The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานคุณธรรมห้องเรียน ป.5 จันทิมา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by juntima4770, 2023-08-24 23:41:20

โครงงานคุณธรรมห้องเรียน ป.5 จันทิมา

โครงงานคุณธรรมห้องเรียน ป.5 จันทิมา

โครงงานคุณธรรม เรื่อง ห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเรา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 จัดทำโดย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ครูที่ปรึกษา นางสาวจันทิมา เวชภัณฑ์ นายอัครเดช แสงอ่อน ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต 3


คำนำ รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทำโครงงานคุณธรรมเกี่ยวกับการปลูกจิตสำนึกความ รับผิดชอบ ความสามัคคีจิตอาสา เพื่อพัฒนาสังคม โดยมีชื่อโครงงานว่า “ห้องเรียนสะอาดสวยด้วยมือ เรา” ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) ผู้จัดทำได้เลือกทำโครงงานห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเรา เนื่องมาจากเล็งเห็นความสำคัญของ คุณธรรมที่เกิดกับตัวนักเรียนในเรื่องความรับผิดชอบ ความสามัคคีมีจิตใจเป็นผู้ให้มีจิตอาสาที่จะ ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน ผู้จัดทำหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการจัดทำ โครงงานกับผู้ที่ศึกษาหาความรู้ และผู้ที่สนใจ หากรายงานนี้มีข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย คณะผู้จัดทำ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3


สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ บทคัดย่อ กิตติกรรมประกาศ รายงานโครงงาน สารบัญ บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา 1 การบูรณาการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1 จุดมุ่งหมายของโครงงาน 2 ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า 2 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 บทที่ 2 วรรณกรรมและโครงงานที่เกี่ยวข้อง ความหมายของความรับผิดชอบ การทำความดี 3 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 4 บทที่ 3 วิธีดำเนินงานโครงงาน กลุ่มตัวอย่าง 8 ขั้นตอนวิธีการดำเนินงาน 8 เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงาน 9 บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน ปฏิทินการปฏิบัติงานตามกิจกรรม 10 ผลการจัดกิจกรรม 11 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ จุดมุ่งหมายของโครงงาน 12 กลุ่มตัวอย่าง 12 เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงาน 12 สรุปผลโครงงาน 12 อภิปรายผลการดำเนินงาน 13 ข้อเสนอแนะ 13 ภาคผนวก บรรณานุกรม


กิตติกรรมประกาศ โครงงานคุณธรรมเรื่องห้องเรียนสะอาดสวยด้วยมือเรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 ปีการศึกษา 2565 โครงงานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีโดยได้รับความกรุณาอย่างดียิ่งจาก ผู้บริหาร สถานศึกษา ครูประจำชั้น ครูผู้รับผิดชอบโครงการคุณธรรม จริยธรรม ครูบริหารงานวิชาการ และ ผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้คำปรึกษาให้ความรู้ ข้อคิดเห็น ข้อแนะนำ พร้อมทั้งตรวจสอบปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่องต่าง ๆ จนสำเร็จด้วยดี สุดท้ายขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง แก่บุคคลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ให้กำลังใจและคำปรึกษา ด้วยดีมาโดยตลอดระยะเวลาที่ทำโครงงานคุณธรรมเรื่องห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเรา สำเร็จด้วยดี มา ณ โอกาสนี้ คณะผู้จัดทำ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3


บทคัดย่อ ชื่อโครงงาน : เรื่องห้องเรียนสะอาดด้วยมือเรา จัดทำโดย : นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 จำนวน 39 คน พระสงฆ์ที่ปรึกษา พระครูสาธิตวีรญาณ ผู้บริหารที่ปรึกษา นางนาถลดา ใจเย็น ครูที่ปรึกษา : นางสาวจันทิมา เวชภัณฑ์ ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 นายอัครเดช แสงอ่อน ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) ปีการศึกษา 2565 เรื่อง ห้องเรียนสะอาดสวยด้วยสองมือเรา มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ เกิด ความสามัคคีช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดห้องเรียน และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และเป็น จิตสำนึกที่ดีเพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่คนรุ่นหลังให้ปฏิบัติตามและมีใจที่เป็นรักษาความรับผิดชอบแบบนี้ ต่อไป ในที่นี้คณะผู้จัดทำได้ทำการลงมือปฏิบัติทำโครงงานห้องเรียนสะอาดสวยด้วยสองมือเรา ในขั้นแรก เราต้องมีการเตรียมความพร้อมทางด้านจิตใจปลูกฝังและตระหนักถึงความสำคัญของความรับผิดชอบ จิต อาสา การเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ความรู้และการติดต่อสื่อสาร การสร้างความเชื่อมั่นใน ตนเอง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมพร้อมที่จะทำกิจกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองและผู้อื่น จากนั้นก็มีการ ประชุมวางแผนในกลุ่มว่าจะทำอะไรก่อนหลังและเตรียมเครื่องมือในการเป็นผู้มีความรับผิดชอบ เช่นทำ ความสะอาดของห้องเรียน ทำความสะอาดโต๊ะเรียน ทิ้งขยะลงถัง ในทุกวัน ต่อมาก็เป็นการลงมือปฏิบัติ ตามกิจกรรมที่วางแผนไว้จากการทำโครงงานห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเราในครั้งนี้ฝึกให้ผู้ที่ลงมือทำมี ความรับผิดชอบมากขึ้น มีสามัคคีกันในกลุ่ม ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สร้างจิตสำนึกที่ดีเพื่อเป็น แบบอย่างให้แก่น้องๆและคนรุ่นหลังให้ปฏิบัติแบบนี้ต่อไป ดังนั้นเราจึงสามารถนำโครงงานห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเราเรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงได้ โดยการนำเอามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและเพื่อให้สอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนอกจากนี้ยังเป็นการบำเพ็ญประโยชน์ที่ไม่ต้องเป็นการสิ้นเปลืองและไม่ทำให้ ผู้อื่นเดือดร้อนอีกด้วย


รายงานโครงการคุณธรรมระดับชั้นเรียน ประจำปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต 3 ชื่อโครงงาน ห้องเรียนสะอาดสวยด้วยมือเรา ผู้รับผิดชอบโครงงาน นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 (รายห้อง) ที่ปรึกษาโครงงาน นางสาวจันทิมา เวชภัณฑ์ นายอัครเดช แสงอ่อน ครูประจำชั้น ปัญหา ห้องเรียนไม่สะอาด สาเหตุของปัญหา 1. นักเรียนไม่ทิ้งขยะลงถังที่เตรียมให้ 2. นักเรียนขีดเขียนโต๊ะเรียน 3. นักเรียนไม่เก็บของใช้ให้เรียบร้อย กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) ปีการศึกษา 2565 จำนวน 37 คน มีความรับผิดชอบและห้องเรียนสะอาด วิธีแก้ปัญหา 1. สร้างความตระหนักและจิตสำนึกความรับผิดชอบให้กับนักเรียน 2. ผู้บริหาร และครูเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเรียน 3. ให้นักเรียนช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องเรียนและทิ้งขยะลงถังที่เตรียมให้ วิธีการประเมิน แบบสังเกต คุณธรรมเป้าหมาย ความรับผิดชอบ พฤติกรรมเชิงบวก นักเรียนมีความรับผิดชอบช่วยกันทำความสะอาดและไม่ทิ้งเศษขยะใน ห้องเรียน หลักการและหลักธรรม อิทธิบาท 4 - ฉันทะ มีใจรักในงานที่ทำ (เต็มใจทำ) - วิริยะ ความขยัน หมั่นเพียร(ขยันทำ) - จิตตะ ความเอาใจใส่ (มุ0งมั่นตั้งใจทำ) - วิมังสา ทบทวนหาเหตุผล ในสิ่งที่ได้รับ (เข6าใจทำ)


คำสอน/พระราชดำรัสของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับ ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการ พัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ความพอเพียง หมายถึงความพอประมาณ ความมี เหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิด จากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ความรอบคอบ และความ ระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และ ขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนัก ธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสานึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิต ด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความ รอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้ เป็นอย่างดี ความเชื่อมโยงสู่คุณธรรมอัตลักษณ์: จิตอาสา พฤติกรรมบ่งชี้เชิงบวก : ผู้บริหารและครูมีการปฏิบัติเป็น แบบอย่างที่ดีในเรื่องของความมีวินัยและรับผิดชอบ และเอาใจใส่ในให้นักเรียนในการเรียนการสอน การปฏิบัติตนของนักเรียน นักเรียนทำงานที่ได้รับมอบหมายตรงตามเวลาและห้องเรียนมีความสะอาด เรียบร้อย นักเรียนทิ้งชยะให้เป็นที่เป็นทาง มีการปรับปรุงห้องเรียนและสื่อการเรียนรู้ต่างๆภายในห้องเรียน จนทำให้เกิดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เชื่อมโยงสู0คุณธรรมอัตลักษณEของโรงเรียน คือ ความรับผิดชอบ) คุณธรรมอัตลักษณ2 คุณธรรมเป5าหมาย + พฤติกรรมบงชี้เชิงบวก (นักเรียน) ความรับผิดชอบ - ทิ้งขยะลงทุกครั้ง - ทำเวรประจำวันตามที่ได=รับมอบหมาย - นำสิ่งของที่มาใช=งานเก็บไว=ที่เดิม - รักษาทรัพยGสินที่เปHนของสIวนรวม - จัดระเบียบโตKะให=เรียบร=อย


วิธีการวัดผลและประเมินผล ตัวชี้วัด : นักเรียนมีมีความรับผิดชอบในการรักษาความสะอาดห้องเรียนทุกคน วิธีการประเมิน : การสังเกต เครื่องมือที่ใช้ในการประเมิน : แบบสังเกต ช่วงเวลาการประเมิน : สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ผังมโนทัศน2กระบวนการดำเนินงาน ๑. วิเคราะห2ปLญหา และเลือกปLญหา (พฤติกรรมไมIพึงประสงคG) สติ วง AAR สติ วง AAR ๒. จัดลำดับปLญหาที่ต=องแก=ไขดIวนที่สุด ๓. หาสาเหตุของปLญหา สติ วง AAR ๔. กำหนดเป?าหมายของการแก=ไขปLญหา (เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ) ๕. กำหนดชื่อโครงงาน (ชัดเจน เข=าใจงIาย) สติ วง AAR วง AAR สติ ๖. วิธีการแก=ปLญหา (แผนการสูIเปXาหมาย) ๗. นำหลักธรรมมาเปHนหลักคิด และเชื่อมโยงคุณธรรมอัตลักษณGของโรงเรียน สติ วง AAR สติ วง AAR ๙. กำหนดวิธีการวัดผลประเมินผล และสรุปผล สติ ๘. ดำเนินการโครงงานคุณธรรม วง AAR


ตารางคุณธรรมอัตลักษณ2โรงเรียนวัดบKานนา(ฟMนวิทยาคม) คุณธรรม เป5าหมาย พฤติกรรมบNงชี้/ขKอปฏิบัติ (จำแนกตามกลุNม) ผูKบริหาร ครู นักเรียน ความกตัญUู ดูแล ช0วยเหลือ ให6การ อุปการะ ตอบแทนคุณต0อผู6มี พระคุณ และสร6างชื่อเสียง ให6สถาบัน ยกย0องเชิดชู บุพการีครู อาจารยE และทุก คนที่มีส0วนร0วม มีจิต สาธารณะ ดูแล ช0วยเหลือ ให6การ อุปการะ ตอบแทนต0อผู6มี พระคุณ และรักษาชื่อเสียง สถาบัน ยกย0องเชิดชูบุพการี ครู อาจารยE และทุกคนที่มี ส0วนร0วม มีจิตสาธารณะ มีสัมมาคารวะ อ6อนน6อม สุภาพ ช0วยเหลืองานพ0อแม0 ครูอาจารยE สร6างชื่อเสียงให6 สถาบัน มีจิตสาธารณะ ซื่อสัตย2สุจริต จัดซื้อจัดจ6าง อย0างโปร0งใส รักษากาย วาจา ใจ อยู0ใน ความถูกต6อง ให6ความเสมอ ภาคต0อผู6ใต6บังคับบัญชา ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ วิชาชีพครู ไม0ทุจริตต0อ หน6าที่ รักษากาย วาจา ใจ อยู0ในความถูกต6อง ไม0ลอกการบ6าน ไม0ลักขโมย ไม0พูดเท็จ ไม0ทำร6ายผู6อื่น รักษากาย วาจา ใจ อยู0ใน ความถูกต6อง รับผิดชอบ ตรงเวลา มีความทุ0มเทใน การทำงาน เปWนแบบอย0างที่ ดี มีสติ ควบคุมอารมณE ไม0 ย0อท6อต0ออุปสรรคในการ บริหารงาน อุทิศเวลาส0วนตัว เพื่อประโยชนEส0วนรวม เปWน ผู6นำ บผิดชอบในเรื่องต0างๆ ทำงานด6วยความ กระตือรือร6น เสร็จตามเวลา และแสวงหาความรู6เพิ่มเติม อยู0เสมอ มีสติ ควบคุม อารมณE ไม0ย0อท6อต0อปZญหา จากงานและบุคคลรอบข6าง อุทิศเวลาส0วนตัวเพื่อ ประโยชนEส0วนรวม ให6ความ ร0วมมือในการทำงาน มาโรงเรียนสม่ำเสมอ ทำงานส0งเปWนประจำ และ ใฝ\หาความรู6ด6วยตนเอง มุ0งมั่น ตั้งใจทำงาน จน สำเร็จ สะอาด มีระเบียบ วินัย


บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญ ปัจจุบันความเจริญรุ่งเรืองทางด้านวัตถุและการเปลี่ยนแปลงของโลกาภิวัฒน์ เป็นสาเหตุที่ทำให้ สังคมโดยทั่วไป มีค่านิยมที่ให้ความสำคัญ ในการแสวงหาเงิน ทอง แสวงหาอำนาจ บารมีมากกว่าที่จะให้ ความสำคัญทางด้านจิตใจ สังคมในปัจจุบันจึงกลับเสื่อมโทรมลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ปัญหาต่าง ๆ ที่มี มากมาย ดังนั้นการปลูกฝังความสำนึก ให้กับบุคคล เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมจึงควรที่ จะเกิดขึ้นในสังคม ด้วยเหตุนี้ในปัจจุบัน จึงมีการกล่าวถึงคำว่า “ความรับผิดชอบ” เพื่อให้ผู้คนได้ตระหนัก ถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณะมากกว่าตนเอง หมายถึง ทุกคนต้องมีการให้มากกว่า การรับ เพราะสิ่ง เหล่านี้ ถ้าสามารถปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนัก สังคมย่อมได้รับแต่ความสุขอย่างแน่นอน คำว่า “จิตสาธารณะ” จึงมีความสำคัญต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของมนุษย์ โดยการปลูกฝังความสำนึกกับบุคคล ต่างๆ ให้มีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมหรือสาธารณะจะเป็นการสร้างคุณธรรม จริยธรรม ให้เกิด ขึ้นกับบุคคลโดยทั่วไป โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ประชาชนทั่วไป สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจากภายใน กายของคน "ความรับผิดชอบ" เป็นความสำคัญในการปลูกจิตสำนึกให้ผู้คนรู้จักการรับผิดชอบในหน้าที่ การตรงต่อเวลา การเสียสละ การร่วมแรงร่วมใจร่วมมือในการทำประโยชน์เพื่อสังคมและส่วนรวม อีกทั้ง จะช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นกับตนเองและสังคม การช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต อันจะเป็นหลักการในการ ดำเนินชีวิต เป็นการแก้ปัญหาและสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขกับสังคมอย่างได้ผลเป็นเชิงประจักษ์ ได้ การบูรณาการกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1. ความพอประมาณ ใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีในห้องเรียนอย่างประหยัด 2. ความมีเหตุผล รู้จักเลือกการใช้วัสดุในห้องเรียนให้เป็นประโยชน์ 3. ความมีภูมิคุ้มกันที่ดี ทำให้ห้องเรียนมีความสะอาด น่าดูน่าอยู่ น่ามอง เงื่อนไข 1. เงื่อนไขความรู้ รับรู้ถึงการปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบ ความสามัคคี 2. เงื่อนไขคุณธรรม มีความรับผิดชอบ มีจิตอาสา ในการทำความสะอาด ทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อส่วนรวมในสังคมปัจจุบัน


จุดมุ่งหมายของโครงงาน 1. เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าหรือการทำงานของนักเรียน 2. เพื่อสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบ ความสามัคคี 3. เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าสมบัติส่วนรวม 4. เพื่อปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา 5. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเห็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า - สถานที่ : ห้องเรียนชั้นป.5/3 - ระยะเวลา : สิงหาคม 25๖๕ ถึง กุมภาพันธ์ 2566 - กลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 จำนวน 39 คน ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 มีความรับผิดชอบ มีความสามัคคีในการรักษาความสะอาดของ ห้องเรียน


บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง โครงงานในครั้งนี้เป็นโครงงานคุณธรรมเรื่องห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเราของนักเรียน ระดับชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา 25๖๕ โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) ผู้จัดทำได้ศึกษาเอกสารและ โครงงานคุณธรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงงานดังนี้ ความรับผิดชอบ หมายถึง ภาระหรือพันธะผูกพันในการจะปฏิบัติหน้าที่การงานของผู้ร่วมงานให้ เป็นไปตามเป้าหมายขององค์การเนื่องจากบุคคลต้องอยู่ร่วมกันทำงานในองค์การ จำเป็นต้องปรับลักษณะ นิสัย เจตคติของบุคคลเพื่อช่วยเป็นเครื่องผลักดันให้ปฏิบัติงานตามระเบียบรู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและมีความซื่อสัตย์สุจริต คนที่มีความรับผิดชอบ จะทำให้การ ปฏิบัติงานไปสู่เป้าหมายที่วางไว้และช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปด้วยความราบรื่น ความรับผิดชอบจึง เป็นภาระผูกพันที่ผู้นำต้องสร้างขึ้นเพื่อให้องค์การสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างดีถ้าในองค์การใดมีบุคคล ที่มีความรับผิดชอบ จะทำให้เกิดผลดีต่อองค์การดังนี้คือ 1.องค์การจะได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจจากผู้ร่วมงานและผู้อื่น 2.การปฏิบัติงานจะพบความสำเร็จทันเวลาและทันต่อเหตุการณ์ภายใต้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา 3.ทำให้เกิดความเชื่อถือในตนเอง เพราะปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเรียบร้อย 4.องค์การเกิดความมั่นคงเป็นที่ยอมรับนับถือจากผู้อื่น 5.องค์การประสบความสำเร็จสามารถพัฒนาไปสู่ความเป็นปึกแผ่นและมั่นคง 6.สามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่นทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ความรับผิดชอบ หมายถึง การยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำใดๆทั้งที่ตนเองกระทำหรือผู้อื่น กระทำไม่ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือไม่จะสำเร็จหรือไม่ เช่น ความรับผิดชอบต่องานหรือหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติให้ สำเร็จลุล่วงตามที่ได้รับมอบหมายหรือที่ได้กำหนดไว้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ควรมีความรับผิดชอบ ซึ่งอาจ แตกต่างกันไปตามวัยวุฒิและคุณวุฒิความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดของผู้อยู่ในวัยเรียน คือ รับผิดชอบในการ เรียนการทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับการเรียนให้สำเร็จผลด้วยดีและการตั้งใจเรียนให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อ จะได้ใช้ความรู้ความสามารถนั้นประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ต่อไปในอนาคต ไม่ต้องพึ่งพาผู้อื่น ผู้ที่มี ความรู้จะไม่เป็นปัญหาแก่สังคมและจะสามารถช่วยให้สังคมเจริญขึ้นด้วย ส่วนผู้ที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ รับผิดชอบหน้าที่ของตนก็จะไม่มีความรู้อาจไม่มีอาชีพตกงาน หรือจะต้องประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองด้วย ความยากลำบาก คุณพ่อ คุณแม่ หรือผู้ปกครองย่อมมีความโทมนัสใจอย่างยิ่งและตนเองอาจเป็น ปัญหาของสังคมได้เด็กๆที่อยู่ในวัยเรียนควรรับผิดชอบงานเล็กๆน้อยๆ ที่คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ ปกครองมอบหมายให้ทำเช่น ดูแลคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย กวาดบ้าน ถูเรือน จัดโต๊ะอาหาร รดน้ำต้นไม้ ให้อาหารสัตว์เลี้ยง ฯลฯ การทำงานเห่านี้นอกจากจะช่วยแบ่งเบาภาระคุณ พ่อคุณแม่และผู้ปกครองแล้ว ยังจะช่วยให้มีโอกาสฝึกการทำงานมีโอกาสคิดหาวิธีทำงานให้สำเร็จเรียบร้อย และเกิดผลดีและยังได้ออกกำลังกายไปในตัวด้วย ทำให้มีสุขภาพดีด้วย การดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวทำ ให้มีความสุข และการให้อาหารสัตว์เลี้ยงจะทำให้เด็กมีความอิ่มเอมใจ ทำให้ชีวิตมีความสุขอันเกิดจาก การทำความดีของตนความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุดของคนเรา คือ ความรับผิดชอบต่อ ตนเอง การดูแล


ตนเองไม่ให้หลงไปในทางที่ผิด ให้เป็นคนดีของสังคม ให้มีคุณธรรมคิดดีพูดดีและทำดีความรับผิดชอบข้อ นี้ประเสริฐยิ่งนักเพราะจะช่วยทำให้ตนเองและสังคมมีความสุขความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่ดีงาม ทุกคนควร ฝึกฝนให้เกิดขึ้นในตน ถ้าเราปรารถนาความสุขไม่ต้องการพบความทุกข์ในอนาคต เราต้องเริ่มสร้างนิสัย รับผิดชอบตั้งแต่วันนี้ ข้อคิด 1. ทุกคนต้องมีความรับผิดชอบ 2. เราควรฝึกความรับผิดชอบตั้งแต่เด็กๆ 3. ความรับผิดชอบที่สำคัญที่สุด คือรับผิดชอบต่อตนเอง ผู้ทำโครงงานได้ศึกษาความรู้ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ 2.1 ความรู้เกี่ยวกับการความรับผิดชอบในหน้าที่ ขั้นตอนการมีความรับผิดชอบในการทำความสะอาดห้องเรียน 1. เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ไม้กวาด ถังขยะ น้ำยาทำความสะอาด ที่ตักขยะ 2. ช่วยกันทำความสะอาดตามบริเวณต่างของห้องเรียน ทิ้งขยะ และจัดของเข้าที่ให้เรียบร้อย 2.2การทำความดี 1. การทำความดีนั้นทุกคนสามารถทำได้และเป็นความจริงที่พวกเราต้องยอมรับว่า บางคนอยากจะ ทำความดีแต่ไม่รู้ว่าจะทำความดีได้อย่างไร เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างอัตคัด คือ ขัดสน ขาดแคลน ฝืดเคือง หรือยากจนในทรัพย์สินเงินทองเป็นอย่างมาก ในการทำความดีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพย์สินเงินทองเลยก็ได้ แม้จนในทรัพย์สิน แต่ผู้นั้นอาจเป็นผู้ร่ำรวยในน้ำใจอย่างยิ่งใหญ่มหาศาลก็ได้และอาจเป็นผู้ได้ชื่อว่า เป็นผู้ กตัญญูรู้คุณอย่างเยี่ยมยอด หรือยอดกตัญญูก็เป็นไปได้เช่นกัน 2. การทำความดีด้วยน้ำใจนั้น ทำได้ง่าย และ ทำได้ทันทีถ้ามีโอกาสคราวใดต้องแสดงความมีน้ำใจ ต่อผู้อื่นทันทียกตัวอย่าง เช่น ภายในบ้านที่อยู่อาศัย หรือสถานที่พักของเรา จะต้องทราบว่ามีใครอยู่ร่วม ด้วยหรือไม่ผู้ที่เราอยู่ร่วมด้วยนั้น จะเป็นใครก็ตาม เราต้องตั้งหลักยืดมั่นว่า เราจะต้องหาทุกวิถีทาง ที่จะ ทำตนให้เป็นประโยชน์แก่คนภายในบ้านของเราให้มากที่สุด ไม่ว่าเขาผู้นั้นจะเหนือกว่าเรา หรือเท่าเทียมกับ เรา หรือต่ำกว่าเราก็ตาม เราจะต้องช่วยเหลือเขา ช่วยงานของเขา ช่วยลดภาระให้แก่คนอื่น โดยเข้าช่วย รับภาระแทน อาทิช่วยเก็บสิ่งสกปรกทิ้ง ช่วยรักษาความสะดาดช่วยทำความสะอาดสิ่งต่างๆ เท่าที่เรา สามารถเข้าช่วยได้ในทุกโอกาส หรือแสดงความมีน้ำใจ โดยการยิ้มแย้มเข้าหาเขา ทักทายปราศรัยเขา ข่ม สติอารมณ์มิให้โกรธ มิใช้พลุ่งพล่าน เมื่อเขาทำสิ่งที่ไม่ดีต่อเรา และให้อภัยแก่ความไม่รู้และความโง่งมของ คนอื่น ที่หลงผิดทำสิ่งที่ไม่ดีโดยคิดอยู่แต่ในใจ ห้ามปริปากบอกเขาว่าให้อภัยในความโง่ของเขา เพราะจะ กลายเป็นการสร้างอารมณ์ให้เกิดการทะเลาะกัน จะต้องหลีกเลี่ยง ไม่ไปทะเลาะกับใคร หลีกเลี่ยงการพูดจา กระทบกระแทกแดกดันหลีกเลี่ยงการสร้างศัตรูโดยมีการข่มใจ มีความอดทน และอดกลั้นในสิ่งที่ไม่ดีที่มา กระทบอารมณ์มิตรในชาติปัจจุบันก็ตาม เป็นวิธีการสร้างฐานความคิดที่เราจะเป็นมิตรได้กับทุกคน สามารถให้อภัยเขาได้ในทุกสถานการณ์ไม่ผูกพยาบาทอาฆาตจองเวรกันอีกต่อไป


2.4 การสร้างเสริมจิตสำนึกต่อส่วนรวม รัญจวน อินทร์กำแหง ชี้ถึงแนวทางในการเสริมสร้างจิตสำนึกของคนในสังคมว่า จะต้องเกิดขึ้นได้ จากการคลุกคลีอยู่กับความถูกต้องการปลูกฝังอบรมการฝึกปฏิบัติการได้เห็นตัวอย่างที่ชวนให้ประทับใจ ปัจจัยเหล่านี้ค่อยๆโน้มนำใจของบุคคลให้เกิดจิตสำนึกที่ถูกต้องและการสร้างจิตสำนึกต่อส่วนรวมให้เกิดขึ้น จำต้องอาศัยสถาบันทางสังคมหลายส่วนเข้ามาร่วมมือกัน อาทิ 1. สถาบันการศึกษาการศึกษาเป็นรากฐานของการพัฒนาเป็นสิ่งที่ปฏิเสธกันไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นการ พัฒนาในรูปใดจำต้องเริ่มต้นด้วยการศึกษาจนมีการศึกษามากพอแก่สถานะแห่งตนที่จะสามารถปฏิบัติงาน หรือดำเนินชีวิตไปสู่ทิศทางที่ประสงค์การกำหนดเป้าหมายของการศึกษาให้ถูกต้องโดยธรรมชาติเพื่อนำไปสู่ การพัฒนาที่แท้จริง จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่มีผู้มีอำนาจในการบริหารการศึกษาพึงพิจารณาให้ลึกซึ้งให้ถ่อง แท้ให้รอบคอบ ให้ถูกต้องด้วยทัศนะที่กว้างไกล โดยมีจุดหมายรวบยอดว่า ต้องจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคน ให้มีจิตสำนึกเป็นมนุษย์ที ่เต็มที ่การจัดการศึกษาควรมุ่งเน้นที่การสร้างจิตสำนึกภายในคือการพัฒนา จิตสำนึกภายใน คือการพัฒนาจิตใจที ่เป็นรากฐานของความเป็นมนุษย์ไม ่ควรเน้นที ่การพัฒนาเพื่อ ความสำเร็จในวิชาชีพที่ปราศจากพื้นฐานทางจริยธรรมเพราะอาจจะเป็นการส่งเสริมให้บุคคลออกไป ประกอบวิชาชีพด้วยจิตสำนึกผิดพลาดแล้วก็ไปสร้างระบบการทำงานที่ผิดมีการเอาเปรียบผู้อื่นกอบโกย ความหลงตัวเองว่ามัวเมาวนเวียนแต่ในวังวนวัตถุ ที ่อาจจะก ่อให้เกิดการประหัตประหารกันในทุก วงการ การให้การศึกษาแก่ยุวชน ควรหยุดสร้างจิตสำนึกที่นิยมในวัตถุแต่เน้นการสร้างจิตสำนึกในทาง จริยธรรมให้หนักแน ่นเข้มแข็งยิ ่งขึ้นทุกระดับการศึกษาตั้งแต ่อนุบาลจนถึงอุดมศึกษาเพื ่อให้เป็นจิตที่ สามารถสร้างระบบถูกต้องเพื่อการดำรงอยู่ของสังคมโดยธรรมโดยเฉพาะการดำรงเน้นการฝึกอบรมให้รู้จัก ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่อย่างดีที่สุดฝีมือในทุกหน้าที่ในฐานะที่เกิดมาเป็นมนุษย์ด้วยความสำนึกว่าทุกหน้าที่มี คุณค่าและความสำคัญเท่าเทียมกัน 2. สถาบันศาสนา สถาบันทางศาสนาต้องเป็นผู้นำในการสร้างจิตสำนึกต่อส่วนรวมให้เกิดขึ้น ต้อง นำประชาชนกลับไปสู่คำสอนของพระพุทธองค์ที่ทรงเน้นให้เห็นแก่ประโยชน์สุขของสังคมเป็นใหญ่ ไม่ บริโภคเกินความจำเป็น หรือเพราะความอยาก มีความสันโดษ พอใจที่จะมีกินมีอยู่ มีใช้เท่าที่จำเป็น รู้จัก เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เจือจานแก่ผู้อื่น มีความเมตตาอาทรต่อกัน เห็นแก่ผู้อื่นเสมือนเห็นแก่ตนเอง รู้จักหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้อง สถาบันทางศาสนาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเป็นสถาบันที่ได้รับการเคารพบูชา แต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบัน เป็นสถาบันที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อจิตใจของประชาชนเพราะต่างได้ยึดถือ สถาบันนี้เป็นที่พึ่งทางใจมาอย่างเนิ่นนาน ฉะนั้นสถาบันทางศาสนาจึงอยู่ในฐานะที่จะช่วยสร้างสรรค์และ พัฒนาจิตใจของคนในสังคมให้หันเข้ามาอยู่ในความถูกต้องตามทำนองคลองธรรมและวิธีการพัฒนา จิตสำนึกให้เกิดขึ้นได้อย่างดีที่สุด ก็คือการสอนด้วยตัวเอง อันหมายถึง การที่ผู้อยู่ในสถาบัน องค์การทาง ศาสนา พึงต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างแก่คนในสังคมในด้านการช่วยเหลือส่วนรวม 3. สถาบันครอบครัว ความอบอุ่นของสถาบันครอบครัวมีความสำคัญเป็นอันดับแรกเพราะเป็น จุดเริ่มต้นที่ช่วยให้ทารกจะเกิดจิตสำนึกเห็นความสำคัญของส่วนรวม ความใกล้ชิดระหว่างพ่อแม่กับลูก จึง เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการเลี้ยงอบรมลูก เพราะความใกล้ชิดจะเป็นสื่อที่ทำให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและ กัน และกลายเป็นเกิดความเห็นใจซึ่งกันและกัน สถาบันครอบครัวจึงเป็นพื้นฐานของสังคม ถ้าครอบครัวมี แต่ความคลอนแคลน สังคมก็พลอยคลอนแคลนไปด้วย และเด็กที่เติบโตจากครอบครัวที่คลอนแคลนจะมี จิตสำนึกที่คลาดเคลื่อน การสอนและการอบรมจากสถาบันครอบครัว ควรดำเนินการให้สอดคล้องประสาน ไปในจุดหมายเดียวกันกับการสอนการอบรมของสถาบันการศึกษา และสถาบันทางศาสนา เพื่อปูพื้นฐาน


หรือฝังรากให้เด็กมีจิตสำนึกที่เป็นสัมมาทิฐิเสียตั้งแต่ยังเด็ก 4. สื่อมวลชน สื่อมวลชนเป็นสถาบันที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในการกระจายความคิดความรู้หรือสิ่ง ใดสิ่งหนึ่งสู่การรับรู้ของประชาชน ความร่วมมือจากสื่อมวลชนจะช่วยสร้างความเข้าใจช่วยสร้างจิตสำนึกที่ ถูกต้องให้แก่คนในสังคม เนื่องจากสื่อมวลชนนั้นมีบทบาทและอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างการรับรู้ที่ จะสั่งสมกลายเป็นจิตสำนึกของคนในสังคม การจัดการศึกษาเพื่อความเป็นพลเมืองจึงเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่ จะช่วยให้คนในสังคมมีจิตสำนึกต่อส่วนรวม ที่จะนำไปสู่การก่อตัวของประชาสังคมการจัดการศึกษาเพื่อ ความเป็นพลเมืองนี้มิได้หมายถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนสำหรับประชากรวัยเรียน หรือการจัดการการศึกษาแบบเป็นทางการในรูปแบบอื่นๆ แต่ยังหมายถึงกระบวนการเสริมสร้างการเรียนรู้ ทางตรงอย่างไม่เป็นทางการในชีวิตประจำวัน ซึ่งจำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสถาบัน และกระบวนการ ทางสังคมทีหลากหลายและต่อเนื่องทั้งในส่วนของสถาบันการศึกษาสถาบันครอบครัว องค์การเอกชน และ องค์กรประชาสังคม ฯลฯ


บทที่ 3 ขั้นตอนวิธีในการดำเนินงาน โครงงานคุณธรรมในครั้งนี้ เป็นโครงงานเรื่องห้องเรียนสะอาดสวยด้วยมือเรา ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5/3 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. กลุ่มตัวอย่าง 2. ขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม 3. เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงาน 4. การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล กลุ่มตัวอย่าง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 39 คน ขั้นตอนและวิธีการดำเนินงาน การวางแผนก่อนการปฏิบัติงาน 1. ตั้งชื่อกลุ่ม 2. แต่งตั้งหน้าที่และกรรมการการดำเนินงาน - ประธาน : มีหน้าที่ควบคุมกิจกรรมทั้งหมด - รองประธาน : มีหน้าที่ช่วยควบคุมกิจกรรมทั้งหมด - กรรมการ : มีหน้าที่เก็บข้อมูลและดูแลการดำเนินงานร่วมกัน 3. แบ่งงานกันรับผิดชอบ 4. ตั้งกติกาการทำกิจกรรมของสมาชิกในกลุ่ม ในเรื่องของ เวลา การปฏิบัติแนวทาง แก้ปัญหา การปฏิบัติงานตามขั้นตอน เดือน สิงหาคม 2565 – มีนาคม 2566 ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 07.30 น.-08. น. และ 15.30 -16.00 น. 1. สมาชิกช่วยกันเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการทำความสะอาดห้อง 2. สมาชิกทุกคนพร้อมกันแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบ ทำในการทำความสะอาดห้องตามที่ได้รับ มอบหมายให้สะอาดเรียบร้อย เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงาน แบบสังเกต


บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน ผลการดำเนินงาน จากการจัดกิจกรรมตามโครงงานคุณธรรมเรื่องห้องเรียนสะอาดสวยด้วยมือเรา ตามที่กำหนดใน คณะผู้จัดทำไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้นั้นเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่ใน โรงเรียน และบ้าน ของผู้จัดทำ ผลจากการดำเนินกิจกรรมตามโครงงานห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเรา ทำให้นักเรียนตระหนักใน การมีจิตสำนึก ความรับผิดชอบในหน้าที่ความสามัคคีรักษาทรัพย์สินของส่วนรวมในการช่วยกันรักษา ความสะอาดความสะอาดของห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนที่น่าอยู่น่าดูน่ามองให้นักเรียนทุกคนมาใช้ ห้องเรียนในบรรยากาศที่ดีพร้อมเรียน และเป็นการทำความดีอย่างหนึ่งโดยไม่หวังผลตอบแทน


บทที่ 5 สรุปผลและอภิปราย และข้อเสนอแนะ ในการทำโครงงานคุณธรรมครั้งนี้เรื่องห้องเรียนสะอาดสวยด้วยมือเรา ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5/3 ผู้จัดทำได้เสนอผลการทำโครงงานตามลำดับดังนี้ 1. จุดมุ่งหมายของโครงงาน 2. กลุ่มเป้าหมาย 3. เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงาน 4. สรุปผลการทำโครงงาน 5. การอภิปรายผล 6. ข้อเสนอแนะ จุดมุ่งหมายของโครงงาน 1. เพื่อส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าหรือการทำงานของนักเรียน 2. เพื่อสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบ ความสามัคคี 3. เพื่อให้นักเรียนเห็นคุณค่าสมบัติส่วนรวม 4. เพื่อปฏิบัติตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา 5. เพื่อให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเห็นแนวทางในการดำเนินชีวิตประจำวัน กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/3 โรงเรียนวัดบ้านนา(ฟินวิทยาคม) ปีการศึกษา 2565 จำนวน 39 คน มีความรับผิดชอบในการช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการทำโครงงาน แบบสังเกต สรุปผลการทำโครงงาน จากการดำเนินกิจกรรมตามโครงงานห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5 ปีการศึกษา 25๖๕ พบว่า นักเรียนในกลุ่มมีความตระหนักในความรับผิดชอบ ความสามัคคีในการ ช่วยกันรักษาความสะอาดของห้องเรียน ส่งผลให้การดำเนินงานโครงงานประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทั้งนี้ครูผู้ปกครอง เป็นผู้ให้ความรู้เป็นต้นแบบในการสร้างความรับผิดชอบ และให้กำลังใจ ให้คำแนะนำ ปรึกษา รวมทั้งการจัดทำโครงงานและสรุปผลการปฏิบัติงาน รวมทั้งทราบถึงปัญหาอุปสรรคในการทำงาน และหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน อภิปรายผลการดำเนินงาน ในการทำโครงงาน เรื่องห้องเรียนสะอาดด้วยสองมือเรา คณะผู้จัดทำคือนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมใดๆทั้งสิ้น วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้นั้นเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มี อยู่ในห้องเรียน และบ้าน ของผู้จัดทำ การดำเนินงานของนักเรียนสมาชิกในกลุ่มได้สำเร็จแล้ว ด้วยความ


ความรับผิดชอบในหน้าที่ของทุกคน มีความสามัคคีการให้ความร่วมมือรวมถึงน้ำพักน้ำแรงของทุกคนใน กลุ่มที่ช่วยกันทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี และการจัดกิจกรรมนี้ยังส่งผลให้ห้องเรียนสะอาดเรียบร้อยเป็น ห้องที่น่าดูน่าอยู่ น่ามอง และมีบรรยากาศน่าเรียน ข้อเสนอแนะ 1. เพิ่มจำนวนสมาชิกจากกลุ่มให้มากขึ้นเพื่อสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน 2. เพิ่มสถานที่ในการสร้างความรับผิดชอบในกิจกรรมโครงงาน 3. รับบริจาควัสดุอุปกรณ์ในการทำความสะอาด


ภาคผนวก


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


ภาพการจัดกิจกรรม


บรรณานุกรม ความรับผิดชอบ .หนังสือเรียนสาระการเรียนรู้พื้นฐาน วิวิธภาษาชั้นม.2 บทที่ 7 ตั้งแต่หน้า 87-97 วรัณญา.ผลตอบแทนของการทำความดี. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพมหานคร;อักษรเจริญทัศน์,2542


Click to View FlipBook Version