แผนพฒั นาตนเองรายบุคคล
(Individual Development Plan : ID Plan)
I
D ปกี ารศึกษา
P 2565
l
A
n นางสาลินี กลุ วงษ์
ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพเิ ศษ
โรงเรยี นอนบุ าลกระสงั
สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษาบุรีรัมย์ เขต 2
แผนพฒั นาตนเองของขา้ ราชการครู
(Individual Development Plan : ID Plan)
ประจาปีการศึกษา 2565
โดย
นางสาลินี กุลวงษ์
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ
โรงเรียนอนบุ าลกระสัง
สังกัดสานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาบรุ รี มั ย์ เขต 2
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
บนั ทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นอนบุ าลกระสัง
ท่ี …………………………… วันที่ 16 พฤษภาคม 2565
เรอื่ ง ขออนุมัติแผนพัฒนาตนเองของขา้ ราชการครู (Individual Development Plan : ID Plan)
เรยี น ผู้อานวยการโรงเรียนอนบุ าลกระสัง
ตามที่โรงเรียนอนุบาลกระสัง ได้มอบหมายให้คณะครูทุกคนจัดทาแผนพัฒนาตนเอง (Individual
Development Plan : ID Plan) เพ่ือให้เกิดการวางแผนในการปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
เกดิ ผลดีแก่ตนเองและราชการ และเป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธกิ าร
บัดน้ี ข้าพเจ้า นางสาลินี กุลวงษ์ ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ ได้จัดทาแผนพัฒนา
ตนเองของข้าราชการครู (Individual Development Plan : ID Plan) ประจาปีการศึกษา 2565 เรียบร้อย
แลว้ รายละเอยี ดดังแนบ
จงึ เรยี นมาเพื่อโปรดพจิ ารณา
(ลงชือ่ )................................................
(นางสาลินี กลุ วงษ์)
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครชู านาญการพิเศษ
ความคดิ เห็นของผู้อานวยการโรงเรียนอนบุ าลกระสัง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(นายสมชาย ไกรศทุ ธกิ านต์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นอนบุ าลกระสงั
คานา
ตามท่ี ก.ค.ศ. ได้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพัฒนาตนเองและวิชาชีพครู (ว22/2560) เม่ือวันที่ 5
กรกฎาคม 2560 ขอ้ 1. ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา ตอ้ งได้รบั การพฒั นาอยา่ งตอ่ เนื่องทุกปี โดย
ให้ประเมินตนเองตามแบบ ท่ี ก.ค.ศ. กาหนด พร้อมท้ังจดั ทาแผนการพัฒนาตนเองเป็นรายปี ตามแบบที่สว่ น
ราชการกาหนด และเข้ารับการพัฒนาตามแผนอย่างเป็นระบบ และต่อเน่ือง ฉะน้ันก่อนจะเลือกหลักสูตร
คูปอง ครจู ะตอ้ งประเมินตนเอง จัดทาแผนพัฒนาตนเอง เพือ่ ใหผ้ บู้ รหิ ารอนุมตั ิหลกั สตู ร ตาม ID Plan
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ดาเนินการโครงการพัฒนาครูแบบครบวงจร ตาม
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการในการปฏิรูประบบการพัฒนาครู เพ่ือตอบสนองต่อการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
อยา่ งมรี ะบบ และมปี ระสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับยทุ ธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579)
นางสาลินี กลุ วงษ์
พฤษภาคม 2565
สารบัญ หนา้
เรือ่ ง ก
ข
คานา 5
สารบัญ 5
สว่ นท่ี 1 ขอ้ มูลส่วนบุคคล 5
5
1.1 วชิ า/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรทู้ ีท่ าการสอน 6
1.2 จานวนช่วั โมงการปฏิบัติงาน 6
1.3 ผลที่เกดิ จากการจดั การเรียนรู้ 6
1.4 ผลทเ่ี กดิ จากการพฒั นาวชิ าการ 7
1.5 ผลทเี่ กิดกบั ผ้เู รียน 8
1.6 ผลทเ่ี กดิ กับสถานศึกษา 8
1.7 ผลท่ีเกิดกับชมุ ชน 8
สว่ นที่ 2 ผลการประเมนิ ตนเอง 9
2.1 ผลการประเมินตนเองตามกรอบของ ก.ค.ศ. 10
11
- ดา้ นความรู้ความสามารถในการปฏบิ ตั ิงาน 12
- ดา้ นทกั ษะการปฏบิ ัติงาน 13
- ดา้ นความเปน็ ครู 14
2.2 ผลการประเมนิ ศกั ยภาพของผเู้ รียนในสถานศึกษาตามจุดเน้นของ สพฐ. 14
2.3 ผลการประเมินศาสตร์การสอน ตามกรอบแนวคิดของหลักสูตรสถาบนั ครุ ุพฒั นา 14
2.4 สรุปผลการประเมนิ ตนเอง 14
ส่วนท่ี 3 แผนการพฒั นาตนเอง 16
3.1 อันดบั ความสาคัญ/สมรรถนะทีจ่ ะพฒั นา 25
3.2 วธิ กี าร/รูปแบบการพัฒนา 25
3.3 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะได้รบั 25
3.4 ประวัตกิ ารเขา้ รบั การพฒั นา (ในรอบ 5 ปีท่ผี า่ นมา) 25
ส่วนท่ี 4 ความตอ้ งการในการพฒั นา 25
4.1 หลักสตู รใดท่ที า่ นตอ้ งการพัฒนา
4.2 เพราะเหตใุ ดทา่ นจงึ ตอ้ งการเขา้ รบั การพัฒนาในหลกั สตู รนี้
4.3 ท่านคาดหวังสง่ิ ใดจากการเขา้ รับการพัฒนาในหลักสตู รน้ี
4.4 ท่านจะนาหลักสตู รนีไ้ ปพฒั นาการสอนของท่านอยา่ งไร
6
สว่ นท่ี 1
ขอ้ มลู ส่วนบุคคล
1.ข้อมลู ส่วนตวั
ชอ่ื (นาย / นาง / นางสาว) สาลนิ ี ชื่อสกุล กลุ วงษ์
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ
วฒุ กิ ารศกึ ษา
ปรญิ ญาตรี หรือเทียบเทา่ วชิ าเอก/สาขาคณติ ศาสตร์
ปริญญาโท หรอื เทียบเทา่ วชิ าเอก/สาขา วจิ ัยและสถิตทิ างการศกึ ษา
ปรญิ ญาเอก หรือเทยี บเทา่ วิชาเอก/สาขา..........................................................................................
อ่ืนๆ (โปรดระบุ) .....................................................................................................................................
เขา้ รบั ราชการวนั ท่ี 31 เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. 2547 ณ โรงเรยี น บา้ นขา่ จังหวดั นครพนม
สงั กดั สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศึกษาบรุ รี ัมย์ สานักคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
อายรุ าชการจนถึงปัจจบุ ัน 17 ปี 11 เดือน
เงนิ เดือน อันดับ คศ.3 อัตราเงนิ เดอื น 41,000 บาท
ปัจจบุ นั สถานทีท่ างาน
สถานศกึ ษา/หน่วยงาน โรงเรยี นอนบุ าลกระสัง จงั หวัดบรุ ีรมั ย์
2. วชิ า/สาขา/กลมุ่ สาระการเรียนรทู้ ่ีทาการสอน จานวน 2 วชิ า รวม 19 ชว่ั โมง/สัปดาห์
ภาคเรยี นที่ 1
วิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ /ระดับ ม.1 จานวน 3 ชั่วโมง/สปั ดาห์
วชิ า/สาขา/กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้นั /ระดับ ม.2 จานวน 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
วิชา/สาขา/กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้น/ระดับ ม.3 จานวน 3 ช่วั โมง/สปั ดาห์
วิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตรเ์ พมิ่ เตมิ ช้ัน/ระดบั ม.1 จานวน 2 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
วิชา/สาขา/กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์เพิ่มเติม ชั้น/ระดบั ม.2 จานวน 2 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
กิจกรรม ชมุ นมุ ชน้ั /ระดบั ม.1 จานวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์
กจิ กรรม ลกู เสอื เนตรนารี ชั้น/ระดบั ม.1 จานวน 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์
ภาคเรยี นท่ี 2
วิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชั้น/ระดบั ม.1 จานวน 3 ชัว่ โมง/สปั ดาห์
วิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั /ระดบั ม.2 จานวน 3 ชวั่ โมง/สัปดาห์
วิชา/สาขา/กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์ ชน้ั /ระดับ ม.3 จานวน 3 ชว่ั โมง/สัปดาห์
วิชา/สาขา/กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์เพมิ่ เตมิ ชั้น/ระดับ ม.1 จานวน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์
7
วชิ า/สาขา/กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณติ ศาสตร์เพ่ิมเตมิ ช้ัน/ระดับ ม.2 จานวน 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์
กจิ กรรม ชุมนมุ ชน้ั /ระดับ ม.1 จานวน 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์
กจิ กรรม ลูกเสือ เนตรนารี ชั้น/ระดบั ม.1 จานวน 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์
3. จานวนช่วั โมงการปฏิบตั งิ าน
3.1 ช่ัวโมงสอนตามตารางสอน 720 ชว่ั โมง
3.2 ชว่ั โมงสนับสนุนการเรียนรู้ 40 ชัว่ โมง
3.3 ชัว่ โมงการมสี ่วนรว่ มในชมุ ชนการเรียนร้ทู างวชิ าชีพ (PLC) 60 ชว่ั โมง
3.4 ชวั่ โมงงานตอบสนองนโยบายและจดุ เน้น 10 ชัว่ โมง
4. ผลงาน ที่เกิดจากการปฏิบตั ิหน้าท่ใี นตาแหนง่ ปจั จบุ ัน (ยอ้ นหลงั 5 ป)ี
1. ผลที่เกิดจากการจดั การเรียนรู้
1.1 มีแผนการจัดการเรียนรู้ รายวชิ าคณติ ศาสตรช์ น้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ทม่ี กี ารวิเคราะห์หลกั สตู ร
สถานศกึ ษา มาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั และผลการเรียนรู้ อยา่ งถูกตอ้ ง
1.2 มกี ารจดั กิจกรรมการเรยี นรู้โดยเน้นใหผ้ เู้ รยี นได้ปฏิบัตกิ ิจกรรม (Active Learning) โดยเน้น
ผู้เรยี นเป็นสาคัญ ด้วยกจิ กรรมทห่ี ลากหลายและสอดคล้องกับธรรมชาตวิ ชิ าคณิตศาสตร์
1.3 มแี นวทางในการบรหิ ารจัดการชั้นเรียนและจัดบรรยากาศในช้ันเรียนทเ่ี หมาะสมและช่วย
สง่ เสรมิ การเรยี นรขู้ องนกั เรยี น และมรี ะบบดแู ลชว่ ยเหลือผเู้ รียนท่มี คี ณุ ภาพ
1.4 มีเครื่องมอื การวดั และประเมนิ ผลท่มี คี ณุ ภาพ ผา่ นการหาคณุ ภาพเครอื่ งมอื วัดผลเบอ้ื งตน้
และมีความหลากหลายในการประเมินอยา่ งรอบดา้ น ทัง้ ด้านความรู้ ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ และด้าน
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ รวมไปถงึ สมรรถนะทส่ี าคญั ของผเู้ รยี น และเน้นการประเมินตามสภาพจรงิ
1.5 มกี ารแกป้ ญั หาในชน้ั เรียนด้วยกระบวนการวจิ ัยในชั้นเรยี น โดยเน้นปัญหาทพี่ บเจอจากการจัด
กจิ กรรมการเรียนรู้ หรือปญั หาจากการเรยี นร้ขู องนกั เรยี น
1.6 มสี ื่อ นวตั กรรมการเรยี นรู้ และแหล่งการเรยี นสาหรับใช้ประกอบการจัดการเรยี นรู้ และให้
นกั เรียนไวส้ บื คน้ เพิม่ เติม เชน่ เอกสารประกอบการเรียน สื่อสไลด์ คลปิ วดิ โี อ และเว็บไซต์รายวชิ าคณิตศาสตร์
เพ่มิ เติม และนาเทคโนโลยีทางการศึกษาเขา้ มาปรบั ใช้ในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
2. ผลทเ่ี กดิ จากการพฒั นาวิชาการ
2.1 มกี จิ กรรมทีส่ ง่ เสรมิ ให้นักเรียนไดใ้ ชค้ วามคิด และการแกป้ ัญหาทางคณิตศาสตร์ เชน่ กจิ กรรม
สนกุ คิดพิชติ คณิตศาสตร์ ซึ่งเปน็ กจิ กรรมทใ่ี ห้นกั เรียนร่วมตอบคาถามประจาสัปดาห์
2.2 มีกจิ กรรมบรู ณาการเน้ือหาในหอ้ งเรยี นกบั กิจกรรม Math Day 2020 ซึ่งเป็นการบรู ณการ
เนือ้ หาในห้องเรียนผา่ นกิจกรรมเกมคณติ ศาสตรต์ า่ ง ๆ
2.3 มกี จิ กรรมชมุ นมุ คณติ ศาสตร์ Math Day ของนกั เรียนระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เพือ่ เปน็ การ
สร้างเจตคติทด่ี ตี อ่ การเรยี นคณิตศาสตร์ และให้นกั เรียนตระหนกั ถึงความสาคญั ของวิชาคณติ ศาสตรแ์ ละนามา
ประยุกต์ใช้ในการดาเนนิ ชวี ติ ประจาวัน
2.4 ครูมคี วามร้คู วามเข้าใจในการนากระบวนการ PLC เข้ามาใช้ในการพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รยี น
8
3. ผลที่เกิดกับผู้เรยี น
3.1 นกั เรยี นมผี ลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนตามเกณฑท์ ่ีกาหนด และไมม่ นี ักเรยี นทม่ี ผี ลการเรยี นเป็น 0
3.2 นกั เรยี นมีระดับทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ผา่ นเกณฑท์ คี่ รผู ้สู อนกาหนดไว้
3.3 นกั เรียนมีระดบั คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านทเ่ี กณฑ์ท่คี รผู สู้ อนกาหนดไว้
3.4 นกั เรยี นมชี น้ิ งาน/ผลงาน ท่ีสะทอ้ นความคดิ ขน้ั สูง เชน่ การคิดวเิ คราะห์ การสงั เคราะห์
การประเมนิ คา่ และความคดิ สรา้ งสรรคช์ นั้ งาน โดยใชค้ วามรแู้ ละเนอื้ หาทางคณิตศาสตร์
3.5 นักเรยี นได้รบั รางวลั ระดบั เหรียญทอง ในการแข่งขันโครงงานคณติ ศาสตร์ ระดับเขตพืน้ ท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2
3.6 นกั เรยี นสามารถค้นคว้าหาความรู้จากแหล่งเรยี นร้ทู คี่ รไู ดร้ วบรวมและแนะนาใหไ้ ด้อย่าง
ถูกต้อง และนกั เรียนมคี วามพึงพอใจต่อแหลง่ เรียนร้ทู ่คี รูสร้างขึน้ หรอื รวบรวมไว้
4. ผลที่เกดิ กบั สถานศกึ ษา
4.1 โรงเรยี นมีผลคะแนน O-NET รายวชิ าคณติ ศาสตร์เฉล่ียสงู กว่าระดับประเทศ
4.2 มบี รรยากาศท้ังภายในและภายนอกห้องเรียนที่เอ้อื ต่อการเรยี นรู้ของครูและนักเรียน
4.3 มรี ะบบการทางานทเ่ี ป็นทมี และมีแนวทางการทางานท่ีเป็นข้นั ตอนชดั เจน
4.4 มแี นวทางดา้ นเอกสาร และการเตรยี มความพรอ้ มในการประเมนิ เพ่ือขอมแี ละเลอื่ นวิทยฐานะ
ของครู
5. ผลทเ่ี กดิ กับชุมชน
5.1 เกิดความสมั พันธท์ ี่ดกี ับผปู้ กครองนกั เรยี น และชุมชน
5.2 มีกจิ กรรมทางสงั คมในดา้ นตา่ งๆ ร่วมกับชมุ ชนอย่างสม่าเสมอ
5.3 เปน็ แหล่งเรียนรู้ท่ีสามารถใหบ้ คุ คลภายนอกเขา้ มาศกึ ษาได้
5.4 นกั เรียนไดบ้ าเพ็ญประโยชน์ หรือทากิจกรรมรว่ มกับชุมชน เพอื่ ใหน้ กั เรยี นเกิดความตระหนัก
ในการพัฒนาชมุ ชนท่ีนกั เรยี นอาศัยอยู่
9
ส่วนที่ 2
ผลการประเมินตนเอง
ตอนที่ 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ ก.ค.ศ.
ดา้ นท่ี 1 ความรคู้ วามสามารถในการปฏบิ ตั งิ านในหน้าท่ี
ระดบั ความรู้
รายการพิจารณาตนเอง มมี าก ปานกลาง น้อย
(3) (2) (1)
1. เน้ือหาในรายวชิ า/กลมุ่ สาระการเรียนรทู้ ส่ี อน ✓
2. วิธสี อน ถา่ ยทอดความรู้เชงิ เนื้อหา กจิ กรรม บรบิ ท เป้าหมาย ✓
การเรียนรู้ ความรพู้ ้ืนฐาน การปรบั พื้นฐาน และอุปสรรคการเรยี นรู้
ของผูเ้ รยี น
3. หลกั การสอน และกระบวนการเรยี นรู้ ✓
4. หลักสูตร การออกแบบ วางแผนการใช้ ประเมนิ และแนวทาง ✓
การเรียนรใู้ นแต่ละเน้อื หา
5. พื้นฐานการศกึ ษา หลักการศกึ ษา ปรัชญาการศกึ ษา จติ วิทยา ✓
สังคม นโยบายการศกึ ษา จดุ มงุ่ หมายการจัดการศกึ ษาตงั้ แตร่ ะดบั
ชาตจิ นถึงระดับหลักสตู ร
6. การจดั การศึกษาแบบรวม และการตอบสนองต่อความหลาก ✓
หลายของผู้เรียน
7. ทฤษฎกี ารเรยี นรู้ และจิตวิทยาการเรียนรู้ ✓
8. การใช้เทคโนโลยี และส่อื นวัตกรรมเพอ่ื การเรยี นรู้ ✓
9. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ ✓
รวม 12 10
คะแนนรวม/แปลผล 22/อยใู่ นระดบั มาก
เกณฑ์ คะแนน 9 – 15 ระดับความรนู้ ้อย คะแนน 16 – 21 ระดบั ความรปู้ านกลาง
คะแนน 22 – 27 ระดับความรมู้ าก
จากผลการประเมิน พบว่า ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานในหน้าท่ี โดยรวมอยู่ในระดบั มาก
เมอื่ พิจารณาเปน็ รายข้อ พบวา่ ควรได้รบั การส่งเสริมด้านหลักสตู ร การออกแบบ วางแผนการใช้ และการประเมนิ
การใช้หลักสูตร พื้นฐานการศกึ ษา หลักการศกึ ษา ปรชั ญาการศกึ ษา จติ วทิ ยา สังคม นโยบายการศึกษา จดุ มงุ่ หมาย
การจดั การศึกษาตั้งแตร่ ะดับชาตจิ นถึงระดบั หลกั สูตร ทฤษฎกี ารเรยี นรแู้ ละจิตวิทยาการเรยี นรู้ การใชเ้ ทคโนโลยี
และสอ่ื นวัตกรรมเพ่ือการเรยี นรู้ และการวดั ประเมินผลการเรียนรู้
10
ดา้ นท่ี 2 ทักษะการปฏบิ ตั ิงาน
ระดับความสามารถ
รายการพจิ ารณาตนเอง ทาได้ดี พอใช้ ไมค่ ่อยได้ทา
1. การสรา้ งและหรือพฒั นาหลักสูตร (3) (2) (1)
2. การออกแบบหน่วยการเรยี นรู้
3. การจัดทาแผนการจดั การเรียนรู้ ✓
4. กลยทุ ธใ์ นการจดั การเรียนรู้
5. การพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน (ผลสัมฤทธิ์ คุณลกั ษณะ สมรรถนะ) ✓
6. การสรา้ งและการพัฒนาสอื่ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา
และแหล่งเรยี นรู้ ✓
7. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
8. การวจิ ัยเพอื่ พัฒนาคณุ ภาพผูเ้ รียน ✓
รวม ✓
คะแนนรวม/การแปลผล
✓
✓
✓
15 6
21/อยู่ในระดับมาก
เกณฑ์ คะแนน 8 – 13 ระดับทกั ษะนอ้ ย คะแนน 14 – 19 ระดับทกั ษะปานกลาง
คะแนน 20 – 24 ระดับทกั ษะมาก
จากผลการประเมิน พบว่า ทกั ษะการปฏิบัติงาน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายขอ้ พบวา่
ควรไดร้ ับการสง่ เสรมิ ความรใู้ นเร่ืองของการใชก้ ลยทุ ธใ์ นการจดั การเรียนรู้ เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้นักเรยี นได้รบั การพัฒนา
ดว้ ยกระบวนการที่หลากหลายและเน้นใหผ้ ู้เรียนไดป้ ฏิบัติกจิ กรรมการเรยี นรู้ มากกว่าการที่ครูเป็นผูบ้ อกความรู้
ใหก้ บั ผ้เู รยี น และพฒั นาการสร้างสื่อ นวตั กรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา และแหลง่ เรียนรู้ให้มากขึ้น และสอดคลอ้ ง
กบั มาตรฐาน/ตัวชวี้ ดั หรอื ผลการเรียนรู้ และการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
11
ดา้ นท่ี 3 ความเปน็ ครู
ระดับความเปน็ ครู
รายการพิจารณาตนเอง สูงมาก ปานกลาง ยังต้อง
(3) (2) ปรับปรงุ
1. ยึดม่ัน ผกู พัน ศรัทธาในวิชาชพี และทมุ่ เทเพอ่ื การเรยี นรู้ของ
ผู้เรยี น (1)
2. มคี ุณธรรม จริยธรรม และปฏบิ ตั ิตนเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ีแก่ผู้เรยี น
ทัง้ กาย วาจา และจติ ใจ ดารงตนให้เป็นทเี่ คารพ ศรัทธาและ ✓
นา่ เชื่อถอื ทง้ั ใน และนอกสถานศกึ ษา
3. ปฏบิ ตั ติ นตามจรรยาบรรณวชิ าชพี ครู ✓
4. มีวนิ ยั และการรกั ษาวนิ ยั
5. เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ ปรบั ปรงุ และพัฒนาตนเองอยา่ ง ✓
ต่อเนอ่ื ง ใหม้ คี วามรคู้ วามชานาญในวชิ าชพี เพิม่ ขึน้ ✓
6. ปฏิบตั ิตนโดยนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใชไ้ ด้ ✓
7. มีทศั นคติทด่ี ตี อ่ บ้านเมือง
8. มงุ่ ประโยชน์สว่ นรว่ มในการพัฒนาคุณภาพทางการศกึ ษา ✓
✓
รวม ✓
คะแนนรวม/การแปลผล 24
24/อยูใ่ นระดบั มาก
เกณฑ์ คะแนน 8 – 13 ระดบั ความเป็นครูนอ้ ย คะแนน 14 – 19 ระดบั ความเป็นครูปานกลาง
คะแนน 20 – 24 ระดับความเป็นครูมาก
จากผลการประเมิน พบว่า ความเปน็ ครู โดยรวมอยู่ในระดบั สูงมาก เม่อื พจิ ารณาเป็นรายข้อ พบวา่
ทกุ ประเด็น มรี ะดับคะแนนทแี่ สดงถงึ ความเป็นครอู ยู่ในระดับมาก
12
ตอนที่ 2 ผลการประเมินศักยภาพของผู้เรยี นในสถานศกึ ษาตามจดุ เนน้ ของ สพฐ.
ระดบั ศักยภาพ
รายการศกั ยภาพของผู้เรียนในสถานศกึ ษาตามจดุ เน้นของ สพฐ. สูงมาก ปานกลาง ยังต้อง
(3) (2) ปรับปรุง
1. ด้านอา่ นออก อา่ นคลอ่ ง เขยี นได้ เขยี นคล่อง
2. ดา้ นคดิ เลขเปน็ คิดเลขคลอ่ ง (1)
3. ดา้ นการคิดขัน้ พ้นื ฐาน
4. ด้านการคดิ ขนั้ สูง ✓
5. ด้านการสอ่ื สารอย่างสรา้ งสรรค์ตามชว่ งวยั
6. ด้านการใชภ้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ) ✓
7. ด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้
8. ด้านการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ✓
9. ด้านใฝเ่ รยี นรู้
10. ดา้ นใฝด่ ี ✓
11. ดา้ นทักษะชวี ติ
12. ดา้ นการอยอู่ ย่างพอเพยี ง ม่งุ ม่ันในการศึกษาและการทางาน ✓
รวม ✓
คะแนนรวม/การแปลผล
✓
✓
✓
✓
✓
✓
12 16
28/อยู่ในระดับปานกลาง
เกณฑ์ คะแนน 12 – 20 ระดับศักยภาพนอ้ ย คะแนน 21 – 28 ระดบั ศกั ยภาพปานกลาง
คะแนน 29 – 36 ระดบั ศักยภาพสงู มาก
จากผลการประเมิน พบวา่ ระดับศักยภาพของผู้เรียนในสถานศกึ ษาตามจดุ เน้นของ สพฐ. โดยรวมอยูใ่ น
ระดับปานกลาง เมือ่ พิจารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ ดา้ นทีต่ อ้ งได้รับการพฒั นา ซึ่งมีระดับศกั ยภาพอยู่ในระดบั ปาน
กลาง คือ ดา้ นการคิดขั้นสงู ดา้ นการใชภ้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ) ด้านอ่านออก อา่ นคล่อง เขียนได้ เขียน
คล่อง ด้านคดิ เลขเป็น คิดเลขคลอ่ ง ดา้ นการใช้เทคโนโลยเี พือ่ การเรียนรู้ ดา้ นการแสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเองดา้ น
ใฝเ่ รยี นรู้ และดา้ นทักษะชีวติ ทจ่ี ะต้องได้รับการสง่ เสริมในลาดบั ตอ่ มา
13
ตอนท่ี 3 ผลการประเมินศาสตร์การสอน ตามกรอบแนวคิดของหลกั สตู รของสถาบันคุรพุ ัฒนา
ระดับศกั ยภาพ
รายการศกั ยภาพของผู้เรียนตามจุดเน้น สงู มาก ปานกลาง ยังต้อง
(3) (2) ปรบั ปรุง
1. การสอนในศตวรรษท่ี 21
2. การแกป้ ัญหาผู้เรยี น (1)
3. จติ วทิ ยาการแนะแนว/จิตวิทยาการจัดการเรียนรู้
4. การจดั การชัน้ เรียน ✓
5. การวิจยั
6. การพฒั นาหลกั สตู ร ✓
7. สะเตม็ ศึกษา (STEM Education)
8. การใช้ส่ือและเทคโนโลยใี นการจดั การเรียนรู้ ✓
9. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
10. การออกแบบการเรยี นรู้ ✓
รวม ✓
คะแนนรวม/การแปลผล
✓
✓
✓
✓
✓
9 12 1
22/อย่ใู นระดับปานกลาง
เกณฑ์ คะแนน 10 – 16 ระดบั ศาสตรก์ ารสอนน้อย คะแนน 17 – 23 ระดับศาสตรก์ ารสอนปานกลาง
คะแนน 24 – 30 ระดบั ศาสตร์การสอนสงู มาก
จากผลการประเมนิ พบว่า ระดับศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคดิ ของหลกั สูตรของสถาบันคุรพุ ฒั นา
โดยรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง เม่อื พิจารณาเปน็ รายขอ้ พบวา่ ดา้ นทต่ี ้องไดร้ บั การปรับปรุง คอื สะเตม็ ศกึ ษา
(STEM Education) และระดับศาสตรก์ ารสอน ปานกลาง คอื การสอนในศตวรรษท่ี 21 การวิจยั การพัฒนา
หลักสูตร การใช้ส่ือและเทคโนโลยใี นการจัดการเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ และการออกแบบการ
เรยี นรู้
สรปุ ผลการประเมนิ ตนเอง
ตอนที่ 1 ผลการประเมนิ ตนเองตามกรอบของ ก.ค.ศ.
ดา้ นที่ 1 ความรคู้ วามสามารถในการปฏบิ ัตงิ านในหนา้ ที่ ควรไดร้ ับการส่งเสรมิ ความรใู้ นด้านเนอื้ หา
รายวชิ า หลกั สตู ร การออกแบบ วางแผนการใช้ และการประเมินการใชห้ ลักสูตร พน้ื ฐานการศกึ ษา หลกั การศกึ ษา
ปรชั ญาการศึกษา จติ วทิ ยาสังคม นโยบายการศกึ ษา จดุ มุ่งหมายการจดั การศกึ ษาต้ังแตร่ ะดับชาตจิ นถึงระดบั
14
หลกั สตู ร ทฤษฎีการเรียนรูแ้ ละจิตวิทยาการเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยี และสื่อนวัตกรรมเพอ่ื การเรยี นรู้ และการวดั
ประเมินผลการเรียนรู้
ดา้ นท่ี 2 ทักษะการปฏบิ ัติงาน ควรไดร้ บั การสง่ เสริมความรใู้ นเรื่องของการใชก้ ลยุทธใ์ นการจัดการเรยี นรู้
พัฒนาการสรา้ งสื่อ นวตั กรรม เทคโนโลยที างการศกึ ษา และแหล่งเรยี นรู้
ดา้ นท่ี 3 ความเปน็ ครู ปฏบิ ตั หิ น้าที่ไดใ้ นระดบั สูงมาก
ตอนท่ี 2 ผลการประเมินศักยภาพของผเู้ รยี นในสถานศึกษาตามจุดเนน้ ของ สพฐ.
ระดับศกั ยภาพของผู้เรยี นในสถานศึกษาตามจดุ เนน้ ของ สพฐ. ด้านทตี่ ้องได้รับการพฒั นา คอื ดา้ นการ
คดิ ขั้นสูง และด้านการใชภ้ าษาตา่ งประเทศ(ภาษาองั กฤษ) ดา้ นอ่านออก อา่ นคล่อง เขียนได้ เขียนคลอ่ ง ด้านคิด
เลขเป็น คิดเลขคลอ่ ง ดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีเพือ่ การเรยี นรู้ ด้านการแสวงหาความรูด้ ้วยตนเองด้านใฝเ่ รยี นรู้ และ
ดา้ นทักษะชวี ิต
ตอนที่ 3 ผลการประเมนิ ศาสตรก์ ารสอน ตามกรอบแนวคดิ ของหลักสูตรของสถาบันครุ พุ ัฒนา
ระดับศาสตร์การสอน ตามกรอบแนวคิดของหลกั สตู รของสถาบนั ครุ พุ ัฒนา ด้านท่ีตอ้ งไดร้ ับการ
ปรบั ปรงุ คือ สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education) เพื่อนาความรทู้ างคณติ ศาสตร์ไปเช่อื มโยงกบั ศาสตรอ์ นื่ ๆ เชน่
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รวมไปถึงการใชก้ ระบวนการทางวศิ วกรรมศาสตรม์ าช่วยแกป้ ัญหาในสถานการณต์ ่างๆ
หรือสรา้ งนวตั กรรมการเรยี นรู้ข้นึ
15
ส่วนที่ 3
แผนการพัฒนาตนเอง
1. อันดบั ความสาคญั /สมรรถนะท่จี ะพัฒนา
(ใหใ้ สห่ มายเลขเรียงลาดบั ความสาคัญของสมรรถนะทจี่ ะพฒั นา)
( 4 ) การสอนในศตวรรษที่ 21
( 5 ) การแก้ปัญหาผเู้ รียน
( 8 ) จติ วิทยาการแนะแนว/จติ วทิ ยาการจดั การเรยี นรู้
( 9 ) การจดั การช้ันเรียน
( 2 ) การวิจัยพฒั นาการเรยี นการสอน/ชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้ทางวชิ าชพี
(10) การพัฒนาหลักสตู ร
( 7 ) สะเตม็ ศกึ ษา (STEM Education)
( 1 ) การใช้ส่อื และเทคโนโลยใี นการจดั การเรียนรู้
( 6 ) การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้
( 3 ) การออกแบบการเรียนรู้
2. วิธีการ / รูปแบบการพัฒนา
ศึกษาหาความรทู้ างอินเตอร์เน็ต และหลกั สูตรออนไลน์ เกย่ี วกับการใชส้ อ่ื และเทคโนโลยใี นการจดั การ
เรียนรู้ โดยใชก้ ระบวนการวจิ ัยพัฒนาการเรยี นการสอน/ชุมชนแห่งการเรยี นร้ทู างวชิ าชพี และการออกแบบการ
เรยี นรู้
3. ระยะเวลาในการพฒั นา
เริม่ ตน้ 16 พฤษภาคม 2565 ส้ินสดุ 31 มนี าคม 2566
4. การขอรับการสนบั สนนุ จากหนว่ ยงาน
ขอรับการสนบั สนนุ ด้านงบประมาณส่วนบคุ คล
5. ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะไดร้ บั
5.1 ผลลพั ธ์ที่คาดหวัง
ดา้ นความรู้
มีแนวทาง และความร้คู วามเข้าใจในการจดั การเรียนรู้โดยใชส้ ่อื และเทคโนโลยใี นการจดั การเรยี นรู้ผา่ น
แอพลเิ คชน่ั ต่าง ๆ สามารถบูรณาการกับเนือ้ หาวิชาคณติ ศาสตร์ และทาใหน้ กั เรยี นเหน็ ถึงความสาคญั ว่า ทาไมจึง
ตอ้ งเรียนคณติ ศาสตร์ ควบคู่กบั การพัฒนาส่อื และเทคโนโลยีในการจดั การเรยี นรู้ เพ่ือใหม้ ีส่อื ทท่ี ันสมัย และทาให้
นกั เรียนมคี วามสนใจในการเรยี นรู้ ช่วยเพิ่มประสทิ ธิภาพในการสอน และเพ่ิมการเรยี นรใู้ หก้ ับผู้เรียน และใช้
16
กระบวนการวจิ ัยเพอ่ื พัฒนาการเรยี นการสอน รวมไปถึงการเข้าร่วมชุมชนการเรยี นรทู้ างวชิ าชพี เพ่อื แลกเปลีย่ น
เรยี นรใู้ นการออกแบบการเรียนรู้ท่ีมีประสทิ ธภิ าพ สามารถนามาพัฒนาการเรยี นรขู้ องผเู้ รยี นไดเ้ ตม็ ตามศักยภาพ
ของนกั เรียนแตล่ ะคน
ด้านทกั ษะ
พัฒนาทกั ษะดา้ นการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา พัฒนาทกั ษะการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนที่
ช่วยพัฒนาทกั ษะกระบวนการทางคณติ ศาสตร์ของนกั เรียน เพม่ิ พูนประสบการณ์และทักษะการใชส้ ่อื เทคโนโลยีการ
เรยี นการสอนคณติ ศาสตรท์ ่ที นั สมัย
ด้านความเป็นครู
พฒั นาตนเองให้มคี วามรคู้ วามสามารถ ในระดบั มาตรฐานตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพิเศษ
เปน็ พ่ีเล้ียง/ที่ปรกึ ษา/แบบอย่าง ในการแสดงถงึ ความรกั และศรทั ธาในวชิ าชีพครู ตลอดจนเป็นผู้นาทางวิชาการ
ช่วยเหลือและพฒั นาคณุ ครูในโรงเรยี นในการขอมแี ละเล่ือนวทิ ยฐานะทีส่ งู ขน้ึ
5.2 ผลการนาไปใช้ในการพัฒนางาน
ทาใหม้ ีแผนการจัดการเรยี นรูใ้ นเนน้ ผู้เรยี นปฏิบัติ (Active Learning) มงุ่ เน้นให้นกั เรียนได้เรียนร้ผู ่านการ
ลงมอื ทากจิ กรรมด้วยตนเอง รว่ มกับส่อื เทคโนโลยกี ารเรยี นการสอน และแหลง่ เรยี นรูท้ ค่ี รูได้รวบรวมไว้ รวมถึงการ
ใชก้ ระบวนการ PLC และการวจิ ยั ในชั้นเรียน มาปรับปรุง แก้ไข และพฒั นา การเรยี นร้ขู องผู้เรียน
5.3 การสรา้ งชุมชนการเรยี นรู้ PLC Online เครอื ขา่ ยระดบั กลุ่ม
ได้สร้างเพจเฟสบคุ๊ เพื่อท่เี วทใี นการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ เกย่ี วกบั การพัฒนาคุณภาพผ้เู รียนดว้ ยกระบวนการ
PLC และมีกลุ่มไลน์ของกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ กลุ่มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ทเ่ี ป็นชอ่ งทางในการ
ติดต่อสอื่ สาร แลกเปลย่ี นแนวคิดในการจัดการเรยี นรู้ การเผยแพรก่ ลยทุ ธว์ ธิ กี ารสอนทเ่ี กดิ ผลทางบวกตอ่ การเรยี นรู้
ของผ้เู รยี น การใชส้ อ่ื นวตั กรรม เทคโนโลยีการเรยี นการสอน รวมไปถงึ เครือ่ งมือวดั และประเมนิ ผล และการวิจยั
ในชัน้ เรียน การบรหิ ารจดั การชน้ั เรียน ระบบดูแลช่วยเหลอื การพัฒนาตนเองและการพัฒนาวชิ าชีพครู
ลงชื่อ..................................................................
(นางสาลินี กุลวงษ)์
ตาแหน่ง ครู
ความเห็นของผ้บู ังคับบัญชา
......................................................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................................................
สิบเอก..................................................................
(นายสมชาย ไกรศทุ ธิกานต์)
ผอู้ านวยการโรงเรียนอนุบาลกระสัง
17
6. ประวตั ิการเข้าการรบั พฒั นา (ในรอบ 5 ปี ที่ผ่านมา)
ลาดบั ที่ เร่อื ง หน่วยงาน จานวน หมายเหตุ
ช่ัวโมง
ปีการศกึ ษา 2561 สพฐ.
1 ผูน้ าเสนอผลงานสถานศกึ ษาตน้ แบบ รางวัล IQA -
AWARD การสัมมนาหัวข้อ “ถอดรหสั ระบบและ สสวท. รว่ มกบั สพฐ.
กลไกการบรหิ ารจดั การคณุ ภาพและมาตรฐาน 18
การศึกษาสถานศกึ ษา”ภายใต้งานมหกรรม สพฐ. ร่วมกับ มลู นิธิศภุ นมิ ิต
ความสามารถทางศลิ ปหตั ถกรรมวิชาการ และ แห่งประเทศไทย 20
เทคโนโลยขี องนักเรียน ปีการศกึ ษา ๒๕๖๑ ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนอื ระหว่างวันท่ี 5-7 ธนั วาคม สสวท. รวมกบั สพฐ. 18
พ.ศ.2561
2 อบรมหลกั สูตรพฒั นาครสู ะเตม็ ด้วยระบบทางไกล เครือขา่ ยสุจรติ ไทย -
โครงการบูรณาการสะเต็มศึกษา ระดับประถมศกึ ษา สสวท. 6
ปีที่ 4 – 6 เรื่อง เมืองจาลองในฝนั ต้ังแต่วนั ที่ 14 – 12
20 พฤษภาคม 2561 สสวท. รว่ มกับ สพฐ. 12
สสวท. รว่ มกับ สพฐ. 7
ปีการศกึ ษา 2562 อบจ.ขอนแก่น รว่ มกับ สธจ.
3 อบรมโครงการโรงเรยี นปลอดภยั ในประเทศไทย
หลักสูตรการลดความเสย่ี งภัยพบิ ัตธิ รรมชาตแิ ละ ขอนแกน่
การปรับตัวรบั การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ
รหสั หลักสตู ร 62037
4 อบรม “หลักสูตรการอบรมครูดว้ ยระบบทางไกล
โครงการบูรณาการสะเตม็ ศึกษา ระดบั มัธยมศกึ ษา
ตอนต้น เรอ่ื ง ขนสง่ ทนั ใจ ลื่นไถลก็ไม่กลัว” วนั ท่ี
9 – 10 พฤษภาคม พ.ศ.2562
5 การอบรมหลกั สูตรสาหรบั ข้าราชการ “สุจริตไทย”
ปีการศกึ ษา 2563
6 อบรมออนไลน์ปัญญาประดิษฐส์ าหรับโรงเรียน
หลักสตู ร 3 (Al for School Level3)
7 อบรมออนไลน์การจัดการเรียนรู้วทิ ยาการคานวณ
สาหรับครูประถมศกึ ษาปที ี่ 1-3 รหสั 63023
8 อบรมออนไลน์การจัดการเรียนรู้วทิ ยาการคานวณ
สาหรับครูประถมศึกษาปที ่ี 4-6 รหสั 63024
ปกี ารศึกษา 2564
9 การอบรม การสร้างส่ือการเรียนรูม้ ัลติมเี ดีย ดว้ ย
เสยี งบรรยายอัตโนมัติ
10 การอบรมหลักสูตร NEXT Normal Education สานกั งานคณะกรรมการ 3
Reimagined การบรหิ ารจัดการเรยี นการสอน การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และ
18
ลาดับที่ เรอื่ ง หน่วยงาน จานวน หมายเหตุ
ชวั่ โมง
ออนไลน์ พรอ้ มประสบการณ์จริงจากผบู้ รหิ าร บรษิ ทั ไมโครซอฟท์ (ประเทศ
สถานศึกษา ไทย) จากดั 12
ปีการศกึ ษา 2565 20
11 อบรมออนไลนก์ ารจัดการเรียนรู้วทิ ยาการคานวณ สพฐ. ร่วมกบั สสวท. 6
สาหรับครปู ระถมศกึ ษาปที ่ี 1-3 รหสั 63023 สพฐ. ร่วมกบั สสวท. 6
12 อบรมออนไลน์การจัดการเรียนรู้วทิ ยาการคานวณ
สาหรับครูมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-3 รหัส 63025 สพฐ. 6
13 ร่วมฟังบรรยายโครงการสัปดาห์วิชาการ สสวท.
วิทยาศาสตรศ์ กึ ษา
14 อบรมโครงการเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศกั ยภาพ สสวท.
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดว้ ย
กระบวนการ Active Learning ผา่ นระบบออนไลน์
กจิ กรรมท่ี 7 สื่อยุคใหม่ การศกึ ษาออนไลน์
อบรมโครงการเชิงปฏิบัติการเสริมสร้างศักยภาพ
15 ขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย
กระบวนการ Active Learning ผ่านระบบออนไลน์
กิจกรรมท่ี 8 การสอนใหส้ นกุ จากครูทมี่ ี
ประสบการณ์
19
เกยี รตบิ ตั ร/วุฒิบตั ร ในการเขา้ รว่ มพฒั นาตนเอง
ปีการศึกษา 2561
20
ปกี ารศกึ ษา 2562
21
ปกี ารศกึ ษา 2563
22
ปกี ารศกึ ษา 2564
23
24
ปกี ารศกึ ษา 2565
25
26
ส่วนท่ี 4
ความต้องการในการพฒั นา
1. หลักสตู รใดที่ท่านตอ้ งการพัฒนา
หลักสูตรวิทยาการคานวณสาหรับครู Coding for Teacher (C4T) ภายใต้นโยบาย “การขับเคล่ือน
การจดั การเรียนรโู้ คด้ ดิ้งในโรงเรียน”
หลักสูตรอบรมออนไลน์การจัดการเรียนรู้วิทยาการคานวณสาหรับครูประถมศึกษาปีท่ี 4-6 Coding
Online for Grade 4-6 Teacher (C4T – 7)
2. เพราะเหตุใดทา่ นจึงตอ้ งการเข้ารับการพฒั นาในหลกั สตู รน้ี
หลักสูตรอบรมออนไลน์การจัดการเรียนรู้วิทยาการคานวณสาหรับครูประถมศึกษาปีที่ 4-6 Coding
Online for Grade 4-6 Teacher (C4T – 7) เป็นหลักสูตรท่ีให้ความรู้ ความเข้าใจในสาระการเรียนรู้ และ
แนวทางการจัดการเรียนรู้วิทยาการคานวณ ซ่ึงเน้นการคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา การใช้เหตุผลเชิงตรรกะ การนา
ความร้ไู ปแกป้ ัญหาในชีวิตประจาวัน สอดคล้องตามตัวชวี้ ดั ของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พ.ศ.2551
(ฉบับปรับปรงุ พ.ศ.2560)
3. ท่านคาดหวงั สง่ิ ใดจากการเขา้ รบั การพัฒนาในหลักสูตรน้ี
ความรคู้ วามเขา้ ใจเกีย่ วกบั การขบั เคลื่อนการจดั การเรียนรูโ้ คด้ ดงิ้ ในโรงเรียน การจดั หลกั สตู ร และแนว
การจดั การเรยี นรู้วิทยาการคานวณ ความรู้ความเขา้ ใจและแนวทางจดั การเรยี นรู้ในเรื่อง การใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะ
อัลกอรทิ ึม และการเขียนโปรแกรม Scratch ความรู้ความเขา้ ใจและแนวทาง จดั การเรยี นรใู้ นเรอื่ ง การประมวลผล
ข้อมลู โดยใช้ซอฟต์แวร์ตารางทางาน การสรา้ งทางเลือก การคน้ หาขอ้ มูลในอนิ เทอร์เนต็ การประเมินความ
นา่ เชือ่ ถอื ของข้อมลู ความรูค้ วามเข้าใจและแนวทางจดั การเรียนรู้ ในเรอ่ื งผลกระทบของเทคโนโลยี การใช้งาน
เทคโนโลยอี ย่างปลอดภยั การใช้งานเทคโนโลยอี ย่างมีมารยาท การส่อื สารผา่ นอีเมล
4. ท่านจะนาความรจู้ ากหลักสูตรไปพฒั นาการสอนของท่านอยา่ งไร
ข้าพเจ้าจะนาความรู้ ทักษะ และความเป็นครทู ไี่ ดร้ ับจากการอบรมตามหลกั สูตรวทิ ยาการคานวณสาหรับ
ครู Coding for Teacher (C4T) ภายใต้นโยบาย “การขับเคล่ือนการจัดการเรียนรู้โคด้ ด้งิ ในโรงเรียน”
มาปรับประยุกต์ใช้และบูรณาการในการจัดการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนและศักยภาพของแต่ละบุคคลเป็นสาคัญ
ถ่ายทอดมวลประสบการณ์ สอดแทรกคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สอนเสริมเติมเต็มองค์ความรู้ให้ผู้เรียน และ
สร้างแรงบนั ดาลใจในการต่อยอดในอนาคตให้แกผ่ เู้ รียน
ลงช่อื ....................................................
(นางสาลินี กุลวงษ์)
ผจู้ ดั ทาแผนพฒั นาตนเอง
27
I
D
P
L
A
N
(Individual Development Plan : ID Plan)