The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือครบรอบ ๖๐ ปี ของศพอ.วัดอนงคาราม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Pornprapa Mahuttanawirioj, 2024-02-03 02:42:12

๖๐ ปี ศพอ.วัดอนงคาราม

หนังสือครบรอบ ๖๐ ปี ของศพอ.วัดอนงคาราม

Keywords: หนังสือครบรอบ

้ปบันทึกวันอาทิตย์ เรื่องราวและความโชคดี แห่งบันทึกของพุทธศาสนิก


ก คํานํา งานศึกษาวดัอนงคาราม นับแต่เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม พุทฺธสรมหาเถร) อดีตเจ้า อาวาสวดัอนงคาราม รูปที่๖ ที่มีฉันทะเห็นประโยชน์ของการศึกษา จึงได้ส่งเสริมการศึกษาให้เด็กนักเรียน ในตั้งแต่สมัย พ.ศ.๒๔๓๒ (ร.ศ.๑๐๘) ทําหน้าที่เป็ นแบบอย่าง (Role Model) ให้กบัพระภิกษุสงฆ์สามเณร ภายในวดัอนงคารามได้เห็นได้ดูการทาํงานเพื่อวดัและพระพุทธศาสนา ปีนีก้้าวเข้าสู่ปีที่๖๐ ของศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวนัอาทติย์วัดอนงคาราม ที่ได้ก่อต้ังขึน้เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๐๗ ของหลวงพ่อพระมหาโพธิวงศาจารย์ (สาลี อินฺทโชโต) อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม รูปที่๗ ที่ริเริ่มก่อต้ัง ร่วมกับพระเถรานุเถระในยุคน้ัน ดังคําวลีของหลวงพ่อพระมหาโพธิวงศาจารย์ (สาลี อินฺทโชโต) ที่ว่า “สร้างโรงเรียน ก็คือสร้างคนให้เป็ นคนดี” มีพระราชรัตนกวี(ไสว สุจิตฺโต)อดีตเจ้า อาวาสวดัอนงคารามรูปที่๙ เป็นต้น ทสี่นับสนุนและส่งเสริมมาตามลาํดับ ปี ๒๕๖๖ ศูนย์ได้มีการเปิดดําเนินการจัดการเรียนการสอนตามนโยบายของพระเดชพระคุณของ พระราชสิทธิโกศล (เสฐียร สปฺปญฺโญ ป.ธ.๗) เจ้าอาวาสวัดอนงคาราม วรวิหาร ให้ดําเนินการสืบสานพัฒนา งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของอดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคารามรุ่นก่อน ๆ โดยได้มอบหมายให้ พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ, ดร. เจ้าคณะที่ ๘ เป็นผู้อํานวยการศูนย์ฯ รูปที่๔ พร้อมทีมงาน ในการช่วย ขับเคลื่อนงานของศูนย์ฯ ให้เป็นไปตามความเหมาะสมกบัยุคสมัยตามปกติ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดอนงคารามในยุค Next Normal หลังจากศูนย์ได้หยุดการ จัดการเรียนการสอนไปชั่วคราวในปี ๒๕๖๔ ทําให้งานเผยแผ่ของวัดและศักยภาพของพระภิกษุเกิดภาวะ ถดถอยของการเรียนรู้และหมดไฟไปอยู่พอสมควร สุดท้ายนี้คณะทํางานขอขอบคุณและอนุโมทนากับทุกฝ่ายและญาติโยมทุกท่านที่คอยสนับสนุน ช่วยเหลือเป็นปัจจัยเกือ้หนุนอยู่เบื้องหลงัในการจัดการศึกษาพระพุทธศาสนาเพื่อบ่มเพาะความดีงามให้กับ ลูกหลานเรื่อยมา หวังว่า หนังสืออนุสรณ์เล่มนี้ที่เล่าเรื่องราวตลอดปีการศึกษา ๒๕๖๖ จักมีประโยชน์และ เกดิคุณค่ากบัผู้ทหี่ยบิมาอ่านทุกคร้ัง คณะทํางาน


ข สารบัญ คํานํา ก สารบัญ ข ๖ ทศวรรษ การก่อตั้ง ศพอ.วัดอนงคาราม ๑ โอวาทธรรม ๘ ฉันทะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างกุศล ๘ สัปดาห์วนัวสิาขบูชา ๑๒ สัปดาห์วนัอฎัฐมีบูชา ๑๔ คนสองประเภท ๑๕ ครู๑๖ สัมมาทิฎฐิ ๑๗ การขอบคุณตัวเอง ๑๘ หัวใจของเศรษฐี ๑๙ ภาคผนวก ๒๐ คณะผู้บริหารศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทติย์วดัอนงคาราม ๒๑ คณะพระอาจารย์และครูประจําปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๒๒ ทาํเนียบรุ่น ๖๐ ๒๖ รายชื่อนักเรียนผู้รับวุฒิบัตรและทุนการศึกษา ๒๘ รายชื่อนักเรียนผู้รับเกียรติบัตรและทุนการศึกษา ๓๑ แผนการสอน ชั้น ป.๑ - ๓ ๓๒ แผนการสอน ชั้น ป.๔ - ๕ ๓๖ แผนการสอน ชั้น ป.๖ - ม.๓ ๔๐


๑ ๖ ทศวรรษ การก่อตั้ง ศูนย ์ ศ ึ กษาพระพุทธศาสนาวนัอาทิตย ์ วดัอนงคาราม วรวหิาร พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ, ดร. ผู้อา นวยการ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทติย์วดัอนงคาราม งานเขียนน้ีเริ่มเขียนข้ึนเวลา ๑.๒๗ นาฬิกา ค ่าคืนของวันที่ ๖ ก้าวเข้าสู่ที่๗ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๖๖ ในระหว่างที่เขียนได้ฟังธรรมบรรยายของพระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ ฐานิโย) วัดป่ าสาลวัน จังหวัดนครราชสีมา เรื่องของฌาน และธรรมบรรยายของพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษี ลิงดา )วดัทา่ซุงจงัหวดัอุทยัธานีแสดงธรรมะเรื่อง จงเชื่อในความดีของตน เป็นศรัทธาจริตที่จะนา ไปสู่การ เป็นพระโสดาบนัได้ทางช่องยทู ูป (YouTube) ที่อยากเขียนไว้เพราะไม่รู้วา่อีก ๕ ปี ๑๐ ปีหรือมากกวา่น้นั จะมีเทคโนโลยอีะไรเกิดข้ึนมาใหม่บา้งอีกอยา่งก็อยากให้อนุชนรุ่นหลงัที่เป็นพระหนุ่มเณรนอ้ยศิษย์ศพอ. วดัอนงคาราม แมก้ระทงั่ผูท้ ี่สนใจศึกษาประวตัิศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวนัอาทิตย์เมื่อเปิดอ่านแล้ว จินตนาการไปด้วย ในประเทศไทย อยู่ในรัชสมยัของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลง กรณ พระวชิรเกลา้เจา้อยูห่วัพระราชสมภพ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๕ เป็ นพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน ของประเทศไทย นับเป็ นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๑๐ แห่งราชวงศจ์กัรีและทรงเป็นพระมหากษตัริยร์ัชกาล ที่ ๕๔ ตามประวตัิศาสตร์ไทย โดยประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยงันบัถือพระพุทธศาสนา นอกจากน้ีในเหตุการณ์ระดับโลกเกิดสงครามหว่างประเทศรัสเซีย กับ ยูเครน และ ระหว่าง อิสราเอลกบักลุ่มก่อการร้ายเริ่มตน้ที่กลุ่มฮามาส (พ้ืนที่บางส่วนในประเทศปาเลสไตน์)ขยายวงกวา้งไปยัง กลุ่มก่อการร้ายอื่น ๆ ณ เวลาน้ีที่เขียนอยกู่ ็ยงัรบกนัอยู่ โลกยุคน้ีมีการเปลี่ยนแปลงไปมากเพราะทุกคนเขา้ถึงขอ้มูลไดอ้ย่างรวดเร็วและการเสพขอ้มูลก็ เช่นเดียวกนัมีความวอ่งไวเป็นอยา่งมากจนน่ากลวัและน่าใจหาย เมื่อมองยอ้นกลบัมาถึงเด็กนกัเรียนในสมยั น้ีพวกนกัอนาคตวิทยาและนกัพฤติกรรมศาสตร์ชาวอเมริกนัชื่อ Jamais Cascio ได้เรียกว่า ยุค BANI (B – Brittle ความเปราะบาง A – Anxious ความวิตกกงัวล N – Nonlinear ความไม่เป็นเส้นตรง I – Incomprehensible ความไม่สมเหตุสมผล) ซ่ึงการรู้เท่าทนัยุคน้ีหรือรับมือ ตอ้งมีSoft Skill เพื่อให้เกิด ความยืดหยุน่ทางดา้นจิตใจความเขา้อกเขา้ใจกนัและกนั (Empathy) หรือความสามารถในการปรับตัวได้ อยา่งเหมาะสม เพราะเราไม่สามารถจดัการสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้รวมถึงสิ่งที่เราไม่เขา้ใจดว้ยและมนัก็เป็น เรื่องที่ไม่สามารถทา คนเดียวได้ ฉะน้นัตอ้งกลา้คิดกลา้ทา กลา้ตดัสินใจ เปลี่ยนแปลงทางบวกเพื่อให้ทนั สังคมและโอกาสในช่วยเหลือหรือเติมภูมิคุม้กนั ใหก้บัเด็กในสังคม


๒ นับจากอดีตต้งัแต่การก่อนต้งัศูนยฯ์เมื่อวนัที่๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๗ บุรพาจารย์ได้เล็งเห็น ความส าคัญของการศึกษาสังคมสงเคราะห์จึงได้จดัต้งัศูนยฯ์แห่งน้ีข้ึน โดยแรกเริ่มต้งัแต่พ.ศ.๒๕๐๗ – ๒๕๖๔ มีรูปแบบการบริหาร คือ ผูอ้า นวยการ รองผูอ้า นวยการ ผูช้่วยผูอ้า นวยการฝ่ายธุรการ ผูช้่วย อา นวยการฝ่ายวิชาการ และเลขานุการ ผูช้่วยเลขานุการ รูปที่๑ และรูปที่ ๒ พร้อมท้งัคณะพระอาจารย์ รายละเอียดก็จะบนัทึกไวใ้นหนงัสืออนุสรณ์ประจา ปีของศพอ. ส าหรับพระอาจารยท์ ี่เป็นพระเถรานุเถระ ดงัน้ี ผู้อา นวยการจ านวน ๔ รูป ประกอบด้วย รูปที่ ๑ พระเดชพระคุณพระราชวิสุทธิเมธี(วจิิตร สมบตัิบริบูรณ์)ปฏิบตัิหนา้ที่ระหวา่ง พ.ศ.๒๕๐๗ - ๒๕๑๔ รูปที่ ๒ พระเดชพระคุณพระเทพวิสุทธิเวที(ไสว สุจิตฺโต) ปฏิบตัิหน้าที่ระหว่าง พ.ศ.๒๕๑๕ – ๒๕๓๓ รูปที่ ๓ พระเดชพระคุณพระเทพรัตนโมลี(ขิม อิสฺสรธมฺโม) ปฏิบตัิหน้าที่ระหว่าง ๒๕๓๔ - ๒๕๖๔ รูปที่ ๔ พระมหาณรงคร์าช ปณิธานธิติ/ครองเช้ือ ปฏิบตัิหนา้ที่ระหวา่ง พ.ศ.๒๕๖๔ – ๒๕๖๗ รองผู้อา นวยการจากอดีตถึงปัจจุบันมี๕ รูป ประกอบด้วย รูปที่ ๑ พระเดชพระคุณพระสรภาณกวี(ไสว สุจิตฺโต) ปฏิบตัิหนา้ที่ระหวา่ง พ.ศ.๒๕๐๗ - ๒๕๑๔ รูปที่ ๒ พระครูอุดมพิทยากร(ขิม อิสฺสรธมฺโม) ปฏิบตัิหนา้ที่ระหวา่ง พ.ศ.๒๕๑๕ - ๒๕๓๔ รูปที่ ๓ พระมหากณัหา ปิยสีโล ปฏิบตัิหนา้ที่ระหวา่ง พ.ศ.๒๕๓๕ – ๒๕๓๙ รูปที่ ๔ และ ๕ พระครูวิธานกิตติโสภณ และพระครูปลดัชนะ ชุตินฺธโร ปฏิบตัิหนา้ที่ระหวา่ง พ.ศ. ๒๕๖๔ – ๒๕๖๗ ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายธุรการและฝ่ายวิชาการ มีการสลบัและหมุนเวียนเปลี่ยนแต่ละสมยัจากอดีต ถึงปัจจุบันมีรองผู้อ านวยการจ านวน ๑๑ รูป ประกอบด้วย ๑. พระครูปลัดโสภณ วชิรปญฺโญ ๒. พระมหาซุย สุทฺธิญาโณ (ซุยกา ลงังาม) ๓. พระมหาทองสุข ปริปุณฺ ณสีโล (ทองสุข วรชิตชัย) ๔. พระมหากณัหา ปิยสีโล ป.ธ.๙ ๕. พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม (สุนฺทร การบรรจง) ๖. พระอาจารย์ค าพันธ์ ธมฺมวิริโย ๗. พระมหาบัว ปิ ยวณฺ โณ ๘. พระมหาราเชล ภูมิปญฺโญ (พันเอก ราเชล เชื่องสุวรรณ) ๙. พระครูปลัดชนะ ชุตินฺธโร


๓ ๑๐. พระครูปลดัวเิศษ กิตฺติโสภโณ (ปัจจุบนัพระครูวธิานกิตฺติโสภณ) ๑๑. พระมหาเอกชัย ผาสุโก ป.ธ.๙ ต้งัแต่อดีตจนถึง พ.ศ.๒๕๖๔ ก่อนโควดิ-19 จะเริ่มจางหายผทู้ี่ขบัเคลื่อนงานคือผูท้ี่ทา งานตา แหน่ง เลขานุการ ดังน้ี ๑. พระมหาขิม อิสฺสรธมฺโม ๒. พระมหาธีระ ธีรปญฺโญ ๓. พระมหาแสง ปญฺญาคโม ๔. พระมหาประยูร ปริปุณฺ ณสีโล ๕. พระมหาปรีชา ปริญาโณ ๖. พระมหาซุย สุทฺธิญาโณ ๗. พระมหาสมร ปริปุณฺ ณสีโล ๘. พระมหาทองสุข ปริปุณฺ ณสีโล ๙. พระมหาสมมาตร ฐิตธมฺโม ๑๐. พระมหาบุญจันทร์ เขมจิตฺโต ๑๑. พระมหาสุนทร สุนฺทรธมฺโม ๑๒. พระมหาราเชล ภูริปญฺโญ ๑๓. พระมหากณัหา ปิยสีโล ๑๔. พระมหาสามารถ ญาณส วโร ๑๕. พระมหาอนุสรณ์ อาภากโร ๑๖. พระมหาวิฑูรย์ รตนสาโร ๑๗. พระมหาอนาวิล อิทฺธิสมฺปนฺโน ๑๘. พระครูปลดัวิเศษ กิตฺติโสภโณ ๑๙. พระมหาสถาพร โสภณปญฺโญ ๒๐. พระมหาสากล ติกฺขปญฺโญ ๒๑. พระมหาทรงยศ ฐานยุตฺโต ๒๒. พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ ๒๓. พระครูวิธานกิตติโสภณ โดยเลขานุการ แต่ละท่านก็เลือกผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อมาท างานที่ส านักงาน ศพอ.วัดอนงคาราม ในแต่ละยุคแต่ละสมัย นอกจากน้ีช่วงระหว่าง พ.ศ.๒๕๖๒ - ๒๕๖๔ โรคโควิด-19 มีการแพร่ระบาดทวั่ โลก ทางศูนย์ ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดอนงคารามได้ด าเนินการหยุดท าการเรียนการสอนชั่วคราว ในปี พ.ศ.๒๕๖๓ ซึ่ งเป็ นปี ที่โรคโควิด-19 ได้แพร่ระบาดหนักเป็นอย่างมาก ถึงช่วงปลายปี ๒๕๖๔


๔ หลังจากพระเดชพระคุณพระเทพรัตนโมลี (ขิม อิสฺ สรธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสและอดีตผู้อ านวยการ ศพอ.วัดอนงคาราม ได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ นับเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายการจัดการศึกษาสงเคราะห์ในวัดที่ส าคัญ เมื่อพระเดชพระคุณ พระราชสิทธิโกศล รักษาการเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม ในขณะน้ัน ได้มอบหมายแต่งต้ังให้ พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ เป็ นผู้อ านวยการศูนย์ ต่อจากผูอ้า นวยการรูปเก่า เพื่อไม่ให้การขบัเคลื่อน งานการศึกษาสงเคราะห์สะดุดและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการต้ังศูนย์ฯ นับแต่เจ้าประคุณ สมเด็จพุฒาจารย์ (นวม อิสฺสรมหาเถร) ผู้เป็ นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา เพื่อสร้างความเสมอ ภาคให้เด็กนักเรียนและพระเดชพระเจ้า พระมหาโพธิวงศาจารย์(สาลีอินฺทโชตมหาเถร) ผูร้ิเริ่มก่อต้งั โรงเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์) ภายใต้แนวคิด “การสร้าง โรงเรียน คือสร้างคนให้เป็ นคนดี” ปัจจุบนัศูนยไ์ดป้รับเปลี่ยนวิธีการจดัการเรียนรู้แต่เป้าหมายการเรียนรู้ยังคงเหมือนเดิมที่ต้องการ และคาดหวังให้นักเรี ยนได้เรี ยนรู้ เข้าใจและประยุกต์ใช้ธรรมะของพระพุทธเจ้าในชีวิตจริ งหรื อ ชีวิตประจ าวัน เพื่อให้เด็กได้สืบทอด รักษา ขนบธรรมเนียมประเพณีและพระพุทธศาสนาตราบนานที่จะ นานได้ ซึ่ งวิธีการจัดการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไป โดยยึดแนวคิดการจดัการเรียนแนวพุทธเพื่อให้นักเรียนเกิด สัมมาทิฏฐิผา่นกลัยาณมิตรและโยนิโสมนสิการ โยนิโสมนสิการ (Wise Reflection) การเรียนรู้บนฐานความเขา้ใจแห่งปฏิสัมพนัธ์และคุณค่าแท้ ในระบบโรงเรี ยน ซึ่ งโยนิโสมนสิการถูกใช้เพื่ออธิบายถึงทักษะการมุ่งพิจารณาอย่างแยบคาบ อนั ประกอบด้วยลักษณะที่แตกต่างหลากหลายในการใช้ความคิด คือ การคิดถูกวิธีการคิดมีระเบียบ การคิดวิเคราะห์ตามเหตุผลและการคิดเร้ากุศล ซ่ึงในคร้ังหน่ึง ๆ ความคิดเช่นน้ีอาจเกิดข้ึน พร้อมกนัครบ ทีเดียวท้งั๔ ข้อ หรือเพียงบางข้อ นอกจากจะกระตุ้นให้เกิดทกัษะการคิดอย่างลึกซ้ึง ในการประยุกต ์ และบูรณาการสู่ระบบการเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่การเรียนรู้เพื่อชีวิต (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ป.อ.ปยุตฺโต), ประภาภัทร นิยม,๒๕๖๑) นอกจากน้ีศูนย์ไดมุ้่งพฒันาบุคลากรให้สามารถจดัการเรียนรู้ผ่านหลกัการเรียนรู้แบบองค์รวม (Holistic Learning) ที่อธิบายการเรียนรู้ตามธรรมชาติของมนุษยท์ ี่เกิดข้ึนพร้อมกนัท้งั๓ มิติ คือ หัวใจ สมอง และสองมือ (Heart-Head-Hands) แต่ทว่าการเรียนรู้ในห้องเรียนที่คุน้ชินมกั ปลุกให้เราเรียนรู้เพียงสองมิติ โดยละเลย “หัวใจ” ซึ่ งเป็ นมิติที่จะพาเราไปให้ถึงคุณค่าแท้เป็นไปได้หรือไม่ว่า การเรียนรู้ที่ว่าน้ี มีจุดประสงค์เพียงการสร้างบุคลากรเพื่อป้อนเขา้สู่ระบบอุตสาหกรรมของโลกทุนนิยม การคดัเลือกชุด ความรู้วธิีการถ่ายทอดความรู้จึงเป็นไปอยา่งมีระบบระเบียบวิธีที่ค่อนขา้งตายตวัง่ายต่อการตรวจสอบและ วัดผลโดยหลงลืมไปวา่มนุษยแ์ต่ละคนมีความคิด ความสามารถและมีแนวทางที่จะเติบโตเป็นของตนเอง และที่สา คญัการเรียนรู้เช่นน้ีมกัเป็นการเรียน “ความรู้”แต่มิไดเ้รียนรู้“วธิีเรียนรู้” ที่จะท าให้มนุษย์สามารถ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความหมายและเข้าใจในคุณค่าแห่งชีวิตได้อย่างแท้จริ ง (ประภาภัทร นิยม,๒๕๖๑)


๕ เพราะคุณธรรมไม่ได้เกิดจากการท่องจ า แต่เกิดจากการลงมือท าจนเป็นวิถีจึงกลายเป็นพฤติกรรมหรือ จริยธรรมที่แสดงออกมา เพราะฉะน้นัการขบัเคลื่อนงานการศึกษาสงเคราะห์ของวดัอนงคาราม ถือวา่กา้วเขา้สู่ปีที่๖๐ และ จะครบรอบของการก่อต้งัศูนยศ์ึกษาพระพุทธศาสนาวนัอาทิตย์ในวนัที่๒๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๗ จึงได้ สังเคราะห์และสรุปเป็ นรูปแบบการบริหารศูนย์ในระยะ ๒ ปีการศึกษาที่ผา่นมา เรียกวา่“5ต 1ป”ไดด้งัน้ี จากโมเดลดงักล่าว สามารถอธิบายไดด้งัน้ี ต.ที่ ๑ ต้องการ (พื้นฐาน) ผูอ้า นวยการ รองผูอ้า นวยการ เจา้หนา้ที่และผูส้อน ร่วมแรงร่วมใจก่อน จะทา สิ่งใดสิ่งหน่ึงตอ้งไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งขอ้มูลพ้ืนฐานจากกลุ่มผูท้ี่มีส่วนไดส้ ่วนเสียกบังานการศึกษา สังคมสังเคราะห์ของวดัหรืองานภารกิจของคณะสงฆด์า้นใดดา้นหน่ึง เพื่อเป็นชุดขอ้มูลของพฒันาปรับปรุง หลกัสูตรและการบริหารจดัการเชิงนโยบายใหส้อดคลอ้งกบัยคุสมยัที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต.ที่ ๒ ติดต่อ ผู้อ านวยการ รองผู้อ านวยการ ประสานงานหรือมอบหมายทีมเจ้าหน้าที่ติดต่อ พระภิกษุภายในวัดหรือเครือข่ายหรือนักเรียนที่มีฉันทะที่อยากจะช่วยเหลือและทา งานด้านการแบ่งปัน ประสบการณ์ใหก้บันกัเรียน พร้อมกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ โดยการเชิญหรือหาเครือข่ายการทา งาน เพื่อมาร่วม ขับเคลื่อนงานสอนพระพุทธศาสนาโดยยึดชีวติเด็กเป็นตวัต้งั ต.ที่ ๓ ตกแต่ง ผู้อ านวยการ รองผู้อ านวยการ เจ้าหน้าที่และผู้สอน เป็ น ต. ที่ผู้อ านวยการ รองผูอ้า นวยการเจา้หน้าที่และผูส้อน ตอ้งการเสริมหรือพฒันาศกัยภาพเรื่องใดสิ่งใดก็แสวงหากระบวนกร หรือเขา้อบรมในเรื่องน้นัๆ เพื่อนา มาประยกุตใ์นบริหารหารศูนยแ์ละใชใ้นการจดัการเรียนรู้ในช้นัเรียน


๖ ต.ที่ ๔ ต่อเนื่อง ผูอ้า นวยการ รองผูอ้า นวยการ เจา้หน้าที่และผูส้อน ร่วมกนัถอดบทเรียนดว้ยการ สะทอ้นตนเองจากวงเล็กและวงใหญ่เพราะ ต.ที่๔ น้ีถือเป็น “หัวใจส าคัญ” ของการขับเคลื่อนงานและ การท างานให้ประสบความส าเร็จเพราะเป็นการน าปัญหาทเี่กดิจากการทา งานและการจัดการเรียนรู้มาเล่าใน วงสนทนาที่มี FA ท าหน้าที่น ากระบวนการผ่านการใช้ค าถามที่ต้องการอยากให้สะท้อนตนเอง ซึ่งมีค าถาม ถอดบทเรียนทใี่ช้อยู่บ่อย ดังนี้ วงสนทนาในระดับชั้นเรียน (กลุ่มย่อย) ๑) กิจกรรมที่เราออกแบบบรรลุวตัถุประสงคก์ารเรียนรู้ท้งั๓ ดา้นหรือไม่อยา่งไร ๒) สิ่งที่เราทา ไดด้ีในขณะทา กิจกรรม ๓) สิ่งที่เรายงัทา ไดค้่อยดีในขณะทา กิจกรรม ๔) สิ่งที่เราอยากจะปรับปรุงพฒันากิจกรรมการเรียนรู้ ๕) เราไดเ้รียนรู้พฤติกรรมของนกัเรียนอยา่งไรบา้ง วงสนทนาประจ าเดือน (กลุ่มใหญ่) ๑. อะไรบ้างที่เราทา ดีแลว้แลว้เราควรทา มนัต่อไป ๒. สิ่งที่ทา ไดไ้ม่ค่อยดีที่เราควรปรับปรุงและพฒันามีอะไรบา้ง ๓. สิ่งดีหรือสิ่งที่ยงัไม่เคยทา และคิดวา่อยากหรือควรทา มีอะไรบา้ง (ผู้ที่มีบทบาทในการท างาน สามารถประยุกต์ใช้ในการปรับเปลี่ยนค าถามได้ตามบริบทให้เหมาะสม) ต.ที่ ๕ ต่อเติม มีความคล้ายกับ ต.ที่ ๓ ตกแต่ง ส่วนที่ต่างกันคือ เป็ นความต้องการเสริมหรือพัฒนา ศกัยภาพเรื่องใดสิ่งใดก็แสวงหาวิทยการที่เชี่ยวชาญหรือกระบวนกรผูเ้ชี่ยวชาญเฉพาะดา้นหรือเขา้จะอบรม หลกัสูตรใดหลกัสูตรหน่ึงที่หน่วยงานภายนอกจดัก็ได้เพื่อนา องค์ความรู้ที่ไดจ้ากการพัฒนามาประยุกต์ ในบริหารหารศูนยแ์ละใชใ้นการจดัการเรียนรู้ในช้นัเรียน หลังจากที่ผู้อ านวยการ รองผู้อ านวยการ เจ้าหน้าที่ และผสู้อนไดส้ะทอ้นตนเองและถอดบทเรียนในแต่ละคร้ัง เพื่อให้แต่ละคนแต่ละท่านไดเ้กิดการพฒันาและ แสวงหาความรู้ สุดท้าย ๑ ป. คือผู้อ านวยการ รองผูอ้า นวยการ เจา้หน้าที่และผูส้อน ร่วมทา กิจกรรมงานสาธารณ สงเคราะห์บริเวณชุมชนใกล้วดัเพื่อช่วยเหลือและพฒันาสังคม โดยอาจจดักิจกรรมด้วยตวัเองหรือเชิญ เครือข่ายมาทา กิจกรรม แต่ศูนยท์า หนา้ที่เป็นสถานที่อา นวยพ้ืนที่ในการทา งาน ในการรองรับสังคมผูสู้งอายุ ที่มีมากยงิ่ข้ึน จากผลงานที่ผ่านครบรอบ ๖๐ ปี ศูนย์ฯ ได้ความอุปถัมภ์จากพระเถรานุเถระ อุบาสก อุบาสิกา ศิษย์เก่าและจากความเสียสละของผู้บริหาร ครูอาจารย์ที่ทา หน้าที่ตามปณิธานการก่อต้ังศูนย์ศึกษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ของพระมหาโพธิวงศาจารย์ (สาลี อินฺทโชตมหาเถร) อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคา ราม รู ปที่ ๗ โดยยึดแนวทางตามปฏิปทาของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม อิสฺ สรมหาเถร)


๗ อดีตเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม รู ปที่ ๖ พร้อมส่งมอบงานและพัฒนางานด้านการศึกษาสงเคราะห์ ของวดัใหอ้นุชนรุ่นหลงัไดส้ืบทอดเจตนารมณ์ของบุรพาจารยข์องวดัต่อไป เพราะฉะน้นัจากสิ่งที่เขียนเล่าแบ่งปันไวใ้นเบ้ืองตน้ งานการศึกษาสงเคราะห์หรืองานอื่น ๆ ไม่ว่า จะที่แห่งใด งานจะประสบความส าเร็จหรือไม่ประสบความส าเร็จ ขึ้นอยู่กับผู้ที่ลงมือปฏิบัติหน้างาน มีสัมมาวายามะ มากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ที่ขาดไม่ได้คือ ผู้ที่คอยสนับสนุนด้วยสัมมาทิฏฐิดังน้ัน จากรายงานวิจยัที่วา่การเปลี่ยนแปลงสิ่งใดสิ่งหน่ึงตอ้งเปลี่ยนแปลงให้ถึงจิตไร้ส านึก เพราะจุดคานระดับ Bottom อยู่ที่ผูอ้า นวยการ รองผูอ้า นวยการ เจา้หนา้ที่และผูส้อน ที่เชื่อใจไวใ้จ (Trust) กนัและกนัดว้ยจิต เป็ นพรหมวิหารธรรม พร้อมเป็นทีมโคช้ชิ่ง (Team coaching) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงการสนับสนุน การเรียนรู้อยา่งยดืหยนุ่ ซึ่งในทางพระพุทธศาสนา เมื่อความเห็นถูกต้องแล้ว สัมมาทิฏฐิเปิ ดแล้ว กงล้อมรรค มีองค์ ๘ ก็หมุนต่อไป เป้าหมายการเปลี่ยนแปลงในทางบวกก็เกิดข้ึน ดังนั้น องค์กรที่มีผู้บริหาร เป็ นสัมมาทิฏฐิ จึงมีความส าคัญ เพื่อการขับเคลื่อนงานในการสร้างการเปลี่ยนแปลงวิถีบวกและเพื่อสร้าง ร่องรอยของการทา งานด้านพระพุทธศาสนาไว้ไม่ว่าจะมากหรือจะน้อย ขอให้มีร่องรอยของการท างาน ____________________


๘ โอวาทธรรม ฉันทะเป็นจุดเริ่มต ้ นของการสร ้ างกศุล พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ, ดร. ผู้อา นวยการ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทติย์วดัอนงคาราม บนโลกใบน้ีความจริงข้อหนึ่งในฐานะคน มีปกติคิดไปข้างหน้าหรืออนาคตและคิดถึงอดีตที่เคย ประสบพบเจอมาเป็นธรรมชาติของจิตที่วอกแวกซัดส่ายไปมา จึงเป็นเรื่องปกติของการห้ามไม่ไดใ้ห้คิด ซ่ึงเป็นเรื่องยากและก็เป็นเรื่องยากที่จะคิดอยใู่นปัจจุบนัขณะยกเวน้เฉพาะบุคคลที่มีสติสัมปชญัญะไดฝ้ึกฝน อยเู่ป็นประจา และสม่า เสมอ ปัจจุบนัสังคมเราอยูก่บั ปัญญาประดิษฐ์(AI หรือ Artificial Intelligence) ซึ่ง AI มีบทบาทเป็นอยา่ง ในการเขา้มามีบทบาททา งานแทนที่คน จึงทา คนให้แข่งขนักนัทา มาหากินมีความตอ้งการข้นัพ้ืนฐานอยูใ่น ชีวิตประจ าวัน โดย AI ถูกป้อนคา สั่ง (Prompt) ดว้ยคนเป็นผูป้ ้อนคา สั่งลงไป เพื่อให้AI กระทา สิ่งน้นั ออกมาตอบสนองความตอ้งการของคน ดงัน้นัการป้อนคา สั่งให้AI ทา สิ่งที่เป็นประโยชน์มนัก็ทา ในสิ่งที่ เป็นประโยชน์หากป้อนคา สั่งให้AI ทา สิ่งที่เป็นโทษมนัก็เป็นโทษ เพราะ AI ขาดหวัใจที่คอยยบัย้งัชงั่ใจใน การทา ในสิ่งที่ควรหรือไม่ควร ดว้ยเหตุวา่ธรรมดาของคนมกัคิดดว้ยตณัหา แบบปกติชนทวั่ ไปส่วนใหญ่บนโลกใบน้ีมีนอยคน้ นักที่มีวิธีคิดแบบพระพุทธเจ้าและพระอริยสาวก เหมือนปรากฏในภัทเทกรัตติคาถาที่กล่าวถึงการมี สติสัมปชัญญะอยู่กบัอดีต อนาคตและปัจจุบนัว่า ควรเป็นอยู่อย่างไร ผ่านการสนทนากบัพระภิกษุสงฆ์ อริยสาวกวา่คราวหน่ึง พระพุทธเจา้ประทบัที่วดัเชตวนัเมืองสาวตัถีไดต้รัสคาถาวา่ อตีต นานฺวาคเมยฺย นปฺปฏิกงฺเข อนาคต ยทตีตมฺปหีนนฺต อปฺปตฺตญฺจ อนาคต ปจฺจุปฺปนฺนญฺจ โย ธมฺม ตตฺถ ตตฺถ วิปสฺสติ อส หิร อสงฺกุปฺป ต วิทฺธา มนุพฺรูหเย อชฺเชวกิจฺจมาตปฺป โก ชญฺญา มรณ สุเว น หิ โน สงฺครนฺเตน มหาเสเนน มจฺจุนา เอว วิหาริมาตาปึ อโหรตฺตมตนฺทิต ต เว ภทฺเทกรตฺโตติ สนฺโต อาจิกฺขเต มุนีติ ฯ


๙ แปลไดว้า่ “บุคคลไม่ควรคา นึงถึง สิ่งที่ล่วงไปแลว้ ไม่ควรหวงัสิ่งที่ยงัไม่มาถึง สิ่งใดล่วงไปแลว้ สิ่งน้นัก็เป็นอนัละไปแลว้ และสิ่งใดที่ยงัไม่มาถึง สิ่งน้นัก็เป็นอนัยงัไม่มาถึง ส่วนบุคคลใดเห็นแจง้ธรรมที่เป็นปัจจุบนั ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมน้นัๆ บุคคลน้นัควรเจริญธรรมน้นั ใหแ้จ่มแจง้ บุคคลควรทา ความเพียรต้งัแต่วนัน้ีทีเดียว ใครเล่าจะรู้วา่ความตายจกัมีในวนัพรุ่งน้ี เพราะวา่ความผดัเพ้ียนกบัมจัจุราชผมู้ีเสนามากน้นั ยอ่มไม่มีแก่เราท้งัหลาย พระมุนีผู้สงบเรียกบุคคลผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้านท้งักลางวนัและกลางคืน ซ่ึงมีปกติอยอู่ยา่งน้ีน้นัแลวา่ผมู้ีราตรีเดียวเจริญ จากข้อความในภัททรัตติคาถาน้ัน พอสรุปความได้ว่า คนที่มีความขยันท้ังวันท้ังคืน มีสติสัมปชญัญะรู้เท่าทนัอกุศลที่จะเกิดข้ึนแลว้กา ลงัจะเกิดข้ึน หรือเกิดข้ึนอยู่สามารถที่จะระงบั ไดด้ว้ย กา ลงัของสติสัมปชญัญะโดยพิจารณาใคร่ครวญทา สิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กบัตนเองและผูอ้ื่น เพราะวา่แต่ละ คนไม่รู้หรอกวา่ตวัเราจะตายในวนัไหน ความตายจะพลดัพรากเราไปจากคนที่เรารักของที่เราชอบหรือที่ที่ เราอยากไปเมื่อไรกนัแน่ การทา ความเพียรอยา่งมีสติสัมปชญัญะตอ้งเป้าหมายคือเป้าหมายของการมีชีวิตอยู่เป้าหมายการ ด าเนินชีวิตหรือใช้ชีวิตและเป้าหมายอื่นที่เป็นไปอย่างถูกต้องบนหลักคุณธรรม ฉะน้ัน ความเพียร ในทางพระพุทธศาสนา เรียกวา่ ปธาน ๔ ประกอบด้วย ๑. สังวรปธาน เพียรระวงัยบัย้งับาปอกุศลธรรมที่ยงัไม่เกิด มิใหเ้กิดข้ึน ๒. ปหานปธาน เพียรละบาปอกุศลธรรมที่เกิดข้ึนแลว้ ๓. ภาวนาปธาน เพียรทา กุศลธรรมที่ยงัไม่เกิด ใหเ้กิดมี ๔. อนุรักขนาปธาน เพียรรักษากุศลธรรมที่เกิดข้ึนแลว้ใหต้้งัมนั่และใหเ้จริญยงิ่ข้ึนไปจนไพบูลย์ ในความเพียรท้งั๔ ประการ บุคคลต้องอาศัยฉันทะเพื่อการกระท าและสร้างความเพียรในการ ที่จะบรรลุเป้าหมายของการด าเนินชีวิตและใช้ชีวิตให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ซ่ึงฉันทะ (ความพอใจ การใฝ่ ความอยากความปรารถนา) เป็นตน้ทาง เป็นที่ต้งัตน้และเป็นจุดเริ่มตน้ของกุศลธรรมความดีงามท้งั ปวง เพราะถา้คนเราไม่มีฉนัทะธรรมที่วา่ดีๆ ท้งัหลายก็ดีอยูอ่ยา่งน้นันิ่งเงียบ ไม่ค่อยโผล่ออกมาแสดงตวั


๑๐ (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต), ๒๕๖๔: ๓) เหมือนดังปรากฏในมูลสูตร ดังที่พระพุทธเจ้าตรัส ไวค้วามตอนหน่ึงวา่ฉันทมูลกา สัพเพ ธัมมา (ธรรมท้งัปวง มีฉันทะเป็นมูล) ดงัน้นัฉนัทะถือวา่เป็นรากเหงา้ของการทา สิ่งใดสิ่งหน่ึงให้ส าเร็จได้เป็นจุดเริ่มตน้ที่พอใจใฝ่ใจทา แล้ว ด้วยความไม่ย่อท้อมุ่งมั่นต้งัใจลงมือทา อย่างมีปัญญาที่ชาญฉลาด เหมือนอย่างสมัยพระพุทธเจ้า เสวยพระชาติเป็ นสุเมธดาบสดงัปรากฏในสุเมธกถาตอนหน่ึงวา่ ในเมืองอมรวดีที่อุดมสมบูรณ์สุเมธดาบสผปู้ฏิบตัิเพียรตามฤาษีในสมยัน้นัดว้ยการปฏิบตัิธรรมใน ที่อนัสงดัก็ใคร่ครวญชีวิตว่าการเกิดในภพใหม่และการแตกไปแห่งร่างกายเป็นความทุกข์ความหลงตาย เป็นทุกข์ชีวิตถูกชราย่า ยีก็เรามีความเกิด ความแก่ความป่วยไขเ้ป็นธรรมดา เราจกัแสวงหาพระนิพพาน ที่ไม่แก่ไม่ตายเป็นแดนเกษม.... เมื่อคิดใคร่ครวญอยา่งน้นั ต่อมาวนัหน่ึงได้ออกจากสถานที่ปฏิบตัิธรรมจากตนเองด้วยการเหาะไปทางฟ้าด้วยฤทธ์ิของ อภิญญาถึงปัจจนัตประเทศ แลว้มองลงมาปรากฏว่า เห็นคนจา นวนมากมีความสุขร่าเริงดีใจ จึงเกิดความ สงสัยอยากเห็นเพื่อมาถาม แล้วได้ท าการลงมาจากทอ้งฟ้า พอเจอกบัคนคนหน่ึงจึงไดถ้ามวา่ คนจา นวนมากที่ดีใจ ระหว่างทา งานทา ความสะอาดถนนโดยไม่รู้จกัเหน็ดเหนื่อยอยู่กนัน้ีใครจะ เดินทางผา่นมาหรอแลว้ทา เพื่อใคร คนผถูู้กถามไดต้อบสุเมธดาบสไปวา่พวกเรากา ลงัทา ความสะอาดถนนหนทางเพื่อการเสด็จดา เนิน มาของพระทีปังกรพระพุทธเจ้า พอฟังดงัน้นัแลว้ก็เกิดปีติปาโมทยข์้ึนในจิตใจ ไม่ทนัเท่าไร พระพุทธองค์พร้อมพระอริยสาวกก็เสด็จเดินทางใกล้จะถึงท่ามกลางเส้นทางที่มหาชนทา ความ สะอาด ต่างตระเตรียมดอกไมอ้นัเป็นมงคลเพื่อโปรยปรายรองรับพระพุทธองค์พร้อมพระอริยสาวกตาม เส้นทาง ฝ่ายสุเมธดาบสคิดในใจวา่ตวัเราจะทา อยา่งไรดีเพื่อเป็นพุทธบูชาจึงเหลือบไปมองเห็นเส้นทางอยู่ จุดหน่ึงที่ไม่เรียบร้อยเหมือนมีโคลนตม จึงเกิดความคิดวา่หากพระพุทธเจา้พร้อมพระอริยสาวกเหยียบเรา แล้วเดินข้ามไป พระพุทธเจา้พร้อมพระอริยสาวกก็จกัไม่เป้ือนโคลน นนั่น่าจะเป็นประโยชน์แก่เรา เมื่อความคิดอนัเป็นกุศลเกิดข้ึนแล้ว สุเมธดาบสจึงตดัสินใจนอนคว่า หน้าลงตรงพ้ืนที่ตรงน้ัน ดว้ยความคิดอยา่งน้ีวา่ “...เราเมื่อต้องการอยู่ก็พึงเผากิเลสเราได้ในวนัน้ี (แต่)จะมีประโยชน์อะไรแก่เราที่จะรู้แจ้ง พระธรรมในศาสนาน้ีโดยเพศที่คนอื่นไม่รู้จกัเราจกับรรลุพระสัพพญัญุตญาณ พน้แล้วพึงปลดเปล้ือง มนุษยพ์ร้อมท้งัเทวดา จะมีประโยชน์อะไรแก่เราที่เป็นผู้ชายเห็นก าลังความสามารถจะข้ามพ้นแต่เพียงผู้เดียว เราจักบรรลุพระสัพพญัญุตญาณช่วยมนุษยโลกพร้อมท้งัเทวโลกใหข้า้มพน้ดว้ย ด้วยอธิการ(คือกุศลอันยิ่งใหญ่) น้ีที่เราได้ท าแล้วในพระพุทธเจ้า ทรงเป็นสูงสุดแห่งบุรุษ เราจะบรรลุพระสัพพญัญุตญาณจะช่วยหมู่ชนเป็นอนัมากใหข้า้มพน้


๑๑ เราจักตัดกระแสสังสารวัฏ (กา เนิด คติ วิญญาณฐิติ สัตตาวาส ๙ หรือกระแสตัณหา) และท าลายภพ (กามภพ รูปภพ และอรูปภพ)แลว้ข้ึนสู่ธรรมนาวา (อริยมรรมมีองค์๘) ช่วยมนุษยโลกพร้อมท้งัเทวโลกให้ ข้ามพ้น อภินิหารย่อมส าเร็จได้เพราะธรรม ๘ ประการ ประชุมพร้อมกัน คือ ๑) ความเป็ นมนุษย์ ๒)ความสมบูรณ์ด้วยบุรุษเพศ ๓) เหตุที่จะทา ให้ส าเร็จพระอรหนัตไ์ดใ้นชาติน้นั ๔)การได้เห็นพระศาสดา ๕) การบรรพชา ๖) ความถึงพร้อมแห่งคุณ (คือ สมาบตัิ๘ และอภิญญา ๕) ๗) อธิการคือการทา ให้ยิ่ง และ ๘) ความเป็ นผู้มีฉันทะ ...” จนกระทงั่พระพุทธองค์พระทีปังกรพระพุทธเจา้กา้วย่างเหนือศีรษะของสุเมธดาบส แลว้ตรัสว่า ในอนาคตดาบสท่านน้ีจกัไดเ้ป็นพระพุทธเจา้ในโลก จากขอ้ความขา้งตน้จะเห็นไดว้่า บุคคลที่มีฉันทะเป็นตวัเหนี่ยวนา ในการทา การงานล้วนทา งาน ที่เป็นประโยชน์อนัเป็นกุศลแก่ส่วนร่วมและตนเอง ส่วนบุคคลที่มีตณัหา เป็นตวัเหนี่ยวนา ก็ทา ให้มุ่งไป ทา งานให้แก่ตนเองฝ่ายเดียวอนัเป็นอกุศลเพราะฉะน้นั ในชีวิตจริงหากเราทา อดีตดว้ยสิ่งที่เป็นกุศลไวแ้ละ มุ่งปรารถนาต้งัเป้าหมายทา บางสิ่งบางอย่างดว้ยจิตอนัเป็นกุศล ดว้ยการทา การงาน หน้าที่อันเป็ นกุศลไว้ ในปัจจุบัน กาลข้างหน้าหรืออนาคตจะได้รับสิ่งที่เป็นกุศลดงัสุเมธดาบส ด้วยการบา เพ็ญเพียรปธาน ๔ จนกระทงั่บรรลุเป้าหมายที่ต้งัไวค้ือการเป็นพระพุทธเจา้นามว่า พระโคตมพุทธเจ้า (โค-ตะ-มะ) โดยความ เป็ นผู้มีฉันทะเป็ นมูล


๑๒ สัปดาห ์ วนัวสิาขบูชา พระครูปลดัชนะ ชุตินฺธโร ผจล. /รองผู้อา นวยการฝ่ ายกิจกรรม ศพอ.วัดอนงคาราม ถวายความนบัถือคณะพระอาจารย์เจริญพรครูอาสาทุกท่าน และท่านผูป้กครองที่เป็นอาสาสมคัร ดูแล ช่วยเหลือกิจการงานของทางศูนยพ์ระพุทธศาสนาวนัอาทิตยว์ดัอนงคาราม ดว้ยดีเสมอมาและท่าน ผูป้กครองที่ได้ส่งบุตรหลานเข้ามาศึกษาหาความรู้ทางพระพุทธศาสนาประเพณี วัฒนธรรมและอื่น ๆ ที่จะจดัใหม้ีข้ึน ท้งัสวสัดีนกัเรียนที่น่ารักทุก ๆ คนที่เขา้มาอยใู่นสถานที่แห่งน้ีถือวา่เป็นผูใ้ส่ใจในการศึกษา ท้งัทางโลกและทางธรรม โดยไม่ปล่อยปละเวลาใหเ้สียไปอยา่งเปล่าประโยชน์ วนัน้ีเป็นสัปดาห์แรกของ ศพอ.วดัอนงคาราม ซ่ึงตรงกบัสัปดาห์วิสาขบูชา ที่ผ่านมาเมื่อวานน้ี โดยสาระสา คญัอยา่งที่เราไดเ้รียนรู้จากพระอาจารยบ์า้งครูภายในโรงเรียนบา้ง วา่เป็นวนัส าคญัทางศาสนา วันหนึ่ง คือเป็นวนั ประสูติ(เกิด) ตรัสรู้(รู้แจง้ในอริยสัจสี่หรือความจริงอนั ประเสริฐสี่อยา่งและปรินิพพาน คือ ทรงดบัขนัธ์(ตาย) น้นัเอง สาระที่ควรเอาเป็ นแบบอย่าง คือคร้ังที่เจา้ชายสิทธตัถะทรงประสูติน้นัทรงพระราชดา เนินคือเดิน ไปบนพ้ืนโดยมีดอกบวัผุดรับเป็นจา นวน ๗ กา้ว พร้อมท้งัทรงแสดงกิริยา เอามือหน่ึงโดยใชน้ ิ้วช้ีๆ ข้ึนฟ้า แลว้ไดเ้ปล่งพระอาสภิวาจาอนัเป็นปุพพนิมิตแห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ ซ่ึงเป็นสิ่งมหศัจรรยย์งิ่วา่ ความว่า "ในโลกน้ีเราเป็นยอด เป็นผูเ้จริญที่สุด เป็นผูป้ระเสริฐที่สุด การเกิดของเราน้ีเป็นคร้ัง สุดทา้ย ภพใหม่ต่อไปไม่มี"ขณะน้นัโลกธาตุก็บงัเกิดปุพพนิมิตปาฏิหาริยต์ ่าง ๆ บนัดาลให้แผน่ดินไหวเป็น มหัศจรรย์ นนั่แสดงใหเ้ห็นถึงความมุ่งมนั่ที่พระองคจ์ะทรงบา เพญ็ตนเพื่อเขา้ถึงความหลุดพน้คร้ังน้นัยงัไม่มี พระพุทธศาสนาบงัเกิด คงมีแต่ศาสนาพราหมณ์ฮินดูและการไหวเ้ทพเจา้พระองคก์ ็ทรงศึกษาจนกระทงั่จบ คมัภีร์ในศาสนานนั่ๆ อยา่งที่ไดก้ล่าวไวเ้บ้ืองตน้แลว้วา่พระองคท์ ่านทรงเป็นผูใ้ฝ่รู้โดยต้งัขอ้ สังเกตในทุก ๆ สิ่งที่ตนเอง พบเห็น แม้ขนาดที่ท่านไดร้ับการบา รุงดูแลจากพระบิดาปรนเปรอในทุก ๆ ดา้นที่เป็นความสุขทางโลกิยะ แต่ดว้ยอุปนิสัยที่ติดตวัมาต้งัแต่ทรงประสูติของพระองค์ก็ทา ให้ต้งัคา ถามถึงชีวิตคืออะไร จนได้มีโอกาส เสด็จประพาสออกดูรอบ ๆ เมืองจนได้พบเทวทูต ทา ให้พระองค์ทรงตดัสินใจออกผนวช ณ ริมฝั่งแม่น้า เนรัญชรา โดยมีนายฉนันะและมา้กณัฐกะ สหชาติของพระองคเ์ป็นผูน้า พาเสด็จที่สุดแลว้เมื่อไดท้รงผนวช ก็แสวงหาอาจารย์ฝึกตามแบบนิยมที่มีในขณะน้ัน ซ่ึงอาจารย์ของท่านคือ อาฬารดาบส กับ อสิตดาบส พระองคท์รงบา เพญ็ตนตามอยา่งน้นัจนถึงที่สุด ซ่ึงหน่ึงในน้นัคือการทรมานกาย ที่เรียกวา่ ประพฤติตนแบบ


๑๓ ทุกรกิริยา โดยมีปัญจวคัคียท์ ้งัห้าเป็นผูดู้แลอุปัฏฐาก หวงัว่า หากเจ้าชายสิทธัตถะทรงได้หนทางหลุดพ้น วนัใด จะไดร้ับฟังธรรมน้นัก่อนใคร ๆ ดงั่ที่ต้งัปณิธานไวแ้ต่เบ้ืองตน้แต่แลว้เมื่อพระองคท์รงเห็นวา่หนทาง ที่ทรงประพฤติอยู่น้ีมิถูกตอ้ง ไม่ใช่หนทางของความพน้ทุกข์พระองค์ก็คลาย และหันมาบริโภคแต่พอดี ทรงบา เพ็ญเพียรทางจิต ส่วนปัญจวคัคีย์เห็นพระองค์ทรงคลายจากการบา เพ็ญแบบทรมานกาย ก็คิดว่า พระองคค์งไม่สา เร็จเสียแลว้จึงพากนัจากท้งัไป หลงัจากที่ปัญจวคัคียไ์ปจากพระองคแ์ลว้พระองคก์ ็มุ่งมนั่ บา เพ็ญจนส าเร็จโดยประกาศต้งสัจ ัอธิษฐานว่า หากไม่บรรลุธรรมจะไม่ลุกข้ึนจากอาสนะน้ีเป็นอนัขาด สุดทา้ยก็ส าเร็จประโยชน์ไดต้รัสรู้อริยสัจสี่คือ ทุกข์สมุทยันิโรธ มรรค ดงั่ที่เราไดร้ับทราบ คร้ันพระองค์ ไดร้ับอมตธรรมน้นัแลว้พระองคท์รงทบทวนไตร่ตรองไคร่ครวญธรรมน้นัรอบบริเวณตน้ โพธ์ิอีก ๔๙ วัน แลว้จึงตดัสินใจออกไปแสดงธรรม ซ่ึงสิ่งที่ระลึกนึกถึงคร้ังแรกคืออาจารยข์องท่านท้งัสอง แต่ก็ทราบว่า ท่านน้ันได้ละสังขารไปแล้ว จึงให้มาหวนคิดถึงปัญจวัคคีย์ที่เคยอุปัฏฐาก พระองค์จึงได้เสด็จไป ยังป่ าอิสิปตนมฤคทายวัณเพื่อแสดงธรรม จากส่วนที่เล่ามาน้ีน้นัคือความเพียรจากการศึกษาตา ราลงมือทา และพิสูจน์คือปฏิบตัิอยา่งจริงจงั ตรงน้ีเราสามารถนา รูปแบบปฏิปทาของท่านไปฝึกหัดทา เป็นตวัอย่างได้อีกประเด็นที่ควรจะเอาอย่างคือ การรู้คุณของผทู้า คุณแก่เราแลว้ตอบแทน นนั่คือกตญัญูกตเวทีคือท่านคิดจะไปเทศนาโปรดให้กบัอาจารย์ ของท่าน และปัญจวคัคีย์ให้ไดรู้้ธรรมตาม หากพูดถึงตรงน้ีความกตญัญูกตเวทีของท่านยงัแผไ่ ปถึงบุพการี คือ พระมารดาที่ได้สวรรคต ไปจุติอยูช่้นัดาวดึงส์เป็ นเวลา ๓ เดือน นนั่จึงเกิดประเพณีเทศกาลออกพรรษา คือวันตักบาตรเทโวโรหนะ วดัอนงคารามเราถือการปฏิบตัิบูชาเป็นธรรมเนียมมาแต่เดิม คือการลงพระอุโบสถ สังฆกรรมของ พระสงฆ์มีการตกับาตรในช่วงเชา้การรักษาศีลอุโบสถสวดมนตท์า วตัรของอุบาสกอุบาสิกาและศาสนิกชน ทวั่ ไป มีเทศนาตลอด ๒ เวลา คือช่วงเช้า ๐๙.๐๐ น และเวลาหัวค ่า ๑๙.๐๐ น. จากน้ันก็ทา ปทกัษิณรอบ พระอุโบสถ และพระวิหาร โดยรอบ มีการจดัโต๊ะหมู่บูชา ท้งัที่เป็นพุทธบูชา และประกวดดา เนินการจดั โดยสมาคมศิษย์อนงคาราม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และอุปถัมภ์พิเศษในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี เป็ นประจ ามาทุกปี จึงขอสรุปความไวว้า่ขอให้นกัเรียนจงมีความต้งัมนั่ต้งัใจ จะกระทา อะไรขอให้ทา อย่างเต็มที่ไม่ โลเลเลาะแหละประการหน่ึง หมนั่ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอท้งัการอ่าน ไตร่ถาม ลงมือทา เพื่อพฒันาตนเอง อย่างสม่า เสมอเป็นการที่สอง เป็นผูม้ีศีลธรรมประจา ตนอย่างน้อยคือไม่เบียดเบียนใครท้งัทางกาย วาจา นนั่คือการสงวนรักษามารยาทของตน และประการสุดทา้ยคือไม่ลืมคุณคน ท้งัมารดา บิดาครูอาจารย์และ ผทู้ี่ช่วยเหลือเราในแมแ้ต่ความดีที่ท าให้เพียงเล็กน้อยที่ สุดน้ีของให้ท่านท้ังหลาย คณะผู้ปกครอง นักเรียนและผู้ที่ได้ยินได้ฟังผ่านไปมาน้ีจงมี สติสัมปชัญญะ เป็ นเครื่องมือใชช้ีวิตอยา่งถูกตอ้งดีงาม มีปัญญาเห็นธรรมที่พระองคท์รงประกาศสั่งสอนไว้ แตกฉาน เป็นที่รักของมนุษย์เทวดาและสัตวท์ ้งัหลาย เดินทางไป ณ ที่ใดก็ขอให้ประสบแต่ความสุขความ เจริญรุ่งเรือง แคลว้คลาดปลอดภยักนัทุกท่านทุกคนเทอญ ฯ


๑๔ สัปดาห ์ อฏัฐม ี บูชา พระครูวธิานกติติโสภณ ผจล. /รองผู้อา นวยการฝ่ ายธุรการ ศพอ.วัดอนงคาราม วนัอฏัฐมีบูชา ซ่ึงวนัดงักล่าวมีประวตัิความเป็นมา มีความส าคญัต่อชาวพุทธอย่างไรและยังได้ ปรารภถึงการ สวดมนต์ท านองสรภัญญะต้นต ารับคือ วดัอนงคาราม อีกท้งัพูดถึงประโยชน์ของการสวด มนต์ซึ่งสรุปได้วา่ ได้ประโยชน์๒ ประโยชน์คือ ประโยชน์แก่จิตตน คือเสียงในการสวดมนตจ์ะกลบเสียงภายนอกไม่ให้เขา้มารบกวนจิต ก็จะทา ให้ เกิดความสงบอยกู่บับทสวดมนตน์ ้นัๆ ทา ใหเ้กิดสมาธิและปัญญา เขา้มาในจิตใจของผู้สวด ประโยชน์แก่จิตคนอื่น คือผูใ้ดที่ไดฟ้ ังไดย้ินเสียงสวดมนตจ์ะพลอยไดเ้กิดความรู้เกิดปัญญา มีจิต สงบลึกซ้ึงตามไปดว้ยผสู้วดก็เกิดกุศลไปดว้ยโดยการใหท้านโดยทางเสียง เป็นตน้


๑๕ คนสองประเภท พระครูสังฆรักษ์จรัล สิริจนฺโท พระอาจารย์ประจ า ชั้น ป.๖-ม.๓ บนโลกบนน้ีเรามักจะเจอ หรือเราอาจเป็นคนในประเภทใดประเภทหนึ่งก็ได้คนที่กล่าวถึงน้นัคือ คน ๒ ประเภท คนประเภทที่ ๑ คนต้นคดปลายตรง คนประเภทที่ ๒ คนต้นตรงปลายคด ซึ่งจะอธิบายคนแต่ ละประเภท ดังน้ี คนต้นคดปลายตรง หมายถึง อาจจะเกิดในตระกูลที่ไม่ค่อยดีนัก เขา้โรงเรียนก็ไม่ค่อยจะดีนัก การศึกษาก็พอเป็นไปได้แต่เมื่อจบการศึกษาระดบัมธัยม และไปต่อระดบัช้นัอุดมศึกษากลบกลายเป็ นคน ั ละคน กลบักายเป็นคนละเรื่อง หมายความวา่พอไปเรียนก็เป็นคนที่ขยนัเล่าเรียน เป็นคนใฝ่รู้เป็นคนที่ต้งัใจ ในการเรียน และเรียนจบมาดว้ยความภาคภูมิใจ น้ีเรียกวา่คนตน้คดปลายตรง ส่วนคนตน้ตรงปลายคด หมายถึงคนที่เกิดมาในตระกูลที่ฐานะดีเขา้โรงเรียนดัง เขา้โรงเรียนเด่น เป็นเด็กเรียน แต่พอจบระดบัมธัยมปลายกลายเป็นคนส ามะเลเทเมากลายเป็นคนไม่เอาถ่าน เป็นคนข้ีเกียจ เรียน หากสองคนน้ีเดินผ่านเรามา สามารถที่จะเป็นครูของเราได้โดยคนที่ดีเราก็เอาเป็นครูของเราได้ ส่วนคนที่ไม่ดีน้นัเราก็ไม่เอาเป็นแบบอยา่งอยา่ ไปเขา้ใจผดิและคิดวา่คนที่ไม่ดีไม่สามารถเป็นครูของเราได้ อยู่ที่มุมมองของเราว่า จะมองเขาเป็นแบบไหน เพราะคนเหล่าน้ีก็สามารถเป็นครูของเราไดเ้ช่นกนั ดังค า กลอนสอนใจท่านกล่าวไวว้า่ “แม่น้า คุง้คดเค้ียวก็ควรจร ไมท้ ี่คด ทา ศรก็ใชไ้ด้เหล็กที่คด ทา เคียวไวเ้กี่ยวใช้ แต่คนคดน้นัไซร้ไม่ตอ้งการ” ในที่น้ีหมายถึงคนไม่เอาการเอางาน ไม่มีความรับผดิชอบ เราท้งัหลายจงเลือก เอาวา่จะเลือกเป็นคนประเภทไหน คนตน้คดปลายตรงคร้ังพุทธกาล มีพระองคุลิมาลเป็นตวัอยา่ง ส่วนคน ตน้ตรงปลายคด ก็ดงัเช่นพระเทวทตัและพระเจา้อชาตศตัรูเป็นตน้


๑๖ ครู พระมหาอภิชาต ภยทสฺสาวี พระอาจารย์ประจ า ชั้น ป.๖-ม.๓ ครูตามภาษาบาลีน้นัแปลวา่หนกัแน่น หนกัแน่นในที่น้ีหมายถึงหนกัแน่นในการถ่ายทอดความรู้ หนกัแน่นในหนา้ที่การงานของตวัเอง มีความรับผดิชอบในสิ่งที่ไดร้ับมอบหมายโดยไม่ละหนา้ที่ของตวัเอง ดังค ากลอนที่ว่า “ครู คือผู้ช้ีน าทางความคิด ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียรให้รู้ เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน ครูคือผูย้กระดับจิตวิญญาณมนุษย์ให้สูงสุดกว่าสัตวด์ิรัจฉาน ครูคือผูส้ ั่งสม อุดมการณ์มีดวงมาน เพื่อมวลชลใช่ตนเอง” ครูที่ดีก็ตอ้งมีหนา้ที่ของตนเองและทา หนา้ที่ของตนเอง นกัเรียนก็มีหนา้ที่ของตนเองและทา หนา้ที่ ของตนเอง เช่น เมื่อทุกคนรู้หนา้ที่ของตนเองน้นัก็ทา ให้องค์กรต่างๆ หรือสังคมในประเทศชาติดา เนินไป ได้ และครูที่ดีน้นัมีหนา้ที่๕ อยา่งคือ ๑. สอนเด่น ๒. เพียรให้ยินดี ๓. ปราณีสอนศิษยไ์ม่ปิดบง ั ๔. ยกยอ่งเชิดชูในหมู่ศิษย์ทวั่ ไปทิศทางใดมีใจหวงั ๕. ช่วยป้องกนั ไม่ละใจระวงัจนกระทงั่อาหารเรื่องการกิน ศิษย์ที่ดีต้องมี ๕ อยา่งคือ ๑.ครูมายนืกม้ ประนมมือ ๒. เชื่อถือรับใช้ด้วยใจจริง ๓. เชื่อฟังคา สอนโดยอ่อนนอ้ม ๔. ไม่ลบหลู่ครู ๕. บ ารุงอุปัฏฐาก


๑๗ สัมมาทิฏฐิ พระมหาวรุจน์อชิโต พระอาจารย์ประจ า ชั้น ป.๑ – ๓ เรื่องสัมมาทิฏฐิการเชื่อในเรื่องกรรมและผลของกรรม และไดย้กคา สอนในเรื่องนางปฏาจาราที่วา่ นางไดสู้ญเสียทุกสิ่งทุกอยา่งในเวลาใกลก้นัจึงทา ให้นางเสียใจ จนกลายเป็นคนบา้ขาดสติแต่ดว้ยพระมหา กรุณาธิคุณที่พระพุทธองค์ทรงมีต่อนาง พระองค์จึงไดม้ีพระดา รัสตรัสเรียกสติของนางให้คือกลบัมาเป็น คนปกติ ดงัน้นัพึงระลึกเสมอและควรมีสติทุกเมื่อแมต้อ้งเจอกบัเหตุการณ์ที่ไม่เป็นไปดงัที่เราฝันไวห้รือ คาดหวังไว้สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นชอบ มี ๔ อยา่ง ดงัน้ี ความรู้ในทุกข์ ความรู้ในเหตุใหทุ้กขเ์กิด ความรู้ในความดับทุกข์ ความรู้ในข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ การที่เรามีสัมมาทิฏฐิก็ส่งผลให้เกิดความกตญัญูการเป็นคนกตญัญูกตเวทีน้ีเป็นสิ่งที่ทา ให้คนมี จิตสา นึกที่ดีรู้จกัวา่ ใครมีคุณกบัตน และพร้อมเสมอที่จะช่วยเหลือหรือตอบแทนเขากลับบ้าง จึงเป็ นเหตุให้ คนอยรู่ ่วมกนัดว้ยความช่วยเหลือเก้ือกูลกนัดงัสุภาษิตที่วา่ นิมิตตัง สาธุรูปานังกตัญญูกตเวทิตา ความกตญัญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายแห่งคนดี ความกตญัญูกตเวทีน้ีเป็นสิ่งที่ทา ไดย้ากส าหรับคนไม่ดีแต่ส าหรับคนดีแลว้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพราะคนดีย่อมรู้จกับุญคุณคน และไม่ทา สิ่งที่ผิดต่อผูม้ีบุญคุณ ดงัน้ัน จึงกล่าวได้ว่าความกตญัญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดีนนั่เอง


๑๘ การขอบคุณตวัเอง พระมหาสุทัศน์ธีรปัญโญ พระอาจารย์ประจ า ชั้น ป.๔ - ๕ การขอบคุณตวัเอง เป็นเหมือนการให้กา ลงัใจตวัเอง เพราะสิ่งที่ส าคญัของมนุษยท์ุกคน คือกา ลงัใจ ซ่ึงกา ลงัใจน้นัมีหลากหลายทางแต่กา ลงัใจที่มนั่คงจริง ๆ คือตวัเราเองก็คือสิ่งที่เราไดข้อบคุณตวัเอง จะมีแค่ ตวัเราเองเท่าน้นัที่เป็นกา ลงัใจอยา่งถาวรและการขอบคุณตวัเองไม่ไดจ้า กดัวา่เราจะตอ้งวา่เราตอ้งทา ความดี เพียงแค่เรามีอดทนต่อการไปเรียนสม่า เสมอในทุก ๆ วนัการที่เรารักษาร่างกายและจิตใจให้มาถึงทุกวนัน้ีได้ เราก็สามารถขอบคุณตวัเองไดเ้ช่นกนัเพราะการเกิดเป็นมนุษยเ์ป็นสิ่งที่ยากและการที่พ่อแม่เล้ียงดูเรามาได้ ถึงขนาดน้ีก็เป็นเรื่องที่ยากเช่นกนัเพราะฉะน้นัสิ่งเหล่าน้ีเป็นสิ่งที่เราตอ้งขอบคุณตวัเอง เพื่อที่จะทา ให้เราได้ กา ลงัใจในการใชช้ีวติในวนัต่อๆไป คนเราน้นัตอ้งรู้จกั “การขอบคุณทุกอยา่ง ภาษาองักฤษ เรียกวา่ Thank you for everything” เริ่มจาก การ "ขอบคุณคุณตัวเอง" เพราะการขอบคุณตัวเองทุกวัน เป็ นทริคดึงดูดพลังงานด้านบวกอยา่งหน่ึง ฉะน้นั ก่อนจบการใหโ้อวาท ทิ้งทา้ยดว้ยคติธรรมที่มีความวา่ จงขอบคุณตัวเองให้เป็ นนิสัย จงขอบคุณตวัเองเมื่อละทิ้งสิ่งเก่า ๆ จงขอบคุณทุกอยา่งที่เขา้มาในชีวติ


๑๙ หัวใจของเศรษฐี พระอโณชาสิษฐ์ กิตฺติพโล พระอาจารย์ประจ า ชั้น ป.๖-ม.๓ หัวใจของเศรษฐี มี ๔ อย่างคืออุอากะ สะ อุคืออุฏฐานสัมปทา แปลว่าความขยนัหมนั่เพียรในการหาความรู้ในทางพระพุทธศาสนาจะหา ความรู้ได้ต้องมี ๒ อยา่งคือ ๑. ปะระโตโฆสะแปลวา่เสียงจากผอู้ื่น หมายถึงตอ้งฟังจากผอู้ื่น เมื่อครูสอนอะไรก็ให้ฟัง และเก็บเกี่ยวความรู้ที่ท่านแนะนา ๒. โยนิโสมนสิการแปลวา่การคิดโดยแยบคายคือแยกเหตุและผลวา่สาเหตุเกิดจากอะไร ใหพ้ ิจารณาอยา่งถี่ถว้นในเรื่องน้นัๆ อาคืออารักขาสัมปทา แปลวา่การรักษาสิ่งที่เราหามาไดแ้ลว้เช่นเราไดค้วามรู้จากครูบาอาจารย์ แล้ว เราจะรักษาความรู้ได้ด้วยการทบทวนบ่อย ๆ กะแปลวา่กลัยาณมิตรแปลวา่คบคนดีเป็นมิตรเช่นคบคนที่พ่ึงพาได้คบคนที่ร่วมสุขร่วมทุกข์คบ คนที่แนะนา สิ่งดีๆใหเ้ราคบคนที่มีน้า ใจเป็นตน้ สะคือ สมชีวติาแปลวา่ดา รงชีวิตอยา่งเหมาะสม คืออยูอ่ยา่ง พอมีพอกิน พอใช้พอมีคือพอใจใน สิ่งที่มีอยู่ภูมิใจในสิ่งที่มีอยู่พอกิน คือมีอะไรก็กินอยา่งน้นั ไม่เลือกกินจนเกินความพอดีพอใช้คือใชเ้ท่าที่ จา เป็น ไม่ใชจ้นฟุ้มเฟือยจนเกินไป


๒๐ ภาคผนวก


๒๑ คณะผ ู้บริหารศูนย ์ ศ ึ กษาพระพุทธศาสนาวนัอาทิตย ์ วดัอนงคาราม พระครูปลดัชนะ ชุตินฺธโร รองผู้อาํนวยการฝ่ายกิจกรรม พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ, ดร. ผู้อาํนวยการศูนย ์ พระครูวธิานกติติโสภณ รองผ ู้อาํนวยการฝ่ายธุรการ


๒๒ คณะพระอาจารย ์ และครูประจาํ ปี การศ ึ กษา ๒๕๖๖ ชั้น ป.๑ – ๓ พระมหาวรุจน ์ อชิโต นางสาววลัยพรรณ ลาภทรงสุข พระมหานิธินัย กนฺตวีโร


๒๓ คณะพระอาจารย ์ และครูประจาํ ปี การศ ึ กษา ๒๕๖๖ ชั้น ป.๔ – ๕ พระมหาสุทศัน ์ ธีรปญฺโญ นายสมบูรณ ์ ชาวนาแก ้ ว นายเจษฎากรเติมบุญ


๒๔ คณะพระอาจารย ์ และครูประจาํ ปี การศ ึ กษา ๒๕๖๖ ชั้น ป.๖ - ม.๓ พระครูสังฆรักษ ์ จรัล สิริจนฺโท พระมหาอภิชาติ ภยทสฺสาวี พระอโนชาสิษฐ์ กิตฺติพโล นางสาวพรประภา มหัทธนวิโรจน์ นางสาวศุกฑาลกัษณ ์ กลนั่จันทร ์


๒๕ ครูสอนกจิกรรมพฒันาผ ู้เร ี ยน นายอธิวฒัน ์ สุขศรี นางสาวอริสาวสิุทธิธนะกลุ


๒๖ ท าเน ี ยบรุ่น ๖๐ ชั้น ป.๑ - ๓ ชั้น ป.๔ – ๕


๒๗ ชั้น ป.๖ - ม.๓


๒๘ รายชื่อนักเรียนรับวุฒิบัตรและทุนการศึกษา ๑,๐๐๐ บาท ประจ าปี การศึกษา ๒๕๖๖ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดอนงคาราม วรวิหาร เขต คลองสาน กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐ เลขที่ ค าน าหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ช้นั โรงเรียน ๑ เด็กหญิง จิราภรณ์ มานะกูล ป.๑ วัดจันทร์ประดิษฐาราม ๒ เด็กหญิง ซุนซุนซัน ป.๑ วัดพิชัยญาติการาม ๓ เด็กชาย ณฐพนธ์ ชูศรี ป.๑ วัดทองนพคุณ ๔ เด็กชาย นครินทร์ สุ่มประดิษฐ์ ป.๑ เผยอิง ๕ เด็กชาย เดวิน ณัฏฐนิตย์ ไวซ์ ป.๑ จันทรวิทยา ๖ เด็กชาย โกปาล ป.๑ วัดพิชัยญาติการาม ๗ เด็กหญิง ทัศณาพร เงาศรี ป.๒ วัดทองเพลง ๘ เด็กหญิง เอนิตา ตามี ป.๒ วัดพิชัยญาติการาม ๙ เด็กหญิง พชรพร กระแสโสม ป.๒ วัดสุวรรณ ๑๐ เด็กหญิง ณัฐฑิตา พรมชาติ ป.๒ วัดทองนพคุณ ๑๑ เด็กหญิง นภัทร สิมพา ป.๒ วัดพิชัยญาติการาม ๑๒ เด็กชาย ธนเดช ทาลอด ป.๒ วัดสุวรรณ ๑๓ เด็กชาย ธรรมธัช เหลืองศกัด์ิชยั ป.๓ ซางตาครู้สศึกษา ๑๔ เด็กหญิง ธาวิณี อุทิตสาร ป.๓ วัดประยูรวงศาวาส ๑๕ เด็กหญิง ส้มโอ ป.๓ วัดพิชัยญาติการาม ๑๖ เด็กชาย วุฒิภัทร เพชรภักดี ป.๓ วัดพิชัยญาติการาม ๑๗ เด็กชาย วรชัย ทวีวัฒนากุล ป.๓ วัดประยุรวงศาวาส ๑๘ เด็กชาย กฤติพงศ์ กิจมนั่วานิช ป.๓ กงล้ีจงซัน


๒๙ เลขที่ ค าน าหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ช้นั โรงเรียน ๑๙ เด็กชาย เกียรติชยั หนูกระโทก ป.๓ วัดพิชัยญาติการาม ๒๐ เด็กหญิง ขวัญจิรา ประทีป ป.๔ วัดพิชัยญาติการาม ๒๑ เด็กหญิง สุกญัญา ลาไชย ป.๔ วัดประยุรวงศาวาส ๒๒ เด็กหญิง ซีต้า คาลาล ป.๔ วัดพิชัยญาติการาม ๒๓ เด็กหญิง ณัฐพัชร์ ชูศรี ป.๔ วัดทองนพคุณ ๒๔ เด็กชาย ชนะวรรณ เก้ือประโคน ป.๔ วัดสุทธาราม ๒๕ เด็กชาย ธีรถัท ไตรตติยะ ป.๔ วัดพิชัยญาติการาม ๒๖ เด็กหญิง วิลาสินี อภิสิทธิรัตนากร ป.๕ วัดพิชัยญาติการาม ๒๗ เด็กหญิง ตุลาซี อาจาเรีย ป.๕ วัดพิชัยญาติการาม ๒๘ เด็กหญิง บุญนิสา จันทร์ประเสริฐ ป.๕ วัดประยุรวงศาวาส ๒๙ เด็กหญิง วรรณา ป.๕ วัดพิชัยญาติการาม ๓๐ เด็กหญิง ภูริชญา นาคประเสริฐ ป.๕ วัดพิชัยญาติการาม ๓๑ เด็กหญิง ปูชิตา มุ่งเคียงกลาง ป.๕ วัดประยุรวงศาวาส ๓๒ เด็กชาย ธีรโชติ แกว้ม่วง ป.๕ วัดทองธรรมชาติ ๓๓ เด็กชาย บารมี ป.๕ วัดพิชัยญาติการาม ๓๔ เด็กหญิง พิชญา วงศส์วสัด์ิ ป.๖ วัดประยุรวงศาวาส ๓๕ เด็กหญิง ชลธิณี ค าฝอย ป.๖ วัดชนะสงคราม ๓๖ เด็กหญิง จันทรกาน มุ่งแฝงกลาง ป.๖ วัดสัมพันธวงศ์ ๓๗ เด็กชาย พัชฏะ พละเลิศ ป.๖ วัดทองนพคุณ ๓๘ เด็กชาย แทนธัญญ์ เก้ือประโคน ป.๖ วัดสุทธาราม ๓๙ เด็กชาย วสันต์ ฝึ ดสูงเนิน ป.๖ วัดทองเพลง ๔๐ เด็กหญิง ระดา โอสตี ม.๑ การศึกษานอกโรงเรียน ๔๑ เด็กชาย เจตดิลก มุ่งแสง ม.๑ วัดอินทาราม ๔๒ เด็กชาย เพ็ชร ม.๑ วัดราชบพิธ


๓๐ เลขที่ ค าน าหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ช้นั โรงเรียน ๔๓ เด็กชาย ธีรเดช ประทีบ ม.๒ วัดราชบพิธ ๔๔ เด็กชาย ชวลิต บุญลา ม.๒ วัดราชบพิธ ๔๕ เด็กชาย ธนวัฒน์ วงศส์วสัด์ิม.๒ วัดชิโนรส ๔๖ เด็กชาย พีระพัฒน์ ใจน้า ม.๒ วัดอินทาราม ๔๗ เด็กหญิง อัญชลี มุ่งแสง ม.๓ วัดอินทาราม รับรองตามน้ี (พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ) ผู้อ านวยการ ศพอ.วัดอนงคาราม


๓๑ รายชื่อนักเรียนรับเกียรติบตัรและทุนการศึกษา ประจ าปี การศึกษา ๒๕๖๖ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ วัดอนงคาราม วรวิหาร เขต คลองสาน กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐ เลขที่ ค าน าหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ช้นั โรงเรียน ๑ เด็กหญิง ณัฐลัดดา ใจอารีย์ ป.๑ วัดพิชัยญาติการาม ๒ เด็กหญิง ณัชชา ชุมพาลี ป.๓ วัดประยุรวงศาวาส ๓ เด็กหญิง อภิญญา ปัญญาดิษฐ์ ป.๔ วัดทองนพคุณ ๔ เด็กหญิง ศิรภัสสร ศรีสวสัด์ิ ป.๕ วัดหงส์รัตนาราม ๕ เด็กหญิง ฮีรา เดวี ป.๕ วัดพิชัยญาติการาม ๖ เด็กชาย ศกัด์ิปัญญา บัวลา ป.๕ วัดดิสานุการาม ๗ เด็กชาย ปุณยวีร์ นุชภาพ ป.๕ ๘ เด็กหญิง พุทธชาด แซ่เตง็ ป.๖ วัดทองธรรมชาติ ๙ เด็กหญิง ชมพู่ พนมใส ป.๖ วัดชัยชนะสงคราม ๑๐ เด็กหญิง กมลรัตน์ คงรักษา ป.๖ เบญจมราชาลัย ๑๑ เด็กหญิง เขมิกา ปลายสันเทียะ ม.๑ วัดอินทาราม ๑๒ เด็กหญิง กณัยาลกัษณ์ คงรักษา ม.๑ ฤทธิณรงค์รอน ๑๓ เด็กหญิง ณิชาภัทร โชติกะ ม.๑ เบญจมราชาลัย ๑๔ เด็กหญิง วนัสนันท์ แซ่เตง็ม.๒ มัธยมวัด ๑๕ เด็กหญิง ชัชญาณิช แกว้ปู่วดัม.๓ ศึกษานารี รับรองตามน้ี (พระมหาณรงค์ราช ปณิธานธิติ) ผู้อ านวยการ ศพอ.วัดอนงคาราม


๓๒ แผนกจิกรรมการจัดการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๑-๓ ที่ ๑ หลักธรรม สติ ปัญญา ชื่อกิจกรรม บัวสวรรค์หรรษา วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าในการฝึกสติและปัญญา ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะความคิดสร้างสรรค์ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมสติ ปัญญา ได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ให้นักเรียนลงชื่อที่ห้องสมุด ๒. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตร/ นา สวดมนตไ์หวพ้ระ/ภาวนา ๑-๓ ๓. นักเรียนท าความเคารพคุณครู ๔. ให้เจ้าหน้าที่ห้องสมุดอธิบายการทา กิจกรรมและทา ใหดู้ก่อน ๕. นกัเรียนเริ่มทา ดว้ยตวัเอง ๖. นกัเรียนทา กิจกรรมเสร็จ ๗. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ขณะที่นกัเรียนทา กิจกรรมรู้สึกอยา่งไร - เมื่อความรู้สึกน้นัเกิดข้ึนแลว้นกัเรียนดูแลความรู้สึกอยา่งไร - นักเรียนได้เรียนรู้อะไรบา้งจากการทา กิจกรรม ๘. พานักเรียนขอบคุณเจ้าที่ห้องสมุด และเดินทางกลับศพอ. สื่ออุปกรณ์ -กระดาษหลายสี -ด้าย -กรรไกร การวัดและประเมินผล ๑.ความรู้ : สะท้อนการเรียนรู้ ๒.ทักษะ: การสังเกตเป็ นรายบุคคล ๓.คุณค่า/คุณธรรม : สะท้อนการเรียนรู้


๓๓ แผนกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๑-๓ ที่ ๒ หลักธรรม สติ ปัญญา กิจกรรม ปลาหมึกน้อย วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนเห็นคุณค่าของหลกัธรรม สติปัญญา ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะความคิดสร้างสรรค์ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรม สติ ปัญญาได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ให้นักเรียนลงชื่อที่ห้องสมุด ๒. พานักเรียนสวดมนต์ ๓. ท าความเคารพคุณครู ๔. ใหเ้จา้หนา้ที่หอ้งสมุดอธิบายการทา กิจกรรมและทา ใหดู้ก่อน ๕. นกัเรียนเริ่มทา ดว้ยตวัเอง ๖. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ขณะที่นกัเรียนทา กิจกรรมรู้สึกอยา่งไร - เมื่อความรู้สึกน้นัเกิดข้ึนแลว้นกัเรียนดูแลความรู้สึกอยา่งไร - นกัเรียนไดเ้รียนรู้อะไรบา้งจากการทา กิจกรรม ๗. พานักเรียนขอบคุณเจ้าที่ห้องสมุด และเดินทางกลับศพอ. สื่ออุปกรณ์ -กระดาษหลายสี -กระดาษหัวปลาหมึก -กรรไกร - เชือก - เทปใส การวัดและประเมินผล ๑.ความรู้: สะท้อนการเรียนรู้ ๒.ทักษะ:การสังเกตเป็นกลุ่ม ๓.คุณค่า/คุณธรรม : สะท้อนการเรียนรู้


๓๔ แผนกจิกรรมการจัดการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๑- ๓ ที่ ๓ หลักธรรม โยนิโสมนสิการ กิจกรรม พระธรรมน าทาง วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าของหลกัธรรมโยนิโสมนสิการ ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะการคิดเป็นระบบ การจบัใจความ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมโยนิโสมนสิการได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตรนา สวดมนตไ์หวพ้ระภาวนาสัก ๑ -๓ นาที ๒. คุณครูแจกใบงานที่ท าไว้ของอาทิตยท์ ี่แลว้ใหท้า ต่อ ๓. คุณครูสอนวธิีตดักระดาษแต่ละส่วนแจกอุปกรณ์ต่างๆ ๔. คุณครูอธิบายเกี่ยวกบัหลกัธรรมโยนิโสมนสิการ ๕. คุณครูเริ่มให้นกัเรียนแต่ละคนตดักระดาษ และเขียนสิ่งที่สอนลงในกระดาษ ๖. นักเรียนท าเสร็จ น ากระดาษมาให้คุณครูพับและทากาว ๗. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม - หลงัทา งานเสร็จ นกัเรียนรู้สึกอยา่งไร - นกัเรียนเจอปัญหาอุปสรรคอะไรบา้ง ในระหวา่งการทา งาน - นกัเรียนมีวธิีแกไ้ขปัญหา หรือรับมือปัญหาอยา่งไรบา้ง ๘. พานักเรียนขอบคุณเจ้าที่ห้องสมุด และเดินทางกลับศพอ. สื่ออุปกรณ์ -กระดาษหลายสีที่มีงานของนกัเรียนแต่ละคน -กรรไกร -กาว การวัดและประเมินผล ๑.ความรู้ - สะท้อนการเรียนรู้ ๒.ทักษะ -การสังเกตเป็นกลุ่ม ๓.คุณค่า/คุณธรรม - สะท้อนการเรียนรู้


๓๕ แผนกจิกรรมการจัดการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๑- ๓ ที่ ๔ หลักธรรม กตัญญูกตเวที กิจกรรม การ์ดวนัแม่ วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนเห็นคุณค่าของความกตญัญูกตเวที ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะความคิดสร้างสรรค์ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมกตัญญูกตเวทีได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. นกัเรียนข้ึนไปหอ้งเรียน ๒. นักเรียนท าความเคารพคุณครู ๓. ทักทายด้วยความเป็นกลัยาณมิตรนา สวดมนตไ์หวพ้ระภาวนาสัก ๑ -๓ นาที ๔. คุณครูพูดคุยกบันกัเรียน และอธิบายกิจกรรม ๕. นกัเรียนฟังวธิีการทา กิจกรรม ๖. คุณครูแจกใบงานให้นักเรียน ๗. นักเรียนเขียนและระบายสีใบงาน ๘. นกัเรียนนา ผลงานมาใหต้ดัเสร็จแลว้ส่งครู ๙. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม - หลงัจากทา การ์ดเสร็จรู้สึกอยา่งไร - ที่ผา่นมานกัเรียนเคยทา อะไรใหพ้อ่แม่ภูมิใจบา้ง - ในวนัขา้งหนา้นกัเรียนอยากจะทา อะไรใหพ้อ่แม่ภูมิใจเพิ่มเติม ๑๐. พานักเรียนขอบคุณเจ้าที่ห้องสมุด และเดินทางกลับศพอ. สื่ออุปกรณ์ - ใบงาน - สี -กรรไกร การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้ : สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ: การสังเกตเป็นกลุ่ม ๓. คุณค่า/คุณธรรม : สะท้อนการเรียนรู้


๓๖ แผนการจัดกจิกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๔ - ๕ ที่ ๑ หลักธรรม วาจาสุภาษิต กิจกรรม เจ๊ดาตลาดแตก วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนเห็นคุณค่าของวาจาสุภาษิต ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะความคิดเป็นระบบ การจบัใจความ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมวาจาสุภาษิตได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตรนา สวดมนตไ์หวพ้ระภาวนาสัก ๑-๓ นาที ๒. ละลายพฤติกรรมเข้าสู่บทเรียน ๓. ต้งัคา ถามวา่ “ในชีวติเราเคยตดัสินคนอื่น เพียงแค่เห็นการกระทา ภายนอกของเขา” ๔.เปิ ดวิดีโอ(เจ้ดาตลาดแตก)ให้นักเรียนได้ดูในรอบแรกเพียง ๓ นาทีแล้วแจกกระดาษคนละ ๑ แผน่พร้อมต้งัคา ถาม ๓ ข้อ ๕. ในรอบที่สองเปิ ดวิดีโอ(เจ้ดาตลาดแตก)ใหน้กัเรียนดูซ้า อีก ๑ รอบ โดยรอบน้ีจะเปิดใหดู้จนจบ ตอบค าถาม ๓ ข้อ (ค าถามเดิม)แลว้ใหห้น้กัเรียนสะทอ้นผลการเรียนรู้หนา้ช้นัเรียน ๖. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ขณะที่นกัเรียนทา กิจกรรมน้ีรู้สึกอยา่งไร - ที่ผา่ นมานักเรียนเคยใช้ท าพูดไปท าร้ายผู้อื่นที่คลา้ยกบั เจ้ดาหรือไม่เพราะอะไรจึงท า เช่นน้นั - ในอนาคต นกัเรียนจะมีวธิีการสื่อสารอยา่งสร้างสรรคอ์ยา่งไรเพื่อไม่ใหท้า ร้ายความรู้สึก คนอื่น สื่ออุปกรณ์แหล่งเรียนรู้ -กระดาษA๔ -ดินสอ -กบเหลา -ยางลบ -ปากกา การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้: สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ: การสังเกตเป็ นรายบุคคล ๓. คุณค่าและคุณธรรม : สะท้อนการเรียนรู้


๓๗ แผนการจัดกจิกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๔ - ๕ ที่ ๒ หลักธรรม อิทธิบาท ๔ กิจกรรม ศิลปะพาเพลิน วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนเห็นคุณค่าของอิทธิบาท ๔ ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะความคิดสร้างสรรค์ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมอธิบาท ๔ ได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตรนา สวดมนตไ์หวพ้ระภาวนาสัก ๑-๓ นาที ๒. ละลายพฤติกรรมเขา้สู่บทเรียน ๓. ช้ีแจงกิจกรรมเกี่ยวกบัการพบักระดาษ ๔. ผสู้อนนา กิจกรรมโดยนกัเรียนทา การพบักระดาษตามที่ครูผู้สอนแนะน า ๕. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -อะไรเป็ นปัจจัยให้นักเรียนท างานหรือพับกระดาษประสบความส าเร็จ - ที่ผา่นมานกัเรียนเคยต้งัเป้าหมายในการทา งานหรือการงานแลว้ประสบความสา เร็จ หรือไม่เพราะอะไร - ในอนาคต เพื่อให้การเรียนหรือชีวิตของนักเรียนมีความสุข นักเรียนมีวิธีการวางแผน อยา่งไรบา้ง สื่ออุปกรณ์แหล่งเรียนรู้ -กระดาษสี -A๔ -ดินสอ -กบเหลา -ยางลบ -ปากกา -กาว การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้: สะท้อนากรเรียนรู้ ๒. ทักษะ: การสังเกตเป็นกลุ่ม ๓. คุณค่าและคุณธรรม : สะท้อนการเรียนรู้


๓๘ แผนการจัดกจิกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๔ - ๕ ที่ ๓ หลักธรรม พรหมวิหาร ๔ กิจกรรม เราเขา้ใจกนัหรือเปล่า วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนเห็นคุณค่าของหลกัธรรมพรหมวหิาร ๔ ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะความมีส่วนร่วม ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมพรหมวิหาร ๔ ได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตรนา สวดมนตไ์หวพ้ระภาวนา สัก ๑-๓ นาที ๒. ละลายพฤติกรรมเขา้สู่บทเรียน ๓. อธิบายกิจกรรมเราเขา้ใจกนัหรือเปล่า ๔. แจกกระดาษ A๔ พบัเป็นสามส่วน ๕. ใหน้กัเรียนวาดตามผสู้อนบอกโดยแบ่งเป็นสามส่วนคือ ส่วนบนวาด ต้งัแต่หวัถึงไหล่วาดเสร็จแลว้ส่งต่อให้เพื่อนขวามือ ส่วนกลางวาด ต้งัแต่ไหล่ถึงเอวแลว้ส่งใหเ้พื่อนขวามือ ส่วนล่างวาด ต้งัแต่เอวถึงเทา้แลว้ส่งกลบัคืนเจา้ของ โดยรอบแรกวาด โดยห้ามให้เพื่อนเห็น ๖. รอบสองให้ผเู้รียนทา เหมือนเดิม โดยรอบน้ีใหเ้พื่อนเห็นรูปที่เราวาดได้ ๗. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ขณะที่ทา กิจกรรมมีความรู้สึกอยา่งไร - ที่ผา่นมานกัเรียนเคยพูดแลว้ทา ใหค้นอื่นไม่เขา้ใจหรือไม่เพราะอะไร - ในอนาคต นกัเรียนจะมีวธิีสื่อสารอยา่งสร้างสรรคอ์ยา่งไร ที่ไม่ทา ร้ายคนอื่น สื่ออุปกรณ์แหล่งเรียนรู้ -กระดาษA๔ -สี -ดินสอ -กบเหลา -ยางลบ -ปากกา การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้: สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ:การสังเกตเป็นกลุ่ม ๓. คุณค่าและคุณธรรม : สะท้อนการเรียนรู้


๓๙ แผนการจัดกจิกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๔ - ๕ ที่ ๔ หลักธรรม กตัญญูกตเวที กิจกรรม ของขวัญจากหนู วตัถุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนเห็นคุณค่าของกตญัญูกตเวที ๒. เพื่อใหน้กัเรียนเกิดทกัษะความคิดสร้างสรรค์ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมกตัญญูกตเวทีได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตรนา สวดมนตไ์หวพ้ระภาวนาสัก๑-๓ นาที ๒. ละลายพฤติกรรมเขา้สู่บทเรียน ๓. บรรยายความสา คญัของวนัแม่ ๔. ใหน้กัเรียนพบัดอกไมค้รูผสู้อนแนะนา ข้นัตอนวธิีทา ๕. เขียน post - it เขียนความในใจถึงแม่ ๖. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ขณะที่นกัเรียนเขียนความในใจถึงพอ่แม่บน Post-it นกัเรียนรู้สึกอยางไร ่ - ที่ผา่นมานกัเรียนเคยบอกความรู้สึกหรือปรึกษาเรื่องราวกบัพอ่แม่หรือไม่เพราะอะไร - ในวันข้างหน้า หากนักเรียนเจอปัญหา อุปสรรค มีวิธีสื่อสารเพื่อระบายความรู้สึกหรือปรึกษา อยา่งไร สื่ออุปกรณ์แหล่งเรียนรู้ -กระดาษสีA ๔ -สี -ดินสอ -กรรไกร -กาว -ปากกา การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้: สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ: การสังเกตเป็ นรายบุคคล ๓. คุณค่าและคุณธรรม : สะท้อนการเรียนรู้


๔๐ แผนการจัดกจิกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๖ - มัธยมศึกษาปี ที่ ๓ ที่ ๑ หลักธรรม สัมมาอาชีวะ ชื่อกิจกรรม ข้าวทิพย์ธิดาดิน วตัุประสงค์ ๑. เพื่อตระหนกัถึงความสา คญัของขา้วมธุปายาสในช่วงก่อนตรัสรู้ ๒. เพื่อใหน้กัเรียนสามารถนา ทกัษะการทา อาหารไปเสริมต่อในสัมมาอาชีพได้ ๓. เพื่อให้นักเรียนอธิบายหลักธรรมสัมมาอาชีวะได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตร/ นา สวดมนตไ์หวพ้ระ/ภาวนา ๑-๓ นาที ๒. ให้นักเรียนนับเลข ๑-๒ แบ่งกลุ่ม ๓. แยกห้องเรียนเป็ น ๒ กลุ่ม คือ ๑) กลุ่มทฤษฎี๒) กลุ่มปฏิบตัิ ๔. เริ่มทา กิจกรรมของตวัเองมีเวลาให้กลุ่มละ ๑ ชวั่ โมง ๕. กลุ่มที่ไดท้ฤษฎีก็ใหท้า ทฤษฎีกลุ่มที่ไดป้ฏิบตัิใหล้งมือปฏิบตัิ ๖. กลุ่มไหนทา เสร็จก่อน ก็ใหส้ลบัไปทา ภาคที่ตวัเองยงัไม่ไดท้า จนกวา่จะหมดชวั่ โมง ๗. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ข้าวมธุปายาสที่นักเรียนท าส าเร็จได้เพราะอะไร - นกัเรียนเจอปัญหาหรืออุปสรรคอยา่งไรบา้ง ในระหวา่งทา ขา้วมธุปายาส -ขา้วมธุปายาสมีส่วนต่อความสา เร็จของพระพุทธเจา้อยา่งไร - ในอนาคตนกัเรียนจะทา เป้าหมายใหส้า เร็จ นกัเรียนมีวธิีวางแผนอยา่งไรบา้ง สื่ออุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ - เตา้แก๊ส - นม -กระทะทอง - เมด็มะม่วงหินมพานต์ -ไม้พาย - น าตาลทราย - ทัพพี - น้า ผ้งึ - ช้อน - เกลือ -ถ้วยพลาสติกใส - น้า เปล่า - ช้อนไอติม -ถ้วยตวง ,ขา้วกอ้ง,ข้าวเจ้า การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้ - สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ -การสังเกตเป็นกลุ่ม ๓. คุณค่า/คุณธรรม - สะท้อนการเรียนรู้


๔๑ แผนการจัดกจิกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๖ - มัธยมศึกษาปี ที่ ๓ ที่ ๒ หลักธรรม มรณสติ ชื่อกิจกรรม ดอกไม้จันทร์ วตัุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนตระหนกัถึงคุณค่าของชีวิตตวัเอง ๒. เพื่อใหน้กัเรียนสามารถนา ทกัษะการทา ดอกไมจ้นัทร์ไปเสริมต่อในสัมมาอาชีพได้ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของความตายได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลยาณมิตร/ น าสวดมนต์ไหว้พระ/ภาวนา ั๑-๓ นาที ๒. ใหน้กัเรียนแบ่งกลุ่มใหเ้ท่ากนัเพื่อทา กิจกรรมดอกไมจ้นัทร์ ๓. ให้ครูผู้สอนและผู้ปกครองที่มีความรู้มาอธิบายวิธีท าดอกไม้จันทร์ ๔. ใหน้กัเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนัทา ดอกไมจ้นัทร์ ๕. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ก่อนทา ระหวา่งทา และหลงัทา ดอกไมจ้นัทร์นกัเรียนรู้สึกอยา่งไร - ที่ผา่นมานกัเรียนเคยไปงานศพแลว้มีความรู้สึกอยา่งไรและไดเ้รียนรู้อะไรบา้ง - ในอนาคตหากเกิดสถานการณ์คนที่รักของนกัเรียนจากไปนกัเรียนจะมีวธิีรับมืออยา่งไร สื่ออุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ -ล๊อตเตอรี่ -กระดาษ -กรรไกร -กาว การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้ - สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ -การสังเกตเป็ นรายบุคคล ๓. คุณค่า/คุณธรรม - สะท้อนการเรียนรู้


๔๒ แผนการจัดกจิกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๖ - มัธยมศึกษาปี ที่ ๓ ที่ ๓ หลักธรรม กตัญญู กตเวที ชื่อกิจกรรม สมุดเล่มเล็ก วตัุประสงค์ ๑. เพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงคุณของผู้มีพระคุณ ๒. เพื่อให้นักเรียนเกิดทกัษะในการเขียน การคิดวเิคราะห์แยกแยะ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความหมายของกตัญญู กตเวทีได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทักทายด้วยความเป็ นกลัยาณมิตร/ นา สวดมนตไ์หวพ้ระ/ภาวนา ๑-๓ นาที ๒. พระอาจารยพ์ูดเกริ่นนา ถึงความกตญัญูกตเวทีต่อคุณครู ๓. คูณครูผสู้อนแจกกระดาษใหน้กัเรียนคนละแผน่ ๔. ครูผสู้อนแนะนา วธิีการทา สมุดเล่มเล็กใหแ้ก่นกัเรียน ๕. ครูผสู้อนใหน้กัเรียนเขียนเล่าเรื่องเขียนความประทบัใจเกี่ยวกบัครูและวาดภภาพระบายสีให้ สวยงาม ๖. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -ขณะที่ทา กิจกรรมสมุดเล่มเล็กนกัเรียนรู้สึกอยา่งไร - ที่ผา่นมานกัเรียนเคยช่วยเหลืองานพอ่แม่หรือไม่เพราะอะไร - ในวนัขา้งหนา้นกัเรียนมีวธิีแสดงความรักหรือแสดงความกตญัญูต่อพอ่แม่อยา่ง สร้างสรรคอ์ยา่งไรบา้ง สื่ออุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ -กระดาษ A4 - ปากกา - สีไม้ -กระบวย/ ทัพพี การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้ - สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ -การสังเกตเป็ นรายบุคคล ๓. คุณค่า/คุณธรรม - สะท้อนการเรียนรู้


๔๓ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ช้ันประถมศึกษา ปีที่๖ - มัธยมศึกษาปี ที่ ๓ ที่ ๔ หลักธรรม สัมมาอาชีวะ ชื่อกิจกรรม บัวลอย วตัุประสงค์ ๑. เพื่อใหน้กัเรียนเห็นคุณค่าของหลกัธรรมสัมมาอาชีวะ ๒. เพื่อใหน้กัเรียนสามารถนา ทกัษะการทา บวัลอยไปเสริมต่อในสัมมาอาชีพได้ ๓. เพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายหลักธรรมสัมมาอาชีวะได้ กระบวนการเรียนรู้ ๑. ทกัทายดว้ยความเป็นกลัยาณมิตร/ นา สวดมนตไ์หวพ้ระ/ภาวนา ๑-๓ นาที ๒. พระอาจารยพ์ูดเกริ่นนา ประเพณีของบวัลอย ๓. ใหน้กัเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๓ กลุ่ม เพื่อทา กิจกรรมการเรียนการสอน ๔. ครูผสู้อนแนะนา วสัดุอุปกรณ์ก่อนเริ่มทา กิจกรรม ๕. เริ่มกระบวนการเรียนรู้วธิีการทา บวัลอย ๖. ผสู้อนสรุปกิจกรรม พร้อมต้งัคา ถาม -นกัเรียนรู้สึกอยา่งไร หลงัจากทา ขนมบวัลอยสา เร็จและเพราะอะไรจึงรู้สึกอยา่งน้นั -จากกิจกรรมน้ีนกัเรียนไดเ้รียนรู้หรือธรรมะอะไรบา้ง -ในวันข้างหน้า นกัเรียนจะนา สิ่งที่ไดเรียนหรือธรรมะไปใช้ในการประกอบสัมมาชีพ ้ อยา่งไรบา้ง สื่ออุปกรณ์และแหล่งเรียนรู้ -กระทะทอง -ถาด - เตาแก๊ส - ช้อนโลหะ/พลาสติก -ไม้พาย -ถ้วยตวง -กระบวย/ ทัพพี - ชาม/ถ้วยกระดาษ -กะละมัง - ห้อง ๔๐๑ - ๔๐๒ การวัดและประเมินผล ๑. ความรู้ - สะท้อนการเรียนรู้ ๒. ทักษะ -การสังเกตเป็นกลุ่ม ๓. คุณค่า/คุณธรรม - สะท้อนการเรียนรู้


รายการอ้างอิง 84000พระธรรมขันธ์. (๒๕๔๖, พฤษภาคม ๒๑). อรรถกถา ขุททกนิกาย สุตตนิบาต มหาวรรค ปธานสูตร. Retrieved from 84000พระธรรมขันธ์: https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=355 84000พระธรรมขันธ์. (๒๕๕๙, กรกฎาคม ๓๑). พระสุตตนัตปิฎกเล่มที่๒๕ [ฉบบับมหาจุฬาฯ] ขุททก นิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิ ฎก. Retrieved from 84000พระธรรมขันธ์: https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=193 84000พระธรรมขันธ์. (๒๕๕๙, กรกฎาคม ๓๑). พระสุตตนัตปิฎกเล่มที่๖ [ฉบับมหาจุฬาฯ]. Retrieved from 84000พระธรรมขันธ์: https://84000.org/tipitaka/attha/m_siri.php?B=14&siri=31 84000พระธรรมขันธ์. (๒๕๕๙, ธันวาคม ๑๒). พระสุตตนัตปิฎกเล่มที่๖ สุตตฺมฺอุปริปณฺณาสก. Retrieved from 84000พระธรรมขันธ์: https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=14&item=526&items=9 ประภาภัทร นิยมและคณะ. (๒๕๖๓). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการการวิจัยปฏิบัติการเพื่อพัฒนา ตน้แบบพ้ืนที่นวตักรรมการจดัการศึกษาระดบัจงัหวดัศรีสะเกษและระยอง. สถาบันอาศรม ศิลป์ . วรภทัร ภู่เจริญ. (๒๕๖๖). ผู้น าที่ใช้ วิธี ๘ สู้ผนู้า ที่ไม่มีวนัตกยคุ The right Leader Way of 8s for Timeless Leader. มูลนิธิโพชฌงค์. ศูนย์ศึกษาพระพุทะศาสนาวันอาทิตย์วัดอนงคาราม. (n.d.). หนังสืออนุสรณ์ฉลอง ๕๐ ปี ศพอ.วัดอนงคาราม. กรุงเทพฯ. สถาบันอาศรมศิลป์ . (๒๕๖๑). เรียนรู้คุณค่าแห่งชีวิต Life is Learning, Learning is Life. กรุงเทพฯ: แปลน ปริ้นติ้ง.


Click to View FlipBook Version