๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ วนั ฉตั รมงคล
วันคลา ยวันบรมราชาภเิ ษก
พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชิราลงกรณ
พระวชริ เกลาเจา อยูหัว รชั กาลท่ี ๑๐
เปน็ พระมหากษตั ริยแ หง ราชอาณาจักรไทย
ทรงพระเจริญ
สถาบันศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลรตั นโกสนิ ทร
วันฉัตรมงคล
ในอดตี มีบนั ทกึ เกยี่ วกับพระราชพธิ ีฉัตรมงคลเปน งานหลวงครง้ั แรกในวันที่ 15 พฤษภาคม 2393
ซึ่งเปนการฉลองพระเศวตฉัตรของพระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา เจาอยหู ัว (รัชกาลท่ี 4) จากแตเ ดิมพธิ นี ี้
ถอื เปน งานสว นตัวของพระมหากษตั ริยท ีจ่ ัดขนึ้ ในเขตพระราชฐาน และมีพระราชดำริ
วา ควรสมโภชพระมหาเศวตฉตั รใหเปน สวสั ดมิ งคลแกร าชสมบัติ
นับจากรชั สมยั ของพระองค วันฉตั รมงคลก็ไดถูกระบเุ ปนวนั นักขัตฤกษม งคลนับแตน ้นั มา
วนั ฉตั รมงคล
ตามธรรมเนียมเดิม พระราชพิธีฉัตรมงคลทีจ่ ัดข้นึ ในเดือน 6 ตามปฏทิ นิ ไทย
ซ่ึงตรงกับเดอื นพฤษภาคมตามปฏิทนิ สากล เจา พนกั งานท้งั ฝายหนาและฝายใน มีหนาที่รักษา
เครอื่ งราชูปโภคและพระราชนเิ วศน จะทำพิธสี มโภชเปน การฝา ยใน
พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจาอยหู วั ทรงรับบรมราชาภเิ ษกเม่ือวนั พธุ เดอื น 12 แรม 12 คำ่
ปมะโรงสมั ฤทธศิ ก จ.ศ.1230 ตรงกบั วนั ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2411
แตย ังคงใหจัดพระราชพธิ ีฉตั รมงคลในเดือน 6 ตามแบบอยา งในรัชกาลท่ี 4
ตอ มา จนกระท่งั เมอ่ื ประกอบพระราชพธิ ีบรมราชาภิเษก คร้ังที่ 2
ในวันอาทิตย เดอื น 12 แรม 12 คำ่ ประกาเบญจศก จ.ศ.1235
ตรงกับวันที่ 16 พฤศจกิ ายน พ.ศ.2416 พระองคโ ปรดเกลาฯ
พระราชทานเครื่องราชอสิ ริยาภรณจ ุลจอมเกลาแกพระบรมวงศานวุ งศ
และขาราชการทไี่ ดร บั พระราชทานพานทองดวย
ในปต อ มาจงึ ยา ยเวลาจดั พระราชพิธีฉัตรมงคล จากเดือน 6 มาทำในเดือน 12
และเรยี กวา “การสมโภชพระมหาเศวตฉตั ร”
มกี ารจัดพระราชพิธีรวม 4 วนั ในเดอื น 12 แรม 10 ค่ำ ถงึ แรม 13 ค่ำ
วนั ฉัตรมงคล
พระราชพธิ ีฉัตรมงคลน้ันเปน พธิ จี ดั สมโภชเครื่องราชกกุธภัณฑในพระบรมมหาราชวงั
เจา พนักงานอญั เชญิ เคร่อื งมงคลสิรเิ บญจราชกกุธภัณฑข นึ้ ประดิษฐาน
บนพระแทนใตพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร
จากนน้ั พระราชครูหวั หนา พราหมณอ า นประกาศพระราชพิธีฉตั รมงคล
พระสงฆส วดพระพุทธมนตเ ยน็ สำหรับเคร่ืองสริ เิ บญจราชกกุธภณั ฑ ประกอบดว ย
พระมหาพิชยั มงกฎุ
พระมหาพิชยั มงกุฎ ทำดว ยทองลงยาประดบั เพชร มคี า สำคญั เทากับราชกกธุ ภัณฑอ ื่น ภายหลงั
ประเทศไทยติดตอ กบั ประเทศในทวีปยุโรป จงึ นิยมตามราชสำนกั ยโุ รปทีพ่ ระมหากษัตริยสวมมงกฎุ
จากนัน้ มาจึงถอื เปนสิ่งสำคญั พระมหากษัตริยจะทรงสวมพระมหาพิชยั มงกฎุ ในพระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก
พระแสงขรรคช ัยศรี
พระแสงขรรคช ยั ศรี ดา มและฝกทำดว ยทองลงยาประดับอญั มณี เปน พระแสงราชศัสตราวธุ
ประจำพระองคพระมหากษตั รยิ เปนเครือ่ งราชกกธุ ภณั ฑใ นการพระราชพิธบี รมราชาภเิ ศษ เมือ่ พ.ศ.2328
โดยพระยาอภยั ภเู บศร (แบน) ใหขาราชการเมอื งพระตะบองนำมาทลู เกลา ฯ ถวายรัชกาลท่ี 1
ธารพระกร
รชั กาลท่ี 1 โปรดใหส รา งธารพระกรจากไมชัยพฤกษป ดทอง หัวและสนเปนเหล็กครำ่ ลายทอง ทส่ี ุดสน
เปน สอ มสามงา ม เรยี กวา ธารพระกรชยั พฤกษ ภายหลังรัชกาลท่ี 4 โปรดใหสรา งดวยทองคำ
ภายในมพี ระเสนา ยอดมีรปู เทวดา เรยี กวา ธารพระกรเทวรูป มลี กั ษณะเปน พระแสงดาบมากกวา
ครั้งถงึ รชั กาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหใ ชธารพระกรชัยพฤกษในการพระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก
สืบมาจนถึงรชั กาลท่ี 9
วาลวิชนี
วาลวชิ นี หรือ พัดและแส รัชกาลท่ี 1 โปรดใหสรา งขน้ึ พดั เปน ใบตาลปดทองทง้ั 2 ดาน
ขอบขลบิ ทองคำ ดา มทำดวยทองลงยา ตอมารชั กาลที่ 4 ทรงพระราชดำรใิ หเ รียกตาม
ภาษาพระบาลวี า “วาลวชิ นี” เปน เคร่อื งโบกทำดวยขนหางจามรี
และขนหางชางเผอื กในเวลาตอมา เปน เคร่อื งราชกกธุ ภัณฑใชค วบคูกับพดั ใบตาล
ฉลองพระบาทเชิงงอน
ฉลองพระบาทเชงิ งอน เปน เคร่อื งราชกกุธภัณฑต ามแบบอินเดยี โบราณ
ทำดวยทองคำลงยาราชาวดีฝงเพชร และพราหมณเปนผูสวมถวายในพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก
หลังจากจบพธิ ีสงฆ ทหารบก และทหารเรอื ยิงปน ใหญเฉลมิ พระเกยี รติ ฝา ยละ 21 นัด
และมีพิธพี ระราชทานเคร่ืองราชอิสรยิ าภรณแ กพ ระบรมวงศานุวงศ ขาราชการ
และผูทำความดีใหแกช าติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ
ดว ยเกลา ดว ยกระหมอม ขอเดชะ
ขาพระพทุ ธเจา คณะผบู รหิ าร คณาจารย
พนักงาน เจา หนา ท่ี และนักศึกษา
มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลรตั นโกสินทร
ดำเนินการโดย สถาบนั ศลิ ปะและวฒั นธรรม