายา 4-5 คร้ังตอ่ วนั ใช้เวลาครงั้ ละ 2-3 ชั่วโมงเปน็ ต้น วิธีนี้ยงั มี
คา่ ใช้จา่ ยน้อยกว่าวิธแี รก
ข้อดีขอ้ เสียของสองวธิ ี
ดงั น้ันการฟอกไตทงั้ 2 แบบมีขอ้ ดีข้อเสยี ตา่ งกัน รวมทง้ั มคี วามเส่ียงต่อการเกิดภาวะแทรกซอ้ นแตกต่างกนั
โดยเฉพาะการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียมนนั้ เชือ่ ว่า มีความปลอดภัยสูง เนอ่ื งจากทาในโรงพยาบาลโดยผเู้ ชีย่ วชาญ
แตห่ ากเกดิ ภาวะแทรกซอ้ นกจ็ ะมีอาการรนุ แรงมากกว่า
ส่วนการฟอกไตด้วยการลา้ งช่องท้องแบบถาวรนั้น หากผู้ปว่ ย หรือผ้ดู แู ล ลา้ งไตทางหนา้ ทอ้ งไมถ่ ูกวธิ ีกจ็ ะ
เสย่ี งตอ่ การตดิ เช้ือไดเ้ ชน่ กัน เพยี งแตว่ ิธนี ีจ้ ะไดป้ ระโยชนใ์ นแง่ของความสะดวก ท้ังเรื่อง เวลา สถานท่ี และคา่ ใชจ้ ่าย
ไมว่ า่ แต่ละวิธจี ะมขี ้อดี- ขอ้ เสยี อยา่ งไร เรากไ็ ม่ควรพาตวั เอง หรือคนท่ีเรารกั ไปอยใู่ นจดุ ๆ น้ันเลย เราควร
ดแู ลปอ้ งกนั ตวั เองและคนที่รักจากโรคไตต้งั แตว่ ันนี้ดีกว่า
ท่อนำไข่ ท่อนำไข่
รังไข่ รงั ไข่
ปำกมดลูก ปำกมดลูก
มดลูก มดลูก
กระเพำะปัสสำวะ กระเพำะปสั สำวะ
ลำไส้ตรง ลำไส้ตรง
ทอ่ ปัสสำวะ ท่อปัสสำวะ
ชอ่ งคลอด ช่องคลอด
ทวำรหนกั ทวำรหนกั
ใบ โดย เพลงิ มรกต
กิจกรรม
บ่ายวันที่ 13 ต.ค. มลู นธิ ิร่วมกตญั ญู ได้รบั แจ้งขอความชว่ ยเหลือให้นาเดก็ หญงิ ท่มี ี
อาการตกเลอื ดในหอ้ งพักทีร่ ชั ดาซติ ี้ คอนโด แขวงและเขตหว้ ยขวาง ไปสง่ โรงพยาบาลไปถงึ
พบศพเดก็ ทารกออกมาแลว้ มแี ขน-ขา อวยั วะเกอื บครบถ้วน อายุในครรภป์ ระมาณ 6 เดอื น
ส่วนผเู้ ป็นแมอ่ ยใู่ นห้องนา้ สภาพเลือดท่วมตัว ออ่ นแรง และไมไ่ ดส้ ติ มีเดก็ ผู้ชายดูแลอยู่
สอบถามเด็กผูช้ ายไดค้ วามวา่ ทั้งคูอ่ ายุ 17 ปีเท่ากันเปน็ แฟนกนั เป็นเด็กนกั เรียนช้ัน ม.6 ของ
โรงเรียนมัธยมมชี อ่ื แหง่ หน่งึ ห้องเกดิ เหตเุ ปน็ ห้องของเดก็ ผชู้ าย เดก็ ผหู้ ญิงมักจะมาหาทห่ี ้อง
เปน็ ประจา สว่ นทารกที่ออกมาเป็นเด็กท่ีเกิดจากแฟนเกา่ ของฝา่ ยหญงิ พยายามบอกให้ฝ่าย
หญงิ แจง้ ใหพ้ ่อแมร่ วู้ ่าต้งั ท้อง ฝ่ายหญิงไมก่ ลา้ จงึ ตัดสนิ ใจแกป้ ญั หากนั เองดว้ ยการซือ้ ยาทาแทง้
ทางเวบ็ ไซต์ ในราคาแผงละ 5,300 บาท แต่ทางเวบ็ ไซตล์ ดให้เหลอื 5,000 บาท สง่ มาทาง
พสั ดุไปรษณยี ์เมอ่ื 2 วนั ก่อน
จากน้นั กท็ าตามคาแนะนาท่มี าพรอ้ มกบั แผงยา ใชย้ าสอดเข้าไปในช่องคลอดครั้งละ
4 เม็ด หา่ งกนั 2 ช่วั โมง และครงั้ ทส่ี ามสอดเข้าไปอีก 2 เม็ด กระทั่งเด็กหลุดออกมา สว่ นฝ่าย
หญงิ หมดสตไิ ป จงึ ขอใหท้ างคอนโดฯ แจง้ รถ รพ.ราชวิถี มารบั ตัวไปรักษา ทางคอนโดฯ จงึ
แจ้งมลู นิธิรว่ มกตญั ญมู ารับไปส่งโรงพยาบาล แตพ่ บทารกคลอดออกมาเสียชวี ติ แลว้ จงึ แจ้ง
สน.สุทธิสาร เด็กสาวถกู นาสง่ รพ.ราชวถิ ี แพทย์พบว่ามกี ารชอ็ กจากการตกเลอื ด เสียเลือด
มาก แพทย์ชว่ ยขดู มดลูก และอาการปลอดภยั แล้ว
คดนี ี้สะทอ้ นปัญหาสังคมท่ีนา่ เปน็ หว่ ง เดก็ นกั เรยี นจบั คอู่ ยกู่ ันแลว้ เกดิ ตัง้ ท้องขนึ้ มา ไม่
กล้าบอกพ่อแม่ตอ้ งแกป้ ญั หากนั เองดว้ ยการทาแทง้ พ่งึ เว็บไซตข์ ายยาเถือ่ น ส่งิ ที่เกดิ ขนึ้ อาจทา
ให้เดก็ ท้ังคตู่ อ้ งเสยี การเรียนเสยี อนาคต ทั้งคู่ยังอาจมคี วามผดิ ในข้อหาร่วมกันทาแท้ง ท่สี าคญั
หากตดั สินใจพลาดไมร่ ีบโทรศพั ทข์ อความชว่ ยเหลอื จากทางคอนโดฯเดก็ ผู้หญิงอาจจะต้อง
ถึงกบั เสยี ชีวติ !
ทม่ี า : https://www.thairath.co.th/content/119029