The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เสื้อมัดย้อมจากสีธรรมชาติ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kanom-tran, 2021-12-08 07:34:55

เสื้อมัดย้อมจากสีธรรมชาติ

เสื้อมัดย้อมจากสีธรรมชาติ

โครงงาน

เรอื่ ง เส้อื มัดยอ้ มจากสีธรรมชาติ

รายชอื่ สมาชิก

นางสาวนันทวรรณ บุญราษฎร์ เลขท่ี 19

นางสาวรตั นาภรณ์ สวมสูง เลขที่ 21

นางสาวกรกนก แซ่ตงั้ เลขท่ี 28

นางสาวชวศิ า เปรมมนสั ไพศาล เลขท่ี 29

นางสาวณัฐรนิ ทร์ คณากลุ พสิ ทิ ธิ์ เลขท่ี 30

นางสาวพิมพ์มาตา บุญนา เลขท่ี 33

นางสาวมนัสนันท์ นนั ตะคำมา เลขท่ี 34

นางสาวกวิสรา ศรีทนารักษ์ เลขที่ 36

ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5 หอ้ ง 7

ครูท่ปี รกึ ษา
คณุ ครูกิตติกลุ ชมสรรเสริญ
คณุ ครูชัญญภทั ร ธชั พงศ์กฤต

โรงเรียนสตรวี ัดระฆงั

บทที่ 1
บทนำ

ความเปน็ มาและความสำคญั ของปญั หา

ปจั จุบนั เสือ้ มัดย้อมมวี ธิ กี ารยอ้ มสีที่หลายรูปแบบเพ่ิมมากขนึ้ ทงั้ ใชเ้ ทคโนโลยี งานฝมี อื หรอื แมก้ ระท่ังสีท่ีมี
แบบธรรมชาติและสงั เคราะห์

ซงึ่ ในปัจจุบันเสอ้ื มัดย้อมมีขายกนั อย่างแพรห่ ลาย และสที ีน่ ำมาใชน้ นั้ อาจจะมีสารเคมีปนเปื้อน อาจทำให้
ผิวหนงั เกิดการระคายเคอื งได้ทรวมถึงคณุ ภาพท่ีไม่เหมาะสมกับราคาทโดยการศึกษาเรื่องเสื้อมดั ย้อมจาก
สีธรรมชาตนิ น้ั เพ่อื ลดคา่ ใชจ้ ่ายและไม่ทำให้เป็นอนั ตรายต่อผวิ หนังอกี ทั้งยงั หาทรัพยากรไดโ้ ดยง่ายหรือเป็นการรับ
ซอ้ื ชว่ ยเหลือเกษตรกรให้ขายดีมากยิง่ ขนึ้ และเน้ือผ้าท่นี ำมาใช้น้นั กน็ ำมาจากเสื้อผา้ ทไ่ี ม่ใช้แล้วนำมาประยุกต์ให้สม
ราคามากยิ่งขึน้

จากข้อความข้างต้นผู้ดำเนินโครงงานจึงมคี วามสนใจทีจ่ ะศึกษาเกี่ยวกับการย้อมผ้าโดยใช้สีจากธรรมชาติ
วิธีการทำเสื้อมัดยอ้ มเพื่อใหป้ ระหยดั คา่ ใชจ้ า่ ยในการซ้ือเสื้อผ้า

1.2 วัตถปุ ระสงค์ของโครงงาน

/1.2.1 เพื่อศึกษาการย้อมผ้า โดยท่ีใชส้ ีจากธรรมชาติ
*1.2.2 เพื่อศึกษาวิธีการทำเส้อื มัดย้อม
*1.2.3 เพอื่ ประหยัดคา่ ใชจ้ ่ายในการซอ้ื เส้อื ผา้

1.3 สมมติฐาน
1.3.1 สีจากธรรมชาติสามารถนำมาย้อมผา้ ไดจ้ รงิ
1.3.2 เสอ้ื มัดย้อมจากสธี รรมชาตสิ ามารถใส่ไดจ้ ริง
1.3.3 เสอ้ื มดั ย้อมจากสีธรรมชาติสามารถทำใหป้ ระหยดั ค่าใชจ้ ่ายไดจ้ รงิ

1.4 ขอบเขตของโครงการ

*****1. ประชากร
นกั เรียนโรงเรียนสตรีวัดระฆัง จำนวน 1,814 คน ปกี ารศึกษา 2564

*****2. กลุ่มตวั อยา่ ง
นกั เรียนชัน้ ม.5/7 จำนวน 39 คน โดยวิธีเจาะจง

1.5 ประโยชนท์ ี่ได้รับจากโครงการ

*****1. มคี วามรู้เก่ยี วกบั การทำเส้ือมัดยอ้ มจากธรรมชาติ
*****2. ลดปัญหาเสือ้ ผา้ เหลอื ใช้
****

นิยามศพั ท์เฉพาะ

*****ผ้ามัดย้อมยหมายถึงยกระบวนการทำให้ผ้าสีขาวเกิดลวดลายด้วยการมัดย้อมด้วยอุปกรณ์หรือวัสดุ ทเช่น
เชือกทยางทไม้ไอศกรีมทโดยการสร้างลวดลายทเช่นทการพับทการมัดทการเย็บทการขยำทการหนีบ การสร้าง
ลวดลายเป็นการสร้างออกมาจากจินตนาการลายผ้ามัดย้อมท่ีได้ก็จะไมเ่ หมือนใครvเพราะเปน็ ลายท่ผี วู้ ิจัย
ได้สร้างขึ้นมาเอง ซึง่ จะเปน็ เอกลักษณ์เฉพาะ

สีจากธรรมชาติ หมายถึง สีที่ได้จากการสกัดจากวตั ถุดิบธรรมชาตผิ ่านการ พิจารณาในเร่ืองส่วนประกอบ
กรรมวิธกี ารผลิต ความบรสิ ทุ ธ์แิ ละอืน่ ๆ จนแน่ใจว่า ปลอดภยั ตอ่ การบริโภค

เสื้อมัดย้อมจากสีธรรมชาติยหมายถึงยการทำให้ผ้าเกิดรอยต่างๆโดยใช้เทคนิคการทำลวดลายในการมัด
เพ่ือเป็นการกันสแี ค่ในส่วนท่ตี ้องการ โดยการใชส้ ีที่ไดจ้ ากธรรมชาติ

วิธีการดำเนนิ การ

*****1. ศึกษาความเปน็ ไปได้
*****2. ข้อมลู การทำเสอ้ื มดั ย้อมจากสีธรรมชาติ
*****3. ทดสอบและประเมินผล
*****4. แกไ้ ข ปรับปรงุ

แผนการดำเนินการ

การดำเนินการ ระยะเวลาการดำเนินการ (สัปดาห์)
1. ศึกษาความเป็นไปได้
1 2 345 6 7 89 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 2
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 0

2. เกบ็ รวบรวมข้อมูล

3. ทดสอบและประเมนิ ผล

4. แก้ไข ปรบั ปรุง

บทท่ี 2
เอกสารและงานวิจัยทเี่ กยี่ วขอ้ ง

*****ในการดำเนินโครงการเสื้อมัดย้อมจากสีธรรมชาตินี้ผู้จัดทำได้ศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้สามารถจัดทำโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปได้ด้วยาโดยทำการศึกษาค้นคว้าเอกสารและ
ทฤษฎีท่เี กี่ยวข้องดงั หวั ขอ้ ตอ่ ไปน้ี

เอกสารท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการยอ้ มผ้าโดยใช้ธรรมชาติ

เกษตรไทยมดี ี (2559) การยอ้ มสีธรรมชาติ เป็นการลดการใช้สารเคมี ทีท่ ำใหเ้ กิดโรคตา่ งๆ ในระบบทางเดนิ
หายใจ โรคมะเร็ง โรคผิวหนัง ท่ีเกดิ จากการสะสมของสารเคมี จากการย้อมผ้าดว้ ยสีเคมี ทม่ี ีกลน่ิ ฉนุ แสบจมูก ทำ
ให้เกิดอาการวงิ เวยี น เปน็ โรคพษิ สำแดง ไม่สามารถท่จี ะย้อมไหมต่อไปได้ จนทำให้กลุ่มสตรี แมบ่ า้ นหันกลบั มาย้อม
ผา้ ดว้ ยสธี รรมชาติ เพราะสีธรรมชาติเปน็ สีทีบ่ รสิ ทุ ธิ์ ไมม่ ีพษิ ต่อรา่ งกาย ไมก่ ่อใหเ้ กิดโรคภัยไข้เจ็บ และผา้ ที่ไดม้ ี
ความโดดเด่นเฉพาะ เวลาทอขน้ึ เงา สไี มต่ ก ใส่สบาย แต่ขั้นตอนการทำยงุ่ ยากและวุ่นวาย ต้องอาศัยทักษะ ความ
อดทน ความชำนาญ และประสบการณ์ ในการย้อมสีแต่คร้ังให้เหมือนกัน

สรุปไดว้ ่า สีท่ีเราใชก้ ันในชวี ิตประจำวันท้งั สีทผี่ สมอาหารและสยี ้อมผา้ ได้มาจากการสงั เคราะหส์ ารเคมีและสี
จากธรรมชาติ แตส่ สี ังเคราะห์หลายชนดิ หากนำมาใช้ผสมอาหารจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย แตกต่างจากสที ่ไี ดจ้ าก
ธรรมชาติ ซึ่งใช้ผสมอาหารได้โดยไมม่ ีอนั ตราย และใช้เปน็ สยี อ้ มผา้ ทใี่ หส้ ีสนั สวยงาม

เอกสารท่ีเกย่ี วข้องกบั วธิ กี ารทำเสอ้ื มัดย้อม

******kapook (2563) วธิ ีเตรียมผา้ ก่อนย้อมสี กอ่ นจะไปดวู ิธีการย้อมผ้า เรามาดูวธิ กี ารเตรียมผา้ กันก่อน
โดยเริ่มจากตัดผ้าตามขนาดที่ต้องการ เสร็จแล้วก็นำไปซักด้วยน้ำเปล่า เพื่อเอาคราบแป้งและสิ่งสกปรกออกไป
ก่อน จากนั้นค่อยหมัด พับ หรือหนีบผ้า เพื่อให้เกิดลายที่ต้องการ จะมัดด้วยยาง เชือก หรือไม้หนีบก็เลือกใช้ได้
ตามสะดวกเลย

kapook (2563) วิธีทำผ้ามัดสีธรรมชาติ อีกหนึ่งทางเลือกของการทำผ้ามัดย้อมที่มาจากภูมิปัญญา
ชาวบ้าน แถมสที ไี่ ด้ก็มีความหลากหลาย สวยงาม และสดใสไม่แพส้ ีเคมีเลยล่ะ เอาเปน็ วา่ ใครชอบวธิ ีการน้ีก็ตามไป
ดขู ้นั ตอนกันเลยคะ่

1. ตม้ นำ้ ให้เดือด พร้อมใส่เกลือลงไปเพ่ือชว่ ยใหส้ ตี ดิ ผ้านานและสสี ดข้นึ
2. นำวัตถุดิบที่จะใช้สกัดสีใส่ลงในถุงผ้าหรือถุงตาข่าย จากนั้นนำไปต้มในน้ำเดือดรอจนกว่าสีจะ
ยนอ1*อ*อ**กมาเข้มพอใจ

3.ใส่ผ้าลงไปต้ม หมั่นพลิกผ้าบ่อย ๆ เพื่อให้สีติดทั่วกันอย่างสม่ำเสมอ เสร็จแล้วก็นำผ้าออกมาวางทิ้งไว้จนเยน็
, 4.นำผ้าไปขย้ีเบา ๆ ในนำ้ ตัวทำปฏกิ ริ ยิ า เช่น นำ้ ดา่ งข้ีเถ้า นำ้ ปูนใส น้ำสารส้ม และนำ้ สนิม เพ่อื ให้
เกิดเป็นสีใหม่ทอี่ าจจะเข้มขน้ึ จางลง หรอื เปลยี่ นสไี ปเลยก็ได้ (แต่ยงั อยู่ในโทนเดยี วกนั )

5. แกะเชอื กหรอื หนังยางออก พร้อมนำไปตากแดดให้แห้ง กเ็ ป็นอนั เสร็จเรยี บร้อย***
สรปุ ได้วา่ ทำเสือ้ มดั ยอ้ มใส่เอง เสยี ตังค์ซ้ือแคส่ ีย้อมผา้ เท่าน้ัน นอกน้นั ใช้ของท่มี อี ยู่ที่บา้ นได้ อปุ กรณ์คอื
ของใช้ในบ้านใกล้ตัวล้วน ๆ ที่สำคัญช่วยให้ใช้เวลาว่างอย่างเป็นประโยชน์ และชุบชีวิตเสื้อเก่าให้ กลับมาใหม่
สดใส ไฉไลกว่าเดิม

เอกสารท่เี ก่ียวขอ้ งกบั ความประหยัดในการซ้ือเสื้อผา้

กวิสรา ศรีทนารักษ์ (2564) เป็นการประหยัดในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ โดยการเอาเสื้อเก่ามาทำเป็นเสื้อมัดย้อม
จากสีธรรมชาติที่มีราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย และยังสามารถสร้างรายได้จากการทำเสื้อมัดย้อมขายจนสามารถ
นำไปต่อยอดทางธุรกิจได้ในภายภาคหน้า

สรุปได้ว่าการที่เรานำเสื้อที่ไม่ได้ใช้แล้วมาย้อมสีจากธรรมชาติทำให้เราประหยัดค่าใชจ้ ่ายและสามารถนำไปต่อ
ยอดธรุ กิจได้

งานวจิ ัยท่เี กย่ี วขอ้ ง

ณภัทร ยศยิ่งยง (บทคัดย่อ:2557) ปัญหาหนึ่งของการผลิตผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติที่มักพบเห็นคือผ้ามีสีไม่
หลากหลายไม่ค่อยเปน็ ท่นี ิยมและมักมีสีซดี จางได้ง่ายเพื่อเป็นการพฒั นาดา้ นคุณภาพของผา้ ฝา้ ยย้อมสธี รรมชาติให้
มีคุณภาพที่เหมาะสมต่อการนำไปผลิตเป็นสินค้าเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์จึงเห็นความสำคัญในการวิ จัยเพื่อพัฒนา
คณุ ภาพการย้อมผ้าฝ้ายดว้ ยวัสดุสธี รรมชาติให้มีสีหลากหลายและมีความคงทนของสีโดยใชส้ ำจากวัสดุธรรมชาติ 4
ชนิดคือเปลือกมะพร้าวอ่อน, เปลือกต้นโกงกาง, ใบโกงกางและใบลิ้นจีที่สกัดโดยใช้อัตราส่วนวัสดุ: น้ำ 1: 5 และ
1: 7 เวลาที่ใชส้ กัดสีและเวลาย้อม 60 นาทสี ารช่วยยอ้ ม 3 ชนิดคอื น้ำด่าง, น้ำปนู ใสและสารส้มโดยใช้วิธีย้อมแบบ
หลังย้อมที่เวลา 20 นาที 40 นาทีจากการวิเคราะห์ค่าความสว่าง (CIEL) พบว่าผ้าฝ้ายที่ย้อมด้วยใบลิ้นจีที่ใช้
อัตราส่วนสกัด 1: 7 ใช้สารส้มเป็นสารช่วยย้อมที่เวลา 40 นาทีมีค่าความสว่างสูงสุดคือ 70.56 ผ้าฝ้ายได้สีครีม
น้ำตาลค่าความเป็นสีแดง-เขยี ว (CIEa) พบว่าผ้าฝ้ายทีย่ ้อมด้วยใบโกงกางทีใ่ ช้อตั ราส่วนสกัด 1: 5 ใช้น้ำปูนใสและ
สารส้มเปน็ สารช่วยย้อมที่เวลา 40 นาทีมีค่าความเป็นสีแดงสูงสุดคือ 20.83 ได้ผ้าฝ้ายสีน้ำตาลแดงและน้ำตาลอม
ส้มตามลำดับค่าความเป็นสีเหลือง-น้ำเงิน (CIEb) พบว่าผ้าฝ้ายที่ย้อมด้วยใบโกงกางที่ใช้อัตราส่วนสกัด 1 5 ใช้
สารสม้ เป็นสารชว่ ยย้อมทเี่ วลา 40 นาทมี ีค่าความเปน็ สเี หลอื งสงู สุดคือ 31.86
ผ้าฝ้ายได้สีน้ำตาลอมเหลืองค่าความสดใสของสี (CIEC) พบว่าผ้าฝา้ ยที่ยอ้ มด้วยใบโกงกางที่ใช้อัตราส่วนสกัด 1: 5
ใช้สารส้มเป็นสารช่วยย้อมที่เวลา 40 นาทีมีค่าความสดใสสูงสุดคือ 38.07 ผ้าฝ้ายได้สีน้ำตาลอมส้มเฉดสีของผ้า
ฝ้ายที่ย้อมด้วยเปลือกมะพร้าวอ่อนได้สีน้ำตาลแดงถ้าไม่ใช้สารช่วยย้อมจะมีสีชมพูอ่อนผ้าฝ้ายที่ย้อมด้วยเปลือก
โกงกางได้สีน้ำตาลทองและน้ำตาลอมส้ม แต่เมื่อย้อมด้วยใบโกงกางได้เฉดสีเป็นสีส้มและสีน้ำตาลทองและเฉดสี
ของผา้ ฝา้ ยทีย่ อ้ มดว้ ยใบล้ินจีผ่ า้ ฝ้ายได้สีครมี นำ้ ตาลและสีเหลืองนวลเมอื่ วิเคราะห์ความคงทนของสตี ่อแสงพบว่าผ้า

ฝา้ ยท่ีย้อมดว้ ยวสั ดธุ รรมชาตทิ ้งั 4 ชนิดอยู่ทรี่ ะดบั เกรยส์ เกล 3 ถึง 5 อยู่เกณฑ์ด-ี ดมี ากและค่าความคงทนของสีต่อ
การซกั อยู่ทรี่ ะดบั 4 ถึง 5 ทกุ สารชว่ ยย้อมดงั นั้นผา้ ฝา้ ยมีความคงทนของสอี ยู่ในระดับดถี ึงดมี าก

บทที่ 3
วิธดี ำเนนิ การวิจัย

การคน้ ควา้ เร่อื ง เสอ้ื มัดยอ้ มสีจากธรรมชาติ

จุดมุง่ หมายของการศึกษา
ดจากโครงงานที่ได้ทำเสื้อมัดย้อมจุดมุ่งหมายของเรา เพื่อศึกษาการย้อมผ้า;โดยที่ใช้สีจากธรรมชาติ

ศึกษาวธิ กี ารทำเสือ้ มัดยอ้ มและเพ่ือประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ยในการซอื้ เสื้อผ้า

ประชากร

ประชากรที่ใชใ้ นการศกึ ษาครงั้ น้ี เป็นนกั เรียนระดบั ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสตรวี ัดระฆงั
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 จำนวน 1 ห้องเรียน เป็นนักเรยี นทัง้ สน้ิ 39 คน

กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครง้ั นไี้ ด้แก่นกั เรยี นระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นสตรีวัดระฆัง
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 เปน็ นักเรียนท้ังส้นิ 39 คน ได้มาโดยส่มุ อยา่ งง่าย จำนวน 1 หอ้ งเรียน เพ่ือใช้
ทดลองสวมใส่เสอื้ มัดยอ้ มสจี ากธรรมชาติ

ระยะเวลาทีใ่ ช้การศึกษา

ระยะเวลาท่ใี ชในการศกึ ษา ในภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

เครื่องมอื ทใี่ ชใ้ นการวจิ ัย

1. อปุ กรณท์ ี่ใช้ในการประดษิ ฐ์ เสือ้ มดั ยอ้ มสจี ากธรรมชาติ
1.1.เส้ือสขี าวและสีดำ
1.2. สมี ัดย้อมจากธรรมชาติ จะเอากส่ี ีก็ไดต้ ามใจชอบ
1.3. ขวดพลาสตกิ มฝี าจกุ สำหรับใส่สี
1.4. ถุงซปิ ล็อก
1.5. หนังยาง

2. แบบประเมินความพึงพอใจในการใช้เสอ้ื มดั ย้อมสีจากธรรมชาติ

วธิ กี ารสรา้ งเคร่ืองมอื

1. วธิ ีการประดษิ ฐ์ เส้อื มัดย้อมสีจากธรรมชาติ
1.1. หาเสอ้ื สีขาวหรือสดี ำตามขนาดของตนเอง
1.2. นำสีทีไ่ ด้จากการสกัดมาจากธรรมชาตมิ าละลายนำ้
1.3. ทำให้สตี รงตามทเ่ี ราตอ้ งการ
1.4. มัดเส้อื ท่เี ตรียมไว้เเลว้ นำสที ่ไี ด้จากธรรมชาตมิ าเทลงตามท่ีมัด
1.5. รอจนเสื้อเเหง้ เเกะยางท่มี ัดออกเเล้วนำไปซกั
1.6. ได้เส้ือมดั ย้อมจากธรรมชาติ

ตารางทดสอบประสทิ ธภิ าพของชิ้นงาน

การทดลองครัง้ ที่ การดำเนินการ/สว่ นผสม ผลที่ได้จากการทดสอบ

วัน/เดอื น/ปี

ครง้ั ที่ 1 นำสที ่สี กัดได้จากธรรมชาติมายอ้ มเส้ือสีขาว สีไม่ติดกับตวั เสอื้ เลย

4 ม.ิ ย. 64 โดยใช้ใบมะมว่ ง 20 ใบแบบไม่ตัด ต่อนำ้ 3 ลิตร

ใชเ้ วลาในการหมกั 30 นาที

ครัง้ ที่ 2 เปล่ยี นสตู รการสกัดสที ไ่ี ดจ้ ากธรรมชาตแิ ละมา สตี ิดกบั ตวั เสื้อได้ไม่คอ่ ยดแี ละ

11 ม.ิ ย. 64 ย้อมเสอ้ื สีขาว โดยใช้สูตรใบมะม่วง 30 ใบแบบ ลวดลายไม่เป็นไปตามทตี่ ้องการ

ไมต่ ัด ต่อนำ้ 3 ลิตร ใชเ้ วลาในการหมกั 30 นาที

ครง้ั ท่ี 3 เพ่มิ เวลาในการหมักเส้ือกับสีทีส่ กัดไดจ้ าก สเี ร่ิมตดิ กบั ตวั เสื้อมากข้นึ และ

18 มิ.ย. 64 ธรรมชาติและเปลย่ี นวธิ ีการมัด โดยใชส้ ตู รใบ ลวดลายเรมิ่ เปน็ ไปตามทีเ่ รา

มะมว่ ง 30 ใบแบบตดั เปน็ ท่อนๆต่อน้ำ 3 ลติ ร ตอ้ งการ

และใช้เวลาในการหมัก 40 นาที

ครั้งท่ี 4 เพิ่มจำนวนวัตถดุ บิ ทน่ี ำมาสกัดสี เพมิ่ เวลาใน สีตดิ กบั ตัวเส้อื ได้ดี และมลี วดลาย

25 ม.ิ ย. 64 การหมักเสื้อ และมดั เสอ้ื กบั หนงั ยางให้แนน่ ขึ้น สวยงามตามต้องการ

โดยใช้สูตรใบมะมว่ ง 40 ใบแบบตัดเปน็ ทอ่ นๆ

ตอ่ น้ำ 3 ลิตร และใชเ้ วลาหมัก 1 ชัว่ โมง

2. การสรา้ งแบบประเมินความพึงพอใจ
2.1. กำหนดหัวข้อในการประเมนิ ความพึงพอใจ จำนวน 5-10 ข้อ
2.2. ดัดแปลง / ปรับปรุง แบบประเมนิ ตวามพึงพอใจจากนักเรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 5/7
2.3. ออกแบบความพึงพอใจ ในรปู แบบ Rating scale จากความพึงพอ มากท่ีสุด-น้อยท่ีสุด

วิธกี ารดำเนินการศึกษา

ผู้ศึกษาได้ดำเนนิ การตามขัน้ ตอนดังนี้
1. กำหนดเรื่องทจ่ี ะศึกษา โดยสมาชิกประชุมร่วมกัน และร่วมกนั คดิ และวางแผนวา่ จะศึกษาเรอ่ื งใด
2. สำรวจปัญหาทพี่ บในโรงเรยี นและภายนอกโรงเรยี น
3. เลือกเรือ่ งที่จะศกึ ษา โดยเลอื กเร่อื งทสี่ มาชกิ มีความสนใจมากท่ีสดุ เพ่อื เป็นแรงจงู ใจในการค้นหาคำตอบ
4. ศึกษาแนวคิดในการแก้ปัญหา ( ในข้อนี้ยังไม่สามารถดำเนินได้เนื่องจาก การเรียนรายวิชาIS2 เวลามี
จำกัด ผู้ศึกษาจึงทำได้เฉพาะการสำรวจความคิดเห็นและสร้างเครื่องมือ(แบบสอบถาม) ศึกษาเพียงเพื่อให้มี
ความรู้ ความเข้าใจ เร่ืองกระบวนการวจิ ัยเทา่ นั้น
5. ต้ังช่อื เร่ือง
6. เขยี นความสำคัญความเปน็ มาของปัญหา วัตถุประสงค์ สมมตุ ิฐาน ขอบเขตการวิจัยและประโยชน์ที่คาด
ว่าจะได้รับ โดยศึกษาข้อมูลจากหนังสือ วิทยานิพนธ์และสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และจดบันทึกในโครง
ร่างรายงาน
7. ดำเนินการสรา้ งชิน้ งานและทดลองใช้กบั กลุม่ ตัวอยา่ ง
8. สรา้ งเครอ่ื งมอื ท่เี ปน็ แบบสอบถาม จำนวน 10 ข้อ
9. นำเครื่องมือที่ปรบั ปรุงแล้วไปใช้กบั กลมุ่ ตวั อยา่ ง
10. รวบรวมขอ้ มลู วเิ คราะหข์ ้อมลู และสรุปผลการศกึ ษา

การเก็บขอ้ มลู

1. ประดิษฐเ์ สื้อมดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ ให้กลุ่มตัวอย่าง 39 คน ทดลองใช้
2. ให้กลมุ่ ตวั อย่างทำแบบประเมนิ ความพงึ พอใจ
3. นำผลการประเมนิ ทไี่ ดม้ าคดิ ค่าเฉล่ียและรอ้ ยละ
4. นำผลที่ได้มาสรุปและอภิปราย

การวเิ คราะห์ข้อมลู

ผ้ศู กึ ษาดำเนินการวิเคราะหข์ ้อมลู ดงั นี้
1. วิเคราะห์สภาพท่วั ไปของกลมุ่ ตัวอยา่ ง โดยใช้ค่าเฉล่ีย เสนอในรูปแบบตาราง
2. วิเคราะหค์ วามพึงพอใจในการทดลองใสเ่ สื้อมดั ย้อมจากสีธรรมชาติ โดยการหาคา่ เฉลีย่ เป็นโดยรวม เสนอใน
รปู แบบตาราง
3. นำผลการวิเคราะหท์ างสถิตมิ าแปลผลดังนี้

คา่ เฉล่ยี 4.50-5.00 หมายถงึ มคี วามพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด
คา่ เฉล่ยี 3.50-4.49 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอย่ใู นระดับมาก
คา่ เฉลยี่ 2.50-3.49 หมายถึง มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง
คา่ เฉลี่ย 1.50-2.49 หมายถึง มคี วามพงึ พอใจอยู่ในระดบั นอ้ ย
/คา่ เฉลยี่ 1.00-1.49 หมายถงึ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับน้อยท่ีสดุ

สถิติทใี่ ช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

1. ค่ารอ้ ยละ (Percentage) (%) เพื่อวิเคราะห์ขอ้ มูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามตอนท่ี 1

2. ค่าเฉลย่ี (Mean) เขยี นแทนด้วยสญั ลักษณ์ ̅ ใชส้ ตู ร

เมื่อ ̅ คือ คา่ เฉลีย่ เลขคณติ ̅ = ∑



∑ คอื ผลบวกของข้อมลู ทกุ คา่

คือ จำนวนขอ้ มลู ท้งั หมด

3. สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ S.D.

เมื่อ S.D. S.D.=√∑ =1( − ̅)2
สส
̅ −1

คอื คา่ เบยี่ งเบนมาตรฐานของกลมุ่ ตวั อย่าง

คอื ค่าของข้อมลู ส่วนตัว

คือ ค่าเฉล่ยี ของกลุ่มตัวอยา่ ง
คือ จำนวนขอ้ มลู ทั้งหมดของตวั อย่าง

บทท่ี 4
ผลการศึกษาคน้ ควา้

ผลการศกึ ษาคน้ คว้าเรื่อง เสื้อมดั ยอ้ มสจี ากธรรมชาติ ผลการทดลอง
นำเสนอได้ดงั นี้ สไี มต่ ิดกบั ตัวเสอื้ เลย

ตอนท่ี 1 ผลการทดลองการผลิตสจี ากธรรมชาติ สีติดกับตัวเสื้อไม่ชัด และสี
ตอนที่ 2 แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ ออกแบบจางๆ
สีติดกับตัวเสื้อชัดขึ้นแต่ยังไม่ได้สี
ตารางท่ี 1 ผลการทดลองการผลิตสีจากธรรมชาติ ตามทตี่ ้องการ
สีเข้มและชัดติดกับตัวเสื้อได้ดี
จำนวน การทดลอง เป็นสีตามทีต่ อ้ งการ
1 ผลติ สีจากธรรมชาติโดยใช้สตู ร
ใบมะมว่ ง 20 ใบ แบบไม่ตัด
2 ผลิตสีจากธรรมชาตโิ ดยใชส้ ูตร
ใบมะม่วง 30 ใบ แบบไมต่ ัด
3 ผลิตสีจากธรรมชาตโิ ดยใชส้ ูตร
ใบมะมว่ ง 30 ใบ แบบตดั เป็นทอ่ นๆ
4 ผลิตสีจากธรรมชาติโดยใช้สตู ร
ใบมะมว่ ง 40 ใบ แบบตัดเปน็ ทอ่ นๆ

จากตารางที่ 1 การทดลองการผลิตสีจากธรรมชาติเริ่มจากการใช้ใบมะม่วงในปริมาณน้อยไปจนถึง
พอเหมาะและปริมาณมากตามลำดับ ผลออกมาว่าปริมาณน้อยทำให้สีไม่ติดกับตัวเสื้อเลยจึงเพิ่มปริมาณใบ
มะม่วงใหเ้ พิ่มขนึ้ แต่ไมม่ าก สีกย็ งั คงตดิ กับตัวเส้อื ไม่ชดั และจาง ครั้งตอ่ มาจงึ ใช้ปริมาณใบมะม่วงเท่าเดิมแต่เพิ่ม
วิธีการตัดใบมะม่วงเป็นท่อนๆ ผลคือสีติดกับตัวเสื้อมากขึ้นแต่ยังไม่ได้สีตามที่ต้องการ และการทดลองครั้ง
สุดท้ายเพมิ่ ปริมาณใบมะม่วงเป็นหนงึ่ เทา่ ตวั ของครั้งแรกผลลัพธ์ที่ได้คือสีเป็นไปตามที่ต้องการ เข้มและติดกับ
ตัวเสอื้ ไดด้ ี

ตารางที่ 2 สรุปผลการประเมินความพงึ พอใจ

ระดับความคดิ เห็น

มาก มาก ปาน นอ้ ย นอ้ ย

ขอ้ หวั ข้อการประเมิน ทส่ี ุด กลาง ที่สดุ
5 4 3 21

1. สีของเสื้อมีความชดั เจน สวยงาม 8 12 10 9 -

20.51% 30.77% 25.64% 23.08% -

2. เส้อื มีสีตามท่ลี ูกค้าตอ้ งการ 5 4 20 10 -

12.82% 10.26% 51.28% 25.64% -

3. สีของเส้ือมีความติดทนนาน 11 10 10 8 -

28.21% 25.64% 25.64% 20.51% -

4. คณุ ภาพของเน้อื ผ้า 20 10 9 --

51.28% 25.64% 23.08% - -

5. เสอื้ มรี ปู ทรงทท่ี นั สมัย ใส่ง่าย และน่าสนใจ 30 9 - - -

76.92% 23.08% - --

6. เส้อื มีหลากหลายสใี หเ้ ลอื ก 5 10 20 4 -

12.82% 25.64% 51.28% 10.26% -

7. ลวดลายมคี วามสวยงาม 25 14 - --
64.10% 35.90% - --

8. เสื้อมลี วดลายที่หลากหลาย 15 20 4 --

38.46% 51.28% 10.26% - -

9. สนิ คา้ เหมาะสมตามราคา 30 5 4 - -

76.92% 12.82% 10.26% - -

10. โดยภาพรวมความพึงพอใจในการออกแบบเสื้อ 25 10 4 --

มดั ยอ้ มสจี ากธรรมชาติ 64.10% 25.64% 10.26% - -

จากตารางการประเมินความพึงพอใจของประชากรกลุ่มตัวอย่าง คือ นักชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/7
จำนวน 39 คน ประจำปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นสตรีวัดระฆัง สรุปผลได้ดงั น้ี

สีของเสื้อมีความชัดเจน สวยงาม ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 20.51
เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 30.77 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 25.64 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่า
เป็นรอ้ ยละ 23.08 และเหน็ ด้วยน้อยทส่ี ุด คดิ เป็นรอ้ ยละ 0

เสื้อมีสีตามที่ลูกค้าต้องการ ประชากรกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 12.82
เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 10.26 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 51.28 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่า
เป็นรอ้ ยละ 25.64 และเห็นดว้ ยนอ้ ยที่สุด คิดเปน็ ร้อยละ 0

สีของเสื้อมีความติดทนนาน ประชากรกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 28.21
เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 25.64 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 25.64 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่า
เป็นร้อยละ 20.51 และเหน็ ดว้ ยน้อยทส่ี ดุ คดิ เปน็ ร้อยละ 0

คุณภาพของเนื้อผ้า ประชากรกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 51.28 เห็นด้วยมาก
คิดเป็นค่าร้อยละ 25.64เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 23.08 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่าเป็นร้อยละ 0
และเหน็ ดว้ ยน้อยที่สุด คิดเป็นรอ้ ยละ 0

เสื้อมีรูปทรงที่ทันสมัย ใส่ง่าย และน่าสนใจ ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่า
ร้อยละ 76.92 เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 23.08 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 0 เห็นด้วยน้อย
คดิ เป็นคา่ เป็นรอ้ ยละ 0 และเหน็ ด้วยนอ้ ยท่ีสุด คดิ เปน็ ร้อยละ 0

เสื้อมีหลากหลายสีให้เลือก ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 12.82
เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 25.64 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 51.28 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่า
ร้อยละ 10.26 และเหน็ ด้วยน้อยทส่ี ุด คดิ เปน็ ร้อยละ 0

ลวดลายมีความสวยงาม ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่า ร้อยละ 64.10
เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 35.90 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 0 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่าเป็น
ร้อยละ 0 และเหน็ ด้วยน้อยท่สี ุด คิดเปน็ ร้อยละ 0

เสื้อมีลวดลายที่หลากหลาย ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 38.46
เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 51.28 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 10.26 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่า
ร้อยละ 0 และเห็นดว้ ยนอ้ ยท่สี ดุ คิดเป็นรอ้ ยละ 0

สินค้าเหมาะสมตามราคาประชาชนกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 76.92
เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 12.82 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็นค่าร้อยละ 10.26 เห็นด้วยน้อย คิดเป็นค่า
ร้อยละ 0 และเห็นดว้ ยน้อยทีส่ ุด คิดเปน็ ร้อยละ 0

โดยภาพรวมความพึงพอใจในการออกแบบเสื้อมัดย้อมสีจากธรรมชาติ ประชาชนกลุ่มตัวอย่าง
เห็นด้วยมากที่สุด คิดเป็นค่าร้อยละ 76.92 เห็นด้วยมาก คิดเป็นค่าร้อยละ 12.82 เห็นด้วยปานกลาง คิดเป็น
คา่ รอ้ ยละ 10.26 เห็นดว้ ยน้อย คดิ เป็นคา่ ร้อยละ 0 และเหน็ ดว้ ยนอ้ ยท่ีสุด คิดเป็นรอ้ ยละ 0

จากตารางสรุปแบบประเมินความพึงพอใจ พบว่า ประชากรตัวอย่างเห็นด้วยมากที่สุดเกี่ยวกับรูปทรง
ของเสื้อที่มีความทันสมัย ใส่ง่าย และน่าสนใจ ประชากรกลุ่มตัวอย่างเห็นด้วยค่อนข้างมาก คิดเป็นร้อยละ
76.92

นอกจากนี้ยัง พบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่าง เห็นด้วยมากที่สุดเกี่ยวกับสีของเสื้อที่มีเพียงพอต่อความ
ต้องการของลูกคา้ และจำนวนของสีเสื้อ มีหลากหลายสีให้เลอื ก ซึง่ ในสองขอ้ น้ปี ระชากรกลมุ่ ตัวอย่างเห็นด้วย
มากที่สดุ มีจำนวนคอ่ นขา้ งนอ้ ย คิดเป็นคา่ รอ้ ยละ 12.82

บทที่ 5
สรปุ ผลและอภิปรายผล

การศึกษาคน้ คว้าเรอ่ื ง เสอ้ื มดั ยอ้ มจากสีธรรมชาติ

วัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ เพื่อศึกษาการย้อมผ้า โดยที่ใช้สีจากธรรมชาติ

เพื่อศึกษาวธิ กี ารทำเส้ือมัดย้อม และเพอื่ ประหยัดคา่ ใชจ้ ่ายในการซ้อื เสอื้ ผา้

วธิ กี ารดำเนินการ มีดงั นี้

กำหนดเรื่องที่จะศึกษา สำรวจปัญหาที่พบ เลือกเรื่องที่สนใจจะศึกษามากที่สุด ศึกษาแนวคิดในการ
แก้ปัญหา ตง้ั ชือ่ เร่อื ง เขยี นความสำคัญความเป็นมาของปัญหา วตั ถุประสงค์ สมมตุ ิฐาน ขอบเขตการวิจัยและ
ประโยชนท์ คี่ าดวา่ จะไดร้ ับ โดยศกึ ษาข้อมลู จากหนังสือ วทิ ยานิพนธ์และสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และจด
บันทึกในโครงร่างรายงาน ดำเนินการสร้างชิ้นงานและทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง สร้างเครื่องมือ ที่เป็น
แบบสอบถาม จำนวน 10 ขอ้ นำเครอื่ งมอื ทป่ี รับปรุงแล้วไปใช้กบั กลุ่มตวั อย่าง รวบรวมขอ้ มลู วิเคราะห์ข้อมูล

และสรุปผลการศกึ ษาทนนนนนท

สรปุ ผลจากการศึกษาค้นคว้า

การทำโครงงานผ้ามัดย้อมจากสีธรรมชาติตลอดระยะเวลาที่ทำโครงงานนี้มาผลสรุปเป็นที่น่าพึ่งพอใจ
กับกลุ่มเราเป็นอย่างมาก จากการที่กลุ่มเราได้ศึกษาการย้อมผ้า โดยที่ใช้สีจากธรรมชาติทำให้เราได้เรียนรู้ว่า
การสกัดสีทีท่ ำให้สสี ามารถติดกบั เสือ้ ได้ดีเเละเห็นสีชัดต้องทำเเบบไหนเเละการศกึ ษาวีธีการทำเสือ้ มัดย้อมยัง
ทำใหไ้ ด้รถู้ งึ การทำเสอ้ื จากสขี าวปกติมาเป็นสีที่สดใสไดเ้ เละนอกจากทำให้ได้เรียนรถู้ งึ การทีท่ ำผ้ามัดยอ้ มเเล้วก
ลุ่มเราสามารถทำให้ผ้าที่มีสีปกติเปลี่ยนเป็นลวดลายที่สวยงามโดยไม่ใช้ค่าใช้จ่ายเเละจากการที่ได้ทำเเบบ
ประเมินปรากฎว่าผลความพึงพอใจของผปู้ ระเมนิ เกิน80%ทำใหเ้ ห็นไดว้ ่าโครงงานผ้ามัดย้อมจาก
สธี รรมชาตสิ ามารถตอ่ ยอดเเละพัฒนาตอ่ ไปได้อกี

อภปิ รายผล

ปัญหาที่เจอระหว่างทำการทดลอง คือ สีไม่ติดกับตัวเสื้อเลย สีจางไม่เข้ม และลวดลายของเสื้อไม่เป็น
ตามที่ต้องการ ผลการทดลองที่ดีที่สดุ คือ การใช้ใบมะม่วงในจำนวน 40 ใบแบบตัดเป้นท่อนๆใช้ระยะเวลาใน
การหมกั 1ชั่วโมง และหมดั ยางแบบแน่นๆ ทำให้ได้สีท่ีเข้มสวยและไดล้ วดลายตามท่ตี ้องการ

ขอ้ เสนอแนะ

ผลจากการทดลองเรอื่ ง เสื้อมัดยอ้ มจากสธี รรมชาติ
1. ข้อบกพร่อง คือ สที ีใ่ ชใ้ นการทดลองมสี ีอ่อนและไม่ติดเสื้อ จะแกป้ ัญหาโดยเปล่ยี นวตั ถุดิบท่ีสามารถ

ออกสไี ด้ดีมากกว่านี้
2. ถา้ ต้องต่อยอด ควรเพมิ่ ลวดลายและสสี ันใหม้ ากขนึ้

บรรณานกุ รม

ณภัทร ยศยิ่งยง (2557) การพัฒนาความคงทนของสีและเฉดสีของผ้าฝ้ายที่ย้อมด้วยวัสดุสี
ธรรมชาติ.[ออนไลน์]

แหลง่ ท่ีมา : dspace.rmutk.ac.th.9 มีนาคม 2564
มลู นิธสิ บื นาคะเสถยี ร.(2019).วัสดธุ รรมชาติท่ใี ห้สตี ่างๆ.[ออนไลน์]

เเหล่งทม่ี า: www.8eub.or.th.9 มีนาคม 2564
เกษตรไทยมีด.ี (2559).ยอ้ มผ้าดว้ ยทจ่ี ากธรรมชาติ[ออนไลน์]

แหลง่ ทมี่ า : http://kasetthaimeedee.blogspot.com/2016/10/diy.html.9 มนี าคม 2564
kapook (2563) 4 วิธีทำผ้ามัดย้อมง่าย ๆ เปลี่ยนเสื้อเก่าเป็นเสื้อใหม่ ด้วยงบประมาณแค่หลัก
สบิ .[ออนไลน์]

แหลง่ ทม่ี า : www.kapook.com.9 มนี าคม 2564

ภาคผนวก

เก็บใบมะมว่ ง ตัดเปน็ ท่อนและลา้ ง

นำใบไปต้ม และนำเสื้อที่มัดแล้วใสล่ งไป นำไปตากให้แหง้


Click to View FlipBook Version