The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 3 ประถม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wijitra, 2022-06-15 03:32:55

หน่วยที่ 3 ประถม

หน่วยที่ 3 ประถม

หน่วยท่ี 3
การเลอื กใชแ้ ละผลกระทบจาการใช้
เรอ่ื งท่ี 1 การเลือกใช้วสั ดุทีเ่ ปน็ มิตรตอ่ สง่ิ แวดล้อม

ปัจจุบันเทคโนโลยมี ผี ลต่อการพัฒนาผลติ ภัณฑ์หรือส่ิงของเครอ่ื งใช้มากมายหลายชนิด ทำ
ให้มนุษย์มีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีก็มีผลกระทบต่อมนุษย์ หลายด้าน
เช่น ทาให้เกิดมลภาวะ ทาลายสภาพแวดลอ้ ม ปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ การใช้ผลิตภัณฑ์ท่ีเป็น
อันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์ซึ่งการแก้ปัญหานอกจากจะใช้
กระบวนการเทคโนโลยี โดยการหาวิธีใหม่ ๆ แลว้ ทุกคนควรมจี ติ สานึกในการอนรุ ักษพ์ ลงั งาน รวมท้งั
คานึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างรู้คุณค่า ก่อให้เกิด
ผลกระทบต่อสิ่งแวดลอ้ มนอ้ ยทส่ี ุด เป็นต้นสง่ิ ของเครื่องใช้ทเี่ ป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หมายถึง ส่ิงของ
เครอ่ื งใชท้ ่ีผลิตจากกระบวนการทางเทคโนโลยที ่ใี ส่ใจกบั ผลกระทบทจ่ี ะเกิดข้นึ กบั สง่ิ แวดลอ้ ม โดยเร่ิม
ตั้งแต่กระบวนการออกแบบจนกระทง่ั กระบวนการผลิต ได้แก่

1) วิธกี ารผลิต โดยการใชว้ สั ดทุ ส่ี ิ้นเปลืองให้นอ้ ยท่ีสุด
2) วธิ กี ารผลิต โดยใชว้ สั ดตุ ่าง ๆ ทีไ่ ม่เปน็ อันตรายต่อผอู้ นื่ เช่น ลดการใชถ้ ุงพลาสติก โฟม
เป็นตน้ หรอื หลกี เลีย่ งวสั ดุท่กี อ่ ให้เกิดมลพิษตอ่ สิง่ แวดล้อม
3) ก่อนการผลติ จะตอ้ งศึกษาว่าผู้ใชง้ านหรอื ผู้บริโภคจะนาไปใช้ในสถานการณ์ใด
หรือภาวะการณ์ใด เพ่ือจะนำไปเปน็ ขอ้ มูลในการผลิต
4) การออกแบบการผลิตจะตอ้ งคานึงถงึ ความปลอดภัย และคำนึงถึงผลเสียที่จะ
กระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากทีส่ ุด
1.1 ความหมายของผลิตภณั ฑ์ทีเ่ ป็นมิตรต่อสงิ่ แวดล้อม
ผลติ ภัณฑ์ทีเ่ ปน็ มิตรตอ่ สง่ิ แวดล้อม หมายถึง ผลติ ภัณฑ์ทีส่ ่งผลกระทบตอ่ สงิ่ แวดล้อมนอ้ ย
กว่าเม่ือเปรียบเทียบกบั ผลติ ภณั ฑอ์ ่ืน ๆ โดยมฉี ลากส่ิงแวดลอ้ มเป็นเครอื่ งมือแยกผลติ ภัณฑ์ทีเ่ ป็นมิตร
ต่อสิง่ แวดล้อมออกจากผลิตภณั ฑ์ทั่วไปในท้องตลาด และให้ขอ้ มูลผลิตภัณฑ์ด้านสง่ิ แวดล้อมทีถ่ กู ตอ้ ง
แกผ่ ูบ้ รโิ ภค สาหรับประเทศไทยไดใ้ ชค้ าว่า “ฉลากสีเขียว”แทน “ฉลากสิ่งแวดลอ้ ม” Green label
หรือ Eco-label เปน็ ฉลากทีใ่ ห้กับผลติ ภัณฑท์ มี่ คี ุณภาพและมีผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อมน้อยกว่าเมื่อ
นำมาเปรียบเทียบกบั ผลิตภณั ฑท์ ่ที ำหน้าทอี่ ย่างเดยี วกนั

1.2 สญั ลักษณผ์ ลิตภณั ฑ์ทเี่ ปน็ มิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม
ในปจั จบุ นั ประเทศไทยไดม้ ฉี ลากทางดา้ นส่ิงแวดล้อมที่ริเริ่มโดยหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ท่เี กี่ยวขอ้ ง ไดแ้ ก่
สถาบันสิ่งแวดลอ้ มไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย (กฟผ.)และกรมพัฒนาพลังงานทดแทน
และอนุรกั ษพ์ ลังงาน (พพ.) สานกั งานพิทักษ์ส่งิ แวดลอ้ ม (EPA)เปน็ ต้น ดงั น้ี

1. ฉลากสเี ขยี ว (Green Label)“ฉลากเขยี ว” คือ ฉลากทีใ่ หก้ ับผลิตภัณฑท์ ่ีมคี ุณภาพและมี
ผลกระทบตอ่ ส่ิงแวดลอ้ มน้อยกวา่ เม่อื นามาเปรยี บเทียบกบั ผลิตภณั ฑ์ท่ีทาหนา้ ทอ่ี ย่าง
เดียวกนั ฉลากเขียวเริ่มใช้เปน็ ครั้งแรกในประเทศเยอรมนีตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2520ปัจจบุ นั มี
การใช้ในประเทศตา่ ง ๆ มากกว่า 30 ประเทศท่ัวโลกได้มีการจัดทาโครงการฉลากเขียวสา
หรบั ประเทศไทย รเิ ริ่มขึ้นโดยคณะกรรมการนกั ธรุ กจิ เพอ่ื สิ่งแวดล้อมไทย
(ThailandBusiness Council for Sustainable Development,TBCSD) ในปี พ.ศ.
2536ฉลากเขียว สนบั สนนุ สินค้าทกุ ประเภท ยกเว้น ยารกั ษาโรค เครอื่ งด่มื และอาหาร
เนือ่ งจากทง้ั สามประเภทท่กี ลา่ ว เกย่ี วข้องกับสุขภาพ ความปลอดภัยในการบรโิ ภค
มากกว่าด้านสิ่งแวดล้อม

2. ฉลากประหยดั ไฟเบอร์ 5
คอื ฉลากแสดงประสิทธภิ าพอุปกรณไ์ ฟฟ้า ยกตัวอย่างเช่น เครอื่ งปรับอากาศทม่ี ปี รมิ าณกาลังไฟฟ้า 1
หน่วยของอุปกรณไ์ ฟฟา้ ทไ่ี ดร้ ับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จะได้ความเยน็ ไมน่ ้อยกว่า10,600 บที ยี ู
เปรียบเทียบกบั เคร่อื งปรบั อากาศปกติโดยทั่วไปทค่ี า่ ไฟฟา้ 1 หน่วยจะไดค้ วามเยน็ ประมาณ
7,000 - 8,000 บีทยี ู เทา่ นัน้ แสดงว่า ถ้าใชเ้ ครอื่ งปรบั อากาศเบอร์ 5 ประหยัดไฟฟ้าประมาณ 35%
ปจั จุบนั การไฟฟ้าฝ่ายผลติ ได้ดาเนินการออกฉลากประหยดั ไฟฟา้ เบอร์ 5

ใหแ้ ก่ ผลิตภัณฑต์ ่าง ๆ 17 ชนดิ ดงั น้ี

1. เคร่อื งรบั โทรทัศน์ 10. จอคอมพวิ เตอร์

2. กระตกิ นา้ รอ้ นไฟฟ้า 11. ตู้เยน็

3. เครือ่ งปรบั อากาศ 12. บลั ลาสต์นริ ภัย

4. บัลลาสต์อิเลก็ ทรอนกิ ส์ T5 13. หลอดผอม

5. พัดลมชนดิ ตัง้ โตะ๊ ต้ังพ้ืน ตดิ ผนงั 14. พัดลมชนิดส่ายรอบตวั

6. หลอดคอมแพคตะเกยี บ 15. หมอ้ หงุ ข้าวไฟฟ้า

7. โคมไฟประสทิ ธิภาพสูง 16. ข้าวกลอ้ ง

8. โคมไฟฟา้ สาหรบั หลอดผอม 17. พดั ลมระบายอากาศ

9. เคร่อื งทานา้ อุ่นไฟฟา้

3. ฉลากประสิทธิภาพสูง
การเกดิ ข้ึนของฉลากประสิทธภิ าพสงู เป็นไปตาม พระราชบัญญตั ิการสง่ เสรมิ การอนุรักษ์พลังงาน

โดยได้เริ่มดาเนนิ การตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2549 เปน็ โครงการนารอ่ งของกรมพัฒนาพลงั งานทดแทนและ
อนุรกั ษ์พลังงาน สาหรับอุปกรณ์ไม่ใชไ้ ฟฟา้ 4 ผลติ ภณั ฑ์ ไดแ้ ก่
1. เตาหงุ ต้มในครัวเรือนหรอื เตาแกส๊
2. อปุ กรณป์ รับความเรว็ รอบมอเตอร์
3. ฉนวนกนั ความร้อน
4. กระจกอนรุ กั ษพ์ ลังงาน

1.3 แนวทางการเลอื กซอื้ สินคา้ ที่เปน็ มติ รตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม
ผบู้ รโิ ภค มแี นวทางการเลอื กผลิตภัณฑ์หรือสินคา้ ท่ีเปน็ มิตรตอ่ ส่งิ แวดล้อมโดยพจิ ารณาคณุ สมบตั ขิ อง
ผลติ ภณั ฑ์หรอื สินค้า ได้ดังนี้

1) ใช้วสั ดทุ ีม่ ีผลกระทบตอ่ สิ่งแวดล้อมนอ้ ย เช่น วัสดุไมม่ ีพิษ วัสดหุ มุนเวียนทดแทนได้ วัสดรุ ี
ไซเคิล และวัสดทุ ใ่ี ชพ้ ลังงานต่ำในการจดั หามา

2) ใช้วัสดนุ อ้ ย เช่น น้าหนกั เบา ขนาดเล็ก มีจานวนประเภทของวสั ดนุ อ้ ย

3) มีเทคโนโลยกี ารผลิตที่มีประสิทธภิ าพสูงสุด เช่น ใช้พลงั งานสะอาดลดการเกิดของเสยี จาก
กระบวนการผลิตและลดข้ันตอนของกระบวนการผลิต

4) มรี ะบบขนส่งและจดั จาหน่ายท่ีมปี ระสิทธภิ าพสูงสุด เช่น ลดการใช้หีบห่อบรรจุภณั ฑ์ท่ี
ฟมุ่ เฟือย ใชบ้ รรจุภณั ฑ์ทีท่ าจากวสั ดุทใี่ ชซ้ ้ำหรือหมุนเวยี นใชไ้ ดใ้ หมไ่ ด้ และเลอื กใช้เส้นทางการขนส่ง
ที่ประหยดั พลงั งานท่สี ดุ

5) ลดผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อมที่เกิดในช่วงการใชง้ าน เชน่ ใช้พลังงานต่ำมกี ารปล่อยมลพิษต่ำ
ในระหวา่ งการใช้งาน ลดการใช้วสั ดสุ ้ินเปลือง และลดการใช้ชน้ิ ส่วนทไี่ ม่จาเป็น

6) มคี วามคมุ้ ค่าตลอดชีวติ การใช้งาน เชน่ ทนทาน ซอ่ มแซมและดูแลรกั ษาง่าย ปรบั ปรงุ ตอ่
เติมได้ ไม่ตอ้ งเปล่ียนบอ่ ย

7) มรี ะบบการจดั การระบบหลังหมดอายุการใช้งานทีม่ ีประสทิ ธิภาพสูง เช่นการเก็บรวบรวม
ทก่ี ่อผลกระทบต่อสิง่ แวดลอ้ มน้อย มกี ารออกแบบใหส้ ามารถนาสินคา้ หรอื ชนิ้ ส่วนกลบั มาใชซ้ ้ำ หรอื
หมุนเวยี นใช้ใหม่ได้ง่าย หรอื หากตอ้ งกาจัดทิ้งสามารถนาพลังงานกลบั คนื มาใชไ้ ดแ้ ละมีความปลอดภยั
สาหรับการฝังกลบ
กล่าวโดยสรปุ การพิจารณาว่าสนิ ค้าใดเป็นมติ รตอ่ สง่ิ แวดลอ้ ม ควรพิจารณาว่าสนิ ค้าน้นั สง่ ผลกระทบ
ต่อสงิ่ แวดล้อมมากในชว่ งใดของวฎั จกั รชวี ิต เช่น เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า จะกอ่ ผลกระทบมากในช่วงใชง้ าน
มากกวา่ ในช่วงการผลติ และหากมกี ารลดผลกระทบในช่วงดงั กล่าวให้น้อยกวา่ สินค้าอืน่ ทีม่ ีลักษณะ
การทางานเหมือนกนั รวมท้งั ประเดน็ ดา้ นส่ิงแวดล้อมอน่ื ๆ ซึง่ จะถือไดว้ ่าเปน็ สินค้าทเ่ี ป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อม

เร่อื งที่ 2 ผลกระทบจากการใช้วัสดุในชวี ติ ประจำวนั

ในปัจจบุ ันเทคโนโลยไี ดเ้ ข้ามามบี ทบาทและความจาเป็นตอ่ การดารงชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างมาก ทั้ง
ภายในบ้านและภายนอกบ้าน เพื่ออานวยความสะดวกสบายในชีวิตประจาวันเช่น การทางานบ้าน
การคมนาคม การสอ่ื สาร การแพทย์ การเกษตร และการอุตสาหกรรมเปน็ ต้น ซ่งึ ความเจริญก้าวหน้า
อย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีช่วยพฒั นาให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มนุษย์ อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยี
จะเข้ามามบี ทบาทต่อมนษุ ย์ แต่หลายครั้งเทคโนโลยีเหล่านั้นกส็ ่งผลกระทบตอ่ ชวี ิตและส่งิ แวดล้อมใน
ด้านต่าง ๆ ผลกระทบที่จะตามมามีทั้งความสูญเสียทางด้านสิ่งแวดลอ้ ม ก่อให้เกิดมลพิษทางน้ ำ ดิน
เสื่อมสภาพ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนรวมถึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์พา หะนาโรค เสียหายต่อ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจและสิ้นเปลืองงบประมาณของรัฐ ที่ใช้ใน

การแก้ไขปัญหาวัสดทุ ีใ่ ช้แล้วการทิ้งวัสดอุ ันตรายปะปนกับวัสดมุ ลู ฝอยท่ัวไป อาจเกิดอันตรายหรือทำ
ใหส้ ารอนั ตรายปนเป้ือนสิ่งแวดล้อมได้ ท้งั ในระหว่างขั้นตอนการเก็บ ขนและการกาจัดซ่ึงการจัดการ
วัสดุอันตรายที่ไมถ่ ูกวิธจี ะส่งผลกระทบหลายดา้ น เชน่ ก่อให้เกิดโรค ระบบนเิ วศถูกทาลาย เกิดความ
เสียหายต่อทรัพยส์ ินและสังคม

ภาพท่ี 3.4 ผลกระทบจากการทงิ้ วัสดอุ ันตรายปะปนกบั วสั ดุมลู ฝอยในชวี ิตประจำวัน

ทีม่ า : http://www.wangitok.com

ผลกระทบจากความเส่ยี งตอ่ การเกิดโรค การไดร้ ับสารอนั ตรายบางชนดิ เขา้ ไปใน
รา่ งกาย อาจทาใหเ้ จ็บป่วยเปน็ โรคต่าง ๆ จนอาจถึงตายได้
ผลกระทบต่อระบบนเิ วศ หากสารอันตรายซึมหรือไหลลงสูพ่ ื้นดิน หรอื แหลง่ น้า
จะไปสะสมในห่วงโซอ่ าหาร เปน็ อันตรายต่อสตั วน์ า้ และพืชผัก เมือ่ เรานาไปบริโภคจะได้รับสาร
นั้นเขา้ สูร่ ่างกายเหมอื นเรากินยาพิษเข้าไปอย่างชา้ ๆ
ผลกระทบต่อเศรษฐกจิ และสังคม สารอันตรายบางชนิดนอกจากทาใหเ้ กิดโรคต้องเสียค่าใช้จ่ายใน
การรกั ษาพยาบาลแล้ว อาจทาให้เกิดไฟไหม้ เกิดการกดั กร่อนเสียหายของวัสดุ เกดิ ความเสือ่ มโทรม
ของสงิ่ แวดล้อม ทาให้ต้องเสยี ค่าใช้จา่ ยในการบารงุ รกั ษาสภาพแวดลอ้ มและทรพั ย์สนิ จากวงจร

ดงั กลา่ ว แสดงใหเ้ หน็ ว่า การไม่คัดแยกวัสดุทใ่ี ช้แลว้ ประเภทอันตรายออกจากวัสดุท่วั ไป แล้วนาไปทิง้

รวมกนั จะส่งผลกระทบต่อหลายด้านและท้ายที่สุดกจ็ ะกลับคืนสู่มนุษย์

2.1 ผลกระทบต่อสขุ ภาพ

2.1.1 ความเสีย่ งตอ่ การเกดิ โรค การได้รับสารอันตรายบางชนดิ เข้าไปในร่างกาย อาจทาให้

เจบ็ ปว่ ยเปน็ โรคตา่ ง ๆ จนอาจถงึ ตายได้ พิษของขยะอันตรายสามารถเข้าสู่ร่างกายของเราจาก 3 ทาง

คอื

1) ทางการหายใจ โดยการสดู ดมเอาไอ ผง หรอื ละอองสารพิษเข้าส่รู ่างกาย เช่น สี สาร

ระเหย ไอนา้ มนั รถยนต์

2) ทางปาก โดยการรบั ประทานเขา้ ไปโดยตรง ท้ังต้ังใจและไม่ต้ังใจเชน่ สารพษิ ทปี่ นเปื้อน

จากภาชนะใสอ่ าหาร หรือจากมอื รวมถงึ สารพษิ ทส่ี ะสมอยูใ่ นผักและเน้อื สัตว์

3) ทางผิวหนัง โดยการสมั ผัสหรือจับตอ้ งสารพิษ ซง่ึ สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังและจะดูดซมึ

ไดม้ ากย่ิงขนึ้ หากมบี าดแผลที่ผิวหนัง หรอื เป็นโรคผวิ หนังอย่กู ่อนแลว้

ตารางที่ 3.1 ตวั อยา่ งวสั ดอุ นั ตรายและอาการเจบ็ ป่วยเม่ือสารพิษเขา้ สู่รา่ งกาย

ผลิตภัณฑ์ในชวี ิตประจำวนั สารพษิ /สาร อาการ/ผลกระทบต่อสขุ ภาพ

อนั ตราย

ถ่ายไฟฉาย กระปอ๋ งสี สารแมงกานสี เมื่อสารพษิ เข้าส่รู ่างกายทาให้

ปวดศรี ษะง่วงนอน ออ่ นเพลีย

ซมึ เศร้าประสาทหลอน

เกิดตะคริวกินที่แขน ขา

หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ สารปรอท เม่ือสารพิษเข้าสู่ร่างกายเกดิ
สารฆา่ แมลง ถา่ นกระดุม การระคายเคอื งต่อผวิ หนงั
เหงือกบวมอักเสบเลอื ดออก
งา่ ย กล้ามเนอ้ื กระตกุ
หงดุ หงิด
โมโหงา่ ย

แบตเตอรี่รถยนต์ สารตะก่ัว เม่ือสารพษิ เข้าส่รู ่างกาย ทา
สารฆ่าแมลง กระปอ๋ ง ใหป้ วดศรี ษะออ่ นเพลยี ตวั ซีด
ปวดเมอ่ื ยกล้ามเน้อื
สเปรย์ น้ำยายอ้ มผม ความจาเส่อื ม
น้ำยาทาเลบ็ น้ำยาล้างเล็บ
เคร่ืองสาอางหมดอายุ สารระเหย เม่อื สารพษิ เขา้ สู่ร่างกายเกิด
แอลกอฮอล์ การระคายเคอื งต่อผวิ หนัง คัน
หรือเห่อ บวม
ปวดศรี ษะ หายใจขดั เป็นลม

ตัวอยา่ งผลกระทบของสารพิษอนั ตรายที่มตี ่อร่างกายมนุษย์

ภาพท่ี 3.5 แสดงผลกระทบของสารพิษอันตรายที่มตี อ่ ร่างกายมนุษย์

ที่มา : คู่มือการคดั แยกขยะอันตราย สาหรับเยาวชน หน้า 47

2.1.2 เป็นแหล่งเพาะพันธ์ขุ องแมลง และพาหะของโรค
วัสดุที่ใช้แล้วและของเสีย มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกขณะ เนื่องจากการขยายตัวของเมือง การ

พัฒนาเทคโนโลยีเพื่ออานวยความสะดวกสบาย การอยู่อาศัยอย่างหนาแน่น หากใช้วิธีกาจัดที่ไม่
ถูกต้องเหมาะสม ย่อมก่อให้เกิดปัญหาตามมา นอกจากนั้น วัสดุที่ใช้แล้วที่ถูกปลอ่ ยทิ้งไว้นาน ๆ จะ
เป็นท่ีอย่อู าศัยของสตั ว์พาหะทีจ่ ะเข้ามาทารงั ขยายพันธุ์เพราะมีท้ังอาหารและท่ีหลบซ่อน ดงั นนั้ วัสดุ
ที่ใช้แล้วที่ขาดการเก็บรวบรวม และการกาจัดจึงทาให้เกิดเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ส ำคัญของเชื้อโรค
แมลงวนั หนู แมลงสาบ ซง่ึ เป็นหาหะนาโรคมาสูค่ น

2.1.3 ก่อใหเ้ กิดความราคาญ
การเก็บรวบรวมวัสดุที่ใช้แล้วไม่หมดก่อให้เกิดกลิ่นรบกวน กระจายอยู่ทั่วไปในชุมชน

นอกจากนั้นฝุ่นละอองที่เกิดจากการเก็บรวบรวม การขนถ่าย และการกาจัดแล้วยังคงเป็นสาเหตุ
สำคัญทกี่ ่อใหเ้ กิดปัญหาเร่ืองกลน่ิ รบกวน สัตว์พาหะนาเชอื้ โรค ทศั นวสิ ยั ในการใช้ทีด่ นิ และน้ำเสียจาก
น้ำชะขยะ
2.2 ผลกระทบต่อระบบนเิ วศและสง่ิ แวดลอ้ ม

วัสดุที่ใช้แล้วเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมลพิษของน้า มลพิษของดิน และมลพิษของอากาศ
เนอ่ื งจากวสั ดุส่วนทีข่ าดการเก็บรวบรวมหรอื ไม่นามากาจดั ใหถ้ ูกวิธี ปลอ่ ยทิง้ ค้างไว้ในพื้นที่ของชุมชน
เมื่อมีฝนตกลงมาจะไหลชะนาความสกปรก เชื้อโรค สารพิษจากวสั ดทุ ี่ใชแ้ ล้วไหลลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้
แหล่งน้ำเกิดเน่าเสียได้ หากสารอันตรายซึมหรือไหลลงสู่พื้นดินหรือแหล่งน้ำ จะไปสะสมในห่วงโซ่
อาหาร เป็นอนั ตรายต่อสตั ว์น้ำและพืชผัก เมอื่ นาไปบริโภคจะได้รบั สารนน้ั เขา้ สู่ร่างกายเหมือนกินยา
พษิ เขา้ ไปอย่างชา้ ๆ
2.2.1 มลพิษทางดนิ

วัสดุที่ใช้แล้วและของเสียต่าง ๆ ถ้าทิ้งลงในดิน ขยะส่วนใหญ่จะสลายตัวให้สารประกอบ
อินทรีย์และอนินทรีย์มากมายหลายชนิดด้วยกัน แต่ก็มีวัสดุบางชนิดที่สลายตัวได้ยาก เช่น ผ้าฝ้าย
หนัง พลาสติก โดยเฉพาะเกลือไนเตรตจะสะสมอยูเ่ ปน็ จำนวนมาก แล้วละลายไปตามน้ำ สะสมอยู่ใน
บริเวณใกล้เคียง การทิ้งของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ เป็นแหล่งผลิตของเสียที่ส ำคัญย่ิง
โดยเฉพาะของเสียจากโรงงานท่มี ีโลหะหนักปะปนทำให้ดินบริเวณน้นั มีโลหะหนกั สะสมอยมู่ าก โลหะ
หนกั ทีส่ ำคญั ได้แก่ ตะกั่ว ปรอท และแคดเมียม ซง่ึ จะมผี ลกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ
ของขยะ ถ้าขยะมซี ากถา่ นไฟฉาย ซากแบตเตอรี่ ซากหลอดฟลอู อเรสเซนต์ มาก กจ็ ะสง่ ผลต่อปริมาณ
โลหะหนักพวกปรอท แคดเมียม ตะกั่ว ในดินมาก ซึ่งจะส่งผลเสียต่อระบบนิเวศน์ในดิน และ
สารอนิ ทรยี ใ์ นขยะ เมอ่ื มีการย่อยสลาย จะทำใหเ้ กดิ สภาพความเปน็ กรดในดิน และเมื่อฝนตกมาชะ
กองขยะ จะทาให้น้ำเสียจากกองขยะไหลปนเปื้อนดินบริเวณรอบ ๆ ทาให้เกิดมลพิษของดินได้การ
ปนเปื้อนของดิน ยังเกิดจากการนาวัสดุที่ใช้แล้วไปฝังกลบ หรือการลักลอบนาไปทิ้ง ทำให้ของเสีย
อันตรายปนเปื้อนในดนิ นอกจากน้ันการเล้ียงสัตวเ์ ป็นจานวนมาก ก็ส่งผลต่อสภาพของดิน เพราะสิ่ง
ขับถา่ ยของสตั ว์ท่ีนามากองทบั ถมไว้ ทาใหเ้ กดิ จุลินทรียย์ ่อยสลายได้ อนมุ ูลของไนเตรตและอนุมูลไน
ไตรต์ ถ้าอนุมูลดังกลา่ วนส้ี ะสมอยูจ่ านวนมากในดินบริเวณน้นั จะเกิด

เปน็ พษิ ได้ ซ่งึ เปน็ อันตรายต่อมนุษย์ในทางอ้อม โดยได้รับเขา้ ไปในรปู ของน้าดมื่ ทมี่ สี ารพิษ
เจือปน โดยการรบั ประทานอาหาร พืชผักทปี่ ลูกในดินท่มี ีสารพษิ สะสมอยู่ และยงั สง่ ผลกระทบ
ตอ่ คณุ ภาพดนิ

ภาพที่ 3.6 ปญั หามลพิษทางดิน

ทมี่ า : https://www.sites.google.com

2.2.2 มลพิษทางนา้
วัสดุที่ใช้แล้วจำพวกสารอินทรีย์(คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน) เช่น สิ่งปฏิกูลจากคน เศษ

อาหาร น้ำยาทำความสะอาด เปน็ ต้น หากถูกทง้ิ ลงสู่แม่น้ำลำคลอง จะส่งผลใหแ้ มน่ ้ำลำคลองเกิดการ
เน่าเสยี ซ่ึงสารอินทรยี ์ในนา้ เสียมที ง้ั ท่ีอยูใ่ นรปู สารแขวนลอยและสารละลาย สามารถถกู ย่อยสลายได้
โดยจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน ทำให้เกิดสภาพขาดออกซิเจนส่งผลให้แม่น้าเกิดการเน่าเสียมีกลิ่นเหม็น
เน่า เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์นำโรคต่าง ๆ เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค และทำให้เกิดการ
สญู เสียทัศนียภาพ เกิดภาพทีไ่ มน่ า่ ดู เช่นสภาพน้ำมีสีดำ มขี ยะและสิ่งปฏกิ ลู ลอยน้ำ

ปรมิ าณของสารอนิ ทรีย์นยิ มวดั ด้วยคา่ ปริมาณออกซเิ จนทีจ่ ุลินทรีย์ต้องการใช้ในการย่อยสลาย
อนิ ทรยี ์วตั ถุ (BOD) เมอื่ ค่าบีโอดีในนา้ สูง แสดงว่า มีสารอินทรียป์ ะปนอยู่มาก สง่ ผลให้สภาพเหม็น
เนา่ เกดิ ขึ้นไดง้ ่าย นอกจากน้ี ในน้าเสียยังมีจุลินทรยี บ์ างชนิดอาจเปน็ เชอื้ โรคที่เปน็ อันตรายต่อมนษุ ย์
ได้

ภาพท่ี 3.7 ผลกระทบตอ่ ระบบนิเวศทางน้ำ

ทมี่ า : http://www.suriyothai.ac.th

2.2.3 มลพิษทางอากาศ
ถ้ามีการเผาวัสดุที่ใช้แล้วกลางแจ้งทาให้เกิดควัน มีสารพิษทาให้คุณภาพของอากาศเสีย ส่วน

มลพิษทางอากาศจากวัสดทุ ีใ่ ชแ้ ล้วน้ัน อาจเกดิ ข้ึนไดท้ ้ังจากมลสารท่ีมีอยู่ในวสั ดุและพวกแก๊สหรือไอ
ระเหย ที่สำคัญก็คือ กลิ่นเหม็นที่เกิดจากการเน่าเปื่อย และสลายตัวของอินทรีย์สารเป็นส่วนใหญ่
ปญั หาส่งิ แวดล้อมเปน็ พษิ ซึ่งเปน็ ปัญหาใหญ่ของคนไทยอกี ปญั หาหนงึ่ ซง่ึ สง่ ผลมาจากฝีมอื ของมนุษย์
ท่ีเกดิ จากการกำจัดวัสดทุ ีใ่ ชแ้ ล้วไมถ่ กู วิธี เชน่ การฝังกลบมูลฝอยทไี่ ม่ถกู วธิ ี ทำให้เกิดก๊าซมเี ทน (CH4)
การใช้สารเคมีที่ทำลายชั้นโอโซนการเผาไหม้ขยะมลู ฝอย การเผาไหม้เชื้อเพลิงถ่านหนิ ก๊าซธรรมชาติ
ทาให้เกิดกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซง่ึ เป็นกา๊ ซทสี่ ะสมพลงั งานความรอ้ นในชัน้ บรรยากาศโลก
ไว้มากที่สดุ และมีผลทาให้อณุ หภมู ิของโลกสูงขึ้นเร่ือย ๆ เกิดภาวะโลกร้อน ซึ่งปรากฏการณท์ ่ีโลกมี
อุณหภูมสิ งู ข้ึน เรยี กว่า ปรากฏการณ์เรอื นกระจก นอกจากการเผาไหม้ท่ไี มส่ มบูรณ์แล้วอีกปัจจัยหน่ึง
ที่เป็นสาเหตุในการทาลายชน้ั บรรยากาศโอโซน ท่ีทาให้อณุ หภมู ขิ องโลกสูงขน้ึ
ไดแ้ ก่ กระบวนการผลิตในโรงงานอตุ สาหกรรมต่าง ๆ เชน่ การทาความเยน็ ในตูเ้ ยน็ เคร่อื งปรบั อากาศ
โฟม กระปอ๋ งสเปรย์ สารดับเพลิง สารชะล้างในอตุ สาหกรรมอิเล็กทรอนกิ ส์ซ่งึ สารเหล่าน้ี เรยี กว่า
สารคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (CFC) และในอนาคต ถ้าไม่ช่วยกนั ลดการใชส้ ารทาลายช้ันโอโซนที่เกิด
จากสาร CFC โลกของเราก็จะเจอกบั ปญั หาส่ิงแวดล้อมเปน็ พษิ อย่างหลกี เล่ยี งไม่ได้

ภาพท่ี 3.8 มลพิษทางอากาศ

ท่ีมา : http://www.thaihealth.or.th

2.3 ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสงั คม
2.3.1 เกดิ ความเสียหายต่อทรพั ย์สินสารอันตรายบางชนิดนอกจากทาให้เกิดโรค ต้องเสีย

ค่าใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาลแลว้ อาจทาให้เกิดไฟไหม้ เกดิ การกดั กร่อนเสียหายของวัสดุ เกดิ ความ
เสื่อมโทรมของส่ิงแวดลอ้ ม ทาให้ต้องเสียค่าใชจ้ ่ายในการบารุงรักษาสภาพแวดล้อมและทรพั ยส์ ิน
2.3.2 เกดิ การสูญเสยี ทางเศรษฐกิจ

วัสดุทีใ่ ชแ้ ลว้ หากมปี ริมาณมาก ๆ ย่อมตอ้ งสนิ้ เปลอื งงบประมาณในการจดั การเพื่อใหไ้ ด้
ประสทิ ธภิ าพ นอกจากนี้ผลกระทบจากวสั ดุท่ใี ชแ้ ลว้ ไมว่ ่าจะเปน็ นา้ เสยี อากาศเสยี ดินปนเปอื้ น
สารพษิ เหลา่ นีย้ อ่ มส่งผลกระทบตอ่ เศรษฐกิจของประเทศ
2.3.3 ทำให้ขาดความสง่างาม

การเก็บ ขนและกาจัดวัสดุที่ใช้แล้วที่ดีจะช่วยให้ชุมชนเกิดความสวยงาม มีความเป็นระเบียบ
เรียบรอ้ ย ซ่ึงแสดงถงึ ความเจริญและวัฒนธรรมของชุมชน ฉะน้นั หากกระบวนการเก็บ ขนไมห่ มดและ
กาจัดไม่ดี ย่อมก่อให้เกิดความไม่น่าดู ขาดความสวยงามบ้านเมืองสกปรก และความไม่เป็นระเบียบ
สง่ ผลกระทบตอ่ อุตสาหกรรมการทอ่ งเที่ยว

กลา่ วโดยสรปุ เทคโนโลยีเข้ามามบี ทบาทต่อการพฒั นาวัสดุและผลติ ภณั ฑ์ เพอ่ื อำนวยความ
สะดวกสบายในการดารงชีวิตประจาวนั ของมนุษย์ ท้ังภายในบา้ นและภายนอกบ้านแต่เทคโนโลยี
เหล่านั้นก็ส่งผลกระทบต่อชวี ติ และส่ิงแวดล้อมในด้านต่าง ๆ หากทกุ คนยงั ละเลยและไม่คานงึ ถึงการ
ใช้วสั ดุหรือผลิตภณั ฑอ์ ย่างร้คู ุณค่า


Click to View FlipBook Version