The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-11 23:41:14

รายงานประวัติการบิน

เอกสาร26งาน (1)

ประวัติการบิน

จนั ทิมา แสงสกุล กลมุ่ 4 รหัศนกั ศกึ ษา 116410104015-5
น้ำฟ้า วงศา กล่มุ 4 รหศั นกั ศึกษา 116410104070-0

รายงานน้ีเป็นส่วนหนง่ึ ในการศกึ ษาคน้ ควา้ สารนเิ ทศและการเขียนรายงานทางวชิ าการ
ภาควชิ าอตุ สาหกรรมการบรกิ ารการบิน คณะศลิ ปศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564



ประวัติการบิน

จนั ทิมา แสงสกุล กลมุ่ 4 รหัศนกั ศกึ ษา 116410104015-5
น้ำฟ้า วงศา กล่มุ 4 รหศั นกั ศึกษา 116410104070-0

รายงานน้ีเป็นส่วนหนง่ึ ในการศกึ ษาคน้ ควา้ สารนเิ ทศและการเขียนรายงานทางวชิ าการ
ภาควชิ าอตุ สาหกรรมการบรกิ ารการบิน คณะศลิ ปศาสตร์
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบรุ ี
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564

คำนำ

รายงานเร่อื งนีจ้ ัดทำขึน้ เพ่อื การศึกษาเกีย่ วกับประวัติการบิน
ประวตั ิความเป็นมาในเร่อื งของเคร่ืองบินประเภทของอากาศยานเพือ่ ใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจมากข้ึ
นและยงั มีการสอด แทรกเน้อื หาประเภทของเครื่องบิน การทีผ่ ้จู ัดทำเลือกทำเร่ือง
"ประวตั ิการบนิ "
ซ่ึงเป็นเนื้อหาทอี่ ธบิ ายให้เขา้ ใจถึงเรื่องการบนิ เกิดขึ้นมาได้อยา่ งไรและกวา่ จะเปน็ เคร่อื งบินลำแรก
ตอ้ งผ่านการคดิ การซ่อมแซมพฒั นาอยา่ งไรมาบา้ งและมบี คุ คลใดเปน็ บุคคลสำคัญบา้ ง

รายงานเลม่ นี้ กล่าวถึงเนอ้ื หาเกย่ี วกบั การบนิ เกดิ ขึ้นไดอ้ ย่างไร
การเกดิ ของเคร่ืองบินลำแรก ประเภทของทา่ อากาศยาน และประเภทของเครอ่ื งบิน
เหมาะสำหรบั ผู้ทตี่ อ้ งการเรยี นรเู้ ก่ียวกบั ประวตั ขิ องการบนิ และข้อมลู สำคญั ของการบนิ

ขอขอบคณุ ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร. พนิดา สมประจบ
ที่กรณุ าใหค้ วามรู้และคำแนะนำโดยตลอด
และขอขอบคุณเจ้าของเว็บไซต์และเจ้าของหนงั สอื ที่ใหค้ วามสะดวกในการคน้ หาข้อมลู
ที่ผู้เขียนใชอ้ า้ งองิ ทกุ ท่าน หากมีขอ้ บกพรอ่ งประการใด ผ้เู ขียนขอน้อมรับไว้เพอื่ ปรับปรุงตอ่

จนั ทมิ า แสงสกุล

น้าฟ้า วงศา

14 มีนาคม 2565

สารบัญ
หน้า

คำนำ................................................................................................................................ ก
สารบญั ภาพประกอบ.......................................................................................................
บทที่

1 บทนำ...........................................................................................................
1.1 การบินเกดิ ขน้ึ ไดอ้ ยา่ งไร.....................................................................

2 การเกิดของเครือ่ งบินลำแรกของโลก...........................................................
3 ประวัติการบนิ ของไทย.................................................................................
4 ประเภทของอากาศยาน...............................................................................

4.1 อากาศยานประเภทเบากว่าอากาศ...................................................
4.2 อากาศยานประเภทหนักกว่าอากาศ...................................................
5 เครื่องบินไดอ้ ยา่ งไร.......................................................................................
6 สว่ นสำคัญของเคร่อื งบิน................................................................................
6.1 ลำตัวเครื่อง.........................................................................................
6.2 ปีก.......................................................................................................
6.3 หาง.....................................................................................................

สารบัญ (ต่อ)

6.4 ใบพดั ..................................................................................................
6.5 ฐานล่าง...............................................................................................
7 สรปุ ..................................................................................................................

สารบัญภาพประกอบ
ภาพที่ หน้า

1 Langley's Aerodrome..................................................................................
2 One of Lilienthal's Gliders.........................................................................
3 The Wright Brother's Flyer.........................................................................
4 เครื่องบินลำแรกของโลก..................................................................................
5 การทดสอบบนิ .................................................................................................
6 รูปแบบเครอ่ื งบนิ ในปัจจุบัน.............................................................................
7 รปู แบบเครือ่ งบินในปัจจบุ ัน.............................................................................
8 เครอ่ื งบนิ แบบเออรว์ ลิ ล์ ไรท์...........................................................................
9 นายพลอากาศ 3 นาย.....................................................................................
10 เครือ่ งบนิ โดยสารพลเรือน ของบริษัทเดนิ อากาศไทย จำกัด.........................
11 เคร่อื งบนิ โดยสารพลเรือน ของบรษิ ัทการบินไทย.........................................
12 อากาศยาน....................................................................................................
13 อากาศยานเบากวา่ อากาศ............................................................................
14 ประเภทอากาศยานหนักกวา่ อากาศ............................................................
15 บอ่ เกดิ แห่งกาํ ลงั ของเคร่อื งยนตไ์ อพน่ ..........................................................
16 บ่อเกดิ แห่งกําลังของเครือ่ งยนต์ 9 สบู รปู ดาว

สารบญั ภาพประกอบ (ตอ่ )
ภาพท่ี หน้า

17 เครอื่ งบงั คับ และการเชื่อมโยงมายงั ที่น่ังนกั บนิ ...............................................
18 ลาํ ตวั ท่ีกําลงั สรา้ ง.............................................................................................
19 สว่ นตา่ ง ๆ ของลําตวั ........................................................................................
20 ส่วนสําคัญของเครอ่ื งบินเครือ่ งยนต์เดียว ปีก 2 ชั้น.........................................
21 เครอ่ื งบนิ ไอพ่นส่เี ครือ่ งยนต.์ ............................................................................
22 เครื่องบินไอพ่นสามเครือ่ งยนต์ แสดงสว่ นประกอบตา่ ง ๆ.................................
23 เคร่ืองบนิ ไอพน่ สามเคร่ืองยนต์ แสดงส่วนประกอบตา่ ง ๆ.................................
24 แรงต้าน..............................................................................................................
25 ภาพจำลอง.........................................................................................................
26 ภาพจำลอง.........................................................................................................
27 แผนภาพแสดงการเชอ่ื มโยงสว่ นบงั คับทหี่ าง.....................................................
28 ลักษณะใบพัดเคร่ืองบนิ .....................................................................................
29 สว่ นประกอบดา้ นฐาน.......................................................................................

บทที่ 1
บทนำ

ความสวยงามและความเปน็ อสิ ระในการเคล่อื นทไ่ี ปได้ทุกทิศทางเหนือสิง่ กดี ขวางของนกเปน็ แรงจูงใจและเปน็
ส่ิงท่ดี ึงดูดให้มนุษยเ์ ราอยากบินไดอ้ ย่างนกแมว้ า่ ธรรมชาติจะไม่ได้สร้างใหม้ นษุ ย์เรามปี กี เหมอื นนกแตม่ นุษยไ์ ด้
พยายามค้นหาวธิ กี ารท่ีจะบินได้เฉกเชน่ เดยี วกบั นก ดังจะเห็นได้จากประวัตศิ าสตรก์ ารบิน ดังต่อไปน้ี
1.1 การบินเกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งไร

ค.ศ.1452-1519 เลโอนาโด ดา วนิ ชี (Leonardo da Vinci) ศกึ ษารายละเอยี ดการบนิ ของนกและ
วาดรปู จำลองตา่ งๆ ไว้กว่า 100 ภาพ ซงึ่ เฮลิคอปเตอรท์ ใ่ี ชใ้ นยคุ ปัจจุบันมตี ้นแบบมาจากแนวคดิ ของเขาเอง

ค.ศ.1783 พีน่ ้องตระกลู มงต์โกลฟเิ ย (Joseph and Jacques Montgolfier) ไดค้ ิดทำบอลลนู
ทีเ่ บากว่าอากาศ โดยเตมิ ส่ิงท่เี บากว่าอากาศเพอ่ื ให้เกดิ แรงยกท่เี บากว่าอากาศ มีหลายชนิดไดแ้ ก่ ไอนำ้
กา๊ ซไฮโดรเจน ต่อจากนัน้ ได้มกี ารคิดค้นเครอื่ งกลท่เี บากวา่ อากาศและผู้ที่ประสบความสำเร็จในการสรา้ ง
อากาศยานทเ่ี บากวา่ อากาศ คือ เคาน์ แฟร์ดินานด์ ฟอน เชปปลนิ (Count Ferdinand von Zeppelin)
(ประวัตกิ ารบนิ , 2560 : ออนไลน์)

ค.ศ.1804 จอรจ์ เคลีย์ (George Cayley) ศึกษาการบนิ ของนกได้ออกแบบเคร่อื งร่อน
โดยใชห้ ลักการจากว่าวกระดาษ สามารถรอ่ นไปได้ไกลถึง 60 ฟตุ ตอ่ มาไดส้ รา้ งเตม็ รปู แบบและประสบ
ความสำเร็จในการรอ่ นจากเนินโดยไมม่ คี นบงั คบั ในปี ค.ศ.1809 ไดต้ พี ิมพ์ผลงานเร่ืองการเดินอากาศ ซ่ึง
อธบิ ายถึงปญั หาของการบินอยทู่ ี่การทำให้พน้ื ผิวรับน้ำหนักท่ีกำหนดได้ โดยใชก้ ำลังตา้ นกบั แรงตา้ นของ
อากาศ

ภาพท่ี 1 Langley's Aerodrome (พีรวทิ ย์ อนุ่ ใจ, ม.ป.ป : ออนไลน)์

ค.ศ.1891 แซมมวล แลงลยี ์ (Samuel Langley) ไดท้ ำการทดลองเรอื่ งกฎการรับนำ้ หนักของแพน
อากาศ โดยใชโ้ ต๊ะหมนุ รอบๆ ตวั ทปี่ รับให้มุมชันขึ้นทีล่ ะขัน้ ๆ ได้ และสร้างเครื่องบนิ จำลองปกี สองชั้น มีหาง
และตดิ เรือ่ งยนต์ ตอ่ มาไดร้ บั ทุนให้สรา้ งเคร่อื งบิน 2 ปีกขนาดใหญ่ แต่ไมป่ ระสบความสำเรจ็ ภายหลังจงึ
ล้มเลกิ ไป (ประวตั กิ ารบนิ , 2560 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 2 One of Lilienthal's Gliders (พรี วทิ ย์ อุ่นใจ, ม.ป.ป : ออนไลน)์

ค.ศ.1891 ออตโต ลิเลียนธาล (Otto Lilienthal) เป็นผู้สรา้ งเคร่ืองร่อนคนแรกของโลกเขาทำการบิน
รอ่ นมากกว่า 2,500 ครั้ง เครื่องรอ่ นของเขาใชห้ ลักแขวนตนเองไว้ทกี่ ง่ึ กลาง และใช้วิธีขยับตัวไปมาเพื่อถ่วง
นำ้ หนักใหเ้ ครอ่ื งรอ่ นไปในทิศทางทีต่ อ้ งการ เขาเสยี ชีวิตเมอ่ื อายุ 48 ปี เน่ืองจากเคร่ืองร่อนตกกระทบพืน้ แต่
การทดลองของเขาถือเป็นต้นแบบในการสร้างเครอื่ งบนิ รุ่นต่อๆ มา (ประวัตกิ ารบิน, 2560 : ออนไลน)์

ภาพท่ี 3 The Wright Brother's Flyer (พีรวิทย์ อนุ่ ใจ, ม.ป.ป : ออนไลน์)

ค.ศ.1900 สองพ่ีน้องตระกูลไรต์ (Orville and Wilbur Wright) เริ่มทดลองด้วยเครื่องรอ่ นซึ่งสรา้ งขึ้น
โดยใชข้ อ้ มลู ของออตโต ลิเลยี นธาล แต่การทดลองบินในช่วงน้ันประสบความล้มเหลวโดยตลอด ตอ่ มาทัง้ คู่
ตดั สินใจสร้างปีกขนึ้ มาโดยใชข้ ้อมลู ทตี่ นเองได้ศกึ ษา และสรา้ งเครอื่ งร่อนทม่ี ีความยาวของปกี ถงึ 32 ฟตุ และ
กวา้ ง 5 ฟุต ถือเป็นยานลำแรกทส่ี ามารถควบคุมการบนิ ไดท้ ุกทิศทาง โดยไดท้ ำการทดลองบอนมากกว่า 800
เท่ยี ว ทค่ี ติ ตี ฮอวก์ (Kitty Hawk) และสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนได้ จากนน้ั ในปี ค.ศ.1903 ทง้ั สองได้
ออกแบบยานใหม่ เป็นเครอ่ื งบนิ สองเครื่องยนต์ ปีกสองชั้น โดยนำเคร่อื งยนตก์ ำลัง 12 แรงมา้ มาติดไวท้ ก่ี ลาง
ปกี สองชัน้ ถอื เปน็ กำเนิดของ "The Kitty Hawk Flyer" และได้ทดลองบินเม่อื วันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.1903 ณ
มลรัฐแคโรไลนา สหรฐั อเมรกิ า ถอื เป็นประวัตศิ าสตร์การบนิ คร้งั สำคญั ทอี่ ากาศยานประเภทหนักกวา่ อากาศ
บินไดส้ ำเรจ็ หลงั จากนั้นเป็นต้นมา ได้มกี ารประดษิ ฐค์ ิดค้นเครอ่ื งบนิ หลากหลายรูปแบบจนถึงปัจจุบัน
(ประวัตกิ ารบนิ , 2560 : ออนไลน)์

บทท่ี 2

การเกดิ ของเคร่อื งบนิ ลำแรกของโลก

อยา่ งท่ีเรารู้กันวา่ เครื่องบินลำแรกของโลก ถกู สร้างขน้ึ โดยพนี่ ้องตระกลู ไรท์ ออร์วิลล์ ไรท์ (Orville
Wright) และ วิลเบอร์ ไรท์ (Wilbur Wright) แมว้ า่ กอ่ นหน้านี้จะมผี ู้คนมากมายทพ่ี ยายามสร้างประวัติศาสตร์
ของการติดปีกให้กับมนุษย์แตส่ องพ่นี ้องตระกูลไรท์กเ็ ป็นเจ้าแรกทไี่ ด้รับยกยอ่ งว่าเป็นผ้ตู ิดปีกให้กบั มนษุ ย์ซ่งึ
แตเ่ ดมิ ทพี ่นี ้องตระกลู ไรทเ์ ป็นเจ้าของร้านจกั รยานแต่เนอื่ งจากพวกเขาสนใจเรื่องการบนิ มาต้งั แตเ่ ดก็ จงึ ใชเ้ วลา
ว่างหลังจากการดูแลรา้ นจักรยานในการคิดค้นประดษิ ฐ์เคร่ืองบินและในทส่ี ุดพวกเข้ากส็ ร้างเครือ่ งบนิ ลำแรก
ของโลกไดส้ ำเรจ็ และให้ช่ือวา่ “Wright Flyer” (ชวธรี ์ รัตนดลิ ก ณ ภูเกต็ , 2560 : 17)

ภาพที่ 4 เครอื่ งบนิ ลำแรกของโลก (วิกพี เี ดีย ,2560 : ออนไลน์)

ปี ค.ศ. 1903 พี่น้องตระกลู ไรทไ์ ดส้ ร้าง Wright Flyer ขนึ้ มา ทงั้ คไู่ ดท้ ำการทดสอบบิน 3 คร้งั ครงั้ แรก
เครอ่ื งบินทรงตัวอยกู่ ลางอากาศไดเ้ ปน็ ระยะเวลาถึง 12 วนิ าที และบนิ ไกลจากจดุ นำเครอื่ งขึน้ 120 ฟุต และ
ครงั้ ทีบ่ ินไดน้ านทส่ี ดุ คือเครอ่ื งบินทรงตวั อยู่ในอากาศได้นานถึง 59 วนิ าที และบนิ ไดไ้ กลจากจุดนำเคร่อื งข้นึ
ถงึ 852 ฟตุ จากนนั้ ท้งั สองกไ็ ด้พัฒนาเคร่อื ง Wright Flyer และ Wright Flyer ซง่ึ มีการควบคมุ ทด่ี ีกว่าขน้ึ มา
วลิ เบอร์เปน็ ผ้ขู ับเครื่อง Wright Flyer ไปไดไ้ กลถึง 24.5 ไมล์ และลงจอดได้อย่างปลอดภัย
(ชวธรี ์ รัตนดลิ ก ณ ภูเกต็ , 2560 : 18)

ภาพท่ี 5 การทดสอบบนิ (วิกพี เี ดีย,2560 : 19)

หลังจากทีไ่ ด้จดสทิ ธบิ ัตรเรยี บร้อย ท้งั คกู่ ไ็ ดก้ อ่ ต้งั บริษทั ไรท์ คอมปานี ข้ึนในปี ค.ศ. 1909โดยดำเนนิ
ธุรกิจผลิตเคร่ืองบินและฝกึ สอนนกั บินใหม่ ต่อวลิ เบอร์เสยี ชีวติ ในปี ค.ศ. 1912 จากไขไ้ ทฟอยด์ ส่วนออรว์ ิลล์
ขายบรษิ ทั ไรท์ คอมปานี ในปี 1915 และเขา้ ทำงานราชการในหน่วยงานดา้ นการบิน โดยรบั ตำแหน่งใน
คณะกรรมการท่ีปรกึ ษาด้านการออกแบบและสรา้ งอากาศยานแห่งชาติ (National Advisory Committee
for Aeronautics) ซ่งึ องคก์ รน้ีไดก้ ลายมาเปน็ องคก์ ารนาซา่ (NASA) ในปี ค.ศ. 1948 ออร์วิลล์กไ็ ดเ้ สียชีวติ ลง
และไม่ได้มที ายาทสืบสกลุ เลย (เครื่องบนิ ลำแรกของโลก, 2561 : ออนไลน)์

และจากตน้ แบบเครอื่ งบนิ ของสองพนี่ ้องตระกลไู รท์ กไ็ ด้เปน็ ตน้ แบบใหก้ ับเครื่องบนิ อีกหลายๆ
รูปแบบท่ีมีอยใู่ นปจั จบุ นั จึงกล่าวได้ว่าสองพน่ี ้องตระกลไรท์ นนั้ เปน็ ผู้ติดปกี ให้กับมนุษย์โลกอยา่ งแทจ้ รงิ

ภาพท่ี 6 รูปแบบเคร่อื งบนิ ในปจั จบุ นั (สุรดา เอย่ี มเกริก, ม.ป.ป : ออนไลน)์

ภาพที่ 7 รปู แบบเครือ่ งบนิ ในปจั จุบนั (สุรดา เอย่ี มเกรกิ , ม.ป.ป : ออนไลน)์

บทท่ี 3
ประวัติการบนิ ของไทย
ประเทศไทยมคี วามม่งุ มั่นในเรอ่ื งการพัฒนาเมอ่ื โลกเรม่ิ มเี ครอื่ งบินไทยกไ็ ด้พยายามใหม้ บี ้าง ในปีพ.ศ.
2454 ได้มผี ้นู ำเอาเครอ่ื งบนิ แบบ ออรว์ ลิ ล์ ไรท์ มาบนิ แสดงให้ประชาชนชม ทส่ี นามม้าสระปทุม (ปัจจบุ นั เปน็
ราชกรีฑาสโมสร) พลอากาศโทพระยาเฉลิมอากาศ ผู้ซ่ึงไดร้ ับการ ยกย่องวา่ เปน็ บรรพบุรุษของกองทพั อากาศ
นักบนิ คนแรกของไทย กไ็ ด้ทดลองบนิ ในการแสดงคร้งั นีด้ ้วย

ภาพท่ี 8 เครอื่ งบนิ แบบเออร์วลิ ล์ ไรท(์ ประดับ ไตรคดุ , 2561 : ออนไลน)์

พลเอกสมเด็จพระเจา้ น้องยาเธอ เจา้ ฟา้ กรมหลวงพิษณโุ ลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก
ไดด้ ำรจิ ดั ตงั้ หน่วยบนิ ขึ้น เพ่ือปอ้ งกนั ประเทศไทยตามความจำเป็น ดงั นัน้ พระองคจ์ ึงทรงเลอื ก นายพนั ตรี
หลวงศกั ดิ์ศัลยาวธุ (สุณี สวุ รรณประทปี ) นายร้อยเอก หลวงอาวุธลิขกิ ร (หลง สินสขุ ) และนายรอ้ ยโททพิ ย์
เกตทุ ตั ไปศึกษาวชิ าการบิน ณ ประเทศฝร่งั เศสจนสำเร็จ (มานพ สรุ ยิ ะ, 2561 : 23)

นกั บินไทยทดลองบนิ ด้วยเครอื่ งแบบนิเออปอรต์ เป็นครั้งแรก ที่สนามม้าสระปทุม เม่อื วนั ท่ี 29
ธนั วาคม พ.ศ. 2456ในระหว่างนี้ ประเทศไดส้ งั่ ซอ้ื เคร่ืองบินเบรเกต์ (ฺBreguet) ปีกสองชั้น 3 เครือ่ งเคร่ือง บิน
นิเออปอรต์ (Nieuport) ปีกชนั้ เดียว 4 เครอ่ื ง เจ้าพระยาอภยั ภเู บศร (ชุม่ อภัยวงศ)์ ซ้ือเบรเกต์ใหอ้ กี 1 เครือ่ ง
ดังนั้นในปี พ.ศ.2456 เคร่ืองบิน 8 เครือ่ งนี้ พร้อมท้ังนายทหารไทยทง้ั สามนาย ซง่ึ เปน็ "มนษุ ยอ์ ากาศไทยชดุ
แรก" จงึ จดั เข้าประจำการเปน็ หน่วยบินแรกของกองทพั ไทย

นักบินไทย บนิ ดว้ ยเครื่องบินแบบเบรเกต์ไปลงเป็นปฐมฤกษ์ เปิดสนามบินดอนเมอื ง เมือ่ วนั ท่ี 4
มีนาคม พ.ศ.2457 ทสี่ นามม้าสระปทมุ วันท่ี 29 ธันวาคม พ.ศ 2457 นกั บนิ ไทยไดท้ ดลองบินเครอ่ื งบินของ
ไทยเป็นคร้ังแรกปรากฏว่าสนามม้าสระปทุมไม่สะดวก เพราะแคบไป และเป็นท่ลี มุ่ น้ำท่วมในฤดูฝน พระยา
เฉลมิ อากาศจงึ เสาะแสวงหาพ้นื ท่ีอื่นรอบๆ พระนคร ในท่ีสดุ ท่านก็เลือกดอนเมือง ซึ่งไม่ไกลนกั และตามปกติ
น้ำก็ไมท่ ่วม ใชท้ ำการบินได้สะดวกตลอดปี ดงั น้นั ในวันที่ 8 มนี าคม พ.ศ. 2457

เคร่ืองบนิ ของกองบนิ ไทยกร็ อ่ นลงเป็นปฐมฤกษ์ เปดิ สนามบนิ ดอนเมือง อนั เปน็ ฐานทพั อากาศมา
จนถึงปัจจุบนั นี้ (ประวัตกิ ารบนิ ของไทย, 2562 : ออนไลน)์

ด้วยอุตสาหะและวริ ิยะอย่างแรงกล้าของผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าทีท่ ุกคนเครอ่ื งบินปีกสองชั้นของ
เราลำแรก ซึง่ ผลิตออกมาจากโรงงานทีด่ อนเมอื ง ไดบ้ ินข้นึ สู่อากาศใช้ราชการไดด้ ี ดว้ ย วัตถพุ ืน้ เมืองและฝีมือ
ช่างไทย เวน้ เคร่อื งยนต์ ซึ่งตอ้ งส่งั ซ้ือจากต่างประเทศ

พระบาทสมเดจ็ พระมงกุฏเกล้าเจา้ อยู่หวั ไดเ้ สด็จเยย่ี มและเสดจ็ ประทบั เสวยพระกระยาหารกลาง
วันที่หนว่ ยบินดอนเมืองเมอ่ื วนั ท่ี 2 ธันวาคม พ.ศ. 2457 ทรงมพี ระราชดำรสั ชมเชยและขอบใจเจา้ หนา้ ทท่ี กุ
คนผู้รว่ มงานการผลิตข้ึน จนใช้ในราชการได้เป็นผลสำเรจ็

พลอากาศเอก ทวี จุลละทรพั ย์ พลอากาศเอก บุญชู จนั ทรุเบกษา และพลอากาศโท มานพ สุริยะ
คณะนายพลอากาศไทย 3 นาย กำลงั ศึกษาแผนปูมเดินอากาศจากเจ้าหน้าที่อเมริกันกอ่ นขนึ้ ขับเครื่องบินไอ
พ่นคนละเครอื่ ง กลบั ประเทศไทย (มานพ สุรยิ ะ, 2561 : 25)

ภาพที่ 9 นายพลอากาศ 3 นาย (ประดับ ไตรคดุ , 2561 : ออนไลน์)

กิจการการบนิ ของไทยได้พัฒนาและขยายจากเครื่องบิน 8 เครอื่ ง นกั บนิ 3 นาย ในสมัยเรมิ่ แรกจน
กลายเป็นกองทพั อากาศ เมอื่ เดือนเมษายน พ.ศ. 2480 และได้มีหน่วยเครอ่ื งบินไอพน่ เป็น ครงั้ แรก โดยคณะ
นายพลอากาศไทย 3 นาย ไดไ้ ปรบั มอบเคร่ืองบนิ ไอพ่นหนง่ึ หมู่จากฐานทพั อเมริกนั ในประเทศญป่ี ุ่น แลว้ ต่าง
กข็ บั มาเองคนละเคร่ืองเมอ่ื เดอื นสิงหาคม พ.ศ. 2498 ขณะน้เี รามกี ำลังทางอากาศหลายร้อยเครื่อง มี
ข้าราชการทหารอากาศหลายหม่นื คน และ สามารถทำการรบทางอากาศ ทำการรบรว่ มกับกองทัพบก
กองทพั เรือ เพอื่ ป้องกันประเทศได้ เป็นอย่างดี เครอ่ื งบินรบไอพน่ สองเครือ่ งยนตม์ ีความเรว็ เหนอื เสยี ง มีอาวุธ
จรวด ปืน และลูกระเบิด ทท่ี ันสมัย เป็นเครอื่ งบนิ แบบใหม่ทีใ่ ชป้ ระจำการอยูใ่ นกองทพั อากาศปจั จบุ ัน

ภาพท่ี 10 เครอื่ งบินโดยสารพลเรือน ของบริษทั เดินอากาศไทย จำกัด (ประดับ ไตรคุด, 2561 : ออนไลน)์

เมอื่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2515 กองทพั อากาศก็ไดส้ รา้ งเครอ่ื งบนิ ปกี ช้ันเดียวขึ้นใช้เองอีกคำรบหนึ่ง
ทางด้านขนส่ง ไทยรเิ รมิ่ ทดลองใช้เคร่อื งบินเบรเกต์ ส่งไปรษณยี ภ์ ัณฑ์ เม่ือ พ.ศ.2462 3 ปตี อ่ มา การบินรบั สง่
ผู้โดยสารและพัสดุ กเ็ ร่ิมข้ึน การสงครามเป็นอปุ สรรคให้เกดิ การขาดแคลน อปุ กรณ์ เครอื่ งมอื เครื่องใชไ้ ป
ระยะหนงึ่ แต่แลว้ กระทรวงคมนาคมก็ไดล้ งทนุ จดั ต้ังบรษิ ัทเดนิ อากาศไทยขน้ึ เพอ่ื บริการประชาชนในการ
ขนส่งทางอากาศทัว่ ประเทศ โดยใช้เครื่องบนิ ไอพ่น สองเครื่องยนต์ แบบแอฟโร 748 (avro 748)

ต่อมาไดน้ ำเคร่อื งบินทีม่ ีสมรรถนะสูงข้นึ เข้ามาใช้ เช่นเคร่อื งบินแบบโบองิ ๗๓๗ (boeing 737)
และเครอ่ื งบินสำหรบั บรกิ ารผูโ้ ดยสารตามเสน้ ทางยอ่ ย (shorts 330) สว่ นการบินระหว่างประเทศนั้น
ขณะน้ีบรษิ ทั การบินไทย จำกดั มีเครอ่ื งบินไอพ่น สี่เคร่อื งยนต์ บริการไปประเทศเพอ่ื นบ้าน ท้งั ในทวีปเอเซยี
ออสเตรเลีย ยโุ รป และอเมริกาเหนอื (มานพ สรุ ิยะ, 2561 : 27)

ภาพท่ี 11 เคร่ืองบินโดยสารพลเรอื น ของบรษิ ทั การบนิ ไทย จำกดั (ประดับ ไตรคุด, 2561 : ออนไลน์)

บทท่ี 4
ประเภทของอากาศยาน
อากาศยาน คอื เครอื่ งจกั รขนาดใหญซ่ ่ึงสามารถบนิ ได้ จากการได้รบั การโอบอมุ้ จากอากาศ
โดยมันตอ่ ตา้ นแรงดึงดดู ของโลก ไดด้ ว้ ยการใช้แรงลอยตวั หรอื ใชแ้ รงยกพลศาสตร์ อย่างใดอย่างหนง่ึ
นอกจากนย้ี งั มไี มก่ แ่ี บบเทา่ น้นั ทีใ่ ช้แรงขับลงดา้ นล่างจากเครื่องยนตไ์ อพน่
(ชวธรี ์ รตั นดิลก ณ ภูเกต็ , /2560 : 20)
สำหรบั อากาศยานแบบมลี กู เรือ จะควบคุมการบนิ โดยนกั บนิ ที่เปน็ มนษุ ยอ์ ยบู่ นเครอ่ื งหากแต่
ยานพาหนะทางอากาศไร้คนขบั อาจถกู ควบคุมจากระยะไกลหรือควบคุมโดยเครอื่ งคอมพิวเตอรซ์ ง่ึ อยู่บน
เครือ่ ง อากาศยานสามารถแบ่งประเภท ไดจ้ ากหลกั เกณฑอ์ ันแตกต่างกนั เชน่ การยกตวั , การขบั เคล่อื น
รวมทัง้ การใชง้ านอ่นื ๆ
อากาศยาน แบบมคี นขบั เรยี กวา่ นกั บนิ ในครสิ ตท์ ศวรรษที่ 1960ไดม้ ีอากาศยานแบบไร้คนขับ
เกดิ ขนึ้ ชื่อของมัน คือDrone ในทศวรรษที่ 1960 กองกำลงั แหง่ ประเทศสหรัฐไดน้ ำเอาคำวา่ อากาศยานท่ี
ควบคุมจากระยะไกลมาใชเ้ รียกช่ืออากาศยานประเภทน้ี สำหรบั ในปัจจุบันอากาศยานชนิดนี้มชี ื่อเรยี ก
ตามปกติว่า อากาศยานไรค้ นขบั (ประเภทอากาศยาน, 2563 : ออนไลน์)

ภาพที่ 12 อากาศยาน (วิกิพเี ดีย, ม.ป.ป : ออนไลน์)

ประเภทของอากาศยานสามารถแบง่ ไดต้ ามขอ้ พิจารณา ดังนี้ ตามลักษณะของปีกแบง่ ออกเป็น 2 ประเภท
คือ เคร่ืองบิน คอื อากาศยานมปี ีกติดกบั ลำตวั เฮลิคอปเตอร์ คือ อากาศยานปกี หมนุ รอบแนวต้ังฉากกบั ลำตัว

สำหรบั ความแตกต่างระหวา่ งอากาศยานท้งั 2 ประเภท คอื ปกี อันเปน็ อปุ กรณห์ ลัก จงึ ทำใหเ้ กดิ แรงยกดว้ ยปีก
ของเครอ่ื งบิน ซ่งึ ยึดติดกับลำตวั พรอ้ มอาศัยการเคล่อื นที่โดยแรงขับ จากเครอ่ื งยนต์ทำใหล้ อยได้ในอากาศ

หากแตแ่ รงยกของเฮลคิ อปเตอร์ เกิดจากการทีป่ กี หมุนรอบแกน โดยมรี ะนาบการหมนุ ขนานเพอื่ กอ่ ใหเ้ กิดแรง
ยกและเคลอ่ื นทไ่ี ปขา้ งหนา้

(ประเภทอากาศยาน, 2563 : ออนไลน์)

4.1 อากาศยานประเภทเบากวา่ อากาศ

อากาศยานประเภทนี้ ใช้แรงลอยตวั ในการทะยานขึน้ สูท่ อ้ งฟา้ แบบเดยี วกับเรอื สว่ นใหญแ่ ล้วจะใชถ้ ุง
แกส๊ ขนาดใหญ่พร้อมเตมิ แก๊สมคี วามหนาแน่นตำ่ เขา้ ไป อย่างเช่น เรอื เหาะ ซ่งึ ถอื กำเนดิ ขึ้นมาเมือ่ 300 ปกี อ่ น
คริสต์ศักราช เปน็ บอลลนู อากาศรอ้ นขนาดเลก็ ซงึ่ มีชอ่ื วา่ ‘โคมแห่ง Kongming’ จดั เป็นอากาศยานชนดิ ท่ี 2
ของโลก ซงึ่ สามารถบนิ ได้จรงิ สว่ นอากาศยานชนดิ แรกของมนษุ ย์ กค็ ือ ‘วา่ ว’ นัน่ เอง

(เอกสิทธ์ิ พชั ระวิทยานนั ท,์ 2560 : 63)

บอลลนู แต่เดมิ เป็นส่ิงบินที่เบากว่าอากาศ, ในขณะท่ีเรอื เหาะถูกใช้สำหรับสง่ิ บนิ ขนาดใหญ่และใช้
เคร่ืองยนต์ - ปกตจิ ะเป็นปกี คงที่ แมว้ า่ ยงั ไม่มีสักเครอื่ งที่ถกู สรา้ งขน้ึ การประดิษฐบ์ อลลนู ที่ใช้เครอื่ งยนต,์
เรียกว่าบอลลูนทคี่ วบคมุ ได้ และต่อมาเปน็ ลำตัวแขง็ ท่ียอมใหเ้ พม่ิ ขนาดให้ใหญ่ขึน้ , เริ่มที่จะเปลีย่ นวธิ กี ารใชค้ ำ
เหล่านี้ สงิ่ บนิ ท่ีเบากว่าอากาศทมี่ กี ำลงั สูงบ่งบอกคุณลกั ษณะโดยโครงสรา้ งด้านนอกทแี่ ข็งแกรง่ และผิวแบบ
อากาศพลศาสตร์ท่แี ยกตา่ งหากรอบๆถุงใสแ่ ก๊ส ไดถ้ ูกสร้างข้ึน ชื่อ Zeppelin ขนาดใหญ่ที่สุดและมีชอื่ เสยี ง
มากที่สดุ . ยังคงไมม่ ียานอากาศทีม่ ีปกี คงทห่ี รือบอลลูนที่ไม่แข็งแกร่งทใี่ หญ่มากพอที่จะถกู เรยี กว่าเรือเหาะได,้
ดงั นั้น 'เรอื เหาะ'ได้กลายมาเป็นคำพ้องของสิง่ บินประเภทนี.้ จากนัน้ หลายๆอุบตั ิเหต,ุ เชน่ ภัยพิบัตฮิ นิ เดน
เบอรก์ ในปี 1937 ไดน้ ำไปสกู่ ารตายของเรือเหาะเหล่านี้

สิ่งบนิ ทีเ่ บากว่าอากาศที่บังคับทิศทางได,้ ขบั เคลอ่ื นดว้ ยกำลังเคร่อื งยนต์เรียกว่า เรอื บนิ บางคร้ังคำนี้
ถกู นำมาใชก้ บั บอลลูนทไี่ ม่แขง็ เทา่ นน้ั และบางคร้ัง บอลลูนเรือบนิ ถอื ได้ว่าเปน็ คำนยิ ามของเรือเหาะ (ซ่ึงก็
อาจจะแขง็ หรือไม่แข็ง) เรือบนิ ที่ไม่แขง็ มีลกั ษณะเปน็ ถุงแก๊สอากาศพลศาสตร์ในระดับปานกลางทมี่ คี รบี ปรบั
การทรงตวั ทด่ี ้านหลัง. ยานเหลา่ น้ไี ม่นานนีก้ ลายเปน็ ที่รู้จกั ว่าเปน็ เรือเหาะท่ีไม่แข็งหรอื blimps. ในช่วง
สงครามโลกคร้ังที่สอง, รูปทรงนถ้ี กู นำมาใช้อย่างแพรห่ ลายในการผกู บอลลนู รวมกนั ; ในสภาพอากาศลมแรง,
วธิ ีน้จี ะช่วยทง้ั ลดความเครยี ดในเชือกโยงและรักษาการทรงตัวของบอลลนู . ชื่อเลน่ blimp

ถูกนำมาพัฒนาพร้อมกบั รปู ทรง. ในสมัยโบราณทท่ี นั สมัย เรือบินขนาดเลก็ หรอื เรือเหาะใดๆจะเรียกว่า blimp,
ไม่ว่า blimp จะมเี ครือ่ งยนต์หรือไมม่ ีเครอื่ งยนต์ก็ตาม (ประเภทอากาศยานเบากวา่ อากาศ, 2561 : ออนไลน)์

ภาพท่ี 13 อากาศยานเบากวา่ อากาศ (วกิ พี ีเดีย, 2560 : ออนไลน์)

4.2 อากาศยานประเภทหนกั กวา่ อากาศ
อากาศยานประเภทนม้ี นี ำ้ หนกั มากกวา่ อากาศหลายขมุ เพราะประกอบด้วยเหลก็ รวมทงั้ วัสดุนานา

ชนิด จงึ ใช้วธิ ีลอยตัวด้วยการผลักอากาศลงไปดา้ นลา่ ง เพอ่ื ให้อากาศเกดิ แรงปฏิกิริยาขึน้ มายก สำหรบั ใน
ปัจจุบนั มี 2 วิธเี ท่านน้ั ที่จะสามารถสร้างแรกยกเหล่านี้ได้ ไดแ้ ก่ แรงยกทางอากาศพลศาสตร์ และแรงยกด้วย
กำลงั เครอ่ื งยนต์ โดยแรงยกดว้ ยอากาศพลศาสตรส์ ่วนใหญ่จะมีความสมั พนั ธ์กับปีก โดยเครือ่ งบินปีกจะถกู ติด
อยูอ่ ยา่ งคงท่ี และถูกทำให้ลอยอยู่ในอากาศดว้ ยการเคล่อื นท่ผี ลักดันไปข้างหน้า
(เอกสิทธิ์ พชั ระวทิ ยานนั ท์, 2560 : 64)

ภาพท่ี 14 ประเภทอากาศยานหนกั กวา่ อากาศ (วกิ ิพีเดยี , ม.ป.ป : ออนไลน์)

แรงยกด้วยอากาศพลศาสตร์สว่ นใหญเ่ ก่ียวขอ้ งกับปีก,โดยเคร่อื งบนิ ปกี คงทจี่ ะถกู ทำใหล้ อยอยใู่ น
อากาศโดยการเคลอื่ นที่ไปขา้ งหน้าของปกี , และปกี หมุนโดยการหมุนโรเตอรร์ ูปปีกซงึ่ บางครั้งเรียกว่าปีกหมุน.
ปกี เป็นพืน้ ผวิ ท่เี รียบและวางตัวในแนวนอน, มักจะมรี ปู รา่ งในภาคตดั ขวางเปน็ Aerofoil. ในการบิน, อากาศ
ต้องไหลผ่านปีกและสรา้ งแรงยก. 'ปีกยืดหยุ่น' เป็นปกี ทำจากผ้าหรือวัสดุแผน่ บางๆ, มกั จะแผ่อยบู่ นกรอบที่
แขง็ . 'วา่ ว' ผูกติดอยกู่ ับพ้ืนดินและอาศยั ความเรว็ ลมเหนือปีกของมัน, ซง่ึ อาจยดื หยุ่นหรือแข็ง, คงท,ี่ หรือแบบ
หมนุ .

ด้วยการยกตวั ดว้ ยเครื่องยนต,์ อากาศยานจะส่งแรงผลักดนั ของเคร่อื งยนต์ลงดา้ นลา่ งในแนวดิ่ง
อากาศยานแบบ V/STOL, เช่น Harrier Jump Jet และ F-35Bจะบนิ ขึ้นและบินลงในแนวดงิ่ ไดโ้ ดยใช้แรงยก
จากเครอื่ งยนตแ์ ละถ่ายโอนแรงยกน้นั ไปขบั เคลื่อนตัวยานใหไ้ ปขา้ งหน้าอยา่ งต่อเนื่อง.

(เอกสิทธ์ิ พชั ระวิทยานนั ท์, 2560 : 65)

จรวดลว้ นๆปกตจิ ะไม่ไดพ้ จิ ารณาว่าเปน็ Aerodyne,เพราะมนั ไม่ได้ขนึ้ อยกู่ ับอากาศสำหรบั การยก
ตัว (และแม้แต่ยังสามารถบินไปในอวกาศได)้ ; อยา่ งไรก็ตามหลายยานพาหนะทใ่ี ชแ้ รงยกแบบอากาศ
พลศาสตรไ์ ดร้ บั การขับเคลอ่ื นหรือการช่วยเหลือจากมอเตอรจ์ รวด เชาน ขปี นาวุธขับเคลือ่ นโดยจรวดทมี่ กี าร
ยกตวั ด้วยอากาศพลศาสตร์ทค่ี วามเรว็ สงู มากเน่อื งจากการไหลเวยี นของอากาศเหนอื รา่ งกายของพวกมัน.
(ประเภทอากาศยานหนกั กวา่ อากาศ, 2560 : ออนไลน)์

บทท่ี 5
เครอ่ื งบนิ บนิ ได้อย่างไร
เคร่อื งบนิ จะลอยตัวและบินไปได้ ตอ้ งมอี งค์ประกอบทสี่ ำคัญสีป่ ระการ คอื
1. บ่อเกิดแหง่ กำลัง ไดแ้ ก่ เครื่องยนต์ซงึ่ จะหมนุ ใบพดั ให้เกดิ แรงฉุดหรือดันเครอื่ งบินให้ เคล่ือนท่ไี ป แรงฉดุ
หรอื ดันน้ี ตอ้ งมากพอ ทีจ่ ะเอาชนะแรงตา้ น ซงึ่ จะรกั ษาสภาพอยูน่ ิง่ ของเครอ่ื งบนิ ไว้สำหรบั แรงขบั เคลือ่ น
เคร่ืองบินไอพน่ คอื แรงปฏิกริ ยิ าหรือแรงโต้ตอบของแรงผลักของกา๊ ซ รอ้ นซ่ึงเกิดจากการเผาไหมแ้ ละพลุ่งออก
ทางหางของเครอ่ื งบนิ
(มานพ สุริยะ, 2561 : 57)

ภาพที่ 15 บ่อเกดิ แห่งกำลังของเคร่ืองยนต์ไอพ่น (วกิ ิพีเดีย, ม.ป.ป : ออนไลน)์

2. พืน้ ที่ใหก้ ำลังยกหรือแรงยก ได้แก่ ปีกซึง่ พยุงยกเครอื่ งบนิ เอาไว้ในอากาศ
3. เครื่องบังคับต่างๆ ซึ่งทำใหเ้ คร่ืองบนิ เล้ยี วไปในทศิ ทางตา่ งๆ หรอื ไตข่ ึน้ และร่อนลง ส่จู ุดหมายใดๆ
ได้ตามความประสงค์ของนกั บิน
4. ส่วนประกอบท่ีเป็นโครงของเครอ่ื งบนิ ได้แก่ ลำตัว ซงึ่ เปน็ ท่สี ำหรบั บรรทุกสิง่ ตา่ งๆ
และเป็นเครื่องยึดช้ินสว่ นอื่นๆ เชน่ ใบพดั ปีก หาง ทงั้ ยงั เปน็ ตัวการชว่ ยถว่ งให้เกิดความสมดุลของแรงตา่ งๆ
ท่ีจะทำให้เครอ่ื งทรงตัวอยไู่ ด้

ภาพที่ 16 บอ่ เกดิ แห่งกำลังของเครอื่ งยนต์ ๙ สบู รูปดาว (วกิ ิพีเดีย, ม.ป.ป : ออนไลน์)

สำหรับฐานและล้อรบั หางนน้ั มีหนา้ ท่ชี ว่ ยรบั นำ้ หนักเอาไว้เมอ่ื เคร่ืองบนิ จอดอยู่บนพ้นื ดนิ เนอื่ งจากปกี
มคี ุณสมบตั ิทำให้เกิดแรงยกดงั ทไี่ ด้อธิบายมาแลว้ เมอ่ื เคร่ืองบินเคลือ่ นที่ไปขา้ งหนา้ ดว้ ยแรงฉุดของใบพัด
จนกระทั่งกระแสอากาศไหลผ่านผวิ ปีกทง้ั สองด้านด้วยความเร็วเหมาะสมเครอ่ื งบนิ กจ็ ะลอยตวั ขึ้นจากพื้นด้วย
แรงยก ซง่ึ เกิดขึน้ บนปกี ทง้ั สองข้างและสามารถบนิ อยู่ในอากาศได้ (แรงขับเครอื่ งบนิ , 2560 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 17 เคร่อื งบงั คบั และการเชื่อมโยงมายังท่นี ่งั นกั บนิ (วกิ พิ เี ดยี , ม.ป.ป : ออนไลน)์

ถ้าลดแรงฉดุ ของใบพดั ลง กระแสอากาศที่ไหลผ่านปีกกจ็ ะลดความเร็วลงด้วย เป็นเหตใุ ห้
แรงยกซ่งึ เกดิ ขน้ึ บนปีกตอ้ งลดลงตาม ทำใหเ้ ครอ่ื งบนิ ไม่สามารถเกาะอากาศอยูต่ ่อไปอีก และตอ้ ง
เสยี ระยะสูงลงเร่อื ยๆขณะทเ่ี ครือ่ งบนิ กำลังลอยอยู่ในอากาศ ถา้ กระแสอากาศที่ไหลผา่ นปีกเกดิ ลดความเรว็ ลง
จนกระท่งั ถงึ จุดหน่งึ ซึ่งแรงยกไม่สามารถจะพยุงเครือ่ งบินทงั้ เครือ่ งไว้ไดแ้ ล้ว เครอื่ งบนิ จะรว่ งหลน่ คือไม่
สามารถเกาะอากาศอยตู่ ่อไปได้อีก และจะตกลงสพู่ ้ืนดินตามแรงดงึ ดดู ของโลก ฉะนัน้ สิ่ง สำคัญที่สุดขณะกำลงั
บนิ อยู่ในอากาศ คือ ไม่ว่าเคร่อื งยนต์จะยงั ทำงานอยหู่ รอื ไมก่ ็ตามจะต้องรักษาความเรว็ ของอากาศทีไ่ หลผา่ น
ผวิ ปกี หรอื อกี นยั หนง่ึ รักษาความเรว็ ของเครื่องบนิ ไว เ้ หนือความเรว็ รว่ งหลน่ เสมอจงึ จะปลอดภยั
(มานพ สรุ ิยะ, 2561 : 60)

ภาพที่ 18 ลำตัวท่กี ำลงั สรา้ ง (วิกิพเี ดีย, 2561 : ออนไลน์)

การขับเครอื่ งบินไม่ยากไปกว่าการขบั ยานพาหนะอื่นๆ เมอื่ เครอ่ื งยนต์เดินเรยี บรอ้ ยแล้วนักบินจะ
วทิ ยไุ ปทห่ี อบังคับการบิน เพื่อขออนญุ าตขบั เครือ่ งบนิ ไปตัง้ ตวั ท่ปี ลายทางว่งิ ณ ท่ีน้ี นัก บินจะตรวจสอบ
ทดลองการทำงานของช้ินสว่ น เคร่อื งวดั และอุปกรณจ์ ำเปน็ ทุกรายการท่ีเขียนไว้ ในคู่มอื ของเคร่ืองบิน แบบ
น้นั ๆ เมอื่ หอบงั คับการบินพูดวิทยอุ นมุ ัติให้ขึน้ บนิ ได้ นกั บินจะเร่ิมเรง่ เครอื่ งยนตใ์ ห้เคร่อื งบนิ เคล่อื นที่ออกว่งิ
ทวนลม นกั บินตอ้ งใชม้ อื และเทา้ แตะไวท้ ี่คันบงั คบั คอย เล้ยี งเคร่ืองอย่างเบาๆ ให้เครือ่ งวงิ่ ตรงอยู่ในทาง ไม่เซ
ไปเซมา เครื่องจะค่อยๆ เร็วขนึ้ เรว็ ข้ึน จนกำลงั ยกมากกว่านำ้ หนักเม่ือใด เคร่อื งบนิ ก็จะลอยตวั ขนึ้ ส่อู ากาศ ณ
ระยะสูงท่ีปลอดภัย นกั บนิ จะเบาเครอื่ งเคร่ืองยนตล์ งตามเกณฑ์ในคมู่ อื พบั ฐานเก็บลอ้ เพ่ือใหแ้ รงต้านทาน
น้อยลงแลว้ จะ ไดร้ บั ความเร็วเพมิ่ ขน้ึ เองอกี ด้วย ตอนนนี้ ักบินจะวิทยบุ อกหอบังคับการบนิ ว่า เครอ่ื งบนิ ได้ขึน้ สู่
อากาศเรยี บรอ้ ยทกุ อย่างแลว้ และขอเลกิ ติดต่อกบั สนามบนิ เจา้ หน้าที่ควบคุมพื้นทก่ี ารบิน ต้อง ทราบตำบลที่
อยู่ในอากาศของเครื่องบินทกุ เครอื่ ง ดงั นั้น นักบนิ จงึ ตอ้ งใช้วิทยรุ ายงานมาตามระยะ เวลาท่ีกำหนดไวใ้ นแผน
ปูมเดนิ อากาศวา่ ได้บนิ อยู่ในระยะสงู เท่าใด ทศิ ทางใด ความเร็วเท่าใด และ ขณะนน้ั บินอยเู่ หนอื ตำบลอะไร
เมอ่ื ทกุ อยา่ งเรียบร้อยผ้บู ังคบั เครอ่ื งบินจะเปดิ เครอ่ื งจักรกลช่อื วา่ นกั บินอตั โนมตั ิ ให้ปฏบิ ัตงิ านแทนมนษุ ย์ ผู้
ซ่งึ คอยตรวจดูเพียงใหเ้ ขม็ ตา่ งๆ ของเครือ่ งวดั ชี้ท่ีช่องสีเขียวตลอดเวลา ซึง่ เปน็ การผอ่ นแรงดมี าก

(มานพ สุรยิ ะ, 2561 : 62)

ภาพท่ี 19 สว่ นตา่ ง ๆ ของลำตัว (วกิ พิ เี ดีย, 2561 : ออนไลน)์

เม่ือใกลท้ หี่ มายปลายทาง นักบนิ จะลดความสงู ลงทีละนอ้ ยพรอ้ มๆ กับวิทยเุ รียกหอบังคบั การบิน
ของสนามบินนนั้ ๆ เพ่ือขอนำเคร่ืองลง วงจรรอบๆ แต่ละสนามมกี ฎเกณฑ์ วธิ ีการดำเนินการต่างกนั ซงึ่ ผูม้ า
เยี่ยมจะต้องศกึ ษา และปฏบิ ตั ิตามข้อปลกี ย่อยทกุ อย่าง นกั บนิ จะเหยียดฐานและล้อลงแลว้ รายงาน
หอบงั คบั การบินอีกวา่ กำลงั รอ่ นทวนลมตรงมายงั ทางวง่ิ ท้ายสนามบนิ ตามคำสงั่ เมือ่ ใกล้พน้ื นักบินจะผอ่ น
เครอ่ื งยนตใ์ ห้เดินเบาท่สี ดุ เงยหวั เครอื่ งบิน เพ่ือใหก้ ำลังยกลดน้อยลงกวา่ น้ำหนกั ณ จดุ นน้ั ก็บงั คบั เครื่องบนิ
ทอดตัวใหล้ ้อแปะที่พนื้ ปลายทางว่งิ พอดี ดว้ ยแรงเฉอ่ื ยทเี่ หลอื อยู่ เคร่ืองบนิ จะว่งิ ตอ่ ไปอีก นกั บนิ จะต้องใช้มือ
และเทา้ ประคองเลี้ยง ไม่ใหม้ ีอาการเซหรอื เล้ียวออก นอกทาง แตใ่ นเวลาเดยี วกนั ก็คอ่ ยๆ ห้ามลอ้ ให้เคร่อื งวง่ิ
ช้าๆ แล้วนำมาจอดในลานทห่ี อบังคบั การบินกำหนดให้ เมื่อดับเครือ่ งยนต์ปิดสวติ ซ์ต่างๆ แลว้ ก็ไดช้ ื่อวา่ ทำ
การบนิ อยา่ งปลอดภยั (มานพ สุริยะ, 2561 : 64)

บทที่ 6
สว่ นสำคัญของเครอ่ื งบนิ
ส่วนสำคญั ของเครอื่ งบนิ อาจแบ่งออกเป็นสว่ นใหญๆ่ ได้ ๒ สว่ น คอื เคร่ืองยนตแ์ ละ เคร่อื งบิน
เครอ่ื งยนตใ์ นระยะเรม่ิ แรกเป็นเครอ่ื งยนตล์ กู สบู มีกำลงั แรงนอ้ ย ใช้แบบระบายความร้อน ด้วยอากาศ
และแบบระบายความร้อนด้วยของเหลว มใี บพัดเป็นสว่ นประกอบสำคญั ในการทำให้
เกิดแรงฉุดเครื่องบนิ เคลอื่ นทไี่ ปขา้ งหน้า ในสมัยตน้ ๆ ใบพัดจะทำด้วยไมเ้ นอ้ื แขง็ และเหนยี วที่สดุ
มีจำนวนกลบี ตัง้ แต่ ๒ ถึง ๔ กลีบ ตอ่ มาไดเ้ ปลี่ยนไปใชโ้ ลหะผสมซงึ่ แข็งแรงทนทานและดีกว่า ไม้
จงึ สามารถสร้างใบพัดใหม้ ีจำนวนกลบี มากท่ีสดุ ถึง ๕ กลบี (ส่วนตา่ งๆของเครื่องบิน, 2561 : ออนไลน์)

ภาพที่ 20 สว่ นสำคญั ของเครื่องบนิ เครือ่ งยนต์เดยี ว ปกี ๒ ช้นั (ชนานนั ท์ มนตส์ ิริสขุ , 2561 : ออนไลน)์

เครอ่ื งบนิ มีสว่ นประกอบสำคัญ คือ ลำตวั ปีก หาง และฐานล่าง
6.1ลำตวั เครอื่ งบนิ

เป็นสว่ นท่ีใช้ตดิ ตัง้ เคร่อื งยนต์ ทน่ี ่ังนักบนิ และผูโ้ ดยสาร ในระยะแรกลำตวั เครอ่ื งบนิ ประกอบดว้ ยโครงซึ่ง
ทำดว้ ยไม้หรอื ทอ่ โลหะขนาดต่างๆ เชอ่ื มโยงเข้าด้วยกัน แล้วบุด้วย ผ้าบางๆ แตแ่ ขง็ แรงและมีน้ำหนกั เบา ทา
ด้วยกาวพิเศษเพอ่ื ใหผ้ ้าตงึ เรียบและไม่เปยี กนำ้ ระยะ ตอ่ มาเมอ่ื เครื่องบินโลหะลว้ นทงั้ เครื่องไดก้ า้ วเขา้ มาสู่
โลกของการบิน ลำตวั ซึง่ ประกอบดว้ ยทอ่ โลหะ กห็ มดไป กลายเป็นลำตวั แบบใช้เอน็ ยึดภายใน ซ่งึ มีนำ้ หนกั เบา
กว่า และให้ประโยชนด์ กี วา่ แบบ โครงท่อโลหะอย่างมากมาย (ลำตัวเครอ่ื งบนิ , 2563 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 21 เครอื่ งบนิ ไอพน่ สเ่ี ครอื่ งยนต์ (ชนานนั ท์ มนต์สริ สิ ขุ , 2561 : ออนไลน)์

6.2 ปีก
มีลักษณะเป็นแพนอากาศ ซงึ่ เปน็ ส่วนประกอบสำคญั ในการให้แรงยกสำหรบั พยุงเครือ่ งบนิ ทั้งเครอื่ ง

ให้ลอยอยู่ในอากาศได้ สมัยแรกๆ ปีกเคร่ืองบินจะประกอบด้วยเอ็นซึง่ ทำด้วยไม้ มี น้ำหนักเบา ยึดตดิ อย่กู บั
แกนปกี ซง่ึ เปน็ ไม้เนอื้ เหนียวและแข็งแรง ทง้ั เอน็ ปกี และแกนปกี จะหมุ้ ด้วยผ้าเชน่ เดยี วกบั ลำตัว ที่ชายหลังปกี
เล็กๆ ยาวประมาณหนึ่งในสามของปกี ใหญต่ ดิ อยเู่ รยี กวา่ ปีก เลก็ แก้เอียงซึ่งขยบั ข้นึ ลงได้ ทำหนา้ ทบี่ ังคับการ
เอียงของเคร่ืองบินทัง้ เครอื่ ง หรือมีหนา้ ทีบ่ ังคับ อาการหมนุ รอบแกนลำตัวทางยาวของเคร่ืองบินขณะอยใู่ น
อากาศ สำหรบั เคร่อื งบินสมยั ใหม่ ท้งั แกนปีกและเอน็ ปีกจะทำด้วยโลหะและบดุ ้วยโลหะแทนผา้ ทก่ี ลา่ วแล้ว
สว่ นปีกเลก็ แก้เอียงอาจจะ ยงั คงใชผ้ ้าบุ หรือบุด้วยโลหะเหมือนผิวปกี กไ็ ด้ และภายในปกี โลหะน้ีอาจใช้
ปรมิ าตรภายในสว่ น ใหญ่เปน็ ถังเช้อื เพลิงได้อีกดว้ ย ตามปกติ ปีกจะตดิ อยูก่ บั ลำตัวตรงตำแหน่งท่ีจะใชแ้ รงยก
ต่อเครื่อง- บนิ ทง้ั เครือ่ งดที สี่ ดุ เครอ่ื งบินทม่ี ีปกี มากกว่าหน่ึงชน้ั (๒ หรือ ๓ ช้ัน) จะมเี สาคำ้ ปีก ยดึ ปกี ทุกชั้น ให้
ติดกันและมีลวดแกงแนงยึดโยงเสาค้ำปีกเหล่านั้น เพอื่ เพมิ่ ความแข็งแรงขึ้น สำหรับเครื่องบิน ปกี ชัน้ เดยี วที่
ประกอบปกี เขา้ กบั ลำตัวแบบคาน จะไมม่ ีลวดแกงแนงยึดโยงดว้ ย (ปีกของเครอ่ื งบิน, 2559 : ออนไลน์)

ภาพที่ 22 เคร่อื งบินไอพน่ สามเครื่องยนต์ แสดงสว่ นประกอบตา่ ง ๆ (ชนานนั ท์ มนต์สริ สิ ขุ , 2561 : ออนไลน์)

ภาพที่ 23 เคร่ืองบินไอพน่ สามเคร่ืองยนต์ แสดงสว่ นประกอบต่าง ๆ (ชนานนั ท์ มนตส์ ิรสิ ขุ , 2561 : ออนไลน)์

เพ่ือให้เข้าใจถงึ การทำงานของปีก ควรทราบเหตุผลเบื้องตน้ กอ่ นสองประการ ประการแรก ทำไมปกี จงึ
ตอ้ งทำใหเ้ ปน็ แพนอากาศที่มีภาคตดั ขวางเป็นรปู เพรียวลม และทำไมจึงเกดิ แรงยกทป่ี ีกถ้าอากาศพดั ผา่ นวตั ถุ
อนั หนึ่ง จะเกดิ แรงซง่ึ เปลี่ยนหรือพยายามจะเปลย่ี นอาการเคล่ือนไหว หรือทำให้เกิดหรอื พยายามทำใหเ้ กิด
อาการเคลอื่ นไหวในวตั ถุน้นั ๆ หรืออีกนยั หนึ่ง เมอ่ื มแี รงซงึ่ เกดิ จากอากาศพดั มากระทบวตั ถใุ ดๆ เขา้ ก็จะมี
แรงตา้ นเกดิ ขนึ้ ในทิศทางตรงกนั ขา้ มเสมอ ขนาด และทิศทางของแรงนมี้ ีสว่ นสัมพันธ์กับขนาด รปู รา่ งของวัตถุ
และความเรว็ ของลมท่พี ดั ผา่ นน้นั ที่ เป็นดงั นกี้ เ็ นอื่ งด้วย อากาศทพี่ ัดผา่ นนน้ั ตอ้ งเปล่ียนอาการไหลไปรอบๆ
วัตถุ และเหนยี วติดไปกับ วัตถุ จงึ เกดิ แรงต้านทานขนึ้ (ปกี ของลำเครอ่ื ง, 2557 : ออนไลน์)

ภาพที่ 24 แรงต้าน (วิมากร ภกั ดภิ์ ริ มย,์ 2562 : ออนไลน์)

อากาศพัดผ่านวัตถสุ เ่ี หล่ียมตง้ั ฉากกับทศิ ทางของลมลักษณะเชน่ นจี้ ะเกิดแรงตา้ นทานมากท่สี ุดเม่อื อากาศผ่าน
ไปแล้ว จะเกิดความป่ันป่วนขน้ึ ข้างหลงั และชว่ ยดดู เอาวตั ถสุ เี่ หลีย่ มนี้ไว้ ยง่ิ กวา่ นั้น ความกดดนั ในบรเิ วณที่
ป่นั ปว่ นนีจ้ ะนอ้ ยกวา่ รอบนอกถา้ อากาศไหลผ่านลูกกลมซึ่งมีพน้ื ปะทะเท่ากับพนื้ ทีข่ องวตั ถสุ เี่ หลี่ยมอันกอ่ น
แรงต้านทานจะน้อยลงกว่าทีเ่ กิดกบั วัตถสุ ่เี หลี่ยมในเมอ่ื อากาศพดั ผา่ นไปด้วยความเร็วเท่ากัน ทง้ั นี้เนือ่ งจาก
รูปร่าง ชว่ ยให้อากาศไหลผา่ นไปรอบๆ ไดส้ ะดวก ความปั่นป่วนของอากาศข้างหลังลูกกลมกน็ อ้ ยลง จงึ ไดช้ ่อื
ว่า เพรยี วลมดกี วา่ วตั ถุสเ่ี หลย่ี ม(ปกี ของลำเครือ่ ง, 2557 : ออนไลน์)

ภาพที่ 25 ภาพจำลอง (วิมากร ภักดภิ์ ริ มย์, 2562 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 26 ภาพจำลอง (วิมากร ภกั ดภ์ิ ิรมย์, 2562 : ออนไลน)์

6.3 หาง
มรี ูปร่างลักษณะคล้ายปกี แตม่ ีขนาดเลก็ และสนั้ กวา่ สว่ นสำคัญของหางประกอบด้วยแพน-หางซึง่ ติด

อยูก่ ับลำตวั ตอนปลายสดุ และมพี ื้นราบขนานกับปีก ส่วนทเ่ี คลอ่ื นไหวไม่ไดน้ เี้ รยี กว่า แพนหางทางระดับ เก่ียว
ไว้ด้วยหางเสอื ขน้ึ ลง ซงึ่ ทำหนา้ ที่บังคบั เครื่องบินให้ไต่ขึ้นหรอื ดำลง หรอื หมนุ รอบแกนลำตัวทางข้าง ส่วนแพน
หางทางด่ิงจะตดิ ต้ังได้ฉากกบั แพนหางทางระดับและมหี าง เสอื เลี้ยวตดิ อยู่ ทำหนา้ ท่บี งั คบั เครอ่ื งบนิ ให้เลี้ยว
ซ้ายหรอื ขวา หรือหมนุ รอบแกนลำตัวทางด่งิ (หางของเครอ่ื งบนิ , 2560 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 27 แผนภาพแสดงการเชอื่ มโยงส่วนบังคบั ท่ีหาง (วกิ พี เี ดยี , 2561 : ออนไลน์)

6.4 ใบพดั
ใบพัดของเครือ่ งบนิ ก็เหมอื นใบพดั ของพัดลมธรรมดาน่ันเองแต่ใหญ่โตกว่าสามารถถ่ายทอดแรงหมนุ

จากเคร่อื งยนตม์ าเปน็ แรงดนั หรือแรงฉุด โดยท่ใี บพัดหมุนผลักหรือดันอากาศมาทางหลงั ทำใหเ้ กดิ กำลัง
เดนิ หน้าพาเอาเคร่อื งบนิ เคล่อื นที่ไปได้ ใบพัดน้ีจะตดิ เอาไวข้ ้างหน้า หรอื ข้างหลังเคร่ืองยนต์ก็ได้ แลว้ แต่แบบ
ของเครือ่ งบิน (ใบพดั เคร่อื งบิน, 2558 : ออนไลน)์

ภาพที่ 28 ลกั ษณะใบพดั เคร่อื งบิน (อรชุม ไหมควร, 2562 : ออนไลน)์

6.5 ฐานล่าง
มีหน้าทรี่ องรับนำ้ หนกั เคร่ืองบนิ ทงั้ เครอื่ ง ประกอบด้วยล้อหลกั หลายล้อ ตดิ อยูท่ ่ดี า้ นลา่ งของลำตัว

คอ่ นไปทางหวั เคร่ือง เหล็กหรอื ลอ้ รับหางจะรบั น้ำหนักตอนท้ายและตดิ อย่ดู ้านล่างของลำ ตวั ตอนปลายหาง
สดุ ใกลๆ้ กบั สว่ นล่างสดุ ของหางเสอื เลย้ี วฐานหลักของเคร่ืองบินปีกช้นั เดียวซง่ึ เปน็ โลหะล้วนทง้ั เคร่อื งอาจจะ
ติดอยทู่ ีแ่ กนปกี ทง้ั สองข้าง ห่างจากลำตัวพอสมควร เหลก็ รับหางจะ เปลย่ี นเปน็ ลอ้ รบั หาง สำหรบั เครือ่ งบินไอ
พ่น (jet) และเคร่อื งบินใบพัดบางแบบ ล้อรบั หางจะ เปลยี่ นมาตดิ ไวท้ ี่ ใตห้ ัวเครือ่ ง เรียกวา่ ลอ้ รบั หวั
(ฐานล่างเคร่ืองบนิ , 2559 : ออนไลน์)

ภาพท่ี 29 ส่วนประกอบดา้ นฐาน (วิกพี เี ดีย, 2557 : ออนไลน)์

บทที่ 7

สรปุ

การบินเกดิ ข้นึ ได้โดยเกดิ จากสองพน่ี ้องตระกูลไรตเ์ ร่ิมทอลองเคร่ืองรอ่ นและเรม่ิ สรา้ งปีกเร่มิ สร้าง
เคร่อื งยนต์ ถอื เป็นยานลำแรกที่สามารถควบคมุ การบินไดท้ ุกทศิ ทาง และจากน้นั เปน็ ตน้ มากไ็ ด้มปี ระดษิ ฐ์
คิดคน้ เครื่องบนิ หลากหลายรปู แบบจนถึงปัจจบุ นั

ประวัตกิ ารบนิ ของไทยไดเ้ รม่ิ ในปี2454 แอร์วอลล์ไนท์มาบนิ แสดงให้ประชาชนชมพลอากาศโทพระยา
เฉลิมอากาศ นักบินคนแรกของไทย กไ็ ด้ทดลองการบินในการแสดงคร้งั นด้ี ้วย คณะนายพลอากาศไทย3 นาย
ได้ศึกษาการบินก่อนขึ้นขบั เครือ่ งบนิ ไอพ่นคนละเครอื่ ง กลับประเทศไทย และจากนัน้ กิจการการบินของไทยได้
พัฒนาและขยายจากเครือ่ งบิน 8เครอ่ื ง นกั บนิ 3นาย ในสมยั เร่มิ แรกจนกลายเปน็ กองทพั อากาศ

ประเภทของอากาศยานสามารถแบ่งไดค้ ือ อากาศยานทเี่ บากว่าอากาศและอากาศยานท่หี นักกว่า
อากาศ สิง่ บนิ ทเี่ บากว่าอากาศบงั คับทิศทางได้ ขับเคร่ืองดว้ ยเคร่ืองยนตเ์ รยี กว่าเรอื บิน บางครงั้ คำนี้ถกู
นำมาใช้กับบอลลนู สว่ นอากาศยานทห่ี นกั กวา่ อากาศส่วนใหญ่จะมกี ำลังเครอื่ งยนตเ์ ช่นเครอื่ งบินหลายๆ
ประเภท

เครื่องบนิ จะลอยตัวและบินไปได้ ต้องมีองคป์ ระกอบที่สำคญั สีป่ ระการ คือ บอ่ เกิดแห่งกำลงั ไดแ้ ก่
เครือ่ ง เคล่อื นทไี่ ป แรงฉุด ต้องมากพอทีจ่ ะเอาชาะแรงต้าน พน้ื ทใ่ี ห้กำลังยกหรอื แรงยก เครอื่ งบนิ บังคบั ต่างๆ
สว่ นประกอบทีเ่ ปน็ โคลงของเครอ่ื งบนิ ได้แก่ลำตวั ทใบพดั ปกี หาง ฐานล่าง

สว่ นสำคญั ของบนิ อาจจะแบง่ เปน็ ส่วนใหญๆ่ ได้2 สว่ น คือเคร่อื งยนต์และเคร่ืองบนิ ส่วนประกอบของ
เครอื่ งบินหลกั ๆเลยก็คือ ลำตวั ปีก หาง และฐาน ซงึ่ ในแตล่ ะส่วนก็มคี วามสำคัญทำใหเ้ คร่ืองบินบนิ สู่ลัดฟา้ ได้
และยังมคี วามปลอดภยั อีกดว้ ย

บรรณานกุ รม

“เครอ่ื งบนิ ลำแรกของโลก,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : https;//www.rmutphsysios.com,
2560. [สบื คน้ เมอ่ื 8 มนี าคม 2565]

ชวธีร์ รตั นดลิ ก ณ ภเู กต็ . การบินครงั้ แรกของโลก พมิ พ์คร้ังท่ี 2. กรงุ เทพ : อมรินทร์คอมมิกส,์ 2560
“ฐานล่างเครอ่ื งบิน,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ได้จาก : https;//www.tinmanvitta
_240.com, 2558. [สบื ค้นเมื่อ 9 มนี าคม 2565]

“ฐานล่างเครือ่ งบิน,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก : https;//www.miccooke.com, 2554.
[สืบคน้ เม่อื 9 มนี าคม 2565]

“ใบพดั เครอื่ งบนิ ,” [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก : https;//www.vrimath_112.com, 2558.
[สบื คน้ เมอ่ื 9 มีนาคม 2565]

“ประวัติการบนิ ,” [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก : https;//www.rmutphysios.com, 2560.
[สืบค้นเมื่อ 8 มีนาคม 2565]

“ประเภทอากาศยาน,” [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก : https;//www.lima 2007.com, 2558.
[สบื คน้ เมือ่ 9 มีนาคม 2565]

“ประเภทอากาศยานเบากวา่ อากาศ,” [ออนไลน]์ . เข้าถึงได้จาก : https;//www.th.wikipedia.org,
2561. [สืบค้นเม่อื 9 มนี าคม 2565]

“ประเภทอากาศยานหนกั กว่าอากาศ,” [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก : https;//www.teueplookpanya.com,
2560. [สบื ค้นเมื่อ 9 มนี าคม 2565]

“ประวตั กิ ารบินไทย,” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก : https;//www.sarahukkrom thai.or.th, 2562.
[สบื คน้ เมอ่ื 9 มีนาคม 2565]

บรรณานกุ รม (ตอ่ )

“ปีกของลำเครือ่ งบนิ ,” [ออนไลน์]. เขา้ ถงึ ได้จาก : https;//www.blockdit.com, 2557.
[สบื ค้นเมื่อ 9 มนี าคม 2565]

“ปีกของเครอื่ งบนิ ,” [ออนไลน์]. เข้าถึงไดจ้ าก : https;//www.th.wikipedia.org, 2559. [สืบค้นเมื่อ 9
มีนาคม 2565]

มานพ สรุ ยิ ะ. อากาศยาน พิมพค์ รงั้ ที่ 2. กรุงเทพ : สำนกั พิมพส์ าราณุกรมไทยฉบับเยาวชน, 2516.
“แรงขบั เครอื่ งบนิ ,” [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ไดจ้ าก : https;//www.th.wikipedia.org, 2559. [สืบคน้ เมอ่ื 9

มนี าคม 2565]
“แรงดนั ของปกี ,” [ออนไลน]์ . เข้าถึงไดจ้ าก : https;//www.sicamblow.org, 2557. [สืบค้นเมอื่ 9

มนี าคม 2565]
“ลำตวั เคร่ืองบิน,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถึงได้จาก : https;//www.thai.alibaba.com, 2563. [สบื คน้ เม่ือ 9

มีนาคม 2565]
“ส่วนตา่ งๆของเคร่ืองบิน,” [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : https;//www.sites.google.com, 2561.

[สบื ค้นเมอ่ื 9 มีนาคม 2565]
“หางของเครอ่ื งบนิ ,” [ออนไลน์]. เขา้ ถึงไดจ้ าก : https;//www.marcram.com, 2560. [สบื คน้ เมอ่ื 9

มีนาคม 2565]
“หางของเครือ่ งบิน,” [ออนไลน์]. เข้าถงึ ไดจ้ าก : https;//www.sanok.com, 2562. [สืบค้นเมือ่ 9

มีนาคม 2565]
เอกสทิ ธ์ิ พัชระวทิ ยนันท์. ประเภทอากาศยาน พมิ พ์ครง้ั ท่ี 3. กรงุ เทพ : ไอดซี ี พรเี มยี ร์, 2560.


Click to View FlipBook Version